TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “怎么买韩国护照{官网:ban58.com}-专业怎么买韩国护照【咨询网:ban58.com】-新疆怎么买韩国护照哪里有-可以找怎么买韩国护照n9” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
สิทธิพิเศษ
ฟอลคอนประกันภัย
-
ประกันทุกประเภท • 1 มิ.ย. 69
อ่าน
บขส. ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขั้นตอนใช้สิทธิ์ ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส.
บขส. หรือ BKS เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ประชาชนใช้สิทธิ์เดินทางด้วย รถโดยสารสาธารณะ ได้! โดย รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ 60% ส่วนประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ และกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ วิธีใช้ ไทยช่วยไทยพลัส 2569 เติมเงินเท่าไหร่ ซื้ออะไร คนละครึ่งพลัส Narin Nonthamand / Shutterstock.com ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส. ขั้นตอนการใช้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส รถโดยสาร บขส. มีเงื่อนไขดังนี้ สามารถใช้สิทธิผ่าน แอปพลิเคชัน เป๋าตัง ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ระยะเวลา 4 เดือน ในช่วง เวลา 06.00-23.00 น. ณ ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสารของสถานีเดินรถ BKS จำนวน 139 แห่งทั่วประเทศ ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ภายในวงเงินที่ได้รับสิทธิจากรัฐ 200 บาทต่อวัน กรณีที่ค่าโดยสารเกินวงเงินที่ได้รับต้องจ่ายส่วนต่างเป็นเงินสด หรือใช้วงเงินในแอปฯ เป๋าตัง จ่ายก็ได้ ซื้อตั๋วรถโดยสารได้ทุกมาตรฐาน ทุกเส้นทาง ใช้ร่วมกับ สิทธิส่วนลดค่าโดยสารของ สมาชิก BKS Member ได้ 5-10% ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด เมื่อซื้อตั๋วโดยสารแล้วไม่สามารถคืนตั๋วได้ทุกกรณี กรณีผู้ใช้สิทธิซื้อตั๋วรถโดยสารโดยไม่ได้เดินทางเอง ต้องแจ้งชื่อผู้เดินทาง พร้อมเลขที่บัตรประชาชนของผู้เดินทางก่อนการออกตั๋วรถโดยสาร Wanolan Sriboonkam / Shutterstock.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และจองตั๋ว BKS ได้ที่ เว็บไซต์ BKS https://tcl99web.transport.co.th Application : BKS E ticket Facebook Page : บขส. https://www.facebook.com/BorKorSor99 ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร BKS ทั่วประเทศ โทร. 0-2936-3660
ทราเวล ทิปส์ • 28 พ.ค. 69
อ่าน
โดราอิกกำลังออกจากจอ! "คิมแจยอง" เตรียมเสิร์ฟโมเมนต์สุดฟินที่ไทย 9 พ.ค.นี้
แฟน ๆ เตรียมใจสั่นให้ดี เพราะ "คิมแจยอง (Kim JaeYeong)" เจ้าของบท "โดราอิก" จากซีรีส์ "IDOL I" กำลังบินตรงสู่กรุงเทพฯ เพื่อเสิร์ฟโมเมนต์สุดฟินแบบเอ็กซ์คลูซีฟในงาน "2026 KIM JAEYEONG Fanmeeting in BANGKOK Jaeyeong You" ครั้งนี้ไม่ใช่แค่แฟนมีต แต่คือ "เดตครั้งพิเศษ" ที่เขาตั้งใจมาสร้างความทรงจำกับแฟนไทยโดยเฉพาะ ทั้งพูดคุยใกล้ชิด เล่นเกมบนเวที และเซอร์ไพรส์ที่เตรียมมาเพื่อให้ทุกคนตกหลุมรักเขาซ้ำอีกครั้งแบบไม่รู้ตัว "คิมแจยอง" เตรียมเสิร์ฟโมเมนต์สุดฟินที่ไทย 9 พ.ค.นี้ ปักหมุดความฟิน วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 ณ PHENIX Auditorium Hall บัตรราคา 5,500 / 3,500 บาท พร้อม Fan Benefits แบบจัดเต็มทุกที่นั่ง: Hi-touch, โปสเตอร์, โฟโต้การ์ด และของที่ระลึกสุดพิเศษ แถมลุ้นสิทธิ์ใกล้ชิดระดับ 1:1 สำหรับผู้ถือบัตร 5,500 บาท ใครที่เคยหวั่นไหวกับรอยยิ้มของ "โดราอิก" บนหน้าจอ ครั้งนี้คุณจะได้เจอของจริงแบบใกล้กว่าที่เคย กดบัตรด่วนที่ www.zipeventapp.com ได้แล้ววันนี้ ก่อนที่คำว่า sold out จะมาไวกว่าใจคุณเต้น! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ Grandprix Xpectrum บนทุกแพลตฟอร์ม อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เตรียมตกหลุมรักอีกครั้งกับ "Kim JaeYeong" ในงานแฟนมีตสุดฟินที่เมืองไทย
ข่าวบันเทิง • 16 เม.ย. 69
อ่าน
ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 เม.ย. 69
อ่าน
วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 4 ธ.ค. 66
สิทธิพิเศษ
ซินแส AI
บริษัท ยูชุ่นลี่ 168 จำกัด
ช้อป • 6 ก.พ. 69
อ่าน
อยากเข้าเกาหลีต้องทำไง? 5 หลักเตรียมตัวฉบับ 2026 ผ่านตม. เกาหลีฉลุย ไม่ต้องลุ้น
อันยองฮาเซโย~ ปี 2026 นี้ ใครมีแพลนจะไปล่าอปป้า กินหมูย่างที่โซล หรือไปถ่ายรูปเช็กอินคาเฟ่สุดปังที่ เกาหลีใต้ บ้างยกมือขึ้น เชื่อว่าหลายคนยังแอบหวั่นใจกับ ตม. เกาหลี ในตำนาน ที่ทุกวันนี้ก็ยังมีข่าวให้เห็นอยู่ทุกวัน วันนี้เราเลยรวบรวมข้อมูลมาแชร์กันแบบเน้นๆ เพราะสิ่งที่ทำให้เราติด ตม. ไม่ใช่แค่เรื่องดวง แต่คือเรื่อง "ความสมเหตุสมผล" ล้วนๆ! ใครอยากเที่ยวเกาหลี มาเช็กลิสต์เตรียมตัวตามนี้เลย Yusia13 / Shutterstock.com อยากเข้าเกาหลีต้องทำไง? 5 วิธีเตรียมตัวฉบับ 2026 การเตรียมตัวดีคือการให้เกียรติกติกาบ้านเขา ถ้าข้อมูลเราเป๊ะ ความมั่นใจเรามา พี่ ตม. เกาหลีก็ขวางเราไม่ได้ 1. ที่พักต้องชัดเจน 🏠 กรณีพักบ้านเพื่อน หรือคนรู้จัก ถ้ากรอกที่อยู่เป็นบ้านคนอื่น เตรียมตัวโดนถาม! เพื่อนชื่ออะไร ทำงานอะไร สนิทกันได้ยังไง ถ้าตอบตะกุกตะกัก หรือเจ้าบ้านไม่รับสายตอน ตม. โทรเช็ค = ส่งกลับทันที จองโรงแรมเพื่อหลอก ใครที่กะจองแล้วยกเลิกขอบอกว่าอย่าหาทำ! ตม. มีระบบเช็คอินออนไลน์ ถ้าตรวจพบว่าบุ๊คกิ้งถูกแคนเซิลไปแล้ว หรือชื่อไม่ตรงคนเดินทาง เขาจะถือว่าเราบิดเบือนข้อมูล ทำเลต้องสงสัย จองเกสต์เฮาส์ราคาถูกเว่อร์ในย่านแรงงานหนาแน่น (เช่น อึมซอง หรือ คยองกี) อันนี้พี่ ตม. เขาเพ่งเล็งเป็นพิเศษว่ามาเที่ยวจริงหรือมาหางานกันแน่ 2. แผนเที่ยวต้องไม่ใช่แค่ Copy-Paste 🗺️ แผนเที่ยวแบบลอยๆ "Day 1: Seoul, Day 2: jeju island" แบบนี้ใครก็พิมพ์ได้! แผนเที่ยวที่ดีต้องมีรายละเอียดว่าเดินทางยังไง อยู่ตรงไหน แผนไม่เมคเซนส์ พักโซลแต่จะไปปูซานทุกวัน? หรือที่พักอยู่ไกลมากแต่แผนเที่ยวมีแค่ในเมือง แบบนี้พี่ ตม. ดูออกว่าไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยวจริง จำแผนตัวเองไม่ได้ ตม. อาจจะถามคำถามเดิมซ้ำๆ ถ้าเราจำไม่ได้ว่าพรุ่งนี้จะไปไหน หรือตอบไม่ตรงกับที่พิมพ์มา อันนี้งานเข้าแน่ 3. โปรไฟล์งานต้องเป๊ะ 💼 ใบรับรองการทำงาน ต้องเป็นภาษาอังกฤษที่มีหัวจดหมายบริษัทชัดเจน เบอร์โทรที่ระบุต้องติดต่อได้จริง (ไม่ใช่เบอร์มือถือ) ชาว Freelance / อาชีพอิสระ ต้องโชว์ Statement สวยๆ มียอดเงินสม่ำเสมอ ยืนยันว่าเรามีรายได้เลี้ยงชีพ และตั้งใจกลับมาทำงานต่อที่ไทย ระวัง Social Media ยุคนี้ ตม. ขอดู TikTok/Facebook ได้ ถ้าเคยโพสต์ถามเรื่องงาน หรือกดติดตามเพจ "หางานเกาหลี" บอกเลยว่า จบเห่ 4. ท่าทาง และการสื่อสาร 🗣️ ประหม่าเกินไปมีพิรุธ การหลบสายตา มือสั่น ตอบเสียงเบา ทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือ พึ่งพา Google Translate มากไป ถ้าภาษาอังกฤษไม่ได้เลยแม้แต่พื้นฐาน ตม. จะสงสัยว่าเราจะเอาตัวรอดได้ยังไงในฐานะนักท่องเที่ยว อย่าเถียงเจ้าหน้าที่ ต่อให้เรามั่นใจแค่ไหน การแสดงอาการฉุนเฉียวจะทำให้ ตม. ตัดสินใจส่งเรากลับได้ง่ายขึ้นทันที 5. กระเป๋าเดินทางบอกความตั้งใจ 🧳 พกยาเยอะเกิน พกยาแก้ปวด ยาคลายเส้นไปเป็นแผงๆ เหมือนจะไปอยู่เป็นปี แบบนี้โดนสงสัยแน่ แฟชั่นต้องตรงฤดูไปหน้าหนาวแต่ใส่เสื้อสายเดี่ยวไม่มีเสื้อคลุม หรือพกชุดที่ดูเหมือนจะไปลงไร่ลงสวน (รองเท้าบูท ปลอกแขน) อันนี้เสี่ยงโดนเรียกเข้าห้องเย็นสุดๆ เงินวอนต้องมี แม้ตอนนี้จะใช้บัตรเครดิต/สแกนจ่ายได้แทบทุกที่ แต่การไม่มีเงินสดวอนติดตัวเลย ตม. จะมองว่าเรางบไม่พอเที่ยวได้นะ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 28 ม.ค. 69
อ่าน
2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง
ทราเวล ทิปส์ • 13 ม.ค. 69
สิทธิพิเศษ
Trip.com
แอป Trip.com ให้บริการการจองการท่องเที่ยวแบบครบวงจรทั้งเที่ยวบิน โรงแรม และ รถไฟ ในราคาสุดประหยัด ครอบคลุม 19 ภาษาไร้กังวลเรื่องการเดินทาง เรามีฝ่ายบริการลูกค้าภาษาไทย (8:00–17:00 น.) ภาษาอังกฤษและจีน (24 ชั่วโมง) ทำให้คุณสามารถไว้วางใจให้เราดูแลการเดินทางครั้งต่อไปได้อย่างแน่นอน
ท่องเที่ยวและการเดินทาง • 1 ม.ค. 69
อ่าน
วิธีขึ้นรถไฟ ที่ ญี่ปุ่น ฉบับมือใหม่ ซื้อตั๋วรถไฟ ยังไง เดินทางได้ไม่สะดุด
เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ง่ายๆ แค่ขึ้นรถไฟเป็น เป็นคำพูดที่ถูกเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยค่ะ เพราะหัวใจหลักของ การเดินทางในญี่ปุ่น นั้น ก็คือ รถไฟ นั่นเอง เพราะฉะนั้นมือใหม่หัดเที่ยว ตามเรามาดู วิธีขึ้นรถไฟ ที่ ญี่ปุ่น ซื้อตั๋วรถไฟ ยังไง ให้ได้ไปเที่ยวกันแบบไม่สะดุดตามนี้เลยค่ะ วิธีขึ้นรถไฟที่ญี่ปุ่นเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ 1. การซื้อตั๋วโดยสาร สามารถใช้เงินสดซื้อตั๋วโดยสารรถไฟได้ หรือ ใช้ IC การ์ดที่ซื้อไว้ล่วงหน้าที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร (การ์ดเติมเงิน) ในการใช้บริการรถไฟได้เช่นกันค่ะ 2. วิธีซื้อตั๋วโดยสารจากเครื่องอัตโนมัติ ใครที่ใช้เงินสดซื้อตั๋วรถไฟจาก เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติ สามารถทำตามขั้นตอนตามต่อไปนี้ได้เลยค่ะ ตรวจสอบค่าโดยสารจากตารางค่าโดยสารใกล้ๆ เครื่องขายตั๋ว โดยดูสถานีปลายทางที่เราจะเดินทางไป กดปุ่มราคาให้ตรงกับค่าโดยสารของสถานีที่จะลงในเครื่องขายตั๋ว นำเงินใส่เข้าไปในเครื่อง รับตั๋วรถไฟ และเงินทอน Ned Snowman / Shutterstock.com 3. การเดินผ่านช่องตรวจตั๋ว หากใช้ IC การ์ด สามารถนำไปใช้ที่ตำแหน่งของช่องตรวจตั๋วที่มีรูปสัญลักษณ์ IC การ์ด และเดินผ่านได้เลย หากใช้ตั๋วรถไฟปกติขาเข้า : นำตั๋วสอดไปที่ช่องตรวจตั๋วและรับตั๋วคืน เครื่องจะเจาะรูที่ตั๋วไว้ขาออก : นำตั๋วสอดไปที่ช่องตรวจตั๋ว เครื่องจะเก็บตั๋วไปอัตโนมัติ สามารถเดินผ่านออกมาได้เลย palawat744 / Shutterstock.com 4. ตรวจสอบหมายเลขชานชลา และรถไฟ ให้ดี เพราะว่าหากเป็นสถานีรถไฟใหญ่ๆ จะมีรถไฟที่เข้าเทียบชานชลาเดียวกันหลายขบวนตามเวลาค่ะ จึงควรตรวจสอบเพื่อความถูกต้องก่อนทุกครั้ง เพื่อจะได้ไม่ขึ้นรถไฟผิดขบวน 5. ขึ้นรถไฟ 6. ตรวจสอบชื่อสถานีต่อไปในรถขบวนรถไฟ 7. ตรวจสอบทางออกที่ควรใช้ เมื่อถึงสถานีปลายทาง เราควรตรวจสอบทางออกที่ควรใช้จากป้ายข้อมูลทางออก เพื่อจะได้ออกทางที่ใกล้ที่สุดกับสถานที่ที่เราจะไปค่ะ ประเภทของรถไฟที่ญี่ปุ่น รถไฟธรรมดา (Local) รถไฟธรรมดา สาย Local จะสามารถใช้บริการได้ในเมืองนั้นๆ บางเส้นทางจอดในทุกสถานี จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเที่ยวในเมืองนั้นๆ ไม่เหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกล เพราะจะใช้เวลานาน รถไฟแบบเร็ว (Rapid) รถไฟแบบเร็ว จะจอดจำกัดสถานี โดยต้องเช็กให้ดีว่า สถานีปลายทางที่เราต้องการไปนั้น จอดไฟแบบเร็วนี้ จอดสถานีนั้นๆ หรือไม่ รถไฟด่วน (Express) รถไฟด่วน จะจอดจำกัดสถานี มักเป็นรถไฟที่ใช้สำหรับการเดินทางระยะไกล เช่น บริการรับส่งสนามบินหลักๆ อย่างๆ รถไฟ Tokyo Monorail สนามบินนานาชาติฮาเนดะ รถไฟ Narita Express สนามบินนานาชาตินาริตะ และ รถไฟ Haruka Express สนามบินนานาชาติคันไซ ชินคันเซ็น (Shinkansen) รถไฟ ชินคันเซ็น หรือ รถไฟหัวกระสุน เป็นการเดินทางที่เร็วที่สุดในญี่ปุ่น โดยจะมีการจำกัดสถานีจอดที่น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับรถไฟด่วน หรือรถไฟธรรมดา เหมาะในการเดินทางข้ามเมือง ข้ามจังหวัด หรือ ภูมิภาค ใช้เวลาในการเดินทางน้อย แต่จะมีราคาค่อนข้างแพง ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่น่าสนใจอื่นๆ 40 สถานที่สวยใน ญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น คราวนี้อย่าได้พลาด ! เที่ยวโตเกียว อย่างง่าย ตามสายรถไฟ 6 ย่าน 17 ที่เที่ยวโตเกียว ย่านไหน ไปยังไง ไม่ต้องกลัวหลง 15 ข้อไม่ควรทำ เมื่อขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น ไม่งั้นโดนคนญี่ปุ่นมองแรง !
เที่ยวญี่ปุ่น • 22 ธ.ค. 68
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
สิทธิพิเศษ
รับส่วนลดห้องพัก 15% ใช้ 0 ทรูพอยท์
ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลดห้องพัก 15%จากราคาบนเว็บไซต์ของโรงแรม www.blumarinehuahin.com สำรองห้องพักผ่านทาง www.blumarinehuahin.com โดยกรอกรหัสที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ที่ช่อง Promotion/ Member Code สำรองห้องพัก และเข้าพักได้ตั้งแต่ 1ธันวาคม 2568 15 ธันวาคม 2569สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 032-510-671 หรือ 089-410-4469 เงื่อนไข 1. ลูกค้าสำรองห้องพักได้ที่www.blumarinehuahin.com โดยกรอกรหัสที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ที่ช่อง "Promotion/ Member Code" เพื่อรับสิทธิพิเศษ2. สามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 15 ธันวาคม 2569 ยกเว้นวันที่ 24 ธ.ค. 68 4 ม.ค. 69 และ 11 - 14 เม.ย. 69]3. การรับจองขี้นอยู่กับจำนวนห้องพักที่ว่าง ณ ขณะนั้น4. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้5. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้6. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข
โรงแรม/รีสอร์ท/ที่พัก • 1 ธ.ค. 68
อ่าน
9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 29 พ.ย. 68
อ่าน
อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน
ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือต้องการ ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เพื่อที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ตามเรามาอัปเดตได้เลยค่ะกับ สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ใกล้ๆ บ้าน ต่ออายุพาสปอร์ต หรือ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็สะดวกสบายและรวดเร็ว มาดูกันว่า สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง ที่ไหนใกล้ๆ บ้านกันบ้างค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ ปริมณฑลต่ออายุพาสปอร์ต ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่ไหนดี 1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J9ZRCjeMsCxV64H89 โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุลCall Center 0-2572-8442 ================ 2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น) วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nQvYqW148Ke6FbYK6 โทร : 0-2143-7680 ================ 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xj3deaM46uimNmKs6 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 ================ 4. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ธัญญาพาร์ค วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wPLg8BXJ9WF6D56h9 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sMWUka4czBWsg3No7 โทร : 0-2422-3431 ================ 6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XfnE6JraSGTRs7uG8 โทร : 0-2024-8362-64 ================ 7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N9VYesYmAW8GujVw8 โทร : 0-2024-8896, 09-3010-5247 ================ 8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rJygy7Xd9hvqFBfH9 โทร : 0-2126-7612 ================ 9. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk MBK Center วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NTWhFGMgg6P2yYam9 โทร : 0-2126-7612เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 10. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9EfZXed9bb9JM3Jp9 โทร : 0-2150-9002 ================ 11. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว)เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B71gP3UbhwPTBkCj6 โทร : 0-2194-2643 ================ 12. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FHsKeQMKXJbZ4sZdA โทร : 0-2194-2643เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ ค่าทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท เล่ม 5 ปี 1,500 บาท เล่ม 10 ปี สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 2-3 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท เล่ม 5 ปี 3,500 บาท เล่ม 10 ปี *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น.สถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consular.mfa.go.th กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572 8442 และ 0-2203 5000 ต่อ 32301อีเมล : consular05@mfa.go.thเว็บไซต์ : https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 26 พ.ย. 68
อ่าน
เตรียมตัว เที่ยวหน้าหนาวในจีน ต้องรู้อะไรบ้าง? สิ่งที่ควรพกไป แบบไม่หนาวใจ!
