รีเซต

ผลการค้นหา “手机怎样创建美国苹果账号(证件网:bbzz58.com)-专业手机怎样创建美国苹果账号[办证网:ban58.com]-溧阳手机怎样创建美国苹果账号哪里有-可以找手机怎样创建美国苹果账号Oh” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ลูกค้าทรู รับส่วนลด 5,000 บาท เมื่อซื้อ iPhone 17 ทุกรุ่น พร้อมแพ็กเกจ ที่ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ และทรูสโตร์ ใช้ 10,000 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ลูกค้าทรู รับส่วนลด 5,000 บาท เมื่อซื้อ iPhone 17 ทุกรุ่น พร้อมแพ็กเกจ ที่ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ และทรูสโตร์ ใช้ 10,000 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿5000ที่ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ลูกค้าทรู ใช้ 10,000 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 5,000 บาท เมื่อซื้อ iPhone 17 ทุกรุ่น พร้อมแพ็กเกจ ที่ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ และทรูสโตร์รุ่นที่ร่วมรายการiPhone 17iPhone 17 AiriPhone 17 ProiPhone 17 Pro Max เงื่อนไข 1. รหัสส่วนลด ใช้ได้กับการซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจ รุ่นที่ร่วมรายการเท่านั้น ที่ทรูช็อป ทรูแบรนด์ดิ้งช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ และทรูสโตร์2. ลูกค้าทรูใช้ 10,000 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 5,000 บาท เมื่อซื้อมือถือ iPhone 17 / iPhone 17 Air / iPhone 17 Pro / iPhone 17 Pro Max พร้อมแพ็กเกจ (*สิทธิ์ส่วนลดจำนวนจำกัด)3. จำกัด 1 บัตรประชาชน / 1 สิทธิ์ / 1 โปรโมชั่น ตลอดระยะเวลาแคมเปญ4. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับ จากการกดรับสิทธิ์ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทรูช็อป ทรูสเฟียร์ สาขาที่ร่วมรายการ และกรอกโค้ดส่วนลดบนเว็บไซต์ทรูสโตร์ ก่อนการชำระเงิน เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลด5. กดรับสิทธิ์ได้ผ่านแอปทรูไอดี กดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่ 19 กันยายน 68 - 31 ก.ค.69 เท่านั้น (*โค้ดมีจำนวนจำกัด)6. เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับสินค้าที่มีจำหน่าย ณ เวลานั้น)7. ลูกค้าไม่สามารถใช้ทรูพอยท์ของหมายเลขอื่นที่ไม่ได้จดทะเบียนภายใต้หมายเลขบัตรของลูกค้าเอง ในการรับสิทธิ์ส่วนลดแทนได้8. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้9. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้10. หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืน TruePoint ทุกกรณี11.สิทธิพิเศษนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ผู้ใช้บริการจะต้องศึกษาข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมก่อนเลือกใช้บริการที่ทรูช็อป (ทุกสาขา) หรือโทร 1242

ความรักทั้งหมดที่มีให้ อัดแน่นเต็มเปี่ยมอยู่ใน "กระสุนนัดนี้" | Buckshot Roulette @AitoLH

ความรักทั้งหมดที่มีให้ อัดแน่นเต็มเปี่ยมอยู่ใน "กระสุนนัดนี้" | Buckshot Roulette @AitoLH

ฺ#NottoNBK #AitoLH #BuckshotRoullete ขอบคุณเพื่อนบ้าน ขาวๆเหลี่ยมๆคุงด้วยนะครับ ที่ยอมมาเล่นด้วยกัน @AitoLH Buckshot Roulette | https://store.steampowered.com/app/2835570/Buckshot_Roulette/ สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black

ขับหุ่นยนต์สุดจ๊าบ มาทำฟาร์มที่ต่างดาว| Lightyear Frontier

ขับหุ่นยนต์สุดจ๊าบ มาทำฟาร์มที่ต่างดาว| Lightyear Frontier

Lightyear Frontier | https://store.steampowered.com/app/1677110/Lightyear_Frontier/ สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black

Morgan Stanley รุกตลาด Stablecoin เปิดตัวพอร์ตสำรองผ่านกองทุนตลาดเงิน
อ่าน

Morgan Stanley รุกตลาด Stablecoin เปิดตัวพอร์ตสำรองผ่านกองทุนตลาดเงิน

#MorganStanley #Stablecoin #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก Cointelegraph ได้ระบุว่า ฝ่ายจัดการการลงทุนของ Morgan Stanley ได้เปิดตัว "Stablecoin Reserves Portfolio" ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ออกเหรียญ Stablecoin สามารถนำสินทรัพย์สำรองที่ค้ำประกันเหรียญมาพักไว้ในกองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) ของธนาคาร พร้อมรับผลตอบแทนจากดอกเบี้ย ผลิตภัณฑ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของกองทุนความเสี่ยงต่ำ Morgan Stanley Institutional Liquidity Funds (MSNXX) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเงินต้น ให้สภาพคล่องรายวัน และจ่ายรายได้ในขณะที่รักษามูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ไว้ที่ 1 ดอลลาร์ ตามที่ Morgan Stanley ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา "การพัฒนาวิธีการที่เป็นนวัตกรรมเพื่อทำงานร่วมกับผู้ออก Stablecoin เป็นอีกก้าวหนึ่งสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินให้ทันสมัย" Amy Oldenburg หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินทรัพย์ดิจิทัลของ Morgan Stanley กล่าว ทางธนาคารระบุว่า ผลิตภัณฑ์นี้จัดทำขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย GENIUS Act (Guiding and Establishing National Innovation for US Stablecoins Act) ซึ่งเป็นกรอบกฎหมายที่ลงนามบังคับใช้เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยกฎหมายฉบับนี้ส่งผลให้ผู้ให้บริการชำระเงินในโลกการเงินดั้งเดิม (TradFi) หลายราย เช่น Western Union และ Zelle ขยายตัวเข้าสู่พื้นที่ Stablecoin Morgan Stanley เป็นหนึ่งในหลายบริษัทจากวอลล์สตรีทที่พยายามรุกเข้าสู่ตลาดคริปโตอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าสถาบันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ธนาคารได้เปิดตัว Morgan Stanley Bitcoin Trust (MSBT) ซึ่งมียอดเงินไหลเข้าสุทธิสูงถึง 172 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เปิดตัว นอกจากนี้ บริษัทยังได้ยื่นเอกสารต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เพื่อจดทะเบียนกองทุน Ether (ETH) และกองทุน Solana แบบมีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยเครือข่าย (Staked SOL) รวมถึงในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมายังได้ยื่นขอจัดตั้งธนาคารทรัสต์ระดับชาติ (National Trust Banking Charter) กับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินทางการเงิน (OCC) ซึ่งหากได้รับอนุมัติ จะทำให้ธนาคารสามารถให้บริการรับฝากสินทรัพย์คริปโต (Custody) รวมถึงดำเนินการซื้อ แลกเปลี่ยน และโอนในนามของลูกค้าได้ กองทุนเปิดกว้างสำหรับนักลงทุนรายอื่น Morgan Stanley ระบุว่า กองทุนตลาดเงินนี้จะลงทุนในเงินสด, พันธบัตรสหรัฐฯ ที่มีอายุไม่เกิน 93 วัน และสัญญาซื้อคืนพันธบัตรข้ามคืน (Overnight Repurchase Agreements) ที่ค้ำประกันด้วยพันธบัตรรัฐบาล ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ Morgan Stanley เผยว่า นักลงทุนจะต้องลงทุนขั้นต่ำที่ 10 ล้านดอลลาร์ในกองทุน MSNXX โดยมีค่าธรรมเนียมการจัดการ 0.15% ทั้งนี้ แม้จะคาดการณ์ว่าผู้ถือหุ้นในกองทุนส่วนใหญ่จะเป็นผู้ออกเหรียญ Stablecoin แต่ธนาคารระบุว่าอาจเปิดให้ทางนักลงทุนรายอื่นเข้าถึงได้เช่นกัน ปัจจุบัน Morgan Stanley เป็นหนึ่งในธนาคารเพื่อการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีที่ปรึกษาทางการเงินประมาณ 16,000 ราย ซึ่งบริหารจัดการสินทรัพย์ของลูกค้ารวมมูลค่ากว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์ ที่มา https://cointelegraph.com/news/morgan-stanley-launches-money-market-fund-for-stablecoin-issuers

จำนำ Apple iCloud เทคนิคใหม่สแกมเมอร์ ที่ต้องระวัง
อ่าน

จำนำ Apple iCloud เทคนิคใหม่สแกมเมอร์ ที่ต้องระวัง

จำนำ Apple iCloud เทคนิคใหม่สแกมเมอร์ ที่ต้องระวัง "จำนำ Apple iCloud" เป็นเทคนิคที่แฝงมาในรูปแบบของการกู้ยืมเงินหรือผ่อนสินค้า โดยมีร้านค้าหรือมิจฉาชีพให้คุณนำอุปกรณ์ Apple มาใช้เป็นหลักประกัน แต่แทนที่จะเก็บตัวเครื่องไว้ พวกเขาจะให้คุณลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID และรหัสผ่านของทางร้าน (หรือให้ข้อมูลของคุณไปกรอก) ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งและเป็นช่องทางใหม่ของสแกมเมอร์ กลโกงและเทคนิคที่ต้องระวัง ให้ใช้ Apple ID ของร้านเป็นหลักประกัน: นี่คือหัวใจหลักของสแกมรูปแบบนี้ หากคุณไม่จ่ายเงินตามกำหนด ร้านค้าหรือมิจฉาชีพจะใช้สิทธิ์ในการเป็นเจ้าของบัญชี iCloud ล็อกเครื่องของคุณจากระยะไกล (ใช้ฟังก์ชัน Find My) ทำให้เครื่องกลายเป็นที่ทับกระดาษ และเรียกค่าไถ่เพื่อปลดล็อก ล้วงข้อมูลส่วนตัว: ในขั้นตอนการกู้ยืมหรือผ่อนสินค้า พวกเขาจะขอข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญทั้งหมด เช่น ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, เบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่, ข้อมูลที่ทำงาน และอาจรวมถึงเลข IMEI ของเครื่อง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ในการแบล็กเมล์หรือสวมรอยทำสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ สร้างความเร่งด่วนและกดดัน: มิจฉาชีพมักใช้วิธีสร้างความกลัวหรือความเร่งรีบ เช่น อ้างว่าบัญชีถูกระงับ, พื้นที่เก็บข้อมูลเต็ม, หรือมีการเข้าสู่ระบบที่น่าสงสัย เพื่อให้คุณตกใจและทำตามคำแนะนำโดยไม่ทันคิด หลอกให้กดลิงก์ปลอม (Phishing): คุณอาจได้รับอีเมลหรือข้อความ SMS ที่ดูเหมือนมาจาก Apple จริงๆ โดยมีลิงก์ให้กดเพื่อ "อัปเดตข้อมูล" หรือ "ยืนยันตัวตน" ซึ่งลิงก์เหล่านี้จะนำไปสู่เว็บไซต์ปลอมที่ออกแบบมาเพื่อขโมย Apple ID และรหัสผ่านของคุณ วิธีป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงภัยคุกคาม ห้ามใช้ Apple ID ของผู้อื่น: เด็ดขาด! ไม่ว่ากรณีใดๆ ห้ามลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ที่ไม่ใช่ของคุณเองบนอุปกรณ์ของคุณ อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว: Apple จะไม่ขอข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ เช่น รหัสผ่าน, เลขบัตรเครดิต, หรือเลขประกันสังคม ผ่านทางอีเมลหรือข้อความ เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองปัจจัย (Two-Factor Authentication - 2FA): นี่คือการป้องกันที่สำคัญที่สุดที่จะเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้น แม้ว่าคนร้ายจะได้รหัสผ่านไป ก็ไม่สามารถเข้าถึงบัญชีได้หากไม่มีรหัสยืนยันที่ส่งไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ของคุณ ตรวจสอบอีเมลและข้อความอย่างละเอียด: อีเมลหรือข้อความหลอกลวงมักมีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์หรือการสะกดคำ และที่อยู่ผู้ส่งมักจะไม่ใช่ @apple.com หรือ @icloud.com อย่าคลิกลิงก์ที่น่าสงสัย: หากไม่แน่ใจ ให้เข้าเว็บไซต์ Apple อย่างเป็นทางการโดยพิมพ์ที่อยู่เองในเบราว์เซอร์ แทนที่จะคลิกจากลิงก์ในข้อความหรืออีเมล ติดต่อ Apple โดยตรง: หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับบัญชี ให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ Apple ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น โดยสรุปแล้ว การจำนำ Apple iCloud เป็นการกระทำที่เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่งต่อข้อมูลส่วนตัวและความปลอดภัยของอุปกรณ์ วิธีที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงข้อเสนอในลักษณะนี้โดยเด็ดขาดและใช้วิธีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือแทนจะปลอดภัยที่สุดครับ Photo Credit : AI Generated

กสทช. บังคับใช้ระบบ Liveness Detection เปิดซิมการ์ดใหม่ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร
อ่าน

กสทช. บังคับใช้ระบบ Liveness Detection เปิดซิมการ์ดใหม่ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

จากข่าวที่ว่าเหล่ามิจฉาชีพหันมาใช้ "ซิมม้า" และ "บัญชีม้า" เป็นช่องทางก่ออาชญากรรม ทำให้ กสทช. ต้องยกระดับความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น ด้วยการบังคับใช้เทคโนโลยี Liveness Detection สำหรับการลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่อาจดูน่าสับสนสำหรับหลายคน บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยีนี้ให้มากขึ้นครับ Liveness Detection คืออะไร? Liveness Detection เป็นเทคโนโลยีสุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อ "ตรวจจับความมีชีวิต" ของบุคคลที่กำลังทำการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า โดยระบบจะทำงานแบบเรียลไทม์เพื่อวิเคราะห์การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ที่บ่งบอกว่าบุคคลนั้นๆ มีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่ภาพปลอมแปลง ลองนึกภาพว่าคุณกำลังใช้สมาร์ทโฟนสแกนใบหน้าเพื่อลงทะเบียนซิม ระบบนี้จะสั่งให้คุณกระพริบตา ขยับศีรษะ หรืออ้าปาก เพื่อดูว่าใบหน้าบนหน้าจอมีการตอบสนองแบบเดียวกับมนุษย์จริงหรือไม่ ซึ่งนี่คือความฉลาดของระบบที่จะช่วยป้องกันการสวมรอยจากภาพถ่าย, วิดีโอ, หน้ากาก หรือแม้แต่รูปปั้นที่ทำขึ้นมาอย่างแนบเนียน ทำไมต้องใช้ Liveness Detection? และจะช่วยอะไรได้บ้าง? เหตุผลหลักก็คือการ "ป้องกันการสวมรอย" และ "สร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์" ให้แข็งแกร่งขึ้น จากเดิมที่การลงทะเบียนซิมต้องใช้เพียงแค่เอกสารอย่างบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ซึ่งมีโอกาสที่มิจฉาชีพจะนำเอกสารปลอมแปลงหรือเอกสารของผู้อื่นมาใช้ได้ แต่เมื่อมีการใช้ Liveness Detection เข้ามาเสริม ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนจะต้องเป็นบุคคลที่มีชีวิตจริงเท่านั้น ซึ่งเป็นการปิดประตูการใช้ "ซิมม้า" ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ประโยชน์ของมันยังไม่จำกัดแค่การลงทะเบียนซิมเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะนำไปใช้ในวงการอื่นๆ ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง เช่น: การทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์: ช่วยยืนยันตัวตนก่อนการโอนเงินหรือเปิดบัญชี การเข้าถึงข้อมูลสำคัญ: ใช้ยืนยันตัวตนเพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน ใครบ้างที่ต้องลงทะเบียน? และไปที่ไหน? การบังคับใช้เทคโนโลยีนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป และทุกคนที่มีความประสงค์จะ "ลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ทุกประเภท" ไม่ว่าจะเป็นซิมแบบเติมเงินหรือแบบรายเดือน จะต้องเข้ารับการยืนยันตัวตนด้วยระบบ Liveness Detection นี้ ส่วนสถานที่ในการลงทะเบียนก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก คุณสามารถไปได้ที่ ศูนย์บริการของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น AIS, True, NT หรือผู้ให้บริการอื่นๆ รวมถึง ร้านค้าตัวแทน ที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากผู้ให้บริการด้วยเช่นกัน นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่ายในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อปกป้องประชาชนทุกคนจากภัยร้ายทางไซเบอร์ครับ Credit : กสทช.

