รีเซต

ผลการค้นหา “挪威签证怎么购买[办证网:bbzz58.com]-专业挪威签证怎么购买(证件网:ban58.com)-麻城挪威签证怎么购买哪里有-可以找挪威签证怎么购买l5” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
บริการอำนวยความสะดวกด้านไลฟสไตล์
สิทธิพิเศษ

บริการอำนวยความสะดวกด้านไลฟสไตล์

บริการอำนวยความสะดวกด้านไลฟสไตล์ - บริการจองโรงแรมที่พัก โรงแรมชั้นนำทั้งภายในและต่างประเทศ และบริการจองที่นั่งสำหรับร้านอาหารชั้นนำ- บริการจัดจองตั๋วเพื่อความบันเทิงต่าง ๆ บริการจองตั๋วภาพยนตร์, บัตรชมคอนเสิร์ต, งานแสดงต่าง ๆ- บริการสั่งดอกไม้- บริการจองรถกอล์ฟไฟฟ้า รับ-ส่งภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่ประตูทางออกเครื่องจนถึงจุดตรวจคนเข้าเมืองหรือจุดต่อเครื่อง- บริการจองล้างรถฟรี ที่ศูนย์บริการล้างรถโปรคลีน ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ- U Drink I Drive Service : บริการช่วยจัดหาพนักงานขับรถส่งถึงบ้านสามารถติดต่อขอให้บริการผ่าน TrueBlack Call Center 1236 หรือ +6699 998 1236 จากต่างประเทศ 1. บริการพิเศษประสานงานเพื่อช่วยเหลือดูแล อำนวยความสะดวก ให้กับลูกค้าเฉพาะบุคคล (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)2. บริการอํานวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์ ที่ทรูเป็นผู้ประสานงานจัดหาเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น3. ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าบริการและสินค้าเอง

คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน 21 มิ.ย.นี้ .ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันที
อ่าน

คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน 21 มิ.ย.นี้ .ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันที

#ทันหุ้น คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน21มิ.ย.นี้.ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันทีด่วนแจ้งเตือนผู้ถือ"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"รุ่นปัจจุบัน13.18ล้านคนรีบลงทะเบียนรับส่วนลด"ค่าไฟ-ค่าน้ำ"ภายใน19มิ.ย.นี้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงการคลังได้เปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน)ได้ยืนยันตัวตนเพื่อขอรับสิทธิ์การถือบัตรดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.เป็นต้นมา จนถึงขณะนี้ ได้รับรายงานว่า ยังมีผู้ถือบัตรคนจนยังไม่มายืนยันสิทธิ์จำนวนประมาณ 1 ล้านคน หากไม่มายืนยันสิทธิ์ภายในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ จะถือว่า ไม่ประสงค์ขอรับสิทธิ์ถือบัตรคนจน ซึ่งกระทรวงการคลังจะติดสิทธิ์ทันที“เราประเมินว่า ผู้ที่ไม่มายืนยันตัวตน อาจจะไม่ต้องการถือบัตรคนจน เนื่องจาก มีรายได้เกินเกณฑ์แล้ว”ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากระทรวงการคลังได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรุ่นปัจจุบันจำนวน13.18ล้านคนที่ลงทะเบียนตั้งแต่ปี65รีบดำเนินการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคทั้งค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาโดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเป็นวันสุดท้ายในวันที่19มิ.ย.นี้ก่อนเวลา16.30น.เท่านั้นย้ำหากพ้นกำหนดจะไม่สามารถรับสิทธิ์ในรอบนี้ได้ทันที“ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ทันต่อการจัดสรรงบประมาณเยียวยาในช่วงครึ่งปีหลังโดยการลงทะเบียนครั้งนี้จะเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพสำหรับรอบบิลค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาประจำเดือนก.ค.69ถึงรอบบิลส.ค. 69”สำหรับช่องทางลงทะเบียนส่วนลดค่าไฟฟ้า ให้เลือกตามหน่วยงานในพื้นที่ของตัวเอง การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://meaeservice.mea.or.th/welfare สายด่วน: โทร. 1130 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์:https://welfareregis.pea.co.th/Register  สายด่วน: โทร. 1129  และกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ (กฟส.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://walfareregis.sea.co.th หรือโทร. 086-848-1284ส่วนช่องทางลงทะเบียนส่วนลดค่าน้ำประปาพื้นที่การประปานครหลวง(กปน.)ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://eservicesapp.mwa.co.th/ES/MWAWelfareServletหรือสายด่วนโทร. 1125และการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://register.pwa.co.th/welfare-register.htmlหรือสายด่วนโทร. 1662

บขส. ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขั้นตอนใช้สิทธิ์ ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส.
อ่าน

บขส. ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขั้นตอนใช้สิทธิ์ ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส.

บขส. หรือ BKS เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ประชาชนใช้สิทธิ์เดินทางด้วย รถโดยสารสาธารณะ ได้! โดย รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ 60% ส่วนประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ และกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ วิธีใช้ ไทยช่วยไทยพลัส 2569 เติมเงินเท่าไหร่ ซื้ออะไร คนละครึ่งพลัส Narin Nonthamand / Shutterstock.com ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส. ขั้นตอนการใช้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส รถโดยสาร บขส. มีเงื่อนไขดังนี้ สามารถใช้สิทธิผ่าน แอปพลิเคชัน เป๋าตัง ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ระยะเวลา 4 เดือน ในช่วง เวลา 06.00-23.00 น. ณ ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสารของสถานีเดินรถ BKS จำนวน 139 แห่งทั่วประเทศ ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ภายในวงเงินที่ได้รับสิทธิจากรัฐ 200 บาทต่อวัน กรณีที่ค่าโดยสารเกินวงเงินที่ได้รับต้องจ่ายส่วนต่างเป็นเงินสด หรือใช้วงเงินในแอปฯ เป๋าตัง จ่ายก็ได้ ซื้อตั๋วรถโดยสารได้ทุกมาตรฐาน ทุกเส้นทาง ใช้ร่วมกับ สิทธิส่วนลดค่าโดยสารของ สมาชิก BKS Member ได้ 5-10% ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด เมื่อซื้อตั๋วโดยสารแล้วไม่สามารถคืนตั๋วได้ทุกกรณี กรณีผู้ใช้สิทธิซื้อตั๋วรถโดยสารโดยไม่ได้เดินทางเอง ต้องแจ้งชื่อผู้เดินทาง พร้อมเลขที่บัตรประชาชนของผู้เดินทางก่อนการออกตั๋วรถโดยสาร Wanolan Sriboonkam / Shutterstock.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และจองตั๋ว BKS ได้ที่ เว็บไซต์ BKS https://tcl99web.transport.co.th Application : BKS E ticket Facebook Page : บขส. https://www.facebook.com/BorKorSor99 ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร BKS ทั่วประเทศ โทร. 0-2936-3660

ซื้อดีไหม JR Pass เที่ยวญี่ปุ่น ทริปนี้ คุ้มไหม ต้องดูอะไรบ้าง รู้ก่อนซื้อพาส?
อ่าน

ซื้อดีไหม JR Pass เที่ยวญี่ปุ่น ทริปนี้ คุ้มไหม ต้องดูอะไรบ้าง รู้ก่อนซื้อพาส?

ก่อนไป เที่ยวญี่ปุ่น เรื่องน่าหัวหัวสำหรับการวางแผนทริปก็คือ จะซื้อ JR Pass ดีไหม ซื้อ JR Pass คุ้มไหม ตามเรามาดูกันค่ะว่า ก่อนที่ตัดสินใจซื้อ JR Pass นั้น เราต้องพิจารณาถึงอะไรบ้าง เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อพาส จะได้คุ้มค่าที่สุด YingHui Liu / Shutterstock.com ไปเที่ยวญี่ปุ่น ซื้อ JR Pass คุ้มไหม ต้องดูอะไรบ้าง JR Pass คือ ตั๋วรถไฟของ Japan Railway Company Group ซึ่งสามารถขึ้นรถไฟได้ไม่จำกัด ทั้งขบวนรถไฟชานเมือง รถเร็ว รถด่วน รถไฟชินกันเซ็น ซึ่งเป็นบัตรโดยสารที่ราคาประหยัดกว่าการซื้อตั๋วรถไฟเป็นรายเที่ยว โดย JR Pass ในแต่ละพื้นที่จะมีเงื่อนไขในการใช้ จำนวนวัน และ เวลาใช้พาส แตกต่างกันออกไป 1. ทริปนี้เดินทางด้วยรถไฟเยอะแค่ไหน ก่อนซื้อ JR Pass ให้ลองคิดพิจารณาดูก่อนว่า ในทริปเที่ยวญี่ปุ่นของเรานั้น การเดินทางส่วนใหญ่เป็นแบบไหน เดินทางด้วยรถไฟมากน้อยขนาดไหน หรือบางเมืองที่เดินทางไปนั้น อาจจะสะดวกด้วยการเดินทางแบบอื่นมากกว่า เช่น เกียวโต เหมาะที่จะนั่งรถบัสเที่ยวมากกว่า หรือเน้นเดินเที่ยว ช้อปปิ้ง มากกว่า ไม่ค่อยได้ไปสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องนั่งรถไฟไป เป็นต้น 2. รถไฟส่วนใหญ่ที่ต้องใช้ในการเดินทาง เป็นรถไฟของ JR หรือไม่ ในการเดินทางด้วยรถไฟในแต่ละพื้นที่ของญี่ปุ่นนั้น รถไฟบางขบวนก็เป็นขบวนรถอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการดูแลของ JR หากทริปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ แผนเที่ยวที่วางไว้ต้องเดินทางโดยใช้รถไฟอื่นๆ หรือ ขบวนรถไฟท่องเที่ยวพิเศษอื่นๆ ที่ไม่ได้ครอบคลุมอยู่ใน JR Pass ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องซื้อ JR Pass oatautta / Shutterstock.com 3. ต้องใช้รถไฟชินกันเซ็นเดินทางเยอะไหม หลายๆ คนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นใน 1 ทริป แล้วใช้รถไฟชินกันเซ็นเดินทางข้ามภูมิภาค ข้ามจังหวัด เพื่อประหยัดเวลาในการเดินทาง บอกเลยว่า JR Pass นั้น ตอบโจทย์สุดๆ ค่ะ เช่น วางแผน เที่ยวโตเกียว แล้วไปต่อที่โอซาก้า หรืออื่นๆ แค่นั่งรถไฟชินกันเซ็นสัก 2 เที่ยว ก็คุ้มค่า JR Pass ในการเดินทางแล้ว (รถไฟชินกันเซ็น สามารถใช้ JR Pass ได้ในชั้นธรรมดา สำหรับ Green Car ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) 4. คำนวณค่าตั๋วรายเที่ยวโดยประมาณ สำหรับใครที่ยังไม่มั่นใจ ให้ลองคำนวณค่าตั๋วรถไฟรายเที่ยวโดยประมาณ มาเปรียบเทียบกับราคาของ JR Pass ก่อนดูได้ โดยสามารถประมาณได้คร่าวๆ ได้จาก เว็บคำนวณค่ารถไฟญี่ปุ่น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บคำนวนค่ารถไฟญี่ปุ่น JR Pass Calculator Giovanni G / Shutterstock.com 5. นับระยะเวลาการใช้งาน JR Pass ในการวางแผนทริป เราควรนับระยะเวลาในการใช้งาน JR Pass ให้ตรงกับ วัน เวลา ในการเดินทางด้วยรถไฟ JR ของเรา โดย JR Pass จะมีทั้งแบบ 3 วัน 5 วัน 7 วัน 14 วัน และอื่นๆ ลองคิดว่าในทริปนี้เราเดินทางด้วยรถไฟกี่วัน ใช้แบบไหน ซื้อแบบกี่วันถึงจะคุ้มค่าที่สุด 6. เลือกประเภทของ JR Pass ให้ถูกต้อง ครอบคลุม ที่สำคัญมากๆ ในการเลือกซื้อ JR Pass ในการเดินทางที่ญี่ปุ่นคือ การเช็กว่าสถานที่ที่เราจะเดินทางไปนั้น JR Pass ครอบคลุมหรือไม่ เพราะ JR Pass มีหลายแบบมากๆ โดยแต่ละพื้นที่จะมีกำหนดอยู่ว่าต้องใช้ JR Pass แบบใด เช่น หากเราวางแผนเที่ยวโตเกียว ไม่ได้เดินทางออกไปนอกเมืองไกลๆ ก็ใช้ JR Tokyo Wide Pass ที่ใช้เดินทางได้รอบโตเกียว แทนการซื้อ JR East Pass ได้ เป็นต้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ JR Pass มีกี่แบบ ไปไหนได้บ้าง ครบทุกพื้นที่ทั่วญี่ปุ่น ThroughKookLens / Shutterstock.com ===============

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
อ่าน

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์

เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
อ่าน

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!

ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง
อ่าน

รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง

เจาะลึก 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 อนุมัติไว ไม่ต้องเสี่ยงหนี้นอกระบบ ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจมีความผันผวน การมองหาช่องทางเสริมสภาพคล่องด้วยการกู้สินเชื่อถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกแหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้ อนุมัติไว และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณก้าวผ่านวิกฤตทางการเงินในปี 2569 ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับหนี้นอกระบบที่อันตราย สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมายคืออะไร สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย คือ บริการทางการเงินจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) โดยมีลักษณะเด่นคือการระบุอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน โปร่งใส มีหลักฐานการชำระเงินที่ตรวจสอบได้ และดอกเบี้ยต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ทำให้ผู้กู้มั่นใจได้ว่าจะได้รับความเป็นธรรมตลอดอายุสัญญา 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยทางการเงินที่วางใจได้ ในปี 2569 นี้มีแหล่งเงินทุนถูกกฎหมายที่ตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายรูปแบบ ดังนี้ 1. สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นสินเชื่อที่เน้นความอเนกประสงค์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนไปจัดการภาระต่าง ๆ จุดเด่นคือไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน การพิจารณาจะดูจากฐานรายได้และความมั่นคงทางการเงินเป็นหลัก ปัจจุบันมีการพัฒนาให้ขอได้สะดวกขึ้นผ่านช่องทางต่าง ๆ ของสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ 2. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนมีรถแต่ไม่อยากจอดรถทิ้งไว้ เพียงใช้เล่มทะเบียนรถเป็นหลักประกันในการกู้สินเชื่อ ก็สามารถรับเงินสดไปหมุนเวียนได้ทันที โดยที่คุณยังคงมีรถไว้ขับไปทำงานหรือประกอบอาชีพตามปกติ ที่สำคัญคืออาชีพอิสระที่ไม่มีสลิปเงินเดือนก็สามารถยื่นขอสินเชื่อประเภทนี้ได้ไม่ยาก 3. บัตรกดเงินสด เป็นวงเงินสำรองพร้อมใช้ที่เน้นความคล่องตัวสูง เมื่อได้รับอนุมัติวงเงินแล้วคุณสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM หรือโอนเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อดีคือคิดดอกเบี้ยตามยอดที่ใช้จริง และเมื่อชำระคืน วงเงินก็จะหมุนเวียนกลับมาให้คุณใช้ใหม่ได้ทันทีในยามฉุกเฉิน 4. สินเชื่อที่ดินแลกเงิน สินเชื่อสำหรับผู้ที่มีสินทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเปล่า หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยการนำโฉนดมาเป็นหลักประกันแลกเงินก้อน วิธีนี้มักจะได้วงเงินที่ค่อนข้างสูงและดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสินเชื่อบางประเภท แต่อยากให้พิจารณาเป็นทางเลือกท้าย ๆ หากที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยเพียงแห่งเดียวของคุณ 5. สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ นวัตกรรมการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลที่สุด เพราะสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ 100% บางผู้ให้บริการทราบผลอนุมัติไวมากภายใน 10-30 นาที ใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ในการพิจารณาแทนเอกสารกระดาษ ทำให้ผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ยากมีโอกาสได้รับเงินทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น ข้อควรระวังที่ต้องรู้ แม้จะเป็นแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย แต่การกู้สินเชื่อก็มีข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อสุขภาวะทางการเงินที่ดี ตรวจสอบผู้ให้บริการ: ก่อนตัดสินใจสมัคร ควรตรวจสอบรายชื่อแอปพลิเคชันหรือสถาบันการเงินผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยเสมอเพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง ประเมินความสามารถในการชำระ: ไม่ควรกู้เกินกำลังรายได้ที่มี เพราะภาระหนี้ที่สูงเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อเครดิตในระยะยาว อ่านสัญญาให้ละเอียด: ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแฝงต่าง ๆ ให้แน่ใจว่าถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้ก่อนกดยืนยัน ผู้เชี่ยวชาญจาก Promise เน้นย้ำถึงการกู้สินเชื่ออย่างปลอดภัยว่า ควรตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ พร้อมทั้งควรประเมินรายได้เพื่อไม่ให้กู้เกินกำลังจนกระทบต่อเครดิตในระยะยาว และที่สำคัญต้องตรวจสอบรายละเอียดสัญญา อัตราดอกเบี้ย รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วนก่อนกดยืนยันเพื่อให้มั่นใจว่าได้รับเงื่อนไขที่เป็นธรรม สรุปบทความ การเลือกใช้บริการทางการเงินจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมายในปี 2569 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การจัดการปัญหาการเงินมีความมั่นคงและปลอดภัย การเข้าถึงสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือด้วยเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นธรรม จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางที่สะดวกทั้งรูปแบบสาขาหรือแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำเตือน: ควรเลือกกู้เงินจากแหล่งที่ถูกกฎหมายและตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์แบงก์ชาติทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย ควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้และกู้เท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาเครดิตทางการเงินและป้องกันปัญหาหนี้สินเกินตัวในอนาคต

ไม่มีแล้วน้องเจแปน ญี่ปุ่นให้ซื้อยาคุมฉุกเฉินเองได้ ไม่ต้องง้อใบสั่งแพทย์แล้ว
อ่าน

ไม่มีแล้วน้องเจแปน ญี่ปุ่นให้ซื้อยาคุมฉุกเฉินเองได้ ไม่ต้องง้อใบสั่งแพทย์แล้ว

ใครมีแพลนไป เที่ยวญี่ปุ่น มีเรื่องอยากให้อัปเดต นั่นคือ ทางการญี่ปุ่นประกาศให้เราสามารถหาซื้อ ยาคุมฉุกเฉิน ได้ง่ายๆ ตามร้านขายยาทั่วไปกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศแล้ว ที่สำคัญคือเดินเข้าไปซื้อได้เลย จากแต่ก่อนที่ จำเป็นต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น นับว่าสะดวกสำหรับใครที่เกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างทริปแล้วไม่อยากไปวุ่นวายกับขั้นตอนเยอะๆ ที่โรงพยาบาลญี่ปุ่นครับ ญี่ปุ่นให้ซื้อยาคุมฉุกเฉินเองได้ ไม่ต้องง้อใบสั่งแพทย์แล้ว ยาที่ให้ขายตามร้านยาจะเป็นยี่ห้อ NorLevo ซึ่งตัวนี้เป็นยาที่ไว้ใจได้ และมีมาตรฐานดี แต่กฎเหล็กที่ต้องจำไว้ให้แม่นก็คือ ยาตัวนี้จะได้ผลดีที่สุดถ้าเรากินภายใน 72 ชั่วโมง หรือไม่เกิน 3 วันหลังจากเกิดเรื่องนะ ยิ่งกินเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งช่วยป้องกันได้ดีขึ้นเท่านั้นครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาเมื่อไหร่ ให้รีบมองหาร้านขายยาที่มีเภสัชกร แล้วเข้าไปปรึกษาได้เลย เรื่องราคาก็แอบสูงกว่าที่บ้านเรานิดนึง ยา NorLevo ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 7,480 เยน หรือตีเป็นเงินไทยก็ราวๆ 1,5xx - 1,8xx บาท (แล้วแต่ค่าเงินในช่วงนั้น) ถึงจะดูแพงหน่อยแต่เพื่อความปลอดภัย และความถูกต้องตามกฎหมายญี่ปุ่นก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่ แต่! ยานี้ห้ามสั่งซื้อออนไลน์เด็ดขาด และไม่มีขายในเซเว่นหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไปด้วย ต้องไปที่หน้าร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ขั้นตอนและเงื่อนไขการซื้อ เพื่อให้การซื้อยาเป็นไปอย่างถูกต้อง เภสัชกรญี่ปุ่นจะมีระเบียบปฏิบัติที่ค่อนข้างเคร่งครัดดังนี้ ผู้ใช้ต้องไปซื้อด้วยตัวเองเท่านั้นไม่สามารถฝากเพื่อน แฟน หรือบุคคลที่สามไปซื้อให้ได้ (เภสัชกรจะไม่ขายให้ผู้ชายเด็ดขาด) ต้องกินต่อหน้าเภสัชกร เภสัชกรจะให้ทานยาต่อหน้าทันที ณ ร้านที่ซื้อ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ให้มั่นใจว่าเราใช้ยาถูกวิธี และทันเวลาจริงๆ ไม่มีจำกัดอายุ ไม่ต้องขอความยินยอมจากผู้ปกครอง แต่สำหรับบุคคลอายุต่ำกว่า 16 ปี เภสัชกรอาจแนะนำให้ปรึกษาสูตินรีแพทย์เพิ่มเติม การประเมินโดยเภสัชกรเภสัชกรที่ผ่านการอบรมจะใช้ Check-list สอบถามข้อมูลเบื้องต้นเพื่อยืนยันว่าคุณสามารถทานยานี้ได้ (แนะนำให้ใช้ Google Translate ช่วยสื่อสารหากไม่สันทัดภาษาญี่ปุ่น) สุดท้ายนี้ต้องบอกก่อนนะว่ายาคุมฉุกเฉินไม่ได้ป้องกันได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ พอจบทริปกลับถึงไทยแล้ว แนะนำให้ลองตรวจเช็กหรือไปหาหมออีกรอบหลังจากผ่านไปสัก 3 สัปดาห์เพื่อความชัวร์ครับ และถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันรุนแรงถึงขั้นโดนล่วงละเมิดมา ให้บอกเภสัชกรได้ทันที เขาพร้อมจะช่วยประสานงานกับหน่วยงานช่วยเหลือในพื้นที่ให้เราด้วยครับ ==================== ข้อมูล : ญี่ปุ่นเริ่มจำหน่ายยาคุมฉุกเฉินแบบไม่ต้องมีใบสั่งยาแล้ว | NHK WORLD-JAPAN News

กฎใหม่สิงคโปร์ No-Boarding Directive ไม่มีที่พัก ไม่มีตั๋วขากลับ ห้ามเข้าประเทศ!
อ่าน

กฎใหม่สิงคโปร์ No-Boarding Directive ไม่มีที่พัก ไม่มีตั๋วขากลับ ห้ามเข้าประเทศ!