ใครมีแพลนไป เที่ยวประเทศจีน ช่วงหน้าหนาว บ้างคะ? ❄️ บอกเลยว่าช่วงนี้เป็นหนึ่งในฤดูกาลที่โรแมนติกและสวยที่สุดของปี โดยเฉพาะเมืองทางเหนืออย่าง ปักกิ่ง (Beijing) หรือ ฮาร์บิน (Harbin) ที่มีหิมะโปรยปรายเหมือนอยู่ยุโรป แต่ก่อนจะไปสัมผัสอากาศหนาวติดลบกันจริงๆ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งเรื่องเสื้อผ้า ของใช้ และการเดินทาง วันนี้เราจะพาทุกคนมาดู วิธีเตรียมตัวเที่ยวหน้าหนาวในจีน พร้อมแชร์ เรื่องน่ารู้ก่อนออกทริป ให้เที่ยวได้สนุก อุ่นใจ ไม่หนาวจนสั่น! อยากเที่ยวหน้าหนาวในจีนให้สนุก ต้องเตรียมตัวยังไง? รวมเคล็ดลับการแต่งตัว ของใช้จำเป็น เมืองน่าเที่ยว และเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับฤดูหนาวในประเทศจีน เช็กเลย! เที่ยวหน้าหนาวในจีน เตรียมตัวยังไงสิ่งที่ควรพกไปจีน หน้าหนาว เรื่องน่ารู้ก่อนเดินทาง 1. เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับอากาศหนาว 🧥 อากาศในประเทศจีนช่วงฤดูหนาว จะอยู่ที่ช่วงเดือนพฤศจิกายน - เดือนกุมภาพันธ์ แตกต่างกันไปตามภูมิภาค ภาคเหนือ เช่น ปักกิ่ง ฮาร์บิน - หนาวมาก อุณหภูมิติดลบถึง -20C ภาคใต้ เช่น คุนหมิง กวางโจว - หนาวแบบสบายๆ ราว 5-15C ไอเทมที่ควรมีในกระเป๋า เสื้อกันหนาวขนเป็ดหรือโค้ตหนา เสื้อฮีทเทค (Heattech) หรือเสื้อกันหนาวด้านใน ถุงมือ ผ้าพันคอ หมวกไหมพรม รองเท้ากันลื่นหรือบูทกันน้ำ ถุงร้อน (Hand Warmer) สำหรับใส่กระเป๋า 💡 Tips : อย่าลืมพกลิปมัน และครีมกันแดดด้วยนะคะ อากาศหนาวแห้งและแดดแรงกว่าที่คิด! Fotokon / Shutterstock.com 2. เอกสาร และ ประกันการเดินทาง 🧳 เอกสารจำเป็นที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนเดินทาง ได้แก่ พาสปอร์ต (อายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน) วีซ่าจีน (คนไทย สามารถพำนักในจีนได้ไม่เกิน 30 วัน ตรวจสอบเงื่อนไขก่อนเดินทาง) ประกันการเดินทางที่ครอบคลุมอาการเจ็บป่วยจากอากาศหนาว ตั๋วเครื่องบิน ใบจองที่พัก เอกสารจองทัวร์ 💡 Tips : แนะนำให้สแกน หรือถ่ายรูปเก็บไว้ในโทรศัพท์ เผื่อกรณีฉุกเฉิน 3. ของใช้ส่วนตัว และ ยาสามัญประจำบ้าน 💊 อากาศหนาวอาจทำให้ร่างกายปรับตัวยาก โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยเจออุณหภูมิต่ำๆ หรือติดลบแบบที่จีน ดังนั้นสิ่งที่ควรพกไว้ให้พร้อมมีดังนี้ค่ะ ยาแก้หวัด / ยาแก้แพ้อากาศ ยาแก้ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดหัว ครีมบำรุงผิว โลชั่นทามือ แว่นกันแดด (แดดสะท้อนหิมะจ้าได้มากกว่าที่คิด!) Jo Panuwat D / Shutterstock.com 4. เมืองแนะนำสำหรับเที่ยวหน้าหนาวในจีน 🏙️ เลือกเมืองให้เหมาะกับสไตล์การเที่ยวของเรา ที่เที่ยวหน้าหนาวในจีน มีหลายเมืองมากๆ ที่น่าไปคือ ฮาร์บิน (Harbin) - เมืองน้ำแข็งชื่อดังของจีน จัดเทศกาลแกะสลักน้ำแข็งระดับโลก ปักกิ่ง (Beijing) - ชมกำแพงเมืองจีนท่ามกลางหิมะ บรรยากาศสุดอลัง คุนหมิง (Kunming) - อากาศเย็นสบาย ไม่หนาวจัด เหมาะสำหรับมือใหม่ เฉิงตู (Chengdu) - เมืองแห่งชา และแพนด้า บรรยากาศสบายๆ เที่ยวง่าย น่ารักมาก kikujungboy CC / Shutterstock.com 5. เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหน้าหนาวในจีน ✈️ ร้านค้าและสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งอาจ ปิดเร็ว กว่าปกติ โรงแรม และรถไฟในเมืองใหญ่มีเครื่องทำความร้อน (Heater) แต่บางเมืองทางใต้ไม่มี ควรพกเงินสดหยวนติดตัวไว้ เพราะร้านเล็กๆ อาจไม่รับบัตร แอปที่ควรโหลดก่อนเดินทาง : WeChat, Alipay, Baidu Map, Ctrip, TrueMoney 6. เคล็ดลับเที่ยวช่วงหิมะตก ❄️ ตรวจสอบพยากรณ์อากาศทุกวันก่อนออกจากที่พัก เดินอย่างระมัดระวัง บนพื้นน้ำแข็งลื่นง่าย เผื่อเวลาเดินทาง เพราะบางเที่ยวบินอาจล่าช้า ถ่ายรูปช่วงเช้าๆ หลังหิมะตกใหม่ๆ สวยสุดๆ! เตรียมตัวดี เที่ยวหน้าหนาวในจีน ได้แบบไม่หนาวใจ การไป เที่ยวจีนช่วงหน้าหนาว ถือเป็นประสบการณ์สุดพิเศษ ทั้ง หิมะขาว เมืองเก่าที่แต่งด้วยแสงไฟ และอาหารอุ่นๆ ที่ชวนให้อิ่มใจ แค่เตรียมตัวให้พร้อม ทั้งเสื้อผ้า เอกสาร และแผนการเดินทาง ก็เที่ยวได้อย่างสบายและสนุกตลอดทริปแน่นอนค่ะ ที่เที่ยวจีน น่าสนใจอื่นๆ ที่เที่ยวจีนสวยๆ 5 เมือง บรรยากาศยุโรป เที่ยวจีน เมืองไหนดี 10 ที่เที่ยวจีน ธรรมชาติ วิวสวย อากาศดี ที่ไม่ควรพลาด
ทราเวล ทิปส์ • 16 ต.ค. 68
อ่าน
วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ
ทราเวล ทิปส์ • 18 ก.ย. 68
สิทธิพิเศษ
ซินแส AI
บริษัท ยูชุ่นลี่ 168 จำกัด
ช้อป • 1 ส.ค. 68
อ่าน
เกาหลีใต้ "แจกเงินประชาชน" 150,000 วอน กระตุ้นเศรษฐกิจ แจกอย่างไร? ต่างชาติได้เงินด้วยจริงหรือไม่?
