รีเซต

ผลการค้นหา “怎么做假恒丰银行定期存单【咨询网:bbzz58.com】-专业怎么做假恒丰银行定期存单<网址:bbzz58.com>-彭州怎么做假恒丰银行定期存单哪里有-可以找怎么做假恒丰银行定期存单rD” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ใช้ 10 ทรูพอยท์ แลกวันใช้งานเพิ่ม 120 วัน
สิทธิพิเศษ

ใช้ 10 ทรูพอยท์ แลกวันใช้งานเพิ่ม 120 วัน

ประหยัด ฿12.00ที่ ทรูมูฟเอช ใช้ 10 ทรูพอยท์ แลกวันใช้งานเพิ่ม 120 วันสำหรับลูกค้าแบบเติมเงิน เงื่อนไข 1. รายการส่งเสริมการขาย ทรูพอยท์ แลกแพ็กเกจเสริม นี้ สำหรับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทรูมูฟ เอชกับบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทียูซี) ( บริษัท) ในระบบเติมเงิน ในนามบุคคลธรรมดา (ผู้ใช้บริการ) และเปิดใช้บริการมาแล้วอย่างน้อยเป็นระยะเวลา 90 วัน หรือมียอดการใช้งานสะสมตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป นับตั้งแต่วันที่เปิดใช้บริการไปจนถึงวันที่สมัครใช้บริการในระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นจากบริษัท2. วิธีการสมัครใช้บริการ: ผู้ใช้บริการสามารถสมัครใช้บริการนี้ โดยผ่านช่องทาง TrueID APPLICATION หรือ USSD ตามที่กำหนด ซึ่งผู้ใช้บริการจะเริ่มใช้แพ็กเกจเสริมนี้ได้ หลังจากได้รับข้อความ (SMS) ยืนยันการสมัครใช้บริการเรียบร้อยแล้วเท่านั้น โดยมีอัตราการใช้ทรูพอยท์ แลกวันใช้งาน พร้อมหมายเลข USSD มีรายละเอียดดังนี้จำนวนทรูพอยท์ (คะแนน) วันใช้งานที่ได้รับ USSD3 30 วัน *878*829855#โทรออก10 120 วัน *878*829856#โทรออก30 365 วัน *878*829857#โทรออก3. บริการทรูพอยท์ แลกวันใช้งาน สามารถสมัครใช้บริการได้กับเลขหมายที่มีสถานะของการใช้งานปกติ (โทรออก และ รับสายได้ตามปกติ) โดย3.1. กรณีเลขหมายของผู้ใช้บริการมีสถานะของการใช้งานปกติ ต้องเปิดใช้บริการมาแล้วอย่างน้อย 90 วัน หรือมียอดการใช้งานสะสมตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป ณ วันที่สมัครใช้บริการ3.2. กรณีเลขหมายของผู้ใช้บริการอยู่ในสถานะที่ไม่สามารถใช้บริการได้แล้วเนื่องจากวันใช้งานหมด (ระงับบริการการโทรออกแต่ยังคงรับสายได้) ผู้ใช้บริการต้องเติมเงินขั้นต่ำก่อน 10 บาทเพื่อปรับสถานะการใช้งานให้เป็นปกติ จากนั้นจึงจะสามารถใช้บริการทรูพอยท์ แลกวันใช้งานได้3.3. กรณีเลขหมายของผู้ใช้บริการอยู่ในสถานะที่ไม่สามารถใช้บริการได้แล้วเนื่องจากวันใช้งานหมด (ระงับบริการการโทรออก และรับสาย) ผู้ใช้บริการต้องเติมเงินขั้นต่ำก่อน 10 บาทเพื่อปรับสถานะการใช้งานให้เป็นปกติ จากนั้นจึงจะสามารถใช้บริการทรูพอยท์ แลกวันใช้งานได้4. ผู้ใช้บริการสามารถใช้ทรูพอยท์ แลกวันใช้งานตามบริการนี้ได้ 1 เลขหมายต่อ 5 สิทธิ์ต่อเดือน แต่สามารถสะสมจำนวนวันใช้งานสูงสุดได้ไม่เกิน 365 วัน หรือ ตามจำนวนวันใช้งานในข้อกำหนดในรายการส่งเสริมการขายปัจจุบันที่ผู้ใช้บริการแต่ละรายเลือกใช้อยู่5. วันใช้งานที่ได้รับจากบริการทรูพอยท์ แลกวันใช้งาน นี้ไม่สามารถแลกคืน หรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ รวมตลอดทั้งไม่สามารถโอนสิทธิดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นใดได้ด้วย6. สิทธิใด ๆ ตามที่ได้ระบุไว้ในรายการส่งเสริมการขายนี้ ไม่สามารถแลก คืน หรือเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือของอื่นใดได้ รวมตลอดทั้งไม่สามารถโอนไปให้บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นใดได้ด้วย หากผู้ใช้บริการกระทำการอันเป็นการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทมีสิทธิในการยกเลิกการให้บริการตามสัญญาได้ทันที6.1 กระทำการฝ่าฝืนข้อห้ามในสัญญา: หากผู้ใช้บริการกระทำผิดวัตถุประสงค์แห่งสัญญา ให้ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามในสัญญา วัตถุประสงค์แห่งสัญญา ผู้ใช้บริการจะต้อง(ก.) ใช้บริการตามรายการส่งเสริมการขายนี้เพื่อการสื่อสารเฉพาะตนโดยมีเจตนาสุจริตตามวิธีการใช้บริการเยี่ยงปกติประเพณีของบุคคลธรรมดาทั่วไปที่จะพึงกระทำเท่านั้น มิใช่เพื่อประโยชน์ หรือสิ่งอื่นใดที่อาจถือเอาประโยชน์ได้ และจะไม่นำบริการไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือให้บริการต่อ(ข.) ผู้ใช้บริการต้องไม่ใช้ ไม่นำบริการมาใช้ ไม่ดัดแปลง หรือไม่กระทำการใดๆ ในเทคโนโลยีหรือระบบหรือสิ่งอื่นใดเพื่อเชื่อมต่อ หรือเกี่ยวข้องกับการใช้บริการดังกล่าว รวมทั้งไม่กระทำการอันมีลักษณะหรือคาดหมายได้ หรือเชื่อได้ว่าจะก่อให้เกิดการผิดศีลธรรม หรือเกิดความเสียหาย หรือเกิดความไม่เป็นธรรมต่อบริษัท หรือบุคคลอื่นใด ทั้งในทางตรงและทางอ้อม หรือไม่ทำการรบกวน หรือก่อความไม่สะดวก หรือเป็นอันตรายต่อเครือข่าย หรือทำให้ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเครือข่ายหรือส่วนใดๆ ของเครือข่ายเกิดความขัดข้องไม่เป็นไปตามปกติ6.2 กระทำการที่มีเหตุผลอันเชื่อได้ว่าผู้ใช้บริการทุจริต หรือมีการปลอมแปลงเอกสารในการสมัครใช้ หรือรับข้อเสนอของบริการ หรือมีพฤติกรรมฉ้อฉลในการใช้บริการ หรือนำบริการไปใช้โดยผิดกฎหมาย7. เลขหมายทรูมูฟ เอช ที่รับสิทธิแลกซื้อแพ็กเกจเสริมนี้ได้จะต้องมีการลงทะเบียนผู้ใช้บริการด้วยเลขที่บัตรประชาชนของผู้ใช้บริการถูกต้องครบถ้วนเท่านั้น8. บริษัทมีสิทธิที่จะแก้ไข เปลี่ยนแปลง ระงับ หรือยกเลิกได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หากมีข้อกำหนด คำสั่ง หรือนโยบายของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกำหนดให้มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง ระงับ หรือยกเลิกเงื่อนไขของบริการนี้หรือคำสั่งดังกล่าวเป็นการเพิ่มภาระในการดำเนินการของบริษัท เว้นแต่จะได้ระบุไว้โดยชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น9. บริษัทมีสิทธิในการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระงับหรือยกเลิกข้อกำหนดนี้ได้ตามความเหมาะสมโดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันผ่านช่องทางที่บริษัทพิจารณาเห็นสมควร10. แพ็กเกจนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ผู้ใช้บริการจะต้องศึกษาข้อมูล11. สำหรับการตั้งค่าเชื่อมต่อระบบ 4G/3G/EDGE/GPRS ที่ ทรูมูฟ เอช แคร์ โทร 1242 หรือสอบถามพนักงานขาย

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
อ่าน

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!

ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

ด่วน ธ.กรุงเทพเลื่อนการกำหนดยอดเงินคงค้างขั้นต่ำ ในบัญชี 2,000 บาทออกไปไม่มีกำหนด
อ่าน

ด่วน ธ.กรุงเทพเลื่อนการกำหนดยอดเงินคงค้างขั้นต่ำ ในบัญชี 2,000 บาทออกไปไม่มีกำหนด

#BBL #ทันหุ้น-นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ชี้แจง กรณีที่ธนาคารได้ประกาศปรับเปลี่ยนเงื่อนไขผลิตภัณฑ์บัญชีเงินฝากออนไลน์ของธนาคาร 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ บัญชีสะสมทรัพย์ e-Savings และ บัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์บัวหลวงเอ็กซ์ตร้าดิจิทัล ซึ่งกำหนดว่าตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569 เป็นต้นไป บัญชีดังกล่าวต้องมียอดเงินคงเหลือในบัญชีขั้นต่ำ 2,000 บาท นั้น เนื่องด้วยธนาคารประเมินว่าเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่จะช่วยป้องปราบมิให้มิจฉาชีพอาศัยบัญชีเงินฝากดิจิทัลเป็นบัญชีม้าในระดับหนึ่ง เพื่อลดช่องทางในการทำธุรกรรมผิดกฎหมายอย่างไรก็ตาม ธนาคารได้พิจารณาว่ามาตรการดังกล่าวอาจสร้างความไม่สะดวกแก่ลูกค้า จึงขอเลื่อนการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขดังกล่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้

รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง
อ่าน

รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง

เจาะลึก 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 อนุมัติไว ไม่ต้องเสี่ยงหนี้นอกระบบ ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจมีความผันผวน การมองหาช่องทางเสริมสภาพคล่องด้วยการกู้สินเชื่อถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกแหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้ อนุมัติไว และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณก้าวผ่านวิกฤตทางการเงินในปี 2569 ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับหนี้นอกระบบที่อันตราย สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมายคืออะไร สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย คือ บริการทางการเงินจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) โดยมีลักษณะเด่นคือการระบุอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน โปร่งใส มีหลักฐานการชำระเงินที่ตรวจสอบได้ และดอกเบี้ยต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ทำให้ผู้กู้มั่นใจได้ว่าจะได้รับความเป็นธรรมตลอดอายุสัญญา 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยทางการเงินที่วางใจได้ ในปี 2569 นี้มีแหล่งเงินทุนถูกกฎหมายที่ตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายรูปแบบ ดังนี้ 1. สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นสินเชื่อที่เน้นความอเนกประสงค์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนไปจัดการภาระต่าง ๆ จุดเด่นคือไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน การพิจารณาจะดูจากฐานรายได้และความมั่นคงทางการเงินเป็นหลัก ปัจจุบันมีการพัฒนาให้ขอได้สะดวกขึ้นผ่านช่องทางต่าง ๆ ของสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ 2. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนมีรถแต่ไม่อยากจอดรถทิ้งไว้ เพียงใช้เล่มทะเบียนรถเป็นหลักประกันในการกู้สินเชื่อ ก็สามารถรับเงินสดไปหมุนเวียนได้ทันที โดยที่คุณยังคงมีรถไว้ขับไปทำงานหรือประกอบอาชีพตามปกติ ที่สำคัญคืออาชีพอิสระที่ไม่มีสลิปเงินเดือนก็สามารถยื่นขอสินเชื่อประเภทนี้ได้ไม่ยาก 3. บัตรกดเงินสด เป็นวงเงินสำรองพร้อมใช้ที่เน้นความคล่องตัวสูง เมื่อได้รับอนุมัติวงเงินแล้วคุณสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM หรือโอนเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อดีคือคิดดอกเบี้ยตามยอดที่ใช้จริง และเมื่อชำระคืน วงเงินก็จะหมุนเวียนกลับมาให้คุณใช้ใหม่ได้ทันทีในยามฉุกเฉิน 4. สินเชื่อที่ดินแลกเงิน สินเชื่อสำหรับผู้ที่มีสินทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเปล่า หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยการนำโฉนดมาเป็นหลักประกันแลกเงินก้อน วิธีนี้มักจะได้วงเงินที่ค่อนข้างสูงและดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสินเชื่อบางประเภท แต่อยากให้พิจารณาเป็นทางเลือกท้าย ๆ หากที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยเพียงแห่งเดียวของคุณ 5. สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ นวัตกรรมการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลที่สุด เพราะสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ 100% บางผู้ให้บริการทราบผลอนุมัติไวมากภายใน 10-30 นาที ใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ในการพิจารณาแทนเอกสารกระดาษ ทำให้ผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ยากมีโอกาสได้รับเงินทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น ข้อควรระวังที่ต้องรู้ แม้จะเป็นแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย แต่การกู้สินเชื่อก็มีข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อสุขภาวะทางการเงินที่ดี ตรวจสอบผู้ให้บริการ: ก่อนตัดสินใจสมัคร ควรตรวจสอบรายชื่อแอปพลิเคชันหรือสถาบันการเงินผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยเสมอเพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง ประเมินความสามารถในการชำระ: ไม่ควรกู้เกินกำลังรายได้ที่มี เพราะภาระหนี้ที่สูงเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อเครดิตในระยะยาว อ่านสัญญาให้ละเอียด: ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแฝงต่าง ๆ ให้แน่ใจว่าถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้ก่อนกดยืนยัน ผู้เชี่ยวชาญจาก Promise เน้นย้ำถึงการกู้สินเชื่ออย่างปลอดภัยว่า ควรตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ พร้อมทั้งควรประเมินรายได้เพื่อไม่ให้กู้เกินกำลังจนกระทบต่อเครดิตในระยะยาว และที่สำคัญต้องตรวจสอบรายละเอียดสัญญา อัตราดอกเบี้ย รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วนก่อนกดยืนยันเพื่อให้มั่นใจว่าได้รับเงื่อนไขที่เป็นธรรม สรุปบทความ การเลือกใช้บริการทางการเงินจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมายในปี 2569 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การจัดการปัญหาการเงินมีความมั่นคงและปลอดภัย การเข้าถึงสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือด้วยเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นธรรม จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางที่สะดวกทั้งรูปแบบสาขาหรือแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำเตือน: ควรเลือกกู้เงินจากแหล่งที่ถูกกฎหมายและตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์แบงก์ชาติทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย ควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้และกู้เท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาเครดิตทางการเงินและป้องกันปัญหาหนี้สินเกินตัวในอนาคต

เทคนิคเก็บเงินแบบแกล้งลืม เปลี่ยนเศษเงินเป็นเก็บ ฉบับผู้ชายขี้เกียจบริหาร
อ่าน

เทคนิคเก็บเงินแบบแกล้งลืม เปลี่ยนเศษเงินเป็นเก็บ ฉบับผู้ชายขี้เกียจบริหาร

คุณอยากเก็บเงินแต่ขี้เกียจบริหารหรือไม่ ถ้าใช่มาลองเทคนิค เก็บเงินแบบแกล้งลืม ที่จะเปลี่ยนเศษเงินเล็กๆ ให้กลายเป็นเงินก้อนใหญ่โดยไม่ต้องคิดเยอะ วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ชายที่อยากมีเงินเก็บแบบง่ายๆ ไม่เครียด พร้อมเคล็ดลับทำให้การออมเป็นเรื่องสนุกและติดนิสัย โดยเทคนิคนี้จะทำให้คุณเซอร์ไพรส์กับยอดเงินเก็บของคุณอย่างแน่นนอน เทคนิคเก็บเงินแบบแกล้งลืม เปลี่ยนเศษเงินเป็นเก็บ ฉบับผู้ชายขี้เกียจบริหาร ทำไมการออมเงินถึงมักล้มเหลว เพราะเราต้อง ฝืนใจ ตัวเอง ซึ่งไม่ง่ายเลย เคล็ดลับที่ได้ผลที่สุดคือ ทำให้การออมเป็นเรื่องอัตโนมัติและมองไม่เห็น เพื่อตัดปัญหาเรื่องใจไม่แข็งพอ แต่ยังมีวิธีทำให้การออมง่ายขึ้นที่คุณเริ่มได้ทันที ดังนี้: 1. กลยุทธ์ เงินที่มองไม่เห็น ใช้ระบบจัดการแทน เป้าหมายคือทำให้เงินออมหายไปก่อนที่มันจะเข้ากระเป๋าคุณ ตั้งโอนอัตโนมัติวันเงินออก ใช้แอปธนาคารตั้งโอนจากบัญชีเงินเดือนไปบัญชีออมในเช้าวันถัดจากวันที่เงินเดือนเข้า พอตื่นมาเช็กยอด เงินก้อนนั้นก็อยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว คิดซะว่าเป็นหนี้ที่ต้องจ่าย มองว่าการออมคือบิลค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้ตัวเอง เหมือนจ่ายค่าน้ำค่าไฟ 2. กลยุทธ์ เงินทอนลวงตา ออมทีละนิดแบบไม่รู้สึก แอปปัดเศษเงิน ใช้ฟีเจอร์ธนาคารที่ปัดเศษ เช่น ซื้อของ 35 บาท ระบบหัก 40 บาท แล้วเก็บ 5 บาทเข้าบัญชีออม กฎภาษีฟุ่มเฟือย ทุกครั้งที่ซื้อของตามใจ เช่น ขนม เกม เสื้อผ้า ให้หักเพิ่ม 10% แล้วโอนเข้าบัญชีออมทันที 3. จิตวิทยาหลอกสมอง ลดความอยากใช้ เปลี่ยนชื่อบัญชี จาก บัญชีออมทรัพย์ เป็น ทริปญี่ปุ่น 2026 หรือ เงินก้อนเพื่อความอุ่นใจ การถอนเงินจากความฝันตัวเองทำยากกว่าถอนจากชื่อธรรมดา คำนวณราคาเป็นชั่วโมงทำงาน ก่อนซื้อ ลองคิดว่าต้องทำงานกี่ชั่วโมงถึงจะได้ของชิ้นนี้ ถ้ารองเท้าคู่นี้ต้องแลกกับการทำงานเหนื่อยๆ 10 ชั่วโมง คุณอาจไม่อยากได้แล้ว ซ่อนแอปธนาคาร ย้ายไปโฟลเดอร์ลึกๆ ไม่ให้เห็นยอดเงินบ่อยๆ เพราะถ้าเห็นเงินเหลือเยอะ เรามักเผลอคิดว่าใช้ได้อีก 4. สร้างอุปสรรคให้การจ่าย ลบข้อมูลบัตรเครดิต จาก Shopee, Lazada หรือแอปสั่งอาหาร ต้องลุกไปหยิบบัตรมากรอกใหม่ทุกครั้ง จะช่วยดึงสติไม่ให้ซื้อของวู่วาม กฎรอ 48 ชั่วโมง ของที่ไม่จำเป็น ให้ใส่รถเข็นทิ้งไว้ 48 ชั่วโมง พอผ่านไปสองวัน ความอยากจะลดลง แล้วคุณจะรู้ว่าจริงๆ ไม่ได้ต้องการมันเลย บทความที่คุณอาจสนใจ 5 นิสัยที่ทำให้ผู้ชายดูมีเสน่ห์ขึ้นในสายตาสาวๆ โดยไม่ต้องพูดเยอะ 10 ลักษณะ ผู้ชายที่มีเสน่ห์ แบบไหนโดนใจสาว ผู้หญิงเห็นแล้วชอบ วิธีสร้างเสน่ห์และความมั่นใจ ให้เป็นชายในฝันของสาวๆ

