รีเซต

ผลการค้นหา “怎么购买北达科他州出生证明{官网:ban58.com}-专业怎么购买北达科他州出生证明<网址:ban58.com>-台湾怎么购买北达科他州出生证明哪里有-可以找怎么购买北达科他州出生证明Js” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
อ่าน

ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา

จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
อ่าน

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์

เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

ลด 5% ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ลด 5% ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับส่วนลด 5% เมื่อสมัครคอร์สเรียนที่สถาบันสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 080-243-1111 หรือ www.brightuptutor.com เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ รับสิทธิ์ได้ที่สถาบันฯ สาขาที่ร่วมรายการสาขาที่ไม่เข้าร่วมแคมเปญ- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาห้างTerminal21, โคราช- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาทุ่งสง, นครศรีธรรมราช- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาสัมมากรเพลส รามคำแหง110, กรุงเทพฯ2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
อ่าน

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย

การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated

เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดเดือนก.ค. 2568 โอนเข้าบัญชีแล้ววันนี้
อ่าน

เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดเดือนก.ค. 2568 โอนเข้าบัญชีแล้ววันนี้

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรมบัญชีกลาง กำหนดจ่ายเงินอุดหนุนบุตร หรือเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ประจำเดือนกรกฎาคม 2568 จำนวน 600 บาท ในวันพุธที่ 9 กรกฎาคม 2568 เนื่องจากวันที่ 10 กรกฎาคม 2568 ตรงกับวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันหยุดราชการสำหรับผู้ปกครองสามารถตรวจสอบการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้ เว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน http://csgcheck.dcy.go.th แอปพลิเคชัน “เงินเด็ก” และแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" โดยในเดือนกรกฎาคม 2568 เงินอุดหนุนบุตร หรือ เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จำนวน 600 บาทผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุนบุตรเดือนกรกฎาคม 2568 จำนวน 2,216,284 ราย คิดเป็นจำนวนเงิน 1,419,221,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ปกครองที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนขอรับเงินอุดหนุนบุตร หรือเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด และเด็กมีสัญชาติไทย พ่อ แม่ ผู้ปกครองสามารถยื่นคำร้องในพื้นที่ที่เด็กแรกเกิดและผู้ปกครองอาศัยอยู่จริง (ไม่จำเป็นต้องเป็นที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน) ดังนี้กรุงเทพมหานคร ลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเขต ส่วนเมืองพัทยา ลงทะเบียนได้ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา ในส่วนของภูมิภาค ลงทะเบียนได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล หรือลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เงินเด็ก” โดยผู้ปกครองต้องพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่าน แอปพลิเคชัน ThaiD ของกรมการปกครองก่อน (เมื่อตรวจสอบสิทธิผ่านแล้ว จะได้รับเงินมีผล ตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียนรับเงิน) “นโยบายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญในการสนับสนุนครอบครัวไทย ลดภาระค่าใช้จ่าย และส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างทั่วถึง รัฐบาลมุ่งมั่นดำเนินการอย่างโปร่งใส ทั่วถึง และรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิตามที่พึงได้อย่างเท่าเทียมกัน” นางสาวศศิกานต์ กล่าว

ติดตามผลหวยได้ที่นี่  ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กรกฏาคม 2568 งวดล่าสุด
อ่าน

ติดตามผลหวยได้ที่นี่ ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กรกฏาคม 2568 งวดล่าสุด

ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กรกฏาคม 2568สามารถอ่านและวิเคราะห์สถิติหวยย้อนหลัง 20 - 30 ปี ได้ที่นี่ ตรวจสอบผลหวยได้ทันทีที่เว็บไซต์ TNNรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1กรกฎาคม 2568xxxxxxเลขหน้า 3 ตัว 2 รางวัลๆละ 4,000 บาทรางวัลเลขหน้า3ตัวxxxxxxเลขท้าย 3 ตัว 2 รางวัลๆละ 4,000 บาทรางวัลเลขท้าย3ตัวxxxxxxเลขท้าย 2 ตัว 1 รางวัลๆละ 2,000 บาทรางวัลเลขท้าย2ตัวxxรางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 มี 2 รางวัลๆละ 100,000 บาทรางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1xxxxxxx ข้อควรรู้ (Regulations)1.ติดต่อรับรางวัลได้ที่สำนักงานจ่ายรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนามบินน้ำ) ชั้น G เลขที่ 359 ถ.นนทบุรี อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 11000 โทร.0-2528-9628 และ 0-2528-97322.เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ - วันศุกร์(เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) (ไม่หยุดพักกลางวัน)- ผู้รับซื้อรางวัล เปิดให้บริการเวลา 08.30 น. -14.30 น.- ประชาชน เปิดให้บริการเวลา 08.30 น. -15.00 น.3.การจ่ายรางวัลไม่เกิน 20,000 บาท จ่ายรางวัลเป็นเงินสด โดยท่านต้องชำระค่าอากรแสตมป์/ภาษีก่อนรับรางวัล4.การจ่ายรางวัลเกินกว่า 20,000 บาท จ่ายรางวัลเป็นเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยหักค่าอากรแสตมป์/ภาษีเรียบร้อยแล้วหมายเหตุ : ตามกฎหมายกำหนดไว้-สลากกินแบ่งรัฐบาล ผู้ขอรับรางวัล ต้องชำระอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาท ของเงินรางวัลทุก 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท-สลากการกุศล ผู้ขอรางวัล ต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1 ของเงินรางวัล**ข้อมูลจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจสอบผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล แบบเป็นทางการ ได้ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

เกษตรกรทั่วประเทศ เร่งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ปี 68/69 เพื่อเข้าถึงสิทธิประโยชน์
อ่าน

เกษตรกรทั่วประเทศ เร่งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ปี 68/69 เพื่อเข้าถึงสิทธิประโยชน์

วันนี้ (2 มิ.ย. 68) นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เชิญชวนเกษตรกรทั่วประเทศ เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ประจำปีการผลิต 2568/69 เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำข้อมูลจากทะเบียนเกษตรกรไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยนำไปวางแผนพัฒนาการเกษตรให้เกษตรกร และเกษตรกรเองจะได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิ์ขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือ หรือรับบริการต่าง ๆ จากภาครัฐโดยเฉพาะช่วงเวลานี้ เป็นฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปี เมื่อทำการเพาะปลูกข้าว พืชไร่ พืชผักหรือพืชอายุสั้นแล้ว เกษตรกรควรขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนภายใน 15 วันหลังเพาะปลูก และไม่เกิน 60 วันก่อนเก็บเกี่ยว สำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้น (พืชอายุยาว) เกษตรกรควรแจ้งขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรหลังปลูกแล้วไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือที่ยังยืนต้นอยู่ เกษตรกรสามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรผ่านช่องทางการบริการของรัฐ ได้ 3 ช่องทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดังนี้วิธีที่ 1 แจ้งกับเจ้าหน้าที่สำหรับเกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมและร่วมเป็นหน่วยสนับสนุนที่เกษตรกรมีพื้นที่การเกษตรอยู่ รวมถึงแจ้งข้อมูลผ่านผู้นำชุมชน หรือตัวแทนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนั้น เกษตรกรรายใหม่ และรายเดิม แต่เพิ่มแปลงใหม่ ให้ดำเนินการแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ที่ตั้งแปลงที่ทำกิจกรรมการเกษตรอยู่วิธีที่ 2 ดำเนินการด้วยตนเองเกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook Application ส่วนเกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิม เพิ่มแปลงใหม่ สามารถแจ้งข้อมูลผ่าน e-Form ที่เว็บไซต์ efarmer.doae.go.thสำหรับหลักฐานที่ต้องใช้ (กรณีติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ) 1.บัตรประชาชน (ตัวจริง) 2.สำเนาหลักฐานถือครองที่ดิน และ 3.เกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิม แต่เพิ่มแปลงใหม่ ต้องนำหลักฐานการใช้ที่ดิน (ตัวจริงหรือสำเนา) มาแสดงด้วย “ข้อมูลทะเบียนเกษตรกรถือเป็นกลไกสำคัญที่ใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติ การสนับสนุนปัจจัยการผลิต การส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือแม้กระทั่งการวางแผนด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศ การที่เกษตรกรขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน จะเป็นประโยชน์กับตัวเกษตรกรเองโดยตรง ทั้งในแง่ของการได้รับสิทธิประโยชน์ การเข้าถึงความช่วยเหลือ และการพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืนในระยะยาว ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรทุกคน อย่าละเลยหรือมองข้ามการขึ้นทะเบียน เพราะนี่คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรมไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง” นายอนุกูล ย้ำ