เกาหลีใต้ งัดยาแรง "แจกเงินแสน" กระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่แค่เมืองไทยที่มีการแจกเงินหมื่นแต่ล่าสุดเกาหลีใต้มีการแจกเงินแสนสื่อเกาหลีใต้รายงานว่ารัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมแจกเงินสดให้ประชาชนทุกคน เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 กรกฏาคม 2568 นี้ โดยแต่ละคนจะได้รับเงินสูงสุดมากถึง 150,000 วอน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 3,500 บาท และยังมีเงินเพิ่มเป็นพิเศษให้กลุ่มแก่เปราะบาง คนต่างจังหวัด และเจาะในพื้นที่ที่มีประชากรหดตัวเพื่อลดความเหลื่อมล้ำเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งวันนี้อยู่ภายใต้การนำโดยประธานาธิบดีอี แจ-มยองสำนักข่าวยอนฮับรายงานข่าว ระบุว่า มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้งบประมาณเสริมพิเศษมูลค่า 31.8 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 75,000 ล้านบาทการแจกเงินครั้งนี้ แจกอย่างไร เงินสด หรือเงินดิจิทัลเหมือนกับของไทยหรือไม่ แล้วใครบ้างที่มีสิทธิ์ในครั้งนี้คำตอบ คือ คล้ายๆ ใกล้เคียงแต่ไม่เหมือน ของไทยเราในการแจกเงินที่ผ่านมา คือ การโอนเข้าบัญชีโดยตรงคนอยากจะใช้คือกดเอทีเอ็มเอาเงินสดออกมาได้หรือจะใช้โอนผ่านแอพก็เต็มที่แต่สำหรับเกาหลีใต้ โครงการแจกเงินแสนครั้งนี้ ถูกเรียกว่าคูปองเพื่อการบริโภค หรือ "consumption coupons"เป็นการแจกที่ประชาชนเลือกได้ว่าอยากให้เงินหรือคูปองที่ว่านี้เข้าไปยังระบบหรือบัตรที่มีแบบไหนใครมีสิทธิ์ได้รับเงิน ?ทางการเกาหลีใต้จะแจกให้กับประชาชนชาวเกาหลีใต้ทุกคนที่มีถิ่นพำนักในประเทศ ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2568 คนที่มีสิทธิ์จะได้รับคูปองเงินสดจำนวน 150,000 วอนต่อคน สามารถเลือกรับเงินในรูปแบบบัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรเติมเงิน หรือคูปองอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาลท้องถิ่นโดยเงินทั้งหมดที่ได้รับจะมีอายุจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นี้เท่านั้นหากใช้ไม่ทัน ใช้ไม่หมด หรือลืมใช้ ก็คือจบเพราะรัฐบาลจะริบคืนที่เหลือคืนกลุ่มเปราะบางก็จะได้รับเงินเพิ่มไปอีกจากก้อนแรกเช่น กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวจะได้รับเพิ่ม 300,000 วอน ประมาณ 7,100บาทผู้รับเงินสวัสดิการของรัฐจะได้รับเพิ่ม 400,000 วอน หรือประมาณ 9,500 บาท คนที่อยู่นอกเขตเมืองหลวง หรือมหานครโซล จะได้รับเพิ่ม 30,000 วอน หรือประมาณ 710 บาทคนที่อยู่ใน 84 ชุมชนชนบท และประมงที่มีปัญหาประชากรลดลงก็จะได้รับเพิ่มเช่นกันอีก 50,000 วอน หรือประมาณ 1,190 บาทต่างชาติมีสิทธิ์ได้รับเงิน ?ชาวต่างชาติที่อยู่เกาหลี บางคนก็มีโอกาสที่จะได้รับเงินเช่นกัน หากอยู่ภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง ตามที่รัฐบาลกำหนด ตามข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย เช่น ชาวต่างชาติมีสิทธิ์ได้รับเงิน หากอยู่ในทะเบียนผู้อยู่อาศัยร่วมกับพลเมืองเกาหลีอย่างน้อย 1 คน และลงทะเบียนในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเป็นผู้สมัครหลักหรือผู้ติดตาม ส่วนครัวเรือนที่เป็นชาวต่างชาติทั้งหมดก็อาจจะมีสิทธิ์ได้รับเงินเช่นกันหากมีผู้อยู่อาศัยถาวร (ผู้ถือวีซ่า F-5) หรือผู้ย้ายถิ่นฐานจากการสมรส (ผู้ถือวีซ่า F-6) ที่ตรงตามข้อกำหนดของประกันสุขภาพที่สำคัญครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ผู้ลี้ภัย (ผู้ถือวีซ่า F-2-4) ได้รับการรวมอยู่ในโครงการ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อเดือนมีนาคม 2024เนื่องจากครั้งนั้นมีการตัดสินว่าการที่รัฐบาลไม่รวมผู้ลี้ภัยไว้ในการรับเงินบรรเทาทุกข์ COVID-19 ในปี 2020 นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญแม้กระทั่งพลเมืองเกาหลีที่อยู่ในต่างประเทศก็ยังสามารถรับเงินได้เช่นกัน หากพวกเขาเดินทางกลับมายังเกาหลีระหว่างวันที่ 18 มิถุนายนถึง 12 กันยายน 2568 และผ่านการตรวจยืนยันบันทึกการเข้าเมืองของตนเองต่อทางการ หัวใจ คือ กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศรัฐบาลเกาหลีใต้ต้องการให้เงินเหล่านี้ไปกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริงดังนั้นเงื่อนไขจึงค่อนข้างรัดกุมบ้านอยู่ไหน ใช้เงินย่านนั้น ห้ามข้ามพื้นที่ เงินที่ได้มาจะต้องใช้ภายในท้องถิ่นของตนเอง ตัวอย่างเช่น คนที่อาศัยอยู่ในกรุงโซลสามารถใช้เงินได้ภายในกรุงโซลเท่านั้นขณะที่ร้านค้าที่มีสิทธิ์ร่วมโครงการ รับเงินจากคูปองเหล่านี้ได้ต้องเป็นธุรกิจขนาดเล็ก รายย่อย เช่น ร้านอาหาร ร้านขายของชำ ร้านทำผม ร้านแว่นตา และธุรกิจอื่นๆ ในชุมชนที่มีรายได้ประจำปีไม่เกิน 3 พันล้านวอนนายทุน ร้านค้าขนาดใหญ่ถูกห้ามเข้าร่วม เช่น ค้าปลีกขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ร้านปลอดภาษี แพลตฟอร์มออนไลน์ รวมไปถึงแอปส่งของแม้กระทั่งร้านดังๆที่เป็นแบรนด์ของแฟรนไชส์ท้องถิ่นต้องดูว่าใครเป็นเจ้าของร้าน เพราะจะให้ร่วมได้เฉพาะร้านที่เป็นเจ้าของเองโดยอิสระเท่านั้นถ้าหากสำนักงานใหญ่มาลงร้าน ตั้งร้านเอง บริหารเองก็อด ห้ามเข้าร่วมโดยเด็ดขาด เช่น แบรนด์ใหญ่อย่าง Starbucks และ Olive Youngนอกจากนี้กระทรวงมหาดไทยยังกำหนด ให้ร้านค้าธุรกิจต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องติดป้ายเพื่อแสดงตน ว่ารับคูปองหรือไม่ด้วยทั้งนี้รัฐบาลเกาหลีใต้ยังได้แยกร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เป็นของชาวต่างชาติออกไปด้วยเช่นกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดข้อโต้แย้งซ้ำในช่วงการระบาดของโควิด-19 เนื่องจากครั้งนี้มีปมดราม่า พบว่าเงินช่วยเหลือภัยพิบัติของรัฐถูกประชาชนนำไปใช้จ่ายเพื่อซื้อแบรนด์หรูและบริษัทต่างชาติมากกว่าของในประเทศ เช่น Apple และ IKEA แจกเงิน 2 รอบ เจาะกลุ่มเปราะบางแจกเงินแสนของทางการเกาหลีใต้ไม่ได้ทำเพียงแค่รอบเดียว แต่มีถึง 2 เฟส ทั้งนี้เฟสแรกหรือระยะที่ 1 จะดำเนินการต่อเนื่องเป็นเวลา 8 สัปดาห์ คือนับตั้งแต่ 21 กรกฎาคมนี้ยาวไปจนถึงวันที่ 12 กันยายน 2568 โดยรัฐบาลจะเปิดระบบให้ประชาชนเลือกรูปแบบการรับเงินผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของรัฐบาลท้องถิ่นขณะที่รัฐบาลยังมีแผนแจกเงินรอบที่สอง หรือเฟส 2 คือ ระหว่างวันที่ 22 กันยายน - 31 ตุลาคม 2568 เป็นการแจกเงินเพิ่มอีกก้อน แจกอีก 100,000 วอน หรือประมาณ 2,380 บาท ให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย 90% ของประเทศ พิจารณาจากระดับรายได้ตามข้อมูลเบี้ยประกันสุขภาพ ซึ่งทางการจะมีการประกาศรายละเอียดเรื่องนี้อีกครั้งในช่วงเดือนกันยายนทางด้านนายคิม มินแจ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของเกาหลีใต้ และหัวหน้าคณะทำงานเฉพาะกิจฯ ระบุว่า รัฐบาลจะดำเนินมาตรการนี้ด้วยความรอบคอบ เพื่อให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนได้อย่างแท้จริงทั้งนี้โครงการคูปองเพื่อการบริโภคหรือ การแจกเงินแสนครั้งนี้ ถือเป็นนโยบายเศรษฐกิจหลักประการแรกของประธานาธิบดีอี แจมย็อง ที่เพิ่งเข้าเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ก่อนหน้านี้ระหว่างการหาเสียงเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี นายอีเคยได้ให้คำมั่นว่าจะแจกเงิน 250,000 วอนให้กับพลเมืองทุกคน แต่หลังจากเข้ารับตำแหน่ง ก็เกิดความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนทางการเงินหากรัฐบาลแจกแบบไม่เลือก ดังนั้นจึงเปลี่ยนใจมาใช้แนวทางผสมผสาน โดยเน้นให้การจ่ายเงินเพื่อกระตุ้นการบริโภค มากกว่าที่จะเน้นที่สวัสดิการหรือให้เปล่าอย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนได้ออกมาแสดงความกังวลว่า การอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลซึ่งรัฐบาลต้องกู้ยืมมา อาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น และสร้างความเสี่ยงต่อวินัยการคลังของประเทศในระยะยาว โดยมีการคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะขาดดุลงบประมาณถึง 4.2% และหนี้สาธารณะของประเทศจะทะยานขึ้นไปอยู่ที่ 49.1% ของจีดีพีทั้งนี้ ประธานาธิบดีอีคว้าชัยในศึกเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น หลังจากการที่ ยุน ซอกยอล อดีตผู้นำฝ่ายอนุรักษ์นิยมพยายามประกาศกฎอัยการศึกทำให้ความวุ่นวายทางการเมืองที่กินเวลาร่วม 6 เดือนสิ้นสุดลง โดย อี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ซบเซาของเกาหลีใต้ และยกระดับมาตรฐานการครองชีพ
TNN ช่อง16 • 14 ก.ค. 68
อ่าน
ไปจีนต้องรู้! CAAT แจ้งข้อกำหนดใหม่เกี่ยวกับ "พาวเวอร์แบงค์"
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ขอแจ้งเตือนผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางด้วยเที่ยวบินภายในประเทศจีน ให้ตรวจสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับการพกพา “พาวเวอร์แบงค์” (Power Bank) ซึ่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (CAAC) ได้ออกประกาศบังคับใช้มาตรการใหม่ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป โดยพาวเวอร์แบงค์ที่สามารถนำขึ้นเที่ยวบินภายในประเทศจีนได้ จะต้องมีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของจีน หรือที่เรียกว่า CCC (China Compulsory Certification)- หากพาวเวอร์แบงค์ไม่มีเครื่องหมาย CCC อาจไม่ผ่านด่านตรวจรักษาความปลอดภัยของสนามบิน- ทั้งนี้ ยังคงห้ามนำแบตเตอรี่ลิเทียมหรือพาวเวอร์แบงค์ใส่ในสัมภาระโหลดใต้เครื่อง โดยเด็ดขาด- มาตรการนี้ใช้กับ เที่ยวบินภายในประเทศจีนเท่านั้น และรายละเอียดอาจแตกต่างกันไปในแต่ละสนามบินหากผู้โดยสารมีแผนเดินทางเข้าประเทศจีนและต่อเครื่องบินภายในประเทศ ขอแนะนำให้ติดต่อสอบถามกับสายการบินล่วงหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ของท่านสามารถนำขึ้นเครื่องได้ตามข้อกำหนด และไม่กระทบต่อแผนการเดินทาง ดูประกาศฉบับเต็ม (ภาษาจีน) ได้ที่: https://www.caac.gov.cn/.../202506/t20250626_227805.htmlข่าวที่เกี่ยวข้อง- การบินไทย แจ้งผู้โดยสารห้ามใช้ หรือ ชาร์จ "พาวเวอร์แบงค์" บนเครื่อง เริ่ม 15 มี.ค.นี้- แนะวิธีเลือกซื้อ-ใช้งาน "พาวเวอร์แบงค์" หากจะทิ้งของเก่าควรทำอย่างไร?
