TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “美国假的地址怎么填写[办证网:bbzz58.com]-专业美国假的地址怎么填写【咨询网:ban58.com】-香港东美国假的地址怎么填写哪里有-可以找美国假的地址怎么填写1T” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ทราเวล ทิปส์ • 17 มี.ค. 69
อ่าน
เตือนผู้ถือหุ้น ! อย่าหลงเชื่ออีเมลจดหมายปลอมแอบอ้างเป็น TSD
#ทันหุ้น - หากผู้ถือหุ้นได้รับจดหมายจากบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD)ทางอีเมล ให้ดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมใดๆ นั้น ทางTSDขอแจ้งว่าTSDไม่มีนโยบายส่งจดหมายให้ผู้ถือหุ้นชำระค่าธรรมเนียมใดๆ ในทุกกรณีโปรดอย่าหลงเชื่อ ผู้ถือหุ้นสามารถแจ้งเหตุหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่SET Contact Centerโทร0 2009 9999หรือemail:SETContactCenter@set.or.th
ทันหุ้น • 25 ก.พ. 69
อ่าน
2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง
ทราเวล ทิปส์ • 13 ม.ค. 69
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 29 พ.ย. 68
อ่าน
รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม เพจปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์
ในยุคที่การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การจองที่พักออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก แต่ท่ามกลางความสะดวกสบายนี้ ก็มีมิจฉาชีพที่คอยแฝงตัวมาในรูปแบบของเว็บไซต์ปลอม เพจปลอม หรือแอปพลิเคชันจองที่พักปลอม เพื่อหลอกให้เราเสียเงิน และข้อมูลส่วนตัว วันนี้เราจะพาคุณมา รู้ทันกลลวงออนไลน์พร้อมวิธีตรวจสอบความน่าเชื่อถือของที่พักที่คุณกำลังจะจอง รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์ 1. ตรวจสอบ URL และชื่อเว็บไซต์ให้ดี เว็บไซต์ปลอมมักมีชื่อคล้ายกับเว็บไซต์จองที่พักชื่อดัง แต่จะมีความผิดปกติเล็กน้อย เช่น ตัวอักษรผิดหรือมีสัญลักษณ์แปลกๆ ใน URL เช่น "bo0king.com" แทน "booking.com" ดังนั้นก่อนกดจอง ควรตรวจสอบ URL ให้แน่ใจว่าเป็นเว็บไซต์จริง 2. สังเกตการันตีความปลอดภัย (SSL) เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือควรมี SSL Certificate ซึ่งสังเกตได้จากไอคอนรูปกุญแจหรือคำว่า "https://" ที่อยู่หน้าชื่อเว็บไซต์ หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ แสดงว่าเว็บไซต์นั้นอาจไม่ปลอดภัย และเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูล 3. อ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง รีวิวเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณรู้จักที่พัก และเว็บไซต์นั้นๆ มากขึ้น ลองค้นหารีวิวจากหลายๆ แหล่ง เช่น Google, TripAdvisor หรือ Pantip เพื่อดูว่ามีใครเคยใช้บริการ และประสบการณ์เป็นอย่างไร หากพบรีวิวแย่ๆ หรือรีวิวที่ดูไม่น่าเชื่อถือ ให้ระวังไว้ก่อน 4. เปรียบเทียบราคา หากพบว่าที่พักแห่งหนึ่งมีราคาถูกกว่าปกติมากๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับที่พักอื่นในบริเวณใกล้เคียง นี่อาจเป็นสัญญาณของกลลวง ลองเปรียบเทียบราคากับเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่โดนหลอก 5. ตรวจสอบข้อมูลติดต่อ เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือควรมีช่องทางติดต่อที่ชัดเจน เช่น เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, หรือที่อยู่จริง หากเว็บไซต์ไม่มีข้อมูลเหล่านี้หรือข้อมูลไม่ชัดเจน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นเว็บไซต์ปลอม 6. อย่าเชื่อข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง ข้อเสนอแบบ "จองวันนี้ฟรี!" หรือ "ส่วนลดสูงสุด 90%" มักเป็นกลลวงที่ใช้ล่อลวงผู้ใช้งาน ให้ลองตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีก่อนตัดสินใจจอง เพราะบางครั้งอาจมีค่าธรรมเนียมแอบแฝงหรือเงื่อนไขที่ทำให้คุณเสียเงินมากกว่าที่คิด 7. ใช้ช่องทางการจองที่ปลอดภัย ควรจองที่พักผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่มีชื่อเสียง และเชื่อถือได้ เช่น Booking.com, Agoda, หรือ Airbnb หลีกเลี่ยงการจองผ่านลิงก์แปลกๆ ที่ส่งมาในอีเมลหรือข้อความ 8. ตรวจสอบนโยบายการคืนเงิน ก่อนจองที่พัก ควรอ่านนโยบายการคืนเงินให้เข้าใจ หากเว็บไซต์ไม่มีนโยบายนี้หรือเงื่อนไขไม่ชัดเจน อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเจอกับเว็บไซต์ปลอม 9. อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น เว็บไซต์ปลอมมักขอข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป เช่น หมายเลขบัตรเครดิต, รหัสผ่าน, หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร โดยไม่มีเหตุผลสมควร ควรให้ข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลสำคัญในเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ 10. ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับกลลวงออนไลน์ มิจฉาชีพมักเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอยู่เสมอ ดังนั้นการอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับกลลวงออนไลน์จะช่วยให้คุณรู้เท่าทันและป้องกันตัวเองได้ดีขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 28 พ.ย. 68
อ่าน
วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ
ทราเวล ทิปส์ • 18 ก.ย. 68
อ่าน
สถานทูตสหรัฐฯ ประกาศ ขอวีซ่าอเมริกา F, M, J ต้องตั้งค่าโซเชียลมีเดียเป็นสาธารณะ
ใครอยากไปเรียนต่อ สหรัฐอเมริกา หรือไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ต้องการไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การเตรียมตัวเรื่อง ขอวีซ่าอมเริกา ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะ วีซ่าประเภท F, M, และ J ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดี แต่รู้หรือไม่ว่า ตอนนี้เรื่อง โซเชียลมีเดีย ของเราเองก็เป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาวีซ่าด้วยนะ! ขอวีซ่าอเมริกา F, M, J ต้องตั้งค่าโซเชียลมีเดียเป็นสาธารณะ วีซ่า F, M, J คืออะไร? มาทำความเข้าใจกันก่อน! ก่อนจะไปถึงเรื่องโซเชียลมีเดีย เรามาทบทวนกันก่อนว่า วีซ่าทั้ง 3 ประเภทนี้แตกต่างกัน อย่างไรบ้าง : วีซ่า F-1 (Student Visa): สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการไปเรียนในสถาบันการศึกษาต่างๆ ของอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือโรงเรียนสอนภาษาที่ได้รับการรับรอง วีซ่า M-1 (Vocational Student Visa): สำหรับผู้ที่ต้องการไปเรียนสายอาชีพ หรือหลักสูตรที่ไม่ใช่วิชาการ เช่น โรงเรียนสอนทำอาหาร โรงเรียนสอนศิลปะ หรือหลักสูตรอื่นๆ ที่เน้นการฝึกฝนทักษะ วีซ่า J-1 (Exchange Visitor Visa): สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่างๆ ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลสหรัฐฯ เช่น Work and Travel, Au Pair, Visiting Scholar หรือนักศึกษาแพทย์ฝึกหัด เรียนต่ออเมริกา โซเชียลมีเดียต้องตั้งสาธารณะ! จากการประกาศของ U.S. Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาวีซ่า มีสิทธิ์ในการขอตรวจสอบข้อมูลโซเชียลมีเดียของคุณได้ และผู้สมัครจำเป็นต้องตั้งค่าบัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมดให้เป็นสาธารณะ (Public) เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึง และตรวจสอบข้อมูลได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น ทำไมต้องตรวจสอบโซเชียลมีเดีย? จุดประสงค์หลักคือเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือ และความเหมาะสมของผู้สมัคร โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏบนโปรไฟล์ของคุณ ทั้งกิจกรรม และพฤติกรรม เพื่อดูว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่อาจขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายของสหรัฐฯ หรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบเครือข่ายความสัมพันธ์ เพื่อดูความเชื่อมโยงกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่อาจเป็นภัย และยังประเมินเจตนาที่แท้จริง เพื่อยืนยันว่าวัตถุประสงค์ในการเดินทางของคุณตรงกับประเภทวีซ่าที่ขอหรือไม่ สุดท้าย เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูล เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลในโซเชียลมีเดียของตรงกับที่กรอกในแบบฟอร์มขอวีซ่า ข้อมูล :www.facebook.com/usembassybkk/posts ====================
ทราเวล ทิปส์ • 30 มิ.ย. 68
อ่าน
ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์
TNN ช่อง16 • 12 มิ.ย. 68
อ่าน
อย่าหลงเชื่อ! กองสลาก สั่งล็อกเลข แจกรางวัลกระตุ้นเศรษฐกิจ
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการโพสต์และอ้างว่าสลากกินแบ่งฯ เปิดให้ประชาชนติดต่อรับข้อมูลแจ้งผลออกสลาก ผ่านท่านผู้ช่วย ผอ.สนง.สลากกินแบ่งนั้น เป็นการแอบอ้างใช้ชื่อและภาพของผู้อำนวยการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตสำหรับการออกรางวัลของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอน และไม่มีผู้ใดสามารถทราบผลรางวัลล่วงหน้าได้ ซึ่งพฤติกรรมการส่งข้อมูลว่าสามารถให้ผลสลากได้นั้น ไม่เป็นความจริง ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่หลอกลวง หรือแอบอ้างผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่าสามารถให้ตัวเลขที่ถูกรางวัลได้ ท่านอาจถูกหลอกลวงนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่มิชอบ รวมทั้งสูญเสียทรัพย์สินเงินทองได้ทั้งนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ https://www.antifakenewscenter.comเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
TNN ช่อง16 • 6 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือน! ไทยเตรียมรับมือพายุแตตสวด กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากที่มีข้อความเตือนให้เตรียมรับมือพายุแตตสวดนั้น ทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าว ไม่ใช่ข้อมูลที่มาจากกรมอุตุนิยมวิทยา หากมีพายุเกิดขึ้นจริง และมีแนวโน้มที่จะเข้าประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศให้ทราบอย่างน้อย 3 วัน สำหรับพายุแตดสวด นั้น ไม่มีชื่อในระบบชื่อพายุหมุนเขตร้อน รวมถึงในขณะนี้ไม่มีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นในบริเวณมหาสมุทรที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ขอให้ประชาชนติดตามข่าว พยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาเท่านั้น เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกขึ้นในสังคม และหากมีสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพื่อเติม สามารถสอบถามได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th, Facebook กรมอุตุนิยมวิทยา Application Thai weatherสายด่วน 1182 (ตลอด 24 ชั่วโมง( ตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ https://www.antifakenewscenter.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
TNN ช่อง16 • 5 มิ.ย. 68
อ่าน
อย่าหลงเชื่อ! แผ่นดินไหวทุกวัน เกิดจากการย้ายขั้วแม่เหล็กโลก
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า กรณีมีผู้โพสต์คลิปเตือนภัยระบุ แผ่นดินไหวทุกวันเกิดจากการย้ายขั้วแม่เหล็กโลก ในอนาคตจะสลับขั้วโลกเหนือไปใต้นั้น ทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชี้แจงว่า การเกิดแผ่นดินไหวนั้น เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของแผ่นเปลือกโลก แรงเคลื่อนไหวเหล่านี้สะสมพลังงานไว้ในแผ่นเปลือกโลก จนในที่สุดเกิดการปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาอย่างฉับพลันทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มิใช่เกิดจากการย้ายขั้วแม่เหล็กโลกแต่อย่างใด ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนอย่าแชร์หรือส่งต่อข่าวลือนี้ และติดตามข่าว พยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาเท่านั้น เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกขึ้นในสังคม และหากมีสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพื่อเติม สามารถสอบถามได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th, Facebook กรมอุตุนิยมวิทยา Application Thai weatherสายด่วน 1182 (ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวลวงหรือแชร์ต่อ โดยไม่ตรวจสอบ หากได้รับข่าวที่น่าสงสัย ควรตรวจสอบกับหน่วยงานทางการก่อนเผยแพร่ตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ https://www.antifakenewscenter.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
