TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “未成年办理不动产证(证件网:bbzz58.com)-专业未成年办理不动产证【咨询网:bbzz58.com】-澳门嘉模堂未成年办理不动产证哪里有-可以找未成年办理不动产证pR” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
ธนารักษ์เปิดฟีเจอร์ใหม่ D-Value รับรองสำเนาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ฟรีค่าใช้จ่าย
#ทันหุ้น กรมธนารักษ์” เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่การรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ D-Value เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ชูแนวคิด“สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย” ส่งตรงผ่านอีเมล์ผู้ขอได้ภายใน 10 นาทีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการผลักดันการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางข้อมูล เพิ่มความโปร่งใส และลดต้นทุนการเข้ารับบริการของประชาชน กระทรวงการคลังจึงได้วางแนวทางการขับเคลื่อนประเทศผ่าน Engine 6 เสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ การสร้างคน การสร้างธุรกิจใหม่ การเสริมเงินทุน การเสริมเทคโนโลยี การมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการยกระดับภาครัฐให้เป็น Effective Governmentวันนี้ D-Value คือ หนึ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ต่อยอดจากการบริการเดิมและอยู่ใน Effective Government ซึ่งเป็น Engine ตัวสุดท้ายอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด เพื่อให้รัฐเป็น Enabler ทำงานเร็ว โปร่งใส และ ใช้ Data AI เพื่อเปิดทางให้เศรษฐกิจเดินหน้า เป็นตัวอย่างรูปธรรมของการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงานในด้านการประเมินราคาทรัพย์สินให้ทันสมัยและตอบโจทย์ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น“D-Value มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต้องใช้ข้อมูลราคาประเมินทรัพย์สินในการประกอบธุรกรรมทางการเงินและใช้ประกอบการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ การทำให้ข้อมูลเหล่านี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถูกต้อง โปร่งใส และไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงาน ถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะการให้บริการรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัล เลือกแปลงที่ต้องการ และรับเอกสารที่มีสถานะ “สำเนาถูกต้อง” ส่งตรงทางอีเมลได้ทันที โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ถือเป็นการยกระดับบริการของรัฐให้ทันสมัย สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง” นายเอกนิติ กล่าวนายอัครุตม์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมธนารักษ์ได้ปรับโฉมหน้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชันใหม่ทั้งหมด ให้ทันสมัยและใช้งานง่าย พร้อมชูฟังก์ชันเด่นคือ “การสืบค้นราคาประเมินที่ดินจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม” ทำให้ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลจากการพิมพ์ชื่อสถานที่ ถนน หรือจุดสังเกตใกล้เคียง และการเลือกตำแหน่งแปลงที่ดินบนแผนที่ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องทราบเลขที่โฉนดหรือเลขที่ น.ส.3ก นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวบริการขอรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดออนไลน์เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย”สำหรับขั้นตอนการใช้งานประชาชนสามารถรับบริการได้ง่าย ๆ เพียง 4 ขั้นตอน1.เข้าใช้งานระบบฯ ด้วยการเข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือ เป๋าตัง2.สืบค้นข้อมูลราคาประเมิน โดยสามารถเลือกตำแหน่งจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม หรือกรอกข้อมูลเลขที่โฉนด/เลขที่ น.ส. 3ก. สำหรับที่ดิน หรือกรอกชื่ออาคารชุดสำหรับห้องชุด3.ตรวจสอบรายการตามคำขอ และระบุอีเมล (e-mail) ที่ใช้ในการรับข้อมูล4.รับข้อมูลสำเนาบัญชีราคาประเมิน ที่มีการรับรองสำเนาถูกต้องอิเล็กทรอนิกส์ส่งตรงถึงอีเมลภายใน 10 นาที ซึ่งเอกสารนี้สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางราชการและประกอบธุรกรรมต่าง ๆ ได้ทันทีสำหรับการพัฒนาฟีเจอร์ของ D-Value ในครั้งนี้ นอกจากจะเพิ่มความสะดวกรวดเร็วแบบไร้รอยต่อแล้ว ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการขอเอกสารแบบเดิม และประหยัดค่าเดินทางให้กับประชาชน ภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมธนารักษ์ในการขับเคลื่อนภารกิจให้ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนผู้ที่สนใจสามารถเข้าใช้งานระบบได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ https://assessprice.treasury.go.th หรือแอปพลิเคชัน TRD Property Valuation บนอุปกรณ์เคลื่อนที่
ทันหุ้น • 24 มิ.ย. 69
สิทธิพิเศษ
บริการส่งเอกสาร
บริการส่งเอกสาร (Messenger Service) สามารถติดต่อขอให้บริการผ่าน TrueBlack Call Center 1236 หรือ +6699 998 1236 จากต่างประเทศ 1. ทรูมอบสิทธิ์ให้กับลูกค้า จำนวน 2 ครั้ง/1 บัตรประชาชน / ปีปฎิทิน โดย- สิทธิ์ครั้งที่ 1 ระหว่าง มกราคม - มิถุนายน- สิทธิ์ครั้งที่ 2 ระหว่าง กรกฎาคม - ธันวาคม2. บริการรับ-ส่งเอกสารฟรี ระหว่างจุด 2 จุดเท่านั้น3. ลูกค้าสามารถขอรับบริการล่วงหน้าได้ไม่เกิน 5 วันทำการ4. พื้นที่ให้บริการ: เขตกรุงเทพและปริมณฑลเท่านั้น (นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ)5. เฉพาะสินค้าน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม, ไม่แตกหัก หรือต้องใช้ความระมัดระวังพิเศษ และขนส่งได้ด้วยมอเตอร์ไซค์
บริการทั่วไป • 2 ต.ค. 66
สิทธิพิเศษ
ลูกค้าทรู รับส่วนลด 18% สำหรับซื้อประกันภัยบ้านเมื่อลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ FWD ใช้ 0 ทรูพอยท์
ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 18% สำหรับซื้อประกันภัยบ้านเมื่อลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ FWD เงื่อนไข 1. สิทธิพิเศษตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.69 31 ธ.ค.692. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงของรางวัลได้ตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า3. เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด4. ผู้ขอเอาประกันภัยควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง5. เสนอขายและรับประกันภัยโดย บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
ประกันทุกประเภท • 1 มิ.ย. 69
อ่าน
ธ.ก.ส. เปิดตัว “เงินฝากยุ้งเงิน” ดอกเบี้ย 0.35% ต่อปี
#ทันหุ้น ธ.ก.ส.เปิดตัว“เงินฝากยุ้งเงิน”เงินฝากพร้อมความคุ้มครองเพื่ออนาคตของเยาวชนรับดอกเบี้ย0.35%ต่อปีนายไพศาลหงษ์ทองรองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)เปิดเผยว่าเพื่อส่งเสริมการออมเงินในครอบครัวและเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับเยาวชนและครอบครัวในอนาคตธ.ก.ส.เปิดตัวผลิตภัณฑ์“เงินฝากยุ้งเงิน”เงินฝากที่มาพร้อมความคุ้มครองสำหรับเด็กและเยาวชนตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุไม่เกิน12ปีบริบูรณ์โดยเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองที่มีอายุตั้งแต่20 - 65ปีบริบูรณ์สามารถวางแผนการออมให้บุตรหลานได้อย่างมั่นใจพร้อมรับผลตอบแทนในอัตรา0.35%ต่อปีทุกเดือนบุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากได้รับดอกเบี้ยเต็มจำนวนพร้อมรับความคุ้มครองดังนี้บิดา-มารดารับความคุ้มครองชีวิตจากอุบัติเหตุ5เท่าของยอดเงินฝากสูงสุดไม่เกิน500,000บาทโดยไม่มีเงินฝากขั้นต่ำและเยาวชนรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ1%ของยอดเงินฝากสูงสุดไม่เกิน1,000บาทต่อครั้งโดยต้องคงยอดเงินฝากในบัญชีไม่ต่ำกว่า5,000บาท“เงินฝากยุ้งเงิน”เตรียมเปิดรับฝากครั้งแรกในวันที่1มิถุนายน2569ถึงวันที่30กันยายน2569หรือจนกว่าธนาคารจะแจ้งปิดการรับฝากสำหรับผู้ที่สนใจสามารถเปิดบัญชีผ่านสาขาของธ.ก.ส.ทั่วประเทศและฝากเงินได้ทุกช่องทางของธ.ก.ส.ไม่จำกัดวงเงินฝากสูงสุดทั้งเคาน์เตอร์สาขาและแอปพลิเคชันBAAC Mobileสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่นคงกับธ.ก.ส.สู่อนาคตที่ยั่งยืน“สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธ.ก.ส.ทุกสาขาทั่วประเทศหรือCall Center 02 555 0555และเว็บไซต์www.baac.or.th
