รีเซต

ผลการค้นหา “格拉茨学院文凭毕业证怎么制作(证件网:ban58.com)秦皇岛哥伦比亚驾照哪里可以做假的-高级专业技术资格证怎么办(证件网:bbzz58.com)购买法国毕业证成绩单BW” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ทรู สเปซ
สิทธิพิเศษ

ทรู สเปซ

ทรู สเปซ (True Space Co., Ltd.)

เตือนภัย! มิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอมหลอกขายสิทธิ์เข้าเล่นเกม GTA 6 ล่วงหน้า
อ่าน

เตือนภัย! มิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอมหลอกขายสิทธิ์เข้าเล่นเกม GTA 6 ล่วงหน้า

กลายเป็นประเด็น! เมื่อทางเว็บไซต์ malwarebytes.com ได้ออกโรงเตือนเหล่าเกมเมอร์ให้ระวังตัวให้ดี เพราะในตอนนี้ได้มีมิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์หลอกลวงขายสิทธิ์พิเศษได้เข้าเล่นเกม Grand Theft Auto VI (GTA 6) แบบ VIP Early Access ก่อนวันวางจำหน่าย เพียงจ่ายเงินไม่กี่ร้อยดอลลาร์ผ่านสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซี โดยให้กรอกยืนยันการชำระเงิน จากนั้นก็ได้เล่นเกมก่อนใคร หากเห็นเว็บไซต์แนว ๆ นี้ บอกเลยว่าอย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาด!เว็บไซต์เหล่านี้จะถูกออกแบบมาให้ดูหรูหรา มีสไตล์และให้รู้สึกถึงความเอ็กซ์คลูซีฟ เช่นการออกแบบภาพสไตล์ Vice City ที่แปะโลโก้ GTA 6 และภาพตัวละครที่เจนด้วย AI พร้อมโฆษณาชวนเชื่ออย่าง "VIP Digital Access" หรือ "Exclusive Early Access Preview" แถมเรียกเก็บเงินสูงถึง 250 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8,XXX บาท) เพื่อเข้ารับสิทธิ์ และที่สำคัญรับชำระเฉพาะ Bitcoin, USDT หรือ Ethereum เท่านั้นด้วย และหลังจากที่เหยื่อโอนชำระไปเรียบร้อยก็จะได้รับหมายเลขธุรกรรม (Transaction ID) ไปกรอกเพื่อดาวน์โหลดเกม ซึ่งความจริง มันไม่มีเกมจริง ๆ ให้ดาาวน์โหลดเลย เนื่องจาก Grand Theft Auto นั้นเป็นซีรีส์เกมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ดังนั้นการหลอกลวงประเภทนี้จึงเริ่มปรากฏอยู่บนสื่ออินเทอร์เน็ต ด้วยการโฆษณาที่เว็บเหล่านี้มักใช้ก็คือ "ก่อนใคร" "สิทธิ์พิเศษ" หรือ "ปลดล็อกได้ในหนึ่งนาที" ซึ่งคำเหล่านี้มักจะกระตุ้นต่อมความอยากและทำให้เหล่าแฟน ๆ ไม่ทันยั้งคิดและหลงเชื่อ ดังนั้นหากเจอเว็บไซต์แนว ๆ เพื่อน ๆ อย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาดนะครับอ้างอิงข้อมูลจากhttps://www.malwarebytes.com

วิริยะประกันภัย – ขนส่งทางบก จัดอบรมใบขับขี่ ปี 2569 เสริมทักษะผู้ขับขี่มือใหม่ มุ่งสู่ถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืน
อ่าน

วิริยะประกันภัย – ขนส่งทางบก จัดอบรมใบขับขี่ ปี 2569 เสริมทักษะผู้ขับขี่มือใหม่ มุ่งสู่ถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืน

 วิริยะประกันภัย จับมือ กรมการขนส่งทางบก ร่วมเสริมสร้างรากฐานความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับทักษะการขับขี่ พร้อมปลูกฝังพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้น 4 รอบ ได้แก่ รอบกรุงเทพฯ “27 - 28 มิ.ย. และ 22 – 23 ส.ค.” รอบนครนายก “11 - 12 ก.ค.” และระยอง “5 - 6 ส.ค.” เปิดรับเฉพาะผู้ไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ยังคงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของบริษัทฯ ที่ดำเนินควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงภัยให้กับประชาชน โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันกิจกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนในหลากหลายมิติ อันนำไปสู่การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนในภาพรวม ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างรากฐานความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มาอย่างต่อเนื่องกว่า 35 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 โดยมุ่งหวังให้กลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์มือใหม่ และผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจรที่ถูกต้อง มีทักษะการขับขี่ที่ดี ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานการใช้รถใช้ถนนของสังคมไทยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ปี 2569 นี้ บริษัทฯ มีกำหนดจัดโครงการอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ทั้งหมด 4 รุ่น แบ่งเป็น “รอบส่วนกลาง” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 381 วันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 และ รุ่นที่ 382 วันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร และ “รอบส่วนภูมิภาค” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 165 วันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก และ รุ่นที่ 166 วันที่ 5-6 กันยายน 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง โดยผู้เข้ารับอบรมฯ จะได้รับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขับรถ จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ ตลอดจนข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งภายหลังอบรมเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้าอบรมฯ จะมีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) และทดสอบปฏิบัติขับรถยนต์ ตามมาตรฐานความปลอดภัยและระเบียบเดียวกับการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ในวันเวลาราชการ หากสอบผ่านจะได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ทันที ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายพิการ หรือมีโรคประจำตัวที่อาจก่อให้เกิดอันตรายขณะขับขี่ยานพาหนะ และต้องไม่อยู่ระหว่างการถูกยึด หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ พร้อมเตรียมเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ตามแบบแพทยสภารับรอง (อายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ออกเอกสารจนถึงวันเข้าอบรม) โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) แผนกกิจกรรมเพื่อสังคม โทรศัพท์หมายเลข 02-129-8888 ต่อ 7419, 7422, 7443

ส่วนลด 300.- เมื่อรับบริการวิเคราะห์ลายนิ้วมือ ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ส่วนลด 300.- เมื่อรับบริการวิเคราะห์ลายนิ้วมือ ใช้ 0 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿300.00ที่ มาย ดีเอ็นเอ ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับส่วนลด 300.- เมื่อรับบริการวิเคราะห์ลายนิ้วมือสอบถามเพิ่มเติมโทร : 02-264-035013 สาขาที่ร่วมรายการ1. สำนักงานใหญ่2. ลาดพร้าว3. รามอินทรา4. ราชพฤกษ์5. เชียงใหม่6. ระยอง7. สระบุรี8. นครศรีธรรมราช9. ขอนแก่น10. อุบลราชธานี11. กาญจนบุรี12. ปัตตานี13.ขอนแก่น เงื่อนไข 1. นำรหัสที่ได้รับแสดงต่อเจ้าหน้าที่ร้านค้าเพื่อรับสิทธิ์2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. กรุณาแจ้งการใช้สิทธิ์ก่อนใช้บริการ

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
อ่าน

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!

ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
อ่าน

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์

เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th

สะดวกกว่าเดิม! ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ ไม่ต้องไปขนส่ง เริ่ม 4 มีนาคม 2569
อ่าน

สะดวกกว่าเดิม! ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ ไม่ต้องไปขนส่ง เริ่ม 4 มีนาคม 2569

ข่าวดีสำหรับคนขับรถที่ไม่อยากเสียเวลาต่อคิว กฎกระทรวงฉบับใหม่เปิดทางให้สามารถ ต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) ได้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 มีนาคม 2569โดยไม่ต้องประเมินสมรรถภาพ หรือสุขภาพเพิ่มเติม ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้แล้ว เริ่ม 4 มีนาคม 2569 สำหรับกลุ่มหลักที่เข้าเกณฑ์คือผู้ที่ อายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ และ ใบขับขี่เดิมยังไม่หมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี ผู้ที่เข้าเกณฑ์สามารถยื่นขอต่อผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และไม่ต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายแบบเดิม (เช่น ทดสอบสายตา/ปฏิกิริยา) ตามที่กฎกระทรวงกำหนด โดยขั้นตอนหลักๆ มีดังนี้ อบรมออนไลน์ (DLT e-Learning) - ลงทะเบียน ดูเนื้อหา และผ่านแบบทดสอบออนไลน์ เพื่อรับหลักฐานผลการอบรม (ควรเก็บภาพหน้าจอ/ไฟล์ผลการอบรมไว้)เว็บไซต์ : www.dlt-elearning.com จองคิวผ่าน DLT Smart Queue - ใช้สำหรับจองคิวล่วงหน้า หรือตรวจสอบสถานะการสมัคร (ในระบบใหม่ปี 69 จะเน้นการทำผ่านแอปเป็นหลัก)เว็บไซต์: gecc.dlt.go.thแอปพลิเคชัน: ค้นหาคำว่า "DLT Smart Queue" ได้ทั้งใน App Store และ Play Store *ยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaID เพื่อความปลอดภัย* เงื่อนไขการต่อใบขับขี่ออนไลน์ ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุ ไม่เกิน 1 ปี อายุไม่เกิน 55 ปี สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุเกิน 1 ปี หรือมีอายุมากกว่า 55 ปี จะต้องไปรับการทดสอบสมรรถภาพเพิ่มเติมที่กรมขนส่ง ====================

เจาะสถิติแท็กซี่ไทย ติดอันดับ 3 ของโลก โกงเงินผู้โดยสาร
อ่าน

เจาะสถิติแท็กซี่ไทย ติดอันดับ 3 ของโลก โกงเงินผู้โดยสาร

ขอเหมาจ่ายนะพี่ มิเตอร์เสียฉวยสัมภาระเราไปใส่ท้ายรถ เร่งให้เรารีบขึ้นรถ จ่ายเหมาแพง ๆถึงที่หมายโอนจ่ายไม่ได้ ไม่มีเงินทอน เก็บส่วนต่างแบบเนียน ๆนี่คือข้อร้องเรียนของชาวต่างชาติต่อพฤติกรรมฉ้อโกงของคนขับแท็กซี่ โดยมีคนขับแท็กซี่ไทย ถูกร้องเรียนมากที่สุดเป็นอันดับ 3บริษัท All Clear ด้านประกันภัยการเดินทางได้สำรวจความเห็นและข้อร้องเรียนออนไลน์ ของผู้ใช้บริการแท็กซี่กว่า 30,000 ความเห็น พบว่า ประเทศไทย ติดอันดับ 3 เกิดกรณีคนขับแท็กซี่ฉ้อโกงมากที่สุด รองจากตุรกี และอินเดียแต่เมื่อมาดูลิสต์ประเทศที่พบการฉ้อโกง ยังมีเวียดนาม อันดับ 4 อียิปต์ อันดับ 5 ออสเตรเลีย เม็กซิโก โมร็อกโก อเมริกา แม้แต่แคนาดา ฝรั่งเศส ฟิลิปปินส์ อิตาลี และนอร์เวย์ ด้วยพฤติกรรมการฉ้อโกงที่พบมากที่สุด มี 5 ประการด้วยกัน ไม่เปิดมิเตอร์โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยว และขอจ่ายเหมาทั้งที่เดินทางเป็นระยะสั้น ๆ เท่านั้นแย่งสัมภาระมาใส่ท้ายรถในพื้นที่พลุกพล่าน คนขับแท็กซี่แย่งสัมภาระมาใส่ท้ายรถ เพื่อกดดันให้ตัดสินใจ ในราคาโดยสารแพง ๆโอนจ่ายไม่ได้ ไม่มีเงินทอนเป็นกรณีที่เกิดขึ้นบ่อย คนขับอ้างว่าโอนจ่ายไม่ได้ ไม่มีเงินทอน เพื่อเก็บเงินส่วนต่างเอาไว้เองขับวน อ้อมโลกอีกประเด็นที่พบเห็นมาก คนขับแท็กซี่ขับอ้อมไปไกล เพื่อเพิ่มค่าโดยสารมาเฟียสนามบินมักปรี่เข้าหา บอกให้ไปขึ้นแท็กซี่ แล้วคิดราคาแพง บอกว่า เป็นราคาปกติ ทั้งที่ พวกเขาไม่ใช่แท็กซี่ตามระบบของสนามบิน หากย้อนไปดูข้อมูลการศึกษษของกรมการขนส่งทางบกและ TDRI พบว่า คนขับแท็กซี่ไทย มีรายได้อาจดูสูงถึง 1,500-1,600 บาทต่อวัน แต่เมื่อหักต้นทุน ค่าส่งรถ ค่าเชื้อเพลิง และอื่น ๆ ทำให้เหลือ 350-450 บาทเท่านั้น ถ้าขยันหน่อยรับงานแอปควบคู่ก็อาจได้ถึง 900 บาท แต่ก็ต้องทำงานค่อนข้างหนักงานแท็กซี่ ไม่ใช่งานประจำ สิทธิการคุ้มครองประกันสังคมจึงไม่เท่าพนักงานประจำ หากวิ่งรอบน้อย เงินก็น้อยตามนี่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ คนขับบางส่วนมองว่า เปิดมิเตอร์ไม่คุ้ม ยิ่งเจอการจราจรติดขัด ก็ยิ่งเสียโอกาสหารายได้ คนขับบางรายจึงมองว่าการคิดเหมาเป็นวิธีเพิ่มรายได้ต่อเที่ยวมากขึ้น แม้จะเป็นการเอาเปรียบประชาชน และเสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ

รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง
อ่าน

รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง

เจาะลึก 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 อนุมัติไว ไม่ต้องเสี่ยงหนี้นอกระบบ ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจมีความผันผวน การมองหาช่องทางเสริมสภาพคล่องด้วยการกู้สินเชื่อถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกแหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้ อนุมัติไว และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณก้าวผ่านวิกฤตทางการเงินในปี 2569 ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับหนี้นอกระบบที่อันตราย สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมายคืออะไร สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย คือ บริการทางการเงินจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) โดยมีลักษณะเด่นคือการระบุอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน โปร่งใส มีหลักฐานการชำระเงินที่ตรวจสอบได้ และดอกเบี้ยต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ทำให้ผู้กู้มั่นใจได้ว่าจะได้รับความเป็นธรรมตลอดอายุสัญญา 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยทางการเงินที่วางใจได้ ในปี 2569 นี้มีแหล่งเงินทุนถูกกฎหมายที่ตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายรูปแบบ ดังนี้ 1. สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นสินเชื่อที่เน้นความอเนกประสงค์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนไปจัดการภาระต่าง ๆ จุดเด่นคือไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน การพิจารณาจะดูจากฐานรายได้และความมั่นคงทางการเงินเป็นหลัก ปัจจุบันมีการพัฒนาให้ขอได้สะดวกขึ้นผ่านช่องทางต่าง ๆ ของสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ 2. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนมีรถแต่ไม่อยากจอดรถทิ้งไว้ เพียงใช้เล่มทะเบียนรถเป็นหลักประกันในการกู้สินเชื่อ ก็สามารถรับเงินสดไปหมุนเวียนได้ทันที โดยที่คุณยังคงมีรถไว้ขับไปทำงานหรือประกอบอาชีพตามปกติ ที่สำคัญคืออาชีพอิสระที่ไม่มีสลิปเงินเดือนก็สามารถยื่นขอสินเชื่อประเภทนี้ได้ไม่ยาก 3. บัตรกดเงินสด เป็นวงเงินสำรองพร้อมใช้ที่เน้นความคล่องตัวสูง เมื่อได้รับอนุมัติวงเงินแล้วคุณสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM หรือโอนเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อดีคือคิดดอกเบี้ยตามยอดที่ใช้จริง และเมื่อชำระคืน วงเงินก็จะหมุนเวียนกลับมาให้คุณใช้ใหม่ได้ทันทีในยามฉุกเฉิน 4. สินเชื่อที่ดินแลกเงิน สินเชื่อสำหรับผู้ที่มีสินทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเปล่า หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยการนำโฉนดมาเป็นหลักประกันแลกเงินก้อน วิธีนี้มักจะได้วงเงินที่ค่อนข้างสูงและดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสินเชื่อบางประเภท แต่อยากให้พิจารณาเป็นทางเลือกท้าย ๆ หากที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยเพียงแห่งเดียวของคุณ 5. สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ นวัตกรรมการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลที่สุด เพราะสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ 100% บางผู้ให้บริการทราบผลอนุมัติไวมากภายใน 10-30 นาที ใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ในการพิจารณาแทนเอกสารกระดาษ ทำให้ผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ยากมีโอกาสได้รับเงินทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น ข้อควรระวังที่ต้องรู้ แม้จะเป็นแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย แต่การกู้สินเชื่อก็มีข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อสุขภาวะทางการเงินที่ดี ตรวจสอบผู้ให้บริการ: ก่อนตัดสินใจสมัคร ควรตรวจสอบรายชื่อแอปพลิเคชันหรือสถาบันการเงินผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยเสมอเพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง ประเมินความสามารถในการชำระ: ไม่ควรกู้เกินกำลังรายได้ที่มี เพราะภาระหนี้ที่สูงเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อเครดิตในระยะยาว อ่านสัญญาให้ละเอียด: ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแฝงต่าง ๆ ให้แน่ใจว่าถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้ก่อนกดยืนยัน ผู้เชี่ยวชาญจาก Promise เน้นย้ำถึงการกู้สินเชื่ออย่างปลอดภัยว่า ควรตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ พร้อมทั้งควรประเมินรายได้เพื่อไม่ให้กู้เกินกำลังจนกระทบต่อเครดิตในระยะยาว และที่สำคัญต้องตรวจสอบรายละเอียดสัญญา อัตราดอกเบี้ย รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วนก่อนกดยืนยันเพื่อให้มั่นใจว่าได้รับเงื่อนไขที่เป็นธรรม สรุปบทความ การเลือกใช้บริการทางการเงินจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมายในปี 2569 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การจัดการปัญหาการเงินมีความมั่นคงและปลอดภัย การเข้าถึงสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือด้วยเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นธรรม จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางที่สะดวกทั้งรูปแบบสาขาหรือแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำเตือน: ควรเลือกกู้เงินจากแหล่งที่ถูกกฎหมายและตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์แบงก์ชาติทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย ควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้และกู้เท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาเครดิตทางการเงินและป้องกันปัญหาหนี้สินเกินตัวในอนาคต

