TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “联合神学院金融文凭证书{官网:bbzz58.com}” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
ม.มหิดล ผนึก กรุงไทย”ลงนาม ปั้นกำลังคนแห่งอนาคต”ขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืน
#ทันหุ้น-ธนาคารกรุงไทย และ มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ โดยลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือภายใต้โครงการ "Talent for Tomorrow, Development for All" เพื่อบูรณาการองค์ความรู้จากภาคการศึกษา และประสบการณ์จริงจากภาคธุรกิจ สู่การพัฒนาศักยภาพนักศึกษา ให้มีทักษะตรงตามความต้องการของโลกยุคใหม่ ยกระดับระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) พร้อมผลิตกำลังคนแห่งอนาคตที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืนศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธราอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยมหิดลมุ่งมั่นขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการผลิตบัณฑิตที่ตอบโจทย์ทั้งผู้เรียนและสังคม ผ่านแนวคิด Outcome-based Education ควบคู่กับการเรียนรู้แบบก้าวกระโดด (Exponential Learning) ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยครั้งนี้ สะท้อนการเชื่อมโยงโลกการศึกษากับโลกการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากโจทย์จริงของภาคธุรกิจ ผ่านกระบวนการโค้ชชิ่ง (Coaching) อย่างใกล้ชิดจากทีมผู้เชี่ยวชาญของธนาคาร พร้อมร่วมกันค้นหาศักยภาพและตัวตนที่แท้จริงของนักศึกษาแต่ละคน (Scouting DNA) ไปกับธนาคารกรุงไทย เพื่อสร้างบัณฑิตที่ไม่เพียงมีความรู้ทางวิชาการ แต่พร้อมสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวก (Real-World Impact) ให้กับสังคมได้ตั้งแต่ก้าวแรกของการทำงานนายผยง ศรีวณิชกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ท่ามกลางพลวัตแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การพัฒนา“คน”ถือเป็นรากฐานสำคัญที่สุดในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ธนาคารจึงเดินหน้าโครงการ Talent for Tomorrow, Development for Allร่วมกับมหาวิทยาลัยพันธมิตร (Strategic Partner) ชั้นนำ 14 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมทรัพยากรมนุษย์ เสริมสร้างโอกาสการเรียนรู้ และยกระดับขีดความสามารถของกำลังคนให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในอนาคต โดยมหาวิทยาลัยมหิดล ถือเป็นสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และบุคลากรคุณภาพของประเทศ ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในครั้งนี้จะช่วยลดช่องว่างระหว่างการศึกษาและการทำงาน เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง พร้อมต่อยอดองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมร่วมกัน เพื่อผลิตบุคลากรคุณภาพที่พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคม และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับประเทศ3 มิติสำคัญ ในการพัฒนา Talent แห่งอนาคตประกอบด้วยProject-Based Student Internship: การฝึกงานที่เน้นการปฏิบัติจริง เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ลงมือทำและแก้ปัญหาจากโจทย์ธุรกิจจริงขององค์กร (Real-World Business Case) โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารกรุงไทยร่วมเป็นพี่เลี้ยง (Mentor) อย่างใกล้ชิดCareer Exploration: การส่งเสริมการเรียนรู้โลกแห่งการทำงาน สนับสนุนให้นักศึกษาสามารถทำงานพาร์ตไทม์ระหว่างกำลังศึกษา เพื่อค้นหาความถนัด สั่งสมประสบการณ์ และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานPeople Excellence: การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้แบบบูรณาการ ครอบคลุมตั้งแต่งานวิจัยไปจนถึงเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) เพื่อยกระดับศักยภาพของนักศึกษา คณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา และสร้างประโยชน์แก่สังคมในวงกว้าง ความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของทั้งสองสถาบัน ในการร่วมกันสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่ไร้รอยต่อ เพื่อพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้เพียบพร้อมด้วย“ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์”ที่พร้อมปฏิบัติงานจริง เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย ให้ก้าวสู่การเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์“60 ปี กรุงไทย ทุกก้าว เพื่อล้านอนาคต”
ทันหุ้น • 3 วันที่แล้ว
สิทธิพิเศษ
ทรู สเปซ
ทรู สเปซ (True Space Co., Ltd.)
เวิร์กชอป • 30 มี.ค. 69
อ่าน
ttb จัดโปรเพื่อการศึกษา ฟรีค่าโอนเงินต่างประเทศ 5 สกุล ต่อยอด บัญชี FCD e‑Saving ดอกเบี้ยสูง
#ttb #ทันหุ้น - ทีทีบี เดินหน้าตอบโจทย์ผู้ปกครองที่วางแผนการเงินเพื่อการศึกษาบุตรหลานในต่างประเทศอย่างคุ้มค่าและมั่นใจยิ่งขึ้น ด้วยโปรโมชัน “ฟรีค่าธรรมเนียมโอนเงิน” สำหรับการโอนเงินเพื่อการศึกษาครอบคลุม 5 สกุลเงินหลัก ได้แก่ USD, GBP, AUD, CAD และ CNY ผ่านแอป ttb touch ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 - 30 กันยายน 2569โปรโมชันนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรมผ่านแอป ttb touch โดยสามารถเลือกโอนได้ทั้งจากบัญชีเงินบาท หรือบัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ (FCD) รองรับวงเงินโอนสูงสุดถึง 4 ล้านบาท สามารถติดตามสถานะการโอนได้ตลอด 24 ชั่วโมง และปลายทางรับเงินครบเต็มจำนวน เสริมความมั่นใจในทุกการโอนบริการดังกล่าวตอบโจทย์การบริหารเงินต่างประเทศแบบครบวงจร ทั้ง“แลก เก็บ โอน” ได้ในที่เดียว โดยลูกค้าสามารถเลือกโอนเงินสกุลตรงกับประเทศปลายทาง เช่น USD ไปสหรัฐอเมริกา, GBP ไปสหราชอาณาจักร, AUD ไปออสเตรเลีย, CAD ไปแคนาดา และ CNY ไปประเทศจีน ช่วยให้การบริหารค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นนอกจากความคุ้มค่าจากฟรีค่าธรรมเนียมการโอนแล้ว ทีทีบียังต่อยอดด้วยโซลูชันเพื่อการวางแผนการเงินสำหรับผู้ปกครองล่วงหน้า ผ่านบัญชี FCD e-Saving ที่ช่วยให้ลูกค้าทยอยสะสมเงินสกุลต่างประเทศได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ในจังหวะอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน พิเศษสำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีใหม่ในสกุลเงิน USD GBP หรือ AUD ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 – 30 กันยายน 2569 รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษสูงสุดถึง 3.50% ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 (เงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด)ลูกค้าที่มีสถานะ Gold, Platinum และ Diamond ยังได้รับสิทธิพิเศษด้าน อัตราแลกเปลี่ยน (FX Rate) ที่ดียิ่งขึ้น เพิ่มความคุ้มค่าในทุกธุรกรรมเงินตราต่างประเทศทีทีบีเดินหน้าเป็นมากกว่าธนาคาร ด้วยการนำเสนอ Total Financial Solution ที่ช่วยให้ครอบครัวไทยสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การสะสมเงินล่วงหน้า ไปจนถึงการโอนเงินได้อย่างสะดวก ครบ จบในที่เดียวสอบถามเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนของท่าน หรือ ttb reserve line 02-010-1428เงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด สามารถศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์และประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินตราต่างประเทศปัจจุบันได้ทางเว็บไซต์ของธนาคาร https://www.ttbbank.com/th/rates/exchange-rates?dateCurrent
ทันหุ้น • 8 ก.ค. 69
อ่าน
JPMorgan ชี้! ความเสี่ยงตัวจริงของ Bitcoin ไม่ใช่ Strategy แต่คือบล็อกเชนที่ “บายพาส” เครือข่ายสาธารณะ
JPMorgan ชี้! ความเสี่ยงตัวจริงของ Bitcoin ไม่ใช่ Strategy แต่คือบล็อกเชนที่ "บายพาส" เครือข่ายสาธารณะนักวิเคราะห์จากJPMorgan(วาณิชธนกิจรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ) ออกรายงานระบุว่า ความเสี่ยงที่แท้จริงของ Bitcoin ในระยะยาวไม่ใช่การที่Strategyเทขาย BTC อย่างที่นักลงทุนหลายคนกังวล แต่คือแนวโน้มที่โลกการเงินดั้งเดิมหันไปใช้บล็อกเชนแบบมีสิทธิ์ (Permissioned Blockchain) ซึ่งอาจ "บายพาส" เครือข่ายสาธารณะอย่าง Ethereum ไปเลย รายงานนี้เผยแพร่ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 โดยทีมวิเคราะห์ที่นำโดย นิโคลอส พานิเกียร์ตซ็อกลู (Nikolaos Panigirtzoglou) ทำไม Strategy ถึงไม่ใช่ "ตัวร้าย" ที่แท้จริงแม้การขาย Bitcoin และโครงการแปลง BTC เป็นเงินสด (BTC Monetization) ของ Strategy จะถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงต่อตลาด แต่นักวิเคราะห์ของ JPMorgan มองว่านี่ไม่ใช่ภัยคุกคามเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดทีมงานระบุชัดว่า ความเสี่ยงที่สำคัญกว่ามาจากการที่การนำบล็อกเชนไปใช้ในโลกการเงินดั้งเดิม (Traditional Finance) กำลังพัฒนาไปในทิศทางที่หลบเลี่ยงเครือข่ายสาธารณะแบบไร้การอนุญาต หากการทำ Tokenization การชำระเงิน และการชำระราคาเกิดขึ้นนอกเครือข่ายคริปโตสาธารณะมากขึ้น ระบบนิเวศคริปโตในภาพรวมอาจเผชิญภาวะ "Structural De-rating" (การถูกลดมูลค่าเชิงโครงสร้าง) กิจกรรมช้าลง สภาพคล่องลดลง และเงินทุนไหลเข้าอ่อนแรง ซึ่งท้ายที่สุดจะกดดัน Bitcoin ตามไปด้วย ทำไมสถาบันการเงินถึงเลือก "บล็อกเชนแบบมีสิทธิ์"จนถึงตอนนี้ การนำไปใช้ในระดับสถาบันส่วนใหญ่เอนเอียงไปทางบล็อกเชนแบบมีสิทธิ์ เพราะให้ความเป็นส่วนตัวสูงกว่า มีระบบ KYC/AML (การยืนยันตัวตนและการป้องกันฟอกเงิน) การกำกับดูแล ปริมาณธุรกรรมที่รองรับได้มากกว่า ความรับผิดทางกฎหมาย และความชัดเจนด้านการกำกับนักวิเคราะห์ยังอ้างถึงBIS(ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ หรือ "ธนาคารกลางของธนาคารกลาง") ที่เตือนไม่ให้ใช้บล็อกเชนสาธารณะกับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ พร้อมสนับสนุนแนวคิด "Unified Ledger" (บัญชีแยกประเภทแบบรวมศูนย์ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกกำกับ) ซึ่งรวมเงินธนาคารกลาง เงินฝากธนาคารพาณิชย์ และสินทรัพย์ที่ถูก Tokenize ไว้ด้วยกัน Tokenized Deposits — คู่แข่งตัวฉกาจของ Stablecoinธนาคารต่างๆ กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนของตัวเอง โดยตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือTokenized Deposits(เงินฝากธนาคารในรูปดิจิทัลที่มีกฎหมายธนาคารและระบบประกันเงินฝากหนุนหลัง)หาก Tokenized Deposits ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในรูปแบบที่โอนกันไม่ได้ตามที่หน่วยงานกำกับนิยม ก็อาจลดความจำเป็นในการใช้ Stablecoin (เหรียญที่ตรึงมูลค่ากับสินทรัพย์อ้างอิง) สำหรับการชำระเงินระดับสถาบันลง ยิ่งเมื่อรวมกับโครงการบล็อกเชนของSWIFTและโครงการ CBDC (สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง) อย่าง Digital Euro และ Digital Yuan ก็ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้ทางเลือกที่ถูกกำกับ RWA อาจไม่ย้ายมาอยู่บนเครือข่ายสาธารณะตลาดRWA(Real-World Asset — การนำสินทรัพย์ในโลกจริงมาแปลงเป็นโทเคน) ยังเล็กอยู่ที่ราว 50,000 ล้านดอลลาร์ (~1.67 ล้านล้านบาท) โดยส่วนสำคัญอยู่บน Ethereum แต่ JPMorgan มองว่านี่สะท้อนการทดลองในช่วงต้นมากกว่าจะเป็นโครงสร้างระยะยาวเมื่อการใช้งานระดับสถาบันโตขึ้น การออก การเก็บรักษา และการชำระราคา อาจย้ายไปอยู่บนโครงสร้างแบบมีสิทธิ์ที่ตอบโจทย์ด้านตัวตนและการกำกับได้ดีกว่า โดยนักวิเคราะห์ยกตัวอย่างDTCCที่พัฒนา Workflow บนโครงสร้างแบบมีสิทธิ์และทดลอง Tokenize พันธบัตรสหรัฐฯ ผ่าน Canton Network รวมถึงSecuritizeที่ออกสินทรัพย์ Tokenized บน Solana และ Avalanche ผ่านแพลตฟอร์มที่ถูกกำกับ⚖️ CLARITY Act ช่วยได้แค่ไหน?ที่น่าสนใจคือ นักวิเคราะห์เตือนว่าแม้CLARITY Act(ร่างกฎหมายจัดระเบียบโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ) จะผ่านภายในปีนี้ ก็อาจไม่ได้ขจัดความเสี่ยงเหล่านี้ เพราะมันอาจไปกระตุ้นให้เกิด Tokenized Deposits ที่ออกโดยธนาคาร ซึ่งเสริมความแข็งแกร่งให้สถาบันการเงินเดิม ขณะที่จำกัดบทบาทของ Stablecoin บนบล็อกเชนสาธารณะอย่างไรก็ตาม JPMorgan ยอมรับว่ามีหลายปัจจัยที่อาจพลิกมุมมองนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นโมเดลไฮบริดที่บล็อกเชนสาธารณะและเอกชนต่างมีบทบาทสำคัญ การที่ Stablecoin ได้รับการยอมรับมากขึ้นจากกฎเกณฑ์ที่เอื้ออำนวย หรือการที่ Bitcoin ยังคงถูกมองเป็น "ทองคำดิจิทัล" และเครื่องมือป้องกันการด้อยค่าของเงิน โดยไม่ขึ้นกับว่ามูลค่าจะไหลไปที่ไหนในระบบนิเวศคริปโตอ้างอิงต้นฉบับ:รายงานบทวิเคราะห์ของ JPMorgan (ตรวจสอบยืนยันเพิ่มเติมกับ TheStreet) /theblock.coที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/jpmorgan-bitcoin-real-risk-permissioned-blockchainCryptoQuant เบรกหัวทิ่ม ชี้ BTC ดีดตัว 10% เป็นแค่ "ขาขึ้นในตลาดหมี" ไม่ใช่การกลับตัวCryptoQuant (แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล On-chain ชั้นนำ) ออกรายงานเตือนว่า การที่ราคา Bitcoin ดีดตัวกลับขึ้นมาราว 10% จากจุดต่ำสุดของตลาดหมีที่ราว $57,700 (~1.93 ล้านบาท) มาอยู่ใกล้ $63,000 (~2.10 ล้านบาท) นั้น ควรถูกมองว่าเป็นเพียง "การฟื้นตัวในภาวะตลาดหมี" (Bear-market recovery) มากกว่าการกลับตัวของแนวโน้มขาลงอย่างแท้จริง พูดง่ายๆ ก็คือ แม้สัญญาณดีมานด์จะเริ่มฟื้น แต่ภาพรวมตลาดยังอ่อนแออยู่มาก ราคาดีดกลับ พร้อมปัจจัยหนุนจาก "ฤดูกาลเดือนกรกฎาคม"CryptoQuant ระบุว่า Bitcoin ฟื้นตัวขึ้นราว 10% จากจุดต่ำสุดของตลาดหมีเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ราว $57,700 (~1.93 ล้านบาท) ขึ้นมาซื้อขายใกล้ระดับ $63,000 (~2.10 ล้านบาท) และสามารถยึดแนว $60,000 (~2.00 ล้านบาท) กลับมาเป็นแนวรับสำคัญได้อีกครั้งการฟื้นตัวรอบนี้ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเชิงฤดูกาล (Seasonality) โดยในอดีต Bitcoin มักปรับตัวขึ้นในเดือนกรกฎาคม โดยเฉพาะในปีที่เป็นตลาดหมีอย่างปี พ.ศ. 2561 (2018) และ พ.ศ. 2565 (2022)จูลิโอ โมเรโน (Julio Moreno) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CryptoQuant อธิบายว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เดือนกรกฎาคมเป็นหนึ่งในเดือนที่ Bitcoin มักปิดบวกได้อย่างสม่ำเสมอ และผลนี้ยิ่งชัดเจนในช่วงตลาดขาลง โดยในปีตลาดหมีอย่างปี พ.ศ. 2561 และ พ.ศ. 2565 ราคาเคยพุ่งขึ้นราว +20% และ +17% ในเดือนกรกฎาคม แม้เทรนด์ใหญ่จะยังอ่อนแอก็ตาม เขาเสริมว่า การที่ Bitcoin เข้าสู่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 หลังเพิ่งทำจุดต่ำสุดของตลาดหมี ทำให้รูปแบบเชิงฤดูกาลนี้เอนเอียงความเสี่ยงระยะสั้นไปทางด้านบวกมากขึ้น ดีมานด์เริ่มฟื้น สัญญาณOn-chain กระเตื้องการดีดกลับครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับความต้องการซื้อ (Demand)ที่เริ่มดีขึ้น โดยดัชนีดีมานด์รวมของBitcoin ในรอบ 30 วันซึ่งรวมกิจกรรมทั้งตลาด Spot(ซื้อขายส่งมอบจริง) และ PerpetualFutures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่มีวันหมดอายุ) ได้ฟื้นตัวจากภาวะหดตัวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565กลับมาใกล้ระดับเป็นกลางหลังจากเคยลดลงราว 650,000 BTCในช่วงต้นเดือนมิถุนายนCryptoQuantระบุเพิ่มเติมว่า ดีมานด์ฝั่งเก็งกำไรในFutures เริ่มพลิกเป็นบวกเล็กน้อยขณะที่ดีมานด์ฝั่ง Spotหดตัวในอัตราที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม โดยโมเรโนชี้ว่าหากดีมานด์กลับเข้าสู่แดนบวกได้ก็จะเป็นการยืนยันว่า"เครื่องยนต์ดีมานด์"กำลังกลับมาติดเครื่องอีกครั้งนอกจากนี้ดีมานด์จากนักลงทุนสหรัฐฯก็ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนผ่าน CoinbasePremium Index (ดัชนีวัดส่วนต่างราคาบนCoinbase เทียบตลาดอื่นใช้เป็นตัวแทนความต้องการฝั่งสหรัฐฯ)ที่ฟื้นจากระดับติดลบลึกในช่วงต้นเดือนมิถุนายน กลับมาอยู่ที่ -0.062บ่งชี้ว่าแรงเทขายบนกระดานสหรัฐฯเริ่มผ่อนคลาย และดีมานด์เชิงสถาบันเริ่มทรงตัว⚠️ แต่ภาพรวมยังอยู่ "โซนหมี"— Bull Score แค่ 20 จาก 60แม้สัญญาณหลายอย่างจะดีขึ้น แต่ CryptoQuantย้ำว่าภาวะตลาดโดยรวมยังคงอ่อนแอที่น่าสนใจคือในช่วงต้นเดือนมิถุนายนอัตรากำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของเทรดเดอร์(Unrealized profitmargin)เคยร่วงต่ำกว่า -24%ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์"มูลค่าต่ำกว่าพื้นฐาน"(Undervaluation) ที่CryptoQuantกำหนดไว้ที่ -12% มากโดยในอดีตค่าที่สุดขั้วเช่นนี้มักเกิดขึ้นตรงกับจุดต่ำสุดเฉพาะที่ (Local bottom) เมื่อนักลงทุนระยะสั้นยอมขายขาดทุนอย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดคือ Bull Score Index (ดัชนีรวมที่ประเมินสภาพตลาดจากปัจจัย On-chain, ตลาด และมูลค่า) ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับเพียง 20 ยังคงอยู่ในโซนหมีอย่างชัดเจน และห่างไกลจากระดับ 60 ที่บริษัทระบุว่าจำเป็นต่อการหนุนให้เกิดการปรับตัวขึ้นอย่างยั่งยืนและตลาดกระทิงที่แท้จริงดังนั้นจนกว่าจะถึงระดับดังกล่าว การดีดกลับรอบนี้จึงเหมาะที่จะถูกมองว่าเป็นเพียงการฟื้นตัวในตลาดหมี ไม่ใช่การกลับตัวของเทรนด์อ้างอิงต้นฉบับ:CryptoQuant(รายงานโดย จูลิโอ โมเรโน หัวหน้าฝ่ายวิจัย)ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/cryptoquant-bitcoin-rebound-bear-market-recoveryEthereum Foundation เผย “AI Agent” เจอช่องโหว่จริงบนเครือข่าย แต่ส่วนใหญ่ยังเป็น “สัญญาณลวง”Ethereum Foundation (มูลนิธิผู้ดูแลการพัฒนาเครือข่าย Ethereum) เปิดเผยผ่านบล็อกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ว่าทีม Protocol Security ได้ทดลองใช้AI Agent(ระบบ AI ที่ทำงานอัตโนมัติแบบประสานงานกันหลายตัว) ค้นหาช่องโหว่ในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเครือข่าย และพบว่ามันหา “บั๊กจริง” ได้ พูดง่ายๆ ก็คือ AI เก่งเรื่องขุดหาช่องโหว่ก็จริง แต่ผลที่ได้ส่วนใหญ่กลับเป็นFalse Positive(ผลบวกลวง คือดูเหมือนช่องโหว่แต่จริงๆ ไม่ใช่) จนภาระงานหนักไปตกอยู่ที่การ “คัดกรอง” มากกว่าการ “ค้นหา” AI หาบั๊กได้เร็ว แต่ “ของจริง” มีน้อยกว่าที่คิดทีม Protocol Security ของ Ethereum Foundation ระบุว่า ได้นำ AI Agent มาทดสอบระบบที่เครือข่ายต้องพึ่งพา ทั้งซอฟต์แวร์ระบบ (systems software), โค้ดด้านการเข้ารหัส (cryptographic code) และสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) โดยผลลัพธ์ที่ได้คือ AI สามารถชี้เป้าช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วแต่สิ่งที่ทีมงานมองว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ ไม่ใช่การที่ AI หาบั๊กเจอ หากแต่เป็นสัดส่วนของงานที่เปลี่ยนไป ทีมงานอธิบายว่า ความประหลาดใจอยู่ตรงที่การ “ค้นหา” บั๊กกลับใช้แรงน้อยกว่าที่คิด ขณะที่งานส่วนใหญ่ทุ่มไปกับการแยกแยะว่าอันไหนคือบั๊กจริง อันไหนแค่ “ดูเหมือน” จะจริง เจอของจริงแล้ว — บั๊กใน libp2p ถูกปิดเป็น CVE-2026-34219ผลงานที่เป็นรูปธรรมชิ้นหนึ่งคือ ช่องโหว่ประเภท “remotely-triggerable panic” (จุดที่ทำให้ระบบหยุดทำงานได้จากระยะไกล) ในlibp2p’s gossipsubซึ่งเป็นส่วนหลักของชั้นสื่อสารแบบ peer-to-peer (การเชื่อมต่อระหว่างโหนดต่อโหนดโดยตรง) ที่ consensus client ของ Ethereum (ซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ตกลงสถานะเครือข่าย) ใช้งานอยู่ช่องโหว่นี้ได้รับการแก้ไขและเปิดเผยต่อสาธารณะเรียบร้อยแล้ว โดยจากการตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลภายนอก พบว่าถูกขึ้นทะเบียนเป็นรหัสCVE-2026-34219(CVE คือรหัสมาตรฐานสากลที่ใช้ระบุช่องโหว่ด้านความปลอดภัยแต่ละรายการ) ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ยืนยันความน่าเชื่อถือของผลงาน⚖️ “คัดของปลอมทิ้งให้เร็ว หนุนของจริงด้วยหลักฐานที่เถียงไม่ได้”Ethereum Foundation ย้ำว่าปัญหา False Positive ไม่ใช่ข้อบกพร่องของวิธีการ แต่คือธรรมชาติของมันเอง โดยทีมงานอธิบายว่า “candidate” (บั๊กที่ AI เสนอมาให้พิจารณา) ส่วนใหญ่มักผิด ซ้ำซ้อน หรืออยู่นอกขอบเขต ซึ่งเป้าหมายคือการคัดของที่ผิดออกให้เร็วที่สุด และหนุนของจริงด้วยหลักฐานที่หนักแน่นจนโต้แย้งได้ยากสิ่งสำคัญคือ ช่องโหว่ที่ AI เสนอมาจะยังไม่ถูกนับเป็น “การค้นพบจริง” จนกว่านักวิจัยที่เป็นมนุษย์จะสามารถจำลองความล้มเหลวนั้นซ้ำได้ด้วยตนเองบนโค้ดจริง นอกจากนี้ทีมงานยังยอมรับว่า AI ยังมีจุดอ่อนในการจับบั๊กที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นลำดับ (bugs that emerge across a sequence) คอขวดไม่ได้หายไป แต่ย้ายไปอยู่ในจุดที่ “มนุษย์” สำคัญที่สุดโดยสรุป นักวิจัยด้านความปลอดภัยระดับต้นๆ ของ Ethereum มองว่า AI เป็น “เครื่องมือค้นหาที่ทรงพลัง” แต่ยังไม่ใช่ “Oracle” หรือแหล่งความจริงที่เชื่อถือได้ 100% เวลาที่เคยใช้ไปกับการตั้งสมมติฐานและไล่ตามหาบั๊ก ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยการตัดสินผลลัพธ์จำนวนมาก ทั้งการวางระบบตรวจสอบ การคัดกรอง และการจัดการเปิดเผยข้อมูลทีมงานทิ้งท้ายว่า คอขวดของกระบวนการไม่ได้หายไป แต่ย้ายจาก “การหาบั๊ก” ไปสู่ “การเชื่อถือผลลัพธ์” ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ดีกว่าเดิม เพราะเป็นจุดที่วิจารณญาณของมนุษย์มีค่าอย่างแท้จริงทั้งนี้ บล็อกดังกล่าวเผยแพร่ในช่วงเวลาต่อเนื่องจากการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ของ Ethereum Foundation ที่นำไปสู่โครงสร้างการดำเนินงานใหม่ และการปรับลดพนักงานลงราว 20% ของทั้งองค์กรอ้างอิงต้นฉบับ:The Blockและบล็อกของ Ethereum Foundation (blog.ethereum.org)ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/ethereum-foundation-ai-agents-find-real-bugs
ทันหุ้น • 10 ก.ค. 69
อ่าน
SAFE ร่วมยกระดับการแพทย์ไทย ถ่ายทอดทักษะด้าน IVF และ ICSI ในหลักสูตร ARTของ ม.ขอนแก่น
#SAFE #ทันหุ้น - บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SAFE) นำโดย ทนพญ.สุจินต์ จันทร์จำเริญ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายห้องปฏิบัติการ พร้อมทีมนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน ร่วมเป็นพันธมิตรหลักด้านการฝึกปฏิบัติการคลินิก เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพสู่อนาคต และเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่สายงานนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Clinical Embryologist) ในกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเข้มข้น ภายใต้หลักสูตรเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์และการวินิจฉัย คัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อน (ART : Assisted Reproductive Technology) ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้กับผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 20 ท่าน โดยช่วยกันถ่ายทอดทักษะความรู้ด้าน IVF และ ICSI ให้กับผู้เข้าอบรมแบบจับมือทำ (Hands-on) อย่างใกล้ชิดพร้อมกันนี้ ทนพญ.ณัฐวดี นิมิตเจริญ นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน ได้บรรยายภาคทฤษฎีและนำการฝึกปฏิบัติครอบคลุมทั้ง Conventional IVF และเทคนิค ICSI เจาะลึกตั้งแต่กระบวนการ Insemination, Fertilization check ไปจนถึงขั้นตอน Oocyte denudation, Sperm immobilization และ Sperm injectionโครงการนี้เป็นการผนึกกำลังเพื่อยกระดัยวงการแพทย์ไทย ซึ่งจัดขึ้นโดย คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สป.อว.) ซึ่งถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) และสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง เพื่อส่งมอบมาตรฐานการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ดีที่สุดให้กับครอบครัวไทยต่อไป งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ทันหุ้น • 4 วันที่แล้ว
อ่าน
“กสิกรไทย” คว้า 4 รางวัลเกียรติยศจากงาน Money & Banking Awards 2026
#ทันหุ้น-นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนธนาคารรับมอบ 4 รางวัลเกียรติยศจากเวที Money Banking Awards 2026 จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร โชว์ศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งควบคู่การสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ ได้แก่รางวัลธนาคารแห่งปี 2569 (Bank of the Year 2026) รางวัลที่มอบให้กับธนาคารที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม ดำเนินธุรกิจบนหลักการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืน มุ่งสร้างผลตอบแทนระยะยาวควบคู่กับการเติบโตอย่างรับผิดชอบรางวัลธนาคารที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมทางการเงิน ที่ยกย่ององค์กรที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าในยุคดิจิทัลและสนับสนุนการยกระดับประสบการณ์ทางการเงินของผู้ใช้งานรางวัล K PLUS แอปพลิเคชันทางการเงินขวัญใจผู้เข้าชมงาน สะท้อนความไว้วางใจและการยอมรับจากผู้ใช้งานทั่วประเทศ โดยมาจากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมงานมหกรรมการเงิน ประจำปี 2569 ครอบคลุมทั้งความสะดวก ความปลอดภัย และความครบวงจรของบริการบนแพลตฟอร์มรางวัลกองทุนรวมยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ประเภทกองทุนรวมผสม (Mixed Fund) จากกองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (K-GA-A (D)) แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญด้านการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรับความผันผวนได้ในทุกสภาวะตลาด พร้อมโอกาสรับเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอความสำเร็จทั้งหมดในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารกสิกรไทยและบริษัทของธนาคารกสิกรไทยในการยกระดับศักยภาพองค์กร ทั้งด้านผลการดำเนินงาน นวัตกรรมทางการเงิน และการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างครบวงจร พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ทันหุ้น • 3 วันที่แล้ว