สิงคโปร์ยกระดับความเข้มงวดขั้นสุดเพื่อสกัดผีน้อย และยกระดับความปลอดภัยชายแดน วันนี้ Travel.TrueID จะพาทุกคนไปเจาะลึกมาตรการใหม่ No-Boarding Directive (NBD) ว่าคืออะไร แล้วเราต้องเตรียมตัวยังไงไม่ให้ทริปล่มตั้งแต่อยู่ที่ไทยครับ กฎใหม่สิงคโปร์ No-Boarding Directiveไม่มีที่พัก ไม่มีตั๋วขากลับ ห้ามเข้าประเทศ! ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2569 เป็นต้นไป สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและด่านตรวจของสิงคโปร์ (ICA) ได้เริ่มใช้มาตรการ "No-Boarding Directive" หรือเรียกสั้นๆ ว่า NBD ซึ่งเป็นตัวช่วยคัดกรองนักเดินทางตั้งแต่ต้นทาง กันเลยทีเดียว มาตรการ NBD คืออะไร? ปกตินักท่องเที่ยวไทยมักจะไปลุ้นกันที่ด่าน ตม. ที่สนามบินชางงีใช่ไหมครับ? แต่กฎใหม่นี้คือการเช็กก่อนบิน ครับ โดยทาง ICA จะนำข้อมูลผู้โดยสารที่สายการบินส่งให้มาทำการตรวจสอบล่วงหน้า หากระบบพบว่าใครเป็นบุคคลต้องห้าม ไม่พึงประสงค์ หรือไม่มีคุณสมบัติ/เอกสาร ไม่ครบตามข้อกำหนดในการเข้าประเทศ (เช่น เข้าข่ายมาทำงานผิดกฎหมายหรือผีน้อย) ICA จะส่งคำสั่ง NBD ไปยังสายการบินทันที เพื่อระงับการออกบัตรที่นั่ง (Boarding Pass) ทำให้เราอดบิน ตั้งแต่ตอนเช็กอินที่ไทยนั่นเอง เพื่อให้ผ่านฉลุยแบบไร้กังวล พนักงานสายการบินอาจมีการตรวจสอบเอกสารเหล่านี้เพิ่มเติมก่อนให้ขึ้นเครื่องครับ ตั๋วเครื่องบินขากลับ ✈️: ต้องมีหลักฐานการจองตั๋วกลับไทย หรือตั๋วไปประเทศที่สามอย่างชัดเจน (ห้ามซื้อตั๋วขาเดียว) หลักฐานที่พัก 🏨: ใบจองโรงแรมต้องระบุชื่อเราชัดเจน หรือหากพักกับคนรู้จัก ต้องมีที่อยู่และเบอร์ติดต่อในสิงคโปร์ที่ตรวจสอบได้ แผนการท่องเที่ยว 🗺️: ควรเตรียมแผนคร่าวๆ ว่าจะไปที่ไหนบ้าง เพื่อยืนยันว่าเรามาเที่ยวจริงๆ พาสปอร์ต 📕: ต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน ถ้าโดนปฏิเสธการขึ้นเครื่อง ต้องทำยังไง? หากใครที่ถูกสั่ง NBD แต่ยังยืนยันว่าต้องการเข้าประเทศสิงคโปร์ คุณไม่สามารถจองตั๋วใหม่แล้วไปเสี่ยงดวงอีกรอบได้ทันทีนะครับ แต่จะต้อง ติดต่อขออนุมัติจาก ICA เป็นกรณีพิเศษ เพื่อขออนุมัติเป็นกรณีไปก่อนจัดเที่ยวบินใหม่ ====================

อยากเข้าเกาหลีต้องทำไง? 5 หลักเตรียมตัวฉบับ 2026 ผ่านตม. เกาหลีฉลุย ไม่ต้องลุ้น
อ่าน

อยากเข้าเกาหลีต้องทำไง? 5 หลักเตรียมตัวฉบับ 2026 ผ่านตม. เกาหลีฉลุย ไม่ต้องลุ้น

อันยองฮาเซโย~ ปี 2026 นี้ ใครมีแพลนจะไปล่าอปป้า กินหมูย่างที่โซล หรือไปถ่ายรูปเช็กอินคาเฟ่สุดปังที่ เกาหลีใต้ บ้างยกมือขึ้น เชื่อว่าหลายคนยังแอบหวั่นใจกับ ตม. เกาหลี ในตำนาน ที่ทุกวันนี้ก็ยังมีข่าวให้เห็นอยู่ทุกวัน วันนี้เราเลยรวบรวมข้อมูลมาแชร์กันแบบเน้นๆ เพราะสิ่งที่ทำให้เราติด ตม. ไม่ใช่แค่เรื่องดวง แต่คือเรื่อง "ความสมเหตุสมผล" ล้วนๆ! ใครอยากเที่ยวเกาหลี มาเช็กลิสต์เตรียมตัวตามนี้เลย Yusia13 / Shutterstock.com อยากเข้าเกาหลีต้องทำไง? 5 วิธีเตรียมตัวฉบับ 2026 การเตรียมตัวดีคือการให้เกียรติกติกาบ้านเขา ถ้าข้อมูลเราเป๊ะ ความมั่นใจเรามา พี่ ตม. เกาหลีก็ขวางเราไม่ได้ 1. ที่พักต้องชัดเจน 🏠 กรณีพักบ้านเพื่อน หรือคนรู้จัก ถ้ากรอกที่อยู่เป็นบ้านคนอื่น เตรียมตัวโดนถาม! เพื่อนชื่ออะไร ทำงานอะไร สนิทกันได้ยังไง ถ้าตอบตะกุกตะกัก หรือเจ้าบ้านไม่รับสายตอน ตม. โทรเช็ค = ส่งกลับทันที จองโรงแรมเพื่อหลอก ใครที่กะจองแล้วยกเลิกขอบอกว่าอย่าหาทำ! ตม. มีระบบเช็คอินออนไลน์ ถ้าตรวจพบว่าบุ๊คกิ้งถูกแคนเซิลไปแล้ว หรือชื่อไม่ตรงคนเดินทาง เขาจะถือว่าเราบิดเบือนข้อมูล ทำเลต้องสงสัย จองเกสต์เฮาส์ราคาถูกเว่อร์ในย่านแรงงานหนาแน่น (เช่น อึมซอง หรือ คยองกี) อันนี้พี่ ตม. เขาเพ่งเล็งเป็นพิเศษว่ามาเที่ยวจริงหรือมาหางานกันแน่ 2. แผนเที่ยวต้องไม่ใช่แค่ Copy-Paste 🗺️ แผนเที่ยวแบบลอยๆ "Day 1: Seoul, Day 2: jeju island" แบบนี้ใครก็พิมพ์ได้! แผนเที่ยวที่ดีต้องมีรายละเอียดว่าเดินทางยังไง อยู่ตรงไหน แผนไม่เมคเซนส์ พักโซลแต่จะไปปูซานทุกวัน? หรือที่พักอยู่ไกลมากแต่แผนเที่ยวมีแค่ในเมือง แบบนี้พี่ ตม. ดูออกว่าไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยวจริง จำแผนตัวเองไม่ได้ ตม. อาจจะถามคำถามเดิมซ้ำๆ ถ้าเราจำไม่ได้ว่าพรุ่งนี้จะไปไหน หรือตอบไม่ตรงกับที่พิมพ์มา อันนี้งานเข้าแน่ 3. โปรไฟล์งานต้องเป๊ะ 💼 ใบรับรองการทำงาน ต้องเป็นภาษาอังกฤษที่มีหัวจดหมายบริษัทชัดเจน เบอร์โทรที่ระบุต้องติดต่อได้จริง (ไม่ใช่เบอร์มือถือ) ชาว Freelance / อาชีพอิสระ ต้องโชว์ Statement สวยๆ มียอดเงินสม่ำเสมอ ยืนยันว่าเรามีรายได้เลี้ยงชีพ และตั้งใจกลับมาทำงานต่อที่ไทย ระวัง Social Media ยุคนี้ ตม. ขอดู TikTok/Facebook ได้ ถ้าเคยโพสต์ถามเรื่องงาน หรือกดติดตามเพจ "หางานเกาหลี" บอกเลยว่า จบเห่ 4. ท่าทาง และการสื่อสาร 🗣️ ประหม่าเกินไปมีพิรุธ การหลบสายตา มือสั่น ตอบเสียงเบา ทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือ พึ่งพา Google Translate มากไป ถ้าภาษาอังกฤษไม่ได้เลยแม้แต่พื้นฐาน ตม. จะสงสัยว่าเราจะเอาตัวรอดได้ยังไงในฐานะนักท่องเที่ยว อย่าเถียงเจ้าหน้าที่ ต่อให้เรามั่นใจแค่ไหน การแสดงอาการฉุนเฉียวจะทำให้ ตม. ตัดสินใจส่งเรากลับได้ง่ายขึ้นทันที 5. กระเป๋าเดินทางบอกความตั้งใจ 🧳 พกยาเยอะเกิน พกยาแก้ปวด ยาคลายเส้นไปเป็นแผงๆ เหมือนจะไปอยู่เป็นปี แบบนี้โดนสงสัยแน่ แฟชั่นต้องตรงฤดูไปหน้าหนาวแต่ใส่เสื้อสายเดี่ยวไม่มีเสื้อคลุม หรือพกชุดที่ดูเหมือนจะไปลงไร่ลงสวน (รองเท้าบูท ปลอกแขน) อันนี้เสี่ยงโดนเรียกเข้าห้องเย็นสุดๆ เงินวอนต้องมี แม้ตอนนี้จะใช้บัตรเครดิต/สแกนจ่ายได้แทบทุกที่ แต่การไม่มีเงินสดวอนติดตัวเลย ตม. จะมองว่าเรางบไม่พอเที่ยวได้นะ ====================

