รีเซต

ผลการค้นหา “非全日制研究生学位证和全日制一样吗” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ขอแสดงความยินดี “เกลือ กิตติ” คว้าป.ตรีใบที่ 2 ในวัย 43 ปี ประกาศลุยต่อ ป.โท
อ่าน

ขอแสดงความยินดี “เกลือ กิตติ” คว้าป.ตรีใบที่ 2 ในวัย 43 ปี ประกาศลุยต่อ ป.โท

ขอแสดงความยินดี เกลือ กิตติ คว้าป.ตรีใบที่ 2 ในวัย 43 ปี ประกาศลุยต่อ ป.โท ขอแสดงความยินดีกับพิธีกรคนเก่ง เกลือ กิตติ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีใบที่ 2 จากสาขาจิตวิทยาการปรึกษา มหา วิทยาลัยรามคำแหง ด้วยวัย 43 ปี พร้อมเกรดเฉลี่ย 3.80 และตั้งเป้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท เพื่อก้าวสู่การเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาในอนาคต โดย เกลือ เผยว่า ใช้เวลาเรียน 2 ปีครึ่ง พร้อมฝึกงานอีก 1 ภาคการศึกษา โดยตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยการเรียนรู้ การอ่านหนัง สือ และการอดนอน แต่ก็ได้รับทั้งประสบการณ์และมิตรภาพที่ดีจากอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้น ปริญญาตรีใบแรกเกี่ยวกับศิลปะการแสดง ทำให้เข้าใจมนุษย์ผ่านมุมมองของศิลปะและปรัชญา ขณะที่การเรียนจิตวิทยาการปรึกษา เป็นการเปิดมุมมองใหม่ผ่านหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งตัวเขาเองรู้สึกภูมิใจที่ได้เรียนรู้ทั้งสองศาสตร์ ขอบคุณภรรยาที่คอยช่วยจัดตารางเรียนและสลับคิวงานมาตลอด ยกให้ปริญญาใบนี้เป็นของภรรยาครึ่งหนึ่ง ขอให้ใบปริญญานี้เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนรู้ว่าการศึกษาไม่มีวันสิ้นสุด การเรียนรู้ไม่มีคำว่าสาย หากยังมีความตั้งใจและไม่หยุดพัฒนาตัวเองเป้าหมายต่อไป ตั้งใจจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาจิตวิทยาการให้คำปรึกษา เพื่อเดินหน้าสู่ความฝันในการเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาต่อไปในอนาคต

DLTV 15
ดู

DLTV 15

BBLAMปล่อยกองเทอมฟันด์ ถือลงทุน6เดือน-ยิลด์0.70%
อ่าน

BBLAMปล่อยกองเทอมฟันด์ ถือลงทุน6เดือน-ยิลด์0.70%

#BBLAM #ทันหุ้น BBLAM เสนอขาย IPO กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 11/26 หรือ Bualuang Thanarat 11/26 เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ ดอกเบี้ย 0.70% ถือลงทุน 6 เดือน IPO 8-12 มิถุนายน 2569บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า BBLAM เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 11/26 หรือ Bualuang Thanarat 11/26 (B11/26) อายุประมาณ 6 เดือน ประมาณการผลตอบแทน 0.70% ต่อปี ขนาดโครงการ 10,000 ล้านบาท โดยเสนอขายในราคา 10 บาทต่อหน่วย และผู้ลงทุนจะต้องจองซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 10,000 บาท*ลงทุนตราสารหนี้รัฐ สำหรับ บัวหลวงธนรัฐ 11/26 จะนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือพันธบัตร หรือตราสารหนี้ที่กระทรวงการคลังหรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็น ผู้ออก ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล หรือผู้ค้ำประกัน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รวมทั้งกองทุนนี้จะลงทุนครั้งเดียว โดยจะถือทรัพย์สินที่ลงทุนไว้จนครบอายุโครงการของกองทุนรวม (buy-and-hold fund)ส่วนที่เหลือจะลงทุนในเงินฝาก บัตรเงินฝาก ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตราสารหนี้ของสถาบันการเงิน และหรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น การทำธุรกรรมการซื้อตราสารหนี้ภาครัฐกับสถาบันการเงิน โดยมีสัญญาที่จะขายคืนตราสารหนี้ดังกล่าว ตามวันที่กำหนดในสัญญาทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) และไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ณ วันที่ลงทุนเท่านั้น*ไม่มีค่าธรรมเนียมซื้อ-ขายหน่วยกองทุน B11/26 ไม่มีค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน กองทุนนี้จะรับซื้อคืนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน ภายในวันทำการก่อนวันครบกำหนดอายุโครงการ โดยการลดจำนวนหน่วยและใช้มูลค่าหน่วยลงทุน ณ สิ้นวันทำการรับซื้อคืนอัตโนมัติเป็นราคารับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยผู้ซื้อหน่วยลงทุนจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติภายใน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ ตามวิธีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้แจ้งไว้ในใบคำขอเปิดบัญชี (โอนเข้าบัญชี/เช็ค) โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถแจ้งความประสงค์ไว้ได้ว่า เมื่อกองเทอมฟันด์ครบอายุ ให้สับเปลี่ยนเข้ากองทุนเปิดบัวหลวงธนทวี (B-TNTV) หรือกองทุนเปิดบัวหลวงตราสารหนี้ภาครัฐ (B-TREASURY)

ประวัติ นานา ไรบีนา
อ่าน

ประวัติ นานา ไรบีนา

ประวัติ นานา ไรบีนา นานา ไรบีนา หรือ ไรบีนา ตันวิมล ต่อมาได้เปลี่ยนนามสกุลหลังแต่งงานเป็น ไรบีนา อินทชัย เกิดวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2523 ที่จังหวัดสงขลา มีพี่น้องทั้งหมด 2 คน โดยมีน้องสาว 1 คน ด้านการศึกษา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันนานารับหน้าที่เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ ดูแลครอบครัวและธุรกิจของครอบครัว และยังเป็นพี่ใหญ่ของแก๊งนางฟ้า แก๊งสาวสวยคนดังในตำนาน ที่ปัจจุบันกำลังมีปัญหาเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ จากกรณีที่มีกระแสข่าวดาราสาว น. ติดหนี้ 400 ร้อยล้าน ต่อมา นานา ได้ออกมายอมรับว่าเป็นเธอเอง พร้อมขอโทษและขอโอกาสปรับปรุงตัวเอง แก้ไขปัญหา รวมถึงขอโอกาสจากเพื่อนรัก เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณส่วนความสัมพันธ์ของแก๊งนางฟ้าตอนนี้ ทุกคนได้อันฟอลโลว์นานาหมดแล้ว เหลือเพียง แอน อลิชา หิรัญพฤกษ์ ที่ยังติดตามเธออยู่ ต่อมาเช้าวันที่ 3 ธ.ค.2568 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผกก.4.บก.ปอศ.) ได้เข้าควบคุมตัวนานา ไรบีนาที่บ้านพักย่านพระโขนง ในข้อหาฉ้อโกง และ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน แก๊งนางฟ้าสะเทือน! เงินบาดมิตรภาพ หลัง "นานา" ตัวแม่กาวใจ มีปัญหาเรื่องเงิน! ประวัติ นานา ไรบีนา ด้านชีวิตในวงการบันเทิง นานา ไรบีนา เคยมีผลงานในวงการบันเทิงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น วีเจ ดีเจ พิธีกร นักแสดง รวมถึงนักแข่งรถที่สร้างชื่อให้เธอมาก ๆ ในส่วนของงานดีเจ นานา จัดรายการอยู่ที่คลื่น VirginHitz อยู่นานหลายปี ก่อนจะผันตัวทำธุรกิจและเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ แต่ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในวงการบันเทิงอยู่เรื่อย ๆ ด้านชีวิตส่วนตัว นานา ไรบีนา แต่งงานกับศิลปินฮิปฮอปชื่อดัง เวย์ ไทเทเนียม หรือ ปริญญา อินทชัย มีบุตร-ธิดาเป็นฝาแฝดชาย-หญิง ชื่อ น้องบีน่า และ น้องบรู๊คลิน ปัจจุบันนานาและเวย์ซื้อที่ ที่ต่างจังหวัดและทำเป็นบ้านพักตากอากาศ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจมากมายหลายอย่าง อาทิ ร้านตัดผม, ร้านเสื้อผ้าเด็ก เป็นต้น ในส่วนของเพื่อนสนิท นานาเป็นพี่ใหญ่ของแก๊งนางฟ้า แก๊งสาวสวยคนดังในตำนาน ที่ปัจจุบันกำลังมีปัญหาเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ จากกรณีที่มีกระแสข่าวดาราสาว น. ติดหนี้ 400 ร้อยล้าน ต่อมา นานา ได้ออกมายอมรับว่าเป็นเธอเอง พร้อมขอโทษและขอโอกาสปรับปรุงตัวเอง แก้ไขปัญหา รวมถึงขอโอกาสจากเพื่อนรัก เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณส่วนความสัมพันธ์ของแก๊งนางฟ้าตอนนี้ ทุกคนได้อันฟอลโลว์นานาหมดแล้ว เหลือเพียง แอน อลิชา หิรัญพฤกษ์ ที่ยังติดตามเธออยู่ ต่อมาเช้าวันที่ 3 ธ.ค.2568 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผกก.4.บก.ปอศ.) ได้เข้าควบคุมตัวนานา ไรบีนาที่บ้านพักย่านพระโขนง ในข้อหาฉ้อโกง และ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ผลงานละครโทรทัศน์ แก้ว ทางไอทีวี ดีเจ VirginHitz ไอจี นานา ไรบีนา @nanarybena https://www.instagram.com/nanarybena/ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : แก๊งนางฟ้าสะเทือน! เงินบาดมิตรภาพ หลัง "นานา" ตัวแม่กาวใจ มีปัญหาเรื่องเงิน! นานา ร้องไห้อยากให้เพื่อนรับโทรศัพท์ เจนี่ เสียใจเพราะไม่บอกความจริง ลั่นเพื่อนคนนี้ผิดไปแล้ว! นานา เคลื่อนไหว!! ขอโอกาสโพสต์ขายบ้าน หลังทำผิดพลาด ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม nanarybena

ประวัติ แม็กกี้ รชต พิเชฐโชติ
อ่าน

ประวัติ แม็กกี้ รชต พิเชฐโชติ

ประวัติ แม็กกี้ รชต พิเชฐโชติ แม็กกี้ รชต พิเชฐโชติ เกิดวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2537 ด้านการศึกษา จบระดับปริญญาตรี คณะบริหาร เอกการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วนเรื่องหัวใจแม็กกี้เคยคบกับนักแสดงสาวช่องวัน31 อย่าง เพิร์ธ วีริณฐ์ศรา ตั้งกิจสุวานิช ปัจจุบันแยกทางกันเรียบร้อยแล้ว ประวัติ แม็กกี้ รชต พิเชฐโชติ ด้านชีวิตในวงการบันเทิง แม็กกี้ รชต เคยผ่านผลงานซีรีส์วายมาบ้างแล้ว รวมถึงงานอื่น ๆ ในวงการ อาทิ เดินแบบ ถ่ายแบบ เล่นมิวสิควิดีโอ ผลงานล่าสุดแว่วว่าเตรียมปล่อยในปีนี้คือซีรีส์ วุ่นรัก นักจิ้น WHY YOU..Y ME? นอกจากนี้ยังทำช่อง Youtube ชื่อช่อง Zellfie ไปกดติดตามกันได้เลย ด้านชีวิตส่วนตัว แม็กกี้ รชต เป็นคนค่อนข้างร่าเริงมาก รั่ว ๆ กระดี๊กระด๊า ดีด ๆ หน่อย ส่วนฉายาตอนเด็ก ๆ เพื่อนจะเรียกว่า ราชาเต่า, รถชนตูด ส่วนกิจกรรมงานอดิเรกสมัยเรียนแม็กกี้เคยเต้นโคฟเวอร์เกาหลี Super Junior เป็นอึนฮยอก เต้น SHINee เป็นมินโฮและแทมิน ส่วนแพลนชีวิตในวงการบันเทิง แม็กกี้เคยเผยว่าดูทิศทางงานในวงการบันเทิงก่อน ถ้าไม่ได้ทำงานในวงการอาจจะไปสานต่อกิจการที่บ้าน เพราะเปิดร้านอาหารอยู่ที่ต่างประเทศในอเมริกามีอยู่ 3 ที่ ส่วนเรื่องหัวใจแม็กกี้เคยคบกับนักแสดงสาวช่องวัน31 อย่าง เพิร์ธ วีริณฐ์ศรา ตั้งกิจสุวานิช ปัจจุบันแยกทางกันเรียบร้อยแล้ว ผลงานซีรีส์ Y You Y Me วุ่นรักนักจิ้น Make It Right Season 2 รักออกเดินซีซั่น 2 My Engineer "เมียSวิศวะ" วุ่นรัก นักจิ้น WHY YOU..Y ME? FOUREVER YOU เพราะรักนำทาง ช่อง GMM25 มิวสิกวิดีโอ เพลง ชอบคนตรงหน้า ศิลปิน RedSpin ไอจี แม็กกี้ รชต @maxky_rp https://www.instagram.com/maxky_rp/ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : "เพิร์ธ วีริณฐ์ศรา" รับเลิก "แม็กกี้ ยืนยัน "ทอย ปฐมพงศ์" ไม่ใช่มือที่สาม อกหักทั้งประเทศ! เปิดหวานใจ เพิร์ธ วีริณฐ์ศรา นางเอกช่องวัน คือหนุ่มหน้าใสคนนี้! ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม maxky_rp

บัณฑิตป้ายแดง “จูน ณัณณิริณ“ คว้าปริญญาได้สำเร็จ ด้าน “เอนจอย” หอบดอกไม้ร่วมยินดี
อ่าน

บัณฑิตป้ายแดง “จูน ณัณณิริณ“ คว้าปริญญาได้สำเร็จ ด้าน “เอนจอย” หอบดอกไม้ร่วมยินดี