สิทธิพิเศษ
คลินิก หาดใหญ่ สูตินรีเวช
-
ความรู้ การศึกษา • 10 ก.ค. 69
สิทธิพิเศษ
ตรวจ DNA Premium รายงานผลมากกว่า 500+ รายการ พิเศษ เพียง 7,000.- (ปกติ 11,900.-) ใช้ 0 ทรูพอยท์
ประหยัด ฿4900 ที่ GeneusDNA ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนน ตรวจ DNA Premium รายงานผลมากกว่า 500+ รายการ พิเศษ เพียง 7,000.- (ปกติ 11,900.-)ไขความลับสุขภาพเชิงลึกจากผลตรวจ DNA การรายงานผลกว่า 500+ รายการ ผ่านการวิเคราะห์เซลล์เม็ดเลือดขาว โดยนวัตกรรมจาก Geneus DNA ให้ผลตรวจสุขภาพ ครอบคลุมทั้งการตรวจโรคทางพันธุกรรม การตรวจพรสวรรค์ การตรวจความถนัด การวางแผนลดน้ำหนัก อาหาร และวิตามิน เพื่อให้คุณเข้าใจพันธุกรรมของตัวเอง และดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุดถึงระดับ DNA ด้วยขั้นตอนง่ายๆ แค่ใช้น้ำลายเท่านั้น- Siam Square One, 2nd floor- Seacon Square Srinagaridra, G floor - Central Eastville, 1st floor- Park Silom, L floor เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข8. 1 ท่าน /1 สิทธิ์ /ตลอดแคมเปญ
โรงเรียนเสริมทักษะ • 1 ก.ค. 69
อ่าน
มหาลัยมะกันจัดหนัก! แจกทุนสูงสุดเกือบ 5 แสนบาทต่อปี ถ้ามี Achievement เกมระดับแรร์
ดูเหมือนว่ามหาวิทยาลัย University of Silicon Valley (USV) จากรัฐแคลิฟอร์เนีย จะเป็นที่ฮือฮาหลังผุดโครงการแจกทุนการศึกษาสุดแหวกแนวที่มีชื่อว่า 'Max Achievement Scholarship' ซึ่งจะให้เงินสนับสนุนแก่นักศึกษาที่สามารถพิสูจน์ความเทพในการเล่นเกมของตัวเองได้หากครอบครอง Achievement หายากจากเกมต่าง ๆ ได้สำเร็จ โดยอาจแจกให้สูงสุดเกือบ 5 แสนบาทต่อปีเลยทีเดียวแม้ว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งจะมีหลักสูตรอีสปอร์ตหรือการพัฒนาเกมอยู่แล้ว แต่ทาง USV นั้นดูเหมือนจะมอบเงินทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาที่เล่นเกมเก่งแบบเข้าขั้นเซียนหรือขยันหมั่นเพียรแบบสุด ๆ โดยเปิดรับผลงานจากเกมหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น MMORPG อย่าง Final Fantasy XIV และ World of Warcraft เกมแนว Roguelike อย่าง Hades และ Risk of Rain 2 เกม Sandbox อย่าง Minecraft หรือแม้กระทั่งเก็บถ้วยหรือ Achievement ของแพลตฟอร์ม PlayStation, Xbox และ Steam ได้หลายอัน และอื่นๆ อีกมากมายโดยเงื่อนไขที่จะได้รับเงินทุนก้อนนี้ นักศึกษาจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าตัวเองปลดล็อกความสำเร็จหรือ Achievement ในเกม ตามเงื่อนไขที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้บนหน้าเว็บไซต์ได้สำเร็จ โดยแบ่งระดับรางวัลออกเป็นสองขั้นคือ Mastery และ Legendary สำหรับระดับ Mastery นักศึกษาจะได้รับเงินสูงสุด 2,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อเทอม (ประมาณ 83,700 บาท) และระดับ Legendary จะได้รับสูงสุดถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเทอม (ประมาณ 167,400 บาท) โดยในหนึ่งปีการศึกษาจะมีทั้งหมดสามเทอม ดังนั้นมูลค่าสูงสุดของทุนจึงอยู่ที่ประมาณ 500,000 บาทต่อปีเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้จะต้องรักษาเกรดเฉลี่ยให้มากกว่า 3.0 ในแต่ละปี และต้องเขียนเรียงความประกอบการขอทุนด้วยยกตัวอย่างเช่น การยื่นขอทุนโดยใช้ Achievement จากเกม Final Fantasy XIV ผู้เล่นสามารถยื่นขอทุนระดับ Legendary ได้ด้วยการเก็บเลเวลสายต่อสู้ทั้ง 20 อาชีพ และสายคราฟต์กับรวบรวมทรัพยากรอีก 8 อาชีพให้ถึงเลเวล 100 โดยจะต้องแสดงหลักฐานเป็นหน้าโปรไฟล์ Lodestone ของตัวละครนักศึกษา โดยเหตุผลด้านการศึกษาคือผู้ที่ทำสำเร็จนั้นมีความสามารถในระบบและวิชาชีพที่แตกต่างกัน 28 ด้านส่วนใครที่เล่น Genshin Impact นั้นก็สามารถยื่นขอทุนระดับ Mastery ได้หากทำเควส Archon ครบและมีระดับมิตรภาพ 10 กับตัวละคร 8 ตัว แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นมีทักษะการจัดการทรัพยากรและดำเนินเกมในระยะยาวหรือถ้าเป็นการเก็บถ้วยบนแพลตฟอร์ม PlayStation ผู้เล่นก็สามารถขอยื่นรับทุนระดับ Mastery ได้ หากเก็บถ้วย Platinum ได้ 5 เกม และ Legendary หากสามารถเก็บได้ 10 เกมขึ้นไป โดยที่ 3 เกมจะต้องมีอัตราการครอบครองถ้วยนั้นในระดับ Ultra Rare มีอัตราผู้ที่ครอบครองน้อยกว่า 1% ซึ่งเหตุผลด้านการศึกษาคือผู้เล่นมีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับแนวเกมที่แตกต่างกัน และแสดงความเป็นเลิศในเกมหลากหลายแนวนั่นเองแม้ว่าการแจกทุนด้วยวิธีนี้อาจจะดูเป็นช่องทางการช่วยเหลือทางการเงินที่แปลกไปสักหน่อย แต่ทาง USV ให้เหตุผลว่าทุนนี้เป็นการยกย่องคุณสมบัติแบบเดียวกับที่ใช้ผลักดันความเป็นเลิศทางวิชาการ นั่นก็คือการฝึกฝนอย่างมีวินัย การแก้ปัญหาเชิงกลยุทธ์ และการมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศที่เหนือกว่าความต้องการขั้นต่ำทางเว็บไซต์ของมหาลัยยังระบุด้วยว่าคุณสมบัติเหล่านี้คือสิ่งเดียวกับที่ใช้กำหนดหมวดวิชา Polymathic Domains ซึ่งรวมถึงการคิดเชิงระบบและวิศวกรรม ความคล่องแคล่วทางคอมพิวเตอร์ และการทำงานร่วมกับ AI โดยทางมหาลัยเชื่อว่าความเชี่ยวชาญก็คือความเชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านการเขียนโค้ด งานศิลปะ งานออกแบบ หรือในโลกเสมือนจริงก็ตามทั้งนี้ แม้ว่าทางมหาวิทยาลัยจะมีรายชื่อเกมที่รองรับการขอทุนอยู่พอสมควร แต่ทางมหาลัยก็เปิดกว้างให้นักศึกษาสามารถนำเสนอเกมอื่นที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อบนเว็บไซต์ได้เช่นกัน แต่ต้องมีมีเอกสารหลักฐานยืนยันความหายากของ Achievement นั้น โดยระบุไว้ว่าต้องมีอัตราการสำเร็จน้อยกว่า 5% พร้อมกับอธิบายถึงความเชี่ยวชาญที่ใช้ในการปลดล็อกความสำเร็จดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาทุนจะตรวจสอบใบสมัครกันเป็นรายบุคคลไปทุน Max Achievement Scholarship เพิ่งเปิดตัวเป็นปีแรก โดยตั้งเป้าที่จะมอบทุนให้กับนักศึกษาจำนวน 10 ถึง 15 คนสำหรับปีการศึกษา 2026 - 2027 และอาจพิจารณาขยายโครงการในอนาคตได้ โดยจะประเมินจากคุณภาพของผู้สมัครและความสำเร็จโดยรวมของตัวโครงการใครที่สนใจอยากรู้ว่าทุนการศึกษานี้มี Achievement ของเกมไหนบ้างและมีเงื่อนไขอะไรก็สามารถเข้าไปดูที่หน้าเว็บไซต์ของทางมหาลัยได้เลย ลองดูเล่น ๆ แล้วลองนับรวมกันครับว่าเรานั้นเข้าข่ายรับทุนไปแล้วกี่ข้อกี่เกม เพราะงานนี้ไม่ได้วัดความสำเร็จกันที่ทักษะการเล่นเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความพากเพียร เล่นจนครบจบสมบูรณ์ในด้านต่าง ๆ ด้วย ไม่แน่อาจจะได้ทุนเยอะกว่าที่คิด!ข้อมูลอ้างอิงจากIGNUniversity of Silicon Valley