คำแนะนำเบื้องต้น เมื่อมือถือหาย ติดตามอย่างไร ทั้ง iOS และ Android OS
อ่าน

คำแนะนำเบื้องต้น เมื่อมือถือหาย ติดตามอย่างไร ทั้ง iOS และ Android OS

ในยุคที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การที่มือถือหายไป ไม่ว่าจะทำหล่น หาย หรือถูกขโมยไป ย่อมสร้างความกังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใหม่แล้ว ข้อมูลส่วนตัว รูปภาพ หรือแม้แต่ข้อมูลธนาคารในเครื่องก็อาจตกไปอยู่ในมือของมิจฉาชีพได้ บทความนี้จะให้คำแนะนำเบื้องต้นและขั้นตอนการติดตามมือถือที่หายไป ทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS (iPhone) และ Android OS อย่างละเอียดครับ สิ่งที่ต้องทำทันทีเมื่อรู้ว่ามือถือหาย ตั้งสติ: อย่าเพิ่งตกใจมากเกินไป หายใจเข้าลึกๆ และนึกย้อนดูว่าคุณวางมือถือไว้ที่ไหนครั้งสุดท้าย หรือทำหล่นที่ใดบ้าง โทรเข้าเครื่อง: ลองโทรเข้ามือถือของคุณจากเบอร์อื่น เพื่อดูว่าได้ยินเสียงเรียกเข้าหรือไม่ หากได้ยินเสียง แสดงว่าเครื่องอาจอยู่ใกล้ๆ บอกคนใกล้ชิด: แจ้งครอบครัว เพื่อน หรือคนรอบข้างให้ทราบ เผื่อมีใครช่วยคุณหา หรือเผื่อมือถือของคุณส่งข้อความแปลกๆ ออกไป สำหรับผู้ใช้งาน iOS (iPhone, iPad) Apple มีบริการที่เรียกว่า "Find My" (ค้นหาของฉัน) ซึ่งเป็นเครื่องมือทรงพลังในการติดตามอุปกรณ์ Apple ของเรา คุณสมบัติที่สำคัญของ Find My: แสดงตำแหน่งบนแผนที่: แสดงตำแหน่งล่าสุดของอุปกรณ์ เล่นเสียง: ทำให้ iPhone ของคุณส่งเสียงดัง แม้จะอยู่ในโหมดเงียบ เหมาะสำหรับกรณีที่ทำหายในบ้านหรือใกล้ๆ โหมดสูญหาย (Lost Mode): ล็อกอุปกรณ์ของคุณด้วยรหัสผ่าน แสดงข้อความพร้อมเบอร์โทรศัพท์บนหน้าจอล็อก และติดตามตำแหน่งของอุปกรณ์ได้ ลบข้อมูล iPhone (Erase iPhone): ลบข้อมูลทั้งหมดบนเครื่องเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวของคุณตกไปอยู่ในมือของผู้อื่น (ไม่สามารถติดตามได้อีกหลังจากลบข้อมูลแล้ว) วิธีการใช้งาน Find My: เข้าสู่ระบบ Find My: บนอุปกรณ์ Apple เครื่องอื่นของคุณ: เปิดแอป "ค้นหาของฉัน" (Find My) บนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่ Apple: เข้าไปที่เว็บไซต์ iCloud.com/find แล้วลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID เดียวกันกับ iPhone ที่หายไป เลือกอุปกรณ์ที่หาย: ในหน้าจอ Find My ให้เลือก iPhone หรือ iPad ที่คุณต้องการค้นหา ดำเนินการตามสถานการณ์: ถ้าเครื่องอยู่ใกล้ๆ (ในบ้าน, ที่ทำงาน): กด "เล่นเสียง" (Play Sound) ถ้าเครื่องอยู่นอกพื้นที่/สงสัยโดนขโมย: เลือก "ทำเครื่องหมายว่าสูญหาย" (Mark As Lost): ระบบจะล็อกเครื่องทันที แสดงเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ และข้อความที่คุณต้องการให้แสดงบนหน้าจอ หากเครื่องออนไลน์ คุณจะเห็นตำแหน่งของเครื่องบนแผนที่และเครื่องจะอยู่ในโหมดประหยัดพลังงานเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ หากเครื่องออฟไลน์ ระบบจะล็อกทันทีที่เครื่องกลับมาออนไลน์ แจ้งความ: จดบันทึก IMEI (International Mobile Equipment Identity) ของเครื่อง (ดูได้จากกล่อง iPhone หรือเช็คได้จาก Apple ID บนเว็บ iCloud) และนำไปแจ้งความกับตำรวจ เพื่อเป็นหลักฐานและใช้ในการติดตาม หากเครื่องถูกนำไปขายหรือจำนำ ถ้าข้อมูลสำคัญมากและไม่ต้องการให้ใครเข้าถึง: เลือก "ลบข้อมูล iPhone นี้" (Erase This iPhone) ข้อควรระวัง: เมื่อลบข้อมูลแล้ว คุณจะไม่สามารถติดตามอุปกรณ์ได้อีก ข้อควรรู้สำหรับ iOS: ต้องเปิด Find My ไว้ล่วงหน้า: ฟังก์ชันนี้จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อคุณได้เปิด "ค้นหา iPhone ของฉัน" (Find My iPhone) ไว้ในเครื่องก่อนที่มันจะหายไป ต้องเปิด Location Services: เพื่อให้เครื่องสามารถส่งตำแหน่งกลับมาได้ ทำงานแม้เครื่องออฟไลน์: ใน iOS เวอร์ชันใหม่ๆ (ตั้งแต่ iOS 15 ขึ้นไป) iPhone สามารถส่งตำแหน่งได้แม้เครื่องจะปิดอยู่ หรือแบตเตอรี่หมดก็ตาม โดยใช้เครือข่าย Find My ของอุปกรณ์ Apple อื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง สำหรับผู้ใช้งาน Android OS Google มีบริการที่เรียกว่า "Find My Device" (ค้นหาอุปกรณ์ของฉัน) ซึ่งทำงานคล้ายกับ Find My ของ Apple คุณสมบัติที่สำคัญของ Find My Device: ระบุตำแหน่ง: แสดงตำแหน่งล่าสุดของอุปกรณ์บนแผนที่ เล่นเสียง: ทำให้โทรศัพท์ส่งเสียงดังนาน 5 นาที แม้จะตั้งค่าเงียบไว้ ล็อกอุปกรณ์: ล็อกอุปกรณ์ของคุณด้วย PIN, รูปแบบ หรือรหัสผ่าน และเพิ่มข้อความหรือเบอร์โทรศัพท์ลงในหน้าจอล็อก ล้างข้อมูลอุปกรณ์: ลบข้อมูลทั้งหมดในโทรศัพท์ (ไม่สามารถติดตามได้อีกหลังจากลบข้อมูลแล้ว) วิธีการใช้งาน Find My Device: เข้าสู่ระบบ Find My Device: บนอุปกรณ์ Android เครื่องอื่นของคุณ: เปิดแอป "ค้นหาอุปกรณ์ของฉัน" (Find My Device) ที่ดาวน์โหลดมาจาก Google Play Store บนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่น: เข้าไปที่เว็บไซต์ android.com/find แล้วลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Google เดียวกันกับโทรศัพท์ที่หายไป เลือกอุปกรณ์ที่หาย: เลือกโทรศัพท์ที่คุณต้องการค้นหา ดำเนินการตามสถานการณ์: ถ้าเครื่องอยู่ใกล้ๆ (ในบ้าน, ที่ทำงาน): กด "เล่นเสียง" (Play Sound) ถ้าเครื่องอยู่นอกพื้นที่/สงสัยโดนขโมย: เลือก "รักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์" (Secure Device): เพื่อล็อกอุปกรณ์และส่งข้อความหรือเบอร์โทรศัพท์แสดงบนหน้าจอล็อก แจ้งความ: จดบันทึก IMEI ของเครื่อง (ดูได้จากกล่องโทรศัพท์ หรือกด *#06# ในเครื่องก่อนหาย) และนำไปแจ้งความกับตำรวจ ถ้าข้อมูลสำคัญมากและไม่ต้องการให้ใครเข้าถึง: เลือก "ล้างข้อมูลอุปกรณ์" (Erase Device) ข้อควรระวัง: เมื่อลบข้อมูลแล้ว คุณจะไม่สามารถติดตามอุปกรณ์ได้อีก ข้อควรรู้สำหรับ Android: ต้องเปิด Find My Device ไว้ล่วงหน้า: ฟังก์ชันนี้จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อคุณได้เปิด "ค้นหาอุปกรณ์ของฉัน" และ "บริการตำแหน่ง" (Location Services) ไว้ในเครื่อง ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต: โทรศัพท์ต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือข้อมูลมือถือเพื่อให้ส่งตำแหน่งได้ (ยกเว้น Android บางรุ่นที่มีฟีเจอร์ "Find My Device network" ที่สามารถระบุตำแหน่งแบบออฟไลน์ได้คล้าย Apple) เปิด Location History ของ Google Account: จะช่วยให้ Google เก็บประวัติตำแหน่งที่คุณเคยไปได้ สิ่งที่ควรทำเพิ่มเติม (ไม่ว่าจะเป็น iOS หรือ Android) ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่าย: แจ้งผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของคุณ (เช่น AIS, dtac, TrueMove H) เพื่อระงับสัญญาณซิมการ์ด ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นนำไปใช้งานหรือเข้าถึงข้อมูลในเบอร์โทรศัพท์ของคุณ เปลี่ยนรหัสผ่าน: รีบเปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีออนไลน์ที่สำคัญทั้งหมด เช่น Google Account, Apple ID, Facebook, Line, อีเมล, แอปธนาคาร, และโซเชียลมีเดียอื่นๆ ที่คุณล็อกอินไว้บนมือถือที่หายไป แจ้งความกับตำรวจ: นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด หากคุณสงสัยว่าถูกขโมยหรือทำหายในที่สาธารณะ การแจ้งความจะช่วยให้คุณได้รับหลักฐานในการดำเนินการกับบริษัทประกัน (หากมีประกัน) หรือช่วยให้ตำรวจติดตามคืนได้ง่ายขึ้น (โดยให้ IMEI ของเครื่อง) การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอครับ ควรถ่ายรูปหรือจด IMEI ของมือถือไว้ และติดตั้งแอปพลิเคชันหรือเปิดฟังก์ชันติดตามอุปกรณ์ไว้ล่วงหน้าเสมอ จะช่วยลดความเสียหายและความกังวลใจได้มากหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นครับ Photo Credit : AI Generated

ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!
อ่าน

ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว “บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ” ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ “Your Data” ซึ่งช่วยให้ประชาชนใช้ข้อมูลของตนเองในการเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น บริการดังกล่าว ช่วยให้ประชาชนที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีค่าน้ำหรือค่าไฟ สามารถเรียกดูและดาวน์โหลดประวัติการชำระย้อนหลัง 6 เดือนของตนเองผ่านแอป “ทางรัฐ” ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นช่องทางใหม่ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ที่ไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว สามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมวิธีลงทะเบียนผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” จากนั้นเลือกเมนู “การเงิน/ประกัน” และเข้าสู่ “ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน” เลือกหน่วยงานที่ต้องการ ระบุหมายเลขมิเตอร์ ตรวจสอบข้อมูล และยืนยันคำขอ ระบบจะจัดเก็บเอกสารไว้ในโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ เพื่อนำไปยื่นขอสินเชื่อต่อไปทั้งนี้ การขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์มาก เพราะสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อให้กับผู้มีวินัยในการจ่ายค่าน้ำ - ค่าไฟ เพราะข้อมูลที่แสดงพฤติกรรมการจ่ายที่ดี จะส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อในทางบวก “โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญของรัฐในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูลของตนเอง” เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มที่เคยขาดหลักฐานทางรายได้ในรูปแบบเดิมรัฐบาลเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเปิดประตูการเงินให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเข้าถึงเงินทุนได้อย่างเสมอภาค พร้อมก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ทั้งนี้ บริการดังกล่าวเริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อที่รองรับเอกสารดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th " นางสาวศศิกานต์ กล่าว

เปิดขั้นตอนขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ เพื่อใช้ประกอบการสมัครขอสินเชื่อ
อ่าน

เปิดขั้นตอนขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ เพื่อใช้ประกอบการสมัครขอสินเชื่อ

สมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ Your Dataภายหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และ การประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว "บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ" ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อใช้ประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ Your Data ที่สนับสนุนให้ประชาชนใช้สิทธิส่งข้อมูลของตนผ่านช่องทางดิจิทัลเพื่อได้รับบริการที่ตอบโจทย์มากขึ้นบริการดังกล่าวมุ่งพัฒนาบริการให้กับประชาชนที่มีชื่อในทะเบียนผู้ใช้น้ำ-ไฟ (คู่สัญญา) สามารถขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟของตนเองบนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้สะดวก ปลอดภัย และไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับนำไปยื่นประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงิน ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลประวัติดังกล่าวจากประชาชนสามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมธปท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์จากข้อมูลประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ และในอนาคตจะสามารถต่อยอดไปใช้กับบริการทางการเงินอื่น ๆ ได้ต่อไปทั้งนี้ ประชาชนสามารถเรียกดู และดาวน์โหลดเอกสารดังกล่าว และนำไปยื่นเพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ด้านสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) แนะนำขั้นตอนการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อได้ ฟรี!สามารถขอเอกสาร “ประวัติการใช้และชำระค่าน้ำค่าไฟรูปแบบดิจิทัล” ที่จ่ายย้อนหลัง 6 เดือนได้ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อได้ ฟรี! ได้รับเอกสารไว นำไปใช้ได้เลยขั้นตอนการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟสำหรับ ผู้ใช้หรือเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า/ประปา1. เข้าสู่แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และเลือกหมวดหมู่ ‘การเงิน/ประกัน’2. เลือกบริการ ‘ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน’ และกดอนุญาต3. เลือกหน่วยงาน และทะเบียน/มิเตอร์ จากหน่วยงานที่ต้องการขอเอกสาร4. ตรวจสอบข้อมูลและกด “ขอเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ” และยืนยันการขอเอกสาร เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อได้เลยดาวน์โหลดแอปฯ ทางรัฐ ผ่าน Google Play App Store และผู้ใช้มือถือ Huawei https://dg.th/kw6uzvdo57 บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ คืออะไรบริการที่ให้ประชาชนสามารถขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟของตนเองบนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” สำหรับส่งผู้ให้บริการทางการเงินเพื่อใช้ประกอบการสมัครบริการทางการเงิน เช่น การสมัครสินเชื่อ โดยประชาชนสามารถใช้บริการได้แล้วตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ปลดล็อกให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองเพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดีขึ้นบริการดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ Your Data ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 6 หน่วยงาน ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค ที่สนับสนุนให้ประชาชนใช้สิทธิส่งข้อมูลของตนผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งจะช่วยปลดล็อกให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองเพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากขึ้นประโยชน์ต่อประชาชนสะดวก: ขอประวัติค่าน้ำ-ค่าไฟ ย้อนหลัง 6 เดือน ในที่เดียว ด้วยรูปแบบดิจิทัลใช้งานง่าย และไม่มีค่าใช้จ่าย: ขอเอกสารประวัติฯ ได้ง่าย ได้รับไว นำไปใช้ได้เลย รวมถึงไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มโอกาสได้สินเชื่อ: พฤติกรรมการจ่ายที่มีวินัย ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อประโยชน์ต่อผู้ให้บริการสินเชื่อผู้ให้บริการทางการเงินหรือสถาบันการเงินที่ได้รับข้อมูลประวัติดังกล่าวจากประชาชนสามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine-readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมใครจะใช้บริการนี้ได้บ้างประชาชนที่มีชื่อในทะเบียนผู้ใช้น้ำ-ไฟ (คู่สัญญา) และลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และยืนยันตัวตนแล้ว

ผลิตอเมริกากี่โมง  "Trump Mobile"  ธุรกิจใหม่ครอบครัวทรัมป์ ขายฝัน?  "Made in USA"
อ่าน

ผลิตอเมริกากี่โมง "Trump Mobile" ธุรกิจใหม่ครอบครัวทรัมป์ ขายฝัน? "Made in USA"

"Trump Mobile" ธุรกิจใหม่ครอบครัวทรัมป์ ขายฝัน? "Made in USA"เขย่าวงการมือถือในสหรัฐฯไม่น้อย เมื่อธุรกิจของตระกูลของทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเปิดตัวธุรกิจใหม่ "Trump Mobile" เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา กับการรุกตลาดมือถือสมาร์ตโฟน โดยเน้นราคาจับต้องได้ ขายเป็นแพคเกจรายเดือนราคาย่อมเยาพร้อมเครือข่ายที่ใช้งานได้ทันทีข้อมูลจากรายงานข่าวระบุว่า มือถือทรัมป์ที่ออกมาครั้งนี้ ใช้ชื่อว่า "T1 Phone" เป็นสมาร์ตโฟนสีทองอร่ามทั้งเครื่อง พร้อมสลักลายธงชาติอเมริกา และมีภาพหน้าที่เขียนว่า “Make America Great Again”ที่น่าสนใจไปกว่านั้น ก็คือ ทาง Trump Mobile มีการกล่าวอ้างว่า มือถือรุ่นนี้ เป็นรุ่นที่“ออกแบบและประกอบในอเมริกา” ขณะที่คุณสมบัติเองก็ไม่ธรรมดาT1 Phone มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว แบบ AMOLED RAM 12 กิกะไบต์ และพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 256 กิกะไบต์ ทำงานบนระบบ Android 15 มีกล้องหลังให้มา 3 ตัว กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 5,000 mAh ตั้งราคาไว้ที่ 499 ดอลลาร์ (ประมาณ 16,000 บาท) คาดว่าจะวางจำหน่ายได้ช่วงเดือนสิงหาคมปีนี้โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกชายคนโตของ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า Trump Mobile ได้ร่วมมือกับบุคลากรที่เก่งกาจที่สุดในอุตสาหกรรม เพื่อให้แน่ใจว่าอเมริกันชนที่แท้จริงจะได้รับคุณค่าจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือของพวกเขา พร้อมบอกว่าได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการชั้นนำ เพื่อนำเสนอสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับชาวอเมริกันอย่างแท้จริงทั้งนี้ตัวของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือดังกล่าว จะใช้ชื่อว่า “Trump Mobile” เป็นเครือข่ายมือถือแบบ MVNO ที่ไม่ได้มีโครงข่ายของตนเอง แต่เช่าโครงข่ายอื่นมาใช้ โดยมีการเปิดเผยว่า Trump Mobileใช้โครงข่ายของ 3 บริษัทใหญ่ในสหรัฐฯ ได้แก่ ATT T-Mobile และ Verizon“Trump Mobile” จะให้บริการ 5G โดยมีแผนบริการหลัก ชื่อ “The 47 Plan” ซึ่งเป็นการชำระค่ารายเดือน ราคา 47.45 ดอลลาร์ หรือราว 1,500 บาท โดยตัวเลขดังกล่าวนี้เป็นเลขเด็ดเพราะมีที่มาจากการที่ ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีลำดับที่ 45 และ 47 ของสหรัฐฯ“The 47 Plan” จะเป็นแพคเกจบริการแบบโทรไม่อั้น ส่งข้อความไม่อั้นไปยัง 100 ประเทศทั่วโลก และให้บริการข้อมูล (Data) ไม่อั้น รวมถึงมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง และยังมีบริการ Telehealth ที่สามารถปรึกษาแพทย์ทางไกลได้ด้วยทั้งนี้เว็บไซต์ของ Trump Mobile ชูจุดเด่นว่า แพคเกจของพวกเขานั้นให้ความครอบคลุมมหาศาล เท่ากับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 รายทั่วประเทศ และยังสนับสนุนการบริการลูกค้าผ่านคอลเซนเตอร์ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯอีกด้วยทึ่สำคัญและน่าจับตา คือ การรุกเข้าสู่ธุรกิจโทรคมนาคมของ Trump Organization ครั้งนี้อาจจะ ไม่ใช่การสู้ด้วยเรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นการใช้พลังของแบรนด์ หรือตัวทรัมป์ ในฐานะสัญลักษณ์ทางการเมืองและวัฒนธรรม หรือที่หลายคนมองว่าเป็นมือถือของคนรักชาติ มือถือของคนอเมริกัน หรือมือถือสำหรับแฟนคลับของทรัมป์โดยเฉพาะ ขณะที่“เอริก ทรัมป์” Eric Trump ลูกชายคนรองของทรัมป์ นั้นก็แสดงความมั่้นใจว่า "Trump Mobile" เกิดมาเพื่อพลิกเกมมือถือในอเมริกา "สื่อทั่วโลก" รายงานประสานเสียง มือถือผลิตอเมริกา เป็นไปได้ยาก ในระยะอันใกล้มือถือสวยราคาดี แถมออกตัวแรงว่าเป็นมือถือที่ผลิตในอเมริกา แต่สุดท้ายคนก็ดราม่าว่าจะเป็นไปได้จริงหรือไม่? แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญยังประสานเสียงว่าหนทางดูยากเกินไปTrump Mobile แค่เปิดตัวออกมาแค่ตู้มเดียว และสร้างเสียงฮือฮา แต่อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ยังมีไม่มากนัก โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นส่วนทางธุรกิจหรือข้อตกลงทางการเงิน รวมทั้งครอบครัวทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยว่า บริษัทใดจะเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์รุ่นนี้ในสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯไม่มีโครงสร้างพื้นฐานการผลิตสมาร์ตโฟนที่สำคัญในประเทศ เนื่องจากติดขัดเรื่องต้นทุนแรงงานที่สูง ความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน และการพึ่งพาการจัดหาชิ้นส่วนจากต่างประเทศขณะที่ล่าสุด “เอริก ทรัมป์” ลูกชายคนรองของประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ได้ให้ความเห็นในพอดแคสต์ "The Benny Show" ว่า การส่งมอบโทรศัพท์ล็อตแรกภายในเดือนสิงหาคมนี้ อาจจะยังไม่ได้ผลิตในสหรัฐสอดคล้องกับข้อมูลของทาง CNN ที่รายงานข่าวเรื่องมือถือทรัมป์ในครั้งนี้ ที่ข้อมูลต่างๆเหมือนเป็นแฉมากกว่าทรัมป์โมบาย ไม่มีทางผลิตในอเมริกาได้อย่างแน่นอน โดยผู้เชี่ยวชาญบอกกับ CNN ว่า พวกเขาไม่เชื่อว่าจะสามารถผลิตสมาร์ทโฟนในสหรัฐฯ ได้ ดูจากคุณสมบัติ ราคา และระยะเวลาที่เตรียมจะวางขาย ในเดือนสิงหาคมนี้ จากที่โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ และอีริก ทรัมป์ ประกาศเอาไว้แถมผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่ามีโทรศัพท์มือถือในประเทศจีน ที่กำลังวางจำหน่ายอยู่ในขณะนี้ มีความละม้ายคล้ายคลึงกับ T1 Phone ของทรัมป์อย่างเหลือเชื่อ ยกเว้นว่าครอบครัวทรัมป์จะสร้างปฏิบัติการลับเอาไว้ มาล่วงหน้านานหลายปี แม้กระทั่งผู้รับจ้างผลิตสมาร์ทโฟน (ODM) ในจีน ยังยืนยันว่าอุปกรณ์ต่างๆที่สำคัญๆในมือถือของทรัมป์นั้น ทั้งหมดล้วนแต่มีฐานการผลิตอยู่ในประเทศจีนเช่นเดียวกับ BBC ก็เขียนรายงานข่าวเช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีตั้งข้อสงสัยว่าสมาร์ตโฟนของทรัมป์ ไม่น่าจะผลิตในอเมริกาได้จริงทั้งหมดตามที่โฆษณาเอาไว้ ศาสตราจารย์จาก Carey Business School ของ Johns Hopkins ถึงกับบอกว่าต้องมีปาฎิหาริย์ถึงจะเป็นไปได้ขณะที่นักวิเคราะห์จาก CCS Insight กล่าวว่า ขณะนี้สหรัฐฯยังไม่มีห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูง ที่จำเป็นสำหรับการประกอบสมาร์ทโฟน มีความเป็นไปได้ที่อุปกรณ์ดังกล่าวอาจประกอบขึ้นในสหรัฐฯ โดยใช้ชิ้นส่วนที่นำเข้าจากต่างประเทศ นี่อาจเป็นผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุด ที่ทำให้ T1 สามารถอ้างสิทธิ์ว่าผลิตในอเมริกาได้ "ทรัมป์" และผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมืองและธุรกิจ ?ดราม่าผลิตในอเมริกาก็ร้อนแรง แต่ที่สำคัญ คือ ผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่า เพราะทรัมป์กุมอำนาจในรัฐบาลTrump Organization รุกทำธุรกิจหลายอย่างทั่วโลก ขณะที่ตัวประธานาธิบดีทรัมป์เอง ก็ไม่ได้ออกสินค้าในชื่อของตนเองครั้งแรก ที่ผ่านมามีสินค้าแบรนด์ทรัมป์ หรือยี่ห้อทรัมป์มากมาย และยังสร้างรายได้ให้กับตระกูลทรัมป์มหาศาล เช่น การรายงานรายได้ต่อสาธารณะล่าสุดของทรัมป์ พุ่งไปถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่วนหนึ่งก็มาจากค่าลิขสิทธิ์ สินค้าของเค้าเอง ที่มีตั้งแต่ไบเบิ้ล ไปถึงรองเท้า นาฬิกาและน้ำหอม แต่รายได้ที่ต้องจับตา คือ เงินจากธุรกิจคริปโต ที่พุ่งขึ้นมา พร้อมๆกับนโยบายผลักดันวงการคริปโทเคอร์เรนซี ของทรัมป์ในฐานะผู้นำสหรัฐฯดังนั้นการเข้าสู่ธุรกิจโทรคมนาคมครั้งใหม่ ในนามของ Trump Mobile นั้น จึงถูกเพ่งเล็ง และมีความดราม่าว่าสุดท้ายแล้วเงินจะไปกองตรงไหน หรือมีนโยบายอะไรแอบแฝงรออยู่หรือไม่ และอย่างที่หลายคนตามข่าว น่าจะทราบกันว่า ทรัมป์กำลังผลักให้อุตสาหกรรมมือถือกลับมาผลิตตั้งโรงงานในสหรัฐฯ โดยเฉพาะไอโฟน ของแอปเปิ้ล แต่อย่างไรก็ตามข่าวบอกว่าการออกธุรกิจ Trump Mobile ครั้งนี้ พบว่ามีการเน้นไปที่ลิขสิทธิ์เป็นหลัก คล้ายกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่โดนัลด์ ทรัมป์ หรือพูดง่ายๆ เหมือนขายหน้าตาในฐานะพรีเซนเตอร์สินค้า มากกว่าลงมือทำเองทรัมป์เคยบอกว่าเขาได้โอนผลประโยชน์ทางธุรกิจของตัวเอง ไปอยู่ในทรัสต์หรือกองทุนที่ลูกๆ เป็นคนบริหารจัดการ เพื่อเลี่ยงปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจเหล่านี้ ก็จะทำให้เขามั่งคั่งขึ้นมาได้อยู่ดี เพราะสุดท้ายประธานาธิบดีทรัมป์ก็ยังคงเป็นเจ้าของบริษัทในเครือตระกูลทรัมป์ทั้งนี้การเปิดตัวมือถือของตระกูลทรัมป์ในครั้งนี้ นับว่าเกิดขึ้นในขณะที่ทรัมป์ พยายามกดดัน Apple ให้ผลิต iPhone ในอเมริกา พร้อมขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้า 25% กับ iPhone ที่ไม่ได้ผลิตในอเมริกา และมือถือทุกยี่ห้อด้วยUPDATE **อย่างไรก็ตามล่าสุด มีรายงานว่าเว็บไซต์ของ Trump Mobile ได้ลบคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับการผลิตในสหรัฐอเมริกาออกทั้งหมด รวมถึงแบนเนอร์ขนาดใหญ่ที่เคยขึ้นหน้าแรกว่า "MADE IN THE USA" ก็ถูกนำออกโดยไม่มีคำอธิบายใด ๆ ข้อความที่แทนที่เข้ามาคือสโลแกนใหม่ เช่น Premium Performance. Proudly American. หรือ ออกแบบด้วยค่านิยมแบบอเมริกัน พร้อมวลีคลุมเครืออย่าง "มีมือชาวอเมริกันอยู่เบื้องหลังทุกเครื่อง" โดยไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นการผลิตหรือออกแบบในประเทศแต่อย่างใด***