บัณฑิตป้ายแดง จูน ณัณณิริณ คว้าปริญญาได้สำเร็จ ด้าน เอนจอย หอบดอกไม้ร่วมยินดี ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตป้ายแดง จูน ณัณณิริณ วโรกรวัชระคุณณ์ ที่มุ่งมั่น 6 ปีเรียนภาคพิเศษ และล่าสุดสามารถคว้าปริญญาบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการ ม.รามคำแหง ได้สำเร็จ โดยสาวจูนได้ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นอีก 1 วันแห่งความภาคภูมิใจ เตรียมนำความรู้ต่อยอดธุรกิจในอนาคต เพราะวางแผนว่าเราจะมีธุรกิจส่วนตัวและจะมีการขนส่งระหว่างประเทศด้วย และจูนอยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเรียนอยู่ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ไม่เกี่ยวกับการศึกษา เพราะว่าการศึกษาเป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้ไม่จำกัด จูนก็มีความสนใจอยากเรียนภาษาอังกฤษให้มากยิ่งขึ้น ขณะที่แฟนคลับจัดโปรเจกต์แสดงความยินดี เอนจอย ธิดารัตน์ ก็หอบดอกไม้ช่อใหญ่มาเซอร์ไพรส์ พร้อมดูแลเอาใจใส่พี่บัณฑิตแบบหวานเจี๊ยบ ทำเจแลนด์อึ้ง 12 กุมภา วันรับปริญญาหรือวันวาเลนไทน์กันแน่ ล่าสุด บัณฑิตจูน โพสต์ x ขอบคุณ เมื่อวานเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวันภาคภูมิใจของจูนเลยก็ว่าได้ค่ะ อยากขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจมาหากันตลอดเทรนให้กันอยู่ตลอด ขอบคุณพี่ๆทีมงาน #jland ด้วยนะคะที่ช่วยทาง conversation_tl จัดรวมพลเล็กๆให้พวกเราได้เจอกัน ไม่มีคำไหนจะพูดและจะพิมพ์อีกจริงๆ นอกจากคำว่ารักมากๆนะ และขอบคุณจากใจนะ จาก #น้องจูนปตรีเรียน6ปีก็จบอยู่เด้อ

“เซ้นต์ ศุภพงษ์” โพสต์ข้อความจากใจ จบปริญญาโท แฟนๆ ยินดีแน่น
อ่าน

“เซ้นต์ ศุภพงษ์” โพสต์ข้อความจากใจ จบปริญญาโท แฟนๆ ยินดีแน่น

เซ้นต์ ศุภพงษ์ โพสต์ข้อความจากใจ จบปริญญาโท แฟนๆ ยินดีแน่น ขอแสดงความยินดีกับนักแสดงหนุ่ม เซ้นต์ ศุภพงษ์ ที่เรียนจบปริญญาโทจากวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม (COSCI) มศว สาขาวิชาออกแบบเพื่อธุรกิจ (Design for Business) โดยมีกำหนดรับในวันที่ 15 ม.ค. 69 ท่ามกลางแฟนคลับมาร่วมยินดีกันแน่น งานนี้หนุ่ม เซ้นต์ ถึงกับออกมาโพสต์ความรู้สึกในครั้งนี้ว่า... วันนี้เป็นวันที่มีความหมายกับเซ้นต์มากๆ เซ้นต์อยากขอบ คุณแฟนคลับ MingEr ทุกคนจากใจจริงที่สละเวลามาร่วมแสดงความยินดีในงานรับปริญญาโทของเช้นต์ การได้เห็นทุกคนมาให้กำลังใจอยู่ตรงนั้นพร้อมรอยยิ้มและความอบอุ่น ทำให้ทุกความเหนื่อยและความพยายามตลอดเส้นทางที่ผ่านมา มีคุณค่าและคุ้มค่ามากขึ้น ขอบคุณที่เชื่อมั่นและอยู่เคียงข้างเช้นต์เสมอ MingEr คือพลังใจสำคัญที่ทำให้เช้นต์มีกำลังใจในการก้าวต่อไปและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆ วัน เช้นต์ซาบซึ้งใจและขอบคุณจากหัวใจจริงๆ นะคับ SAINT MASTER GRADUATION #เช้นต์จบปริญญาโทแล้วครับ ทีมข่าวขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ

แสดงความยินดี “ปันปัน สุทัตตา” จบโทแล้ว นั่งแท่นมหาบัณฑิตสาขา Anti-aging
อ่าน

แสดงความยินดี “ปันปัน สุทัตตา” จบโทแล้ว นั่งแท่นมหาบัณฑิตสาขา Anti-aging

แสดงความยินดี ปันปัน สุทัตตา จบโทแล้ว นั่งแท่นมหาบัณฑิตสาขา Anti-aging เดินหน้าเรียนต่อปริญญาโทด้าน Anti-aging อย่างขะมักเขม้น สำหรับนักแสดงสาวมากฝีมืออย่าง ปันปัน สุทัตตา ที่จะเห็นได้เลยว่าหลังจากศึกษาหาความรู้จนล้นมือแล้ว เจ้าตัวก็นำมาใช้กับตัวเองและครอบครัว จะเห็นได้เลยว่าทั้งสุขภาพดีและหุ่นดีกว่าเดิมเข้าไปอีก แน่นอนว่าทุ่มเทให้กับการเรียนแล้ว ตอนนี้เจ้าตัวก็ได้เรียนจบเรียบร้อยแล้วจ้า ซึ่ง ปันปัน ก็ได้มาโพสต์ภาพตัวเองในชุดครุย พร้อมแคปชั่นว่า เรียนจบ ปโท ละค้าาาา เป็นมหาบัณฑิตสาขา Anti-aging เฉยย ไม่อยากเชื่อเลยว่าผ่านมาได้ยังไง เรียนทุกเสาร์อาทิตย์ มา 2 ปีรวด + ทำวิทยานิพนธ์อีกปี เย้ๆๆ #finallygraduated งานนี้ก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวมีแพลนจะต่อปริญญาเอกเลยหรือไม่ สงสัยต้องรีบควงแขนมาสัมภาษณ์แล้วนะคะ แต่ยังไงดาราเดลี่ก็ต้องขอแสดงความบินดีกับคุณมหาบัณฑิตคนเก่งด้วย สวย สดใส ลัคกี้อินเกมส์ ลัคกี้อินเลิฟนะค๊า

“บุญรอด” โพสต์ภาพใบปริญญาหลังจบ ป.โท ลั่นไม่ว่าร่างกายแบบไหน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน
อ่าน

“บุญรอด” โพสต์ภาพใบปริญญาหลังจบ ป.โท ลั่นไม่ว่าร่างกายแบบไหน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน

บุญรอด โพสต์ภาพใบปริญญาหลังจบ ป.โท ลั่นไม่ว่าร่างกายแบบไหน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน เป็นอีกหนึ่งยูทูบเบอร์มากความสามารถ สำหรับ บุญรอด อารีย์วงษ์ ที่แม้เจ้าตัวจะเคยตรวจพบมะเร็งตั้งแต่อายุ 3 เดือน ส่งผลให้เขามีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจนถึงปัจจุบัน แต่เขาก็ก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ มาได้ ด้วยพลังจากครอบครัวและคนรอบข้างล่าสุด บุญรอด อารีย์วงษ์ ได้โพสต์ภาพคู่กับใบปริญญาหลังเรียนจบ ป.โท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนมาแล้ว 2 ปี และเพิ่งจะมีโอกาสได้มาเอาใบปริญญา โดยเจ้าตัวระบุข้อความว่า เรียนจบปริญญาโทแล้ว2ปี เพิ่งจะได้มาเอาใบปริญญา การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ บุญรอดพูดเสมอว่าเมื่อมีโอกาสได้เรียนหนังสือ อยากให้ทุกคนคว้าโอกาสนั้นไว้ การเรียนปริญญาโทเป็นเครื่องยืนยันว่าไม่ว่าเราจะร่างกายแบบไหน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนเลย ขอแค่ทุกคนมีความพยายาม และคว้าโอกาสนั้นไว้ ขอบคุณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ครูบาอาจารย์ทุกคน พี่เจ้าหน้าที่ เพื่อนเพื่อนร่วมคลาส ที่คอยชัพพอร์ตกันมาจนวันนี้

PTTGC เคาะดอกเบี้ยหุ้น 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% เสนอขาย 27 พ.ย.- 3 ธ.ค.นี้
อ่าน

PTTGC เคาะดอกเบี้ยหุ้น 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% เสนอขาย 27 พ.ย.- 3 ธ.ค.นี้

#ทันหุ้น - บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ประกาศดอกเบี้ยหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด (หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ) สำหรับ 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% ต่อปี คาดเสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public offering) ระหว่างวันที่ 27 28 พฤศจิกายน และ 1 3 ธันวาคม 2568 ผ่าน 12 สถาบันการเงิน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มปรับลดลงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา PTTGC เชื่อว่าหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ของบริษัทฯ จะเป็นอีกทางเลือกการลงทุนสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนระยะยาวที่ชัดเจน โดยให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากและหุ้นกู้ทั่วไป การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ในครั้งนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่สำคัญของ PTTGC เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างเงินทุน รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน และต่อยอดการพัฒนาธุรกิจมูลค่าสูงคาร์บอนต่ำ (High ValueLow Carbon) ตอกย้ำบทบาทของ PTTGC ในฐานะผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับโลก นอกจากนั้น PTTGC มีความประสงค์ที่จะมอบหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ รุ่นนี้ให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่นักลงทุนทั่วไป PTTGC ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ไว้ที่ 4.40% ต่อปี ในช่วง 5 ปี 6 เดือนแรก โดยคาดว่าจะเปิดให้ผู้ลงทุนทั่วไปจองซื้อระหว่างวันที่ 27 28 พฤศจิกายน และ 1 3 ธันวาคม 2568 ซึ่งสามารถจองซื้อผ่านสาขาและสำหรับการจองซื้อออนไลน์ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายบางรายที่ให้บริการ สามารถดำเนินการได้ทุกวัน รวมทั้งวันเสาร์อาทิตย์ นายทิติพงษ์ จุลพรศิริดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี PTTGC กล่าวว่า การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการบริหารเงินทุนและสนับสนุนแผนการลดภาระทางการเงิน (Deleveraging Program) เท่านั้น แต่เป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินของ PTTGC เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตระยะยาว สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจมูลค่าสูงคาร์บอนต่ำ ตามกลยุทธ์ของบริษัท หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ของ PTTGC ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568 ที่ระดับ AA- (tha) แนวโน้ม มีเสถียรภาพ และเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดนี้ที่ระดับ A (tha) ซึ่งถือเป็นอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ประเภทนี้ที่สูงที่สุดในประเทศไทย สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินและความเชื่อมั่นต่อ PTTGC นอกจากนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวยังนับเป็นทุน (Equity Credit) ร้อยละ 50 สำหรับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และในทางบัญชีถือเป็นทุน 100% ตลอดอายุหุ้นกู้ นายทิติพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างเงินทุน ของ PTTGC พร้อมรับโอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมเมื่อธุรกิจปิโตรเคมีกลับมาฟื้นตัว พร้อมกันนี้ PTTGC ยังดำเนินแผน Deleveraging Program อย่างต่อเนื่อง ผ่านการทำ Asset Monetization เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ นอกจากนี้ การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญในการรักษาอันดับความน่าเชื่อถือ สอดคล้องกับแผนการบริหารโครงสร้างเงินทุนของ PTTGC เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ นี้มีมูลค่าการจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท เสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไประหว่างวันที่ 27 28 พฤศจิกายน และ 1 3 ธันวาคม 2568 ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 12 แห่ง ที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับการจองซื้อออนไลน์ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายบางรายที่ให้บริการ สามารถดำเนินการได้ทุกวัน รวมทั้งวันเสาร์อาทิตย์ ปัจจุบัน PTTGC อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อจองซื้อ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาไมโคร) หรือ โทร.1333 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Bangkok Bank Mobile Banking ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-626-7777 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน https://www.kasikornbank.com/kmyinvest ได้ ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) โทร. 02-888-8888 กด 869 และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-111-1111 หรือจองซื้อออนไลน์บนแอปพลิเคชัน Krungthai Next ผ่านระบบ Money Connect by Krungthai ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-777-6784 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02-165-5555 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปฯ Dime! และรวมถึง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร.1572 บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร. 02-695-5555 บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 02-658-5050 ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 1428 กด #4 (เปิดจองซื้อเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้น) และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-009-8351-56 หมายเหตุ: แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนยังไม่มีผลใช้บังคับ เนื่องจากอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต. การจัดสรรหุ้นกู้ดังกล่าวให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ตามแต่จะเห็นสมควร คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุน สามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่www.sec.or.th

เตรียมตัวให้พร้อม ลงทะเบียน “คนละครึ่ง พลัส” ง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่ม 20 ต.ค.นี้
อ่าน

เตรียมตัวให้พร้อม ลงทะเบียน “คนละครึ่ง พลัส” ง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่ม 20 ต.ค.นี้

#ทันหุ้น กระทรวงการคลังเปิด3ขั้นตอนแนะนำประชาชนเตรียมความพร้อมก่อนลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสระหว่างวันที่20–26ต.ค.68ผ่านแอปพลิเคชัน“เป๋าตัง”“3ขั้นตอน”เตรียมความพร้อมก่อนลงทะเบียน1.ตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิ-มีบัตรประชาชนสัญชาติไทย-อายุ16ปีบริบูรณ์ขึ้นไปณวันที่ลงทะเบียน-ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐณวันที่1ต.ค. 68-ไม่ถูกระงับสิทธิในโครงการคนละครึ่งเฟส1–52.ดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปฯ“เป๋าตัง”-ดาวน์โหลดได้ฟรีจากApp StoreหรือPlay Store-ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นเวอร์ชันล่าสุด3.สมัครและผูกบัญชีG-Walletเพื่อเตรียมพร้อมเริ่มใช้สิทธิวันที่29ต.ค. - 31ธ.ค. 68-เปิดแอปฯเป๋าตังกดเมนูG-Wallet ดำเนินการผูกบัญชีตามขั้นตอน-เตรียมบัตรประชาชนและยืนยันตัวตนผ่านระบบKrungthai NEXTหรือสแกนใบหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิโครงการจำนวนประมาณ20ล้านสิทธิวันแรกวันที่20ต.ค.68ตั้งแต่เวลา06.00น.เป็นต้นไปผ่านแอปฯเป๋าตังเท่านั้นโดยกดที่รูปโครงการ“คนละครึ่งพลัส”บนหน้าแรกของแอปฯอ่านและยอมรับเงื่อนไขโครงการจากนั้นกดปุ่ม“ลงทะเบียน”ระบบจะแสดงข้อความยืนยันผลการลงทะเบียนพร้อมระบุวันที่เริ่มใช้สิทธิ-ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส5 (ปี65)แจ้งผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯเป๋าตัง“ทันที”-ผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการฯสามารถตรวจสอบผลได้ทางSMSและแอปฯเป๋าตังภายใน3วันทำการตรวจสอบรายละเอียดและข้อมูลโครงการคนละครึ่งพลัสเพิ่มเติมได้ที่www.คนละครึ่งพลัส.com

