รีเซต

ผลการค้นหา “怎么办假结婚公证书【咨询网:ban58.com】” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
อ่าน

ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา

จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
อ่าน

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!

ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

10 เคสจริงที่มิจฉาชีพใช้หลอกเหยื่อในพริบตา
อ่าน

10 เคสจริงที่มิจฉาชีพใช้หลอกเหยื่อในพริบตา

ในยุคที่โลกออนไลน์คือวิถีชีวิต การแชท โอนเงิน หรือช้อปปิ้งถือเป็นกิจวัตรที่ง่ายดายเพียงปลายนิ้ว แต่น่าเสียดายที่มันกลับกลายเป็นรอยรั่วให้ มิจฉาชีพ ฉกฉวยโอกาส ทางออนไลน์ เพื่อ หลอกลวง ฉ้อโกง สถิติจากศูนย์ AOC 1441 เผยตัวเลขการแจ้งภัยมิจฉาชีพเฉลี่ยวันละ 3,000 สาย หรือเท่ากับทุกนาทีมีคนไทยอย่างน้อย 2 คนกำลังถูกหลอก โดยช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ความเสียหายรวมจากอาชญากรรมออนไลน์พุ่งทะลุ 13,000 ล้านบาทไปแล้ว ความสูญเสียนี้ไม่ได้หยุดแค่เรื่องทรัพย์สิน แต่ลามไปถึงความเครียดที่บั่นทอนสุขภาวะทั้งกายและใจอย่างน่าเป็นห่วง เมื่อภัยไซเบอร์ กลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตเช่นนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (AOC 1441) จึงชวนกันมาถอดบทเรียนจาก 10 เคสจริง เพื่อแฉกลโกงให้ทุกคน รู้เท่าทันมิจฉาชีพ และสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลไปพร้อมกัน กลโกง#1 ปลอมตัวตน ปล้นความเชื่อใจ มิจฉาชีพจะเริ่มด้วยการปลอมเป็นบุคคลที่ดูน่าเชื่อถือ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจ ทำให้เหยื่อเผลอเชื่อใจและลดการป้องกันตัวลง เคสหลอกให้รักแล้วโอนเงิน: แอบอ้างเป็นพยาบาลต่างประเทศ ทักมาสานสัมพันธ์จนผู้เสียหายตายใจ แล้วหลอกขอค่าขนย้ายทรัพย์สินเพื่อกลับมาแต่งงานที่ไทย สูญเงิน 1,308,000 บาท เคสร้านค้าปลอมหลอกขายของถูก: ปลอมเพจ Facebook ขายปูนซีเมนต์ราคาถูกเกินจริง บีบให้ผู้เสียหายโอนเงินเต็มจำนวน แล้วบล็อกหนีหาย สูญเงิน 1,100,000 บาท เคสเพจที่พักทิพย์: ขโมยรูปวิลล่าหรูมาเปิดเพจปลอม พร้อมเร่งรัดให้โอนจองเต็มจำนวนเพื่อล็อกสิทธิ์ แต่เมื่อไปถึงสถานที่จริงกลับพบว่าไม่มีชื่อในระบบ สูญเงิน 15,000 บาท เคสทหารเรือเก๊หลอกให้ซื้อของ: สวมรอยเป็นทหารเรือสั่งลวดหนามล็อตใหญ่ บีบให้ผู้ประกอบการสั่งของสเป็กพิเศษจาก "ร้านพันธมิตรปลอม" ที่จัดฉากไว้ แล้วเชิดเงินมัดจำหนีไป สูญเงิน 500,000 บาท เคสแอบอ้างเจ้าหน้าที่ PEA: โทรศัพท์มาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เพื่อขอคืนเงินประกันมิเตอร์ไฟฟ้า แล้วหลอกให้ติดตั้งแอปฯ ดูดเงิน จนสูญเงิน 594,570 บาท กลโกง#2 ปั่นอารมณ์ จู่โจมให้ขาดสติ เมื่อเริ่มเชื่อใจ โจรจะเปลี่ยนจังหวะมาจู่โจมที่สมองส่วนอารมณ์ ไม่ว่าจะใช้ความกลัวข่มขู่หรือความรักบีบคั้น เพื่อให้เราสติหลุด ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เคสตำรวจปลอมกับคดีฟอกเงิน: โทรศัพท์มาอ้างเป็นตำรวจ ข่มขู่ว่าบัญชีพัวพันคดีฟอกเงินระดับชาติ บีบให้โอนเงินมาตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เหยื่อตกใจกลัวจึงยอมโอน สูญเงิน 4,102,169 บาท เคสลูกสาวกำมะลอเสียง AI: มิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเลียนเสียงเป็นลูกสาว โทรหาคุณแม่ อ้างว่าต้องใช้เงินด่วนจ่ายค่ากิจกรรมมหาวิทยาลัย คุณแม่เป็นห่วงรีบร้อนโอนไป สูญเงิน 100,000 บาท เคสหนีเสือปะทนายปลอม: หลอกผู้เสียหายที่กำลังทุกข์ใจเพราะถูกโกง ผ่านเพจ "ทนายอาสา" อ้างว่าช่วยตามเงินคืนได้แต่ขอค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ กลายเป็นการสูญเสียซ้ำสองที่เจ็บปวดกว่าเดิม สูญเงินเพิ่ม 363,285 บาท กลโกง#3 วางเหยื่อล่อ ลากเข้าวงจรโอนไม่สิ้นสุด จังหวะสุดท้ายคือการวางเหยื่อล่อ หลอกให้เหยื่อได้กำไรในตอนแรก เพื่อซื้อความตายใจ ก่อนจะล่อให้ทุ่มเงินก้อนใหญ่ และบีบคั้นให้ต้องโอนเพิ่มอย่างไม่จบสิ้น เคสกับดักหุ้น กำไรทิพย์: มิจฉาชีพชักชวนผู้เสียหายให้เทรดหุ้นพลังงานผ่านแอปปลอมที่สร้างกราฟกำไรปลอมขึ้นมาเอง ล่อให้เหยื่อทุ่มเงินเพิ่มไม่หยุด จนสุดท้าย สูญเงิน 8,747,497 บาท เคสงานแพ็กของ รายได้เสริมกลายเป็นหนี้: มิจฉาชีพประกาศรับสมัครงานออนไลน์ ให้ผู้เสียหายทำภารกิจกดรับออเดอร์แลกค่าคอมมิชชัน ยอมให้ถอนยอดน้อยได้จริงในช่วงแรก เพื่อล่อให้ลงเงินก้อนใหญ่ ก่อนจะบล็อกระบบการถอน สูญเงิน 3,023,000 บาท เมื่อตกเป็นเหยื่อต้องทำอย่างไร? เคสตัวอย่างทั้งสิบนี้คือบทเรียนสำคัญที่ย้ำเตือนให้เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล และเท่าทันจังหวะกลโกงอยู่เสมอ แต่หากรู้ตัวว่าพลาดโอนเงินไปแล้ว อย่าเพิ่งหมดหวัง ให้ใช้สูตร "โทร-กด-แจ้ง" ทันที โทร - สายด่วน AOC 1441: ศูนย์ปฏิบัติการนี้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยคุณสกัดกั้นเส้นทางการเงินที่ผิดปกติทันทีที่รู้ตัว กด - เลข 1 เพื่อระงับบัญชีม้า: พยายามทำภายใน "1 ชั่วโมง" เพื่อขอรหัส Bank Case ID และให้ธนาคารล็อกบัญชีปลายทางชั่วคราวเป็นเวลา 7 วัน แจ้ง - ความภายใน 7 วัน: รวบรวมหลักฐาน (แชท, สลิป, ลิงก์โปรไฟล์) แล้วไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อให้การอายัดบัญชีมีผลทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ จำไว้ว่า! แม้อาจไม่ได้เงินคืนในทันที แต่การแจ้งเหตุที่รวดเร็วจะช่วยหยุดความเสียหายไม่ให้เงินถูกโอนต่อ และเป็นการกำจัด "บัญชีม้า" ออกจากระบบ เพื่อไม่ให้คนอื่นต้องตกเป็นเหยื่อรายต่อไป สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มุ่งหวังให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีและปลอดภัยจาก อาชญากรรมออนไลน์ โดยการสร้าง ภูมิคุ้มกันดิจิทัล ให้เป็นเกราะป้องกันที่เข้มแข็ง เพราะเพียงแค่ "หยุดคิด" ก่อนคลิกลิงก์หรือโอนเงินเพียงเสี้ยววินาที ก็ช่วยปกป้องเงินในบัญชีรวมถึงสุขภาพกายและใจของคุณได้ในระยะยาว สสส. ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมเท่าทันและหยุดวงจรมิจฉาชีพผ่านสื่อรณรงค์ชุดล่าสุด: ภาพยนตร์โฆษณา Uncontrol: https://youtu.be/iwOUuQEa1vw คลิปวิดีโอออนไลน์ ป้าข้างบ้านอวดลูก: https://www.youtube.com/watch?v=95NtmiqttBU และลองศึกษาวิธีการป้องกันมิจฉาชีพเพิ่มเติม รวมถึงแนวทางจัดการตัวเองเมื่อพลาดพลั้ง ได้ที่เว็บไซต์ www.creativehealthcampaign.thaihealth.or.th เพราะภูมิคุ้มกันที่ดีเริ่มต้นที่ตัวเรา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยจากทุกภัยมิจฉาชีพ ติดตามข่าวสารสุขภาพจากทาง สสส. ได้ที่Facebook : Social Marketing Thaihealth by สสส. Line : @thaihealththailand Tiktok: @thaihealth Youtube: SocialMarketingTH Website : Social Marketing Thaihealth