ทันหุ้น • 27 พ.ค. 69
อ่าน
วิริยะประกันภัย – ขนส่งทางบก จัดอบรมใบขับขี่ ปี 2569 เสริมทักษะผู้ขับขี่มือใหม่ มุ่งสู่ถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืน
วิริยะประกันภัย จับมือ กรมการขนส่งทางบก ร่วมเสริมสร้างรากฐานความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับทักษะการขับขี่ พร้อมปลูกฝังพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้น 4 รอบ ได้แก่ รอบกรุงเทพฯ “27 - 28 มิ.ย. และ 22 – 23 ส.ค.” รอบนครนายก “11 - 12 ก.ค.” และระยอง “5 - 6 ส.ค.” เปิดรับเฉพาะผู้ไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ยังคงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของบริษัทฯ ที่ดำเนินควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงภัยให้กับประชาชน โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันกิจกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนในหลากหลายมิติ อันนำไปสู่การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนในภาพรวม ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างรากฐานความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มาอย่างต่อเนื่องกว่า 35 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 โดยมุ่งหวังให้กลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์มือใหม่ และผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจรที่ถูกต้อง มีทักษะการขับขี่ที่ดี ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานการใช้รถใช้ถนนของสังคมไทยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ปี 2569 นี้ บริษัทฯ มีกำหนดจัดโครงการอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ทั้งหมด 4 รุ่น แบ่งเป็น “รอบส่วนกลาง” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 381 วันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 และ รุ่นที่ 382 วันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร และ “รอบส่วนภูมิภาค” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 165 วันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก และ รุ่นที่ 166 วันที่ 5-6 กันยายน 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง โดยผู้เข้ารับอบรมฯ จะได้รับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขับรถ จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ ตลอดจนข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งภายหลังอบรมเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้าอบรมฯ จะมีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) และทดสอบปฏิบัติขับรถยนต์ ตามมาตรฐานความปลอดภัยและระเบียบเดียวกับการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ในวันเวลาราชการ หากสอบผ่านจะได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ทันที ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายพิการ หรือมีโรคประจำตัวที่อาจก่อให้เกิดอันตรายขณะขับขี่ยานพาหนะ และต้องไม่อยู่ระหว่างการถูกยึด หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ พร้อมเตรียมเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ตามแบบแพทยสภารับรอง (อายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ออกเอกสารจนถึงวันเข้าอบรม) โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) แผนกกิจกรรมเพื่อสังคม โทรศัพท์หมายเลข 02-129-8888 ต่อ 7419, 7422, 7443
ทันหุ้น • 8 พ.ค. 69
อ่าน
คลังเร่งเคาะเกณฑ์บัตรคนจนรอบใหม่ คาดลงทะเบียนมิ.ย.นี้
#ทันหุ้น คลังเร่งเคาะเกณฑ์บัตรคนจนรอบใหม่ เชื่อสกัดคนสวมสิทธิ์ได้ ทำให้ผู้ที่รับสิทธิ์จะลดลงจากปัจจุบันที่อยู่ 13.4 ล้านคน เตรียมเปิดลงทะเบียนมิ.ย.นี้ และเริ่มใช้สิทธิ ก.ย.นี้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการพิจารณาคุณสมบัติและขั้นตอนการตรวจสอบหรือการคัดกรองผู้ที่จะได้รับสิทธิ์บัตรคนจนรอบใหม่ที่กระทรวงการคลังจะเปิดให้มีการลงทะเบียนเร็วๆนี้ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ และให้ผู้ที่มีรายได้น้อยได้เข้ามาใช้สิทธิ์อย่างครบถ้วน“เพื่อลบคำครหาคนจนไม่จริงแต่ได้รับสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ ดังนั้น ในครั้งนี้เราจะคัดกรองเข้มข้นยิ่งขึ้น ป้องกันการสวมสิทธิ์และใช้บัตรประชาชนแทนกัน หรือป้องกันนอมินี โดยจะยึดรายได้ รายจ่าย ส่วนบุคคลเป็นหลัก โดยต้องมีรายได้คนละไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี และไม่นับรวมรายได้ครอบครัว เหมือนครั้งที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังตรวจสอบเรื่องทรัพย์สิน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย บัญชีการลงทุนในตลาดหุ้น กรรมการบริษัท เป็นต้น”ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกือบทุกหน่วยงานแล้ว คาดว่า จะเปิดให้ลงทะเบียนภายในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าหรือราวเดือนมิ.ย.-ก.ค.69 ใช้เวลาตรวจสอบคุณสมบัติอีก 2 เดือน ดังนั้น ภายในเดือนก.ย.69 ผู้ได้รับสิทธิจะเริ่มใช้จ่ายได้สำหรับการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐครั้งนี้จะสะดวกและรวดเร็วผ่านระบบออนไลน์ เพียงกรอกชื่อนามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก และเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีสมาร์ทโฟน ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปฯทางรัฐ, แอปฯไทยไอดี เพื่อให้สามารถนำเงินที่ได้รับไปสแกนจ่ายร้านค้าคนละครึ่งพลัสได้ด้วย จากปัจจุบันใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชน ได้ที่ร้านค้าสวัสดิการแห่งรัฐหรือร้านธงฟ้าเท่านั้น“การคัดกรองข้อมูลส่วนบุคคลครั้งนี้ จะทำให้คนมีรายได้น้อย หรือคนจนจริงได้รับสิทธิ จะไม่มีคนจนไม่จริงได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยกระทรวงการคลัง สามารถตอบคำถามได้ทุกคนที่ได้ และไม่ได้ ซึ่งการคัดกรองอย่างเข้มข้น เชื่อว่าจะมีจำนวนผู้ได้รับสิทธิลดลง จากปัจจุบัน 13.40 ล้านคน รับคนละ 300 บาท และประหยัดงบประมาณได้ จากปัจจุบันใช้งบประมาณเดือนละ 4,700 ล้านบาท”
ทันหุ้น • 1 เม.ย. 69
อ่าน
ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 เม.ย. 69
อ่าน
วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 4 ธ.ค. 66
อ่าน
ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ทราเวล ทิปส์ • 17 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
รับส่วนลดทันที 50 บาท สําหรับงานตรวจบ้าน/คอนโด ใช้ 0 ทรูพอยท์
ประหยัด ฿50.00 ที่ ฟิกซิ ลูกค้าทรูใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลดทันที 50 บาท สําหรับงานตรวจบ้าน/คอนโดสามารถใช้ได้กับบริการทีเข้าร่วมรายการ ดังต่อไปนี้- บริการตรวจรับคอนโด, บ้านเดี่ยว, บ้านแฝด หรือ ทาวน์โฮม (เช็กจุดสําคัญก่อนโอน แก้ไขกับโครงการได้ทัน ลดปัญหาตามหลัง) - บริการตรวจสุขภาพคอนโด, บ้านเดียว, บ้านแฝด หรือ ทาวน์โฮม (ประเมินสภาพทั้งหลัง พร้อมสรุปจุดเร่งด่วน ช่วยวางแผนซ่อมและคุมงบได้) เงื่อนไข 1. จํากัด 2 สิทธิ ต่อบัญชี ตลอดแคมเปญ 2. สามารถใช้รหัสส่วนลดได้ตังแต่วันที 20 มีนาคม 2026 - 31 ธันวาคม 2026 3. สามารถใช้รหัสส่วนลดผ่านทางแอปพลิเคชัน Fixzy , line official : @fixzy หรือ ผ่านทาง Website https://www.fixzy.net/ ได้ 4. สามารถเลือกวันให้ช่างเข้าให้บริการได้ถึงวันที 7 มกราคม 2027 5. หากมีการยืนยันการซือบริการแล้ว จะไม่สามารถขอคืน เงินได้ 6. ไม่สามารถเปลียนเปนเงินสดหรือเครดิตได้ ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม กรุณาตรวจสอบเงือนไขให้ ละเอียดก่อนทําการจอง 7. กรุณาตรวจสอบพืนทีก่อนจองบริการ 8. หากมีการนัดหมายแล้ว และผู้ให้บริการเข้าตามนัด แต่ ไม่สามารถให้บริการได้เนืองจากผู้ใช้ บริการหรือสถานทีไม่พร้อมบริการ จะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิม 535 บาท (รวมVAT) 9. กรุณานัดล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 วัน 10. เงือนไขเปนไปตามทีบริษัทฯ กําหนด 11. หากมีข้อสงสัยใดๆกรุณาโทรสอบถามก่อนจองบริการทุกครัง ติดต่อ Fixzy ได้ที แอดไลน์ @Fixzy ในเวลาทําการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 09.30-18.00 น.
