TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “找人办假工行转账凭条回执单<网址:bbzz58.com>” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
สรรพากรเตือน!! มิจฉาชีพส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี อย่ากดลิงก์เด็ดขาด
สรรพากรแจ้งเตือน!! มิจฉาชีพส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี (Tax Refund) และแนบลิงก์ อย่ากดลิงก์เด็ดขาดกรมสรรพากรแจ้งว่า ขณะนี้ พบมิจฉาชีพได้พัฒนากลโกงในหลายรูปแบบโดยส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี (Tax Refund) เพื่อหลอกให้กดลิงก์ หากได้รับ SMS ดังกล่าว❌ อย่ากดลิงก์❌ อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงิน❌ ให้ลบทิ้งทันทีทั้งนี้ กรมสรรพากร ยืนยัน “ไม่มีนโยบาย” ส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี และแนบลิงก์ หรือให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ทั้งสิ้นหากมีข้อสงสัย สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ ที่www.rd.go.th (เว็บไซต์กรมสรรพากร)☎️ RD Intelligence Center 1161 ช่วยกันแชร์เพื่อเตือนภัย ป้องกันการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
ทันหุ้น • 3 ก.พ. 69
อ่าน
ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง
#ทันหุ้น ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง ย้ำไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ขอให้ติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์กรมบัญชีกลางwww.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูกเท่านั้นนายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่องว่ามีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าหน้าที่ ติดต่อไปทางโทรศัพท์ หรือไลน์ปลอม หรือหนังสือราชการปลอม หลอกให้ผู้รับบำนาญหลงเชื่อและส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้กับมิจฉาชีพทางไลน์ปลอม โดยอ้างว่าเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกในการรับ - ส่งข้อมูล หากผู้รับบำนาญหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อ อาจทำให้สูญเสียทรัพย์สินได้ ดังนั้น ขอให้ท่านตรวจสอบให้แน่ใจก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ ทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทั้งนี้ กรมบัญชีกลางมีมาตรการกำกับดูแลด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 27001) อีกทั้งมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดจากช่องโหว่และภัยคุกคามต่าง ๆ โดยดำเนินการตรวจสอบช่องโหว่อย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ข้าราชการและผู้รับบำนาญมั่นใจได้ว่ามิจฉาชีพไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระบบของกรมบัญชีกลางได้อย่างแน่นอนนอกจากนี้ หากเกิดสถานการณ์เช่นนี้กับท่าน ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ โดยวิธีที่มิจฉาชีพมักจะใช้หลอกเหยื่อให้หลงเชื่อ จะมีลักษณะ ดังนี้1. ติดต่อผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อพูดคุยและโน้มน้าวใจ และขอให้เพิ่มเพื่อนในไลน์ปลอม ซึ่งหากจบที่การให้แอดไลน์ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน2. มิจฉาชีพมักจะอ้างว่าเรื่องที่แจ้งนั้นเป็นความลับ และห้ามบอกบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด หากได้รับแจ้งลักษณะนี้ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน3. หน่วยงานภาครัฐ ไม่มีนโยบายให้โอนเงินมาให้เพื่อตรวจสอบ หรือดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น หากได้รับการติดต่อในลักษณะนี้ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน“กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น และขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด จากช่องทางของกรมบัญชีกลาง ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลางwww.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (Verified) เท่านั้น เพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น หากมีข้อสงสัยหรือได้รับการติดต่อที่ไม่มั่นใจว่ามาจากกรมบัญชีกลางจริงหรือไม่ สามารถสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ”
ทันหุ้น • 18 ธ.ค. 68
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 29 พ.ย. 68
อ่าน
มิจฉาชีพ! จ๊ะ นงผณี เตือนภัยหลังถูกนำชื่อบริษัทไปอ้างอ้างสั่งของ เตรียมฟ้องทันที
อย่าได้หลงเชื่อ! จ๊ะ นงผณี นักร้องสาว และเข้าของบริษัทรับสร้างบ้าน "JA สร้างบ้าน" ออกหนังสือแจ้งเตือน หลังถูก มิจฉาชีพ นำชื่อบริษัทไปอ้าง ขอเครดิตเบิกของล่วงหน้ากับทางร้านค้าวัสดุก่อสร้าง แล้วไม่ยอมจ่าย ยืนยันไม่เคยติดหนี้ จ่ายสดทันที เตรียมดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องทันที หากใครเป็นแฟนคลับของนักร้องสาวคนดัง จ๊ะ นงผณี มหาดไทย คงจะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า นอกจากงานจับไมค์ร้องเพลงบนเวที เจ้าตัวยังการทำมีธุรกิจอื่นๆอีกด้วย และหนึ่งในนั้นก็คือ "JA สร้างบ้าน" บริษัทรับสร้างบ้านที่ทำร่วมกับพี่ชาย แต่ด้วย "มิจฉาชีพ" ที่มีอยู่ทุกวงการจริงๆ ซึ่ง จ๊ะ นงผณี ก็โดนเข้ากับตัวอีกแล้ว หลังมีบุคคลนำชื่อของบริษัทไปแอบอ้างกับทางร้านค้าวัสดุก่อสร้างต่างๆ เพื่อขอเครดิต เบิกสินค้าออกมาก่อน แล้วสุดท้ายก็หนีหาย ไม่ยอมจ่ายเงิน ภาพจาก : jaja_nongpanee ซึ่งล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้สาว จ๊ะ นงผณี ได้ออกมาเคลื่อนไหวทันที ด้วยการโพสต์ข้อความว่า "จ๊ะ ไม่เคยเป็นหนี้ รึติดเงินใครนะคะ ธุรกิจของจ๊ะทุกธุรกิจ ไม่เคยกู้เลย ระวัง มิจ กันด้วยน๊าาา" พร้อมภาพเอกสารระบุรายละเอียดว่า.. "ขออนุญาตประกาศด่วน เนื่องจากว่าในปัจจุบัน ทางบริษัทสืบทราบได้ว่า มีช่างที่นำชื่อบริษัทไปแอบอ้างในการสั่งสินค้าวัสดุก่อสร้างตามร้านค้าต่างๆ โดยการเอาชื่อบริษัทไปขอเบิกของและหนีไม่ยอมจ่ายเงิน บริษัทมีความประสงค์แจ้งให้ทราบว่าทางบริษัทไม่เคยมีนโยบายในการขอสินเชื่อวัสดุก่อสร้างทุกกรณี ทางบริษัทสั่งวัสดุด้วยการจ่ายเงินทันที เมื่อได้รับสินค้า และไม่ว่าท่านใดที่พบว่ามีการนำชื่อบริษัท จ๊ะ สร้างบ้าน ไปแอบอ้าง ให้ส่งเรื่องมาที่เพจบริษัท จ๊ะ สร้างบ้าน ทางบริษัทจะดำเนินการฟ้อง คนที่นำชื่อบริษัทไปแอบอ้างทันที *** หมายเหตุ ทางบริษัทไม่มีนโยบาย ขอสินเชื่อร้านวัสดุก่อสร้างทุกกรณีและไม่เคยติดเงินค่าแรงพนักงานที่ทำงานตามเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้นทุกกรณี โดยถ้าร้านไหนพบเจอว่ามีคนนำชื่อบริษัทไปแอบอ้าง กรุณาอย่าไปหลงเชื่อคำกล่าวอ้างนั้นเป็นอันขาด หากเกิดปัญหามีการแอบอ้างและร้านค้าไปหลงเชื่อให้เครดิตกันเอง ทางบริษัทไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น" ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ- เตือนภัย มิจฉาชีพ สุนารี ราชสีมา แชร์เหลี่ยมใหม่ ส่งข้อความแจ้งโอนเงินรัวๆ- เบสท์ ชนิดาภา แชร์ประสบการณ์ "ติดกับดัก" มิจฉาชีพ ทั้งที่เป็นคนระวังตัวมาก ภาพจาก : jaja_nongpanee ภาพจาก : jaja_nongpanee อ้างอิงที่มาภาพและข้อมูลจาก :อินสตาแกรม jaja_nongpanee
TNN ช่อง16 • 17 ก.ค. 68
อ่าน
ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว “บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ” ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ “Your Data” ซึ่งช่วยให้ประชาชนใช้ข้อมูลของตนเองในการเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น บริการดังกล่าว ช่วยให้ประชาชนที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีค่าน้ำหรือค่าไฟ สามารถเรียกดูและดาวน์โหลดประวัติการชำระย้อนหลัง 6 เดือนของตนเองผ่านแอป “ทางรัฐ” ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นช่องทางใหม่ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ที่ไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว สามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมวิธีลงทะเบียนผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” จากนั้นเลือกเมนู “การเงิน/ประกัน” และเข้าสู่ “ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน” เลือกหน่วยงานที่ต้องการ ระบุหมายเลขมิเตอร์ ตรวจสอบข้อมูล และยืนยันคำขอ ระบบจะจัดเก็บเอกสารไว้ในโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ เพื่อนำไปยื่นขอสินเชื่อต่อไปทั้งนี้ การขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์มาก เพราะสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อให้กับผู้มีวินัยในการจ่ายค่าน้ำ - ค่าไฟ เพราะข้อมูลที่แสดงพฤติกรรมการจ่ายที่ดี จะส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อในทางบวก “โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญของรัฐในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูลของตนเอง” เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มที่เคยขาดหลักฐานทางรายได้ในรูปแบบเดิมรัฐบาลเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเปิดประตูการเงินให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเข้าถึงเงินทุนได้อย่างเสมอภาค พร้อมก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ทั้งนี้ บริการดังกล่าวเริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อที่รองรับเอกสารดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th " นางสาวศศิกานต์ กล่าว
TNN ช่อง16 • 13 ก.ค. 68
อ่าน
เตือนภัย! มิจฉาชีพ ลวงข้าราชการบำนาญกรอกข้อมูล-ลงนาม PDPA
นางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ได้รับแจ้งจากอดีตผู้บริหารและข้าราชการบำนาญหลายท่านว่ามีเจ้าหน้าที่ติดต่อให้มาลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยให้มาดำเนินการที่หน่วยงานต้นสังกัด หรือกรมบัญชีกลาง หรือกระทรวงการคลัง แล้วแต่กรณี และในบางกรณีให้ส่งอีเมลยืนยัน กรมบัญชีกลางขอแจ้งว่า “กรมบัญชีกลางไม่มีนโยบายแจ้งให้ผู้รับบำนาญ มาดำเนินการกรอกข้อมูลหรือลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับ PDPA ตามที่มิจฉาชีพอ้าง” ดังนั้น ขอให้ท่านที่ได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว อย่าหลงเชื่อ ไม่ตอบกลับอีเมล หรือกดลิงก์ใด ๆ ตามที่ได้รับแจ้ง “กรมบัญชีกลางขอเน้นย้ำว่า “ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อข้าราชการ ผู้รับบำนาญหรือทายาทโดยตรง เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกรมบัญชีกลาง” ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งช่องทางการติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางที่เชื่อถือได้ ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (verified) เท่านั้น หรือสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ” โฆษกกรมบัญชีกลางกล่าว
TNN ช่อง16 • 2 ก.ค. 68
อ่าน
เริ่มวันนี้! Krungthai NEXT - เป๋าตัง ใช้ไม่ได้หาก "ชื่อไม่ตรงกับซิม"
ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า ตามนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่บังคับให้ชื่อบัญชี “โมบายแบงก์กิ้ง” ต้องตรงกับ “ชื่อเจ้าของซิม” ใน ลูกค้ากลุ่ม Phase 1 ที่ได้รับ Notification ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ผู้ที่ไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือยกเว้น จะไม่สามารถใช้งานแอปฯ Krungthai NEXT และ เป๋าตัง ได้ เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้1. ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายของท่าน ขอเปลี่ยนชื่อเจ้าของซิมให้ตรงกับชื่อบัญชี และขอหนังสือรับรองสิทธิในการใช้บริการ2. นำหนังสือรับรองสิทธิในการใช้บริการ ติดต่อธนาคารกรุงไทย สาขาใดก็ได้ เพื่ออัปเดตข้อมูลและปลดระงับการใช้งานทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการขอยกเว้น (กลุ่มบุคคลในครอบครัว / ผู้ไร้ความสามารถ / ผู้เสมือนไร้ความสามารถ / ผู้พิการ / กลุ่มนิติบุคคล) สามารถติดต่อได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาใดก็ได้ เพื่อแสดงเอกสารการยืนยันตัวตน เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ และเอกสารที่ระบุความเป็นเจ้าของหมายเลขรายละเอียดเพิ่มเติม https://krungthai.com/.../krungt.../announcement-detail/3181หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Contact Center 02 111 1111
TNN ช่อง16 • 23 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงคนใกล้ตัวหลอกโอนเงิน
14 มิถุนายน 2568 – ตำรวจไซเบอร์ออกเตือนประชาชนระวังกลโกงรูปแบบใหม่ หลังพบมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปลอมเสียงของบุคคลใกล้ชิด เช่น ลูกหลาน ญาติ หรือหัวหน้างาน โทรศัพท์หาเหยื่อผ่านเบอร์แปลก พร้อมอ้างสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อหลอกให้โอนเงินจากข้อมูลเบื้องต้น กลุ่มมิจฉาชีพจะสร้างสถานการณ์ เช่น อุบัติเหตุ ติดคดี หรือการเจ็บป่วย โดยใช้เสียงเลียนแบบคนรู้จักมาขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยมักพูดว่า “ไม่มีเวลาชี้แจง ขอให้รีบโอน” หรือ “อย่าบอกใคร เชื่อใจได้” เพื่อเร่งการตัดสินใจ ผู้เสียหายหลายรายให้ข้อมูลว่า เสียงที่ได้ยินคล้ายกับบุคคลใกล้ชิดมากจนไม่สามารถแยกแยะได้ทัน จึงหลงเชื่อและโอนเงินไปยังบัญชีที่คนร้ายให้ไว้ โดยเพิ่งรู้ตัวภายหลังว่าเป็นการหลอกลวงรูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อย1. ใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบคนรู้จัก2. โทรจาก เบอร์แปลก ไม่ใช่เบอร์ที่ผู้เสียหายเคยบันทึกไว้3. อ้างเหตุ ฉุกเฉิน เพื่อเร่งให้โอนเงินทันที4. ไม่ให้เวลาสอบถามหรือพิสูจน์ตัวตน แนวทางป้องกัน• อย่าตัดสินใจโอนเงินโดยไม่ตรวจสอบ• โทรกลับหาบุคคลที่ถูกอ้างชื่อ โดยใช้เบอร์ที่เคยติดต่อ• สังเกตความผิดปกติ เช่น คำพูดเร่งรัด น้ำเสียงไม่เป็นธรรมชาติ• ตรวจสอบชื่อบัญชีผู้รับโอนว่าเป็นของคนรู้จักจริงหรือไม่หากตกเป็นเหยื่อ• แจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th• ติดต่อสายด่วน 1441 ของตำรวจไซเบอร์ ตลอด 24 ชั่วโมงสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า กลโกงลักษณะนี้กำลังแพร่กระจายเพิ่มขึ้น โดยใช้เทคโนโลยี AI ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในการปลอมเสียงอย่างแนบเนียน และย้ำเตือนประชาชนให้ใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนโอนเงินในทุกกรณี แม้ปลายสายจะอ้างว่าเป็นคนในครอบครัวหรือผู้บังคับบัญกา
TNN ช่อง16 • 14 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์
TNN ช่อง16 • 12 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือน! มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดข้อมูลมุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี จะขออายัดบัญชีธนาคาร! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงทำงานอย่างหนักไม่หยุดหย่อน..ล่าสุดปลอมเป็นธนาคาร หรือศูนย์ราชการ หรือ DSI โทรหลอกเหยื่อว่า มีคนอ้างว่าเหยื่อได้ทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมแนบบัตรประชาชน มาที่ธนาคารเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งอาจจะเป็นในลักษณะของบัญชีม้าได้ โดยมิจฉาชีพจะมีการบอกข้อมูลส่วนตัวของเราได้อย่างถูกต้อง และหากเหยื่อปฏิเสธว่าไม่ได้ให้ใครมาเปิดบัญชีธนาคารดังกล่าว มิจฉาชีพก็จะบอกว่าขออายัดบัญชีเพื่อตรวจสอบ ซึ่งหากเหยื่อหลงเชื่อทำตามที่มิจฉาชีพบอกก็อาจทำให้สูญเงินในบัญชีได้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงขอเตือนภัยประชาชนว่าหากพบมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว ขอให้ประชาชนตั้งสติ อย่าตกใจ ไม่หลงเชื่ออุบายของมิจฉาชีพ เพราะการเปิดบัญชีธนาคารจะไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปทำแทนได้ จะต้องใช้บัตรประชาชนตัวจริงเท่านั้น อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