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
อ่าน

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง

สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

วิธีขึ้นรถไฟ ที่ ญี่ปุ่น ฉบับมือใหม่ ซื้อตั๋วรถไฟ ยังไง เดินทางได้ไม่สะดุด
อ่าน

วิธีขึ้นรถไฟ ที่ ญี่ปุ่น ฉบับมือใหม่ ซื้อตั๋วรถไฟ ยังไง เดินทางได้ไม่สะดุด

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ง่ายๆ แค่ขึ้นรถไฟเป็น เป็นคำพูดที่ถูกเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยค่ะ เพราะหัวใจหลักของ การเดินทางในญี่ปุ่น นั้น ก็คือ รถไฟ นั่นเอง เพราะฉะนั้นมือใหม่หัดเที่ยว ตามเรามาดู วิธีขึ้นรถไฟ ที่ ญี่ปุ่น ซื้อตั๋วรถไฟ ยังไง ให้ได้ไปเที่ยวกันแบบไม่สะดุดตามนี้เลยค่ะ วิธีขึ้นรถไฟที่ญี่ปุ่นเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ 1. การซื้อตั๋วโดยสาร สามารถใช้เงินสดซื้อตั๋วโดยสารรถไฟได้ หรือ ใช้ IC การ์ดที่ซื้อไว้ล่วงหน้าที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร (การ์ดเติมเงิน) ในการใช้บริการรถไฟได้เช่นกันค่ะ 2. วิธีซื้อตั๋วโดยสารจากเครื่องอัตโนมัติ ใครที่ใช้เงินสดซื้อตั๋วรถไฟจาก เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติ สามารถทำตามขั้นตอนตามต่อไปนี้ได้เลยค่ะ ตรวจสอบค่าโดยสารจากตารางค่าโดยสารใกล้ๆ เครื่องขายตั๋ว โดยดูสถานีปลายทางที่เราจะเดินทางไป กดปุ่มราคาให้ตรงกับค่าโดยสารของสถานีที่จะลงในเครื่องขายตั๋ว นำเงินใส่เข้าไปในเครื่อง รับตั๋วรถไฟ และเงินทอน Ned Snowman / Shutterstock.com 3. การเดินผ่านช่องตรวจตั๋ว หากใช้ IC การ์ด สามารถนำไปใช้ที่ตำแหน่งของช่องตรวจตั๋วที่มีรูปสัญลักษณ์ IC การ์ด และเดินผ่านได้เลย หากใช้ตั๋วรถไฟปกติขาเข้า : นำตั๋วสอดไปที่ช่องตรวจตั๋วและรับตั๋วคืน เครื่องจะเจาะรูที่ตั๋วไว้ขาออก : นำตั๋วสอดไปที่ช่องตรวจตั๋ว เครื่องจะเก็บตั๋วไปอัตโนมัติ สามารถเดินผ่านออกมาได้เลย palawat744 / Shutterstock.com 4. ตรวจสอบหมายเลขชานชลา และรถไฟ ให้ดี เพราะว่าหากเป็นสถานีรถไฟใหญ่ๆ จะมีรถไฟที่เข้าเทียบชานชลาเดียวกันหลายขบวนตามเวลาค่ะ จึงควรตรวจสอบเพื่อความถูกต้องก่อนทุกครั้ง เพื่อจะได้ไม่ขึ้นรถไฟผิดขบวน 5. ขึ้นรถไฟ 6. ตรวจสอบชื่อสถานีต่อไปในรถขบวนรถไฟ 7. ตรวจสอบทางออกที่ควรใช้ เมื่อถึงสถานีปลายทาง เราควรตรวจสอบทางออกที่ควรใช้จากป้ายข้อมูลทางออก เพื่อจะได้ออกทางที่ใกล้ที่สุดกับสถานที่ที่เราจะไปค่ะ ประเภทของรถไฟที่ญี่ปุ่น รถไฟธรรมดา (Local) รถไฟธรรมดา สาย Local จะสามารถใช้บริการได้ในเมืองนั้นๆ บางเส้นทางจอดในทุกสถานี จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเที่ยวในเมืองนั้นๆ ไม่เหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกล เพราะจะใช้เวลานาน รถไฟแบบเร็ว (Rapid) รถไฟแบบเร็ว จะจอดจำกัดสถานี โดยต้องเช็กให้ดีว่า สถานีปลายทางที่เราต้องการไปนั้น จอดไฟแบบเร็วนี้ จอดสถานีนั้นๆ หรือไม่ รถไฟด่วน (Express) รถไฟด่วน จะจอดจำกัดสถานี มักเป็นรถไฟที่ใช้สำหรับการเดินทางระยะไกล เช่น บริการรับส่งสนามบินหลักๆ อย่างๆ รถไฟ Tokyo Monorail สนามบินนานาชาติฮาเนดะ รถไฟ Narita Express สนามบินนานาชาตินาริตะ และ รถไฟ Haruka Express สนามบินนานาชาติคันไซ ชินคันเซ็น (Shinkansen) รถไฟ ชินคันเซ็น หรือ รถไฟหัวกระสุน เป็นการเดินทางที่เร็วที่สุดในญี่ปุ่น โดยจะมีการจำกัดสถานีจอดที่น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับรถไฟด่วน หรือรถไฟธรรมดา เหมาะในการเดินทางข้ามเมือง ข้ามจังหวัด หรือ ภูมิภาค ใช้เวลาในการเดินทางน้อย แต่จะมีราคาค่อนข้างแพง ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่น่าสนใจอื่นๆ 40 สถานที่สวยใน ญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น คราวนี้อย่าได้พลาด ! เที่ยวโตเกียว อย่างง่าย ตามสายรถไฟ 6 ย่าน 17 ที่เที่ยวโตเกียว ย่านไหน ไปยังไง ไม่ต้องกลัวหลง 15 ข้อไม่ควรทำ เมื่อขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น ไม่งั้นโดนคนญี่ปุ่นมองแรง !

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

ญี่ปุ่นเข้มงวด! เตรียมเปิดระบบ JESTA คัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ขึ้นเครื่อง
อ่าน

ญี่ปุ่นเข้มงวด! เตรียมเปิดระบบ JESTA คัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ขึ้นเครื่อง

จากกระแสนักท่องเที่ยวล้นประเทศ ทำให้ญี่ปุ่นเตรียมปรับขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองใหม่ สำหรับผู้เดินทางจาก 71 ประเทศ รวมถึงภูมิภาคที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า ต้องให้ผู้เดินทางกรอกข้อมูลส่วนตัวทางออนไลน์ก่อนเดินทางเข้าประเทศ แน่นอนว่าประเทศไทยเองก็เป็น 1 ในนั้นด้วย ดังนั้นเรามาลองทำความรู้จักกับระบบนี้ก่อนถึงวันจริงไว้ดีกว่า ญี่ปุ่นเตรียมใช้ระบบ JESTAคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ขึ้นเครื่อง ระบบ Jesta คืออะไร? โดยระบบใหม่นี้จะมีลักษณะคล้ายกับระบบ ESTA (Electronic System for Travel Authorisation) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้คัดกรองความเสี่ยงด้านการก่อการร้าย โดยระบบของญี่ปุ่น มีชื่อเรียกชั่วคราวว่า JESTA จะทำหน้าที่ตรวจสอบผู้เดินทางล่วงหน้าเช่นเดียวกันผ่านระบบออนไลน์ เป้าหมายของระบบใหม่นี้คือ ลดจำนวนผู้ที่ลักลอบอยู่ต่อเกินกำหนดจากประเทศ และภูมิภาคที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า ซึ่งปัจจุบันกำหนดระยะพำนักได้ระหว่าง 14-90 วัน ขึ้นอยู่กับหนังสือเดินทาง ภายใต้ระบบปัจจุบัน สายการบินต้องส่งข้อมูลผู้โดยสารให้รัฐบาลหลังจากเครื่องบินออกเดินทางแล้ว ทำให้ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองยังเดินทางถึงญี่ปุ่น และแม้จะถูกสั่งให้ออกจากประเทศ แต่หลายคนก็ไม่ปฏิบัติตาม ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า จำนวนผู้ที่ลักลอบอาศัยอยู่ต่อเกินกำหนด ณ เดือนมกราคม 2024 จากนักท่องเที่ยวระยะสั้นที่อยู่เกินกำหนดรวม 49,801 คน มากกว่า 28,000 คนมาจากประเทศ และภูมิภาคที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า ภายใต้ JESTA ชาวต่างชาติที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าจะต้องกรอกจุดประสงค์การเดินทาง และสถานที่พำนักทางออนไลน์ เพื่อให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบก่อนออกเดินทาง หากระบบประเมินว่ามีความเสี่ยงต่อการอยู่เกินกำหนด จะไม่อนุญาตให้เดินทาง และแนะนำให้ยื่นขอวีซ่าอย่างเป็นทางการผ่านสถานทูตแทน ประเทศและภูมิภาคไหนบ้างที่ต้องใช้ระบบ Jesta? ผู้เดินทางจาก 71 ประเทศ และภูมิภาคต่อไปนี้ จะต้องกรอกข้อมูลผ่าน JESTA เมื่อระบบเริ่มใช้งาน Andorra Argentina Australia Austria Bahamas Barbados Belgium Brazil Brunei Bulgaria Canada Chile Costa Rica Croatia Cyprus Czech Republic Denmark Dominican Republic El Salvador Estonia Finland France Germany Greece Guatemala Honduras Hong Kong Hungary Iceland Indonesia Ireland Israel Italy Latvia Lesotho Liechtenstein Lithuania Luxembourg Macao Malaysia Malta Mauritius Mexico Monaco Netherlands New Zealand North Macedonia Norway Panama Poland Portugal Qatar Republic of Korea Romania San Marino Serbia Singapore Slovakia Slovenia Spain Suriname Sweden Switzerland Taiwan Thailand Tunisia Trkiye United Arab Emirates United Kingdom United States Uruguay ทางญี่ปุ่นตั้งเป้าจัดสรรงบประมาณสำหรับวิจัยระบบ JESTA ในปีงบประมาณหน้า ทั้งนี้ยังไม่มีแพลนชัดเจนว่าจะเริ่มบังคับใช้จริงในวันไหน นอกจากนี้ จะมีการทดสอบระบบใหม่อีกแบบภายในปีงบประมาณนี้ ซึ่งจะให้สายการบินส่งข้อมูลผู้โดยสารหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนเช็กอิน ข้อมูลดังกล่าวจะถูกตรวจสอบกับ บัญชีดำ ของผู้เดินทาง ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังหรือมีประวัติอาชญากรรม และจะแจ้งเตือนให้สายการบินปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เดินทางเข้าญี่ปุ่น แม้ว่า JESTA จะถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของประเทศ และผู้เดินทาง แต่อาจสร้างความยุ่งยากให้ผู้ที่คุ้นชินกับการเดินทางแบบไร้ขั้นตอนภายใต้การยกเว้นวีซ่า อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของระบบ ขั้นตอนการสมัคร และข้อมูลส่วนตัวที่ต้องใช้ จะถูกเปิดเผยเพิ่มเติมเมื่อใกล้ถึงวันเปิดใช้งานจริง ==================== ที่มาข่าว : www.sankei.com

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
อ่าน

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง

ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================

รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม เพจปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์
อ่าน

รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม เพจปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์

ในยุคที่การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การจองที่พักออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก แต่ท่ามกลางความสะดวกสบายนี้ ก็มีมิจฉาชีพที่คอยแฝงตัวมาในรูปแบบของเว็บไซต์ปลอม เพจปลอม หรือแอปพลิเคชันจองที่พักปลอม เพื่อหลอกให้เราเสียเงิน และข้อมูลส่วนตัว วันนี้เราจะพาคุณมา รู้ทันกลลวงออนไลน์พร้อมวิธีตรวจสอบความน่าเชื่อถือของที่พักที่คุณกำลังจะจอง รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์ 1. ตรวจสอบ URL และชื่อเว็บไซต์ให้ดี เว็บไซต์ปลอมมักมีชื่อคล้ายกับเว็บไซต์จองที่พักชื่อดัง แต่จะมีความผิดปกติเล็กน้อย เช่น ตัวอักษรผิดหรือมีสัญลักษณ์แปลกๆ ใน URL เช่น "bo0king.com" แทน "booking.com" ดังนั้นก่อนกดจอง ควรตรวจสอบ URL ให้แน่ใจว่าเป็นเว็บไซต์จริง 2. สังเกตการันตีความปลอดภัย (SSL) เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือควรมี SSL Certificate ซึ่งสังเกตได้จากไอคอนรูปกุญแจหรือคำว่า "https://" ที่อยู่หน้าชื่อเว็บไซต์ หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ แสดงว่าเว็บไซต์นั้นอาจไม่ปลอดภัย และเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูล 3. อ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง รีวิวเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณรู้จักที่พัก และเว็บไซต์นั้นๆ มากขึ้น ลองค้นหารีวิวจากหลายๆ แหล่ง เช่น Google, TripAdvisor หรือ Pantip เพื่อดูว่ามีใครเคยใช้บริการ และประสบการณ์เป็นอย่างไร หากพบรีวิวแย่ๆ หรือรีวิวที่ดูไม่น่าเชื่อถือ ให้ระวังไว้ก่อน 4. เปรียบเทียบราคา หากพบว่าที่พักแห่งหนึ่งมีราคาถูกกว่าปกติมากๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับที่พักอื่นในบริเวณใกล้เคียง นี่อาจเป็นสัญญาณของกลลวง ลองเปรียบเทียบราคากับเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่โดนหลอก 5. ตรวจสอบข้อมูลติดต่อ เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือควรมีช่องทางติดต่อที่ชัดเจน เช่น เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, หรือที่อยู่จริง หากเว็บไซต์ไม่มีข้อมูลเหล่านี้หรือข้อมูลไม่ชัดเจน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นเว็บไซต์ปลอม 6. อย่าเชื่อข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง ข้อเสนอแบบ "จองวันนี้ฟรี!" หรือ "ส่วนลดสูงสุด 90%" มักเป็นกลลวงที่ใช้ล่อลวงผู้ใช้งาน ให้ลองตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีก่อนตัดสินใจจอง เพราะบางครั้งอาจมีค่าธรรมเนียมแอบแฝงหรือเงื่อนไขที่ทำให้คุณเสียเงินมากกว่าที่คิด 7. ใช้ช่องทางการจองที่ปลอดภัย ควรจองที่พักผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่มีชื่อเสียง และเชื่อถือได้ เช่น Booking.com, Agoda, หรือ Airbnb หลีกเลี่ยงการจองผ่านลิงก์แปลกๆ ที่ส่งมาในอีเมลหรือข้อความ 8. ตรวจสอบนโยบายการคืนเงิน ก่อนจองที่พัก ควรอ่านนโยบายการคืนเงินให้เข้าใจ หากเว็บไซต์ไม่มีนโยบายนี้หรือเงื่อนไขไม่ชัดเจน อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเจอกับเว็บไซต์ปลอม 9. อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น เว็บไซต์ปลอมมักขอข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป เช่น หมายเลขบัตรเครดิต, รหัสผ่าน, หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร โดยไม่มีเหตุผลสมควร ควรให้ข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลสำคัญในเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ 10. ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับกลลวงออนไลน์ มิจฉาชีพมักเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอยู่เสมอ ดังนั้นการอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับกลลวงออนไลน์จะช่วยให้คุณรู้เท่าทันและป้องกันตัวเองได้ดีขึ้น ====================

อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน
อ่าน

อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน

ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือต้องการ ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เพื่อที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ตามเรามาอัปเดตได้เลยค่ะกับ สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ใกล้ๆ บ้าน ต่ออายุพาสปอร์ต หรือ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็สะดวกสบายและรวดเร็ว มาดูกันว่า สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง ที่ไหนใกล้ๆ บ้านกันบ้างค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ ปริมณฑลต่ออายุพาสปอร์ต ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่ไหนดี 1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J9ZRCjeMsCxV64H89 โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุลCall Center 0-2572-8442 ================ 2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น) วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nQvYqW148Ke6FbYK6 โทร : 0-2143-7680 ================ 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xj3deaM46uimNmKs6 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 ================ 4. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ธัญญาพาร์ค วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wPLg8BXJ9WF6D56h9 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sMWUka4czBWsg3No7 โทร : 0-2422-3431 ================ 6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XfnE6JraSGTRs7uG8 โทร : 0-2024-8362-64 ================ 7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N9VYesYmAW8GujVw8 โทร : 0-2024-8896, 09-3010-5247 ================ 8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rJygy7Xd9hvqFBfH9 โทร : 0-2126-7612 ================ 9. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk MBK Center วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NTWhFGMgg6P2yYam9 โทร : 0-2126-7612เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 10. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9EfZXed9bb9JM3Jp9 โทร : 0-2150-9002 ================ 11. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว)เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B71gP3UbhwPTBkCj6 โทร : 0-2194-2643 ================ 12. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FHsKeQMKXJbZ4sZdA โทร : 0-2194-2643เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ ค่าทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท เล่ม 5 ปี 1,500 บาท เล่ม 10 ปี สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 2-3 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท เล่ม 5 ปี 3,500 บาท เล่ม 10 ปี *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น.สถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consular.mfa.go.th กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572 8442 และ 0-2203 5000 ต่อ 32301อีเมล : consular05@mfa.go.thเว็บไซต์ : https://consular.mfa.go.th

เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก Taiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ?
อ่าน

เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก Taiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ?

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย การไปเที่ยว ไต้หวัน นั้นเราคงรู้กันอยู่ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า แต่ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป จะมีเอกสารสำคัญอีกอย่างที่เราต้องเตรียมตัวก่อนเดินทาง นั่นก็คือ Taiwan Arrival Card (TWAC) หรือ บัตรผู้โดยสารขาเข้าไต้หวัน เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นเรื่องง่าย และรวดเร็วขึ้นเยอะครับ เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก TWACTaiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ? Taiwan Arrival Card คืออะไร? ทำไมต้องกรอก? Taiwan Arrival Card คือเอกสารที่ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกไต้หวันของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คล้ายกับการกรอก ใบขาเข้า-ขาออก (Departure/Arrival Card) แบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่ความพิเศษของมันคือสามารถ กรอกออนไลน์ล่วงหน้า ได้อย่างสะดวกสบาย เริ่มใช้ระบบนี้ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 วัตถุประสงค์หลักของการใช้ Arrival Card คือเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) ของไต้หวันสามารถตรวจสอบและประมวลผลข้อมูลผู้เดินทางได้รวดเร็วขึ้น ทำให้ขั้นตอนการเข้าประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น ลดการต่อคิว และที่สำคัญคือ ช่วยลดการใช้กระดาษ ได้อีกด้วย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติ (NIA) ของไต้หวันระบุว่า TWAC ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาท้องถิ่นรวม 7 ภาษา เช่น ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย พร้อมฟังก์ชันใหม่ที่สามารถดึงข้อมูลจากหนังสือเดินทางอัตโนมัติ และรองรับการกรอกแบบกลุ่มสูงสุดถึง 16 คนในครั้งเดียว นักเดินทางจะได้รับอีเมลยืนยันหลังลงทะเบียนสำเร็จ โดยแนะนำให้กรอกแบบฟอร์มล่วงหน้าภายใน 3 วันก่อนเดินทาง ใครต้องทำ Taiwan Arrival Card บ้าง? ผู้ที่จำเป็นต้องกรอก Taiwan Arrival Card ล่วงหน้า คือ ชาวต่างชาติที่ไม่ถือสัญชาติไต้หวัน : และไม่มีถิ่นที่อยู่ในไต้หวัน (รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทย) ผู้ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า (Visa-Exempt Entry) : ซึ่งปัจจุบันคนไทยสามารถเดินทางเข้าไต้หวันได้โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า และต้องพำนักไม่เกิน 90 วัน ผู้ที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว : หรือติดต่อธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตพำนักระยะยาว ข้อควรรู้ : ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถขอใบ Arrival Card ฉบับกระดาษมากรอกที่สนามบินได้ แต่การกรอกออนไลน์ล่วงหน้าถือเป็นทางเลือกที่ สะดวกและรวดเร็วที่สุด ต้องกรอกข้อมูลอะไรบ้าง? เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนกดส่ง การกรอก Taiwan Arrival Card ออนไลน์นั้นใช้เวลาไม่นานครับ เพียงแค่เตรียมข้อมูลพื้นฐานให้ครบถ้วนตามรายการเหล่านี้ 1. ข้อมูลส่วนตัว : ชื่อ-นามสกุล: ตามที่ปรากฏในหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด สัญชาติ: (Thai) เพศ หมายเลขหนังสือเดินทาง (Passport Number) ที่อยู่อีเมล์ที่ถูกต้อง อาชีพ และหมายเลขโทรศัพท์ 2. ข้อมูลการเดินทาง : หมายเลขเที่ยวบิน (Flight/Vessel No.): เช่น TG634 หรือ VZ560 วันที่คาดว่าจะเดินทางมาถึงไต้หวัน (Arrival Date) วัตถุประสงค์ในการเยือน (Purpose of Visit): เช่น Tourism (ท่องเที่ยว) หรือ Business (ธุรกิจ) 3. ข้อมูลที่พักในไต้หวัน : ที่อยู่/ชื่อโรงแรม (Address/Hotel Name): กรุณากรอกชื่อโรงแรมหรือที่พักแห่งแรกให้ชัดเจน เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบ ข้อแนะนำ : เราสามารถเข้าสู่เว็บไซต์ของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน (National Immigration Agency) เพื่อกรอกข้อมูลล่วงหน้าได้เลย ข้อมูลที่บันทึกไว้จะถูกส่งเข้าสู่ระบบทันที ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการกรอกเอกสารที่สนามบินอีกต่อไป ====================

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
อ่าน

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ

ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ

ฝึกงานญี่ปุ่น! รับสมัครชาย-หญิงไทย ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เช็กช่องทางสมัครที่นี่
อ่าน

ฝึกงานญี่ปุ่น! รับสมัครชาย-หญิงไทย ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เช็กช่องทางสมัครที่นี่

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดย กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทย เพื่อเดินทางไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กร IM Japan ประจำปี 2568 ซึ่งจุดเด่นของโครงการ คือสมัครฟรี ไม่เสียค่าธรรมเนียม และได้รับการอบรมภาษาญี่ปุ่นก่อนเดินทาง 4 เดือน (รวมอาหาร ที่พัก ฟรี) ทั้งนี้ เมื่อสำเร็จการฝึกงานจากประเทศญี่ปุ่นจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิค พร้อมเงินสนับสนุนประกอบอาชีพ 600,000 เยน นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการสมัครในครั้งที่ 4 /2568 จะเปิดรับสมัครเฉพาะเพศชาย โดยแบ่งเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2568 และรอบที่ 2 เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2568 ผู้สมัครต้องเข้าสอบคัดเลือกที่ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ สามารถสมัครได้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์บริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ (E-Service) ทางเว็บไซต์ https://toea.doe.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนเฉพาะตามรอบสมัครปัจจุบันนอกจากนี้ ยังมีประกาศการรับสมัครในครั้งที่ 5/2568 สำหรับเพศหญิง สามารถสมัครผ่านระบบ E-Service ที่เว็บไซต์เดียวกัน ระหว่างวันที่ 21–27 กรกฎาคม 2568 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้สมัครต้องเข้าสอบคัดเลือกที่ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 ซึ่งประกอบด้วยการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และ การสอบข้อเขียน “การฝึกงานภายใต้โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับแรงงานไทยในการพัฒนาทักษะวิชาชีพ เรียนรู้เทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น และสามารถนำความรู้กลับมาพัฒนาตนเองและประเทศได้ในอนาคต ทั้งนี้ ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าสมัครใด ๆ ทั้งสิ้น และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมัครสอบ ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ วัน เวลา และสถานที่สอบคัดเลือก ได้ทางเว็บไซต์กรมการจัดหางาน: www.doe.go.th/prd เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ: www.doe.go.th/overseas และFacebook: IMthailand” นายจิรายุ กล่าว

สถานทูตสหรัฐฯ ประกาศ ขอวีซ่าอเมริกา F, M, J ต้องตั้งค่าโซเชียลมีเดียเป็นสาธารณะ
อ่าน