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
อ่าน

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง

สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

“แหม่ม วิชุดา” โอด! ไม่คิดว่าเจอกับตัว ถูกมิตรจี้ใช้กลโกงซับซ้อน
อ่าน

“แหม่ม วิชุดา” โอด! ไม่คิดว่าเจอกับตัว ถูกมิตรจี้ใช้กลโกงซับซ้อน

แหม่ม วิชุดา โอด! ไม่คิดว่าเจอกับตัว ถูกมิตรจี้ใช้กลโกงซับซ้อน เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่โดนมิตรจี้หลอกถึงขั้นมีหนังสือราชการออกมา นักแสดงสาว แหม่ม วิชุดา ออกมาเผยประสบการณ์และแชร์เป็นอุทาหรณ์หลังถูกกลโกง อย่าใช้คำว่ามิจฉาชีพ มันจะเป็นการปรักปรำเขา ใช้คำว่า มิตรจี้ พี่รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ของพี่เลย ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะต้องมาคิดอะไรซับซ้อนแบบนี้ ยกตัวอย่าง มีคนฝากเราซื้อตั๋วเครื่องบินกับที่พัก ยกตัวอย่าง พี่ไปเที่ยวเกาหลี เขาอยากไปด้วย เขารบกวนให้จองตั๋วให้หน่อย เราก็เลยทำ สมมุติเราจองตั๋วให้เขา 80,000 บาท เราจ่ายไปก่อน เขาต้องโอนคืนเรา เขาคืน ก็จะมีสลิปที่เขาโอนให้เรา มันก็คือการใช้หนี้ที่พี่ออกเงินให้เขาไปก่อน แต่เขาเอาสลิปอันนี้ไปบอกทุกคนว่าพี่ขอยืมเงินเขา มันจะไม่มีปัญหาอะไรเลย เพราะคนไปพูดถึงเราต่อให้มีสลิปหรือไม่มีสลิปเขาพูดถึงเราแบบไหนก็ได้ แล้วแต่คนจะเชื่อ... แต่ไปถึงจุดที่ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐออกหนังสือเกี่ยวกับราชการออกมาแบบไม่ถูกต้อง เพราะมันไม่มีหลักฐานอะไรออกมาได้ไง แล้วออกมาเพื่อจะรีดทรัพย์ ก็คือมีเอกสารอันนี้มานะอยากจะให้ถอนหรือเปล่า จ่ายเงินมานะ 1-2 ล้าน หลังจากนั้นไม่เกี่ยวกับเรื่องโอนเงินมาให้พี่แล้ว เป็นการที่เขาวุ่นวายอยู่ในชีวิต สร้างประเด็นนั้นนู่นนี่ผูกกันมั่วไปหมด พี่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะรู้ไหมว่าการที่เขาออกจดหมายในแบบผิดพลาด เขาก็บอกว่าเขาออกมาแบบผิดพลาดนะ มันเป็นช่องทางให้คนเอามารีดทรัพย์ของคนอื่นได้ เรื่องมันซับซ้อนมากซะจนพี่รู้สึกว่ามันลำบากนิดนึง มันจะทำอะไรได้ ไม่รู้เหมือนกัน หลายคนแนะนำว่าเขาทำอะไรเราไม่ได้ก็ปล่อยไป พี่แค่ไม่ว่างเล่นด้วยเฉยๆ ไม่ได้กลัว เขาต้องห่วงความปลอดภัยของตัวเองเหมือนกันนะ ถ้าพี่ไม่ปลอดภัยเขาก็ไม่ปลอดภัยนะ พี่ไม่ได้เป็นคนเริ่ม คนที่จะห่วงเรื่องความปลอดภัยไม่ใช่พี่ พี่ไม่ได้ทำอะไรใคร พี่ไม่เคยทำใครก่อน ที่เห็นพี่ฟาดฟันใครเพราะพี่โดนทำก่อนทั้งนั้น ถ้าตอนไหนพี่ไม่ตอบโต้อย่าคิดว่าพี่กลัว พี่ไม่ว่าง เขาหยุดแล้ว เพราะสิ่งที่เขาทำไม่ได้ผลอะไร พี่ไม่รู้ว่าเขาเคยทำสิ่งกับใคร คำขอโทษพี่ขอคิดดูก่อน ตอนนี้พี่เริ่มว่าง ละครพี่ปิดกล้องแล้ว พี่ว่าพี่ระวังตัวมากแล้ว ตอนนี้คนที่ไม่ได้ทำอะไรผิด กลายเป็นเครื่องมือของคนที่มาหลอกให้กลัว ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิดก็เข้มแข็งไว้ ทำใจดีไว้ น่าจะ 5-6 ปีที่แล้ว คิดดูว่ามันตั้งใจแค่ไหน เราโอนเงินให้ใครเก็บสลิปไว้ 5-6 ปีไหม เขาเริ่มแจ้งความเพิ่งผ่านมา เขาเว้นระยะไป...

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
อ่าน

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ

ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ

ทำบุญปั๊บ เห็นผลปุ๊บ! “ป๊ายปาย โอริโอ้” เตือนภัยระวังมิจฉาชีพมาในรูปแบบสลิปโอนเงิน
อ่าน

ทำบุญปั๊บ เห็นผลปุ๊บ! “ป๊ายปาย โอริโอ้” เตือนภัยระวังมิจฉาชีพมาในรูปแบบสลิปโอนเงิน

ทำบุญปั๊บ เห็นผลปุ๊บ! ป๊ายปาย โอริโอ้ เตือนภัยระวังมิจฉาชีพมาในรูปแบบสลิปโอนเงิน เมื่อเช้าที่ผ่านมา (31 ก.ค.) ป๊ายปาย โอริโอ้ พร้อมทีมงานเพิ่งจะแท็กทีมกันนำสิ่งของที่จำเป็นและเงินบริจาค 310,000 บาท ไปมอบที่ศูนย์อพยพของ จ. ศรีสะเกษ เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังใจเล็กๆให้ชาวศรีสะเกษ ,เหล่าทหารกล้า,ผู้อพยพ และผู้ได้รับผลกระทบ แต่ทำบุญไม่ทันไร ก็เห็นผลแบบผิดคาด เมื่อมีมิจฉาชีพแฝงตัวมาในคราบของนักบุญ เพราะมีบุคคลหนึ่งได้โอนเงินมา แต่แกล้งบอกว่าโอนมาเกิน รบกวนให้โอนกลับด้วย แต่งานนี้จับได้ว่าโกหกเลยแคปมาประจานในเฟสบุ๊คส่วนตัวซะเลย พร้อมเขียนเล่าว่า... เตือนภัย ระวังมิจฉาชีพ มาในรูปแบบ สลิปโอนเงิน บอกโอนเงินมาทำบุญ 200 บาท แต่เติมเลข 0 เกิน เลยโอนเข้ามา 2,000 บาท รบกวนปายโอนกลับ 1,800 ด้วยความที่เห็นตัวเลขสลิปแปลกๆ เลยนำไปเช็ค แหม๋ ทำบุญปั๊บ เห็นผลทันตาปุ๊บ ต่อมา เบล ขนิษฐา ภรรยาของ ก้อง ห้วยไร่ ก็มาคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า แหน่ บาปด้วย อายคนด้วย ส่วนแฟนคลับก็ตามมาสบทบแสดงความคิดเห็นมากมายไม่แพ้กัน เช่น คนเราเนอะ มาทุกรูปแบบเลย,ทำไมทำตัวไม่น่ารักเลย,ดีนะที่เอ๊ะใจ ไอ้พวกนี้,คนแบบนี้ก็มี แย่มาก ฯลฯ

เตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นศูนย์ช่วยเหลือเหยื่อ สุดท้ายโดนหลอกให้โอนเงินซ้ำสอง
อ่าน

เตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นศูนย์ช่วยเหลือเหยื่อ สุดท้ายโดนหลอกให้โอนเงินซ้ำสอง

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่วันนี้ (18 กรกฎาคม 2568) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านรายการ“เสียงจากใจไทยคู่ฟ้า” ว่าปัจจุบันมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่ โดยที่ผ่านมามักจะใช้ช่องทางผ่านการโทรศัพท์หาเหยื่อโดยอ้างว่าเป็นตำรวจบ้าง เป็น หน่วยงานราชการสำคัญบ้าง อ้างว่ามีไปรษณีย์ตกค้างบ้าง รวมทั้งการส่งเอกสารหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสังคมไทยเริ่มคุ้นชินแล้ว ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบพบการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้นปัจจุบันพบว่ามีการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้น โดยเปิดเพจแอบอ้างเป็น มูลนิธิหรือสำนักงานทนายสาธารณะที่ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือ ศูนย์ช่วยเหลือการถูกหลอกลวง โดยปัจจุบันพบว่าในแพลตฟอร์ม Facebook มีชื่อว่า “สำนักงานช่วยเหลือเหยื่อคดีทางออนไลน์” โดยมีกลุ่มเป้าหมายเพื่อหลอกลวงซ้ำกับคนที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีต่าง ๆ หรือกรณีที่ซื้อสินค้าไม่ได้รับสินค้าหรือสินค้าไม่ตรงปกเป็นจำนวนมาก "กระบวนการเหล่านี้จะเปิด Facebook แฟนเพจและขึ้นหน้าเพจว่าเป็นองค์การไม่แสวงหากำไรเพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่โดนหลอกลวงทางออนไลน์โดยจะให้แอด LINE กับทนายความ โดยระบุว่าจะมีทีมทนายให้การช่วยเหลือเมื่อขบวนการมิจฉาชีพได้รับเรื่องจากผู้ที่เป็นเหยื่อก็จะส่งต่อให้กับกลุ่มมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นตำรวจจากหลายหน่วยงานซึ่งจากการตรวจสอบพบมีการส่งบัตรข้าราชการตำรวจให้เหยื่อได้หลงเชื่อ จากนั้นจะทำงานเป็นทีมเพื่อหลอกลวงให้ผู้ที่โชคร้ายอยู่แล้วต้องโชคร้ายซ้ำสอง โดยคณะทำงานได้ ตรวจสอบบัตรประจำตัวตำรวจดังกล่าวไม่ปรากฏว่าเป็นตำรวจจริง และได้ตรวจสอบพบว่าชื่อ ทนายความดังกล่าวไม่ปรากฏอยู่ในสารบบของทะเบียนทนายความ" เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆนายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้คณะทำงานได้ส่งเรื่องให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบและจับกุมกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้อยู่ ทั้งนี้ขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อในกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการแอบอ้างผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok Instagram และ Facebook ซึ่งเป็นช่องทางที่กลุ่มมิจฉาชีพนิยมใช้เพื่อชักจูงให้หลงเชื่อและโอนเงินทั้งนี้ อย่าโอนเงินให้บุคคลหรือเพจที่ไม่น่าเชื่อถือโดยเด็ดขาด และหากพบเบาะแสหรือพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน 1111 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล หรือทาง อีเมล jirayu9000@gmail.com เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว

เตือนภัย! มิจฉาชีพ ลวงข้าราชการบำนาญกรอกข้อมูล-ลงนาม PDPA
อ่าน

เตือนภัย! มิจฉาชีพ ลวงข้าราชการบำนาญกรอกข้อมูล-ลงนาม PDPA

นางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ได้รับแจ้งจากอดีตผู้บริหารและข้าราชการบำนาญหลายท่านว่ามีเจ้าหน้าที่ติดต่อให้มาลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยให้มาดำเนินการที่หน่วยงานต้นสังกัด หรือกรมบัญชีกลาง หรือกระทรวงการคลัง แล้วแต่กรณี และในบางกรณีให้ส่งอีเมลยืนยัน กรมบัญชีกลางขอแจ้งว่า “กรมบัญชีกลางไม่มีนโยบายแจ้งให้ผู้รับบำนาญ มาดำเนินการกรอกข้อมูลหรือลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับ PDPA ตามที่มิจฉาชีพอ้าง” ดังนั้น ขอให้ท่านที่ได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว อย่าหลงเชื่อ ไม่ตอบกลับอีเมล หรือกดลิงก์ใด ๆ ตามที่ได้รับแจ้ง “กรมบัญชีกลางขอเน้นย้ำว่า “ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อข้าราชการ ผู้รับบำนาญหรือทายาทโดยตรง เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกรมบัญชีกลาง” ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งช่องทางการติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางที่เชื่อถือได้ ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (verified) เท่านั้น หรือสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ” โฆษกกรมบัญชีกลางกล่าว