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
อ่าน

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA

ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================

1 พ.ค.นี้ต่างชาติเข้าไทยต้องกรอก"TDAC"
อ่าน

1 พ.ค.นี้ต่างชาติเข้าไทยต้องกรอก"TDAC"

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เตรียมเปิดบริการระบบแบบรายการของคนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรไทย ในรูปแบบดิจิทัล (ตม.6) หรือ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) สำหรับให้คนต่างด้าวทุกรายต้องลงทะเบียนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยระบบดังกล่าว กำหนดให้ชาวต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ต้องลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์ http://tdac.immigration.go.th/nbsp; และในอนาคตจะมีบริการในรูปแบบแอปพลิเคชันชาวต่างชาติสามารถกรอกข้อมูล TDAC ภายใน 3 วันก่อนจะเดินทางเข้าประเทศไทย โดยจะต้องกรอกข้อมูลเอกสารเดินทาง หนังสือเดินทาง ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทาง ที่พักในประเทศไทย สถานะทางสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ TDAC ไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบบัตรขาเข้าออนไลน์ ที่พัฒนาขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับกฎระเบียบและความจำเป็นในหลายประเทศ สำหรับวิธีการลงทะเบียน TDAC สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย มีดังนี้ 1. เข้าไปที่ tdac.immigration.go.th หรือสแกน QR code 2.กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการเดินทาง 3. ส่งแบบฟอร์มและรับอีเมลยืนยัน 4. นำเอกสารยืนยันและเอกสารการเดินทางไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยนายอนุกูล กล่าวว่า เว็บไซต์ tdac.immigration ยังอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติ โดยจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เกาหลี รัสเซีย และญี่ปุ่น พร้อมแผ่นพับและคลิปวิดีโอแนะนำการใช้งาน TDAC นอกจากนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ E-Visa ของกรมการกงสุล ระบบคัดกรองโรคของกรมควบคุมโรค และระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้การเดินทางเข้าประเทศไทยเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ “นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย” ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6 ล่วงหน้า
อ่าน

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ “นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย” ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6 ล่วงหน้า

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เตรียมเปิดบริการระบบดิจิทัลสำหรับการลงทะเบียนเดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) โดยระบบนี้จะใช้สำหรับการลงทะเบียนของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าหรือออกจากประเทศไทยทุกช่องทาง ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ โดยจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ ระบบ TDAC จะเปิดให้ชาวต่างชาติสามารถกรอกข้อมูลได้ล่วงหน้า 3 วัน ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย โดยต้องกรอกข้อมูลเอกสารเดินทาง เช่น หนังสือเดินทาง ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทาง และสถานะทางสุขภาพ ซึ่งไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบบัตรขาเข้าออนไลน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับมาตรการของหลายประเทศการลงทะเบียนผ่านระบบ TDAC สามารถทำได้ที่เว็บไซต์ http://tdac.immigration.go.th หรือสแกน QR code โดยผู้ที่ลงทะเบียนจะได้รับอีเมลยืนยันและต้องแสดงเอกสารยืนยันการลงทะเบียนเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย นอกจากนี้ เว็บไซต์ยังรองรับการใช้งานใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เกาหลี รัสเซีย และญี่ปุ่น และได้มีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น แผ่นพับและคลิปวิดีโอแนะนำการใช้งานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ E-Visa ของกรมการกงสุล และระบบคัดกรองโรคของกรมควบคุมโรค เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางเข้าประเทศไทย

วิธีขอเงินคืนภาษี ปี 2568 สำหรับรายได้ปีภาษี 2567
อ่าน

วิธีขอเงินคืนภาษี ปี 2568 สำหรับรายได้ปีภาษี 2567

เช็กขั้นตอนขอคืนภาษีปี 2568 สำหรับรายได้ปีภาษี 2567 ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร ทำง่าย รวดเร็ว รู้ผลไว ได้เงินคืนตรงบัญชีวิธีขอเงินคืนภาษี ปี 2568 สำหรับรายได้ปีภาษี 2567เข้าสู่ช่วงยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกครั้ง โดยในปี 2568 นี้ เป็นการยื่นภาษีสำหรับ รายได้ที่เกิดขึ้นในปีภาษี 2567 หลายคนอาจพบว่าตนเองชำระภาษีไว้เกินกว่าที่ควร ไม่ว่าจะมาจากการถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเกิน หรือมีค่าลดหย่อนต่าง ๆ ที่ช่วยให้ภาษีที่ต้องจ่ายจริงน้อยลง หากเป็นเช่นนั้น ผู้เสียภาษีสามารถ ยื่นขอคืนภาษี ได้ โดยมีขั้นตอนที่สะดวก รวดเร็ว ผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร ขั้นตอนขอคืนภาษี ปี 25681. เตรียมเอกสารให้พร้อม• หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)• เอกสารค่าลดหย่อนต่าง ๆ เช่น ประกันชีวิต เบี้ยประกันสุขภาพ เงินสะสมกองทุน ฯลฯ• เลขบัญชีธนาคาร (แนะนำให้ใช้บัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน)2. เข้าสู่ระบบ e-Filing• เข้าเว็บไซต์ www.rd.go.th ของกรมสรรพากร• ลงชื่อเข้าใช้ระบบยื่นแบบภาษีออนไลน์ (e-Filing)3. ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91• กรอกข้อมูลรายได้ทั้งหมด• ระบุข้อมูลการหัก ณ ที่จ่าย และค่าลดหย่อนต่าง ๆ• ระบบจะคำนวณภาษีที่ต้องชำระ หากผลออกมาเป็นยอดเงินลบ แปลว่าท่านมีสิทธิขอเงินคืน4. เลือกวิธีรับเงินคืน• พร้อมเพย์ (เร็วที่สุด)• โอนเข้าบัญชีธนาคาร (ต้องแนบสำเนาหน้าสมุดบัญชี)• รับเช็คทางไปรษณีย์ (ช้าที่สุด)5. รอตรวจสอบสถานะ• สามารถตรวจสอบสถานะการคืนภาษีได้ในระบบของกรมสรรพากร• หากไม่มีเอกสารขาดตกบกพร่อง จะได้รับเงินคืนภายใน 3 สัปดาห์ – 3 เดือน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของข้อมูล คำแนะนำเพิ่มเติม• หากมีการตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม กรมสรรพากรอาจติดต่อขอข้อมูลเพิ่มผ่านระบบ หรือโทรศัพท์• แนะนำให้ใช้บัญชีพร้อมเพย์ผูกกับเลขบัตรประชาชน เพราะจะได้รับเงินคืนเร็วที่สุด• หากยื่นล่าช้า อาจไม่ได้รับดอกเบี้ยจากเงินภาษีที่ชำระเกิน