TNN ช่อง16 • 30 มิ.ย. 68
อ่าน
ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
เที่ยวญี่ปุ่น วิธีกรอก Visit Japan Web อัปเดต 2025 แบบละเอียด ทำง่ายๆ ใน 10 นาที
ใครที่กำลังวางแผนจะเดินทางไป เที่ยวญี่ปุ่น 2025 นี้ ก่อนผ่าน ตม. ต้องไม่พลาดการ ลงทะเบียน Visit Japan Web ระบบลงทะเบียนออนไลน์ที่รัฐบาลญี่ปุ่นใช้สำหรับเตรียมข้อมูลผู้เดินทางล่วงหน้า ช่วยให้ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องกรอกเอกสารบนเครื่องบินให้ยุ่งยากนั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ทริปเที่ยวญี่ปุ่นของเราสะดวกมากยิ่งขึ้น มาดู วิธีกรอก Visit Japan Web อัปเดต 2025 แบบละเอียดยิบกันได้เลย ทำเองได้ง่ายๆ 10 นาทีก็เรียบร้อยแล้ว มีขั้นตอนยังไงบ้าง ดูตามนี้ได้เลยค่ะ! ขั้นตอนการลงทะเบียน Visit Japan Web อัปเดต 2025กรอก Visit Japan Web ยังไง Visit Japan Web คืออะไร ? Visit Japan Web เป็นเว็บไซต์สำหรับ ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่น เพื่อลดเวลาในการตรวจเอกสาร และช่วยให้ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น เมื่อก่อน การเดนิทางไปญี่ปุ่น เราอาจคุ้นชินกับการกรอก ใบ ตม. แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นได้เพิ่มรูปแบบจากการกรอกใบ ตม.ในแผ่นกระดาษ มาเป็นรูปแบบออนไลน์ที่ Visit Japan Web นั่นเอง สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนลงทะเบียน พาสปอร์ตปัจจุบันที่ยังไม่หมดอายุ ข้อมูลที่พักคืนแรกในญี่ปุ่น (ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ) ข้อมูลไฟลท์บิน เที่ยวบินไปกลับ (สายการบิน หมายเลขเที่ยวบิน วันเดินทาง) อีเมลที่ใช้งานได้ วิธีการลงทะเบียน Visit Japan Web 2025 1. สร้างบัญชีในการลงทะเบียน ก่อนอื่นเราต้องมาสร้างบัญชีสำหรับลงทะเบียนกันก่อน แต่สำหรับใครที่เคยลงทะเบียนแล้ว สามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้เลยค่ะ 1. เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ Visit Japan Web 2. คลิก Sign up for a new account เพื่อสร้างบัญชีใหม่ 3. คลิก I agree to the Terms of Use และ I agree to the Privacy Policy จากนั้นกด Next 4. กรอกข้อมูล อีเมล รหัสผ่าน (ต้องมีอย่างน้อย 10 ตัวอักษร รวมตัวพิมพ์ใหญ่, ตัวพิมพ์เล็ก, ตัวเลข และสัญลักษณ์) ยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง 5. ติ๊กที่ช่อง I am human จากนั้นกด Create account 6. ระบบจะส่ง รหัสยืนยัน 6 หลัก มายังอีเมลของเรา 7. นำรหัสมากรอกในช่อง Enter confirmation code 8. คลิก Confirm เท่านี้ก็สร้างบัญชีเสร็จเรียบร้อย เข้าสู่ขั้นตอนการลงทะเบียนกันเลย 2. กรอกข้อมูลส่วนตัว Your Details เราจะต้องลงทะเบียนทั้งหมด 3 ส่วนหลักๆ คือ Your details Passport details Check VISA requirement 1. ล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลและรหัสผ่านที่สมัครไว้ 2. ระบบจะถามว่า: มีหนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลญี่ปุ่นหรือไม่? เลือก "No" เป็นผู้พำนักอยู่ในญี่ปุ่นและได้รับอนุญาตพิเศษในการกลับเข้าญี่ปุ่นหรือไม่? เลือก "No" ต้องการใช้ QR code ในการซื้อสินค้าปลอดภาษีหรือไม่? เลือกตามความต้องการ 3. คลิก "Next" 4. กรอกข้อมูลส่วนตัว ชื่อ-นามสกุล (ตามหนังสือเดินทาง) วันเดือนปีเกิด สัญชาติ หมายเลขหนังสือเดินทาง วันหมดอายุของหนังสือเดินทาง อาชีพ ประเทศที่พำนักอาศัย จังหวัดที่ทำงาน 5. ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วคลิก "Register" จากนั้นจะขึ้นหน้า Registration Complete ให้คลิก "Back to Home" 3. เช็ก VISA หลังจากกลับมาหน้าหลัก ระบบจะให้เราเช็กความจำเป็นในการใช้วีซ่า เนื่องจากปัจจุบัน ญี่ปุ่นฟรีวีซ่าท่องเที่ยว 15 วันสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ดังนั้นไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าและไม่มีวีซ่าก็สามารถเข้าญี่ปุ่นได้ ในส่วนนี้สามารถตอบ No ได้เลยค่ะ หลังจากเลือกแล้วคลิก Back to Home และสำหรับใครที่เดินทางกับครอบครัว ก็สามารถลงทะเบียนให้กับคนในครอบครัวเพิ่มได้โดยคลิกที่ "Details of family members traveling with you" 4. ลงทะเบียนแผนการเดินทางRegister New Planned Entry / Return 1. คลิกที่ปุ่ม "Register New Planned Entry / Return" 2. กรอกข้อมูล : ชื่อทริป (เช่น Japan Trip May 2025) วันที่เดินทางเข้าญี่ปุ่น สายการบิน และ หมายเลขเที่ยวบิน สนามบินต้นทาง (เช่น BKK สำหรับสนามบินสุวรรณภูมิ) 3. คลิก "Next" 4. กรอกข้อมูลที่พัก (ถ้ามีเปลี่ยนที่พักให้กรอกที่พักของคืนแรก) รหัสไปรษณีย์ (ระบบจะดึงเขตและจังหวัดมาให้อัตโนมัติ) ชื่อที่พัก ที่อยู่ และ หมายเลขโทรศัพท์ 5. ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด แล้วคลิก "Register Plan" 5. กรอกข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรImmigration Clearance and Customs Declaration 1. คลิกที่ "Immigration Clearance and Customs Declaration" 2. คลิก "Next" 3. กรอกข้อมูล : อาชีพ ประเทศที่พำนักอาศัย จังหวัดที่ทำงาน วันที่เดินทางเข้าญี่ปุ่น หมายเลขเที่ยวบิน สนามบินต้นทาง ที่พักในญี่ปุ่น วัตถุประสงค์ในการเดินทาง (เช่น ท่องเที่ยวตอบ "Tourism") จำนวนวันที่พำนักในญี่ปุ่น 4. ตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรม : หากไม่มีประวัติ ให้เลือก "No" สำหรับทุกข้อ 5. กรอกข้อมูลศุลกากร : ตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งของที่นำเข้าประเทศ เช่น เงินสด, ของขวัญ, สินค้าต้องห้าม เป็นต้น หากไม่มีสิ่งของต้องสำแดง ให้เลือก "No" สำหรับทุกข้อ 6. ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด แล้วคลิก "Register" 7. คลิก "Back to Entry / Return Procedure" เมื่อกลับมาที่หน้าหลัก ตรง Immigration Clearance and Customs Declaration จะขึ้นว่า ✅Registered 6. การใช้งาน QR Code เข้าญี่ปุ่น FAQ คำถามที่พบบ่อย Q : ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนกี่วัน? A : สามารถลงทะเบียนเมื่อใดก็ได้ จะลงทันทีที่จองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อย หรือจะลงวันที่เดินทางก็ได้เหมือนกัน อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม แนะนำให้กรอกล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 วันก่อนเดินทาง เพื่อให้มีเวลาในการตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลหากจำเป็น Q : ไม่ลงแล้วเข้าญี่ปุ่นได้ไหม? A : จำเป็นต้องกรอก Visit Japan Web หรือกรอกใบตม.อย่างใดอย่างหนึ่ง สำหรับใครที่ไม่สะดวกจริง ๆ ก็ยังสามารถเลือกกรอกในใบตม. แบบเดิมก็ได้เช่นกันค่ะ ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจาก https://www.japankuru.com
ทราเวล ทิปส์ • 28 พ.ค. 68
อ่าน
Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================
ทราเวล ทิปส์ • 13 พ.ค. 68
อ่าน
1 พ.ค.นี้ต่างชาติเข้าไทยต้องกรอก"TDAC"
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เตรียมเปิดบริการระบบแบบรายการของคนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรไทย ในรูปแบบดิจิทัล (ตม.6) หรือ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) สำหรับให้คนต่างด้าวทุกรายต้องลงทะเบียนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยระบบดังกล่าว กำหนดให้ชาวต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ต้องลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์ http://tdac.immigration.go.th/nbsp; และในอนาคตจะมีบริการในรูปแบบแอปพลิเคชันชาวต่างชาติสามารถกรอกข้อมูล TDAC ภายใน 3 วันก่อนจะเดินทางเข้าประเทศไทย โดยจะต้องกรอกข้อมูลเอกสารเดินทาง หนังสือเดินทาง ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทาง ที่พักในประเทศไทย สถานะทางสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ TDAC ไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบบัตรขาเข้าออนไลน์ ที่พัฒนาขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับกฎระเบียบและความจำเป็นในหลายประเทศ สำหรับวิธีการลงทะเบียน TDAC สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย มีดังนี้ 1. เข้าไปที่ tdac.immigration.go.th หรือสแกน QR code 2.กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการเดินทาง 3. ส่งแบบฟอร์มและรับอีเมลยืนยัน 4. นำเอกสารยืนยันและเอกสารการเดินทางไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยนายอนุกูล กล่าวว่า เว็บไซต์ tdac.immigration ยังอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติ โดยจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เกาหลี รัสเซีย และญี่ปุ่น พร้อมแผ่นพับและคลิปวิดีโอแนะนำการใช้งาน TDAC นอกจากนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ E-Visa ของกรมการกงสุล ระบบคัดกรองโรคของกรมควบคุมโรค และระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้การเดินทางเข้าประเทศไทยเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
TNN ช่อง16 • 21 เม.ย. 68
อ่าน
เริ่ม 1 พ.ค.นี้ “นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย” ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6 ล่วงหน้า
