TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “真实身份证怎么制作{官网:ban58.com}-专业真实身份证怎么制作[办证网:bbzz58.com]-滁州真实身份证怎么制作哪里有-可以找真实身份证怎么制作W7” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
สิทธิพิเศษ
Happy Birthday
สุขสันต์วันเกิด ทรูมูฟเอชและทรูยู มอบของขวัญพิเศษเพิ่มความสุขในวันเกิดของคุณ รับของขวัญที่แอปทรูไอดี
Voice/Data • 6 วันที่แล้ว
อ่าน
ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 เม.ย. 69
อ่าน
ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ทราเวล ทิปส์ • 17 มี.ค. 69
อ่าน
วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 4 ธ.ค. 66
อ่าน
2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง
ทราเวล ทิปส์ • 13 ม.ค. 69
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 29 พ.ย. 68
อ่าน
รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม เพจปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์
ในยุคที่การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การจองที่พักออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก แต่ท่ามกลางความสะดวกสบายนี้ ก็มีมิจฉาชีพที่คอยแฝงตัวมาในรูปแบบของเว็บไซต์ปลอม เพจปลอม หรือแอปพลิเคชันจองที่พักปลอม เพื่อหลอกให้เราเสียเงิน และข้อมูลส่วนตัว วันนี้เราจะพาคุณมา รู้ทันกลลวงออนไลน์พร้อมวิธีตรวจสอบความน่าเชื่อถือของที่พักที่คุณกำลังจะจอง รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์ 1. ตรวจสอบ URL และชื่อเว็บไซต์ให้ดี เว็บไซต์ปลอมมักมีชื่อคล้ายกับเว็บไซต์จองที่พักชื่อดัง แต่จะมีความผิดปกติเล็กน้อย เช่น ตัวอักษรผิดหรือมีสัญลักษณ์แปลกๆ ใน URL เช่น "bo0king.com" แทน "booking.com" ดังนั้นก่อนกดจอง ควรตรวจสอบ URL ให้แน่ใจว่าเป็นเว็บไซต์จริง 2. สังเกตการันตีความปลอดภัย (SSL) เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือควรมี SSL Certificate ซึ่งสังเกตได้จากไอคอนรูปกุญแจหรือคำว่า "https://" ที่อยู่หน้าชื่อเว็บไซต์ หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ แสดงว่าเว็บไซต์นั้นอาจไม่ปลอดภัย และเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูล 3. อ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง รีวิวเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณรู้จักที่พัก และเว็บไซต์นั้นๆ มากขึ้น ลองค้นหารีวิวจากหลายๆ แหล่ง เช่น Google, TripAdvisor หรือ Pantip เพื่อดูว่ามีใครเคยใช้บริการ และประสบการณ์เป็นอย่างไร หากพบรีวิวแย่ๆ หรือรีวิวที่ดูไม่น่าเชื่อถือ ให้ระวังไว้ก่อน 4. เปรียบเทียบราคา หากพบว่าที่พักแห่งหนึ่งมีราคาถูกกว่าปกติมากๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับที่พักอื่นในบริเวณใกล้เคียง นี่อาจเป็นสัญญาณของกลลวง ลองเปรียบเทียบราคากับเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่โดนหลอก 5. ตรวจสอบข้อมูลติดต่อ เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือควรมีช่องทางติดต่อที่ชัดเจน เช่น เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, หรือที่อยู่จริง หากเว็บไซต์ไม่มีข้อมูลเหล่านี้หรือข้อมูลไม่ชัดเจน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นเว็บไซต์ปลอม 6. อย่าเชื่อข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง ข้อเสนอแบบ "จองวันนี้ฟรี!" หรือ "ส่วนลดสูงสุด 90%" มักเป็นกลลวงที่ใช้ล่อลวงผู้ใช้งาน ให้ลองตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีก่อนตัดสินใจจอง เพราะบางครั้งอาจมีค่าธรรมเนียมแอบแฝงหรือเงื่อนไขที่ทำให้คุณเสียเงินมากกว่าที่คิด 7. ใช้ช่องทางการจองที่ปลอดภัย ควรจองที่พักผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่มีชื่อเสียง และเชื่อถือได้ เช่น Booking.com, Agoda, หรือ Airbnb หลีกเลี่ยงการจองผ่านลิงก์แปลกๆ ที่ส่งมาในอีเมลหรือข้อความ 8. ตรวจสอบนโยบายการคืนเงิน ก่อนจองที่พัก ควรอ่านนโยบายการคืนเงินให้เข้าใจ หากเว็บไซต์ไม่มีนโยบายนี้หรือเงื่อนไขไม่ชัดเจน อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเจอกับเว็บไซต์ปลอม 9. อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น เว็บไซต์ปลอมมักขอข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป เช่น หมายเลขบัตรเครดิต, รหัสผ่าน, หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร โดยไม่มีเหตุผลสมควร ควรให้ข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลสำคัญในเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ 10. ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับกลลวงออนไลน์ มิจฉาชีพมักเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอยู่เสมอ ดังนั้นการอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับกลลวงออนไลน์จะช่วยให้คุณรู้เท่าทันและป้องกันตัวเองได้ดีขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 28 พ.ย. 68
อ่าน
อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน
ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือต้องการ ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เพื่อที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ตามเรามาอัปเดตได้เลยค่ะกับ สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ใกล้ๆ บ้าน ต่ออายุพาสปอร์ต หรือ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็สะดวกสบายและรวดเร็ว มาดูกันว่า สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง ที่ไหนใกล้ๆ บ้านกันบ้างค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ ปริมณฑลต่ออายุพาสปอร์ต ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่ไหนดี 1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J9ZRCjeMsCxV64H89 โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุลCall Center 0-2572-8442 ================ 2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น) วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nQvYqW148Ke6FbYK6 โทร : 0-2143-7680 ================ 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xj3deaM46uimNmKs6 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 ================ 4. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ธัญญาพาร์ค วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wPLg8BXJ9WF6D56h9 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sMWUka4czBWsg3No7 โทร : 0-2422-3431 ================ 6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XfnE6JraSGTRs7uG8 โทร : 0-2024-8362-64 ================ 7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N9VYesYmAW8GujVw8 โทร : 0-2024-8896, 09-3010-5247 ================ 8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rJygy7Xd9hvqFBfH9 โทร : 0-2126-7612 ================ 9. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk MBK Center วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NTWhFGMgg6P2yYam9 โทร : 0-2126-7612เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 10. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9EfZXed9bb9JM3Jp9 โทร : 0-2150-9002 ================ 11. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว)เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B71gP3UbhwPTBkCj6 โทร : 0-2194-2643 ================ 12. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FHsKeQMKXJbZ4sZdA โทร : 0-2194-2643เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ ค่าทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท เล่ม 5 ปี 1,500 บาท เล่ม 10 ปี สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 2-3 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท เล่ม 5 ปี 3,500 บาท เล่ม 10 ปี *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น.สถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consular.mfa.go.th กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572 8442 และ 0-2203 5000 ต่อ 32301อีเมล : consular05@mfa.go.thเว็บไซต์ : https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 26 พ.ย. 68
อ่าน
คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 26 ต.ค. 68
อ่าน
เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก Taiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ?