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
อ่าน

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง

สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

ครูหนึ่งสอนพิเศษ
สิทธิพิเศษ

ครูหนึ่งสอนพิเศษ

-

วิธีขึ้นรถไฟ ที่ ญี่ปุ่น ฉบับมือใหม่ ซื้อตั๋วรถไฟ ยังไง เดินทางได้ไม่สะดุด
อ่าน

วิธีขึ้นรถไฟ ที่ ญี่ปุ่น ฉบับมือใหม่ ซื้อตั๋วรถไฟ ยังไง เดินทางได้ไม่สะดุด

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ง่ายๆ แค่ขึ้นรถไฟเป็น เป็นคำพูดที่ถูกเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยค่ะ เพราะหัวใจหลักของ การเดินทางในญี่ปุ่น นั้น ก็คือ รถไฟ นั่นเอง เพราะฉะนั้นมือใหม่หัดเที่ยว ตามเรามาดู วิธีขึ้นรถไฟ ที่ ญี่ปุ่น ซื้อตั๋วรถไฟ ยังไง ให้ได้ไปเที่ยวกันแบบไม่สะดุดตามนี้เลยค่ะ วิธีขึ้นรถไฟที่ญี่ปุ่นเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ 1. การซื้อตั๋วโดยสาร สามารถใช้เงินสดซื้อตั๋วโดยสารรถไฟได้ หรือ ใช้ IC การ์ดที่ซื้อไว้ล่วงหน้าที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร (การ์ดเติมเงิน) ในการใช้บริการรถไฟได้เช่นกันค่ะ 2. วิธีซื้อตั๋วโดยสารจากเครื่องอัตโนมัติ ใครที่ใช้เงินสดซื้อตั๋วรถไฟจาก เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติ สามารถทำตามขั้นตอนตามต่อไปนี้ได้เลยค่ะ ตรวจสอบค่าโดยสารจากตารางค่าโดยสารใกล้ๆ เครื่องขายตั๋ว โดยดูสถานีปลายทางที่เราจะเดินทางไป กดปุ่มราคาให้ตรงกับค่าโดยสารของสถานีที่จะลงในเครื่องขายตั๋ว นำเงินใส่เข้าไปในเครื่อง รับตั๋วรถไฟ และเงินทอน Ned Snowman / Shutterstock.com 3. การเดินผ่านช่องตรวจตั๋ว หากใช้ IC การ์ด สามารถนำไปใช้ที่ตำแหน่งของช่องตรวจตั๋วที่มีรูปสัญลักษณ์ IC การ์ด และเดินผ่านได้เลย หากใช้ตั๋วรถไฟปกติขาเข้า : นำตั๋วสอดไปที่ช่องตรวจตั๋วและรับตั๋วคืน เครื่องจะเจาะรูที่ตั๋วไว้ขาออก : นำตั๋วสอดไปที่ช่องตรวจตั๋ว เครื่องจะเก็บตั๋วไปอัตโนมัติ สามารถเดินผ่านออกมาได้เลย palawat744 / Shutterstock.com 4. ตรวจสอบหมายเลขชานชลา และรถไฟ ให้ดี เพราะว่าหากเป็นสถานีรถไฟใหญ่ๆ จะมีรถไฟที่เข้าเทียบชานชลาเดียวกันหลายขบวนตามเวลาค่ะ จึงควรตรวจสอบเพื่อความถูกต้องก่อนทุกครั้ง เพื่อจะได้ไม่ขึ้นรถไฟผิดขบวน 5. ขึ้นรถไฟ 6. ตรวจสอบชื่อสถานีต่อไปในรถขบวนรถไฟ 7. ตรวจสอบทางออกที่ควรใช้ เมื่อถึงสถานีปลายทาง เราควรตรวจสอบทางออกที่ควรใช้จากป้ายข้อมูลทางออก เพื่อจะได้ออกทางที่ใกล้ที่สุดกับสถานที่ที่เราจะไปค่ะ ประเภทของรถไฟที่ญี่ปุ่น รถไฟธรรมดา (Local) รถไฟธรรมดา สาย Local จะสามารถใช้บริการได้ในเมืองนั้นๆ บางเส้นทางจอดในทุกสถานี จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเที่ยวในเมืองนั้นๆ ไม่เหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกล เพราะจะใช้เวลานาน รถไฟแบบเร็ว (Rapid) รถไฟแบบเร็ว จะจอดจำกัดสถานี โดยต้องเช็กให้ดีว่า สถานีปลายทางที่เราต้องการไปนั้น จอดไฟแบบเร็วนี้ จอดสถานีนั้นๆ หรือไม่ รถไฟด่วน (Express) รถไฟด่วน จะจอดจำกัดสถานี มักเป็นรถไฟที่ใช้สำหรับการเดินทางระยะไกล เช่น บริการรับส่งสนามบินหลักๆ อย่างๆ รถไฟ Tokyo Monorail สนามบินนานาชาติฮาเนดะ รถไฟ Narita Express สนามบินนานาชาตินาริตะ และ รถไฟ Haruka Express สนามบินนานาชาติคันไซ ชินคันเซ็น (Shinkansen) รถไฟ ชินคันเซ็น หรือ รถไฟหัวกระสุน เป็นการเดินทางที่เร็วที่สุดในญี่ปุ่น โดยจะมีการจำกัดสถานีจอดที่น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับรถไฟด่วน หรือรถไฟธรรมดา เหมาะในการเดินทางข้ามเมือง ข้ามจังหวัด หรือ ภูมิภาค ใช้เวลาในการเดินทางน้อย แต่จะมีราคาค่อนข้างแพง ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่น่าสนใจอื่นๆ 40 สถานที่สวยใน ญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น คราวนี้อย่าได้พลาด ! เที่ยวโตเกียว อย่างง่าย ตามสายรถไฟ 6 ย่าน 17 ที่เที่ยวโตเกียว ย่านไหน ไปยังไง ไม่ต้องกลัวหลง 15 ข้อไม่ควรทำ เมื่อขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น ไม่งั้นโดนคนญี่ปุ่นมองแรง !

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
อ่าน

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง

ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================

ลด 5% ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ลด 5% ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับส่วนลด 5% เมื่อสมัครคอร์สเรียนที่สถาบันสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 080-243-1111 หรือ www.brightuptutor.com เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ รับสิทธิ์ได้ที่สถาบันฯ สาขาที่ร่วมรายการสาขาที่ไม่เข้าร่วมแคมเปญ- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาห้างTerminal21, โคราช- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาทุ่งสง, นครศรีธรรมราช- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาสัมมากรเพลส รามคำแหง110, กรุงเทพฯ2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

สมัครคอร์ส ONLINE ทุกคอร์ส รับสิทธิ์เรียนเพิ่มเป็น 1 ปี/คอร์ส
สิทธิพิเศษ

สมัครคอร์ส ONLINE ทุกคอร์ส รับสิทธิ์เรียนเพิ่มเป็น 1 ปี/คอร์ส

ลูกค้าทรู สมัครคอร์ส ONLINE ทุกคอร์ส รับสิทธิ์เรียนเพิ่มเป็น 1 ปี/คอร์ส จากปกติระยะเวลาเรียน 6 เดือน/คอร์สสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-731-0147 เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ แสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับสิทธิ์2. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. สิทธิพิเศษเฉพาะคอร์สออนไลน์เท่านั้น

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
อ่าน

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย

การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
อ่าน

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ

ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ

จับครูและแม่ชาวเกาหลีใต้ แอบขโมยข้อสอบให้ลูกดู
อ่าน

จับครูและแม่ชาวเกาหลีใต้ แอบขโมยข้อสอบให้ลูกดู

ครูโรงเรียนกวดวิชา และแม่ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมคนหนึ่งในเกาหลีใต้ถูกตำรวจจับกุมตัว โทษฐานแอบเข้าไปในโรงเรียนเพื่อขโมยข้อสอบออกมาให้ลูกได้ดูก่อนที่จะถึงวันสอบ ซึ่งสถานที่เกิดเหตุคือโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองอันดอง อยู่ห่างจากกรุงโซลไปทางใต้ประมาณ270กิโลเมตร โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่4กรกฎาคมที่ผ่านมา ในช่วงเวลาประมาณตีหนึ่ง ซึ่งทั้งคู่ได้แอบเข้าไปในโรงเรียนเพื่อขโมยข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ และทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่าทำความผิดจริงนอกจากสองคนนี้แล้ว ทางตำรวจยังได้จับกุมเจ้าหน้าที่ดูแลตึกอีกหนึ่งคน ที่มีส่วนรู้เห็นให้ทั้งคู่แอบเข้ามาด้านในของโรงเรียนได้ทางตำรวจเชื่อว่าผู้ก่อเหตุเคยแอบเข้ามาขโมยข้อสอบของโรงเรียนออกไปหลายครั้งแล้ว เพื่อช่วยให้นักเรียนคนอื่น ๆ สอบได้คะแนนดี เพราะรู้ข้อสอบล่วงหน้า หรืออาจนำข้อสอบไปขายให้กับนักเรียนคนอื่น โดยเฉพาะแม่ของนักเรียนระดับชั้นมัธนมที่ถูกจับกุม ตำรวจสืบสวนพบว่าลูกสาวของเธอสอบได้คะแนนดีมาก ในการสอบหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าแม่ของเธอแอบขโมยข้อสอบออกมาให้ เพื่อหาคำตอบก่อนที่จะเข้าสอบในวันจริง ซึ่งหลังจากแม่ของเธอถูกจับ ทางโรงเรียนจึงตัดสินใจไล่ลูกสาวเธออกจากโรงเรียนและถือว่าการสอบที่ผ่านมาเป็นโมฆะ เพราะมีการทุจริตเกิดขึ้นเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีการแข่งขันด้านการศึกษาที่สูงที่สุดในโลก จึงทำให้มีการทุจริตการสอบมากขึ้นตามมาด้วย ซึ่งในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา มีครูกว่า 250 คนที่ถูกจับกุมในข้อหาขโมยข้อสอบมาให้นักเรียน ซึ่งแม้จะเสี่ยงถูกจับ แต่ก็สร้างรายได้มหาศาล

ฝึกงานญี่ปุ่น! เปิดรับ "สาวไทย" เงินเดือนดี สมัครออนไลน์ ฟรี 21-27 ก.ค. นี้
อ่าน

ฝึกงานญี่ปุ่น! เปิดรับ "สาวไทย" เงินเดือนดี สมัครออนไลน์ ฟรี 21-27 ก.ค. นี้

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ประกาศรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นผ่านองค์กร IM Japan ปี 2568 ครั้งที่ 5 (เพศหญิง)ในตำแหน่ง ผู้ฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิค ประเภทงานอุตสาหกรรมการผลิต อาทิ งานหล่อกลึงโลหะ งานพ่นสี งานปั้มขึ้นรูปโลหะ งานหล่อพลาสติก และงานผลิตอาหารสำเร็จรูป ระหว่างวันที่ 21 - 27 กรกฎาคม 2568 ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่เว้นวันหยุดราชการ ฟรีค่าตั๋วเครื่องบินไป - กลับ เมื่อฝึกปฏิบัติงานครบ 3 ปี ผู้ผ่านการคัดเลือกเดือนแรกจะได้รับเบี้ยเลี้ยง 80,000 เยน หรือประมาณ 17,800 บาท ฟรี ค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 36 จะได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนดเมื่อสำเร็จการฝึกปฏิบัติครบ 3 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงานทางเทคนิค และเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพจำนวน 600,000 เยน หรือประมาณ 134,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2568) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเมื่อเดินทางกลับประเทศไทยผู้ที่สนใจสามารถสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ลงทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนคนหางาน และดำเนินการสมัครไปทำงาน โดยเลือกหัวข้อ "สมัครไปทำงานโดยรัฐจัดส่ง สมัครไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น"คุณสมบัติเบื้องต้นต้องเป็นเพศหญิง อายุ 20 - 30 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ไม่จำกัดสาขาวิชา สูงไม่ต่ำกว่า 150 เซนติเมตร สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีรอยสักบนร่างกาย ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่เคยทำงานหรือเข้าเมืองหรือพำนักโดยผิดกฎหมายหรือต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น เป็นต้นการสอบคัดเลือกสำหรับการสอบคัดเลือกจะใช้วิธีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และสอบข้อเขียนภาษาญี่ปุ่น ณ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร โดยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ทางเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน doe.go.th/prd หรือเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas และ facebook: IMthailand ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่นกับกรมการจัดหางาน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน โทร. 0 2245 9428 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางานข่าวที่เกี่ยวข้อง- ฝึกงานญี่ปุ่น! รับสมัครชาย-หญิงไทย ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เช็กช่องทางสมัครที่นี่- ฝึกงานญี่ปุ่น! เปิดรับชายไทย 18 - 30 ปี สมัครออนไลน์ฟรี เช็กที่นี่

สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร
อ่าน

สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประกาศเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยสามารถสมัครสอบผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 22.00 น.รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2568 การรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้ประสงค์จะสมัครสอบแข่งขัน สามารถสมัครสอบผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เพียงทางเดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 9 -15 กรกฎาคม 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ยกเว้นวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ระบบจะปิดรับสมัคร เวลา 16.30 น. โดยสมัครสอบ ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.comเอกสารที่ใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568- สำเนาปริญญาบัตร หรือ สำเนาใบรับรองคุณวุฒิ- สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript)- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน- สำเนาทะเบียนบ้าน- รูปถ่ายหน้าตรง (ขนาดและจำนวนรอประกาศอย่างเป็นทางการ)- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือ หลักฐานจากคุรุสภา ที่อนุญาตให้ปฏิบัติการสอน- สำเนาหนังสือรับรองคุณวุฒิ (กรณีจบใหม่/รอรับปริญญา)- ใบรับรองแพทย์กรณีเป็นข้าราชการ/พนักงานท้องถิ่น- สำเนาบัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ- หนังสืออนุญาตให้สมัครสอบ- เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล- สำเนาประกาศนียบัตรบัณฑิตขั้นตอนการกรอกใบสมัครสอบครูผู้ช่วย 25681. อ่านประกาศรับสมัครสอบเข้าสู่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com คลิกเลือกเมนู สมัครสอบ อ่านขั้นตอนการสมัครและคลิกที่ปุ่ม [ดำเนินการต่อคลิกที่นี่] (อยู่ด้านล่าง) เพื่อสมัครสอบ2. กรอกข้อมูลใบสมัครกรอกข้อมูลลงใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" ให้ครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อกรอกครบถ้วนแล้วคลิกปุ่ม [ต่อไป] จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลที่ท่านได้กรอกไว้ใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" กรุณาตรวจทานข้อมูลของท่านว่าครบถ้วน และถูกต้อง3. ชำระเงินค่าสมัครสอบผ่าน QR Codeคลิกปุ่ม ตรวจสถานะการสมัครสอบ ระบบจะแสดงหน้าเว็บที่มีข้อมูลของท่านตามที่ท่านระบุ และแบบฟอร์มชำระเงิน- หากท่านต้องการ ตรวจสอบข้อมูล กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบตรวจสอบข้อมูล]- หากท่านไม่ต้องการดำเนินการใดๆ กรุณากดปุ่ม [กลับหน้าหลัก]4. พิมพ์ใบสมัครหากท่านต้องการพิมพ์เอกสาร ใบสมัครสอบ กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบสมัคร] ข้อควรระวัง การสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้สมัครสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียว และสมัครได้เพียงเขตการศึกษาเดียวเท่านั้นชื่อ และนามสกุล ที่ท่านกรอกลงใน "ใบสมัครออนไลน์" จะต้องเป็นชื่อและนามสกุลที่ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนกรุณาตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชนของท่านให้ถูกต้อง เนื่องจากเลขประจำตัวประชาชนของท่านจะใช้เป็นเลขที่อ้างอิงตลอดการสอบการกรอกข้อมูลในใบสมัคร จะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงทุกประการ ดังนั้นกรุณาตรวจทานข้อมูลให้ละเอียดก่อนคลิกปุ่ม[ส่ง ใบสมัคร] เพราะเมื่อท่านส่งใบสมัครไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้อีก และหากข้อมูลผิดพลาดอันเกิดจากการกรอกข้อมูลของท่านเองจะถือว่าใบสมัครนั้น เป็นโมฆะ และหากตรวจพบว่าท่านมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กรอกไว้ หรือขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามประกาศ จะถือว่าท่านขาดคุณสมบัติและท่านจะไม่สามารถเรียกร้องใด ๆ ได้ทั้งสิ้น

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ดีอี เตือนข่าวปลอมชายแดนไทย-กัมพูชาระบาดหนัก
อ่าน

ดีอี เตือนข่าวปลอมชายแดนไทย-กัมพูชาระบาดหนัก

ดีอีเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอมชายแดนไทย–กัมพูชา หลังพบข้อมูลเท็จระบาดหนัก ย้ำทุกด่านยังเปิดปกติ ขอรับข้อมูลจากหน่วยงานทางการเท่านั้นดีอีเตือนข่าวปลอมชายแดนไทย-กัมพูชาระบาดหนัก ย้ำอย่าแชร์-เชื่อข้อมูลเท็จนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระแสข่าวปลอมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชาแพร่กระจายอย่างหนักในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะภาพและข้อความที่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงจนก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล และความสับสนในสังคมวงกว้างกระทรวงดีอี โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้แล้วมากถึง 33 ข่าว โดยได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐว่าเป็นข่าวเท็จแล้ว 9 ข่าว ซึ่งหนึ่งในข่าวที่แพร่หลายและสร้างความตื่นตระหนกมากที่สุด คือ ข่าวอ้างว่า “รัฐบาลเตรียมปิดด่านชายแดนไทย–กัมพูชา 6 แห่ง” ซึ่งไม่เป็นความจริง ยืนยันด่านชายแดนเปิดปกติ ตรวจสอบพบเป็นข่าวปลอมกระทรวงดีอีได้ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และหน่วยงานด้านความมั่นคงชายแดน ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีคำสั่งปิดด่านแต่อย่างใด ด่านชายแดนยังคงเปิดให้บริการตามปกติ พร้อมดำเนินการปิดกั้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่เกี่ยวข้องแล้วบางส่วนเตือนอย่าแชร์ข้อมูลปลอม หวั่นกระทบความสัมพันธ์สองประเทศนายประเสริฐเตือนว่า เรื่องเขตแดนไทย–กัมพูชาเป็นเรื่องอ่อนไหว หากมีการแชร์ข่าวปลอม จะยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข่าวปลอมที่ใช้ภาพตัดต่อจาก AI หรือการปล่อยข่าวลือ เช่น ข่าวปลดแม่ทัพภาคที่ 3 ล้วนเป็นข้อมูลที่ไม่มีมูลความจริง และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ข้อมูลเท็จมีโทษหนัก แนะตรวจสอบก่อนแชร์ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย หรือแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง หากพบข้อความ รูปภาพ หรือโพสต์ต้องสงสัย ควรส่งหลักฐานเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพราะการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หายนะอุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ? ทรัมป์สั่งสถานทูตหยุดออกวีซานักเรียนต่างชาติ
อ่าน

หายนะอุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ? ทรัมป์สั่งสถานทูตหยุดออกวีซานักเรียนต่างชาติ

มาตรการใหม่แกะกล่อง พุ่งเป้าคัดกรองนศ.ต่างชาติเข้าสหรัฐฯรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีคำสั่งให้สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกหยุดการนัดหมายสัมภาษณ์ขอวีซ่านักเรียนนักศึกษาชั่วคราว พร้อมทั้งเตรียมขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สมัครขอวีซ่าดังกล่าวด้วยแต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดในบันทึกภายในที่ส่งไปยังสถานทูตทั่วโลก รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ระบุว่า การระงับการนัดหมายนี้จะดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ขณะที่ แทมมี่ บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า “เราจริงจังอย่างยิ่งกับกระบวนการตรวจสอบผู้ที่จะเดินทางเข้าสหรัฐฯ และเราจะเดินหน้าดำเนินการต่อไป”บันทึกจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถูกเปิดเผยโดยสำนักข่าว CBS News ระบุว่าสถานทูตสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งเมื่อวันอังคาร (27 พฤษภาคม) ให้ลบรายการนัดหมายวีซ่านักเรียนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันทั้งหมดออกจากระบบ ยกเว้นการนัดหมายที่ได้รับการยืนยันแล้ว ซึ่งยังสามารถดำเนินต่อไปได้เอกสารยังเผยด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังเตรียมการ “ขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการ” สำหรับผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนทั้งหมด แต่ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดทั้งนี้ ปกติแล้ว นักเรียนต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในสหรัฐฯ จำเป็นต้องนัดสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯในประเทศต้นทางก่อนการอนุมัติวีซ่า ขณะที่ มหาวิทยาลัยจำนวนมากในสหรัฐฯ พึ่งพารายได้จากนักเรียนต่างชาติ ซึ่งมักต้องจ่ายค่าเล่าเรียนในอัตราสูงกว่านักเรียนท้องถิ่น ‘หายนะ’ ต่ออุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ?เดวิด เลโอโพล ทนายความด้านการเข้าเมืองระบุว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลทรัมป์อาจเป็นหายนะของนักเรียนต่างชาติและมหาวิทยาลัยสหรัฐฯที่พึ่งพารายได้จากนักศึกษาต่างชาติ ผบกระทบทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอาจมหาศาลเลโอโพลระบุว่า การขอวีซาสำหรับการนักศึกษาต่างชาติมีกระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดอยู่แล้ว โดยผู้สมัครต้องมีเอกสารรับรองความแข็งแกร่งด้านวิชาการ หลักฐานสนับสนุนทางการเงิน ต้องแสดงสายสัมพันธ์ที่มีกับประเทศของตนและเจตนารมย์ที่จะเดินทางกลับประเทศภูมิลำเนาหลังเรียนจบสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การระงับหรือการชะลอกระบวนการอนุมัติวีซาจะส่งผลกระทบโยงไปยังนักศึกษาหลายแสนคนทั่วโลก และสถาบันการศึกษาจำนวนมากทั่วสหรัฐฯ ที่มีอันดับสูงขึ้นจากการดึงบุคคลที่มีความสามารถจากต่างประเทศเข้ามาในสหรัฐฯทั้งนี้ นักศึกษาต่างชาติมีสัดส่วนร้อยละ 5.9 ของจำนวนนักศึกษาเกือบ 19 ล้านคนในสถาบันการศึกษาขั้นสูงของสหรัฐฯ เฉพาะในช่วงปี 2023-2024 มีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนในสหรัฐฯมากกว่า 1.1 ล้านคน โดยอันดับหนึ่งมาจากอินเดีย ตามมาด้วยจีนหากเจาะลึกลงไป นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ เลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ โดยร้อยละ 25 เข้ามาเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และอีกเกือบหนึ่งในห้า เลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์นอกจากนี้ นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่จ่ายค่าเรียนเต็ม ทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ มีงบประมาณมากขึ้นในการเอาไปช่วยนักศึกษาอเมริกันเองรายงานจาก Open Doors Report พบว่า มหาวิทยาลัยนิวยอร์กมีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด คือ มากกว่า 21,000 คน ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยนอร์ธอีสเทิร์น และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับมหาวิทยาลัยไร้แววถอยมาตรการล่าสุดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างทรัมป์กับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐฯ ซึ่งเขากล่าวหาว่ามีแนวคิดเอนเอียงไปทางซ้ายมากเกินไป และเปิดทางให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัย รวมถึงการมีนโยบายรับนักศึกษาที่ไม่เป็นธรรมทำเนียบขาวยังกล่าวหามหาวิทยาลัยบางแห่งว่า ปล่อยให้กิจกรรมสนับสนุนปาเลสไตน์บนมหาวิทยาลัยถูกครอบงำโดยแนวคิดต่อต้านชาวยิว ขณะที่หลายมหาวิทยาลัยตอบโต้ว่า รัฐบาลกำลังพยายามละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกรัฐบาลทรัมป์เคยสั่งระงับงบประมาณจำนวนหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่จัดสรรให้มหาวิทยาลัยบางแห่ง และพยายามผลักดันการเนรเทศนักเรียนต่างชาติ รวมถึงเพิกถอนวีซ่าหลายพันราย แต่บางมาตรการถูกศาลสั่งระงับไว้ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเคยแสดงทัศนะถึงกรณีของ ‘รูเมซา ออสเติร์ค’ นักศึกษาต่างชาติที่เรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Tufts ซึ่งเขียนบทความแสดงความเห็นสนับสนุนปาเลสไตน์ จนถูกจับกุมหน้าบ้านพักของเธอตอนนั้นรูบิโอกล่าวว่า “หากคุณสมัครของวีซามาสหรัฐฯเพื่อเป็นนักเรียน และคุณบอกเราว่าเหตุผลที่คุณมาสหรัฐฯ ไม่ได้เพราะคุณอยากมาเขียนบทความแสดงความเห็นเท่านั้น แต่คุณยังอยากเข้าร่วมการเคลื่อนไหวที่ทำลายข้าวของมหาวิทยาลัย คุกคามนักศึกษาคนอื่นๆ ยึดอาคาร สร้างความวุ่นวาย เราก็จะไม่ให้วีซากับคุณ”ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เควิน โอ แลรี พันธมิตรของทรัมป์ กล่าวกับ Fox Business ว่าเขาแนะนำให้สหรัฐฯใช้กระบวนการนักศึกษาต่างชาติ และเขาก็ชื่นชมนักศึกษาที่ฉลาดและมีความรักชาติเช่นกัน... “นักศึกษาเหล่านี้เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากและพวกเขาไม่ได้เกลียดอเมริกา” “ทำไมเราไม่คัดกรองเขาก่อน ตรวจสอบประวัติ ทำให้ชัดเจน และก็บอกพวกเขาว่า คุณคือคนที่จบจากฮารวาร์ด คุณคือวิศวกรหรืออะไรก็ตาม คุณอยู่ที่นี่ได้ คุณเริ่มธุรกิจที่นี่ได้ และคุณก็จะได้รับเงินทุนที่นี่ คุณจะสร้างงานที่นี่ นี่คือเหตุผลที่คุณมาที่นี่แต่แรก”ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังรัฐบาลทรัมป์ได้เพิกถอนสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในการรับนักศึกษาต่างชาติและนักวิจัยจากต่างประเทศ แต่ศาลรัฐบาลกลางมีคำสั่งระงับมาตรการดังกล่าว ซึ่งหากนโยบายนี้มีผลบังคับใช้จริง อาจสร้างผลกระทบอย่างหนักต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมีนักศึกษาต่างชาติกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดอย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ยังไม่ยอมถอยเช่นกัน และกำลังหาทางยกเลิกสัญญาที่เหลือทั้งหมดระหว่างฮาร์วาร์ดกับรัฐบาลกลาง ซึ่งมีมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์คงต้องติดตามกันต่อไปว่าศึกนี้ ใครจะยอมถอยก่อนกัน แต่ที่แน่ๆ...นักเรียนนักศึกษา นักวิจัย และคณาจารย์ ล้วนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าแล้วบทความโดย...ธันย์ชนก จงยศยิ่ง

