TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “怎么做假韩国世宗大学毕业证(证件网:ban58.com)-专业怎么做假韩国世宗大学毕业证[办证网:bbzz58.com]-宜州怎么做假韩国世宗大学毕业证哪里有-可以找怎么做假韩国世宗大学毕业证1C” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
ประวัติ คิมแจวอน (Kim Jae Won) นักแสดง Yumi's Cells Season 3
ประวัติ คิมแจวอน (Kim Jae Won) คิมแจวอน (Kim Jae Won) เกิดวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2001 ด้านการศึกษา จบการศึกษาจากสาขา Performance Film Creation ที่ Chung-Ang University คิมแจวอน เป็นนายแบบและนักแสดง ที่มีผลงานให้ได้ชมตลอดทุกปี ปัจจุบันเป็นนักแสดงสังกัด MYSTIC STORY ปี 2026 มีผลงานออนแอร์แล้วถึง 2 เรื่อง คือ The Art of Sarah และ Yumi's Cells Season 3 ประวัติ คิมแจวอน (Kim Jae Won) ด้านชีวิตในวงการบันเทิง คิมแจวอน (Kim Jae Won) เริ่มเข้าสู่วงการจากการเป็นนายแบบตอนช่วงช่วงมัธยมต้น ก่อนจะเดบิวต์ก้าวเข้าสู่วงการแสดงในปี 2021 ซีรีส์ Love From Home ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ร่วมระหว่างฟิลิปปินส์และเกาหลี ส่วนผลงานที่แจ้งเกิดและเป็นที่รู้จักคือ Our Blues (2022) รับบท ชา ซึงวอน หลังจากนั้น คิมแจวอน เริ่มมีผลงานซีรีส์เรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็น ปี 2023 King the Land ต่อมาปี 2024 เป็นปีทองของเขาก็ว่าได้ เพราะคิมแจวอน ขึ้นเป็นนักแสดงนำครั้งแรกในซีรีส์เรื่อง Hierarchy รับบท คิมรีอัน จากนั้นชื่อของคิมแจวอนเป็นที่สนใจมากยิ่งขึ้น ทำให้มีผลงานอย่างต่อเนื่อง อาทิ The Tale of Mrs. Ok, The Trauma Code: Heroes on Call, You and Everything Else และในปีนี้ 2026 คิมแจวอนมีผลงานซีรีส์ออนแอร์แล้วถึง 2 เรื่อง คือ The Art of Sarah และ Yumi's Cells Season 3 ด้านชีวิตส่วนตัว คิมแจวอน (Kim Jae Won) นักแสดงหนุ่มชาวเกาหลี ที่สูงยาวเข่าดี หน้าตาหล่อละมุน ทำให้เขาก้าวขึ้นสู่นายแบบและนักแสดงที่มีผลงานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่า คิมแจวอน จะได้รับบทที่เป็นทั้งบทนำ และนักแสดงในเรื่อง สลับกันไป แต่เขาก็ถ่ายทอดตัวละครออกมาได้สมบูรณ์มาก ๆ เรียกว่าเป็นนักแสดงเกาหลีที่มาแรงอีกคนของวงการ ผลงานภาพยนตร์ ปี 2022 Dream Maker รับบท Nam Joo-hwan My Life's Timeline รับบท Lee Sun-taek ผลงานละครโทรทัศน์ / ซีรีส์ ปี 2021 Love From Home รับบท Jay (Filipino-Korean series) Romanced รับบท Jung Ma-ro ปี 2022 To My Star : Our Untold Stories Season 2 รับบท Lee Jae-won Our Blues รับบท Young Choi Han-soo Fall For You รับบท Je Soo-oh KBS Drama Special รับบท Seo Woo-kyu (Episode : Like Otters) ปี 2023 Stealer : The Treasure Keeper รับบท Shin Chang-hoon King the Land รับบท Lee Ro-woon ปี 2024 Hierarchy รับบท Kim Ri-an The Tale of Lady Ok รับบท Sung Do-gyeom ปี 2025 You and Everything Else รับบท Cheon Sang-heok ปี 2026 The Art of Sarah รับบท Kang Ji-hwon Yumi's Cells Season 3 รับบท Shin Soon-rok รายการโทรทัศน์ ปี 2025 Heart on Wheels มิวสิกวิดีโอ เพลง It's gonna be alright (괜찮아지겠지) ศิลปิน Eddy Kim Yoon Jong-shin รางวัล KBS Entertainment Awards 2025 สาขา Best Entertainer Award (Reality) จาก Heart On Wheels ไอจี คิมแจวอน (Kim Jae Won) @rlawodnjs_ https://www.instagram.com/rlawodnjs_/ ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม rlawodnjs_
ประวัติดารา • 4 พ.ค. 69
อ่าน
อยากเข้าเกาหลีต้องทำไง? 5 หลักเตรียมตัวฉบับ 2026 ผ่านตม. เกาหลีฉลุย ไม่ต้องลุ้น
อันยองฮาเซโย~ ปี 2026 นี้ ใครมีแพลนจะไปล่าอปป้า กินหมูย่างที่โซล หรือไปถ่ายรูปเช็กอินคาเฟ่สุดปังที่ เกาหลีใต้ บ้างยกมือขึ้น เชื่อว่าหลายคนยังแอบหวั่นใจกับ ตม. เกาหลี ในตำนาน ที่ทุกวันนี้ก็ยังมีข่าวให้เห็นอยู่ทุกวัน วันนี้เราเลยรวบรวมข้อมูลมาแชร์กันแบบเน้นๆ เพราะสิ่งที่ทำให้เราติด ตม. ไม่ใช่แค่เรื่องดวง แต่คือเรื่อง "ความสมเหตุสมผล" ล้วนๆ! ใครอยากเที่ยวเกาหลี มาเช็กลิสต์เตรียมตัวตามนี้เลย Yusia13 / Shutterstock.com อยากเข้าเกาหลีต้องทำไง? 5 วิธีเตรียมตัวฉบับ 2026 การเตรียมตัวดีคือการให้เกียรติกติกาบ้านเขา ถ้าข้อมูลเราเป๊ะ ความมั่นใจเรามา พี่ ตม. เกาหลีก็ขวางเราไม่ได้ 1. ที่พักต้องชัดเจน 🏠 กรณีพักบ้านเพื่อน หรือคนรู้จัก ถ้ากรอกที่อยู่เป็นบ้านคนอื่น เตรียมตัวโดนถาม! เพื่อนชื่ออะไร ทำงานอะไร สนิทกันได้ยังไง ถ้าตอบตะกุกตะกัก หรือเจ้าบ้านไม่รับสายตอน ตม. โทรเช็ค = ส่งกลับทันที จองโรงแรมเพื่อหลอก ใครที่กะจองแล้วยกเลิกขอบอกว่าอย่าหาทำ! ตม. มีระบบเช็คอินออนไลน์ ถ้าตรวจพบว่าบุ๊คกิ้งถูกแคนเซิลไปแล้ว หรือชื่อไม่ตรงคนเดินทาง เขาจะถือว่าเราบิดเบือนข้อมูล ทำเลต้องสงสัย จองเกสต์เฮาส์ราคาถูกเว่อร์ในย่านแรงงานหนาแน่น (เช่น อึมซอง หรือ คยองกี) อันนี้พี่ ตม. เขาเพ่งเล็งเป็นพิเศษว่ามาเที่ยวจริงหรือมาหางานกันแน่ 2. แผนเที่ยวต้องไม่ใช่แค่ Copy-Paste 🗺️ แผนเที่ยวแบบลอยๆ "Day 1: Seoul, Day 2: jeju island" แบบนี้ใครก็พิมพ์ได้! แผนเที่ยวที่ดีต้องมีรายละเอียดว่าเดินทางยังไง อยู่ตรงไหน แผนไม่เมคเซนส์ พักโซลแต่จะไปปูซานทุกวัน? หรือที่พักอยู่ไกลมากแต่แผนเที่ยวมีแค่ในเมือง แบบนี้พี่ ตม. ดูออกว่าไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยวจริง จำแผนตัวเองไม่ได้ ตม. อาจจะถามคำถามเดิมซ้ำๆ ถ้าเราจำไม่ได้ว่าพรุ่งนี้จะไปไหน หรือตอบไม่ตรงกับที่พิมพ์มา อันนี้งานเข้าแน่ 3. โปรไฟล์งานต้องเป๊ะ 💼 ใบรับรองการทำงาน ต้องเป็นภาษาอังกฤษที่มีหัวจดหมายบริษัทชัดเจน เบอร์โทรที่ระบุต้องติดต่อได้จริง (ไม่ใช่เบอร์มือถือ) ชาว Freelance / อาชีพอิสระ ต้องโชว์ Statement สวยๆ มียอดเงินสม่ำเสมอ ยืนยันว่าเรามีรายได้เลี้ยงชีพ และตั้งใจกลับมาทำงานต่อที่ไทย ระวัง Social Media ยุคนี้ ตม. ขอดู TikTok/Facebook ได้ ถ้าเคยโพสต์ถามเรื่องงาน หรือกดติดตามเพจ "หางานเกาหลี" บอกเลยว่า จบเห่ 4. ท่าทาง และการสื่อสาร 🗣️ ประหม่าเกินไปมีพิรุธ การหลบสายตา มือสั่น ตอบเสียงเบา ทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือ พึ่งพา Google Translate มากไป ถ้าภาษาอังกฤษไม่ได้เลยแม้แต่พื้นฐาน ตม. จะสงสัยว่าเราจะเอาตัวรอดได้ยังไงในฐานะนักท่องเที่ยว อย่าเถียงเจ้าหน้าที่ ต่อให้เรามั่นใจแค่ไหน การแสดงอาการฉุนเฉียวจะทำให้ ตม. ตัดสินใจส่งเรากลับได้ง่ายขึ้นทันที 5. กระเป๋าเดินทางบอกความตั้งใจ 🧳 พกยาเยอะเกิน พกยาแก้ปวด ยาคลายเส้นไปเป็นแผงๆ เหมือนจะไปอยู่เป็นปี แบบนี้โดนสงสัยแน่ แฟชั่นต้องตรงฤดูไปหน้าหนาวแต่ใส่เสื้อสายเดี่ยวไม่มีเสื้อคลุม หรือพกชุดที่ดูเหมือนจะไปลงไร่ลงสวน (รองเท้าบูท ปลอกแขน) อันนี้เสี่ยงโดนเรียกเข้าห้องเย็นสุดๆ เงินวอนต้องมี แม้ตอนนี้จะใช้บัตรเครดิต/สแกนจ่ายได้แทบทุกที่ แต่การไม่มีเงินสดวอนติดตัวเลย ตม. จะมองว่าเรางบไม่พอเที่ยวได้นะ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 28 ม.ค. 69
อ่าน
2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง
ทราเวล ทิปส์ • 13 ม.ค. 69
ดู
ผ่าปมคดีอาชญากรรม
ทรูวิชั่นส์ • 20 ม.ค. 68
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 29 พ.ย. 68
อ่าน
อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน
ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือต้องการ ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เพื่อที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ตามเรามาอัปเดตได้เลยค่ะกับ สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ใกล้ๆ บ้าน ต่ออายุพาสปอร์ต หรือ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็สะดวกสบายและรวดเร็ว มาดูกันว่า สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง ที่ไหนใกล้ๆ บ้านกันบ้างค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ ปริมณฑลต่ออายุพาสปอร์ต ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่ไหนดี 1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J9ZRCjeMsCxV64H89 โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุลCall Center 0-2572-8442 ================ 2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น) วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nQvYqW148Ke6FbYK6 โทร : 0-2143-7680 ================ 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xj3deaM46uimNmKs6 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 ================ 4. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ธัญญาพาร์ค วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wPLg8BXJ9WF6D56h9 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sMWUka4czBWsg3No7 โทร : 0-2422-3431 ================ 6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XfnE6JraSGTRs7uG8 โทร : 0-2024-8362-64 ================ 7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N9VYesYmAW8GujVw8 โทร : 0-2024-8896, 09-3010-5247 ================ 8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rJygy7Xd9hvqFBfH9 โทร : 0-2126-7612 ================ 9. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk MBK Center วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NTWhFGMgg6P2yYam9 โทร : 0-2126-7612เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 10. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9EfZXed9bb9JM3Jp9 โทร : 0-2150-9002 ================ 11. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว)เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B71gP3UbhwPTBkCj6 โทร : 0-2194-2643 ================ 12. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FHsKeQMKXJbZ4sZdA โทร : 0-2194-2643เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ ค่าทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท เล่ม 5 ปี 1,500 บาท เล่ม 10 ปี สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 2-3 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท เล่ม 5 ปี 3,500 บาท เล่ม 10 ปี *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น.สถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consular.mfa.go.th กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572 8442 และ 0-2203 5000 ต่อ 32301อีเมล : consular05@mfa.go.thเว็บไซต์ : https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 26 พ.ย. 68
สิทธิพิเศษ
โรงเรียนศูนย์คณิตศาสตร์อาจารย์ชวพัฒน์
โรงเรียนกวดวิชาเทคนิคลัดอันดับ 1 ของประเทศ
สถาบันกวดวิชา • 1 มิ.ย. 65
อ่าน
คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 26 ต.ค. 68
อ่าน
วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ
ทราเวล ทิปส์ • 18 ก.ย. 68
อ่าน
เกาะเชจูเอาจริง ออกคู่มือ 3 ภาษา รับมือนักท่องเที่ยวไร้มารยาท เที่ยวเกาหลีต้องรู้!
