รีเซต

ผลการค้นหา “怎样验证毕业证号真【咨询网:ban58.com】” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ลูกค้าทรู แสดงบัตรนักเรียนหรือบัตรนักศึกษา ใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนน + 100.- รับสิทธิ์ 1 Day Pass ที่ True Space
สิทธิพิเศษ

ลูกค้าทรู แสดงบัตรนักเรียนหรือบัตรนักศึกษา ใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนน + 100.- รับสิทธิ์ 1 Day Pass ที่ True Space

ประหยัด ฿100ที่ ทรู สเปซ ลูกค้าทรู แสดงบัตรนักเรียนหรือบัตรนักศึกษา ใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนน + 100.- รับสิทธิ์ 1 Day Pass ที่ True Space โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี เงื่อนไข1. ไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์2. โค้ดจากการกดรับสิทธิ์มีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ (รหัส 1 รหัสสามารถใช้ได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ซ้ำได้)3. กรุณากดรับสิทธิ์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ True Space ทุกสาขาที่ร่วมรายการ และ แสดง QR code หรือ Barcode เพื่อรับสิทธิ์ก่อนเข้าใช้บริการเท่านั้น (งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพ screenshot ในทุกกรณี)4. การใช้สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถนำผู้ติดตามเข้ามาในพื้นที Co-Working Space ได้5. สงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้าที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี ที่หน้าร้านเท่านั้น หรือแสดงบัตร TrueCard และบัตรประชาชนเพื่อขอรับสิทธิ์6. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันและเวลาที่ร้านเปิดทำการเท่านั้น7. สำหรับ Promotion ส่วนลดนี้สามารถซื้อเพิ่มได้ที่หน้าสาขา8. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้9. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้10. เงื่อนไขการเข้าใช้งานพื้นที่เป็นตามที่ ทรูสเปซกำหนด กรุณาศึกษาเงื่อนไขและข้อกำหนดก่อนการเข้าใช้งานทรูสเปชทุกครั้งเวลาทำการทรูสเปซ แอท อโศก เวลา 8:00 น.- 20:00 น.Terms and Conditions:1.Unlimted quota2.One code can be used only 1 time and can only be used within the month of redemption. Codes cannot be reused.3.True Customers get privileges at True Space. Show your redemption code from SMS reply or mobile app to the staff only.4.Customers cannot accompany other people to the co-working Space.5.Customers get privileges via TrueID application or by simply showing True Card/ ID card6.This privilege can be used during the stated period only.7.This promotion can redeem at True Space customer service counter.8.This privilege cannot be exchanged for cash.9.Terms conditions are subject to change without prior notice.10.The conditions for accessing the area are as specified by True Space. Please study the terms and conditions before using True Space every time.Service hours:True Space at Asoke Open hours are from 8:00 AM - 8:00 PM

ทรู สเปซ
สิทธิพิเศษ

ทรู สเปซ

ทรู สเปซ (True Space Co., Ltd.)

ลูกค้าทรูบลู รับสิทธิ์ Package Free 1-day pass 1 ครั้ง เพื่อเข้าใช้บริการ Working Space @True Digital Park
สิทธิพิเศษ

ลูกค้าทรูบลู รับสิทธิ์ Package Free 1-day pass 1 ครั้ง เพื่อเข้าใช้บริการ Working Space @True Digital Park

ประหยัด ฿500.00ที่ True Digital Park เงื่อนไข1.จำกัดการแลกรับสิทธิ์ได้ 3 สิทธิ์/ หมายเลขบัตรประชาชน / เดือน, จำกัด 115 สิทธิ์ / เดือน2.ลูกค้ากดรับสิทธิ์ได้ที่ Community Counter ชั้น 6 ตึกเพกาซัส โดยแสดงรหัสรับสิทธิ์ต่อเจ้าหน้าที่เท่านั้น3.สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่และเวลาที่กำหนดเท่านั้น โดยเวลาเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 9.00 18.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์4.โค้ดจากการกดรับสิทธิ์มีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ (รหัส 1 รหัสสามารถใช้ได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ซ้ำได้)5.การใช้สิทธิพิเศษนี้ ไม่สามารถนำผู้ติดตามเข้ามาในพื้นที่ Co-Working Space ได้6.การใช้สิทธิพิเศษนี้ ไม่รวมถึงบริการห้องประชุมและพื้นที่ Event space ลูกค้าสามารถใช้ได้เฉพาะ Hot Desk ในพื้นที่ Co-Working Space เท่านั้น7.การใช้สิทธิพิเศษนี้ ไม่รวมถึงกิจกรรมที่ทาง True Digital Park จัดเพื่อสมาชิก8.สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้9.สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่นๆ ได้10.เงื่อนไขการเข้าใช้งานพื้นที่เป็นตามที่ทรู ดิจิทัล พาร์คกำหนด กรุณาศึกษาเงื่อนไขและข้อกำหนดก่อนการเข้าใช้งานทรู ดิจิทัล พาร์ค ทุกครั้ง11.สถานที่มีที่นั่งจำนวนจำกัดต่อวัน

ลูกค้าทรู รับส่วนลด 50.- ใช้ 99 ทรูพอยท์ สำหรับใช้บริการ ที่ทรู สเปซ
สิทธิพิเศษ

ลูกค้าทรู รับส่วนลด 50.- ใช้ 99 ทรูพอยท์ สำหรับใช้บริการ ที่ทรู สเปซ

ประหยัด ฿50ที่ ทรู สเปซ ลูกค้าทรู ใช้ 99 ทรูพอยท์ แลกรับส่วนลด 50.- สำหรับใช้บริการใดบริการหนึ่ง ดังนี้ Membership / Hot Desk / Meeting Room ที่ทรูสเปซ โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี เงื่อนไข1. จำกัด 1 สิทธิ์ / หมายเลขบัตรประชาชน / เดือน2. โค้ดจากการกดรับสิทธิ์มีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ (รหัส 1 รหัสสามารถใช้ได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ซ้ำได้)3. กรุณากดรับสิทธิ์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ True Space ทุกสาขาที่ร่วมรายการ และ แสดง QR code หรือ Barcode เพื่อรับสิทธิ์ก่อนเข้าใช้บริการเท่านั้น (งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพ screenshot ในทุกกรณี)4. การใช้สิทธิพิเศษส่วนลดนี้สำหรับใช้บริการใดบริการหนึ่งที่ร่วมรายการเท่านั้น (บริการ Membership / Hot Desk / Meeting Room)5. สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ใช้บริการทรูที่กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี ที่หน้าร้านเท่านั้น หรือแสดงบัตร TrueCard และบัตรประชาชนเพื่อขอรับสิทธิ์6. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันและเวลาที่ร้านเปิดทำการเท่านั้น7. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้8. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้9. เงื่อนไขการเข้าใช้งานพื้นที่เป็นตามที่ ทรูสเปซกำหนด กรุณาศึกษาเงื่อนไขและข้อกำหนดก่อนการเข้าใช้งานทรูสเปชทุกครั้งเวลาทำการทรูสเปซ แอท อโศก เวลา 8:00 น.- 20:00 น.Terms and Conditions:1.Limit 1 redemption/ ID card number / month2.One code can be used only 1 time and can only be used within the month of redemption. Codes cannot be reused.3.True Customers get privileges at True Space. Show your redemption code from SMS reply or mobile app to the staff only.4. The discount can be used for only 1 service of Membership package / Hot Dest / Meeting Room or for buying merchendise.5.Customers get privileges via TrueID application or by simply showing True Card/ ID card6.This privilege can be used during the stated period only.7.This privilege cannot be exchanged for cash.8.Terms conditions are subject to change without prior notice.9.The conditions for accessing the area are as specified by True Space. Please study the terms and conditions before using True Space every time.Service hours:True Space at Asoke Open hours are from 8:00 AM - 8:00 PM

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
อ่าน

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!

ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

สะดวกกว่าเดิม! ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ ไม่ต้องไปขนส่ง เริ่ม 4 มีนาคม 2569
อ่าน

สะดวกกว่าเดิม! ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ ไม่ต้องไปขนส่ง เริ่ม 4 มีนาคม 2569

ข่าวดีสำหรับคนขับรถที่ไม่อยากเสียเวลาต่อคิว กฎกระทรวงฉบับใหม่เปิดทางให้สามารถ ต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) ได้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 มีนาคม 2569โดยไม่ต้องประเมินสมรรถภาพ หรือสุขภาพเพิ่มเติม ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้แล้ว เริ่ม 4 มีนาคม 2569 สำหรับกลุ่มหลักที่เข้าเกณฑ์คือผู้ที่ อายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ และ ใบขับขี่เดิมยังไม่หมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี ผู้ที่เข้าเกณฑ์สามารถยื่นขอต่อผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และไม่ต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายแบบเดิม (เช่น ทดสอบสายตา/ปฏิกิริยา) ตามที่กฎกระทรวงกำหนด โดยขั้นตอนหลักๆ มีดังนี้ อบรมออนไลน์ (DLT e-Learning) - ลงทะเบียน ดูเนื้อหา และผ่านแบบทดสอบออนไลน์ เพื่อรับหลักฐานผลการอบรม (ควรเก็บภาพหน้าจอ/ไฟล์ผลการอบรมไว้)เว็บไซต์ : www.dlt-elearning.com จองคิวผ่าน DLT Smart Queue - ใช้สำหรับจองคิวล่วงหน้า หรือตรวจสอบสถานะการสมัคร (ในระบบใหม่ปี 69 จะเน้นการทำผ่านแอปเป็นหลัก)เว็บไซต์: gecc.dlt.go.thแอปพลิเคชัน: ค้นหาคำว่า "DLT Smart Queue" ได้ทั้งใน App Store และ Play Store *ยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaID เพื่อความปลอดภัย* เงื่อนไขการต่อใบขับขี่ออนไลน์ ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุ ไม่เกิน 1 ปี อายุไม่เกิน 55 ปี สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุเกิน 1 ปี หรือมีอายุมากกว่า 55 ปี จะต้องไปรับการทดสอบสมรรถภาพเพิ่มเติมที่กรมขนส่ง ====================

รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง
อ่าน

รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง

เจาะลึก 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 อนุมัติไว ไม่ต้องเสี่ยงหนี้นอกระบบ ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจมีความผันผวน การมองหาช่องทางเสริมสภาพคล่องด้วยการกู้สินเชื่อถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกแหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้ อนุมัติไว และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณก้าวผ่านวิกฤตทางการเงินในปี 2569 ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับหนี้นอกระบบที่อันตราย สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมายคืออะไร สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย คือ บริการทางการเงินจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) โดยมีลักษณะเด่นคือการระบุอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน โปร่งใส มีหลักฐานการชำระเงินที่ตรวจสอบได้ และดอกเบี้ยต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ทำให้ผู้กู้มั่นใจได้ว่าจะได้รับความเป็นธรรมตลอดอายุสัญญา 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยทางการเงินที่วางใจได้ ในปี 2569 นี้มีแหล่งเงินทุนถูกกฎหมายที่ตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายรูปแบบ ดังนี้ 1. สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นสินเชื่อที่เน้นความอเนกประสงค์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนไปจัดการภาระต่าง ๆ จุดเด่นคือไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน การพิจารณาจะดูจากฐานรายได้และความมั่นคงทางการเงินเป็นหลัก ปัจจุบันมีการพัฒนาให้ขอได้สะดวกขึ้นผ่านช่องทางต่าง ๆ ของสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ 2. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนมีรถแต่ไม่อยากจอดรถทิ้งไว้ เพียงใช้เล่มทะเบียนรถเป็นหลักประกันในการกู้สินเชื่อ ก็สามารถรับเงินสดไปหมุนเวียนได้ทันที โดยที่คุณยังคงมีรถไว้ขับไปทำงานหรือประกอบอาชีพตามปกติ ที่สำคัญคืออาชีพอิสระที่ไม่มีสลิปเงินเดือนก็สามารถยื่นขอสินเชื่อประเภทนี้ได้ไม่ยาก 3. บัตรกดเงินสด เป็นวงเงินสำรองพร้อมใช้ที่เน้นความคล่องตัวสูง เมื่อได้รับอนุมัติวงเงินแล้วคุณสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM หรือโอนเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อดีคือคิดดอกเบี้ยตามยอดที่ใช้จริง และเมื่อชำระคืน วงเงินก็จะหมุนเวียนกลับมาให้คุณใช้ใหม่ได้ทันทีในยามฉุกเฉิน 4. สินเชื่อที่ดินแลกเงิน สินเชื่อสำหรับผู้ที่มีสินทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเปล่า หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยการนำโฉนดมาเป็นหลักประกันแลกเงินก้อน วิธีนี้มักจะได้วงเงินที่ค่อนข้างสูงและดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสินเชื่อบางประเภท แต่อยากให้พิจารณาเป็นทางเลือกท้าย ๆ หากที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยเพียงแห่งเดียวของคุณ 5. สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ นวัตกรรมการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลที่สุด เพราะสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ 100% บางผู้ให้บริการทราบผลอนุมัติไวมากภายใน 10-30 นาที ใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ในการพิจารณาแทนเอกสารกระดาษ ทำให้ผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ยากมีโอกาสได้รับเงินทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น ข้อควรระวังที่ต้องรู้ แม้จะเป็นแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย แต่การกู้สินเชื่อก็มีข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อสุขภาวะทางการเงินที่ดี ตรวจสอบผู้ให้บริการ: ก่อนตัดสินใจสมัคร ควรตรวจสอบรายชื่อแอปพลิเคชันหรือสถาบันการเงินผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยเสมอเพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง ประเมินความสามารถในการชำระ: ไม่ควรกู้เกินกำลังรายได้ที่มี เพราะภาระหนี้ที่สูงเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อเครดิตในระยะยาว อ่านสัญญาให้ละเอียด: ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแฝงต่าง ๆ ให้แน่ใจว่าถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้ก่อนกดยืนยัน ผู้เชี่ยวชาญจาก Promise เน้นย้ำถึงการกู้สินเชื่ออย่างปลอดภัยว่า ควรตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ พร้อมทั้งควรประเมินรายได้เพื่อไม่ให้กู้เกินกำลังจนกระทบต่อเครดิตในระยะยาว และที่สำคัญต้องตรวจสอบรายละเอียดสัญญา อัตราดอกเบี้ย รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วนก่อนกดยืนยันเพื่อให้มั่นใจว่าได้รับเงื่อนไขที่เป็นธรรม สรุปบทความ การเลือกใช้บริการทางการเงินจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมายในปี 2569 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การจัดการปัญหาการเงินมีความมั่นคงและปลอดภัย การเข้าถึงสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือด้วยเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นธรรม จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางที่สะดวกทั้งรูปแบบสาขาหรือแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำเตือน: ควรเลือกกู้เงินจากแหล่งที่ถูกกฎหมายและตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์แบงก์ชาติทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย ควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้และกู้เท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาเครดิตทางการเงินและป้องกันปัญหาหนี้สินเกินตัวในอนาคต

รู้ทันก่อนเปลี่ยน! ใช้แบตไม่แท้กับ iPhone/iPad มีผลเสียไหม? ทำไมเครื่องถึงแจ้งเตือน?
อ่าน

รู้ทันก่อนเปลี่ยน! ใช้แบตไม่แท้กับ iPhone/iPad มีผลเสียไหม? ทำไมเครื่องถึงแจ้งเตือน?