TNN ช่อง16 • 4 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือน! มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดข้อมูลมุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี จะขออายัดบัญชีธนาคาร! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงทำงานอย่างหนักไม่หยุดหย่อน..ล่าสุดปลอมเป็นธนาคาร หรือศูนย์ราชการ หรือ DSI โทรหลอกเหยื่อว่า มีคนอ้างว่าเหยื่อได้ทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมแนบบัตรประชาชน มาที่ธนาคารเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งอาจจะเป็นในลักษณะของบัญชีม้าได้ โดยมิจฉาชีพจะมีการบอกข้อมูลส่วนตัวของเราได้อย่างถูกต้อง และหากเหยื่อปฏิเสธว่าไม่ได้ให้ใครมาเปิดบัญชีธนาคารดังกล่าว มิจฉาชีพก็จะบอกว่าขออายัดบัญชีเพื่อตรวจสอบ ซึ่งหากเหยื่อหลงเชื่อทำตามที่มิจฉาชีพบอกก็อาจทำให้สูญเงินในบัญชีได้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงขอเตือนภัยประชาชนว่าหากพบมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว ขอให้ประชาชนตั้งสติ อย่าตกใจ ไม่หลงเชื่ออุบายของมิจฉาชีพ เพราะการเปิดบัญชีธนาคารจะไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปทำแทนได้ จะต้องใช้บัตรประชาชนตัวจริงเท่านั้น อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
TNN ช่อง16 • 29 พ.ค. 68
อ่าน
วิธีสร้างรหัสผ่าน Password ให้ปลอดภัยต่อการถูกแฮก คาดเดาได้ยาก
การสร้างรหัสผ่าน (Password) ที่แข็งแกร่งและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันการถูกแฮกข้อมูลส่วนตัว เพราะในโลกดิจิทัล แทบทุกอย่างล้วนต้องมีรหัสผ่านเผื่อป้องกันการแฮกข้อมูลบนอุปกรณ์ของเรา ดังนั้นวันนี้พวกเราทีมงาน TrueID ได้รวบรวมวิธีและหลักการในการสร้างรหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดาและถอดรหัสมาให้แล้ว เพื่อนๆ คนไหนอยากเช็คว่ารหัสผ่านเราคาดเดาง่ายหรือไม่ ลองเช็คกันได้เลย ความยาวและซับซ้อน: ยาวไว้ก่อน: ยิ่งรหัสผ่านยาวยิ่งดีครับ ความยาวขั้นต่ำที่แนะนำคือ 12 ตัวอักษรขึ้นไป แต่ถ้าเป็นไปได้ 16 ตัวอักษรขึ้นไปจะปลอดภัยยิ่งขึ้น มีความหลากหลาย: ใช้ตัวอักษรพิมพ์เล็ก (a-z), ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z), ตัวเลข (0-9) และอักขระพิเศษ (!@#$%^*()_+={}|:?,./[]) ผสมกัน จะช่วยให้คาดเดาได้ยากขึ้นมาก หลีกเลี่ยงข้อมูลส่วนตัวที่คาดเดาง่าย: ห้ามใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณ: เช่น ชื่อจริง, นามสกุล, วันเกิด, เบอร์โทรศัพท์, ทะเบียนรถ, ชื่อสัตว์เลี้ยง, ชื่อคนรัก, หรือชื่อบริษัท ห้ามใช้คำที่พบบ่อยหรือคำในพจนานุกรม: เช่น "password", "123456", "qwerty", "admin", "iloveyou" เพราะแฮกเกอร์มีพจนานุกรมรหัสผ่านที่ใช้ในการโจมตีแบบ Brute-force หรือ Dictionary Attack ได้ง่ายมากๆ ใช้หลักการ "วลีรหัสผ่าน" (Passphrase) หรือ "การรวมคำ: สร้างประโยคที่คุณจำได้: เช่น "ฉันชอบดื่มกาแฟตอนเช้าที่ร้านโปรด!" แล้วนำตัวอักษรแรกของแต่ละคำมารวมกัน อาจจะผสมตัวเลขหรือสัญลักษณ์ เช่น "ฉชดกตชทร!" หรือ "I_like_coffee@morning_favorite_shop!" ผสมคำที่ไม่เกี่ยวข้องกัน: เช่น "ต้นไม้-หนังสือ-สีฟ้า-รถยนต์" แล้วนำมารวมกัน เช่น "ต้นไม้หนังสือสีฟ้ารถยนต์" (อาจจะยาวไป) หรือใช้ตัวอักษรแรก: "ตนสฟรย" แล้วเพิ่มตัวเลข/สัญลักษณ์: "ตนสฟรย@25" ตั้งเป็นประโยคแต่เปลี่ยนภาษา : วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยม และแอดมินก็ใช้วิธีนี้ในบางแอคเคาท์เช่นกัน เช่น พิมพ์คำภาษาไทย ฉันชอบอ่านบทความที่ทรูไอดี แต่กดแป้นพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ก็จะได้ Cyo=v[vjko[m8;k,mujmi^wvfu เป็นรหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก เป็นต้น ไม่ใช้รหัสผ่านซ้ำกัน: สำคัญที่สุด! ห้ามใช้รหัสผ่านเดียวกันกับหลายๆ บัญชี หากบัญชีหนึ่งถูกแฮก บัญชีอื่น ๆ ของคุณก็จะตกอยู่ในความเสี่ยงทันที ใช้เครื่องมือจัดการรหัสผ่าน (Password Manager): เช่น LastPass, 1Password, Bitwarden, Google Password Manager, iCloud Keychain ช่วยสร้าง จัดเก็บ และกรอกรหัสผ่านที่ซับซ้อนและไม่ซ้ำกันสำหรับแต่ละเว็บไซต์/บริการได้อย่างปลอดภัย คุณแค่จำรหัสผ่านหลักเพียงอันเดียว เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (Two-Factor Authentication - 2FA / Multi-Factor Authentication - MFA): เพิ่มชั้นความปลอดภัยอีกขั้น: แม้แฮกเกอร์จะได้รหัสผ่านของคุณไป ก็ยังต้องผ่านการยืนยันตัวตนอีกชั้นหนึ่ง เช่น รหัส OTP ที่ส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของคุณ, การยืนยันผ่านแอปพลิเคชัน Authenticator (Google Authenticator, Microsoft Authenticator), หรืออุปกรณ์ Hardware Key (YubiKey) ควรเปิดใช้งาน 2FA สำหรับทุกบัญชีที่รองรับ โดยเฉพาะบัญชีสำคัญ เช่น อีเมล, โซเชียลมีเดีย, ธนาคาร อัปเดตรหัสผ่านเป็นประจำ: แม้จะสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งแล้ว การเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ (เช่น ทุก 3-6 เดือน) ก็ยังเป็นวิธีปฏิบัติที่ดี โดยเฉพาะกับบัญชีสำคัญ หากมีข่าวการรั่วไหลข้อมูลของบริการที่คุณใช้งาน ควรรีบเปลี่ยนรหัสผ่านทันที ระมัดระวัง Phishing และมัลแวร์: อย่าคลิกลิงก์น่าสงสัย: ระวังอีเมลหรือข้อความที่อ้างว่าเป็นสถาบันการเงินหรือบริการต่างๆ เพื่อหลอกให้คุณกรอกรหัสผ่าน (Phishing) ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ของคุณมีโปรแกรมป้องกันไวรัสและอัปเดตอยู่เสมอ เพื่อป้องกันมัลแวร์ที่อาจดักจับรหัสผ่านของคุณได้ การปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลส่วนตัวของคุณบนโลกออนไลน์ได้ ลองนำไปปรับใช้กันนะครับ Photo Credit : Pixabay
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 27 พ.ค. 68
อ่าน
Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================
ทราเวล ทิปส์ • 13 พ.ค. 68
อ่าน
5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ เตือนระวังกลลวงใหม่ “ชวนลงทุนบริจาคการกุศล”
นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 28 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วยเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 2,805,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Tiktok ชักชวนลงทุนเกี่ยวกับการกุศล ByteDance จากนั้นเพิ่มเพื่อนทาง Line และทำการสมัครสมาชิก แล้วให้โอนเงินเพื่อทำการลงทุน รอบแรกที่ทำการกุศลได้เงินคืน หลังจากนั้นให้เพิ่มจำนวนเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้เสียหายสอบถามถึงยอดเงินการกุศล พบว่าไม่มีการตอบกลับ และไม่สามารถถอนเงินออกหรือคืนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 570,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line ชักชวนทำงานหารายได้พิเศษ โดยการให้โอนเงินบริจาคกับคนยากไร้ เพื่อรับผลตอบแทน ผู้เสียหายสนใจจึงโอนเงินไป ระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาผู้เสียหายต้องการได้รับผลตอบแทนเพิ่ม จึงได้โอนเงินไปเรื่อย ๆ เพื่อเลื่อนระดับขั้นให้สูงขึ้น เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน มิจฉาชีพแจ้งว่าไม่สามารถถอนได้ ต้องโอนเงินเข้าไปเพิ่มขึ้นอีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 5,943,210 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทาง Facebook ชักชวนให้โอนเงินลงทุนเกี่ยวกับการเทรดหุ้นตลาดหลักทรัพย์ ช่วงแรกเป็นการลงทุนแบบตามงบประมาณ หลังจากนั้นให้คุยกับเลขาฯ เนื่องจากจะมีการแนะนำให้ซื้อหุ้นในการลงทุนเพิ่ม เมื่อจะทำการถอนเงินออกจากระบบ มิจฉาชีพแจ้งว่าจะต้องชำระค่าส่วนแบ่งกำไร 13% ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป แต่ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ แจ้งว่าผู้เสียหายทำผิดขั้นตอน จะต้องโอนเงินเพื่อแก้ไขข้อมูลและให้โอนเงินเพื่อจ่ายค่าภาษี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 1,031,417 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้พบโฆษณาสินเชื่อบุคคล แคช ทู โก สินเชื่อ ธุรกิจ TTB SME ผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดและเพิ่มเพื่อนทาง Line ได้สอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ธุรการ จากนั้นแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินไปก่อน จึงจะได้รับยอดเงินกู้ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป จากนั้นอ้างว่าหมายเลขบัญชีธนาคารผิด ให้โอนเงินเข้าไปเพื่อแก้ไข และให้โอนเงินเพิ่มอีกหลายครั้งเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่ารับ OTP ค่าแก้ไขข้อมูล ค่ายกเลิกสัญญาเงินกู้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 5 คดีหลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 1,248,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเทรดเงินดิจิทัลผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ที่แสดงหน้าเพจเพื่อสอบถามรายละเอียด จากนั้นมิจฉาชีพจึงชักชวนให้โอนเงินเพื่อลงทุนเทรดเงินดิจิทัล ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ในช่วงแรกได้รับผลตอบแทนเล็กน้อยสามารถถอนเงินได้ ภายหลังโอนเงินเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินคืนได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 11,597,627 บาททั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,681,929 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,064 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 633,201 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,249 บัญชี3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 201,562 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.83 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 149,037 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.53 (3) หลอกลวงลงทุน 92,013 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.53 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 76,855 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 12.14 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 45,500 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.19 (และคดีอื่นๆ 68,234 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.78)จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย โดยชักชวนให้บริจาคการกุศล โอนเงินบริจาคคนยากไร้ ซึ่งถือเป็นวิธีการที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ การหลอกลงทุนเทรดหุ้น หลอกให้กู้เงิน โดยอ้างเป็นสินเชื่อ ธ.ทหารไทยธนชาต ให้โอนจ่ายค่าธรรมเนียมเรื่อยๆ ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด ดังนั้นหากมีการติดต่อเข้ามา ให้ประเมินว่าเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่องหากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเช็กด่วน 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้กู้เงินเปิดสถิติแจ้งเตือนข่าวปลอม-ข่าวบิดเบือนให้ประชาชนแล้วกว่า 10,000 เรื่องเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหว
TNN ช่อง16 • 6 พ.ค. 68
อ่าน
ตำรวจเตือน! อย่าหลงเชื่ออีเมลปลอมอ้าง ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพส่งอีเมลปลอมอ้างเป็น ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล ยันไม่มีนโยบายส่งหมายเรียกหรือหมายจับผ่านทางอีเมลสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกประกาศเตือนภัยประชาชน หลังมีการเผยแพร่ภาพอีเมลปลอมที่อ้างว่าเป็นหมายเรียกจากศาล โดยใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมแนบไฟล์ PDF เพื่อหลอกให้ผู้รับคลิกเปิด โดยในเนื้อหาอ้างว่าเป็นหมายเรียกจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้ผู้รับไปรายงานตัวตามที่อยู่ในเอกสาร จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อีเมลดังกล่าวมีลักษณะเป็นอีเมลปลอมที่จัดทำขึ้นโดยมิจฉาชีพ ซึ่งอาจแฝงมัลแวร์หรือเป็นกลลวงให้ประชาชนหลงเชื่อและคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยพล.ต.ต.ธนศักดิ์ มหาสุรศักดิ์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีนโยบายในการจัดส่งหมายเรียกหรือหมายจับทางอีเมล โดยหมายเรียกจากศาลหรือหมายจับจะถูกส่งผ่านช่องทางราชการเท่านั้น เช่น การส่งโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือส่งทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชน อย่าเชื่อ อย่าคลิก และอย่าตอบกลับอีเมลลักษณะดังกล่าว หากพบการกระทำต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ทางเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่www.thaipoliceonline.go.thทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเน้นย้ำว่า อย่าหลงเชื่อเอกสารใด ๆ ที่แอบอ้างหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะเอกสารที่แนบมากับอีเมล เพราะอาจเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพในการหลอกลวงหรือขโมยข้อมูลส่วนตัว
TNN ช่อง16 • 4 พ.ค. 68
อ่าน
เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ
TNN ช่อง16 • 24 เม.ย. 68
อ่าน
ทางการไทย ออก 4 มาตรการเร่งด่วน แก้สวมสิทธิ Made in Thailand