ลูกค้าทรูใช้คะแนนสะสม บัวหลวง Thank You Rewards แลกคะแนนสะสม TruePoint
สิทธิพิเศษ

ลูกค้าทรูใช้คะแนนสะสม บัวหลวง Thank You Rewards แลกคะแนนสะสม TruePoint

อัตราการแลกคะแนน ทุก 1,000 คะแนนบัวหลวง Thank You Rewards แลกได้ 250 TruePoint วิธีแลกคะแนน1. ลูกค้า โทร. 026384000 แจ้งพนักงาน Call Center ธนาคารกรุงเทพ เพื่อขอโอนคะแนน บัวหลวง Thank You Rewards เป็นคะแนนสะสม TruePoint2. แจ้งหมายเลขหมายเลขบัตรประชาชนของลูกค้าที่ใช้ลงทะเบียนไว้กับแอพพลิเคชั่น TrueID หรือ TrueYou และแจ้งจำนวนคะแนนสะสมบัวหลวง Thank You Rewards ที่ลูกค้าต้องการแลก3. ลูกค้าจะได้รับคะแนนสะสม TruePoint ภายใน 7 วันทำการหลังจากการทำรายการเสร็จสมบูรณ์ เงื่อนไข 1. สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าทรู ที่ถือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ เท่านั้น2. อัตรานี้ใช้กับการแลกเปลี่ยนคะแนนสะสมตั้งแต่ 1 กันยายน 2564 - 31 ธันวาคม 2569 เท่านั้น หรือจนกว่าจะเปลี่ยนแปลง (ระยะเวลาของโครงการ)3. ไม่จำกัดจำนวนการแลก / หมายเลขบัตรประชาชน / ระยะเวลาของโครงการ4. TruePoint จะถูกโอนเข้าบัญชีทรูไอดีของลูกค้าภายใน 7 วันทำการหลังจากการทำรายการเสร็จสมบูรณ์5. คะแนน TruePoint ที่แลกแล้วไม่สามารถ เปลี่ยน/โอนให้ผู้อื่น หรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น6. เมื่อทำรายการแลกเปลี่ยนคะแนนสะสม Thank You Rewards เป็นคะแนน TruePoint แล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง, ยกเลิก หรือแลกกลับคืนเป็นคะแนนสะสม Thank You Rewards ได้ 7. ธนาคารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ได้ประกาศไว้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 8. กรณีมีข้อพิพาท คำตัดสินของธนาคารฯ และ บริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด9. เงื่อนไขการใช้คะแนนสะสม TruePoint เป็นไปตามที่ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด กำหนด 10. หากพบปัญหาหรือไม่ได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิพิเศษจากคะแนนสะสม TruePoint ลูกค้าสามารถติดต่อสอบถาม ได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้าทรู โทร. 1242

ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง
อ่าน

ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง

#ทันหุ้น ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง ย้ำไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ขอให้ติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์กรมบัญชีกลางwww.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูกเท่านั้นนายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่องว่ามีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าหน้าที่ ติดต่อไปทางโทรศัพท์ หรือไลน์ปลอม หรือหนังสือราชการปลอม หลอกให้ผู้รับบำนาญหลงเชื่อและส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้กับมิจฉาชีพทางไลน์ปลอม โดยอ้างว่าเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกในการรับ - ส่งข้อมูล หากผู้รับบำนาญหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อ อาจทำให้สูญเสียทรัพย์สินได้ ดังนั้น ขอให้ท่านตรวจสอบให้แน่ใจก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ ทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทั้งนี้ กรมบัญชีกลางมีมาตรการกำกับดูแลด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 27001) อีกทั้งมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดจากช่องโหว่และภัยคุกคามต่าง ๆ โดยดำเนินการตรวจสอบช่องโหว่อย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ข้าราชการและผู้รับบำนาญมั่นใจได้ว่ามิจฉาชีพไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระบบของกรมบัญชีกลางได้อย่างแน่นอนนอกจากนี้ หากเกิดสถานการณ์เช่นนี้กับท่าน ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ โดยวิธีที่มิจฉาชีพมักจะใช้หลอกเหยื่อให้หลงเชื่อ จะมีลักษณะ ดังนี้1. ติดต่อผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อพูดคุยและโน้มน้าวใจ และขอให้เพิ่มเพื่อนในไลน์ปลอม ซึ่งหากจบที่การให้แอดไลน์ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน2. มิจฉาชีพมักจะอ้างว่าเรื่องที่แจ้งนั้นเป็นความลับ และห้ามบอกบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด หากได้รับแจ้งลักษณะนี้ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน3. หน่วยงานภาครัฐ ไม่มีนโยบายให้โอนเงินมาให้เพื่อตรวจสอบ หรือดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น หากได้รับการติดต่อในลักษณะนี้ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน“กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น และขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด จากช่องทางของกรมบัญชีกลาง ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลางwww.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (Verified) เท่านั้น เพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น หากมีข้อสงสัยหรือได้รับการติดต่อที่ไม่มั่นใจว่ามาจากกรมบัญชีกลางจริงหรือไม่ สามารถสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ”

Bank Loyalty Point
สิทธิพิเศษ

Bank Loyalty Point

คะแนนสะสมบัตรเครดิตการ์ด

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
อ่าน

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง

ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================

เตือนภัย! มิจฉาชีพ ลวงข้าราชการบำนาญกรอกข้อมูล-ลงนาม PDPA
อ่าน

เตือนภัย! มิจฉาชีพ ลวงข้าราชการบำนาญกรอกข้อมูล-ลงนาม PDPA

นางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ได้รับแจ้งจากอดีตผู้บริหารและข้าราชการบำนาญหลายท่านว่ามีเจ้าหน้าที่ติดต่อให้มาลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยให้มาดำเนินการที่หน่วยงานต้นสังกัด หรือกรมบัญชีกลาง หรือกระทรวงการคลัง แล้วแต่กรณี และในบางกรณีให้ส่งอีเมลยืนยัน กรมบัญชีกลางขอแจ้งว่า “กรมบัญชีกลางไม่มีนโยบายแจ้งให้ผู้รับบำนาญ มาดำเนินการกรอกข้อมูลหรือลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับ PDPA ตามที่มิจฉาชีพอ้าง” ดังนั้น ขอให้ท่านที่ได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว อย่าหลงเชื่อ ไม่ตอบกลับอีเมล หรือกดลิงก์ใด ๆ ตามที่ได้รับแจ้ง “กรมบัญชีกลางขอเน้นย้ำว่า “ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อข้าราชการ ผู้รับบำนาญหรือทายาทโดยตรง เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกรมบัญชีกลาง” ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งช่องทางการติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางที่เชื่อถือได้ ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (verified) เท่านั้น หรือสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ” โฆษกกรมบัญชีกลางกล่าว