เมื่อ iPhone หรือ iPad คู่ใจเริ่มมีอาการ "แบตเสื่อม" ชาร์จไม่เข้า หรือแบตหมดไวเหมือนน้ำรั่ว คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ "จะเปลี่ยนแบตที่ศูนย์ Apple หรือเปลี่ยนร้านตู้ข้างนอกดี?" เพราะราคาต่างกันครึ่งต่อครึ่ง บทความนี้ True ID จะพาไปหาคำตอบว่า การใช้แบตเตอรี่ที่ไม่ใช่ของศูนย์ (แบตเทียบ/แบตปลอม) มีผลเสียร้ายแรงจริงหรือไม่ และทำไมเปลี่ยนมาแล้วเครื่องถึงฟ้องว่า "ชิ้นส่วนที่ไม่รู้จัก" ทำไมเปลี่ยนแบตมาแล้วเครื่องแจ้งเตือน? หากคุณใช้ iPhone รุ่นตั้งแต่ iPhone XS, XR และ XS Max ขึ้นไป เมื่อคุณไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ร้านนอก (ไม่ใช่ศูนย์ Apple หรือตัวแทน AASP) เครื่องจะแสดงข้อความแจ้งเตือนในหน้า Settings ว่า: "Important Battery Message: Unable to verify this iPhone has a genuine Apple battery." (ข้อความสำคัญเกี่ยวกับแบตเตอรี่: ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า iPhone เครื่องนี้ใช้แบตเตอรี่ลิขสิทธิ์ของ Apple) หรือขึ้นสถานะว่าเป็น "Unknown Part" (ชิ้นส่วนที่ไม่รู้จัก) สาเหตุเกิดจากอะไร? Apple ได้ฝัง Serial Number ไว้ที่ขั้วของแบตเตอรี่ ซึ่งจะจับคู่กับเมนบอร์ดของเครื่อง เมื่อเราเปลี่ยนก้อนใหม่ (แม้จะเป็นแบตแท้แกะจากเครื่องอื่น) แต่ Serial Number ไม่ตรงกับที่บอร์ดบันทึกไว้ ระบบจะฟ้องทันทีว่าเป็นของไม่แท้ แจ้งเตือนแล้วมีผลอะไรไหม? การใช้งาน: เครื่องยังใช้งานได้ปกติ 100% โทรเข้าออก เล่นเกม ถ่ายรูปได้เหมือนเดิม ข้อเสียหลัก: คุณจะ ไม่สามารถดู "Battery Health" (สุขภาพแบตเตอรี่) ได้อีกต่อไป ระบบจะโชว์เป็นขีด (-) ทำให้เราไม่รู้ว่าแบตเตอรี่เสื่อมสภาพไปแค่ไหนแล้วในอนาคต ผลเสียของการใช้ "แบตเตอรี่ไม่ได้มาตรฐาน" (แบตปลอมเกรดต่ำ) คำว่า "แบตไม่แท้" มีหลายเกรด ตั้งแต่ แบตเทียบแบรนด์ดังที่มี มอก. (คุณภาพดี) ไปจนถึง แบตโนเนมราคาถูก (อันตราย) หากคุณเจอแบตเกรดต่ำ จะมีผลเสียดังนี้: จ่ายไฟไม่นิ่ง: แรงดันไฟอาจไม่เสถียร ทำให้เครื่องรวน ทัชสกรีนเพี้ยน หรือเครื่องดับเองเมื่อแบตยังเหลือ (เช่น ดับตอนเหลือ 20%) เครื่องร้อนจัด: ประสิทธิภาพการแปลงพลังงานต่ำ ทำให้เกิดความร้อนสะสมสูงขณะชาร์จหรือใช้งาน ส่งผลให้อายุการใช้งานของบอร์ดสั้นลง ความเสี่ยงบวมและระเบิด: แบตราคาถูกมักไม่มีระบบตัดไฟที่ดี หรือใช้วัสดุห่อหุ้มคุณภาพต่ำ เสี่ยงต่อการบวมดันหน้าจอแตก หรือลุกไหม้ได้ CPU ทำงานช้าลง (Throttling): หากแบตเตอรี่จ่ายไฟไม่เพียงพอตามที่ CPU ต้องการ ระบบ iOS อาจสั่งลดความเร็วเครื่องลงเพื่อป้องกันเครื่องดับ ทำให้เครื่องอืดและช้า เปรียบเทียบชัดๆ: แบตแท้ (ศูนย์) VS แบตเทียบ (ร้านนอก) เพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้น เรามาดูตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียกันครับ *หมายเหตุ: ร้านนอกบางร้านที่มีฝีมือ สามารถ "ย้ายขั้วแบตเดิม" ไปใส่ก้อนใหม่ เพื่อให้เครื่องโชว์สุขภาพแบตได้เหมือนเดิม แต่มีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยหากทำไม่ดี สรุป: ควรเลือกแบบไหนดี? คำแนะนำในการเลือกเปลี่ยนแบตเตอรี่ ขึ้นอยู่กับ "งบประมาณ" และ "รุ่นเครื่อง" ของคุณครับ เลือก "แบตแท้ (ศูนย์)" เมื่อ... คุณใช้ iPhone รุ่นใหม่ๆ (เช่น iPhone 13, 14, 15) ที่ยังมีมูลค่าสูง คุณต้องการความสบายใจ 100% ไม่กังวลเรื่องงบประมาณ คุณต้องการเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ได้จริงผ่านเมนู Settings คุณกังวลเรื่องราคาขายต่อ (เครื่องที่ไม่แจ้งเตือนแบตปลอม จะขายได้ราคาดีกว่า) เลือก "แบตเทียบ (ร้านนอก)" เมื่อ... เครื่องหมดประกันแล้ว และเป็นรุ่นเก่า (เช่น iPhone X ลงไป หรือรุ่นที่ใช้มานานมากแล้ว) ต้องการประหยัดงบประมาณ สำคัญ: ต้องเลือก "แบตเทียบแบรนด์ที่มีชื่อเสียง" (เช่น แบรนด์ที่มี มอก. หรือมีการรับประกันชัดเจน) อย่าเลือกที่ราคาถูกที่สุด คุณรับได้กับการที่เครื่องแจ้งเตือนว่า "ชิ้นส่วนที่ไม่รู้จัก" และมองไม่เห็นเปอร์เซ็นต์สุขภาพแบต ข้อควรจำ: การใช้แบตเตอรี่เทียบที่มีคุณภาพ (มอก.) ไม่ได้ทำร้ายเครื่องรุนแรง เพียงแต่ระบบตรวจสอบของ Apple จะแจ้งเตือนเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคเท่านั้น สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ คือ "แบตปลอมไม่มีคุณภาพ" ต่างหากครับ Photo Credit : AI Generated

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

ลด 5% ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ลด 5% ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับส่วนลด 5% เมื่อสมัครคอร์สเรียนที่สถาบันสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 080-243-1111 หรือ www.brightuptutor.com เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ รับสิทธิ์ได้ที่สถาบันฯ สาขาที่ร่วมรายการสาขาที่ไม่เข้าร่วมแคมเปญ- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาห้างTerminal21, โคราช- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาทุ่งสง, นครศรีธรรมราช- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาสัมมากรเพลส รามคำแหง110, กรุงเทพฯ2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
อ่าน

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย

การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated

เตรียมตัวให้พร้อม ลงทะเบียน “คนละครึ่ง พลัส” ง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่ม 20 ต.ค.นี้
อ่าน

เตรียมตัวให้พร้อม ลงทะเบียน “คนละครึ่ง พลัส” ง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่ม 20 ต.ค.นี้