เบิกเอง ตรวจเอง โกงซ้ำ 11 ครั้ง เขย่าศรัทธาระบบราชการไทย
อ่าน

เบิกเอง ตรวจเอง โกงซ้ำ 11 ครั้ง เขย่าศรัทธาระบบราชการไทย

เบิกเอง ตรวจเอง โกงซ้ำ 11 ครั้ง คดีค่าเช่าบ้านที่เขย่าศรัทธาระบบราชการในสังคมที่การทุจริตอาจแฝงตัวอยู่ในรูปแบบเรียบง่ายจนแทบไม่สะดุดตา การเบิกค่าเช่าบ้านโดยมิชอบของข้าราชการอาจถูกมองว่าเป็นเพียง “เรื่องเล็ก” ในระบบราชการขนาดใหญ่ แต่สำหรับหน่วยงานอย่างสำนักงาน ป.ป.ช. การปล่อยให้เรื่องเล็กหลุดรอด นั่นหมายถึงจุดเริ่มต้นของการสั่นคลอนต่อหลักธรรมาภิบาลในภาครัฐคดีเบิกค่าเช่าบ้านเท็จของปลัดเทศบาลในจังหวัดกาฬสินธุ์ คือกรณีศึกษาหนึ่งที่สะท้อนความซับซ้อนของการใช้อำนาจหน้าที่อย่างบิดเบี้ยว โดยบุคคลเดียวกันสวมสองบทบาท ทั้งในฐานะผู้ขอเบิก และผู้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารตนเอง การกระทำซึ่งนำไปสู่การเบิกงบประมาณแผ่นดินอย่างไม่ชอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าบทความนี้ถอดรหัสเบื้องหลังคดีดังกล่าวผ่านสายตาของ “นายนันทวัฒน์ นักษัตรจอมพล” พนักงานไต่สวนระดับสูง สังกัดสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ทำหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น เพื่อพิสูจน์ว่าความผิดเล็กน้อยในสายตาบางคน อาจซุกซ่อนโครงสร้างการทุจริตที่ขยายตัวอย่างเงียบงันในระบบราชการไทย.เริ่มต้นจากการตรวจสอบบัญชี สู่เงื่อนงำของการเบิกจ่ายอันไม่ชอบนายนันทวัฒน์ นักษัตรจอมพล พนักงานไต่สวนระดับสูง สำนักคดี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึง รายละเอียดของคดีเบิกค่าเช่าบ้านอันเป็นเท็จ โดยชี้ว่าคดีนี้เริ่มต้นขึ้นจากการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภูมิภาคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 2547 ซึ่งพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของข้าราชการในเทศบาลตำบลกมลาไสย และเทศบาลตำบลหนองแปน จังหวัดกาฬสินธุ์การตรวจสอบฎีกาเบิกเงินจากทั้งสองเทศบาลพบว่ามีการเบิกค่าเช่าบ้านที่ปรากฏหลักฐานครบถ้วนตามระเบียบทางราชการ แต่เมื่อตรวจสอบลึกลงไปกลับพบข้อเท็จจริงว่าเอกสารหลายฉบับที่ใช้ในการเบิกจ่ายนั้นเป็นเท็จ ซึ่งนำไปสู่การสืบสวนโดยสำนักงาน ป.ป.ช.เจ้าของบ้านเช่าตัวจริง คือ ภรรยาผู้เบิกประเด็นสำคัญที่ป.ป.ช. ตรวจสอบพบคือ ปลัดเทศบาลผู้ถูกกล่าวหาได้อ้างว่าเช่าบ้านเลขที่หนึ่งในจังหวัดขอนแก่นจากหญิงรายหนึ่งในราคา 2,000 บาทต่อเดือน แต่เมื่อไต่สวนข้อเท็จจริงกลับพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของภรรยาปลัดเทศบาลเอง ซึ่งซื้อพร้อมที่ดินผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์และจดจำนองไว้เรียบร้อย พฤติการณ์ทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการปลอมแปลงสถานะบ้านเช่าเพื่อเบิกงบประมาณแผ่นดินนอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังตรวจสอบพบว่าปลัดเทศบาลได้แนบเอกสารสัญญาเช่าที่มีลายเซ็นปลอมของผู้ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของบ้าน รวมถึงใบเสร็จรับเงินที่ไม่เคยมีการออกจริง ขณะที่ผู้หญิงคนดังกล่าวก็ให้การยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่เคยให้บ้านใครเช่า ไม่เคยรู้จักผู้เบิก และไม่เคยได้รับเงินจำนวนใดเลยจากการเช่าบ้านนั้น ผู้เบิกคือผู้ตรวจสอบเอง ซ้อนบทบาทผิดจริยธรรมความซับซ้อนของคดีนี้อยู่ที่บทบาททับซ้อนของปลัดเทศบาล ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้ยื่นขอเบิกค่าเช่าบ้าน ยังดำรงตำแหน่ง “ประธานกรรมการตรวจสอบการขอรับเงินค่าเช่าบ้าน” ตามคำสั่งเทศบาลอีกด้วยคณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วยปลัดเทศบาล, นายช่างโยธา และเจ้าหน้าที่ธุรการ รวม 3 คน ซึ่งมีหน้าที่ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเช่า ตรวจสอบกรรมสิทธิ์บ้าน ความเหมาะสมของราคาค่าเช่า และตรวจสอบว่าผู้ขอเบิกพักอาศัยอยู่จริงหรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่มีใครในคณะกรรมการลงตรวจพื้นที่จริง ทุกคนกลับลงนามรับรองว่าบ้านหลังนั้นเป็นของผู้ให้เช่าตามที่ระบุในเอกสาร ซึ่งกลายเป็นข้อมูลเท็จทั้งหมดเจตนาทุจริตอย่างเป็นระบบ 11 ครั้งซ้อนนายนันทวัฒน์ชี้ว่า ความผิดของจำเลยรายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่มีการยื่นเบิกเงินต่อเนื่อง 11 ครั้ง ทุกครั้งจะมีการแนบเอกสารที่ปลอมแปลงข้อมูลกรรมสิทธิ์และปลอมลายมือชื่อของผู้ให้เช่า รวมทั้งมีการลงนามรับรองโดยตนเองในฐานะหัวหน้าส่วนราชการว่าการเบิกจ่ายถูกต้องตามระเบียบการกระทำเช่นนี้จึงเป็นความผิดซ้ำซ้อนทั้งในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และในฐานะหัวหน้าส่วนราชการผู้รับรองความถูกต้องของเอกสาร ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. มองว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาทุจริตชัดเจนหลักฐานมัดแน่น ทั้งพยานบุคคลและเอกสารจากธนาคารในทางพยานหลักฐาน ป.ป.ช. ได้สอบปากคำผู้หญิงที่ถูกอ้างชื่อเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งให้การยืนยันว่าสัญญาเช่าและลายเซ็นไม่ใช่ของตน พร้อมทั้งตรวจสอบกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ซึ่งออกหนังสือยืนยันว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของปลัดเทศบาลและภรรยาเองหลักฐานทั้งหมดจึงชี้ชัดว่าไม่มีการเช่าบ้านเกิดขึ้นจริง อีกทั้งยังมีความพยายามจัดทำเอกสารเท็จเพื่อเบิกงบประมาณของรัฐโดยมิชอบ ผลเสียต่อระบบ และจริยธรรมราชการแม้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในคดีนี้จะอยู่ที่ 22,000 บาท แต่สำหรับนายนันทวัฒน์ เงินทุกบาทคือเงินภาษีของประชาชน และการกระทำเช่นนี้ส่งผลร้ายต่อระบบราชการในภาพรวม เพราะเมื่อผู้บังคับบัญชาเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง การตรวจสอบจากผู้ใต้บังคับบัญชาจึงแทบไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริงนอกจากนี้ ความกลัวอำนาจที่สามารถให้คุณให้โทษในสายบังคับบัญชา อาจทำให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างไม่กล้าเปิดเผยความจริง ปล่อยให้การทุจริตดำเนินต่อไปโดยไม่มีใครหยุดยั้งบทลงโทษจากศาล และการอุทธรณ์ของ ป.ป.ช.คดีนี้ถูกส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 โดยจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ศาลพิพากษาจำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 5,000 บาท และเมื่อพิจารณาประวัติว่าไม่เคยต้องโทษมาก่อนจึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 6 เดือน ปรับ 2,500 บาท และให้รอลงอาญาอย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. ได้ยื่นอุทธรณ์เพิ่มเติมในส่วนของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นปลัดเทศบาล เพื่อให้ศาลพิจารณาเพิ่มโทษอีก 11 กระทงตามจำนวนครั้งที่มีการเบิกโดยมิชอบ ซึ่งศาลอุทธรณ์เห็นพ้องว่าเป็นความผิดแยกกระทง และวินิจฉัยตามคำอุทธรณ์ของ ป.ป.ช.เปิดช่องทางแจ้งเบาะแส สร้างกลไกตรวจสอบในสังคมในตอนท้าย นายนันทวัฒน์กล่าวว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐพบเห็นพฤติกรรมไม่ชอบธรรม แต่ไม่สามารถเปิดเผยตัวเองได้ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ก็สามารถแจ้งเบาะแสต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ได้โดยตรงผ่านสายด่วน 1205 หรือส่งเอกสารโดยไม่ระบุตัวตน เพียงแจ้งพฤติการณ์และแนบพยานหลักฐานที่เพียงพอให้สามารถดำเนินการไต่สวนต่อได้“แม้จะเป็นเงิน 2,000 บาท แต่ถ้ามาจากการโกง นั่นไม่ใช่แค่ความเสียหายเชิงงบประมาณ แต่มันทำให้คนดีๆ ในระบบรู้สึกสิ้นหวัง และระบบราชการก็ไร้หลักยึด”คดีนี้ จึงไม่ใช่เพียงเป็นบทเรียนของการเบิกเงินโดยมิชอบเท่านั้น แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงรากของปัญหาที่แทรกซึมอยู่ในระบบราชการไทย เมื่อการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนตนสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีใครกล้าท้วงติงความเสียหายจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวเลข แต่ลุกลามไปถึงศรัทธาของประชาชนที่มีต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ความเชื่อมั่นที่ถูกบั่นทอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือ ความสูญเสียที่ไม่อาจตีราคาได้ และการปล่อยให้การทุจริต “เล็กน้อย” กลายเป็นเรื่องปกติ ก็คือจุดเริ่มต้นของการล่มสลายทางจริยธรรมในระบบราชการโดยไม่รู้ตัว

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
อ่าน

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์

อย่าหลงเชื่อ! กองสลาก สั่งล็อกเลข แจกรางวัลกระตุ้นเศรษฐกิจ
อ่าน

อย่าหลงเชื่อ! กองสลาก สั่งล็อกเลข แจกรางวัลกระตุ้นเศรษฐกิจ

ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการโพสต์และอ้างว่าสลากกินแบ่งฯ เปิดให้ประชาชนติดต่อรับข้อมูลแจ้งผลออกสลาก ผ่านท่านผู้ช่วย ผอ.สนง.สลากกินแบ่งนั้น เป็นการแอบอ้างใช้ชื่อและภาพของผู้อำนวยการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตสำหรับการออกรางวัลของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอน และไม่มีผู้ใดสามารถทราบผลรางวัลล่วงหน้าได้ ซึ่งพฤติกรรมการส่งข้อมูลว่าสามารถให้ผลสลากได้นั้น ไม่เป็นความจริง ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่หลอกลวง หรือแอบอ้างผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่าสามารถให้ตัวเลขที่ถูกรางวัลได้ ท่านอาจถูกหลอกลวงนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่มิชอบ รวมทั้งสูญเสียทรัพย์สินเงินทองได้ทั้งนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ https://www.antifakenewscenter.comเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว

ตำรวจเตือน! อย่าหลงเชื่ออีเมลปลอมอ้าง ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล
อ่าน

ตำรวจเตือน! อย่าหลงเชื่ออีเมลปลอมอ้าง ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพส่งอีเมลปลอมอ้างเป็น ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล ยันไม่มีนโยบายส่งหมายเรียกหรือหมายจับผ่านทางอีเมลสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกประกาศเตือนภัยประชาชน หลังมีการเผยแพร่ภาพอีเมลปลอมที่อ้างว่าเป็นหมายเรียกจากศาล โดยใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมแนบไฟล์ PDF เพื่อหลอกให้ผู้รับคลิกเปิด โดยในเนื้อหาอ้างว่าเป็นหมายเรียกจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้ผู้รับไปรายงานตัวตามที่อยู่ในเอกสาร จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อีเมลดังกล่าวมีลักษณะเป็นอีเมลปลอมที่จัดทำขึ้นโดยมิจฉาชีพ ซึ่งอาจแฝงมัลแวร์หรือเป็นกลลวงให้ประชาชนหลงเชื่อและคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยพล.ต.ต.ธนศักดิ์ มหาสุรศักดิ์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีนโยบายในการจัดส่งหมายเรียกหรือหมายจับทางอีเมล โดยหมายเรียกจากศาลหรือหมายจับจะถูกส่งผ่านช่องทางราชการเท่านั้น เช่น การส่งโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือส่งทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชน อย่าเชื่อ อย่าคลิก และอย่าตอบกลับอีเมลลักษณะดังกล่าว หากพบการกระทำต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ทางเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่www.thaipoliceonline.go.thทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเน้นย้ำว่า อย่าหลงเชื่อเอกสารใด ๆ ที่แอบอ้างหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะเอกสารที่แนบมากับอีเมล เพราะอาจเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพในการหลอกลวงหรือขโมยข้อมูลส่วนตัว

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
อ่าน

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ

ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ

เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมเป็นตำรวจ หลอกล็อกแอป SCB EASY
อ่าน

เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมเป็นตำรวจ หลอกล็อกแอป SCB EASY