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
อ่าน

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม

"จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม" ดีเดย์ 23 ม.ค. เตรียมตัวอย่างไร - เอกสารมีอะไรบ้าง
อ่าน

"จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม" ดีเดย์ 23 ม.ค. เตรียมตัวอย่างไร - เอกสารมีอะไรบ้าง

p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 14.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p3 {margin: 0.0px 0.0px 15.9px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p5 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 36.0px; text-indent: -36.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} li.li1 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} li.li4 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000; min-height: 23.0px} span.s1 {font-kerning: none} ol.ol1 {list-style-type: decimal}กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของสังคมไทยที่เปิดโอกาสให้ทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียม ไม่จำกัดเพียงชาย-หญิงอีกต่อไปการให้บริการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นไป คู่สมรสทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้ที่ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตทุกแห่งทั่วประเทศ โดยผู้ที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรสต้องมีคุณสมบัติและเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้:คุณสมบัติของผู้จดทะเบียนสมรส1. บุคคลทั้ง 2 จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์ กรณีผู้เยาว์ต้องนำบิดามารดา หรือ ผู้ปกตรองมาให้ความยินยอม กรณีต่ำกว่า 18 ปีต้องได้รับอนุญาตจากศาล2. ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือ ไร้ความสามารถ3. ไม่เป็นญาติใกล้ชิดทางสายโลหิตหรือพี่น้องร่วมบิดามารดา4. ไม่เป็นผู้ที่มีสถานภาพสมรสอยู่ในขณะยื่นจดทะเบียน หรือเป็นคู่สมรสของคนอื่น5. หญิง ชายผู้เป็นคู่สมรสตาย หรือ การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อสิ้นสุดการสมรสไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่- คลอดบุตรแล้วในขณะนั้น- ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้- มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์- สมรสกับคู่สมรสเดิม** เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับเพศหญิง **หากผู้เข้าร่วมเป็นเพศหญิงและเคยผ่านการสมรสมาก่อน จะต้องผ่านการหย่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน หากยังไม่ครบกำหนด 310 วัน จะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ยืนยันสถานะการไม่ตั้งครรภ์ ณ วันที่ลงทะเบียนเอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนสมรสกรณีคนไทย1. บัตรประชาชน2. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะกรณีคนไทยกับต่างชาติ1.บัตรประชาชน และ หนังสือเดินทางพาสปอร์ต2. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ3. หนังสือรับรองการหย่า (กรณีที่เคยสมรสมาก่อน)กรณีต่างชาติกับต่างชาติ1. หนังสือเดินทางพาสปอร์ต2. หนังสือรับรองการหย่า (กรณีที่เคยสมรสมาก่อน)3. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะความสำคัญของกฎหมายสมรสเท่าเทียมกฎหมายฉบับนี้สะท้อนถึงการยอมรับความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยเปิดโอกาสให้คู่รักทุกเพศสามารถสร้างครอบครัวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเท่าเทียมกับคู่สมรสชาย-หญิง เช่น สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิทางการแพทย์ และสิทธิในการรับมรดกข้อแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินการจดทะเบียนสมรส ผู้ที่สนใจควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและตรวจสอบรายละเอียดล่วงหน้ากับที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตในพื้นที่ของตน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานทะเบียนในพื้นที่ใกล้เคียงp.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px '.ThonburiUI'} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก: AFP

ปีใหม่ 2568 เปิดให้บริการ "งานทะเบียน-บัตรประชาชน" 28 ธ.ค. 2567 -  1 ม.ค. 2568
อ่าน

ปีใหม่ 2568 เปิดให้บริการ "งานทะเบียน-บัตรประชาชน" 28 ธ.ค. 2567 - 1 ม.ค. 2568

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดให้บริการงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568 ในวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2567 ถึง วันพุธที่ 1 มกราคม 2568 ระหว่างเวลา 08.30 16.30 น. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ขอรับบริการที่มีความจำเป็น ต้องใช้เอกสารในการติดต่อราชการหรือเพื่อขอความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ และในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568เน้นย้ำ ให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ นายทะเบียนผู้รับแจ้งประจำสำนักทะเบียน และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้งประจำหมู่บ้าน ให้ปฏิบัติหน้าที่ รับแจ้งการเกิด หรือการตาย กรณีที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นในพื้นที่หมู่บ้านที่รับผิดชอบในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ด้วย ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบ สำนักทะเบียนที่ให้บริการช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง https://www.bora.dopa.go.th/home/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมการทะเบียนและบัตร สำนักบริหารการทะเบียน โทร 0 2791 7046 Call Center 1548

วิธีลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้ 2567 รับสูงสุด 9,000 บาท
อ่าน

วิธีลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้ 2567 รับสูงสุด 9,000 บาท

วิธีลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้ ปี 2567 เป็นสิ่งที่ประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยไม่ควรพลาด โดยกระทรวงมหาดไทยได้เตรียมเสนอมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเพื่อพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมจะมีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 9,000 บาท ทั้งนี้ การลงทะเบียนและการเตรียมเอกสารสำคัญถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ได้รับเงินเยียวยาได้อย่างราบรื่นสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ 2567อุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สตูล, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, และนราธิวาส ครอบคลุม 78 อำเภอ 508 ตำบล รวมกว่า 617,386 ครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบ และมีผู้เสียชีวิตถึง 12 รายขั้นตอนการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วม 2567รัฐบาลเปิดให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอรับเงินเยียวยาได้ผ่าน 2 ช่องทาง ดังนี้:ยื่นคำร้องด้วยตนเองเดินทางไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่คุณประสบอุทกภัยเจ้าหน้าที่จะช่วยตรวจสอบและยืนยันข้อมูลยื่นคำร้องออนไลน์ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ flood67.disaster.go.thระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2567เอกสารที่ต้องใช้สำหรับการลงทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชนหลักฐานที่อยู่สำเนาทะเบียนบ้านสัญญาเช่าบ้าน หรือหนังสือรับรองการเช่าจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กรณีบ้านเช่า)หลักฐานการเสียหายภาพถ่ายบ้านเรือนหรือทรัพย์สินที่เสียหายภาพพื้นที่เกษตรหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นที่ได้รับผลกระทบในกรณีที่ไม่มีทะเบียนบ้านหรือเอกสารอื่น ๆ จะต้องมีการรับรองจาก กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, หรือผู้นำชุมชนอย่างน้อย 2 ใน 3 คนคำแนะนำในการถ่ายภาพผลกระทบจากน้ำท่วมถ่ายภาพบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย เช่น ประตู หน้าต่าง หลังคาถ่ายภาพพื้นที่เกษตรที่เสียหาย เช่น สวน ไร่ นาเก็บภาพในมุมกว้างและมุมใกล้ เพื่อให้เห็นความเสียหายชัดเจนระยะเวลาการรับเงินเยียวยาหลังจากการลงทะเบียนและตรวจสอบเอกสารเรียบร้อย คาดว่าผู้ที่มีสิทธิ์จะได้รับเงินเยียวยาภายใน 30 วัน นับจากวันที่คำร้องได้รับการอนุมัติสำคัญ! อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์ของคุณผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยควรเร่งดำเนินการลงทะเบียนและเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ์การรับเงินเยียวยาที่รัฐบาลจัดสรรไว้สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทะเบียน สามารถติดต่อสายด่วน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โทร. 1784ที่มา: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ภาพ Freepik