#ทันหุ้น กระทรวงการคลังเปิด3ขั้นตอนแนะนำประชาชนเตรียมความพร้อมก่อนลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสระหว่างวันที่20–26ต.ค.68ผ่านแอปพลิเคชัน“เป๋าตัง”“3ขั้นตอน”เตรียมความพร้อมก่อนลงทะเบียน1.ตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิ-มีบัตรประชาชนสัญชาติไทย-อายุ16ปีบริบูรณ์ขึ้นไปณวันที่ลงทะเบียน-ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐณวันที่1ต.ค. 68-ไม่ถูกระงับสิทธิในโครงการคนละครึ่งเฟส1–52.ดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปฯ“เป๋าตัง”-ดาวน์โหลดได้ฟรีจากApp StoreหรือPlay Store-ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นเวอร์ชันล่าสุด3.สมัครและผูกบัญชีG-Walletเพื่อเตรียมพร้อมเริ่มใช้สิทธิวันที่29ต.ค. - 31ธ.ค. 68-เปิดแอปฯเป๋าตังกดเมนูG-Wallet ดำเนินการผูกบัญชีตามขั้นตอน-เตรียมบัตรประชาชนและยืนยันตัวตนผ่านระบบKrungthai NEXTหรือสแกนใบหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิโครงการจำนวนประมาณ20ล้านสิทธิวันแรกวันที่20ต.ค.68ตั้งแต่เวลา06.00น.เป็นต้นไปผ่านแอปฯเป๋าตังเท่านั้นโดยกดที่รูปโครงการ“คนละครึ่งพลัส”บนหน้าแรกของแอปฯอ่านและยอมรับเงื่อนไขโครงการจากนั้นกดปุ่ม“ลงทะเบียน”ระบบจะแสดงข้อความยืนยันผลการลงทะเบียนพร้อมระบุวันที่เริ่มใช้สิทธิ-ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส5 (ปี65)แจ้งผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯเป๋าตัง“ทันที”-ผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการฯสามารถตรวจสอบผลได้ทางSMSและแอปฯเป๋าตังภายใน3วันทำการตรวจสอบรายละเอียดและข้อมูลโครงการคนละครึ่งพลัสเพิ่มเติมได้ที่www.คนละครึ่งพลัส.com

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
อ่าน

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ

ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ

กสทช. บังคับใช้ระบบ Liveness Detection เปิดซิมการ์ดใหม่ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร
อ่าน

กสทช. บังคับใช้ระบบ Liveness Detection เปิดซิมการ์ดใหม่ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

จากข่าวที่ว่าเหล่ามิจฉาชีพหันมาใช้ "ซิมม้า" และ "บัญชีม้า" เป็นช่องทางก่ออาชญากรรม ทำให้ กสทช. ต้องยกระดับความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น ด้วยการบังคับใช้เทคโนโลยี Liveness Detection สำหรับการลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่อาจดูน่าสับสนสำหรับหลายคน บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยีนี้ให้มากขึ้นครับ Liveness Detection คืออะไร? Liveness Detection เป็นเทคโนโลยีสุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อ "ตรวจจับความมีชีวิต" ของบุคคลที่กำลังทำการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า โดยระบบจะทำงานแบบเรียลไทม์เพื่อวิเคราะห์การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ที่บ่งบอกว่าบุคคลนั้นๆ มีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่ภาพปลอมแปลง ลองนึกภาพว่าคุณกำลังใช้สมาร์ทโฟนสแกนใบหน้าเพื่อลงทะเบียนซิม ระบบนี้จะสั่งให้คุณกระพริบตา ขยับศีรษะ หรืออ้าปาก เพื่อดูว่าใบหน้าบนหน้าจอมีการตอบสนองแบบเดียวกับมนุษย์จริงหรือไม่ ซึ่งนี่คือความฉลาดของระบบที่จะช่วยป้องกันการสวมรอยจากภาพถ่าย, วิดีโอ, หน้ากาก หรือแม้แต่รูปปั้นที่ทำขึ้นมาอย่างแนบเนียน ทำไมต้องใช้ Liveness Detection? และจะช่วยอะไรได้บ้าง? เหตุผลหลักก็คือการ "ป้องกันการสวมรอย" และ "สร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์" ให้แข็งแกร่งขึ้น จากเดิมที่การลงทะเบียนซิมต้องใช้เพียงแค่เอกสารอย่างบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ซึ่งมีโอกาสที่มิจฉาชีพจะนำเอกสารปลอมแปลงหรือเอกสารของผู้อื่นมาใช้ได้ แต่เมื่อมีการใช้ Liveness Detection เข้ามาเสริม ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนจะต้องเป็นบุคคลที่มีชีวิตจริงเท่านั้น ซึ่งเป็นการปิดประตูการใช้ "ซิมม้า" ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ประโยชน์ของมันยังไม่จำกัดแค่การลงทะเบียนซิมเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะนำไปใช้ในวงการอื่นๆ ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง เช่น: การทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์: ช่วยยืนยันตัวตนก่อนการโอนเงินหรือเปิดบัญชี การเข้าถึงข้อมูลสำคัญ: ใช้ยืนยันตัวตนเพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน ใครบ้างที่ต้องลงทะเบียน? และไปที่ไหน? การบังคับใช้เทคโนโลยีนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป และทุกคนที่มีความประสงค์จะ "ลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ทุกประเภท" ไม่ว่าจะเป็นซิมแบบเติมเงินหรือแบบรายเดือน จะต้องเข้ารับการยืนยันตัวตนด้วยระบบ Liveness Detection นี้ ส่วนสถานที่ในการลงทะเบียนก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก คุณสามารถไปได้ที่ ศูนย์บริการของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น AIS, True, NT หรือผู้ให้บริการอื่นๆ รวมถึง ร้านค้าตัวแทน ที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากผู้ให้บริการด้วยเช่นกัน นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่ายในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อปกป้องประชาชนทุกคนจากภัยร้ายทางไซเบอร์ครับ Credit : กสทช.

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ
อ่าน

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ

ขั้นตอนสมัครสอบคัดเลือกบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นคณาจารย์ประจำ เพื่อสนับสนุนภารกิจทางวิชาการและขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยอ้างอิงมติที่ประชุมกรรมการบริหารงานบุคคลตลอดปี 2567 ถึงกลางปี 2568ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือกระบุไว้ตามข้อ 7 ของประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีหลากหลายระดับและสาขาให้เลือกสมัครตามคุณวุฒิคุณสมบัติผู้สมัครผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย และไม่เป็นผู้เสพสารเสพติด รวมถึงสามารถปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างเหมาะสม เฉพาะสายคณาจารย์ปริญญาตรี วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในรอบ 5 ปีปริญญาโท วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง โดยอย่างน้อย 1 เรื่องเป็นงานวิจัยปริญญาเอก ต้องมีผลงานวิจัยเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในรอบ 5 ปีเอกสารประกอบใบสมัคร1. สำเนาปริญญาบัตรและ Transcript2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน3. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว4. หนังสือรับรองผลภาษาอังกฤษ (MCU-GET, TOEFL, IELTS, TOEIC, TU-GET, CU-TEP)5. ใบรับรองแพทย์ออกภายใน 30 วัน6. ผลตรวจประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ7. หนังสือรับรองประสบการณ์ (ถ้ามี)8. แบบ บค 01 และ บค 02 ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์9. สลิปการโอนเงินค่าสมัครหมายเหตุ แนบไฟล์เฉพาะ .PDF หรือ .JPG ค่าธรรมเนียมการสมัครต่ำกว่าปริญญาตรี 100 บาทปริญญาตรี 200 บาทปริญญาโท 300 บาทปริญญาเอก 400 บาทโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาเสือป่า เลขที่บัญชี 046 2 73791 7รายละเอียดการสอบสอบข้อเขียนเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย 100 คะแนนสอบปฏิบัติด้านดิจิทัล (เฉพาะสายปฏิบัติการ) 100 คะแนนสอบข้อเขียนเฉพาะสาขาวิชา 100 คะแนนสอบสัมภาษณ์ ประเมินความเหมาะสม 200 คะแนนเกณฑ์การตัดสินต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การตัดสินของคณะกรรมการสอบคัดเลือกถือเป็นที่สิ้นสุดติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสมัครเข้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ https://www.mcu.ac.th/news/detail/59013

อย่าหลงเชื่อ! สั่งล็อกเลขสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 กรกฎาคม 2568
อ่าน

อย่าหลงเชื่อ! สั่งล็อกเลขสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 กรกฎาคม 2568

ออกรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนจากข้อความชวนเชื่อ GLO ประกาศสั่งล็อกเลขสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 ก.ค. 68 ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้ประกาศล็อกเลขในงวดดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งการออกรางวัลของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้น ดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และไม่มีผู้ใดสามารถทราบผลรางวัลล่วงหน้าได้ หรือกำหนดผลสลากกินแบ่งรัฐบาลล่วงหน้าได้ อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่หลอกลวงหรือแอบอ้างทั้งนี้ จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่หลอกลวงหรือแอบอ้างผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย และขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ สามารถตรวจสอบข้อมูลกับช่องทางหลักของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย หรือ โทรสายด่วน 1111 ตลอด 24 ชม. หากพบโพสต์ ข้อความต้องสงสัย สามารถส่งลิงก์หรือภาพหลักฐานเพื่อตรวจสอบ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม และการเผยแพร่ข้อมูลเท็จอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยสามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้วเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอม

ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!
อ่าน

ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว “บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ” ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ “Your Data” ซึ่งช่วยให้ประชาชนใช้ข้อมูลของตนเองในการเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น บริการดังกล่าว ช่วยให้ประชาชนที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีค่าน้ำหรือค่าไฟ สามารถเรียกดูและดาวน์โหลดประวัติการชำระย้อนหลัง 6 เดือนของตนเองผ่านแอป “ทางรัฐ” ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นช่องทางใหม่ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ที่ไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว สามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมวิธีลงทะเบียนผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” จากนั้นเลือกเมนู “การเงิน/ประกัน” และเข้าสู่ “ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน” เลือกหน่วยงานที่ต้องการ ระบุหมายเลขมิเตอร์ ตรวจสอบข้อมูล และยืนยันคำขอ ระบบจะจัดเก็บเอกสารไว้ในโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ เพื่อนำไปยื่นขอสินเชื่อต่อไปทั้งนี้ การขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์มาก เพราะสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อให้กับผู้มีวินัยในการจ่ายค่าน้ำ - ค่าไฟ เพราะข้อมูลที่แสดงพฤติกรรมการจ่ายที่ดี จะส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อในทางบวก “โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญของรัฐในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูลของตนเอง” เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มที่เคยขาดหลักฐานทางรายได้ในรูปแบบเดิมรัฐบาลเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเปิดประตูการเงินให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเข้าถึงเงินทุนได้อย่างเสมอภาค พร้อมก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ทั้งนี้ บริการดังกล่าวเริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อที่รองรับเอกสารดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th " นางสาวศศิกานต์ กล่าว

True ร่วมกับ PDPC ชวนทุกคน "ตั้งสติ ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล" #ThinkBeforeYouShare
อ่าน

True ร่วมกับ PDPC ชวนทุกคน "ตั้งสติ ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล" #ThinkBeforeYouShare

ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) อยากชวนทุกคน 'ตั้งสติ ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล' #ThinkBeforeYouShare มิจฉาชีพทำงานกันอย่างไร ถึงรู้ข้อมูลของเราทุกอย่าง ? มาดูกันว่าการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ระวัง อาจทำให้คุณกลายเป็นเหยื่อของพวกเขาได้ เคล็ดลับป้องกันข้อมูลรั่วไหล ตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนให้ข้อมูล อ่านข้อตกลงให้เข้าใจ ใช้รหัสผ่านที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลสำคัญในที่สาธารณะ ตั้งสติ ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ ทรู ยังร่วมป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับลูกค้าทรู ดีแทคและทรูออนไลน์ตลอด 24 ชม. ด้วยบริการ #TrueCyberSafe ช่วยเตือนภัยมิจฉาชีพด้วย AI ขั้นสูง ฟรี!! ไม่ต้องสมัคร หรือ ดาวน์โหลดแอปอีกด้วย อ่านต่อ https://www.true.th/services/true-cyber-safe.#ข้อมูลส่วนบุคคล #PDPA#ป้องกันระวังเข้าใจการให้ข้อมูลส่วนบุคคล#สคส #PDPC #TrueTogether

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

รถไฟฟ้า 20 บาท! ดีเดย์ลงทะเบียนผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" ส.ค. เช็กเงื่อนไขที่นี่
อ่าน

รถไฟฟ้า 20 บาท! ดีเดย์ลงทะเบียนผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" ส.ค. เช็กเงื่อนไขที่นี่

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยถึงความคืบหน้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายว่า ขณะนี้ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยปัจจุบันนี้สายสีม่วง และสีแดงเริ่มใช้สิทธิ์ 20 บาท ส่วนสายอื่นจะใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 68 หรือตามมติคณะรัฐมนตรีโดยเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการ ประชาชนผู้ที่ต้องการใช้บริการต้องลงทะเบียน ผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนภายในเดือน ส.ค. 68 เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่มีสัญชาติไทย โดยระบุเลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรโดยสาร (Rabbit Card ที่ลงทะเบียน) ที่จะใช้งานกับระบบรถไฟฟ้า ผ่านแอป "ทางรัฐ" ทั้งนี้ บัตรที่ได้รับการยืนยันการลงทะเบียนจะได้สิทธิโดยอัตโนมัติ เมื่อใช้งานหลังจากเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 68 หรือตามมติ ครม. ครอบคลุมทั้งโครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบไปด้วย รถไฟฟ้าสายสีเขียว,สีทอง,สีเหลือง,สีชมพู,สีน้ำเงิน,สายสีม่วง,สายสีแดง และ สายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL)พร้อมขอย้ำว่าประชาชนผู้ใช้บริการ นอกจากลงทะเบียนยืนยันตัวบุคคลแล้ว จำเป็นต้องผูกบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรโดยสาร หากระบุไม่ครบตามเงื่อนไขจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ และไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์บุคคลที่ลงทะเบียนอนึ่ง แอปฯ "ทางรัฐ" ประชาชนสามารถโหลดได้ทั้ง iOS และ Android ส่วนประชาชนที่ลงทะเบียนหลังเดือน ก.ย. 68 ยังสามารถใช้สิทธ์ได้ แต่หากไม่ได้ลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐ หรือไม่มีใช้งานบัตรที่ได้ลงทะเบียนไว้จะต้องจ่ายตามอัตราปกติ สำหรับการใช้บริการรูปแบบบัตร Rabbit Card ใช้ได้กับสายสีเขียว, สีทอง, เหลือง, ชมพู ขณะที่บัตร EMV Contactless (Visa/Mastercard) ใช้กับ 6 สาย คือ สายสีแดง, น้ำเงิน, ม่วง, ชมพู, เหลือง, ARL (ไม่รวมสีทองและสีเขียว)คาดว่าในอนาคตจะมีการเปิดระบบสแกน QR Code ในมือถือแทนการใช้บัตร เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนทุกภาคส่วนนายพิเชฐ กล่าวต่อว่า รัฐจะใช้เงินสนับสนุนจากกองทุนตั๋วร่วมหรือแหล่งเงินอื่นตามมติ ครม. ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางราง พร้อมรับนโยบาย และเร่งดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย สามารถใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสนับสนุนให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น ดังนั้น ขอให้ประชาชนเตรียมบัตรประชาชน, บัตรโดยสาร และดาวน์โหลดแอปทางรัฐให้พร้อมลงทะเบียนรับสิทธิ์ และใช้สิทธิ์พร้อมกันในวันที่กำหนด

แนะนำวิธีป้องกัน แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพ ในปี 2025
อ่าน

แนะนำวิธีป้องกัน แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพ ในปี 2025