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย การไปเที่ยว ไต้หวัน นั้นเราคงรู้กันอยู่ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า แต่ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป จะมีเอกสารสำคัญอีกอย่างที่เราต้องเตรียมตัวก่อนเดินทาง นั่นก็คือ Taiwan Arrival Card (TWAC) หรือ บัตรผู้โดยสารขาเข้าไต้หวัน เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นเรื่องง่าย และรวดเร็วขึ้นเยอะครับ เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก TWACTaiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ? Taiwan Arrival Card คืออะไร? ทำไมต้องกรอก? Taiwan Arrival Card คือเอกสารที่ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกไต้หวันของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คล้ายกับการกรอก ใบขาเข้า-ขาออก (Departure/Arrival Card) แบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่ความพิเศษของมันคือสามารถ กรอกออนไลน์ล่วงหน้า ได้อย่างสะดวกสบาย เริ่มใช้ระบบนี้ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 วัตถุประสงค์หลักของการใช้ Arrival Card คือเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) ของไต้หวันสามารถตรวจสอบและประมวลผลข้อมูลผู้เดินทางได้รวดเร็วขึ้น ทำให้ขั้นตอนการเข้าประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น ลดการต่อคิว และที่สำคัญคือ ช่วยลดการใช้กระดาษ ได้อีกด้วย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติ (NIA) ของไต้หวันระบุว่า TWAC ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาท้องถิ่นรวม 7 ภาษา เช่น ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย พร้อมฟังก์ชันใหม่ที่สามารถดึงข้อมูลจากหนังสือเดินทางอัตโนมัติ และรองรับการกรอกแบบกลุ่มสูงสุดถึง 16 คนในครั้งเดียว นักเดินทางจะได้รับอีเมลยืนยันหลังลงทะเบียนสำเร็จ โดยแนะนำให้กรอกแบบฟอร์มล่วงหน้าภายใน 3 วันก่อนเดินทาง ใครต้องทำ Taiwan Arrival Card บ้าง? ผู้ที่จำเป็นต้องกรอก Taiwan Arrival Card ล่วงหน้า คือ ชาวต่างชาติที่ไม่ถือสัญชาติไต้หวัน : และไม่มีถิ่นที่อยู่ในไต้หวัน (รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทย) ผู้ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า (Visa-Exempt Entry) : ซึ่งปัจจุบันคนไทยสามารถเดินทางเข้าไต้หวันได้โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า และต้องพำนักไม่เกิน 90 วัน ผู้ที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว : หรือติดต่อธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตพำนักระยะยาว ข้อควรรู้ : ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถขอใบ Arrival Card ฉบับกระดาษมากรอกที่สนามบินได้ แต่การกรอกออนไลน์ล่วงหน้าถือเป็นทางเลือกที่ สะดวกและรวดเร็วที่สุด ต้องกรอกข้อมูลอะไรบ้าง? เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนกดส่ง การกรอก Taiwan Arrival Card ออนไลน์นั้นใช้เวลาไม่นานครับ เพียงแค่เตรียมข้อมูลพื้นฐานให้ครบถ้วนตามรายการเหล่านี้ 1. ข้อมูลส่วนตัว : ชื่อ-นามสกุล: ตามที่ปรากฏในหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด สัญชาติ: (Thai) เพศ หมายเลขหนังสือเดินทาง (Passport Number) ที่อยู่อีเมล์ที่ถูกต้อง อาชีพ และหมายเลขโทรศัพท์ 2. ข้อมูลการเดินทาง : หมายเลขเที่ยวบิน (Flight/Vessel No.): เช่น TG634 หรือ VZ560 วันที่คาดว่าจะเดินทางมาถึงไต้หวัน (Arrival Date) วัตถุประสงค์ในการเยือน (Purpose of Visit): เช่น Tourism (ท่องเที่ยว) หรือ Business (ธุรกิจ) 3. ข้อมูลที่พักในไต้หวัน : ที่อยู่/ชื่อโรงแรม (Address/Hotel Name): กรุณากรอกชื่อโรงแรมหรือที่พักแห่งแรกให้ชัดเจน เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบ ข้อแนะนำ : เราสามารถเข้าสู่เว็บไซต์ของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน (National Immigration Agency) เพื่อกรอกข้อมูลล่วงหน้าได้เลย ข้อมูลที่บันทึกไว้จะถูกส่งเข้าสู่ระบบทันที ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการกรอกเอกสารที่สนามบินอีกต่อไป ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 ต.ค. 68
อ่าน
วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ
ทราเวล ทิปส์ • 18 ก.ย. 68
อ่าน
กสทช. บังคับใช้ระบบ Liveness Detection เปิดซิมการ์ดใหม่ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร
จากข่าวที่ว่าเหล่ามิจฉาชีพหันมาใช้ "ซิมม้า" และ "บัญชีม้า" เป็นช่องทางก่ออาชญากรรม ทำให้ กสทช. ต้องยกระดับความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น ด้วยการบังคับใช้เทคโนโลยี Liveness Detection สำหรับการลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่อาจดูน่าสับสนสำหรับหลายคน บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยีนี้ให้มากขึ้นครับ Liveness Detection คืออะไร? Liveness Detection เป็นเทคโนโลยีสุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อ "ตรวจจับความมีชีวิต" ของบุคคลที่กำลังทำการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า โดยระบบจะทำงานแบบเรียลไทม์เพื่อวิเคราะห์การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ที่บ่งบอกว่าบุคคลนั้นๆ มีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่ภาพปลอมแปลง ลองนึกภาพว่าคุณกำลังใช้สมาร์ทโฟนสแกนใบหน้าเพื่อลงทะเบียนซิม ระบบนี้จะสั่งให้คุณกระพริบตา ขยับศีรษะ หรืออ้าปาก เพื่อดูว่าใบหน้าบนหน้าจอมีการตอบสนองแบบเดียวกับมนุษย์จริงหรือไม่ ซึ่งนี่คือความฉลาดของระบบที่จะช่วยป้องกันการสวมรอยจากภาพถ่าย, วิดีโอ, หน้ากาก หรือแม้แต่รูปปั้นที่ทำขึ้นมาอย่างแนบเนียน ทำไมต้องใช้ Liveness Detection? และจะช่วยอะไรได้บ้าง? เหตุผลหลักก็คือการ "ป้องกันการสวมรอย" และ "สร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์" ให้แข็งแกร่งขึ้น