"นิ้ง ชัญญา – แมน ธฤษณุ" ได้เวลาเปิดคลาส ในซีรีส์อุ่นหัวใจ "วิชาทุก(ข์)พื้นฐาน"
อ่าน

"นิ้ง ชัญญา – แมน ธฤษณุ" ได้เวลาเปิดคลาส ในซีรีส์อุ่นหัวใจ "วิชาทุก(ข์)พื้นฐาน"

ความสุขมีจริง หรือเป็นแค่ทฤษฏี ? ไทยพีบีเอส ร่วมกับ บริษัท จูเวไนล์ จำกัด อยากชวนผู้ชมมาเปิดใจพิสูจน์ไปพร้อมกันกับคลาสพิเศษในซีรีส์ "วิชาทุก(ข์)พื้นฐาน (How To Suffer 101)" นำแสดงโดย "นิ้ง ชัญญา แม็คคลอรี่ย์, แมน ธฤษณุ สรนันท์, ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์, นัทตี้ ณฐมน จันทราวิภาต, แม็ค ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์, มอส ฏิภาณ ขุนเงิน (มอส มัดจุก), แจกัน อรวรรยา โตสมบัติ" ร่วมด้วยนักแสดงสมทบอีกคับคั่ง อาทิ แวร์ โซ, เกด ธิญาดา พรรณบัว, ทอม จักรกฤษ โยมพยอม, วอดก้า พิชญ์พงษ์ นาคะยืนยงสุข, เอิร์ธ อติคุณ อดุลโภคาธร เป็นต้น กำกับการแสดงโดย "วิรดา คูหาวันต์" "นิ้ง ชัญญา แมน ธฤษณุ" ได้เวลาเปิดคลาส ใน "วิชาทุก(ข์)พื้นฐาน" ดูทีวีออนไลน์ ช่อง ไทยพีบีเอส "วิชาทุกข์พื้นฐาน (How To Suffer 101)" เป็นเรื่องราวของ ฝ้าย (นิ้ง ชัญญา) อดีตนักจิตบำบัด ที่ต้องมาสอน "วิชาความสุข" แต่ไม่สุขอย่างที่คิด เพราะในคลาสเหมือนรวมเด็กมีปัญหา ทั้ง กล้า (นนท์ ศดานนท์) ที่บอกว่าความสุขไม่มีจริง มิว (นัทตี้ ณฐมน) นักศึกษาแพทย์เก็บกด วิน (แม็ค ณัฐพัชร์) เพอร์เฟกต์ชันนิสต์จอมบงการ กู๊ด (แจกัน อรวรรยา) เฟรชชี่แสนดีแต่ไม่มีเพื่อน และ ฉาย (มอส มัดจุก) หนุ่มวิศวะอัตลักษณ์สาว และฝ้ายยังต้องรับมือกับ อิฐ (แมน ธฤษณุ) เพื่อนสมัยมัธยมอดีตบอยแบนด์ ที่ในอดีตมีกำแพงต่อกัน แต่ทั้งคู่ต้องมาร่วมมือแก้ปัญหาให้เด็ก ๆ เรื่องกลับยากกว่าที่คิดเพราะวิชานี้ถูกโจมตีในโซเชียล และถูกคณะกรรมการสอบสวน ฝ้ายจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร แล้ว "วิชาความสุข" จำเป็นหรือไม่ ? ฝ้ายจะแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างไร ? ได้เวลาเปิดคลาส ดร็อปไม่ได้ รีไทร์เท่านั้นออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. เริ่มออกอากาศตอนแรก วันที่ 28 กันยายน 2568 ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ วิชาทุก(ข์)พื้นฐาน ช่อง Thai PBS (ตอนแรก) "แมน-นิ้ง" นำทีมบวงสรวงซีรีส์ "วิชาทุก(ข์)พื้นฐาน" จัดเต็มนักแสดงแน่นจอ

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ
อ่าน

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ

ขั้นตอนสมัครสอบคัดเลือกบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นคณาจารย์ประจำ เพื่อสนับสนุนภารกิจทางวิชาการและขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยอ้างอิงมติที่ประชุมกรรมการบริหารงานบุคคลตลอดปี 2567 ถึงกลางปี 2568ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือกระบุไว้ตามข้อ 7 ของประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีหลากหลายระดับและสาขาให้เลือกสมัครตามคุณวุฒิคุณสมบัติผู้สมัครผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย และไม่เป็นผู้เสพสารเสพติด รวมถึงสามารถปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างเหมาะสม เฉพาะสายคณาจารย์ปริญญาตรี วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในรอบ 5 ปีปริญญาโท วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง โดยอย่างน้อย 1 เรื่องเป็นงานวิจัยปริญญาเอก ต้องมีผลงานวิจัยเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในรอบ 5 ปีเอกสารประกอบใบสมัคร1. สำเนาปริญญาบัตรและ Transcript2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน3. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว4. หนังสือรับรองผลภาษาอังกฤษ (MCU-GET, TOEFL, IELTS, TOEIC, TU-GET, CU-TEP)5. ใบรับรองแพทย์ออกภายใน 30 วัน6. ผลตรวจประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ7. หนังสือรับรองประสบการณ์ (ถ้ามี)8. แบบ บค 01 และ บค 02 ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์9. สลิปการโอนเงินค่าสมัครหมายเหตุ แนบไฟล์เฉพาะ .PDF หรือ .JPG ค่าธรรมเนียมการสมัครต่ำกว่าปริญญาตรี 100 บาทปริญญาตรี 200 บาทปริญญาโท 300 บาทปริญญาเอก 400 บาทโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาเสือป่า เลขที่บัญชี 046 2 73791 7รายละเอียดการสอบสอบข้อเขียนเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย 100 คะแนนสอบปฏิบัติด้านดิจิทัล (เฉพาะสายปฏิบัติการ) 100 คะแนนสอบข้อเขียนเฉพาะสาขาวิชา 100 คะแนนสอบสัมภาษณ์ ประเมินความเหมาะสม 200 คะแนนเกณฑ์การตัดสินต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การตัดสินของคณะกรรมการสอบคัดเลือกถือเป็นที่สิ้นสุดติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสมัครเข้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ https://www.mcu.ac.th/news/detail/59013

ศาลฎีกาสหรัฐฯ เปิดทางรัฐบาลรื้อกระทรวงศึกษาธิการตามแผน "โดนัลด์ ทรัมป์"
อ่าน

ศาลฎีกาสหรัฐฯ เปิดทางรัฐบาลรื้อกระทรวงศึกษาธิการตามแผน "โดนัลด์ ทรัมป์"

ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำตัดสินเมื่อวานนี้ (14 ก.ค.) ในการยกเลิกคำสั่งของผู้พิพากษารัฐบาลกลาง เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลสหรัฐฯ รื้อกระทรวงศึกษาธิการได้ ตามแผนของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการลดบทบาทของรัฐบาลกลางในภาคการศึกษา และมอบหมายเรื่องนี้ให้มลรัฐต่าง ๆ ดูแลแทน คำตัดสินของศาลฎีกาเป็นการยกเลิกคำสั่งของศาลรัฐบาลกลาง ที่ก่อนหน้านี้กำหนดให้คืนสถานะพนักงานเกือบ 1,400 ชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างจำนวนมากในกระทรวงศึกษาธิการ และห้ามไม่ให้ฝ่ายบริหารโอนย้ายหน้าที่หลักไปยังหน่วยงานรัฐบาลกลางอื่น ๆด้านเดโมเครซี ฟอร์เวิร์ด (Democracy Forward) ซึ่งเป็นกลุ่มทางกฎหมายที่เป็นตัวแทนของเขตการศึกษาและสหภาพแรงงาน เปิดเผยว่า การตัดสินใจของศาลในครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อคำมั่นสัญญาของประเทศนี้ที่จะจัดการศึกษาของรัฐให้แก่เด็กทุกคน โดยทางหน่วยงานจะเดินหน้าใช้ทุกช่องทางทางกฎหมายอย่างเต็มที่ในระหว่างที่คดีนี้ดำเนินต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนในประเทศนี้จะได้รับการศึกษาของรัฐที่พวกเขาสมควรจะได้รับ ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ จัดตั้งขึ้นโดยรัฐสภาในปี 2522 มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการเงินกู้เพื่อการศึกษาในระดับวิทยาลัย ติดตามความสำเร็จทางการเรียนของนักเรียนนักศึกษา และบังคับใช้สิทธิพลเมืองในโรงเรียน นอกจากนี้ยังให้เงินสนับสนุนแก่เขตการศึกษาที่ขาดแคลนและช่วยเหลือผู้เรียนที่มีความพิการ

ประวัติ พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน กับบทบาทกลางคดีร้อนเขากระโดง
อ่าน

ประวัติ พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน กับบทบาทกลางคดีร้อนเขากระโดง

ท่ามกลางกระแสจับตาคดีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ล่าสุด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือถึงนายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน เพื่อขอคำชี้แจงภายใน 7 วัน กรณีมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติซึ่งขัดกับคำตัดสินของศาลปกครองและศาลฎีกา หากไม่ชี้แจงได้อย่างชัดเจน ก็อาจมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนในทันทีในภาวะที่สังคมกำลังเฝ้ามองการทำงานของราชการแผ่นดิน บทบาทของอธิบดีกรมที่ดินจึงอยู่ในความสนใจอย่างยิ่ง และนี่คือประวัติชีวิตการทำงานและการศึกษาของนายพรพจน์ เพ็ญพาส ข้าราชการระดับสูงผู้มีบทบาทสำคัญในกระทรวงมหาดไทยและระบบที่ดินไทย เปิดประวัติ “พรพจน์ เพ็ญพาส” อธิบดีกรมที่ดินชื่อ: นายพรพจน์ เพ็ญพาสตำแหน่ง: อธิบดีกรมที่ดิน (รักษาการ)สังกัด: กระทรวงมหาดไทยโทรศัพท์ติดต่อ: 02-141-5511การศึกษาพ.ศ. 2530 วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพ.ศ. 2533 วิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต Northrop University สหรัฐอเมริกาพ.ศ. 2546 รัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชประวัติรับราชการพ.ศ. 2567–ปัจจุบัน รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการอธิบดีกรมที่ดินพ.ศ. 2566–2567 รองปลัดมหาดไทย (พัฒนาชุมชนและการปกครองท้องถิ่น)พ.ศ. 2565–2566 รองปลัดมหาดไทย (กิจการความมั่นคงภายใน)พ.ศ. 2563–2565 อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองพ.ศ. 2562–2563 รองปลัดมหาดไทย (สาธารณภัยและพัฒนาเมือง)พ.ศ. 2561–2562 รองปลัดมหาดไทย (ด้านบริหาร)พ.ศ. 2560–2561 ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วพ.ศ. 2555–2560 รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพ.ศ. 2554 ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตำแหน่งในคณะกรรมการพ.ศ. 2567–ปัจจุบัน ประธานกรรมการ การประปาส่วนภูมิภาคการฝึกอบรมและหลักสูตรผู้บริหารผ่านการอบรมหลักสูตรชั้นสูงหลายรายการ เช่นวปอ. รุ่นที่ 57นธป. รุ่นที่ 11บยส. รุ่นที่ 24TIJ Executive Program รุ่นที่ 3นปส. รุ่นที่ 46หลักสูตรพัฒนาผู้บริหารมหาดไทย รุ่นที่ 5หลักสูตรนักบริหารด้านสิ่งแวดล้อม, การคลัง, ผู้นำเมือง และธรรมาภิบาลเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) ปี 2565มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.) ปี 2560ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.) ปี 2554ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) ปี 2551

เปิดรับคำร้องขอสัญชาติไทยให้คนต่างด้าว 2 กลุ่ม ใครบ้างมีสิทธิ ?
อ่าน

เปิดรับคำร้องขอสัญชาติไทยให้คนต่างด้าว 2 กลุ่ม ใครบ้างมีสิทธิ ?