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
อ่าน

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์

แคมเปญ 6.6 ซื้อของออนไลน์ต้องระวัง! มิจฉาชีพยิงแอดลวง หลอกกดลิงก์ดูดข้อมูล
อ่าน

แคมเปญ 6.6 ซื้อของออนไลน์ต้องระวัง! มิจฉาชีพยิงแอดลวง หลอกกดลิงก์ดูดข้อมูล

ตำรวจสอบสวนกลาง เตือนระวังมิจฉาชีพหลอกขายของช่วงโปรโมชัน โดยระบุว่า ในหนัง เรื่องของการทำธุรกิจอาจจะมีการหักเหลี่ยมกันเกิดขึ้น ในชีวิตจริงก็เช่นกัน มิจฉาชีพมักใช้เล่ห์เหลี่ยมมาหลอกประชาชน โดยเฉพาะการซื้อของออนไลน์ยิ่งเป็นช่วงโปรโมชัน เช่น 6.6 ที่กำลังจะมาถึง หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอว่าราคาสินค้าจะลดลงเหลือเท่าไหร่ หรือได้ของแถมเป็นอะไร เพื่อความคุ้มค่าในการซื้อของออนไลน์ ซึ่งมิจฉาชีพอาจจะใช้ช่วงจังหวะที่คนอยากซื้อของ สร้างราคาโปรโมชันถูกเกินจริง ยิงแอดผ่านเว็บไซต์ หรือส่งลิงก์ เพื่อให้คนหลงเชื่อ กดลิงก์ และกรอกข้อมูลส่วนตัว หรือเราสั่งของแล้วอาจจะไม่ได้ของ มิจฉาชีพหนีหายไปพร้อมกับเงินของเรา ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) ขอแจ้งเตือนไปยังประชาชน หากต้องการซื้อของออนไลน์ ควรซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ ไม่หลงเชื่อข้อความลิงก์ หรือโปรโมชันที่ไม่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะลิงก์ หรือโฆษณาที่ขึ้นตามหน้าเว็บไซต์ทั่วไป เพราะอาจจะเป็นกลอุบายของมิจฉาชีพ7 ขั้นตอนหลอกให้ทำภารกิจ หลอกโอนเงิน1.ล่อเหยื่อด้วยโฆษณา มีการยิงแอด โพสต์ปลอม แล้วทักแชตตรง2.สร้างฉากลวงในกลุ่มแชต มีหน้าม้าปั้นสถานการณ์ให้ดูน่าเชื่อถือ3.หลอกให้ทำภารกิจง่ายๆ ดูคลิป กดไลก์ รีวิวสินค้า4.ปั้นรายได้ปลอมให้เห็น มีเงินรอในระบบแต่ยังถอนออกมาไม่ได้5.บีบให้โอนซ้ำเพื่อปลดล็อก อ้างขั้นตอนผิดต้องโอนเพิ่ม6.ใช้จิตวิทยากลุ่มกดดัน หน้าม้าหลอกว่าเคยได้เงิน เพื่อให้เหยื่อทำตาม7.หลอกซ้ำด้วยความกลัว-สงสาร ข่มขู่ทางกฎหมายหรือขอความเห็นใจให้โอนอีก ข่าวที่เกี่ยวข้อง- สาวร่ำไห้! ถูกมิจฉาชีพหลอกทำภารกิจ สุดท้ายโอนเงินเกือบ 3 แสนให้จนหมดตัว- ติดอะไร? ระวังชีวิตพัง มิจฉาชีพจับจุดจิตวิทยาเหยื่อแม่นยิ่งกว่า AI- เปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

อย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”
อ่าน

อย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”

ภารกิจรายได้เสริม หรือ กับดักหมดตัว?กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ออกมาแจ้งเตือนประชาชนผ่านเฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. โดยระบุว่า ภารกิจรายได้เสริม หรือ กับดักหมดตัว?ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย อย่าหลงเชื่อ! ขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ลวงให้โอนเงิน โดยมิจฉาชีพวางแผนหลอกเหยื่ออย่างเป็นระบบ ตั้งแต่สร้างแชทปลอม ดึงเข้ากลุ่มที่มีหน้าม้า จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยอ้างว่า “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่” 7 ขั้นตอนขบวนการหลอกให้ทำภารกิจปลอม1.ล่อเหยื่อด้วยโฆษณา มีการยิงแอด โพสต์ปลอม แล้วทักแชตตรง2.สร้างฉากลวงในกลุ่มแชต มีหน้าม้าปั้นสถานการณ์ให้ดูน่าเชื่อถือ3.หลอกให้ทำภารกิจง่ายๆ ดูคลิป กดไลก์ รีวิวสินค้า4.ปั้นรายได้ปลอมให้เห็น มีเงินรอในระบบแต่ยังถอนออกมาไม่ได้5.บีบให้โอนซ้ำเพื่อปลดล็อก อ้างขั้นตอนผิดต้องโอนเพิ่ม6.ใช้จิตวิทยากลุ่มกดดัน หน้าม้าหลอกว่าเคยได้เงิน เพื่อให้เหยื่อตาม7.หลอกซ้ำด้วยความกลัว-สงสาร ข่มขู่ทางกฎหมายหรือขอความเห็นใจให้โอนอีก สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมงอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์เช็กด่วน 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้กู้เงินเช็ก 10 ข่าวปลอมในรอบสัปดาห์ เตือนอย่าหลงเชื่อระวังโดนหลอกดูดเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล

5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ เตือนระวังกลลวงใหม่ “ชวนลงทุนบริจาคการกุศล”
อ่าน

5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ เตือนระวังกลลวงใหม่ “ชวนลงทุนบริจาคการกุศล”

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 28 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วยเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 2,805,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Tiktok ชักชวนลงทุนเกี่ยวกับการกุศล ByteDance จากนั้นเพิ่มเพื่อนทาง Line และทำการสมัครสมาชิก แล้วให้โอนเงินเพื่อทำการลงทุน รอบแรกที่ทำการกุศลได้เงินคืน หลังจากนั้นให้เพิ่มจำนวนเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้เสียหายสอบถามถึงยอดเงินการกุศล พบว่าไม่มีการตอบกลับ และไม่สามารถถอนเงินออกหรือคืนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 570,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line ชักชวนทำงานหารายได้พิเศษ โดยการให้โอนเงินบริจาคกับคนยากไร้ เพื่อรับผลตอบแทน ผู้เสียหายสนใจจึงโอนเงินไป ระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาผู้เสียหายต้องการได้รับผลตอบแทนเพิ่ม จึงได้โอนเงินไปเรื่อย ๆ เพื่อเลื่อนระดับขั้นให้สูงขึ้น เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน มิจฉาชีพแจ้งว่าไม่สามารถถอนได้ ต้องโอนเงินเข้าไปเพิ่มขึ้นอีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 5,943,210 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทาง Facebook ชักชวนให้โอนเงินลงทุนเกี่ยวกับการเทรดหุ้นตลาดหลักทรัพย์ ช่วงแรกเป็นการลงทุนแบบตามงบประมาณ หลังจากนั้นให้คุยกับเลขาฯ เนื่องจากจะมีการแนะนำให้ซื้อหุ้นในการลงทุนเพิ่ม เมื่อจะทำการถอนเงินออกจากระบบ มิจฉาชีพแจ้งว่าจะต้องชำระค่าส่วนแบ่งกำไร 13% ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป แต่ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ แจ้งว่าผู้เสียหายทำผิดขั้นตอน จะต้องโอนเงินเพื่อแก้ไขข้อมูลและให้โอนเงินเพื่อจ่ายค่าภาษี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 1,031,417 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้พบโฆษณาสินเชื่อบุคคล แคช ทู โก สินเชื่อ ธุรกิจ TTB SME ผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดและเพิ่มเพื่อนทาง Line ได้สอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ธุรการ จากนั้นแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินไปก่อน จึงจะได้รับยอดเงินกู้ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป จากนั้นอ้างว่าหมายเลขบัญชีธนาคารผิด ให้โอนเงินเข้าไปเพื่อแก้ไข และให้โอนเงินเพิ่มอีกหลายครั้งเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่ารับ OTP ค่าแก้ไขข้อมูล ค่ายกเลิกสัญญาเงินกู้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 5 คดีหลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 1,248,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเทรดเงินดิจิทัลผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ที่แสดงหน้าเพจเพื่อสอบถามรายละเอียด จากนั้นมิจฉาชีพจึงชักชวนให้โอนเงินเพื่อลงทุนเทรดเงินดิจิทัล ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ในช่วงแรกได้รับผลตอบแทนเล็กน้อยสามารถถอนเงินได้ ภายหลังโอนเงินเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินคืนได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 11,597,627 บาททั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,681,929 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,064 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 633,201 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,249 บัญชี3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 201,562 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.83 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 149,037 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.53 (3) หลอกลวงลงทุน 92,013 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.53 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 76,855 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 12.14 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 45,500 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.19 (และคดีอื่นๆ 68,234 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.78)จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย โดยชักชวนให้บริจาคการกุศล โอนเงินบริจาคคนยากไร้ ซึ่งถือเป็นวิธีการที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ การหลอกลงทุนเทรดหุ้น หลอกให้กู้เงิน โดยอ้างเป็นสินเชื่อ ธ.ทหารไทยธนชาต ให้โอนจ่ายค่าธรรมเนียมเรื่อยๆ ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด ดังนั้นหากมีการติดต่อเข้ามา ให้ประเมินว่าเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่องหากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเช็กด่วน 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้กู้เงินเปิดสถิติแจ้งเตือนข่าวปลอม-ข่าวบิดเบือนให้ประชาชนแล้วกว่า 10,000 เรื่องเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหว

ตำรวจเตือน! อย่าหลงเชื่ออีเมลปลอมอ้าง ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล
อ่าน

ตำรวจเตือน! อย่าหลงเชื่ออีเมลปลอมอ้าง ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพส่งอีเมลปลอมอ้างเป็น ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล ยันไม่มีนโยบายส่งหมายเรียกหรือหมายจับผ่านทางอีเมลสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกประกาศเตือนภัยประชาชน หลังมีการเผยแพร่ภาพอีเมลปลอมที่อ้างว่าเป็นหมายเรียกจากศาล โดยใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมแนบไฟล์ PDF เพื่อหลอกให้ผู้รับคลิกเปิด โดยในเนื้อหาอ้างว่าเป็นหมายเรียกจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้ผู้รับไปรายงานตัวตามที่อยู่ในเอกสาร จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อีเมลดังกล่าวมีลักษณะเป็นอีเมลปลอมที่จัดทำขึ้นโดยมิจฉาชีพ ซึ่งอาจแฝงมัลแวร์หรือเป็นกลลวงให้ประชาชนหลงเชื่อและคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยพล.ต.ต.ธนศักดิ์ มหาสุรศักดิ์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีนโยบายในการจัดส่งหมายเรียกหรือหมายจับทางอีเมล โดยหมายเรียกจากศาลหรือหมายจับจะถูกส่งผ่านช่องทางราชการเท่านั้น เช่น การส่งโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือส่งทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชน อย่าเชื่อ อย่าคลิก และอย่าตอบกลับอีเมลลักษณะดังกล่าว หากพบการกระทำต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ทางเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่www.thaipoliceonline.go.thทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเน้นย้ำว่า อย่าหลงเชื่อเอกสารใด ๆ ที่แอบอ้างหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะเอกสารที่แนบมากับอีเมล เพราะอาจเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพในการหลอกลวงหรือขโมยข้อมูลส่วนตัว

วิธีถอนเงินสด ตู้  ATM ในญี่ปุ่น ด้วยบัตร Travel Card จากไทย
อ่าน

วิธีถอนเงินสด ตู้ ATM ในญี่ปุ่น ด้วยบัตร Travel Card จากไทย

ไปเที่ยวญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้ การใช้จ่ายสะดวกกว่าเดิมมากแล้ว แค่มีบัตร Travel Card จากไทยติดตัวไป นอกจากจะใช้รูดเครื่องได้แล้ว เรายังสามารถถอนเงินสดได้ง่ายๆ จากตู้ ATM ในญี่ปุ่นเลยด้วย ไม่ต้องพกเงินสดก้อนโตให้เสี่ยง มาดูขั้นตอนง่ายๆ ที่ควรรู้ก่อนใช้งานจริง วิธีถอนเงินสด ตู้ ATM ในญี่ปุ่น ด้วยบัตร Travel Card จากไทย 1. เลือกตู้ ATM ที่รองรับบัตรต่างประเทศ ไม่ใช่ทุกตู้ ATM ในญี่ปุ่นจะรองรับบัตรจากต่างประเทศ ยกตัวอย่างตู้ที่ใช้ได้ เช่น ตู้ ATM ของ 7-Eleven (7-Bank) ตู้ของ Japan Post Bank (ไปรษณีย์ญี่ปุ่น) ตู้ Lawson Bank, FamilyMart ATM ข้อควรรู้: ตู้ธนาคารทั่วไป เช่น Mitsubishi UFJ หรือ Mizuho อาจไม่รองรับบัตรต่างชาติทุกรูปแบบ 2. ตรวจสอบบัตร Travel Card ก่อนเดินทาง ให้เช็กว่าบัตร Travel Card ของเรามีโลโก้ VISA, Mastercard, หรือ JCB ซึ่งจำเป็นสำหรับการใช้งานในญี่ปุ่น นอกจากนี้ ต้องเปิดใช้ฟีเจอร์ถอนเงินสด (Cash Advance) ด้วย ซึ่งปกติแล้วจะกดเปิด/ปิดผ่านแอปพลิเคชันธนาคารเลย 3. ขั้นตอนการถอนเงินที่ตู้ ATM Photo : sevenbank.co.jp สอดบัตรเข้าเครื่อง เลือกภาษาอังกฤษ (English) หรือ ไทย (Thai) ตามต้องการ Photo : sevenbank.co.jp เลือก "Withdrawal" หรือ "Cash Advance" Photo : sevenbank.co.jp เลือกบัญชี "Credit (สินเชื่อ)" หรือ "Savings (ออมทรัพย์)" ตามที่บัตรของเรากำหนด (จากประสบการณ์ ผู้เขียน เลือก Credit สามารถถอนเงินได้ปกติครับ) Photo : sevenbank.co.jp ใส่รหัส PIN 4-6 หลัก (ตั้งผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร) Photo : sevenbank.co.jp ใส่จำนวนเงินที่ต้องการถอน (ส่วนใหญ่กำหนดขั้นต่ำ 1,000 เยน) Photo : sevenbank.co.jp รอรับเงินและสลิป 4. ค่าธรรมเนียมที่ควรรู้ ค่าธรรมเนียมจากตู้ ATM ประมาณ 110 - 220 เยนต่อครั้ง ค่าธรรมเนียมจากผู้ให้บริการบัตร Travel Card (แล้วแต่เงื่อนไขแต่ละเจ้า) อัตราแลกเปลี่ยนมักจะบวกค่าธรรมเนียมเล็กน้อย แนะนำ: ถอนเงินจำนวนมากในครั้งเดียว เพื่อลดค่าธรรมเนียมต่อครั้ง 5. ข้อควรระวังเพิ่มเติม ตู้ ATM บางแห่งอาจจำกัดวงเงินถอน เช่น ไม่เกิน 100,000 เยนต่อครั้ง ใช้ตู้ในห้าง ร้านสะดวกซื้อ หรือธนาคารใหญ่ จะปลอดภัยกว่าตู้นอกถนน เก็บสลิปทุกครั้ง เผื่อมีปัญหาจะได้ติดต่อธนาคารได้ง่าย ====================

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
อ่าน

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ

ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ

เปิด 10 "ข่าวปลอมล่าสุด" ในรอบสัปดาห์ที่ประชาชนสนใจ เตือนระวังถูกหลอก!
อ่าน

เปิด 10 "ข่าวปลอมล่าสุด" ในรอบสัปดาห์ที่ประชาชนสนใจ เตือนระวังถูกหลอก!

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 834,632 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 474 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 455 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 19 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 166 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 51 เรื่อง จำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง โอ้กะจู๋ เสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 159 หุ้น ปันผลเฉลี่ย 5-7% ต่อปี มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.อันดับที่ 2 : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดให้ลงทะเบียนเงินกู้ วงเงิน 200,000 บาทต่อครัวเรือน ไม่เช็กบูโร ไม่ต้องค้ำประกันอันดับที่ 3 : เรื่อง เปิดจองซื้อหุ้น Amazon ผ่านเพจเฟซบุ๊ก เปิดพอร์ตเริ่มต้น 1,000 บาท ปันผล 350 บาท/วันอันดับที่ 4 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดบัญชี TikTok set.traderอันดับที่ 5 : เรื่อง ออมสินเปิดบัญชี TikTok ใหม่เพื่อประชาสัมพันธ์สินเชื่ออันดับที่ 6 : เรื่อง ป.ป.ท. รับเรื่องช่วยติดตามเงินคืน! ส่งหลักฐานผ่านเพจ Law Office for the peopleอันดับที่ 7 : เรื่อง ติดต่อขอรับเงินคืนจากการโดนคอลเซ็นเตอร์หลอก ได้ที่เพจ หยุดเหตุอันดับที่ 8 : เรื่อง ปปง. เปิดลงทะเบียนคืนทรัพย์เหยื่อแก๊งคอลฯ! รับสิทธิผ่านเพจ Anti-Crime Federationอันดับที่ 9 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย ให้บริการสินเชื่อผ่านบัญชี TikTok user3831487566355อันดับที่ 10 : เรื่อง ปตท. เปิดเว็บไซต์ลงทุนใหม่“เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการชักชวนลงทุนร่วมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ การหารายได้พิเศษ และการให้บริการและให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “โอ้กะจู๋ เสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 159 หุ้น ปันผลเฉลี่ย 5-7% ต่อปี มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงโดย ก.ล.ต. ขอเตือนว่า การประชาสัมพันธ์การลงทุนนี้เป็นการแอบอ้างชื่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อหลอกลงทุน สร้างความสับสนให้กับประชาชน จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และโปรดตรวจสอบว่าผู้ชักชวนหรือผู้ให้บริการได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. หรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้ที่ www.sec.or.th/seccheckfirst หรือติดตั้งแอปพลิเคชัน SEC Check First หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1207 กด 22อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดข่าวที่เกี่ยวข้อง- เปิด 10 "ข่าวปลอมล่าสุด" อันดับ 1 "สัญญาณเตือนสึนามิ" น้ำทะเลภูเก็ตลดฮวบ- เตือนภัย "โจรออนไลน์" ส่ง SMS แนบลิงก์ปลอม M-FLOW หลอกดูดเงิน- เตือนภัย 5 กลโกง “โจรออนไลน์” เช็กเลยเรื่องใกล้ตัว อย่าหลงเชื่อ!