เกาะเชจู 1 ในที่เที่ยวเกาหลีใต้ที่เริ่มประสบปัญหา Overtourism เหมือนกับประเทศญี่ปุ่น ถึงขั้นต้องออก คู่มือแนวปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นครั้งแรก โดยพิมพ์เป็น 3 ภาษาหลัก ทั้งเกาหลี อังกฤษ และจีน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าใจกฎระเบียบได้อย่างถูกต้อง และลดความเข้าใจผิดที่เกิดจากความแตกต่างทางวัฒนธรรม คนไทยเองก็ต้องรีบทำความเข้าใจ เพราะถ้าไปทำผิดกฎเล็กๆ น้อยๆ ที่เผลอทำไปไม่รู้ตัวก็มีสิทธิ์โดนบทลงโทษได้ เกาะเชจูเอาจริง ออกคู่มือ 3 ภาษา รับมือนักท่องเที่ยวไร้มารยาท ปัจจุบัน เกาะเชจูเผชิญกับปัญหานักท่องเที่ยวไร้มารยาทที่สร้างความไม่พอใจให้กับคนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ อย่างการทิ้งขยะไม่เป็นที่ การขับถ่ายในที่สาธารณะ หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมที่รุนแรงขึ้นอย่างการเมาแล้วอาละวาด เจ้าหน้าที่ตำรวจบนเกาะเชจูจึงได้ออกคู่มือแนวปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งรวบรวมพฤติกรรม ความผิดเล็กน้อย ที่มีโทษตามกฎหมายของเกาหลีใต้เอาไว้ หลายข้อเป็นสิ่งที่เราอาจมองข้ามไปในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับที่นี่ถือว่าผิดกฎหมาย ได้แก่ การทิ้งขยะเรี่ยราด การสูบบุหรี่ในพื้นที่ห้ามสูบ การข้ามถนนในจุดที่ผิดกฎหมาย การเมาสุราในที่สาธารณะ การบุกรุกเข้าไปในบ้านหรือสถานที่ส่วนตัว การใช้บัตรประจำตัวปลอม กฎใหม่นี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะลงโทษนักท่องเที่ยวทันที เพราะครั้งแรกที่ทำผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำเพียงแค่ให้คำแนะนำ และมอบคู่มือนี้ให้เพื่อทำความเข้าใจก่อน แต่ถ้ายังมีการกระทำผิดซ้ำอีกครั้ง คราวนี้มีบทลงโทษจริงจังแน่ อาจถูกปรับเงินสูงสุดถึง 200,000 วอน (ประมาณ 5,000 บาท) เลยทีเดียว มาตรการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่ใหญ่ขึ้นของเกาหลีใต้ ที่ต้องการสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการท่องเที่ยวกับคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายประเทศท่องเที่ยวในเอเชียอย่างญี่ปุ่นก็กำลังเผชิญอยู่เช่นกัน ====================
ทราเวล ทิปส์ • 23 ส.ค. 68
ดู
ศึกชิงสภานักเรียนเดือด
ทรูวิชั่นส์ • 19 มิ.ย. 68
ดู
พี่พาไป -- รีวิว คณะภาษา 4 มหาลัย : ทรูปลูกปัญญา Station
ทรูปลูกปัญญา Station นำเสนอพี่พาไป -- รีวิว คณะภาษา 4 มหาลัยพี่ก้อย ชวนพี่ ๆ ที่เรียนคณะเกี่ยวกับภาษาจาก 4 มหาวิทยาลัย มารีวิวการเรียน แต่ละที่จะเรียนยังไงบ้าง ทั้งเอกภาษาจีน อักษร จุฬาฯ, เอกภาษาเกาหลี อักษร ศิลปากร, เอกภาษาฝรั่งเศส, มนุษยศาสตร์ เกษตร, เอกภาษาอังกฤษ ศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ใครสนใจห้ามพลาด !!!
ทรูปลูกปัญญา • 1 เม.ย. 64
อ่าน
จับครูและแม่ชาวเกาหลีใต้ แอบขโมยข้อสอบให้ลูกดู
ครูโรงเรียนกวดวิชา และแม่ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมคนหนึ่งในเกาหลีใต้ถูกตำรวจจับกุมตัว โทษฐานแอบเข้าไปในโรงเรียนเพื่อขโมยข้อสอบออกมาให้ลูกได้ดูก่อนที่จะถึงวันสอบ ซึ่งสถานที่เกิดเหตุคือโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองอันดอง อยู่ห่างจากกรุงโซลไปทางใต้ประมาณ270กิโลเมตร โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่4กรกฎาคมที่ผ่านมา ในช่วงเวลาประมาณตีหนึ่ง ซึ่งทั้งคู่ได้แอบเข้าไปในโรงเรียนเพื่อขโมยข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ และทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่าทำความผิดจริงนอกจากสองคนนี้แล้ว ทางตำรวจยังได้จับกุมเจ้าหน้าที่ดูแลตึกอีกหนึ่งคน ที่มีส่วนรู้เห็นให้ทั้งคู่แอบเข้ามาด้านในของโรงเรียนได้ทางตำรวจเชื่อว่าผู้ก่อเหตุเคยแอบเข้ามาขโมยข้อสอบของโรงเรียนออกไปหลายครั้งแล้ว เพื่อช่วยให้นักเรียนคนอื่น ๆ สอบได้คะแนนดี เพราะรู้ข้อสอบล่วงหน้า หรืออาจนำข้อสอบไปขายให้กับนักเรียนคนอื่น โดยเฉพาะแม่ของนักเรียนระดับชั้นมัธนมที่ถูกจับกุม ตำรวจสืบสวนพบว่าลูกสาวของเธอสอบได้คะแนนดีมาก ในการสอบหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าแม่ของเธอแอบขโมยข้อสอบออกมาให้ เพื่อหาคำตอบก่อนที่จะเข้าสอบในวันจริง ซึ่งหลังจากแม่ของเธอถูกจับ ทางโรงเรียนจึงตัดสินใจไล่ลูกสาวเธออกจากโรงเรียนและถือว่าการสอบที่ผ่านมาเป็นโมฆะ เพราะมีการทุจริตเกิดขึ้นเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีการแข่งขันด้านการศึกษาที่สูงที่สุดในโลก จึงทำให้มีการทุจริตการสอบมากขึ้นตามมาด้วย ซึ่งในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา มีครูกว่า 250 คนที่ถูกจับกุมในข้อหาขโมยข้อสอบมาให้นักเรียน ซึ่งแม้จะเสี่ยงถูกจับ แต่ก็สร้างรายได้มหาศาล
TNN ช่อง16 • 17 ก.ค. 68
อ่าน
ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
อพยพคนไทย ดูแลผีน้อย เตรียมรับมือภัยพิบัติ ภารกิจคุ้มครองคนไทยในต่างแดนของทูตไทย
ถ้าเราเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะท่องเที่ยว ไปอาศัย ไปเรียน หรือไปทำงาน หากเกิดเหตุด่วน เหตุร้าย หรือต้องการได้รับความช่วยเหลืออะไร สถานทูต และสถานกงสุลของไทย ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ต่างก็ต้องเป็นผู้ดูและ และคุ้มครองในการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลก ของกระทรวงการต่างประเทศ ในเวทีการพูดคุยกับสื่อมวลชน ทูตจากสามประเทศ ในแต่ละภูมิภาคของโลก ได้มาเล่าประสบการณ์การดูแลคนไทยในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการอพยพคนไทยในอิสราเอล เมื่อฮามาสบุก, การดูแล และปัญหาผีน้อยไทยในเกาหลีใต้ ไปถึงการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในลอสแองเจลลิส สหรัฐฯ ซึ่งต่างพื้นที่ การดูแล และสถานการณ์ก็แตกต่างกันไปประสบการณ์อพยพคนไทยในอิสราเอลพรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น ซึ่งในช่วงปี 2566 นั้นประจำการอยู่ที่อิสราเอล ได้เล่าประสบการณ์ และภารกิจการพาคนไทย 7,900 คนออกจากพื้นที่อันตราย โดยท่านทูตเล่าว่า ในตอนนั้นเป็นทั้งการร่วมมือระหว่างกระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน“สิ่งที่เรากังวลมากที่สุดในการปฏิบัติการ คือความปลอดภัยของพี่น้องชาวไทยว่า เราจะทำยังไงที่จะให้ได้กลับมาที่ไทยได้เร็วที่สุด โชคดีที่ทางรัฐบาลได้ช่วยสนับสนุนในเรื่องของการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในเรื่องของระเบียบราชการ ทำให้เราทำงานได้เร็วขึ้นตอนเกิดสถานการณ์นี้คือ ช่วงต้นกำลังคนของสถานทูตมีจำกัดแค่ข้าราชการ 5 คน และมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอีกประมาณ 16 คนแต่เท่านั้นไม่พอ เพราะว่าเรามีคนไทย 25,000 คน เราต้องรู้ว่าใครอยู่ในพื้นที่สีแดง สีเหลือง และสีเขียว และเราต้องอพยพคนในพื้นที่สีแดงก่อน เพราะฉะนั้นกระบวนการในช่วงต้นค่อนข้างยากลำบากนิดนึง แต่ว่าเราก็ต้องมาคุยกัน แบ่งหน้าที่กัน อพยพไปตามความจำเป็นของคนที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆตอนนั้นทางชายแดนเราไม่สามารถเข้าไปรับเขาได้ หรือไปแล้วแต่ไม่สามารถรับมาได้หมด ตอนหลังก็ใช้วิธีว่า ถ้าใครสามารถเดินทางออกมาได้ ก็ให้เดินทางมาเลยมาที่ศูนย์ เราก็ดูแลต่อให้ในส่วนนั้น”พรรณนภาเล่าว่า ปัญหาใหญ่ในช่วงนั้น คือการหาเที่ยวบิน โดยใช้เที่ยวบินพาณิชย์ “สําหรับคนที่ออกมาแรกๆ เราก็คิดว่าต้องให้เขากลับก่อน แต่ว่าพอหาไฟลท์ ก็ต้องรอถึง 5-6 วัน และทยอยไปได้ 5-8 คนเท่านั้น แต่กลายเป็นว่าตอนหลังค่อยๆ หาเที่ยวบินได้ กลายเป็นว่าคนที่มาทีหลังได้ขึ้นไปก่อน มันก็ทําให้คนที่ออกมาก่อนรู้สึกว่า ฉันออกมาก่อน แล้วมาจากพื้นที่สีแดงจริงๆ เราก็ต้องมาอธิบายว่า ณ วันนั้นนี่คือเที่ยวบินแรกที่เราหาได้ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องของการสื่อสาร” ซึ่งภายหลังเมื่อหาเครื่องบินเช่าเหมาลำได้ ทำให้การอพยพเป็นระบบมากขึ้นอดีตทูตประจำอิสราเอลเล่าว่า แม้ว่าทางกระทรวงต่างประเทศ และสถานทูตจะมีการทำแผนอพยพไว้ แต่หน้างานจริง บางครั้งไม่สามารถทำตามแผนได้ โดยแผนแรกของสถานทูตคือ การอพยพทางเรือ เพราะสามารถเดินทางได้เยอะ และเร็วกว่า “แต่ผลปรากฏว่า ทางเรือเกิดมีปัญหา เพราะท่าเรืออยู่ใกล้ทางฝั่งเลบานอน ยิงนิดเดียวก็ถึงแล้ว แล้วเรือเองก็หยุดให้บริการ เพราะฉะนั้นแผนที่ทำไว้อาจจะใช้ไม่ได้ แต่ถามว่ามีแผนไหม มีค่ะ มีทุกทางทั้งทางเรือ ทางอากาศ แต่เราต้องเลือกทางที่คิดว่าสะดวกที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับคนไทยที่จะเดินทาง” พรรณนภาเล่าแม้ในตอนนั้นจะมีการอพยพคนไทย แต่ล่าสุดมีรายงานว่าปัจจุบันมีแรงงานในอิสราเอลเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งทูตพรรณนภาก็แนะนำแรงงานที่เข้าไปว่า ต้องรับสภาพสถานการณ์ และรู้ว่าแม้จะมีรายได้ดี นายจ้างดูแลดี แต่มีความเสี่ยง “เพราะทุกวันนี้ก็ยังมีสงครามและความรุนแรง ยังมีการยิงจรวดเข้ามาเพราะฉะนั้นต้องปฏิบัติตนตามที่ทางการบอก เมื่อได้ยินเสียงไซเรน คุณต้องเข้าห้องหลบภัย หรือบางทีคนไทยชอบถ่ายติ๊กต๊อก ลงโซเชียลว่าจรวดมาแล้ว มีรูปสวยงามเป็นเป็นเหมือนพูดดอกไม้ไฟ เราก็พยายามเตือน เพรามีเหตุมาแล้ว ที่ทำตัวเป็นผู้สื่อข่าวแล้วบาดเจ็บ” ดังนั้นต้องปฏิบัติตามทางการ เพื่อควาปลอดภัย ทูตไทยสรุปนอกจากอิสราเอลที่มีแรงงานไทยจำนวนมากแล้ว อีกหนึ่งประเทศที่คุ้นเคยว่ามีแรงงานไทยจำนวนมากคือ ‘เกาหลีใต้’ ที่ได้ธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล มาเล่าประสบการณ์การดูแลคนไทย ซึ่งรวมถึงแรงงานผิดกฎหมาย หรือที่เราเรียกว่า ‘ผีน้อย’ ที่มีจำนวนมากด้วยคนไทยไม่ว่าจะผิดกฎหมาย หรือถูกกฎหมาย ก็ต้องดูแลธานีเริ่มต้นถึงจำนวนแรงงานไทยในเกาหลีใต้ว่าปัจจุบัน มีแรงงานไทยทั้งหมด 2 แสนกว่าคน ทั้งที่ถูก และผิดกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาเกาหลีใต้ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการแรงงานที่ผิดกฎหมาย ทำให้จำนวน แรงงานผิดกฎหมายดลงมาเหลือประมาณ 1.8 แสนคน แต่ถึงอย่างนั้นสถานทูตไทยเองก็มีหน้าที่ในการดูแลทั้งคนไทยที่เข้ามาอย่างถูก และผิดกฎหมายซึ่งทางสถานทูตก็ได้ให้ความช่วยเหลือด้วยการจัดโครงการกงสุลสัญจร ทำหนังสือเดินทาง ที่ถือเป็นโครงการทำพาสปอร์ตในต่างประเทศที่มากทีสุด กว่า 37,000 เล่ม ใน 90 วันให้คนไทยในเกาหลีใต้ และยังมีความร่วมมือในช่วงที่เกาหลีใต้จับแรงงานผิดกฎหมาย และเปิดโครงการให้เดินทางกลับโดยสมัครใจซึ่งทำงานร่วมกับสถานทูต“เราประชาสัมพันธ์ให้คนไทยช่วงที่เขาอนุญาตให้กลับโดยสมัครใจ ตัวเลขแรงงานผิดกฎหมายก็ลดลง ในขณะเดียวกันแล้วก็ยุทธศาสตร์ของเรา คือลดแรงงานผิดกฎหมาย เพิ่มแรงงานถูกกฎหมายให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้”ซึ่งในส่วนนี้ เอกอัครราชทูต สถานทูตไทย ณ กรุงโซล เน้นย้ำว่าผู้ที่ต้องการไปทำงานในเกาหลีใต้ต้องสมัครผ่านกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานเท่านั้น ไม่สามารถเดินทางไปเองเพื่อหางานได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงถูกปฏิเสธเข้าเมืองหรือถูกดำเนินคดี ทั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระดับรัฐบาลไทย–เกาหลีใต้ โดยทางการไทยยังเร่งประสานให้เกาหลีใต้รับแรงงานจากบัญชีรายชื่อที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาและอำนวยความสะดวกให้แรงงานไทยถูกกฎหมายมากที่สุดขณะที่มีความกังวลว่ากระแสผีน้อย หรือคนผิดกฎหมายนั้น มักกระทบกับการเข้าไปท่องเที่ยวของคนอื่นๆ ที่ทำให้ถูกส่งกลับ ติด ตม. แม้ว่าจะมีหลักฐาน ทูตธานีก็ย้ำว่า “สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ของเกาหลีใต้เองก็มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในบางกรณี แต่พยายามจะรับประกันให้ได้มากที่สุด เพราะว่าแอปพลิเคชัน "K-ETA" ที่ใช้ในการขออนุญาตเข้าเมืองนั้น เขาได้หารือกับเราเมื่อปีที่แล้วว่า จะมีการปรับปรุงระบบให้สามารถคัดกรองได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น ระบบจะสามารถดึงเอกสารต่าง ๆ มาตรวจสอบล่วงหน้าได้ รวมถึงสามารถสัมภาษณ์ผู้สมัครได้ก่อนที่จะอนุมัติ หากไม่ผ่านการอนุมัติ ก็จะได้ทราบตั้งแต่ก่อนเดินทาง จะได้ไม่ต้องไปถึงสนามบินปลายทางแล้วถูกปฏิเสธการเข้าเมือง ซึ่งจะเสียหายทั้งทรัพย์สินและจิตใจ”ทั้งจากกระแสแอนตี้เกาหลีใต้ หรือคนเกาหลีที่มองภาพลักษณ์ไทยว่าเป็นประเทศมีแต่คนผิดกฎหมายนั้น สถานทูตไทยในเกาหลีใต้ก็ได้ส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยผ่านการจัดตั้งสมาคมนวดไทยจิตอาสาแห่งแรกที่เมืองคายอง ซึ่งสะท้อนความนิยมในนวดไทยที่เป็นมรดกโลก นอกจากนี้ยังสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมนักเรียนนักศึกษาไทย และอยู่ระหว่างการผลักดันจัดตั้ง “สถาวัฒนธรรมไทย” โดยชุมชนไทยในเกาหลีใต้ คล้ายกับที่มีในแอลเอ ประเทศสหรัฐฯ เพื่อเป็นศูนย์กลางเผยแพร่วัฒนธรรมไทย เช่น นาฏศิลป์ การจัดดอกไม้แบบไทย และกิจกรรมในงานเทศกาลต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเชิงรุกในการสร้างความเข้าใจอันดีและส่งเสริมเศรษฐกิจวัฒนธรรมไทยในต่างแดน รับมือให้คนไทย ปลอดภัยจากภัยพิบัติอีกมุมนึงของโลกอย่างลอสแองเจลลิส ก็มีประเด็นที่แตกต่างกันไปในการดูแลคนไทย โดยเฉพาะการจัดการ และรับมือกับภัยพิบัติ ซึ่งได้ต่อ ศรลัมพ์ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส มาเล่ารายละเอียดให้เราฟัง “วิธีการจัดการกับภัยพิบัติที่ดีที่สุดคือ จัดการก่อนที่ภัยพิบัติจะเกิด ไม่ใช่รอให้มันเกิดแล้วค่อยรับมือ มีหลายสิ่งที่เราเตรียมไว้ล่วงหน้าได้ เช่น "แผนอพยพ" สถานทูต สถานกงสุลทุกแห่งทั่วโลก จัดทำแผนอพยพฉุกเฉินเอาไว้ในทุกสถานการณ์ต่า แต่พอแผนที่มันอยู่ในกระดาษ เราก็ต้องเอามาเตรียมพร้อมร่วมกับชุมชนด้วย ว่าทำมากแค่ไหนผมคิดว่าที่ลอสแอนเจลิส เราเป็นโมเดลที่จริง ๆ หลาย ๆ ที่อาจจะลองมาดู แล้วเอาไปใช้ต่อได้ ก็คือ แผนของเราไม่ได้อยู่แค่ในกระดาษ เพราะว่าแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส ที่เราตั้งอยู่ เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเยอะมากในหลายรูปแบบขั้นแรกของแผนคือต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงก่อนว่าในพื้นที่ที่เราอยู่มีความเสี่ยงอะไรบ้าง เช่น แผ่นดินไหว – เพราะเราอยู่บนรอยเลื่อน, ไฟป่า, อุทกภัยฉับพลัน, ภัยสงคราม เป็นต้น ถึงแม้ภัยบางอย่างอาจมีแนวโน้มลดลง แต่ไม่ได้แปลว่าเราไม่จำเป็นต้องประเมินเลย และเมื่อประเมินว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร เราก็สื่อสารแผนไปให้ชุมชนทราบล่วงหน้า”กงสุลต่อเล่าว่า ในลอสแองเจิลลิส มีการเตรียมความพร้อมบ่อยมาก คือจัดสัมมนา ชวนผู้นำชุมชนมาฟัง ทำไลฟ์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติ “สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง เราสามารถรับมือได้อย่างถูกต้อง”อีกสิ่งหนึ่งทีที่กงสุลดำเนินการ และส่งเสริมให้ชุมชนเตรียมคือ ‘ถุงฉุกเฉิน’ โดยเน้นว่า ทุกคนควรมีถุงฉุกเฉินติดบ้าน เพื่อเอาตัวรอดได้อย่างน้อย 72 ชั่วโมงในกรณีเกิดภัยพิบัติ ภายในควรบรรจุน้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย ไม้ขีดไฟ ผ้าห่มแบบฟอยล์สำหรับให้ความอบอุ่นในกรณีอากาศหนาว และวิทยุทรานซิสเตอร์แบบใช้ถ่าน ซึ่งสำคัญมากเมื่อเครือข่ายมือถือและอินเทอร์เน็ตล่มลง การจัดเวิร์กชอปกับชุมชนเพื่อให้ความรู้เรื่องนี้จึงเป็นอีกหนึ่งรูปธรรมของการสร้างความพร้อมก่อนเกิดภัยพิบัติ ซึ่งควรได้รับการส่งเสริมในประเทศไทยเช่นกันการคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศเป็น นโยบายสำคัญของรัฐบาลไทยทุกสมัยแต่สำหรับภาพรวมการดูแลคนไทยทั้งหมด ที่อยู่ทั่วโลกในหลากหลายประเทศที่แตกต่างกันนั้น มังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล ได้ให้รายละเอียดว่า ปัจจุบันมีคนไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศประมาณ 1.6 ล้านคน และมีคนไทยอีก กว่า 1 ล้านคน ที่เดินทางไปต่างประเทศเพื่อการท่องเที่ยวในแต่ละช่วงเวลา ทำให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยทั่วโลกกว่า 94 แห่ง มีภารกิจหลักในการคุ้มครองและดูแลคนไทย รวมถึง เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนไทยในแต่ละประเทศ“การคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศเป็น นโยบายสำคัญของรัฐบาลไทยทุกสมัย โดยมุ่งดูแลคนไทยอย่างทั่วถึง ไม่เลือกปฏิบัติตามสถานะทางกฎหมายของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่พำนักอย่างถูกต้องหรือไม่ก็ตาม ซึ่งแนวทางนี้ได้รับการรับรองในระดับรัฐธรรมนูญและต่อเนื่องลงมาจนถึงระเบียบปฏิบัติของกระทรวงการต่างประเทศในทางปฏิบัติ การทำงานของสถานทูตส่วนใหญ่มักเป็นไปในลักษณะ "เชิงรับ" เพราะไม่สามารถคาดการณ์เหตุการณ์ต่างๆ ได้ล่วงหน้า เช่น สถานการณ์ ‘ผีน้อย’ ในเกาหลีใต้ที่เป็นที่รู้กันว่ามีแนวโน้มต้องดูแลเป็นพิเศษ หรือกรณีฉุกเฉินเฉียบพลันอย่าง สงครามในอิสราเอล หรือภัยธรรมชาติในลอสแอนเจลิส อย่างแผ่นดินไหวและไฟป่า”อธิบดีย้ำว่า การเตรียมความพร้อม จึงเป็นเรื่องสำคัญ สถานทูตมีการปรับแผนรองรับภัยพิบัติอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริม ความเข้มแข็งของชุมชนไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีคนไทยอาศัยอยู่อย่างถาวรและเป็นระบบ เช่น ประเทศในแถบยุโรป อเมริกาเหนือ หรือญี่ปุ่น ที่มีการวางรากฐานของชุมชนอย่างชัดเจน ทั้งการจัดกิจกรรม สร้างเครือข่าย และประสานงานกับท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนไทยสามารถพึ่งพาตนเองและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นได้ในยามเกิดวิกฤตแม้ประเทศไทยจะมีสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่กระจายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่สามารถมีสถานทูตหรือกงสุลในทุกประเทศได้ อธิบดีมังกรเองก็เล่าว่า เคยมีเหตุการณ์ที่เกิดเหตุความขัดแย้งในประเทศที่เราไม่มีสถานทูตอยู่ คือในซูดาน และซูดานใต้“กรณีเหตุความขัดแย้งในซูดานและซูดานใต้ ซึ่งไม่มีสถานทูตไทยประจำอยู่โดยตรง แต่เรามีนักเรียนที่อยู่ที่นั่น หน้าที่ดูแลจึงตกอยู่กับสถานทูตไทย ณ กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ขณะเดียวกัน ซูดานอยู่ในความดูแลของสถานทูตไทย ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ตอนนั้นสถานทูตอียิปต์ก็ได้มีการจัดเตรียมอพยพนักศึกษาเหล่านั้นออกมาโดยใช้รถรถโดยสารขนาดใหญ่ แล้วก็มีการหากองกําลังคุ้มครองเด็กนักศึกษาเหล่านั้น เพราะว่าตอนที่อพยพออกมา มันต้องผ่านในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งมีความเสี่ยงที่โดนโจมตี เพราะว่าแต่ละฝ่ายจะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ก็ผมก็เชื่อว่า ณ ตอนนั้นเนี่ย ทางทางสถานทูตก็ก็มี มีมีความลําบาก หรือมีความขัดข้องในการดําเนินการอยู่ พอควรเหมือนกัน เพราะว่าเพราะว่าก็ต้องพึ่งทางการท้องถิ่นและกงสุลกิตติมศักดิ์ที่ไทยแต่งตั้งขึ้น ซึ่งแม้จะไม่ใช่ข้าราชการไทยโดยตรงแต่ก็มีบทบาทสำคัญในการประสานงานและให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ห่างไกลอย่างมีประสิทธิภาพ”สุดท้ายแล้ว อธิบดีกรมการกงสุล ที่ดูแลคนไทยทั่วโลก เน้นว่าการช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศนั้น เริ่มตั้งแต่ปัญหาเกี่ยวกับเอกสารการเดินทาง เช่น กรณีหนังสือเดินทางสูญหายจากการถูกขโมยหรือเหตุสุดวิสัยอื่น ๆ เจ้าหน้าที่จะมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการออกเอกสารทดแทน เช่น หนังสือเดินทางชั่วคราว เพื่อให้คนไทยสามารถเดินทางกลับประเทศหรือเดินทางต่อไปยังจุดหมายได้อย่างปลอดภัยนอกจากนี้ สถานทูตยังมีบทบาทในการช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก เช่น แรงงานที่มีปัญหากับนายจ้างหรือต้องการเดินทางกลับบ้านแต่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพียงพอ ไปถึงปัญหาอย่างการค้ามนุษย์ เพื่อดูแลและปกป้องคนไทยจากความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ รวมถึงการเตรียมแผนรองรับกรณีเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า ทั้งในระดับส่วนกลางและสถานเอกอัครราชทูต โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไทยสำคัญที่สุด
TNN ช่อง16 • 13 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์
TNN ช่อง16 • 12 มิ.ย. 68
อ่าน
ล่าแม่มด ? "นักศึกษาจีน" เหยื่อ "ทรัมป์" เมื่อการเมืองแทรกแซงการศึกษาสหรัฐฯ
ผิดที่เป็นคนจีน?สงครามการค้า ลุกลามมาถึงการศึกษาคนเก่งคนมีความรู้ต้องกลายเป็นเหยื่อการเมืองกับท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ดูเหมือนว่าพยายามไล่นักศึกษาชาวจีนให้พ้นจากประเทศด้วยนโยบายเพิกถอนวีซ่านักเรียนจีน หากพบเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนโดยเฉพาะกลุ่มที่เรียนในสาขาเทคโนโลยี โดยอ้างว่ากระทบต่อความมั่นคงของประเทศและแน่นอนว่าทางการจีน ตอบโต้กลับทันควัน บอกว่าสหรัฐฯทำไม่ถูกเพราะนี้คือการเลือกปฎิบัติจากเชื้อชาติ หรือพูดง่ายๆ "ผิดที่เป็นคนจีน"นักศึกษาจีนในสหรัฐอเมริกาถูกบีบให้กลายเป็นเหยื่อการเมืองระหว่างประเทศเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2025 รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio)ประกาศว่ารัฐบาลจะดำเนินมาตรการ "รีวิววีซ่า" อย่างละเอียดกับนักศึกษาจีนโดยเฉพาะผู้ที่เรียนในสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ (STEM) ซึ่งอาจนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังระบุด้วยว่า ผู้สมัครวีซ่าอาจถูกสแกนโซเชียลมีเดียย้อนหลังเป็นเวลา 5 ปี และหากพบว่ามีการแสดงความเห็นในเชิงสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือมีกิจกรรมทางการเมืองที่ “ไม่เหมาะสม” ก็อาจถูกปฏิเสธวีซ่าทันทีส่วนเกณฑ์การพิจารณาวีซ่าหลังจากนี้ก็จะมีการปรับปรุงใหม่เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองตรวจสอบผู้ขอวีซ่าในอนาคตทั้งจากประเทศจีนและฮ่องกงขณะที่ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในเรื่องนี้ก็ไม่ชัดเจนว่าจะปกป้องนักศึกษาต่างชาติ 100 %ล่าสุด 31 พฤษาคม ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตอบคำถามเมื่อถูกถามถึงข้อความที่จะส่งถึงนักศึกษาที่ต้องการอยู่ในประเทศทรัมป์กล่าวว่า “พวกเขาจะไม่เป็นไร ทุกอย่างจะเรียบร้อยดีเราเพียงแค่ต้องการตรวจสอบนักศึกษาแต่ละคนในสถานศึกษาทุกแห่ง”และแน่นอนว่าหลังจากที่มีประกาศกร้าวเรื่องนี้วีซ่านักเรียนจีนออกไปก็เกิดความแตกตื่นในหมู่นักศึกษา ทั้งคนที่เรียนอยู่แล้วในปัจจุบันไปจนถึงคนที่วางแผนจะศึกษาต่อในอนาคตด้วยสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ประเด็นเรื่องวีซ่าได้สร้างความกังวลใจอย่างหนัก กับนักศึกษาชาวจีนในขณะนี้หลายรอลุ้นว่าวีซ่าจะผ่านหรือไม่อย่างไร้ความหวัง บางคนเลือกจะดร็อปการเรียนเอาไว้ก่อนจนกว่าทุกอย่างจะแน่นอนและบางคนก็พิจารณาทางเลือกเรียนต่อในประเทศอื่นทดแทน เช่น ในยุโรปทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯระบุว่า จะไม่ยอมให้รัฐบาลจีนเข้ามา "แสวงหาผลประโยชน์"จากมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ หรือการขโมยผลงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯ ขณะที่ทางการยังไม่ได้ให้รายละเอียดว่าจะมีนักศึกษาจีนได้รับผลกระทบจากการเพิกถอนวีซ่าครั้งนี้มากน้อยแค่ไหนการปราบปรามวีซ่านักเรียนจีนครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวของรัฐบาลทรัมป์ที่พุ่งเป้าไปยังชุมชนนักศึกษาต่างชาติ โดยเฉพาะพลเมืองจีนซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 ของนักเรียนต่างชาติทั้งหมดในสหรัฐฯหรือมีจำนวนมากกว่า 277,000 คน และหากมีการเพิกถอนวีซ่าก็จะส่งผลกระทบต่อแหล่งรายได้หลักของมหาวิทยาลัยและส่งผลกระทบต่อการพัฒนาคนไปสู่การทำงานในบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ อีกด้วยเพราะกลุ่มของนักศึกษาชาวจีนคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 16% ของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) ในสหรัฐอเมริกา จีน ชี้ สหรัฐกำลัง "ล่าแม่มด" ? บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ Global Times ของรัฐบาลจีนกล่าวว่ามาตรการวีซ่าใหม่นี้ เหมือนกับ "การล่าแม่มดเพื่อการศึกษา"ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การปราบปรามนักศึกษาจีนได้กลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ของสหรัฐฯในการควบคุมจีนมากขึ้นเรื่อยๆผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นร้ายแรงยิ่งกว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทันทีต่อสหรัฐฯคือ ความน่าดึงดูดใจของมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ จะลดลงในระยะยาวและอาจทำให้มีการสูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถตามมาเพราะนักศึกษาต่างชาติในสหรัฐมากถึง 54% มาจากอินเดียและจีนและมีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2023ตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯนักเรียน นักศึกษา คนมีความรู้ความสามารถต้องกลายเป็นเหยื่อทางการเมืองของทรัมป์หรือไม่?ล่าสุดมหาวิทยาลัยดังฮาร์วาร์ดซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันที่ออกมาฟาดฟันกับประธานาธิบดีทรัมป์ จนถูกริบเงินทุน และถูกสั่งห้ามรับนักศึกษาต่างชาติได้สร้างความฮือฮาด้วยการให้นักศึกษาจีนกล่าวสุนทรพจน์“เจียง ยู่หรง” บัณฑิตชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีจบของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในจังหวะเวลาที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังกดดัน-กีดกัน และพุ่งเป้าไปที่นักศึกษาชาวจีนหนึ่งในข้อความสำคัญที่เธอกล่าวไปยังทุกคนในครั้งนี้ คือ“เราไม่ได้สูงส่งเพราะการทำให้คนอื่นผิด แต่เราทะยานขึ้นด้วยการไม่ทิ้งอีกคนไว้ข้างหลัง”"สิ่งที่ฉันได้จากฮาร์วาร์ดมากที่สุด ไม่ใช่สูตรแคลคูลัส หรือการวิเคราะห์การถดถอยแต่คือการนั่ง รับฟัง และอ่อนโยนในห้วงเวลาที่ยากลำบาก ถ้าเรายังเชื่อในอนาคตที่มีร่วมกันจงอย่าลืมว่า คนที่เราตีตราเป็นศัตรู พวกเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนเรา การมองเห็นมนุษยชาติ เราก็มองเห็นตัวเองเช่นกัน"คำพูดของ“เจียง ยู่หรง” กลายเป็นไวรัลทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศจีนคนอเมริกันฝ่ายอนุรักษ์นิยมบางคนมองว่า เธอมีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์บางคนมองว่า เพราะเธอได้แรงหนุนจากชนชั้นผู้นำ ทำไห้ได้ไปเรียนในสหราชอาณาจักร ก่อนมาศึกษาต่อที่ฮาร์วาร์ดแต่ในจีน ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ค้นข้อมูลพบว่า พ่อของเจียง ยู่หรงทำให้งานบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนโดยบริษัทอเมริกันและทำให้เธอได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ "มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด" สู้กับ "รัฐบาลทรัมป์" สุดกำลังก่อนหน้านี้รัฐบาลทรัมป์ขู่สั่งห้ามฮาร์วาร์ดรับนักศึกษาต่างชาติ และระงับเงินสนับสนุนมหาศาลมากกว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เหตุไม่ทำตามคำสั่งจากรัฐบาล ขณะที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดมองว่านี่คือการแทรงแซงทางการศึกษา และฟ้องกลับรัฐบาลทรัมป์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มีนักศึกษาต่างชาติในปีการศึกษานี้ 6,800 คน คิดเป็น 27% ของนักศึกษาทั้งหมด และในจำนวนนักศึกษาต่างชาตินั้น กว่า 1 ใน 3 เป็นชาวจีนเจียง ยู่หรง ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว AP ในภายหลังว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์และมองว่า ถึงเวลาแล้วที่ฮาร์วาร์ด จะมุ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของนักศึกษาต่างชาติในช่วงเวลาที่การเมืองตึงเครียดเช่นนี้ สิ่งที่เธออยากสื่อ ถ้าให้สรุปในประโยคเดียว คือ มนุษยชาติขึ้นสูงและลงต่ำพร้อมกันเราอยู่ในห้วงเวลาที่ยากลำบาก เกิดความแตกแยกทางความคิด เชื้อชาติ และอัตลักษณ์ถึงเวลาแล้วที่เราต้องใช้จินตนาการ จินตนาการตัวเราเชื่อมโยงกับคนอื่นหน้าไหว้หลังหลอก นี่คือสิ่งที่ทางการจีนพูดถึงสหรัฐฯหลังจากรัฐบาลทรัมป์ประกาศเรื่องการเพิกถอนวีซ่านักเรียนย้ำว่าสหรัฐฯกำลังเลือกปฎิบัติ และจะกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างแน่นอนกระทรวงการต่างประเทศจีนออกโรงวิจารณ์อย่างรุนแรงต่อมาตรการของรัฐบาลสหรัฐฯภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เตรียมเพิกถอนวีซ่านักศึกษาจีนที่กำลังศึกษาในสหรัฐฯเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงต่อสื่อมวลชนว่าสหรัฐฯ ใช้เหตุผลด้านอุดมการณ์และความมั่นคงของชาติเป็นข้ออ้างในการตัดสินใจครั้งนี้ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างเลี่ยงไม่ได้เหมา หนิง ระบุว่า การกระทำที่แฝงไปด้วยเจตนาทางการเมืองและการเลือกปฏิบัติของสหรัฐฯแสดงให้เห็นความหน้าไหว้หลังหลอก เพราะในขณะที่สหรัฐฯ อวดอ้างถึงเสรีภาพและความเปิดกว้างแต่กลับทำในสิ่งที่ย้อนแย้งกัน ซึ่งจะทำลายภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศเสียเอง
TNN ช่อง16 • 12 มิ.ย. 68
อ่าน
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สะกดจิตเหยื่อได้ไหม? หลังเหิมเกริมหลอกนักศึกษา มช.ตกเป็นเหยื่อนับ 10 รายใน 1 สัปดาห์
แม้ว่าปัจจุบัน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะยังคงใช้กลอุบายเดิมในการ โทรศัพท์มาหลอกเหยื่อ เช่น-อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ข่มขู่ว่าเหยื่อทำผิดกฎหมายบัญชีพัวพันบัญชีม้า ส่งยาเสพติด มีพัสดุผิดกฎหมาย-มีการใช้เบอร์โทรศัพท์ไปใช้ทำผิดกฎหมาย ต้องทำการตรวจสอบทรัพย์สินด้วยการโอนเงินไปให้ตรวจสอบให้ครบจำนวน-ข่มขู่ปล่อยคลิปลับ วิดีโอคอล ขอให้เหยื่อ ถอดเสื้อผ้าและจะบันทึกภาพไว้ blackmail ทีหลัง-หลอกว่าได้รับทุนฟรีที่ต่างประเทศ แต่จะต้องโอนเงินไปก่อนเพื่อใช้เป็นสเตจเม้นท์ สร้างความน่าเชื่อถือโดยระหว่างพูดคุย มีเงื่อนไขว่าต้องวิดีโอคอล 24 ชั่วโมงเปิดกล้อง และต้องอยู่คนเดียว ห้ามติดต่อใคร แถมมีบอกสคริป แนะนำวิธีให้เหยื่อ ไปขอเงินพ่อแม่คำถามคือ ทำไมเราถึงยอม ทำตามมันทุกอย่าง คล้ายโดนล้างสมอง หรือ ถูกสะกดจิต ?คำตอบจากเพจมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พูดถึงเทคนิคที่มิจฉาชีพใช้กับเหยื่อว่า สิ่งที่ทำให้เหยื่อ หลงเชื่อ ยอมทำทุกอย่างไม่ใช่สะกดจิต แต่มันคือ Emotional Hijack คือการเล่นกับ สมองและจิตใจเรา ด้วยความกลัวและความเครียดชั่วขณะจนสมองส่วนอารมณ์ Amygdala ทำงาน เหนือ สมองส่วนเหตุและผล มัวแต่กลัว เครียด จนไม่ได้ฉุกคิดว่า นี่คือเรื่องจริงไหม เช่นสวัสดีครับ ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนะครับ คุณใช่คุณ……(บอกชื่อและข้อมูลที่ถูกต้องของเรา)เราตรวจสอบพบว่า บัญชีของคุณ ไปพัวพันกับ การขนส่งพัสดุผิดกฎหมายเพื่อแสดงความบริสุทธ์ ทางเราต้องการให้คุณ โอนเงินมา เพื่อตรวจสอบ นะครับแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เพิ่มความมีอำนาจ ให้เหยื่อรู้สึกตัวเล็ก ต้องยอมทำตามใช้ข้อมูลส่วนตัวเหยื่อที่ขโมยมา เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ว่าใช่เราจริงทั้งหมดจึงหลอกให้เหยื่อ ตกใจ รีบทำตาม ไม่งั้นเรื่องราวจะบานปลาย🎓 ทำไม นักศึกษามหาวิทยาลัย จึงกลายเป็น เป้าหมายหลัก ?ประสบการณ์ชีวิตน้อย ยังไม่เคยเจออะไรแบบนี้โครงสร้างสังคม สอนให้เด็กเชื่อผู้ใหญ่ หรือ เจ้าหน้าที่รัฐ โดยไม่ต้องตั้งคำถามความมั่นใจในตัวเอง ว่าเป็นแบบที่ฉันคิดแหละถูกต้องแล้ว ไม่กล้าพูดคุยกับพ่อแม่เมื่อมีปัญหา ผลคือ โดนหลอกวิธีเอาตัวรอดจาก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (1) ตั้งสติ หายใจเข้า-ออกลึก ๆ 3 ครั้งและบอกว่า “เจ้าหน้าที่จริงจะไม่ให้เราโอนเงิน”(2) ขอเบอร์ติดต่อกลับ เชื่อมั่นว่าเราไม่ได้ทำผิด และเรามีสิทธิ “ปฏิเสธ” และ “รอ” (3) เมื่อเริ่มรู้สึกถูกกดดัน ให้โอนเงิน ให้รีบวางสาย และ ติดต่อหาคนใกล้ตัว หรือ 191
TNN ช่อง16 • 5 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือน! ไทยเตรียมรับมือพายุแตตสวด กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากที่มีข้อความเตือนให้เตรียมรับมือพายุแตตสวดนั้น ทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าว ไม่ใช่ข้อมูลที่มาจากกรมอุตุนิยมวิทยา หากมีพายุเกิดขึ้นจริง และมีแนวโน้มที่จะเข้าประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศให้ทราบอย่างน้อย 3 วัน สำหรับพายุแตดสวด นั้น ไม่มีชื่อในระบบชื่อพายุหมุนเขตร้อน รวมถึงในขณะนี้ไม่มีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นในบริเวณมหาสมุทรที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ขอให้ประชาชนติดตามข่าว พยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาเท่านั้น เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกขึ้นในสังคม และหากมีสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพื่อเติม สามารถสอบถามได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th, Facebook กรมอุตุนิยมวิทยา Application Thai weatherสายด่วน 1182 (ตลอด 24 ชั่วโมง( ตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ https://www.antifakenewscenter.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
TNN ช่อง16 • 5 มิ.ย. 68
อ่าน
ดีอี เตือนข่าวปลอมชายแดนไทย-กัมพูชาระบาดหนัก
ดีอีเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอมชายแดนไทย–กัมพูชา หลังพบข้อมูลเท็จระบาดหนัก ย้ำทุกด่านยังเปิดปกติ ขอรับข้อมูลจากหน่วยงานทางการเท่านั้นดีอีเตือนข่าวปลอมชายแดนไทย-กัมพูชาระบาดหนัก ย้ำอย่าแชร์-เชื่อข้อมูลเท็จนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระแสข่าวปลอมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชาแพร่กระจายอย่างหนักในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะภาพและข้อความที่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงจนก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล และความสับสนในสังคมวงกว้างกระทรวงดีอี โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้แล้วมากถึง 33 ข่าว โดยได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐว่าเป็นข่าวเท็จแล้ว 9 ข่าว ซึ่งหนึ่งในข่าวที่แพร่หลายและสร้างความตื่นตระหนกมากที่สุด คือ ข่าวอ้างว่า “รัฐบาลเตรียมปิดด่านชายแดนไทย–กัมพูชา 6 แห่ง” ซึ่งไม่เป็นความจริง ยืนยันด่านชายแดนเปิดปกติ ตรวจสอบพบเป็นข่าวปลอมกระทรวงดีอีได้ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และหน่วยงานด้านความมั่นคงชายแดน ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีคำสั่งปิดด่านแต่อย่างใด ด่านชายแดนยังคงเปิดให้บริการตามปกติ พร้อมดำเนินการปิดกั้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่เกี่ยวข้องแล้วบางส่วนเตือนอย่าแชร์ข้อมูลปลอม หวั่นกระทบความสัมพันธ์สองประเทศนายประเสริฐเตือนว่า เรื่องเขตแดนไทย–กัมพูชาเป็นเรื่องอ่อนไหว หากมีการแชร์ข่าวปลอม จะยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข่าวปลอมที่ใช้ภาพตัดต่อจาก AI หรือการปล่อยข่าวลือ เช่น ข่าวปลดแม่ทัพภาคที่ 3 ล้วนเป็นข้อมูลที่ไม่มีมูลความจริง และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ข้อมูลเท็จมีโทษหนัก แนะตรวจสอบก่อนแชร์ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย หรือแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง หากพบข้อความ รูปภาพ หรือโพสต์ต้องสงสัย ควรส่งหลักฐานเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพราะการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
TNN ช่อง16 • 4 มิ.ย. 68
อ่าน
สอบ TCAS68 ประกาศผลแล้ว เปิด 15 หลักสูตร มีผู้สมัครมากที่สุด รอบ 3 Admission
การสอบ TCAS (Thai University Cantral Admission) คือ การสอบเพื่อการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา หรือเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีประกาศผลครั้งที่ 1 สมัครแอดมิชชั่น (Admission) ทั้งนี้ วันนี้ 20 พฤษภาคม 2568 เป็นการประกาศผลครั้งที่ 1 ทุกคนที่สมัครแอดมิชชั่น (Admission) โดยยืนยันสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2568จากนั้นระบบจะมีการประกาศผลอีกครั้งวันที่ 25 พฤษภาคมและสามารถสละสิทธิ์ได้ถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2568ผู้สมัครแต่ละคนสามารถ สละสิทธิ์ได้สูงสุดเพียง 1 ครั้ง และต้องดำเนินการในช่วงเวลาที่เปิดให้เท่านั้น เพื่อจะสมัครรอบถัดไปได้26 พฤษภาคม 2568 เฉพาะผู้ที่ยืนยันสิทธิ์รอบ 3 Admission และไม่เคยสละสิทธิ์มาก่อนเท่านั้นประกาศจำนวนที่นั่งรอบ 4 Direct Admission ที่ mytcas.com วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 15 หลักสูตร สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admissionทั้งนี้ 15 หลักสูตร ที่มีจำนวนผู้สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้ สถิติการรับสมัครรอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิทินสอบ TCAS68 เตรียมความพร้อมเพื่อศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา
TNN ช่อง16 • 20 พ.ค. 68
อ่าน
รู้ทัน อาชญากรรมทางไซเบอร์ และวิธีป้องกันเบื้องต้น
ปัจจุบันแทบทุกคนน่าจะมีสมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์พื้นฐานจนอาจเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ต่อจากปัจจัย 4 อย่างน้อยคนละเครื่องใช่มั้ยครับ เพราะมือถือถือว่าเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ไม่ใช่จะใช้แค่การโทรศัพท์คุยกันเท่านั้น แต่สำหรับหลายท่านน่าจะใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากินผ่านโลกออนไลน์ผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จึงทำให้มีอาชญากรรมไซเบอร์ หรือ Cybercrime เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน โดย Cybercrime หรือ อาชญากรรมไซเบอร์ นั้นหมายถึง การกระทำผิดทางกฎหมายโดยใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือ หรือการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว สร้างความเสียหาย หรือก่อกวนระบบ ดังนั้น เพื่อเป็นการให้ความรู้ และแนะนำวิธีป้องกัน พวกเราทีมงาน TrueID ขอแนะนำความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ อาชญากรรมไซเบอร์ ให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันครับ ประเภทของ Cybercrime ที่พบบ่อย การโจรกรรมข้อมูล (Data Theft): การขโมยข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางธุรกิจ หรือความลับทางการค้า การหลอกลวงออนไลน์ (Online Scam): การหลอกลวงเพื่อให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว โอนเงิน หรือซื้อสินค้า/บริการปลอม เช่น ฟิชชิ่ง (Phishing), สแกม (Scam), แชร์ลูกโซ่ การโจมตีด้วยมัลแวร์ (Malware Attacks): การใช้โปรแกรมที่เป็นอันตราย เช่น ไวรัส (Virus), เวิร์ม (Worm), โทรจัน (Trojan), แรนซัมแวร์ (Ransomware) เพื่อทำลายระบบ ขโมยข้อมูล หรือเรียกค่าไถ่ การโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการ (Denial-of-Service Attacks - DoS/DDoS): การทำให้ระบบหรือเว็บไซต์เป้าหมายไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราวหรือถาวร โดยการส่งคำขอจำนวนมากเกินกว่าที่ระบบจะรับไหว การละเมิดลิขสิทธิ์ (Copyright Infringement): การคัดลอก เผยแพร่ หรือใช้งานผลงานที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต การก่อกวนทางไซเบอร์ (Cyber Harassment/Cyberbullying): การกลั่นแกล้ง ข่มขู่ หรือทำให้ผู้อื่นอับอายทางออนไลน์ การปลอมแปลงตัวตน (Identity Theft): การขโมยและใช้ข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่นเพื่อกระทำการต่างๆ ในชื่อของผู้นั้น หรือสร้างตัวตนปลอมเพื่อไปหลอกผู้อื่น การเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต (Unauthorized Access/Hacking): การพยายามหรือเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายโดยไม่มีสิทธิ์ อาชญากรรมทางการเงินออนไลน์ (Online Financial Crime): การกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการเงินผ่านระบบออนไลน์ เช่น การขโมยหมายเลขบัตรเครดิต การฟอกเงิน วิธีป้องกัน Cybercrime เมื่อเราทราบว่าปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์มีมากมายหลายวิธีแล้ว เรามีวิธีที่จะป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับเราหรือคนในครอบครัวได้ดังนี้ ใช้รหัสผ่านที่แข็งแกร่งและไม่ซ้ำกัน ควรใช้รหัสผ่านที่คาดเดายาก มีตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ผสมกัน และไม่ใช้รหัสผ่านเดียวกันสำหรับหลายบัญชี เพราะหากบัญชีใดของเราโดนแฮก เราอาจโดนแฮกบัญชีอื่นๆ ของเราไปทั้งหมดได้ เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (Two-Factor Authentication - 2FA) เพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นด้วยการกำหนดให้ต้องใช้รหัสผ่านร่วมกับรหัส OTP หรือการยืนยันผ่านอุปกรณ์อื่น ถือเป็นอีกวิธีที่ช่วยป้องกันอุปกรณ์มีความปลอดภัยมากขึ้น ระมัดระวังอีเมลและลิงก์ที่ไม่น่าสงสัย อย่าเปิดอีเมลหรือคลิกลิงก์จากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก หรือมีเนื้อหาที่น่าสงสัย ซึ่งปัจจุบันอาชญากรมีการส่งข้อความเชิญชวนให้เรากดลิงก์มากมาย เช่น คุณได้รางวัล กดลิงก์เพื่อยืนยัน หรือเป็นข้อความเท็จที่หลอกให้เรากลัวจนต้องกดลิงก์ดังกล่าว ติดตั้งและอัปเดตซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและไฟร์วอลล์ โปรแกรมเหล่านี้จะช่วยตรวจจับและป้องกันมัลแวร์และการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชัน การอัปเดตจะช่วยแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยได้ และถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนอุปกรณ์ของเราให้มีซอฟท์แวร์ที่ทันสมัยขึ้น เพราะส่วนใหญ่หากใช้เป็นเวลาหลายปี อุปกรณ์จะหมดการอัปเดตความปลอดภัย ทำให้อาจมีช่องโหว่ให้แฮกเกอร์โจมตีได้ ระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวออนไลน์ อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน หรือรหัสผ่านให้กับเว็บไซต์หรือบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือโดยเด็ดขาด ใช้เครือข่าย Wi-Fi ที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะในการทำธุรกรรมสำคัญ หรือใช้ VPN (Virtual Private Network) เพื่อเข้ารหัสการเชื่อมต่อ สำรองข้อมูลเป็นประจำ การสำรองข้อมูลจะช่วยให้คุณสามารถกู้คืนข้อมูลได้ในกรณีที่เกิดความเสียหายจากอาชญากรรมไซเบอร์ เรียนรู้และตระหนักถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ ติดตามข่าวสารและวิธีการหลอกลวงใหม่ๆ เพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ รายงานอาชญากรรมไซเบอร์ หากตกเป็นเหยื่อ ให้แจ้งความกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งสำหรับในประเทศไทย เมื่อโดนอาชญากรรมทางไซเบอร์โจมตี สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th ซึ่งเป็นเว็บของ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ Cyber Crime Investigation Bureau หรือโทรสายด่วน 1441 เพื่อแจ้งความออนไลน์ หรือแจ้งเบาะแสได้ Photo Credit : AI Generated
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 16 พ.ค. 68
ดู
เกาหลีเหนือจะทดสอบนิวเคลียร์? เร็ว ๆ นี้ หรือไม่? l TNN World Today
TNN ช่อง16 • 6 ต.ค. 65
อ่าน
จีนจี้เกาหลีใต้งดส่งสินค้ามีแร่หายากให้สหรัฐฯ
หนังสือพิมพ์โคเรีย อีโคโนมิก เดลี ของเกาหลีใต้ รายงานอ้างแหล่งข่าวจากทางการและบริษัทเอกชนว่า รัฐบาลจีนได้แจ้งถึงบริษัทเกาหลีใต้ให้งดส่งออกสินค้าที่มีส่วนประกอบแร่หายากของจีนไปยังบริษัทด้านการป้องกันประเทศของสหรัฐฯรายงานระบุว่า กระทรวงพาณิชย์จีนได้ส่งเอกสารแจ้งถึงบริษัทเกาหลีใต้ที่ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า แบตเตอรี่ จอภาพ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) อากาศยาน และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งล้วนแต่ใช้แร่หายากเป็นส่วนประกอบรายงานระบุด้วยว่า บริษัทของเกาหลีใต้อาจถูกคว่ำบาตรจากจีน หากละเมิดข้อจำกัดการส่งออกตามที่ได้แจ้งล่าสุดอย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อรายงานข่าวเรื่องนี้ เมื่อต้นเดือนเมษายน จีนได้ประกาศข้อจำกัดการส่งออกแร่หายาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตอบโต้กำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยจำกัดการส่งออกแร่หายากสำหรับใช้ในการผลิตอาวุธ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ไปยังประเทศตะวันตกขณะที่รายงานของศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษานานาชาติ (CSIS) หน่วยงานคลังสมองของสหรัฐฯ เตือนว่า นโยบายควบคุมการส่งออกแร่หายากของจีนอาจส่งผลให้การส่งออกหยุดชะงัก เนื่องจากจีนกำลังวางระบบการออกใบอนุญาต และกระทบต่อการจัดหาทรัพยากรของบริษัทบางแห่งในสหรัฐฯ CSIS ระบุด้วยว่า สหรัฐฯ มีความเสี่ยงเป็นพิเศษต่อห่วงโซ่อุปทานเหล่านี้ เนื่องจากแร่หายากมีความสำคัญมากต่อเทคโนโลยีการป้องกันประเทศขั้นสูงหลายประเภท และใช้ในเครื่องบินขับไล่ เรือดำน้ำ ขีปนาวุธ ระบบเรดาร์ และโดรน
TNN ช่อง16 • 23 เม.ย. 68
อ่าน
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบผลได้ผ่านเว็บ www.mytcas.comสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศผลสอบ A-Level ประจำปี 2568 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศสามารถเข้าตรวจสอบผลสอบผ่านระบบ MyTCAS ได้ทันที วิธีตรวจสอบผลสอบ A-Level 68ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบผ่านเว็บไซต์ของ ทปอ. ได้ที่ https://www.mytcas.com โดยมีขั้นตอนดังนี้:1.เข้าสู่ระบบที่ https://student.mytcas.com ด้วยบัญชีผู้สมัคร2.เลือกเมนู “ประกาศผลสอบ A-Level” เพื่อดูผลสอบรายวิชา3.หากต้องการดาวน์โหลดเอกสาร สามารถเลือก “หนังสือรับรองผลการสอบแยกรายวิชา” ได้ทันที4.หากต้องการยื่นขอทบทวนผลคะแนน ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วกด “ขอทบทวนผลคะแนนสอบ” ยื่นขอทบทวนผลคะแนนสอบได้ถึง 25 เม.ย. 68สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนสอบ หรือเชื่อว่าคะแนนอาจมีความคลาดเคลื่อน สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนผลคะแนนได้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 25 เมษายน 2568 ผ่านระบบ MyTCASค่าธรรมเนียมในการทบทวนคะแนนสอบ• ค่าธรรมเนียมรายวิชา: 100 บาท/วิชา• เหมาจ่ายทุกวิชา: 300 บาทโดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องเลือกวิชาที่ต้องการทบทวน อ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน และทำการชำระเงินผ่านระบบตามขั้นตอนที่กำหนดสรุป• ประกาศผลสอบ A-Level 68 แล้วตั้งแต่ 17 เม.ย. 68• ตรวจสอบผลได้ที่ student.mytcas.com• ขอทบทวนผลสอบได้ระหว่าง 18–25 เม.ย. 68• ค่าธรรมเนียม: รายวิชา 100 บาท, เหมาจ่าย 300 บาท
TNN ช่อง16 • 18 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งเตือนประชาชนระวังSMS M-Flow ปลอม ซึ่งหลอกแนบลิงก์อ้างว่ามี "บิลรอดำเนินการ" โดยยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรายงานผลการเฝ้าระวังข่าวระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2568 พบข้อความต้องตรวจสอบทั้งหมด 599 ข้อความ จากข้อความที่เข้ามากว่า 837,000 ข้อความ โดยข่าวปลอมอันดับ 1 คือเรื่อง "M-Flow ส่ง SMS แนบลิงก์ แจ้งมีบิลที่กำลังรอดำเนินการ" กระทรวงดีอีได้ประสานกับกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบและยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการแอบอ้างโดยมิจฉาชีพที่ต้องการหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์ปลอม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือหลอกให้โอนเงินประชาชนที่ใช้บริการ M-Flow สามารถตรวจสอบและชำระค่าบริการได้ผ่าน 3 ช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น ได้แก่แอปพลิเคชัน MFlowthaiLine Official : @mflowthaiเว็บไซต์ www.mflowthai.comกระทรวงดิจิทัลฯ ยังเน้นย้ำให้ประชาชนอย่าแชร์หรือหลงเชื่อข่าวปลอมโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมมีความซับซ้อน และแฝงตัวในสื่อออนไลน์จำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลนอกจาก SMS M-Flow ปลอมแล้ว ยังพบข่าวปลอมอื่นที่น่าเป็นห่วง เช่น การเปิดบัญชี TikTok ปลอมอ้างชื่อธนาคาร, การหลอกให้จองหุ้น, รวมถึงการรับสมัครงานผ่านเพจปลอม ซึ่งล้วนมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงประชาชนทั้งสิ้น
TNN ช่อง16 • 6 เม.ย. 68
อ่าน
เทคนิครับมือ เมื่อไปพบญาติช่วงสงกรานต์ และการตอบคำถามป้าข้างบ้าน
กลับบ้านช่วงสงกรานต์ทั้งที รู้สึกว่ามีแต่คนรัก... เอ๊ะ! ที่ญาติ ๆ ชอบทักเพราะเป็นห่วงเราจริงเหรอ?เรียนจบยัง ทำงานไหน เงินเดือนเท่าไหร่ แต่งงานกับใครหรือยัง? คำถามฮิตติดปาก จากญาติ ๆ ที่คอยห่วงใย ถ้าเรารู้สึกไม่สบายใจ จะรับมืออย่างไรดี? วันนี้ ‘ฟิวส์ ธีรวรรณ ดีบ้านคลอง’ นักจิตวิทยาคลินิก Me Center มีคำแนะนำมาฝาก1.สร้างขอบเขตของเราให้ชัดโดยให้ดูว่าเราโอเคกับอะไร ไม่โอเคกับอะไร หากมีคนถามในสิ่งที่เราสะดวกใจตอบ เราสามารถตอบออกไปได้ แต่หากถูกถามในเรื่องที่ไม่สะดวกใจที่จะตอบ อาจตอบไปว่า “ขอโทษด้วยนะคะ/ครับ ยังไม่พร้อมจะตอบเรื่องนี้/ยังไม่พร้อมจะเล่า ขอบคุณมากนะคะ/ครับ ที่เป็นห่วงหรือถามเรื่องนี้ ไว้พร้อมเมื่อไรจะตอบหรือจะเป็นคนแจ้งเรื่องนี้ให้ทราบเอง2.ขอความช่วยเหลือจากบุคคลที่สนิทใจในครอบครัวเช่น ขอความช่วยเหลือจากพี่ น้อง พ่อ แม่ ว่าเราคาดการณ์มาว่าจะต้องถูกญาติถามเรื่องที่เราไม่สะดวกใจที่จะตอบตอนนี้ เวลาที่ญาติจะถาม ช่วยอยู่ใกล้ ๆ เรา แล้วช่วยเราแก้สถานการณ์ ช่วยเราตอบคำถาม หรือพาเราหลีกเลี่ยงไม่อยู่กับญาติคนนี้ เพื่อไม่ให้มีโอกาสได้ถามในวงสนทนา3.เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาโดยให้สอบถามเรื่องอื่น เช่น อากาศวันนี้แจ่มใสดี มี pm2.5 หรือเปล่า วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ/ครับ? คุณ…ได้ทานอะไรหรือยังคะ/ครับ? 4.สอบถามเรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับคนในครอบครัวหรือสอบถามผู้ถามกลับ เมื่อถูกถามแล้วเราไม่แน่ใจว่าจะตอบว่าอย่างไร สามารถถามกลับผู้ที่ถามเรามาได้ว่าเรื่องนี้คิดเห็นอย่างไร หรือเปลี่ยนโดยการถามเรื่องเกี่ยวกับคนในครอบครัวคนอื่น เช่น คุณอาว่าคุณปู่เป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้?5.ตอบคำถามสั้น ๆ โดยหลีกเลี่ยงการให้รายละเอียดเช่น ไม่ใช่ค่ะ/ครับ ไม่แน่ใจ ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย ยังไม่มีอะไรใหม่6.ใช้อารมณ์ขันเข้ามาช่วยด้วยการเล่นมุกตลก หรือตอบแบบตลก ๆ การใช้อารมณ์ขันจะช่วยให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดเบาบางลงไปได้ และอาจจะทำให้ผู้ถามไม่ได้ให้ความสนใจอยู่เฉพาะการรอคำตอบของเราเท่านั้น วิธีดังกล่าวเป็นวิธีการเบื้องต้นในการรับมือกับญาติที่ชอบมาทักเราให้รู้สึกเสียความมั่นใจ หรือกระตุ้นให้เรามีอารมณ์และความรู้สึกติดลบ แต่ทั้งนี้อาจต้องดูบริบท รวมถึงนิสัยของคู่สนทนาของเรา เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการรับมือแต่หากพบว่าเรื่องนี้กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ทำให้รู้สึกแย่ ท้อแท้ มีพฤติกรรมแยกตัวออกจากสังคม และกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน การขอคำปรึกษาโดยการเข้าพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิก ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้หากสนใจปรึกษาจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาคลินิก ติดต่อได้ที่Me Center คริสตัล ดีไซน์ เซนเตอร์ (CDC) ชั้น 2โทร 085-355-2255Me Center ศูนย์สมองและสุขภาพจิต ชั้น 8 โรงพยาบาลอินทรารัตน์โทร 02-481-5555 ต่อ 8300Line Official: @mecenter (https://lin.ee/mCheDsu)
TNN ช่อง16 • 3 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ
กระแสโซเชียลกำลังพุ่งความสนใจไปที่เพจ Kafaak หลังโพสต์เตือนว่า ChatGPT สามารถนำไปใช้ปลอมสลิปโอนเงินแบบแนบเนียนได้ ทั้งการปลอมชื่อบัญชีเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) มหาเศรษฐีชื่อดัง ปลอมจำนวนเงินที่โอน เลขบัญชี และไม่เว้นแม้แต่ลายน้ำ TNN Tech จึงรวบรวม 3 วิธี ในการรับมือสลิปปลอม ที่ไม่ใช่แค่มาจาก ChatGPT หรือ Generative AI ตัวอื่น ๆ แต่ยังไปรวมถึงการตัดต่อภาพด้วยเช่นกัน 3 วิธี รับมือสลิปปลอมจากภาพ ChatGPT, Generative AI และภาพตัดต่อสแกน QR Code บนสลิป (ถ้ามี) สำหรับสลิป (Slip) หรือบันทึกการทำรายการที่แอปพลิเคชันธนาคารออกให้ เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีการทำรายการโอนเงินหรือชำระเงินจริงหรือไม่เปิดแจ้งเตือนการทำธุรกรรม โดยการแจ้งเตือนจะมีทั้งรูปแบบบนแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) แบบ Official ของธนาคาร หรือสมัครรับ SMS สำหรับแจ้งเตือนก็ได้เช่นกันสมัครบริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งมีการทำธุรกรรมจำนวนมากในแต่ละวัน สามารถใช้บริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติเมื่อมีการส่งหลักฐานเข้าไปยังไลน์ หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ เช่น สลิปทูโก (Slip2GO) สลิปโอเค (SlipOK) หรือ อีซี่สลิป (EasySlip) เป็นต้น โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามปริมาณการทำธุรกรรมในแต่ละเดือน และนอกจากทั้ง 3 วิธีหลักแล้ว การสังเกตความผิดปกติบนสลิป เช่น ขนาด และรูปแบบตัวอักษร ลายน้ำ และรวมไปถึงการขอดูสลิปทันทีที่โอนเงินหากทำได้ ก็เป็นอีกตัวช่วยรับมือการปลอมสลิปโอนเงินได้เช่นกัน
TNN ช่อง16 • 28 มี.ค. 68
อ่าน
วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน อัปเดต 2025 ซื้อตั๋วรถไฟจีนยังไง จองตั๋วผ่านแอป
เที่ยวจีน ต้องรู้อะไรบ้าง? สายเที่ยวคนไหนอยาก เที่ยวจีนด้วยตัวเอง จำเป็นต้องทราบ วิธีเดินทางด้วยรถไฟจีน ไว้ก่อนเลย เพราะการเดินทางด้วยรถไฟ ถือเป็นระบบขนส่งสาธารณะหลักๆ ของจีนเลยก็ว่าได้ เราจึงขอแชร์ วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน อัปเดต 2025 มาช่วยให้การขึ้นรถไฟของนักท่องเที่ยวมือใหม่ราบรื่นมากขึ้น ตอนนี้ก็ถึงเวลาตามมาส่องกันแล้วค่ะว่า ซื้อตั๋วรถไฟแบบไหนได้บ้าง จองตั๋วผ่านแอปยังไง รู้แล้วเที่ยวได้สบายคอนเฟิร์ม! วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน 2025วิธีเดินทางด้วยรถไฟที่จีน ขึ้นรถไฟจีน 1. วิธีซื้อตั๋วโดยสาร 1.1 ซื้อตั๋วกับเจ้าหน้าที่ เริ่มด้วยวิธีซื้อตั๋วด้วยเงินสดแบบเบสิกที่สุด นั่นก็คือ ซื้อตั๋วรถไฟกับเจ้าหน้าที่ขายตั๋ว ค่ะ ใครไม่มั่นใจกลัวสื่อสารไม่ได้ แนะนำแคปหน้าจอตารางวันเวลา เที่ยวรถไฟ จากสถานีไหนไปที่ไหนให้ครบถ้วน แล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่พร้อมพาสปอร์ตได้เลยค่ะ สำหรับใครที่มีทริปเซี่ยงไฮ้จะซื้อบัตรเดินทางแบบเติมเงิน อย่าง Shanghai Pass ก็สะดวกไปอีกแบบ เพราะบัตรใบนี้สามารถใช้จ่ายค่า รถไฟใต้ดิน รถประจำทาง แท็กซี่ ที่เที่ยว รวมถึงร้านช้อปปิ้งต่างๆ ได้ค่อนข้างครอบคลุมเลยค่ะ 1.2 ซื้อตั๋วผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ มาถึงการ ซื้อตั๋วผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ คุณสามารถซื้อเป็นรายเที่ยวหรือซื้อ บัตร Metro Pass แบบเหมาทั้งวันไม่จำกัดเที่ยว บอกเลยว่า เหมาะกับคนที่ต้องเดินทางหลายๆ ครั้งต่อวันสุดๆ ค่ะ สำหรับขั้นตอนการซื้อตั๋วรายเที่ยวสามารถทำตามนี้ได้เลย สำหรับใครที่ไม่ถนัดภาษาจีน ก็ให้กดเปลี่ยนภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษได้เลยค่ะ ค้นหาสถานีปลายทางที่จะไป แล้วกดเลือก (ควรตรวจสอบเส้นทางรถไฟและการเปลี่ยนสถานีไว้ล่วงหน้า) เลือกจำนวนบัตรโดยสารที่ต้องการซื้อ กดเลือกวิธีการชำระเงิน ซึ่งสามารถจ่ายได้ทั้งเงินสด และสแกนจ่ายผ่านแอป Alipay, Wechat ได้ รับบัตรโดยสาร 1.3 จองตั๋วออนไลน์ผ่านแอป วันนี้เรา การซื้อตั๋วด้วย Alipay กับ Wechat ควรมีแอปนี้ติดเครื่องไว้เลย เพราะที่จีนใช้ 2 แอปนี้เป็นหลัก สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟ เราขอแนะนำ Alipay ค่ะ แต่ต้องสมัครและผูกบัตรเครดิตหรือ Travel card ไว้ก่อนนะคะ และวิธีใช้ Alipay กับการเดินทางด้วยรถไฟจีน ทำได้ 2 วิธีดังนี้ การเดินทางภายในเมือง วิธีแรกคือ สแกนเข้าสถานีด้วย Alipay เหมาะจะใช้กับการเดินทางด้วยรถไฟภายในเมือง เริ่มด้วยเข้าสู่แอปหน้าหลัก แล้วเลือก หมวด Transport Metro แล้วกด เมนู Transport ด้านบนเพื่อเลือกเมืองที่จะไป จากนั้นกด View จะขึ้นเมนู Select Metro Card กด Activate แล้วจึงกดยอมรับเงื่อนไขต่างๆ ก่อนเลือก Agree and obtain Card ค่ะ ต่อมาใส่รหัสชำระเงินที่เคยลงทะเบียนไว้ Use now เท่านี้ก็จะได้ QR Code ของเมืองปลายทางแล้ว ซึ่งวิธีใช้ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วย เพียงสแกน QR Code ผ่านช่องตรวจตั๋วในสถานีรถไฟในเมืองนั้นๆ ก็เป็นอันเสร็จ ซื้อตั๋วเดินทางระหว่างเมือง สำหรับการซื้อตั๋วรถไฟข้ามเมือง แอป Alipay ก็ทำได้เช่นเดียวกันค่ะ เพียงเข้าสู่หน้าหลักเลือก Trip Airline Ticket Trains จากนั้นใส่ วันที่ สถานีต้นทาง ปลายทาง เลือกแบบขาไปเที่ยวเดียวหรือขากลับแล้ว กด Search ก็จะขึ้นเวลาและเที่ยวรถไฟให้เลือก ตรงนี้ควรดูสถานีต้นทางให้แม่นยำด้วยนะคะ พอกดเลือกเวลาที่ต้องการก็จะขึ้นที่นั่งให้เลือกจอง จากนั้น กด Book ได้เลย รอสักครู่ก็จะเข้าสู่หน้าเพิ่มผู้โดยสาร กด Add/Edit Passengers แล้วกรอกข้อมูลให้ครบ โดยต้องตรงกับ Passport ของเราด้วยนะคะ ก็จะมาสู่หน้า Passenger info ใครไปหลายคนก็สามารถกรอกรายละเอียดผู้โดยสารเพิ่มได้อีก แล้วจึงกด OK ในส่วนของ Contact info ให้ใส่ ชื่อ อีเมล เบอร์โทร ให้ครบได้เลย จากนั้นให้เลื่อนลงมาเลือกตำแหน่งที่นั่ง กด Continue และ Pay now เพื่อชำระเงินตามลำดับ 2. สแกนกระเป๋าเข้าสถานี ก่อนจะขึ้นรถไฟจะต้องผ่านการตรวจสแกนสัมภาระกับเจ้าหน้าที่ก่อนค่ะ โดยเฉพาะรถไฟใต้ดิน ความเข้มมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือ สัมภาระที่เป็นของเหลว ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ น้ำ ต้อง ไม่เกิน 120-150 ml. นะคะ ไม่อย่างนั้นต้องทิ้งนะทุกคน แต่ขอกระซิบว่า บางเคสถ้าเป็นน้ำดื่ม เจ้าหน้าที่อาจให้ดื่มจนหมดก่อนก็มี! 3. เช็กทางออก ชานชาลา และ จุดเชื่อมขบวนต่างๆ การเช็กชานชาลา ทางออก และจุดเชื่อมขบวน ข้อนี้สำคัญมาก! เพราะหากเราตรวจสอบมาก่อนอย่างถูกต้อง รู้ทางออกที่แน่ชัด จะช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยค่ะ ทั้งไม่เสี่ยงกับการขึ้นรถไฟผิดขบวนอีกด้วย 4. เผื่อเวลาในการเดินทาง เที่ยวจีนฉบับมือใหม่ ยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์การนั่งรถไฟในจีน ควรเผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อย 40-45 นาทีค่ะ เพื่อได้มีเวลาตรวจสอบตั๋ว เส้นทางรถไฟ สถานีที่ต้องแวะ จบปัญหาขึ้นรถไฟผิดสาย ตกขบวนรถไฟไปได้เลย! 5. ขึ้นรถไฟ พร้อมเช็กสถานีปลายทาง ขณะเดินทางด้วยรถไฟ แนะนำว่า ควรเช็กสถานีปลายทางหรือสถานีที่ต้องแวะไว้ด้วยค่ะ จะได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนลงสถานีปลายทางที่ต้องการ ================= ที่เที่ยวจีน ที่น่าสนใจอื่นๆ เที่ยวจีน เช็กอิน 7 ที่เที่ยวปักกิ่ง Beijing อัปเดต 2025 ไปปักกิ่ง เที่ยวไหนดี 7 เมืองน่าเที่ยวในจีน สำหรับมือใหม่ ไปจีนครั้งแรกเที่ยวไหนดี?
ทราเวล ทิปส์ • 11 มี.ค. 68
ดูเพิ่มเติม