เปิดรับคำร้องขอสัญชาติไทยให้คนต่างด้าว 2 กลุ่ม ใครบ้างมีสิทธิ - บุคคลใดไม่เข้าเงื่อนไข ?ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศหลักเกณฑ์เร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติ สำหรับผู้ที่เกิดในประเทศไทยแต่ไม่ได้รับสัญชาติไทย โดยมีบิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าว ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง เพื่อปลดล็อกปัญหาสถานะบุคคล และเปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายสามารถยื่นขอสัญชาติไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย กำหนดให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจวินิจฉัยและแก้ไขอุปสรรคประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ทันทีเป็นเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมอบหมายให้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้มีอำนาจหลักในการดำเนินการ แก้ไขปัญหา และวินิจฉัยอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินงาน หากจำเป็นสามารถขยายระยะเวลาออกไปได้ตามมติของคณะรัฐมนตรีกลุ่มเป้าหมายที่มีสิทธิตามประกาศนี้1. บุคคลที่เกิดในประเทศไทย โดยมีบิดาหรือมารดาเป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์- ได้รับการสำรวจและมีชื่อในทะเบียนบ้าน- มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เริ่มต้นด้วยเลข 6 (โดยหลักที่ 6 และ 7 อยู่ระหว่าง 50–72)- หรือมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 5 หรือ 8 หากมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่และมีชื่อในทะเบียนบ้าน 2. บุคคลที่เกิดในประเทศไทย โดยมีบิดาหรือมารดาเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน- ได้รับการสำรวจตามมติ ครม. วันที่ 18 มกราคม 2548- รวมถึง กลุ่มชาวมอร์แกน ที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เริ่มต้นด้วยเลข 0 (โดยหลักที่ 6 และ 7 เป็นเลข 89)กลุ่มที่ไม่เข้าเกณฑ์บุคคลต่างด้าวทั่วไป เช่นแรงงานข้ามชาติผู้ลี้ภัยจากการสู้รบในค่ายพักพิงชั่วคราวผู้ถือหนังสือเดินทาง (Passport) ที่ไม่มีคุณสมบัติตามประกาศไม่สามารถยื่นขอสัญชาติไทยตามประกาศฉบับนี้ได้เป้าหมายเพื่อความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำประกาศฉบับนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการแก้ปัญหา บุคคลไร้สัญชาติในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิขั้นพื้นฐาน และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างยั่งยืน

"แบงก์ชาติ"เปิดให้"เช่าซื้อ"รายงานตัว-ฝ่าฝืนปรับทั้งผู้บริหารและบริษัท
อ่าน

"แบงก์ชาติ"เปิดให้"เช่าซื้อ"รายงานตัว-ฝ่าฝืนปรับทั้งผู้บริหารและบริษัท

นางสาวพีรจิต ปัทมสูต ผู้อำนวยการ อาวุโส ฝ่ายคุ้มครองและตรวจสอบ บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท. จะเปิดให้ผู้ประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เริ่มรายงานตัวกับ ธปท. ในเดือน ก.ย.นี้ โดยผ่านทางเว็บไซต์ของ ธปท. และเปิดให้รายงานตัวได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน สิ้นสุดในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569อย่างไรก็ตาม คาดว่าผู้ประกอบธุรกิจมารายงานตัวทันภายในกำหนด เนื่องจากระบบของ ธปท. มีความพร้อม แต่หากผู้ประกอบธุรกิจไม่มารายงานตัว จะมีบทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตาม หรือฝ่าฝนหลักเกณฑ์"ทั้งนี้ พระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568 จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ธ.ค. 2568 และประกาศ ธปท. จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. 2568 เป็นต้นไป ปัจจุบันประชาชนใช้บริการเช่าซื้อและลีสซิ่งในวงกว้าง ยอดธุรกรรมคงค้าง สูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท หรือเกือบ 10% ของหนี้ครัวเรือน รวมถึงจำนวนเรื่อง ร้องเรียนมายัง ธปท. ในเรื่องการให้บริการมีค่อนข้างสูง เช่น การให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ปัญหาค่าธรรมเนียม และปัญหายอดหนี้ จึงมีความจำเป็นต้องกำกับดูแลนางสาวพีรจิต กล่าวว่า ในส่วนอัตราดอกเบี้ยของเช่าซื้อ จะมีการทบทวนในช่วงสิ้นปี 2568 นี้ ซึ่งต้องคุยกับผู้ประกอบการอีกครั้ง โดย ธปท.จะพิจารณาอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม หลังจากรับฟังข้อมูลจากผู้ประกอบการ และร่วมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แล้วเสร็จอย่างไรก็ตาม ประเมินว่าการเข้าไปกำกับดูแลในครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจมากนัก แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้น อาจจะต้องดูในส่วนของความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ให้ดีมากยิ่งขึ้น" รายงานข่าวแจ้งว่า อัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อในตลาดในปัจจุบัน กำหนดว่า กรณีรถยนต์ใหม่ตามการคำนวณแบบลดต้นลดดอกจะต้องไม่เกิน 10% ต่อปี รถยนต์ใช้แล้วไม่เกิน 15% ต่อปี และรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 23% ต่อปี แต่ในทางปฏิบัติ การโปะหนี้รถ ไม่ได้ลดต้นลดดอก หรือทำให้ประหยัดดอกเบี้ยลงได้เหมือนกรณีหนี้บ้านทั้งนี้ ผู้ประกอบการ ที่ไม่ขึ้นทะเบียนและรายงานตัวต่อ ธปท. ตามกำหนด จะถูกห้ามประกอบธุรกิจ และหากฝ่าฝนจะมีบทลงโทษ อาทิ บริษัทจะโดนปรับเป็นเงิน 500,000 บาท ผู้บริหารจะโดนโทษปรับอีก 500,000 บาท และหากยังไม่มาขึ้นทะเบียนรายงานตัวจะโดนปรับ อีกวันละ 5,000 บาท เป็นต้น

จริงหรือไม่ ? นายจ้างไม่เอา "เด็กจบใหม่" ทำงานไม่เป็น - ไร้มารยาทธุรกิจ l World Wide Wealth
อ่าน

จริงหรือไม่ ? นายจ้างไม่เอา "เด็กจบใหม่" ทำงานไม่เป็น - ไร้มารยาทธุรกิจ l World Wide Wealth

พ่อแม่ฟังแล้วข่าวนี้แล้วอาจจะหนักใจ หลายคนยอมลำบากเก็บเงินยืมเงินเอามาลงทุนส่งลูกหลานเรียนสูงๆ แต่จบมาสุดท้ายแล้ว ทำไมหางานทำไม่ได้ เตะฝุ่นไปวันๆ ความผิดอาจจะไม่ใช่ว่าตัวเด็กจบใหม่นั้นไม่เก่งหรือไม่ดีพอแต่นี่คือ ปัญหาใหญ่ของบ้านเรา ณ ตอนนี้ และอีกหลายประเทศทั่วโลกนั่นคือ นายจ้างไม่ค่อยอยากได้เด็กรุ่นใหม่ที่ไร้ประสบการณ์ ข้อมูลล่าสุดจากทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ จากการแถลงภาวะสังคมไทยไตรมาสแรกประจำปีนี้ 2568 พบว่าสถานการณ์แรงงานมีประเด็นที่น่าเป็นห่วงนั่นคือ ตลาดแรงงานสำหรับเด็กจบใหม่ หรือคนที่เรียนจบสูงๆ แล้วกำลังหางานทำเป็นงานแรกในชีวิต หรือ First jobber ปัจจุบันนี้มีมีความเสี่ยงตกงานสูงมาก และที่น่าตกใจกว่านั้น คือ ยิ่งเรียนสูง การศึกษาสูง ก็ยิ่งหางานทำไม่ได้ เพราะสภาพัฒน์พบว่ากลุ่มคนที่ว่างงานหรือตกงานมากที่สุดในบ้านเราตอนนี้ก็คือ แรงงานที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาขึ้นไป หรือระดับปริญญามีอัตราว่างงาน ‘สูงที่สุด’ แถมยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยคนที่จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาและยังว่างงานอยู่ตอนนี้มีทั้งหมด 131,600 คน ส่วนการศึกษาในระดับอื่นๆนั้นมีการว่างงานอยู่ในหลักหมื่นเท่านั้น

ศธ. อว. และไมโครซอฟท์ จับมือพลิกโฉมการศึกษาไทยด้วย AI
อ่าน

ศธ. อว. และไมโครซอฟท์ จับมือพลิกโฉมการศึกษาไทยด้วย AI

กระทรวงศึกษาธิการ ผนึกกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมขับเคลื่อนโครงการ THAI Academy - AI in Education มุ่งยกระดับระบบการศึกษาไทยเข้าสู่ยุคใหม่ วางรากฐานพร้อมสร้างโอกาสการเรียนรู้ด้วย AI ให้กับคนไทยทุกช่วงวัย เพื่อส่งเสริมการปฏิรูปการศึกษาด้วยแพลตฟอร์มและเครื่องมือดิจิทัลแห่งอนาคต วิสัยทัศน์การเรียนรู้แห่งอนาคตผ่านTHAI Academyภายใต้วิสัยทัศน์ของท่านนายกรัฐมนตรีในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัลที่มีศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีAIอย่างทั่วถึงและยั่งยืน รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายชัดเจนในการสร้างระบบนิเวศAI ที่เชื่อมโยงกันอย่างบูรณาการ โดยตั้งเป้าผลิตบุคลากรเฉพาะทางด้าน AI จำนวนกว่า 30,000 คน และพัฒนาทักษะการใช้งานในระดับประชาชนทั่วไปให้ได้อย่างน้อย 10 ล้านคนภายในปี 2570 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ ซึ่งแผนขับเคลื่อนดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของบอร์ดAI แห่งชาติที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนำนโยบายดังกล่าวมาปฏิบัติจริงผ่านการกำหนดยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา โดยเน้นการสร้างทักษะ “3+1 ภาษา” ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และภาษาดิจิทัล เพื่อให้เยาวชนไทยมีทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตและทำงานในยุคดิจิทัล การดำเนินงานด้านการศึกษานี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์AIแห่งชาติทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ (1) การส่งเสริมจริยธรรมและกฎหมายด้านAI (2) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (3) การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการศึกษา (4) การวิจัยและนวัตกรรมAI และ (5) การส่งเสริมการใช้ AI ในภาคเศรษฐกิจและสังคม โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับประเทศสู่การเป็นผู้นำในภูมิภาคด้านเทคโนโลยีและการเรียนรู้แห่งอนาคตโครงการTHAIAcademy - AI in Educationจึงเป็นโครงการ ที่มุ่งสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา และยกระดับทักษะ รวมทั้งเตรียมความพร้อมให้คนไทยเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยAI โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ต่อยอดแนวคิดการเรียนรู้แบบ Anywhere Anytime ผ่านแพลตฟอร์มการศึกษาระดับชาติ หรือ National Digital Learning Platform (NDLP) นำเนื้อหาเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์มาบูรณาการ โดยเน้นความกระชับ เข้มข้น และต่อเนื่อง ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนรู้ตามความสนใจได้อย่างยืดหยุ่น โดยในระยะแรกมุ่งสร้างทักษะครอบคลุมนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายกว่า 600,000 คนทั่วประเทศนอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาแพลตฟอร์มNDLPให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยการนำเครื่องมืออัจฉริยะอย่างAI Chatbot และ AI Agent มาให้บุคลากรทางการศึกษาได้ใช้งานเพื่อปรับบทเรียนให้เหมาะสมกับผู้เรียน และยกระดับมาตรฐานการสอนให้เป็นหนึ่งเดียวทั่วประเทศพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า “ความร่วมมือในโครงการAI in Education นี้ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีเข้ามาเติมเต็ม แต่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ยกระดับทั้งผู้เรียนและผู้สอนทั่วประเทศ เราเชื่อว่าAI จะช่วยให้เด็กไทยเข้าถึงทักษะที่พวกเขาสนใจอยากเรียน ส่วนครูเองก็มีเครื่องมือที่พร้อมสนับสนุนให้การสอนมีคุณภาพ ทันสมัย และเท่าเทียม เพื่อให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลาอย่างแท้จริง”เสริมศักยภาพบัณฑิตไทย สู่เศรษฐกิจดิจิทัลกระทรวง อว. ได้ร่วมกับไมโครซอฟท์ สนับสนุนหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้นักศึกษา และประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการเรียนรู้AIได้ฟรี ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง โดยมีเส้นทางการเรียนรู้ที่ออกแบบมาอย่างเป็นระบบ ภายใต้ชื่อโครงการDeveloper AI Skills Journey ซึ่งจะเตรียมความพร้อมให้บัณฑิตไทยสามารถเข้าสู่อาชีพที่กำลังเติบโตในอนาคต เช่น วิศวกร AI นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และผู้เชี่ยวชาญด้าน Prompt Engineering เป็นต้นตัวอย่างหลักสูตรได้แก่ “AI Skills for Everyone”ที่วางรากฐานความเข้าใจปัญญาประดิษฐ์สำหรับผู้เริ่มต้น หรือ“Azure AI: Zero to Hero” ที่เจาะลึกการใช้งานเทคโนโลยีบนแพลตฟอร์มคลาวด์ของไมโครซอฟท์ เพื่อการพัฒนา AI ในระดับสูง เป็นต้นนอกจากนี้ ยังสนับสนุนการพัฒนาระบบmicro-credentialsที่เอื้อให้นักศึกษาจากหลากหลายสาขา สามารถเลือกเรียนบทเรียนทักษะAI ที่ตนเองสนใจ เพื่อเติมเต็มความรู้ และสามารถสะสมเป็นหน่วยกิตในรายวิชาศึกษาทั่วไปผ่านแพลตฟอร์ม GETS ที่นำเนื้อหาจากหลักสูตรของไมโครซอฟท์ ไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบการจัดการเรียนรู้ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า “เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ การพัฒนากำลังคนจึงต้องทันกับความเปลี่ยนแปลง กระทรวง อว. มีบทบาทสำคัญในการปั้นคนไทยในระดับอุดมศึกษาให้มีทักษะที่ตลาดต้องการผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยไม่จำกัดอายุหรือสถานะทางการศึกษา ความร่วมมือในวันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของระบบที่ทุกคนจะมีสิทธิ์เข้าถึงความรู้ใหม่ และสามารถกำหนดอนาคตของตัวเองได้”อนึ่ง กระทรวง อว. ได้จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาทั่วไปและการพัฒนาทักษะข้ามสายงานในสถาบันอุดมศึกษา (GETS)ขึ้น ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา เพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งของทรัพยากรบุคคลให้มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) เป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศ และศูนย์ฯ นี้จะเป็นแพลตฟอร์มรองรับโครงการความร่วมมือดังกล่าวนี้ต่อไป ในอนาคตพลังของพันธมิตรระดับโลก ร่วมสร้างทักษะแห่งอนาคตในโครงการนี้ ไมโครซอฟท์ได้มีบทบาทสำคัญในการเสริมทักษะAIให้กับคนไทย ผ่านหลักสูตรออนไลน์ภาษาไทย ให้เรียนรู้ได้ฟรี ถึง 200 หลักสูตร ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงหลักสูตรเฉพาะทางสำหรับบุคลากร เช่น ครู ผู้บริหาร หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ โดย นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทยกล่าวว่า“วันนี้ คือจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานด้านการศึกษาที่แข็งแกร่ง โดยนำทักษะAI มาให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้อย่างทั่วถึง ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับทักษะภาษา การลดช่องว่างระหว่างผู้สอนและผู้เรียน รวมถึงส่งเสริมประเทศไทยให้ยกระดับจากการเป็นผู้ใช้งานไปสู่ผู้สร้างสรรค์ ด้วยการทำงานร่วมกันกับกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวง อว. เพื่อพัฒนาศักยภาพครูด้วยทักษะ AI ตั้งแต่ระดับพื้นฐานและขั้นสูง และในอนาคต เรามีการวางแผนระยะยาวร่วมกันเพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย”ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการผนึกพลังระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง อว. และภาคเอกชนในการขับเคลื่อนการใช้AIเพื่อการเรียนรู้ในสังคมไทย ทั้งสองกระทรวงมีความมุ่งมั่นที่จะเปิดกว้างต่อความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย หรือภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และตอบโจทย์อนาคตของประเทศไทยอย่างแท้จริง เชื่อมโยงทุกวัย สู่ระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตโครงการTHAIAcademy - AI in Educationยังครอบคลุม ถึงการพัฒนาทักษะAI เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา อาชีวศึกษา ไปจนถึงการเรียนรู้นอกระบบ นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวง อว. ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาคลังหน่วยกิตกลาง หรือ National Credit Bank System ซึ่งจะเป็นระบบที่รวบรวมผลการเรียนรู้ในทุกช่วงวัยเข้าสู่ฐานข้อมูลเดียว และยังมีแอปพลิเคชันพอร์ตโฟลิโอ ที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถวางแผนเส้นทางการศึกษาและอาชีพของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพการศึกษาจึงไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่ในห้องเรียนหรือกรอบของอายุอีกต่อไป แต่จะเป็นระบบที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับโอกาสการทำงานในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม

สำรวจตลาดแรงงาน ทำไมต้องจ้างเด็กจบใหม่ เมื่อพนักงาน Out Source ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่
อ่าน

สำรวจตลาดแรงงาน ทำไมต้องจ้างเด็กจบใหม่ เมื่อพนักงาน Out Source ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่

สถานการณ์แรงงานไทย: ความเสี่ยงที่มากขึ้นสำหรับเด็กจบใหม่ในไตรมาส 1 ของปี 2568 ตลาดแรงงานไทยเผชิญความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะสำหรับแรงงานจบใหม่ ซึ่งมีความเสี่ยงในการตกงานสูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มแรงงานอื่น ๆข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า อัตราการว่างงานของผู้จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาอยู่ที่ 1.84% หรือประมาณ 131,600 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราว่างงานสูงที่สุด ข้อมูลจาก Hult International Business School ร่วมกับ Workplace Intelligence สะท้อนมุมมองของนายจ้างทั่วโลกที่มีต่อเด็กจบใหม่ โดยพบว่า:89% ของผู้บริหาร มีแนวโน้มจะเลี่ยงการจ้างเด็กจบใหม่60% เห็นว่าเด็กจบใหม่ ขาดประสบการณ์จริง55% ขาดทักษะการทำงานเป็นทีม51% ขาดทักษะเฉพาะทางที่เหมาะสม50% ขาดมารยาททางธุรกิจที่เหมาะสมผลการวิเคราะห์ของ TDRI จากประกาศรับสมัครงานออนไลน์ในไทย พบว่า มีเพียง 22.3% ของตำแหน่งงานเท่านั้นที่ไม่ระบุว่าต้องการประสบการณ์ แสดงให้เห็นว่านายจ้างไทยก็ให้ความสำคัญกับ "ความพร้อมในการทำงาน" เช่นเดียวกันเมื่อพนักงานประจำ ไม่ตอบโจทย์เทรนด์การจ้างงานยุคใหม่ไม่เพียงแค่สถิติที่ชี้ว่าเด็กจบใหม่กำลังมีความเสี่ยงต่อการตกงาน และ อาจไม่เป็นที่ต้องการของนายจ้าง และ ตลาดแรงงาน TNN สัมภาษณ์ ผู้จัดการฝ่าย HR ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งให้ข้อมูลว่าองค์กรเอกชนในปัจจุบัน มีเทรนด์การจ้างงานที่มุ่งไปที่ผลลัพธ์ประสิทธิภาพสูง โดยมีค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล และ มักจะหลีกเลี่ยงการจ้างพนักงานประจำที่มีค่าใช้จ่ายระยะยาวทั้งเรื่องสวัสดิการ โบนัส การปรับเงินเดือน ไปจนถึงค่าชดเชยจากการเลิกจ้างโดยเฉพาะองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) ที่พบว่ากำลังปรับแนวทางการจ้างงานอย่างเห็นได้ชัด โดยพบแนวโน้มการจ้างพนักงานสัญญาจ้างระยะสั้น เฉพาะโปรเจกต์ หรือซับคอนแทรกเตอร์เพิ่มขึ้นนอกจากนี้ยังรวมถึงการใช้บริษัทOut Sourceเพื่อเข้ามาสนับสนุนงานทั่วไป เช่น แอดมิน หรือIT Helpdeskที่ถูกมองว่าไม่จำเป็นต้องมีพนักงานประจำอีกต่อไป“งานธุรการ งานทั่วไป ที่เป็นงานความรับผิดชอบไม่สูง ซึ่งเป็นพื้นที่ของเด็กจบใหม่ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานในช่วงเริ่มต้น ไม่ค่อยจำเป็นในยุคปัจจุบัน เมื่อหลายองค์กรมองว่างานในส่วนนี้สามารถจ้างบริษัท Out Source เข้ามาสนับสนุนได้ หรือ บางงานทีต้องการใช้ทักษะเฉพาะ แต่เป็นโปรเจคต์ระยะสั้นก็ปรับมาใช้ Sub contract แทน ทำให้ในอนาคตคาดว่าพนักงานประจำจะเหลือเพียงในส่วนที่เป็นยุทธศาสตร์ของบริษัท หรือ งานที่มีทักษะวิชาชีพเฉพาะเท่านั้น” ผู้จัดการฝ่าย HR อธิบายถึงแนวโน้มการจ้างงานในปัจจุบัน ปรับกฎหมายแรงงาน ให้เท่าทันเทรนด์จ้างพนักงาน ผู้จัดการฝ่าย HR รายนี้มองว่าไม่เพียงความเสี่ยงของเด็กจบใหม่ที่มีความเสี่ยง เพราะเทรนด์การจ้างงานดังกล่าวยังส่งผลต่อพนักงานที่มีประสบการณ์ แต่อาจไม่ตอบโจทย์ขององค์กรด้วย ซึ่งในอนาคตประเทศไทยอาจต้องมีการปรับกฎหมายแรงงานให้สอดคล้องกับการจ้างงานที่หลากหลายรูปแบบมากขึ้น เพราะองค์กรมีแนวโน้มที่จะจ้างพนักงานประจำลดลง“เมื่อเทียบเคียงกับรูปแบบของบริษัทแม่ในเยอรมัน พบว่าที่นั่นมีการจ้างงานที่หลากหลาย รองรับการจ้างงานหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ หรือ Sub contract ก็มีสวัสดิการรองรับตามกฎหมายทั้งประกันสังคม หรือ ประกันสุขภาพ ขณะที่ไทยเองในบางองค์กรมีความพยายามในการลดค่าใช้จ่ายเป็นการจ้างงานแฝง เป็นลักษณะการจ้างแบบผิดกฎหมาย โดยทำเป็นสัญญาจ้างทำของแทน” ผู้จัดการฝ่าย HR ระบุนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สะท้อนผลการสำรวจผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล ในสหรัฐอเมริกา ของ Hult International Business School ร่วมกับ Workplace Intelligence พบว่า ผู้บริหาร กว่า 89% มีแนวโน้มที่จะเลี่ยงการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่ นั่นหมายความว่าเด็กจบใหม่อาจเสี่ยงต่อการตกงานสูงดังนั้น แรงงานจบใหม่ควรเตรียมความพร้อมตนเองให้เหมาะสม ทั้งในด้านทักษะที่จำเป็นต่อสายงานและทัศนคติต่อโลกการทำงาน ขณะที่ภาคการศึกษาต้องเร่งปรับการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด รวมถึงส่งเสริมการฝึกงาน เพื่อสร้างประสบการณ์ทำงานจริงให้แก่นักศึกษาจะเห็นได้ว่าการเข้าสู่ตลาดแรงงานของเด็กจบใหม่ในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องของวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต แต่เป็นเรื่องของ การปรับตัว ทักษะ และทัศนคติ การเข้าใจความคาดหวังของนายจ้างจะช่วยให้สามารถสร้างโอกาสของตนเองได้ดีกว่าส่วนภาคการศึกษาต้องเป็นสะพาน ไม่ใช่แค่ผู้สอน ส่วนภาคธุรกิจอาจต้องเปิดใจมากขึ้นในการร่วมสร้าง "คนทำงานจริง" ไม่ใช่แค่คัดเลือกจากประสบการณ์เท่านั้น

"NIM" แบงก์ไทยไตรมาสแรกปีนี้ ต่ำสุดรอบ 8 ไตรมาส
อ่าน

"NIM" แบงก์ไทยไตรมาสแรกปีนี้ ต่ำสุดรอบ 8 ไตรมาส

นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ Net Interest Margin (NIM) ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยไตรมาส 1 ปี 2568 ปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.8 ในไตรมาส 1 ปี 2568 เป็นการลดลงติดต่อกัน 2 ไตรมาส และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 ไตรมาส สะท้อนถึงรายได้ดอกเบี้ยปรับลดลงตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ขณะที่ ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ ( Return on Assets : ROA) และอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity : ROE) ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ร้อยละ 1.16 และร้อยละ 8.38 ตามลำดับ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธปท.กล่าวว่า NIM ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยซึ่งอยู่ในระดับร้อยละ 2.8 ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน โดยประเทศที่มี NIM สูงกว่าระบบธนาคารพาณิชย์ไทย เช่น อินโดนีเซีย อยู่ที่ประมาณร้อยละ 4.6 ฟิลิปปินส์ที่ประมาณร้อยละ 4.1 เวียดนามที่ร้อยละ 3.3 และประเทศที่มี NIM ต่ำกว่าระบบแบงก์ไทย เช่น สิงคโปร์อยู่ที่ประมาณร้อยละ 2.0 เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ธปท. มองว่า NIM ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยมีแนวโน้มปรับลดลงได้อีก หากธนาคารพาณิชย์มีประสิทธิภาพในการดำเนินการเพิ่มขึ้น และยังขึ้นอยู่กับธนาคารแต่ละแห่งว่ามีพอร์ตสินเชื่อเป็นอย่างไรนอกจากนี้ ธปท. พยายามส่งเสริมเปิดให้เกิดการแข่งขันมากขึ้นภายใต้โครงการ Open Data ของธปท. เปิดการกว้างการแข่งขันเพิ่มขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการเงิน เช่น การให้ใบอนุญาตธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) เป็นต้น จะเป็นปัจจัยทําให้ NIM ของระบบแบงก์ไทยปรับลดลงได้อีกในอนาคต

สอบ TCAS68 ประกาศผลแล้ว เปิด 15 หลักสูตร มีผู้สมัครมากที่สุด รอบ 3 Admission
อ่าน

สอบ TCAS68 ประกาศผลแล้ว เปิด 15 หลักสูตร มีผู้สมัครมากที่สุด รอบ 3 Admission

การสอบ TCAS (Thai University Cantral Admission) คือ การสอบเพื่อการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา หรือเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีประกาศผลครั้งที่ 1 สมัครแอดมิชชั่น (Admission) ทั้งนี้ วันนี้ 20 พฤษภาคม 2568 เป็นการประกาศผลครั้งที่ 1 ทุกคนที่สมัครแอดมิชชั่น (Admission) โดยยืนยันสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2568จากนั้นระบบจะมีการประกาศผลอีกครั้งวันที่ 25 พฤษภาคมและสามารถสละสิทธิ์ได้ถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2568ผู้สมัครแต่ละคนสามารถ สละสิทธิ์ได้สูงสุดเพียง 1 ครั้ง และต้องดำเนินการในช่วงเวลาที่เปิดให้เท่านั้น เพื่อจะสมัครรอบถัดไปได้26 พฤษภาคม 2568 เฉพาะผู้ที่ยืนยันสิทธิ์รอบ 3 Admission และไม่เคยสละสิทธิ์มาก่อนเท่านั้นประกาศจำนวนที่นั่งรอบ 4 Direct Admission ที่ mytcas.com วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 15 หลักสูตร สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admissionทั้งนี้ 15 หลักสูตร ที่มีจำนวนผู้สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้ สถิติการรับสมัครรอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิทินสอบ TCAS68 เตรียมความพร้อมเพื่อศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา

เจาะต้นตอ ‘นิคมศูนย์เหรียญ’ ปลวกแดง : ใบ รง.4 โอนง่าย ข้าราชการไทยมีเอี่ยว? | TNN Story Teller
อ่าน

เจาะต้นตอ ‘นิคมศูนย์เหรียญ’ ปลวกแดง : ใบ รง.4 โอนง่าย ข้าราชการไทยมีเอี่ยว? | TNN Story Teller