TNN ช่อง16 • 29 พ.ค. 68
อ่าน
เงินบำนาญไม่เข้า ต้องทำอย่างไร เช็กวิธีแก้ปัญหาได้ที่นี่
เงินเดือน ค่าจ้าง หรือบำเหน็จบำนาญ ไม่เข้าบัญชี ต้องทำอย่างไร?กรมบัญชีกลางแจ้งแนวทางปฏิบัติสำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ หรือผู้รับบำเหน็จบำนาญ หากพบว่าเงินไม่เข้าบัญชีตามกำหนด ควรตรวจสอบและดำเนินการดังนี้: เงินเดือน ค่าจ้าง หรือบำเหน็จบำนาญ ไม่เข้าบัญชี ต้องทำอย่างไร?กรมบัญชีกลางแจ้งแนวทางปฏิบัติสำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ หรือผู้รับบำเหน็จบำนาญ หากพบว่าเงินไม่เข้าบัญชีตามกำหนด ควรตรวจสอบและดำเนินการดังนี้:กรณีเงินบำเหน็จบำนาญไม่เข้าบัญชี1. ตรวจสอบบัญชีธนาคารติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบสาเหตุ เช่น- บัญชีปิด- บัญชีติดอายัด- บัญชีไม่เคลื่อนไหว (ไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 1 ปี)2. บัญชีปิด- เปิดบัญชีใหม่- แจ้งเปลี่ยนเลขที่บัญชีกับส่วนราชการผู้เบิก3. บัญชีถูกต้อง แต่เงินไม่เข้าบัญชี- ติดต่อส่วนราชการผู้เบิก- รอส่วนราชการตั้งเบิกใหม่ในรอบเดือนถัดไปการดำเนินการของส่วนราชการระดับกรม- กรมบัญชีกลางจะส่งคืนเงินให้ส่วนราชการระดับกรม พร้อมแจ้งผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ภายใน 3 วันทำการ- ส่วนราชการต้องตรวจสอบยอดเงินและนำส่งคืนคลัง หากพบว่าเบิกเกิน- แจ้งส่วนราชการผู้เบิกหากรายการโอนเงินถูกปฏิเสธ (REJECT)ส่วนราชการผู้เบิก- ติดต่อผู้มีสิทธิเพื่อแก้ไขเลขที่บัญชี- ตั้งเบิกเงินใหม่ในรอบเดือนถัดไป ผ่านระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension)วิธีตรวจสอบเลขที่เอกสารขอเบิกเงินบำเหน็จบำนาญ1. เข้าระบบ Digital Pension รายงานใบโอนเงิน2. หรือที่เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th เงินเดือนบำนาญ เลขที่เอกสารขอเบิก กรณีเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่เข้าบัญชี1. สาเหตุที่พบบ่อย- บัญชีติดอายัด- บัญชีปิด- บัญชีไม่เคลื่อนไหว2. แนวทางแก้ไข- ติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบ- หากเลขบัญชีผิด ให้แจ้งส่วนราชการผู้เบิกเพื่อแก้ไขเพื่อป้องกันปัญหาควรตรวจสอบบัญชีเงินฝากที่ใช้รับเงินอยู่เสมอว่าเป็นบัญชีที่ถูกต้องและยังคงใช้งานอยู่ขั้นตอนของส่วนราชการ- เมื่อเงินถูกส่งคืน กรมบัญชีกลางจะส่งหนังสือแจ้งไปยังส่วนราชการภายใน 3 วันทำการ- ส่วนราชการตรวจสอบยอดเงินในบัญชีงบประมาณ และดำเนินการจ่ายเงินใหม่ให้ผู้มีสิทธิ
TNN ช่อง16 • 23 พ.ค. 68
อ่าน
เตือนภัย 7 ขั้นตอนมิจฉาชีพหลอกทำภารกิจ อ้างจะได้เงินก้อนใหญ่
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือน ขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ลวงให้โอนเงิน โดยมิจฉาชีพวางแผนหลอกเหยื่ออย่างเป็นระบบ ตั้งแต่สร้างแชตปลอม ดึงเข้ากลุ่มที่มีหน้าม้า จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยอ้างว่า “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”7 ขั้นตอนหลอกให้ทำภารกิจ หลอกโอนเงิน1.ล่อเหยื่อด้วยโฆษณา มีการยิงแอด โพสต์ปลอม แล้วทักแชตตรง2.สร้างฉากลวงในกลุ่มแชต มีหน้าม้าปั้นสถานการณ์ให้ดูน่าเชื่อถือ3.หลอกให้ทำภารกิจง่ายๆ ดูคลิป กดไลก์ รีวิวสินค้า4.ปั้นรายได้ปลอมให้เห็น มีเงินรอในระบบแต่ยังถอนออกมาไม่ได้5.บีบให้โอนซ้ำเพื่อปลดล็อก อ้างขั้นตอนผิดต้องโอนเพิ่ม6.ใช้จิตวิทยากลุ่มกดดัน หน้าม้าหลอกว่าเคยได้เงิน เพื่อให้เหยื่อทำตาม7.หลอกซ้ำด้วยความกลัว-สงสาร ข่มขู่ทางกฎหมายหรือขอความเห็นใจให้โอนอีก ท่องจำให้ขึ้นใจ งานง่ายๆ เงินดี ไม่มีจริงตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือน ปัจจุบัน ผู้คนต่างต้องการหารายได้เสริม และมักจะหางานทำผ่านทางโซเชียล ซึ่งงานส่วนใหญ่ที่พบเจอ มักจะเป็นงานที่ทำได้ง่าย แถมยังได้เงินดีอีก แต่ใครจะรู้ว่างานเหล่านั้น อาจจะเป็นหลุมพรางที่มิจฉาชีพใช้ในการหลอกลวงลักษณะการหลอกทำงานส่วนใหญ่ จะหลอกให้ทำงานรีวิวสินค้า และให้ทำภารกิจต่างๆ อ้างว่าจะให้ค่าคอมมิชชั่น โดยมิจฉาชีพจะหลอกให้เหยื่อโอนเงินเข้ามาเพื่อทำภารกิจก่อน ซึ่งในครั้งแรกเหยื่ออาจจะได้รับผลตอบแทนจริง แต่หลังจากนั้นเมื่อเหยื่อตายใจ มิจฉาชีพจะหลอกให้เหยื่อโอนเงินเพิ่มเรื่อยๆ และจะบังคับให้ทำภารกิจอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่าหากไม่ทำ จะไม่ได้เงินคืน จนสุดท้ายเหยื่อหมดตัวไม่มีเงินโอนข้อสังเกตง่ายๆ เพื่อไม่ให้ถูกหลอก คือ การทำงานใด ที่มีการให้โอนเงินเข้าไปก่อน ให้สงสัยไว้เลยว่านั่นอาจจะเป็นมิจฉาชีพตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนภัยไปยังประชาชน หากต้องการสมัครงานทางออนไลน์ ขอให้ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด หรือหางานจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์หางานที่ได้รับการรับรองจะดีที่สุด ข่าวที่เกี่ยวข้อง- สาวร่ำไห้! ถูกมิจฉาชีพหลอกทำภารกิจ สุดท้ายโอนเงินเกือบ 3 แสนให้จนหมดตัว- DSI เตือนภัย! มิจฉาชีพหลอกคดีฟอกเงิน พูดชื่อ - เลขบัตรประชาชนถูกหมด- เปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
TNN ช่อง16 • 14 พ.ค. 68
อ่าน
อย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”
ภารกิจรายได้เสริม หรือ กับดักหมดตัว?กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ออกมาแจ้งเตือนประชาชนผ่านเฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. โดยระบุว่า ภารกิจรายได้เสริม หรือ กับดักหมดตัว?ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย อย่าหลงเชื่อ! ขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ลวงให้โอนเงิน โดยมิจฉาชีพวางแผนหลอกเหยื่ออย่างเป็นระบบ ตั้งแต่สร้างแชทปลอม ดึงเข้ากลุ่มที่มีหน้าม้า จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยอ้างว่า “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่” 7 ขั้นตอนขบวนการหลอกให้ทำภารกิจปลอม1.ล่อเหยื่อด้วยโฆษณา มีการยิงแอด โพสต์ปลอม แล้วทักแชตตรง2.สร้างฉากลวงในกลุ่มแชต มีหน้าม้าปั้นสถานการณ์ให้ดูน่าเชื่อถือ3.หลอกให้ทำภารกิจง่ายๆ ดูคลิป กดไลก์ รีวิวสินค้า4.ปั้นรายได้ปลอมให้เห็น มีเงินรอในระบบแต่ยังถอนออกมาไม่ได้5.บีบให้โอนซ้ำเพื่อปลดล็อก อ้างขั้นตอนผิดต้องโอนเพิ่ม6.ใช้จิตวิทยากลุ่มกดดัน หน้าม้าหลอกว่าเคยได้เงิน เพื่อให้เหยื่อตาม7.หลอกซ้ำด้วยความกลัว-สงสาร ข่มขู่ทางกฎหมายหรือขอความเห็นใจให้โอนอีก สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมงอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์เช็กด่วน 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้กู้เงินเช็ก 10 ข่าวปลอมในรอบสัปดาห์ เตือนอย่าหลงเชื่อระวังโดนหลอกดูดเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล
TNN ช่อง16 • 13 พ.ค. 68
อ่าน
เตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์! เปิด 5 คดีประชาชนถูกหลอก สูญเงินเกือบ 8 ล้าน
นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 5 - 11 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ฃตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคสคดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 4,025,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Tiktok พูดคุยสนทนากันจนสนิทใจและได้เพิ่มเพื่อนทาง Line จากนั้นมิจฉาชีพชักชวนเทรดหุ้นน้ำมันดิบ โดยอ้างว่าได้รับผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปช่วงแรกสามารถถอนเงินได้ ภายหลังลงทุนสูงขึ้นเพื่อหวังผลกำไรที่มากขึ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพอ้างว่าทำรายการผิดพลาดต้องโอนเงินเรื่อย ๆ เพื่อเป็นค่าแก้ไขระบบ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 2 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 1,427,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นทนายความจากธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ แจ้งว่าผู้เสียหายมียอดหนี้ค้างชำระ และโอนสายสนทนาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองเชียงรายจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และขอตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชี หากไม่ให้ความร่วมมือจะมีความผิดตามกฎหมาย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงให้ความร่วมมือและโอนเงินไป ภายหลังผู้เสียหายปรึกษาเพื่อน จึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 968,800 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Tiktok ชักชวนทำงานหารายได้พิเศษโพรโมตโรงแรม โดยผู้เสียหายต้องโอนเงินเพื่อทำการโพรโมต ช่วงแรกได้รับผลตอบแทนสามารถถอนเงินได้ ภายหลังโอนเงินเพิ่มขึ้นแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพอ้างว่ามีค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการถอนเงิน ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 859,687 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line ชักชวนให้ผู้เสียหายเป็นตัวแทนรับจองคิวผู้ใช้บริการเสริมความงาม โดยผู้เสียหายต้องโอนเงินเพื่อสำรองเงินก่อน จึงจะสามารถถอนเงินทุนและกำไรได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ในครั้งแรกได้รับกำไรกลับมาจริง ภายหลังให้โอนเงินในจำนวนมากขึ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 5 คดีหลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 334,400 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Tiktok ชักชวนลงทุนเกี่ยวกับเหรียญดิจิทัล ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line สอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพแจ้งว่าให้โอนเงินเพื่อลงทุน โดยจะแจ้งให้ผู้เสียหายรู้ว่าควรโอนเงินลงทุนเวลาใด ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินตามที่มิจฉาชีพแจ้ง จากนั้นไม่สามารถอนเงินทุนและกำไรได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกสำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 7,614,887 บาท ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,705,225 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,067 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 646,090 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,257 บัญชี3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 205,957 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.88 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 151,645 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.47 (3) หลอกลวงลงทุน 93,033 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.40 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 79,999 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 12.38 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 46,440 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.19 (และคดีอื่นๆ 69,016 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.68)“จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย โดยยังคงใช้วิธีการชักชวนให้ลงทุนเทรดหุ้น หรือลงทุนในลักษณะต่างๆ รวมทั้งลงทุนโพรโมตสินค้า บริการ และการข่มขู่ โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ ข่มขู่ผู้เสียหายเอี่ยวคดีฟอกเงิน ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 8 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด ดังนั้นหากมีการติดต่อเข้ามา ให้ประเมินว่าเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าวอย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่องข่าวที่เกี่ยวข้อง- เปิด 5 คดีประชาชนถูก “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ลวงโอนเงิน สูญกว่า 40 ล้านบาท- เตือนภัย! กลโกง "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" หลอกคุยโทรศัพท์ 7 วัน 7 คืน สูญเงินกว่า 8 ล้าน- สาวร่ำไห้! ถูกมิจฉาชีพหลอกทำภารกิจ สุดท้ายโอนเงินเกือบ 3 แสนให้จนหมดตัว
TNN ช่อง16 • 12 พ.ค. 68
อ่าน
“รีวิวหมวก สูบ 3 แสน” เปิดแชตลวง โกงแนบเนียนผ่านไลน์
แค่คอมเมนต์ว่า “สนใจค่ะ” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเงินทั้งบัญชี มิจฉาชีพแฝงกลุ่มรีวิว ลวงให้โอนซ้ำซ้อนผ่านระบบปลอม ใช้ภาษาหว่านล้อม-รูปแบบเหมือนจริงทุกขั้นตอน เจาะทุกกลโกงจากแชตลับที่กลายเป็นฝันร้ายหญิงสาวคนหนึ่งคิดว่าเธอกำลังจะได้รับงานรีวิวสินค้าชิ้นแรกในชีวิต สิ่งที่เธอไม่รู้คือการคอมเมนต์เพียงประโยคเดียวในกลุ่มหางานรีวิว จะเป็นจุดเริ่มต้นของกับดักที่ซับซ้อนและบีบคั้นที่สุดในชีวิต ยอดเงินในบัญชีของเธอค่อย ๆ หายไปทีละขั้น ภายใต้คำพูดเรียบง่ายที่ว่า “ทำภารกิจให้ครบ แล้วจะได้เงินคืน”ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง เงินเก็บที่เธอสะสมมาตลอดชีวิตกว่า 307,000 บาท หายวับไปจากระบบที่ไม่มีอยู่จริงเริ่มจากหมวกใบเดียวโพสต์ที่ปรากฏในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “หางานอินฟลู/รีวิว/ไลฟ์สด-KOL” มีข้อความชักชวนให้รีวิวหมวก 1 คลิป ความยาวไม่เกิน 1 นาที ค่าจ้าง 1,000 บาท พร้อมระบุว่าไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามมากมาย ขอเพียงตั้งใจและทำคลิปส่งตามกำหนดหญิงสาวคนนั้นคอมเมนต์ “สนใจค่ะ” และได้รับการตอบกลับให้แอดไลน์ โดยแสดงตัวว่าเป็นแอดมินดูแลงานรีวิวเธอคิดว่านี่คือโอกาสของคนธรรมดา แต่ปลายทางกลับเป็นแชตที่ค่อย ๆ ล่อเธอเข้าสู่กับดักการโอนเงินที่จบไม่ลง ระบบภารกิจลวงในแอปไลน์หลังการทักแชต มิจฉาชีพเริ่มต้นด้วยคำพูดว่า “ขอชวนเข้าร่วมภารกิจโปรโมตสินค้า” โดยอ้างว่าแค่ทำตามขั้นตอนง่าย ๆ เช่น กดสินค้าใส่ตะกร้าในแอปช้อปปิ้งชื่อดัง ก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่นและโบนัส รวมถึงเงินที่โอนสำรองคืนกลับมาพร้อมผลตอบแทนเธอเริ่มจากการโอน 3,000 บาท และได้รับเงินคืนกลับมาจริง 3,400 บาท สิ่งนั้นทำให้เธอเชื่อสนิทใจว่า นี่คืองานที่ให้ผลตอบแทนจริงแต่หลังจากนั้น ทุกครั้งที่เธอทำตาม ภารกิจใหม่จะถูกส่งต่อมาพร้อมคำอธิบายว่า “เงินยังไม่สามารถถอนได้ ต้องทำเพิ่มอีกหนึ่งขั้นเพื่อปลดล็อก”เธอโอนอีก 5,500 บาท ถัดมา 10,500 บาท ต่อด้วย 35,900 บาท และตามด้วยยอดใหญ่ 75,900 บาท ก่อนจะจบด้วยการโอน 120,900 บาทในครั้งสุดท้าย เพราะเชื่อว่านั่นจะทำให้ได้เงินทั้งหมดคืนแต่สิ่งที่เธอได้รับคือข้อความใหม่ที่บอกว่า ระบบขัดข้อง ต้องทำต่อให้เสร็จอีกครั้งมิจฉาชีพในคราบอินฟลูในช่วงปี 2567–2568 มีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นผู้ว่าจ้างงานรีวิวสินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อดังที่มีเป้าหมายเป็นผู้เริ่มต้นทำงานออนไลน์เพจ Drama-addict ได้เตือนภัยไว้อย่างชัดเจนว่า กลุ่มเหล่านี้จะอ้างว่ารับรีวิวสินค้า เช่น หมวก เสื้อผ้า หรือผลไม้ เมื่อมีคนสนใจจะถูกชักชวนให้แอดไลน์ จากนั้นเข้าสู่ระบบ “ภารกิจแฝงค่าใช้จ่าย” ที่ไม่มีอยู่จริงพฤติกรรมร่วมของกลุ่มมิจฉาชีพนี้คือ• ใช้คำพูดที่เหมือนระบบอัตโนมัติ• ส่งภาพหน้าจอการโอนเงินปลอม• ส่งตารางคอมมิชชั่นแบบกราฟิก• อ้างว่าระบบกำลังตรวจสอบ เพื่อบีบให้เหยื่อรอและโอนต่อในหลายกรณีมีการใช้โปรไฟล์ปลอมเป็นเพจร้านค้า เช่น “เมดีสส์ กาแฟเพื่อสุขภาพ” หรือ “แบรนด์แว่นตาออนไลน์” แล้วโพสต์แจกของฟรีเดือนแรก ก่อนจะดึงเหยื่อเข้าไลน์แล้วหลอกให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกลไกหลอกลวงแบบดิจิทัลการใช้คำว่า “ระบบ” คือหัวใจของการหลอกลวงที่เกิดขึ้น พวกเขาไม่ได้ข่มขู่ แต่ใช้อำนาจของสิ่งที่ดูเหมือนอัตโนมัติมาข่มขวัญแทนเหยื่อถูกบังคับโดยกลไกที่ดูเหมือน “ถ้าไม่ทำ จะเสียทั้งหมด” และนั่นคือจุดที่ใครหลายคนหมดแรงจะถอนตัวไม่มีใครอยากยอมเสียตั้งแต่ 3,000 บาทแรก พวกเขาจึงยอมโอนซ้ำเพื่อพยายามเอาเงินคืนในรอบถัดไปแต่ระบบนี้ไม่ได้มีไว้ให้ใครได้คืน คู่มือเอาตัวรอดจากกับดักงานออนไลน์1. งานจริงไม่ขอให้โอนเงินก่อนผู้ว่าจ้างที่ชอบธรรมจะไม่ขอค่าล่วงหน้า หากมีการขอเงินเพื่อปลดล็อกระบบ ถือเป็นสัญญาณอันตราย2. ตรวจสอบโปรไฟล์ผ่านเว็บไซต์ใช้เว็บไซต์เช่น blacklistseller.com หรือ 1212occ.com เพื่อตรวจสอบเลขบัญชีหรือเบอร์โทร3. อย่าเร่งรีบตามคำสั่งของระบบปลอมหากแชตเร่งรัดให้โอน “ก่อนหมดเวลา” หรือข่มขู่ว่า “ระบบจะรีเซ็ต” ให้หยุดทันที4. ใช้สามัญสำนึกเป็นเกราะป้องกันหากอะไรฟังดูดีเกินจริง ก็อาจเป็นเพราะมันไม่จริงหากคุณตกเป็นเหยื่อ ต้องทำอย่างไรขั้นตอนแจ้งความและอายัดบัญชี1. รวบรวมหลักฐาน• แชตสนทนา• สลิปโอนเงิน• โพสต์ต้นทาง• รายละเอียดบัญชีปลายทาง2. แจ้งความ• ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือ• แจ้งผ่าน thaipoliceonline.com3. แจ้งธนาคาร• โทรไปยังธนาคารของบัญชีที่โอนเข้า• ขออายัดเงินตามมาตรการ Fraud Alert4. แจ้ง ปปง.• หากมีการโอนข้ามหลายบัญชี หรือมูลค่าสูง• แจ้งผ่าน amlo.go.th หรือสายด่วน 17105. ร้องเรียน สคบ. หรือ 1212 OCC• โทร. 1166 หรือกรอกฟอร์มออนไลน์แบบฟอร์มร้องเรียนเบื้องต้นชื่อ-นามสกุลผู้ร้องเรียน: ………………………………………เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น:ข้าพเจ้าได้แสดงความสนใจรับงานรีวิวสินค้า ผ่านโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก และถูกเชิญให้ติดต่อผ่านไลน์ จากนั้นถูกขอให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมภารกิจโปรโมตสินค้า โดยอ้างว่าจะได้รับเงินคืนพร้อมค่าคอมมิชชั่นแต่เมื่อทำครบกลับไม่สามารถถอนเงินได้ และมีการอ้างว่าต้องโอนเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบยอดรวมที่สูญไปทั้งสิ้น ………………… บาทสิ่งที่ต้องการให้หน่วยงานดำเนินการ:• ตรวจสอบบัญชีผู้กระทำความผิด• อายัดเงินในระบบ• ดำเนินคดีตามกฎหมายลงชื่อ ……………………… วันที่ ……………………ก่อนจะคลิกแอดไลน์หรือโอนเงินแม้เพียงไม่กี่ร้อยบาท ลองหยุดคิดอีกนิดว่าเราได้ตรวจสอบข้อมูลเพียงพอหรือยัง เพราะในโลกที่มิจฉาชีพสามารถสวมบทผู้ว่าจ้างได้แนบเนียนกว่าที่เคย ความไว้ใจเพียงเสี้ยววินาทีอาจแลกมาด้วยการสูญเสียทั้งชีวิตไม่มีงานไหน ที่ต้องจ่ายเงินก่อนจะได้ทำงานจริง และไม่มีความหวังใดควรต้องจ่ายด้วยเงินก้อนสุดท้ายของเราเอง
TNN ช่อง16 • 9 พ.ค. 68
อ่าน
สาวร่ำไห้! ถูกมิจฉาชีพหลอกทำภารกิจ สุดท้ายโอนเงินเกือบ 3 แสนให้จนหมดตัว
สาวโพสต์อุทาหรณ์หลังถูกมิจฉาชีพหลอกลวงสูญเงินกว่า 200,000 บาท เรียกได้ว่ากำลังเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอย่างมากอยู่ในขณะนี้ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินรวม 251,700 บาทโดยระบุว่า " วันนี้ #ชีวิตหนูล้มแล้วค่ะ เสียเงินเก็บก้อนสุดท้ายที่หามาชีวิต 251,700 ภายในวันเดียว เงินก้อนนี้เป็นเงินที่หนูกับแฟนหามาฝากร่วมกัน ถูกหลอกด้วยความโลภของหนูเองด้วย เริ่มต้นด้วยเราเข้าไปหางานในกลุ่ม รับจ้างรีวิวสินค้า อินฟู แล้วไปเมนต์สนใจรับงานรีวิว สินค้าเป็นหมวก พี่เค้าติดต่อกลับมา เราดีใจมาก ที่จะได้งานทำ เรามือใหม่ แต่อยากทำงาน ก็ดิลรับสินค้าปกติ พอทีนี้ เข้าบอกสนใจ ทำงานโปรโมทสินค้าไหม งานง่ายๆ แค่ช่วยกดโปรโมทสินค้า ก็จะได้โบนัส+ค่าคอมมิชั่น มีกิจกรรมให้เล่น โดยการโปรโมทสินค้า ตอนแรกเราทำ เขาโอนหลอกให้เราตลอด แล้วเขาบอกสนใจ ทำภารกิจไหม ทำแล้วจะได้เงินที่ฝากเข้าไป+ ค่าคอมมิชั่น และโบนัทตามมา ครั้งแรกต้องโอน 3000 หนูยอมรับหนูโลภ ก็โอน แต่ครั้งแรกเขาโอนเงินคืนกลับมา 3400 แล้วเขาให้ทำภารกิจต่อในครั้งที่ ครั้งที่2 ฝาก 5500 แต่ครั้งที่สองนี้เค้ากลับไม่คืนเงินต้นแล้วบอกว่าต้องทำภารกิจที่สามให้เสร็จก่อนระบบถึงจะทำการโอนเงินคืนให้ทั้งต้น + ค่าคอมและโบนัส (ในใจตอนนั้นเรากังวลแล้ว แต่ถ้าไม่ทำตามระบบเค้าก็ไม่แจ้งถอนให้เราเราเลยต้องยอมโอนจนคครั้งที่สามโอนไป 10500 แล้วก็บอกว่าเราทำภารกิจครบสามครั้งแล้วทีนี้ร้านเริ่มบ่ายเบี่ยงบอกว่าเราทำเกินเวลาต้องทำภารกิจใหม่ล่วงเวลาอีก เราบอกเราไม่อยากทำแล้วคืนเงินเรามาเถอะเราไม่เอาโบนัสไม่เอาค่าคอมแล้วก็ได้ขอแค่เงินต้นที่เราโอนไป เค้าบอกไม่ได้ต้องปิดระบบให้สำเร็จด้วยความที่เราเชื่อว่าถ้าเราทำครบเค้าจะโอนเงินคืนให้ครบตามที่เค้าสัญญา เราก็โอนฝากไปอีก 35,900 โดยทุกครั้งเค้าจะมีภารกิจให้กดในแอพแอพนึงแค่กดของใส่ตะกร้าเราหลงเชื่อสนิทเพราะว่าเป็นแอพ ขๅยของที่ดัง เค้าบอกทำ ค่าล่วงเวลาอีกสองครั้งสองภารกิจจะได้เงินคืนทั้งหมด ทั้งต้น + โบนัสและค่าคอมมิชชั่น เราโอนไปอีก 75,900 และยอดสุดท้ายเข้าสัญญาว่าเค้าจะโอนคืนจริงๆตอนนั้นคืออยากได้ค่าคอมไม่อยากได้อะไรแล้วอยากได้เงินทั้งหมดที่โอนไปคืนมา เค้าบอกเป็นการฝากครั้งสุดท้ายจริงๆแล้วจะคืนเงินให้ทั้งหมดทั้งต้นโบนัสและค่าคอม ครั้งสุดท้ายเราโอนไป 120,900สุดท้ายมาแจ้งว่าระบบแจ้งถอนขัดข้องและยังให้เราทำภารกิจต่อเรื่อยเรื่อย โดยการฝากเงินเข้าไปเรื่อยเรื่อยเราบอกเราไม่มีเงินแล้วเงินเราหมดบัญชีแล้ว เค้าอ้างว่า ถ้ายังทำภารกิจต่อไปที่ให้ไปไม่สำเร็จ ก็ไม่สามารถแจ้งถอนเงินที่ฝากไปทั้งหมดได้ ไม่คิดเลยค่ะว่าชีวิตนี้จะโดนคนหลอกแล้วหน้าโง่ไปโอนให้เขาขนาดนี้ทำไมตอนนั้นถึงไม่คิดว่าเค้ามาหลอก เค้าบอกว่าเค้าไม่ได้โกงไม่ได้หลอกลวง แต่เงินของหนูทั้งหมด 307,250 ตอนนี้ยังไม่ได้รับคืนเลยค่ะเงินเก็บที่หนูหามาทั้งชีวิต ขายของตั้งแต่ปีสอง กำไร 5 บาท 10 บาท ขายตุ๊กตาทำทุกอย่างอดเราอดนอน ทำทุกอย่างอดหลับอดนอนเงินเก็บก้อนนี้หนูไม่เคยใช้มันเป็นเงินก้อนเดียวในชีวิตของหนูที่หนูหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวหนูเองคนเดียวจริงๆ หนูไม่เคยคิดว่าชีวิตหนูจะมาถึงจุดนี้ #หนูล้มแล้วหนูพลาดแล้ว ใครจะสมน้ำหน้าว่าหนูโง่หนูอาแขนยอมรับมันด้วยความจริง “ หมด” สะกดได้วันนี้ ล่าสุด หญิงสาวรายดังกล่าวได้อัปเดตข้อมูลว่า "อัพเดทนะคะ ตอนนี้มี จนท ธนาคารกสิกรไทย โทรเข้ามาจะให้การช่วยเหลือหนู แล้วหนูได้แจ้งตำรวจไซเบอร์ 1441 รับเรื่องแล้ว ตามที่พวกพี่พี่ทุกคนแนะนำ หนูขอโทษนะคะถ้าหนูไม่ได้ตอบแชทใครเลยมันเยอะมาก ทั้ง เฟส Line igขอบคุณทุกคนที่ทักมาจะสั่งของจะช่วยหนูทุกช่องทาง แต่หนูกลัวโดนหลอกซ้ำอีก หนูยังไม่ได้ตอบขอบคุณนะคะ ที่อยากจะมาสนับสนุนสติกเกอร์ LINE หรือของที่หนูขายตอนนี้หนูไม่มีกระจิดกระใจทำเลยค่ะ #ขอบคุณพี่ใจดีที่เห็นเลขบัญชีหนูในแชทที่หนูโดนมิจฉาชีพหลอกแล้วโอนเงินมาช่วยหนูมาซัพพอตหนู หนูไม่มีสติทำอะไร ไม่ถูก เลยคะ มันเป็นเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิตของจริงๆ"ข่าวที่เกี่ยวข้อง- DSI เตือนภัย! มิจฉาชีพหลอกคดีฟอกเงิน พูดชื่อ - เลขบัตรประชาชนถูกหมด- สลิปปลอม สมจริง! ระวังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ แนะเช็กยอดเงินโอนทุกครั้ง