เริ่ม 1 พ.ค.นี้ นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เตรียมเปิดบริการระบบดิจิทัลสำหรับการลงทะเบียนเดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) โดยระบบนี้จะใช้สำหรับการลงทะเบียนของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าหรือออกจากประเทศไทยทุกช่องทาง ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ โดยจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ ระบบ TDAC จะเปิดให้ชาวต่างชาติสามารถกรอกข้อมูลได้ล่วงหน้า 3 วัน ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย โดยต้องกรอกข้อมูลเอกสารเดินทาง เช่น หนังสือเดินทาง ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทาง และสถานะทางสุขภาพ ซึ่งไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบบัตรขาเข้าออนไลน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับมาตรการของหลายประเทศการลงทะเบียนผ่านระบบ TDAC สามารถทำได้ที่เว็บไซต์ http://tdac.immigration.go.th หรือสแกน QR code โดยผู้ที่ลงทะเบียนจะได้รับอีเมลยืนยันและต้องแสดงเอกสารยืนยันการลงทะเบียนเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย นอกจากนี้ เว็บไซต์ยังรองรับการใช้งานใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เกาหลี รัสเซีย และญี่ปุ่น และได้มีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น แผ่นพับและคลิปวิดีโอแนะนำการใช้งานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ E-Visa ของกรมการกงสุล และระบบคัดกรองโรคของกรมควบคุมโรค เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางเข้าประเทศไทย
TNN ช่อง16 • 19 เม.ย. 68
อ่าน
สงกรานต์ 2568 บางกอกแอร์เวย์ส โปรลดสูงสุด 30% บินสมุยสุดคุ้ม
สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ตอบสนองนโยบายภาครัฐ เตรียมรับการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวใน เทศกาลสงกรานต์ 2568 โดยเพิ่ม 4 เที่ยวบินพิเศษ ในเส้นทางระหว่าง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) - สมุย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารในการเดินทางไปพักผ่อนยังเกาะสมุย พร้อม โปรโมชั่นราคาบัตรโดยสารสุดพิเศษ ลดสูงสุดถึง 30% เปิดจอง วันนี้ - 20 มีนาคม 2568 ทางเว็บไซต์ www.bangkokair.com หรือ โทร 1771 โดยสามารถเดินทางได้ในวันที่ 11, 12, 16,17 เมษายน 2568 โปรตั๋วเครื่องบิน สงกรานต์ 2568บางกอกแอร์เวย์ส โปรลดสูงสุด 30% ตารางเที่ยวบินเสริมช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในเส้นทาง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สมุย (ไป-กลับ) กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) - สมุย เที่ยวบิน กรุงเทพ (สุวรรณภูมิ) - สมุย วันที่ให้บริการ PG5109 05.50-07.25 น. 11, 12, 16, 17 เม.ย.68 PG5139 12.25-13.55 น. 11, 12, 16, 17 เม.ย.68 สมุย - กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) เที่ยวบิน กรุงเทพ (สุวรรณภูมิ) - สมุย วันที่ให้บริการ PG5110 07.55-09.25 น. 11, 12, 16, 17 เม.ย.68 PG5140 14.25-15.55 น. 11, 12, 16, 17 เม.ย.68 ผู้โดยสารสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จะได้รับบริการแบบฟลูเซอร์วิส อาทิ โหลดสัมภาระได้ 20 กิโลกรัมต่อท่าน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย, บริการห้องรับรองผู้โดยสาร บูทีคเลาจน์ ณ สนามบินที่ให้บริการ บริการเสิร์ฟอาหาร-เครื่องดื่มบนเที่ยวบิน และสามารถสะสมคะแนนฟลายเออร์โบนัสเพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) โทร.1771 หรือ 0-2270-6699 ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/FlyBangkokAir
แอร์ไลน์อัพเดท • 13 มี.ค. 68
อ่าน
วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน อัปเดต 2025 ซื้อตั๋วรถไฟจีนยังไง จองตั๋วผ่านแอป
เที่ยวจีน ต้องรู้อะไรบ้าง? สายเที่ยวคนไหนอยาก เที่ยวจีนด้วยตัวเอง จำเป็นต้องทราบ วิธีเดินทางด้วยรถไฟจีน ไว้ก่อนเลย เพราะการเดินทางด้วยรถไฟ ถือเป็นระบบขนส่งสาธารณะหลักๆ ของจีนเลยก็ว่าได้ เราจึงขอแชร์ วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน อัปเดต 2025 มาช่วยให้การขึ้นรถไฟของนักท่องเที่ยวมือใหม่ราบรื่นมากขึ้น ตอนนี้ก็ถึงเวลาตามมาส่องกันแล้วค่ะว่า ซื้อตั๋วรถไฟแบบไหนได้บ้าง จองตั๋วผ่านแอปยังไง รู้แล้วเที่ยวได้สบายคอนเฟิร์ม! วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน 2025วิธีเดินทางด้วยรถไฟที่จีน ขึ้นรถไฟจีน 1. วิธีซื้อตั๋วโดยสาร 1.1 ซื้อตั๋วกับเจ้าหน้าที่ เริ่มด้วยวิธีซื้อตั๋วด้วยเงินสดแบบเบสิกที่สุด นั่นก็คือ ซื้อตั๋วรถไฟกับเจ้าหน้าที่ขายตั๋ว ค่ะ ใครไม่มั่นใจกลัวสื่อสารไม่ได้ แนะนำแคปหน้าจอตารางวันเวลา เที่ยวรถไฟ จากสถานีไหนไปที่ไหนให้ครบถ้วน แล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่พร้อมพาสปอร์ตได้เลยค่ะ สำหรับใครที่มีทริปเซี่ยงไฮ้จะซื้อบัตรเดินทางแบบเติมเงิน อย่าง Shanghai Pass ก็สะดวกไปอีกแบบ เพราะบัตรใบนี้สามารถใช้จ่ายค่า รถไฟใต้ดิน รถประจำทาง แท็กซี่ ที่เที่ยว รวมถึงร้านช้อปปิ้งต่างๆ ได้ค่อนข้างครอบคลุมเลยค่ะ 1.2 ซื้อตั๋วผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ มาถึงการ ซื้อตั๋วผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ คุณสามารถซื้อเป็นรายเที่ยวหรือซื้อ บัตร Metro Pass แบบเหมาทั้งวันไม่จำกัดเที่ยว บอกเลยว่า เหมาะกับคนที่ต้องเดินทางหลายๆ ครั้งต่อวันสุดๆ ค่ะ สำหรับขั้นตอนการซื้อตั๋วรายเที่ยวสามารถทำตามนี้ได้เลย สำหรับใครที่ไม่ถนัดภาษาจีน ก็ให้กดเปลี่ยนภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษได้เลยค่ะ ค้นหาสถานีปลายทางที่จะไป แล้วกดเลือก (ควรตรวจสอบเส้นทางรถไฟและการเปลี่ยนสถานีไว้ล่วงหน้า) เลือกจำนวนบัตรโดยสารที่ต้องการซื้อ กดเลือกวิธีการชำระเงิน ซึ่งสามารถจ่ายได้ทั้งเงินสด และสแกนจ่ายผ่านแอป Alipay, Wechat ได้ รับบัตรโดยสาร 1.3 จองตั๋วออนไลน์ผ่านแอป วันนี้เรา การซื้อตั๋วด้วย Alipay กับ Wechat ควรมีแอปนี้ติดเครื่องไว้เลย เพราะที่จีนใช้ 2 แอปนี้เป็นหลัก สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟ เราขอแนะนำ Alipay ค่ะ แต่ต้องสมัครและผูกบัตรเครดิตหรือ Travel card ไว้ก่อนนะคะ และวิธีใช้ Alipay กับการเดินทางด้วยรถไฟจีน ทำได้ 2 วิธีดังนี้ การเดินทางภายในเมือง วิธีแรกคือ สแกนเข้าสถานีด้วย Alipay เหมาะจะใช้กับการเดินทางด้วยรถไฟภายในเมือง เริ่มด้วยเข้าสู่แอปหน้าหลัก แล้วเลือก หมวด Transport Metro แล้วกด เมนู Transport ด้านบนเพื่อเลือกเมืองที่จะไป จากนั้นกด View จะขึ้นเมนู Select Metro Card กด Activate แล้วจึงกดยอมรับเงื่อนไขต่างๆ ก่อนเลือก Agree and obtain Card ค่ะ ต่อมาใส่รหัสชำระเงินที่เคยลงทะเบียนไว้ Use now เท่านี้ก็จะได้ QR Code ของเมืองปลายทางแล้ว ซึ่งวิธีใช้ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วย เพียงสแกน QR Code ผ่านช่องตรวจตั๋วในสถานีรถไฟในเมืองนั้นๆ ก็เป็นอันเสร็จ ซื้อตั๋วเดินทางระหว่างเมือง สำหรับการซื้อตั๋วรถไฟข้ามเมือง แอป Alipay ก็ทำได้เช่นเดียวกันค่ะ เพียงเข้าสู่หน้าหลักเลือก Trip Airline Ticket Trains จากนั้นใส่ วันที่ สถานีต้นทาง ปลายทาง เลือกแบบขาไปเที่ยวเดียวหรือขากลับแล้ว กด Search ก็จะขึ้นเวลาและเที่ยวรถไฟให้เลือก ตรงนี้ควรดูสถานีต้นทางให้แม่นยำด้วยนะคะ พอกดเลือกเวลาที่ต้องการก็จะขึ้นที่นั่งให้เลือกจอง จากนั้น กด Book ได้เลย รอสักครู่ก็จะเข้าสู่หน้าเพิ่มผู้โดยสาร กด Add/Edit Passengers แล้วกรอกข้อมูลให้ครบ โดยต้องตรงกับ Passport ของเราด้วยนะคะ ก็จะมาสู่หน้า Passenger info ใครไปหลายคนก็สามารถกรอกรายละเอียดผู้โดยสารเพิ่มได้อีก แล้วจึงกด OK ในส่วนของ Contact info ให้ใส่ ชื่อ อีเมล เบอร์โทร ให้ครบได้เลย จากนั้นให้เลื่อนลงมาเลือกตำแหน่งที่นั่ง กด Continue และ Pay now เพื่อชำระเงินตามลำดับ 2. สแกนกระเป๋าเข้าสถานี ก่อนจะขึ้นรถไฟจะต้องผ่านการตรวจสแกนสัมภาระกับเจ้าหน้าที่ก่อนค่ะ โดยเฉพาะรถไฟใต้ดิน ความเข้มมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือ สัมภาระที่เป็นของเหลว ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ น้ำ ต้อง ไม่เกิน 120-150 ml. นะคะ ไม่อย่างนั้นต้องทิ้งนะทุกคน แต่ขอกระซิบว่า บางเคสถ้าเป็นน้ำดื่ม เจ้าหน้าที่อาจให้ดื่มจนหมดก่อนก็มี! 3. เช็กทางออก ชานชาลา และ จุดเชื่อมขบวนต่างๆ การเช็กชานชาลา ทางออก และจุดเชื่อมขบวน ข้อนี้สำคัญมาก! เพราะหากเราตรวจสอบมาก่อนอย่างถูกต้อง รู้ทางออกที่แน่ชัด จะช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยค่ะ ทั้งไม่เสี่ยงกับการขึ้นรถไฟผิดขบวนอีกด้วย 4. เผื่อเวลาในการเดินทาง เที่ยวจีนฉบับมือใหม่ ยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์การนั่งรถไฟในจีน ควรเผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อย 40-45 นาทีค่ะ เพื่อได้มีเวลาตรวจสอบตั๋ว เส้นทางรถไฟ สถานีที่ต้องแวะ จบปัญหาขึ้นรถไฟผิดสาย ตกขบวนรถไฟไปได้เลย! 5. ขึ้นรถไฟ พร้อมเช็กสถานีปลายทาง ขณะเดินทางด้วยรถไฟ แนะนำว่า ควรเช็กสถานีปลายทางหรือสถานีที่ต้องแวะไว้ด้วยค่ะ จะได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนลงสถานีปลายทางที่ต้องการ ================= ที่เที่ยวจีน ที่น่าสนใจอื่นๆ เที่ยวจีน เช็กอิน 7 ที่เที่ยวปักกิ่ง Beijing อัปเดต 2025 ไปปักกิ่ง เที่ยวไหนดี 7 เมืองน่าเที่ยวในจีน สำหรับมือใหม่ ไปจีนครั้งแรกเที่ยวไหนดี?