นิคมศูนย์เหรียญ คืออะไร ?เป็นโมเดลธุรกิจที่เอาเปรียบคนไทยในทุกมิติคือ โรงงานในไทย แต่กระทำการโดยชาวต่างชาติ 100%ทำแบบครบวงจร ผลิต ประกอบ ส่งออก ค้าขายโดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมายกำไรขนออกไปหมด เหลือให้ไทยไว้เพียง ค่าแรงขั้นต่ำ ขยะอุตสาหกรรม มลพิษสิ่งแวดล้อมทำร้ายธุรกิจไทย เพราะส่งกลับมาขายตัดราคารัฐไม่ได้อะไรเพราะส่วนใหญ่หลบเลี่ยงไม่จ่ายภาษีเป็นอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาวนี่จึงเป็นวาระเร่งด่วนที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังเร่งปราบปราม และ น่าชื่นชมมากๆแต่นอกจากจับกุม สิ่งที่เป็นต้นตอที่สมควรถูกแก้ไขด้วยอาจเป็นการ จัดการ ภายในบ้าน นั่นคือ แก้ไขกฎหมาย และ ขยายผลว่ามีข้าราชการไทย สมรู้ร่วมคิด ด้วยหรือไม่? ไม่เช่นนั้นเพราะเหตุใด ขั้นตอนอะไร ๆในการขออนุญาตจัดตั้งโรงงาน จึงดูง่ายเหลือเกินเหมือนเคสที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง หลังนายเอกนัฏ รมว.อุตสาหกรรม ได้รับการประสานจาก นายชุติพงศ์ สส.พรรคประชาชนว่ามีนิคมโรงงานหนึ่งในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ต้องสงสัยว่าอาจเข้าข่ายโรงงานนิคมศูนย์เหรียญ ประกอบกิจการโรงงานโดยไม่เป็นไปตามที่ขอจึงส่งม้าเร็ว ชุดตรวจสุดซอย ไปตรวจสอบ และ ได้พบว่ามีการทำผิดกฎหมายจริงในพื้นที่จะมี 4 โกดัง เจ้าของโกดัง คือ บริษัท ซีเอสเค เอสเตรทที่มี นายหว่าน ชิว เฉิน รับเป็นเจ้าของแต่ปล่อยให้ บริษัทจีนอีก 3-5 บริษัทเช่า เพื่อทำเป็นโรงงานและทำกิจการไม่ตรงกับตอนขอใบ รง. 4 เช่นขอว่า เป็นโรงงานผลิตเชือก สลิง แต่เป็นโรงงานผลิตสายรัดของแจ้งว่าเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ แต่กลับแบ่งพื้นที่ให้บริษัทผลิตแม่แรงไฮดรอลิกส์อยู่ร่วมผลิตด้วย โดยไม่ได้ขออนุญาตซึ่งเคสนี้พบพฤติการณ์ฉลาดแกมโกง คือ การเสนอ “ แพ็กเกจสำเร็จรูป ”ปล่อยให้เช่าโกดัง + โอนใบ รง.4 ทันที ใบ รง. 4 คืออะไร? คือ ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535ออกโดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมพูดง่าย ๆ ถ้าใครจะ “ตั้งโรงงาน” หรือ ทำธุรกิจที่ต้องใช้ เครื่องจักรตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือ แรงงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป หรือ กิจการเข้าข่ายเสี่ยงต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เสียง กลิ่น ควัน ต้องขอใบอนุญาตนี้ก่อน ซึ่งต้องระบุชัดเจนว่าจะประกอบกิจการใดแต่มีช่องโหว่ คือ ถ้ามีการงอกประเภทกิจการทีหลัง มันก็ไปขอเพิ่มได้ และ ไม่มีวันหมดอายุและ การตรวจสอบย้อนกลับซับซ้อน ทำได้ยากจึงเกิดพฤติการณ์ ฉลาดแกมโกง คือนายหว่าน ชิว เฉิน เจ้าของโกดัง เป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวจีนจะมองหา ทำเลดีในไทย ที่เหมาะแก่การทำโรงงานจากนั้นเขาจะสร้างเป็นโกดังเปล่าขึ้นมา เพื่อรอปล่อยเช่า โดยไม่ได้คิดจะทำโรงงานเองแต่แรกจากนั้นจะไปขอใบ รง.4 มารอไว้เลยโดยระบุประเภทกิจการเอาไว้หลวมๆไว้ และ ติดป้าย ให้เช่าโกดัง พร้อมโอนใบ รง.4 ถ้ากิจการไม่ตรง → ไปขอ “เพิ่มประเภทกิจการ” เอาทีหลังอาจไม่ผิดกฎหมาย เพราะมีช่องโหว่ที่ไม่ได้ระบุว่า คนขอ กับ คนดำเนินกิจการต้องคนเดียวกันแต่หากมองดีๆจะเห็นว่า มันผิดเจตนาของกฎหมายฉบับนี้ ที่ตั้งจะออกให้กับคนที่ต้องการทำกิจการโรงงานจริงๆ ไม่ใช่ให้เพื่อนำไปส่งเสริมการขายแต่ที่ทำได้ก็เพราะ ใบ รง.4 นั้นยังคงมีช่องโหว่ ดังนี้✅ ขอมารอก่อนได้ แล้วค่อยทำโรงงานทีหลัง แค่แจ้งประเภทกิจการ ✅ หลังการขอเสร็จสิ้น มักไม่ค่อยมีการตรวจสอบเชิงลึกว่า คนขอทำเองจริงหรือไม่✅ มีกระบวนการให้ “โอนใบ รง.4” ไปให้คนอื่นได้✅ ไม่มีระบบติดตามว่า “ผู้รับโอน” นำไปใช้ประกอบกิจการถูกต้องตามที่ขอหรือไม่?คำถามคือ ทำไมการขอใบ รง.4 ของชาวต่างชาติตั้งโรงงานจึงดูง่าย รู้ช่องโหว่ทางกฎหมายเป็นไปหรือไม่ ว่าเคสนี้จะไม่มีคนไทย หรือ คนในกระทรวงเอง คอยช่วยเหลือ ?เรื่องนี้ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าทีมสุดซอย ของรมว.เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ระบุว่า“กรณีของบริษัท ซีเอสเค มีใบ รง.4 ประเภทเดียวกัน 3-4 ใบแถมยังโอนไปยังผู้เช่าโกดังในห้วงเวลาเดียวกันได้อีกต้องไปไล่ดูว่า มีช่องโหว่ในกระบวนการขออนุญาตของ กรอ.หรือ มีเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เอื้อประโยชน์ หรือสนับสนุนผู้ประกอบการ ในการกระทำความผิด ด้วยหรือไม่? ..."ดังนั้นก็แสดงว่าที่เราสงสัยก็อาจจะมีมูล📉นิคมศูนย์เหรียญ ทำประเทศไทยเสียอะไรบ้าง?“เสียรายได้เข้ารัฐ…เพราะธุรกิจพวกนี้มีช่องทางเลี่ยงภาษี“เสียการแข่งขันการค้า…เพราะสินค้าเขาผลิตด้วยต้นทุนต่ำ ขายถูกกว่า”“เสียสิ่งแวดล้อม…น้ำเสีย ขยะอิเล็กทรอนิกส์ กลิ่นไม่พึงประสงค์เพราะมักจัดการไม่ดี”“เสียความมั่นคงทางเศรษฐกิจ…ไม่มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ”เสียโอกาสคนไทย…แรงงานไทยได้แค่ค่าแรงขั้นต่ำ เสียพื้นที่ในประเทศไปฟรีๆ ในขณะที่คนไทยไม่มีที่ทาง และ ไม่มีเงินมากพอจะซื้อที่มาทำธุรกิจ หรือต่อให้มี ก็รวยไม่ทันเศรษฐีจีน คนไทยช่วยกันได้ยังไง เพื่อหยุดนิคมศูนย์เหรียญ✅ อย่าเงียบ ถ้าเห็นอะไรผิดปกติในละแวกบ้านคุณโกดังใหม่ที่มีคนต่างชาติเข้า-ออกแปลกๆโรงงานในพื้นที่ชุมชนที่ส่งกลิ่น/น้ำเสีย แจ้งสายด่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรม 02-202-4000✅ สนับสนุนสินค้าไทยไม่สนับสนุนสินค้าราคาถูก จากต่างชาติที่ล้วนแล้วอาจมีที่มาไม่โปร่งใส และ สินค้าไม่ได้มาตรฐาน อาจเป็นอันตราย✅ ร่วมลงชื่อ / สนับสนุนกลไกแก้ไขกฎหมายถึงเวลาที่กระทรวงอุตสาหกรรมต้อง แก้กฎหมาย รง.4 ให้ชัดเจน:ผู้ขอต้องมีเจตนา “ทำกิจการเอง” เท่านั้นห้ามโอนใบอนุญาตแบบเสรีมีระบบตรวจสอบย้อนหลัง-ติดตามการใช้จริง“มาสร้างปัญหา และขนกำไรกลับบ้าน ทิ้งไว้แต่ของเสียให้คนไทยดูต่างหน้าถ้าคนไทยรับรู้ แต่ยังไม่ช่วยกัน สอดส่อง ปกป้องบ้านตัวเองอีกไม่นาน…คนไทยอย่างพวกเราอาจกลายเป็นแค่ ผู้ให้เช่าบ้าน ในประเทศของตัวเอง”

ก.ล.ต. สั่งปรับปรุงนิยาม "ผู้ลงทุนสถาบัน" เเละ ปรับปรุงเฮียริ่งเกณฑ์การจัดส่งงบการเงินของผู้จัดการกองทรัสต์ฯ
อ่าน

ก.ล.ต. สั่งปรับปรุงนิยาม "ผู้ลงทุนสถาบัน" เเละ ปรับปรุงเฮียริ่งเกณฑ์การจัดส่งงบการเงินของผู้จัดการกองทรัสต์ฯ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)มีแนวคิดในการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดส่งงบการเงินของผู้จัดการกองทรัสต์ฯ เพื่อลดภาระและความซ้ำซ้อนในการจัดส่งงบการเงินของผู้จัดการกองทรัสต์ฯ ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม (บลจ.) และปรับปรุงระยะเวลาครบกำหนดการจัดส่งงบการเงินให้สอดคล้องกับ บลจ.ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 1. ให้ผู้จัดการกองทรัสต์ฯ จัดทำและส่งงบการเงินของบริษัทต่อ ก.ล.ต. ภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชี จากเดิมที่กำหนดจัดส่งภายใน 3 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชี2. ให้ส่งงบการเงินในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้จัดการกองทรัสต์ฯ ที่เป็น บลจ. ให้ส่งผ่านระบบรับส่งการรายงานเกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์ จากเดิมให้ส่งผ่านระบบดังกล่าวและส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ ก.ล.ต. จัดไว้ด้วย สำหรับผู้จัดการกองทรัสต์ฯ ที่มิใช่ บลจ. ให้จัดส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ ก.ล.ต. จัดไว้ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. ผู้เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่ https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1074 หรือทางอีเมล fundraisingpolicy@sec.or.th จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2568 นอกจากนี้ยังมีการ ปรับปรุงนิยาม "ผู้ลงทุนสถาบัน" โดยให้กองทุนส่วนบุคคล (private fund) เป็นผู้ลงทุนสถาบัน โดยไม่ต้องพิจารณาคุณสมบัติของผู้ลงทุนรายบุคคลที่ใช้บริการ เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับภาคธุรกิจในการดำเนินการ โดยยังมีความคุ้มครองผู้ลงทุนในระดับที่เหมาะสม โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไปก.ล.ต. ปรับปรุงนิยามผู้ลงทุนสถาบันในส่วนของกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund: PF) โดยกำหนดให้กองทุนส่วนบุคคลเป็นผู้ลงทุนสถาบันได้โดยไม่ต้องพิจารณาคุณสมบัติของผู้ลงทุนที่ใช้บริการ (look through) เนื่องจากกองทุนส่วนบุคคลบริหารจัดการโดยผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคล (ผู้ประกอบธุรกิจ) ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.อีกทั้งผู้ประกอบธุรกิจยังมีหน้าที่ในการจัดประเภทผู้ลงทุนและจัดการลงทุนให้เหมาะสมกับประเภทลูกค้า ซึ่งจะทำให้หลักเกณฑ์สอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแล PF และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับภาคธุรกิจในการดำเนินการ ในขณะที่ยังมีความคุ้มครองผู้ลงทุนในระดับที่เหมาะสมทั้งนี้ ประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเผยแพร่ลงในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป

ประวัติ วง Blyss จากเพลง Verified (ติ๊กถูก)
อ่าน

ประวัติ วง Blyss จากเพลง Verified (ติ๊กถูก)