สถานทูตสหรัฐฯ ประกาศ ขอวีซ่าอเมริกา F, M, J ต้องตั้งค่าโซเชียลมีเดียเป็นสาธารณะ

ใครอยากไปเรียนต่อ สหรัฐอเมริกา หรือไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ต้องการไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การเตรียมตัวเรื่อง ขอวีซ่าอมเริกา ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะ วีซ่าประเภท F, M, และ J ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดี แต่รู้หรือไม่ว่า ตอนนี้เรื่อง โซเชียลมีเดีย ของเราเองก็เป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาวีซ่าด้วยนะ! ขอวีซ่าอเมริกา F, M, J ต้องตั้งค่าโซเชียลมีเดียเป็นสาธารณะ วีซ่า F, M, J คืออะไร? มาทำความเข้าใจกันก่อน! ก่อนจะไปถึงเรื่องโซเชียลมีเดีย เรามาทบทวนกันก่อนว่า วีซ่าทั้ง 3 ประเภทนี้แตกต่างกัน อย่างไรบ้าง : วีซ่า F-1 (Student Visa): สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการไปเรียนในสถาบันการศึกษาต่างๆ ของอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือโรงเรียนสอนภาษาที่ได้รับการรับรอง วีซ่า M-1 (Vocational Student Visa): สำหรับผู้ที่ต้องการไปเรียนสายอาชีพ หรือหลักสูตรที่ไม่ใช่วิชาการ เช่น โรงเรียนสอนทำอาหาร โรงเรียนสอนศิลปะ หรือหลักสูตรอื่นๆ ที่เน้นการฝึกฝนทักษะ วีซ่า J-1 (Exchange Visitor Visa): สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่างๆ ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลสหรัฐฯ เช่น Work and Travel, Au Pair, Visiting Scholar หรือนักศึกษาแพทย์ฝึกหัด เรียนต่ออเมริกา โซเชียลมีเดียต้องตั้งสาธารณะ! จากการประกาศของ U.S. Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาวีซ่า มีสิทธิ์ในการขอตรวจสอบข้อมูลโซเชียลมีเดียของคุณได้ และผู้สมัครจำเป็นต้องตั้งค่าบัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมดให้เป็นสาธารณะ (Public) เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึง และตรวจสอบข้อมูลได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น ทำไมต้องตรวจสอบโซเชียลมีเดีย? จุดประสงค์หลักคือเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือ และความเหมาะสมของผู้สมัคร โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏบนโปรไฟล์ของคุณ ทั้งกิจกรรม และพฤติกรรม เพื่อดูว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่อาจขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายของสหรัฐฯ หรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบเครือข่ายความสัมพันธ์ เพื่อดูความเชื่อมโยงกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่อาจเป็นภัย และยังประเมินเจตนาที่แท้จริง เพื่อยืนยันว่าวัตถุประสงค์ในการเดินทางของคุณตรงกับประเภทวีซ่าที่ขอหรือไม่ สุดท้าย เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูล เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลในโซเชียลมีเดียของตรงกับที่กรอกในแบบฟอร์มขอวีซ่า ข้อมูล :www.facebook.com/usembassybkk/posts ====================

ขยายต่ออีกปี! ไต้หวันขยายฟรีวีซ่าคนไทยเริ่ม 1 สิงหาคม 2568 - 31 กรกฎาคม 2569
อ่าน

ขยายต่ออีกปี! ไต้หวันขยายฟรีวีซ่าคนไทยเริ่ม 1 สิงหาคม 2568 - 31 กรกฎาคม 2569

ไต้หวันประกาศข่าวดีครั้งใหญ่ ขยายระยะเวลาฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยออกไปอีก 1 ปีเต็ม โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 (ค.ศ. 2026) เท่ากับว่าเรามีเวลาอีกยาวๆ ที่จะเก็บกระเป๋าไปเที่ยวได้เต็มที่ เป็นสัญญาณที่บอกว่าไต้หวันยังคงต้อนรับนักเดินทางจากประเทศไทยอย่างอบอุ่น พร้อมให้เราออกไปพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นในเมืองสุดชิค ชิมอาหารสตรีทฟู้ดแสนอร่อย หรือดื่มด่ำกับธรรมชาติอันงดงาม ขยายต่ออีกปี! ไต้หวันขยายฟรีวีซ่าคนไทยเริ่ม 1 สิงหาคม 2568 - 31 กรกฎาคม 2569 ข้อควรรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวีซ่าไต้หวัน ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าไต้หวันจำเป็นต้องมีหนังสือเดินทางที่ถูกต้อง และหนังสือเดินทางจะต้องมีอายุการใช้งานเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง ทั้งนี้คนไทยสามารถเข้าประเทศไต้หวันได้ 14 วัน โดยไม่ต้องทำวีซ่า และทางประเทศไต้หวันได้ขยายมาตรการฟรีวีซ่าสำหรับคนไทย 14 วัน จนถึง 31 กรกฎาคม 2569 ซึ่งต้องกรอกใบขาเข้าก่อนผ่านเข้าต.ม. ไต้หวัน หรือสามารถกรอกทางออนไลน์ได้ล่วงหน้า 3 วันก่อนเดินทาง โดยไม่ต้องปริ้นท์ออกมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ก็ได้ที่นี่ ทำไมต้องเที่ยวไต้หวัน? ไต้หวันเป็นจุดหมายปลายทางที่ครบถ้วน ที่ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวสายไหนก็ต้องหลงรัก สายกิน สวรรค์ของนักชิม! ตั้งแต่ตลาดกลางคืนชื่อดังอย่างซื่อหลิน (Shilin Night Market), หนิงเซี่ย (Ningxia Night Market) ที่เต็มไปด้วยเมนูเด็ดที่ต้องลองอย่าง ชานมไข่มุกหอมมัน, เต้าหู้เหม็นรสชาติเป็นเอกลักษณ์, เสี่ยวหลงเปาไส้ฉ่ำ, บะหมี่อาจงเส้นเหนียวนุ่ม และอีกมากมาย รับรองว่าอิ่มอร่อยจนพุงกาง! สายเที่ยวเมือง ตื่นตาตื่นใจกับความทันสมัยของไทเป เมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหล เยือนแลนด์มาร์คอย่างตึกไทเป 101, เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์กู้กง, เดินเล่นย่านซีเหมินติง (Ximending) สุดฮิป หรือนั่งกระเช้าเมาคง (Maokong Gondola) ขึ้นไปชมวิวสวยๆ พร้อมจิบชา สายธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ที่อุทยานแห่งชาติอาลีซาน (Alishan National Scenic Area) ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอก, เดินทางสู่ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake) ที่งดงามราวภาพวาด หรือไปสัมผัสความอลังการของอุทยานแห่งชาติทาโรโกะ (Taroko National Park) สายวัฒนธรรม ซึมซับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนานที่วัดหลงซาน (Longshan Temple), หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น (Jiufen Old Street) ที่มีบรรยากาศย้อนยุคเหมือนหลุดเข้าไปในภาพยนตร์ รายการสิ่งของและสินค้าที่จำกัดการนำเข้าไต้หวัน ห้ามเนื้อหมูสด และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อหมูทุกชนิด ห้ามผักและผลไม้สดทุกชนิด จำกัดการพกเงินสด ทองคำ และเช็ค เข้าไต้หวัน ดอลลาร์ไต้หวันไม่เกิน 100,000 NTD เงินหยวนไม่เกิน 20,000 RMB สกุลต่างประเทศไม่เกิน 10,000 USD (มูลค่าเกินกว่า 10,000 USD สามารถนำเข้าได้หลังจากสำแดงต่อเจ้าหน้าที่) เช็คเงินสด หรือ ของมีค่าที่แปรเป็นเงินสดได้ ห้ามพกติดตัวเกิน 10,000 USD ห้ามนำทองคำแท่งติดตัว หากมีติดตัว จำเป็นจะต้องกรอกใบสำแดง หากเกิน 20,000 USD จำเป็นต้องขออนุญาตต่อกระทรวงเศรษฐกิจและการค้าก่อนการเดินทางและเมื่อมาถึงต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ ยาต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์เดิม มีฉลากที่ระบุชัดเจน หากเป็นยาเฉพาะโรค ควรขอใบรับรองแพทย์ติดตัวมาด้วย และพกมาตามจำนวนที่ต้องทานตามจริง ====================

Border Pass แตกต่างกับ Passport อย่างไร?ใช้งานในกรณีไหนได้บ้าง
อ่าน

Border Pass แตกต่างกับ Passport อย่างไร?ใช้งานในกรณีไหนได้บ้าง

ไขข้อสงสัย Border Pass แตกต่างกับ Passport อย่างไร? เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ณ ที่ประชุมนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนการยกเว้นค่าผ่านแดน รวมถึงมีการพูดคุยถึงประเด็น Border Pass ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในบริบทของการเดินทางข้ามชายแดน ขณะที่ในโลกโซเชียลมีการถกเถียงและเข้าใจผิดเกี่ยวกับลักษณะและการใช้งานของ Border Pass อย่างแพร่หลาย เมื่อพูดถึงการเดินทางข้ามประเทศ เรามักจะคุ้นเคยกับเอกสารสำคัญอย่าง หนังสือเดินทาง (Passport) แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ยังมีเอกสารอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า Border Pass ซึ่งมีบทบาทสำคัญสำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานบริเวณชายแดนและต้องเดินทางข้ามแดนกับประเทศเพื่อนบ้านบ่อยๆวันนี้เราจะมาอธิบายความแตกต่างระหว่าง Border Pass และ Passport เพื่อให้คุณเข้าใจได้ชัดเจนขึ้นว่า เอกสารทั้งสองนี้มีหน้าที่อย่างไร ใช้งานได้ในกรณีใดบ้าง และเหมาะกับใคร1. รูปแบบและลักษณะของเอกสาร- Passport (หนังสือเดินทาง)หนังสือเดินทางเป็นเอกสารทางราชการที่ออกให้กับพลเมืองของแต่ละประเทศเพื่อใช้ในการเดินทางระหว่างประเทศทั่วโลก มีรูปแบบเป็นเล่มเล็ก มีข้อมูลส่วนบุคคล รูปถ่าย และข้อมูลการออกหนังสือเดินทาง รวมถึงที่สำหรับประทับตราวีซ่าหรือประทับตราผ่านแดนจากประเทศต่างๆ- Border Pass (บัตรผ่านแดน)Border Pass เป็นเอกสารที่ออกให้กับบุคคลที่อาศัยหรือมีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ชายแดน เพื่อใช้เดินทางข้ามเขตแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น ลักษณะอาจเป็นเล่มเล็กคล้ายหนังสือเดินทางหรือเป็นบัตรที่มีข้อมูลส่วนตัวและระบุเขตที่สามารถใช้เดินทางได้ โดยมักมีข้อจำกัดด้านระยะทางและระยะเวลาการใช้งาน2. วัตถุประสงค์การใช้งาน- Passportใช้สำหรับการเดินทางข้ามประเทศทั่วไป ไม่จำกัดเขตหรือระยะทาง สามารถใช้ในการเดินทางท่องเที่ยว ทำงาน หรือพำนักอาศัยในต่างประเทศตามกฎหมายและเงื่อนไขของแต่ละประเทศ สามารถเดินทางได้ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ- Border Passออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนที่อาศัยหรือทำงานในพื้นที่ชายแดน สามารถเดินทางข้ามแดนกับประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้นในพื้นที่จำกัด เช่น พื้นที่ชายแดนที่มีระยะห่างไม่เกิน 3-30 กิโลเมตร โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางปกติ หรือขอวีซ่าที่ซับซ้อนเหมือนการเดินทางทั่วไป ใช้สำหรับเข้าออกเขตแดนแบบชั่วคราวหรือถาวรในบริเวณชายแดนเท่านั้น 3. ขอบเขตการเดินทาง- Passportเดินทางได้ทั่วโลก ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดวีซ่าของประเทศปลายทางและเงื่อนไขการเดินทางระหว่างประเทศ- Border Passจำกัดพื้นที่เดินทางเฉพาะชายแดนเท่านั้น เช่น ใช้เดินทางระหว่างจังหวัดชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว กัมพูชา เมียนมา และมาเลเซีย ไม่สามารถใช้เดินทางเข้าพื้นที่ภายในประเทศของอีกฝ่ายหรือเดินทางไปยังเมืองอื่น ๆ ได้4. ประเทศที่ไทยมีข้อตกลงใช้ Border Passประเทศไทยมีข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านในการใช้ Border Pass สำหรับการเดินทางข้ามแดนในบริเวณชายแดน ได้แก่- สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ลาว)- ราชอาณาจักรกัมพูชา (กัมพูชา)- สหภาพเมียนมา (เมียนมา)- มาเลเซียโดย Border Pass เหล่านี้จะออกให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่มีความสัมพันธ์และความจำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตแดนในระยะสั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าขาย การทำงาน หรือเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องในบริเวณพื้นที่ชายแดน5. ระยะเวลาการใช้งานและการต่ออายุ- Passportมีอายุประมาณ 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ สามารถต่ออายุได้ตามกฎหมาย- Border Passมีทั้งแบบถาวรและชั่วคราว เช่น แบบถาวรมีอายุประมาณ 1 ปี ใช้เข้าออกได้หลายครั้ง ส่วนแบบชั่วคราวมีอายุสั้น อาจใช้ได้ 7 วัน หรือใช้เข้าออกได้ครั้งเดียว ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละประเทศ6. กระบวนการขอและการลงทะเบียน- Passportผู้ขอต้องยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ (กรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง) พร้อมส่งเอกสารและรูปถ่ายตามที่กำหนด- Border Passมักจะมีขั้นตอนการลงทะเบียนที่ง่ายและรวดเร็วกว่า เพื่อให้คนในพื้นที่ชายแดนสามารถใช้เดินทางได้สะดวก โดยต้องยื่นคำขอที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ชายแดน และมักมีข้อกำหนดจำเพาะ เช่น ต้องเป็นผู้มีถิ่นฐานในพื้นที่ชายแดน และใช้ได้เฉพาะด่านผ่านแดนที่ระบุไว้7. ตัวอย่างการใช้งานในประเทศไทย- ชาวไทยที่อาศัยตามชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา เมียนมา และมาเลเซีย สามารถใช้ Border Pass ในการเดินทางเข้า-ออกด่านชายแดนได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางปกติ- ในกรณีเดินทางไกลหรือเดินทางเข้าพื้นที่อื่นๆ นอกเขตชายแดน ต้องใช้ Passport และปฏิบัติตามข้อกำหนดวีซ่าของประเทศปลายทางBorder Pass จึงเป็นเอกสารสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางข้ามแดนระยะสั้นในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ Passport เหมาะกับการเดินทางระยะไกลทั่วโลกถ้าคุณอาศัยในพื้นที่ชายแดนหรือมีความจำเป็นต้องข้ามแดนบ่อยในระยะสั้น Border Pass จะช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้น แต่ถ้าต้องเดินทางทั่วไป ต้องใช้ Passport เท่านั้น