มุกใหม่แก๊งคอลฯ หลอกสมัครสินเชื่อเงินด่วน-ลวงรหัส OTP ฉกเงินซื้อทองคำ สูญ 20 ล้านบาท
อ่าน

มุกใหม่แก๊งคอลฯ หลอกสมัครสินเชื่อเงินด่วน-ลวงรหัส OTP ฉกเงินซื้อทองคำ สูญ 20 ล้านบาท

พลตำรวจตรี วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปราม นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหา 3 ราย ซึ่งเป็นแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์สัญชาติไทย ที่มีพฤติการณ์ในการหลอกลวงเหยื่อให้สมัครสินเชื่อเงินด่วนผ่านโมบายแบงค์กิ้ง โดยจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเหยื่อในการกู้เงินด่วนออนไลน์ ซึ่งจะมีการหลอกเอาเลข OTP หลังการสมัครเสร็จสิ้น เพื่อนำไปซื้อทองคำ ก่อนชิ่งหนีโดย ผู้บังคับการปราบปราม ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบของธนาคารกรุงไทย โดยมีการแจ้งว่ามีลูกค้าของธนาคารหลายรายมีความสนใจสมัครบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ได้ถูกคนร้ายหลอกลวงให้สมัครบัตรผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งคนร้ายได้มาแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร โดยมีแผนประทุษกรรมในการหลอกลวง โดยผู้ต้องหาจะติดต่อหาซื้อเพจ Facebook ที่มียอดผู้ติดตามสูงตามกลุ่ม LINE หรือเพจ Facebook สายเทา ก่อนที่จะนำมาเปลี่ยนปรับแต่งให้เป็นเหมือนเพจของสถาบันทางการเงิน พร้อมลงข้อความเชิญชวนประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่สนใจต้องการเปิดบัตรเครดิตหรือเดบิต โดยสร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยการใช้รูป ชื่อนามสกุล ของเจ้าหน้าที่ธนาคารตัวจริงมาแอบอ้าง เมื่อมีผู้เสียหายมีความสนใจและกดเข้ามาที่เพจ ก็มีการสนทนากันผ่านทางข้อความ จากนั้นก็จะมีการพูดคุยสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลทั้งอาชีพ รายได้ วงเงินที่ผู้เสียหายต้องการใช้ และหมายเลขโทรศัพท์เพื่อติดต่อกลับ จากนั้นก็จะหลอกลวงให้เหยื่อ ใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง ทำการวิดีโอคอลด้วยการเปิดกล้องในการสมัครสินเชื่อเงินด่วนผ่านโมบายแบงค์กิ้ง ในโทรศัพท์ของเหยื่อ ซึ่งผู้ต้องหาจะเป็นผู้อธิบายขั้นตอนวิธีการสมัคร ตลอดการพูดคุย จึงทำให้สามารถเห็นยอดวงเงินการสมัครสินเชื่อ เลขบัตรเดบิต 16 หลัก เลข CVV และ OTP โดยธนาคารจะใช้ระยะเวลาในการอนุมัติเพียงไม่กี่นาที ระหว่างนั้นผู้ต้องหาก็จะนำข้อมูลดังกล่าวไปกรอกเพื่อซื้อทองคำผ่านออนไลน์ เมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการครบแล้ว ก็ทำการซื้อทองคำทันที และ เมื่อได้ทองคำมาก็นำไปแปลงสภาพเป็นเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับข้อมูลการประสานจากธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และพบว่ามีหนึ่งในเหยื่อที่ถูกหลอกในพื้นที่ดังกล่าว ได้รับข้อมูลและหลักฐานครบถ้วนจึงได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสงขลา เพื่อจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายกรกรต (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี // นายกฤตนัย (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ซึ่งจับกุมได้ที่ห้องพักในคอนโดซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา และจับกุมนายปพนธีร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ได้ที่บ้านพักในจังหวัดลพบุรีในวันเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดของกลางจำนวน 53 รายการ อาทิ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ Mercedes Benz ที่ผู้ต้องหาใช้เงินสดซื้อ // โทรศัพท์มือถือจำนวน 23 เครื่อง // คอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ค จำนวน 6 เครื่อง // เครื่องรับธนบัตรจำนวน 1 เครื่อง // แผ่นทองคำจำนวน 2 แผ่น และซิมการ์ดสมุดบัญชีอื่นอีก 20 รายการ ขณะเดียวกัน ยังพบหลักฐานซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้ต้องหาได้มีการถ่ายทำวิดีโอระหว่างหลอกลวงเหยื่อจำนวนกว่า 130 ไฟล์ และภาพนิ่งอีกกว่า 3,000 ภาพ / ซึ่งพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้ทำการหลอกลวงเหยื่อมาแล้วเกือบ 400 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาทขณะที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ทำการหลอกลวงเหยื่อในลักษณะนี้ มาตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะระยะเวลา 2 ปีแล้ว โดยอ้างว่าวิธีการที่นำมาหลอกลวงเป็นวิธีที่เคยถูกหลอกมาก่อน จึงได้นำวิธีการมาปรับใช้และไปหลอกลวงเหยื่อรายอื่นๆ ขณะที่เงินที่นำมาได้ในการหลอกลวงเหยื่อ ก็ถูกนำไปใช้จ่ายทั้งซื้อรถหรู เช่าคอนโดราคากว่า 30,000 บาทต่อเดือนในย่านสุขุมวิท อีกทั้งได้นำเงินไปเที่ยวกินหรูอยู่สบาย และนำไปเล่นการพนันในคาสิโนประเทศเพื่อนบ้านด้วย ขณะที่เงินคงเหลือติดบัญชีมีจำนวนหลักพันถึงหลักหมื่นบาทเท่านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าเป็นการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนอันมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ อีกทั้งความผิดยังเข้าข่ายฐานฟอกเงินอีกด้วยโดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการขยายผลสืบสวนสอบสวนในกลุ่มดังกล่าวว่ามีการไปหลอกลวงผู้เสียหายรายอื่นๆอีกหรือไม่รวมถึงการประสานข้อมูลร่วมกับธนาคารเพื่อที่จะช่วยเหลือเหยื่อที่เคยถูกหลอกลวงว่าจะดำเนินการอายัดบัตร ประสานกับร้านค้าหรือผู้ให้บริการเพื่อยกเลิกธุรกรรมต่างๆ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนรายอื่นๆที่เคยถูกคนร้ายกลุ่มนี้หลอกลวงในลักษณะเดียวกันสามารถนำหลักฐานมาติดต่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. เพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีเพิ่มเติม

มือถือคนรักชาติ ? "ทรัมป์" เปิดตัวสมาร์ตโฟน ดราม่า - ผลิตอเมริกากี่โมง l World Wide Wealth
อ่าน

มือถือคนรักชาติ ? "ทรัมป์" เปิดตัวสมาร์ตโฟน ดราม่า - ผลิตอเมริกากี่โมง l World Wide Wealth

วงการมือถือในสหรัฐฯถึงกับสะเทือน เมื่อธุรกิจของตระกูลของทรัมป์ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ได้ประกาศเปิดตัวธุรกิจใหม่ "Trump Mobile" เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อาคารทรัมป์ทาวเวอร์ในแมนฮัตตัน กับการรุกตลาดมือถือสมาร์ตโฟน โดยเน้นราคาจับต้องได้ขายเป็นแพคเกจรายเดือนราคาย่อมเยาพร้อมเครือข่ายที่ใช้งานได้ทันที มือถือทรัมป์ที่ออกมาครั้งนี้ใช้ชื่อว่า "T1 Phone" เป็นสมาร์ตโฟนสีทองอร่ามทั้งเครื่องพร้อมสลักลายธงชาติอเมริกาและมีภาพหน้าที่เขียนว่า “Make America Great Again” ที่น่าสนใจไปกว่านั้น ก็คือทางTrump Mobile มีการกล่าวอ้างว่ามือถือรุ่นนี้เป็นรุ่นที่“ออกแบบและประกอบในอเมริกา”ขณะที่คุณสมบัติเองก็ไม่ธรรมดาT1 Phone มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว แบบ AMOLED RAM 12 กิกะไบต์ และพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 256 กิกะไบต์ ทำงานบนระบบ Android 15 มีกล้องหลังให้มา 3 ตัว กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 5,000 mAhตั้งราคาไว้ที่ 499 ดอลลาร์ (16,000 บาท) คาดว่าจะวางจำหน่ายได้ช่วงเดือนสิงหาคมปีนี้ “เอริก ทรัมป์” ลูกชายคนรองของประธานาธิบดีทรัมป์ก็ได้ให้ความเห็นในพอดแคสต์The Benny Show ว่าการส่งมอบโทรศัพท์ล็อตแรกภายในเดือนสิงหาคมนี้อาจจะยังไม่ได้ผลิตในสหรัฐสอดคล้องกับข้อมูลของทาง CNN ที่รายงานข่าวเรื่องมือถือทรัมป์ในครั้งนี้ ที่ข้อมูลต่างๆ เหมือนเป็นแฉมากกว่าทรัมป์โมบายไม่มีทางผลิตในอเมริกาได้อย่างแน่นอน

"Purism" ท้าทายจีน! เปิดตัวมือถือผลิตในสหรัฐฯ l การตลาดเงินล้าน
อ่าน

"Purism" ท้าทายจีน! เปิดตัวมือถือผลิตในสหรัฐฯ l การตลาดเงินล้าน

สำนักข่าว nbcnews รายงานว่า แม้สโลแกน "Made in USA" จะฟังดูทรงพลังในแง่เศรษฐกิจและอุดมการณ์ แต่ในโลกของสมาร์ตโฟน การผลิตที่เกิดขึ้นทั้งหมดภายในประเทศยังคงเป็นเรื่องยากและมีต้นทุนสูง ล่าสุดบริษัท Purism จากเมืองคาร์ลสแบด รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้เปิดตัว Liberty Phone ซึ่งอ้างว่าเป็นสมาร์ตโฟนเพียงรุ่นเดียวที่ผลิตในสหรัฐอเมริกาในขณะนี้ โดยมีราคาจำหน่ายสูงถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ราว 73,000 บาท แพงกว่ารุ่นเรือธงของ Apple อย่าง iPhone 16 Pro ทั้งที่มีหน่วยความจำน้อยกว่า และตัวเครื่องหนากว่าเกือบเท่าตัวLiberty Phone มาพร้อมระบบปฏิบัติการเฉพาะของบริษัทที่เน้นด้านความปลอดภัยสูง ผู้ใช้สามารถปิดการทำงานของ Wi-Fi, กล้อง และไมโครโฟนด้วย "สวิตช์ตัดการเชื่อมต่อ" ซึ่งถือเป็นจุดขายสำคัญสำหรับผู้ใช้งานที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว Todd Weaver ผู้ก่อตั้ง Purism กล่าวว่ากว่าจะสามารถผลิตมือถือในประเทศได้สำเร็จ ต้องใช้เวลากว่า 6 ปี ตั้งแต่แนวคิดเริ่มต้นจนถึงสายการผลิตจริง โดยทีมงานประกอบตัวเครื่องยังมีเพียง 4 คน ทำงานด้วยมือทุกเครื่อง ซึ่งแตกต่างจากโรงงานขนาดใหญ่ที่ใช้ระบบอัตโนมัติในประเทศจีนอย่างสิ้นเชิงแม้ Purism จะติดฉลาก "ผลิตในสหรัฐฯ" บนตัวเครื่อง โดยได้รับการควบคุมจากคณะกรรมาธิการการค้าของรัฐบาลกลาง (FTC) แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการพึ่งพาชิ้นส่วนจากต่างประเทศได้ทั้งหมด วัตถุดิบประมาณร้อยละ 90 มาจากสหรัฐฯ แคนาดา หรือยุโรป แต่ชิ้นส่วนสำคัญอย่าง เฟรมตัวเครื่อง และ โมดูลกล้อง ยังคงต้องนำเข้าจากจีนหรือเกาหลีใต้ ส่วน โมดูลบลูทูธ มาจากอินเดีย และมีบางวัสดุ เช่น คริสตัลเฉพาะทางที่จำเป็นกับเมนบอร์ด ซึ่งไม่สามารถจัดหาภายในสหรัฐฯ ได้เลยในปัจจุบันในขณะเดียวกัน ธุรกิจของครอบครัวประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้ประกาศเปิดตัว Trump Mobile T1 สมาร์ตโฟนสีทองซึ่งอ้างว่าจะผลิตในประเทศเช่นกัน โดยระบุว่ามีราคาถูกกว่าสมาร์ตโฟนจาก Apple และ Samsung อย่างมากที่ 499 ดอลลาร์สหรัฐฯ และจะวางขายในเดือนกันยายน แต่ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนเรื่องกระบวนการผลิต บริษัท Trump Organization ก็ยังไม่ตอบคำถามจากสื่อเกี่ยวกับที่มาของชิ้นส่วนหรือแหล่งผลิตผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลายรายแสดงความสงสัยต่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว โดยยกตัวอย่างจาก Purism ที่ใช้เวลานานหลายปีและมีต้นทุนสูงมากกว่าจะสามารถออกผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า "ผลิตในสหรัฐฯ" ได้จริง หาก Trump Mobile จะเริ่มผลิตในช่วงสองเดือนก่อนกำหนดเปิดตัวจริง ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ อีกปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น คือแนวทางการค้าระหว่างประเทศที่ไม่แน่นอนของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ โดยเฉพาะการขู่เก็บภาษีนำเข้ามือถือจากต่างประเทศในอัตราร้อยละ 25 ซึ่งแม้จะเป็นแรงจูงใจหนึ่งให้เกิดการผลิตในประเทศ แต่ก็ทำให้ธุรกิจวางแผนระยะยาวได้ยากTodd Weaver กล่าวว่าความไม่แน่นอนในนโยบายด้านภาษีและการค้า ส่งผลต่อทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า สิ่งทอ หรือเทคโนโลยี เพราะหากไม่สามารถคาดการณ์นโยบายล่วงหน้าได้ ก็ยากจะตัดสินใจทางธุรกิจอย่างมั่นคงในระยะยาวสถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการพยายามผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศอย่างแท้จริง แม้จะสอดคล้องกับอุดมการณ์ "อเมริกาต้องมาก่อน" แต่ในทางปฏิบัติ กลับเต็มไปด้วยข้อจำกัดทั้งด้านทรัพยากร เวลา และต้นทุน