จากเดิมที่การลงทะเบียนซิมต้องใช้เพียงแค่เอกสารอย่างบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ซึ่งมีโอกาสที่มิจฉาชีพจะนำเอกสารปลอมแปลงหรือเอกสารของผู้อื่นมาใช้ได้ แต่เมื่อมีการใช้ Liveness Detection เข้ามาเสริม ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนจะต้องเป็นบุคคลที่มีชีวิตจริงเท่านั้น ซึ่งเป็นการปิดประตูการใช้ "ซิมม้า" ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ประโยชน์ของมันยังไม่จำกัดแค่การลงทะเบียนซิมเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะนำไปใช้ในวงการอื่นๆ ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง เช่น: การทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์: ช่วยยืนยันตัวตนก่อนการโอนเงินหรือเปิดบัญชี การเข้าถึงข้อมูลสำคัญ: ใช้ยืนยันตัวตนเพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน ใครบ้างที่ต้องลงทะเบียน? และไปที่ไหน? การบังคับใช้เทคโนโลยีนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป และทุกคนที่มีความประสงค์จะ "ลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ทุกประเภท" ไม่ว่าจะเป็นซิมแบบเติมเงินหรือแบบรายเดือน จะต้องเข้ารับการยืนยันตัวตนด้วยระบบ Liveness Detection นี้ ส่วนสถานที่ในการลงทะเบียนก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก คุณสามารถไปได้ที่ ศูนย์บริการของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น AIS, True, NT หรือผู้ให้บริการอื่นๆ รวมถึง ร้านค้าตัวแทน ที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากผู้ให้บริการด้วยเช่นกัน นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่ายในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อปกป้องประชาชนทุกคนจากภัยร้ายทางไซเบอร์ครับ Credit : กสทช.
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 3 ก.ย. 68
อ่าน
ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว “บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ” ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ “Your Data” ซึ่งช่วยให้ประชาชนใช้ข้อมูลของตนเองในการเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น บริการดังกล่าว ช่วยให้ประชาชนที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีค่าน้ำหรือค่าไฟ สามารถเรียกดูและดาวน์โหลดประวัติการชำระย้อนหลัง 6 เดือนของตนเองผ่านแอป “ทางรัฐ” ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นช่องทางใหม่ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ที่ไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว สามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมวิธีลงทะเบียนผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” จากนั้นเลือกเมนู “การเงิน/ประกัน” และเข้าสู่ “ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน” เลือกหน่วยงานที่ต้องการ ระบุหมายเลขมิเตอร์ ตรวจสอบข้อมูล และยืนยันคำขอ ระบบจะจัดเก็บเอกสารไว้ในโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ เพื่อนำไปยื่นขอสินเชื่อต่อไปทั้งนี้ การขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์มาก เพราะสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อให้กับผู้มีวินัยในการจ่ายค่าน้ำ - ค่าไฟ เพราะข้อมูลที่แสดงพฤติกรรมการจ่ายที่ดี จะส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อในทางบวก “โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญของรัฐในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูลของตนเอง” เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มที่เคยขาดหลักฐานทางรายได้ในรูปแบบเดิมรัฐบาลเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเปิดประตูการเงินให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเข้าถึงเงินทุนได้อย่างเสมอภาค พร้อมก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ทั้งนี้ บริการดังกล่าวเริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อที่รองรับเอกสารดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th " นางสาวศศิกานต์ กล่าว
TNN ช่อง16 • 13 ก.ค. 68
อ่าน
True ร่วมกับ PDPC ชวนทุกคน "ตั้งสติ ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล" #ThinkBeforeYouShare
ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) อยากชวนทุกคน 'ตั้งสติ ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล' #ThinkBeforeYouShare มิจฉาชีพทำงานกันอย่างไร ถึงรู้ข้อมูลของเราทุกอย่าง ? มาดูกันว่าการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ระวัง อาจทำให้คุณกลายเป็นเหยื่อของพวกเขาได้ เคล็ดลับป้องกันข้อมูลรั่วไหล ตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนให้ข้อมูล อ่านข้อตกลงให้เข้าใจ ใช้รหัสผ่านที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลสำคัญในที่สาธารณะ ตั้งสติ ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ ทรู ยังร่วมป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับลูกค้าทรู ดีแทคและทรูออนไลน์ตลอด 24 ชม. ด้วยบริการ #TrueCyberSafe ช่วยเตือนภัยมิจฉาชีพด้วย AI ขั้นสูง ฟรี!! ไม่ต้องสมัคร หรือ ดาวน์โหลดแอปอีกด้วย อ่านต่อ https://www.true.th/services/true-cyber-safe.#ข้อมูลส่วนบุคคล #PDPA#ป้องกันระวังเข้าใจการให้ข้อมูลส่วนบุคคล#สคส #PDPC #TrueTogether
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 12 ก.ค. 68
อ่าน
ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์
TNN ช่อง16 • 12 มิ.ย. 68
อ่าน
Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================
ทราเวล ทิปส์ • 13 พ.ค. 68
อ่าน
เลือกตั้งเทศบาล 2568 รวมทุกเรื่องต้องรู้ ไม่ไปลงคะแนน ถูกจำกัดสิทธิอะไรบ้าง?