บริการซ่อมบำรุง • 20 มี.ค. 69
อ่าน
รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง
เจาะลึก 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 อนุมัติไว ไม่ต้องเสี่ยงหนี้นอกระบบ ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจมีความผันผวน การมองหาช่องทางเสริมสภาพคล่องด้วยการกู้สินเชื่อถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกแหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้ อนุมัติไว และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณก้าวผ่านวิกฤตทางการเงินในปี 2569 ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับหนี้นอกระบบที่อันตราย สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมายคืออะไร สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย คือ บริการทางการเงินจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) โดยมีลักษณะเด่นคือการระบุอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน โปร่งใส มีหลักฐานการชำระเงินที่ตรวจสอบได้ และดอกเบี้ยต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ทำให้ผู้กู้มั่นใจได้ว่าจะได้รับความเป็นธรรมตลอดอายุสัญญา 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยทางการเงินที่วางใจได้ ในปี 2569 นี้มีแหล่งเงินทุนถูกกฎหมายที่ตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายรูปแบบ ดังนี้ 1. สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นสินเชื่อที่เน้นความอเนกประสงค์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนไปจัดการภาระต่าง ๆ จุดเด่นคือไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน การพิจารณาจะดูจากฐานรายได้และความมั่นคงทางการเงินเป็นหลัก ปัจจุบันมีการพัฒนาให้ขอได้สะดวกขึ้นผ่านช่องทางต่าง ๆ ของสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ 2. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนมีรถแต่ไม่อยากจอดรถทิ้งไว้ เพียงใช้เล่มทะเบียนรถเป็นหลักประกันในการกู้สินเชื่อ ก็สามารถรับเงินสดไปหมุนเวียนได้ทันที โดยที่คุณยังคงมีรถไว้ขับไปทำงานหรือประกอบอาชีพตามปกติ ที่สำคัญคืออาชีพอิสระที่ไม่มีสลิปเงินเดือนก็สามารถยื่นขอสินเชื่อประเภทนี้ได้ไม่ยาก 3. บัตรกดเงินสด เป็นวงเงินสำรองพร้อมใช้ที่เน้นความคล่องตัวสูง เมื่อได้รับอนุมัติวงเงินแล้วคุณสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM หรือโอนเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อดีคือคิดดอกเบี้ยตามยอดที่ใช้จริง และเมื่อชำระคืน วงเงินก็จะหมุนเวียนกลับมาให้คุณใช้ใหม่ได้ทันทีในยามฉุกเฉิน 4. สินเชื่อที่ดินแลกเงิน สินเชื่อสำหรับผู้ที่มีสินทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเปล่า หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยการนำโฉนดมาเป็นหลักประกันแลกเงินก้อน วิธีนี้มักจะได้วงเงินที่ค่อนข้างสูงและดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสินเชื่อบางประเภท แต่อยากให้พิจารณาเป็นทางเลือกท้าย ๆ หากที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยเพียงแห่งเดียวของคุณ 5. สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ นวัตกรรมการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลที่สุด เพราะสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ 100% บางผู้ให้บริการทราบผลอนุมัติไวมากภายใน 10-30 นาที ใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ในการพิจารณาแทนเอกสารกระดาษ ทำให้ผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ยากมีโอกาสได้รับเงินทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น ข้อควรระวังที่ต้องรู้ แม้จะเป็นแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย แต่การกู้สินเชื่อก็มีข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อสุขภาวะทางการเงินที่ดี ตรวจสอบผู้ให้บริการ: ก่อนตัดสินใจสมัคร ควรตรวจสอบรายชื่อแอปพลิเคชันหรือสถาบันการเงินผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยเสมอเพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง ประเมินความสามารถในการชำระ: ไม่ควรกู้เกินกำลังรายได้ที่มี เพราะภาระหนี้ที่สูงเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อเครดิตในระยะยาว อ่านสัญญาให้ละเอียด: ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแฝงต่าง ๆ ให้แน่ใจว่าถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้ก่อนกดยืนยัน ผู้เชี่ยวชาญจาก Promise เน้นย้ำถึงการกู้สินเชื่ออย่างปลอดภัยว่า ควรตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ พร้อมทั้งควรประเมินรายได้เพื่อไม่ให้กู้เกินกำลังจนกระทบต่อเครดิตในระยะยาว และที่สำคัญต้องตรวจสอบรายละเอียดสัญญา อัตราดอกเบี้ย รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วนก่อนกดยืนยันเพื่อให้มั่นใจว่าได้รับเงื่อนไขที่เป็นธรรม สรุปบทความ การเลือกใช้บริการทางการเงินจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมายในปี 2569 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การจัดการปัญหาการเงินมีความมั่นคงและปลอดภัย การเข้าถึงสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือด้วยเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นธรรม จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางที่สะดวกทั้งรูปแบบสาขาหรือแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำเตือน: ควรเลือกกู้เงินจากแหล่งที่ถูกกฎหมายและตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์แบงก์ชาติทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย ควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้และกู้เท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาเครดิตทางการเงินและป้องกันปัญหาหนี้สินเกินตัวในอนาคต
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 23 ก.พ. 69
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน
ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือต้องการ ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เพื่อที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ตามเรามาอัปเดตได้เลยค่ะกับ สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ใกล้ๆ บ้าน ต่ออายุพาสปอร์ต หรือ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็สะดวกสบายและรวดเร็ว มาดูกันว่า สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง ที่ไหนใกล้ๆ บ้านกันบ้างค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ ปริมณฑลต่ออายุพาสปอร์ต ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่ไหนดี 1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J9ZRCjeMsCxV64H89 โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุลCall Center 0-2572-8442 ================ 2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น) วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nQvYqW148Ke6FbYK6 โทร : 0-2143-7680 ================ 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xj3deaM46uimNmKs6 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 ================ 4. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ธัญญาพาร์ค วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wPLg8BXJ9WF6D56h9 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sMWUka4czBWsg3No7 โทร : 0-2422-3431 ================ 6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XfnE6JraSGTRs7uG8 โทร : 0-2024-8362-64 ================ 7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N9VYesYmAW8GujVw8 โทร : 0-2024-8896, 09-3010-5247 ================ 8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rJygy7Xd9hvqFBfH9 โทร : 0-2126-7612 ================ 9. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk MBK Center วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NTWhFGMgg6P2yYam9 โทร : 0-2126-7612เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 10. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9EfZXed9bb9JM3Jp9 โทร : 0-2150-9002 ================ 11. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว)เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B71gP3UbhwPTBkCj6 โทร : 0-2194-2643 ================ 12. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FHsKeQMKXJbZ4sZdA โทร : 0-2194-2643เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ ค่าทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท เล่ม 5 ปี 1,500 บาท เล่ม 10 ปี สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 2-3 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท เล่ม 5 ปี 3,500 บาท เล่ม 10 ปี *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น.สถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consular.mfa.go.th กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572 8442 และ 0-2203 5000 ต่อ 32301อีเมล : consular05@mfa.go.thเว็บไซต์ : https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 26 พ.ย. 68
อ่าน
รู้หรือไม่? อายุเท่าไหร่ ถึงจะขึ้นเครื่องบินคนเดียวได้
หลายคนอาจสงสัยว่า เด็กๆ สามารถ ขึ้นเครื่องบินคนเดียว ได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่? โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการให้ลูกเดินทางไปต่างจังหวัด - ต่างประเทศ ตามลำพัง วันนี้เราจะพาไปรู้คำตอบ พร้อมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเดินทางของผู้โดยสารเด็กที่ควรรู้ก่อนซื้อตั๋วกันค่ะ 💺 เด็กอายุเท่าไหร่ ถึงจะขึ้นเครื่องบินคนเดียวได้ ? แต่ละสายการบินจะมีกฎแตกต่างกันเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปแล้ว สามารถแบ่งได้ดังนี้ อายุต่ำกว่า 5 ปี : ไม่สามารถเดินทางคนเดียวได้ ต้องมีผู้ใหญ่ (อายุ 18 ปีขึ้นไป) เดินทางด้วยเสมอ อายุ 5-11 ปี : สามารถเดินทางคนเดียวได้ แต่ต้องใช้บริการUnaccompanied Minor (UM) หรือบริการดูแลผู้โดยสารเด็กของสายการบิน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตั้งแต่เช็กอินจนถึงส่งถึงผู้ปกครองปลายทาง อายุ 12-17 ปี : สามารถเดินทางคนเดียวได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้บริการ UM (แล้วแต่สายการบิน) แต่ผู้ปกครองสามารถขอใช้บริการเสริมเพื่อความสบายใจได้ =============== ตัวอย่าง นโยบายของสายการบิน ยอดนิยม ✈️ Thai Airways การบินไทย : เด็กอายุ 5-11 ปี ใช้บริการ UM ได้ เด็กต่ำกว่า 5 ปีต้องมีผู้ใหญ่เดินทางด้วย AirAsia : ไม่รับผู้โดยสารที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีเดินทางลำพัง ต้องมีผู้ใหญ่ร่วมเดินทาง Bangkok Airways : เด็กอายุ 6-11 ปี สามารถใช้บริการ UM ได้ โดยต้องแจ้งล่วงหน้า Singapore Airlines : รับผู้โดยสารอายุ 5-11 ปีเดินทางลำพัง โดยต้องใช้บริการ UM เช่นกัน =============== สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อเด็กเดินทางคนเดียว 🧳 สำเนาบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทางของเด็ก และผู้ปกครอง เอกสารยินยอมจากผู้ปกครอง ระบุชื่อผู้รับเด็กที่ปลายทางอย่างชัดเจน ข้อมูลติดต่อฉุกเฉินทั้งต้นทาง และปลายทาง ของใช้จำเป็นส่วนตัว เช่น ของว่าง ยา เสื้อกันหนาว หรือของเล่นชิ้นเล็กๆ =============== เคล็ดลับเล็กๆ สำหรับพ่อแม่เมื่อต้องให้ลูกขึ้นเครื่องบิน ตามลำพัง💡 แนะนำให้ เลือกไฟลต์ตรง (Direct Flight) เพื่อความปลอดภัย และลดความยุ่งยากในการเปลี่ยนเครื่อง มาถึงสนามบินก่อนเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้มีเวลาทำเอกสาร UM อธิบายขั้นตอนการเดินทางให้เด็กเข้าใจ เช่น การผ่านเครื่องสแกน การขึ้นเครื่อง และการรอรับกระเป๋า =============== โดยทั่วไปแล้ว เด็กที่อายุ 5 ปีขึ้นไป สามารถขึ้นเครื่องบินคนเดียวได้ หากใช้บริการดูแลผู้โดยสารเด็ก (UM Service) จากสายการบิน ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางปลอดภัย อุ่นใจ ทั้งสำหรับเด็กและผู้ปกครอง