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าเมื่อวานนี้ ( 22 เมษายน 2568 ) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมด่วนเรื่อง "การป้องกันการสวมสิทธิสินค้าเฝ้าระวังไปสหรัฐอเมริกา" ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กรมศุลกากร หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมดังกล่าวว่า การส่งออกสินค้าเฝ้าระวังดังกล่าวไปสหรัฐฯ ต้องใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form C/O ทั่วไปทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยมีหน่วยงานที่สามารถออกหนังสือรับรองฯ Form C/O ทั่วไป รวมทั้งสิ้น 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน พบว่า มีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาผ่านไทยเพื่อส่งออกไปสหรัฐฯ โดยใช้หนังสือรับรองฯ ของไทย ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นข้อกังวลของสหรัฐฯ ดังนั้นภายหลังจากหารือร่วมกัน ที่ประชุมได้เสนอแนวทางการดำเนินการแก้ไข 4 มาตรการ ดังนี้1. มอบกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานออกหนังสือรับรองฯ Form C/O ทั่วไป สำหรับสินค้าเฝ้าระวังไปสหรัฐฯ เพียงหน่วยงานเดียว2. กรมค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะดำเนินการปรับปรุงกระบวนการการตรวจสอบก่อนออกใบรับรองโดยมีการตรวจโรงงานอย่างละเอียดและตรวจเอกสารการส่งออกอย่างเข้มงวด สำหรับสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง โดยจะดำเนินการบูรณาการร่วมกับกรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง3. กรมการค้าต่างประเทศได้หารือกับศุลกากรสหรัฐฯ (U.S. Customs and Border Protection: CBP) ถึงข้อกังวลและแนวทางดำเนินการร่วมกัน โดยจะจัดทำเป็นแนวทางการทำงานและการตรวจสอบร่วมกัน เพื่อให้ศุลกากรสหรัฐฯ ยอมรับการตรวจสอบของประเทศไทย นอกจากนั้นศุลกากรสหรัฐฯ จะอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของไทยต่อไป4. ท่านนายกรัฐมนตรีได้ขอความร่วมมือหน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนให้ร่วมมือกันแก้ปัญหาในในช่วงระยะเวลา 90 วันนี้ให้แล้วเสร็จ และให้หาแนวทางในอนาคตที่จะมีการป้องกันสินค้าที่จะมาสวมสิทธิแล้วส่งออกไปยังประเทศปลายทางอื่นๆ ด้วยเพราะเนื่องจากกฎหมายที่ผ่านมาอาจจะล้าสมัยหรือไม่ได้ครอบคลุมการดำเนินการที่ผิดปกติหรือผิดกฎหมายดังเช่นปัจจุบัน นายวุฒิไกรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์รับจะไปหาแนวทางการใช้กฎหมายหรือมาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิด โดยจะดำเนินการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ และขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ดำเนินการแล้วระยะหนึ่งจะดำเนินการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่จำเป็นต่อไปในอนาคตท่านนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ความสำคัญอย่างยิ่งว่าในการออกมาตรการต่างๆ นั้น จะต้องไม่กระทบต่อการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ส่งออกของไทยและที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ส่งออกไทยที่ปฏิบัติถูกต้องอยู่แล้ว จะต้องสามารถใช้บริการหรือออกหนังสือรับรองฯ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วมีประสิทธิภาพเช่นเดิม ซึ่งกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานอื่นๆ ก็พร้อมรับดำเนินการ
TNN ช่อง16 • 23 เม.ย. 68
อ่าน
1 พ.ค.นี้ต่างชาติเข้าไทยต้องกรอก"TDAC"
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เตรียมเปิดบริการระบบแบบรายการของคนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรไทย ในรูปแบบดิจิทัล (ตม.6) หรือ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) สำหรับให้คนต่างด้าวทุกรายต้องลงทะเบียนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยระบบดังกล่าว กำหนดให้ชาวต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ต้องลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์ http://tdac.immigration.go.th/nbsp; และในอนาคตจะมีบริการในรูปแบบแอปพลิเคชันชาวต่างชาติสามารถกรอกข้อมูล TDAC ภายใน 3 วันก่อนจะเดินทางเข้าประเทศไทย โดยจะต้องกรอกข้อมูลเอกสารเดินทาง หนังสือเดินทาง ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทาง ที่พักในประเทศไทย สถานะทางสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ TDAC ไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบบัตรขาเข้าออนไลน์ ที่พัฒนาขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับกฎระเบียบและความจำเป็นในหลายประเทศ สำหรับวิธีการลงทะเบียน TDAC สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย มีดังนี้ 1. เข้าไปที่ tdac.immigration.go.th หรือสแกน QR code 2.กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการเดินทาง 3. ส่งแบบฟอร์มและรับอีเมลยืนยัน 4. นำเอกสารยืนยันและเอกสารการเดินทางไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยนายอนุกูล กล่าวว่า เว็บไซต์ tdac.immigration ยังอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติ โดยจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เกาหลี รัสเซีย และญี่ปุ่น พร้อมแผ่นพับและคลิปวิดีโอแนะนำการใช้งาน TDAC นอกจากนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ E-Visa ของกรมการกงสุล ระบบคัดกรองโรคของกรมควบคุมโรค และระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้การเดินทางเข้าประเทศไทยเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
TNN ช่อง16 • 21 เม.ย. 68
อ่าน
เริ่ม 1 พ.ค.นี้ “นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย” ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6 ล่วงหน้า
เริ่ม 1 พ.ค.นี้ นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เตรียมเปิดบริการระบบดิจิทัลสำหรับการลงทะเบียนเดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) โดยระบบนี้จะใช้สำหรับการลงทะเบียนของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าหรือออกจากประเทศไทยทุกช่องทาง ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ โดยจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ ระบบ TDAC จะเปิดให้ชาวต่างชาติสามารถกรอกข้อมูลได้ล่วงหน้า 3 วัน ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย โดยต้องกรอกข้อมูลเอกสารเดินทาง เช่น หนังสือเดินทาง ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทาง และสถานะทางสุขภาพ ซึ่งไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบบัตรขาเข้าออนไลน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับมาตรการของหลายประเทศการลงทะเบียนผ่านระบบ TDAC สามารถทำได้ที่เว็บไซต์ http://tdac.immigration.go.th หรือสแกน QR code โดยผู้ที่ลงทะเบียนจะได้รับอีเมลยืนยันและต้องแสดงเอกสารยืนยันการลงทะเบียนเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย นอกจากนี้ เว็บไซต์ยังรองรับการใช้งานใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เกาหลี รัสเซีย และญี่ปุ่น และได้มีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น แผ่นพับและคลิปวิดีโอแนะนำการใช้งานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ E-Visa ของกรมการกงสุล และระบบคัดกรองโรคของกรมควบคุมโรค เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางเข้าประเทศไทย