ปัจจุบันในปี 2025 ภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพยังคงระบาดหนักในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างน้อยก็มีข่าวดี คือ ตอนนี้เรามีเครื่องมือและแอปพลิเคชันที่ช่วยป้องกันและระบุเบอร์แปลกๆ ได้ดีขึ้นมาก ทำให้เราปลอดภัยจากการถูกหลอกได้ง่ายขึ้นเยอะ และนี่คือแอปพลิเคชันหลักๆ ที่น่าสนใจซึ่งทีมงาน TrueID ขอแนะนำแอปสำหรับการป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทยกันครับ ดังนี้เลย 1. True CyberSafe True CyberSafe เป็นบริการป้องกันภัยไซเบอร์ที่พัฒนาขึ้นโดย True เพื่อปกป้องลูกค้าจากภัยคุกคามออนไลน์ เช่น ลิงก์ปลอม โทรศัพท์หลอกลวง และ SMS ชวนหลงกล โดยใช้เทคโนโลยี AI ขั้นสูงในการสแกน บล็อก และแจ้งเตือนภัยแบบเรียลไทม์ จุดเด่นคือ ไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องโหลดแอป และ ฟรี! สำหรับลูกค้า True, dtac และ TrueOnline (เน็ตบ้าน) ฟีเจอร์เด่นของ True CyberSafe: บล็อกลิงก์อันตรายแบบเรียลไทม์ Call AI Filter คัดกรองหรือแจ้งเตือนสายเรียกเข้าที่อาจเป็นมิจฉาชีพ SMS AI Filter แจ้งเตือนเมื่อมี SMS ต้องสงสัย ภาพจาก true.th นอกจากนี้ยังมี บริการเสริม 9777 แจ้งบล็อกสายมิจฉาชีพ Scam Report: เป็นบริการที่เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้การรายงานสายมิจฉาชีพทำได้ง่ายและครบวงจร (One Stop Service) ผ่าน 3 ช่องทาง คือ กด 9777# โทรออก: เพื่อแจ้งเบอร์ล่าสุดที่เพิ่งโทรเข้าภายใน 5 นาทีหลังรับสาย กด 9777 ตามด้วยเบอร์ต้องสงสัย # โทรออก: เพื่อแจ้งระบุเบอร์ดังกล่าว แคปหน้าจอ: ที่แสดงข้อความ หมายเลข และลิงก์ต้องสงสัย แล้วส่ง MMS ไปที่หมายเลข 9777 โดยข้อมูลที่แจ้งเข้ามาจะถูกตรวจสอบ คัดกรองด้วยทีมงานพิเศษและระบบ AI อย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง และหากเป็นมิจฉาชีพจริง จะมีการบล็อกเบอร์นั้นทันทีตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ฯ 2. DE-fence (แพลตฟอร์มภาครัฐ) DE-fence เป็นแอปพลิเคชันใหม่ล่าสุดที่ภาครัฐ (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กสทช., ตำรวจ และผู้ให้บริการโทรคมนาคม) ร่วมมือกันพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อเป็นเกราะป้องกันภัยไซเบอร์สำหรับคนไทย โดยตอนนี้เปิดให้บริการเวอร์ชันทดลอง (BETA version) แล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา โดยจุดเด่นของแอปนี้คือ ระบุเบอร์โทรศัพท์มิจฉาชีพ: ใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากภาครัฐและผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการระบุเบอร์โทรศัพท์ที่เคยถูกรายงานว่าเป็นมิจฉาชีพหรือก่อกวน บล็อกเบอร์และ SMS สแปม: ช่วยบล็อกสายที่ไม่พึงประสงค์และข้อความ SMS หลอกลวงได้ แจ้งเบาะแส: สามารถแจ้งเบาะแสข่าวปลอมและอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบผ่านแอปได้โดยตรง หรือผ่านสายด่วน 1111 ดาวน์โหลด: สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งบน Google Play Store และ Apple App Store โดยค้นหาชื่อ "DE-fence" 3. Whoscall Whoscall เป็นแอปยอดนิยมอันดับต้นๆ ที่คนไทยใช้กันมานานและได้ผลดีเยี่ยม มีฐานข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ขนาดใหญ่ที่เกิดจากการรวมรวมข้อมูลจากผู้ใช้ทั่วโลก รวมถึงมีระบบ AI อัจฉริยะช่วยคัดกรอง โดยจุดเด่นของแอปนี้ มีดังนี้: ระบุเบอร์ที่ไม่รู้จัก: แสดงข้อมูลผู้โทรเข้าทันที แม้จะเป็นเบอร์ที่เราไม่เคยบันทึกไว้ในเครื่องก็ตาม บล็อกสายสแปมและมิจฉาชีพ: สามารถบล็อกเบอร์โทรศัพท์ที่ถูกรายงานว่าเป็นเบอร์สแปมหรือมิจฉาชีพได้อัตโนมัติ สแกนความเสี่ยงลิงก์: ช่วยตรวจสอบความปลอดภัยของลิงก์ที่ได้รับผ่าน SMS หรือแพลตฟอร์มต่างๆ รายงานเบอร์และข้อความน่าสงสัย: ผู้ใช้สามารถร่วมกันรายงานเบอร์โทรหรือข้อความที่น่าสงสัยเพื่อช่วยอัปเดตฐานข้อมูล ฟีเจอร์พรีเมียม: มีเวอร์ชันพรีเมียมที่ปลดล็อกฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น อัปเดตฐานข้อมูลอัตโนมัติ บล็อกสายสแปมอัตโนมัติที่รายงานบ่อยๆ ดาวน์โหลด: มีให้ดาวน์โหลดฟรีทั้งบน Google Play Store และ Apple App Store 4. Truecaller TrueCaller จะคล้ายกับ Whoscall ในด้านการระบุตัวตนและบล็อกเบอร์ที่ไม่รู้จัก มีฐานข้อมูลขนาดใหญ่และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน และมีความสามารถดังนี้ ระบุเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่รู้จัก: แสดงชื่อผู้โทรเข้า แม้เบอร์นั้นจะไม่ได้อยู่ในสมุดโทรศัพท์ของคุณ บล็อกเบอร์โทรศัพท์: สามารถบล็อกเบอร์ที่เราไม่ต้องการรับสายได้ รายงานเบอร์สแปม/หลอกลวง: ผู้ใช้สามารถร่วมกันรายงานเบอร์ที่น่าสงสัยได้ บันทึกการโทร: มีฟังก์ชันบันทึกการโทร (อาจมีข้อจำกัดในบางระบบปฏิบัติการ) ดาวน์โหลด: มีให้ดาวน์โหลดทั้งบน Google Play Store และ Apple App Store 5. Hiya: Spam Blocker Caller ID Hiya: Spam Blocker Caller ID เป็นแอปพลิเคชันที่เน้นการบล็อกสแปมและระบุ Caller ID โดยใช้ฐานข้อมูลผู้ใช้ทั่วโลก โดยมีความสามารถดังนี้ บล็อกสายสแปมและหลอกลวง: ระบุและบล็อกการโทรที่ไม่ต้องการ แสดงข้อมูลผู้โทร: แสดงข้อมูลผู้โทรที่ไม่รู้จัก ค้นหาเบอร์โทรศัพท์: สามารถค้นหาข้อมูลของเบอร์โทรศัพท์ที่สงสัยได้ ดาวน์โหลด: มีให้ดาวน์โหลดทั้งบน Google Play Store และ Apple App Store คำแนะนำเพิ่มเติม สำหรับการป้องกัน แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพ : ดาวน์โหลดแอปที่น่าเชื่อถือ: ควรดาวน์โหลดแอปจาก App Store หรือ Google Play Store เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย เพราะส่วนใหญ่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพ จะหลอกล่อให้เราเข้าไปดาวน์โหลดแอปผ่านช่องทางบางโซเชียลเน็นเวิร์ค เมื่อเราติดตั้งแอปนั้นๆ แล้ว ก็ทำการล็อคเครื่องเรา และดูดเงิน เป็นต้น เปิดการตั้งค่าที่จำเป็น: หลังจากติดตั้งแอปป้องกันแล้ว อย่าลืมเข้าไปเปิดการตั้งค่าที่จำเป็นในโทรศัพท์ เพื่อให้แอปสามารถระบุและบล็อกสายได้เต็มประสิทธิภาพ (เช่น การเข้าถึงข้อมูลการโทร) ใช้ควบคู่กัน: การมีแอปอย่าง True CyberSafe, DE-fence (ซึ่งเป็นข้อมูลจากภาครัฐ) ควบคู่ไปกับ Whoscall หรือ Truecaller (ซึ่งมีฐานข้อมูลจากผู้ใช้ทั่วโลก) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันได้มากยิ่งขึ้น ไม่กดลิงก์แปลกปลอม: ไม่ว่าจะมีแอปป้องกันที่ดีแค่ไหน ก็ยังคงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ควรคลิกลิงก์แปลกปลอมที่ส่งมาทาง SMS หรือช่องทางอื่น ๆ โดยเด็ดขาด แจ้งเบาะแส: หากพบเบอร์มิจฉาชีพ ควรแจ้งเบาะแสไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สายด่วน 1111 หรือแอป DE-fence เพื่อช่วยปกป้องคนอื่น ๆ ในสังคม การมีแอปป้องกันคอลเซ็นเตอร์ติดเครื่องไว้ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยุคนี้ เพื่อเป็นเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ที่เข้ามาคุกคามเราในทุกรูปแบบครับ Photo Credit : AI Generated, Google Play Store