วันหยุดธนาคาร สงกรานต์ 2568 เช็กที่นี่ธนาคารแต่ละแห่ง เปิด-ปิดทำการวันใดบ้าง
อ่าน

วันหยุดธนาคาร สงกรานต์ 2568 เช็กที่นี่ธนาคารแต่ละแห่ง เปิด-ปิดทำการวันใดบ้าง

วันหยุด เดือนเมษายน 2568 มีวันหยุดยาวให้ได้พักผ่อนกันหลายวัน หลายๆ คนต่างวางแผนเดินทางท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงวันหยุดยาวทั้งนี้ สำหรับวันหยุดธนาคารเนื่องในวันสงกรานต์ 2568 ตรงกับวันไหนบ้าง เพื่อที่ประชาชนควรวางแผนการทำธุรกรรมทางการเงินล่วงหน้า TNN ONLINE ได้รวบรวมข้อมูลไว้ให้แล้ว วันหยุดสงกรานต์ 2568 ธนาคารแต่ละแห่ง เปิด-ปิดทำการวันใดบ้างธนาคารกรุงไทยธนาคารกรุงไทย แจ้งวันปิด-เปิดทำการสาขาช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2568สาขาในห้าง และสาขาเปิดทำการ 7 วันปิดทำการวันที่ 14 เมษายน 2568เปิดทำการวันที่ 15 เมษายน 2568สาขาทั่วไปปิดทำการวันที่ 12-15 เม.ย. 68เปิดทำการวันที่ 16 เม.ย. 68ทั้งนี้ ท่านสามารถทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT และ ตู้ ATM / เครื่องปรับสมุดเงินฝากอัตโนมัติสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Contact Center 02 111 1111 ตลอด 24 ชั่วโมงธนาคารอาคารสงเคราะห์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ แจ้งวันหยุดทำการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 256813 - 14 เมษายน 2568 ปิดให้บริการทุกสาขา15 เมษายน 2568 เปิดให้บริการเฉพาะสาขาในห้างสรรพสินค้า16 เมษายน 2568 เปิดให้บริการทุกสาขาลูกค้าสามารถใช้บริการช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารได้ตามปกติ ดังนี้- Mobile Application : GHB ALL GEN- Line @GHBBUDDY- ตู้ ADM, CDM / ATM- เครื่องชำระเงินกู้ LRM- Website https://www.ghbank.co.th/- สร้าง QR code ชำระเงินกู้ออนไลน์ที่ https://bit.ly/3mNJhhKธนาคารไทยพาณิชย์ธนาคารไทยพาณิชย์ ขอแจ้งวันเปิด-ปิด สาขาช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ค่ะ โดยวันที่สาขาปิดทำการสามารถใช้บริการจาก ตู้ ATM, ตู้ CDM และ SCB EASY APP ได้ตามปกติ ธนาคารกรุงเทพธนาคารกรุงเทพ แจ้งวันหยุดทำการ เนื่องในวันสงกรานต์ 12-15 เมษายน 2568ทั้งนี้ท่านสามารถใช้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ของธนาคาร รวมถึงบริการตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บัวหลวงโฟน 1333 หรือ 0 2645 5555ธนาคารกรุงศรีอยุธยาธนาคารกรุงศรีอยุธยา แจ้งวันหยุดธนาคาร ในช่วงช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ค่ะทั้งนี้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ผ่านช่องทาง- Krungsri ATM- Krungsri Online / Krungsri Biz- krungsri app- โทร 1572

เตือนภัย "โจรออนไลน์" ส่ง SMS แนบลิงก์ปลอม M-FLOW หลอกดูดเงิน
อ่าน

เตือนภัย "โจรออนไลน์" ส่ง SMS แนบลิงก์ปลอม M-FLOW หลอกดูดเงิน

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 3 เมษายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 837,077 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 599 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 584 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 174 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 82 เรื่อง ข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับอันดับที่ 1 : เรื่อง M-FLOW ส่ง SMS แนบลิงก์ แจ้งมีบิลที่กำลังรอดำเนินการอันดับที่ 2 : เรื่อง ธนาคารออมสิน เปิดบัญชี TikTok gsb.soclal.bank566 ให้บริการสินเชื่ออันดับที่ 3 : เรื่อง สำนักงานสลากฯ ออกใบรับรองสลากกินแบ่งไทยและหุ้นไทยอันดับที่ 4 : เรื่อง จองหุ้น OR ด้วยเงิน 5,400 บาท ทาง TikTok เพื่อเป็นเจ้าของปั๊ม ปตท. หรือคาเฟ่อเมซอนอันดับที่ 5 : เรื่อง เป็นเจ้าของร้านอเมซอนได้ง่าย ๆ ลงทุน 1,000 บาท ปันผล 390 บาท/วัน ผ่านเพจ Cafe Amazon AMZ กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลกอันดับที่ 6 : เรื่อง SET เปิดเพจเฟซบุ๊ก การบริหารจัดการกองทุนหุ้นไทยอันดับที่ 7 : เรื่อง กรมการจัดหางานเปิดรับสมัครแรงงานชาวไทยไปทำงานต่างประเทศ ผ่านเพจ Department of Employmentอันดับที่ 8 : เรื่อง รับสมัครแรงงานไทย รับรองวีซ่าและอบรมผ่านกรมแรงงานอันดับที่ 9 : เรื่อง กรมการจัดหางาน เปิดรับนักพิมพ์อิสระ สมัครง่ายผ่าน TikTok @department.of.empอันดับที่ 10 : เรื่อง ป.ป.ท. เปิดเพจเฟซบุ๊ก การต่อต้านผู้ที่โดนหลอกลวงออนไลน์ Th.“เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการให้บริการและให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ และการชักชวนลงทุนร่วมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการให้บริการและให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ และการชักชวนลงทุนร่วมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าวข่าวที่เกี่ยวข้อง- เตือนภัย “โจรออนไลน์” เปิด 5 เคสประชาชนถูกหลอก เสียหายกว่า 21 ล้าน- ดีอี รุกตัดตอน “โจรออนไลน์” สกัด “บัญชีม้า-สัญญาณเน็ต” ชายแดนไทย-เมียนมา-เปิด 10 "ข่าวปลอมล่าสุด" อันดับ 1 "สัญญาณเตือนสึนามิ" น้ำทะเลภูเก็ตลดฮวบ

ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท กรมสรรพากร ยืนยันเป็นข่าวปลอม
อ่าน

ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท กรมสรรพากร ยืนยันเป็นข่าวปลอม

จากกรณีกระแสข่าวกรมสรรพากร ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท ให้ยืนยันข้อมูลบัญชีธนาคาร เพื่อรับเงิน ทางกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่ทำการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร หลอกส่งอีเมลให้ประชาชนคลิกลิงก์ยืนยันข้อมูลบัญชีอย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้ อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้