TNN ช่อง16 • 9 พ.ค. 68
อ่าน
5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ เตือนระวังกลลวงใหม่ “ชวนลงทุนบริจาคการกุศล”
นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 28 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วยเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 2,805,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Tiktok ชักชวนลงทุนเกี่ยวกับการกุศล ByteDance จากนั้นเพิ่มเพื่อนทาง Line และทำการสมัครสมาชิก แล้วให้โอนเงินเพื่อทำการลงทุน รอบแรกที่ทำการกุศลได้เงินคืน หลังจากนั้นให้เพิ่มจำนวนเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้เสียหายสอบถามถึงยอดเงินการกุศล พบว่าไม่มีการตอบกลับ และไม่สามารถถอนเงินออกหรือคืนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 570,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line ชักชวนทำงานหารายได้พิเศษ โดยการให้โอนเงินบริจาคกับคนยากไร้ เพื่อรับผลตอบแทน ผู้เสียหายสนใจจึงโอนเงินไป ระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาผู้เสียหายต้องการได้รับผลตอบแทนเพิ่ม จึงได้โอนเงินไปเรื่อย ๆ เพื่อเลื่อนระดับขั้นให้สูงขึ้น เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน มิจฉาชีพแจ้งว่าไม่สามารถถอนได้ ต้องโอนเงินเข้าไปเพิ่มขึ้นอีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 5,943,210 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทาง Facebook ชักชวนให้โอนเงินลงทุนเกี่ยวกับการเทรดหุ้นตลาดหลักทรัพย์ ช่วงแรกเป็นการลงทุนแบบตามงบประมาณ หลังจากนั้นให้คุยกับเลขาฯ เนื่องจากจะมีการแนะนำให้ซื้อหุ้นในการลงทุนเพิ่ม เมื่อจะทำการถอนเงินออกจากระบบ มิจฉาชีพแจ้งว่าจะต้องชำระค่าส่วนแบ่งกำไร 13% ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป แต่ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ แจ้งว่าผู้เสียหายทำผิดขั้นตอน จะต้องโอนเงินเพื่อแก้ไขข้อมูลและให้โอนเงินเพื่อจ่ายค่าภาษี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 1,031,417 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้พบโฆษณาสินเชื่อบุคคล แคช ทู โก สินเชื่อ ธุรกิจ TTB SME ผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดและเพิ่มเพื่อนทาง Line ได้สอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ธุรการ จากนั้นแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินไปก่อน จึงจะได้รับยอดเงินกู้ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป จากนั้นอ้างว่าหมายเลขบัญชีธนาคารผิด ให้โอนเงินเข้าไปเพื่อแก้ไข และให้โอนเงินเพิ่มอีกหลายครั้งเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่ารับ OTP ค่าแก้ไขข้อมูล ค่ายกเลิกสัญญาเงินกู้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 5 คดีหลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 1,248,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเทรดเงินดิจิทัลผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ที่แสดงหน้าเพจเพื่อสอบถามรายละเอียด จากนั้นมิจฉาชีพจึงชักชวนให้โอนเงินเพื่อลงทุนเทรดเงินดิจิทัล ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ในช่วงแรกได้รับผลตอบแทนเล็กน้อยสามารถถอนเงินได้ ภายหลังโอนเงินเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินคืนได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 11,597,627 บาททั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,681,929 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,064 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 633,201 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,249 บัญชี3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 201,562 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.83 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 149,037 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.53 (3) หลอกลวงลงทุน 92,013 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.53 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 76,855 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 12.14 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 45,500 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.19 (และคดีอื่นๆ 68,234 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.78)จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย โดยชักชวนให้บริจาคการกุศล โอนเงินบริจาคคนยากไร้ ซึ่งถือเป็นวิธีการที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ การหลอกลงทุนเทรดหุ้น หลอกให้กู้เงิน โดยอ้างเป็นสินเชื่อ ธ.ทหารไทยธนชาต ให้โอนจ่ายค่าธรรมเนียมเรื่อยๆ ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด ดังนั้นหากมีการติดต่อเข้ามา ให้ประเมินว่าเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่องหากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเช็กด่วน 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้กู้เงินเปิดสถิติแจ้งเตือนข่าวปลอม-ข่าวบิดเบือนให้ประชาชนแล้วกว่า 10,000 เรื่องเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหว
TNN ช่อง16 • 6 พ.ค. 68
อ่าน
เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ
TNN ช่อง16 • 24 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมเป็นตำรวจ หลอกล็อกแอป SCB EASY
ผู้เสียหายแชร์ประสบการณ์หลอกลวงแนวใหม่ มิจฉาชีพปลอมเป็นตำรวจ ล็อกแอป SCB EASY ผ่านข้อมูลส่วนตัว ทำเหยื่อหลงเชื่อสนิทมิจฉาชีพแฝงตัวเป็นตำรวจ ล็อกแอปธนาคาร หลอกเหยื่อโอนเงินผู้ใช้รายหนึ่งออกมาเตือนภัยผ่านโซเชียล หลังตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทรแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน พร้อมทั้งขอให้เดินทางไปให้ปากคำที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือสถานีตำรวจแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรีเมื่อผู้เสียหายแจ้งว่าไม่สามารถเดินทางได้ทันในวันดังกล่าว มิจฉาชีพจึงเสนอทางเลือกใหม่ให้ติดต่อสอบสวนผ่านแอปพลิเคชัน LINE โดยแอดไลน์และพูดคุยผ่านวิดีโอคอลทันที เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ ล็อกแอปจริง ส่ง SMS ปลอม หลอกเหยื่อสำเร็จระหว่างการสนทนา มิจฉาชีพได้ขอข้อมูลทางการเงิน เช่น จำนวนบัญชีธนาคาร และเสนอว่าต้อง "ระงับการใช้งานแอป SCB EASY ชั่วคราว" เพื่อป้องกันเงินรั่วไหล และขอให้ผู้เสียหายโอนเงินออกมาก่อนที่แอปจะถูกล็อกหลังจากนั้นไม่กี่นาที ผู้เสียหายก็ได้รับ SMS แจ้งว่าแอป SCB EASY ถูกระงับการใช้งานจริง และไม่สามารถเข้าใช้งานได้ตามปกติ ทำให้เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ๆ และเชื่อว่ามิจฉาชีพคือเจ้าหน้าที่รัฐใช้ข้อมูลเหยื่อยื่นเรื่องเองผ่านธนาคารผู้เสียหายเปิดเผยว่า มิจฉาชีพมีข้อมูลส่วนตัวครบถ้วน ทั้งชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ และช่องทางติดต่อ จึงสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการแจ้งธนาคารเพื่อ "ขอระงับการใช้งานแอป" ได้ โดยอ้างว่าเจ้าของบัญชีทำโทรศัพท์หายหรือต้องการความปลอดภัยเพิ่มเติมหลังจากโทรสอบถามธนาคารจึงพบความจริงว่า บัญชีไม่ได้ถูกอายัด แต่เป็นแอป SCB EASY ที่ถูกล็อกโดยคำขอผ่านช่องทางบริการของธนาคาร ซึ่งมิจฉาชีพดำเนินการแทนด้วยข้อมูลเหยื่อ ช่องโหว่ที่ต้องระวัง และวิธีป้องกันกรณีนี้แสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ด้านการตรวจสอบสิทธิ์ตัวตนในการแจ้งระงับแอปพลิเคชันผ่านระบบธนาคาร ที่อาจถูกใช้โดยผู้ไม่หวังดี หากมีข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของบัญชีครบถ้วนข้อควรระวังตำรวจไม่มีนโยบายแอดไลน์หรือวิดีโอคอลสอบสวนคดีธนาคารไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นแจ้งระงับแอปแทนเจ้าของบัญชีหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัวผ่านโทรศัพท์หรือโซเชียลหากได้รับ SMS หรือโทรศัพท์ต้องสงสัย ให้ติดต่อธนาคารด้วยตนเองหากสงสัยว่าเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ โทรแจ้ง 1441 หรือ www.thaipoliceonline.com