ทราเวล ทิปส์ • 11 มี.ค. 68
อ่าน
วิธีจองตั๋ว นครชัยแอร์ ออนไลน์ จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์ ขั้นตอนอะไรบ้าง
ใครที่กำลังจะเดินทางไปต่างจังหวัด รถทัวร์ ก็เป็นอีกเส้นทางที่สะดวกสบายค่ะ โดยเฉพาะ รถทัวร์นครชัยแอร์ ซึ่งเป็นที่นิยมมากๆ ในการเดินทาง ตามเรามา อัปเดต วิธีจองตั๋วรถทัวร์ นครชัยแอร์ ออนไลน์ ว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง ชำระเงินผ่านช่องทางไหน มาเช็กกันก่อนจองได้เลย! 🚌 nitinut380 / Shutterstock.com นครชัยแอร์ วิธีจองตั๋วรถทัวร์ ออนไลน์ ใครที่มีแผนการเดินทางด้วยรถทัวร์ และเลือกใช้ รถทัวร์นครชัยแอร์ สามารถ ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ 120 วัน ทุกเส้นทาง และเลือกชำระเงินได้หลายช่องทาง อย่างสะดวกสบายค่ะ การจองตั๋วรถทัวร์นครชัยแอร์ แบ่งเป็น 4 ช่องทาง คือ 1. ขั้นตอนจองตั๋ว ผ่าน LINE@ เพิ่มนครชัยแอร์เป็นเพื่อนจาก LINE@ โดยพิมพ์ @nakhonchaiair จากหน้าเพิ่มเพื่อนจาก ID/ โทรศัพท์ หรือ เพิ่มโดยการ Scan QR Code หรือที่ ลิงค์ https://page.line.me/pfx4747i ให้บริการจองตั๋วผ่าน Line ทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. ทำรายการจองตั๋วโดยการ Chat สนทนากับเจ้าหน้าที่ โดยระบุข้อมูล และส่งให้เจ้าหน้าที่เมื่อต้องการจองตั๋วระบุข้อมูลต่อไปนี้เพื่อส่งเจ้าหน้าที่1. ชื่อ - นามสกุลผู้โดยสาร2. เลขที่สมาชิก (หากไม่มีพิมพ์ ไม่เป็นสมาชิก)3. เส้นทาง (ขาไป) เช่น จาก กรุงเทพฯ ไป ขอนแก่น วันที่เดินทาง และ เที่ยวเวลา4. เส้นทาง (ขากลับ) เช่น จาก ขอนแก่น ไป กรุงเทพฯ วันที่เดินทาง และ เที่ยวเวลา5. จำนวนผู้โดยสารที่เดินทาง6. ที่นั่งประจำ / ที่นั่งที่ชอบ7. เลือกรับอาหาร ปกติ หรือ อาหารเจ / อิสลาม / อาหารเด็ก * หมายเหตุ : บริการนี้เป็นบริการเพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเพื่อความเหมาะสมโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ================ 2. ขั้นตอนจองตั๋วผ่าน Facebook เพิ่มเพื่อนโดย เข้าไปที่ Facebook ที่ช่องค้นหา พิมพ์ @nakhonchaiair.official กด "ถูกใจ" หรือใช้โปรแกรม Scan QR Code เพื่อรับลิ้งค์กดเข้าหน้า Facebook Pages นครชัยแอร์ ให้บริการจองตั๋วผ่าน Facebook ทุกวัน เวลา 09.00-19.00 น. ทำรายการจองตั๋วโดยสารผ่านการ Chat คุยกับเจ้าหน้าที่ในเมนู "ข้อความ" โดยระบุข้อมูลต่อไปนี้ส่งมายังเจ้าหน้าที่ เมื่อต้องการจองตั๋วระบุข้อมูลต่อไปนี้เพื่อส่งเจ้าหน้าที่1. ชื่อ - นามสกุลผู้โดยสาร2. เลขที่สมาชิก (หากไม่มีพิมพ์ ไม่เป็นสมาชิก)3. เส้นทาง (ขาไป) เช่น จาก กรุงเทพฯ ไป ขอนแก่น วันที่เดินทาง และ เที่ยวเวลา4. เส้นทาง (ขากลับ) เช่น จาก ขอนแก่น ไป กรุงเทพฯ วันที่เดินทาง และ เที่ยวเวลา5. จำนวนผู้โดยสารที่เดินทาง6. ที่นั่งประจำ / ที่นั่งที่ชอบ7. เลือกรับอาหาร ปกติ หรือ อาหารเจ / อิสลาม / อาหารเด็ก ================ 3. ขั้นตอนจองตั๋วผ่านเว็บไซต์ เข้าเว็บไซต์ https://www.nakhonchaiair.com1. เลือกจังหวัดต้นทาง2. เลือกจังหวัดปลายทาง3. ระบุวันที่ต้องการเดินทาง (เที่ยวเดียว / ไป-กลับ)4. ระบุจำนวนผู้โดยสาร5. กดปุ่มค้นหา เลือกประเภทรถ และเที่ยวเวลา กรอกข้อมูลผู้โดยสาร1. หมายเลขบัตรประชาชน2. เลือกเพศ3. กรอกชื่อ-นามสกุล4. ระบุเบอร์โทรศัพท์5. กรอกอีเมล6. เลือกประเภทอาหาร (ไม่ระบุ / เจ / อิสลาม) เลือกที่นั่ง1. ที่นั่งริมทางเดิน2. ที่นั่งริมหน้าต่าง3. ที่นั่งสำหรับสุภาพสตรี (Lady Zone) อยู่บริเวณแถว 3 ของรถโดยสาร 3A 3B 3C 3D ตรวจสอบข้อมูลการจอง และเลือกวิธีชำระเงิน1. ชำระผ่านบัตรเครดิต / เดบิตชำระด้วย QR Code ผ่านแอปพลิเคชั่นธนาคาร (ไม่มีค่าธรรมเนียม)2. ชำระด้วย Rabbit Line Pay (ไม่มีค่าธรรมเนียม)3. นำรหัสจอง ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิซ (ร้าน 7-11) 4. นำรหัสจอง ชำระผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงเทพ5. นำรหัสจอง ชำระผ่านแอปพลิเคชั่น Bualung mbangking ชำระเงินหลังชำระเงิน ระบบจะแสดงหน้าตั๋วให้ลูกค้า ท่านสามารถบันทึกภาพ หรือพิมพ์ตั๋วโดยสารเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเดินทางได้ ================ 4. ขั้นตอนจองตั๋วผ่านแอปพลิเคชัน ซื้อตั๋วผ่าน Application "NCA Mobile" เข้าสู่ระบบ แอปพลิเคชัน NCA Mobile เลือกเมนู ซื้อตั๋ว/จองตั๋ว/ดูเที่ยวเวลา เลือกข้อมูลในการจองตั๋ว1. ประเภทตั๋ว2. เส้นทาง (จุดขึ้น-ลง)3. วันที่เดินทาง4. จำนวนที่นั่ง5. รูปแบบการชำระเงิน nitinut380 / Shutterstock.com เลือกเที่ยวเวลาเดินรถ และประเภทรถโดยสาร เลือกตำแหน่งที่นั่ง กรอกอีเมล์ ระบุข้อมูลผู้โดยสาร1. ชื่อ-นาสกุล2. เบอร์โทรศัพท์3. เลือกประเภทอาหาร (ปกติ/เจ/อิสลาม) ยืนยันการจองสามารถตรวจสอบรายละเอียดการจอง และกดยอมรับเงื่อนไข ระบบจะแสดงรหัสการจอง เพื่อนำรหัสไปแจ้งชำระเงินได้ที่ 7-11 ทุกสาขาสลิปใบเสร็จ 7-11 ใช้แทนตั๋วโดยสารขึ้นรถได้ ================ วิธีชำระเงิน ซื้อตั๋วรถทัวร์นครชัยแอร์ จองตั๋ว แล้วชำระเงินทันที ชำระเงินผ่าน QR Code สแกนจ่ายได้ทุกธนาคาร ชำระเงินผ่าน LINE PAY ชำระเงินผ่าน บัตรเครดิต/เดบิต จองตั๋ว แล้วชำระเงินภายหลัง ลูกค้าจะได้รับรหัสจอง 8 หลัก สำหรับชำระเงินผ่านช่องทาง- เคาน์เตอร์เซอร์วิส (ร้าน 7-11)- แอปพลิเคชั่น Bualung mbankingเลือกเมนูจ่ายบิล -เลือกผู้ให้บริการ - หมวดหมู่ (จองตั๋ว/จองสินค้า)- บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด - กรอกรหัสจอง แล้วชำระเงิน ================ ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจาก นครชัยแอร์
ทราเวล ทิปส์ • 3 มี.ค. 68
อ่าน
รู้จักแอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย!