เคาะวันแล้ว กกต. เปิดแผนงานเลือกตั้งนายก-สมาชิกอบจ. 1 ก.พ. 68
อ่าน

เคาะวันแล้ว กกต. เปิดแผนงานเลือกตั้งนายก-สมาชิกอบจ. 1 ก.พ. 68

5 พฤศจิกายน 2567 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สืบเนื่องจากสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่ได้รับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 19 ธันวาคม 2567ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เห็นชอบร่างแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยจะประกาศวันรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 23 - 27 ธันวาคม 2567 และกำหนดวันเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568ทั้งนี้ การเสนอวันเลือกตั้งและวันรับสมัครรับเลือกตั้งเป็นอำนาจของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อประกาศให้มีการเลือกตั้งต่อไปสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ที่มีความประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เตรียมความพร้อมโดยศึกษาขั้นตอนเอกสารหลักฐานการสมัครได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.thสามารถขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444 หรือ Application Smart Voteภาพจาก TNN ONLINE

อย่าหลงเชื่อ เพจแอบอ้างรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด
อ่าน

อย่าหลงเชื่อ เพจแอบอ้างรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด

ตามที่มีประเด็นในเรื่องรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด ผ่านเพจ carloslantigua786 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จกรณีการโฆษณาชวนเชื่อโดยโพสต์ระบุรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด ผ่านเพจ carloslantigua786 ทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เพจเฟซบุ๊กดังกล่าวที่ใช้ชื่อว่า carloslantigua786 ไม่ได้เป็นเพจทางการที่ถูกสร้างขึ้นโดยกรมการขนส่งทางบกแต่อย่างใด ไม่มีการรับทำหรือต่อใบขับขี่ออนไลน์ เนื่องจากการขอรับใบอนุญาตขับรถทุกชนิดมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ คือ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องดำเนินการด้วยตนเองทุกขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ตั้งแต่การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย การอบรม การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ และการถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับรถดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.dlt.go.th หรือ โทร. 02-271-8888ภาพจาก TNN ONLINE

ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ
อ่าน

ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ

สำหรับ คุณพ่อคุณแม่ หรือ ผู้ปกครอง ที่วางแผน พาลูกเที่ยวต่างประเทศ หรือต้อง เดินทางต่างประเทศ สิ่งที่ต้องเตรียมลำดับแรกๆ ก็คือ พาสปอร์ตสำหรับเด็ก หรือ หนังสือเดินทางสำหรับเด็ก นั่นเอง ดังนั้นมาเตรียมพร้อม เอกสารต่างๆ ที่ ต้องใช้ในการ ทำพาสปอร์ตเด็ก (ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ - อายุต่ำกว่า 20 ปี) ได้ตามนี้ได้เลยค่ะ พาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ที่ต้องใช้เตรียมพร้อมก่อน พาลูกเที่ยวต่างประเทศ 1. กรณี บิดา มารดา อยู่ด้วยกัน อาจจะจดหรือไม่จดทะเบียนสมรส แต่มีอำนาจปกครองบุตรร่วมกัน เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร หมายเหตุ ทั้งบิดาและมารดา ต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) หากทั้งบิดามารดา ไม่สามารถไปแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมจากทั้งบิดาและมารดา (อาจทำในฉบับเดียวกัน) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 2. กรณี บิดา มารดา หย่าร้าง เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา หรือ มารดา ผู้มีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร ทะเบียนหย่า และบันทึกการหย่าร้าง ที่ระบุว่าผู้ใดมีอำนาจปกครองบุตรให้ผู้นั้นพาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง และกรณ๊ที่มีอำนาจปกครองบุตรร่วมกัน ทั้งบิดาและมารดาจะต้องลงนามยินยอม หมายเหตุ ผู้ที่มีอำนาจปกครองบุตรเพียงฝ่ายเดียวต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากผู้ที่มีอำนาจปกครองบุตรเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์อายุ 15 ปีขึ้นไป) หากบิดามารดา ยังมีอำนาจปกครองบุตรร่วมกันหลังการหย่า ทั้งบิดาและมารดาต้องมาแสดงตน ================= 3. กรณี บิดา มารดา จดทะเบียนสมรส แต่แยกกันอยู่ ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร หากไม่สามารถติดต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ จะต้องมีคำสั่งศาลให้อีกฝ่ายหนึ่งมีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว หมายเหตุ ทั้งบิดาและมารดา ต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) หากทั้งบิดามารดา ไม่สามารถไปแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมจากทั้งบิดาและมารดา (อาจทำในฉบับเดียวกัน) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 4. กรณี บิดา เป็นผู้เลี้ยงดูบุตร ไม่มีจดทะเบียนสมรส และแยกกันอยู่ (ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้) เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) คำสั่งศาลให้บิดามีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว หมายเหตุ บิดาต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากบิดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 5. กรณี มารดา เป็นผู้เลี้ยงดูบุตร ไม่มีจดทะเบียนสมรส และแยกกันอยู่ (ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้) เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) หนังสือรับรองการใช้อำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว (ปค.14) จากสำนักงานเขต / ที่ทำการอำเภอ โดยกรณีไม่มี ปค.14 สามารถใช้เอกสาร 2 รายการนี้แทน ซึ่งเป็นเอกสารที่ออกโดยสำนักงานเขต / ที่ทำการอำเภอ ได้แก่- หลักฐานยืนยันว่ามารดาไม่เคยจดทะเบียนสมรส- เอกสารทางทะเบียนว่า บิดาไม่เคยจดทะเบียนรับรองบุตร หมายเหตุ มารดาต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากมารดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 6. กรณี บุคคลที่ 3 เป็นผู้ปกครอง ติดต่อบิดา มารดา ไม่ได้ เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ปกครอง คำสั่งศาลให้ผู้ปกครองมีอำนาจปกครองเด็กแทนบิดามารดา หมายเหตุ กรณีที่ผู้เยาว์ไม่มีผู้ปกครองตามกฎหมาย เช่น เด็กกำพร้าซึ่งอยู่ในหน่วยงาน / องค์กร แต่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อแข่งขันกีฬา หรือ แข่งขันด้านวิชาการ หน่วยงานที่ดูแลเด็กต้องทำหนังสือถึงผู้อำนวยการกองหนังสือเดินทาง เพื่อพิจารณาเป็นรายกรณี หากมีผู้ปกครองตามกฎหมาย และไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) ================= 7. กรณี จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) ใบเปลี่ยนชื่อสกลุ (หากมี) ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม (คร.14) ฉบับจริง หมายเหตุ หากบิดา หรือมารดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) ข้อมูลจาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ อัปเดต 18 สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล 10 เทคนิคเตรียมตัวเที่ยวต่างประเทศ ขึ้นเครื่องบิน สำหรับมือใหม่ มั่นใจไม่ตกเครื่อง

วิธีจองตั๋วรถไฟ ออนไลน์ D-Ticket สะดวก ง่าย เที่ยวได้เลย!
อ่าน

วิธีจองตั๋วรถไฟ ออนไลน์ D-Ticket สะดวก ง่าย เที่ยวได้เลย!