ประวัติ วง Blyss วง "Blyss" เกิร์ลกรุ๊ปเจเนอเรชั่นใหม่แห่งวงการ T-POP ที่มาแรงสุด ๆ ในเวลานี้ จากค่าย BEC Music ซึ่งเป็นการรวมตัวของ 3 สาว ที่ประกอบด้วย "ลิซ่า อลิซา, แคนดี้ สุภาภัสสร์, นีญ่า มากีลา" ที่ได้เดบิวต์อย่างเป็นทางการใน เพลง "Verified (ติ๊กถูก)" มียอดวิวสูงถึง 1 ล้านวิว ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน ด้วยเนื้อเพลงและจังหวะเมโลดี้ที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกสดใสชนิดที่ใครฟังก็ชวนติดหูด้วยทักษะการเต้น การร้อง และคาริสม่าที่ตกแฟนคลับไปได้เต็ม ๆ งานนี้เลยขอถือโอกาสพาทุกคนไปทำความรู้จักสาว ๆ ให้มากขึ้นไปด้วยกัน ประวัติ วง Blyss สมาชิกวง Blyss "ลิซ่า อลิซา แอน ไฮน์ส" อายุ : 21 ปี เกิดวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 ลูกครึ่งไทย - อเมริกัน การศึกษา : กำลังศึกษาปริญญาตรี ปี 4 คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยมหิดล อาหารที่ชอบ : กะเพราไก่ไข่ดาว, ชาเขียวมัทฉะ งานอดิเรก : ร้องเพลง, เต้น, เชียร์บาสเก็ตบอล, เต้นซุมบ้า, โยคะ ตำแหน่ง : แร็ปเปอร์ (พี่ใหญ่ของวง) จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิง : เป็นคนที่โตมาแบบ introvert เป็นคนที่ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าพูด แต่เป็นคนชอบฟังเพลงมากประมาณ ป.6 ม.1 ก็ขอคุณแม่ไปเรียนร้องเพลง จนมีโอกาสได้ประกวดตั้งแต่นั้นมาทำให้หนูเริ่มมีความกล้ามากขึ้น ก่อนเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงจากการเข้าประกวดมิสทีนไทยแลนด์ จากนั้นก็เริ่มมีผลงานมาเรื่อย ๆ จนมีผลงานการแสดงก่อนเริ่มเดบิวส์เป็นนักร้องแบบเต็มตัว ผลงานการแสดง : แค้น / ผู้บ่าวสุดซ่าส์กะอีหล่าขาซิ่ง ช่องทางการติดตาม : IG allyssa_ann "แคนดี้ สุภาภัสสร์ ผลเจริญรัตน์" อายุ : 17 ปี เกิดวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ลูกครึ่งไทย - เวียดนาม การศึกษา : โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน (มัธยมศึกษาปีที่ 5) อาหารที่ชอบ : อาหารอิตาเลีย พลาสต้า, สปาร์เก็ตตี้ งานอดิเรก : เต้น, ฟังเพลง, เล่นสเก็ตบอร์ด ตำแหน่ง : เต้น จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิง : เริ่มต้นจากการเป็นนักแสดงเด็กก่อนค่ะ แล้วก็มีเพื่อนคุณแม่มาชักชวนให้ไปลองแคสงานดูเราก็ไปลองดู เริ่มจากถ่ายโฆษณา จากนั้นก็เริ่มมีโอกาสเล่นละคร ถ่ายแบบ เดินแบบ จนได้เข้ามาอยู่ในสังกัดช่อง 3 พอได้เริ่มเข้าสู่งานในวงการเต็มตัวก็รู้สึกสนุกและท้าทายมาก โดยเฉพาะตอนที่เข้ามาเป็น Trainee อยู่ 2 ปี พวกเราตั้งใจฝึกฝนทักษะ ทั้งร้อง ทั้งเต้น การเพอร์ฟอร์ม หนักมากจริง ๆ จนเราได้มีซิงเกิลเดียวเป็นของตัวเองครั้งแรก ผลงานการแสดง : เกมปรารถนา / เพลิงพรางเทียน / กลเกมรัก / คุณพี่เจ้าขาอิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์ / เมื่อตะวันลับฟ้าก็จะเป็นเวลาของดวงดาว / ยี่หวาดาตัง ช่องทางการติดตาม : IG candy_supapatt "นีญ่า มากีลา" อายุ : 16 ปี เกิดวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2552 ลูกครึ่งไทย ฟินแลนด์ การศึกษา : ปัจจุบันเรียน GED มีแพลนสอบเทียบเข้ามหาวิทยาลัย อาหารโปรด : เพสโต้, พลาสต้า, คอหมูย่าง งานอดิเรก : ร้องเพลง, เต้น, มิกซ์เพลง, ทำขนม ตำแหน่ง : ร้อง จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิง : เริ่มจากถ่ายคลิป Cover Challenge เป็นกาสะลอง ซ้องปีบ มีผู้ใหญ่เห็นหนูจากตรงนั้นหนูเลยมีโอกาสได้เข้ามาแคสงานที่ช่อง 3 และได้รับโอกาสได้เป็น Trainee ของค่าย BEC Music หนูเป็นคนที่กล้าแสดงออกมาตั้งแต่เด็ก ทั้งร้อง ทั้งเต้น การแสดง อาจจะเพราะว่าคุณพ่อก็ชอบเรื่องเพลงด้วยเหมือนกัน แต่งเพลงเอง มิกซ์เพลงเอง ก็มองคุณพ่อเป็นต้นแบบในด้านนี้มาตลอด จนมาถึงตอนนี้ได้เป็นนักร้องเต็มตัวเหมือนได้สานฝันตัวเองในวัยเด็ก เป็นอีกหนึ่งความทรงจำดี ๆ ที่หนูจะเก็บไว้ ผลงานการแสดง : ภาพยนต์ นาคบรรพ์ ช่องทางการติดตาม : IG neeyamakela ผลงานเพลง ในฐานะศิลปิน วง Blyss เพลง ติ๊กถูก (Verified) ไอจี วง Blyss ลิซ่า อลิซา https://www.instagram.com/allyssa_ann/ แคนดี้ สุภาภัสสร์ https://www.instagram.com/candy_supapatt/ นีญ่า มากีลา https://www.instagram.com/neeyamakela/

วิธีปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ออนไลน์ล่าสุด เช็กสถานะ-เงื่อนไขก่อนทำสัญญา
อ่าน

วิธีปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ออนไลน์ล่าสุด เช็กสถานะ-เงื่อนไขก่อนทำสัญญา

วิธีปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ออนไลน์ล่าสุด เช็กสถานะ-เงื่อนไขก่อนทำสัญญาเปิดขั้นตอนทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ กยศ.ออนไลน์ ใครบ้างมีสิทธิเข้าร่วม เช็กสถานะผู้กู้ เงื่อนไข และสิทธิประโยชน์ครบตรวจสอบสถานะปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ล่าสุดทำสัญญาออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง เช็กก่อน! คุณอยู่ในกลุ่มมีสิทธิหรือไม่ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แจ้งปรับแผนดำเนินการหักเงินเดือนผู้กู้ยืมที่มีสถานะค้างชำระ โดยกำหนดยอดหักสูงสุด 3,000 บาทต่อบัญชี เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 เป็นต้นไป เว้นแต่ผู้กู้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ไว้แล้วหากไม่ต้องการให้ถูกหักเงินเดือน ผู้กู้สามารถดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้ขอปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อลดค่างวดรายเดือน ขยายระยะเวลาชำระ ลดเบี้ยปรับ 100% และ ปลดผู้ค้ำประกันชำระหนี้ค้าง ให้ครบถ้วน พร้อมแจ้งหลักฐานต่อนายจ้าง เพื่อลดยอดหักเงินเดือนกลุ่มผู้กู้ที่สามารถขอปรับโครงสร้างหนี้ได้กลุ่มก่อนฟ้องคดีกลุ่มที่ถูกบอกเลิกสัญญาแต่ยังไม่ถูกฟ้องกลุ่มที่ถูกฟ้องแต่ยังไม่มีคำพิพากษากลุ่มที่ศาลมีคำพิพากษาแล้วแต่ยังไม่ถูกบังคับคดี หรือถูกบังคับคดีแล้วกลุ่มอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระเงื่อนไขสําหรับการปรับโครงสร้างหนี้ กยศ.ผู้กู้ต้องชำระหนี้แบบรายเดือน เท่ากันทุกเดือนต้องชำระภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน และปิดบัญชีใน ระยะเวลาไม่เกิน 15 ปีอายุผู้กู้เมื่อถึงงวดสุดท้ายต้องไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ดอกเบี้ยใหม่อยู่ที่ 1% ต่อปี และเบี้ยปรับ 0.5% ต่อปีเมื่อปิดบัญชีสำเร็จจะได้รับ ส่วนลดเบี้ยปรับ 100%เมื่อทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ผู้ค้ำประกันจะพ้นภาระทันทีหากผิดนัดชำระสะสมครบ 6 งวด หรือหากเหลืองวดไม่ถึง 6 งวดแล้วค้างแม้แต่งวดเดียว สัญญาจะถือเป็น โมฆะ และจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องหรือบังคับคดีอีกครั้งอ่านฉบับเต็มคู่มือการใช้งาน การคำนวณยอดหนี้ใหม่กยศ. จะคำนวณยอดหนี้ใหม่ โดยเริ่มจากหนี้เงินต้น (เฉพาะส่วนที่ครบกำหนด)ดอกเบี้ยเบี้ยปรับกรณีไม่มีหนี้คงเหลือ จะถือว่าผู้กู้ปิดบัญชีแล้ว และได้รับสิทธิปรับโครงสร้างหนี้พร้อมส่วนลดเบี้ยปรับเต็มจำนวนวิธีทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ออนไลน์ (e-Contract) ล่าสุด 2568การปรับโครงสร้างหนี้ผ่านระบบออนไลน์ของ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว ผู้กู้สามารถทำได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจน พร้อมระบบลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Contract)ตั้งค่าเบราว์เซอร์ Google Chrome ก่อนเริ่มเพื่อให้ใช้งานระบบได้อย่างราบรื่น ควรตั้ง Google Chrome เป็นเบราว์เซอร์เริ่มต้นAndroidเข้า Settingsเลือก Apps หรือ Default Appsเลือก Default Browser Appตั้งค่าเป็น Google ChromeiOSเข้า Settingsค้นหาและกด Google Chromeเลือก Default Browser Appตั้งค่าเป็น Google Chromeขั้นตอนการทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ออนไลน์เข้าเว็บไซต์ระบบ e-Contract และกด “ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้”กรอกเลขประจำตัวประชาชนกรอกวัน/เดือน/ปีเกิด (พ.ศ.)ยืนยันตัวตนด้วยแอป ThaID โดยสแกน QR Codeกรอกเบอร์โทรศัพท์ อีเมล และเลือกบัญชีเงินกู้ที่ต้องการปรับโครงสร้างทำเครื่องหมายยอมรับเงื่อนไขการเก็บข้อมูล แล้วกด “บันทึกรายละเอียด”ตรวจสอบข้อมูลยอดหนี้และงวดผ่อนชำระ แล้วกด “รายละเอียดสัญญา”ยืนยันความถูกต้องของข้อมูล แล้วกด “ยืนยัน”สแกน QR Code ด้วย ThaID เพื่อยืนยันตัวตนและลงลายมือชื่อระบบจะส่งลิงก์ยืนยันการลงนามไปที่อีเมล ให้กดยืนยันภายใน 5 นาทีหากยืนยันสำเร็จ ระบบจะแจ้งว่า “ทำรายการเรียบร้อย”หากมีหลายบัญชี ระบบจะแจ้งให้ดำเนินการต่อในบัญชีอื่นตรวจสอบและดาวน์โหลดสัญญาได้จากระบบกยศ. เปิดให้ผู้กู้ที่มีสถานะค้างชำระสามารถขอปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ได้ ลดค่างวด ผ่อนนานขึ้น ลดเบี้ยปรับ 100% พร้อมปลดผู้ค้ำ ตรวจสอบสิทธิ-สถานะก่อนยื่นคำขอผ่านระบบ e-Contract เพื่อไม่ถูกหักเงินเดือน

กยศ. ชี้แจงกรณีหักเงินเพิ่ม 3,000 บาท เฉพาะกลุ่มค้างจ่าย
อ่าน

กยศ. ชี้แจงกรณีหักเงินเพิ่ม 3,000 บาท เฉพาะกลุ่มค้างจ่าย

ดร.นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่ กยศ. ได้แจ้งนายจ้างให้หักเงินเดือนผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้เพิ่มอีก 3,000 บาทนั้น กยศ. ขอชี้แจงว่า เนื่องด้วย กยศ. ได้ดำเนินการติดตามหนี้ผู้กู้ยืมทุกรายที่ยังมียอดหนี้ค้างชำระ ซึ่งรวมถึงผู้กู้ยืมที่อยู่ในระบบหักเงินเดือน โดยก่อนหน้านี้ กยศ. ได้แจ้งหักเงินเดือนซึ่งไม่ได้นำยอดหนี้ค้างชำระเดิมของผู้กู้ยืมมารวมในการแจ้งหักเงินเดือนด้วยและได้แจ้งให้ผู้กู้ยืมมีหน้าที่ชำระเงินยอดหนี้ค้างชำระด้วยตนเองให้ครบถ้วน แต่ผู้กู้ยืมบางรายไม่ได้มีการชำระเงินดังกล่าวจึงทำให้มียอดหนี้ค้างสะสม และบางรายได้ขอลดจำนวนเงินหักเงินเดือน แต่ไม่ได้ชำระส่วนต่างให้ครบถ้วนภายในวันที่ 5 กรกฎาคมของงวดปีนั้นๆ ดังนั้น กยศ. จึงมีความจำเป็นในการเพิ่มจำนวนเงินที่หักต่อเดือนบัญชีละ 3,000 บาท ซึ่ง กยศ. ได้จัดส่งหนังสือแจ้งไปยังที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร์ให้ผู้กู้ยืม และได้ส่งอีเมลให้นายจ้างทราบแล้ว โดยสามารถตรวจสอบยอดหนี้ค้างชำระได้ด้วยตนเองผ่านแอป กยศ.Connectทั้งนี้ กยศ. ขอเชิญชวนให้ผู้กู้ยืมที่มียอดหนี้ที่ค้างชำระมาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ www.studentloan.or.th เพื่อได้รับสิทธิขยายระยะเวลาผ่อนชำระอีก 15 ปี ปลดภาระผู้ค้ำประกันและลดเบี้ยปรับ 100%ซึ่งจะทำให้การแจ้งหักเงินเดือนในเดือนถัดไปมียอดที่ลดลงตามเงื่อนไขในสัญญาปรับโครงสร้างหนี้

กสศ. ปั้นแรงงานทักษะสูง! นศ.ทุน 2,603 คน จบพร้อมลุย ชี้การศึกษาคุ้มค่าเทียบหุ้น Super Stock
อ่าน

กสศ. ปั้นแรงงานทักษะสูง! นศ.ทุน 2,603 คน จบพร้อมลุย ชี้การศึกษาคุ้มค่าเทียบหุ้น Super Stock