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
อ่าน

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์

อย่าหลงเชื่อ! กองสลาก สั่งล็อกเลข แจกรางวัลกระตุ้นเศรษฐกิจ
อ่าน

อย่าหลงเชื่อ! กองสลาก สั่งล็อกเลข แจกรางวัลกระตุ้นเศรษฐกิจ

ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการโพสต์และอ้างว่าสลากกินแบ่งฯ เปิดให้ประชาชนติดต่อรับข้อมูลแจ้งผลออกสลาก ผ่านท่านผู้ช่วย ผอ.สนง.สลากกินแบ่งนั้น เป็นการแอบอ้างใช้ชื่อและภาพของผู้อำนวยการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตสำหรับการออกรางวัลของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอน และไม่มีผู้ใดสามารถทราบผลรางวัลล่วงหน้าได้ ซึ่งพฤติกรรมการส่งข้อมูลว่าสามารถให้ผลสลากได้นั้น ไม่เป็นความจริง ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่หลอกลวง หรือแอบอ้างผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่าสามารถให้ตัวเลขที่ถูกรางวัลได้ ท่านอาจถูกหลอกลวงนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่มิชอบ รวมทั้งสูญเสียทรัพย์สินเงินทองได้ทั้งนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ https://www.antifakenewscenter.comเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว

พายุสุริยะ ทำอินเทอร์เน็ตล่ม! เตือนอย่าเชื่อ เปิด 10 ข่าวปลอมล่าสุดที่ปชช.สนใจ
อ่าน

พายุสุริยะ ทำอินเทอร์เน็ตล่ม! เตือนอย่าเชื่อ เปิด 10 ข่าวปลอมล่าสุดที่ปชช.สนใจ

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 23 – 29 พฤษภาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 839,680 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 741 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 689 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 40 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 12 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 238 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 224 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 120 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 50 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 8 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 6 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 41 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ เป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องปรากฎการณ์ธรรมชาติ การให้บริการของหน่วยงานรัฐ เรื่องของสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องช่องทางการให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง 22 พ.ค. 68 เกิดพายุสุริยะ ทำให้อินเทอร์เน็ตล่มอันดับที่ 2 : เรื่อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดบริการประชาชน ผ่าน Line ID 11299080อันดับที่ 3 : เรื่อง กฟภ. แจ้งให้ลงทะเบียนรับมิเตอร์ฟรีตามโครงการ Meter Health Careอันดับที่ 4 : เรื่อง พายุสุริยะรุนแรง อาจทำให้ระบบธนาคารล่ม เงินหายหมดบัญชีอันดับที่ 5 : เรื่อง เมฆหลากสี เกิดจากสารเคมีที่พ่นทิ้งไว้บนน่านฟ้าอันดับที่ 6 : เรื่อง กฟภ. เปิดให้ลงทะเบียนเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่ฟรี ผ่านบัญชีไลน์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอันดับที่ 7 : เรื่อง โควิด 19 ไม่มีอยู่จริงในรูปของไวรัส แต่เป็นแบคทีเรียที่ได้รับรังสี ทำให้มนุษย์เสียชีวิตจากการแข็งตัวของเลือดอันดับที่ 8 : เรื่อง ติดเชื้อ HIV รักษาให้หายได้ใน 2 เดือน ด้วยการใช้ CDS 2 ขวดอันดับที่ 9 : เรื่อง กฟภ. เปิดไลน์ใหม่ “pea1408.” ติดต่อฝ่ายทะเบียนสะดวกขึ้นอันดับที่ 10 : เรื่อง ไปรษณีย์ไทย ส่ง SMS แจ้งให้ชำระค่าพัสดุผ่านลิงก์ สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “22 พ.ค. 68 เกิดพายุสุริยะ ทำให้อินเทอร์เน็ตล่ม” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า สภาพอวกาศในช่วงดังกล่าว อยู่ในสภาพปกติ ไม่ได้มีการเกิดพายุสุริยะ เพราะฉะนั้นที่ระบบสื่อสารล่มในช่วงที่ผ่านมา จึงไม่เกี่ยวข้องกับพายุสุริยะแต่อย่างใด ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก อย่าเชื่อข่าวจากแหล่งที่ไม่มีที่มาชัดเจน ทั้งนี้ GISTDA ขอให้ประชาชนงดส่งต่อข่าวปลอม และติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการเท่านั้นในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดบริการประชาชน ผ่าน Line ID 11299080” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า บัญชี Line ID 11299080 ไม่ใช่บัญชีของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแต่อย่างใด ซึ่งบัญชีดังกล่าวเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่แอบอ้างสร้างบัญชีปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกลวงประชาชน และ LINE Official Account ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีเพียงบัญชีเดียวเท่านั้น คือ @PEA Thailand และต้องมีโล่สีเขียวยืนยันตัวตน หากประชาชนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามผ่าน 1129 PEA Contact Center หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดข่าวที่เกี่ยวข้อง- เตือนภัย 10 ข่าวปลอมล่าสุด! ที่ประชาชนให้ความสนใจมากสุดในรอบสัปดาห์- พายุหอยหมีเข้าไทย! เตือนอย่าเชื่อ เปิด 10 ข่าวปลอมล่าสุด ที่ประชาชนสนใจ

สอบ TCAS68 ประกาศผลแล้ว เปิด 15 หลักสูตร มีผู้สมัครมากที่สุด รอบ 3 Admission
อ่าน

สอบ TCAS68 ประกาศผลแล้ว เปิด 15 หลักสูตร มีผู้สมัครมากที่สุด รอบ 3 Admission

การสอบ TCAS (Thai University Cantral Admission) คือ การสอบเพื่อการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา หรือเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีประกาศผลครั้งที่ 1 สมัครแอดมิชชั่น (Admission) ทั้งนี้ วันนี้ 20 พฤษภาคม 2568 เป็นการประกาศผลครั้งที่ 1 ทุกคนที่สมัครแอดมิชชั่น (Admission) โดยยืนยันสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2568จากนั้นระบบจะมีการประกาศผลอีกครั้งวันที่ 25 พฤษภาคมและสามารถสละสิทธิ์ได้ถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2568ผู้สมัครแต่ละคนสามารถ สละสิทธิ์ได้สูงสุดเพียง 1 ครั้ง และต้องดำเนินการในช่วงเวลาที่เปิดให้เท่านั้น เพื่อจะสมัครรอบถัดไปได้26 พฤษภาคม 2568 เฉพาะผู้ที่ยืนยันสิทธิ์รอบ 3 Admission และไม่เคยสละสิทธิ์มาก่อนเท่านั้นประกาศจำนวนที่นั่งรอบ 4 Direct Admission ที่ mytcas.com วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 15 หลักสูตร สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admissionทั้งนี้ 15 หลักสูตร ที่มีจำนวนผู้สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้ สถิติการรับสมัครรอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิทินสอบ TCAS68 เตรียมความพร้อมเพื่อศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
อ่าน