ใครกำลังสนใจจะเดินทางด้วย รถไฟ เราอยากเชียร์ให้ไปใจจะขาด เพราะเดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะ วิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์ ที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นทำมาอย่างดี ใช้ชื่อว่า ระบบจำหน่ายตั๋วโดยสารและสำรองที่นั่ง D-Ticket ที่ใครก็เข้าไปใช้งานกันได้ง่ายๆ วิธีจอง ซื้อตั๋วรถไฟออนไลน์ D-Ticket ระบบตั๋วโดยสาร D - Ticket ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบที่นั่งบนขบวนรถผ่านเว็บไซต์ www.dticket.railway.co.thได้ด้วยตนเอง และสามารถพิมพ์ตั๋วหรือบันทึกตั๋วไว้ในโทรศัพท์ เพื่อนำมาเป็นหลักฐานในการเดินทางด้วยการสแกน QR Code บนขบวนรถ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางของผู้โดยสารเอง ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถชำระเป็น บัตรเครดิต/บัตรเดบิต หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้อีกด้วย การสมัครสมาชิก และซื้อตั๋วรถไฟออนไลน์ ระบบD-Ticketทำอย่างไร ? ผู้โดยสารสามารถติดต่อซื้อตั๋ว และสำรองที่นั่งรูปแบบใหม่ด้วย ระบบ D-Ticket ได้ด้วยตนเอง โดยจะเปิดให้บริการจำหน่ายตั๋วโดยสารผ่านเว็บไซต์ https://www.dticket.railway.co.th ทั้งนี้ ผู้โดยสารจะต้องดำเนินการลงทะเบียนสมัครสมาชิกก่อนเข้าใช้ในงานระบบ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ เข้าไปที่เว็บไซต์ dticket.railway.co.th คลิกที่ สมัครสมาชิก และป้อนข้อมูลสำคัญที่ต้องใช้ในการสมัครให้เรียบร้อย (หากเป็นสมาชิกแล้ว ให้ข้ามไปขั้นตอนที่ 5 ) ทางระบบจะส่งลิงค์เข้าไปยังอีเมล์ที่ใช้สมัครสมาชิก ให้กดยืนยันในอีเมล์นั้น หลังจากยืนยันตัวตนผ่านอีเมล์แล้ว ถือว่าการสมัครสมาชิกเสร็จสมบูรณ์ เมื่อสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้วหรือเป็นสมาชิกอยู่แล้ว ให้เลือก เข้าสู่ระบบ เข้าสู่หน้าเว็บไซต์จองตั๋วโดยสารรถไฟ คลิกเลือกต้นทาง ปลายทาง และช่วงเวลาที่ผู้โดยสารมีความประสงค์เดินทาง คลิกเลือก ค้นหา เลือกขบวนโดยสารที่ต้องการ ระบุข้อมูลผู้โดยสาร เลือกที่นั่งที่ว่าง เข้าสู่การชำระเงิน สามารถเลือกได้ว่าจะชำระผ่านบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต กดพิมพ์ตั๋วหรือบันทึกตั๋วไว้ในโทรศัพท์ โดยที่ตั๋วโดยสารจะมี QR-Code สำหรับให้เจ้าหน้าที่สแกนตรวจสอบยืนยันที่นั่งบนขบวนรถ ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป การรถไฟฯ ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงข้อมูล ชื่อ/สกุล และรายละเอียดของผู้เดินทางได้ หรือ โอนสิทธิการใช้ตั๋วโดยสารให้บุคคลอื่นใช้แทน หากต้องการเปลี่ยนผู้เดินทาง ให้ทำการคืนตั๋วโดยสารฉบับเดิมโดยหักค่าธรรมเนียมการคืนเงินตามหลักเกณฑ์ที่การรถไฟฯ กำหนด และให้ออกตั๋วฉบับใหม่ ==================== ตั๋วโดยสารรูปแบบใหม่ ระบบ D - Ticket หน้าตาเป็นยังไง ? จองตั๋วรถไฟผ่าน 711 ได้ไหม ? คำถามยอดฮิตที่ใครๆ ก็สงสัยว่าเราสามารถจองตั๋วรถไฟผ่าน 7-11 ได้รึเปล่า ก็เป็นที่น่าเสียดายว่า ปัจจุบันนี้เรายังไม่สามารถจองตั๋วรถไฟผ่าน 7-11 ได้ คงต้องรอลุ้นกันต่อว่าในอนาคตอาจจะมีการอัปเดตให้สามารถทำได้หรือไม่ ==================== เราสามารถจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าได้กี่วัน? Nok Nok / Shutterstock.com เราสามารถซื้อตั๋วโดยสารที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ หรือตัวแทนที่เปิดจำหน่ายตั๋วล่วงหน้าทุกแห่ง หรือจองทางโทรศัพท์ที่หมายเลข 1690 ได้ทุกวันตลอด 24 ชม. (โดยผู้ที่โทรสำรองที่แล้วต้องไปรับตั๋วไม่เกินเวลา 22.00 น.ของวันรุ่งขึ้น หากไม่ไปรับตั๋วตามเวลาที่กำหนดจะยกเลิกการสำรองที่นั้นๆ โดยอัตโนมัติ การโทรสำรองที่ได้ครั้งละไม่เกิน 10 ที่ ) จองตั๋วโดยสารล่วงหน้าระยะเวลา 180 วัน สำหรับการจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าระยะเวลา 180 วัน การรถไฟฯได้กำหนดหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ผู้โดยสารที่จองตั๋วเดินทางน้อยกว่าร้อยละ 25 ของระยะทางขบวนรถ จองตั๋วล่วงหน้าได้ 1 วัน ผู้โดยสารที่จองตั๋วเดินทาง ตั้งแต่ร้อยละ 25-59 ของระยะทางขบวนรถ จองตั๋วล่วงหน้าได้ภายใน 30 วัน ผู้โดยสารที่จองตั๋วเดินทาง ตั้งแต่ร้อยละ 60 ของระยะทางขบวนรถขึ้นไป จองตั๋วล่วงหน้าได้ภายใน 180 วัน ซึ่งกำหนดวันข้างต้นให้รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการเดินทางด้วย **กำหนดวันข้างต้นให้รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการเดินทางด้วย และผู้โดยสารสามารถสำรองที่นั่งได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ ตัวอย่าง หากผู้โดยสารเริ่มต้นการเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ไปจน ถึงสถานีหัวหิน เป็นการจองตั๋วเดินทางน้อยกว่าร้อยละ 25 ของระยะทางขบวนรถ จะสามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ 1 วัน หากระยะทางเกินจากนั้นไปจน ถึงสถานีชุมพร สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ 30 วัน และ ผู้โดยสารที่เดินทางตั้งแต่ สถานีสุราษฎร์ธานี เป็นต้นไป สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ 180 วัน ติดต่อสอบถามได้ทาง Call Center 1690 หรือสถานีที่ใกล้บ้าน ขอบคุณข้อมูลจาก www.railway.co.th Fanpage : ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่
อ่าน

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนของทุกปีประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝน มีผลทำให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลายรายต้องประสบกับปัญหาแผ่นป้ายทะเบียนรถหลุดหายระหว่างทาง รวมถึงจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น อุบัติเหตุทำให้ป้ายหลุด หรือตัวยึดป้ายนั้นเกิดสนิมและทำให้ตัวป้ายหลุดออกไปเองกรมการขนส่งทางบกจึงแนะนำว่าให้เจ้าของรถควรตรวจสอบการยึดติดแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งด้านหน้าและท้ายรถให้มีความมั่นคงแน่นหนา เพื่อป้องกันการหลุดหายระหว่างการขับรถ อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ้าของรถที่ทำแผ่นป้ายทะเบียนรถหล่นหาย สามารถขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งความ โดยติดต่อยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบสำหรับกรณีที่เจ้าของรถเป็นบุคคลธรรมดาใช้หลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ หากเจ้าของรถไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน และต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจมาแสดงส่วนกรณีเป็นนิติบุคคล ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี3) หนังสือมอบอำนาจ4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน5) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับกรณีรถที่ติดไฟแนนซ์ ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี (ไฟแนนซ์)3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้เช่าซื้อ5) หนังสือมอบอำนาจ (ไฟแนนซ์) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับการขอแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนมีค่าธรรมเนียมแผ่นป้าย แผ่นละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาท โดยรถที่จดทะเบียนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 5 วันทำการ และรถที่จดทะเบียนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 10 วันทำการ ซึ่งระหว่างนี้สามารถใช้ใบเสร็จรับเงินแทนแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นการชั่วคราวได้ทั้งนี้ ทันทีที่พบว่าป้ายทะเบียนรถหล่นหายเจ้าของรถควรรีบดำเนินการขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนทันที ห้ามทำแผ่นป้ายทะเบียนรถขึ้นเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท จึงขอให้เจ้าของรถระมัดระวังการใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่ง หรือโทรสายด่วน 1584ภาพจาก กรมขนส่งฯ / TNN Online

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่
อ่าน

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนของทุกปีประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝน มีผลทำให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลายรายต้องประสบกับปัญหาแผ่นป้ายทะเบียนรถหลุดหายระหว่างทาง รวมถึงจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น อุบัติเหตุทำให้ป้ายหลุด หรือตัวยึดป้ายนั้นเกิดสนิมและทำให้ตัวป้ายหลุดออกไปเองกรมการขนส่งทางบกจึงแนะนำว่าให้เจ้าของรถควรตรวจสอบการยึดติดแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งด้านหน้าและท้ายรถให้มีความมั่นคงแน่นหนา เพื่อป้องกันการหลุดหายระหว่างการขับรถ อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ้าของรถที่ทำแผ่นป้ายทะเบียนรถหล่นหาย สามารถขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งความ โดยติดต่อยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบสำหรับกรณีที่เจ้าของรถเป็นบุคคลธรรมดาใช้หลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ หากเจ้าของรถไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน และต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจมาแสดงส่วนกรณีเป็นนิติบุคคล ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี3) หนังสือมอบอำนาจ4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน5) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับกรณีรถที่ติดไฟแนนซ์ ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี (ไฟแนนซ์)3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้เช่าซื้อ5) หนังสือมอบอำนาจ (ไฟแนนซ์) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับการขอแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนมีค่าธรรมเนียมแผ่นป้าย แผ่นละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาท โดยรถที่จดทะเบียนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 5 วันทำการ และรถที่จดทะเบียนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 10 วันทำการ ซึ่งระหว่างนี้สามารถใช้ใบเสร็จรับเงินแทนแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นการชั่วคราวได้ทั้งนี้ ทันทีที่พบว่าป้ายทะเบียนรถหล่นหายเจ้าของรถควรรีบดำเนินการขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนทันที ห้ามทำแผ่นป้ายทะเบียนรถขึ้นเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท จึงขอให้เจ้าของรถระมัดระวังการใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่ง หรือโทรสายด่วน 1584ภาพจาก กรมขนส่งฯ / TNN Online

“ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์”  ทำอย่างไร ไม่ต้องไปถึงเขต แค่โหลดแอปฯ ThaID
อ่าน

“ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์” ทำอย่างไร ไม่ต้องไปถึงเขต แค่โหลดแอปฯ ThaID

จากกรณีกระทรวงการคลัง แจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลงทะเบียนรับ เงินดิจิทัล 10,000 บาท โดยให้โอกาสประชาชนได้ ย้ายทะเบียนบ้าน ก่อนลงทะเบียนให้ตรงกับที่อยู่ปัจจุบัน เพื่อที่จะใช้สิทธิใช้จ่ายได้สะดวกทั้งนี้การ ย้ายทะเบียนบ้าน ปัจจุบันไม่ต้องไปถึงสำนักงานเขตให้ยุ่งยากสามารถทำได้ผ่าน แอปพลิเคชั่น ThaID ใช้ได้ทั้ง ระบบไอโอเอส (IOS) และ ระบบแอนด์ดรอย (Android) วิธีการย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชั่น ThaID ดังนี้1. เพียงเข้า แอปพลิเคชั่น ThaID เลือกขั้นตอนการให้บริการระยะที่ 1 แล้วกดเข้าเว็บไซต์ thportal.bora.dopa.go.th2. จากนั้นเลือก ระบบย้ายที่อยู่ด้วยตัวเอง3. โดยกรอกตัวเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักของเจ้าบ้านที่เราต้องการจะย้ายเข้า4. เมื่อเจ้าบ้านได้รับคำขอผ่าน แอปพลิเคชั่น ThaID แล้ว ให้เจ้าบ้านกดยืนยันระบบออนไลน์ได้ทันที คำขอย้ายจะถูกส่งไปยังนายทะเบียนของอำเภอหรือสำนักงานเขตที่แจ้งย้าย เพื่อทำการอนุมัติแจ้งย้ายและแจ้งผลให้ทราบ5. จากนี้ สามารถคัดสำเนา ทร.14/1 ในเมนูคัดรับรองเอกสารด้วยตัวเอง ข้อมูลจะอัพเดตทันที และสามารถใช้แทนสำเนาทะเบียนบ้านได้อีกด้วยเพียงเท่านี้การย้ายทะเบียนบ้านจะเป็นเรื่องง่าย อยู่ที่ไหนก็ย้ายได้p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px Thonburi} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px Thonburi} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ข้อมูลจาก:กรมการปกครองภาพจาก: AFP

เตรียมเปิดรับการรายงานตัว สว. ชุดใหม่ หลังกกต. ประกาศรับรอง
อ่าน

เตรียมเปิดรับการรายงานตัว สว. ชุดใหม่ หลังกกต. ประกาศรับรอง

ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภาแล้วนั้น สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาขอเชิญสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาเข้าแสดงตนกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในวันที่ 11, 12 และ 15 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ห้อง 102 - 106 ชั้น 1 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ โดยเตรียมเอกสารหลักฐานสำหรับการแสดงตน ดังนี้1. หนังสือรับรองผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภาจากคณะกรรมการเลือกตั้ง2. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด3. สำเนาใบสำคัญการสมรส 1 ชุด4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนคู่สมรส 1 ชุด5. รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 3 รูปทั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภาสามารถกรอกข้อมูลล่วงหน้าในแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (E-Form) ทางเว็บไซต์ของวุฒิสภาที่ http://www.senate.go.th หัวข้อ กรอกข้อมูลประวัติสำหรับการแสดงตน (E-Form) เพื่อนำมาใช้ในการแสดงตน ดังนี้1. แบบแสดงตนสมาชิกวุฒิสภา (แบบ สว. 1)2. ประวัติสมาชิกวุฒิสภา (แบบ สว. 3)3. แบบกรอกประวัติสำหรับการเผยแพร่ (แบบ สว. 4)สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2831 9363-4 หรือ Call Center วุฒิสภา 0 2831 9111ภาพจาก รัฐบาลไทย

ทำงานเกาหลีใต้! เปิดรับ "ชายไทย" โควตา 1,500 คน เช็กคุณสมบัติผู้สมัครที่นี่
อ่าน

ทำงานเกาหลีใต้! เปิดรับ "ชายไทย" โควตา 1,500 คน เช็กคุณสมบัติผู้สมัครที่นี่

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลไทย โดยกระทรวงแรงงาน และรัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลี โดยกระทรวงแรงงานและการจ้างงานสาธารณรัฐเกาหลี ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดส่งแรงงานไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลีตามระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (Employment Permit System for Foreign Workers: EPS) โดยกำหนดให้กรมการจัดหางานเป็นหน่วยงานผู้ส่ง ทำหน้าที่รับสมัครทั้งนี้ คนหางานที่จะไปทำงานตามโครงการต้องผ่านการทดสอบภาษาเกาหลี (EPS-TOPIK) และทักษะการทำงาน ซึ่งครั้งนี้เป็นการประกาศรับสมัครทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน (Point System) ครั้งที่ 14 รอบที่ 2 เพื่อไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลี ประเภทกิจการอุตสาหกรรมการผลิต โควตา 1,500 คน กำหนดรับสมัครวันที่ 27 28 กรกฎาคม 2567 ผ่านระบบออนไลน์เท่านั้นสำหรับคุณสมบัติผู้สมัคร ต้องมีอายุระหว่าง 18 39 ปี ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา สายตาไม่บอดสี ร่างกายสมบูรณ์ สุขภาพแข็งแรง และไม่เป็นโรคที่อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานหรือเป็นโรคติดต่อตามที่ทางการเกาหลีกำหนด ไม่มีประวัติกระทำผิดทางอาญาหรือเป็นภัยต่อสังคมและความมั่นคง ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด ไม่ถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ไม่มีประวัติการถูกเนรเทศหรือเคยถูกปฏิเสธการเข้าสาธารณรัฐเกาหลี หรือเคยกระทำผิดกฎหมายของสาธารณรัฐเกาหลี ไม่เคยพำนักอาศัยในสาธารณรัฐเกาหลีด้วยวีซ่า E-9 หรือ E-10 หรือ วีซ่า E-9 และ E-10 รวมกัน 5 ปี หรือมากกว่า 5 ปีขึ้นไปกรมการจัดหางานจะประกาศรายชื่อและหมายเลขผู้มีสิทธิเข้ารับการทดสอบภาษาเกาหลี วัน เวลาและสถานที่ทดสอบ ในเดือนสิงหาคม 2567 ทางเว็บไซต์ hrdkoreathailand.com, doe.go.th/overseas รมว.พิพัฒน์ กล่าวด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ผู้ที่ประสงค์จะสมัครไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลี สามารถสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ลงทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนคนหางาน โดยศึกษาวิธีการลงทะเบียน คุณสมบัติผู้สมัครและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ที่เมนูข่าวประกาศรับสมัคร หัวข้อ ประกาศรับสมัครทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน (Point System) ครั้งที่ 14 (2) ประเภทกิจการอุตสาหกรรมการผลิตผู้ที่สนใจสมัครทดสอบภาษาเกาหลีฯ ต้องยื่นคำขอการสมัคร กรอกข้อมูลการสมัครและแนบเอกสารผ่านระบบออนไลน์ เลือกศูนย์สอบ ซึ่งมีสถานที่สอบให้เลือก 2 ศูนย์ คือ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานครและศูนย์สอบอุดรธานี ทำการตรวจสอบผลการอนุมัติ โดยตรวจสอบผลการพิจารณา และพิมพ์ใบแจ้งชำระเงินค่าสมัคร เพื่อชำระเงินค่าสมัครสอบ จำนวน 930 บาท ภายใน 2 วัน นับจากวันที่ได้อนุมัติสามารถเลือกชำระเงินค่าสมัครสอบได้ 4 ช่องทาง ได้แก่1.เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย2.ATM / ADM ธนาคารกรุงไทย3.Internet Banking ธนาคารกรุงไทย4.ต่างธนาคาร Cross Bank Bill Paymentทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วน กรมการจัดหางาน โทร. 1694

ลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ปี 2567
อ่าน

ลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ปี 2567

รัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านแอป ทางรัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ใครมีสิทธิ์บ้าง? ลงทะเบียนอย่างไร? ใช้จ่ายที่ไหนได้บ้าง? มาหาคำตอบกันเงินดิจิทัล 10,000 บาท คืออะไร?เงินดิจิทัล 10,000 บาท คือ เงินสกุลดิจิทัลที่รัฐบาลแจกให้ประชาชนผ่านแอป ทางรัฐ เพื่อนำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการต่างๆ เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชนใครมีสิทธิ์ลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท?คุณมีสิทธิ์ลงทะเบียนหากมีคุณสมบัติดังนี้ สัญชาติไทย อายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน รายได้ไม่เกิน 840,000 บาทต่อปี (พิจารณาจากข้อมูลกรมสรรพากรปี 2566) เงินฝากไม่เกิน 500,000 บาท (รวมทุกบัญชี ณ 31 มี.ค. 2567)วิธีลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาทแอปพลิเคชัน ทางรัฐ คือ แอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยรัฐบาลไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐได้สะดวกและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อหน่วยงานราชการ, ติดตามสถานะการใช้บริการ, เช็กข้อมูลส่วนตัว, และสิทธิประโยชน์ต่างๆ นอกจากนี้ แอป ทางรัฐ ยังเป็นช่องทางสำคัญในการลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่รัฐบาลเตรียมแจกจ่ายในปี 2567 อีกด้วยแอป ทางรัฐ มีอะไรบ้าง?บริการภาครัฐ: รวมบริการต่างๆ จากหลากหลายหน่วยงานภาครัฐไว้ในที่เดียว เช่น การตรวจสอบสิทธิประกันสังคม, การตรวจสอบผลการสอบ, การค้นหาข้อมูลโรงพยาบาล, การต่อภาษีรถยนต์, และอื่นๆข่าวสารและประกาศ: ติดตามข่าวสารและประกาศสำคัญจากภาครัฐได้อย่างรวดเร็วช่องทางการติดต่อ: ติดต่อหน่วยงานราชการต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่ายๆลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท: สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด สามารถลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านแอป ทางรัฐ ได้ในปี 25671. ดาวน์โหลดแอป ทางรัฐ:หาได้จาก App Store หรือ Google Play2. สมัครสมาชิก: เปิดแอปและเลือก สมัครสมาชิก3. ยืนยันตัวตน: สแกนบัตรประชาชนและใบหน้า4. สร้างบัญชี: กรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน5. รอรับสิทธิ์:ระบบจะแจ้งเมื่อคุณได้รับสิทธิ์ใครพัฒนาแอป ทางรัฐ?แอปพลิเคชัน ทางรัฐ พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.), สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน), สำนักงานประกันสังคม, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัดดาวน์โหลดแอป ทางรัฐ ได้ที่ไหน?แอปพลิเคชัน ทางรัฐ เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีทั้งบน App Store และ Google Playระยะเวลาลงทะเบียนและการรับเงิน⦿ ลงทะเบียน: ไตรมาส 3 ปี 2567 (กรกฎาคม - กันยายน)⦿ รับสิทธิ์: ภายใน 15 วันหลังลงทะเบียน⦿ ใช้จ่าย: ไตรมาส 4 ปี 2567 (ตุลาคม - ธันวาคม)วิธีใช้เงินดิจิทัล 10,000 บาทใช้จ่ายได้ 2 ช่องทาง⦿ ร้านค้าที่ร่วมโครงการ: สแกน QR Code ผ่านแอป ทางรัฐ⦿ ร้านค้าออนไลน์: ที่เข้าร่วมโครงการกับทางรัฐข้อจำกัด⦿ ใช้ได้กับสินค้าและบริการทั่วไป ยกเว้นสินค้าอบายมุข น้ำมัน และบางบริการที่กำหนด⦿ ใช้ได้ภายใน 3 เดือน หลังได้รับ⦿ ไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้ข้อควรระวัง⦿ ระวังมิจฉาชีพ: อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวกับใคร⦿ ตรวจสอบข้อมูล: ให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนลงทะเบียน

"เงินอุดหนุนบุตร" พฤษภาคม 2567 โอนเข้าบัญชีแล้ว เช็กปฏิทินโอนเงินได้ที่นี่
อ่าน

"เงินอุดหนุนบุตร" พฤษภาคม 2567 โอนเข้าบัญชีแล้ว เช็กปฏิทินโอนเงินได้ที่นี่

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แจ้งว่า ได้จ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จำนวน 600 บาท ประจำเดือนพฤษภาคม 2567 แล้ว สามารถตรวจสอบการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้-เว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน http://csgcheck.dcy.go.th-แอปพลิเคชัน เงินเด็ก-แอปพลิเคชัน ทางรัฐสำหรับผู้ปกครองที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนขอรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด และเด็กมีสัญชาติไทย พ่อ แม่ ผู้ปกครอง สามารถยื่นคำร้องในพื้นที่ที่เด็กแรกเกิดและผู้ปกครองอาศัยอยู่จริง (ไม่จำเป็นต้องเป็นที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน) ดังนี้-กรุงเทพมหานคร ลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเขต-เมืองพัทยา ลงทะเบียนได้ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา-ส่วนภูมิภาค ลงทะเบียนได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน เงินเด็ก ทั้งนี้ ผู้ปกครองต้องพิสูจน์และยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD ของกรมการปกครองก่อน เมื่อตรวจสอบสิทธิผ่านแล้ว จะได้รับเงิน มีผลตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียนรับเงินอย่างไรก็ตาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด กรมกิจการเด็กและเยาวชน โทร 08-2091-7245, 08-2037-9767, 08-3431-3533, 06-5731-3199 หรือศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้สมัครสว. ต้องมีคุณสมบัติอะไร? กกต. เผยข้อกำหนดเคร่งครัด
อ่าน

ผู้สมัครสว. ต้องมีคุณสมบัติอะไร? กกต. เผยข้อกำหนดเคร่งครัด

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ประกาศรายละเอียดคุณสมบัติการรับสมัครสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่ ( สว. ) เตรียมความพร้อมเนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันกำลังจะหมดวาระในวันที่ 10 พ.ค.2567 แนะตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้1.มีสัญชาติไทยโดยการเกิด2.มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีในวันสมัครรับเลือก3.มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปีผู้สมัครต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นบุคคลซึ่งเกิดในอำเภอที่สมัครรับเลือก มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในอำเภอที่สมัครรับเลือกมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกทำงานอยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือกมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือก เคยทำงานหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านอยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือก แล้วแต่กรณีเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปีการศึกษาผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.)จะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิ พ.ศ. 2561หากผู้ใดฝ่าฝืน รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกไม่ว่าเพราะเหตุใด ได้สมัครรับเลือกต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปีนอกจากนี้ผู้ใดรับรองหรือเป็นพยานซึ่งลงลายมือชื่อรับรองเอกสารหรือหลักฐานที่ใช้ประกอบการสมัครเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปีผู้ที่สนใจและประสงค์จะสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา สามารถขอรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือปรึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิ รวมถึงกลุ่มสาขาอาชีพที่จะสมัคร ได้ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัดp.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px Thonburi} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก:ทำเนียบรัฐบาล

มท. แจงอำเภอบางแห่งงดให้บริการทําบัตรประชาชน เหตุรอการทดสอบมาตรฐานบัตร
อ่าน

มท. แจงอำเภอบางแห่งงดให้บริการทําบัตรประชาชน เหตุรอการทดสอบมาตรฐานบัตร

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตามที่ในวันที่ 22 เม.ย. 2567 สื่อสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่ข้อความถึงกรณีมีประชาชนเดินทางไปที่ว่าการอําเภอเพื่อติดต่อทำบัตรประชาชนแต่ไม่สามารถทำได้ โดยทางอำเภอมีป้ายประชาสัมพันธ์งดให้บริการเนื่องจากวัสดุที่ใช้ในการจัดทําบัตรประจําตัวประชาชนมีจํานวนจํากัด และได้มีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียเข้ามาแสดงความเห็นว่าพบปัญหาดังกล่าวในที่ว่าการอําเภอหลายแห่งทั่วประเทศนั้นกรมการปกครองได้ชี้แจง ว่า ก่อนห้วงระยะเวลาตามที่ปรากฏเป็นข่าว กรมการปกครองได้ดำเนินการจัดซื้อบัตรประจำตัวประชาชน (Smart Card) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 8,503,426 บัตร โดยวิธีการประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์เสร็จสิ้นตามขั้นตอนแล้ว แต่เนื่องจากก่อนการส่งมอบตามสัญญาจะต้องนำบัตรไปทดสอบเกี่ยวกับมาตรฐานของวัสดุบัตรกับกรมวิทยาศาสตร์บริการ และบริษัทโทรคมนาคม แห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ให้เป็นไปตามข้อกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของงานการจัดซื้อบัตรประจำตัวประชาชนที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ก่อนการส่งมอบบัตรให้แก่กรมการปกครอง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรดังนั้น จึงทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของสำนักทะเบียนบางแห่งเกิดความกังวลว่าจะมีวัสดุบัตรไม่เพียงพอต่อการให้บริการ ซึ่งตามข้อเท็จจริงในห้วงระยะเวลาที่ปรากฏเป็นข่าวสำนักทะเบียนทุกแห่งทั่วประเทศยังคงมีบัตรให้บริการแก่ประชาชนผู้ประสงค์ขอทำบัตรอย่างไรก็ตาม กรมการปกครองได้ดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการดังกล่าวข้างต้นเสร็จสิ้นและได้รับมอบบัตรตามสัญญา พร้อมทั้งได้ส่งมอบบัตรให้แก่สำนักทะเบียนทุกแห่งทั่วประเทศแล้วตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 2567 เป็นต้นมา ซึ่งสถิติในการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนทั้งประเทศเฉลี่ยเดือนละ 800,000 900,000 บัตร ซึ่งบัตรที่กรมการปกครองจัดซื้อตามจำนวนดังกล่าวข้างต้นสามารถมีบัตรใช้ได้จนถึงประมาณเดือนก.พ. 2568 ดังนั้น กรมการปกครองจึงมีวัสดุบัตรสนับสนุนให้แก่สำนักทะเบียนทุกแห่งทั่วประเทศได้อย่างเพียงพอทั้งนี้ หากประชาชนไปติดต่อขอรับบริการจัดทำบัตรประชาชน แล้วมีปัญหาข้อขัดข้อง หรือไม่ได้รับความสะดวกในการขอรับบริการ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ สายด่วน 1548 หรือ โทรศัพท์หมายเลข 0-2791-7124กระทรวงมหาดไทยต้องขออภัยกับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ที่เดินทางไปรับบริการงานทะเบียนแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการออกบัตรให้เนื่องด้วยการบริหารจัดการภายในช่วงรอการทดสอบมาตรฐานบัตรดังกล่าว ซึ่งฝ่ายบริหารของกระทรวงได้กำชับไปยังฝ่ายปฏิบัติแล้วว่าจะต้องดูแลไม่ให้การบริหารจัดการต่างๆ ไปกระทบการให้บริการแก่พี่น้องประชาชนอีกข้อมูลจาก กระทรวงมหาดไทยภาพจาก TNN ONLINE