เตรียมความพร้อมก่อนไปเลือกตั้งเทศบาล ในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.00 - 17.00 น.1. ตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง– มีสัญชาติไทย หรือได้รับสัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี– อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง– มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง2. หลักฐานแสดงตนในการลงคะแนนเลือกตั้งบัตรประชาชน หรือ บัตรหรือหลักฐานอื่นของทางราชการหรือหน่วยงานรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชน เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่รัฐ ใบขับขี่ หรือหนังสือเดินทาง3. การตรวจสอบรายชื่อตนเองก่อนวันเลือกตั้ง- ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง หรือผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote ก่อนเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 25 วัน- ตรวจรายชื่อจากเอกสารแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมายังเจ้าบ้าน ก่อนเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 15 วัน- แจ้งเพิ่ม-ถอน รายชื่อต่อนายทะเบียนอำเภอ ก่อนเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน4. ตรวจสอบวันและเวลาลงคะแนนเลือกตั้ง และศึกษาขั้นตอนการลงคะแนนให้ถูกต้อง ขั้นตอนการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง1.ตรวจสอบรายชื่อ และลำดับที่จากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง2.ยื่นหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประชาชน (บัตรที่หมดอายุสามารถใช้ได้) พร้อมลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง3.รับบัตรเลือกตั้ง พร้อมลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือลงที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ใบ4.เข้าคูหา ทำเครื่องหมายกากบาท (X) ในบัตรเลือกตั้งนายกเทศมนตรี (เลือกผู้สมัครได้ 1 หมายเลข) และ บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (เลือกผู้สมัครได้ไม่เกิน 6 หมายเลข)5.พับบัตรเลือกตั้ง และหย่อนบัตรเลือกตั้งลงหีบแต่ละประเภทด้วยตนเองบัตรเลือกตั้งเทศบาลมี 2 ใบ ได้แก่1. บัตรเลือกตั้งนายกเทศมนตรี บัตรสีเหลืองทอง เลือกผู้สมัครได้ไม่เกิน 1 หมายเลข2. บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) บัตรสีเขียว เลือกผู้สมัครได้ไม่เกิน 6 หมายเลขทั้งนี้ ในการลงคะแนนเลือกสมาชิกสภาเทศบาล หากประสงค์จะลงคะแนนให้ผู้สมัครน้อยกว่า 6 หมายเลข สามารถทำได้ แต่จะลงคะแนนให้มากกว่า 6 หมายเลขไม่ได้ (จะกลายเป็นบัตรเสียทันที) โดยที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลได้อย่างอิสระ โดยจะเลือก "ยกทีม" หรือ "บุคคล" ก็ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ หากมีเหตุจำเป็น ที่ทำให้ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งเทศบาลตามเงื่อนไขต่อไปนี้1. มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล2. เจ็บป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้3. เป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้4. เดินทางออกนอกราชอาณาจักร5. มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร6. ได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้ง7. มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอื่นที่ กกต.กำหนดโดยสามารถแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ผ่านช่องทางดังนี้- แจ้งด้วยตนเอง- มอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน- จัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน- การแจ้งเหตุผ่านเว็บไซต์ www.ect.go.th หรือ แอปพลิเคชัน Smart Vote- ทางเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย (www.bora.dopa.go.th)ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต้องแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งภายใน 7 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง (4 - 10 พ.ค.) หรือภายใน 7 วัน หลังวันเลือกตั้ง (12 - 18 พ.ค.) หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จะถูกจำกัดสิทธิ ดังนี้1.สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น (ส.ถ.) หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ผ.ถ.) หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.)2.สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน3.เข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น4.ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง5.ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหาร ท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น6.ดำรงตำแหน่งเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น และ เลขานุการรองประธานสภาท้องถิ่นการถูกจำกัดสิทธิ กำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง ครั้งที่ผู้มีสิทธิไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งข่าวที่เกี่ยวข้อง- เปิดวิธี-ช่องทางแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาล-นายกเทศมนตรี 11 พ.ค. 2568
TNN ช่อง16 • 8 พ.ค. 68
อ่าน
5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ เตือนระวังกลลวงใหม่ “ชวนลงทุนบริจาคการกุศล”
นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 28 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วยเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 2,805,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Tiktok ชักชวนลงทุนเกี่ยวกับการกุศล ByteDance จากนั้นเพิ่มเพื่อนทาง Line และทำการสมัครสมาชิก แล้วให้โอนเงินเพื่อทำการลงทุน รอบแรกที่ทำการกุศลได้เงินคืน หลังจากนั้นให้เพิ่มจำนวนเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้เสียหายสอบถามถึงยอดเงินการกุศล พบว่าไม่มีการตอบกลับ และไม่สามารถถอนเงินออกหรือคืนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 570,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line ชักชวนทำงานหารายได้พิเศษ โดยการให้โอนเงินบริจาคกับคนยากไร้ เพื่อรับผลตอบแทน ผู้เสียหายสนใจจึงโอนเงินไป ระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาผู้เสียหายต้องการได้รับผลตอบแทนเพิ่ม