ผู้เสียหายแชร์ประสบการณ์หลอกลวงแนวใหม่ มิจฉาชีพปลอมเป็นตำรวจ ล็อกแอป SCB EASY ผ่านข้อมูลส่วนตัว ทำเหยื่อหลงเชื่อสนิทมิจฉาชีพแฝงตัวเป็นตำรวจ ล็อกแอปธนาคาร หลอกเหยื่อโอนเงินผู้ใช้รายหนึ่งออกมาเตือนภัยผ่านโซเชียล หลังตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทรแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน พร้อมทั้งขอให้เดินทางไปให้ปากคำที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือสถานีตำรวจแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรีเมื่อผู้เสียหายแจ้งว่าไม่สามารถเดินทางได้ทันในวันดังกล่าว มิจฉาชีพจึงเสนอทางเลือกใหม่ให้ติดต่อสอบสวนผ่านแอปพลิเคชัน LINE โดยแอดไลน์และพูดคุยผ่านวิดีโอคอลทันที เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ ล็อกแอปจริง ส่ง SMS ปลอม หลอกเหยื่อสำเร็จระหว่างการสนทนา มิจฉาชีพได้ขอข้อมูลทางการเงิน เช่น จำนวนบัญชีธนาคาร และเสนอว่าต้อง "ระงับการใช้งานแอป SCB EASY ชั่วคราว" เพื่อป้องกันเงินรั่วไหล และขอให้ผู้เสียหายโอนเงินออกมาก่อนที่แอปจะถูกล็อกหลังจากนั้นไม่กี่นาที ผู้เสียหายก็ได้รับ SMS แจ้งว่าแอป SCB EASY ถูกระงับการใช้งานจริง และไม่สามารถเข้าใช้งานได้ตามปกติ ทำให้เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ๆ และเชื่อว่ามิจฉาชีพคือเจ้าหน้าที่รัฐใช้ข้อมูลเหยื่อยื่นเรื่องเองผ่านธนาคารผู้เสียหายเปิดเผยว่า มิจฉาชีพมีข้อมูลส่วนตัวครบถ้วน ทั้งชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ และช่องทางติดต่อ จึงสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการแจ้งธนาคารเพื่อ "ขอระงับการใช้งานแอป" ได้ โดยอ้างว่าเจ้าของบัญชีทำโทรศัพท์หายหรือต้องการความปลอดภัยเพิ่มเติมหลังจากโทรสอบถามธนาคารจึงพบความจริงว่า บัญชีไม่ได้ถูกอายัด แต่เป็นแอป SCB EASY ที่ถูกล็อกโดยคำขอผ่านช่องทางบริการของธนาคาร ซึ่งมิจฉาชีพดำเนินการแทนด้วยข้อมูลเหยื่อ ช่องโหว่ที่ต้องระวัง และวิธีป้องกันกรณีนี้แสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ด้านการตรวจสอบสิทธิ์ตัวตนในการแจ้งระงับแอปพลิเคชันผ่านระบบธนาคาร ที่อาจถูกใช้โดยผู้ไม่หวังดี หากมีข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของบัญชีครบถ้วนข้อควรระวังตำรวจไม่มีนโยบายแอดไลน์หรือวิดีโอคอลสอบสวนคดีธนาคารไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นแจ้งระงับแอปแทนเจ้าของบัญชีหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัวผ่านโทรศัพท์หรือโซเชียลหากได้รับ SMS หรือโทรศัพท์ต้องสงสัย ให้ติดต่อธนาคารด้วยตนเองหากสงสัยว่าเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ โทรแจ้ง 1441 หรือ www.thaipoliceonline.com

นายกฯ นัดหารือผลสอบตึกสตง. ถล่ม วันนี้ ย้ำภาพรวมเร่งอยู่ตลอด ไม่ได้ปล่อยมือ
อ่าน

นายกฯ นัดหารือผลสอบตึกสตง. ถล่ม วันนี้ ย้ำภาพรวมเร่งอยู่ตลอด ไม่ได้ปล่อยมือ

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าผลสอบตึกอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่มว่า จะมีการเรียกประชุมได้ในวันนี้ (18 เมษายน) โดยได้ขอข้อมูลทั้งหมดที่เป็นรูปเป็นร่าง ซึ่งจะดูว่ามีผลตอบรับอย่างไร เพราะตอนนี้ได้ข้อมูลมาเป็นชิ้นๆ ในภาพรวมเร่งอยู่ตลอด ย้ำไม่ต้องห่วง ไม่ได้ปล่อยมือไปไหนแน่นอน ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ที่ถล่มลงมา ว่า เบื้องต้นได้วางกรอบการสืบสวนไว้แล้ว โดยคณะกรรมการได้มารายงานต่อตน และนายกรัฐมนตรีแล้ว ตอนนี้พอที่จะทราบหนึ่งในสาเหตุที่ทางคณะกรรมการรายงานเข้ามาพุ่งเป้าไปที่การออกแบบก่อน ซึ่งตรงกับที่ศาสตราจารย์กิตติคุณ วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย ได้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ ที่ปล่องลิฟต์ไม่สมมาตร ซึ่งจะต้องคำนวณเชิงลึกเพื่อหาสาเหตุให้มั่นใจว่า ไม่มีข้อสงสัย และไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะเป็นเรื่องของวิศวกรรมศาสตร์ จะต้องถูกพิสูจน์ด้วยการคำนวณ ส่วนกรณีที่มีการพบว่าบริษัทผู้ควบคุมงานมีการปลอมลายเซ็น และใช้วิศวกรที่มีอายุมากถึง 85 ปี กล่าวว่า ในฐานะวิศวกรรู้สึกไม่สบายใจ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องวิชาชีพไม่ควรมีการปลอมลายเซ็นได้ หากเกิดขึ้นจริงถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ จะต้องมีการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยเร็วๆนี้จะมีการเชิญอธิบดีกรมโยธาธิการ และผังเมืองมาหารือว่า มีหน้าที่ควบคุมจรรยาบรรณของสายวิชาชีพหรือไม่ สภาวิศวกรที่เป็นคนออกใบอนุญาตให้กับหน่วยงานทางด้านวิศวกรรมก็ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ตนเองเป็นสภานายกพิเศษสภาวิศวกรก็ต้องดูเรื่องนี้ขณะที่ความคืบหน้าในการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรายละ 100,000 บาท ขณะนี้เงินทดรองได้ผ่านกรมบัญชีกลางแล้ว คาดว่าจะจ่ายเงินรอบแรกได้ในวันนี้ 18 เมษายน โดยปภ. จะมอบเงินเยียวยาให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตที่มีภูมิลำเนาในกรุงเทพฯ ในส่วนต่างจังหวัดท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้มอบต่อไป

ลูกเจ็บแม่เจ็บกว่า! "แม่คะน้า" ร้องไห้ เผยถ้าเตือนลูกคงไม่โดน"ไฮโซเก๊" หลอก!
อ่าน

ลูกเจ็บแม่เจ็บกว่า! "แม่คะน้า" ร้องไห้ เผยถ้าเตือนลูกคงไม่โดน"ไฮโซเก๊" หลอก!

คะน้า ริญญารัตน์ ขอควง แม่เอ๋ เปิดใจครั้งแรก หลังเปิดโปง ไฮโซเก๊ โลกสองใบ สร้างโปรไฟล์กำมะลอ จนถูกจับกุม ผู้เสียหายรอจ่อคิวแจ้งความอีกเพียบ พร้อมขอเคลียร์ชัดๆ หลังมีกระแสตีกลับ บูลลี่คู่กรณี คบเพราะเงิน ยอมรับเปิดใจ หาก ส.ส.ไผ่ ลิกค์มาจีบ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี เป็กกี้ ศรีธัญญา และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ลูกเจ็บแม่เจ็บกว่า! "แม่คะน้า" ร้องไห้ เผยถ้าเตือนลูกคงไม่โดน"ไฮโซเก๊" หลอก! ล่าสุดไฮโซมิจจี้โดนข้อหาอะไรบ้าง? คะน้า : ตอนนี้โดนข้อหาเก่าของเขา คดีที่ผู้เสียหายรวมถึงตัวเราไปแจ้ง ศาลยังไม่ได้ตัดสิน แต่หลักๆ ที่คิดว่าจะโดนคือ 112 แน่ๆ แอบอ้างเบื้องสูง แอบอ้างการใช้เครื่องแบบข้าราชการ คดีฉ้อโกงด้วยค่ะ ฉ้อโกงคนอื่น มีผู้เสียหายกี่คนที่โดนเขาหลอก? คะน้า : ที่ทักมาทางหนู ทางพี่กัน จอมพลัง ทางรายการโหนกระแส ก็ประมาณเกือบ 20 ค่ะ มีทั้งมาเล่าประสบการณ์ว่าเจออะไรบ้าง บางคนอยากเอาผิดแต่ไม่ขอให้สัมภาษณ์ หรือแสดงตัวค่ะ คนนึงมีลูกด้วย ไม่อยากออกมา? คะน้า : มี 2 คนค่ะ ตั้งแต่รู้จักไฮโซมิจจี้ ถูกเขาหลอกอะไรบ้าง ทริกในการหลอกของเขามาทำแบบไหน? คะน้า : จริงๆ เหยื่อทุกคนให้สัมภาษณ์เหมือนกันว่าเขาเทคแคร์ดูแลใส่ใจดี รัก มีเวลาให้ต่างๆ มักมาถูกจังหวะ อย่างเมื่อวานคุณหมอบอกว่ามาตอนโสด อกหัก พ่อป่วย อย่างเราก็เพิ่งอกหักพอดี ถูกจุดถูกจังหวะ แล้วเขาเริ่มสรรหาวิธีการที่จะเอาเงินด้วยวิธีการต่างๆ ของหนูมีการแอบอ้างนายกฯ ให้เราโอนเงินไปเป็นของขวัญให้ท่านนายกฯ เขากุเรื่องต่างๆ ว่าเราเกี่ยวพันกับคดีฟอกเงิน เราก็งงว่าเราไปเกี่ยวได้ยังไง เขาอ้างว่าแฟนเก่าเราไปเกี่ยวข้องคดีฟอกเงิน ซึ่งมันจะสาวถึงเรา เขาแอบอ้างปปง.ว่าเดี๋ยวจะไปปปง.กัน เขาจะขอเส้นทางการเงินของหนู เส้นทางการเงินส่วนตัวของหนู หลอกดูว่าเรามีเงินเท่าไหร่ หนูคิดว่าถ้าหนูได้ไป ปปง.จริงๆ เขาอาจเรียกทรัพย์เพิ่มว่าเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เหมือนหลายเคสเจอ จะช่วยเรื่องนั้นเรื่องนี้ ขอเงินไปทำอันโน้นอันนี้ แต่ไม่ได้ทำจริง เราโชคดีที่รู้ก่อน 1 วันก่อนไปปปง. เราเลยไม่ไป คะน้าเจอในแอปฯ หาคู่ของอะไร? คะน้า : CMB ค่ะ ในนั้นเรากดไลก์คนอื่นก็ได้ หรือเขากดไลก์เราก็ได้ แต่ส่วนใหญ่หนูจะไม่กดไลก์ใคร แต่ก็จะมีคนกดไลก์มาอยู่แล้ว พอกดไลก์มันก็จะเปิดให้คุยกัน ตอนนั้นไม่ได้คุยนะคะ ทิ้งเวลายาวมาก จนก.พ. ที่ได้มาคุยกัน เพราะเลิกกับแฟน คะน้าสวยมาก เป็นดารา ไม่มีคนปกติมาจีบเหรอ ทำไมต้องเล่นแอปฯ หาคู่? คะน้า : มันเป็นฟีลลิ่งเพื่อนชวน เล่นก็ได้ คนที่เล่นก็เป็นไฮโซเหมือนกัน เป็นคนตระกูลดีๆ เขาก็เข้าไปเล่นนะ คนดีๆ ก็มีให้เล่นแหละ แต่เราดวงซวยเองที่ไปเจอมิจจี้ เท่าที่ทราบตอนหลังเขาเล่นทุกแอปฯ ที่มีอย่างนี้เลยค่ะ ตอนนั้นไม่ได้แนะนำตัวอะไรเยอะ แค่แลกไอจีกัน คุยกันนาน เขาพยายามคุยกับเราฝ่ายเดียว ตั้งแต่ม.ค. แต่ตอนนั้นเรามีแฟนอยู่ เราไปเล่น CMB ช่วงนั้นเราก็โสด เพิ่งเลิกกับแฟน แล้วกลับมาคบแฟนเก่า และได้เลิกกันจริงจังช่วงก.พ. พอเลิกเราก็เริ่มเปิดใจคุยกับหลายๆ คน ยอมรับว่าตอนนั้นคนเข้ามาจีบเยอะ แต่เขาเป็นคนเดียวที่จริงจังกับเราที่สุด ดูมีเวลาให้ ใส่ใจ เทคแคร์ จีบจริงจังมากกว่าทุกคน โปรไฟล์เขาเท่าที่จำได้ ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่ได้ใส่แบรนด์เนม สุดท้ายก็นัดเจอกัน? คะน้า : ครั้งแรกก็ 14 ก.พ. เขาเอาดอกไม้มาให้ฟีลนั้น หลังจากนั้นก็เจอกันทุกวัน แรกๆ ชวนไปกินข้าวไปโน่นไปนี่ แม่เจอครั้งแรกรู้สึกยังไง? แม่เอ๋ : ครั้งแรกที่แม่เจอ เขาเอารถนำขบวนมาเลย เล่นใหญ่ เราคนแก่ ใครจะกล้าเล่นใหญ่ขนาดนี้ เราก็เข้าใจว่าเรื่องจริง เราไม่ได้เอ๊ะเลย รปภ.ตะเบ๊ะพอมาถึงหน้าบ้านแม่ แม่เป็นประธานหมู่บ้าน คุณเอ๋ครับ คุณเอ๋ไปสร้างวีรกรรมอะไรครับ รถตร.มาอยู่หน้าบ้าน เราก็เอ๊ะ นั่งดูกล้อง โอ้โห เล่นใหญ่ไฟกระพริบ เราก็พูดกับคะน้า เขาบอกหนูกำลังคบกับคนนี้อยู่ วันที่ 14 มีกุหลาบช่อเบ้อเร่อเลยส่งมาให้ นั่นคือวันแรกที่ได้เจอกัน ความรู้สึกคะน้าเป็นไง? คะน้า : อึดอัดค่ะ ว่าทำไมต้องเบอร์นี้ แต่เราก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร เห็นเขาใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์แบบนี้ เราก็โอเค เหมือนเราก็ยอมรับได้ถ้าเรารักเขา ก็ต้องยอมรับในไลฟ์สไตล์ของเขา แต่รู้สึกว่ามันก็อึดอัด ดูเวอร์ๆ ไม่ได้ชอบค่ะ ตอนแรกแม่ไม่โอเคกับผู้ชายคนนี้เลย? แม่เอ๋ : เขาดูแปลกๆ บอกไม่ถูก เคยไปกินข้าวด้วยกันครั้งนึงแม่ก็เอ๊ะตั้งแต่เขาตั้งหน้าตั้งตาเอาใจคะน้าคนเดียว ปกติเราจะจีบลูกสาวใคร ต้องตักให้แม่ ถ้าไม่ตักก็ไม่ต้องตัก แต่นี่เราก็นั่งกินไปสิ แต่เขาก็ตักให้แต่ลูกสาวเรา เราก็เอ๊ะ แล้วก็ไปพูดกับเด็กๆ ว่าไอ้คนนี้มันแปลกเนอะ ก่อนมีคะน้าต้องมีแม่ก่อน จะจีบลูกสาวก็ต้องให้ได้ใจแม่ก่อน แม่ไปพูดกับเด็ก เด็กไปพูดกับเลขาฯ คะน้า เลขาฯ ก็ไปพูดให้ฮอตฟัง ตั้งแต่นั้นมา ทุเรียนก็มา ทุกสิ่งอย่างมาหมด ของชิ้นใหญ่สุดที่ซื้อให้คือตู้เย็น? คะน้า : ไม่จริงค่ะ แม่เอ๋ : ไม่เคยได้อะไรเลยค่ะ คะน้า : ที่บ้านมีตู้เย็นค่อนข้างใหญ่อยู่แล้ว ไม่ได้ขาดแคลนค่ะ (หัวเราะ) แม่เอ๋ : แม่แค่เอาใจแม่ มีทุเรียนบ้าง แม่เดินทางไปต่างประเทศ มีรถตู้รับส่งไปสนามบิน? คะน้า : เอาอัลพาร์ตมารับแม่ แม่เอ๋ : ตีสี่มารับแม่ มันแปลกไปมั้ย เอารถตู้มารับเรา ถ้ามาปกติเราก็ยังเตือนลูกสาวว่ามันแปลก แต่นี่เขามาแบบมีรถนำขบวน มันไม่มีใครกล้าเล่นใหญ่ขนาดนี้ เพราะโทษมันหนัก เราเชื่อไปแล้วก็เลยไม่ได้เอ๊ะอะไร เดือนแรกใจฟูมาก ดูแลดีมาก? คะน้า : เจอทุกวัน เป็นคนปากหวาน ทุกอย่างที่ผู้หญิงคิดใฝ่ฝันต้องการจากผู้ชาย เขาสามารถทำได้ ไปไหนถือของให้ ถือกระเป๋าให้ เปิดประตูให้ ใส่ใจทุกอย่าง ตื่นเช้ามาทัก ก่อนนอนก็บอก ตอบแชตเร็ว ดูใส่ใจและทุ่มเทกับเรามากๆ แม่เอ๋ : อีกเรื่อง แม่เคยเจอเขาใส่ชุดขาวมา เขาบอกว่าจะพาเข้าวัง เขาถือชุดลูกสาวลงจากบันได อารมณ์มีผู้ชายถือชุดลูกสาวเรา เราก็คิดว่าโอ้โห เขาบอกเขาใกล้ชิดคนในวังเลย คนเป็นแม่ นึกออกมั้ยคะ วินาทีไฮโซมิจจี้ขอแต่งงาน? แม่เอ๋ : ตอนนั้นเอ๊ะก่อน มิจฉาชีพเขาจะกระชับลูกเราเลย เช้ามารับ แล้วจะหนีบไปเลย กลับประมาณ 4-5 ทุ่ม แม่ก็โทรหาน้องคะน้าเที่ยงคืนแล้วนะ น้องก็บอกว่าจะกลับแล้ว ก็มีรถนำขบวนมา สักพักเดือนนึงเขาบอกจะแต่ง เราก็เอ๊ะทำไมมันเร็วจัง เขาบอกแม่หมายกำหนดการออกมาแล้ว แม่ก็เลยอารมณ์โอ้โห จะยังไง 1 เดือนเองนะลูก มันไม่เอ๊ะตั้งแต่รถนำขบวน ทั้งหมายกำหนดการ มันน่าเชื่อไปหมด คะน้าคิดในใจมั้ย เขาทำงานอะไร? คะน้า : เขาบอกเราว่าเป็นเจ้าของจิวเวลรี่ นำเข้าส่งออกจิวเวลรี่ ทำงานเป็นข้าราชการ ทำงานในวัง แต่ช่วงอยู่กับหนูเขาบอกเขาโดนพักราชการ เป็นเพราะหนู เพราะอ้างว่าแฟนเก่าหนูไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน เส้นทางการเงินนี้ การที่หนูไปพัวพัน ทำให้เขากระทบกับหน้าที่การงาน เลยโดนพักราชการไป รดน้ำสังข์พระราชทาน เขาก็ทำเป็นใบมาให้เลย? แม่เอ๋ : ใช่ ใครจะกล้า แอบอ้างเบื้องสูง โทษมันหนัก ไม่งั้นเราก็คงเอ๊ะ เตือนลูก ทุกวันนี้เรายังร้องไห้เสียใจว่าเราอายุขนาดนี้ ทำไมเราไม่เตือนลูก เราไปเห็นดีเห็นงามทำไม เราควรเอ๊ะมากกว่าลูก เขาขอคะน้าแต่งงาน คะน้าก็โอเค? คะน้า : หลายคนเข้าใจผิดว่าเราแต่งงาน จริงๆ ไม่ใช่ มันเป็นเรื่องการขอน้ำสังข์พระราชทานสมรส การลงแหวนในรูปเขาก็บังคับให้เราลง เขาบอกลงให้พี่หน่อย พี่ไม่อยากให้ใครมายุ่งกับเรา อยากแสดงความเป็นเจ้าของ พอได้รับพระราชทานน้ำสังข์ มันก็บีบบังคับเรา ใครจะกล้าปฏิเสธ แอบอ้างมีการจ่ายเงินให้เบื้องสูงไปแล้วด้วย เราก็รู้สึกว่าภาวะจำยอม ต้องรับพระราชทานน้ำสังข์ก่อน เราขอเขาว่างานแต่งขอปีหน้าหรือสิ้นปีได้มั้ย เพื่อรอดูกัน ถ้ามีอะไรเอ๊ะก็ยังสามารถไม่แต่งงานได้ เลื่อนออกไปได้ ตอนนั้นเขาก็พยายามเร่งว่า มิ.ย. มั้ย แม่ตัดชุดหรือยัง? คะน้า : คะน้าบอกว่าแม่หนูหาห้องเสื้อแล้ว ไปตัดกับทีมญาติๆ ของเรา ก็ยังไม่ได้ตัด เพราะรู้เรื่องก่อน แค่เดือนกว่าไงคะ คะน้าแต้มบุญเยอะเพราะเขากตัญญู ก็บอกว่าถ้าไม่กตัญญู วันนี้เธอโดนไปหมดตัวแล้ว บ้านก็ไม่เหลือ เพราะเขาตั้งใจมาเลย เขาบีบคะน้าจนไม่มีเวลาให้คิด พูดได้เลยว่าไอ้นี่วางแผนมาแล้ว และรู้ว่าอยู่กันสองคนแม่ลูก แม่เลี้ยงลูกมาคนเดียว เหนื่อยยาก มาเจอแบบนี้ แม่รู้สึกยังไง? แม่เอ๋ : เขาเจ็บ แม่เจ็บยิ่งกว่า (ร้องไห้) เจ็บตรงที่แม่ควรจะเตือนเขา แม่ไม่เอ๊ะสักนิด แม่แล้วแต่ลูกเลย เราดูคนชั่วไม่ออก เราเจ็บใจตรงนี้ มันทำให้เราแล้วแต่ลูก ปกติคนอื่นมา เขาแทบจะเลิกแฟนเพราะเรา เพราะเราสกรีนซะจน... คะน้า : แม่จะสกรีนว่าคนนี้คบได้ คนนี้คบไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เราก็เชื่อแม่หมด แต่คนนี้ส่วนนึงแม่ก็ชอบ เขาดีนะ ทำให้เรายิ่งมั่นใจ เพราะแม่เราดูผ่านแล้ว เราก็มั่นใจขึ้น แม่รู้สึกผิดขนาดไหน? แม่เอ๋ : แม่ผิดมาก ถ้าแม่เตือนลูก ลูกแม่จะไม่โดนแบบนี้ (ร้องไห้) มีกระแสตีกลับด้วย หนักสุดคืออะไร? แม่เอ๋ : คุณป้าข้างบ้าน มันเจ็บจี๊ด คะน้า : คอมเมนต์ไปในทิศทางเดียวกัน สมน้ำหน้าเรา สมควรโดนแล้ว อยากเป็นเมียรัฐมนตรีเหรอ คบคนที่เงินไง คิดว่าเขารวย ต่างๆ นานา หลายๆ คนก็โหนกระแสเรา ทำคลิปออกมาด่าเรา อย่างเช่นเน็ตไอดอลบางคน แม่เอ๋ : เน็ตไอดอลประตูน้ำ ซึ่งแม่เจ็บปวดหัวใจมาก แม่คิดว่าแม่จะฟ้องดีมั้ย ถ้าเขามีลูกจะเข้าใจ ถ้าเขาเจอเหมือนเรา เขาจะเป็นยังไง แม่คิดว่าจะฟ้อง คงไม่ให้ลูกแม่โดนด่าฟรีหรอก เขาไม่รู้ความจริง ลูกคบกับไอ้มิจฉาชีพนี่แค่เดือนเดียว คะน้า : หนูรู้ตั้งแต่เดย์วันเลย ว่าถ้าหนูออกมาพูด หนูต้องโดนกระแสสังคมแบบนี้แน่นอน แต่ไม่คิดว่ามันจะแรงขนาดนี้ ไม่คิดว่าคนจะโจมตีเราขนาดนี้ เราต้องใช้ความกล้ามากนะคะ อย่างที่บอกเราอยู่เงียบๆ เก็บเรื่องเราเงียบๆ เราก็ไม่ต้องอาย โดนหลอกขนาดนี้ทำไมโง่จัง แต่เราก็เลือกออกมาพูด เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่อยากให้เขาเป็นภัยสังคมต่อคนอื่น และเริ่มรู้ว่ามีเหยื่อบางคนโดนหลอกมาก่อนหน้าเรา ทำให้เราคิดว่าไม่ได้แล้ว ตอนนั้นติดต่อพี่กัน จอมพลังให้ช่วยตรวจสอบให้หน่อย ก็ขอบคุณพี่กัน จอมพลังและพี่หนุ่ม กรรชัยจริงๆ ที่ทำให้เรื่องราวนี้ถูกเปิดโปงออกมา หนูพูดตรงๆ ถ้าไม่ใช่เราออกมาพูด เราอาจได้ฟีลลิ่งว่าเป็นนักแสดง เราคุยกับเหยื่อบางคน เจ็บแค้นมา 7-8 ปี แจ้งความไปเรื่องไม่เดินเลย มาเดินวันที่หนูออกมา พอหนูเริ่มออกมาพูดปุ๊บ เหยื่อผุดปึ้งๆ นี่คือสิ่งที่ทำให้หนูฮีลใจตัวเอง จากการเจอคอมเมนต์แย่ๆ เพราะเหยื่อหลายคนก็ขอบคุณเรา ถ้าพี่ไผ่ ลิกค์ มาจีบ คะน้าโอเค? คะน้า : จริงๆ คะน้าเล่าในไลฟ์ คนเมนต์เยอะมาก เป็นกระแสเพราะพอนักข่าวสัมภาษณ์หนูข้างล่างตึก หนูก็บอกว่าหนูได้คุยกับพี่ไผ่ ลิกค์แล้ว พี่ไผ่ทักมา พี่กันก็แซวเพิ่มอีก โทรศัพท์คุยกับพี่ไผ่ ลิกค์อีก คนเข้ามาในไลฟ์ก็จับจิ้น อยากให้จีบกันจริง เมนต์เยอะมาก มีเมนต์นึงถามว่าพี่ไผ่ ลิกค์จีบมั้ย เราก็พูดเล่นๆ ว่าเอาดิ๊ ไม่ติด จะให้หนูตอบว่าไม่เอา แบบนี้เหรอ มันก็เสียมารยาทค่ะ สเปกมั้ย? คะน้า : หนูเชื่อว่าหลายๆ คนเห็นอยู่แล้วว่าพี่ไผ่ เขาดีกับแฟนเก่าเขามากๆ ตอนคบก็ดูรัก ดูแลดี ดูอบอุ่น เลิกกันไปก็ปกป้อง ดูแลตลอด พูดเรื่องดีๆ ถึงกันตลอด เป็นสุภาพบุรุษ ก็คิดว่าผู้หญิงหลายคนน่าจะชอบ อย่างพี่ไผ่ ลิกค์ แม่โอเคมั้ย? แม่เอ๋ : ก็ขอโทษพี่ไผ่ ลิกค์ที่น้องเอาพี่ไผ่ไปอ้าง คะน้า : เราไม่ได้ตั้งใจจะเปรียบเทียบ ตอนนั้นในรายการหนูพูดว่าเราก็ไม่คิดว่าคนหน้าตาแบบนี้จะนิสัยอย่างนี้ เราคิดว่าลองคบคนที่ไม่ใช่หน้าตา เผื่อได้แบบพี่ไผ่ ลิกค์ คนก็เลยมองว่าเราเหมือนเป็นการบูลลี่พี่ไผ่ (หัวเราะ) จริงๆ มีการคุยกันในดีเอ็มแต่ไม่ใช่เชิงชู้สาวนะคะ เดี๋ยวคนเข้าใจผิด ก็อยากขอโทษจริงๆ หนูไม่ได้ตั้งใจเอาพี่ไปเปรียบเทียบกับคนแบบนั้น มีนนิ่งหนูพูดถึงความดีของเขา เราอาจพูดตรงๆ ว่าพี่ไผ่อาจไม่ได้หล่อณเดชน์ เจมส์จิ เรามองว่าคนที่เขาไม่ได้หล่อมาก เขาดีขนาดนี้ ฟีลนั้นมากกว่า แต่ขอคอนเฟิร์มว่าพี่ไผ่ ดีกว่าไอ้ฮอตแน่นอน ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ประวัติ คะน้า ริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ

จีนผ่อนปรนกฎ "จดทะเบียนสมรส" หวังคนรุ่นใหม่แต่งงานมากขึ้น
อ่าน

จีนผ่อนปรนกฎ "จดทะเบียนสมรส" หวังคนรุ่นใหม่แต่งงานมากขึ้น

จีนได้แก้ไขกฎระเบียบการจดทะเบียนสมรสเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ออกกฎระเบียบการจดทะเบียนสมรสเมื่อปี 2003 โดยมีการลดปริมาณงานเอกสารและเพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือกพื้นที่จดทะเบียนสมรส ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. 2025 เพื่อส่งเสริมคนรุ่นใหม่แต่งงานกันมากขึ้นกฎระเบียบใหม่ระบุว่าคู่สามีภรรยาบนแผ่นดินใหญ่ของจีนที่ต้องการจดทะเบียนสมรสจะใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชน กอปรกับใบรับรองที่มีการลงนามยืนยันสถานะโสดและไม่มีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดทางสายเลือดภายในสามชั่วอายุคน โดยไม่ต้องแสดงทะเบียนบ้านอีกต่อไปนอกจากนั้นคู่สามีภรรยาบนแผ่นดินใหญ่ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนสมรส ณ สำนักทะเบียนตามพื้นที่ที่มีสถานะพำนักถาวร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะขณะพลเมืองชาวจีนเลือกใช้ชีวิตและทำงานอยู่นอกบ้านเกิดตามทะเบียนบ้านของตนเองกันมากขึ้น

สรุปไลฟ์ “คะน้า” โดนหนุ่มโลกสองใบลวงวิวาห์เผยอ้างเบื้องสูงเข้าข่ายภัยสังคม
อ่าน

สรุปไลฟ์ “คะน้า” โดนหนุ่มโลกสองใบลวงวิวาห์เผยอ้างเบื้องสูงเข้าข่ายภัยสังคม

สรุปไลฟ์ คะน้า โดนหนุ่มโลกสองใบลวงวิวาห์เผยอ้างเบื้องสูง เข้าข่ายภัยสังคม จากกรณีที่ คะน้า ริญญารัตน์ ดารา 7 สี ร้อง กัน จอมพลัง ให้ช่วยเหลือหลังโดนหลอกหลงเชื่อจากหนุ่มมิตรจี้ หลอกให้รัก แพลนวิวาห์แต่สุดท้ายไม่มีจริง ภายหลังทราบว่าหนุ่มคนนี้ มีโลกสองใบและหลอกเอาทรัพย์ของดาราสาวด้วย แถมยังหลอกสร้างแชทของเจ้าหน้าที่ตำรวจแอบอ้างเบื้องสูงด้วย ล่าสุด คะน้า ริญญารัตน์เธอเผยว่า ได้เจอผู้ชายคนนี้ผ่านแอฟหาคู่ หายไป กลับมาคุย กุมภาพันธ์ เปิดใจคุยกับเขา เขาเดินหน้าจีบเราจริงจังมากที่สุด เขาดูน่าเชื่อถือ เข้ากันได้กับเรา ก็พัฒนาความสัมพันธ์ เขาบอกว่าทำงานกับรัฐบาล ทำงานกับเบื้องบน เป็นการแอบอ้าง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เอาชื่อเขาไปเช็คในเน็ตก็ไม่ขึ้นชื่อ โปรไฟล์ ไอจีเขา ถ่ายรูปกับคนมีชื่อเสียงหลายคน พาเราไปเจอคนใหญ่คนโตหลายคนเราก็หลงเชื่อ เขาก็บอกว่าอยากแต่งงาน มีสมรสพระราชทานออกมา มีแพลนโรงแรมเราก็ไม่กล้าขัด ชื่อเรา ชื่อเบื้องบน ของที่เขาให้ สินสอดเราก็เก็บไว้ พอรู้เขามีโลกสองใบเราก็ประกาศเลิกทันที ถอนหมั้นเลย ตามที่เป็นข่าว เอาเราไปพูดเสียๆ หายๆ หลายที่ เรื่องเงินเขาบอกว่าแฟนเก่าเราฟอกเงิน เราก็กลัว เกี่ยวอะไรกับเรา มีการหลอกโอนเงินซื้อของขวัญให้นายก 98000 หลังเกิดเรื่อง ไม่ได้ติดต่อเขาเลย พอเราติดต่อทางกัน เขาก็หายไป ไม่รู้เขารู้หรือยัง จริงๆ กังวลเรื่องความปลอดภัย เขารู้เรื่องเราเยอะ ตอนแรกจะเงียบ แต่ผู้หวังดีบอกว่าเราอาจจะถูกทำร้ายร่างกาย ก็เลยทักไปทางพี่กัน แล้วรู้ว่ามีผู้เสียหายท่านอื่นๆอีก ก็เลยเปิดเรื่องนี้ หลังจากนี้เขาขอเคลืยร์ก็คือไม่เคลียร์อะไร เราเสียหายมาก แล้วมีเหยื่ออีกเยอะ ไม่อยากให้เขาไปทำกับใครอีก รู้สึกว่าเราต้องออกมาแอคชั่น เขาเป็นภัยสังคม

กงสุลใหญ่แอลเอ ไม่เปิดรับบริจาคช่วยไฟป่า ระวังมิจฯ แอบอ้าง
อ่าน

กงสุลใหญ่แอลเอ ไม่เปิดรับบริจาคช่วยไฟป่า ระวังมิจฯ แอบอ้าง

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ออกประกาศเตือนประชาชน กรณีพบกลุ่มบุคคลใช้ชื่อสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ในการเปิดรับเงินบริจาคช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยจากไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ว่า สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเปิดรับเงินบริจาคดังกล่าว และไม่มีนโยบายที่จะเปิดรับเงินบริจาคจากประชาชนเพื่อนำไปบริหาร แจกจ่ายช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า เนื่องจากระดับความรุนแรงของผลกระทบที่แต่ละบุคคลได้รับ มีความแตกต่างหลากหลาย ดังนั้น การจัดสรรเงินบริจาคให้ผู้ประสบภัย แต่ละรายอย่างเป็นธรรม จำเป็นต้องนำปัจจัยและความแตกต่างข้างต้นมาประกอบการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งและการโต้เถียงระหว่างผู้ได้รับผลกระทบด้วยกัน ทั้งนี้ หากสถานการณ์เลวร้ายลง สถานกงสุลใหญ่ฯ ขอยืนยันว่า ได้เตรียมแผนรองรับเพื่อดูแลสวัสดิภาพของคนไทยไว้แล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับช่องทาง ในการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐฯสำหรับการมาตรการฟื้นฟูในระยะยาว ซึ่งจะเริ่มมีความชัดเจนขึ้นหลังจากสถานการณ์ไฟป่าคลี่คลายลง ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าสามารถติดต่อแจ้งเหตุ ขอคำแนะนำ และขอความช่วยเหลือเฉพาะหน้าได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของสถานกงสุลใหญ่ฯ โทร 323-962-9574 และ 323-580-4222ภาพจาก:AFP

รู้จักแอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย!
อ่าน

รู้จักแอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย!