ทราเวล ทิปส์ • 27 ต.ค. 68
อ่าน
เริ่มแล้ว! ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ร้านอาหาร ฟู้ดเดลิเวอรี่ มาเพียบ
เริ่มแล้ววันนี้ ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส โครงการคนละครึ่ง 2568 กินอะไรได้บ้าง บอกเลยว่าเป็นโครงการที่หลายคนรอคอย เพราะเหมือนเราจะได้รับส่วนลดเริ่มต้น 50% ในการนำไปใช้จ่ายทั้งของกิน ของใช้ กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ สูงสุดวันละ 200 บาทต่อคน บอกเลยว่าคุ้มสุดๆ โดยระยะเวลาโครงการ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568 ประชาชนทั่วไปเริ่มลงทะเบียนวันแรก 20 ตุลาคม 2568 ถ้าอยากรู้แล้วว่ารายละเอียดโครงการมีอะไรบ้าง เราสรุปมาให้แล้วแบบง่ายๆ วิธีลงทะเบียน คนละครึ่ง พลัส 2568 ข้อมูลการลงทะเบียน สำหรับประชาชน เริ่มลงทะเบียนสำหรับประชาชน ผ่านแอปฯ เป๋าตัง วันที่ 20 - 26 ต.ค. 2568 เวลา 06.00 - 22.00 น. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน เป็นผู้มีสัญชาติไทย มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่(1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 ขั้นตอนการลงทะเบียน ดาวน์โหลด แอปฯ เป๋าตัง (อัปเดตให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด) สมัครและเปิดใช้บริการ G Wallet เข้าหน้า G Wallet กดลงทะเบียนรับสิทธิ ได้ตั้งแต่ วันที่ 20 ต.ค. - 26 ต.ค. 2568 เวลา 06.00 - 22.00 น. ผู้ที่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง ผู้ได้รับสิทธิเข้าแอปฯเป๋าตัง และกดแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อเริ่มใช้จ่าย วันที่ 29 ต.ค. - 31 ธ.ค. 2568 เวลา 06.00 - 23.00 น. คนละครึ่งพลัส ใครได้บ้าง สิทธิประโยชน์ ภาครัฐจ่าย 50% (สูงสุดไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน) ผู้ยื่นแบบภาษี : รับสิทธิใช้จ่าย 2,400 บาท/คน ผู้ไม่ยื่นแบบภาษี : รับสิทธิใช้จ่าย 2,000 บาท/คน กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ 2,400 บาท หมายถึง ประชาชนที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับปีภาษี 2567 ได้แก่ : แบบ ภ.ง.ด. 90 (ผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป) แบบ ภ.ง.ด. 91 (ผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงาน ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร ประเภทเดียว) แบบ ภ.ง.ด. 95 (ผู้ได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา) โดยอิงตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ 2,000 บาท หมายถึง ประชาชนที่ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามที่ระบุไว้ข้างต้น ระยะเวลาโครงการ คนละครึ่ง พลัส ใช้ได้ถึงเมื่อไหร่ ระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ระยะเวลาลงทะเบียน 20 ต.ค. 2568 - 26 ต.ค. 2568 คนละครึ่ง พลัส ใช้ได้วันไหน เงินเข้าเมื่อไหร่ ระยะเวลาใช้สิทธิ เริ่มใช้จ่ายได้ ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2568 - 31 ธ.ค. 2568 เวลา 06.00 - 23.00 น. โดยใช้จ่ายผ่าน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง(ใช้สิทธิ์ครั้งแรกภายในวันที่ 11 พ.ย. 2568 ก่อนเวลา 23.00 น. จำนวนสิทธิโดยประมาณ 20 ล้านสิทธิหรือจนกว่าจะครบวงเงินสิทธิในวงเงินไม่เกิน 44,000 ล้านบาท หรือถึงปิดลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่ 26 ตุลาคม 2568 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน ภาพจาก www.คนละครึ่งพลัส.com คนละครึ่งพลัส ใช้ซื้ออะไรได้บ้าง สินค้าที่ร่วมโครงการ อาหารและเครื่องดื่ม (รวมบริการฟู้ดเดลิเวอรี่) สินค้าทั่วไป บริการขนส่งสาธารณะ บริการนวด สปา ทําเล็บทําผม สินค้าที่ไม่ร่วมโครงการ สลากกินแบ่ง เครื่อดื่มแอลกอฮอล์ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกํานัล บัตรเงินสด บริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระสินค้าหรือบริการล่วงหน้า ติดตามรายชื่อร้านอาหาร ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ได้เร็วๆ นี้ ขอบคุณข้อมูลจาก www.คนละครึ่งพลัส.com
ฟู้ด ทิปส์ • 20 ต.ค. 68
อ่าน
รัฐบาลเล็งขยายสิทธิ์เพิ่ม“คนละครึ่งพลัส”หลังยอดลงทะเบียนใกล้เต็ม 20 ล้าน
รัฐบาลเล็งขยายสิทธิ์เพิ่ม“คนละครึ่งพลัส”หลังยอดลงทะเบียนใกล้เต็ม 20 ล้าน#ทันหุ้น #คนละครึ่งพลัส รัฐบาลเล็งขยายสิทธิ์เพิ่ม“คนละครึ่งพลัส”หลังยอดลงทะเบียนใกล้เต็ม 20 ล้าน ล่าสุดยอดลงทะเบียนทะลุ 17 ล้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเปิดลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัส ตั้งแต่เวลา 06.00 น. พบว่าล่าสุด ข้อมูล ณ เวลา 10.30 น. มียอดการลงทะเบียนแล้วกว่า 17 ล้านสิทธิ และมีสิทธิคงเหลือประมาณ 3 ล้านสิทธิส่วนกรณีที่ประชาชนมีความต้องการมาก จะมีการข้อเสนอขยายจำนวนสิทธิออกไปหรือไม่นั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า พร้อมรับข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีสิทธิเหลืออยู่ขณะเดียวกัน หากยอดลงทะเบียนครบ 20 ล้านสิทธิภายในวันนี้แล้ว เราจะพิจาณารายละเอียดอีกครั้ง โดยอาจจะมีบางท่านที่ลงทะเบียนไปแล้ว และอาจไม่มีการใช้จ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งต้องมีการใช้จ่ายครั้งแรกภายใน 11 พ.ย.นี้ และเมื่อยอดดังกล่าวเหลือก็จะนำมาเปิดลงทะเบียนอีกครั้ง“ขอขอบคุณประชาชนที่เข้ามาลงทะเบียนอย่างล้นหลาม และระบบของธนาคารกรุงไทย แอปพลิเคชันเป๋าตัง ถือว่ารองรับได้อย่างดีมาก จากการรองรับได้ 1 แสนรายการ/วินาที ขยับเพิ่มเติมเป็นรองรับได้กว่า 3 แสนรายการ/วินาที ตอนนี้อุปสรรคไม่ได้ติดขัดอะไร”สำหรับประชาชนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเป็นผู้ยื่นภาษี แต่ได้รับสิทธิวงเงิน 2,000 บาทนั้น กรณีดังกล่าวจะต้องพิจารณาว่าเป็นผู้ยื่นแบบภาษีปีใด โดยกระทรวงการคลังใช้ฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ในการยื่นแบบภาษีปีปัจจุบัน ฉะนั้น จะต้องตรวจสอบข้อมูลว่าท่านยื่นแบบภาษีในปีใดด้านการเปิดลงทะเบียนร้านค้านั้น ขณะนี้มียอดลงทะเบียนแล้วกว่า 3 แสนราย โดยธนาคารกรุงไทยได้อำนวยความสะดวกเปิดให้บริการช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาด้วย ทั้งนี้ สำหรับสาเหตุที่ต้องมีการยืนยันตัวตนร้านค้า เพื่อป้องกันความปลอดภัย เนื่องจากปัจจุบันมีมิจฉาชีพ สแกมเมอร์ และบัญชีม้า จำนวนมาก///
ทันหุ้น • 20 ต.ค. 68
อ่าน
วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ
ทราเวล ทิปส์ • 18 ก.ย. 68
อ่าน
กสทช. บังคับใช้ระบบ Liveness Detection เปิดซิมการ์ดใหม่ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร
จากข่าวที่ว่าเหล่ามิจฉาชีพหันมาใช้ "ซิมม้า" และ "บัญชีม้า" เป็นช่องทางก่ออาชญากรรม ทำให้ กสทช. ต้องยกระดับความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น ด้วยการบังคับใช้เทคโนโลยี Liveness Detection สำหรับการลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่อาจดูน่าสับสนสำหรับหลายคน บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยีนี้ให้มากขึ้นครับ Liveness Detection คืออะไร? Liveness Detection เป็นเทคโนโลยีสุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อ "ตรวจจับความมีชีวิต" ของบุคคลที่กำลังทำการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า โดยระบบจะทำงานแบบเรียลไทม์เพื่อวิเคราะห์การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ที่บ่งบอกว่าบุคคลนั้นๆ มีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่ภาพปลอมแปลง ลองนึกภาพว่าคุณกำลังใช้สมาร์ทโฟนสแกนใบหน้าเพื่อลงทะเบียนซิม ระบบนี้จะสั่งให้คุณกระพริบตา ขยับศีรษะ หรืออ้าปาก เพื่อดูว่าใบหน้าบนหน้าจอมีการตอบสนองแบบเดียวกับมนุษย์จริงหรือไม่ ซึ่งนี่คือความฉลาดของระบบที่จะช่วยป้องกันการสวมรอยจากภาพถ่าย, วิดีโอ, หน้ากาก หรือแม้แต่รูปปั้นที่ทำขึ้นมาอย่างแนบเนียน ทำไมต้องใช้ Liveness Detection? และจะช่วยอะไรได้บ้าง? เหตุผลหลักก็คือการ "ป้องกันการสวมรอย" และ "สร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์" ให้แข็งแกร่งขึ้น จากเดิมที่การลงทะเบียนซิมต้องใช้เพียงแค่เอกสารอย่างบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ซึ่งมีโอกาสที่มิจฉาชีพจะนำเอกสารปลอมแปลงหรือเอกสารของผู้อื่นมาใช้ได้ แต่เมื่อมีการใช้ Liveness Detection เข้ามาเสริม ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนจะต้องเป็นบุคคลที่มีชีวิตจริงเท่านั้น ซึ่งเป็นการปิดประตูการใช้ "ซิมม้า" ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ประโยชน์ของมันยังไม่จำกัดแค่การลงทะเบียนซิมเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะนำไปใช้ในวงการอื่นๆ ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง เช่น: การทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์: ช่วยยืนยันตัวตนก่อนการโอนเงินหรือเปิดบัญชี การเข้าถึงข้อมูลสำคัญ: ใช้ยืนยันตัวตนเพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน ใครบ้างที่ต้องลงทะเบียน? และไปที่ไหน? การบังคับใช้เทคโนโลยีนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป และทุกคนที่มีความประสงค์จะ "ลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ทุกประเภท" ไม่ว่าจะเป็นซิมแบบเติมเงินหรือแบบรายเดือน จะต้องเข้ารับการยืนยันตัวตนด้วยระบบ Liveness Detection นี้ ส่วนสถานที่ในการลงทะเบียนก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก คุณสามารถไปได้ที่ ศูนย์บริการของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น AIS, True, NT หรือผู้ให้บริการอื่นๆ รวมถึง ร้านค้าตัวแทน ที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากผู้ให้บริการด้วยเช่นกัน นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่ายในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อปกป้องประชาชนทุกคนจากภัยร้ายทางไซเบอร์ครับ Credit : กสทช.