จึงได้โอนเงินไปเรื่อย ๆ เพื่อเลื่อนระดับขั้นให้สูงขึ้น เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน มิจฉาชีพแจ้งว่าไม่สามารถถอนได้ ต้องโอนเงินเข้าไปเพิ่มขึ้นอีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 5,943,210 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทาง Facebook ชักชวนให้โอนเงินลงทุนเกี่ยวกับการเทรดหุ้นตลาดหลักทรัพย์ ช่วงแรกเป็นการลงทุนแบบตามงบประมาณ หลังจากนั้นให้คุยกับเลขาฯ เนื่องจากจะมีการแนะนำให้ซื้อหุ้นในการลงทุนเพิ่ม เมื่อจะทำการถอนเงินออกจากระบบ มิจฉาชีพแจ้งว่าจะต้องชำระค่าส่วนแบ่งกำไร 13% ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป แต่ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ แจ้งว่าผู้เสียหายทำผิดขั้นตอน จะต้องโอนเงินเพื่อแก้ไขข้อมูลและให้โอนเงินเพื่อจ่ายค่าภาษี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 1,031,417 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้พบโฆษณาสินเชื่อบุคคล แคช ทู โก สินเชื่อ ธุรกิจ TTB SME ผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดและเพิ่มเพื่อนทาง Line ได้สอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ธุรการ จากนั้นแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินไปก่อน จึงจะได้รับยอดเงินกู้ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป จากนั้นอ้างว่าหมายเลขบัญชีธนาคารผิด ให้โอนเงินเข้าไปเพื่อแก้ไข และให้โอนเงินเพิ่มอีกหลายครั้งเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่ารับ OTP ค่าแก้ไขข้อมูล ค่ายกเลิกสัญญาเงินกู้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 5 คดีหลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 1,248,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเทรดเงินดิจิทัลผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ที่แสดงหน้าเพจเพื่อสอบถามรายละเอียด จากนั้นมิจฉาชีพจึงชักชวนให้โอนเงินเพื่อลงทุนเทรดเงินดิจิทัล ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ในช่วงแรกได้รับผลตอบแทนเล็กน้อยสามารถถอนเงินได้ ภายหลังโอนเงินเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินคืนได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 11,597,627 บาททั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,681,929 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,064 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 633,201 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,249 บัญชี3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 201,562 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.83 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 149,037 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.53 (3) หลอกลวงลงทุน 92,013 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.53 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 76,855 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 12.14 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 45,500 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.19 (และคดีอื่นๆ 68,234 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.78)จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย โดยชักชวนให้บริจาคการกุศล โอนเงินบริจาคคนยากไร้ ซึ่งถือเป็นวิธีการที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ การหลอกลงทุนเทรดหุ้น หลอกให้กู้เงิน โดยอ้างเป็นสินเชื่อ ธ.ทหารไทยธนชาต ให้โอนจ่ายค่าธรรมเนียมเรื่อยๆ ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด ดังนั้นหากมีการติดต่อเข้ามา ให้ประเมินว่าเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่องหากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเช็กด่วน 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้กู้เงินเปิดสถิติแจ้งเตือนข่าวปลอม-ข่าวบิดเบือนให้ประชาชนแล้วกว่า 10,000 เรื่องเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหว
TNN ช่อง16 • 6 พ.ค. 68
อ่าน
ตำรวจเตือน! อย่าหลงเชื่ออีเมลปลอมอ้าง ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพส่งอีเมลปลอมอ้างเป็น ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล ยันไม่มีนโยบายส่งหมายเรียกหรือหมายจับผ่านทางอีเมลสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกประกาศเตือนภัยประชาชน หลังมีการเผยแพร่ภาพอีเมลปลอมที่อ้างว่าเป็นหมายเรียกจากศาล โดยใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมแนบไฟล์ PDF เพื่อหลอกให้ผู้รับคลิกเปิด โดยในเนื้อหาอ้างว่าเป็นหมายเรียกจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้ผู้รับไปรายงานตัวตามที่อยู่ในเอกสาร จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อีเมลดังกล่าวมีลักษณะเป็นอีเมลปลอมที่จัดทำขึ้นโดยมิจฉาชีพ ซึ่งอาจแฝงมัลแวร์หรือเป็นกลลวงให้ประชาชนหลงเชื่อและคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยพล.ต.ต.ธนศักดิ์ มหาสุรศักดิ์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีนโยบายในการจัดส่งหมายเรียกหรือหมายจับทางอีเมล โดยหมายเรียกจากศาลหรือหมายจับจะถูกส่งผ่านช่องทางราชการเท่านั้น เช่น การส่งโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือส่งทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชน อย่าเชื่อ อย่าคลิก และอย่าตอบกลับอีเมลลักษณะดังกล่าว หากพบการกระทำต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ทางเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่www.thaipoliceonline.go.thทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเน้นย้ำว่า อย่าหลงเชื่อเอกสารใด ๆ ที่แอบอ้างหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะเอกสารที่แนบมากับอีเมล เพราะอาจเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพในการหลอกลวงหรือขโมยข้อมูลส่วนตัว
TNN ช่อง16 • 4 พ.ค. 68
อ่าน
เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ
TNN ช่อง16 • 24 เม.ย. 68
อ่าน
เผลอให้ข้อมูลมิจฉาชีพ เสี่ยงโดนเปิดบัญชีม้า ควรทำอย่างไร?
ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ประชาชนเผลอให้ข้อมูลมิจฉาชีพไป เสี่ยงโดนเปิดบัญชีม้า ควรทำอย่างไร โดยระบุว่า1. แจ้งความและลงบันทึกประจำวัน ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อเป็นหลักฐานป้องกันความผิดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต2. กรณีส่งภาพบัตรประชาชน (ทั้งด้านหน้าและหลัง) ควรดำเนินการขอทำบัตรประชาชนใบใหม่ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด3. รีบแจ้งธนาคารเพื่อปิดบัญชี และตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินทั้งหมด หากพบความผิดปกติควรแจ้งธนาคารทันที4. หากเคยกดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากมิจฉาชีพ แนะนำให้ทำการรีเซ็ตเครื่อง (reset factory) เพื่อล้างระบบทั้งหมด ลดความเสี่ยงจากโปรแกรมที่อาจแฝงตัวอยู่ตำรวจไซเบอร์พึ่งพาได้ ลดภัยอาชญากรรมออนไลน์ สร้างความอุ่นใจให้ประชาชน- แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th- หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง
TNN ช่อง16 • 21 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งเตือนประชาชนระวังSMS M-Flow ปลอม ซึ่งหลอกแนบลิงก์อ้างว่ามี "บิลรอดำเนินการ" โดยยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรายงานผลการเฝ้าระวังข่าวระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2568 พบข้อความต้องตรวจสอบทั้งหมด 599 ข้อความ จากข้อความที่เข้ามากว่า 837,000 ข้อความ โดยข่าวปลอมอันดับ 1 คือเรื่อง "M-Flow ส่ง SMS แนบลิงก์ แจ้งมีบิลที่กำลังรอดำเนินการ" กระทรวงดีอีได้ประสานกับกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบและยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการแอบอ้างโดยมิจฉาชีพที่ต้องการหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์ปลอม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือหลอกให้โอนเงินประชาชนที่ใช้บริการ M-Flow สามารถตรวจสอบและชำระค่าบริการได้ผ่าน 3 ช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น ได้แก่แอปพลิเคชัน MFlowthaiLine Official : @mflowthaiเว็บไซต์ www.mflowthai.comกระทรวงดิจิทัลฯ ยังเน้นย้ำให้ประชาชนอย่าแชร์หรือหลงเชื่อข่าวปลอมโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมมีความซับซ้อน และแฝงตัวในสื่อออนไลน์จำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลนอกจาก SMS M-Flow ปลอมแล้ว ยังพบข่าวปลอมอื่นที่น่าเป็นห่วง เช่น การเปิดบัญชี TikTok ปลอมอ้างชื่อธนาคาร, การหลอกให้จองหุ้น, รวมถึงการรับสมัครงานผ่านเพจปลอม ซึ่งล้วนมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงประชาชนทั้งสิ้น
TNN ช่อง16 • 6 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ
กระแสโซเชียลกำลังพุ่งความสนใจไปที่เพจ Kafaak หลังโพสต์เตือนว่า ChatGPT สามารถนำไปใช้ปลอมสลิปโอนเงินแบบแนบเนียนได้ ทั้งการปลอมชื่อบัญชีเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) มหาเศรษฐีชื่อดัง ปลอมจำนวนเงินที่โอน เลขบัญชี และไม่เว้นแม้แต่ลายน้ำ TNN Tech จึงรวบรวม 3 วิธี ในการรับมือสลิปปลอม ที่ไม่ใช่แค่มาจาก ChatGPT หรือ Generative AI ตัวอื่น ๆ แต่ยังไปรวมถึงการตัดต่อภาพด้วยเช่นกัน 3 วิธี รับมือสลิปปลอมจากภาพ ChatGPT, Generative AI และภาพตัดต่อสแกน QR Code บนสลิป (ถ้ามี) สำหรับสลิป (Slip) หรือบันทึกการทำรายการที่แอปพลิเคชันธนาคารออกให้ เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีการทำรายการโอนเงินหรือชำระเงินจริงหรือไม่เปิดแจ้งเตือนการทำธุรกรรม โดยการแจ้งเตือนจะมีทั้งรูปแบบบนแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) แบบ Official ของธนาคาร หรือสมัครรับ SMS สำหรับแจ้งเตือนก็ได้เช่นกันสมัครบริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งมีการทำธุรกรรมจำนวนมากในแต่ละวัน สามารถใช้บริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติเมื่อมีการส่งหลักฐานเข้าไปยังไลน์ หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ เช่น สลิปทูโก (Slip2GO) สลิปโอเค (SlipOK) หรือ อีซี่สลิป (EasySlip) เป็นต้น โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามปริมาณการทำธุรกรรมในแต่ละเดือน และนอกจากทั้ง 3 วิธีหลักแล้ว การสังเกตความผิดปกติบนสลิป เช่น ขนาด และรูปแบบตัวอักษร ลายน้ำ และรวมไปถึงการขอดูสลิปทันทีที่โอนเงินหากทำได้ ก็เป็นอีกตัวช่วยรับมือการปลอมสลิปโอนเงินได้เช่นกัน
TNN ช่อง16 • 28 มี.ค. 68
อ่าน
รู้จักแอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย!