TNN ช่อง16 • 19 เม.ย. 68
อ่าน
ฮ่องกงระงับส่งไปรษณีย์ไปยังสหรัฐฯ หลังทรัมป์ขึ้นภาษี
รัฐบาลฮ่องกงประกาศระงับบริการรับส่งพัสดุทางไปรษณีย์ไปยังและจากสหรัฐฯโดยมีผลทันทีนับเป็นมาตรการโต้กลับล่าสุดท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่ทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่องแถลงการณ์จากรัฐบาลที่เผยแพร่ในวันนี้ (16 เม.ย.) ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นผลจากคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยกเลิกข้อยกเว้นภาษีนำเข้าที่เรียกว่า de minimis ซึ่งเดิมใช้กับพัสดุต่างประเทศที่มีมูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 26,590 บาท โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรมและข่มเหงประเทศอื่น สหรัฐฯ ใช้มาตรการที่ไม่สมเหตุสมผล ข่มขู่ และเรียกเก็บภาษีอย่างไร้ความยุติธรรม พร้อมเตือนประชาชนว่า อาจต้องแบกรับภาระค่าจัดส่งที่สูงลิ่วจากมาตรการกดดันของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรการใหม่นี้บริษัทไปรษณีย์ฮ่องกง(Hongkong Post)จะหยุดรับพัสดุทางเรือทันทีและจะหยุดรับพัสดุทางอากาศตั้งแต่วันที่27เมษายนเป็นต้นไปอย่างไรก็ตามเอกสารหรือจดหมายที่ไม่ใช่พัสดุยังสามารถส่งได้ตามปกติการระงับบริการดังกล่าวหมายความว่าบุคคลทั่วไปและภาคธุรกิจในฮ่องกงจะต้องหันไปพึ่งบริการขนส่งเอกชน เช่น FedEx และ DHL ซึ่งจะทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นจากภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ที่กำลังมีผลบังคับใช้เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์จากจีนและฮ่องกง โดยอ้างว่าข้อยกเว้นเดิมถูกใช้เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าและการตรวจสอบศุลกากรเดิมทีมาตรการนี้จะทำให้พัสดุเหล่านี้ต้องเสียภาษี 30% ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม แต่คำสั่งล่าสุดของทรัมป์ในสัปดาห์ที่ผ่านมากลับเพิ่มอัตราเป็น 120% หรือคิดเป็นค่าธรรมเนียมต่อชิ้น 100 ดอลลาร์ หรือราว 3,325 บาท และจะเพิ่มเป็น 200 ดอลลาร์ หรือราว 6,650 บาทในวันที่ 1 มิถุนายนฮ่องกงซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าเสรีระดับโลกที่ไม่มีภาษีขายและมีภาษีนำเข้าในระดับต่ำเคยได้รับสถานะทางการค้าพิเศษจากสหรัฐฯซึ่งเอื้อให้สินค้าได้รับภาษีต่ำกว่าปกติและมีขั้นตอนทางศุลกากรแยกจากจีนแผ่นดินใหญ่อย่างไรก็ตาม สถานะพิเศษดังกล่าวถูกเพิกถอนในปี 2020 ระหว่างการดำรงตำแหน่งของทรัมป์ ท่ามกลางข้อกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพที่เสื่อมถอยลงภายหลังการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกงโดยรัฐบาลปักกิ่ง ในขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับจีนทวีความรุนแรงขึ้นฮ่องกงก็ตกอยู่ในวงล้อมของความขัดแย้งโดยต้องเผชิญกับภาษี145%เช่นเดียวกับที่ใช้กับสินค้าจากจีนแม้ว่าฮ่องกงจะยังไม่ใช้มาตรการภาษีตอบโต้125%กับสินค้าสหรัฐฯก็ตามจอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ได้แถลงตอบโต้สหรัฐฯ อย่างเข้มข้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า การปราบปรามของสหรัฐฯ ต่อจีนและฮ่องกงเข้าสู่ภาวะบ้าคลั่งแล้ว พวกเขาใช้นโยบายการค้าเป็นอาวุธ ด้วยการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ที่ไม่เป็นธรรม 145% ต่อฮ่องกง นี่เป็นหลักฐานชัดเจนว่าสหรัฐฯ เต็มไปด้วยอคติ และเผยให้เห็นธาตุแท้ของความเป็นเจ้าโลกที่พวกเขาอ้างนอกจากนี้ ลีระบุว่าฮ่องกงมีแผนจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก (WTO) ต่อมาตรการของสหรัฐฯ ขณะที่จีนยืนยันว่าได้ยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการแล้วเช่นกัน โดยเห็นว่ามาตรการดังกล่าวละเมิดกฎของ WTO
TNN ช่อง16 • 16 เม.ย. 68
อ่าน
ตำรวจแนะ “5 เช็ก” ก่อนเดินทางช่วงสงกรานต์ 2568 รู้ไว้ ปลอดภัยแน่นอน
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจร ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ “5 เช็ก” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนการเดินทาง หรือ “5 เช็ก” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความปลอดภัยของท่านและคนในครอบครัว รวมไปถึงเพื่อนร่วมทาง ดังนี้“เช็กคน”ตรวจสอบความพร้อมของผู้ขับขี่ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ หากรู้สึกง่วงหรือไม่สบาย อย่าฝืนขับรถต่อ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ“เช็กรถ” ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน เช่น เบรก ยาง ลมยาง น้ำมันเครื่อง ไฟส่องสว่าง และอุปกรณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง“เช็กบ้าน” ก่อนออกเดินทางควรตรวจสอบบ้านให้เรียบร้อย เช่น ปิดประตูหน้าต่าง ปิดแก๊ส ปิดไฟ และที่สำคัญ อย่าลืม “ฝากบ้านไว้กับตำรวจ”“เช็กทาง” วางแผนเส้นทางล่วงหน้า เช็คสภาพการจราจร สภาพอากาศ พื้นที่ที่มีการก่อสร้าง รวมถึงจุดแวะพักต่าง ๆ ในกรณีที่ต้องเดินทางไกล“เช็กบัญชี”ระวังมิจฉาชีพหลอกขายตั๋วเดินทางหรือที่พักปลอม ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขาย และตรวจสอบบัญชีธนาคารให้ถูกต้องก่อนโอนเงินหากพี่น้องประชาชนปฏิบัติตาม “5 เช็ก” ที่กล่าวมาข้างต้น ท่านก็จะสามารถใช้เวลาพักผ่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างมีความสุข สนุกสนาน และปลอดภัย อย่างแน่นอน ต้องการแจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนต้องการแจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือ สามารถโทรศัพท์มาที่ สายด่วน 191 สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 หรือ สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร (กรุงเทพมหานคร) 1197และหากพี่น้องประชาชนพบเห็น หรือได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ ทางเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
TNN ช่อง16 • 10 เม.ย. 68
อ่าน
รู้จักแอป Fake Call คืออะไร ใช้อย่างไร เสี่ยงหรือไม่?