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 3 ก.ย. 68
อ่าน
รถหลุดจำนำ ราคาถูก ซื้อได้มั้ย ผิดกฏหมายหรือไม่
สำหรับใครที่กำลังหารถยนต์คันใหม่ เชื่อว่าเปิดโซเชียลเน็ตเวิร์คน่าจะเจอ รถหลุดจำนำ ผ่านตากันบ้าง และด้วยจุดเด่นที่รถประเภทนี้มีราคาค่อนข้างถูกมาก บางทีเห็นรถรุ่นใหม่ๆ ในราคาหลักหมื่น ซึ่งถือว่าล่อตาล่อใจมาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การซื้อรถหลุดจำนำนั้นสามารถทำได้หรือไม่ ถูกกฎหมายหรือไม่ วันนี้ TrueID จะมาเล่าให้ฟังกันครับ การซื้อรถหลุดจำนำที่โฆษณาว่าราคาถูกผิดปกตินั้น มีความเสี่ยงสูงมากที่จะผิดกฎหมาย และมีปัญหาตามมาอีกมากมายครับ ไม่แนะนำให้ซื้อรถประเภทนี้โดยเด็ดขาด มาทำความเข้าใจกันเป็นข้อๆ ดังนี้เลย: 1. รถหลุดจำนำคืออะไร? รถหลุดจำนำ คือ รถที่เจ้าของเดิมนำไปจำนำไว้กับบุคคลหรือแหล่งรับจำนำเพื่อแลกกับเงินสด โดยที่เล่มทะเบียนรถยังคงอยู่ที่ไฟแนนซ์ (หากยังผ่อนไม่หมด) หรืออยู่กับเจ้าของเดิมที่นำมาจำนำ แต่ไม่ได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้อง เมื่อเจ้าของเดิมไม่สามารถไถ่ถอนรถคืนได้ตามกำหนด ผู้รับจำนำก็จะนำรถคันนั้นมาประกาศขายต่อในราคาถูกกว่าตลาดทั่วไป 2. ซื้อได้ไหม? ผิดกฎหมายหรือไม่? การซื้อขายโดยตรงอาจไม่ผิดกฎหมายหลักๆ ของการซื้อขาย: ในแง่ของการส่งมอบรถและรับเงิน การซื้อขายรถหลุดจำนำ "ตัวเปล่า" ที่ไม่มีเล่มทะเบียนมาด้วย อาจไม่ได้ผิดกฎหมายในขั้นตอนการซื้อขายโดยตรง แต่การนำมาใช้งาน ผิดกฎหมายอย่างแน่นอน: นี่คือประเด็นสำคัญที่สุด! เมื่อคุณซื้อรถหลุดจำนำที่ไม่มีเล่มทะเบียน (หรือเล่มทะเบียนอยู่กับไฟแนนซ์/เจ้าของเดิม) คุณจะไม่สามารถดำเนินการดังต่อไปนี้ได้เลย: โอนกรรมสิทธิ์: รถยังคงเป็นชื่อของเจ้าของเดิม หรือไฟแนนซ์ ผู้ซื้อจึงไม่มีสิทธิ์ในรถอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย ต่อทะเบียน/ต่อภาษีรถประจำปี: ไม่สามารถทำได้ เพราะต้องใช้เล่มทะเบียน ทำ พ.ร.บ. (ประกันภัยภาคบังคับ): ไม่สามารถทำได้ ทำประกันภัยภาคสมัครใจ: บริษัทประกันส่วนใหญ่จะไม่รับทำประกันให้กับรถที่ไม่มีเล่มทะเบียนถูกต้อง ดังนั้น การนำรถหลุดจำนำที่ไม่มีเล่มทะเบียนไปขับขี่บนท้องถนน ถือว่าผิดกฎหมาย พ.ร.บ. รถยนต์ และ พ.ร.บ. จราจร คุณอาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจและดำเนินคดีได้ หากตรวจพบว่าป้ายทะเบียนไม่ตรงกับข้อมูลผู้ครอบครอง หรือรถไม่มีการต่อทะเบียน/ต่อภาษี เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี "รับของโจร": รถหลุดจำนำส่วนใหญ่มักเป็นรถที่ยังติดไฟแนนซ์อยู่ ซึ่งหมายความว่ากรรมสิทธิ์ที่แท้จริงยังเป็นของบริษัทไฟแนนซ์ การที่เจ้าของเดิมนำรถไปจำนำโดยพลการ ถือเป็นการ ยักยอกทรัพย์ หากคุณซื้อรถที่รู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาจากการกระทำความผิด (เช่น ราคารถถูกผิดปกติจนน่าสงสัย, ไม่มีเล่มทะเบียนตัวจริง) คุณอาจเข้าข่าย รับของโจร ซึ่งเป็นความผิดอาญา มีโทษทั้งจำคุกและปรับ ไฟแนนซ์หรือเจ้าของรถที่แท้จริงมีสิทธิ์ตามยึดรถคืนได้ตลอดเวลา ไม่ว่ารถจะไปอยู่ที่ใคร และคุณจะเสียเงินที่จ่ายไปฟรีๆ ไม่สามารถเรียกร้องใดๆ ได้ เสี่ยงเป็นรถผิดกฎหมายอื่นๆ: บางครั้งรถหลุดจำนำอาจเป็นรถที่ถูกขโมยมา สวมทะเบียน หรือเป็นรถที่เคยใช้ก่ออาชญากรรม ซึ่งคุณจะกลายเป็นผู้ครอบครองรถที่ผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว 3. ปัญหาอื่นๆ ที่อาจตามมา: โดนยึดรถคืน: ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ไฟแนนซ์หรือเจ้าของเดิมมีสิทธิ์ตามยึดรถคืนได้เสมอ คุณจะเสียเงินเปล่า ไม่มีหลักฐานความเป็นเจ้าของ: ไม่สามารถขายต่อ หรือนำไปทำธุรกรรมใดๆ ได้ อันตรายหากเกิดอุบัติเหตุ: หากเกิดอุบัติเหตุ คุณจะไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. หรือประกันภัย (ถ้ามี) และต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดด้วยตัวเอง รถอาจมี GPS ติดตาม: ผู้ขายหรือเจ้าของเดิมอาจแอบติด GPS ไว้เพื่อติดตามรถและขโมยคืนในภายหลังได้ ไม่สามารถซ่อมที่ศูนย์ได้: อะไหล่บางชิ้นอาจต้องใช้ข้อมูลรถจากเล่มทะเบียน ข้อควรจำ: รถที่ถูกกฎหมายและสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามปกติ ไม่มีใครนำมาขายในราคาที่ถูกจนน่าตกใจ เว้นแต่รถจะมีปัญหาใหญ่ๆ หรือเป็นรถหลุดจำนำที่ไม่ถูกต้อง คำแนะนำ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อรถหลุดจำนำที่ไม่มีเล่มทะเบียน หรือมีเล่มทะเบียนแต่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย การเสียเงินเปล่า และความเสี่ยงต่างๆ ที่จะตามมา หากต้องการรถราคาถูกจริงๆ ควรเลือกรถมือสองที่สามารถตรวจสอบประวัติได้ มีเล่มทะเบียนตัวจริง และสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอนของกรมการขนส่งทางบกครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 25 ก.ค. 68
อ่าน
ขั้นตอนการย้ายสิทธิบัตรทอง 2568 ทำออนไลน์ง่าย ใช้สิทธิได้ทันที
ขั้นตอนการย้ายสิทธิบัตรทอง 2568 ฉบับเข้าใจง่ายการย้ายสิทธิบัตรทอง หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (UC) เป็นบริการจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่เปิดให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนหน่วยบริการประจำได้สะดวก โดยไม่ต้องย้ายทะเบียนบ้าน และสามารถดำเนินการได้ถึง 4 ครั้งต่อปีปัจจุบันสามารถดำเนินการได้ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมเริ่มใช้สิทธิใหม่ได้ทันทีหลังระบบอนุมัติช่องทางการย้ายสิทธิบัตรทอง1. ช่องทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน “สปสช.” (Android/iOS)ผ่าน LINE Official Account พิมพ์ค้นหา @nhso2. ช่องทางออฟไลน์โรงพยาบาลรัฐใกล้บ้าน / รพ.สต. / ศูนย์สุขภาพชุมชนสำนักงาน สปสช. อาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ (กรุงเทพฯ) เอกสารที่ใช้ในการย้ายสิทธิบัตรประชาชนตัวจริงถ้าที่อยู่ตรงกับบัตรประชาชน ใช้เพียงบัตรประชาชนถ้าที่อยู่ไม่ตรง ต้องแนบเอกสารเพิ่มเติม เช่นหนังสือรับรองจากเจ้าบ้านหรือผู้นำชุมชนสำเนาทะเบียนบ้านสัญญาเช่าหรือใบเสร็จค่าน้ำไฟที่มีชื่อผู้ขอหากมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประชาชนของทั้งผู้มอบและผู้รับมอบวิธีดำเนินการผ่านแอปฯ สปสช. หรือ LINE1. ลงทะเบียนหรือล็อกอินผ่านแอปฯ หรือ LINE @nhso2. กรอกเลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และยืนยันตัวตน3. เลือกเมนู “เปลี่ยนหน่วยบริการ”ถ้าที่อยู่ตรงกับบัตร อัปโหลดภาพบัตรประชาชน + เซลฟี่ถ้าที่อยู่ไม่ตรง แนบเอกสารเพิ่มเติม4. เลือกหน่วยบริการใหม่ เช่น โรงพยาบาลที่ใกล้ที่พัก5. ยืนยันข้อมูล และส่งคำขอ6. ตรวจสอบสถานะในเมนู “ตรวจสอบสิทธิ” กรณีเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ใบสูติบัตรเด็ก หรือบัตรประชาชนทะเบียนบ้าน หรือหลักฐานแสดงที่พักสำเนาบัตรประชาชนผู้ปกครองสามารถให้ผู้ปกครองดำเนินการแทนได้ทั้งออนไลน์และที่หน่วยบริการข้อควรรู้เกี่ยวกับการย้ายสิทธิบัตรทองย้ายสิทธิได้สูงสุด 4 ครั้งต่อปีไม่จำเป็นต้องย้ายทะเบียนบ้านสิทธิใหม่มีผลทันทีหลังส่งคำขอสำเร็จย้ายได้ทั้งกรณีในจังหวัดเดียวกันหรือข้ามจังหวัดโทร. 1330 สายด่วน สปสช. ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
TNN ช่อง16 • 23 ก.ค. 68
อ่าน
รายชื่อ 8 โรงพยาบาลเอกชนในกทม. เปิดรับลงทะเบียน-ย้ายสิทธิบัตรทอง
นพ.วีระพันธ์ ลีธนะกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า กรุงเทพมหานครนอกเหนือจากการเป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนในการเข้าถึงบริการ ยังมีหน่วยบริการที่จำกัด โดยเฉพาะในส่วนของหน่วยบริการภาครัฐ เมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรในกทม. ที่มีจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ส่งผลต่อการเข้าถึงบริการของประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง 30 บาท8 โรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ กทม. เปิดรับลงทะเบียน/ย้ายสิทธิบัตรทอง 30 บาท ดังนั้น ที่ผ่านมา สปสช.จึงได้ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มให้กับประชาชนผู้ใช้สิทธิ โดยล่าสุดในส่วนของหน่วยบริการปฐมภูมิ สปสช. ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่เพิ่มเป็น 8 แห่ง ในการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วสปสช. จึงขอเชิญชวนประชาชนที่ต้องการลงทะเบียนหรือย้ายหน่วยบริการปฐมภูมิ สามารถเลือกโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมนี้ได้ ซึ่งขณะนี้มีผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้ลงทะเบียนแล้วเป็นจำนวน 46,339 คนแล้ว โรงพยาบาลเอกชน 8 แห่งที่เข้าร่วมระบบบัตรทองทั้งนี้ โรงพยาบาลเอกชน 8 แห่งที่เข้าร่วมระบบบัตรทอง มีดังนี้1. โรงพยาบาลเพชรเวช (เขตห้วยขวาง) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 14,642 คนโทร. 13902. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช ธนบุรี (เขตราษฎร์บูรณะ)มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 11,300 คนโทร. 02-427-9966 ต่อ 512,515 มือถือ 064-183-32373. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช สีลม (เขตบางรัก) มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 7,129 คนโทร. 02-635-7123 /มือถือ 083-945-85914. โรงพยาบาลบางนา 1 (เขตบางนา)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 6,602 คนโทร. 02-746-8630-85. โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา (เขตสวนหลวง) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 4,269 คนโทร. 02-314-07276. โรงพยาบาลเดอะซีพลัส ประเวศ (เขตประเวศ)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 1,178 คนโทร. 