วันที่ 16 มีนาคม 2568 อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ห้องแซฟไฟร์ 204-205 เมืองทองธานี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศให้กับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงที่สำเร็จการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 2,603 คน จากสถานศึกษาสายอาชีพในโครงการฯ จำนวน 78 แห่ง ครอบคลุม 39 จังหวัด โดยจัดพร้อมกัน 10 จังหวัด สำหรับสาขาที่จบเป็นสาขาเป้าหมายหลักในการพัฒนาประเทศ สาขาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและเทคโนโลยีดิจิทัล (STEM) เช่น ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ เทคโนโลยีเกษตรนวัต เมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ ช่างอากาศยาน เทคนิคระบบขนส่งทางราง เทคนิคยานยนต์ไฟฟ้า การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ช่างไฟฟ้ากำลัง ช่างผลิตเครื่องมือและแม่พิมพ์ อาหารและโภชนาการ การจัดประชุมและนิทรรศการดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า การดำเนินงานของกสศ. มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดหลักประกันการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้เต็มตามศักยภาพ สำหรับเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส ให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อระดับที่สูงกว่าการศึกษาภาคบังคับ(ม.3) เพิ่มขึ้น เพื่อโอกาสในการก้าวออกจากกับดักความยากจนข้ามรุ่น โครงการนี้ทดลองดำเนินงานมาแล้ว 6 รุ่น พบว่า การสนับสนุนทุนการศึกษาระยะสั้น เช่น หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ และสาขาเป้าหมายหลักในการพัฒนาประเทศ คือรูปแบบการเรียนรู้ที่แก้ปัญหาความยากจนให้แก่เยาวชนกลุ่มนี้ได้ผลมากที่สุด เปลี่ยนชีวิต มีอาชีพ สร้างรายได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ช่วยยกระดับทางสังคม (Social Mobility) และขจัดความยากจนข้ามชั่วคนได้ในรุ่นของตนเอง“กสศ. ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังได้ประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม จากการลงทุน (Social Return on Investment : SROI) ในโครงการนี้ โดยประเมินรายได้ตลอดช่วงชีวิต พบว่า ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง โดยเฉลี่ย SROI ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 2- 4 เท่า ถือว่าเป็นการลงทุนที่มีผลตอบแทนทางสังคมที่สูงมาก แต่ความคุ้มค่าที่สุดของการลงทุนไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่เป็นความคุ้มค่าที่เราสร้างคนที่มีทักษะชีวิต มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคม มากกว่าเศรษฐกิจของตนเองและครอบครัวเพียงอย่างเดียว แต่อยากทำเพื่อผู้อื่น สัญญาทุนเราอาจจบในวันนี้ แต่สัญญาใจที่จะร่วมกันพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและประเทศไทยจะไม่มีวันสิ้นสุดตลอดไป”ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ที่จบการศึกษารุ่นนี้ มีภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมสนับสนุนงบประมาณลงทุนร่วมกับ กสศ. ในลักษณะทุนการศึกษา เช่น สลากการกุศลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2567 ที่รัฐบาลสนับสนุนให้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สนับสนุนเยาวชนอีกจำนวน 456 คน ได้ทุนเรียนต่อหลักสูตรระยะสั้น 1 ปี ในสาขาผู้ช่วยพยาบาล และผู้ช่วยทันตแพทย์ใน 15 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ “ตามนิยามของ ดร.นิเวศน์ กูรูการลงทุนหุ้นสายคุณค่า (VI ) หุ้น Super Stock คือหุ้นที่มีการเติบโตอย่างน้อย 10 เท่า ภายในระยะเวลา 10 ปี การลงทุนในนักเรียนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงเหมือนการลงทุนในหุ้น Super Stock ของคนไทยทุกคนที่มีส่วนได้สนับสนุนการพัฒนาน้องๆ จากเด็กในครัวเรือนยากจน สู่การเป็นผู้ประกอบอาชีพผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ ช่างไฟฟ้า ช่างเทคนิคระบบราง ช่างแมคคาทรอนิสค์และหุ่นยนต์ ที่มีการเติบโตทั้งความรู้ความสามารถ และชีวิตที่มุ่งช่วยเหลือผู้อื่นและประเทศชาติ เป็นการเติบโตรอบด้านมากกว่า 10 เท่า ปัจจุบันมีหน่วยงานมาร่วมลงทุนในเด็ก Super Stock เหล่านี้กับ กสศ. จำนวนมาก นอกจากสลากการกุศล ยังมี มูลนิธิ 50 ปีธนาคารแห่งประเทศ มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย”ดร.ไกรยส ระบุว่า จากข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนปีที่เข้ารับการศึกษาโดยเฉลี่ย (Average years of schooling) และรายได้ต่อหัวประชากร (GDP per capita) พบว่าประเทศที่มีประชากรที่ได้รับการศึกษาได้ในระดับที่สูง จะมีแนวโน้มมีรายได้ต่อหัวประชากรที่สูงด้วยเช่นกัน โดยหากเปรียบเทียบในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะพบว่าประชากรในประเทศไทยได้รับการศึกษาโดยเฉลี่ย 9.32 ปี หรือราวระดับการศึกษาบังคับ(ม.3) ซึ่งสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่มีระดับรายได้ต่อหัวประชากรต่ำกว่าอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย ขณะที่่ประเทศที่มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าไทย เช่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ หรือในประเทศเสือเศรษฐกิจในเอเชียอื่น ๆ เช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน ต่างมีประชากรที่มีระดับการศึกษาสูงกว่าการศึกษาภาคบังคับ อยู่ที่ 11 - 13 ปีทั้งสิ้น สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของทุนมนุษย์ในการยกระดับรายได้และเศรษฐกิจของประเทศ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การต่อสู้ และการใช้ชีวิต ให้แก่นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง กล่าวว่า การลงทุนกับการเรียนการศึกษาเป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผลตอบแทนดี คุ้มค่า ความมั่งคั่งของความรู้ ในที่สุดแปลงเป็นเงินได้ทั้งหมด นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ซึ่งแต่ละคนมีฐานะทางบ้านยากจนแต่กลับอยากเรียนหนังสือ อยากเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น ถือว่าทุกคนเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะความคิดสร้างสรรค์ คือการไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมจำนนต่อชะตากรรม และพยายามคิดมุมใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง พาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ทำให้มีเครื่องมือ ซึ่งหมายถึงการศึกษามาช่วยเปลี่ยนแนวทางในการดำรงชีวิต หาทางทำให้ชีวิตดีขึ้น การตัดสินใจเรียนต่อแม้จะมีฐานะยากจน คือความคิดสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่มากนางสาวบุหงา หาญณรงค์ นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง กสศ. โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ได้ทำงานที่โรงแรม แมนดาริน กรุงเทพฯ ห้องอาหารเดอะ เวอรันดา กล่าวว่า ในช่วงที่เรียน ได้ฝึกงานถึง 1 ปี ทำให้เราสามารถโชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่ ทุ่มเททำงานทุกอย่างที่ได้รับคำสั่ง ทุ่มเททำงานมากกว่าที่สั่ง เพราะคิดว่าคือการเรียนรู้ เราพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา “โอกาสการศึกษาจาก กสศ. ไม่ได้เปลี่ยนแค่ตัวหนู แต่เปลี่ยนครอบครัวหนูด้วย ทำให้ครอบครัวมีความคล่องในสภาพการเงิน หนูสามารถเรียนจบโดยไม่ต้องใช้เงินจากที่บ้าน เข้าถึงการศึกษาที่ดี มีคุณภาพ หนูมีเงินเก็บ ครอบครัวไม่ได้ลำบาก และยังสามารถสนับสนุนที่บ้านได้ด้วย ทุกการสนับสนุนของ กสศ. และครู ไม่ใช่แค่ให้เราเรียนจบ แต่ทำให้เรามีอนาคตที่ดี เป็นความหวัง เป็นที่พึ่งพา ในวันที่หนูไม่มีใคร ”นอกจากนี้ตลอดระยะเวลาสองปี ได้รับการแนะแนวการใช้เงินอย่างถูกวิธี ได้นำเงินจากทุน กสศ.ส่วนหนึ่ง เก็บเป็นเงินออม เรียนจบจึงมีเงินก้อน มาใช้ชีวิตในช่วงหางาน ปัจจุบันยังเก็บเงินออมทุกเดือน เพราะเราเห็นคุณค่า ว่าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้จริง ความฝันสูงสุดคืออยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง และอยากจะตอบแทนสู่สังคม ช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ด้วย เมื่อเรามีโอกาส ได้รับ วันหนึ่งที่มีกำลังพอ การตอบแทนคือสิ่งที่ดีที่สุดนายวรรธนะ แดงมงคล นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง วิชาแมคคาทรอนิคและหุ่นยนต์ สาขางานแมคคาทรอนิคและระบบอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ กล่าวว่า ตนเติบโตมาในครอบครัวที่อุปการะ และวันหนึ่งพ่อบุญธรรม ถูกออกจากงาน ไม่สามารถส่งให้เรียนต่อ จึงต้องเสียสละให้พี่ชายเรียนจบปริญญาตรี แต่อาจารย์แนะนำว่ามีทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง วินาทีที่ได้รู้ว่าได้รับทุนจาก กสศ. รู้สึกดีใจมากที่ได้รับโอกาส ได้เป็นส่วนหนึ่งของเพชรที่รอการเจิดจรัสในอนาคต ตั้งเป้าหมายว่าเมื่อได้รับทุน จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น สมกับโอกาสที่ได้รับ “ในวันนี้หลังเรียนจบปวส. ผมได้ทำงานกับบริษัท AIC ที่ได้มี MOU กับบริษัทมิชลินประเทศไทย และหลังจากทำงานปีหนึ่ง ตั้งเป้าไว้ว่า จะเรียนต่อคณะครุศาสตร์เพราะอยากเป็นครู เพราะอาจารย์ที่คอยดูแล ให้โอกาสผมมากๆ ผมจึงอยากเป็นครูคนหนึ่งที่ให้โอกาสคนอื่นด้วยแหมือนกัน”

รัฐบาลลุยช่วยเด็กนอกระบบ 77 จังหวัด – แจกทุนเรียน-ฝึกอาชีพ พร้อมดัน AI ยกระดับทักษะเยาวชน
อ่าน

รัฐบาลลุยช่วยเด็กนอกระบบ 77 จังหวัด – แจกทุนเรียน-ฝึกอาชีพ พร้อมดัน AI ยกระดับทักษะเยาวชน

รองนายกฯ ประเสริฐ ประกาศ ปิดเทอมใหญ่นี้ 77 จังหวัดลุยช่วยเด็กนอกระบบกลับมาเรียน พร้อมจ่ายเงินอุดหนุนการศึกษาและพัฒนาอาชีพ ผ่านกสศ. ขณะที่ Microsoft หนุน ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ยกระดับทักษะAI เพิ่มโอกาสมีงานทำ พร้อมจับมือ UNICEF สร้าง 1 ตำบล 1 Youth Workerเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 ที่ห้องประชุม 801 อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ หรือ Thailand Zero Dropout ระดับชาติ โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาฯ ร่วมประชุม นายประเสริฐ เปิดเผยภายหลังการประชุมถึงความก้าวหน้าในการช่วยเหลือเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาว่า ขณะนี้ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศได้แต่งตั้งคณะกรรมการจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนภารกิจนี้ร่วมกับทุกส่วนราชการภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในจังหวัดแล้ว ซึ่งบางจังหวัดก้าวหน้ามีคณะกรรมการระดับอำเภอ หรือตำบล สิ่งสำคัญจากนี้คือการสนับสนุนให้คณะกรรมการทั้ง 77 จังหวัด ได้ใช้ข้อมูลเด็กและเยาวชนที่ไม่มีชื่อในระบบการศึกษา ปี 2567 จำนวน 982,304 คน ในการค้นหาและติดตามให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนทุกพื้นที่ ด้วยระบบฐานข้อมูลกลาง Thailand Zero Dropout ที่เป็นปัจจุบันระบบเดียวกันทั้งประเทศ“ทั้ง 77 จังหวัดพร้อมแล้ว ในการทำงานเชิงรุกช่วงปิดทอมใหญ่นี้ ซึ่งจากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ระบุว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ที่ครัวเรือนของนักเรียนยากจน ที่มีข้อจำกัดในชีวิตตัดสินใจไม่เรียนต่อ โดยเฉพาะช่วงชั้นรอยต่อการศึกษาภาคบังคับ ป.6 และม.3 ดังนั้นการทำงานจึงเน้นไปที่การช่วยเหลือ นำเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษากลับสู่การศึกษาและการเรียนรู้อีกครั้งให้ทันเปิดเทอมนี้ โดยจะมีเงินอุดหนุน สำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบทุกคน ผ่าน กสศ. ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษา/ค่าเล่าเรียน/ค่าพัฒนาทักษะอาชีพ โดยกสศ. จะทำงานร่วมกับ จังหวัด อำเภอ ตำบล ที่รับรองรายชื่อเด็กเยาวชนกลุ่มที่เข้ามา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำงานด้วย 4 มาตรการหลักได้แก่ (1) การบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อให้มีระบบข้อมูลกลางที่เป็นปัจจุบัน (2) การติดตาม ช่วยเหลือ ส่งต่อ และดูแล (3) การจัดการศึกษาและเรียนรู้แบบยืดหยุ่น มีคุณภาพ และ (4) การส่งเสริมผู้ประกอบการภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมจัดการศึกษาหรือเรียนรู้ (Learn to Earn)“ รัฐบาลมีความเข้าใจอย่างมากต่อปัญหาและข้อจำกัดของครัวเรือนยากจน เด็กเยาวชน ที่ได้รับการค้นหา จะเข้าสู่การวางแผนการช่วยเหลือเป็นรายคน ครอบคลุมทุกมิติปัญหา และนำสู่การศึกษา การเรียนรู้แบบ Learn to Earn ที่มีหลายทางเลือก ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิตปากท้อง ทั้ง 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ สกร. ศูนย์การเรียน รวมถึงการเปิด Mobile School ที่ทาง กสศ. ได้พัฒนาขึ้น เพื่อสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาว่า เด็กทุกคนในประเทศนี้จะได้รับโอกาสทางการศึกษาเสมอภาค” นายประเสริฐ ยังกล่าวอีกว่า ได้ผลักดันโคราชโมเดลเป็นหนึ่งในตัวแบบของประเทศ มีความก้าวหน้าสำคัญคือการดึงภาคเอกชน บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด มาให้การสนับสนุนศูนย์ดิจิทัลชุมชน ดูแลห้องคอมพิวเตอร์และอบรมการใช้งาน AI ขั้นพื้นฐาน โปรแกรมฝึกภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน หรือการใช้ chatbot เพื่อการเรียนการสอน รวมถึงความร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ พัฒนาผู้ทำงานกับเยาวชน (Youth Worker) ให้ขยายจากจังหวัดโคราช เป็นครอบคลุมทุกตำบลทั่วประเทศ