Online Station • 3 วันที่แล้ว
สิทธิพิเศษ
ทรูโบนัส รับสิทธิ์ชมช่องเพิ่ม ฟรี
ประหยัด ฿1078 ที่ ทรูมูฟเอช ทรูโบนัส รับสิทธิ์ชมช่องเพิ่ม ฟรี เงื่อนไข 1.สิทธิพิเศษนี้เริ่มใช้ได้ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 - จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง2.รับสิทธิ์ และ ตรวจสอบสิทธิ์ที่ TrueID Application หรือ TrueID Web3.ผู้ใช้บริการสามารถกดรับสิทธิ์ชมช่องเพิ่ม ฟรี ได้ 1 สิทธิ์/วัน และสามารถใช้สิทธิ์ได้ถึงเวลา 23.59 น. ของวันที่กดขอรับสิทธิ์4.ลูกค้าสามารถขอรับสิทธิ์พิเศษนี้ได้ในทุกหมายเลข และรับสิทธิ์ได้สูงสุด 10 สิทธิ์ ต่อเดือน5.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการขอรับสิทธิ์ กรณีที่ลูกค้ามีบริการ ตรงกับสิทธิ์พิเศษไว้อยู่ก่อนแล้ว6.ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสด และ ใช้ร่วมกับโปรโมช่นอื่น ๆ7.ลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริการฯ ได้ที่ช่องทาง http://www.truevisionstv.co.th8.แพ็กเกจที่ไม่สามารถขอรับสิทธิ์ได้ Enjoy Package / CVG ทุก Package
Voice/Data • 21 เม.ย. 69
สิทธิพิเศษ
ทรู สเฟียร์
TrueSphere First Class Co-Working Space ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่
บริการทั่วไป • 8 มิ.ย. 69
ศิษย์เก่า3K
ฟุตบอลศิษย์เกา
newbietech • 20 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
True Visions
0
True Product • 21 เม.ย. 69
อ่าน
FSMART ผนึกทีทีบี ให้บริการฝากเงิน ยกระดับตู้บุญเติม
#FSMART #ทันหุ้น – FSMART ผนึกกำลัง “ทีทีบี” ยกระดับเครือข่ายบุญเติมสู่ Digital Financial Ecosystem เต็มรูปแบบ เปิดบริการฝากเงินสดเข้าบัญชีทีทีบีผ่านตู้บุญเติมกว่า 120,000 ตู้ ตู้เต่าบินกว่า 8,000 ตู้ และเคาน์เตอร์ CenPay Powered by บุญเติมกว่า 3,600 จุดทั่วประเทศนายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART ผู้ให้บริการทางการเงินครบวงจร “บุญเติม” และเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “GINKA Charge Point” ภายใต้วิสัยทัศน์ นวัตกรรมที่ยั่งยืนเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น กล่าวว่า บริษัทได้รับความไว้วางใจจาก “ทีทีบี” ให้เป็นตัวแทนธนาคารในการฝากเงินสดเข้าบัญชีทีทีบี โดยสามารถใช้บริการผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ตู้บุญเติม (ยกเว้นจุดให้บริการหน้า 7-Eleven) ที่มีจำนวนกว่า 120,000 ตู้, ตู้เต่าบิน (TAOBIN) จำนวนกว่า 8,000 ตู้ และเคาน์เตอร์ CenPay Powered by บุญเติม ที่ให้บริการกว่า 3,600 จุด ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถทำธุรกรรมใกล้บ้านได้ตลอดเวลา ลดข้อจำกัดด้านการเดินทางและเวลา ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล@แผนร่วมมือ“การร่วมกับพันธมิตรทางการเงินชั้นนำอย่างทีทีบี ทำให้บริษัทขยายขีดความสามารถในการให้บริการด้านการเงินที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่รองรับ 8 เป็น 9 ธนาคารหลัก โดยการเพิ่มทีทีบีเข้ามาจะช่วยต่อยอดการเงินดิจิทัลของบุญเติมอย่างสมบูรณ์ และช่วยตอกย้ำบทบาทของ “บุญเติม” ในฐานะผู้นำด้านบริการทางการเงิน ที่ไม่เพียงเพิ่มช่องทางฝากเงินให้กับผู้บริโภค แต่สะท้อนถึงบทบาทของ “บุญเติม” ในการเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Financial Ecosystem ของประเทศ ที่ช่วยเชื่อมต่อบริการทางการเงินให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซึ่งที่ผ่านมา FSMART มุ่งพัฒนาเครือข่ายบริการให้เป็นมากกว่าจุดรับชำระหรือทำธุรกรรม แต่เป็นแพลตฟอร์มทางการเงินที่สามารถรองรับบริการหลากหลายรูปแบบ และเชื่อมโยงพันธมิตรจากหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “นวัตกรรมที่ยั่งยืนเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น” ของบริษัท ทั้งนี้ลูกค้ายังได้รับความคุ้มค่าเพิ่มขึ้นจากอัตราค่าธรรมเนียมที่เข้าถึงได้ สำหรับลูกค้าใหม่ที่ใช้บริการตู้บุญเติม สามารถทดลองใช้บริการฝากเงินเข้าบัญชีทีทีบีได้ง่ายขึ้น พร้อมรับโปรโมชันส่วนลดค่าธรรมเนียม 15 บาทต่อรายการ ตั้งแต่วันนี้ - 30 กันยายน 2569” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวด้านนางสาวกนกวรรณ เพชรพิสิฐโชติ ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคาร และความมั่งคั่งทางการเงิน ทีทีบี กล่าวว่า “ความร่วมมือกับบุญเติมในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญของทีทีบีในการขยายช่องทางการให้บริการฝากเงินให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ถือเป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กรในการยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงินให้มีความสะดวก และตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน โดยสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้อย่างครอบคลุมทั้งในรูปแบบดิจิทัลและผ่านเครือข่ายจุดให้บริการ โดยเฉพาะการฝากเงินที่ลูกค้าสามารถทำได้ใกล้บ้าน ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านจุดให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศของบุญเติม ช่วยลดข้อจำกัดในการเดินทางและทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่ายและคล่องตัวมากขึ้น สอดรับกับความต้องการของลูกค้าที่มองหาบริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย รวดเร็ว ปลอดภัย และยืดหยุ่น ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”@ยกระดับ“ทีทีบีเชื่อว่าการมีชีวิตทางการเงินที่ดี ควรเริ่มต้นจากการเข้าถึงบริการที่ง่ายและตอบโจทย์จริง ธนาคารจึงเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ทางการเงินแบบไร้รอยต่อ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าควบคู่กับการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีเครือข่ายแข็งแกร่ง เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยความร่วมมือในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มช่องทางฝากเงิน แต่เป็นการต่อยอดให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการเงินที่เข้าถึงง่าย สะดวก คุ้มค่าและเป็นมากกว่าการทำธุรกรรม พร้อมก้าวไปสู่เป้าหมายให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นรอบด้าน” นางสาวกนกวรรณ กล่าว
ทันหุ้น • 16 มิ.ย. 69
อ่าน
Virtual Bank มาแรง สินเชื่อรายเล็กเสี่ยงถูกกดดัน?
#ทันหุ้น - ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เชื่อว่าธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาหรือ “Virtual Bank” จะช่วยส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่ได้รับบริการที่ดีเพียงพอ (Underserved) จากธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินในปัจจุบัน รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่เข้าถึงบริการทางการเงินขั้นพื้นฐาน แต่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน (Underbanked) จึงต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบนอกจากนี้ ธปท. เชื่อว่า Virtual Bank จะทำให้ระบบสถาบันการเงินของไทยมีการแข่งขันที่เป็นธรรมมากขึ้น โดยในช่วงกลางปี 68 ธปท. ได้ประกาศรายชื่อ Virtual Bank ที่ผ่านการประเมินคุณสมบัติ และคาดว่าจะเริ่มดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 69ฝ่ายวิเคราะห์ฯเชื่อว่า Virtual Bank น่าจะให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกันที่มีวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท โดยใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) และเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Tools) ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ เช่น ประวัติการชำระค่าสาธารณูปโภค ค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบรายเดือน และใบเสร็จจากการซื้อสินค้าและบริการในร้านสะดวกซื้อโดยมองว่า Virtual Bank น่าจะให้ความสนใจกับสินเชื่อ Lock Phone ซึ่งเป็นสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือที่ตัวเครื่องจะถูกล็อกหากลูกค้าไม่ชำระหนี้ โดยสินเชื่อรูปแบบนี้มักมีระยะเวลาผ่อนชำระ 12–18 เดือน และมีอัตราดอกเบี้ย 16–32% ต่อปี จึงให้ผลตอบแทนสูงเพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกค้า ดังนั้น ผู้เล่นที่น่าจะได้รับผลกระทบจาก Virtual Bank ได้แก่ ผู้ให้บริการเงินกู้รายย่อย ผู้ให้บริการเงินกู้นอกระบบ โรงรับจำนำ และผู้ให้บริการสินเชื่อ Lock Phone ที่มีอยู่ในปัจจุบันฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า ธปท. จะกำกับดูแลธุรกิจ Virtual Bank อย่างใกล้ชิดในช่วงห้าปีแรก และกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 5 พันล้านบาท จึงประมาณการว่า Virtual Bank จะมีผลขาดทุนสะสมประมาณ 627 ล้านบาทในช่วงห้าปีแรก จากการใช้เกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อที่ระมัดระวัง และการบริหารความเสี่ยงแบบ Conservative รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องลงทุนในระบบธนาคารใหม่ โมเดลการประเมินความเสี่ยง (Credit Scoring) ระบบติดตามหนี้ และบุคลากร ขณะที่มองว่าผลกระทบทางการเงินต่อกลุ่มธนาคารน่าจะมีเพียงเล็กน้อย เนื่องจาก Virtual Bank มุ่งเน้นลูกค้ากลุ่ม Underserved และ Underbanked เป็นหลักแม้ว่ากลุ่มธนาคารไทยจะมีการประเมินมูลค่าค่อนข้างแพงที่ P/BV ล่วงหน้า 12 เดือน ระดับ 0.78 เท่า แต่ก็มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงเช่นกันที่ 6.3–6.5% ต่อปี ในช่วงปี 69–71 จึงยังคงแนะนำให้นักลงทุนคงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) ในกลุ่มธนาคาร โดยเลือก SCB และ KBANK เป็น Top Pick เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth สูงถึง 18–19% ของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในปี 68 รวมทั้งมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 7.4–7.6% ในปี 69 โดยเชื่อว่าธนาคารที่มีความแข็งแกร่งด้านการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) จะมีความสามารถในการทำกำไรได้สูงกว่าในระยะยาว 5 ปีอย่างไรก็ตาม กลุ่มธนาคารยังมีความเสี่ยงด้านลบ (Downside Risk) หากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ปัจจัยบวก (Upside Risk) จะมาจากการลดต้นทุนผ่านการลดจำนวนพนักงาน รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth ที่แข็งแกร่ง และการส่งออกที่เติบโตสูงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ทันหุ้น • 23 มิ.ย. 69
อ่าน
RBF คว้า 3 ใบประกาศคาร์บอนฟุตพริ้นท์ “ผลิตภัณฑ์และองค์กร”
#RBF #ทันหุ้น-นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF รับมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) สำหรับผลิตภัณฑ์เกล็ดขนมปังชุบทอด ตรา “อังเคิลบาร์นส์” ขนาด 200 กรัม, 500 กรัม และ 1 กิโลกรัม ซึ่งสะท้อนการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรมนอกจากนี้ ยังได้รับประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) สำหรับ บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ เลขที่ 9, สำนักงานสาขา 5 เลขที่ 77 และสำนักงานสาขา 4 จากการดำเนินงานเพื่อลดคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกภายในสำนักงานและโรงงาน โดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO เป็นผู้มอบ ณ Conference Hall สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)นายสุรนาถ เปิดเผยว่า การได้รับประกาศนียบัตรครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจและก้าวสำคัญของ RBF ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในสำนักงานและโรงงาน ผ่านการจัดการด้านพลังงานและวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ที่มุ่งสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนทั้งนี้ RBF ตั้งเป้าเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด เพื่อยกระดับธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต
ทันหุ้น • 9 มิ.ย. 69
ดู
DLTV 1
ช่องการศึกษา • 29 มี.ค. 61
สิทธิพิเศษ
True Online Happiness Upgrade
0
Voice/Data • 21 เม.ย. 69
ดู
DLTV 8
ช่องการศึกษา • 29 มี.ค. 61
ดู
DLTV 2
ช่องการศึกษา • 29 มี.ค. 61
ดู
DLTV 5
ช่องการศึกษา • 29 มี.ค. 61
สิทธิพิเศษ
TrueMove H(Bonus+)
-
Voice/Data • 1 พ.ค. 69
ดู
DLTV 6
ช่องการศึกษา • 29 มี.ค. 61
ดู
DLTV 4
ช่องการศึกษา • 29 มี.ค. 61
ดู
DLTV 9
ช่องการศึกษา • 29 มี.ค. 61
อ่าน
กยศ.ประสานนายจ้างกว่า 5.2 พันแห่ง หักเงินเดือนชำระหนี้ เริ่ม พ.ค.69
#ทันหุ้น #กยศ. ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างเพิ่มเติมกว่า 5,200 แห่ง เริ่มหักเงินเดือนผู้กู้ยืมเงินตั้งแต่เดือนพ.ค.69 นี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างกว่า5,200แห่งที่จะเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินคืนกองทุนผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร(e-PaySLF)ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2569สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ที่เว็บไซต์กยศ.เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ.ขอแจ้งว่าขณะนี้กยศ.ได้จัดส่งหนังสือแจ้งองค์กรนายจ้างที่มีพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมเงินเพิ่มเติมกว่า5,200แห่งให้เริ่มหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินคืนกยศ.ผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร(e-PaySLF)ซึ่งเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2569เป็นต้นไปโดยขอให้ดำเนินการนำส่งเงินภายในวันที่15มิถุนายน2569และนำส่งเงินครั้งถัดไปภายในวันที่15ของทุกเดือนสำหรับผู้กู้ยืมเงินที่มีภาระหนี้ค้างชำระก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการหักเงินเดือนขอให้ชำระยอดค้างด้วยตนเองให้เสร็จสิ้นโดยเร็วทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ.ขอเชิญองค์กรนายจ้างลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมสัมมนาเพื่อศึกษารายละเอียดขั้นตอนและวิธีการใช้งานระบบe-PaySLFได้ที่เว็บไซต์www.studentloan.or.thและหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางไลน์บัญชีทางการ“กยศ.องค์กรนายจ้าง”กยศ.ขอขอบคุณองค์กรนายจ้างทุกแห่งที่ให้ความร่วมมือในการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่องแล้วยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งต่อทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน
ทันหุ้น • 21 พ.ค. 69
ดู
สอนศาสตร์ ม.ปลาย ติวพร้อมก่อนสอบ 65
ทรูปลูกปัญญา • 31 ม.ค. 65
ดู
สอนศาสตร์ ม.ต้น ติวพร้อมก่อนสอบ 65
ทรูปลูกปัญญา • 31 ม.ค. 65
อ่าน
CRC หุ้นกู้ฮอต! ปิดขาย 6 พันลบ. ยอดจองทะลุ 1.8 หมื่นลบ.