02-322-95557. โรงพยาบาลมิตรประชา (เขตภาษีเจริญ) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 910 คนโทร. 02-455-55998. โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 3 (เขตบางนา)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 282 คนโทร. 064-569-9098 ลงทะเบียนเรียบร้อยเข้ารับบริการโดยตรงได้ที่โรงพยาบาลลงทะเบียนนพ.วีระพันธ์ กล่าวต่อว่า สปสช. ขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งผู้ที่มีทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ หรือผู้ที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนมาในพื้นที่ สามารถลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการปฐมภูมิและหน่วยบริการประจำได้ ติดต่อได้ที่โรงพยาบาลเอกชนทั้ง 8 แห่งข้างต้นนี้ เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วสามารถเข้ารับบริการโดยตรงได้ที่โรงพยาบาลลงทะเบียน หรือดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน สปสช. หรือ ไลน์ OA สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) เลือกเปลี่ยนหน่วยบริการและดำเนินการตามขั้นตอน โดยสามารถเปลี่ยนหน่วยบริการได้ถึง 4 ครั้งต่อปี และจะได้รับสิทธิทันที ไม่ต้องรอนาน 15 วันเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้สำหรับเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ คือบัตรประชาชน สำหรับเด็กเล็กที่ไม่มีบัตรประชาชนใช้สูติบัตรคู่กับบัตรประชาชนของผู้ปกครอง อย่างไรก็ดีหากไม่สะดวกก็สามารถมาย้ายหน่วยบริการด้วยตนเองได้ที่ ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพ สปสช. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารบี ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. หรือ โทร. สายด่วน สปสช. 1330 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการส่วนกรณีผู้ที่มีทะเบียนบ้านไม่ตรงกับที่พักอาศัยในปัจจุบัน ให้แสดงหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ หนังสือรับรองของเจ้าบ้าน ผู้นำชุมชน ผู้ว่าจ้าง นายจ้าง หรือทำหนังสือรับรองตนเอง รวมไปถึงเอกสารหรือหลักฐานที่มีชื่อของผู้ที่ต้องการเปลี่ยนหน่วยบริการ เช่น ใบเสร็จค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเช่าที่พัก สัญญาเช่าที่พัก เป็นต้นอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเจ็บป่วยเล็กน้อย 42 อาการ หาหมอออนไลน์ด้วยสิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่ครบ 6 เดือนรัฐบาลแพทองธาร ประชาชนชื่นชมหลายนโยบาย พอใจ “30 บาท รักษาทุกที่” มากสุดนายกฯ ยืนยัน 30 บาทรักษาทุกที่ ไม่มีทางปล่อยให้โครงการล้มแน่นอน
TNN ช่อง16 • 21 ก.ค. 68
อ่าน
น.ค.3 ออกโฉนดได้ไหม? เจาะลึกสิทธิที่ดินนิคมสร้างตนเอง
เมื่อพูดถึง “ที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเอง” หลายคนอาจนึกถึงพื้นที่ห่างไกลซึ่งรัฐจัดสรรให้ประชาชนเข้าไปบุกเบิกทำกิน แต่สำหรับผู้ที่ถือเอกสาร น.ค.3 ซึ่งเป็นหนังสือแสดงการทำประโยชน์ในนิคมฯ คำถามสำคัญที่ตามมาคือ“สามารถเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดินได้หรือไม่?”กรมที่ดินได้ชี้แจงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า สามารถออกเป็นโฉนดได้ หากเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ถือ น.ค.3 หลายหมื่นรายทั่วประเทศ เข้าใจโครงสร้างสิทธิ: จาก น.ค.1 ถึง น.ค.3การได้มาซึ่ง น.ค.3 ไม่ใช่แค่ถือครองเอกสาร แต่สะท้อนถึงกระบวนการสร้างตัวและสร้างชุมชนภายใต้ พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 โดยมีขั้นตอนเริ่มจากน.ค.1 หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินนิคมฯ ซึ่งออกให้โดยกรมประชาสงเคราะห์เมื่อทำประโยชน์ตามระยะเวลาเกิน 5 ปี และชำระหนี้ให้รัฐแล้วจึงได้น.ค.3 หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในนิคมฯน.ค.3 ขอออกโฉนดได้หรือไม่?คำตอบคือ ได้ ภายใต้ 2 เงื่อนไขหลัก ตามกฎหมายที่ดิน1. การออกโฉนดเฉพาะราย (มาตรา 59 ประมวลกฎหมายที่ดิน)ต้องยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินจังหวัดที่ที่ดินตั้งอยู่ต้องมีน.ค.3 เป็นหลักฐานผ่านการพิสูจน์การใช้ประโยชน์โดยเจ้าหน้าที่นิคม2. การออกโฉนดโดยการเดินสำรวจ (มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง)เมื่อเจ้าหน้าที่รังวัดสำรวจพื้นที่ หากเจ้าของที่ดินมีน.ค.3 ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานออกโฉนดได้อย่างไรก็ดี กฎหมายยังคงมีเงื่อนไขสำคัญคือ โฉนดที่ดินที่ได้จาก น.ค.3จะถูกห้ามโอน 5 ปี ยกเว้นการตกทอดทางมรดก และจะไม่สามารถถูกบังคับคดีได้ในช่วงเวลาดังกล่าว ตัวเลขที่อยู่เบื้องหลัง สิทธิที่รอการปลดล็อกข้อมูลจากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีนิคมสร้างตนเองจำนวน 43 แห่ง ครอบคลุม 32 จังหวัด โดยมีประชาชนกว่า 150,000 ครัวเรือน ที่อาศัยและทำกินอยู่ในเขตนิคมเหล่านี้ จุดร่วมของหลายครัวเรือนคือการถือครอง เอกสาร น.ค.3 ซึ่งเป็นหนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐแม้จะผ่านเกณฑ์การอยู่อาศัยและชำระหนี้ตามระบบ แต่ครอบครัวเหล่านี้จำนวนไม่น้อยยัง ไม่ได้รับโฉนดที่ดิน ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิที่แท้จริง และสามารถนำไปใช้เป็นหลักทรัพย์หรือมรดกทางกฎหมายได้วัตถุประสงค์ดั้งเดิมของโครงการนิคมสร้างตนเองคือ การจัดสรรที่ดินให้ผู้ขาดแคลนได้มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินอย่างยั่งยืน แต่ในทางปฏิบัติ ความล่าช้าในการออกโฉนดกลับทำให้ “สิทธิ” ยังไม่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมขณะที่รัฐเริ่มมีความพยายามเร่งรัดให้เกิดการออกเอกสารสิทธิที่มั่นคงมากขึ้นในอนาคต ก็ยังมีคำถามสำคัญว่า จะมีมาตรการใดที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านจาก น.ค.3 สู่โฉนดเป็นไปได้รวดเร็ว โปร่งใส และทั่วถึงจริงหรือไม่คำถามต่อไป กฎหมายพร้อมรองรับหรือยัง?แม้จะเปิดทางให้ น.ค.3 แปลงเป็นโฉนดได้ แต่ในทางปฏิบัติยังคงต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ซับซ้อน และต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองนิคม รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ดินซึ่งมีภาระงานสูง การปรับปรุงระบบให้โปร่งใส รวดเร็ว และไม่สร้างภาระให้ประชาชนจึงเป็นโจทย์ถัดไปที่ภาครัฐต้องรับไปคิด---เรื่องของ“สิทธิในที่ดิน” สำหรับคนธรรมดาไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะที่ดินคือชีวิต ที่ดินคือโอกาส และที่ดินคือหลักประกันแห่งอนาคต การที่รัฐเปิดทางให้ น.ค.3 ออกโฉนดได้ จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานะเอกสาร แต่คือการคืนความมั่นคงให้คนตัวเล็กที่เคยอยู่ชายขอบของระบบคำถามที่ยังค้างอยู่คือ เราจะทำให้ “สิทธิ” เหล่านี้เกิดขึ้นได้จริงกับทุกครอบครัวที่ทำตามกติกาแล้วหรือไม่? เพราะความชัดเจนทางกฎหมาย อาจยังไม่เพียงพอ หากระบบยังไม่เคลื่อนตามความหวังของประชาชน
TNN ช่อง16 • 8 ก.ค. 68
อ่าน
เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดเดือนก.ค. 2568 โอนเข้าบัญชีแล้ววันนี้
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมบัญชีกลาง กำหนดจ่ายเงินอุดหนุนบุตร หรือเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ประจำเดือนกรกฎาคม 2568 จำนวน 600 บาท ในวันพุธที่ 9 กรกฎาคม 2568 เนื่องจากวันที่ 10 กรกฎาคม 2568 ตรงกับวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันหยุดราชการสำหรับผู้ปกครองสามารถตรวจสอบการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้ เว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน http://csgcheck.dcy.go.th แอปพลิเคชัน “เงินเด็ก” และแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" โดยในเดือนกรกฎาคม 2568 เงินอุดหนุนบุตร หรือ เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จำนวน 600 บาทผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุนบุตรเดือนกรกฎาคม 2568 จำนวน 2,216,284 ราย คิดเป็นจำนวนเงิน 1,419,221,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ปกครองที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนขอรับเงินอุดหนุนบุตร หรือเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด และเด็กมีสัญชาติไทย พ่อ แม่ ผู้ปกครองสามารถยื่นคำร้องในพื้นที่ที่เด็กแรกเกิดและผู้ปกครองอาศัยอยู่จริง (ไม่จำเป็นต้องเป็นที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน) ดังนี้กรุงเทพมหานคร ลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเขต ส่วนเมืองพัทยา ลงทะเบียนได้ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา ในส่วนของภูมิภาค ลงทะเบียนได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล หรือลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เงินเด็ก” โดยผู้ปกครองต้องพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่าน แอปพลิเคชัน ThaiD ของกรมการปกครองก่อน (เมื่อตรวจสอบสิทธิผ่านแล้ว จะได้รับเงินมีผล ตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียนรับเงิน) “นโยบายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญในการสนับสนุนครอบครัวไทย ลดภาระค่าใช้จ่าย และส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างทั่วถึง รัฐบาลมุ่งมั่นดำเนินการอย่างโปร่งใส ทั่วถึง และรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิตามที่พึงได้อย่างเท่าเทียมกัน” นางสาวศศิกานต์ กล่าว
TNN ช่อง16 • 9 ก.ค. 68
อ่าน
โอนเงินเด็ก 600 บาท กรกฎาคมนี้ วันไหน? ตรวจสิทธิได้ที่ไหน?