แอป Fake Call คือเครื่องมือจำลองสายโทรเข้า ใช้หลีกเลี่ยงสถานการณ์อึดอัดหรือเพื่อความบันเทิง แต่หากใช้งานไม่เหมาะสม อาจเสี่ยงผิดกฎหมายแอป Fake Call คืออะไร ใช้ยังไง อันตรายแค่ไหน?ในยุคดิจิทัลที่แอปพลิเคชันสามารถตอบสนองแทบทุกความต้องการ หนึ่งในแอปที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในโลกออนไลน์คือ แอปFake Call หรือ แอปโทรปลอม ที่สามารถจำลองเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์จากบุคคลหรือเบอร์โทรที่ผู้ใช้ตั้งค่าไว้ได้เอง ไม่ว่าจะเป็นชื่อ เบอร์โทร หรือแม้กระทั่งเสียงพูดปลายสาย วัตถุประสงค์หลักของแอป Fake Call1. เลี่ยงสถานการณ์ไม่พึงประสงค์ เช่น การออกจากวงสนทนาที่ไม่สบายใจ การหนีจากการนัดพบ หรือการหลีกเลี่ยงการขายตรง2. สร้างความบันเทิง โดยบางคนใช้เพื่อแกล้งเพื่อน หรือถ่ายคลิปขำขัน3. ฝึกซ้อมการพูดโทรศัพท์ โดยเฉพาะผู้ที่เตรียมตัวสัมภาษณ์งานหรือฝึกการสนทนาทางโทรศัพท์เสี่ยงหรือไม่?แม้แอป Fake Call จะไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายโดยตรง แต่หากนำไปใช้เพื่อ แอบอ้าง หลอกลวง หรือปลอมแปลงในทางที่สร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น เช่น แกล้งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือใช้ในการต้มตุ๋น อาจเข้าข่ายความผิดฐานปลอมแปลงข้อมูล หรือนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ยังเตือนว่า บางแอปอาจแฝง มัลแวร์หรือโปรแกรมสอดแนม โดยเฉพาะแอปที่ไม่ผ่านการตรวจสอบจาก App Store หรือ Play Storeข้อควรระวังในการใช้แอป Fake Call• ใช้ในทางสร้างสรรค์หรือเพื่อความบันเทิงเท่านั้น• หลีกเลี่ยงการใช้ในลักษณะที่อาจหลอกลวงผู้อื่น• ควรติดตั้งแอปจากผู้พัฒนาและแหล่งที่เชื่อถือได้• หมั่นตรวจสอบสิทธิ์ที่แอปร้องขอ หากเกินความจำเป็นควรหลีกเลี่ยง
TNN ช่อง16 • 9 เม.ย. 68
อ่าน
พณ. เฝ้าระวังสินค้าเสี่ยงแอบอ้างถิ่นกำเนิดไทยส่งออกไปสหรัฐฯ
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กล่าวว่า สืบเนื่องจากสหรัฐฯ มีมาตรการขึ้นภาษีกับต่างประเทศ โดยได้มีการประกาศเรียกเก็บอัตราภาษีนำเข้าต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งไทยถูกกำหนดอัตราภาษีที่ร้อยละ 36 กระทรวงพาณิชย์ติดตามเฝ้าระวังการหลบเลี่ยงการใช้มาตรการของสหรัฐฯโดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้มีการติดตามเฝ้าระวังการหลบเลี่ยงการใช้มาตรการของสหรัฐฯ จากประเทศอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ศุลกากรสหรัฐฯ ว่าสินค้าที่ส่งออกมีถิ่นกำเนิดไทยจริง โดย คต. ได้กำหนดรายการสินค้าเฝ้าระวังไปสหรัฐฯ จำนวน 49 รายการ เช่น แผงโซลาร์เซลล์ ล้อเหล็กสำหรับรถบรรทุก แผ่นหินเทียม และท่อเหล็ก เป็นต้น โดยกำหนดให้ผู้ส่งออกจะต้องยื่นขอตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าก่อนขอรับหนังสือรับรองฯ Form C/O ทั่วไป ตรวจสอบคัดกรองสินค้า เพื่อป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีของสหรัฐฯมาตรการดังกล่าวจะเป็นการตรวจสอบคัดกรองสินค้า เพื่อป้องกันการหลบเลี่ยงภาษีของสหรัฐฯ จากประเทศอื่นๆ โดยผู้ส่งออกที่ประสงค์จะขอหนังสือรับรองฯ Form C/O ทั่วไป สำหรับการส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ต้องผ่านการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าจากกรมฯ ก่อน จึงจะสามารถขอรับหนังสือรับรองฯ Form C/O ทั่วไปเพื่อใช้ประกอบการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐได้ทั้งนี้ จากการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานศุลกากรสหรัฐฯ พบว่า การเข้าตรวจสอบกระบวนการผลิตสินค้าของสหรัฐฯ ลดลงจากเดิม 10 รายการ เหลือ 6 รายการ และมีเพียง 2 รายการที่พบการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า ซึ่งกรมฯ ได้มีการเพิกถอนหนังสือรับรองฯ Form C/O ทั่วไป และได้มีการกำหนดมาตรการกับผู้ส่งออกรายดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งได้ติดตามเฝ้าระวังกระบวนการขอหนังสือรับรองฯ Form C/O ทั่วไป ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น ติดตามข้อมูลสถิติทางการค้าสำหรับรายการสินค้าอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงสูงในการแอบอ้างถิ่นกำเนิดกรมฯ มีแผนจะเพิ่มรายการสินค้าเฝ้าระวังฯ โดยได้ดำเนินการติดตามข้อมูลสถิติทางการค้าสำหรับรายการสินค้าอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงสูงในการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าไทยจากมาตรการ AD และมาตรการ 301 อย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้ได้ดำเนินการติดตามรายการสินค้าจากมาตรการ 232 เพิ่มเติมด้วย เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงที่อาจมีสินค้าดังกล่าวมาแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าไทย โดยจะพิจารณาปรับเพิ่มรายการสินค้าเฝ้าระวังฯ ของกรมฯ ต่อไป อีกทั้งกรมฯ ได้มีการประสานงานและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานศุลกากรสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันป้องกันปัญหาการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง- ทองคำสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ หลังทรัมป์ทำสงครามการค้าทั่วโลก- ทรัมป์ ขึ้นภาษีประเทศไหนบ้าง? ไทยติดโผโดนสูงถึง 36%- "โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศมาตรการภาษีคู่ค้าสูงสุด 49% ไทยโดน 36%
TNN ช่อง16 • 7 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งเตือนประชาชนระวังSMS M-Flow ปลอม ซึ่งหลอกแนบลิงก์อ้างว่ามี "บิลรอดำเนินการ" โดยยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรายงานผลการเฝ้าระวังข่าวระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2568 พบข้อความต้องตรวจสอบทั้งหมด 599 ข้อความ จากข้อความที่เข้ามากว่า 837,000 ข้อความ โดยข่าวปลอมอันดับ 1 คือเรื่อง "M-Flow ส่ง SMS แนบลิงก์ แจ้งมีบิลที่กำลังรอดำเนินการ" กระทรวงดีอีได้ประสานกับกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบและยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการแอบอ้างโดยมิจฉาชีพที่ต้องการหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์ปลอม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือหลอกให้โอนเงินประชาชนที่ใช้บริการ M-Flow สามารถตรวจสอบและชำระค่าบริการได้ผ่าน 3 ช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น ได้แก่แอปพลิเคชัน MFlowthaiLine Official : @mflowthaiเว็บไซต์ www.mflowthai.comกระทรวงดิจิทัลฯ ยังเน้นย้ำให้ประชาชนอย่าแชร์หรือหลงเชื่อข่าวปลอมโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมมีความซับซ้อน และแฝงตัวในสื่อออนไลน์จำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลนอกจาก SMS M-Flow ปลอมแล้ว ยังพบข่าวปลอมอื่นที่น่าเป็นห่วง เช่น การเปิดบัญชี TikTok ปลอมอ้างชื่อธนาคาร, การหลอกให้จองหุ้น, รวมถึงการรับสมัครงานผ่านเพจปลอม ซึ่งล้วนมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงประชาชนทั้งสิ้น