สถานทูตสหรัฐฯ ประกาศ ผู้สมัครวีซ่า F, M และ J ต้องเปิดบัญชีโซเชียลสาธารณะ
อ่าน

สถานทูตสหรัฐฯ ประกาศ ผู้สมัครวีซ่า F, M และ J ต้องเปิดบัญชีโซเชียลสาธารณะ

สถานทูตสหรัฐฯในไทย ออกประกาศ ผู้สมัครวีซ่า F, M และ J ต้องเปิดบัญชีโซเชียลมีเดียเป็นสาธารณะ สถานทูตสหรัฐอเมริกาแจ้งว่า ผู้สมัครวีซ่าชั่วคราวประเภท F (นักเรียน), M (สายอาชีพ) และ J (แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม) ทุกคน จะต้องตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของบัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมดเป็นแบบ “สาธารณะ” เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการยืนยันตัวตนและคุณสมบัติในการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมายของสหรัฐอเมริกา ข้อกำหนดใหม่นี้มีผลบังคับใช้ทันที และเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการด้านความมั่นคงที่เข้มงวดมากขึ้น">

ตระกูล "ทรัมป์" เปิดฉากสู้ศึกตลาดมือถือ แบรนด์ "ทรัมป์ โมบายล์" l การตลาดเงินล้าน
อ่าน

ตระกูล "ทรัมป์" เปิดฉากสู้ศึกตลาดมือถือ แบรนด์ "ทรัมป์ โมบายล์" l การตลาดเงินล้าน

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 10 ปี ของการประกาศลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี สมัยแรกของคุณ โดนัลด์ ทรัมป์ และยังเป็นวันที่ ทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน ประกาศการขยายธุรกิจใหม่ ไปสู่ธุรกิจโทรคมนาคม โดยเป็นข้อตกลงในการอนุญาต หรือให้สิทธิ์ในการใช้ชื่อตระกูล ทรัมป์ เพื่อเปิดตัวบริการมือถือใหม่ ภายใต้ แบรนด์ ทรัมป์ โมบายล์ และจำหน่ายสมาร์ตโฟนรุ่นแรกในชื่อ ทีวัน (T1)ทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน หรือ องค์กร ทรัมป์ เป็นบริษัทโฮลดิ้งสำหรับธุรกิจส่วนตัวของประธานาธิบดี ทรัมป์ แต่ปัจจุบันบริหารโดยทายาทของเขาเองภายในงานที่ ทรัมป์ ทาวเวอร์ ในนิวยอร์ก โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ซึ่งเป็นบุตรชายคนโต กล่าวว่า เป้าหมายหลัก คือมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคที่ยังไม่ได้รับบริการที่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินดิจิทัล หรือใดๆ ก็ตาม และที่เห็นได้ชัดที่สุดในตอนนี้ ก็คือในอุตสาหกรรมมือถือเขาบอกอีกว่า ทุกคนจะสามารถใช้บริการทางการแพทย์ทางไกลผ่านโทรศัพท์มือถือได้ ในราคาค่าบริการแบบคงที่ รวมถึงความช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน และบริการส่งข้อมูลแบบไม่จำกัดไปยัง 100 ประเทศทั่วโลก การเปิดตัวจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน ปีนี้ ซึ่งข้อมูลจากเว็บไซต์ ทรัมป์ โมบายล์ นำเสนอแพคเกจที่เรียกว่า แผน 47 (The 47 Plan) กำหนดราคาแพคเกจแบบรายเดือน อยู่ที่ 47.45 ดอลลาร์สหรัฐฯ รวมค่าโทรศัพท์ ส่งข้อความ และดาต้าแบบไม่จำกัด ซึ่งดาต้า 20 กิกะไบต์(GB) แรก จะเป็นแบบความเร็วสูงราคาดังกล่าว ยังสื่อความหมายถึงการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี คนที่ 45 ในสมัยแรกของทรัมป์ และการดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน คนที่ 47พร้อมกันนี้ ยังเปิดให้จองโทรศัพท์มือถือรุ่น ทีวัน (T1) กรอบสีทอง ที่ระบุว่าผลิตในสหรัฐอเมริกา ยังไม่ได้มีการเปิดเผยว่าบริษัทใดจะเป็นผู้ผลิต แต่กำหนดราคาขายไว้ที่ ราคา 499 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณกว่า 16,000 บาทโดยบนหน้าจอเว็บไซต์ ที่แสดงภาพของโทรศัพท์รุ่นใหม่นี้ มีสโลแกนหาเสียงของทรัมป์ไว้ด้วย ที่ว่า Make America Great Again (ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง) พร้อมระบุว่า ทีวัน จะทำงานบนระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ 15 (Android 15) หน้าจอแบบ AMOLED (เอเอ็มโอ แอลอีดี) ขนาด 6.8 นิ้ว พร้อมกล้องเซลฟี่ 16 เมกะพิกเซล ส่วนสเปกอื่น ๆ เช่น แรม 12 กิกะไบต์ และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในขนาด 256 กิกะไบต์ รวมถึงกล้องหลัก 50 เมกะพิกเซลทั้งย้ำด้วยว่า ศูนย์บริการโทรศัพท์จะตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา และจะดำเนินการโดยใช้เครือข่ายของผู้ให้บริการไร้สายรายใหญ่ในสหรัฐฯ ซึ่ง มี 3 ราย ได้แก่ เวอร์ไรซอน (Verizon), เอทีแอนด์ที (ATT) และ ที โมบายล์ (T-Mobile) ทั้ง 3 รายร่วมกันควบคุมตลาดไร้สาย เป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 95 แต่ก็เสนอค่าบริการรายเดือนอยู่ที่ 40 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ถูกกว่า เมื่อเทียบกับแพคเกจของ ทรัมป์ โมบายล์)ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตไปในทิศทางเดียวกัน ถึงความเป็นไปได้ในการผลิตมือถือ ทีวัน ในประเทศสหรัฐฯ โดยรอยเตอร์ส รายงานว่า ปัจจุบัน ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเสมือน หรือ เอ็มวีเอ็นโอ (MVNO-Mobile Virtual Network Operator) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (หมายถึง การเป็นผู้ให้บริการที่ไม่มีโครงข่ายโทรศัพท์เป็นของตัวเอง แต่จะเช่าโครงข่ายจากผู้ให้บริการรายใหญ่ เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในแบรนด์ของตนเอง)เช่น มินต์ โมบายล์ ที่มี ไรอัน เรย์โนลด์ส นักแสดงชื่อดัง เคยเป็นทั้งนักลงทุนและโฆษกของแบรนด์ โดย มินต์ โมบายล์ เป็น เอ็มวีเอ็นโอ ต้นทุนต่ำ เน้นไปยังผู้ใช้มือถือที่มีฟังก์ชันพื้นฐาน เช่น การโทรเข้า โทรออก และส่งข้อความเท่านั้น แต่ต่อมาก็ถูกซื้อกิจการไปโดย ที โมบายล์ ด้วยมูลค่า 1,350 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯแต่ นักวิเคราะห์ ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันผู้ให้บริการ เอ็มวีเอ็นโอ มีส่วนแบ่งตลาดอยู่เพียงร้อยละ 3-4 ของการสมัครใช้บริการโทรศัพท์ไร้สายในสหรัฐฯ ซึ่งหาก ทรัมป์ โมบายล์ ไม่สามารถดึงดูดผู้ใช้งานจำนวนมากได้ หรือมีผู้สมัครใช้บริการเกินกว่าล้านราย ได้ ก็อาจจะยากที่จะแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมขณะที่ อุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนในสหรัฐฯ เป็นตลาดอิ่มตัวที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในโลก โดยมีผู้เล่นระดับโลกอยู่ 2 ราย คือ แอปเปิล และ ซัมซุง ที่ครองตลาดนี้อยู่ แต่ปัจจุบัน สมาร์ตโฟนเกือบทั้งหมดในสหรัฐฯ ผลิตในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตจากจีน เกาหลีใต้ และขณะนี้ก็มีผลิตเพิ่มขึ้นที่ อินเดีย และเวียดนามส่วนมือถือที่ผลิตในสหรัฐฯ มีเพียงรายเดียวคือบริษัท เพียวริซึม (Purism) ที่ตั้งอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ผลิตมือถือแบรนด์ ลิเบอร์ตี้ (Liberty) มีขายปลีกในราคา 1,999 ดอลลาร์สหรัฐฯ (กว่า 65,000 บาท) โดยกรอบของตัวโทรศัพท์ ลิเบอร์ตี้ จัดหามาจากจีน แต่ส่วนประกอบที่เหลือทั้งหมดผลิตและประกอบในสหรัฐฯ รวมถึงระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นภายในบริษัทเองซึ่ง ท็อดด์ วีเวอร์ (Todd Weaver) ซีอีโอ เพียวริซึม ให้ความเห็นว่า มือถือของทรัมป์ที่ประกาศจะผลิตในประเทศ และขายราคา 499 ดอลลลาร์ นั้น เป็นไปได้ยากมากขณะที่ บีบีซี รายงานความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทาน บอกว่า การผลิตโทรศัพท์มือถือในสหรัฐอเมริกา โดยใช้ส่วนประกอบจากภายในประเทศทั้งหมดนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยโดยอาจารย์จาก จอห์นส ฮอปสกินส์ (Johns Hopkins) กล่าวว่า หากไม่มีแม้แต่ต้นแบบที่ใช้งานได้ โอกาสที่จะสำเร็จก็แทบจะไม่เกิดขึ้น และการจะแข่งขันในตลาดมือถือได้ ต้องอาศัยทั้งปาฏิหาริย์ การประหยัดของขนาดเพื่อให้ต้นทุนต่ำลง และมีความต้องการที่ยั่งยืนสำหรับสินค้าประเภทนี้ส่วน ลีโอ เก็บบี้ (Leo Gebbie) นักวิเคราะห์จาก ซีซีเอส อินไซต์ (CCS Insight) กล่าวว่า ปัจจุบันสหรัฐฯ ไม่มีห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยีขึ้นสูง ซึ่งจำเป็นสำหรับการประกอบสมาร์ตโฟน จึงอาจจะไม่ทันเวลาที่กำหนดวางจำหน่าย อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่อุปกรณ์ดังกล่าว อาจจะประกอบขึ้นในสหรัฐฯ โดยใช้ชิ้นส่วนนำเข้าจากต่างประเทศ // เป็นวิธีที่เป็นไปได้มากที่สุด ที่จะบอกว่าเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศสหรัฐฯอย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ทรัมป์พยายามกดดันให้ ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอ ของแอปเปิล ผลิต ไอโฟน ที่ขายให้กับผู้ซื้อขาวอเมริกัน ในประเทศสหรัฐฯ ทั้งขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้าที่ร้อยละ 25 เป็นอย่างน้อย สำหรับ ไอโฟน ที่ไม่ได้ผลิตในประเทศ แต่แอปเปิล ก็เลือกขยายกำลังการผลิตในโรงงานที่อินเดียแทนธุรกิจของครอบครัวทรัมป์ มีขนาดใหญ่และเติบโตอย่างรวดเร็ว มีทั้งอสังหาริมทรัพย์และคาสิโน ที่ถือครองมายาวนาน ยังรวมถึงการบุกเบิกด้านเงินดิจิทัล และสินค้าจิปาถะอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจใหม่ล่าสุดนี้ เกิดขึ้นในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ทำให้เกิดข้อกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับหลักจริยธรรมแต่ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวก็ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาในเรื่องดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง โดย แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ บอกว่า ใครก็ตามที่คิดว่าทรัมป์ ทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของตัวเองนั้น เป็นเรื่องไร้สาระ และทำเนียบขาว ยึดมั่นในมาตรฐานจริยกรรมสูงสุด มาตลอด

เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นทรัมป์ ออกแบบและผลิตในอเมริกาทั้งหมด
อ่าน

เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นทรัมป์ ออกแบบและผลิตในอเมริกาทั้งหมด

The Trump Organization ซึ่งเป็นบริษัทส่วนตัวของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เน้นทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่ล่าสุด ได้เปิดตัวธุรกิจใหม่นั่นก็คือเครือข่ายโทรศัพท์มือ ที่ใช้ชื่อว่า Trump Mobile ซึ่งจะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับคนอเมริกันที่กำลังมองหาเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่คุ้มค่า นอกเหนือจากเครือข่ายหลัก ๆ ที่มีอยู่ไม่กี่เจ้าในสหรัฐฯ โดย Trump Mobile จะมีแพกเกจที่เรียกว่า The 47 Plan ซึ่งเลข 47 นี้ ก็หมายถึงการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 ของทรัมป์ และหมายถึงค่าบริการรายเดือน 47.45 ดอลลาร์ ซึ่งครอบคลุมบริการทุกอย่าง ทั้งค่าโทรศัพท์ ค่าสัญญาณอินเทอร์เน็ต และค่าส่งข้อความแบบไม่จำกัดในงานเปิดตัวที่ Trump Tower ที่นครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ลูกชายคนโตของทรัมป์ นั่นก็คือ โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ยังได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือภายใต้แบรนด์ Trump Mobile ด้วย ในชื่อรุ่นที่เรียกว่า T1 ราคา 499 ดอลลาร์ หรือประมาณ 17,000 บาท เป็นโทรศัพท์สีทอง ดูหรูหรา ซึ่งจะเริ่มวางขายในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งมีการโฆษณาว่า โทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ออกแบบและผลิตในอเมริกาทั้งหมด ถ้าใช้แล้ว จะภาคภูมิใจในแผ่นดินอเมริกา ซึ่งก็มีนักข่าวสายเทคโนโลยีในอเมริกา ที่ไม่เชื่อว่าโทรศัพท์รุ่นนี้ ผลิตในอเมริกาจริง และกำลังพยายามหาข้อมูลอยู่ว่าสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ผลิตจากโรงงานที่ไหน ซึ่งทาง Trump Mobile ก็ไม่ได้เปิดเผยอย่างชัดเจนว่าสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ผลิตที่โรงงานไหน หรือเมืองไหนในสหรัฐฯในช่วงหลัง ๆ บริษัท Trump Organization ที่บริหารงานโดยลูกชายของทรัมป์สองคน นั่นก็คือ โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ และ เอริก ทรัมป์ พยายามเข้ามาทำธุรกิจใหม่ ๆ นอกเหนือจากธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ อย่างรีสอร์ท และโรงแรม มาทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีมากขึ้น เช่น คริปโตเคอร์เรนซี และสื่อออนไลน์ แต่สำหรับธุรกิจเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ถือว่าเป็นธุรกิจที่ใหม่สำหรับทรัมป์ และมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูงในสหรัฐฯ โดยมีผู้ให้บริการรายใหญ่ 3 เจ้าที่ครองส่วนแบ่งไปแล้วกว่า 95% ส่วนเครื่องโทรศัพท์มือในสหรัฐฯ ก็มีแอปเปิลกับซัมซุงที่ครองส่วนแบ่งในตลาดเกือบทั้งหมด