เที่ยวญี่ปุ่น วิธีกรอก Visit Japan Web อัปเดต 2025 แบบละเอียด ทำง่ายๆ ใน 10 นาที
อ่าน

เที่ยวญี่ปุ่น วิธีกรอก Visit Japan Web อัปเดต 2025 แบบละเอียด ทำง่ายๆ ใน 10 นาที

ใครที่กำลังวางแผนจะเดินทางไป เที่ยวญี่ปุ่น 2025 นี้ ก่อนผ่าน ตม. ต้องไม่พลาดการ ลงทะเบียน Visit Japan Web ระบบลงทะเบียนออนไลน์ที่รัฐบาลญี่ปุ่นใช้สำหรับเตรียมข้อมูลผู้เดินทางล่วงหน้า ช่วยให้ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องกรอกเอกสารบนเครื่องบินให้ยุ่งยากนั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ทริปเที่ยวญี่ปุ่นของเราสะดวกมากยิ่งขึ้น มาดู วิธีกรอก Visit Japan Web อัปเดต 2025 แบบละเอียดยิบกันได้เลย ทำเองได้ง่ายๆ 10 นาทีก็เรียบร้อยแล้ว มีขั้นตอนยังไงบ้าง ดูตามนี้ได้เลยค่ะ! ขั้นตอนการลงทะเบียน Visit Japan Web อัปเดต 2025กรอก Visit Japan Web ยังไง Visit Japan Web คืออะไร ? Visit Japan Web เป็นเว็บไซต์สำหรับ ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่น เพื่อลดเวลาในการตรวจเอกสาร และช่วยให้ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น เมื่อก่อน การเดนิทางไปญี่ปุ่น เราอาจคุ้นชินกับการกรอก ใบ ตม. แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นได้เพิ่มรูปแบบจากการกรอกใบ ตม.ในแผ่นกระดาษ มาเป็นรูปแบบออนไลน์ที่ Visit Japan Web นั่นเอง สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนลงทะเบียน พาสปอร์ตปัจจุบันที่ยังไม่หมดอายุ ข้อมูลที่พักคืนแรกในญี่ปุ่น (ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ) ข้อมูลไฟลท์บิน เที่ยวบินไปกลับ (สายการบิน หมายเลขเที่ยวบิน วันเดินทาง) อีเมลที่ใช้งานได้ วิธีการลงทะเบียน Visit Japan Web 2025 1. สร้างบัญชีในการลงทะเบียน ก่อนอื่นเราต้องมาสร้างบัญชีสำหรับลงทะเบียนกันก่อน แต่สำหรับใครที่เคยลงทะเบียนแล้ว สามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้เลยค่ะ 1. เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ Visit Japan Web 2. คลิก Sign up for a new account เพื่อสร้างบัญชีใหม่ 3. คลิก I agree to the Terms of Use และ I agree to the Privacy Policy จากนั้นกด Next 4. กรอกข้อมูล อีเมล รหัสผ่าน (ต้องมีอย่างน้อย 10 ตัวอักษร รวมตัวพิมพ์ใหญ่, ตัวพิมพ์เล็ก, ตัวเลข และสัญลักษณ์) ยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง 5. ติ๊กที่ช่อง I am human จากนั้นกด Create account 6. ระบบจะส่ง รหัสยืนยัน 6 หลัก มายังอีเมลของเรา 7. นำรหัสมากรอกในช่อง Enter confirmation code 8. คลิก Confirm เท่านี้ก็สร้างบัญชีเสร็จเรียบร้อย เข้าสู่ขั้นตอนการลงทะเบียนกันเลย 2. กรอกข้อมูลส่วนตัว Your Details เราจะต้องลงทะเบียนทั้งหมด 3 ส่วนหลักๆ คือ Your details Passport details Check VISA requirement 1. ล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลและรหัสผ่านที่สมัครไว้ 2. ระบบจะถามว่า: มีหนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลญี่ปุ่นหรือไม่? เลือก "No" เป็นผู้พำนักอยู่ในญี่ปุ่นและได้รับอนุญาตพิเศษในการกลับเข้าญี่ปุ่นหรือไม่? เลือก "No" ต้องการใช้ QR code ในการซื้อสินค้าปลอดภาษีหรือไม่? เลือกตามความต้องการ 3. คลิก "Next" 4. กรอกข้อมูลส่วนตัว ชื่อ-นามสกุล (ตามหนังสือเดินทาง) วันเดือนปีเกิด สัญชาติ หมายเลขหนังสือเดินทาง วันหมดอายุของหนังสือเดินทาง อาชีพ ประเทศที่พำนักอาศัย จังหวัดที่ทำงาน 5. ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วคลิก "Register" จากนั้นจะขึ้นหน้า Registration Complete ให้คลิก "Back to Home" 3. เช็ก VISA หลังจากกลับมาหน้าหลัก ระบบจะให้เราเช็กความจำเป็นในการใช้วีซ่า เนื่องจากปัจจุบัน ญี่ปุ่นฟรีวีซ่าท่องเที่ยว 15 วันสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ดังนั้นไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าและไม่มีวีซ่าก็สามารถเข้าญี่ปุ่นได้ ในส่วนนี้สามารถตอบ No ได้เลยค่ะ หลังจากเลือกแล้วคลิก Back to Home และสำหรับใครที่เดินทางกับครอบครัว ก็สามารถลงทะเบียนให้กับคนในครอบครัวเพิ่มได้โดยคลิกที่ "Details of family members traveling with you" 4. ลงทะเบียนแผนการเดินทางRegister New Planned Entry / Return 1. คลิกที่ปุ่ม "Register New Planned Entry / Return" 2. กรอกข้อมูล : ชื่อทริป (เช่น Japan Trip May 2025) วันที่เดินทางเข้าญี่ปุ่น สายการบิน และ หมายเลขเที่ยวบิน สนามบินต้นทาง (เช่น BKK สำหรับสนามบินสุวรรณภูมิ) 3. คลิก "Next" 4. กรอกข้อมูลที่พัก (ถ้ามีเปลี่ยนที่พักให้กรอกที่พักของคืนแรก) รหัสไปรษณีย์ (ระบบจะดึงเขตและจังหวัดมาให้อัตโนมัติ) ชื่อที่พัก ที่อยู่ และ หมายเลขโทรศัพท์ 5. ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด แล้วคลิก "Register Plan" 5. กรอกข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรImmigration Clearance and Customs Declaration 1. คลิกที่ "Immigration Clearance and Customs Declaration" 2. คลิก "Next" 3. กรอกข้อมูล : อาชีพ ประเทศที่พำนักอาศัย จังหวัดที่ทำงาน วันที่เดินทางเข้าญี่ปุ่น หมายเลขเที่ยวบิน สนามบินต้นทาง ที่พักในญี่ปุ่น วัตถุประสงค์ในการเดินทาง (เช่น ท่องเที่ยวตอบ "Tourism") จำนวนวันที่พำนักในญี่ปุ่น 4. ตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรม : หากไม่มีประวัติ ให้เลือก "No" สำหรับทุกข้อ 5. กรอกข้อมูลศุลกากร : ตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งของที่นำเข้าประเทศ เช่น เงินสด, ของขวัญ, สินค้าต้องห้าม เป็นต้น หากไม่มีสิ่งของต้องสำแดง ให้เลือก "No" สำหรับทุกข้อ 6. ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด แล้วคลิก "Register" 7. คลิก "Back to Entry / Return Procedure" เมื่อกลับมาที่หน้าหลัก ตรง Immigration Clearance and Customs Declaration จะขึ้นว่า ✅Registered 6. การใช้งาน QR Code เข้าญี่ปุ่น FAQ คำถามที่พบบ่อย Q : ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนกี่วัน? A : สามารถลงทะเบียนเมื่อใดก็ได้ จะลงทันทีที่จองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อย หรือจะลงวันที่เดินทางก็ได้เหมือนกัน อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม แนะนำให้กรอกล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 วันก่อนเดินทาง เพื่อให้มีเวลาในการตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลหากจำเป็น Q : ไม่ลงแล้วเข้าญี่ปุ่นได้ไหม? A : จำเป็นต้องกรอก Visit Japan Web หรือกรอกใบตม.อย่างใดอย่างหนึ่ง สำหรับใครที่ไม่สะดวกจริง ๆ ก็ยังสามารถเลือกกรอกในใบตม. แบบเดิมก็ได้เช่นกันค่ะ ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจาก https://www.japankuru.com

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
อ่าน

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA

ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================

คามิโคจิ 2025 เปิดแล้ว! วิธีจองบัสจาก Matsumoto ได้ที่นั่งชัวร์ ไม่พลาดวิว Alps
อ่าน