สำหรับคนไทยที่กำลังเดินทางไปต่างประเทศ หรืออาศัยอยู่ในต่างแดน การเตรียมตัวให้พร้อมเรื่องเอกสารสำคัญอย่าง พาสปอร์ต ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก็มีแอปพลิเคชันที่ชื่อ Thai Consular ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ช่วยเหลือที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาเกี่ยวกับพาสปอร์ต บอกเลยว่าสะดวก และใช้งานง่ายสุดๆ! แอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย! ฟีเจอร์ของแอป Thai Consular 1. หาจุดทำพาสปอร์ตได้ในไม่กี่คลิก ไม่ต้องเสียเวลาหาเองอีกต่อไป เพราะแอปนี้จะแสดงจุดบริการทำพาสปอร์ตที่ใกล้ที่สุด ทั้งในไทย และต่างประเทศ 2. ติดต่อสถานทูตไทยทั่วโลก ฟรี! มีปัญหาเร่งด่วน ไม่ว่าจะพาสปอร์ตหายหรือเรื่องอื่นๆ สามารถติดต่อสถานทูตไทยได้ทันทีผ่านแอป โดยใช้การโทรแบบอินเทอร์เน็ต (VoIP) ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าโทรแบบ Roaming สามารถโทรผ่านแอปนี้ได้เลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อสถานทูตนั้นๆ เพื่อทำการช่วยเหลือ 3. แจ้งพาสปอร์ตหายได้ง่ายๆ หมดยุคที่ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ! หากพาสปอร์ตหายในต่างแดน คุณสามารถไปที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในพื้นที่เพื่อแจ้งข้อมูลสูญหาย และขอทำเล่มใหม่หรือเอกสารเดินทางฉุกเฉินได้ทันที แต่ก่อนใครเคยทำพาสปอร์ตหาย และจะไปขอทำเล่มใหม่ คงรู้กันดีว่าจะต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก่อน แล้วจึงนำใบแจ้งความไปขอทำเล่มใหม่ ซึ่งคนที่เคยทำหายจะเข้าใจว่าการไปติดต่อสถานีตำรวจในต่างแดนนั้นยุ่งยาก และลำบากในการสื่อสารขนาดไหน ซึ่งทางกรมการกงสุลได้จัดทำแบบฟอร์มเพื่อบันทึกข้อมูลพาสปอร์ตสูญหาย สามารถไปที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลทุกแห่งในต่างประเทศ และสำนักงานหนังสือเดินทางทั่วไทยได้เองโดยตรง ไม่ต้องไปสถานีตำรวจอีกต่อไปแล้ว โดยไปกรอกในวันที่ไปติดต่อขอทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ หรือขอเอกสารเดินทางฉุกเฉิน เพื่อเดินทางกลับไทย 4. เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง ทีมเจ้าหน้าที่มืออาชีพพร้อมช่วยเหลือทุกสถานการณ์ เพียงแค่ติดต่อผ่านแอป คุณก็จะได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว ทำไมต้องใช้ Thai Consular? สะดวก : ลดขั้นตอนยุ่งยาก เช่น การไปแจ้งความในต่างแดน ที่บางครั้งอาจเป็นเรื่องซับซ้อน และใช้เวลานาน ปลอดภัย : พาสปอร์ตเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องระมัดระวัง หากสูญหาย แอปนี้ช่วยจัดการเรื่องเอกสารได้รวดเร็ว ฟรี : ทุกการติดต่อผ่านแอปไม่มีค่าใช้จ่าย แค่มีอินเทอร์เน็ตก็เพียงพอ ข้อแนะนำในการเก็บรักษาพาสปอร์ต ถึงแม้แอป Thai Consular จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า อย่าลืมเก็บพาสปอร์ตในที่ปลอดภัย หมั่นตรวจสอบว่าอยู่ในสภาพดีเสมอ เพราะหากมีมิจฉาชีพนำพาสปอร์ตไปใช้ในทางผิดกฎหมาย เจ้าของอาจเดือดร้อนในภายหลังได้ ไม่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวหรือใช้ชีวิตในต่างประเทศ โหลดแอป Thai Consular ไว้จะช่วยให้เราอุ่นใจในทุกสถานการณ์ ดาวน์โหลดแอปได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android ====================
ทราเวล ทิปส์ • 16 ม.ค. 68
อ่าน
6 วิธีป้องกันตัว จากมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านแอปฯ กู้เงินเถื่อน
ปัจจุบัน การขอสินเชื่อและเงินกู้ผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันกลับเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชน จนทำให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ออกคำเตือนพร้อมแนะนำ 6 วิธีในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อของแอปพลิเคชันเงินกู้ปลอม ดังนี้:1. หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ มิจฉาชีพมักสร้างแอปพลิเคชันปลอมที่มีลักษณะคล้ายกับแอปพลิเคชันของธนาคารหรือสถาบันการเงิน ก่อนดาวน์โหลดควรตรวจสอบรายละเอียดให้ถี่ถ้วน เช่น ชื่อผู้พัฒนา ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน และความน่าเชื่อถือโดยรวม2. อย่ากดลิงก์จาก SMS หรืออีเมลที่ไม่น่าไว้ใจ การส่งข้อความที่มีลิงก์แนบมาทาง SMS หรืออีเมลเป็นกลวิธีที่มิจฉาชีพนิยมใช้เพื่อดึงดูดความสนใจ อย่ากดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือเด็ดขาด3. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก Apple Store หรือ Google Play เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย ควรติดตั้งแอปพลิเคชันผ่านช่องทางที่ได้รับการตรวจสอบมาตรฐานแล้ว เช่น Apple Store และ Google Play อย่าดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งอื่นที่ไม่ผ่านการรับรอง4. หลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน การเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะอาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพล้วงข้อมูลสำคัญ หากจำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ให้ใช้เครือข่ายที่เชื่อถือได้ เช่น เครือข่ายมือถือส่วนตัว5. ระมัดระวังในการกรอกข้อมูลส่วนตัว การสมัครสินเชื่อออนไลน์มักต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือแนบเอกสารสำคัญ ให้แน่ใจว่าได้เซ็นสำเนาถูกต้อง และระบุวัตถุประสงค์การใช้งานข้อมูลอย่างชัดเจนก่อนส่งข้อมูล6. สังเกตวงเงินที่แอปพลิเคชันกำหนด แอปพลิเคชันเงินกู้ปลอมหรือผิดกฎหมายมักกำหนดวงเงินกู้ในแต่ละวันอยู่ที่ 2,000 - 4,000 บาท เพราะมิจฉาชีพทราบดีว่าผู้ที่เดือดร้อนเรื่องการเงินมักจะตัดสินใจกู้เงินโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบคำแนะนำเพิ่มเติมจากตำรวจสอบสวนกลาง ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อหรือกู้เงินออนไลน์ ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ และติดต่อสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือเพื่อความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ใช้วิธีหลอกลวงผ่านแอปพลิเคชันเงินกู้ปลอม แม้ว่าการขอสินเชื่อออนไลน์จะอำนวยความสะดวกมากมาย แต่ความเสี่ยงจากมิจฉาชีพก็มีสูงเช่นกัน การปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นจะช่วยป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อและเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้งานแอปพลิเคชันทางการเงินออนไลน์p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px '.ThonburiUI'} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก:AFP