เตือน! มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี
อ่าน

เตือน! มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดข้อมูลมุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี จะขออายัดบัญชีธนาคาร! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงทำงานอย่างหนักไม่หยุดหย่อน..ล่าสุดปลอมเป็นธนาคาร หรือศูนย์ราชการ หรือ DSI โทรหลอกเหยื่อว่า มีคนอ้างว่าเหยื่อได้ทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมแนบบัตรประชาชน มาที่ธนาคารเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งอาจจะเป็นในลักษณะของบัญชีม้าได้ โดยมิจฉาชีพจะมีการบอกข้อมูลส่วนตัวของเราได้อย่างถูกต้อง และหากเหยื่อปฏิเสธว่าไม่ได้ให้ใครมาเปิดบัญชีธนาคารดังกล่าว มิจฉาชีพก็จะบอกว่าขออายัดบัญชีเพื่อตรวจสอบ ซึ่งหากเหยื่อหลงเชื่อทำตามที่มิจฉาชีพบอกก็อาจทำให้สูญเงินในบัญชีได้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงขอเตือนภัยประชาชนว่าหากพบมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว ขอให้ประชาชนตั้งสติ อย่าตกใจ ไม่หลงเชื่ออุบายของมิจฉาชีพ เพราะการเปิดบัญชีธนาคารจะไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปทำแทนได้ จะต้องใช้บัตรประชาชนตัวจริงเท่านั้น อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว

วิธีสร้างรหัสผ่าน Password ให้ปลอดภัยต่อการถูกแฮก คาดเดาได้ยาก
อ่าน

วิธีสร้างรหัสผ่าน Password ให้ปลอดภัยต่อการถูกแฮก คาดเดาได้ยาก

การสร้างรหัสผ่าน (Password) ที่แข็งแกร่งและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันการถูกแฮกข้อมูลส่วนตัว เพราะในโลกดิจิทัล แทบทุกอย่างล้วนต้องมีรหัสผ่านเผื่อป้องกันการแฮกข้อมูลบนอุปกรณ์ของเรา ดังนั้นวันนี้พวกเราทีมงาน TrueID ได้รวบรวมวิธีและหลักการในการสร้างรหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดาและถอดรหัสมาให้แล้ว เพื่อนๆ คนไหนอยากเช็คว่ารหัสผ่านเราคาดเดาง่ายหรือไม่ ลองเช็คกันได้เลย ความยาวและซับซ้อน: ยาวไว้ก่อน: ยิ่งรหัสผ่านยาวยิ่งดีครับ ความยาวขั้นต่ำที่แนะนำคือ 12 ตัวอักษรขึ้นไป แต่ถ้าเป็นไปได้ 16 ตัวอักษรขึ้นไปจะปลอดภัยยิ่งขึ้น มีความหลากหลาย: ใช้ตัวอักษรพิมพ์เล็ก (a-z), ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ (A-Z), ตัวเลข (0-9) และอักขระพิเศษ (!@#$%^*()_+={}|:?,./[]) ผสมกัน จะช่วยให้คาดเดาได้ยากขึ้นมาก หลีกเลี่ยงข้อมูลส่วนตัวที่คาดเดาง่าย: ห้ามใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณ: เช่น ชื่อจริง, นามสกุล, วันเกิด, เบอร์โทรศัพท์, ทะเบียนรถ, ชื่อสัตว์เลี้ยง, ชื่อคนรัก, หรือชื่อบริษัท ห้ามใช้คำที่พบบ่อยหรือคำในพจนานุกรม: เช่น "password", "123456", "qwerty", "admin", "iloveyou" เพราะแฮกเกอร์มีพจนานุกรมรหัสผ่านที่ใช้ในการโจมตีแบบ Brute-force หรือ Dictionary Attack ได้ง่ายมากๆ ใช้หลักการ "วลีรหัสผ่าน" (Passphrase) หรือ "การรวมคำ: สร้างประโยคที่คุณจำได้: เช่น "ฉันชอบดื่มกาแฟตอนเช้าที่ร้านโปรด!" แล้วนำตัวอักษรแรกของแต่ละคำมารวมกัน อาจจะผสมตัวเลขหรือสัญลักษณ์ เช่น "ฉชดกตชทร!" หรือ "I_like_coffee@morning_favorite_shop!" ผสมคำที่ไม่เกี่ยวข้องกัน: เช่น "ต้นไม้-หนังสือ-สีฟ้า-รถยนต์" แล้วนำมารวมกัน เช่น "ต้นไม้หนังสือสีฟ้ารถยนต์" (อาจจะยาวไป) หรือใช้ตัวอักษรแรก: "ตนสฟรย" แล้วเพิ่มตัวเลข/สัญลักษณ์: "ตนสฟรย@25" ตั้งเป็นประโยคแต่เปลี่ยนภาษา : วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยม และแอดมินก็ใช้วิธีนี้ในบางแอคเคาท์เช่นกัน เช่น พิมพ์คำภาษาไทย ฉันชอบอ่านบทความที่ทรูไอดี แต่กดแป้นพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ก็จะได้ Cyo=v[vjko[m8;k,mujmi^wvfu เป็นรหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก เป็นต้น ไม่ใช้รหัสผ่านซ้ำกัน: สำคัญที่สุด! ห้ามใช้รหัสผ่านเดียวกันกับหลายๆ บัญชี หากบัญชีหนึ่งถูกแฮก บัญชีอื่น ๆ ของคุณก็จะตกอยู่ในความเสี่ยงทันที ใช้เครื่องมือจัดการรหัสผ่าน (Password Manager): เช่น LastPass, 1Password, Bitwarden, Google Password Manager, iCloud Keychain ช่วยสร้าง จัดเก็บ และกรอกรหัสผ่านที่ซับซ้อนและไม่ซ้ำกันสำหรับแต่ละเว็บไซต์/บริการได้อย่างปลอดภัย คุณแค่จำรหัสผ่านหลักเพียงอันเดียว เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (Two-Factor Authentication - 2FA / Multi-Factor Authentication - MFA): เพิ่มชั้นความปลอดภัยอีกขั้น: แม้แฮกเกอร์จะได้รหัสผ่านของคุณไป ก็ยังต้องผ่านการยืนยันตัวตนอีกชั้นหนึ่ง เช่น รหัส OTP ที่ส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของคุณ, การยืนยันผ่านแอปพลิเคชัน Authenticator (Google Authenticator, Microsoft Authenticator), หรืออุปกรณ์ Hardware Key (YubiKey) ควรเปิดใช้งาน 2FA สำหรับทุกบัญชีที่รองรับ โดยเฉพาะบัญชีสำคัญ เช่น อีเมล, โซเชียลมีเดีย, ธนาคาร อัปเดตรหัสผ่านเป็นประจำ: แม้จะสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งแล้ว การเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ (เช่น ทุก 3-6 เดือน) ก็ยังเป็นวิธีปฏิบัติที่ดี โดยเฉพาะกับบัญชีสำคัญ หากมีข่าวการรั่วไหลข้อมูลของบริการที่คุณใช้งาน ควรรีบเปลี่ยนรหัสผ่านทันที ระมัดระวัง Phishing และมัลแวร์: อย่าคลิกลิงก์น่าสงสัย: ระวังอีเมลหรือข้อความที่อ้างว่าเป็นสถาบันการเงินหรือบริการต่างๆ เพื่อหลอกให้คุณกรอกรหัสผ่าน (Phishing) ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ของคุณมีโปรแกรมป้องกันไวรัสและอัปเดตอยู่เสมอ เพื่อป้องกันมัลแวร์ที่อาจดักจับรหัสผ่านของคุณได้ การปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลส่วนตัวของคุณบนโลกออนไลน์ได้ ลองนำไปปรับใช้กันนะครับ Photo Credit : Pixabay

วิธีดูรหัสผ่าน Facebook ตัวเอง เผื่อใครลืมรหัสผ่าน จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนรหัสใหม่
อ่าน

วิธีดูรหัสผ่าน Facebook ตัวเอง เผื่อใครลืมรหัสผ่าน จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนรหัสใหม่

ปัญหาของผู้ใช้ Facebook หรืออื่นๆ ที่จำเป็นต้องใส่อีเมลและรหัสผ่าน และไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่เท่านั้นที่จะเจอ ก็คือ ปัญหาการลืมรหัสผ่าน หรือลืมอีเมลที่เราใช้ ซึ่งในปัจจุบัน เราสามารถดูรหัสผ่าน Facebook ของตัวเองได้ หากคุณเคยบันทึกรหัสผ่านไว้ในเบราว์เซอร์หรือระบบจัดการรหัสผ่านของโทรศัพท์มือถือของเรา ดังนั้นวันนี้ทีมงาน TrueID มีวิธีเช็ครหัสผ่านของเราผ่านดังนี้ วิธีดูรหัสผ่าน Facebook ของตัวเอง: บนโทรศัพท์มือถือ (Android และ iOS): วิธีที่ 1: ผ่าน Google Chrome (หากเคยบันทึกรหัสผ่านไว้) เปิดแอป Chrome บนโทรศัพท์ของคุณ แตะที่ จุดสามจุด (เมนู) ที่มุมบนขวา เลือก การตั้งค่า เลือก รหัสผ่าน ในช่องค้นหา พิมพ์ facebook.com แตะที่รายการ facebook.com คุณอาจต้องยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือ, สแกนใบหน้า หรือรหัสผ่านล็อกหน้าจอ แตะที่ รูปดวงตา ข้างรหัสผ่านเพื่อแสดงรหัสผ่าน Facebook ของคุณ วิธีที่ 2: ผ่าน Google Password Manager (Android) เปิดแอป การตั้งค่า ของโทรศัพท์ ค้นหาคำว่า "รหัสผ่าน" หรือ "การจัดการรหัสผ่าน" เลือก Google Password Manager ค้นหา facebook.com แตะที่รายการ Facebook (อาจต้องยืนยันตัวตน) รหัสผ่านจะแสดงขึ้นมา (แตะที่รูปดวงตาเพื่อดู) วิธีที่ 3: ผ่าน iCloud Keychain (iOS - หากเคยบันทึกรหัสผ่านไว้) เปิดแอป การตั้งค่า บน iPhone หรือ iPad ของคุณ เลื่อนลงไปที่ รหัสผ่าน คุณอาจต้องยืนยันตัวตนด้วย Face ID, Touch ID หรือรหัสผ่าน ค้นหา facebook.com แตะที่รายการ facebook.com รหัสผ่าน Facebook ของคุณจะปรากฏขึ้น บนคอมพิวเตอร์: วิธีที่ 1: ผ่าน Google Chrome (หากเคยบันทึกรหัสผ่านไว้) เปิด Google Chrome บนคอมพิวเตอร์ของคุณ คลิกที่ จุดสามจุด (เมนู) ที่มุมบนขวา เลือก รหัสผ่าน (หรือพิมพ์ chrome://settings/passwords ในแถบที่อยู่แล้วกด Enter) ในช่องค้นหา พิมพ์ facebook.com คลิกที่ รูปดวงตา ข้างรหัสผ่าน Facebook เพื่อแสดงรหัสผ่าน (คุณอาจต้องใส่รหัสผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อยืนยัน) วิธีที่ 2: ผ่าน Microsoft Edge (หากเคยบันทึกรหัสผ่านไว้) เปิด Microsoft Edge บนคอมพิวเตอร์ของคุณ คลิกที่ จุดสามจุด (เมนู) ที่มุมบนขวา เลือก รหัสผ่าน (หรือพิมพ์ edge://settings/passwords ในแถบที่อยู่แล้วกด Enter) ค้นหา facebook.com คลิกที่ รูปดวงตา ข้างรหัสผ่าน Facebook เพื่อแสดงรหัสผ่าน (คุณอาจต้องใส่รหัสผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อยืนยัน) สิ่งที่ควรทราบ: วิธีเหล่านี้จะสามารถใช้งานได้ก็ต่อเมื่อคุณเคยบันทึกรหัสผ่าน Facebook ของคุณไว้ในเบราว์เซอร์หรือระบบจัดการรหัสผ่านของโทรศัพท์มือถือของคุณเท่านั้น หากคุณไม่เคยบันทึกรหัสผ่านไว้ คุณจะไม่สามารถดูรหัสผ่านเดิมได้ คุณจะต้องทำการรีเซ็ตรหัสผ่านใหม่เท่านั้น การดูรหัสผ่านที่บันทึกไว้จำเป็นต้องมีการยืนยันตัวตน เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลของคุณ เพื่อป้องกันผู้อื่นแอบดูรหัสของคุณ หากคุณจำรหัสผ่าน Facebook ไม่ได้และไม่เคยบันทึกไว้ คุณจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนการ "ลืมรหัสผ่าน?" บนหน้าล็อกอินของ Facebook เพื่อรีเซ็ตรหัสผ่านใหม่ และทำตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำก็ได้เช่นกันครับ