TNN ช่อง16 • 23 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งเตือนประชาชนระวังSMS M-Flow ปลอม ซึ่งหลอกแนบลิงก์อ้างว่ามี "บิลรอดำเนินการ" โดยยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรายงานผลการเฝ้าระวังข่าวระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2568 พบข้อความต้องตรวจสอบทั้งหมด 599 ข้อความ จากข้อความที่เข้ามากว่า 837,000 ข้อความ โดยข่าวปลอมอันดับ 1 คือเรื่อง "M-Flow ส่ง SMS แนบลิงก์ แจ้งมีบิลที่กำลังรอดำเนินการ" กระทรวงดีอีได้ประสานกับกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบและยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการแอบอ้างโดยมิจฉาชีพที่ต้องการหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์ปลอม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือหลอกให้โอนเงินประชาชนที่ใช้บริการ M-Flow สามารถตรวจสอบและชำระค่าบริการได้ผ่าน 3 ช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น ได้แก่แอปพลิเคชัน MFlowthaiLine Official : @mflowthaiเว็บไซต์ www.mflowthai.comกระทรวงดิจิทัลฯ ยังเน้นย้ำให้ประชาชนอย่าแชร์หรือหลงเชื่อข่าวปลอมโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมมีความซับซ้อน และแฝงตัวในสื่อออนไลน์จำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลนอกจาก SMS M-Flow ปลอมแล้ว ยังพบข่าวปลอมอื่นที่น่าเป็นห่วง เช่น การเปิดบัญชี TikTok ปลอมอ้างชื่อธนาคาร, การหลอกให้จองหุ้น, รวมถึงการรับสมัครงานผ่านเพจปลอม ซึ่งล้วนมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงประชาชนทั้งสิ้น
TNN ช่อง16 • 6 เม.ย. 68
อ่าน
ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท กรมสรรพากร ยืนยันเป็นข่าวปลอม
จากกรณีกระแสข่าวกรมสรรพากร ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท ให้ยืนยันข้อมูลบัญชีธนาคาร เพื่อรับเงิน ทางกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่ทำการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร หลอกส่งอีเมลให้ประชาชนคลิกลิงก์ยืนยันข้อมูลบัญชีอย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้ อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้
TNN ช่อง16 • 20 ก.พ. 68
อ่าน
เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ
กระแสโซเชียลกำลังพุ่งความสนใจไปที่เพจ Kafaak หลังโพสต์เตือนว่า ChatGPT สามารถนำไปใช้ปลอมสลิปโอนเงินแบบแนบเนียนได้ ทั้งการปลอมชื่อบัญชีเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) มหาเศรษฐีชื่อดัง ปลอมจำนวนเงินที่โอน เลขบัญชี และไม่เว้นแม้แต่ลายน้ำ TNN Tech จึงรวบรวม 3 วิธี ในการรับมือสลิปปลอม ที่ไม่ใช่แค่มาจาก ChatGPT หรือ Generative AI ตัวอื่น ๆ แต่ยังไปรวมถึงการตัดต่อภาพด้วยเช่นกัน 3 วิธี รับมือสลิปปลอมจากภาพ ChatGPT, Generative AI และภาพตัดต่อสแกน QR Code บนสลิป (ถ้ามี) สำหรับสลิป (Slip) หรือบันทึกการทำรายการที่แอปพลิเคชันธนาคารออกให้ เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีการทำรายการโอนเงินหรือชำระเงินจริงหรือไม่เปิดแจ้งเตือนการทำธุรกรรม โดยการแจ้งเตือนจะมีทั้งรูปแบบบนแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) แบบ Official ของธนาคาร หรือสมัครรับ SMS สำหรับแจ้งเตือนก็ได้เช่นกันสมัครบริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งมีการทำธุรกรรมจำนวนมากในแต่ละวัน สามารถใช้บริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติเมื่อมีการส่งหลักฐานเข้าไปยังไลน์ หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ เช่น สลิปทูโก (Slip2GO) สลิปโอเค (SlipOK) หรือ อีซี่สลิป (EasySlip) เป็นต้น โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามปริมาณการทำธุรกรรมในแต่ละเดือน และนอกจากทั้ง 3 วิธีหลักแล้ว การสังเกตความผิดปกติบนสลิป เช่น ขนาด และรูปแบบตัวอักษร ลายน้ำ และรวมไปถึงการขอดูสลิปทันทีที่โอนเงินหากทำได้ ก็เป็นอีกตัวช่วยรับมือการปลอมสลิปโอนเงินได้เช่นกัน
TNN ช่อง16 • 28 มี.ค. 68
อ่าน
M-Flow เตือนภัย! SMS ปลอมแอบอ้างเรียกเก็บเงิน กดลิงก์เสี่ยงสูญเงินในบัญชี
ปัจจุบันภัยมิจฉาชีพมีหลากหลายรูปแบบที่ต้องระวัง ทั้งการโทรศัพท์ ส่ง SMS อีเมล หรือช่องทางออนไลน์ต่างๆ ล่าสุดพบการแอบอ้างเป็นระบบ M-Flow เพื่อหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์อันตราย เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568 เฟซบุ๊กตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้โพสต์เตือนภัยเกี่ยวกับมิจฉาชีพที่กำลังแอบอ้างเป็น M-Flow ส่งข้อความ SMS มายังผู้ใช้บริการ โดยแจ้งว่ามียอดค้างชำระพร้อมแนบลิงก์ปลอมเพื่อหลอกให้กดเข้าไป ซึ่งเป็นกลลวงที่กำลังระบาดและมีประชาชนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อ วิธีสังเกตข้อความหลอกลวงนี้ไม่ยาก โดย SMS ปลอมจะมีข้อความว่า "คุณมีบิล M-Flow ที่กำลังรอดำเนินการ" พร้อมแนบลิงก์ให้คลิก ซึ่งหากกดเข้าไปอาจนำไปสู่การขโมยข้อมูลส่วนตัวและเงินในบัญชีของผู้ใช้ทางตำรวจสอบสวนกลางได้ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและอย่ากดลิงก์ปลอมที่แนบมาในข้อความดังกล่าวโดยเด็ดขาด หากไม่แน่ใจว่ามียอดค้างชำระจริงหรือไม่ ให้ตรวจสอบและชำระค่าบริการผ่าน 3 ช่องทางที่เป็นทางการของ M-Flow เท่านั้น ได้แก่:1. แอปพลิเคชัน: MFlowthai2. Line Official: @mflowthai3. เว็บไซต์: mflowthai.com หรือโทร. 1586
TNN ช่อง16 • 27 มี.ค. 68
อ่าน
ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท กรมสรรพากร ยืนยันเป็นข่าวปลอม
จากกรณีกระแสข่าวกรมสรรพากร ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท ให้ยืนยันข้อมูลบัญชีธนาคาร เพื่อรับเงิน ทางกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่ทำการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร หลอกส่งอีเมลให้ประชาชนคลิกลิงก์ยืนยันข้อมูลบัญชีอย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้ อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้
TNN ช่อง16 • 20 ก.พ. 68
อ่าน
ข่าวปลอมล่าสุด! เตือนภัย อันดับ 1 “ทางรัฐ เปิด TikTok thangratnew”