TNN ช่อง16 • 15 ม.ค. 68
อ่าน
ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม
TNN ช่อง16 • 14 ม.ค. 68
อ่าน
"จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม" ดีเดย์ 23 ม.ค. เตรียมตัวอย่างไร - เอกสารมีอะไรบ้าง
p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 14.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p3 {margin: 0.0px 0.0px 15.9px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p5 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 36.0px; text-indent: -36.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} li.li1 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} li.li4 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000; min-height: 23.0px} span.s1 {font-kerning: none} ol.ol1 {list-style-type: decimal}กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของสังคมไทยที่เปิดโอกาสให้ทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียม ไม่จำกัดเพียงชาย-หญิงอีกต่อไปการให้บริการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นไป คู่สมรสทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้ที่ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตทุกแห่งทั่วประเทศ โดยผู้ที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรสต้องมีคุณสมบัติและเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้:คุณสมบัติของผู้จดทะเบียนสมรส1. บุคคลทั้ง 2 จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์ กรณีผู้เยาว์ต้องนำบิดามารดา หรือ ผู้ปกตรองมาให้ความยินยอม กรณีต่ำกว่า 18 ปีต้องได้รับอนุญาตจากศาล2. ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือ ไร้ความสามารถ3. ไม่เป็นญาติใกล้ชิดทางสายโลหิตหรือพี่น้องร่วมบิดามารดา4. ไม่เป็นผู้ที่มีสถานภาพสมรสอยู่ในขณะยื่นจดทะเบียน หรือเป็นคู่สมรสของคนอื่น5. หญิง ชายผู้เป็นคู่สมรสตาย หรือ การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อสิ้นสุดการสมรสไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่- คลอดบุตรแล้วในขณะนั้น- ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้- มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์- สมรสกับคู่สมรสเดิม** เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับเพศหญิง **หากผู้เข้าร่วมเป็นเพศหญิงและเคยผ่านการสมรสมาก่อน จะต้องผ่านการหย่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน หากยังไม่ครบกำหนด 310 วัน จะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ยืนยันสถานะการไม่ตั้งครรภ์ ณ วันที่ลงทะเบียนเอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนสมรสกรณีคนไทย1. บัตรประชาชน2. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะกรณีคนไทยกับต่างชาติ1.บัตรประชาชน และ หนังสือเดินทางพาสปอร์ต2. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ3. หนังสือรับรองการหย่า (กรณีที่เคยสมรสมาก่อน)กรณีต่างชาติกับต่างชาติ1. หนังสือเดินทางพาสปอร์ต2. หนังสือรับรองการหย่า (กรณีที่เคยสมรสมาก่อน)3. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะความสำคัญของกฎหมายสมรสเท่าเทียมกฎหมายฉบับนี้สะท้อนถึงการยอมรับความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยเปิดโอกาสให้คู่รักทุกเพศสามารถสร้างครอบครัวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเท่าเทียมกับคู่สมรสชาย-หญิง เช่น สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิทางการแพทย์ และสิทธิในการรับมรดกข้อแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินการจดทะเบียนสมรส ผู้ที่สนใจควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและตรวจสอบรายละเอียดล่วงหน้ากับที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตในพื้นที่ของตน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานทะเบียนในพื้นที่ใกล้เคียงp.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px '.ThonburiUI'} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก: AFP
TNN ช่อง16 • 8 ม.ค. 68
อ่าน
ปีใหม่ 2568 เปิดให้บริการ "งานทะเบียน-บัตรประชาชน" 28 ธ.ค. 2567 - 1 ม.ค. 2568
กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดให้บริการงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568 ในวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2567 ถึง วันพุธที่ 1 มกราคม 2568 ระหว่างเวลา 08.30 16.30 น. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ขอรับบริการที่มีความจำเป็น ต้องใช้เอกสารในการติดต่อราชการหรือเพื่อขอความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ และในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568เน้นย้ำ ให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ นายทะเบียนผู้รับแจ้งประจำสำนักทะเบียน และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้งประจำหมู่บ้าน ให้ปฏิบัติหน้าที่ รับแจ้งการเกิด หรือการตาย กรณีที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นในพื้นที่หมู่บ้านที่รับผิดชอบในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ด้วย ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบ สำนักทะเบียนที่ให้บริการช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง https://www.bora.dopa.go.th/home/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมการทะเบียนและบัตร สำนักบริหารการทะเบียน โทร 0 2791 7046 Call Center 1548
TNN ช่อง16 • 27 ธ.ค. 67
ดูเพิ่มเติม