เตือนภัย 10 ข่าวปลอมล่าสุด! ที่ประชาชนให้ความสนใจมากสุดในรอบสัปดาห์
อ่าน

เตือนภัย 10 ข่าวปลอมล่าสุด! ที่ประชาชนให้ความสนใจมากสุดในรอบสัปดาห์

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 16 – 22 พฤษภาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 826,061 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 685 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 663 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 22 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 226 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 122 เรื่อง กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 139 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 37 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 14 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 6 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 30 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ เป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องการให้บริการของหน่วยงานรัฐ เรื่องของสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องของไวรัสโควิด ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความมั่นคงของประเทศ ที่มีผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง เปิดให้บริการรถไฟ SRT 2025 รุ่นใหม่ เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่อันดับที่ 2 : เรื่อง โควิดโอมิครอน XEC แพร่เร็ว ติดง่าย วัคซีนเอาไม่อยู่อันดับที่ 3 : เรื่อง เตือนภัยเครื่องบิน C-135 4 ลำ จะตกที่สมุยอันดับที่ 4 : เรื่อง เรือสุพรรณหงส์ กำลังจะตกเป็นของกัมพูชาอันดับที่ 5 : เรื่อง สมเด็จพระสังฆราช รับสั่งให้งดถวายเงินพระโดยเด็ดขาด ทุกกรณีอันดับที่ 6 : เรื่อง คุณมาดี ลงพื้นที่ขอถ่ายรูป สแกนลายนิ้วมือ เพื่อเก็บข้อมูลสำมะโนประชากรอันดับที่ 7 : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดให้ลงทะเบียนกู้สินเชื่อผ่านบัญชี Tiktok namonaka56อันดับที่ 8 : เรื่อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ออกใบรับรองจดทะเบียน บริษัท เงินกู้ ออนไลน์ ส่วนบุคคล จำกัดอันดับที่ 9 : เรื่อง ด่วน! กฟภ. เปิดเว็บไซต์เฉพาะกิจ รับลงทะเบียนขอคืนค่าประกันมิเตอร์อันดับที่ 10 : เรื่อง ทานเมลทิลีนบูล เพื่อล้างพิษ หลังฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกสำหรับอันดับ 1 เรื่อง “เปิดให้บริการรถไฟ SRT 2025 รุ่นใหม่ เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอยืนยันว่า คลิปวิดีโอที่มีการแชร์บนโซเชียลต่าง ๆ นั้นไม่เป็นความจริง จึงขอความร่วมมืออย่าได้แชร์หรือเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง ข้อมูลที่ไม่มีที่มาและเพื่อให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง โปรดติดตามข่าวสารจากช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของการรถไฟฯ เท่านั้น เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม ในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “โควิดโอมิครอน XEC แพร่เร็ว ติดง่าย วัคซีนเอาไม่อยู่” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ประเทศไทยเริ่มพบ XEC ครั้งแรกเดือนสิงหาคม 2567 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 เป็นต้นมา และพบแนวโน้มลดลงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ทำให้เชื่อได้ว่า อัตราการแพร่กระจายของสายพันธุ์ XEC แพร่เร็ว ติดง่าย วัคซีนเอาไม่อยู่ ปัจจุบันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังคงเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง แนะนำให้กลุ่มเสี่ยงควรรับวัคซีน ร่วมกับการปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างสม่ำเสมออย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดข่าวที่เกี่ยวข้อง- พายุหอยหมีเข้าไทย! เตือนอย่าเชื่อ เปิด 10 ข่าวปลอมล่าสุด ที่ประชาชนสนใจ- เปิดรายชื่อ 22 จังหวัด ปลอดภัยที่สุดจากแผ่นดินไหว เตือนอย่าเชื่อ ข่าวปลอม

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
อ่าน

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA

ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================