ไทม์ไลน์เงินอุดหนุนบุตร กรกฎาคม 2568 โอนเร็ว 1 วันก่อนวันหยุดภาครัฐเตรียมโอนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดประจำเดือนกรกฎาคมให้แก่ครอบครัวที่มีสิทธิ โดยปกติแล้วกำหนดโอนจะตรงกับทุกวันที่ 10 ของเดือน ยกเว้นในกรณีที่วันดังกล่าวตรงกับวันหยุดราชการ ซึ่งจะมีการปรับให้โอนล่วงหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมกิจการเด็กและเยาวชน และสื่อมวลชนหลายสำนัก ยืนยันตรงกันว่า การโอนเงินเดือนกรกฎาคม 2568 จะเลื่อนขึ้นมาเป็น วันพุธที่ 9 กรกฎาคม 2568 เนื่องจากวันที่ 10 กรกฎาคมตรงกับ วันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ 9 กรกฎาคม 2568 วันโอนเงินจริงในวันพุธที่ 9 กรกฎาคม 2568 เงินอุดหนุนเด็กจะถูกโอนเข้าบัญชีของผู้ปกครองที่มีสิทธิ โดยจะได้รับ คนละ 600 บาทต่อเดือนต่อเด็กหนึ่งคน ซึ่งเป็นอัตราคงที่ตามนโยบายเดิมที่ใช้มาอย่างต่อเนื่องหลายปีกลุ่มผู้มีสิทธิรับเงินครอบครัวที่มีเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี และมีรายได้เฉลี่ย ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี รวมถึงต้องผ่านการลงทะเบียนกับกรมกิจการเด็กและเยาวชนไว้ก่อน จึงจะได้รับเงินในงวดนี้กรณีเด็กที่ครบ 6 ปีพอดีในเดือนนี้สำหรับเด็กที่เกิดใน เดือนกรกฎาคม 2562 จะไม่ได้รับเงินในรอบนี้ เนื่องจากถือว่าอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเป็นเกณฑ์สูงสุดของสิทธิการรับเงินตามโครงการ การตรวจสอบสิทธิและสถานะเงินโอนผู้ปกครองสามารถตรวจสอบสถานะสิทธิของตนเองและวันเวลาการโอนได้ทางแอปพลิเคชัน “เงินเด็ก”เว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชนที่ csgcheck.dcy.go.thแนวปฏิบัติในเดือนถัดไปเมื่อพิจารณาจากหลักเกณฑ์เดิม หากวันที่ 10 ของเดือนตรงกับวันหยุดราชการในเดือนใด ก็จะมีการปรับวันโอนให้เร็วขึ้นมาเสมอ ดังนั้นผู้ปกครองควรตรวจสอบล่วงหน้าในทุกเดือนเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ
TNN ช่อง16 • 5 ก.ค. 68
อ่าน
เช่าบ้านราคาถูก! การเคหะฯจัดโปรพิเศษ 4 กลุ่มเป้าหมาย มอบส่วนลดถึงสิ้นปี
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าการเคหะแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดำเนินโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน ให้มีที่พักอาศัยที่ได้มาตรฐานในระดับราคาค่าเช่าที่เหมาะสม ได้จัดโปรโมชันส่วนลดค่าเช่าสำหรับบุคคล 4 กลุ่มเป้าหมายที่มาทำสัญญาเช่าระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2568 โดยผู้ทำสัญญาเช่าจะได้รับส่วนลดค่าเช่า 200 – 500 บาท/เดือน (ตามเงื่อนไข) ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 สำหรับ 4 กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย 1. ผู้สูงอายุ อายุ60 ปีขึ้นไป /ผู้พิการ ที่มีบัตรผู้พิการ รายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/เดือน2. ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รายได้ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี3. ผู้จบการศึกษาใหม่ (First Jobber) อายุ 18-29 ปี รายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/เดือน4. ประชาชนทั่วไป อายุ 20 ปีบริบูรณ์ หรือบรรลุนิติภาวะโดยการแต่งงาน รายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/เดือนสำหรับคุณสมบัติต้องเป็นผู้สัญชาติไทย บรรลุนิติภาวะ และไม่เป็นคู่สัญญาเดิมกับ กคช. เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยจะให้สิทธิเช่า 1 คน ต่อ 1 ห้อง/สัญญา ขนาดครอบครัวไม่เกิน 4 คน เก็บเงินประกันการเช่า 1 เดือน และไม่ให้นำห้องเช่าไปเช่าช่วง หากพบว่าให้เช่าช่วงจะยกเลิกสิทธิและให้คืนห้องเช่าโดยเอกสารที่ผู้เช่าจะต้องนำมาทำสัญญาเช่า ประกอบด้วย 1.บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง) เพื่อใช้ยืนยันตัวบุคคล และใช้เป็นข้อมูลในการทำสัญญา ตามข้อมูลทะเบียนราษฎร์2.ทะเบียนบ้านปัจจุบันของตนเอง3.หนังสือรับรองรายได้4.หนังสือมอบอำนาจ (กรณีทำการแทน)5.หนังสือการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)6.หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง (กรณี First Jobber 18-19 ปี) หรือทะเบียนสมรส ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียด หน่วยว่างพร้อมเช่าได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1EO_3uqRuBuUvTdDVbCaWy_t6FacBY3Nt/view “รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในราคาที่เข้าถึงได้ สอดคล้องกับรายได้ ไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ ภาคการก่อสร้าง กระจายรายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจรากฐานอีกด้วย ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่การเคหะแห่งชาติ โทร.สายด่วน 1615 หรือ www.nha.co.th” นายอนุกูล ระบุ
TNN ช่อง16 • 27 มิ.ย. 68
อ่าน
Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================
ทราเวล ทิปส์ • 13 พ.ค. 68
อ่าน
หอพักย่านรังสิต! สคบ. ร่วมกับตำรวจ ตรวจสอบเข้ม ถูกร้องเอาเปรียบผู้เช่า
นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภค กรณีผู้ประกอบการหอพักย่านรังสิตเอาเปรียบ โดยมีการทำสัญญาเช่าที่ไม่เป็นธรรม และมีการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ข่มขู่ สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้บริโภค นางสาวจิราพรจึงได้สั่งการให้ สคบ. เร่งตรวจสอบและติดตามโดยด่วนโดยเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ สคบ. ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต เพื่อวางแผนดำเนินการแก้ไขปัญหา และในวันที่ 25 เมษายน 2568 ได้มีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีผู้เสียหายทั้งหมด จำนวน 17 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้เสียหาย จำนวน 3 ราย ได้ยื่นเรื่องร้องทุกข์กับ สคบ.แล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการ สำหรับผู้เสียหายจำนวน 14 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต รับเรื่องไปเพื่อสอบปากคำ และจะรวบรวพยานหลักฐานดำเนินการต่อไปต่อมา วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 สคบ.ได้ประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต เพื่อนำเรื่องร้องทุกข์ของผู้ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 14 ราย กรณีการเช่าห้องพักอาศัย ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านเมืองเอก ตำบลหลักหก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ไปดำเนินการตามกฎหมาย และออกหนังสือเรียกผู้ประกอบการมาชี้แจง ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2568ทั้งนี้ หากผู้ประกอบธุรกิจได้รับหนังสือแล้วไม่มาพบ ก็จะเป็นความผิดฐานไม่มาให้ถ้อยคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องระวางโทษ ตามมาตรา 45 จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ล่าสุด วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา พนักงานเจ้าหน้าที่ สคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจ กลับไม่พบบุคคลใดแสดงตนเป็นเจ้าของหอพัก จึงได้เดินทางไปสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต เพื่อลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานนางสาวจิราพร กล่าวเพิ่มเติมว่า สคบ. จะติดตามและดำเนินการช่วยเหลือผู้บริโภคอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม หากพบว่าผู้ประกอบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาลตำบลหลักหก เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้อาคารว่าดำเนินการถูกต้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 หรือไม่รวมถึงประสานกรมกิจการเด็กและเยาวชน เพื่อตรวจสอบว่าผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวมีลักษณะการประกอบธุรกิจหอพักตาม พ.ร.บ. หอพัก พ.ศ. 2558 หรือไม่ และกรมสรรพากรเพื่อทำการตรวจสอบเกี่ยวกับรายได้ และการเสียภาษีว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมทุกด้าน
TNN ช่อง16 • 3 พ.ค. 68
อ่าน
Welcome Home Club by CP LAND (WHC) บริการหลังการขายระดับพรีเมียม พร้อมรับประกันโครงสร้างถึง 10 ปี