คามิโคจิ 2025 เปิดแล้ว! วิธีจองบัสจาก Matsumoto ได้ที่นั่งชัวร์ ไม่พลาดวิว Alps

ฤดูกาลเขียวสดแห่ง คามิโคจิ (Kamikochi) เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่ 17 เมษายน นักเที่ยวสายธรรมชาติคนไหนวางแผนเที่ยวญี่ปุ่น เดินเข้าเทือกเขา Alps ญี่ปุ่นผ่านเส้น Matsumoto‑Kamikochi ต้องรู้ไว้ก่อนเลยว่า ตั๋วบัสเต็มเร็วมาก โดยเฉพาะวันหยุด และช่วงใบไม้เปลี่ยนสี คามิโคจิ Kamikochi ที่เที่ยวญี่ปุ่น ธรรมชาติ เดินป่า การเดินทางไป คามิโคจิ จาก โตเกียว นาโกย่า หรือ โอซาก้า คามิโคจิ 2025 เปิดแล้ว! วิธีจองบัสจาก Matsumoto ได้ที่นั่งชัวร์ ทำไมต้องจองล่วงหน้า รถบัสไปคามิโคจิ? รถบัส Alpico มีรอบจำกัด (เช้า‑เย็น) เต็มไวตั้งแต่เปิดระบบ ซื้อหน้างานที่ Matsumoto Bus Terminal เสี่ยง sold‑out ต้องต่อคิวรอบถัดไปหรือพลาดวันไปเลย ระบบออนไลน์เปิดให้ จองล่วงหน้า 30 วัน รับ e‑ticket ทันที ไม่ต้องพิมพ์ก็ขึ้นรถได้ ขั้นตอนการจองบัส Kamikochi ⇄ Matsumoto เข้าเว็บจองอย่างเป็นทางการ ALPICO GROUP Official Website เลือกเส้นทาง Matsumoto ⇄ Kamikochi กด Reserve a direct / non‑direct bus เลือกรอบไป‑กลับ (ช่วงเช้า 07:00‑08:00 ได้วิวเช้า, รอบกลับ 15:00‑16:00 ทันรถไฟไปนาโกย่า) กรอกชื่อ‑นามสกุล อีเมล และเบอร์โทร ชำระเงินด้วยบัตรเครดิต / เดบิต รับ e‑ticket ในอีเมล เซฟลงมือถือ/สกรีนช็อต ยื่นให้คนขับวันเดินทาง คำแนะนำอื่นๆ เมื่อมาเที่ยวคามิโคจิ ถ้าพักใน Matsumoto แนะนำออกเที่ยวรอบเช้า กลับรอบบ่ายแก่ ๆ จะมีเวลาชิลตรงสะพาน Kappa‑bashi และทางเดินชมแม่น้ำ Azusa พกลูกอมแก้เมาโค้ง เพราะถนนขึ้นเขาคดเคี้ยวพอสมควร วิธีการจองตั๋วล่วงหน้าแบบนี้ ไม่ใช่แค่คามิโคจิเท่านั้น การเดินทางที่อื่นๆ ถ้าจองล่วงหน้าก็แนะนำให้ทำเหมือนกัน เช่น เส้นทางกำแพงหิมะ (Tateyama Kurobe Alpine Route) หรือรถไฟ Shinano/ชินคันเซ็นบางเส้นทางล่วงหน้าก็เช่นกัน ใช้หลักเดียวกับคามิโคจิ ว่า จองก่อน อุ่นใจกว่า ====================

1 พ.ค.นี้ต่างชาติเข้าไทยต้องกรอก"TDAC"
อ่าน

1 พ.ค.นี้ต่างชาติเข้าไทยต้องกรอก"TDAC"

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เตรียมเปิดบริการระบบแบบรายการของคนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรไทย ในรูปแบบดิจิทัล (ตม.6) หรือ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) สำหรับให้คนต่างด้าวทุกรายต้องลงทะเบียนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยระบบดังกล่าว กำหนดให้ชาวต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ต้องลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์ http://tdac.immigration.go.th/nbsp; และในอนาคตจะมีบริการในรูปแบบแอปพลิเคชันชาวต่างชาติสามารถกรอกข้อมูล TDAC ภายใน 3 วันก่อนจะเดินทางเข้าประเทศไทย โดยจะต้องกรอกข้อมูลเอกสารเดินทาง หนังสือเดินทาง ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทาง ที่พักในประเทศไทย สถานะทางสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ TDAC ไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบบัตรขาเข้าออนไลน์ ที่พัฒนาขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับกฎระเบียบและความจำเป็นในหลายประเทศ สำหรับวิธีการลงทะเบียน TDAC สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย มีดังนี้ 1. เข้าไปที่ tdac.immigration.go.th หรือสแกน QR code 2.กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการเดินทาง 3. ส่งแบบฟอร์มและรับอีเมลยืนยัน 4. นำเอกสารยืนยันและเอกสารการเดินทางไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยนายอนุกูล กล่าวว่า เว็บไซต์ tdac.immigration ยังอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติ โดยจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เกาหลี รัสเซีย และญี่ปุ่น พร้อมแผ่นพับและคลิปวิดีโอแนะนำการใช้งาน TDAC นอกจากนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ E-Visa ของกรมการกงสุล ระบบคัดกรองโรคของกรมควบคุมโรค และระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้การเดินทางเข้าประเทศไทยเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ “นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย” ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6 ล่วงหน้า
อ่าน

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ “นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย” ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6 ล่วงหน้า

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เตรียมเปิดบริการระบบดิจิทัลสำหรับการลงทะเบียนเดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) โดยระบบนี้จะใช้สำหรับการลงทะเบียนของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าหรือออกจากประเทศไทยทุกช่องทาง ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ โดยจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ ระบบ TDAC จะเปิดให้ชาวต่างชาติสามารถกรอกข้อมูลได้ล่วงหน้า 3 วัน ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย โดยต้องกรอกข้อมูลเอกสารเดินทาง เช่น หนังสือเดินทาง ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทาง และสถานะทางสุขภาพ ซึ่งไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบบัตรขาเข้าออนไลน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับมาตรการของหลายประเทศการลงทะเบียนผ่านระบบ TDAC สามารถทำได้ที่เว็บไซต์ http://tdac.immigration.go.th หรือสแกน QR code โดยผู้ที่ลงทะเบียนจะได้รับอีเมลยืนยันและต้องแสดงเอกสารยืนยันการลงทะเบียนเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย นอกจากนี้ เว็บไซต์ยังรองรับการใช้งานใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เกาหลี รัสเซีย และญี่ปุ่น และได้มีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น แผ่นพับและคลิปวิดีโอแนะนำการใช้งานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ E-Visa ของกรมการกงสุล และระบบคัดกรองโรคของกรมควบคุมโรค เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางเข้าประเทศไทย

สงกรานต์ 2568  กพท. สุ่มตรวจตั๋วเครื่องบิน ยังไม่พบขายเกินราคาที่กำหนด
อ่าน

สงกรานต์ 2568 กพท. สุ่มตรวจตั๋วเครื่องบิน ยังไม่พบขายเกินราคาที่กำหนด

วันนี้ (11 เม.ย. 68) พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ซึ่งมีการเดินทางเพิ่มสูงขึ้น CAAT ได้เพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศกว่า 100 เที่ยวบิน พร้อมทั้งยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยและการให้บริการ เพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวCAAT ได้เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบอากาศยาน นักบิน ลูกเรือ การปฏิบัติงานภาคพื้น และความพร้อมในลานจอดเครื่องบิน โดยเน้นย้ำการสื่อสารกับสายการบินให้เตรียมแผนสำรอง กรณีเครื่องบินขัดข้อง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร ในด้านราคาค่าโดยสาร CAAT ได้สุ่มตรวจสอบราคาบัตรโดยสารเส้นทางยอดนิยมภายในประเทศ อาทิ กรุงเทพฯ - เชียงใหม่, ขอนแก่น, ภูเก็ต, กระบี่ ที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง พบว่า ทุกสายการบินปฏิบัติตามเพดานราคาที่กำหนด โดยไม่พบการจำหน่ายบัตรโดยสารเกินราคาที่กำหนดมาตรการเพิ่มเที่ยวบินพิเศษจำนวน 124 เที่ยวบิน จากความร่วมมือของ 6 สายการบินหลัก ได้แก่ การบินไทย, บางกอกแอร์เวย์, ไทยแอร์เอเชีย, ไทยไลอ้อนแอร์, นกแอร์ และไทยเวียตเจ็ท ช่วยเพิ่มทางเลือกและรองรับความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ CAAT ได้เน้นย้ำให้สายการบินรักษาคุณภาพบริการ ความตรงต่อเวลา และบริหารจัดการไม่ให้เกิดเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก หากเกิดเหตุจำเป็น สายการบินต้องแจ้งผู้โดยสารทันที และต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับสิทธิผู้โดยสารอย่างเคร่งครัด พร้อมเปิดช่องทางให้ผู้โดยสารร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ complaint.caat.or.thCAAT แนะนำให้ผู้โดยสารศึกษาเงื่อนไขการเดินทางจากเว็บไซต์ของสายการบิน พร้อมเก็บหลักฐานการเดินทาง เช่น บัตรโดยสาร ใบเสร็จค่าอาหารหรือที่พัก เพื่อใช้สิทธิเรียกร้องหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพื่อให้การเดินทางช่วงสงกรานต์เป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และอุ่นใจ.

ตำรวจแนะ “5 เช็ก” ก่อนเดินทางช่วงสงกรานต์ 2568 รู้ไว้ ปลอดภัยแน่นอน
อ่าน

ตำรวจแนะ “5 เช็ก” ก่อนเดินทางช่วงสงกรานต์ 2568 รู้ไว้ ปลอดภัยแน่นอน

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจร ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ “5 เช็ก” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนการเดินทาง หรือ “5 เช็ก” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความปลอดภัยของท่านและคนในครอบครัว รวมไปถึงเพื่อนร่วมทาง ดังนี้“เช็กคน”ตรวจสอบความพร้อมของผู้ขับขี่ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ หากรู้สึกง่วงหรือไม่สบาย อย่าฝืนขับรถต่อ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ“เช็กรถ” ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน เช่น เบรก ยาง ลมยาง น้ำมันเครื่อง ไฟส่องสว่าง และอุปกรณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง“เช็กบ้าน” ก่อนออกเดินทางควรตรวจสอบบ้านให้เรียบร้อย เช่น ปิดประตูหน้าต่าง ปิดแก๊ส ปิดไฟ และที่สำคัญ อย่าลืม “ฝากบ้านไว้กับตำรวจ”“เช็กทาง” วางแผนเส้นทางล่วงหน้า เช็คสภาพการจราจร สภาพอากาศ พื้นที่ที่มีการก่อสร้าง รวมถึงจุดแวะพักต่าง ๆ ในกรณีที่ต้องเดินทางไกล“เช็กบัญชี”ระวังมิจฉาชีพหลอกขายตั๋วเดินทางหรือที่พักปลอม ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขาย และตรวจสอบบัญชีธนาคารให้ถูกต้องก่อนโอนเงินหากพี่น้องประชาชนปฏิบัติตาม “5 เช็ก” ที่กล่าวมาข้างต้น ท่านก็จะสามารถใช้เวลาพักผ่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างมีความสุข สนุกสนาน และปลอดภัย อย่างแน่นอน ต้องการแจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนต้องการแจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือ สามารถโทรศัพท์มาที่ สายด่วน 191 สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 หรือ สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร (กรุงเทพมหานคร) 1197และหากพี่น้องประชาชนพบเห็น หรือได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ ทางเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง