รีเซต

ผลการค้นหา “老房子需要办理不动产证吗[办证网:bbzz58.com]-专业老房子需要办理不动产证吗<网址:ban58.com>-宜城老房子需要办理不动产证吗哪里有-可以找老房子需要办理不动产证吗nD” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ธนารักษ์เปิดฟีเจอร์ใหม่ D-Value รับรองสำเนาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ฟรีค่าใช้จ่าย
อ่าน

ธนารักษ์เปิดฟีเจอร์ใหม่ D-Value รับรองสำเนาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ฟรีค่าใช้จ่าย

#ทันหุ้น กรมธนารักษ์” เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่การรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ D-Value เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ชูแนวคิด“สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย” ส่งตรงผ่านอีเมล์ผู้ขอได้ภายใน 10 นาทีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการผลักดันการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางข้อมูล เพิ่มความโปร่งใส และลดต้นทุนการเข้ารับบริการของประชาชน กระทรวงการคลังจึงได้วางแนวทางการขับเคลื่อนประเทศผ่าน Engine 6 เสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ การสร้างคน การสร้างธุรกิจใหม่ การเสริมเงินทุน การเสริมเทคโนโลยี การมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการยกระดับภาครัฐให้เป็น Effective Governmentวันนี้ D-Value คือ หนึ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ต่อยอดจากการบริการเดิมและอยู่ใน Effective Government ซึ่งเป็น Engine ตัวสุดท้ายอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด เพื่อให้รัฐเป็น Enabler ทำงานเร็ว โปร่งใส และ ใช้ Data AI เพื่อเปิดทางให้เศรษฐกิจเดินหน้า เป็นตัวอย่างรูปธรรมของการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงานในด้านการประเมินราคาทรัพย์สินให้ทันสมัยและตอบโจทย์ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น“D-Value มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต้องใช้ข้อมูลราคาประเมินทรัพย์สินในการประกอบธุรกรรมทางการเงินและใช้ประกอบการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ การทำให้ข้อมูลเหล่านี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถูกต้อง โปร่งใส และไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงาน ถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะการให้บริการรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัล เลือกแปลงที่ต้องการ และรับเอกสารที่มีสถานะ “สำเนาถูกต้อง” ส่งตรงทางอีเมลได้ทันที โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ถือเป็นการยกระดับบริการของรัฐให้ทันสมัย สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง” นายเอกนิติ กล่าวนายอัครุตม์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมธนารักษ์ได้ปรับโฉมหน้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชันใหม่ทั้งหมด ให้ทันสมัยและใช้งานง่าย พร้อมชูฟังก์ชันเด่นคือ “การสืบค้นราคาประเมินที่ดินจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม” ทำให้ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลจากการพิมพ์ชื่อสถานที่ ถนน หรือจุดสังเกตใกล้เคียง และการเลือกตำแหน่งแปลงที่ดินบนแผนที่ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องทราบเลขที่โฉนดหรือเลขที่ น.ส.3ก นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวบริการขอรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดออนไลน์เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย”สำหรับขั้นตอนการใช้งานประชาชนสามารถรับบริการได้ง่าย ๆ เพียง 4 ขั้นตอน1.เข้าใช้งานระบบฯ ด้วยการเข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือ เป๋าตัง2.สืบค้นข้อมูลราคาประเมิน โดยสามารถเลือกตำแหน่งจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม หรือกรอกข้อมูลเลขที่โฉนด/เลขที่ น.ส. 3ก. สำหรับที่ดิน หรือกรอกชื่ออาคารชุดสำหรับห้องชุด3.ตรวจสอบรายการตามคำขอ และระบุอีเมล (e-mail) ที่ใช้ในการรับข้อมูล4.รับข้อมูลสำเนาบัญชีราคาประเมิน ที่มีการรับรองสำเนาถูกต้องอิเล็กทรอนิกส์ส่งตรงถึงอีเมลภายใน 10 นาที ซึ่งเอกสารนี้สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางราชการและประกอบธุรกรรมต่าง ๆ ได้ทันทีสำหรับการพัฒนาฟีเจอร์ของ D-Value ในครั้งนี้ นอกจากจะเพิ่มความสะดวกรวดเร็วแบบไร้รอยต่อแล้ว ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการขอเอกสารแบบเดิม และประหยัดค่าเดินทางให้กับประชาชน ภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมธนารักษ์ในการขับเคลื่อนภารกิจให้ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนผู้ที่สนใจสามารถเข้าใช้งานระบบได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ https://assessprice.treasury.go.th หรือแอปพลิเคชัน TRD Property Valuation บนอุปกรณ์เคลื่อนที่

ธอส. จัดหนัก! บ้านมือสองผ่อนสบาย ดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี
อ่าน

ธอส. จัดหนัก! บ้านมือสองผ่อนสบาย ดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี

#ทันหุ้น พิเศษเฉพาะลูกค้าธอส.!!จัดหนักอัตราดอกเบี้ย0%นาน2ปีตอบโจทย์คนอยากมีบ้านกับสินเชื่อสำหรับซื้อทรัพย์บ้านมือสองธอส.ดร.มหัทธนะอัมพรพิสิฏฐ์กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)เปิดเผยว่าการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส1ปี2569ที่ผ่านมาส่วนหนึ่งมาจากความต้องการที่อยู่อาศัยมือสองที่เติบโตอย่างต่อเนื่องธอส.จึงตอบสนองความต้องการของลูกค้าจัดทำ“สินเชื่อสำหรับซื้อทรัพย์บ้านมือสอง”สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นทรัพย์NPAของธอส.พร้อมต่อเติมและซ่อมแซมอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น0%นานสูงสุด2ปีปีที่3เท่ากับMRR - 3.00%ต่อปีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย3ปีแรกเท่ากับ1.05%ปีที่4 – 5เท่ากับMRR - 2.00%ต่อปีและตั้งแต่ปีที่6จนถึงตลอดอายุสัญญาสำหรับลูกค้าสวัสดิการเท่ากับMRR - 1.00%ต่อปีลูกค้ารายย่อยเท่ากับMRR - 0.50%ต่อปี(ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยMRRธอส.อยู่ที่6.145%ต่อปี)ผ่อนชำระได้นานสูงสุด40ปีเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด“บ้านมือสองได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากราคาทำเลความคุ้มค่าและคุณภาพสอดคล้องกับรายได้ในปัจจุบันของประชาชนโดยธอส.มีทรัพย์บ้านมือสองให้เลือกมากกว่า10,000รายการทั่วประเทศให้ลูกค้าได้เลือกซื้อผ่านการจัดงานประมูลแบบOnsiteและOnlineรวมถึงงานมหกรรมการขายทรัพย์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีซึ่งเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยและผู้ที่ต้องการมีบ้านหลังแรกรวมถึงนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาธอส.สามารถจำหน่ายบ้านมือสองได้แล้วกว่า3,100ล้านบาทจากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้4,500ล้านบาท”ดร.มหัทธนะกล่าวผู้สนใจสามารถยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปณธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศและขอดูทรัพย์จริงหรือรับชมภาพทรัพย์ได้ทางApplication : GHB ALL HOMEหรือwww.ghbhomecenter.comสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่G H BANK Call Centerโทร. 0-2645-9000หรือFacebook Fanpageธนาคารอาคารสงเคราะห์และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่G H BANK Social Mediaทุกช่องทาง

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
อ่าน

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์

เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
อ่าน

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!

ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง
อ่าน

รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง

เจาะลึก 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 อนุมัติไว ไม่ต้องเสี่ยงหนี้นอกระบบ ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจมีความผันผวน การมองหาช่องทางเสริมสภาพคล่องด้วยการกู้สินเชื่อถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกแหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้ อนุมัติไว และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณก้าวผ่านวิกฤตทางการเงินในปี 2569 ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับหนี้นอกระบบที่อันตราย สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมายคืออะไร สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย คือ บริการทางการเงินจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) โดยมีลักษณะเด่นคือการระบุอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน โปร่งใส มีหลักฐานการชำระเงินที่ตรวจสอบได้ และดอกเบี้ยต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ทำให้ผู้กู้มั่นใจได้ว่าจะได้รับความเป็นธรรมตลอดอายุสัญญา 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยทางการเงินที่วางใจได้ ในปี 2569 นี้มีแหล่งเงินทุนถูกกฎหมายที่ตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายรูปแบบ ดังนี้ 1. สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นสินเชื่อที่เน้นความอเนกประสงค์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนไปจัดการภาระต่าง ๆ จุดเด่นคือไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน การพิจารณาจะดูจากฐานรายได้และความมั่นคงทางการเงินเป็นหลัก ปัจจุบันมีการพัฒนาให้ขอได้สะดวกขึ้นผ่านช่องทางต่าง ๆ ของสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ 2. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนมีรถแต่ไม่อยากจอดรถทิ้งไว้ เพียงใช้เล่มทะเบียนรถเป็นหลักประกันในการกู้สินเชื่อ ก็สามารถรับเงินสดไปหมุนเวียนได้ทันที โดยที่คุณยังคงมีรถไว้ขับไปทำงานหรือประกอบอาชีพตามปกติ ที่สำคัญคืออาชีพอิสระที่ไม่มีสลิปเงินเดือนก็สามารถยื่นขอสินเชื่อประเภทนี้ได้ไม่ยาก 3. บัตรกดเงินสด เป็นวงเงินสำรองพร้อมใช้ที่เน้นความคล่องตัวสูง เมื่อได้รับอนุมัติวงเงินแล้วคุณสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM หรือโอนเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อดีคือคิดดอกเบี้ยตามยอดที่ใช้จริง และเมื่อชำระคืน วงเงินก็จะหมุนเวียนกลับมาให้คุณใช้ใหม่ได้ทันทีในยามฉุกเฉิน 4. สินเชื่อที่ดินแลกเงิน สินเชื่อสำหรับผู้ที่มีสินทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเปล่า หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยการนำโฉนดมาเป็นหลักประกันแลกเงินก้อน วิธีนี้มักจะได้วงเงินที่ค่อนข้างสูงและดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสินเชื่อบางประเภท แต่อยากให้พิจารณาเป็นทางเลือกท้าย ๆ หากที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยเพียงแห่งเดียวของคุณ 5. สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ นวัตกรรมการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลที่สุด เพราะสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ 100% บางผู้ให้บริการทราบผลอนุมัติไวมากภายใน 10-30 นาที ใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ในการพิจารณาแทนเอกสารกระดาษ ทำให้ผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ยากมีโอกาสได้รับเงินทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น ข้อควรระวังที่ต้องรู้ แม้จะเป็นแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย แต่การกู้สินเชื่อก็มีข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อสุขภาวะทางการเงินที่ดี ตรวจสอบผู้ให้บริการ: ก่อนตัดสินใจสมัคร ควรตรวจสอบรายชื่อแอปพลิเคชันหรือสถาบันการเงินผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยเสมอเพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง ประเมินความสามารถในการชำระ: ไม่ควรกู้เกินกำลังรายได้ที่มี เพราะภาระหนี้ที่สูงเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อเครดิตในระยะยาว อ่านสัญญาให้ละเอียด: ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแฝงต่าง ๆ ให้แน่ใจว่าถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้ก่อนกดยืนยัน ผู้เชี่ยวชาญจาก Promise เน้นย้ำถึงการกู้สินเชื่ออย่างปลอดภัยว่า ควรตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ พร้อมทั้งควรประเมินรายได้เพื่อไม่ให้กู้เกินกำลังจนกระทบต่อเครดิตในระยะยาว และที่สำคัญต้องตรวจสอบรายละเอียดสัญญา อัตราดอกเบี้ย รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วนก่อนกดยืนยันเพื่อให้มั่นใจว่าได้รับเงื่อนไขที่เป็นธรรม สรุปบทความ การเลือกใช้บริการทางการเงินจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมายในปี 2569 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การจัดการปัญหาการเงินมีความมั่นคงและปลอดภัย การเข้าถึงสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือด้วยเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นธรรม จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางที่สะดวกทั้งรูปแบบสาขาหรือแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำเตือน: ควรเลือกกู้เงินจากแหล่งที่ถูกกฎหมายและตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์แบงก์ชาติทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย ควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้และกู้เท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาเครดิตทางการเงินและป้องกันปัญหาหนี้สินเกินตัวในอนาคต

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

ตรวจสภาพรถประจำปี เรื่อง "จำใจทำ" หรือ "กำไรชีวิต"?
อ่าน

ตรวจสภาพรถประจำปี เรื่อง "จำใจทำ" หรือ "กำไรชีวิต"?

"ใกล้ถึงเวลาต่อภาษีรถอีกแล้วเหรอเนี่ย!" เชื่อว่าหลายคนคงแอบถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเหลือบไปเห็นป้ายสี่เหลี่ยมหน้ารถกำลังจะหมดอายุ ไหนจะต้องเสียเงินค่าภาษี ไหนจะต้องเสียเวลาเอารถไปตรวจสภาพ บางคนมองว่ามันเป็นแค่ "ด่านบังคับ" ที่ต้องทำให้จบๆ ไปเพื่อให้ได้ป้ายวงกลมมาแปะหน้ารถ แต่ช้าก่อนครับ! วันนี้ True ID อยากชวนทุกคนเปลี่ยนมุมมองใหม่ เพราะจริงๆ แล้ว "การตรวจสภาพรถ" ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่มันคือ "การตรวจสุขภาพประจำปี" ให้กับเพื่อนยากที่พาเราไปไหนมาไหนทุกวัน และนี่คือ 5 เหตุผลที่บอกว่าทำไมการตรวจสภาพรถถึงเป็นเรื่อง "กำไร" มากกว่า "ภาระ" 1. เบรกแตก! ยางระเบิด! เรื่องสยองที่ป้องกันได้ การตรวจสภาพรถกับ ตรอ. (สถานตรวจสภาพรถเอกชน) ไม่ใช่แค่การเดินวนรอบรถแล้วจบนะครับ แต่เขาเช็กละเอียดถึง "ชีพจร" ของรถเลยทีเดียว โดยเฉพาะ ระบบเบรก ระบบบังคับเลี้ยว ไฟส่องสว่าง และสภาพยาง สิ่งเหล่านี้คือเส้นบางๆ ระหว่าง "ถึงบ้านปลอดภัย" กับ "ไปไม่ถึงจุดหมาย" การรู้ข้อบกพร่องก่อน ย่อมดีกว่าไปรู้ตัวตอนเหยียบเบรกแล้วรถไม่หยุดจริงไหมครับ? 2. เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย (ถ้าไม่ตรวจ) เคยได้ยินคำนี้ไหมครับ? การตรวจสภาพรถเป็นประจำช่วยให้เราเจอ "อาการป่วยระยะเริ่มต้น" ของรถ เช่น น็อตหลวม ยางเริ่มบวม หรือไฟเริ่มมัว การซ่อมจุดเล็กๆ พวกนี้ใช้เงินหลักร้อยหลักพัน แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้จนพังลามไปถึงเครื่องยนต์หรือระบบใหญ่ รับรองว่ากระเป๋าฉีกหลักหมื่นแน่นอน ถือว่าการตรวจสภาพช่วยเซฟเงินในระยะยาวครับ 3. เป็นฮีโร่รักษ์โลก (แบบไม่รู้ตัว) เวลาขับรถตามหลังใครแล้วเจอควันดำโขมง เราคงสาปแช่งในใจใช่ไหมครับ? การตรวจสภาพรถมีการวัดค่าควันดำและก๊าซพิษด้วย การที่รถเราผ่านเกณฑ์ แปลว่าเครื่องยนต์เราเผาไหม้สมบูรณ์ ไม่ปล่อยมลพิษไปทำร้ายปอดใคร ถือเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมแบบหล่อๆ สวยๆ เลยครับ 4. เกราะป้องกันทรัพย์สินและชีวิต รถที่ผ่านการตรวจสภาพ คือรถที่ได้รับการการันตีว่า "พร้อมรบ" บนท้องถนน ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความผิดปกติของตัวรถ ซึ่งถ้าเกิดเหตุขึ้นมาจริงๆ ความเสียหายที่ตามมาประเมินค่าไม่ได้เลย ทั้งตัวรถ ทรัพย์สิน และที่สำคัญที่สุดคือชีวิตของคุณและคนที่คุณรัก 5. ใบเบิกทางสู่ความถูกต้อง (ขาดไม่ได้!) สุดท้ายแล้ว นี่คือ "ไฟลต์บังคับ" ครับ ใบรับรองการตรวจสภาพรถ คือกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกให้คุณต่อภาษีประจำปีได้ ถ้าไม่มีใบนี้ ก็ต่อภาษีไม่ได้ และถ้าปล่อยให้ภาษีขาด... เตรียมตัวเจอค่าปรับและโทษทางกฎหมายที่วุ่นวายกว่าเดิมเยอะ! เช็กลิสต์ด่วน! รถเราต้องตรวจหรือยัง? ฝ่าฝืนโดนอะไรบ้าง? หลังจากเข้าใจความสำคัญแล้ว มาเช็กกันหน่อยว่า "รถสุดรัก" ของเรา เข้าเกณฑ์ต้องโดนหมอตรวจหรือยัง? กฎเหล็กปี 2568 (และปีต่อๆ ไป) เขากำหนดไว้ง่ายๆ จำแค่เลข 7 กับ 5 ครับ! ใครบ้างที่ต้องเข้าคิวตรวจสภาพ? จำง่ายๆ ตามประเภทรถเลยครับ: รถเก๋ง / รถกระบะ / รถตู้ (ส่วนบุคคล): ถ้าอายุรถครบ 7 ปีขึ้นไป ต้องตรวจ! (นับตั้งแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก) มอเตอร์ไซค์: ถ้าอายุรถครบ 5 ปีขึ้นไป ต้องตรวจ! กรณีพิเศษ: รถที่ภาษีขาดเกิน 1 ปี (แต่ไม่ถึง 3 ปี) ไม่ว่ารถจะใหม่แค่ไหน ก็ต้องตรวจสภาพก่อนต่อภาษีเสมอครับ จะไปตรวจที่ไหนดี? สะดวกที่ไหน ไปที่นั่นได้เลยครับ: ตรอ. (สถานตรวจสภาพรถเอกชน): สังเกตป้ายสีเหลืองๆ รูปเฟือง มีอยู่ทั่วประเทศ สะดวก รวดเร็ว ตรวจได้ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ และมอเตอร์ไซค์ สำนักงานขนส่ง: ทุกแห่งทั่วไทย ทริคเด็ด: เราสามารถนำรถไปตรวจสภาพล่วงหน้าได้ ไม่เกิน 3 เดือน ก่อนวันหมดอายุภาษีครับ รีบไปตรวจก่อน จะได้ไม่ต้องไปลุ้นหน้างาน! คำเตือน! อย่าปล่อยจอย (บทลงโทษถ้าดื้อ) ถ้าคุณคิดว่า "ช่างมันเถอะ เดี๋ยวค่อยต่อ" หรือขับรถแบบภาษีขาด บอกเลยว่าไม่คุ้มครับ: โดนปรับจุกๆ: รถทุกคันต้องต่อภาษี ถ้าตำรวจเรียกตรวจแล้วไม่มีป้ายวงกลม (หรือป้ายสี่เหลี่ยม) ปีปัจจุบัน โดนโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท! (แพงกว่าค่าต่อภาษีอีกนะ เก็บเงินไว้กินบุฟเฟต์ดีกว่า) ระวังทะเบียนปลิว (ถูกระงับ): ถ้าคุณปล่อยให้ภาษีขาดติดต่อกันเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับทันที! รถกลายเป็นรถเถื่อน ต้องไปทำเรื่องจดทะเบียนใหม่ วุ่นวายแสนสาหัส ทั้งต้องคืนป้ายเดิม ทั้งต้องตรวจสภาพใหม่หมด จดจำไว้ให้ดีนะครับ ห้ามเกิน 3 ปีเด็ดขาด! บทสรุป: เพื่อรถ เพื่อเรา เพื่อโลก ครั้งต่อไปที่เห็นป้ายภาษีใกล้หมดอายุ อย่าเพิ่งเบื่อครับ ให้คิดซะว่านี่คือโอกาสดีที่เราจะได้พาเพื่อนคู่ใจไปเช็กความฟิต เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการหมุนของล้อ จะพาเราไปสู่จุดหมายได้อย่างปลอดภัย ไร้มลพิษ และถูกต้องตามกฎหมาย รถพร้อม คนพร้อม เอกสารพร้อม... ขับขี่อุ่นใจ ปลอดภัยทุกเส้นทางจ้า! Photo Credit : AI Generated

อันตรายมาก! ทำไมไม่ควร "จำนำรถติดไฟแนนซ์" เผยกลโกงมิจฉาชีพที่ทำคุณหมดตัว
อ่าน

อันตรายมาก! ทำไมไม่ควร "จำนำรถติดไฟแนนซ์" เผยกลโกงมิจฉาชีพที่ทำคุณหมดตัว

การ "จำนำรถติดไฟแนนซ์" หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "จำนำจอด" เป็นวิธีการหาเงินด่วนที่อันตรายและผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง เพราะคุณยังไม่ได้เป็นเจ้าของรถอย่างสมบูรณ์ และกำลังนำทรัพย์สินที่ไม่ได้เป็นของตัวเองไปเป็นหลักประกัน นี่คือเหตุผลที่คุณ ไม่ควรทำ และกลโกงของมิจฉาชีพที่คุณต้องระวัง! ทำไมการจำนำรถติดไฟแนนซ์ถึงเป็นเรื่องที่ผิดและเสี่ยง? คุณยังไม่ใช่เจ้าของรถ: ในทางกฎหมาย ผู้ที่ทำสัญญาเช่าซื้อ (ไฟแนนซ์) ไม่ใช่เจ้าของรถ แต่เป็นเพียงผู้ครอบครองรถเท่านั้น เจ้าของที่แท้จริงคือ บริษัทไฟแนนซ์ (สถาบันการเงิน) การนำรถไปจำนำหรือเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับบุคคลที่สาม จึงเข้าข่ายความผิดฐาน ยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ซึ่งมีโทษทางอาญาและจำคุกได้ ผิดสัญญาไฟแนนซ์โดยตรง: สัญญาเช่าซื้อส่วนใหญ่จะมีข้อกำหนดห้ามนำรถไปจำนำ หรือจำหน่ายจ่ายโอน การทำเช่นนี้ทำให้สัญญาเช่าซื้อถูกยกเลิกทันที บริษัทไฟแนนซ์มีสิทธิ์ ยึดรถคืน ได้ทันที แม้ว่ารถจะอยู่ในมือของนายทุนที่รับจำนำไปแล้วก็ตาม เสียทั้งรถและติดหนี้: หากรถถูกยึดโดยไฟแนนซ์ หรือถูกขายทอดตลาดไป คุณจะ เสียรถไปอย่างถาวร แถมยังคง ต้องรับผิดชอบยอดหนี้ ที่ค้างกับไฟแนนซ์ทั้งหมด ทำให้คุณมีหนี้สองทาง ทั้งหนี้กับนายทุนที่รับจำนำ และหนี้ที่ค้างชำระกับไฟแนนซ์ เผยกลโกงสุดอันตรายของ "มิจฉาชีพรับจำนำจอด" มิจฉาชีพที่รับจำนำรถประเภทนี้มักใช้กลโกงที่ทำให้ผู้ที่ร้อนเงินต้องตกเป็นเหยื่อ โดยเฉพาะการหาวิธีทำให้รถที่จำนำไปแล้ว ติดตามคืนไม่ได้ โกง 1: ค่าธรรมเนียมซ่อนเร้น: นายทุนจะคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่สูงลิบลิ่ว และมักไม่บอกรายละเอียดที่ชัดเจนในตอนแรก เมื่อคุณต้องการไถ่ถอนรถคืน ยอดหนี้จะสูงขึ้นจนคุณไม่สามารถจ่ายคืนได้ โกง 2: การถอด GPS และการสวมทะเบียน: นี่คือวิธีที่อันตรายที่สุด มิจฉาชีพจะให้คุณ ถอดเครื่องมือติดตาม (GPS) ที่บริษัทไฟแนนซ์ติดตั้งไว้ (ซึ่งบางครั้งก็ทำเองในขณะที่รถจอดอยู่) เพื่อป้องกันการติดตามรถ นอกจากนี้ อาจมีการนำรถของคุณไป สวมทะเบียนปลอม และ ขายต่อ ให้กับเครือข่ายมิจฉาชีพในราคาต่ำ โดยเฉพาะตลาดรถที่ผิดกฎหมาย หรือส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านทันที โกง 3: การเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองอย่างผิดกฎหมาย: มิจฉาชีพจะหลอกให้คุณเซ็นเอกสารโอนอำนาจต่าง ๆ หรือมอบอำนาจให้พวกเขาสามารถดำเนินการทางทะเบียนรถได้บางส่วน เมื่อคุณไม่สามารถไถ่ถอนรถได้ตามกำหนด พวกเขาจะใช้เอกสารเหล่านี้ในการจัดการขายรถของคุณออกไปอย่างรวดเร็ว โดยที่คุณไม่มีทางตามคืนได้เลย ทางออกที่ถูกกฎหมายเมื่อคุณ "ร้อนเงิน" หากคุณกำลังติดขัดเรื่องเงินและมีรถที่ผ่อนอยู่ มีทางเลือกที่ปลอดภัยและถูกกฎหมายมากกว่าการจำนำจอด ดังนี้: รีไฟแนนซ์ (Refinance): นำรถไปกู้ใหม่กับสถาบันการเงิน เพื่อรับเงินก้อนและยืดระยะเวลาผ่อนชำระออกไป สินเชื่อจำนำทะเบียน (Car Title Loan): นำเล่มทะเบียนรถไปค้ำประกันเพื่อขอสินเชื่อ โดยที่คุณยัง สามารถใช้รถได้ตามปกติ และทำธุรกรรมกับบริษัทที่ถูกกฎหมาย ติดต่อไฟแนนซ์เดิม: หากชักหน้าไม่ถึงหลัง ให้รีบปรึกษาบริษัทไฟแนนซ์เพื่อ ขอปรับโครงสร้างหนี้ หรือ ขอลดค่างวดชั่วคราว ซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุด การจำนำรถติดไฟแนนซ์มีแต่ความเสี่ยงและมีโอกาสสูงที่จะทำให้คุณเสียรถไปฟรี ๆ และติดหนี้ก้อนใหญ่ตามมาในที่สุด ทางที่ดีคือเลือกใช้บริการทางการเงินที่ถูกกฎหมายเสมอครับ Photo Credit : AI Generated