สำหรับคนไทยที่กำลังเดินทางไปต่างประเทศ หรืออาศัยอยู่ในต่างแดน การเตรียมตัวให้พร้อมเรื่องเอกสารสำคัญอย่าง พาสปอร์ต ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก็มีแอปพลิเคชันที่ชื่อ Thai Consular ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ช่วยเหลือที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาเกี่ยวกับพาสปอร์ต บอกเลยว่าสะดวก และใช้งานง่ายสุดๆ! แอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย! ฟีเจอร์ของแอป Thai Consular 1. หาจุดทำพาสปอร์ตได้ในไม่กี่คลิก ไม่ต้องเสียเวลาหาเองอีกต่อไป เพราะแอปนี้จะแสดงจุดบริการทำพาสปอร์ตที่ใกล้ที่สุด ทั้งในไทย และต่างประเทศ 2. ติดต่อสถานทูตไทยทั่วโลก ฟรี! มีปัญหาเร่งด่วน ไม่ว่าจะพาสปอร์ตหายหรือเรื่องอื่นๆ สามารถติดต่อสถานทูตไทยได้ทันทีผ่านแอป โดยใช้การโทรแบบอินเทอร์เน็ต (VoIP) ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าโทรแบบ Roaming สามารถโทรผ่านแอปนี้ได้เลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อสถานทูตนั้นๆ เพื่อทำการช่วยเหลือ 3. แจ้งพาสปอร์ตหายได้ง่ายๆ หมดยุคที่ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ! หากพาสปอร์ตหายในต่างแดน คุณสามารถไปที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในพื้นที่เพื่อแจ้งข้อมูลสูญหาย และขอทำเล่มใหม่หรือเอกสารเดินทางฉุกเฉินได้ทันที แต่ก่อนใครเคยทำพาสปอร์ตหาย และจะไปขอทำเล่มใหม่ คงรู้กันดีว่าจะต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก่อน แล้วจึงนำใบแจ้งความไปขอทำเล่มใหม่ ซึ่งคนที่เคยทำหายจะเข้าใจว่าการไปติดต่อสถานีตำรวจในต่างแดนนั้นยุ่งยาก และลำบากในการสื่อสารขนาดไหน ซึ่งทางกรมการกงสุลได้จัดทำแบบฟอร์มเพื่อบันทึกข้อมูลพาสปอร์ตสูญหาย สามารถไปที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลทุกแห่งในต่างประเทศ และสำนักงานหนังสือเดินทางทั่วไทยได้เองโดยตรง ไม่ต้องไปสถานีตำรวจอีกต่อไปแล้ว โดยไปกรอกในวันที่ไปติดต่อขอทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ หรือขอเอกสารเดินทางฉุกเฉิน เพื่อเดินทางกลับไทย 4. เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง ทีมเจ้าหน้าที่มืออาชีพพร้อมช่วยเหลือทุกสถานการณ์ เพียงแค่ติดต่อผ่านแอป คุณก็จะได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว ทำไมต้องใช้ Thai Consular? สะดวก : ลดขั้นตอนยุ่งยาก เช่น การไปแจ้งความในต่างแดน ที่บางครั้งอาจเป็นเรื่องซับซ้อน และใช้เวลานาน ปลอดภัย : พาสปอร์ตเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องระมัดระวัง หากสูญหาย แอปนี้ช่วยจัดการเรื่องเอกสารได้รวดเร็ว ฟรี : ทุกการติดต่อผ่านแอปไม่มีค่าใช้จ่าย แค่มีอินเทอร์เน็ตก็เพียงพอ ข้อแนะนำในการเก็บรักษาพาสปอร์ต ถึงแม้แอป Thai Consular จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า อย่าลืมเก็บพาสปอร์ตในที่ปลอดภัย หมั่นตรวจสอบว่าอยู่ในสภาพดีเสมอ เพราะหากมีมิจฉาชีพนำพาสปอร์ตไปใช้ในทางผิดกฎหมาย เจ้าของอาจเดือดร้อนในภายหลังได้ ไม่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวหรือใช้ชีวิตในต่างประเทศ โหลดแอป Thai Consular ไว้จะช่วยให้เราอุ่นใจในทุกสถานการณ์ ดาวน์โหลดแอปได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android ====================
ทราเวล ทิปส์ • 16 ม.ค. 68
อ่าน
ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม
TNN ช่อง16 • 14 ม.ค. 68
อ่าน
เตรียมตัวไป เที่ยวจีน ครั้งแรก ต้องเตรียมอะไรบ้าง เช็กเลย!
ใครกำลังวางแผน ไปเที่ยวจีน กันอยู่ มาเช็กลิสต์ตามนี้ได้เลยค่ะ กับ การเตรียมตัว ไปเที่ยวจีน ครั้งแรก งานนี้ ต้องเตรียมอะไรบ้าง ทั้งเรื่อง ที่พัก การติดต่อสื่อสาร รวมถึง วีซ่าเที่ยวจีน ที่เปิด ฟรีวีซ่าให้คนไทย มาดูได้เลยค่ะ คนไทย ฟรีวีซ่าท่องเที่ยวจีน คนไทย ไปเที่ยวจีน ไม่ต้องขอวีซ่า แล้วค่ะ เพราะตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป วีซ่าฟรี ไทย - จีน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวจีนได้ง่ายมากขึ้น โดยมี ระยะเวลาพำนักแต่ละครั้งไม่เกิน 30 วัน และในเวลา 180 วัน หรือ 6 เดือน ระยะเวลาในการพำนักรวมกันต้องไม่เกิน 90 วัน (กรณีเดินทางหลายครั้ง) ยกเว้นการพำนักถาวร การทำงาน การศึกษา กิจกรรมด้านสื่อ หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตล่วงหน้าจากหน่วยงานที่รับผิดชอบของอีกฝ่ายหนึ่ง รวมเรื่องต้องรู้ ไปเที่ยวจีน ครั้งแรก ต้องเตรียมตัวยังไง เช็กอายุหนังสือเดินทาง (Passport) ควรมีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เช็กสภาพอากาศในเมืองที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว ดูรายละเอียดและเงื่อนไขของที่พักก่อนจอง และชำระเงิน ควรเลือกจองโรงแรมที่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าพักได้ เตรียมยาประจำตัว และยาสามัญต่างๆ ให้ครบถ้วน ควรซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศที่ครอบคลุมระยะเวลาที่ท่องเที่ยวในประเทศจีน โหลดแอปแปลภาษาติดมือถือไว้ แอปแปลภาษา- Daxiang- Google Translate- Pieco- Baidu Translate การใช้จ่ายเงินในประเทศจีน สามารถใช้ Digital Wallet ได้ ซึ่งเป็นที่นิยมกว่าการใช้เงินสด บางร้านค้า ไม่รับชำระเงินด้วยเงินสด ดังนั้นเพื่อความสะดวก สามารถใช้แอปสำหรับสแกนจ่ายแอป Digital Wallet- WeChat Pay - Alipay- TrueMoney (สแกนจ่ายได้ทุกร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Alipay+) นอกจาก Digital Wallet แล้ว ควรพกเงินสดติดตัวไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉินต่างๆ หรือ ใช้สำหรับค่าบัตรโดยสารขนส่งมวลชนต่างๆ เวลาในประเทศจีน เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง เมื่อเดินทางถึงเมืองจีน อย่างลืมปรับเวลาให้เร็วขึ้นอีก 1 ชั่วโมง การใช้โทรศัพท์มือถือที่เมืองจีน สามารถเปิด Roaming หรือซื้อซิมการ์ดสำหรับท่องเที่ยวจากไทยไปได้เลย ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยวจีน คือ ฤดูใบไม้ผลิ เดือนเมษายน - มิถุนายนฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน - ตุลาคม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ของประเทศจีนนั้นจะใช้ปลั๊กรูปแบบเดียวกับไทย แต่ก็ควรเตรียม หัวแปลงปลั๊กไฟ ปลั๊กยูนิเวอร์แซล ไปด้วย แอปใช้ในการเดินทางในจีน- Baidu Map (สามารถใช้เรียกรถได้)- Apple Map ห้ามถ่ายภาพในสถานที่ห้ามถ่าย ไปเที่ยวจีน มักจะมีกลิ่นบุหรี่เกือบทุกที่ นักท่องเที่ยวสามารถได้กลิ่นบุหรี่อยู่แทบทุกแห่ง รวมถึงตามร้านอาหาร และโรงแรม ผู้ที่แพ้กลิ่นบุหรี่อาจจะต้องพกยาดม หรือเครื่องหอมติดตัวไปด้วย เบอร์ติดต่อสถานเอกอัตรราชทูต ณ กรุงปักกิ่งสอบถามข้อมูล ในวันและเวลาทำการ โทร. (+86-10) 8531-8767กรณีเหตุฉุกเฉิน โทร. (+86) 157-2731-2531
ทราเวล ทิปส์ • 10 ม.ค. 68
ดูเพิ่มเติม