มือถือเครื่องนอกกับเครื่องศูนย์ อย่างไหนดีกว่ากัน และแตกต่างกันอย่างไร
อ่าน

มือถือเครื่องนอกกับเครื่องศูนย์ อย่างไหนดีกว่ากัน และแตกต่างกันอย่างไร

การเปรียบเทียบมือถือเครื่องนอกและเครื่องศูนย์นั้นมีข้อดี ข้อเสีย และความแตกต่างที่สำคัญหลายประการ ซึ่งผู้บริโภคควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2025 ที่ตลาดมือถือมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดังนั้นวันนี้พวกเราทีมงาน TrueID จะมาดูกันว่าทั้งสองแบบมีรายละเอียดหรือข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ภาพโดย THAM YUAN YUAN จาก Pixabay มือถือเครื่องศูนย์ ข้อดี: การรับประกัน: ได้รับการรับประกันโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ทำให้มั่นใจได้ในคุณภาพและการบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน หากมีปัญหาจากการผลิต สามารถส่งเคลมได้ง่ายและสะดวกกว่า รองรับภาษาไทยและเครือข่ายในประเทศไทย: ตัวเครื่องและซอฟต์แวร์ถูกปรับแต่งให้รองรับภาษาไทยอย่างสมบูรณ์ รวมถึงการทำงานร่วมกับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยได้อย่างราบรื่น อุปกรณ์และอะแดปเตอร์: อุปกรณ์ที่มาในกล่อง เช่น อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ จะเป็นรุ่นที่ได้มาตรฐานและเหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทย ความน่าเชื่อถือ: มั่นใจได้ว่าเป็นสินค้าใหม่และแท้ ไม่มีความเสี่ยงที่จะเป็นเครื่องปลอม เครื่องย้อมแมว หรือเครื่องที่ผ่านการซ่อมแซมมาแล้ว การอัปเดตซอฟต์แวร์: มักจะได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์ (ระบบปฏิบัติการและแพตช์ความปลอดภัย) อย่างต่อเนื่องและตรงเวลาจากผู้ผลิต บริการหลังการขาย: สามารถเข้ารับบริการซ่อมแซมหรือปรึกษาปัญหาการใช้งานได้ที่ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ข้อเสีย: ราคาสูงกว่า: โดยทั่วไปแล้ว มือถือเครื่องศูนย์จะมีราคาสูงกว่ามือถือเครื่องนอก เนื่องจากมีค่าภาษีนำเข้า ค่าการตลาด และค่าดำเนินการอื่นๆ ตัวเลือกอาจจำกัด: บางรุ่นหรือบางสีที่วางจำหน่ายในต่างประเทศ อาจไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย มือถือเครื่องนอก ข้อดี: ราคาถูกกว่า: มักจะมีราคาที่ถูกกว่าเครื่องศูนย์อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าหรือนำเข้ามาในช่องทางอื่น ตัวเลือกหลากหลาย: อาจมีรุ่นหรือสีที่ไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย ทำให้มีตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการความแตกต่าง อาจได้สเปคที่แตกต่าง: ในบางกรณี มือถือเครื่องนอกอาจมีสเปคที่แตกต่างจากเครื่องศูนย์ที่วางจำหน่ายในไทย เช่น ชิปเซ็ต หรือหน่วยความจำที่ต่างออกไป ข้อเสีย: การรับประกัน: มักจะไม่มีการรับประกันจากศูนย์บริการในประเทศไทย แต่อาจมีการรับประกันจากร้านค้าที่นำเข้ามาเอง ซึ่งอาจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันและไม่สะดวกในการเคลมเท่ากับศูนย์บริการในไทย ปัญหาด้านภาษาและเครือข่าย: อาจมีปัญหาเรื่องภาษาที่ไม่รองรับภาษาไทย หรือการทำงานที่ไม่สมบูรณ์กับบางเครือข่ายในประเทศไทย (แม้ว่าส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะรองรับคลื่นความถี่หลักๆ แล้วก็ตาม) ควรตรวจสอบให้ดีก่อนทำการซื้อ อุปกรณ์และอะแดปเตอร์: อะแดปเตอร์ชาร์จไฟอาจไม่ใช่มาตรฐานที่ใช้ในประเทศไทย ทำให้ต้องใช้อะแดปเตอร์แปลงไฟเพิ่มเติม ความเสี่ยงด้านคุณภาพ: มีความเสี่ยงที่จะได้เครื่องปลอม เครื่องย้อมแมว หรือเครื่องที่ผ่านการซ่อมแซมมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากซื้อจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ การอัปเดตซอฟต์แวร์: การอัปเดตซอฟต์แวร์อาจไม่สม่ำเสมอ หรืออาจต้องทำการอัปเดตด้วยตนเองซึ่งอาจมีความเสี่ยง บริการหลังการขาย: หากมีปัญหา มักจะต้องติดต่อร้านค้าที่ซื้อมา ซึ่งอาจมีข้อจำกัดในการให้บริการหรือแก้ไขปัญหา ภาพโดย Pexels จาก Pixabay ความแตกต่างที่สำคัญ: แหล่งที่มา: เครื่องศูนย์นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ส่วนเครื่องนอกนำเข้ามาจากต่างประเทศโดยผู้นำเข้ารายย่อย การรับประกัน: นี่คือความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุด เครื่องศูนย์มีการรับประกันจากผู้ผลิตในไทย ส่วนเครื่องนอกมักไม่มี หรือมีการรับประกันจากร้านค้า ราคา: เครื่องนอกมักมีราคาถูกกว่าเครื่องศูนย์ การรองรับ: เครื่องศูนย์ถูกปรับแต่งให้รองรับการใช้งานในประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์ โดยสรุปแล้ว การเลือกระหว่างมือถือเครื่องนอกและเครื่องศูนย์ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของผู้ซื้อ หากให้ความสำคัญกับความมั่นใจในคุณภาพ การรับประกันที่ครอบคลุม และความสะดวกในการใช้งานในประเทศไทย การเลือกซื้อเครื่องศูนย์จึงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า แม้จะมีราคาสูงกว่าก็ตาม ในทางกลับกัน หากต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี และยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ การเลือกซื้อเครื่องนอกก็อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยต้องเลือกร้านค้าที่มีความน่าเชื่อถือและตรวจสอบสินค้าให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ ในปี 2025 ผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลของแต่ละรุ่น แต่ละแหล่งที่มาอย่างละเอียด รวมถึงอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อให้เหมาะสมกับความต้องการของตนเองมากที่สุด จะช่วยให้ได้อุปกรณ์ที่ถูกใจและปลอดภัยมากที่สุด Photo Credit : AI Generated, Pixabay

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
อ่าน

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA

ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================

Android 16 จะมาพร้อมระบบป้องกันการโจรกรรม Identity Check ที่ปกป้องข้อมูลได้ดีขึ้น
อ่าน

Android 16 จะมาพร้อมระบบป้องกันการโจรกรรม Identity Check ที่ปกป้องข้อมูลได้ดีขึ้น

Android 16 : ในยุคที่ "อาชญากรรมทางไซเบอร์" (หรือ Cybercrime) ซึ่งเป็นการกระทำผิดทางกฏหมายด้วยเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นมากมายไม่เว้นแต่ละวัน และอาชญากรต่างๆ ก็มีวิธีใหม่ๆ ในการโจมตีผู้ใช้จนเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือข้อมูลต่างๆ มากมาย ซึ่งแน่นอนว่าผู้ใช้บางส่วนอาจจะมีความรู้ความสามารถในการป้องกันการโจมตีได้ แต่ก็ยังมีผู้ใช้อีกมากมายที่ยังขาดความรู้ในส่วนนี้ ดังนั้นทางผู้ผลิตอุปกรณ์ต่างๆ จึงต้องมีการอัปเดตการรักษาความปลอดภัยอยู่เสมอ Android 16 จะมาพร้อมระบบป้องกันการโจรกรรม และล่าสุดดูเหมือนจะมีข่าวดีสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์ Android ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของแบรนด์ใดก็ตาม เมื่ออัปเดตระบบปฏิบัติการเวอร์ชัน Android 16 จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่เพื่อรักษาความปลอดภัยที่มีชื่อว่า Identity Check ที่จะช่วยปกป้องข้อมูลภายในอุปกรณ์ของผู้ใช้จากแฮกเกอร์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น Identity Check เป็นฟีเจอร์ที่จะปกป้องข้อมูลภายในอุปกรณ์ของเรา โดยเมื่อระบบตรวจสอบสถานที่ที่ใช้อุปกรณ์ดูไม่น่าเชื่อถือได้ เช่น ไม่ใช่บ้านหรือที่ทำงาน ระบบจะเรียกให้ตรวจสอบข้อมูลชีวภาพของเจ้าของเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสแกนลายนิ้วมือ หรือสแกนใบหน้า ก่อนที่จะเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อนในเครื่อง หรือการตั้งค่าที่สำคัญในเครื่อง โดยการปกป้องจะครอบคลุม ดังนี้: ปกป้องการเปลี่ยนรหัสผ่าน PIN บนอุปกรณ์ ป้องกันการปิดระบบป้องกันการโจรกรรม ป้องกันการปิดระบบค้นหาเครื่อง หรือ Find My Device ป้องกันการรีเซ็ตเครื่องเป็นค่าโรงงาน ป้องกันการเปลี่ยนข้อมูลชีวภาพของเจ้าของเครื่อง การมาของฟีเจอร์ Identity Check บน Android 16 นี้ คาดว่าเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อตอบสนองต่อ Apple ที่ประกาศฟีเจอร์ซึ่งทำงานคล้ายกันอย่าง Stolen Device Protection ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันข้อมูลภายในอุปกรณ์ เมื่อเครื่องถูกขโมย โดยมีรายงานว่าผู้ใช้หลายรายถูกแอบมองรหัสผ่าน จากนั้นก็ตามขโมยเครื่อง ซึ่งฟีเจอร์นี้จะทำให้ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของจริงๆ ไม่สามารถเข้าสู่ข้อมูลในเครื่องได้ ฟีเจอร์ Identity Check เริ่มแรกนั้นมีให้ใช้เฉพาะเจ้าของสมาร์ทโฟน Pixel ของ Google เท่านั้น และจากนั้นไม่นานก็ใช้ได้บนอุปกรณ์ของ Samsung ซึ่งสำหรับอุปกรณ์แบรนด์อื่นจะต้องรอการมาของระบบปฏิบัติการ Android 16 ที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ ก็จะสามารถใช้ระบบป้องกันนี้ได้ Photo Credit : Google, AI Generated

เผลอให้ข้อมูลมิจฉาชีพ เสี่ยงโดนเปิดบัญชีม้า ควรทำอย่างไร?
อ่าน

เผลอให้ข้อมูลมิจฉาชีพ เสี่ยงโดนเปิดบัญชีม้า ควรทำอย่างไร?

ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ประชาชนเผลอให้ข้อมูลมิจฉาชีพไป เสี่ยงโดนเปิดบัญชีม้า ควรทำอย่างไร โดยระบุว่า1. แจ้งความและลงบันทึกประจำวัน ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อเป็นหลักฐานป้องกันความผิดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต2. กรณีส่งภาพบัตรประชาชน (ทั้งด้านหน้าและหลัง) ควรดำเนินการขอทำบัตรประชาชนใบใหม่ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด3. รีบแจ้งธนาคารเพื่อปิดบัญชี และตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินทั้งหมด หากพบความผิดปกติควรแจ้งธนาคารทันที4. หากเคยกดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากมิจฉาชีพ แนะนำให้ทำการรีเซ็ตเครื่อง (reset factory) เพื่อล้างระบบทั้งหมด ลดความเสี่ยงจากโปรแกรมที่อาจแฝงตัวอยู่ตำรวจไซเบอร์พึ่งพาได้ ลดภัยอาชญากรรมออนไลน์ สร้างความอุ่นใจให้ประชาชน- แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th- หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

เปิดตัว TikTok for Artists บริการใหม่สำหรับศิลปินที่ต้องการสร้างฐานแฟนคลับในวงการเพลง
อ่าน

เปิดตัว TikTok for Artists บริการใหม่สำหรับศิลปินที่ต้องการสร้างฐานแฟนคลับในวงการเพลง

TikTok for Artists : ไบต์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทแม่ของ TikTok แอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์คซึ่งเป็นหนึ่งในแอปที่ได้รับนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มสำหรับศิลปินที่มีชื่อว่า TikTok for Artists ซึ่งเป็นบริการใหม่สำหรับศิลปินที่ต้องการสร้างฐานแฟนคลับในวงการเพลง โดยมาพร้อมเครื่องมือสำหรับโปรโมตผลงาน และสร้างความสัมพันธ์กับแฟนเพลง พร้อมกับมีเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอีกด้วย ฟีเจอร์หลักของ TikTok for Artists มีดังนี้: เป็นเครื่องมือโปรโมทเพลง: บนแพลตฟอร์มจะมีเครื่องมือต่างๆ สำหรับการโปรโมทเพลงของตนเองบน TikTok เข้าถึงข้อมูลว่าอะไรกำลังเป็นที่นิยมในชุมชน TikTok การสร้างความสัมพันธ์กับแฟนคลับ: สามารถตอบโต้กับแฟนคลับผ่านความคิดเห็นและข้อความได้อย่างสะดวก สร้างแคมเปญเพื่อโปรโมทเพลงใหม่และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของแฟนคลับ การจัดการโปรไฟล์ศิลปิน: ศิลปินสามารถยืนยันตัวตนและรับตราสัญลักษณ์ "ศิลปิน" บนโปรไฟล์ของตนเองได้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ สามารถปักหมุดเพลงใหม่ล่าสุดไว้ด้านบนสุดของโปรไฟล์ เพื่อให้ผู้ใช้เห็นได้ง่าย การวิเคราะห์ข้อมูล: เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเพลงและวิดีโอของตนเอง ทำความเข้าใจกลุ่มผู้ฟังและแนวโน้มต่างๆ บน TikTok เพื่อสร้างผลงานตามกระแสนิยมได้ ด้วย TikTok for Artists ประโยชน์สำหรับศิลปินก็ได้แก่ จะสามารถเพิ่มการมองเห็นและเข้าถึงผู้ฟังใหม่ๆ ได้, สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับแฟนคลับ, สามารถโปรโมทเพลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเพื่อปรับปรุงกลยุทธ์ได้ วิธีการสมัครใช้งาน: เปิดแอป TikTok และไปที่ TikTok Studio เลือก "Artist Hub" และคลิก "apply" ค้นหาชื่อศิลปินและเพลงของคุณในคลังเพลง TikTok ยืนยันตัวตนของคุณผ่านวิธีการต่างๆ เช่น ภาพหน้าจอจากบัญชีผู้จัดจำหน่ายเพลงของคุณ หรือบัญชี Spotify for Artists หรือ Apple Music for Artists TikTok จะตรวจสอบใบสมัครของคุณ และหากทุกอย่างถูกต้อง คุณจะได้รับบัญชีศิลปิน อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชันนี้อาจยังไม่พร้อมใช้งานในบางประเทศ ซึ่งหากคุณไม่พบฟังก์ชันนี้ในบัญชี TikTok ของคุณ อาจเป็นเพราะคุณสร้างบัญชีในประเทศที่ฟังก์ชันนี้ยังไม่พร้อมใช้งาน TikTok for Artists เป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพสำหรับศิลปินในการสร้างและโปรโมทเพลงของตนเองบนแพลตฟอร์ม TikTok หากคุณเป็นศิลปินที่ต้องการเข้าถึงผู้ฟังใหม่ๆ และสร้างความสัมพันธ์กับแฟนคลับ TikTok for Artists เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

รู้จักแอป Fake Call คืออะไร ใช้อย่างไร เสี่ยงหรือไม่?
อ่าน

รู้จักแอป Fake Call คืออะไร ใช้อย่างไร เสี่ยงหรือไม่?