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
อ่าน

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย

การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated

TTB ออกแคมเปญสินเชื่อบ้านส่งท้ายปี ! รีไฟแนนซ์บ้าน-คอนโด
อ่าน

TTB ออกแคมเปญสินเชื่อบ้านส่งท้ายปี ! รีไฟแนนซ์บ้าน-คอนโด

TTB ออกแคมเปญสินเชื่อบ้านส่งท้ายปี ! รีไฟแนนซ์บ้าน-คอนโด ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 1.50% ต่อปี #ทันหุ้น #SET #TTB เดินหน้าช่วยให้คนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ช่วยลดภาระให้กับคนผ่อนบ้าน-คอนโด ผ่านแคมเปญส่งท้ายปี มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 1.50% ต่อปี นายอธิศ วงศ์ศศิธร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่อมีหลักประกัน ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ทีทีบีมุ่งมั่นเดินหน้าช่วยคนไทยให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ธนาคารมอบโซลูชันทางการเงินเพื่อสนับสนุนให้ผู้ที่กำลังผ่อนบ้าน-คอนโด มีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านได้เร็วขึ้น โดยนำเสนออัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ รวมทั้งสินเชื่อบ้านแลกเงิน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยและบริหารการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษดังกล่าว เหมาะสำหรับลูกค้าที่กำลังผ่อนบ้านและต้องการลดภาระดอกเบี้ยลง พร้อมมีเงินส่วนต่างเหลือไว้ใช้จ่ายในเรื่องที่จำเป็นในชีวิต มีรายละเอียด ดังนี้ สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 1.50% ต่อปี ช่วยให้ลูกค้าสามารถลดภาระดอกเบี้ยและลดภาระค่างวดลงได้ สินเชื่อบ้านแลกเงิน ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้นเพียง 3.99% ต่อปี สำหรับคนที่มีบ้านปลอดภาระหรือยังผ่อนอยู่ และต้องการเงินก้อนไปใช้จ่าย ไม่ว่าจะนำไปรวบหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้เบาลง หรือนำไปเสริมสภาพคล่อง เพื่อบริหารจัดการทางการเงินให้ดีขึ้น ทีทีบียังช่วยลูกค้าลดค่าใช้จ่ายด้วยข้อเสนอพิเศษ ฟรี! ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยตลอดสัญญา และทางเลือกฟรี! ค่าจดจำนอง* นอกจากนี้ ทีทีบียังมีโซลูชันใหม่ สำหรับลูกค้าที่ผ่อนบ้านตรงเวลาสม่ำเสมอ สามารถรีไฟแนนซ์พร้อมวางแผนการเงินในระยะยาว ด้วยโปรแกรม รีไฟแนนซ์ครั้งสุดท้าย ซึ่งมีจุดเด่นคือ ดอกเบี้ยคงที่ตลอดสัญญา เริ่มต้นที่ MRR-4.115% (เทียบเท่า 3.19% ต่อปี) ผ่อนดี ปีที่ 4 ดอกเบี้ยไม่ปรับขึ้น และพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการรีไฟแนนซ์พร้อมขอวงเงินกู้เพิ่ม กับสินเชื่อบ้านแลกเงิน Top Up สามารถเลือกรับข้อเสนออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านแลกเงิน Top Up เรทเดียวตลอดสัญญาได้ด้วยเช่นเดียวกัน ช่วยให้หมดกังวลเรื่องการปรับขึ้นของดอกเบี้ยในปีที่ 4 ได้ ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการสมัครสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ รวมถึงสินเชื่อบ้านแลกเงิน กับทีทีบี สามารถสมัครผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1. สาขาทีทีบี ทั่วประเทศ 2. ช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ทีทีบี 3. แอป ttb touch (ลูกค้าปัจจุบัน) โดยโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษข้างต้น สำหรับการสมัครตั้งแต่วันที่23 กันยายน 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ttbbank.com/th/personal/loans/home-loan/home-loan-refinance *ทางเลือกฟรี! ค่าจดจำนอง ธนาคารจะออกค่าธรรมเนียมจดจำนองให้ 1% ของวงเงินอนุมัติสินเชื่อรวมสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยลูกค้าชำระค่าธรรมเนียมจดจำนองก่อนแล้วธนาคารจะโอนค่าธรรมเนียมจดจำนองดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากของลูกค้าภายในระยะเวลา 30 วัน นับจากวันที่จำนองหลักประกัน กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว : สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 3% - 6% ต่อปี สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR-4.115% ถึง MRR-1.430% ต่อปี สินเชื่อบ้านแลกเงิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 5% - 11% ต่อปี สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR-1.855% ถึง MRR+3.020% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 15 ส.ค. 68 = 7.305% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ เงื่อนไขการสมัครและอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกําหนด รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ www.ttbbank.com

คู่มือโอนรถปี 2568: เตรียมพร้อมไว้ ไม่เสียเวลา ไม่เสียเงิน!
อ่าน

คู่มือโอนรถปี 2568: เตรียมพร้อมไว้ ไม่เสียเวลา ไม่เสียเงิน!

ปี 2568 นี้ สำหรับใครที่กำลังจะซื้อหรือขายรถยนต์มือสอง เรื่องหนึ่งที่ต้องรู้ไว้เลยก็คือ "ค่าโอนรถยนต์" ครับ! อย่าเพิ่งคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าเบื่อ เพราะถ้าไม่รู้หรือไม่เตรียมตัวให้พร้อม อาจมีเรื่องวุ่นวายตามมาได้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องนี้แบบเข้าใจง่ายๆ พร้อมเคล็ดลับที่จะทำให้การโอนรถของคุณราบรื่นเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม: จ่ายอะไรบ้าง? หลายคนอาจคิดว่าค่าโอนรถก็แค่ค่าโอน แต่จริงๆ แล้วมันมีค่าใช้จ่ายยิบย่อยที่เราต้องรู้ครับ ค่าธรรมเนียมการโอน: อันนี้ถูกสุดๆ แค่ 100 บาท ค่าคำขอโอน: จิ๊บๆ เพียง 5 บาท ค่าอากรแสตมป์: อันนี้แหละตัวสำคัญ! คิดเป็น 500 บาท ต่อราคารถยนต์ 100,000 บาท ถ้าซื้อรถมา 500,000 บาท ก็ต้องจ่าย 2,500 บาท แต่ถ้าซื้อมาแค่ 80,000 บาทก็จ่ายแค่ 400 บาท ค่าตรวจสภาพรถยนต์: ถ้าเจ้ารถคู่ใจของคุณมีอายุเกิน 7 ปี (สำหรับรถยนต์) หรือเกิน 5 ปี (สำหรับมอเตอร์ไซค์) ต้องเข้าตรวจสภาพที่กรมการขนส่งฯ ก่อน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 150 - 200 บาท เอกสารพร้อม! โอนรถได้เลย! เตรียมเอกสารให้ครบ รับรองว่าไม่เสียเที่ยวแน่นอนครับ! สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ฉบับจริง: ตัวจริงเท่านั้นนะครับ! ห้ามใช้สำเนาเด็ดขาด บัตรประชาชน: ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย อย่างละฉบับ หนังสือมอบอำนาจ: ถ้าใครคนใดคนหนึ่งไม่ว่างมา ก็ต้องมีหนังสือนี้พร้อมติดอากรแสตมป์ด้วย เอกสารอื่นๆ: เช่น สัญญาซื้อขาย หรือใบเสร็จรับเงิน (มีไว้ก็ดีครับ อุ่นใจกว่า) ขั้นตอนง่ายๆ ไปกรมการขนส่งฯ ได้เลย! ไปตรวจสภาพ: สำหรับรถที่เข้าเกณฑ์ ก็ขับไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพก่อนเลย (รถยนต์ส่วนบุคคลที่มีอายุเกิน 7 ปี, รถจักรยานยนต์เกิน 5 ปี หรือรถที่มีการดัดแปลงสภาพ) ยื่นเอกสาร: นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่แผนกรับคำขอโอนรถ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องให้ จ่ายเงิน: เมื่อเอกสารผ่าน เจ้าหน้าที่จะแจ้งค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก็จ่ายตามยอดนั้นได้เลย รอรับสมุดใหม่: ขั้นตอนสุดท้ายคือการรอเจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขข้อมูลในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ และลงชื่อเจ้าของคนใหม่ เท่านี้ก็เรียบร้อย! บทสรุป: โอนง่าย ถ้าเตรียมพร้อม! การโอนรถยนต์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ หากคุณเตรียมเอกสารและทำความเข้าใจเรื่องค่าใช้จ่ายให้ดี การเดินทางไปกรมการขนส่งฯ ก็จะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใช้เวลาไม่นาน ที่สำคัญคือการทำเรื่องให้ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณสบายใจ หายห่วงเรื่องปัญหากฎหมายที่อาจตามมาในอนาคตครับ Photo Credit : AI Generated

ขั้นตอนการย้ายสิทธิบัตรทอง 2568 ทำออนไลน์ง่าย ใช้สิทธิได้ทันที
อ่าน

ขั้นตอนการย้ายสิทธิบัตรทอง 2568 ทำออนไลน์ง่าย ใช้สิทธิได้ทันที

ขั้นตอนการย้ายสิทธิบัตรทอง 2568 ฉบับเข้าใจง่ายการย้ายสิทธิบัตรทอง หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (UC) เป็นบริการจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่เปิดให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนหน่วยบริการประจำได้สะดวก โดยไม่ต้องย้ายทะเบียนบ้าน และสามารถดำเนินการได้ถึง 4 ครั้งต่อปีปัจจุบันสามารถดำเนินการได้ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมเริ่มใช้สิทธิใหม่ได้ทันทีหลังระบบอนุมัติช่องทางการย้ายสิทธิบัตรทอง1. ช่องทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน “สปสช.” (Android/iOS)ผ่าน LINE Official Account พิมพ์ค้นหา @nhso2. ช่องทางออฟไลน์โรงพยาบาลรัฐใกล้บ้าน / รพ.สต. / ศูนย์สุขภาพชุมชนสำนักงาน สปสช. อาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ (กรุงเทพฯ) เอกสารที่ใช้ในการย้ายสิทธิบัตรประชาชนตัวจริงถ้าที่อยู่ตรงกับบัตรประชาชน ใช้เพียงบัตรประชาชนถ้าที่อยู่ไม่ตรง ต้องแนบเอกสารเพิ่มเติม เช่นหนังสือรับรองจากเจ้าบ้านหรือผู้นำชุมชนสำเนาทะเบียนบ้านสัญญาเช่าหรือใบเสร็จค่าน้ำไฟที่มีชื่อผู้ขอหากมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประชาชนของทั้งผู้มอบและผู้รับมอบวิธีดำเนินการผ่านแอปฯ สปสช. หรือ LINE1. ลงทะเบียนหรือล็อกอินผ่านแอปฯ หรือ LINE @nhso2. กรอกเลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และยืนยันตัวตน3. เลือกเมนู “เปลี่ยนหน่วยบริการ”ถ้าที่อยู่ตรงกับบัตร อัปโหลดภาพบัตรประชาชน + เซลฟี่ถ้าที่อยู่ไม่ตรง แนบเอกสารเพิ่มเติม4. เลือกหน่วยบริการใหม่ เช่น โรงพยาบาลที่ใกล้ที่พัก5. ยืนยันข้อมูล และส่งคำขอ6. ตรวจสอบสถานะในเมนู “ตรวจสอบสิทธิ” กรณีเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ใบสูติบัตรเด็ก หรือบัตรประชาชนทะเบียนบ้าน หรือหลักฐานแสดงที่พักสำเนาบัตรประชาชนผู้ปกครองสามารถให้ผู้ปกครองดำเนินการแทนได้ทั้งออนไลน์และที่หน่วยบริการข้อควรรู้เกี่ยวกับการย้ายสิทธิบัตรทองย้ายสิทธิได้สูงสุด 4 ครั้งต่อปีไม่จำเป็นต้องย้ายทะเบียนบ้านสิทธิใหม่มีผลทันทีหลังส่งคำขอสำเร็จย้ายได้ทั้งกรณีในจังหวัดเดียวกันหรือข้ามจังหวัดโทร. 1330 สายด่วน สปสช. ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
อ่าน

ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวยวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 งวดนี้ออกอะไร มา ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 ตรวจเลขท้าย 3 ตัว ตรวจเลขท้าย 2 ตัว และรางวัลอื่นๆ ครบทุกรางวัลกันได้ที่นี่เลย หวยงวดวันที่ 16 กรกฎาคม2568 นี้หวยวันออกอะไรบ้าง TrueID Horoscope มีให้คุณได้ตรวจกันทุกรางวัล พร้อมรายละเอียดครบครัน หากถูกหวย ถูกรางวัลสลากดิจิทัล / สลากทั่วไป ต้องขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท และ จุดจําหน่ายสลากราคา 80 บาท มาเช็คกันได้เลย โดยคุณสามารถติดผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ตามเวลาออกอากาศได้ที่ช่องอมรินทร์ทีวีช่องไทยรัฐทีวี ตรวจหวย งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ตรวจหวย รางวัลที่ 1 งวดประจำ วันที่ 16 กรกฎาคม2568 รางวัลละ 6,000,000 บาท 245324 ตรวจหวย รางวัลเลขหน้า 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 995 171 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 084 336 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 2 ตัว 1 รางวัลๆ ละ 2,000 บาท 26 ตรวจหวย รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท 245323 245325 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท 256051 844480 844010 115709 814956 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท 350225 629192 385755 828884 750911 905994 154167 105797 518522 801720 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท 919511 535130 011545 770120 007372 226866 714779 367218 720123 016018 180198 764485 844067 159307 232904 388722 860628 299326 002116 494991 820009 626972 289468 962845 990091 266671 945021 116613 812085 055511 019693 815738 046215 497443 772115 380485 355962 601882 091768 499018 560719 656693 174880 205250 095041 390621 822024 050007 097623 697773 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท 647642 746667 393207 542950 659868 128026 307433 759338 080861 118352 735702 532517 980070 744470 105540 688515 876415 254594 425320 213929 280183 814426 016179 094222 007144 425939 149619 640226 842048 424203 855521 097664 731083 932741 711493 426860 704157 246647 144671 636361 111887 696136 663981 890358 015640 934805 168451 432227 448700 078976 833037 899160 500170 546361 694969 194027 305674 520693 194095 303267 169262 338354 687765 804898 367718 358534 684527 587133 615712 618898 810563 241055 808215 919913 497983 481418 692894 069539 162287 738529 584314 775144 037112 339237 893580 255525 946717 746981 417929 457698 802249 917434 770121 608327 033776 617152 388005 231338 679518 241761 กรุณาตรวจสอบความถูกต้องกับสำนักงานสลาก กินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท เป๋าตัง ถูกหวย ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท เช็ค วิธีขึ้นเงิน และ ค่าธรรมเนียม ได้ที่นี่ สถานที่ขึ้นเงินรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล มีอยู่หลายแห่ง และมีหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งจะมีอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัลแตกต่างกันไป รวมถึงหลายคนคงสงสัยว่า ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท จากเป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว ทั้ง วิธีขึ้นเงิน "สลากดิจิทัล 80 บาท จากแอปฯ เป๋าตังค์" และ "สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ซื้อจากแผงขายลอตเตอรี่" ดังนี้ ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน หักเงินกี่บาท ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ เมื่อถูกหวยสลากดิจิทัล 80 บาท ที่ซื้อผ่านแอปฯ เป๋าตัง เงินรางวัลจะโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชันเป๋าตัง ดังนั้นผู้ที่ซื้อสลากดิจิทัล 80 บาทขึ้นเงินได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ช่องทางที่ 1 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทย ผูกบัญชีเพื่อเข้ารับรางวัลสลากดิจิทัลบนแอปฯ เป๋าตัง โดยเปิดแอปฯ แล้วเลือก อื่นๆ จากนั้นให้เลือก ตั้งค่า ผูกบัญชีรับเงินรางวัล หากถูกรางวัลสลากดิจิทัล แอปฯ เป๋าตังจะแจ้งเตือนว่าคุณถูกรางวัล ภายในไม่เกิน 19.00 น. ของวันที่ออกรางวัลงวดนั้นๆ กดที่แจ้งเตือน หรือไปที่เมนู "สลากของฉัน" ในแอปฯ เป๋าตัง กดเลือก รับรางวัลผ่านบัญชีกรุงไทย ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการผูกบัญชี ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแจ้งว่าขึ้นเงินรางวัลสำเร็จ จากนั้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้ ภายใน 12 ชั่วโมง โดยเสียค่าธรรมเนียม 1% และค่าภาษีอากรสแตมป์ 0.5 % ของเงินรางวัล หมายเหตุ เมื่อถูกรางวัลสลากดิจิทัล จะต้องกดยืนยันวิธีการรับเงินภายใน 15 วัน หากเกินกำหนดจะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น หากถูกสลากดิจิทัลรางวัลที่หนึ่ง จะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น ส่วนรางวัลอื่นๆ สามารถขึ้นเงินผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ตามปกติ ช่องทางที่ 2 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัล ด้วยตัวเอง ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ หากต้องการขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเองที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เมื่อได้รับแจ้งเตือนว่าถูกรางวัลสลากดิจิทัล สามารถกดที่การแจ้งเตือน แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้ เลือก ขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเอง เลือกวันที่ต้องการไปขึ้นรางวัล ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการขึ้นเงินรางวัล ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแสดงว่าทำรายการสำเร็จ เมื่อถึงวันที่เลือกไว้แล้ว ก็สามารถไปขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลได้ที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 คลิกดูแผนที่ได้ที่นี่วิธีนี้จะเสียค่าอากรสแตมป์ 0.5% ของเงินรางวัล ถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไป ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท หากคุณถูกหวยจากสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไปที่ขายตามแผงต่างๆ สามารถนำไปขึ้นเงินได้ตามที่ต่างๆ ดังนี้ 1.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนามบินน้ำ)วันและเวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30-15.00 น. ไม่หยุดพักกลางวัน เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ หรือ กรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) จุดขึ้นเงินรางวัล : ชั้น 1 ห้องจ่ายรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : จะคิดเป็นร้อยละ 50 สตางค์ของมูลค่าเงินรางวัลที่ถูกสลาก หรือ 0.5% ของเงินรางวัล 2. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) และธนาคารออมสิน วันและเวลาทำการ : ตามเวลาทำการของแต่ละสาขา โดยจะจ่ายตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันออกรางวัลในงวดนั้นๆ ไปจนถึงเวลา 12.00 น.ของวันออกรางวัลในงวดถัดไป (ไม่รับขึ้นเงินรางวัลที่หนึ่ง) เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือกรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : ค่าธรรมเนียม 1% และค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของมูลค่าเงินรางวัล รวมเป็น 1.50% ของมูลค่าเงินรางวัล (อาจมีค่าธรรมอื่นๆ เพิ่มเติม โปรดสอบถามธนาคารอีกครั้ง) สำหรับสลากการกุศล ผู้ขอรางวัล ต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1 ของเงินรางวัล 3.แผงล็อตเตอรี่ สำหรับแผงลอตเตอรี่ที่ติดป้าย รับขึ้นเงินรางวัล โดยส่วนใหญ่คิดค่าธรรมเนียม 2 - 3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.50%) ของมูลค่าเงินรางวัล 5.ร้านทอง คิดอัตราค่าธรรมเนียม 1-3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.5%) ทั้งนี้ ไม่ว่าจะถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลใดก็ตาม อย่าลืมรีบไป "ขึ้นเงิน" หรือขอรับเงินรางวัลภายใน 2 ปี สำหรับสลากทั่วไป และภายใน 1 ปีสำหรับสลากดิจิทัล นับจากวันออกรางวัลสลากฯงวดนั้นๆ เพราะหากเกินกำหนดจะถูกนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ตรวจสอบรายชื่อจุดจําหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาท ในโครงการสลาก 80 กองสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเริ่มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาทตามจุดจำหน่ายต่างๆ ในกทม. และนนทบุรี งวดแรก 17 มกราคม 2565 และจะขยายจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 ทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป โดยท่านสามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายได้ดังนี้ วิธีที่ 1 เช็ครายละเอียดจุดจําหน่ายผ่านเว็บไซต์ คลิกดูจุดจำหน่าย คลิกที่นี่โดยสามารถเลือกเขตของจุดจำหน่ายที่คุณสะดวกได้เลย วิธีที่ 2 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เปิดแอปพลิเคชัน แล้วค้นหาจุดจําหน่าย GL0 Official Sellers ตามขั้นตอนดังนี้ เปิดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เลือกเมนู เลือกจุดจําหน่ายสลาก พิมพ์ GOs ในช่องค้นหาสถานที่ ตรวจหวย ย้อนหลัง และ แคปชั่นวันหวยออก ที่น่าสนใจ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มีนาคม 2568 ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2565 สถิติหวยออกเดือนมีนาคม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันที่ 16 กรกฎาคมคม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันพฤหัสบดีย้อนหลัง 10 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกวันพฤหัสบดี 166 แคปชั่นวันหวยออก 2565 มาใหม่! แคปชั่นเลขเด็ด คำคม เพื่อสายอ่อย สายฮา จัดมาครบ เด็ดๆ โดนๆ! 60 แคปชั่นหวยกิน ฮาๆ ขำๆ คำคมเลขเด็ด จัดเซ็ตเพื่อสายอ่อย สายฮา ในวันหวยออก 30 แคปชั่นอ่อย วันหวยออก 2565 มาใหม่! ชอบเลขไหนก็หยิบเอา แต่ถ้าชอบเราก็จีบได้ โพสต์ไปอาจได้แฟน! ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลย้อนหลังรู้ผลทันที หากยังอ่านดวงไม่จุใจ ติดตามอ่านดวงแบบอื่นๆ ได้ที่นี

น.ค.1 คืออะไร? เปิดสิทธิครอบครองที่ดินในนิคมสร้างตนเอง
อ่าน

น.ค.1 คืออะไร? เปิดสิทธิครอบครองที่ดินในนิคมสร้างตนเอง

น.ค.1 คืออะไร?น.ค.1 หรือ หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเอง เป็นเอกสารทางราชการที่ออกโดย กรมประชาสงเคราะห์ (ปัจจุบันคือ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ) เพื่อให้บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิกโครงการนิคมสร้างตนเอง มีสิทธิใช้พื้นที่ของรัฐในการอยู่อาศัยและประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สิทธิที่ได้จากเอกสาร น.ค.1ผู้ถือเอกสาร น.ค.1 มีสิทธิ เข้าใช้และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ตามขอบเขตที่ระบุไว้ในโครงการนิคมสร้างตนเอง เช่น การอยู่อาศัย ทำการเกษตร หรือพัฒนาอาชีพอื่นที่สอดคล้องกับแผนของรัฐ อย่างไรก็ตาม เอกสารฉบับนี้ ยังไม่ใช่โฉนดที่ดิน หรือ หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ ผู้ถือจึงยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เงื่อนไขสู่การถือครองถาวรแม้ น.ค.1 จะเป็นเพียง “สิทธิครอบครองชั่วคราว” แต่หากผู้ถือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่นทำประโยชน์ในที่ดินตามระยะเวลาที่รัฐกำหนดปฏิบัติตามระเบียบและไม่ละเมิดเงื่อนไขของโครงการชำระหนี้ค้างชำระ (ถ้ามี)ก็สามารถยื่นขอ น.ค.3 ได้ในลำดับถัดไป ซึ่งเป็น หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดิน และเมื่อผ่านเกณฑ์ต่อเนื่อง ก็สามารถยื่นเรื่องขอ โฉนดที่ดิน ได้ในภายหลัง ทำไมเอกสาร น.ค.1 จึงสำคัญ?เป็นจุดเริ่มต้นของสิทธิในการใช้ที่ดินอย่างถูกกฎหมายในพื้นที่นิคมช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลมีที่อยู่อาศัยและทำกินเป็นเครื่องมือของรัฐในการกระจายการถือครองที่ดิน และสนับสนุนการพัฒนาชนบทเป็นพื้นฐานสำคัญของการขอเอกสารสิทธิ์ที่ดินในลำดับต่อไป เช่น น.ค.3 หรือโฉนด

น.ค.3 ออกโฉนดได้ไหม? เจาะลึกสิทธิที่ดินนิคมสร้างตนเอง
อ่าน

น.ค.3 ออกโฉนดได้ไหม? เจาะลึกสิทธิที่ดินนิคมสร้างตนเอง

เมื่อพูดถึง “ที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเอง” หลายคนอาจนึกถึงพื้นที่ห่างไกลซึ่งรัฐจัดสรรให้ประชาชนเข้าไปบุกเบิกทำกิน แต่สำหรับผู้ที่ถือเอกสาร น.ค.3 ซึ่งเป็นหนังสือแสดงการทำประโยชน์ในนิคมฯ คำถามสำคัญที่ตามมาคือ“สามารถเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดินได้หรือไม่?”กรมที่ดินได้ชี้แจงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า สามารถออกเป็นโฉนดได้ หากเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ถือ น.ค.3 หลายหมื่นรายทั่วประเทศ เข้าใจโครงสร้างสิทธิ: จาก น.ค.1 ถึง น.ค.3การได้มาซึ่ง น.ค.3 ไม่ใช่แค่ถือครองเอกสาร แต่สะท้อนถึงกระบวนการสร้างตัวและสร้างชุมชนภายใต้ พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 โดยมีขั้นตอนเริ่มจากน.ค.1 หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินนิคมฯ ซึ่งออกให้โดยกรมประชาสงเคราะห์เมื่อทำประโยชน์ตามระยะเวลาเกิน 5 ปี และชำระหนี้ให้รัฐแล้วจึงได้น.ค.3 หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในนิคมฯน.ค.3 ขอออกโฉนดได้หรือไม่?คำตอบคือ ได้ ภายใต้ 2 เงื่อนไขหลัก ตามกฎหมายที่ดิน1. การออกโฉนดเฉพาะราย (มาตรา 59 ประมวลกฎหมายที่ดิน)ต้องยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินจังหวัดที่ที่ดินตั้งอยู่ต้องมีน.ค.3 เป็นหลักฐานผ่านการพิสูจน์การใช้ประโยชน์โดยเจ้าหน้าที่นิคม2. การออกโฉนดโดยการเดินสำรวจ (มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง)เมื่อเจ้าหน้าที่รังวัดสำรวจพื้นที่ หากเจ้าของที่ดินมีน.ค.3 ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานออกโฉนดได้อย่างไรก็ดี กฎหมายยังคงมีเงื่อนไขสำคัญคือ โฉนดที่ดินที่ได้จาก น.ค.3จะถูกห้ามโอน 5 ปี ยกเว้นการตกทอดทางมรดก และจะไม่สามารถถูกบังคับคดีได้ในช่วงเวลาดังกล่าว ตัวเลขที่อยู่เบื้องหลัง สิทธิที่รอการปลดล็อกข้อมูลจากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีนิคมสร้างตนเองจำนวน 43 แห่ง ครอบคลุม 32 จังหวัด โดยมีประชาชนกว่า 150,000 ครัวเรือน ที่อาศัยและทำกินอยู่ในเขตนิคมเหล่านี้ จุดร่วมของหลายครัวเรือนคือการถือครอง เอกสาร น.ค.3 ซึ่งเป็นหนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐแม้จะผ่านเกณฑ์การอยู่อาศัยและชำระหนี้ตามระบบ แต่ครอบครัวเหล่านี้จำนวนไม่น้อยยัง ไม่ได้รับโฉนดที่ดิน ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิที่แท้จริง และสามารถนำไปใช้เป็นหลักทรัพย์หรือมรดกทางกฎหมายได้วัตถุประสงค์ดั้งเดิมของโครงการนิคมสร้างตนเองคือ การจัดสรรที่ดินให้ผู้ขาดแคลนได้มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินอย่างยั่งยืน แต่ในทางปฏิบัติ ความล่าช้าในการออกโฉนดกลับทำให้ “สิทธิ” ยังไม่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมขณะที่รัฐเริ่มมีความพยายามเร่งรัดให้เกิดการออกเอกสารสิทธิที่มั่นคงมากขึ้นในอนาคต ก็ยังมีคำถามสำคัญว่า จะมีมาตรการใดที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านจาก น.ค.3 สู่โฉนดเป็นไปได้รวดเร็ว โปร่งใส และทั่วถึงจริงหรือไม่คำถามต่อไป กฎหมายพร้อมรองรับหรือยัง?แม้จะเปิดทางให้ น.ค.3 แปลงเป็นโฉนดได้ แต่ในทางปฏิบัติยังคงต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ซับซ้อน และต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองนิคม รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ดินซึ่งมีภาระงานสูง การปรับปรุงระบบให้โปร่งใส รวดเร็ว และไม่สร้างภาระให้ประชาชนจึงเป็นโจทย์ถัดไปที่ภาครัฐต้องรับไปคิด---เรื่องของ“สิทธิในที่ดิน” สำหรับคนธรรมดาไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะที่ดินคือชีวิต ที่ดินคือโอกาส และที่ดินคือหลักประกันแห่งอนาคต การที่รัฐเปิดทางให้ น.ค.3 ออกโฉนดได้ จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานะเอกสาร แต่คือการคืนความมั่นคงให้คนตัวเล็กที่เคยอยู่ชายขอบของระบบคำถามที่ยังค้างอยู่คือ เราจะทำให้ “สิทธิ” เหล่านี้เกิดขึ้นได้จริงกับทุกครอบครัวที่ทำตามกติกาแล้วหรือไม่? เพราะความชัดเจนทางกฎหมาย อาจยังไม่เพียงพอ หากระบบยังไม่เคลื่อนตามความหวังของประชาชน

เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สูงสุด 1,250 บาทต่อเดือน กรมกิจการผู้สูงอายุชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
อ่าน

เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สูงสุด 1,250 บาทต่อเดือน กรมกิจการผู้สูงอายุชี้แจงประเด็นนี้แล้ว

กรมกิจการผู้สูงอายุ ชี้แจงตามที่มีการเผยแพร่ถึง เรื่อง ครม. อนุมัติเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ เริ่มจ่ายอัตราใหม่ ต.ค. 68 สูงสุด 1,250 บาทต่อเดือน ทางกรมกิจการผู้สูงอายุได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าประเด็นดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลเท็จเนื่องจาก ปัจจุบันยังไม่มีการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยยังคงใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 และมีอัตราการจ่ายเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ อัตราการจ่ายเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ- อายุ 60-69 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 600 บาท/คน/เดือน- อายุ 70-79 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 700 บาท/คน/เดือน- อายุ 80-89 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 800 บาท/คน/เดือน- อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 1,000 บาท/คน/เดือน เตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อครม. อนุมัติเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์กรมกิจการผู้สูงอายุ https://www.dop.go.th/ หรือศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) โทร. 1300

เกษตรกรทั่วประเทศ เร่งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ปี 68/69 เพื่อเข้าถึงสิทธิประโยชน์
อ่าน

เกษตรกรทั่วประเทศ เร่งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ปี 68/69 เพื่อเข้าถึงสิทธิประโยชน์

วันนี้ (2 มิ.ย. 68) นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เชิญชวนเกษตรกรทั่วประเทศ เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ประจำปีการผลิต 2568/69 เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำข้อมูลจากทะเบียนเกษตรกรไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยนำไปวางแผนพัฒนาการเกษตรให้เกษตรกร และเกษตรกรเองจะได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิ์ขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือ หรือรับบริการต่าง ๆ จากภาครัฐโดยเฉพาะช่วงเวลานี้ เป็นฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปี เมื่อทำการเพาะปลูกข้าว พืชไร่ พืชผักหรือพืชอายุสั้นแล้ว เกษตรกรควรขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนภายใน 15 วันหลังเพาะปลูก และไม่เกิน 60 วันก่อนเก็บเกี่ยว สำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้น (พืชอายุยาว) เกษตรกรควรแจ้งขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรหลังปลูกแล้วไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือที่ยังยืนต้นอยู่ เกษตรกรสามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรผ่านช่องทางการบริการของรัฐ ได้ 3 ช่องทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดังนี้วิธีที่ 1 แจ้งกับเจ้าหน้าที่สำหรับเกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมและร่วมเป็นหน่วยสนับสนุนที่เกษตรกรมีพื้นที่การเกษตรอยู่ รวมถึงแจ้งข้อมูลผ่านผู้นำชุมชน หรือตัวแทนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนั้น เกษตรกรรายใหม่ และรายเดิม แต่เพิ่มแปลงใหม่ ให้ดำเนินการแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ที่ตั้งแปลงที่ทำกิจกรรมการเกษตรอยู่วิธีที่ 2 ดำเนินการด้วยตนเองเกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook Application ส่วนเกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิม เพิ่มแปลงใหม่ สามารถแจ้งข้อมูลผ่าน e-Form ที่เว็บไซต์ efarmer.doae.go.thสำหรับหลักฐานที่ต้องใช้ (กรณีติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ) 1.บัตรประชาชน (ตัวจริง) 2.สำเนาหลักฐานถือครองที่ดิน และ 3.เกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิม แต่เพิ่มแปลงใหม่ ต้องนำหลักฐานการใช้ที่ดิน (ตัวจริงหรือสำเนา) มาแสดงด้วย “ข้อมูลทะเบียนเกษตรกรถือเป็นกลไกสำคัญที่ใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติ การสนับสนุนปัจจัยการผลิต การส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือแม้กระทั่งการวางแผนด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศ การที่เกษตรกรขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน จะเป็นประโยชน์กับตัวเกษตรกรเองโดยตรง ทั้งในแง่ของการได้รับสิทธิประโยชน์ การเข้าถึงความช่วยเหลือ และการพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืนในระยะยาว ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรทุกคน อย่าละเลยหรือมองข้ามการขึ้นทะเบียน เพราะนี่คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรมไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง” นายอนุกูล ย้ำ

ทะเบียนรถขาดได้ไม่เกินกี่ปี และจะมีค่าปรับอย่างไร
อ่าน

ทะเบียนรถขาดได้ไม่เกินกี่ปี และจะมีค่าปรับอย่างไร

ในการใช้รถใช้ถนน นอกจากเราจะต้องเรียนขับรถให้คล่องเพื่อไปสอบใบขับขี่แล้ว การต่อทะเบียนรถยนต์ยังเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้ ซึ่งในวันนี้ทีมงาน TrueID จะขอให้คำแนะนำเกี่ยวกับการต่อทะเบียนรถยนต์ เนื่องจากหากเราไม่ต่อทะเบียนรถยนต์ จะทำให้ต้องเสียค่าปรับ รวมถึงเราสามารถขาดการต่อได้ไม่เกินกี่ปี การต่อทะเบียนรถยนต์ รวมถึงการต่อ พ.ร.บ. เป็นหน้าที่ตามกฏหมายที่เจ้าของรถทุกคนต้องปฏิบัติ โดยหากไม่ต่อทะเบียนรถยนต์ จะมีผลเสียและบทลงโทษตามมาดังนี้: เป็นความผิดทางกฎหมาย: มีโทษปรับ: หากปล่อยให้ป้ายทะเบียนขาดเกินกำหนด จะมีโทษปรับตามกฎหมาย โดยอัตราค่าปรับจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ขาดต่อ อาจถูกระงับการใช้รถ: หากปล่อยให้ทะเบียนขาดเป็นเวลานาน เจ้าพนักงานอาจมีอำนาจสั่งระงับการใช้รถเป็นการชั่วคราว หรือเพิกถอนทะเบียนรถได้ ไม่มีเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของรถที่ถูกต้อง: ไม่สามารถซื้อขาย โอน หรือจำนำรถได้: หากทะเบียนรถหมดอายุ จะไม่สามารถดำเนินการทางทะเบียนต่างๆ เกี่ยวกับรถได้ อาจมีปัญหาเมื่อถูกตรวจสอบ: หากเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจสอบเอกสาร และพบว่าทะเบียนรถหมดอายุ อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย: ขาด พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ: การต่อทะเบียนรถยนต์ส่วนหนึ่งคือการซื้อ พ.ร.บ. ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประสบภัยจากรถ หากไม่ต่อทะเบียน ก็จะไม่มีความคุ้มครองในส่วนนี้ หากเกิดอุบัติเหตุ จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเองทั้งหมด อาจมีปัญหาในการเคลมประกันภัย (หากมีประกันภัยภาคสมัครใจ): บริษัทประกันภัยอาจปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน หากรถยนต์ไม่มีการต่อทะเบียนและไม่มี พ.ร.บ. ที่ถูกต้อง ทะเบียนรถขาดได้ไม่เกินกี่ปี หากปล่อยให้ทะเบียนรถยนต์ขาดเกิน 3 ปี จะถือว่าทะเบียนรถนั้นถูกระงับ ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 โดยผลที่ตามมาเมื่อทะเบียนรถขาดเกิน 3 ปี มีดังนี้: ป้ายทะเบียนถูกยกเลิก: ไม่สามารถใช้ป้ายทะเบียนเดิมได้อีกต่อไป ต้องขอทะเบียนใหม่: เจ้าของรถต้องดำเนินการขอทะเบียนรถใหม่ทั้งหมด ต้องคืนป้ายทะเบียนและสมุดคู่มือ: ต้องนำป้ายทะเบียนเก่าและสมุดคู่มือจดทะเบียนรถไปคืนกรมการขนส่งทางบกภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ทะเบียนถูกระงับ หากไม่ดำเนินการ จะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท เสียค่าปรับภาษีย้อนหลัง: ต้องชำระภาษีรถยนต์ที่ค้างชำระย้อนหลังสูงสุด 3 ปี เสียค่าธรรมเนียมใหม่: มีค่าธรรมเนียมในการขอทะเบียนรถใหม่ ดังนั้น ทะเบียนรถยนต์ไม่ควรปล่อยให้ขาดเกิน 3 ปี เพราะจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก ทางที่ดีควรต่อตามกำหนดเพื่อให้ถูกกฏหมาย และไม่ต้องยุ่งยากในการดำเนินการขอทะเบียนรถใหม่ ทะเบียนรถขาด เสียค่าปรับเท่าไหร่ ณ ปัจจุบัน ค่าปรับทะเบียนรถยนต์ขาด จะคิดดังนี้: ค่าปรับฐานไม่ต่อทะเบียน: หากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจและพบว่าทะเบียนขาด จะมีโทษปรับ ไม่เกิน 2,000 บาท ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ค่าปรับภาษีล่าช้า: นอกเหนือจากค่าปรับฐานไม่ต่อทะเบียนแล้ว หากไปดำเนินการต่อทะเบียนล่าช้า จะต้องเสีย ค่าปรับเพิ่มร้อยละ 1 ต่อเดือน ของค่าภาษีรถยนต์ประจำปีที่ต้องชำระ นับตั้งแต่วันที่เลยกำหนด จนถึงวันที่ไปชำระ ตัวอย่าง: สมมติว่าภาษีรถยนต์ประจำปีของคุณคือ 1,000 บาท และคุณปล่อยให้ทะเบียนขาดไป 5 เดือน เมื่อไปต่อทะเบียน คุณจะต้องเสีย: ค่าภาษีรถยนต์: 1,000 บาท ค่าปรับภาษีล่าช้า: (1,000 บาท x 1%) x 5 เดือน = 50 บาท รวมค่าใช้จ่ายในการต่อทะเบียน (ไม่รวมค่า พ.ร.บ. และค่าตรวจสภาพรถหากจำเป็น): 1,050 บาท และหากถูกตำรวจปรับฐานไม่ต่อทะเบียน ก็อาจมีค่าปรับเพิ่มอีกไม่เกิน 2,000 บาท สิ่งที่ควรทราบ: พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ: การต่อทะเบียนรถยนต์จำเป็นต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ หาก พ.ร.บ. หมดอายุ จะต้องซื้อ พ.ร.บ. ใหม่ก่อนทำการต่อทะเบียน การตรวจสภาพรถ: รถยนต์ที่มีอายุเกิน 7 ปี หรือรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกิน 5 ปี จะต้องผ่านการตรวจสภาพรถก่อนทำการต่อทะเบียน ทะเบียนขาดเกิน 3 ปี: หากปล่อยให้ทะเบียนรถขาดเกิน 3 ปี จะถูกระงับทะเบียน และมีขั้นตอนการดำเนินการที่ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายมากกว่า ดังนั้น ควรรีบดำเนินการต่อทะเบียนรถยนต์ทันทีที่ทราบว่าทะเบียนใกล้หมดอายุ หรือหากทะเบียนขาดไปแล้ว ควรรีบดำเนินการต่อทะเบียนโดยเร็วที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับที่เพิ่มขึ้นและปัญหาทางกฎหมายอื่นๆ ครับ Photo Credit : AI Generated

Money Expo 2025  รวมโปรโมชั่นจัดเต็มพิเศษสุดแห่งปีจากธนาคารและสถาบันการเงิน
อ่าน

Money Expo 2025 รวมโปรโมชั่นจัดเต็มพิเศษสุดแห่งปีจากธนาคารและสถาบันการเงิน

มหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 25 (Money Expo 2025 Bangkok)งานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 25 (Money Expo 2025 Bangkok) จัดระหว่างวันที่ 15-18 พฤษภาคม 2568 ณ ชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “Resilient Wealth การสร้างความมั่งคั่งแบบยืดหยุ่นเพื่อความยั่งยืน” เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 25 MONEY EXPO 2025 BANGKOK ภายในงานประกอบด้วย 7 โซนบริการ ได้แก่ ตลาดเงิน, ตลาดทุน, ประกัน, รถยนต์/อสังหาริมทรัพย์, Franchise SMEs, Food Zone และ Health Wellness Expo ครั้งที่ 4 โดยมีธนาคารและสถาบันการเงิน บริษัทประกัน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หน่วยงานรัฐและเอกชน มานำเสนอบริการทางการเงินและการลงทุนอย่างครบวงจรให้กับประชาชนชาวกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียงทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อบุคคล สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME บัตรเครดิต บัตรเงินสด เงินฝาก สลากออมทรัพย์ ดิจิทัลแบงกิ้ง ประกันชีวิต ประกันภัย ประกันสุขภาพ รวมทั้งการลงทุนที่หลากหลาย ทั้งในหุ้น กองทุนรวม ทองคำ ตราสารหนี้ และอนุพันธ์ โปรโมชั่นสุดพิเศษงาน MONEY EXPO 2025 BANGKOKธนาคารออมสิน- เงินฝาก ดอกเบี้ย 1.30% ต่อปี นาน 4 เดือน เงินฝาก 8 เดือน ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1.37% ต่อปี ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ดอกเบี้ย 1.50% ต่อปี- สินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 1.89% ต่อปี ต่อเดือน- ทรัพย์ NPA ลดราคาพิเศษทั่วประเทศสูงสุด 70%ธนาคารกรุงไทย- ทรัพย์มือสองลดราคาขายสูงสุด 57% กว่า 3,000 รายการ- เงินฝากปลอดภาษี Krungthai ZERO TAX MAX ดอกเบี้ย 2.30% ต่อปี 48 เดือน- สินเชื่อ SSME Generic ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ คงที่ 3.5% ต่อปี 2 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 20 ปี- สินเชื่อ Smart Money ดอกเบี้ยเริ่มต้น 9.99% ต่อปี ระยะเวลา 6 เดือนแรก วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือนธนาคารไทยพาณิชย์- สินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ระหว่าง 4.96-5.82% ต่อปี (MRR ปัจจุบันเท่ากับ 7.075% ต่อปี) ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 65 ปี- สินเชื่อบ้านคือเงิน My Home My Cash อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี 5.99% ต่อปีฟรี ค่าประเมินหลักประกัน- สินเชี่อธุรกิจ SSME อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.99% ต่อปี นาน 3 เดือนแรก ฟรี ค่าประเมินราคาหลักประกัน- สินเชื่อรถคือเงิน ดอกเบี้ย 2.89% ต่อปี วงเงินอนุมัติสูงสุด 100% ของราคาประเมินสูงสุด 5 ล้านบาท ผ่อนสบายนานสูงสุด 84 เดือนธนาคารกรุงเทพเปิดบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ e-Savings อัตราดอกเบี้ย 0.829% ต่อปี เมื่อฝากเงิน 24,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน ฟรี ค่าประเมินราคาหลักประกัน สำหรับผู้ประกอบการที่มียอดขายน้อยกว่า 75 ล้านบาทต่อปีธนาคารกรุงศรีอยุธยา- สินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ย 0% ต่อปี 3 เดือนแรก ค่าธรรมเนียมประเมินราคาหลักประกัน 50% อัตราดอกเบี้ยปีแรกลดลง 0.25% ต่อปี- ประกันชีวิต สมัครและชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตสูงสุดต่อวัน รับฟรี Krungsri Gift Card มูลค่า 40,000 บาทธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)- ฝากสลากออมทรัพย์ เปิดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ รับของสมนาคุณสุดพิเศษภายในงาน เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนดธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)- สินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ ทรัพย์ NPA ทำเลเด่นหลากหลายประเภท กว่า 600 รายการทรัพย์ ราคาพิเศษส่วนลดสูงสุดถึง 50% จากราคาปกติ สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ 0% ต่อปี คงที่ 2 ปีแรก- สลากออมทรัพย์ ธอส. ชุดนาคราช 2 หน่วยละ 1,000 บาท อายุสลาก 3 ปี ผลตอบแทนหน้าสลาก 0.75% ต่อปี รางวัลที่ 1 มูลล่า 3 ล้านบาท จำนวน 1 รางวัล ต่อหมวด- สลากออมทรัพย์ ธอส. ชุดพิมานมาศ ปี 2568 หน่วยละ 50,000 บาท อายุสลาก 2 ปี ผลตอบแทนหน้าสลาก 1.25% ต่อปี รางวัลที่ 1 มูลล่า 3 ล้านบาท จำนวน 1 รางวัล (เสี่ยงหมวด)ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)- สินเชื่อเอ็กซิมเริ่มต้นส่งออก วงเงินหมุนเวียน สูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 6.25% ต่อปี- สินเชื่อเอ็กซิมดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสินเชื่อสูงสุด 40 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.25 ต่อปี ใน 2 ปีแรก- สินเชื่อ 1 SMEs วงเงินสินเชื่อสูงสุด 100 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5% ต่อปีค่าธรรมเนียมแรกเข้าสูงสุด ไม่เกิน 1.25% ต่อปี- สินเชื่อ EXIM Solar D-Carbon Financing วงเงินสินเชื่อสูงสุด 100 ล้านบาท ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี เบิกกู้สูงสุด 90% ของเงินลงทุน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น ผู้ประกอบการ Size L เริ่มต้น 3.5% ต่อปี ผู้ประกอบการ SMEs เริ่มต้น 4.5% ต่อปีธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank)- เงินทุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก- สินเชื่อ SME Green Productivity สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME และสินเชื่อ ปลุกพลัง SME สินเชื่อสูงสุด 0.50 % Hybrid Exhibition ใช้บริการทางการเงิน และการลงทุนได้อย่างทั่วถึงงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 25 MONEY EXPO 2025 BANGKOK ยังสามารถใช้บริการในงานในรูปแบบ Hybrid Exhibition ที่ประชาชนสามารถใช้บริการทางการเงิน และการลงทุนได้อย่างทั่วถึง ทั้งแบบออฟไลน์ที่เดินทางมาทำธุรกรรมภายในงาน และแบบออนไลน์ที่ทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์ม www.MoneyExpoOnline.com ซึ่งผู้ที่สนใจใช้บริการสามารถเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงินระหว่างธนาคารได้ เพื่อประกอบการตัดสินใจให้ง่ายขึ้นอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องMONEY EXPO 2025 BANGKOK ตอบโจทย์"การเงินดี" สุขภาพดี "ชีวิตยั่งยืน"

เริ่มแล้ววันนี้ ลดค่าโอน-จดจำนองบ้าน-คอนโด ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท เหลือ 0.01%
อ่าน

เริ่มแล้ววันนี้ ลดค่าโอน-จดจำนองบ้าน-คอนโด ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท เหลือ 0.01%

22 เมษายน 2568 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตามประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคาร ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนดโดยที่เป็นการสมควรบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนซึ่งต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองและส่งเสริมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์อันจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 2 (7) (ฎ) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2547 คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568 กำหนดหลักเกณฑ์ให้ลดหย่อนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินในการโอนและการจำนองอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว สำหรับผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ราคาไม่เกินเจ็ดล้านบาทเป็นพิเศษ โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ข้อ 1 ให้เรียกเก็บค่าจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์อันเนื่องมาจากการจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวในคราวเดียวกัน ร้อยละ ศูนย์จุดศูนย์หนึ่ง (0.01% ) สำหรับกรณีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และบ้านแถว หรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว ซึ่งมีราคาซื้อขาย และราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกินเจ็ดล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกินเจ็ดล้านบาททั้งนี้ สำหรับผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569ประกาศ ณ วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568อนุทิน ชาญวีรกูลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกระตุ้นภาคอสังหาฯ ครม. ไฟเขียวลดค่าโอน-จดจำนองบ้าน เหลือ 0.01%

ไฟเขียวร่างกฏกระทรวง “ต่อใบขับขี่ระบบอิเล็กทรอนิกส์” ไม่ต้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
อ่าน

ไฟเขียวร่างกฏกระทรวง “ต่อใบขับขี่ระบบอิเล็กทรอนิกส์” ไม่ต้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ (ฉบับใหม่) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งนี้ กฎกระทรวงปัจจุบัน (พ.ศ. 2563) กำหนดให้ประชาชนต้องเดินทางไปตรวจสมรรถภาพร่างกายด้วยตนเองทุกครั้งที่ขอต่ออายุใบขับขี่ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้มีสาระสำคัญ ได้แก่:1.ยกเว้นการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย สำหรับผู้ขอต่ออายุใบขับขี่ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ และไม่มีเงื่อนไขทางสุขภาพตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด2.ยังคงการทดสอบสมรรถภาพ สำหรับผู้ที่มีอายุ หรือมีเงื่อนไขทางสุขภาพต้องเฝ้าระวัง โดยต้องทดสอบปฏิกิริยาและสายตา รวมถึงผ่านการอบรม3.กฎกระทรวงนี้จะมีผลใช้บังคับหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 90 วัน มาตรการใหม่นี้จะช่วยให้ประชาชนสามารถต่ออายุใบขับขี่ผ่านระบบออนไลน์ได้ ลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง ขณะเดียวกันยังคงมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการตรวจคัดกรองผู้ขับขี่อย่างเข้มงวด

ตำรวจแนะ “5 เช็ก” ก่อนเดินทางช่วงสงกรานต์ 2568 รู้ไว้ ปลอดภัยแน่นอน
อ่าน

ตำรวจแนะ “5 เช็ก” ก่อนเดินทางช่วงสงกรานต์ 2568 รู้ไว้ ปลอดภัยแน่นอน

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจร ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ “5 เช็ก” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนการเดินทาง หรือ “5 เช็ก” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความปลอดภัยของท่านและคนในครอบครัว รวมไปถึงเพื่อนร่วมทาง ดังนี้“เช็กคน”ตรวจสอบความพร้อมของผู้ขับขี่ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ หากรู้สึกง่วงหรือไม่สบาย อย่าฝืนขับรถต่อ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ“เช็กรถ” ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน เช่น เบรก ยาง ลมยาง น้ำมันเครื่อง ไฟส่องสว่าง และอุปกรณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง“เช็กบ้าน” ก่อนออกเดินทางควรตรวจสอบบ้านให้เรียบร้อย เช่น ปิดประตูหน้าต่าง ปิดแก๊ส ปิดไฟ และที่สำคัญ อย่าลืม “ฝากบ้านไว้กับตำรวจ”“เช็กทาง” วางแผนเส้นทางล่วงหน้า เช็คสภาพการจราจร สภาพอากาศ พื้นที่ที่มีการก่อสร้าง รวมถึงจุดแวะพักต่าง ๆ ในกรณีที่ต้องเดินทางไกล“เช็กบัญชี”ระวังมิจฉาชีพหลอกขายตั๋วเดินทางหรือที่พักปลอม ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขาย และตรวจสอบบัญชีธนาคารให้ถูกต้องก่อนโอนเงินหากพี่น้องประชาชนปฏิบัติตาม “5 เช็ก” ที่กล่าวมาข้างต้น ท่านก็จะสามารถใช้เวลาพักผ่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างมีความสุข สนุกสนาน และปลอดภัย อย่างแน่นอน ต้องการแจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนต้องการแจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือ สามารถโทรศัพท์มาที่ สายด่วน 191 สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 หรือ สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร (กรุงเทพมหานคร) 1197และหากพี่น้องประชาชนพบเห็น หรือได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ ทางเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รู้จักแอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย!
อ่าน

รู้จักแอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย!

สำหรับคนไทยที่กำลังเดินทางไปต่างประเทศ หรืออาศัยอยู่ในต่างแดน การเตรียมตัวให้พร้อมเรื่องเอกสารสำคัญอย่าง พาสปอร์ต ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก็มีแอปพลิเคชันที่ชื่อ Thai Consular ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ช่วยเหลือที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาเกี่ยวกับพาสปอร์ต บอกเลยว่าสะดวก และใช้งานง่ายสุดๆ! แอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย! ฟีเจอร์ของแอป Thai Consular 1. หาจุดทำพาสปอร์ตได้ในไม่กี่คลิก ไม่ต้องเสียเวลาหาเองอีกต่อไป เพราะแอปนี้จะแสดงจุดบริการทำพาสปอร์ตที่ใกล้ที่สุด ทั้งในไทย และต่างประเทศ 2. ติดต่อสถานทูตไทยทั่วโลก ฟรี! มีปัญหาเร่งด่วน ไม่ว่าจะพาสปอร์ตหายหรือเรื่องอื่นๆ สามารถติดต่อสถานทูตไทยได้ทันทีผ่านแอป โดยใช้การโทรแบบอินเทอร์เน็ต (VoIP) ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าโทรแบบ Roaming สามารถโทรผ่านแอปนี้ได้เลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อสถานทูตนั้นๆ เพื่อทำการช่วยเหลือ 3. แจ้งพาสปอร์ตหายได้ง่ายๆ หมดยุคที่ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ! หากพาสปอร์ตหายในต่างแดน คุณสามารถไปที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในพื้นที่เพื่อแจ้งข้อมูลสูญหาย และขอทำเล่มใหม่หรือเอกสารเดินทางฉุกเฉินได้ทันที แต่ก่อนใครเคยทำพาสปอร์ตหาย และจะไปขอทำเล่มใหม่ คงรู้กันดีว่าจะต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก่อน แล้วจึงนำใบแจ้งความไปขอทำเล่มใหม่ ซึ่งคนที่เคยทำหายจะเข้าใจว่าการไปติดต่อสถานีตำรวจในต่างแดนนั้นยุ่งยาก และลำบากในการสื่อสารขนาดไหน ซึ่งทางกรมการกงสุลได้จัดทำแบบฟอร์มเพื่อบันทึกข้อมูลพาสปอร์ตสูญหาย สามารถไปที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลทุกแห่งในต่างประเทศ และสำนักงานหนังสือเดินทางทั่วไทยได้เองโดยตรง ไม่ต้องไปสถานีตำรวจอีกต่อไปแล้ว โดยไปกรอกในวันที่ไปติดต่อขอทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ หรือขอเอกสารเดินทางฉุกเฉิน เพื่อเดินทางกลับไทย 4. เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง ทีมเจ้าหน้าที่มืออาชีพพร้อมช่วยเหลือทุกสถานการณ์ เพียงแค่ติดต่อผ่านแอป คุณก็จะได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว ทำไมต้องใช้ Thai Consular? สะดวก : ลดขั้นตอนยุ่งยาก เช่น การไปแจ้งความในต่างแดน ที่บางครั้งอาจเป็นเรื่องซับซ้อน และใช้เวลานาน ปลอดภัย : พาสปอร์ตเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องระมัดระวัง หากสูญหาย แอปนี้ช่วยจัดการเรื่องเอกสารได้รวดเร็ว ฟรี : ทุกการติดต่อผ่านแอปไม่มีค่าใช้จ่าย แค่มีอินเทอร์เน็ตก็เพียงพอ ข้อแนะนำในการเก็บรักษาพาสปอร์ต ถึงแม้แอป Thai Consular จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า อย่าลืมเก็บพาสปอร์ตในที่ปลอดภัย หมั่นตรวจสอบว่าอยู่ในสภาพดีเสมอ เพราะหากมีมิจฉาชีพนำพาสปอร์ตไปใช้ในทางผิดกฎหมาย เจ้าของอาจเดือดร้อนในภายหลังได้ ไม่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวหรือใช้ชีวิตในต่างประเทศ โหลดแอป Thai Consular ไว้จะช่วยให้เราอุ่นใจในทุกสถานการณ์ ดาวน์โหลดแอปได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android ====================

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
อ่าน

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม

"จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม" ดีเดย์ 23 ม.ค. เตรียมตัวอย่างไร - เอกสารมีอะไรบ้าง
อ่าน

"จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม" ดีเดย์ 23 ม.ค. เตรียมตัวอย่างไร - เอกสารมีอะไรบ้าง

p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 14.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p3 {margin: 0.0px 0.0px 15.9px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p5 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 36.0px; text-indent: -36.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} li.li1 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} li.li4 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000; min-height: 23.0px} span.s1 {font-kerning: none} ol.ol1 {list-style-type: decimal}กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของสังคมไทยที่เปิดโอกาสให้ทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียม ไม่จำกัดเพียงชาย-หญิงอีกต่อไปการให้บริการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นไป คู่สมรสทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้ที่ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตทุกแห่งทั่วประเทศ โดยผู้ที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรสต้องมีคุณสมบัติและเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้:คุณสมบัติของผู้จดทะเบียนสมรส1. บุคคลทั้ง 2 จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์ กรณีผู้เยาว์ต้องนำบิดามารดา หรือ ผู้ปกตรองมาให้ความยินยอม กรณีต่ำกว่า 18 ปีต้องได้รับอนุญาตจากศาล2. ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือ ไร้ความสามารถ3. ไม่เป็นญาติใกล้ชิดทางสายโลหิตหรือพี่น้องร่วมบิดามารดา4. ไม่เป็นผู้ที่มีสถานภาพสมรสอยู่ในขณะยื่นจดทะเบียน หรือเป็นคู่สมรสของคนอื่น5. หญิง ชายผู้เป็นคู่สมรสตาย หรือ การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อสิ้นสุดการสมรสไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่- คลอดบุตรแล้วในขณะนั้น- ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้- มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์- สมรสกับคู่สมรสเดิม** เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับเพศหญิง **หากผู้เข้าร่วมเป็นเพศหญิงและเคยผ่านการสมรสมาก่อน จะต้องผ่านการหย่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน หากยังไม่ครบกำหนด 310 วัน จะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ยืนยันสถานะการไม่ตั้งครรภ์ ณ วันที่ลงทะเบียนเอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนสมรสกรณีคนไทย1. บัตรประชาชน2. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะกรณีคนไทยกับต่างชาติ1.บัตรประชาชน และ หนังสือเดินทางพาสปอร์ต2. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ3. หนังสือรับรองการหย่า (กรณีที่เคยสมรสมาก่อน)กรณีต่างชาติกับต่างชาติ1. หนังสือเดินทางพาสปอร์ต2. หนังสือรับรองการหย่า (กรณีที่เคยสมรสมาก่อน)3. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะความสำคัญของกฎหมายสมรสเท่าเทียมกฎหมายฉบับนี้สะท้อนถึงการยอมรับความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยเปิดโอกาสให้คู่รักทุกเพศสามารถสร้างครอบครัวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเท่าเทียมกับคู่สมรสชาย-หญิง เช่น สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิทางการแพทย์ และสิทธิในการรับมรดกข้อแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินการจดทะเบียนสมรส ผู้ที่สนใจควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและตรวจสอบรายละเอียดล่วงหน้ากับที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตในพื้นที่ของตน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานทะเบียนในพื้นที่ใกล้เคียงp.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px '.ThonburiUI'} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก: AFP

ปีใหม่ 2568 เปิดให้บริการ "งานทะเบียน-บัตรประชาชน" 28 ธ.ค. 2567 -  1 ม.ค. 2568
อ่าน

ปีใหม่ 2568 เปิดให้บริการ "งานทะเบียน-บัตรประชาชน" 28 ธ.ค. 2567 - 1 ม.ค. 2568

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดให้บริการงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568 ในวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2567 ถึง วันพุธที่ 1 มกราคม 2568 ระหว่างเวลา 08.30 16.30 น. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ขอรับบริการที่มีความจำเป็น ต้องใช้เอกสารในการติดต่อราชการหรือเพื่อขอความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ และในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568เน้นย้ำ ให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ นายทะเบียนผู้รับแจ้งประจำสำนักทะเบียน และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้งประจำหมู่บ้าน ให้ปฏิบัติหน้าที่ รับแจ้งการเกิด หรือการตาย กรณีที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นในพื้นที่หมู่บ้านที่รับผิดชอบในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ด้วย ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบ สำนักทะเบียนที่ให้บริการช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง https://www.bora.dopa.go.th/home/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมการทะเบียนและบัตร สำนักบริหารการทะเบียน โทร 0 2791 7046 Call Center 1548

ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ
อ่าน

ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ

สำหรับ คุณพ่อคุณแม่ หรือ ผู้ปกครอง ที่วางแผน พาลูกเที่ยวต่างประเทศ หรือต้อง เดินทางต่างประเทศ สิ่งที่ต้องเตรียมลำดับแรกๆ ก็คือ พาสปอร์ตสำหรับเด็ก หรือ หนังสือเดินทางสำหรับเด็ก นั่นเอง ดังนั้นมาเตรียมพร้อม เอกสารต่างๆ ที่ ต้องใช้ในการ ทำพาสปอร์ตเด็ก (ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ - อายุต่ำกว่า 20 ปี) ได้ตามนี้ได้เลยค่ะ พาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ที่ต้องใช้เตรียมพร้อมก่อน พาลูกเที่ยวต่างประเทศ 1. กรณี บิดา มารดา อยู่ด้วยกัน อาจจะจดหรือไม่จดทะเบียนสมรส แต่มีอำนาจปกครองบุตรร่วมกัน เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร หมายเหตุ ทั้งบิดาและมารดา ต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) หากทั้งบิดามารดา ไม่สามารถไปแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมจากทั้งบิดาและมารดา (อาจทำในฉบับเดียวกัน) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 2. กรณี บิดา มารดา หย่าร้าง เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา หรือ มารดา ผู้มีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร ทะเบียนหย่า และบันทึกการหย่าร้าง ที่ระบุว่าผู้ใดมีอำนาจปกครองบุตรให้ผู้นั้นพาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง และกรณ๊ที่มีอำนาจปกครองบุตรร่วมกัน ทั้งบิดาและมารดาจะต้องลงนามยินยอม หมายเหตุ ผู้ที่มีอำนาจปกครองบุตรเพียงฝ่ายเดียวต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากผู้ที่มีอำนาจปกครองบุตรเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์อายุ 15 ปีขึ้นไป) หากบิดามารดา ยังมีอำนาจปกครองบุตรร่วมกันหลังการหย่า ทั้งบิดาและมารดาต้องมาแสดงตน ================= 3. กรณี บิดา มารดา จดทะเบียนสมรส แต่แยกกันอยู่ ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร หากไม่สามารถติดต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ จะต้องมีคำสั่งศาลให้อีกฝ่ายหนึ่งมีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว หมายเหตุ ทั้งบิดาและมารดา ต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) หากทั้งบิดามารดา ไม่สามารถไปแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมจากทั้งบิดาและมารดา (อาจทำในฉบับเดียวกัน) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 4. กรณี บิดา เป็นผู้เลี้ยงดูบุตร ไม่มีจดทะเบียนสมรส และแยกกันอยู่ (ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้) เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) คำสั่งศาลให้บิดามีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว หมายเหตุ บิดาต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากบิดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 5. กรณี มารดา เป็นผู้เลี้ยงดูบุตร ไม่มีจดทะเบียนสมรส และแยกกันอยู่ (ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้) เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) หนังสือรับรองการใช้อำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว (ปค.14) จากสำนักงานเขต / ที่ทำการอำเภอ โดยกรณีไม่มี ปค.14 สามารถใช้เอกสาร 2 รายการนี้แทน ซึ่งเป็นเอกสารที่ออกโดยสำนักงานเขต / ที่ทำการอำเภอ ได้แก่- หลักฐานยืนยันว่ามารดาไม่เคยจดทะเบียนสมรส- เอกสารทางทะเบียนว่า บิดาไม่เคยจดทะเบียนรับรองบุตร หมายเหตุ มารดาต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากมารดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 6. กรณี บุคคลที่ 3 เป็นผู้ปกครอง ติดต่อบิดา มารดา ไม่ได้ เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ปกครอง คำสั่งศาลให้ผู้ปกครองมีอำนาจปกครองเด็กแทนบิดามารดา หมายเหตุ กรณีที่ผู้เยาว์ไม่มีผู้ปกครองตามกฎหมาย เช่น เด็กกำพร้าซึ่งอยู่ในหน่วยงาน / องค์กร แต่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อแข่งขันกีฬา หรือ แข่งขันด้านวิชาการ หน่วยงานที่ดูแลเด็กต้องทำหนังสือถึงผู้อำนวยการกองหนังสือเดินทาง เพื่อพิจารณาเป็นรายกรณี หากมีผู้ปกครองตามกฎหมาย และไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) ================= 7. กรณี จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) ใบเปลี่ยนชื่อสกลุ (หากมี) ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม (คร.14) ฉบับจริง หมายเหตุ หากบิดา หรือมารดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) ข้อมูลจาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ อัปเดต 18 สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล 10 เทคนิคเตรียมตัวเที่ยวต่างประเทศ ขึ้นเครื่องบิน สำหรับมือใหม่ มั่นใจไม่ตกเครื่อง

โอกาสมาแล้ว! ล็อตเตอรี่วีซ่าอเมริกา Green Card Lotto 2026 จำนวน 55,000 สิทธิ์
อ่าน

โอกาสมาแล้ว! ล็อตเตอรี่วีซ่าอเมริกา Green Card Lotto 2026 จำนวน 55,000 สิทธิ์

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประกาศเปิดรับสมัครโครงการลอตเตอรี่วีซ่าประเภท Diversity Visa ประจำปี 2026 ซึ่งมักเรียกกันว่า "ลอตเตอรี่กรีนการ์ด" หรือ Green Card เป็นโครงการลอตเตอรี่ทางการเพียงโครงการเดียวสำหรับวีซ่าผู้อพยพเข้าสหรัฐอเมริกา การลงทะเบียนจะเริ่มตั้งแต่เวลาเที่ยงวันตามเวลา Eastern Daylight Time (EDT) ของวันพุธที่ 2 ตุลาคม 2024 และสิ้นสุดในเวลาเที่ยงวันตามเวลา Eastern Standard Time (EST) ของวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2024 โครงการ Green Card Lottery อเมริกา สำหรับปี 2026 โครงการประจำปีที่สนับสนุนโดยรัฐบาลสหรัฐฯ นี้จะมอบวีซ่าผู้อพยพมากกว่า 55,000 ฉบับให้แก่ผู้คนทั่วโลก กระบวนการสมัครจะไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด โดยรับสมัครทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ผ่านทางเว็บไซต์--- Electronic Diversity Visa Program (state.gov) ขอแนะนำให้ผู้สมัครลงทะเบียนในช่วงต้นของระยะเวลาการสมัคร เนื่องจากความต้องการสูงในช่วงสัปดาห์สุดท้ายอาจทำให้เว็บไซต์เกิดความล่าช้า จะไม่รับสมัครหลังจากเที่ยงวันของวันที่ 5 พฤศจิกายน 2024 คุณสมบัติผู้สมัครโครงการกรีนการ์ดล็อตโต้ Diversity Visa Lottery ผู้สมัครจะต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า ถ้าหากจบการศึกษาต่ำกว่า ม.6 จะต้องมีประสบการณ์ทำงาน 2 ปี ใน 5 ปีหลังสุด ใช้คุณสมบัติการศึกษาหรือประสบการณ์ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ต้องมีวีซ่าอเมริกา ก็สมัครได้ กรณีที่เคยมีวีซ่าเข้าอเมริกาแต่อยู่เกินวีซ่ากำหนด จะถูกตัดสิทธิ์ถ้าหากได้รับเลือกเป็นผู้ได้รับวีซ่าใบเขียวล็อตเตอรี่นี้ (แต่ถ้าพ้นโทษแบนแล้วจะสามารถรับสิทธิ์ได้) ผู้สมัครจะต้องกรอกและส่งข้อมูลที่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริงและกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน รวมถึงการส่งรูปถ่ายตามขนาดที่กำหนด หากเกิดพบว่าข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือกรอกผิด ทาง United States Department of State จะตัดสิทธิ์ทันที โดยจะไม่มีการขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อกลับทางอีเมล์ เมื่อทำการลงทะเบียน ผู้สมัครต้องพิมพ์ และบันทึกหน้าการยืนยันพร้อมรหัสยืนยันเพื่อใช้ตรวจสอบสถานะการสมัคร ผู้สมัครต้องรักษาข้อมูลนี้ให้ดี สถานทูตไม่สามารถออกรหัสยืนยันซ้ำให้ได้ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2025 ผู้เข้าร่วมจะสามารถใช้หมายเลขยืนยันเพื่อตรวจสอบว่าการสมัครของตนได้รับการคัดเลือกหรือไม่ผ่านทางเว็บไซต์ Entrant Status Check ที่ https://dvprogram.state.gov/ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับคำแนะนำในการขอวีซ่าผู้อพยพสำหรับตัวเอง และสมาชิกในครอบครัวที่มีคุณสมบัติ การยืนยันการนัดสัมภาษณ์วีซ่าก็จะได้รับการแจ้งเตือนผ่าน Entrant Status Check ผู้สมัครจะไม่ได้รับจดหมายแจ้งทางไปรษณีย์ อีเมล์ หรือโทรศัพท์ การติดต่อจากบุคคลที่สามที่อ้างว่าผู้สมัครได้รับการคัดเลือกนั้นเป็นการหลอกลวง การตรวจสอบเว็บไซต์เพื่อรับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการคัดเลือกเป็นความรับผิดชอบของผู้สมัครเอง *ผู้สมัคร Diversity Visa ควรระมัดระวังอีเมล์ เว็บไซต์ และจดหมายหลอกลวงที่อ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสมัคร ซึ่งถูกใช้โดยมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อหลอกเอาเงินหรือเข้าถึงข้อมูลธนาคาร ผู้สมัครควรจำไว้ว่าไม่มีค่าธรรมเนียมในการสมัครวีซ่า Diversity Visa และรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่เรียกเก็บเงินใดๆ ผ่านอีเมลหรือจดหมาย* กรีนการ์ด Greencard คืออะไร ? Greencard นั้นเป็นเอกสารสำคัญที่ทำให้เราสามารถอาศัยอยู่ในอเมริกาได้อย่างถาวร และสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และยังเป็นบันไดก้าวแรกในการยื่นเรื่องขอเป็นพลเมืองอเมริกา (American Citizen) ได้ในภายหลังด้วย นั่นเลยทำให้ปีหนึ่งๆ มีชาวไทยไปร่วมลุ้นสมัครอยู่ทุกปี ====================

โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง เตรียมถอนตัว ประกันสังคมชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
อ่าน

โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง เตรียมถอนตัว ประกันสังคมชี้แจงประเด็นนี้แล้ว

ตามที่มีผู้เผยแพร่ข้อมูลเรื่อง โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง เตรียมถอนตัวจากประกันสังคม หลังโดนตัดงบลง 40% ทำให้ขาดทุน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จกรณีที่มีการส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับ โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง เตรียมถอนตัวจากประกันสังคม หลังโดนตัดงบลง 40% ทำให้ขาดทุน ทางสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากการทำสัญญาให้บริการทางการแพทย์กับสำนักงานประกันสังคมนั้น จะเป็นการทำสัญญาปีต่อปี ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายและความประสงค์ของสถานพยาบาลแต่ละแห่ง โดยในทุกปีที่ผ่านมาจะมีทั้งสถานพยาบาลที่ต่อสัญญา ไม่ต่อสัญญา และสมัครใหม่ ซึ่งทุกแห่งจะต้องผ่านเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การเป็นคู่สัญญาตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานประกันสังคม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th หรือติดต่อสายด่วน 1506ภาพจาก Getty Images

นายกฯ ติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด กำชับเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย
อ่าน

นายกฯ ติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด กำชับเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย

วันนี้ (25 กันยายน 2567) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่อำนวยการ สั่งการในศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยหารือร่วมกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนายจิรายุ เปิดเผยว่าศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) รับนโยบายของนายกรัฐมนตรี และได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งปฏิบัติการในส่วนที่มีเหตุการณ์สำคัญ และขอให้อำนวยความสะดวก จัดทำบัญชี และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้ทันทีตามแนวทางที่กำหนดโดยไม่ต้องรอระยะเวลา โดยให้จังหวัดทยอยส่งข้อมูลมายัง ปภ. โดยเร็วตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด สำหรับเอกสารที่ใช้ยื่นเป็นหลักฐานในการขอรับเงินช่วยเหลือ ประกอบด้วย บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมด้วยหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้าน (กรณีเป็นบ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้าน) สัญญาเช่าบ้านหรือหนังสือรับรองการเช่าจาก อปท. (กรณีเป็นบ้านเช่า)หากเป็นกรณีอื่น อาทิ บ้านพักอาศัยประจำ แต่หากไม่มีทะเบียนบ้านจะต้องให้กำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารท้องถิ่น ร่วมกับผู้นำชุมชน ตรวจสอบข้อเท็จจริงและลงนามรับรอง โดยขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้เปิดให้ทำบัตรประชาชนและออกทะเบียนบ้านใหม่โดยผู้ประสบภัยไม่ต้องแจ้งความโรงพักแล้วสามารถไปดำเนินการได้ที่อำเภออำเภอ สำนักงานเทศบาลหรือรถโมบายเคลื่อนที่ของกรมการปกครองส่วนกรณีประชาชนที่ยังไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับธนาคาร สามารถไปลงทะเบียนพร้อมเพย์ได้ทุกธนาคาร โดยใช้หมายเลขบัตรประชาชน 13 หลักนายจิรายุ กล่าวต่อว่า ทางด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ดำเนินการระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ประชาชนทุกคนจะต้องได้รับการแจ้งเตือนภัย ซึ่งทาง ดีอี ได้มีการประชุมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเริ่มดำเนินการเรียบร้อยแล้ว โดยเมื่อวานนี้ (24 ก.ย.) ได้มีการแจ้งเตือนภัย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อส่งต่อไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ รวมถึงส่งไปยังกรมประชาสัมพันธ์ ทำให้ 4 ตำบลในอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง และจังหวัดอื่น ๆ ที่ต้องเตรียมการรับมือ ได้รับทราบข้อมูลซึ่งเป็นการเตือนภัยในระดับ 3 เป็นการแจ้งให้เตรียมพร้อมและเฝ้าระวัง ซึ่งเป็นการแจ้งเตือนทั้งแบบ SMS รายการประกาศผ่านวิทยุ ของกรมประชาสัมพันธ์ จะส่งถึงประชาชนโดยตรงภาพจาก รัฐบาลไทย