3 วิธีออมเงิน เก็บเงิน อย่างฉลาด สำหรับผู้ชายวัยสร้างตัว
อ่าน

3 วิธีออมเงิน เก็บเงิน อย่างฉลาด สำหรับผู้ชายวัยสร้างตัว

หากคุณเป็นผู้ชายที่อยากเก็บเงินให้ได้มากขึ้น เรามี3 วิธีออมเงิน เก็บเงิน อย่างฉลาด สำหรับผู้ชายวัยสร้างตัวมาฝากกัน ซึ่งจะช่วยให้คุณออมได้แบบไม่ต้องใช้ชีวิตแบบลำบากหรือฝืนตัวเองเกินไป เพราะการออมเงินไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้จ่ายน้อยลง แต่เป็นเรื่องของการใช้เงินอย่างชาญฉลาดและทำให้เงินงอกเงยขึ้นนั่นเอง 1. ออมก่อนใช้ แล้วปล่อยให้เงินทำงานแทนคุณ วิธีที่ง่ายที่สุดในการออมเงินคือการ "ออมก่อนใช้" แทนที่จะรอให้มีเงินเหลือแล้วค่อยเก็บ ให้คุณตั้งระบบหักเงินอัตโนมัติทุกครั้งที่ได้รับเงินเดือนหรือรายได้ เช่น หัก 20% เข้า บัญชี E-Saving ดอกเบี้ยสูง หรือกองทุนรวมที่ปลอดภัย วิธีนี้ช่วยให้คุณมีเงินเก็บแน่นอนโดยไม่เผลอใช้ไปกับค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น นอกจากการออมเงินแล้ว คุณควรให้เงินทำงานแทนคุณด้วย เช่น ลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวม หุ้นปันผล หรือทองคำที่เป็นตัวเลือกที่มั่นคง หากคุณเริ่มลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อย คุณจะได้รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยทบต้น ซึ่งช่วยให้เงินของคุณเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ต้องทำงานหนักกว่าเดิม 2. ใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น การประหยัดเงินไม่ได้หมายถึงการตัดทุกอย่างออกจากชีวิต แต่หมายถึงการใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลองสำรวจว่า มีค่าใช้จ่ายอะไรที่สามารถลดหรือละได้โดยไม่กระทบคุณภาพชีวิตของคุณ เช่น กาแฟร้านแพง ชงกาแฟเองที่บ้าน ลดค่าใช้จ่ายลงได้เยอะ Subscription ที่ไม่ได้ใช้ ยกเลิกบริการที่ไม่จำเป็น เช่น Netflix, Spotify หรือแอปพลิเคชันที่สมัครไว้แต่ไม่ค่อยใช้ การกินข้าวนอกบ้าน ลดการกินร้านแพงๆ และทำอาหารเองบ้าง จะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้เดือนละหลายพันบาท อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้คุณใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าคือการ ใช้โปรโมชั่น ส่วนลด และ Cashback เช่น การใช้บัตรเครดิตที่ให้เงินคืน (Cashback) หรือแอปพลิเคชันอย่าง ShopBack, Dolfin, หรือ TrueMoney เพื่อรับเงินคืนเมื่อซื้อของออนไลน์ นอกจากนี้ คุณสามารถซื้อของในช่วงลดราคาหรือใช้แต้มสะสมให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3. เพิ่มรายได้เสริม เพื่อออมเงินได้เร็วขึ้น หากคุณต้องการออมเงินให้เร็วขึ้น การหารายได้เสริมเป็นอีกทางเลือกที่ดี ปัจจุบันมีช่องทางสร้างรายได้มากมายที่สามารถทำควบคู่กับงานประจำได้ เช่น ฟรีแลนซ์ออนไลน์ เช่น รับจ้างเขียนบทความ SEO, กราฟิกดีไซน์, หรืองานตัดต่อวิดีโอ ขายของออนไลน์ เลือกสินค้าที่ต้นทุนต่ำแต่ขายได้ดี เช่น อุปกรณ์ไอที เครื่องใช้ในบ้าน หรือเสื้อผ้าแฟชั่น ลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ เช่น หุ้นปันผล กองทุนรวม หรืออสังหาริมทรัพย์ให้เช่า การมีรายได้มากกว่าหนึ่งทางไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณมีเงินออมมากขึ้น แต่ยังช่วยให้คุณมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้นในระยะยาว ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงวัยทำงานหรือเตรียมตัวเกษียณ การมีแหล่งรายได้ที่หลากหลายจะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้คุณสามารถออมเงินได้อย่างมั่นคง หากคุณต้องการเป็นผู้ชายสายออมที่สามารถเก็บเงินได้จริงและใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ลองใช้ 3 วิธีนี้ร่วมกัน ได้แก่ ออมก่อนใช้และลงทุนให้เงินทำงานแทน, ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และหารายได้เสริมเพื่อเพิ่มเงินออม หากคุณทำได้อย่างสม่ำเสมอ คุณจะมีเงินเก็บมากขึ้นโดยไม่ต้องรู้สึกว่ากำลังจำกัดการใช้ชีวิตของตัวเอง การออมเงินที่ดีไม่ใช่แค่การเก็บเงินเฉยๆ แต่เป็นการใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่ออนาคตที่มั่นคงและมีอิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง สิทธิพิเศษอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ วิธีคุยแชทกับผู้หญิง ไม่ให้เบื่อ พร้อมโปรดี แชตไลน์จีบสาวฟรี 7 วัน ทรูพอยท์แลกเน็ต เล่นโซเชียลจีบสาวจุใจไม่อั้น 1 วันเต็ม --------------------------------------------------

เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ
อ่าน

เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ

กระแสโซเชียลกำลังพุ่งความสนใจไปที่เพจ Kafaak หลังโพสต์เตือนว่า ChatGPT สามารถนำไปใช้ปลอมสลิปโอนเงินแบบแนบเนียนได้ ทั้งการปลอมชื่อบัญชีเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) มหาเศรษฐีชื่อดัง ปลอมจำนวนเงินที่โอน เลขบัญชี และไม่เว้นแม้แต่ลายน้ำ TNN Tech จึงรวบรวม 3 วิธี ในการรับมือสลิปปลอม ที่ไม่ใช่แค่มาจาก ChatGPT หรือ Generative AI ตัวอื่น ๆ แต่ยังไปรวมถึงการตัดต่อภาพด้วยเช่นกัน 3 วิธี รับมือสลิปปลอมจากภาพ ChatGPT, Generative AI และภาพตัดต่อสแกน QR Code บนสลิป (ถ้ามี) สำหรับสลิป (Slip) หรือบันทึกการทำรายการที่แอปพลิเคชันธนาคารออกให้ เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีการทำรายการโอนเงินหรือชำระเงินจริงหรือไม่เปิดแจ้งเตือนการทำธุรกรรม โดยการแจ้งเตือนจะมีทั้งรูปแบบบนแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) แบบ Official ของธนาคาร หรือสมัครรับ SMS สำหรับแจ้งเตือนก็ได้เช่นกันสมัครบริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งมีการทำธุรกรรมจำนวนมากในแต่ละวัน สามารถใช้บริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติเมื่อมีการส่งหลักฐานเข้าไปยังไลน์ หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ เช่น สลิปทูโก (Slip2GO) สลิปโอเค (SlipOK) หรือ อีซี่สลิป (EasySlip) เป็นต้น โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามปริมาณการทำธุรกรรมในแต่ละเดือน และนอกจากทั้ง 3 วิธีหลักแล้ว การสังเกตความผิดปกติบนสลิป เช่น ขนาด และรูปแบบตัวอักษร ลายน้ำ และรวมไปถึงการขอดูสลิปทันทีที่โอนเงินหากทำได้ ก็เป็นอีกตัวช่วยรับมือการปลอมสลิปโอนเงินได้เช่นกัน

ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท กรมสรรพากร ยืนยันเป็นข่าวปลอม
อ่าน

ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท กรมสรรพากร ยืนยันเป็นข่าวปลอม

จากกรณีกระแสข่าวกรมสรรพากร ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท ให้ยืนยันข้อมูลบัญชีธนาคาร เพื่อรับเงิน ทางกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่ทำการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร หลอกส่งอีเมลให้ประชาชนคลิกลิงก์ยืนยันข้อมูลบัญชีอย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้ อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้

เช็กสถานะ "เงินดิจิทัล เฟส 3 เฟส 4" ในแอปฯทางรัฐได้แล้ว อย่าเชื่อข่าวปลอม!
อ่าน

เช็กสถานะ "เงินดิจิทัล เฟส 3 เฟส 4" ในแอปฯทางรัฐได้แล้ว อย่าเชื่อข่าวปลอม!

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 7 – 13 กุมภาพันธ์ 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 825,786 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 529 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 492 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 31 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 30 ข้อความ และ ช่องทาง Facebook จำนวน 81 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 175 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 44 เรื่องกระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 88 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 54 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 8 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 3 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 22 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับโครงการของรัฐ เรื่องสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และโครงการสินเชื่อของธนาคารรัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจเกิดความเสียหายต่อข้อมูลส่วนบุคคล และทรัพย์สินข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง เช็กสถานะรับเงินดิจิทัลฯ เฟส 3 เฟส 4 ในแอปฯ ทางรัฐได้แล้วอันดับที่ 2 : เรื่อง ดื่มน้ำมะกรูดโซดา ลดไขมันในเลือด ช่วยให้มองเห็นชัดขึ้นอันดับที่ 3 : เรื่อง เช็กสุขภาพเลือดได้จากเส้นผมอันดับที่ 4 : เรื่อง เครื่องดื่มป้องกันการตั้งครรภ์อันดับที่ 5 : เรื่อง พะยูนไทยจะสูญพันธุ์ ใน 3 เดือน เกยตื้นตายไปแล้ว 29 ตัวอันดับที่ 6 : เรื่อง ภูมิปัญญาชาวบ้านรักษาฟันผุ สมุนไพรช่วยขับหนอนชอนรากฟันได้อันดับที่ 7 : เรื่อง ออมสินยกเลิกแบล็คลิสต์ ปล่อยกู้ 100,000 บาท ผ่อนเพียง 2,167 บาท/เดือนอันดับที่ 8 : เรื่อง ดาวเทียมธีออส-2 ถูกใช้สำรวจพิกัดจุดตำแหน่งวัตถุในคดีแตงโมอันดับที่ 9 : เรื่อง เงินกู้ด่วน ประกันสังคมจับมือเฮงลิสซิ่ง ปล่อยกู้ 30,000 บาท ผ่อนแค่ 238 บาท/เดือนอันดับที่ 10 : เรื่อง เพจ LEASE it PCL 743 ปล่อยสินเชื่อ ธ.ออมสิน วงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องโครงการรัฐบาล และผลิตภัณฑ์สุขภาพ และเรื่องของโครงการสินเชื่อของธนาคารรัฐ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความเชื่อผิดๆ และความวิตกกังวลได้ โดยในส่วนของข่าวปลอมขอให้ประชาชนระมัดระวัง การแอบอ้างของมิจฉาชีพ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงทำให้สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล และทรัพย์สิน ซึ่งหากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม มีผลทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง” นายเวทางค์ กล่าวสำหรับอันดับ 1 เรื่อง “เช็กสถานะรับเงินดิจิทัลฯ เฟส 3 เฟส 4 ในแอปฯ ทางรัฐได้แล้ว” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ DGA สำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ช่องทางที่ให้ข้อมูลข่าวสารดังกล่าว ไม่ใช่ช่องทางการติดต่อสื่อสารเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลการดำเนินงานตามภารกิจที่ถูกต้องอย่างเป็นทางการของ DGA และปัจจุบัน ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 และ เฟส 4 อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากช่องทางที่เป็นทางการของโครงการฯ ต่อไป ในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “ดื่มน้ำมะกรูดโซดา ลดไขมันในเลือด ช่วยให้มองเห็นชัดขึ้น” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันถึงการดื่มน้ำดังกล่าวว่าจะสามารถลดไขมันในเลือด หรือช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นได้ และโซดายังมีฤทธิ์เป็นกรดอาจทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อน แผลในกระเพาะอาหาร หรือปัญหาลำไส้แปรปรวนได้ อีกทั้งอาจทำให้ร่างกายได้รับปริมาณน้ำไม่เพียงพอ หากดื่มแทนน้ำเปล่าอย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด

ออมสินเตือนมุขใหม่มิจฉาชีพส่งจดหมายปลอมหลอกโอนเงิน ย้ำ! ต้องเช็คทุกครั้ง ก่อนหมดตัว
อ่าน

ออมสินเตือนมุขใหม่มิจฉาชีพส่งจดหมายปลอมหลอกโอนเงิน ย้ำ! ต้องเช็คทุกครั้ง ก่อนหมดตัว

ออมสินเตือนอีก มุขใหม่มิจฉาชีพ ปลอมเอกสารเหมือนธนาคารส่งเป็นจดหมาย ย้ำ! ต้องเช็คธนาคารทุกครั้งว่าจริงหรือมั่ว ก่อนสูญเงินหมดตัว #ทันหุ้น ธนาคารออมสินแจ้งว่า ตามที่มีการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ด้วยการส่งจดหมายปลอม แอบอ้างใช้โลโก้ ชื่อธนาคาร รวมถึงชื่อผู้บริหารของธนาคาร ส่งไปยังลูกค้าประชาชนโดยระบุว่า ไม่สามารถโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีของลูกค้าได้ เนื่องจากลูกค้ากรอกข้อมูลบัญชีธนาคารไม่ถูกต้อง ทำให้บัญชีถูกอายัด ไม่สามารถทำธุรกรรมใด ๆ ได้จนกว่าจะดำเนินการตามที่มิจฉาชีพแอบอ้าง หากไม่ปฏิบัติตามจะทำให้ไม่ได้รับวงเงินสินเชื่อ รวมถึงมีความผิดตามกฎหมาย ติดแบล็คลิสต์ และถูกยึดทรัพย์ ธนาคารออมสินขอยืนยันว่า จดหมายดังกล่าวเป็นจดหมายปลอม ธนาคารไม่มีนโยบายส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แจ้งให้ลูกค้าแก้ไขข้อมูลเลขบัญชีทุกกรณี รวมถึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่าง ๆ ตามที่ระบุในจดหมายแอบอ้างดังกล่าว โดยขณะนี้ ธนาคารอยู่ในระหว่างการติดตามสถานการณ์ และดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างและกระทำการข้างต้น ธนาคารออมสิน จึงขอเน้นย้ำลูกค้าประชาชนถึงสิ่งที่ต้องปฏิบัติก่อนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพรายต่อไป เบอร์แปลก หลอกคุย ตัดสายทิ้ง ลิงก์ไม่กด และเมื่อได้รับการติดต่อโดยอ้างชื่อธนาคาร หรือมีความไม่แน่ใจ ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดด้วยตนเองก่อนทุกครั้งกับช่องทางของธนาคารออมสิน อาทิ เว็บไซต์ www.gsb.or.th, แอปพลิเคชัน MyMo, เฟซบุ๊ก GSB Society, LINE Official Account : GSB NOW และ GSB Contact Center โทร. 1115

กงสุลใหญ่แอลเอ ไม่เปิดรับบริจาคช่วยไฟป่า ระวังมิจฯ แอบอ้าง
อ่าน

กงสุลใหญ่แอลเอ ไม่เปิดรับบริจาคช่วยไฟป่า ระวังมิจฯ แอบอ้าง

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ออกประกาศเตือนประชาชน กรณีพบกลุ่มบุคคลใช้ชื่อสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ในการเปิดรับเงินบริจาคช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยจากไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ว่า สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเปิดรับเงินบริจาคดังกล่าว และไม่มีนโยบายที่จะเปิดรับเงินบริจาคจากประชาชนเพื่อนำไปบริหาร แจกจ่ายช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า เนื่องจากระดับความรุนแรงของผลกระทบที่แต่ละบุคคลได้รับ มีความแตกต่างหลากหลาย ดังนั้น การจัดสรรเงินบริจาคให้ผู้ประสบภัย แต่ละรายอย่างเป็นธรรม จำเป็นต้องนำปัจจัยและความแตกต่างข้างต้นมาประกอบการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งและการโต้เถียงระหว่างผู้ได้รับผลกระทบด้วยกัน ทั้งนี้ หากสถานการณ์เลวร้ายลง สถานกงสุลใหญ่ฯ ขอยืนยันว่า ได้เตรียมแผนรองรับเพื่อดูแลสวัสดิภาพของคนไทยไว้แล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับช่องทาง ในการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐฯสำหรับการมาตรการฟื้นฟูในระยะยาว ซึ่งจะเริ่มมีความชัดเจนขึ้นหลังจากสถานการณ์ไฟป่าคลี่คลายลง ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าสามารถติดต่อแจ้งเหตุ ขอคำแนะนำ และขอความช่วยเหลือเฉพาะหน้าได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของสถานกงสุลใหญ่ฯ โทร 323-962-9574 และ 323-580-4222ภาพจาก:AFP

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
อ่าน

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม

6 วิธีป้องกันตัว จากมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านแอปฯ กู้เงินเถื่อน
อ่าน

6 วิธีป้องกันตัว จากมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านแอปฯ กู้เงินเถื่อน

ปัจจุบัน การขอสินเชื่อและเงินกู้ผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันกลับเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชน จนทำให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ออกคำเตือนพร้อมแนะนำ 6 วิธีในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อของแอปพลิเคชันเงินกู้ปลอม ดังนี้:1. หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ
มิจฉาชีพมักสร้างแอปพลิเคชันปลอมที่มีลักษณะคล้ายกับแอปพลิเคชันของธนาคารหรือสถาบันการเงิน ก่อนดาวน์โหลดควรตรวจสอบรายละเอียดให้ถี่ถ้วน เช่น ชื่อผู้พัฒนา ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน และความน่าเชื่อถือโดยรวม2. อย่ากดลิงก์จาก SMS หรืออีเมลที่ไม่น่าไว้ใจ
การส่งข้อความที่มีลิงก์แนบมาทาง SMS หรืออีเมลเป็นกลวิธีที่มิจฉาชีพนิยมใช้เพื่อดึงดูดความสนใจ อย่ากดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือเด็ดขาด3. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก Apple Store หรือ Google Play เท่านั้น
เพื่อความปลอดภัย ควรติดตั้งแอปพลิเคชันผ่านช่องทางที่ได้รับการตรวจสอบมาตรฐานแล้ว เช่น Apple Store และ Google Play อย่าดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งอื่นที่ไม่ผ่านการรับรอง4. หลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
การเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะอาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพล้วงข้อมูลสำคัญ หากจำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ให้ใช้เครือข่ายที่เชื่อถือได้ เช่น เครือข่ายมือถือส่วนตัว5. ระมัดระวังในการกรอกข้อมูลส่วนตัว
การสมัครสินเชื่อออนไลน์มักต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือแนบเอกสารสำคัญ ให้แน่ใจว่าได้เซ็นสำเนาถูกต้อง และระบุวัตถุประสงค์การใช้งานข้อมูลอย่างชัดเจนก่อนส่งข้อมูล6. สังเกตวงเงินที่แอปพลิเคชันกำหนด
แอปพลิเคชันเงินกู้ปลอมหรือผิดกฎหมายมักกำหนดวงเงินกู้ในแต่ละวันอยู่ที่ 2,000 - 4,000 บาท เพราะมิจฉาชีพทราบดีว่าผู้ที่เดือดร้อนเรื่องการเงินมักจะตัดสินใจกู้เงินโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบคำแนะนำเพิ่มเติมจากตำรวจสอบสวนกลาง
ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อหรือกู้เงินออนไลน์ ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ และติดต่อสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือเพื่อความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ใช้วิธีหลอกลวงผ่านแอปพลิเคชันเงินกู้ปลอม
แม้ว่าการขอสินเชื่อออนไลน์จะอำนวยความสะดวกมากมาย แต่ความเสี่ยงจากมิจฉาชีพก็มีสูงเช่นกัน การปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นจะช่วยป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อและเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้งานแอปพลิเคชันทางการเงินออนไลน์p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px '.ThonburiUI'} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก:AFP