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 10 – 16 มกราคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 837,172 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 510 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 474 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 30 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 3 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 3 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 207 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 64 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง ทางรัฐ เปิด TikTok thangratnew สำหรับแจ้งข่าวสวัสดิการแห่งรัฐอันดับที่ 2 : เรื่อง กฟภ. เปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์ใช้ไฟฟรีผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ และแอปพลิเคชันอันดับที่ 3 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดกลุ่มแบ่งปันหุ้น เรียนรู้ฟรีอันดับที่ 4 : เรื่อง ธนาคารออมสินส่งเอกสาร แจ้งเตือนการกรอกหมายเลขบัญชีธนาคารไม่ถูกต้องอันดับที่ 5 : เรื่อง ติดต่อ กฟภ. ผ่านไลน์ เพิ่มเพื่อนด้วยหมายเลข 099-191-3170อันดับที่ 6 : เรื่อง ทางรัฐ เปิด TikTok ใหม่สำหรับประชาสัมพันธ์ข่าวดิจิทัลวอลเล็ตอันดับที่ 7 : เรื่อง ธ.กรุงไทย ปล่อยเงินกู้ผ่านไลน์ วงเงิน 5,000-500,000 บาท ไม่จำกัดอาชีพอันดับที่ 8 : เรื่อง เปิดจองนักเทรดมือใหม่ สอนปั้นพอร์ตจากหลักพันสู่หลักแสน โดย ก.ล.ต.อันดับที่ 9 : เรื่อง ออมสิน ออกสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ และใช้หนี้นอกระบบอันดับที่ 10 : เรื่อง ออมสินปล่อยสินเชื่อเพื่อประชาชน ผ่าน TikTok kmnvcuotu1pttamosin“เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการสวัสดิการของรัฐบาล โครงการสินเชื่อของธนาคารรัฐ การชักชวนให้ลงทุนร่วมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจส่งผลให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อ และแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไป อาจส่งผลกระทบต่อเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน และอาจทำให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ทางรัฐ เปิด TikTok thangratnew สำหรับแจ้งข่าวสวัสดิการแห่งรัฐ” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานตรวจสอบร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ DGA สำนักนายกรัฐมนตรี พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า บัญชี Tiktok ดังกล่าว ไม่ใช่บัญชีของ DGAทั้งนี้ DGA มีช่องทาง Tiktok อย่างเป็นทางการ คือ DGAThailand (https://www.tiktok.com/@dgathailand) เท่านั้น ส่วนบัญชีอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากนี้ไม่ใช่ช่องทางการติดต่อสื่อสารอย่างเป็นทางการของ สพร. หากประชาชนหลงเชื่อ เข้าไปกดติดตาม อาจทำให้ได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดสามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)| Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
TNN ช่อง16 • 19 ม.ค. 68
อ่าน
ออมสินเตือนมุขใหม่มิจฉาชีพส่งจดหมายปลอมหลอกโอนเงิน ย้ำ! ต้องเช็คทุกครั้ง ก่อนหมดตัว
ออมสินเตือนอีก มุขใหม่มิจฉาชีพ ปลอมเอกสารเหมือนธนาคารส่งเป็นจดหมาย ย้ำ! ต้องเช็คธนาคารทุกครั้งว่าจริงหรือมั่ว ก่อนสูญเงินหมดตัว #ทันหุ้น ธนาคารออมสินแจ้งว่า ตามที่มีการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ด้วยการส่งจดหมายปลอม แอบอ้างใช้โลโก้ ชื่อธนาคาร รวมถึงชื่อผู้บริหารของธนาคาร ส่งไปยังลูกค้าประชาชนโดยระบุว่า ไม่สามารถโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีของลูกค้าได้ เนื่องจากลูกค้ากรอกข้อมูลบัญชีธนาคารไม่ถูกต้อง ทำให้บัญชีถูกอายัด ไม่สามารถทำธุรกรรมใด ๆ ได้จนกว่าจะดำเนินการตามที่มิจฉาชีพแอบอ้าง หากไม่ปฏิบัติตามจะทำให้ไม่ได้รับวงเงินสินเชื่อ รวมถึงมีความผิดตามกฎหมาย ติดแบล็คลิสต์ และถูกยึดทรัพย์ ธนาคารออมสินขอยืนยันว่า จดหมายดังกล่าวเป็นจดหมายปลอม ธนาคารไม่มีนโยบายส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แจ้งให้ลูกค้าแก้ไขข้อมูลเลขบัญชีทุกกรณี รวมถึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่าง ๆ ตามที่ระบุในจดหมายแอบอ้างดังกล่าว โดยขณะนี้ ธนาคารอยู่ในระหว่างการติดตามสถานการณ์ และดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างและกระทำการข้างต้น ธนาคารออมสิน จึงขอเน้นย้ำลูกค้าประชาชนถึงสิ่งที่ต้องปฏิบัติก่อนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพรายต่อไป เบอร์แปลก หลอกคุย ตัดสายทิ้ง ลิงก์ไม่กด และเมื่อได้รับการติดต่อโดยอ้างชื่อธนาคาร หรือมีความไม่แน่ใจ ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดด้วยตนเองก่อนทุกครั้งกับช่องทางของธนาคารออมสิน อาทิ เว็บไซต์ www.gsb.or.th, แอปพลิเคชัน MyMo, เฟซบุ๊ก GSB Society, LINE Official Account : GSB NOW และ GSB Contact Center โทร. 1115
ทันหุ้น • 21 ม.ค. 68
อ่าน
กงสุลใหญ่แอลเอ ไม่เปิดรับบริจาคช่วยไฟป่า ระวังมิจฯ แอบอ้าง
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ออกประกาศเตือนประชาชน กรณีพบกลุ่มบุคคลใช้ชื่อสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ในการเปิดรับเงินบริจาคช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยจากไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ว่า สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเปิดรับเงินบริจาคดังกล่าว และไม่มีนโยบายที่จะเปิดรับเงินบริจาคจากประชาชนเพื่อนำไปบริหาร แจกจ่ายช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า เนื่องจากระดับความรุนแรงของผลกระทบที่แต่ละบุคคลได้รับ มีความแตกต่างหลากหลาย ดังนั้น การจัดสรรเงินบริจาคให้ผู้ประสบภัย แต่ละรายอย่างเป็นธรรม จำเป็นต้องนำปัจจัยและความแตกต่างข้างต้นมาประกอบการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งและการโต้เถียงระหว่างผู้ได้รับผลกระทบด้วยกัน ทั้งนี้ หากสถานการณ์เลวร้ายลง สถานกงสุลใหญ่ฯ ขอยืนยันว่า ได้เตรียมแผนรองรับเพื่อดูแลสวัสดิภาพของคนไทยไว้แล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับช่องทาง ในการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐฯสำหรับการมาตรการฟื้นฟูในระยะยาว ซึ่งจะเริ่มมีความชัดเจนขึ้นหลังจากสถานการณ์ไฟป่าคลี่คลายลง ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าสามารถติดต่อแจ้งเหตุ ขอคำแนะนำ และขอความช่วยเหลือเฉพาะหน้าได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของสถานกงสุลใหญ่ฯ โทร 323-962-9574 และ 323-580-4222ภาพจาก:AFP
TNN ช่อง16 • 16 ม.ค. 68
อ่าน
ธ.ก.ส. ชวนลูกค้าทำ e-KYC ป้องกันภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ
ธ.ก.ส. ชวนลูกค้าทำ e-KYC ป้องกันภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ เพียงนำบัตรประชาชนและสมาร์ทโฟนเข้ารับบริการเพื่อจัดเก็บใบหน้าสำหรับการยืนยันตัวตน #ทันหุ้น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เชิญชวนลูกค้า ผู้ใช้บริการแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ที่ยังไม่ลงทะเบียนยืนยันตัวตน e-KYC หรือ Electronic Know Your Customer ซึ่งเป็นกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและตัวตนของลูกค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะเป็นประโยชน์ในการทำธุรกรรมทางการเงินหรือการลงทุนต่าง ๆ อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ลูกค้าเพียงนำบัตรประจำตัวประชาชน และสมาร์ทโฟน เข้ารับบริการเพื่อจัดเก็บใบหน้าสำหรับยืนยันตัวตนในการเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรม ผ่าน BAAC Mobile ป้องกันการถูกฉ้อโกงเลี่ยงภัยคุกคามจากมิจฉาชีพ อาชญากรรมทางการเงิน ลดความเสี่ยงในการถูกนำบัญชีไปใช้ในธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ลูกค้า ธ.ก.ส. ที่สนใจลงทะเบียน e-KYC สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555
ทันหุ้น • 16 ม.ค. 68
อ่าน
ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม
TNN ช่อง16 • 14 ม.ค. 68
ดูเพิ่มเติม