TNN ช่อง16 • 6 เม.ย. 68
อ่าน
ข้อมูลผู้ใช้บริการหลุดเว็บมืด! ไปรษณีย์ไทยชี้แจงดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้ชี้แจงกรณีพบมีผู้ละเมิดข้อมูลผู้ใช้บริการ โดยไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมการเงิน และได้ดำเนินการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียดว่าบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้บริการประกอบด้วย ชื่อ - นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล โดยไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินใดๆ และนำไปเผยแพร่อยู่บน Dark Web ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวไปรษณีย์ไทยขอออภัยและได้ดำเนินการปิดช่องทางการเข้าถึงข้อมูลทันที พร้อมคุมเข้มยกระดับมาตรการการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการ รวมถึงได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เพื่อรายงานและร่วมดำเนินมาตรการป้องกันอย่างรัดกุมพร้อมทั้งมีการดำเนินการทางด้านกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้วไปรษณีย์ไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้บริการ โดยจะทำการตรวจจสอบระบบความปลอดภัยของฐานข้อมูลผู้ใช้บริการอย่างเข้มงวด ครอบคลุมและต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกในอนาคตทั้งนี้ หากผู้ใช้บริการพบปัญหาหรือมีข้อสงสัยสามารถ ติดต่อได้ที่ THP Contact Center 1545
TNN ช่อง16 • 4 เม.ย. 68
อ่าน
ยื่นภาษี โค้งสุดท้าย! หมดเขตยื่นแบบออนไลน์ 8 เมษายนนี้
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ใกล้สิ้นสุดกำหนดเวลาการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91 ประจำปี 2567 ซึ่งวันที่ 8 เมษายน 2568 เป็นวันสุดท้ายสำหรับช่องทางการยื่นแบบออนไลน์ ผ่านทาง www.rd.go.th (ระบบ D-MyTax) e-Filing หรือแอปพลิเคชัน RD Smart Tax โดยหลังจากยื่นแบบฯ ยังมีขั้นตอนสำคัญ อาทิ การอัปโหลดเอกสารประกอบ (กรณีที่ต้องยื่นเพิ่มเติม) การตรวจสอบสถานะเงินคืนผ่านพร้อมเพย์ การผ่อนชำระภาษี สำหรับผู้ที่ต้องการแบ่งจ่าย รวมทั้งการตรวจสอบย้อนหลังจากกรมสรรพากรสำหรับวิธีตรวจสอบสถานะคืนภาษี ผู้เสียภาษีสามารถติดตามความคืบหน้าของการพิจารณาคืนภาษีได้ด้วยตนเองผ่านทาง www.rd.go.th (ระบบ D-MyTax) เช็กเงินคืนภาษีทำได้ผ่านเว็บไซต์และมือถือ โดยมีขั้นตอน ดังนี้1) เข้าเว็บไซต์ rd.go.th เลือกระบบ Digital MyTax (D-MyTax) 2) เข้าสู่ระบบด้วย RD ID พร้อมรหัส Laser ID จากด้านหลังบัตรประชาชน3) เลือกเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลที่ลงทะเบียนไว้เพื่อรับ OTP4) กรอก OTP เพื่อยืนยันตัวตน5) เลือก “ติดตามสถานะขอคืน/นำส่งเอกสาร” นายอนุกูล กล่าวต่อว่า ระยะเวลาการดำเนินการคืนภาษีหากไม่ติดเกณฑ์ตรวจสอบ ผู้ยื่นแบบภาษีจะได้รับเงินผ่านพร้อมเพย์ภายใน 3-5 วันทำการ หากติดเกณฑ์ตรวจสอบผู้ยื่นแบบภาษี เจ้าหน้าที่จะติดต่อขอเอกสารเพิ่มเติม โดยสามารถอัปโหลดไฟล์ข้อมูลผ่านระบบ D-MyTax และส่งทางไปรษณีย์ หรือโทรสารตามที่อยู่ในใบนำส่งเอกสารทั้งนี้ การผ่อนชำระภาษี กรมสรรพากร เปิดให้ผ่อนชำระได้ถึง 3 งวด โดยไม่คิดดอกเบี้ยและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ครอบคลุมทั้ง ผู้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ภายใต้เงื่อนไข คือ มีภาษีที่ต้องชำระจำนวนตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป (ทั้งภาษีครึ่งปี และภาษีสิ้นปี) โดยขอผ่อนชำระภาษีได้เป็น 3 งวด เท่าๆ กันสามารถติดต่อขอผ่อนชำระได้ที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาโดยใช้แบบ บ.ช.35 จำนวน 1 ชุด (กรณียื่นแบบกระดาษ) หรือขอผ่อนชำระผ่านทางเว็บไซต์สรรพากร (กรณียื่นภาษีออนไลน์) “สำหรับปีภาษี 2567 ขณะนี้ เหลือเพียงการยื่นแบบออนไลน์เท่านั้น ซึ่งจะหมดเขตในวันที่ 8 เมษายน 2568 นี้ ขอย้ำเตือนให้ผู้มีเงินได้ทุกคน รีบดำเนินการยื่นภาษีให้เรียบร้อย ภายในกำหนดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและบทลงโทษทางกฎหมาย หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสำนักงานสรรพากรใกล้บ้านหรือสถานประกอบการได้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ RD Intelligence Center 1161” นายอนุกูล กล่าวข่าวที่เกี่ยวข้อง- ยื่นภาษี! รัฐบาลเตือนเจตนาหลบเลี่ยงภาษี ถูกจำคุก - ปรับไม่เกิน 200,000 บาท- เปิดบทลงโทษ "พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ - ยูทูบเบอร์" อย่าลืมยื่นภาษี หมดเขต 31 มีนาคม
TNN ช่อง16 • 3 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ
กระแสโซเชียลกำลังพุ่งความสนใจไปที่เพจ Kafaak หลังโพสต์เตือนว่า ChatGPT สามารถนำไปใช้ปลอมสลิปโอนเงินแบบแนบเนียนได้ ทั้งการปลอมชื่อบัญชีเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) มหาเศรษฐีชื่อดัง ปลอมจำนวนเงินที่โอน เลขบัญชี และไม่เว้นแม้แต่ลายน้ำ TNN Tech จึงรวบรวม 3 วิธี ในการรับมือสลิปปลอม ที่ไม่ใช่แค่มาจาก ChatGPT หรือ Generative AI ตัวอื่น ๆ แต่ยังไปรวมถึงการตัดต่อภาพด้วยเช่นกัน 3 วิธี รับมือสลิปปลอมจากภาพ ChatGPT, Generative AI และภาพตัดต่อสแกน QR Code บนสลิป (ถ้ามี) สำหรับสลิป (Slip) หรือบันทึกการทำรายการที่แอปพลิเคชันธนาคารออกให้ เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีการทำรายการโอนเงินหรือชำระเงินจริงหรือไม่เปิดแจ้งเตือนการทำธุรกรรม โดยการแจ้งเตือนจะมีทั้งรูปแบบบนแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) แบบ Official ของธนาคาร หรือสมัครรับ SMS สำหรับแจ้งเตือนก็ได้เช่นกันสมัครบริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งมีการทำธุรกรรมจำนวนมากในแต่ละวัน สามารถใช้บริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติเมื่อมีการส่งหลักฐานเข้าไปยังไลน์ หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ เช่น สลิปทูโก (Slip2GO) สลิปโอเค (SlipOK) หรือ อีซี่สลิป (EasySlip) เป็นต้น โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามปริมาณการทำธุรกรรมในแต่ละเดือน และนอกจากทั้ง 3 วิธีหลักแล้ว การสังเกตความผิดปกติบนสลิป เช่น ขนาด และรูปแบบตัวอักษร ลายน้ำ และรวมไปถึงการขอดูสลิปทันทีที่โอนเงินหากทำได้ ก็เป็นอีกตัวช่วยรับมือการปลอมสลิปโอนเงินได้เช่นกัน
TNN ช่อง16 • 28 มี.ค. 68
ดูเพิ่มเติม