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ

ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com
อ่าน

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบผลได้ผ่านเว็บ www.mytcas.comสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศผลสอบ A-Level ประจำปี 2568 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศสามารถเข้าตรวจสอบผลสอบผ่านระบบ MyTCAS ได้ทันที วิธีตรวจสอบผลสอบ A-Level 68ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบผ่านเว็บไซต์ของ ทปอ. ได้ที่ https://www.mytcas.com โดยมีขั้นตอนดังนี้:1.เข้าสู่ระบบที่ https://student.mytcas.com ด้วยบัญชีผู้สมัคร2.เลือกเมนู “ประกาศผลสอบ A-Level” เพื่อดูผลสอบรายวิชา3.หากต้องการดาวน์โหลดเอกสาร สามารถเลือก “หนังสือรับรองผลการสอบแยกรายวิชา” ได้ทันที4.หากต้องการยื่นขอทบทวนผลคะแนน ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วกด “ขอทบทวนผลคะแนนสอบ” ยื่นขอทบทวนผลคะแนนสอบได้ถึง 25 เม.ย. 68สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนสอบ หรือเชื่อว่าคะแนนอาจมีความคลาดเคลื่อน สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนผลคะแนนได้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 25 เมษายน 2568 ผ่านระบบ MyTCASค่าธรรมเนียมในการทบทวนคะแนนสอบ• ค่าธรรมเนียมรายวิชา: 100 บาท/วิชา• เหมาจ่ายทุกวิชา: 300 บาทโดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องเลือกวิชาที่ต้องการทบทวน อ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน และทำการชำระเงินผ่านระบบตามขั้นตอนที่กำหนดสรุป• ประกาศผลสอบ A-Level 68 แล้วตั้งแต่ 17 เม.ย. 68• ตรวจสอบผลได้ที่ student.mytcas.com• ขอทบทวนผลสอบได้ระหว่าง 18–25 เม.ย. 68• ค่าธรรมเนียม: รายวิชา 100 บาท, เหมาจ่าย 300 บาท

เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้
อ่าน

เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งเตือนประชาชนระวังSMS M-Flow ปลอม ซึ่งหลอกแนบลิงก์อ้างว่ามี "บิลรอดำเนินการ" โดยยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรายงานผลการเฝ้าระวังข่าวระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2568 พบข้อความต้องตรวจสอบทั้งหมด 599 ข้อความ จากข้อความที่เข้ามากว่า 837,000 ข้อความ โดยข่าวปลอมอันดับ 1 คือเรื่อง "M-Flow ส่ง SMS แนบลิงก์ แจ้งมีบิลที่กำลังรอดำเนินการ" กระทรวงดีอีได้ประสานกับกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบและยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการแอบอ้างโดยมิจฉาชีพที่ต้องการหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์ปลอม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือหลอกให้โอนเงินประชาชนที่ใช้บริการ M-Flow สามารถตรวจสอบและชำระค่าบริการได้ผ่าน 3 ช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น ได้แก่แอปพลิเคชัน MFlowthaiLine Official : @mflowthaiเว็บไซต์ www.mflowthai.comกระทรวงดิจิทัลฯ ยังเน้นย้ำให้ประชาชนอย่าแชร์หรือหลงเชื่อข่าวปลอมโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมมีความซับซ้อน และแฝงตัวในสื่อออนไลน์จำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลนอกจาก SMS M-Flow ปลอมแล้ว ยังพบข่าวปลอมอื่นที่น่าเป็นห่วง เช่น การเปิดบัญชี TikTok ปลอมอ้างชื่อธนาคาร, การหลอกให้จองหุ้น, รวมถึงการรับสมัครงานผ่านเพจปลอม ซึ่งล้วนมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงประชาชนทั้งสิ้น

M-Flow เตือนภัย! SMS ปลอมแอบอ้างเรียกเก็บเงิน กดลิงก์เสี่ยงสูญเงินในบัญชี
อ่าน

M-Flow เตือนภัย! SMS ปลอมแอบอ้างเรียกเก็บเงิน กดลิงก์เสี่ยงสูญเงินในบัญชี

ปัจจุบันภัยมิจฉาชีพมีหลากหลายรูปแบบที่ต้องระวัง ทั้งการโทรศัพท์ ส่ง SMS อีเมล หรือช่องทางออนไลน์ต่างๆ ล่าสุดพบการแอบอ้างเป็นระบบ M-Flow เพื่อหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์อันตราย เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568 เฟซบุ๊กตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้โพสต์เตือนภัยเกี่ยวกับมิจฉาชีพที่กำลังแอบอ้างเป็น M-Flow ส่งข้อความ SMS มายังผู้ใช้บริการ โดยแจ้งว่ามียอดค้างชำระพร้อมแนบลิงก์ปลอมเพื่อหลอกให้กดเข้าไป ซึ่งเป็นกลลวงที่กำลังระบาดและมีประชาชนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อ วิธีสังเกตข้อความหลอกลวงนี้ไม่ยาก โดย SMS ปลอมจะมีข้อความว่า "คุณมีบิล M-Flow ที่กำลังรอดำเนินการ" พร้อมแนบลิงก์ให้คลิก ซึ่งหากกดเข้าไปอาจนำไปสู่การขโมยข้อมูลส่วนตัวและเงินในบัญชีของผู้ใช้ทางตำรวจสอบสวนกลางได้ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและอย่ากดลิงก์ปลอมที่แนบมาในข้อความดังกล่าวโดยเด็ดขาด หากไม่แน่ใจว่ามียอดค้างชำระจริงหรือไม่ ให้ตรวจสอบและชำระค่าบริการผ่าน 3 ช่องทางที่เป็นทางการของ M-Flow เท่านั้น ได้แก่:1. แอปพลิเคชัน: MFlowthai2. Line Official: @mflowthai3. เว็บไซต์: mflowthai.com หรือโทร. 1586

ออมสินเตือนมุขใหม่มิจฉาชีพส่งจดหมายปลอมหลอกโอนเงิน ย้ำ! ต้องเช็คทุกครั้ง ก่อนหมดตัว
อ่าน

ออมสินเตือนมุขใหม่มิจฉาชีพส่งจดหมายปลอมหลอกโอนเงิน ย้ำ! ต้องเช็คทุกครั้ง ก่อนหมดตัว

ออมสินเตือนอีก มุขใหม่มิจฉาชีพ ปลอมเอกสารเหมือนธนาคารส่งเป็นจดหมาย ย้ำ! ต้องเช็คธนาคารทุกครั้งว่าจริงหรือมั่ว ก่อนสูญเงินหมดตัว #ทันหุ้น ธนาคารออมสินแจ้งว่า ตามที่มีการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ด้วยการส่งจดหมายปลอม แอบอ้างใช้โลโก้ ชื่อธนาคาร รวมถึงชื่อผู้บริหารของธนาคาร ส่งไปยังลูกค้าประชาชนโดยระบุว่า ไม่สามารถโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีของลูกค้าได้ เนื่องจากลูกค้ากรอกข้อมูลบัญชีธนาคารไม่ถูกต้อง ทำให้บัญชีถูกอายัด ไม่สามารถทำธุรกรรมใด ๆ ได้จนกว่าจะดำเนินการตามที่มิจฉาชีพแอบอ้าง หากไม่ปฏิบัติตามจะทำให้ไม่ได้รับวงเงินสินเชื่อ รวมถึงมีความผิดตามกฎหมาย ติดแบล็คลิสต์ และถูกยึดทรัพย์ ธนาคารออมสินขอยืนยันว่า จดหมายดังกล่าวเป็นจดหมายปลอม ธนาคารไม่มีนโยบายส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แจ้งให้ลูกค้าแก้ไขข้อมูลเลขบัญชีทุกกรณี รวมถึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่าง ๆ ตามที่ระบุในจดหมายแอบอ้างดังกล่าว โดยขณะนี้ ธนาคารอยู่ในระหว่างการติดตามสถานการณ์ และดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างและกระทำการข้างต้น ธนาคารออมสิน จึงขอเน้นย้ำลูกค้าประชาชนถึงสิ่งที่ต้องปฏิบัติก่อนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพรายต่อไป เบอร์แปลก หลอกคุย ตัดสายทิ้ง ลิงก์ไม่กด และเมื่อได้รับการติดต่อโดยอ้างชื่อธนาคาร หรือมีความไม่แน่ใจ ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดด้วยตนเองก่อนทุกครั้งกับช่องทางของธนาคารออมสิน อาทิ เว็บไซต์ www.gsb.or.th, แอปพลิเคชัน MyMo, เฟซบุ๊ก GSB Society, LINE Official Account : GSB NOW และ GSB Contact Center โทร. 1115