สำหรับคนไทยที่กำลังเดินทางไปต่างประเทศ หรืออาศัยอยู่ในต่างแดน การเตรียมตัวให้พร้อมเรื่องเอกสารสำคัญอย่าง พาสปอร์ต ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก็มีแอปพลิเคชันที่ชื่อ Thai Consular ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ช่วยเหลือที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาเกี่ยวกับพาสปอร์ต บอกเลยว่าสะดวก และใช้งานง่ายสุดๆ! แอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย! ฟีเจอร์ของแอป Thai Consular 1. หาจุดทำพาสปอร์ตได้ในไม่กี่คลิก ไม่ต้องเสียเวลาหาเองอีกต่อไป เพราะแอปนี้จะแสดงจุดบริการทำพาสปอร์ตที่ใกล้ที่สุด ทั้งในไทย และต่างประเทศ 2. ติดต่อสถานทูตไทยทั่วโลก ฟรี! มีปัญหาเร่งด่วน ไม่ว่าจะพาสปอร์ตหายหรือเรื่องอื่นๆ สามารถติดต่อสถานทูตไทยได้ทันทีผ่านแอป โดยใช้การโทรแบบอินเทอร์เน็ต (VoIP) ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าโทรแบบ Roaming สามารถโทรผ่านแอปนี้ได้เลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อสถานทูตนั้นๆ เพื่อทำการช่วยเหลือ 3. แจ้งพาสปอร์ตหายได้ง่ายๆ หมดยุคที่ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ! หากพาสปอร์ตหายในต่างแดน คุณสามารถไปที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในพื้นที่เพื่อแจ้งข้อมูลสูญหาย และขอทำเล่มใหม่หรือเอกสารเดินทางฉุกเฉินได้ทันที แต่ก่อนใครเคยทำพาสปอร์ตหาย และจะไปขอทำเล่มใหม่ คงรู้กันดีว่าจะต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก่อน แล้วจึงนำใบแจ้งความไปขอทำเล่มใหม่ ซึ่งคนที่เคยทำหายจะเข้าใจว่าการไปติดต่อสถานีตำรวจในต่างแดนนั้นยุ่งยาก และลำบากในการสื่อสารขนาดไหน ซึ่งทางกรมการกงสุลได้จัดทำแบบฟอร์มเพื่อบันทึกข้อมูลพาสปอร์ตสูญหาย สามารถไปที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลทุกแห่งในต่างประเทศ และสำนักงานหนังสือเดินทางทั่วไทยได้เองโดยตรง ไม่ต้องไปสถานีตำรวจอีกต่อไปแล้ว โดยไปกรอกในวันที่ไปติดต่อขอทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ หรือขอเอกสารเดินทางฉุกเฉิน เพื่อเดินทางกลับไทย 4. เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง ทีมเจ้าหน้าที่มืออาชีพพร้อมช่วยเหลือทุกสถานการณ์ เพียงแค่ติดต่อผ่านแอป คุณก็จะได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว ทำไมต้องใช้ Thai Consular? สะดวก : ลดขั้นตอนยุ่งยาก เช่น การไปแจ้งความในต่างแดน ที่บางครั้งอาจเป็นเรื่องซับซ้อน และใช้เวลานาน ปลอดภัย : พาสปอร์ตเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องระมัดระวัง หากสูญหาย แอปนี้ช่วยจัดการเรื่องเอกสารได้รวดเร็ว ฟรี : ทุกการติดต่อผ่านแอปไม่มีค่าใช้จ่าย แค่มีอินเทอร์เน็ตก็เพียงพอ ข้อแนะนำในการเก็บรักษาพาสปอร์ต ถึงแม้แอป Thai Consular จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า อย่าลืมเก็บพาสปอร์ตในที่ปลอดภัย หมั่นตรวจสอบว่าอยู่ในสภาพดีเสมอ เพราะหากมีมิจฉาชีพนำพาสปอร์ตไปใช้ในทางผิดกฎหมาย เจ้าของอาจเดือดร้อนในภายหลังได้ ไม่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวหรือใช้ชีวิตในต่างประเทศ โหลดแอป Thai Consular ไว้จะช่วยให้เราอุ่นใจในทุกสถานการณ์ ดาวน์โหลดแอปได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android ====================

เปิดทำเนียบฯ ถ่ายภาพประวัติศาสตร์ “สมรสเท่าเทียม” ธงสีรุ้งปักลงบนประเทศไทย
อ่าน

เปิดทำเนียบฯ ถ่ายภาพประวัติศาสตร์ “สมรสเท่าเทียม” ธงสีรุ้งปักลงบนประเทศไทย

วันนี้ (15 มกราคม 2568 ) 16.00 น. ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานร่วมบันทึกภาพเนื่องในโอกาสประเทศไทยประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยมีนางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมทั้งเอกอัครราชทูตและผู้แทนต่างประเทศ อาทิ นาย Mark Gooding OBE เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย นาย Jean-Claude Poimboeuf เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย นาย Robert F. Godec เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และ นางสาว Michaela Friberg-storey ผู้ประสานงานสหประชาชาติ พร้อมด้วยผู้แทนคู่รัก LGBTQ+ ร่วมถ่ายภาพฉลองความสำเร็จของกฎหมายดังกล่าวนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผยว่า การถ่ายภาพฉลองความสำเร็จกฎหมายสมรสเท่าเทียมวันนี้ ถือเป็นการประกาศประวัติศาสตร์ความรักที่เท่าเทียมและยังเป็นการบันทึกความก้าวหน้าของประเทศไทยที่มีกฎหมายการสมรสเท่าเทียมแห่งแรกของอาเซียน และประเทศที่ 3 ของเอเชีย ส่งผลให้คนทั่วโลกรับทราบว่า รัฐบาลนี้ เป็นรัฐบาลที่เปิดรับความหลากหลายทางเพศในสังคม และจะขับเคลื่อนการพัฒนาภาพลักษณ์ทุกมิติ เพื่อให้ประเทศไทยเป็น LGBTQ+ Global Destination ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนายจิรายุ กล่าวต่อว่า สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้บุคคล 2 คนไม่ว่าจะเพศใดสามารถทำการหมั้นและสมรสได้ จากกฎหมายสมรสปัจจุบันที่การหมั้น ใช้คำว่า ฝ่ายชาย ฝ่ายหญิง แก้ไขเป็น ผู้หมั้นและผู้รับหมั้น หรือ เพศ ที่ใช้คำว่า ชาย-หญิง แก้ไขเป็น บุคคลทั้ง 2 ฝ่าย และสถานะหลังจดทะเบียนสมรส จาก สามีภริยา/คู่สมรส แก้เป็น คู่สมรส/คู่สมรส รวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติอื่น ซึ่งจะทำให้บุคคลนั้นมีสิทธิ หน้าที่สถานะทางครอบครัว เท่าเทียมกับคู่สมรสที่เป็นชายและหญิงช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้มอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เร่งทำความเข้าใจ ประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงสิทธิต่าง ๆ ทั้งสิทธิการจัดการทรัพย์สินของคู่สมรส สิทธิรับบุตรบุญธรรม สิทธิการลงนามยินยอมให้รักษาพยาบาลอีกฝ่าย เป็นต้น ปัจจุบันนายทะเบียน 878 อำเภอทั่วประเทศ และ 50 เขตในกรุงเทพมหานคร พร้อมอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมภาพจาก รัฐบาลไทย

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
อ่าน

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม

6 วิธีป้องกันตัว จากมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านแอปฯ กู้เงินเถื่อน
อ่าน

6 วิธีป้องกันตัว จากมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านแอปฯ กู้เงินเถื่อน

ปัจจุบัน การขอสินเชื่อและเงินกู้ผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันกลับเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชน จนทำให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ออกคำเตือนพร้อมแนะนำ 6 วิธีในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อของแอปพลิเคชันเงินกู้ปลอม ดังนี้:1. หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ
มิจฉาชีพมักสร้างแอปพลิเคชันปลอมที่มีลักษณะคล้ายกับแอปพลิเคชันของธนาคารหรือสถาบันการเงิน ก่อนดาวน์โหลดควรตรวจสอบรายละเอียดให้ถี่ถ้วน เช่น ชื่อผู้พัฒนา ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน และความน่าเชื่อถือโดยรวม2. อย่ากดลิงก์จาก SMS หรืออีเมลที่ไม่น่าไว้ใจ
การส่งข้อความที่มีลิงก์แนบมาทาง SMS หรืออีเมลเป็นกลวิธีที่มิจฉาชีพนิยมใช้เพื่อดึงดูดความสนใจ อย่ากดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือเด็ดขาด3. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก Apple Store หรือ Google Play เท่านั้น
เพื่อความปลอดภัย ควรติดตั้งแอปพลิเคชันผ่านช่องทางที่ได้รับการตรวจสอบมาตรฐานแล้ว เช่น Apple Store และ Google Play อย่าดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งอื่นที่ไม่ผ่านการรับรอง4. หลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
การเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะอาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพล้วงข้อมูลสำคัญ หากจำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ให้ใช้เครือข่ายที่เชื่อถือได้ เช่น เครือข่ายมือถือส่วนตัว5. ระมัดระวังในการกรอกข้อมูลส่วนตัว
การสมัครสินเชื่อออนไลน์มักต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือแนบเอกสารสำคัญ ให้แน่ใจว่าได้เซ็นสำเนาถูกต้อง และระบุวัตถุประสงค์การใช้งานข้อมูลอย่างชัดเจนก่อนส่งข้อมูล6. สังเกตวงเงินที่แอปพลิเคชันกำหนด
แอปพลิเคชันเงินกู้ปลอมหรือผิดกฎหมายมักกำหนดวงเงินกู้ในแต่ละวันอยู่ที่ 2,000 - 4,000 บาท เพราะมิจฉาชีพทราบดีว่าผู้ที่เดือดร้อนเรื่องการเงินมักจะตัดสินใจกู้เงินโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบคำแนะนำเพิ่มเติมจากตำรวจสอบสวนกลาง
ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อหรือกู้เงินออนไลน์ ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ และติดต่อสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือเพื่อความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ใช้วิธีหลอกลวงผ่านแอปพลิเคชันเงินกู้ปลอม
แม้ว่าการขอสินเชื่อออนไลน์จะอำนวยความสะดวกมากมาย แต่ความเสี่ยงจากมิจฉาชีพก็มีสูงเช่นกัน การปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นจะช่วยป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อและเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้งานแอปพลิเคชันทางการเงินออนไลน์p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px '.ThonburiUI'} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก:AFP

จับตา วันนี้! กสทช. เรียก “OPPO - Realme” ชี้แจงแอปฯกู้เงิน
อ่าน

จับตา วันนี้! กสทช. เรียก “OPPO - Realme” ชี้แจงแอปฯกู้เงิน

จากกรณีปรากฏข่าว OPPO และ realme มีแอปเงินกู้ติดมาพร้อมมือถือทั้งยังลบไม่ได้ โดยแอปชื่อ สินเชื่อความสุข และ Fineasy ถูกติดตั้งมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ System App บนสมาร์ทโฟน และยังสามารถส่งการแจ้งเตือนเชิญชวนให้กู้เงิน รวมถึงเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ เช่น รายชื่อผู้ติดต่อและเบอร์โทรศัพท์นั้นนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เผยว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้สั่งการให้ สคส.เร่งตรวจสอบกรณีดังกล่าว ตนจึงได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบและกำกับดูแล พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ประสานงานกับ สกมช.และ กสทช.ทั้งนี้ เพื่อแจ้งผู้แทนบริษัทมือถือและแอปดังกล่าวตรวจสอบและเข้าชี้แจงกรณีดังกล่าวโดยด่วน ในวันนี้ (13 ม.ค.2568) ช่วงบ่าย ณ กสทช. เนื่องจากอาจเป็นการเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้โดยมิได้รับความยินยอมและอาจสร้างความเสียหายได้ เพื่อพิจารณาถึงมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและการปกป้องและคุ้มครองสิทธิของประชาชนเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัดต่อไปอย่างไรก็ตามหากมีประชาชนเจ้าของข้อมูลได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าวสามารถใช้สิทธิร้องเรียนมายัง PDPC ผ่านทางเว็บไซต์ www.pdpc.or.th หรือหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน สคส. โทร. 02-1118800 กด 2OPPOอย่างไรก็ตาม ออปโป้ ระบุว่า OPPO ออกแถลงการณ์ ขออภัยเป็นอย่างสูงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยตระหนักและให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับประสบการณ์การใช้งานและความปลอดภัยด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานเสมอมา สำหรับประเด็นเกี่ยวกับซอฟต์แวร์จากบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการกู้ยืมเงิน กำลังทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดและตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อจัดการกับปัญหานี้อย่างจริงจังและรวดเร็วที่สุดล่าสุด แอปพลิเคชัน Fineasy ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคงไว้เฉพาะฟังก์ชันบริการเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันเท่านั้น นอกจากนี้ กำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถถอนการติดตั้งแอปพลิเคชัน Fineasy ได้โดยเร็วที่สุด หากผู้ใช้งานต้องการถอนการติดตั้งแอปฯ ในทันที สามารถติดต่อศูนย์บริการลูกค้า OPPO อย่างเป็นทางการได้ทั่วประเทศนอกจากนี้ OPPO จะหยุดการติดตั้งแอปพลิเคชันประเภทสินเชื่อทั้งหมดที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า รวมถึงการหยุดแนะนำแอปพลิเคชันประเภทนี้ใน APP Market อีกด้วยขณะที่ แถลงการณ์ของ เรียลมี realme ระบุว่า เรียน ลูกค้าที่เคารพทุกท่าน ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น realme ให้ความสำคัญอย่างสูงกับประสบการณ์การใช้งานและความปลอดภัยด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานทุกท่าน ดังนั้น สำหรับกรณีที่เกี่ยวข้องกับบริการสินเชื่อจากแอปพลิเคชันของบุคคลที่สามในช่วงที่ผ่านมา ทางบริษัท realme กำลังดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดและจัดการอย่างจริงจังโดยเร็วที่สุดโดยแอปฯ Fineasy ได้ลบข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อออกทั้งหมดและคงไว้เพียงฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับการบริการในชีวิตประจำวันเท่านั้น และจะเร่งปล่อยอัปเดตสิทธิ์ให้ผู้ใช้งานให้สามารถลบแอป Fineasy และหากผู้ใช้งานต้องการลบแอปพลิเคชันดังกล่าวได้ทันที สามารถติดต่อศูนย์บริการ realme ได้ทั่วประเทศนอกจากนี้ realme จะหยุดการติดตั้งแอปพลิเคชันสินเชื่อทุกประเภทในสมาร์ตโฟนรุ่นต่อไป และหยุดการแสดงผลแอปพลิเคชันสินเชื่อเป็นแอปแนะนำใน APP Market

"จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม" ดีเดย์ 23 ม.ค. เตรียมตัวอย่างไร - เอกสารมีอะไรบ้าง
อ่าน

"จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม" ดีเดย์ 23 ม.ค. เตรียมตัวอย่างไร - เอกสารมีอะไรบ้าง

p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 14.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p3 {margin: 0.0px 0.0px 15.9px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p5 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 36.0px; text-indent: -36.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} li.li1 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} li.li4 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000; min-height: 23.0px} span.s1 {font-kerning: none} ol.ol1 {list-style-type: decimal}กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของสังคมไทยที่เปิดโอกาสให้ทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียม ไม่จำกัดเพียงชาย-หญิงอีกต่อไปการให้บริการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นไป คู่สมรสทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้ที่ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตทุกแห่งทั่วประเทศ โดยผู้ที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรสต้องมีคุณสมบัติและเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้:คุณสมบัติของผู้จดทะเบียนสมรส1. บุคคลทั้ง 2 จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์ กรณีผู้เยาว์ต้องนำบิดามารดา หรือ ผู้ปกตรองมาให้ความยินยอม กรณีต่ำกว่า 18 ปีต้องได้รับอนุญาตจากศาล2. ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือ ไร้ความสามารถ3. ไม่เป็นญาติใกล้ชิดทางสายโลหิตหรือพี่น้องร่วมบิดามารดา4. ไม่เป็นผู้ที่มีสถานภาพสมรสอยู่ในขณะยื่นจดทะเบียน หรือเป็นคู่สมรสของคนอื่น5. หญิง ชายผู้เป็นคู่สมรสตาย หรือ การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อสิ้นสุดการสมรสไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่- คลอดบุตรแล้วในขณะนั้น- ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้- มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์- สมรสกับคู่สมรสเดิม** เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับเพศหญิง **หากผู้เข้าร่วมเป็นเพศหญิงและเคยผ่านการสมรสมาก่อน จะต้องผ่านการหย่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน หากยังไม่ครบกำหนด 310 วัน จะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ยืนยันสถานะการไม่ตั้งครรภ์ ณ วันที่ลงทะเบียนเอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนสมรสกรณีคนไทย1. บัตรประชาชน2. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะกรณีคนไทยกับต่างชาติ1.บัตรประชาชน และ หนังสือเดินทางพาสปอร์ต2. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ3. หนังสือรับรองการหย่า (กรณีที่เคยสมรสมาก่อน)กรณีต่างชาติกับต่างชาติ1. หนังสือเดินทางพาสปอร์ต2. หนังสือรับรองการหย่า (กรณีที่เคยสมรสมาก่อน)3. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะความสำคัญของกฎหมายสมรสเท่าเทียมกฎหมายฉบับนี้สะท้อนถึงการยอมรับความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยเปิดโอกาสให้คู่รักทุกเพศสามารถสร้างครอบครัวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเท่าเทียมกับคู่สมรสชาย-หญิง เช่น สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิทางการแพทย์ และสิทธิในการรับมรดกข้อแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินการจดทะเบียนสมรส ผู้ที่สนใจควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและตรวจสอบรายละเอียดล่วงหน้ากับที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตในพื้นที่ของตน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานทะเบียนในพื้นที่ใกล้เคียงp.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px '.ThonburiUI'} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก: AFP

ดีเดย์ วันนี้วันแรก 1 ม.ค. 2568 รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาบัญชีม้านิติบุคคล
อ่าน

ดีเดย์ วันนี้วันแรก 1 ม.ค. 2568 รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาบัญชีม้านิติบุคคล

วันนี้ ( 1 ม.ค. 68) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจในไทยอีกรูปแบบหนึ่ง คือ การฉ้อโกงจากมิจฉาชีพที่ใช้การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลมาสร้างความน่าเชื่อถือไปหลอกลวงประชาชนและใช้ความคล่องตัวในการทำธุรกิจ โดยนำหลักฐานการจดทะเบียนนิติบุคคลไปเปิดบัญชีธนาคารมาใช้รับเงิน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบทางการเงินจากธนาคาร ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลเร่งแก้ไขนายคารม กล่าวว่า รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือจากทุกส่วนราชการต่าง ๆ เดินหน้าแก้ไขปัญหาบัญชีม้านิติบุคคลอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องปรามและปราบปรามการกระทำผิดอย่างจริงจัง โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงด้านการฟอกเงิน (HR-03) กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมออกคำสั่งการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล หากมีชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ หรือกรรมการ ที่ระบุในคำขอ เป็นบุคคลที่มีชื่อในข้อมูล HR-03 จะชะลอการจดทะเบียนไว้ก่อน และให้บุคคลนั้นมาแสดงตน และแสดงหลักฐาน หากไม่มา จะปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนทันทีเริ่มบังคับใช้ 1 มกราคม 2568 เพื่อสกัดกั้นการเปิดบัญชีม้านิติบุคคล การออกคำสั่งดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งมาตรการ ที่จะช่วยสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง ไม่ให้มิจฉาชีพเข้ามาแสวงหาประโยชน์กับการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล อีกทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่มีผลบังคับใช้กฎหมายในการจับกุม อย่างกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อช่วยกันยับยั้งไม่ให้คนกลุ่มนี้ทำลายระบบเศรษฐกิจของไทยและประชาชนคนไทย นายคารม ระบุภาพจาก Getty Images

ของฟรีไม่มีในโลก! เตือน 5 กลลวงมิจฉาชีพ หลอกโหลดสติกเกอร์-ทำบุญ
อ่าน

ของฟรีไม่มีในโลก! เตือน 5 กลลวงมิจฉาชีพ หลอกโหลดสติกเกอร์-ทำบุญ

วันนี้ (31 ธันวาคม 2567) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำเตือนประชาชนช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่ขอให้ระมัดระวังมิจฉาชีพแฝงตัว เข้ามาฉวยโอกาสหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้สูญเสียเงิน โดยพฤติกรรมที่มิจฉาชีพมักใช้ 5 การหลอกลวงหลักๆในช่วงเทศกาลปีใหม่ ดังนี้1. หลอกว่าโหลดสติกเกอร์เทศกาลปีใหม่ฟรี! โดยมิจฉาชีพเชิญชวนให้โหลดสติกเกอร์ แต่แฝงตัวส่งลิงก์ปลอมให้โหลด อาจมีการหลอกลวงให้ผู้ใช้ไลน์ใส่ชื่อ และรหัสการเข้าใช้ไลน์ รวมถึงข้อมูลส่วนตัว ซึ่งอาจจะเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพนำชื่อและรหัสการใช้งานของท่านไปทำธุรกรรมต่าง ๆ หรืออาจมีการสวมสิทธิเพื่อกระทำผิดได้2. หลอกรับบริจาค ทำบุญ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ หลายคนต้องการทำบุญเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับชีวิต มิจฉาชีพจะมีการประกาศเชิญชวนให้ร่วมทำบุญ โดยอ้างบุคคลหรือกิจกรรมต่าง ๆ จึงควรตรวจสอบรายละเอียดกิจกรรมที่จะร่วมทำบุญว่าเป็นความจริงหรือไม่ อย่างไร ก่อนจะร่วมบริจาค โดยจำไว้ให้ขึ้นใจว่า มีสติ ก่อนโอนเงินทุกครั้ง3. หลอกให้จัดงานเลี้ยงผ่านการใช้บริการทางออนไลน์ โดยคนร้ายจะมีพฤติกรรมแอบอ้างกับเจ้าของร้านค้าว่า จะจัดงานเลี้ยงโดยให้ส่งของต่าง ๆ ไปไว้ตามสถานที่จัดงาน เมื่อทางร้านค้าส่งของไปที่นัดหมายแล้วคนร้ายจะแอบขนของหลบหนีไป หรือคนร้ายแอบอ้างกับผู้ที่ต้องการจะจัดงานเลี้ยงว่า สามารถสั่งอาหารผ่านทางออนไลน์ได้ในราคาถูกกว่า ส่งผลให้ผู้ที่จะจัดงานเลี้ยงหลงเชื่อยอมจ่ายเงินค่าอาหารให้คนร้าย แต่เมื่อถึงวันจัดเลี้ยงไม่มีการส่งอาหารมาให้แต่อย่างใด4. หลอกให้ซื้อของขวัญผ่านร้านค้าออนไลน์ จ่ายเงินแล้วไม่ได้ของ หรือสินค้าไม่ตรงปก หรือไม่มีคุณภาพ ถ้าไม่อยากตกเป็นเหยื่อ ต้องเลือกดูสินค้าและสังเกตราคาก่อนเข้าร่วมโปรโมชันให้ดี รวมทั้งเปรียบเทียบราคาสินค้าชนิดเดียวกันจากหลายร้านค้าเพื่อให้ได้สินค้าในราคาที่คุ้มค่าที่สุด5. หลอกชวนเล่นการพนันออนไลน์ ลงทุนออนไลน์ มิจฉาชีพจะแอบแฝงหลอกเอาข้อมูลไปใช้ในทางผิดกฎหมาย หรือหลอกล่อให้เสียเงินจนหมดตัว อย่าหลงเชื่อขอให้ระวังกลโกงจากมิจฉาชีพในช่วงเทศกาลปีใหม่ อย่าคลิก อย่าโหลดข้อความจากบุคคลที่ไม่รู้จัก และอย่าให้ข้อมูลส่วนตัว อย่าเชื่อคำชักชวน คำกล่าวอ้าง รวมถึงโฆษณาชวนเชื่อที่ได้รับผลตอบแทนสูงๆ ขอเน้นย้ำของฟรีไม่มีในโลก นายคารม ย้ำ