#ทันหุ้น - บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ผู้นำธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งในไทยและเวียดนาม ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ นักลงทุนสถาบัน โดยนักลงทุนให้ความสนใจสูงกว่า 18,000 ล้านบาท เทียบเท่ากับยอดจองซื้อที่สูงกว่ามูลค่าเสนอขายกว่า 3 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพทางธุรกิจและความแข็งแกร่งทางการเงินที่มีเสถียรภาพสูง รวมถึงทิศทางการเติบโตอย่างยั่งยืนของเซ็นทรัล รีเทล ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความผันผวนและท้าทายสำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 6,000 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นกู้รวม 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุ 2 ปี 11 เดือน 29 วัน อัตราคิดลด 1.70% ต่อปี และรุ่นอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.10% ต่อปี โดยหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “AA-” แนวโน้ม “Stable” (คงที่) เช่นเดียวกับ Company Rating ของ CRC ที่ได้รับอันดับดังกล่าวต่อเนื่องถึง 4 ปีซ้อน ซึ่งเป็นระดับความน่าเชื่อถือที่ดีที่สุดของกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีกนายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กล่าวว่า “การตอบรับที่เกินความคาดหมายจากนักลงทุนในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งของ CRC ในด้านอีโคซิสเต็มค้าปลีก-ค้าส่งทั้งประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทุก life stage และ lifestyle ของลูกค้าได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มฟู้ด แฟชั่น ฮาร์ดไลน์ หรือพร็อพเพอร์ตี้ อีกทั้งยังสะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทฯ ในการรับมือกับความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจ ผ่านการปรับโครงสร้างธุรกิจและกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากนักลงทุนที่เชื่อมั่นและร่วมจองซื้อหุ้นกู้ของ CRC อย่างล้นหลาม สำหรับเงินสดจากการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ CRC จะนำไปชำระคืนเงินกู้บางส่วนจากสถาบันการเงิน เป็นการกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุนและโครงสร้างทางการเงินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และเหมาะสมกับสภาวะตลาดเงินในปัจจุบัน”“ในนามของ เซ็นทรัล รีเทล ผมขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่มอบความไว้วางใจร่วมลงทุนในหุ้นกู้ครั้งนี้ รวมถึงสถาบันการเงินผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ที่มีส่วนสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จครั้งนี้ โดย CRC จะมุ่งมั่นสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างสมดุล ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงและโครงสร้างเงินทุนอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย พร้อมเดินหน้าเป็นผู้นำที่ไม่หยุดนิ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ และส่งมอบความสุขให้แก่สังคมไทย ตามเจตนารมณ์ Central to Life หรือ ศูนย์กลางชีวิตของทุกคนอย่างแท้จริง” นายปเนต กล่าว
ทันหุ้น • 12 พ.ค. 69
อ่าน
SCB จับมือ POINTX อัดแคมเปญ ผู้ถือบัตรเดบิต SCB LET’S
#ทันหุ้น-ธนาคารไทยพาณิชย์ เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคยุคดิจิทัลผ่านบัตรเดบิต “SCB LET’S” โฉมใหม่ ภายใต้แนวคิด “แค่ใช้ก็ได้พอยท์” ล่าสุดผนึกความร่วมมือกับ POINTX (พอยท์เอกซ์) แอปพลิเคชันรวมและแลกคะแนนสะสม ที่แลกง่าย ใช้คุ้ม ภายใต้กลุ่ม SCBX มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเดบิต SCB LET’S ทุกประเภท รับคะแนนพิเศษ 1,000 POINTX* เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรครบ 1,000 บาทต่อเดือน ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2569 – 31 กรกฎาคม 2569 นายธนวัฒน์ กิตติสุวรรณ รองผู้จัดการใหญ่ Head of Digital Business and Payment Solutions ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “เป้าหมายสำคัญของไทยพาณิชย์คือการสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยหลังจากที่ธนาคารพลิกโฉมบัตรเดบิต “SCB LET’S” ภายใต้แนวคิด “แค่ใช้ก็ได้พอยท์” ด้วยจุดเด่นของบัตรเดบิตที่สามารถสะสมคะแนนได้ โดยทุกการใช้จ่ายครบ 50 บาท รับ 1 คะแนนสะสมบนแอปพลิเคชัน POINTX ธนาคารยังเดินหน้าต่อยอดประสบการณ์ของลูกค้าที่ต้องการนำพอยท์ไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน ความร่วมมือกับ POINTX ครั้งนี้จึงช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้ผู้ถือบัตรเดบิต SCB LET’S ทุกประเภท รับคะแนนพิเศษ 1,000 POINTX* เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรครบ 1,000 บาทต่อเดือน โดยลูกค้าสามารถนำคะแนน POINTX ไปใช้สแกนจ่ายตามร้านค้า จ่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือแลกสินค้า บริการ และสิทธิพิเศษจากพันธมิตรชั้นนำได้อย่างหลากหลาย สะดวก คุ้มค่า และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง”ด้าน นางสรรค์สุดา เสงี่ยมบุตร Chief Commercial Officer (CCO) บริษัท พอยท์เอกซ์ จำกัด เปิดเผยว่า “POINTX เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำมากมาย เพื่อยกระดับการใช้พอยท์สะสมของลูกค้าให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง การร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ในครั้งนี้ จะช่วยให้ลูกค้าสามารถสะสมคะแนน POINTX จากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ง่ายยิ่งขึ้น และนำคะแนน POINTX มาใช้ต่อยอดเป็นความคุ้มค่าให้กับตัวเองได้ทันที ผ่านการใช้พอยท์ในรูปแบบต่างๆ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย และยังถือเป็นอีกก้าวสำคัญ ที่ช่วยเพิ่มสิทธิพิเศษให้ลูกค้าบัตรเดบิต ทุกประเภท สามารถได้รับพอยท์ และใช้พอยท์ได้สะดวก คุ้มค่า และตอบโจทย์การใช้งานในทุกมิติ ตอกย้ำจุดยืนของ POINTX ในฐานะแอปพลิเคชันสะสมคะแนนที่สามารถรวมและจัดการคะแนนได้ภายในแอปเดียว”รายละเอียดแคมเปญพิเศษ สำหรับลูกค้าบัตรเดบิต“SCB LET’S”สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเดบิต SCB มาสเตอร์การ์ด ทุกประเภท รับคะแนนพิเศษ 1,000 POINTX* เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตรฯ ครบ 1,000 บาทต่อเดือน ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2569 – 31 กรกฎาคม 2569 จำกัด 1 สิทธิ์ / ท่าน / เดือน (จำกัดรวม 2 สิทธิ์ หรือ 2,000 POINTX / ท่าน ตลอดระยะเวลาส่งเสริมการขาย)ผู้ถือบัตรต้องลงทะเบียนเข้าร่วมรายการส่งเสริมการขาย ผ่านช่องทาง SCB LINE Connect*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
ทันหุ้น • 13 พ.ค. 69
ดูเพิ่มเติม