แอป Fake Call คือเครื่องมือจำลองสายโทรเข้า ใช้หลีกเลี่ยงสถานการณ์อึดอัดหรือเพื่อความบันเทิง แต่หากใช้งานไม่เหมาะสม อาจเสี่ยงผิดกฎหมายแอป Fake Call คืออะไร ใช้ยังไง อันตรายแค่ไหน?ในยุคดิจิทัลที่แอปพลิเคชันสามารถตอบสนองแทบทุกความต้องการ หนึ่งในแอปที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในโลกออนไลน์คือ แอปFake Call หรือ แอปโทรปลอม ที่สามารถจำลองเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์จากบุคคลหรือเบอร์โทรที่ผู้ใช้ตั้งค่าไว้ได้เอง ไม่ว่าจะเป็นชื่อ เบอร์โทร หรือแม้กระทั่งเสียงพูดปลายสาย วัตถุประสงค์หลักของแอป Fake Call1. เลี่ยงสถานการณ์ไม่พึงประสงค์ เช่น การออกจากวงสนทนาที่ไม่สบายใจ การหนีจากการนัดพบ หรือการหลีกเลี่ยงการขายตรง2. สร้างความบันเทิง โดยบางคนใช้เพื่อแกล้งเพื่อน หรือถ่ายคลิปขำขัน3. ฝึกซ้อมการพูดโทรศัพท์ โดยเฉพาะผู้ที่เตรียมตัวสัมภาษณ์งานหรือฝึกการสนทนาทางโทรศัพท์เสี่ยงหรือไม่?แม้แอป Fake Call จะไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายโดยตรง แต่หากนำไปใช้เพื่อ แอบอ้าง หลอกลวง หรือปลอมแปลงในทางที่สร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น เช่น แกล้งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือใช้ในการต้มตุ๋น อาจเข้าข่ายความผิดฐานปลอมแปลงข้อมูล หรือนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ยังเตือนว่า บางแอปอาจแฝง มัลแวร์หรือโปรแกรมสอดแนม โดยเฉพาะแอปที่ไม่ผ่านการตรวจสอบจาก App Store หรือ Play Storeข้อควรระวังในการใช้แอป Fake Call• ใช้ในทางสร้างสรรค์หรือเพื่อความบันเทิงเท่านั้น• หลีกเลี่ยงการใช้ในลักษณะที่อาจหลอกลวงผู้อื่น• ควรติดตั้งแอปจากผู้พัฒนาและแหล่งที่เชื่อถือได้• หมั่นตรวจสอบสิทธิ์ที่แอปร้องขอ หากเกินความจำเป็นควรหลีกเลี่ยง

จำนำไอคลาวด์ ( iCloud ) กับดักหนี้ยุคดิจิทัลที่คนไทยควรรู้
อ่าน

จำนำไอคลาวด์ ( iCloud ) กับดักหนี้ยุคดิจิทัลที่คนไทยควรรู้

"จำนำไอคลาวด์" เมื่อมือถือกลายเป็นทรัพย์ค้ำประกันในยุคที่โทรศัพท์มือถือกลายเป็นปัจจัยที่ห้าของชีวิต ใครจะคิดว่าบัญชี iCloud ซึ่งเป็นระบบล็อกเครื่องของ Apple จะถูกนำมาใช้เป็น "หลักประกัน" สำหรับการกู้เงิน โดยมีเพจเฟซบุ๊กชื่อ “Care apple phone ซื้อขายฝากไอโฟนรับซ่อมครบวงจร” เปิดบริการรับจำนำไอโฟนผ่านการส่งรหัส iCloud แลกเงินสดแบบเร่งด่วน เพจดังกล่าวโพสต์ข้อความเชิญชวนให้กู้เงินอย่างเปิดเผย พร้อมติดแฮชแท็ก #จำนำไอคลาวด์ #ปล่อยกู้ไอโฟน เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่กำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน โดยมีข้อเสนอคือ ถ้าผู้กู้ไม่จ่ายเงินคืนตามกำหนด ผู้ให้กู้จะล็อกบัญชี iCloud ทันที ทำให้โทรศัพท์ไม่สามารถใช้งานได้เลยเงินกู้ที่ต้องจ่ายด้วยข้อมูลส่วนตัวขั้นตอนการกู้ดูเหมือนง่าย แต่ต้องแลกมาด้วยข้อมูลส่วนตัวจำนวนมาก ผู้กู้ต้องถ่ายภาพตนเองคู่กับบัตรประชาชน พร้อมระบุชื่อ เบอร์โทรศัพท์ รายชื่อคนรู้จัก บัญชีโซเชียลมีเดีย และรหัส IMEI ของโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเท่ากับว่าผู้ให้กู้สามารถเข้าถึงตัวตนดิจิทัลของผู้กู้ได้ทั้งหมดยิ่งไปกว่านั้น ดอกเบี้ยที่เรียกเก็บก็สูงลิ่ว หากกู้เงิน 6,000 บาท ผู้กู้จะถูกหักค่าดำเนินการทันที 10% เหลือรับจริงเพียง 5,400 บาท แล้วต้องจ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 1,200 บาท รวม 6 เดือนเป็นเงิน 7,200 บาท รวมกับเงินต้นเป็นยอดหนี้ทั้งหมด 13,200 บาท ภายในครึ่งปี ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายสูงถึง 240% ต่อปี ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนดหลายเท่าเมื่อเทคโนโลยีถูกใช้ควบคุมคนจนกรณีนี้สะท้อนภาพใหม่ของวงจรหนี้ ที่เทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือควบคุมผู้กู้ได้อย่างแนบเนียน เพราะโทรศัพท์ไม่ใช่แค่ของใช้ส่วนตัวอีกต่อไป แต่เป็น “ตัวประกัน” ที่ผู้กู้ต้องแลกเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินสด หากผิดนัดชำระหนี้ โทรศัพท์ก็กลายเป็นเครื่องไร้ค่าช่องโหว่ของกฎหมายที่ยังไม่มีการกำกับดูแลเรื่องการใช้บัญชี iCloud หรือ Apple ID เป็นหลักทรัพย์ ทำให้ผู้ให้กู้ใช้ระบบล็อกเครื่องเป็นเครื่องมือกดดันผู้กู้โดยไม่ต้องใช้พฤติกรรมข่มขู่เหมือนในอดีต คำถามที่ใหญ่กว่านี้คือ ทำไมคนจนถึงไม่มีทางเลือก?การจับกุมผู้ปล่อยกู้นอกระบบรายนี้ แม้จะเป็นข่าวดี แต่สิ่งที่ควรถามต่อคือ เหตุใดคนจำนวนมากจึงยังต้องหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบ ที่เสี่ยงและดอกเบี้ยแพงขนาดนี้ ระบบการเงินไทยปิดประตูใส่คนไม่มีเอกสาร ไม่มีเครดิต หรือมีรายได้ไม่แน่นอน จนทำให้คนเหล่านี้ต้องยอมเสี่ยงทุกอย่าง แม้กระทั่งข้อมูลส่วนตัวธนาคารไม่ให้กู้ บัตรเครดิตไม่มี รายได้ก็ไม่มั่นคง การเข้าถึงแหล่งเงินทุนแบบถูกกฎหมายจึงกลายเป็นความฝันที่ไกลเกินเอื้อม จนเกิดคำถามว่า จริงหรือที่เรามี "ระบบการเงินเพื่อทุกคน" หรือเป็นเพียงระบบสำหรับคนที่มีเอกสารพร้อมเท่านั้นถ้ารัฐยังไม่เปลี่ยน ทางลัดก็จะยังอยู่“จำนำไอคลาวด์” อาจเป็นแค่หนึ่งในหลายรูปแบบของเงินกู้นอกระบบที่พัฒนาไปพร้อมกับยุคดิจิทัล หากรัฐยังไม่สามารถออกแบบระบบสินเชื่อที่เข้าถึงง่าย เป็นธรรม และปกป้องข้อมูลส่วนตัวของประชาชนได้ โครงสร้างหนี้แบบนี้ก็จะยังอยู่ และขยายตัวต่อไปเพราะความจนเมื่อเจอกับเทคโนโลยี ไม่ได้สร้างโอกาสใหม่เสมอไป หากไม่มีใครคอยกำกับดูแล มันอาจกลายเป็นเครื่องมือรัดคอคนจนให้อึดอัดยิ่งกว่าเดิม

วิธีซื้อสินค้าผู้ชายในเซเว่น  ให้ลดหย่อนภาษี 2568 Easy E-Receipt ออกใบกำกับภาษีได้
อ่าน

วิธีซื้อสินค้าผู้ชายในเซเว่น ให้ลดหย่อนภาษี 2568 Easy E-Receipt ออกใบกำกับภาษีได้

เปิดเทคนิคช้อปสินค้าผู้ชายในเซเว่นแบบคูลๆ พร้อมวิธีลดหย่อนภาษีปี 2568 ด้วย Easy E-Receipt เมื่อซื้อสินค้าใน 7-ELEVEN ถ้าคุณเป็นผู้ชายสายช้อปที่ชอบความคุ้มค่า ต้องไม่พลาดโอกาสนี้! ปี 2568 เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ก็เข้าร่วมEasy E-Receipt ที่ช่วยให้คุณลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 50,000 บาท แถมยังได้ซื้อของใช้และของกินที่คุณชอบไปพร้อมๆ กัน ง่ายแบบนี้ ไม่ลองไม่ได้แล้ว มีขั้นตอนขอใบกำกับภาษีเซเว่นอย่างไรบ้าง เรามีคำตอบมาให้แล้ว ขอบอกว่าง่ายสุดๆ ไปเลย วิธีลดหย่อนภาษี 2568 Easy E-Receipt ออกใบกำกับภาษี เมื่อซื้อสินค้าที่เซเว่น 7-ELEVEN ขั้นตอนง่ายๆ ขอใบกำกับภาษี เมื่อซื้อสินค้าที่เซเว่น 7-ELEVEN สมาชิก All Member: เปิด 7App แล้วกดขอใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมใบกำกับภาษีได้เลย ง่ายสุดๆ ลูกค้าทั่วไป: แค่แจ้งพนักงานที่เคาน์เตอร์และยื่นบัตรประชาชน คุณก็ขอใบกำกับภาษีได้ทันที ช้อปผ่าน 7-Eleven Delivery: หลังจากของมาส่งแล้ว เข้าไปที่หน้าประวัติคำสั่งซื้อ แล้วกดขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้เลย สั่งของผ่าน All Online: ก่อนกดสั่งซื้อ อย่าลืมเลือกขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในหน้าจอคำสั่งซื้อ วิธีกดขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ในแอป 7-Eleven เพลิดเพลินกับการช้อปสินค้าผู้ชายมากมาย ลดภาษีสุดคุ้ม! 6 น้ำหอมเซเว่น สำหรับผู้ชาย แบรนด์ไหนดี 2025 หอมติดทนนาน ราคาไม่แพง ครีมซองเซเว่น ผู้ชาย ยี่ห้อไหนดี ช่วยบำรุง ซึมไว ไม่เหนอะผิว แจกคูปองเซเว่น ชี้เป้าสินค้าผู้ชายน่าช้อปใน 7-ELEVEN รวมไอเทมเสริมหล่อด่วนใน 7-ELEVEN ซื้อง่าย ใช้ได้ทันใจ แจกคูปองเซเว่น ช้อปส่วนลดไอเทมแก้ปวดเมื่อยสำหรับผู้ชายสายฟิตเนส รวมไอเทมเสริมมั่นใจชายในเซเว่น ดับกลิ่นปากแบบเร่งด่วน ไปไหนก็มั่นใจ รวมธัญพืชอัดแท่งสำหรับผู้ชายสายสุขภาพใน 7-ELEVEN พร้อมส่วนลดลูกค้าทรู อาหารโปรตีนสูงหาซื้อง่ายใน 7-11 สำหรับผู้ชายสายออกกำลังกาย -------------------------------------------------

กงสุลใหญ่แอลเอ ไม่เปิดรับบริจาคช่วยไฟป่า ระวังมิจฯ แอบอ้าง
อ่าน

กงสุลใหญ่แอลเอ ไม่เปิดรับบริจาคช่วยไฟป่า ระวังมิจฯ แอบอ้าง

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ออกประกาศเตือนประชาชน กรณีพบกลุ่มบุคคลใช้ชื่อสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ในการเปิดรับเงินบริจาคช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยจากไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ว่า สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเปิดรับเงินบริจาคดังกล่าว และไม่มีนโยบายที่จะเปิดรับเงินบริจาคจากประชาชนเพื่อนำไปบริหาร แจกจ่ายช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า เนื่องจากระดับความรุนแรงของผลกระทบที่แต่ละบุคคลได้รับ มีความแตกต่างหลากหลาย ดังนั้น การจัดสรรเงินบริจาคให้ผู้ประสบภัย แต่ละรายอย่างเป็นธรรม จำเป็นต้องนำปัจจัยและความแตกต่างข้างต้นมาประกอบการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งและการโต้เถียงระหว่างผู้ได้รับผลกระทบด้วยกัน ทั้งนี้ หากสถานการณ์เลวร้ายลง สถานกงสุลใหญ่ฯ ขอยืนยันว่า ได้เตรียมแผนรองรับเพื่อดูแลสวัสดิภาพของคนไทยไว้แล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับช่องทาง ในการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐฯสำหรับการมาตรการฟื้นฟูในระยะยาว ซึ่งจะเริ่มมีความชัดเจนขึ้นหลังจากสถานการณ์ไฟป่าคลี่คลายลง ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าสามารถติดต่อแจ้งเหตุ ขอคำแนะนำ และขอความช่วยเหลือเฉพาะหน้าได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของสถานกงสุลใหญ่ฯ โทร 323-962-9574 และ 323-580-4222ภาพจาก:AFP

ธ.ก.ส. ชวนลูกค้าทำ e-KYC ป้องกันภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ
อ่าน

ธ.ก.ส. ชวนลูกค้าทำ e-KYC ป้องกันภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ

ธ.ก.ส. ชวนลูกค้าทำ e-KYC ป้องกันภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ เพียงนำบัตรประชาชนและสมาร์ทโฟนเข้ารับบริการเพื่อจัดเก็บใบหน้าสำหรับการยืนยันตัวตน #ทันหุ้น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เชิญชวนลูกค้า ผู้ใช้บริการแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ที่ยังไม่ลงทะเบียนยืนยันตัวตน e-KYC หรือ Electronic Know Your Customer ซึ่งเป็นกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและตัวตนของลูกค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะเป็นประโยชน์ในการทำธุรกรรมทางการเงินหรือการลงทุนต่าง ๆ อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ลูกค้าเพียงนำบัตรประจำตัวประชาชน และสมาร์ทโฟน เข้ารับบริการเพื่อจัดเก็บใบหน้าสำหรับยืนยันตัวตนในการเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรม ผ่าน BAAC Mobile ป้องกันการถูกฉ้อโกงเลี่ยงภัยคุกคามจากมิจฉาชีพ อาชญากรรมทางการเงิน ลดความเสี่ยงในการถูกนำบัญชีไปใช้ในธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ลูกค้า ธ.ก.ส. ที่สนใจลงทะเบียน e-KYC สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
อ่าน

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม