TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “怎么做假日本丰桥技术科学大学文凭毕业证{官网:bbzz58.com}醴陵郑州高中毕业证图片大全-只有土地证能办不动产证吗{官网:bbzz58.com}怎么做假科罗拉多大学毕业证rX” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
ธนารักษ์เปิดฟีเจอร์ใหม่ D-Value รับรองสำเนาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ฟรีค่าใช้จ่าย
#ทันหุ้น กรมธนารักษ์” เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่การรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ D-Value เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ชูแนวคิด“สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย” ส่งตรงผ่านอีเมล์ผู้ขอได้ภายใน 10 นาทีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการผลักดันการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางข้อมูล เพิ่มความโปร่งใส และลดต้นทุนการเข้ารับบริการของประชาชน กระทรวงการคลังจึงได้วางแนวทางการขับเคลื่อนประเทศผ่าน Engine 6 เสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ การสร้างคน การสร้างธุรกิจใหม่ การเสริมเงินทุน การเสริมเทคโนโลยี การมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการยกระดับภาครัฐให้เป็น Effective Governmentวันนี้ D-Value คือ หนึ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ต่อยอดจากการบริการเดิมและอยู่ใน Effective Government ซึ่งเป็น Engine ตัวสุดท้ายอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด เพื่อให้รัฐเป็น Enabler ทำงานเร็ว โปร่งใส และ ใช้ Data AI เพื่อเปิดทางให้เศรษฐกิจเดินหน้า เป็นตัวอย่างรูปธรรมของการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงานในด้านการประเมินราคาทรัพย์สินให้ทันสมัยและตอบโจทย์ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น“D-Value มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต้องใช้ข้อมูลราคาประเมินทรัพย์สินในการประกอบธุรกรรมทางการเงินและใช้ประกอบการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ การทำให้ข้อมูลเหล่านี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถูกต้อง โปร่งใส และไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงาน ถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะการให้บริการรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัล เลือกแปลงที่ต้องการ และรับเอกสารที่มีสถานะ “สำเนาถูกต้อง” ส่งตรงทางอีเมลได้ทันที โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ถือเป็นการยกระดับบริการของรัฐให้ทันสมัย สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง” นายเอกนิติ กล่าวนายอัครุตม์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมธนารักษ์ได้ปรับโฉมหน้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชันใหม่ทั้งหมด ให้ทันสมัยและใช้งานง่าย พร้อมชูฟังก์ชันเด่นคือ “การสืบค้นราคาประเมินที่ดินจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม” ทำให้ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลจากการพิมพ์ชื่อสถานที่ ถนน หรือจุดสังเกตใกล้เคียง และการเลือกตำแหน่งแปลงที่ดินบนแผนที่ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องทราบเลขที่โฉนดหรือเลขที่ น.ส.3ก นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวบริการขอรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดออนไลน์เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย”สำหรับขั้นตอนการใช้งานประชาชนสามารถรับบริการได้ง่าย ๆ เพียง 4 ขั้นตอน1.เข้าใช้งานระบบฯ ด้วยการเข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือ เป๋าตัง2.สืบค้นข้อมูลราคาประเมิน โดยสามารถเลือกตำแหน่งจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม หรือกรอกข้อมูลเลขที่โฉนด/เลขที่ น.ส. 3ก. สำหรับที่ดิน หรือกรอกชื่ออาคารชุดสำหรับห้องชุด3.ตรวจสอบรายการตามคำขอ และระบุอีเมล (e-mail) ที่ใช้ในการรับข้อมูล4.รับข้อมูลสำเนาบัญชีราคาประเมิน ที่มีการรับรองสำเนาถูกต้องอิเล็กทรอนิกส์ส่งตรงถึงอีเมลภายใน 10 นาที ซึ่งเอกสารนี้สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางราชการและประกอบธุรกรรมต่าง ๆ ได้ทันทีสำหรับการพัฒนาฟีเจอร์ของ D-Value ในครั้งนี้ นอกจากจะเพิ่มความสะดวกรวดเร็วแบบไร้รอยต่อแล้ว ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการขอเอกสารแบบเดิม และประหยัดค่าเดินทางให้กับประชาชน ภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมธนารักษ์ในการขับเคลื่อนภารกิจให้ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนผู้ที่สนใจสามารถเข้าใช้งานระบบได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ https://assessprice.treasury.go.th หรือแอปพลิเคชัน TRD Property Valuation บนอุปกรณ์เคลื่อนที่
ทันหุ้น • 24 มิ.ย. 69
สิทธิพิเศษ
ทรู สเปซ
ทรู สเปซ (True Space Co., Ltd.)
เวิร์กชอป • 30 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
ลานดิน นินจาแคมป์@แม็คโครชวนชิมชลบุรี
ลานดิน นินจาแคมป์@แม็คโครชวนชิมชลบุรี
ปิ้ง-ย่าง/บาร์บีคิว • 15 มิ.ย. 69
อ่าน
ผู้เล่น Forza Horizon 6 เนรมิต "โรงเรียนสอนขับรถสไตล์ญี่ปุ่น" ให้เกมเมอร์โหลดโค้ดไปซ้อมมือกันได้แบบเป๊ะ ๆ
Forza Horizon 6 ผลงานเกมแข่งรถโอเพนเวิลด์ภาคล่าสุดจาก Playground Games นั้นนอกจากจะเป็นที่ฮือฮาจากการพาผู้เล่นไปซิ่งในแผ่นดินประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกแล้ว บรรยากาศต่าง ๆ ยังถ่ายทอดออกมาได้สมจริง มี Reference ถึงการ์ตูนแข่งรถดังอย่าง Initial D ทำให้ถูกใจเกมเมอร์แดนปลาดิบเจ้าถิ่นแบบสุด ๆด้วยเหตุนี้เมื่อเกมเพิ่มฟีเจอร์เด็ดอย่าง "Estate" หรือพื้นที่ส่วนตัวพร้อมโรงรถเข้ามา ผู้เล่นชาวญี่ปุ่นจึงได้มีโอกาสร่วมสร้างสรรค์ เนรมิตผลงานแล้วแชร์ให้ผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้ร่วมลองกันอย่างเต็มที่ แต่มีอยู่ผลงานหนึ่งดูเหมือนจะแหวกแนวกว่าใครเพื่อน เพราะไม่เน้นความคูล แต่เน้นสาระและเพิ่มทักษะให้กับผู้เล่นเป็นหลัก นั่นก็คือ "Forza Driving School" ของผู้ใช้ X นามว่า Ryo ที่กำลังเป็นไวรัลนั่นเอง!โดย Forza Driving School เป็นการจำลองสนามโรงเรียนสอนขับรถสไตล์ญี่ปุ่นที่เกมเมอร์เจ้าถิ่นคุ้นเคยตอนสอบใบขับขี่มาให้เหล่านักเรียนหน้าใหม่ได้ลงสนามซ้อมกัน ซึ่งแผนที่นี้ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน โกยยอดไลก์บน X ไปกว่า 12,000 ครั้ง รีโพสต์อีก 2,700 ครั้ง แถมออฟฟิเชียลของ Forza Horizon Japan ยังนำไปรีโพสต์โปรโมตให้อีกด้วย ล่าสุดแผนที่นี้ได้รับการอัปเดตถึงเวอร์ชัน 2.0 ซึ่งมีการเพิ่มทางด่วนให้ขับรถซิ่งกันได้ด้วยความเจ๋งคือเราสามารถใส่โค้ดเพื่อก๊อปปี้สนามมาไว้ในเซฟตัวเองแบบ 1:1 และนำรถคันโปรดเข้าไป "ฝึกหัดขับรถ" ได้จริง ภายในสนามจัดเต็มตั้งแต่ด่านทางโค้งหักศอกรูปตัว S ฝั่งซ้ายที่มักจะทำให้มือใหม่สอบตก โดยมีกรวยดักจับผิดเรียงรายเป็นจุดหักคะแนนหากขับไปโดนอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเป็นสนามซ้อมมือชั้นเลิศสำหรับผู้ที่สนใจจะสอบเอาใบขับขี่เลยทีเดียวนอกจากนี้ยังมีเนินลาดชันสำหรับฝึกออกตัว ทางข้ามทางรถไฟ และโซนฝึกขี่มอเตอร์ไซค์ (แม้ในเกมจะไม่มีพาหนะนี้ก็ตาม) ไฮไลต์เด็ดคืออาคารจอดรถตรงกลางแผนที่ ซึ่งทางเลี้ยวแคบ ๆ ไม่ได้มีไว้แค่ฝึกจอด แต่ยังใช้เป็นลานดริฟต์ลัดเลาะโค้งแฮร์พินต่อเนื่องให้สายซิ่งได้ขัดเกลาเทคนิคเพื่อนำไปใช้แข่งจริงได้อีกด้วยใครอยากลองฝึกขับรถสามารถโหลดแผนที่ Estate นี้ได้ที่ Creative Hub ของเกมผ่านโค้ด "127891088" แต่เตือนก่อนนิดนึงว่าผู้เล่นจะต้องควักเงินจ่ายค่าก่อสร้างสนามเอง ซึ่งเบ็ดเสร็จแล้วจะตกอยู่ที่ประมาณ 1.1 ล้านเครดิต ดังนั้นใครคิดจะสร้างก็เผื่อเงินในกระเป๋าไว้ซักนิดนึงนะครับ!ตัวเกม Forza Horizon 6 วางจำหน่ายแล้วบน PC (Steam/Microsoft Store) Xbox Series X|S และ Xbox Game Pass ส่วนเวอร์ชัน PS5 เตรียมวางจำหน่ายช่วงปลายปี 2026 นี้แปลและเรียบเรียงจากAutomaton Media
Online Station • 11 มิ.ย. 69
อ่าน
ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 เม.ย. 69
สิทธิพิเศษ
ส่วนลด 300.- เมื่อรับบริการวิเคราะห์ลายนิ้วมือ ใช้ 0 ทรูพอยท์
ประหยัด ฿300.00ที่ มาย ดีเอ็นเอ ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับส่วนลด 300.- เมื่อรับบริการวิเคราะห์ลายนิ้วมือสอบถามเพิ่มเติมโทร : 02-264-035013 สาขาที่ร่วมรายการ1. สำนักงานใหญ่2. ลาดพร้าว3. รามอินทรา4. ราชพฤกษ์5. เชียงใหม่6. ระยอง7. สระบุรี8. นครศรีธรรมราช9. ขอนแก่น10. อุบลราชธานี11. กาญจนบุรี12. ปัตตานี13.ขอนแก่น เงื่อนไข 1. นำรหัสที่ได้รับแสดงต่อเจ้าหน้าที่ร้านค้าเพื่อรับสิทธิ์2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. กรุณาแจ้งการใช้สิทธิ์ก่อนใช้บริการ
โรงเรียนเสริมทักษะ • 1 พ.ค. 68
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 29 พ.ย. 68
สิทธิพิเศษ
สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ
Bright Up Kids แฟรนไชส์การศึกษา มาตรฐานสูง หลัดสูตรดีเยี่ยม
สถาบันกวดวิชา • 1 มี.ค. 67
สิทธิพิเศษ
โรงเรียนศูนย์คณิตศาสตร์อาจารย์ชวพัฒน์
โรงเรียนกวดวิชาเทคนิคลัดอันดับ 1 ของประเทศ
สถาบันกวดวิชา • 1 มิ.ย. 65
อ่าน
“กรณ์ ณรงค์เดช“ เปิดใจทั้งน้ำตา หลังศาลตัดสินคืนความเป็นธรรมให้คุณพ่อ “เกษม” ปมมรดกครอบครัว
กรณ์ ณรงค์เดช เปิดใจทั้งน้ำตา หลังศาลตัดสินคืนความเป็นธรรมให้คุณพ่อ เกษม ปมมรดกครอบครัว จากคดีโอนหุ้นโดยการใช้เอกสารปลอมมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านสะเทือนวงการธุรกิจที่เป็นข่าวดัง ที่ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้น อาญารัชดา ได้มีการพิจารณายกฟ้องไปเมื่อ 5 ก.ค. 2568 ซึ่งจำเลยคือ คุณหญิง กอแก้ว บุญยะจินดา ภรรยา อดีตอธิบดีกรมตำรวจ พร้อมนาย ณพ ณรงค์เดช ลูกเขย ในข้อหาร่วมกันใช้เอกสารลายเซ็นปลอม รับหุ้น วินด์ เอนเนอยี่ (WEH) จาก นาย เกษม ณรงค์เดช ผู้เป็นพ่อและผู้ก่อตั้งกลุ่ม KPN ไปยังแม่ยายตัวเอง จนกลายเป็นปมร้าวฉานในครอบครัวณรงค์เดช ล่าสุดวันนี้ 11 พ.ย. 2568 ข่าวนี้ได้กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งเมื่อ ศาลอาญา รัชดา ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งลงโทษจำคุก คุณหญิงกอแก้ว บุญยะจินดา และนายณพ ณรงค์เดช คนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญา หลังจากพบว่ามีความผิดจริง ในข้อหาร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอมลายเซ็น เพื่อโอนหุ้นดังกล่าวจากนาย เกษม ณรงค์เดช บิดา ไปยังบริษัทฯในฮ่องกง ซึ่งหลังจากศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์แล้วพบว่านายเกษมฯโจทก์ ได้ถูกปลอมลายเซ็นและมีการใช้เอกสารปลอมจริง ทั้งนี้นาย กรณ์ ณรงค์เดช บุตรชายคนเล็กของนายเกษมฯ เปิดเผยสั้นๆว่า วันนี้ครอบครัวเราต้องกราบขอบพระคุณศาลที่เคารพและขบวนการยุติธรรม ที่ได้มอบความเป็นธรรมให้กับคุณพ่อและครอบครัวเรา สิ่งที่อยากทำที่สุดในตอนนี้คือกลับไปกราบเท้าคุณพ่อ คุณพ่อจะพูดเสมอว่าความจริงมีหนึ่งเดียว และวันนี้ความจริงได้ปรากฏแล้ว ขอบคุณพลังบวกจากทุกคนที่ส่งให้ครอบครัวเรา
ดาราเดลี่บันเทิง • 11 พ.ย. 68
อ่าน
กสทช. บังคับใช้ระบบ Liveness Detection เปิดซิมการ์ดใหม่ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร
จากข่าวที่ว่าเหล่ามิจฉาชีพหันมาใช้ "ซิมม้า" และ "บัญชีม้า" เป็นช่องทางก่ออาชญากรรม ทำให้ กสทช. ต้องยกระดับความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น ด้วยการบังคับใช้เทคโนโลยี Liveness Detection สำหรับการลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่อาจดูน่าสับสนสำหรับหลายคน บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยีนี้ให้มากขึ้นครับ Liveness Detection คืออะไร? Liveness Detection เป็นเทคโนโลยีสุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อ "ตรวจจับความมีชีวิต" ของบุคคลที่กำลังทำการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า โดยระบบจะทำงานแบบเรียลไทม์เพื่อวิเคราะห์การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ที่บ่งบอกว่าบุคคลนั้นๆ มีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่ภาพปลอมแปลง ลองนึกภาพว่าคุณกำลังใช้สมาร์ทโฟนสแกนใบหน้าเพื่อลงทะเบียนซิม ระบบนี้จะสั่งให้คุณกระพริบตา ขยับศีรษะ หรืออ้าปาก เพื่อดูว่าใบหน้าบนหน้าจอมีการตอบสนองแบบเดียวกับมนุษย์จริงหรือไม่ ซึ่งนี่คือความฉลาดของระบบที่จะช่วยป้องกันการสวมรอยจากภาพถ่าย, วิดีโอ, หน้ากาก หรือแม้แต่รูปปั้นที่ทำขึ้นมาอย่างแนบเนียน ทำไมต้องใช้ Liveness Detection? และจะช่วยอะไรได้บ้าง? เหตุผลหลักก็คือการ "ป้องกันการสวมรอย" และ "สร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์" ให้แข็งแกร่งขึ้น จากเดิมที่การลงทะเบียนซิมต้องใช้เพียงแค่เอกสารอย่างบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ซึ่งมีโอกาสที่มิจฉาชีพจะนำเอกสารปลอมแปลงหรือเอกสารของผู้อื่นมาใช้ได้ แต่เมื่อมีการใช้ Liveness Detection เข้ามาเสริม ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนจะต้องเป็นบุคคลที่มีชีวิตจริงเท่านั้น ซึ่งเป็นการปิดประตูการใช้ "ซิมม้า" ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ประโยชน์ของมันยังไม่จำกัดแค่การลงทะเบียนซิมเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะนำไปใช้ในวงการอื่นๆ ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง เช่น: การทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์: ช่วยยืนยันตัวตนก่อนการโอนเงินหรือเปิดบัญชี การเข้าถึงข้อมูลสำคัญ: ใช้ยืนยันตัวตนเพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน ใครบ้างที่ต้องลงทะเบียน? และไปที่ไหน? การบังคับใช้เทคโนโลยีนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป และทุกคนที่มีความประสงค์จะ "ลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ทุกประเภท" ไม่ว่าจะเป็นซิมแบบเติมเงินหรือแบบรายเดือน จะต้องเข้ารับการยืนยันตัวตนด้วยระบบ Liveness Detection นี้ ส่วนสถานที่ในการลงทะเบียนก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก คุณสามารถไปได้ที่ ศูนย์บริการของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น AIS, True, NT หรือผู้ให้บริการอื่นๆ รวมถึง ร้านค้าตัวแทน ที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากผู้ให้บริการด้วยเช่นกัน นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่ายในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อปกป้องประชาชนทุกคนจากภัยร้ายทางไซเบอร์ครับ Credit : กสทช.
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 3 ก.ย. 68
อ่าน
เกาะเชจูเอาจริง ออกคู่มือ 3 ภาษา รับมือนักท่องเที่ยวไร้มารยาท เที่ยวเกาหลีต้องรู้!
เกาะเชจู 1 ในที่เที่ยวเกาหลีใต้ที่เริ่มประสบปัญหา Overtourism เหมือนกับประเทศญี่ปุ่น ถึงขั้นต้องออก คู่มือแนวปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นครั้งแรก โดยพิมพ์เป็น 3 ภาษาหลัก ทั้งเกาหลี อังกฤษ และจีน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าใจกฎระเบียบได้อย่างถูกต้อง และลดความเข้าใจผิดที่เกิดจากความแตกต่างทางวัฒนธรรม คนไทยเองก็ต้องรีบทำความเข้าใจ เพราะถ้าไปทำผิดกฎเล็กๆ น้อยๆ ที่เผลอทำไปไม่รู้ตัวก็มีสิทธิ์โดนบทลงโทษได้ เกาะเชจูเอาจริง ออกคู่มือ 3 ภาษา รับมือนักท่องเที่ยวไร้มารยาท ปัจจุบัน เกาะเชจูเผชิญกับปัญหานักท่องเที่ยวไร้มารยาทที่สร้างความไม่พอใจให้กับคนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ อย่างการทิ้งขยะไม่เป็นที่ การขับถ่ายในที่สาธารณะ หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมที่รุนแรงขึ้นอย่างการเมาแล้วอาละวาด เจ้าหน้าที่ตำรวจบนเกาะเชจูจึงได้ออกคู่มือแนวปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งรวบรวมพฤติกรรม ความผิดเล็กน้อย ที่มีโทษตามกฎหมายของเกาหลีใต้เอาไว้ หลายข้อเป็นสิ่งที่เราอาจมองข้ามไปในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับที่นี่ถือว่าผิดกฎหมาย ได้แก่ การทิ้งขยะเรี่ยราด การสูบบุหรี่ในพื้นที่ห้ามสูบ การข้ามถนนในจุดที่ผิดกฎหมาย การเมาสุราในที่สาธารณะ การบุกรุกเข้าไปในบ้านหรือสถานที่ส่วนตัว การใช้บัตรประจำตัวปลอม กฎใหม่นี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะลงโทษนักท่องเที่ยวทันที เพราะครั้งแรกที่ทำผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำเพียงแค่ให้คำแนะนำ และมอบคู่มือนี้ให้เพื่อทำความเข้าใจก่อน แต่ถ้ายังมีการกระทำผิดซ้ำอีกครั้ง คราวนี้มีบทลงโทษจริงจังแน่ อาจถูกปรับเงินสูงสุดถึง 200,000 วอน (ประมาณ 5,000 บาท) เลยทีเดียว มาตรการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่ใหญ่ขึ้นของเกาหลีใต้ ที่ต้องการสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการท่องเที่ยวกับคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายประเทศท่องเที่ยวในเอเชียอย่างญี่ปุ่นก็กำลังเผชิญอยู่เช่นกัน ====================
ทราเวล ทิปส์ • 23 ส.ค. 68
อ่าน
จับครูและแม่ชาวเกาหลีใต้ แอบขโมยข้อสอบให้ลูกดู
ครูโรงเรียนกวดวิชา และแม่ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมคนหนึ่งในเกาหลีใต้ถูกตำรวจจับกุมตัว โทษฐานแอบเข้าไปในโรงเรียนเพื่อขโมยข้อสอบออกมาให้ลูกได้ดูก่อนที่จะถึงวันสอบ ซึ่งสถานที่เกิดเหตุคือโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองอันดอง อยู่ห่างจากกรุงโซลไปทางใต้ประมาณ270กิโลเมตร โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่4กรกฎาคมที่ผ่านมา ในช่วงเวลาประมาณตีหนึ่ง ซึ่งทั้งคู่ได้แอบเข้าไปในโรงเรียนเพื่อขโมยข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ และทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่าทำความผิดจริงนอกจากสองคนนี้แล้ว ทางตำรวจยังได้จับกุมเจ้าหน้าที่ดูแลตึกอีกหนึ่งคน ที่มีส่วนรู้เห็นให้ทั้งคู่แอบเข้ามาด้านในของโรงเรียนได้ทางตำรวจเชื่อว่าผู้ก่อเหตุเคยแอบเข้ามาขโมยข้อสอบของโรงเรียนออกไปหลายครั้งแล้ว เพื่อช่วยให้นักเรียนคนอื่น ๆ สอบได้คะแนนดี เพราะรู้ข้อสอบล่วงหน้า หรืออาจนำข้อสอบไปขายให้กับนักเรียนคนอื่น โดยเฉพาะแม่ของนักเรียนระดับชั้นมัธนมที่ถูกจับกุม ตำรวจสืบสวนพบว่าลูกสาวของเธอสอบได้คะแนนดีมาก ในการสอบหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าแม่ของเธอแอบขโมยข้อสอบออกมาให้ เพื่อหาคำตอบก่อนที่จะเข้าสอบในวันจริง ซึ่งหลังจากแม่ของเธอถูกจับ ทางโรงเรียนจึงตัดสินใจไล่ลูกสาวเธออกจากโรงเรียนและถือว่าการสอบที่ผ่านมาเป็นโมฆะ เพราะมีการทุจริตเกิดขึ้นเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีการแข่งขันด้านการศึกษาที่สูงที่สุดในโลก จึงทำให้มีการทุจริตการสอบมากขึ้นตามมาด้วย ซึ่งในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา มีครูกว่า 250 คนที่ถูกจับกุมในข้อหาขโมยข้อสอบมาให้นักเรียน ซึ่งแม้จะเสี่ยงถูกจับ แต่ก็สร้างรายได้มหาศาล
TNN ช่อง16 • 17 ก.ค. 68
อ่าน
ฝึกงานญี่ปุ่น! เปิดรับ "สาวไทย" เงินเดือนดี สมัครออนไลน์ ฟรี 21-27 ก.ค. นี้
นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ประกาศรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นผ่านองค์กร IM Japan ปี 2568 ครั้งที่ 5 (เพศหญิง)ในตำแหน่ง ผู้ฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิค ประเภทงานอุตสาหกรรมการผลิต อาทิ งานหล่อกลึงโลหะ งานพ่นสี งานปั้มขึ้นรูปโลหะ งานหล่อพลาสติก และงานผลิตอาหารสำเร็จรูป ระหว่างวันที่ 21 - 27 กรกฎาคม 2568 ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่เว้นวันหยุดราชการ ฟรีค่าตั๋วเครื่องบินไป - กลับ เมื่อฝึกปฏิบัติงานครบ 3 ปี ผู้ผ่านการคัดเลือกเดือนแรกจะได้รับเบี้ยเลี้ยง 80,000 เยน หรือประมาณ 17,800 บาท ฟรี ค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 36 จะได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนดเมื่อสำเร็จการฝึกปฏิบัติครบ 3 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงานทางเทคนิค และเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพจำนวน 600,000 เยน หรือประมาณ 134,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2568) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเมื่อเดินทางกลับประเทศไทยผู้ที่สนใจสามารถสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ลงทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนคนหางาน และดำเนินการสมัครไปทำงาน โดยเลือกหัวข้อ "สมัครไปทำงานโดยรัฐจัดส่ง สมัครไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น"คุณสมบัติเบื้องต้นต้องเป็นเพศหญิง อายุ 20 - 30 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ไม่จำกัดสาขาวิชา สูงไม่ต่ำกว่า 150 เซนติเมตร สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีรอยสักบนร่างกาย ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่เคยทำงานหรือเข้าเมืองหรือพำนักโดยผิดกฎหมายหรือต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น เป็นต้นการสอบคัดเลือกสำหรับการสอบคัดเลือกจะใช้วิธีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และสอบข้อเขียนภาษาญี่ปุ่น ณ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร โดยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ทางเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน doe.go.th/prd หรือเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas และ facebook: IMthailand ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่นกับกรมการจัดหางาน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน โทร. 0 2245 9428 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางานข่าวที่เกี่ยวข้อง- ฝึกงานญี่ปุ่น! รับสมัครชาย-หญิงไทย ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เช็กช่องทางสมัครที่นี่- ฝึกงานญี่ปุ่น! เปิดรับชายไทย 18 - 30 ปี สมัครออนไลน์ฟรี เช็กที่นี่
TNN ช่อง16 • 13 ก.ค. 68
อ่าน
“กระบี่ - ภูเก็ต” ระวังสึนามิ ภูเขาไฟใต้น้ำ ข่าวปลอมมาแรงอันดับ 1
“กระบี่ - ภูเก็ต” ระวังสึนามิ ภูเขาไฟใต้น้ำ ข่าวปลอมมาแรงอันดับ 1 รอบสัปดาห์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยสถานการณ์ข่าวปลอมรายสัปดาห์ โดยข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด คือข่าวปลอมเกี่ยวกับ “ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ เฝ้าระวังสึนามิ และแผ่นดินไหวรุนแรงจากภูเขาไฟใต้น้ำ” นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริง โดยตรวจสอบแล้วไม่พบสัญญาณการปะทุของภูเขาไฟในบริเวณที่กล่าวถึง และไม่มีแผ่นดินไหวผิดปกติจากข้อมูลของ Global Volcanism Program หรือจากกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวของกรมอุตุนิยมวิทยาไทย ปฏิบัติการฝนหลวงไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับสองคือ “รัฐบาลใช้ฝนเทียมเพื่อสลายการชุมนุม” ซึ่งทางกระทรวงดีอีได้ประสานกับกรมฝนหลวงฯ แล้ว ยืนยันว่าไม่มีการปฏิบัติการใดในพื้นที่ชุมนุม โดยฝนหลวงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นมีเพียงภารกิจช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ลพบุรี เพชรบูรณ์ และนครสวรรค์เท่านั้นตัวเลขข่าวปลอมพุ่ง ตรวจสอบกว่า 1 ล้านข้อความในช่วงวันที่ 4 -10 กรกฎาคม 2568 มีข้อความจากโซเชียลมีเดียกว่า 1,039,000 ข้อความเข้าสู่ระบบตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ซึ่งต้องดำเนินการตรวจสอบจริง 638 ข้อความ และพบว่า 209 เรื่องเป็นข่าวที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ช่องทางที่พบเบาะแสมากที่สุด ได้แก่ Social Listening 606 ข้อความ, Line Official 29 ข้อความ และ Facebook อีก 3 ข้อความ 5 กลุ่มข่าวปลอมหลักที่ต้องเฝ้าระวังกระทรวงดีอีจำแนกข่าวปลอมที่พบออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่1. ข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐและความมั่นคงภายใน 98 เรื่อง2. ข่าวสินค้า สุขภาพ และบริการผิดกฎหมาย 31 เรื่อง3. ข่าวภัยพิบัติ 14 เรื่อง4. ข่าวด้านเศรษฐกิจ 7 เรื่อง5.ข่าวอาชญากรรมออนไลน์ 59 เรื่อง10 อันดับข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด1. ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ เฝ้าระวังสึนามิ และ แผ่นดินไหวรุนแรง ที่ภูเขาไฟใต้น้ำ2.รัฐบาลใช้ฝนเทียมสลายการชุมนุม3.คนชุมพร-นราธิวาสจะตายเป็นแสนเพราะสึนามิ4.แผ่นดินไหวในวงแหวนแห่งไฟ5.ผู้ว่าฯ 7 จังหวัดเตรียมอพยพประชาชน6.แผ่นดินไหวล้อมประเทศไทย7.คนต่างด้าวทำบัตรประชาชนได้แล้ว8.กัมพูชาห้ามไทยส่งยาให้ผู้ป่วยผ่านชายแดน9.ธนาคารออมสินให้กู้เงินออนไลน์ 70,000 บาท10.เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสนิทเจ้าของร้านอาหารจีน
TNN ช่อง16 • 12 ก.ค. 68
อ่าน
น.ค.1 คืออะไร? เปิดสิทธิครอบครองที่ดินในนิคมสร้างตนเอง
น.ค.1 คืออะไร?น.ค.1 หรือ หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเอง เป็นเอกสารทางราชการที่ออกโดย กรมประชาสงเคราะห์ (ปัจจุบันคือ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ) เพื่อให้บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิกโครงการนิคมสร้างตนเอง มีสิทธิใช้พื้นที่ของรัฐในการอยู่อาศัยและประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สิทธิที่ได้จากเอกสาร น.ค.1ผู้ถือเอกสาร น.ค.1 มีสิทธิ เข้าใช้และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ตามขอบเขตที่ระบุไว้ในโครงการนิคมสร้างตนเอง เช่น การอยู่อาศัย ทำการเกษตร หรือพัฒนาอาชีพอื่นที่สอดคล้องกับแผนของรัฐ อย่างไรก็ตาม เอกสารฉบับนี้ ยังไม่ใช่โฉนดที่ดิน หรือ หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ ผู้ถือจึงยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เงื่อนไขสู่การถือครองถาวรแม้ น.ค.1 จะเป็นเพียง “สิทธิครอบครองชั่วคราว” แต่หากผู้ถือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่นทำประโยชน์ในที่ดินตามระยะเวลาที่รัฐกำหนดปฏิบัติตามระเบียบและไม่ละเมิดเงื่อนไขของโครงการชำระหนี้ค้างชำระ (ถ้ามี)ก็สามารถยื่นขอ น.ค.3 ได้ในลำดับถัดไป ซึ่งเป็น หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดิน และเมื่อผ่านเกณฑ์ต่อเนื่อง ก็สามารถยื่นเรื่องขอ โฉนดที่ดิน ได้ในภายหลัง ทำไมเอกสาร น.ค.1 จึงสำคัญ?เป็นจุดเริ่มต้นของสิทธิในการใช้ที่ดินอย่างถูกกฎหมายในพื้นที่นิคมช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลมีที่อยู่อาศัยและทำกินเป็นเครื่องมือของรัฐในการกระจายการถือครองที่ดิน และสนับสนุนการพัฒนาชนบทเป็นพื้นฐานสำคัญของการขอเอกสารสิทธิ์ที่ดินในลำดับต่อไป เช่น น.ค.3 หรือโฉนด
TNN ช่อง16 • 8 ก.ค. 68
อ่าน
น.ค.3 ออกโฉนดได้ไหม? เจาะลึกสิทธิที่ดินนิคมสร้างตนเอง
เมื่อพูดถึง “ที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเอง” หลายคนอาจนึกถึงพื้นที่ห่างไกลซึ่งรัฐจัดสรรให้ประชาชนเข้าไปบุกเบิกทำกิน แต่สำหรับผู้ที่ถือเอกสาร น.ค.3 ซึ่งเป็นหนังสือแสดงการทำประโยชน์ในนิคมฯ คำถามสำคัญที่ตามมาคือ“สามารถเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดินได้หรือไม่?”กรมที่ดินได้ชี้แจงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า สามารถออกเป็นโฉนดได้ หากเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ถือ น.ค.3 หลายหมื่นรายทั่วประเทศ เข้าใจโครงสร้างสิทธิ: จาก น.ค.1 ถึง น.ค.3การได้มาซึ่ง น.ค.3 ไม่ใช่แค่ถือครองเอกสาร แต่สะท้อนถึงกระบวนการสร้างตัวและสร้างชุมชนภายใต้ พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 โดยมีขั้นตอนเริ่มจากน.ค.1 หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินนิคมฯ ซึ่งออกให้โดยกรมประชาสงเคราะห์เมื่อทำประโยชน์ตามระยะเวลาเกิน 5 ปี และชำระหนี้ให้รัฐแล้วจึงได้น.ค.3 หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในนิคมฯน.ค.3 ขอออกโฉนดได้หรือไม่?คำตอบคือ ได้ ภายใต้ 2 เงื่อนไขหลัก ตามกฎหมายที่ดิน1. การออกโฉนดเฉพาะราย (มาตรา 59 ประมวลกฎหมายที่ดิน)ต้องยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินจังหวัดที่ที่ดินตั้งอยู่ต้องมีน.ค.3 เป็นหลักฐานผ่านการพิสูจน์การใช้ประโยชน์โดยเจ้าหน้าที่นิคม2. การออกโฉนดโดยการเดินสำรวจ (มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง)เมื่อเจ้าหน้าที่รังวัดสำรวจพื้นที่ หากเจ้าของที่ดินมีน.ค.3 ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานออกโฉนดได้อย่างไรก็ดี กฎหมายยังคงมีเงื่อนไขสำคัญคือ โฉนดที่ดินที่ได้จาก น.ค.3จะถูกห้ามโอน 5 ปี ยกเว้นการตกทอดทางมรดก และจะไม่สามารถถูกบังคับคดีได้ในช่วงเวลาดังกล่าว ตัวเลขที่อยู่เบื้องหลัง สิทธิที่รอการปลดล็อกข้อมูลจากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีนิคมสร้างตนเองจำนวน 43 แห่ง ครอบคลุม 32 จังหวัด โดยมีประชาชนกว่า 150,000 ครัวเรือน ที่อาศัยและทำกินอยู่ในเขตนิคมเหล่านี้ จุดร่วมของหลายครัวเรือนคือการถือครอง เอกสาร น.ค.3 ซึ่งเป็นหนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐแม้จะผ่านเกณฑ์การอยู่อาศัยและชำระหนี้ตามระบบ แต่ครอบครัวเหล่านี้จำนวนไม่น้อยยัง ไม่ได้รับโฉนดที่ดิน ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิที่แท้จริง และสามารถนำไปใช้เป็นหลักทรัพย์หรือมรดกทางกฎหมายได้วัตถุประสงค์ดั้งเดิมของโครงการนิคมสร้างตนเองคือ การจัดสรรที่ดินให้ผู้ขาดแคลนได้มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินอย่างยั่งยืน แต่ในทางปฏิบัติ ความล่าช้าในการออกโฉนดกลับทำให้ “สิทธิ” ยังไม่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมขณะที่รัฐเริ่มมีความพยายามเร่งรัดให้เกิดการออกเอกสารสิทธิที่มั่นคงมากขึ้นในอนาคต ก็ยังมีคำถามสำคัญว่า จะมีมาตรการใดที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านจาก น.ค.3 สู่โฉนดเป็นไปได้รวดเร็ว โปร่งใส และทั่วถึงจริงหรือไม่คำถามต่อไป กฎหมายพร้อมรองรับหรือยัง?แม้จะเปิดทางให้ น.ค.3 แปลงเป็นโฉนดได้ แต่ในทางปฏิบัติยังคงต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ซับซ้อน และต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองนิคม รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ดินซึ่งมีภาระงานสูง การปรับปรุงระบบให้โปร่งใส รวดเร็ว และไม่สร้างภาระให้ประชาชนจึงเป็นโจทย์ถัดไปที่ภาครัฐต้องรับไปคิด---เรื่องของ“สิทธิในที่ดิน” สำหรับคนธรรมดาไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะที่ดินคือชีวิต ที่ดินคือโอกาส และที่ดินคือหลักประกันแห่งอนาคต การที่รัฐเปิดทางให้ น.ค.3 ออกโฉนดได้ จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานะเอกสาร แต่คือการคืนความมั่นคงให้คนตัวเล็กที่เคยอยู่ชายขอบของระบบคำถามที่ยังค้างอยู่คือ เราจะทำให้ “สิทธิ” เหล่านี้เกิดขึ้นได้จริงกับทุกครอบครัวที่ทำตามกติกาแล้วหรือไม่? เพราะความชัดเจนทางกฎหมาย อาจยังไม่เพียงพอ หากระบบยังไม่เคลื่อนตามความหวังของประชาชน
TNN ช่อง16 • 8 ก.ค. 68
อ่าน
เตือน! อย่าแชร์ข่าวสร้างความตื่นตระหนก จะมีคนเสียชีวิตจากสึนามิเป็นแสนคน
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ระบุว่า อย่าตื่นตระหนกกับข่าวลวง เดือนกรกฎาคม 68 จะมีคนชุมพรและนราธิวาส เสียชีวิตเพราะสึนามิเป็นแสนคน กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงว่า ทั้งจังหวัดชุมพรและนราธิวาสนั้น อยู่ติดทะเลฝั่งอ่าวไทย ไม่ใช่ฝั่งอันดามันดังนั้น การที่จะมีคนเสียชีวิตเป็นแสนคนจึงเป็นไปไม่ได้ เพราะแม้จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในทะเลขึ้นใกล้ประเทศฟิลิปปินส์ ก็เป็นระยะทางที่ไกลมากประมาณ 2,300-2,700 กม. ซึ่งมีเวลานานพอให้ประชาชนอพยพได้อย่างปลอดภัย และในท้ายที่สุดเมื่อคลื่นสึนามิที่เดินทางมาเป็นระยะทางไกลมากจะมีพลังงานลดลงจนแทบไม่ก่อความเสียหายกับประเทศไทย หากประชาชนมีสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่เว็บไซต์กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ตลอด 24 ชม.หรือโทร สายด่วน 1182ตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ https://www.antifakenewscenter.com อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องสรุปเหตุการณ์แผ่นดินไหวหมู่เกาะนิโคบาร์ ประเทศอินเดีย ไม่เกิดสึนามิในไทยวันที่ 5 ก.ค. 2025 จะเกิดคลื่นสึนามิใหญ่ กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนอย่าหลงเชื่อข่าวลือเตือน! ข่าว “สึนามิ” ไม่ตระหนก แต่ต้องตระหนักถึงความรุนแรง-ความสูญเสียเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอม
TNN ช่อง16 • 4 ก.ค. 68
อ่าน
เตือนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ 2 จังหวัดภาคใต้จะเกิดสึนามิ วันที่ 5 ก.ค. 68
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า กรณีที่มีการแชร์ข้อมูลทั่วสื่อโซเชียลถึงประเด็นการเตือนภัยในวันที่ 5 ก.ค. 68 จะเกิดสึนามิใน จ.ชุมพร และ นราธิวาส ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชี้แจงว่า ปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีหรือวิธีการใดจะสามารถทำนายวัน-เวลาที่จะเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิได้อย่างถูกต้องแม่นยำ หรือจะสามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ โปรดอย่าหลงเชื่อข่าวลือที่ส่งต่อกันในสื่อโซเชียล เนื่องจากจะสร้างความตื่นตระหนก โปรดอย่าหลงเชื่อข่าวลือที่ส่งต่อกันในสื่อโซเชียล อย่าตื่นตูมไปกับข่าวลือที่ไม่เป็นจริง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องสรุปเหตุการณ์แผ่นดินไหวหมู่เกาะนิโคบาร์ ประเทศอินเดีย ไม่เกิดสึนามิในไทยวันที่ 5 ก.ค. 2025 จะเกิดคลื่นสึนามิใหญ่ กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนอย่าหลงเชื่อข่าวลือเตือน! ข่าว “สึนามิ” ไม่ตระหนก แต่ต้องตระหนักถึงความรุนแรง-ความสูญเสียเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอม
TNN ช่อง16 • 3 ก.ค. 68
อ่าน
ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
ญี่ปุ่นเตือนระวังสแกมเมอร์หลอกขายข้าว หลังผู้เสียหายพุ่งสูง
สำนักงานกิจการผู้บริโภคของญี่ปุ่นเปิดเผยว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาจำนวนคำปรึกษาจากประชาชนเกี่ยวกับเว็บไซต์ปลอมที่โฆษณาขายข้าวมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นโดยเตือนว่าเว็บไซต์เหล่านี้อาจเพิ่มจำนวนมากขึ้นอีกท่ามกลางสถานการณ์ราคาข้าวที่สูงขึ้นในประเทศรายงานจากศูนย์ให้คำปรึกษาผู้บริโภคทั่วญี่ปุ่นระบุว่า มีกรณีร้องเรียนเว็บไซต์หลอกขายข้าวมากถึง 335 รายในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนนี้เกือบเท่ากับจำนวนทั้งหมดของปีงบประมาณ 2024 ที่อยู่ที่ 337 ราย หนึ่งในกรณีที่ได้รับรายงานคือผู้บริโภครายหนึ่งไม่สามารถยกเลิกคำสั่งซื้อข้าวได้หลังจากไม่ได้รับอีเมลยืนยันคำสั่งซื้อแม้ชำระเงินด้วยบัตรเครดิตไปแล้วขณะที่อีกรายได้รับใบเสร็จเป็นรายการแว่นกันแดดแทนข้าวที่สั่งซื้อไว้ศูนย์กิจการผู้บริโภคแห่งชาติของญี่ปุ่นแนะนำให้ผู้บริโภรตรวจสอบราคาว่าไม่ถูกผิดปกติ และดูว่ามีการแสดงข้อมูลการติดต่อของบริษัทอย่างถูกต้องหรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของเว็บไซต์ปลอม พร้อมกับแนะนำให้ผู้บริโภคเก็บภาพหน้าจอยืนยันคำสั่งซื้อขั้นสุดท้ายไว้เป็นหลักฐาน เผื่อเกิดปัญหาภายหลังหน่วยงานยังเตือนว่าเว็บไซต์ปลอมอาจเพิ่มขึ้นอีก หลังจากที่รัฐบาลเริ่มจำหน่ายข้าวสำรองแก่ประชาชนทั่วไป ยูตากะ อะราอิ กรรมาธิการสำนักงานกิจการผู้บริโภค ระบุในการแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาหวังว่าประชาชนจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ที่ใช้นั้นเชื่อถือได้ก่อนทำการซื้อสินค้าใด ๆ
TNN ช่อง16 • 15 มิ.ย. 68
อ่าน
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สะกดจิตเหยื่อได้ไหม? หลังเหิมเกริมหลอกนักศึกษา มช.ตกเป็นเหยื่อนับ 10 รายใน 1 สัปดาห์
แม้ว่าปัจจุบัน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะยังคงใช้กลอุบายเดิมในการ โทรศัพท์มาหลอกเหยื่อ เช่น-อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ข่มขู่ว่าเหยื่อทำผิดกฎหมายบัญชีพัวพันบัญชีม้า ส่งยาเสพติด มีพัสดุผิดกฎหมาย-มีการใช้เบอร์โทรศัพท์ไปใช้ทำผิดกฎหมาย ต้องทำการตรวจสอบทรัพย์สินด้วยการโอนเงินไปให้ตรวจสอบให้ครบจำนวน-ข่มขู่ปล่อยคลิปลับ วิดีโอคอล ขอให้เหยื่อ ถอดเสื้อผ้าและจะบันทึกภาพไว้ blackmail ทีหลัง-หลอกว่าได้รับทุนฟรีที่ต่างประเทศ แต่จะต้องโอนเงินไปก่อนเพื่อใช้เป็นสเตจเม้นท์ สร้างความน่าเชื่อถือโดยระหว่างพูดคุย มีเงื่อนไขว่าต้องวิดีโอคอล 24 ชั่วโมงเปิดกล้อง และต้องอยู่คนเดียว ห้ามติดต่อใคร แถมมีบอกสคริป แนะนำวิธีให้เหยื่อ ไปขอเงินพ่อแม่คำถามคือ ทำไมเราถึงยอม ทำตามมันทุกอย่าง คล้ายโดนล้างสมอง หรือ ถูกสะกดจิต ?คำตอบจากเพจมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พูดถึงเทคนิคที่มิจฉาชีพใช้กับเหยื่อว่า สิ่งที่ทำให้เหยื่อ หลงเชื่อ ยอมทำทุกอย่างไม่ใช่สะกดจิต แต่มันคือ Emotional Hijack คือการเล่นกับ สมองและจิตใจเรา ด้วยความกลัวและความเครียดชั่วขณะจนสมองส่วนอารมณ์ Amygdala ทำงาน เหนือ สมองส่วนเหตุและผล มัวแต่กลัว เครียด จนไม่ได้ฉุกคิดว่า นี่คือเรื่องจริงไหม เช่นสวัสดีครับ ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนะครับ คุณใช่คุณ……(บอกชื่อและข้อมูลที่ถูกต้องของเรา)เราตรวจสอบพบว่า บัญชีของคุณ ไปพัวพันกับ การขนส่งพัสดุผิดกฎหมายเพื่อแสดงความบริสุทธ์ ทางเราต้องการให้คุณ โอนเงินมา เพื่อตรวจสอบ นะครับแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เพิ่มความมีอำนาจ ให้เหยื่อรู้สึกตัวเล็ก ต้องยอมทำตามใช้ข้อมูลส่วนตัวเหยื่อที่ขโมยมา เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ว่าใช่เราจริงทั้งหมดจึงหลอกให้เหยื่อ ตกใจ รีบทำตาม ไม่งั้นเรื่องราวจะบานปลาย🎓 ทำไม นักศึกษามหาวิทยาลัย จึงกลายเป็น เป้าหมายหลัก ?ประสบการณ์ชีวิตน้อย ยังไม่เคยเจออะไรแบบนี้โครงสร้างสังคม สอนให้เด็กเชื่อผู้ใหญ่ หรือ เจ้าหน้าที่รัฐ โดยไม่ต้องตั้งคำถามความมั่นใจในตัวเอง ว่าเป็นแบบที่ฉันคิดแหละถูกต้องแล้ว ไม่กล้าพูดคุยกับพ่อแม่เมื่อมีปัญหา ผลคือ โดนหลอกวิธีเอาตัวรอดจาก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (1) ตั้งสติ หายใจเข้า-ออกลึก ๆ 3 ครั้งและบอกว่า “เจ้าหน้าที่จริงจะไม่ให้เราโอนเงิน”(2) ขอเบอร์ติดต่อกลับ เชื่อมั่นว่าเราไม่ได้ทำผิด และเรามีสิทธิ “ปฏิเสธ” และ “รอ” (3) เมื่อเริ่มรู้สึกถูกกดดัน ให้โอนเงิน ให้รีบวางสาย และ ติดต่อหาคนใกล้ตัว หรือ 191
TNN ช่อง16 • 5 มิ.ย. 68
อ่าน
เกษตรกรทั่วประเทศ เร่งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ปี 68/69 เพื่อเข้าถึงสิทธิประโยชน์
วันนี้ (2 มิ.ย. 68) นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เชิญชวนเกษตรกรทั่วประเทศ เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ประจำปีการผลิต 2568/69 เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำข้อมูลจากทะเบียนเกษตรกรไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยนำไปวางแผนพัฒนาการเกษตรให้เกษตรกร และเกษตรกรเองจะได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิ์ขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือ หรือรับบริการต่าง ๆ จากภาครัฐโดยเฉพาะช่วงเวลานี้ เป็นฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปี เมื่อทำการเพาะปลูกข้าว พืชไร่ พืชผักหรือพืชอายุสั้นแล้ว เกษตรกรควรขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนภายใน 15 วันหลังเพาะปลูก และไม่เกิน 60 วันก่อนเก็บเกี่ยว สำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้น (พืชอายุยาว) เกษตรกรควรแจ้งขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรหลังปลูกแล้วไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือที่ยังยืนต้นอยู่ เกษตรกรสามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรผ่านช่องทางการบริการของรัฐ ได้ 3 ช่องทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดังนี้วิธีที่ 1 แจ้งกับเจ้าหน้าที่สำหรับเกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมและร่วมเป็นหน่วยสนับสนุนที่เกษตรกรมีพื้นที่การเกษตรอยู่ รวมถึงแจ้งข้อมูลผ่านผู้นำชุมชน หรือตัวแทนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนั้น เกษตรกรรายใหม่ และรายเดิม แต่เพิ่มแปลงใหม่ ให้ดำเนินการแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ที่ตั้งแปลงที่ทำกิจกรรมการเกษตรอยู่วิธีที่ 2 ดำเนินการด้วยตนเองเกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook Application ส่วนเกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิม เพิ่มแปลงใหม่ สามารถแจ้งข้อมูลผ่าน e-Form ที่เว็บไซต์ efarmer.doae.go.thสำหรับหลักฐานที่ต้องใช้ (กรณีติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ) 1.บัตรประชาชน (ตัวจริง) 2.สำเนาหลักฐานถือครองที่ดิน และ 3.เกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิม แต่เพิ่มแปลงใหม่ ต้องนำหลักฐานการใช้ที่ดิน (ตัวจริงหรือสำเนา) มาแสดงด้วย “ข้อมูลทะเบียนเกษตรกรถือเป็นกลไกสำคัญที่ใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติ การสนับสนุนปัจจัยการผลิต การส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือแม้กระทั่งการวางแผนด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศ การที่เกษตรกรขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน จะเป็นประโยชน์กับตัวเกษตรกรเองโดยตรง ทั้งในแง่ของการได้รับสิทธิประโยชน์ การเข้าถึงความช่วยเหลือ และการพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืนในระยะยาว ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรทุกคน อย่าละเลยหรือมองข้ามการขึ้นทะเบียน เพราะนี่คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรมไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง” นายอนุกูล ย้ำ
TNN ช่อง16 • 2 มิ.ย. 68
อ่าน
หายนะอุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ? ทรัมป์สั่งสถานทูตหยุดออกวีซานักเรียนต่างชาติ
มาตรการใหม่แกะกล่อง พุ่งเป้าคัดกรองนศ.ต่างชาติเข้าสหรัฐฯรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีคำสั่งให้สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกหยุดการนัดหมายสัมภาษณ์ขอวีซ่านักเรียนนักศึกษาชั่วคราว พร้อมทั้งเตรียมขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สมัครขอวีซ่าดังกล่าวด้วยแต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดในบันทึกภายในที่ส่งไปยังสถานทูตทั่วโลก รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ระบุว่า การระงับการนัดหมายนี้จะดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ขณะที่ แทมมี่ บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า “เราจริงจังอย่างยิ่งกับกระบวนการตรวจสอบผู้ที่จะเดินทางเข้าสหรัฐฯ และเราจะเดินหน้าดำเนินการต่อไป”บันทึกจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถูกเปิดเผยโดยสำนักข่าว CBS News ระบุว่าสถานทูตสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งเมื่อวันอังคาร (27 พฤษภาคม) ให้ลบรายการนัดหมายวีซ่านักเรียนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันทั้งหมดออกจากระบบ ยกเว้นการนัดหมายที่ได้รับการยืนยันแล้ว ซึ่งยังสามารถดำเนินต่อไปได้เอกสารยังเผยด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังเตรียมการ “ขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการ” สำหรับผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนทั้งหมด แต่ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดทั้งนี้ ปกติแล้ว นักเรียนต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในสหรัฐฯ จำเป็นต้องนัดสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯในประเทศต้นทางก่อนการอนุมัติวีซ่า ขณะที่ มหาวิทยาลัยจำนวนมากในสหรัฐฯ พึ่งพารายได้จากนักเรียนต่างชาติ ซึ่งมักต้องจ่ายค่าเล่าเรียนในอัตราสูงกว่านักเรียนท้องถิ่น ‘หายนะ’ ต่ออุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ?เดวิด เลโอโพล ทนายความด้านการเข้าเมืองระบุว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลทรัมป์อาจเป็นหายนะของนักเรียนต่างชาติและมหาวิทยาลัยสหรัฐฯที่พึ่งพารายได้จากนักศึกษาต่างชาติ ผบกระทบทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอาจมหาศาลเลโอโพลระบุว่า การขอวีซาสำหรับการนักศึกษาต่างชาติมีกระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดอยู่แล้ว โดยผู้สมัครต้องมีเอกสารรับรองความแข็งแกร่งด้านวิชาการ หลักฐานสนับสนุนทางการเงิน ต้องแสดงสายสัมพันธ์ที่มีกับประเทศของตนและเจตนารมย์ที่จะเดินทางกลับประเทศภูมิลำเนาหลังเรียนจบสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การระงับหรือการชะลอกระบวนการอนุมัติวีซาจะส่งผลกระทบโยงไปยังนักศึกษาหลายแสนคนทั่วโลก และสถาบันการศึกษาจำนวนมากทั่วสหรัฐฯ ที่มีอันดับสูงขึ้นจากการดึงบุคคลที่มีความสามารถจากต่างประเทศเข้ามาในสหรัฐฯทั้งนี้ นักศึกษาต่างชาติมีสัดส่วนร้อยละ 5.9 ของจำนวนนักศึกษาเกือบ 19 ล้านคนในสถาบันการศึกษาขั้นสูงของสหรัฐฯ เฉพาะในช่วงปี 2023-2024 มีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนในสหรัฐฯมากกว่า 1.1 ล้านคน โดยอันดับหนึ่งมาจากอินเดีย ตามมาด้วยจีนหากเจาะลึกลงไป นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ เลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ โดยร้อยละ 25 เข้ามาเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และอีกเกือบหนึ่งในห้า เลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์นอกจากนี้ นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่จ่ายค่าเรียนเต็ม ทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ มีงบประมาณมากขึ้นในการเอาไปช่วยนักศึกษาอเมริกันเองรายงานจาก Open Doors Report พบว่า มหาวิทยาลัยนิวยอร์กมีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด คือ มากกว่า 21,000 คน ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยนอร์ธอีสเทิร์น และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับมหาวิทยาลัยไร้แววถอยมาตรการล่าสุดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างทรัมป์กับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐฯ ซึ่งเขากล่าวหาว่ามีแนวคิดเอนเอียงไปทางซ้ายมากเกินไป และเปิดทางให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัย รวมถึงการมีนโยบายรับนักศึกษาที่ไม่เป็นธรรมทำเนียบขาวยังกล่าวหามหาวิทยาลัยบางแห่งว่า ปล่อยให้กิจกรรมสนับสนุนปาเลสไตน์บนมหาวิทยาลัยถูกครอบงำโดยแนวคิดต่อต้านชาวยิว ขณะที่หลายมหาวิทยาลัยตอบโต้ว่า รัฐบาลกำลังพยายามละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกรัฐบาลทรัมป์เคยสั่งระงับงบประมาณจำนวนหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่จัดสรรให้มหาวิทยาลัยบางแห่ง และพยายามผลักดันการเนรเทศนักเรียนต่างชาติ รวมถึงเพิกถอนวีซ่าหลายพันราย แต่บางมาตรการถูกศาลสั่งระงับไว้ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเคยแสดงทัศนะถึงกรณีของ ‘รูเมซา ออสเติร์ค’ นักศึกษาต่างชาติที่เรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Tufts ซึ่งเขียนบทความแสดงความเห็นสนับสนุนปาเลสไตน์ จนถูกจับกุมหน้าบ้านพักของเธอตอนนั้นรูบิโอกล่าวว่า “หากคุณสมัครของวีซามาสหรัฐฯเพื่อเป็นนักเรียน และคุณบอกเราว่าเหตุผลที่คุณมาสหรัฐฯ ไม่ได้เพราะคุณอยากมาเขียนบทความแสดงความเห็นเท่านั้น แต่คุณยังอยากเข้าร่วมการเคลื่อนไหวที่ทำลายข้าวของมหาวิทยาลัย คุกคามนักศึกษาคนอื่นๆ ยึดอาคาร สร้างความวุ่นวาย เราก็จะไม่ให้วีซากับคุณ”ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เควิน โอ แลรี พันธมิตรของทรัมป์ กล่าวกับ Fox Business ว่าเขาแนะนำให้สหรัฐฯใช้กระบวนการนักศึกษาต่างชาติ และเขาก็ชื่นชมนักศึกษาที่ฉลาดและมีความรักชาติเช่นกัน... “นักศึกษาเหล่านี้เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากและพวกเขาไม่ได้เกลียดอเมริกา” “ทำไมเราไม่คัดกรองเขาก่อน ตรวจสอบประวัติ ทำให้ชัดเจน และก็บอกพวกเขาว่า คุณคือคนที่จบจากฮารวาร์ด คุณคือวิศวกรหรืออะไรก็ตาม คุณอยู่ที่นี่ได้ คุณเริ่มธุรกิจที่นี่ได้ และคุณก็จะได้รับเงินทุนที่นี่ คุณจะสร้างงานที่นี่ นี่คือเหตุผลที่คุณมาที่นี่แต่แรก”ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังรัฐบาลทรัมป์ได้เพิกถอนสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในการรับนักศึกษาต่างชาติและนักวิจัยจากต่างประเทศ แต่ศาลรัฐบาลกลางมีคำสั่งระงับมาตรการดังกล่าว ซึ่งหากนโยบายนี้มีผลบังคับใช้จริง อาจสร้างผลกระทบอย่างหนักต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมีนักศึกษาต่างชาติกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดอย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ยังไม่ยอมถอยเช่นกัน และกำลังหาทางยกเลิกสัญญาที่เหลือทั้งหมดระหว่างฮาร์วาร์ดกับรัฐบาลกลาง ซึ่งมีมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์คงต้องติดตามกันต่อไปว่าศึกนี้ ใครจะยอมถอยก่อนกัน แต่ที่แน่ๆ...นักเรียนนักศึกษา นักวิจัย และคณาจารย์ ล้วนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าแล้วบทความโดย...ธันย์ชนก จงยศยิ่ง
TNN ช่อง16 • 28 พ.ค. 68
อ่าน
เริ่ม 1 มิ.ย.นี้! ขี่จยย.ต้องใส่หมวกกันน็อก ทั้งคนขับ - คนซ้อน ฝ่าฝืนปรับ 2 พัน
เริ่ม 1 มิ.ย.นี้! ขี่จยย.ต้องใส่หมวกกันน็อก ทั้งคนขับ - คนซ้อน สำนักงานตำรวจแห่งชาติประกาศเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายจราจรเข้มข้นทั่วประเทศ ภายใต้ “โครงการถนนปลอดภัย” เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยเน้นลดอุบัติเหตุและเสริมสร้างวินัยผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างจริงจังหนึ่งในมาตรการสำคัญ คือ การสวมหมวกนิรภัย 100% ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ หากฝ่าฝืน ไม่สวมหมวกนิรภัยตามที่กำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากผู้โดยสารไม่ใส่หมวก จะมีโทษปรับคนขับเพิ่มอีกเป็น 2 เท่าตามกฎหมาย พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 122 โครงการนี้จะคิกออฟในถนนเป้าหมายทั่วประเทศ โดยเฉพาะถนนหน้าโรงเรียน จุดเสี่ยง และพื้นที่ที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พร้อมทั้งรณรงค์ผ่านองค์กรท้องถิ่น สถานศึกษา และภาคเอกชน เพื่อร่วมเป็นพลังสร้างวินัยจราจรให้แก่สังคมตำรวจขอความร่วมมือจากประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น หากพบเหตุผิดปกติ หรือต้องการแจ้งเหตุ-ขอความช่วยเหลือด้านการจราจร สามารถติดต่อสายด่วน 1197 และ 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
TNN ช่อง16 • 28 พ.ค. 68
อ่าน
เตือนภัย 10 ข่าวปลอมล่าสุด! ที่ประชาชนให้ความสนใจมากสุดในรอบสัปดาห์
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 16 – 22 พฤษภาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 826,061 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 685 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 663 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 22 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 226 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 122 เรื่อง กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 139 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 37 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 14 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 6 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 30 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ เป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องการให้บริการของหน่วยงานรัฐ เรื่องของสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องของไวรัสโควิด ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความมั่นคงของประเทศ ที่มีผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง เปิดให้บริการรถไฟ SRT 2025 รุ่นใหม่ เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่อันดับที่ 2 : เรื่อง โควิดโอมิครอน XEC แพร่เร็ว ติดง่าย วัคซีนเอาไม่อยู่อันดับที่ 3 : เรื่อง เตือนภัยเครื่องบิน C-135 4 ลำ จะตกที่สมุยอันดับที่ 4 : เรื่อง เรือสุพรรณหงส์ กำลังจะตกเป็นของกัมพูชาอันดับที่ 5 : เรื่อง สมเด็จพระสังฆราช รับสั่งให้งดถวายเงินพระโดยเด็ดขาด ทุกกรณีอันดับที่ 6 : เรื่อง คุณมาดี ลงพื้นที่ขอถ่ายรูป สแกนลายนิ้วมือ เพื่อเก็บข้อมูลสำมะโนประชากรอันดับที่ 7 : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดให้ลงทะเบียนกู้สินเชื่อผ่านบัญชี Tiktok namonaka56อันดับที่ 8 : เรื่อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ออกใบรับรองจดทะเบียน บริษัท เงินกู้ ออนไลน์ ส่วนบุคคล จำกัดอันดับที่ 9 : เรื่อง ด่วน! กฟภ. เปิดเว็บไซต์เฉพาะกิจ รับลงทะเบียนขอคืนค่าประกันมิเตอร์อันดับที่ 10 : เรื่อง ทานเมลทิลีนบูล เพื่อล้างพิษ หลังฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกสำหรับอันดับ 1 เรื่อง “เปิดให้บริการรถไฟ SRT 2025 รุ่นใหม่ เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอยืนยันว่า คลิปวิดีโอที่มีการแชร์บนโซเชียลต่าง ๆ นั้นไม่เป็นความจริง จึงขอความร่วมมืออย่าได้แชร์หรือเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง ข้อมูลที่ไม่มีที่มาและเพื่อให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง โปรดติดตามข่าวสารจากช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของการรถไฟฯ เท่านั้น เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม ในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “โควิดโอมิครอน XEC แพร่เร็ว ติดง่าย วัคซีนเอาไม่อยู่” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ประเทศไทยเริ่มพบ XEC ครั้งแรกเดือนสิงหาคม 2567 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 เป็นต้นมา และพบแนวโน้มลดลงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ทำให้เชื่อได้ว่า อัตราการแพร่กระจายของสายพันธุ์ XEC แพร่เร็ว ติดง่าย วัคซีนเอาไม่อยู่ ปัจจุบันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังคงเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง แนะนำให้กลุ่มเสี่ยงควรรับวัคซีน ร่วมกับการปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างสม่ำเสมออย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดข่าวที่เกี่ยวข้อง- พายุหอยหมีเข้าไทย! เตือนอย่าเชื่อ เปิด 10 ข่าวปลอมล่าสุด ที่ประชาชนสนใจ- เปิดรายชื่อ 22 จังหวัด ปลอดภัยที่สุดจากแผ่นดินไหว เตือนอย่าเชื่อ ข่าวปลอม
TNN ช่อง16 • 24 พ.ค. 68
อ่าน
ปภ.ทดสอบระบบเตือนภัย ใน 5 จังหวัด เสียงจะดัง 8 วินาที ไม่ต้องตกใจ แค่ทดสอบระบบ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะทำการทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือ (Cell Broadcast) ในวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2568 เวลา 13.00 น. โดยการทดสอบนี้จะครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, อุดรธานี, พระนครศรีอยุธยา และนครศรีธรรมราชระบบ Cell Broadcast คืออะไร?Cell Broadcast เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้ในพื้นที่เฉพาะ โดยไม่จำเป็นต้องมีการลงทะเบียนล่วงหน้า ข้อความแจ้งเตือนจะถูกส่งไปยังโทรศัพท์มือถือทั้งหมดในพื้นที่ที่กำหนด ซึ่งช่วยให้ประชาชนสามารถรับข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับภัยพิบัติ เช่น การแผ่นดินไหว หรือสถานการณ์ฉุกเฉินอื่น ๆ อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพการแจ้งเตือนในครั้งนี้จะมีเสียงเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นเวลา 8 วินาที พร้อมข้อความแจ้งเตือนปรากฏบนหน้าจอมือถือ โดย ปภ. ขอให้ประชาชนในพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัดทราบว่า การแจ้งเตือนแผ่นดินไหวในครั้งนี้เป็นเพียง “การทดสอบระบบ” เพื่อประเมินความพร้อมในการแจ้งเตือนภัยพิบัติในอนาคตเท่านั้น จึงไม่ต้องตื่นตระหนก หากได้รับข้อความหรือเสียงเตือน อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการรับข้อความที่ส่งมา เนื่องจากจะไม่มีลิงก์แนบใด ๆ ดังนั้น จึงควรระวังมิจฉาชีพที่อาจแอบอ้างส่งข้อความปลอม ในพื้นที่ใกล้เคียงของ 5 จังหวัดที่กล่าวถึงอาจมีสัญญาณล้นไปถึง ซึ่งประชาชนในพื้นที่เหล่านั้นก็ไม่ต้องตื่นตระหนกเช่นกันการทดสอบนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความพร้อมและความเข้าใจเกี่ยวกับการแจ้งเตือนภัยพิบัติในอนาคต เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในประเทศ
TNN ช่อง16 • 13 พ.ค. 68
อ่าน
เปิดรายชื่อ 22 จังหวัด ปลอดภัยที่สุดจากแผ่นดินไหว เตือนอย่าเชื่อ ข่าวปลอม!
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 2 – 8 พฤษภาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 822,280 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 670 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 652 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 18 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 202 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 90 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 113 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 40 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 22 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 10 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 17 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นยังคงเป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องของภัยพิบัติ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความมั่นคงของประเทศ การให้บริการของหน่วยงานรัฐ และเรื่องของสุขภาพ ซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง เปิดรายชื่อ 22 จังหวัด ที่ปลอดภัยที่สุดจากแผ่นดินไหวอันดับที่ 2 : เรื่อง เปิดระดมทุนช่วยเหลือทหารบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาอันดับที่ 3 : เรื่อง ประกาศราคาซื้อขายอวัยวะมนุษย์ในประเทศไทยอันดับที่ 4 : เรื่อง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 เดินทางไปสหรัฐอเมริกาไม่ต้องใช้วีซ่าอันดับที่ 5 : เรื่อง กัมพูชาให้ไทยขุดหลักแดนออก เนื่องจากล้ำเขตประเทศกัมพูชาอันดับที่ 6 : เรื่อง พบแคมป์คนงานจีนใช้สิทธิฟรีวีซ่า อยู่ในโรงไฟฟ้า TPIPP จ.สระบุรีอันดับที่ 7 : เรื่อง PEA ส่งอีเมลแจ้งเตือนให้อัปเดตข้อมูลการเรียกเก็บเงินอันดับที่ 8 : เรื่อง ดื่มน้ำเต้าหู้ผสมน้ำมะนาว ป้องกันอัมพฤกษ์-อัมพาตอันดับที่ 9 : เรื่อง ตม. เปิดเว็บไซต์ลงทะเบียนบัตรขาเข้าประเทศแบบเก็บค่าธรรมเนียม รองรับนักท่องเที่ยว VIPอันดับที่ 10 : เรื่อง กลาโหม เพิ่มค่ารักษาพยาบาลและค่าทำศพ ให้ทหารผ่านศึกทุกชั้นบัตรสำหรับอันดับ 1 เรื่อง “เปิดรายชื่อ 22 จังหวัด ที่ปลอดภัยที่สุดจากแผ่นดินไหว” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ และขอชี้แจงว่า จากการที่มีผู้เผยแพร่คลิปรายชื่อ 22 จังหวัด โดยกล่าวว่าเป็นจังหวัดที่มีความปลอดภัยที่สุดจากแผ่นดินไหว ซึ่งจากข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณี พบว่า ประเทศไทยมีรอยเลื่อนมีพลัง (active faults) กระจายตัวอยู่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ จำนวน 16 กลุ่มรอยเลื่อน ซึ่งพาดผ่านพื้นที่ต่าง ๆ ใน 23 จังหวัด 124 อำเภอ 421 ตำบล 1,520 หมู่บ้าน และอยู่ในจังหวัดที่มีการอ้างถึง 22 จังหวัดข้างต้นด้วย เช่นกลุ่มรอยเลื่อนเพชรบูรณ์ - พาดผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ เลยกลุ่มรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ - พาดผ่านจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี กำแพงเพชรกลุ่มรอยเลื่อนระนอง - พาดผ่านจังหวัดระนอง ชุมพร พังงา ประจวบคีรีขันธ์กลุ่มรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย - พาดผ่านจังหวัดกระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ตอย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่า ทุกจังหวัดหรือพื้นที่ที่รอยเลื่อนพาดผ่าน จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากแผ่นดินไหวเสมอไปทั้งนี้การเกิดแผ่นดินไหว จะส่งผลกระทบแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่กับการเกิดและความรุนแรงของแผ่นดินไหว เช่น ขนาดของแผ่นดินไหวหรือตัวเลขที่วัดพลังงานที่ปลดปล่อยจากจุดศูนย์กลาง, ความลึกของจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นระดับตื้นจะส่งผลแรงกว่าที่ลึก, ระยะห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว พื้นที่ที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวจะรับรู้แรงสั่นสะเทือนเบากว่าพื้นที่ที่อยู่ใกล้, สภาพดินและโครงสร้างใต้ดินของพื้นที่นั้น ในพื้นที่ที่มีดินอ่อนจะรับรู้สั่นสะเทือนมากกว่าพื้นที่ที่เป็นหินแข็งในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “เปิดระดมทุนช่วยเหลือทหารบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับกองทัพบก กระทรวงกลาโหม พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงกรณีความเป็นอยู่ของกำลังพลชายแดนตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับความยากลำบากของกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาไม่เป็นความจริงขอยืนยันว่า มีการดูแลสวัสดิการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้นได้ให้ความสำคัญการดูแลกำลังพลในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ที่พักอาศัย สาธารณูปโภค และสวัสดิการที่จำเป็น เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีการนำรถถังเข้าประจำการภาคสนามในพื้นที่ชายแดนที่ถูกกล่าวอ้างในข้อมูลที่เผยแพร่ ดังนั้น ก่อนการแชร์ข้อมูลใด ๆ ควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่เกี่ยวกับหน่วยงานราชการและความมั่นคง ป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมได้อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดข่าวที่เกี่ยวข้อง- ไทยยังเสี่ยงแผ่นดินไหวใหญ่ จับตารอยเลื่อนแม่จัน-สกาย อาจเกิดซ้ำใน 50-100 ปี- โลกร้อนกับแผ่นดินไหว ภัยใกล้ตัวที่รุนแรงขึ้นทุกวัน
TNN ช่อง16 • 10 พ.ค. 68
อ่าน
เริ่มมอบโฉนดต้นไม้-ต้นยางฯ 12 พ.ค. ช่วยชาวสวนเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ศ.ดร.นฤมล ภิณโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ เตรียม Kick Off มอบโฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพารา อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 12 พ.ค. 68 ที่จะถึงนี้ ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยธยา โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความมั่นคงในการถือครองที่ดินของเกษตรกร โครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงเอกสารรับรองการมีอยู่ของต้นไม้และต้นยางพารา แต่เป็นการเปิดประตูให้ต้นไม้และต้นยางพารา กลายเป็นทรัพย์สินที่ใช้การได้ ทั้งในฐานะหลักทรัพย์เพื่อขอสินเชื่อ หรือทรัพย์ที่มีมูลค่าในระบบเศรษฐกิจไทย และเป็นนวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมไปถึงคาร์บอนเครดิต และการสร้างรายได้เสริมจากเนื้อไม้ด้วย“กระทรวงเกษตรฯ มีเป้าหมายให้ต้นไม้และต้นยางพาราสามารถออกโฉนดได้ทั่วประเทศ โดยเกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจได้จริง พร้อมทั้งสร้างแรงจูงใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเพิ่มพื้นที่สีเขียวตามโยบายต้นไม้แห่งชาติ ที่มุ่งสร้างพื้นที่ร้อยละ 40 ของประเทศ ซึ่งเรามุ่งมั่นในการดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดผล โดยยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประชาคมโลก” ศ.ดร.นฤมล กล่าว ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า กระทรวงเกษตรฯ จะเดินหน้าออกโฉนดต้นไม้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยการทำงานเชิงรุกร่วมกับชุมชนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้ เราต้องการให้สินทรัพย์ของพี่น้องเกษตรกรมีราคา สร้างมูลค่าได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
TNN ช่อง16 • 5 พ.ค. 68
ดูเพิ่มเติม