Welcome Home Club by CP LAND (WHC) บริการหลังการขายระดับพรีเมียม พร้อมรับประกันโครงสร้างถึง 10 ปี ยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย มาตรฐานคุณภาพเพื่อทุกชีวิต 29เมษายน 2568 - กรุงเทพ ,บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ นำเสนอWelcome Home Club by CP LAND หรือ WHCบริการหลังการขายที่มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยเหนือระดับ ดูแลลูกบ้านตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้า พร้อมบริการดูแลสุขภาพบ้านอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการดูแลงานรับประกันโครงสร้างบ้านยาวนานถึง 10 ปี* สำหรับลูกบ้านโครงการใหม่ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัยด้วยมาตรฐานการดูแลครอบคลุมความต้องการของลูกบ้านนาย ดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโสธุรกิจการขายและการตลาดโครงการ บริการหลังการขายและบริการลูกค้าCP LANDกล่าวว่าCP LANDมุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เป็นมากกว่าการสร้างบ้าน เราให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบเราเชื่อว่าที่อยู่อาศัยที่ดีไม่ใช่แค่การมีโครงสร้างแข็งแรงหรือการออกแบบที่สวยงามเท่านั้นแต่ต้องมาพร้อมกับบริการหลังการขายที่ตอบโจทย์ความต้องการWHCจึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางการดูแลลูกบ้านอย่างครบวงจร พร้อมอยู่เคียงข้าง สนับสนุนการใช้ชีวิตให้เป็นเรื่องง่าย อุ่นใจ และปลอดภัยในทุกวันตลอดระยะเวลาการอยู่อาศัย ตั้งแต่ การรับมอบบ้าน การดูแลหลังการขายไปจนถึงบริการช่วยเหลือด้านสินเชื่อและโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับการดูแลอย่างมืออาชีพและสะดวกสบายสูงสุด นอกจากนี้นายดำรงศักดิ์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าCP LANDได้เปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายอาทิ SOū Khon Kaen (โซ-แอนด์ ขอนแก่น), RI-NÉ Khon Kaen (รี-เน่ ขอนแก่น), LUXRIVA RESIDENCES (ลักซ์ริวา เรสซิเดนเซส)โครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี ใจกลางเมืองนครศรีธรรมราช และล่าสุดกับโครงการSŌLVANI(โซลวานี)ในหลากหลายทำเลศักยภาพ ทั้งนครสวรรค์ พิษณุโลก และรามอินทรา จะได้รับ สิทธิพิเศษจากWHCอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับการดูแลอย่างครบวงจร ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัย และมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับทุกครอบครัวนางสาว ณัฐกมล สังข์ทอง ผู้จัดการฝ่ายบริการหลังการขาย กล่าวเสริมอีกว่า WHC เป็นบริการที่ออกแบบมาเพื่อดูแลลูกบ้านในทุกมิติ ตั้งแต่การรับมอบบ้าน การโอนกรรมสิทธิ์ การดูแลโครงสร้างบ้าน ไปจนถึงบริการดูแลสุขภาพบ้าน ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถอยู่อาศัยได้อย่างมั่นใจและสบายใจมากขึ้น ด้วยมาตรฐานการให้บริการระดับพรีเมียมจาก CP LAND บริการพิเศษจาก WHC เพื่อการอยู่อาศัยที่อุ่นใจ ไร้กังวล บริการ Contact Center ผู้ช่วยส่วนตัว One Stop Serviceบริการนี้ช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนเกี่ยวกับโครงการต่างๆ พร้อมรับเรื่องและประสานงาน งานรับประกัน 10 ปี งานซ่อมแซมเพื่อติดตามความคืบหน้าและตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพบริการให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อให้คำแนะนำเรื่องสินเชื่อส่วนตัว ช่วยแนะนำ ประเมินรายได้ และคำนวณการผ่อน ทำให้คุณมีบ้านได้ง่ายๆ พร้อมการดูแลและให้คำแนะนำตั้งแต่ การเริ่มต้นยื่นสินเชื่อ การเตรียมเอกสาร จนไปถึงขั้นการโอนบริการตรวจรับมอบบ้านและห้องชุดทีมงาน WHC ช่วยตรวจสอบคุณภาพบ้านและห้องชุดก่อนการส่งมอบ ให้คำแนะนำเพื่อสร้างความมั่นใจว่าบ้านหรือห้องชุดของลูกค้าพร้อมสำหรับการเข้าอยู่อย่างสมบูรณ์แบบบริการโอนกรรมสิทธิ์บริการนี้ช่วยลดความยุ่งยากในการโอนกรรมสิทธิ์ ด้วยการให้คำแนะนำที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมช่วยดำเนินการให้รวดเร็วและง่ายขึ้น เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องพบกับขั้นตอนที่ซับซ้อนบริการดูเเลสุขภาพบ้าน ทีมงาน WHC พร้อมดูแลบ้านของคุณอย่างต่อเนื่อง ด้วยบริการรับประกันคุณภาพบ้านนาน 10 ปี และงานซ่อมแซม เพื่อให้คุณมั่นใจในคุณภาพและความสะดวกสบายของบ้านในทุกๆ วัน บริการนี้ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการเข้าอยู่ CP LAND มุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เป็นมากกว่าการสร้างบ้านเราให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ WHC จึงเป็นอีกหนึ่งบริการที่เราพร้อมนำเสนอ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกบ้านอย่างครบวงจร และ เสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ตามปรัชญาของแบรนด์ Accessible Communities for Life คุณภาพเพื่อทุกชีวิต#CPLAND#AccessibleCommunitiesForLife #คุณภาพเพื่อทุกชีวิต #CPLANDProperty#LUXRIVARESIDENCES #SOūKhonKaen #RINÉKhonKaen #SOLVANI #WHC #WelcomeHomeByCPLAND #บ้านและคอนโดมิเนียม #บริการสินเชื่อบ้าน #มาตรฐานการอยู่อาศัย #บริการที่อยู่อาศัยครบวงจร #โครงการใหม่CPLAND #AfterSalesServices #ซีพีแลนด์รับประกัน10ปี #CPLAND10YearsWarranty
TNN ช่อง16 • 29 เม.ย. 68
อ่าน
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2568 ใครต้องลงใหม่ เช็กเลยก่อนพลาดเงิน 1,545 บาท
เปิดเกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2568 กลุ่มไหนต้องลงทะเบียนรอบใหม่? เช็ก 10 คุณสมบัติผ่านแอป “ทางรัฐ” รับสิทธิช่วยเหลือสูงสุด 1,545 บาทต่อเดือนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2568 กำลังเข้าสู่การพิจารณาหลักเกณฑ์ใหม่ โดยกระทรวงการคลังเตรียมเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น กลุ่มที่ต้องลงทะเบียนใหม่คนที่ไม่เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งมีอายุครบ 18 ปี รวมถึงกลุ่มตกหล่นจากรอบปี 2565ผู้ถือบัตรปัจจุบัน จำนวน 14.5 ล้านคน ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ แต่กระทรวงการคลังจะคัดกรองสิทธิให้อัตโนมัติ10 คุณสมบัติสำคัญที่ต้องรู้ ก่อนลงทะเบียน1. สัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป2. รายได้ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี ต่อคน และในครอบครัวเฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาท/คน3. ทรัพย์สินทางการเงินไม่เกิน 100,000 บาท/คน4. ไม่มีอสังหาริมทรัพย์เกินเกณฑ์5. ไม่มีบัตรเครดิต6. ไม่มีวงเงินกู้ซื้อบ้านตั้งแต่ 1.5 ล้านบาทขึ้นไป7. ไม่มีวงเงินกู้รถยนต์ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป8. ไม่เป็นพระ ภิกษุ สามเณร ผู้ต้องขัง ข้าราชการ หรือผู้รับบำนาญ9. ไม่ถือครองพันธบัตรหรือสลากเกินเกณฑ์10. ต้องลงทะเบียนรายบุคคล ตรวจสอบแบบครอบครัว สิทธิประโยชน์ที่ได้รับเงินช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,545 บาท/เดือนค่าสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาทค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทส่วนลดก๊าซหุงต้ม 80 บาท (ทุก 3 เดือน)บรรเทาค่าน้ำ 100 บาท/เดือนบรรเทาค่าไฟ 315 บาท/เดือนลงทะเบียนผ่านแอป “ทางรัฐ” เท่านั้นกระทรวงการคลังและสำนักงานเศรษฐกิจการคลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบระบบลงทะเบียนให้มีความรัดกุม เพื่อกันคนไม่เข้าเกณฑ์สวมสิทธิ พร้อมพัฒนาเกณฑ์ใหม่ที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
TNN ช่อง16 • 24 เม.ย. 68
อ่าน
ลดค่าโอนบ้าน-คอนโดไม่เกิน 7 ล้าน มีผลแล้ว
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 จำนวน 2 ฉบับ เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคาร ที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ และอีกฉบับ เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด กรณีห้องชุดเพื่อบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการจะซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และเพื่อการส่งเสริมการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งหลักเกณฑ์และเงื่อนไขนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ค่าจดทะเบียน "โอน" อสังหาริมทรัพย์จาก 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียน "จำนอง" อสังหาริมทรัพย์ จาก 1% เหลือ 0.01% เฉพาะที่จดทะเบียนโอนในคราวเดียวกัน สำหรับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ อาคารที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว หรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารที่อยู่อาศัย หรือห้องชุดในอาคารชุด (คอนโดมิเนียม) โดยมีราคาซื้อขาย และราคาประเมินทุนทรัพย์ ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนอง ไม่เกิน 7 ล้านบาท ต่อสัญญา โดยไม่รวมถึงกรณีการขายเฉพาะส่วน ทั้งนี้ สำหรับผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดา สัญชาติไทยเท่านั้น
TNN ช่อง16 • 22 เม.ย. 68
ดูเพิ่มเติม