รีเซต

ผลการค้นหา “怎么买阿尔巴尼亚身份证{官网:bbzz58.com}-专业怎么买阿尔巴尼亚身份证[办证网:bbzz58.com]-济宁怎么买阿尔巴尼亚身份证哪里有-可以找怎么买阿尔巴尼亚身份证dF” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน 21 มิ.ย.นี้ .ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันที
อ่าน

คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน 21 มิ.ย.นี้ .ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันที

#ทันหุ้น คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน21มิ.ย.นี้.ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันทีด่วนแจ้งเตือนผู้ถือ"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"รุ่นปัจจุบัน13.18ล้านคนรีบลงทะเบียนรับส่วนลด"ค่าไฟ-ค่าน้ำ"ภายใน19มิ.ย.นี้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงการคลังได้เปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน)ได้ยืนยันตัวตนเพื่อขอรับสิทธิ์การถือบัตรดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.เป็นต้นมา จนถึงขณะนี้ ได้รับรายงานว่า ยังมีผู้ถือบัตรคนจนยังไม่มายืนยันสิทธิ์จำนวนประมาณ 1 ล้านคน หากไม่มายืนยันสิทธิ์ภายในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ จะถือว่า ไม่ประสงค์ขอรับสิทธิ์ถือบัตรคนจน ซึ่งกระทรวงการคลังจะติดสิทธิ์ทันที“เราประเมินว่า ผู้ที่ไม่มายืนยันตัวตน อาจจะไม่ต้องการถือบัตรคนจน เนื่องจาก มีรายได้เกินเกณฑ์แล้ว”ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากระทรวงการคลังได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรุ่นปัจจุบันจำนวน13.18ล้านคนที่ลงทะเบียนตั้งแต่ปี65รีบดำเนินการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคทั้งค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาโดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเป็นวันสุดท้ายในวันที่19มิ.ย.นี้ก่อนเวลา16.30น.เท่านั้นย้ำหากพ้นกำหนดจะไม่สามารถรับสิทธิ์ในรอบนี้ได้ทันที“ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ทันต่อการจัดสรรงบประมาณเยียวยาในช่วงครึ่งปีหลังโดยการลงทะเบียนครั้งนี้จะเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพสำหรับรอบบิลค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาประจำเดือนก.ค.69ถึงรอบบิลส.ค. 69”สำหรับช่องทางลงทะเบียนส่วนลดค่าไฟฟ้า ให้เลือกตามหน่วยงานในพื้นที่ของตัวเอง การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://meaeservice.mea.or.th/welfare สายด่วน: โทร. 1130 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์:https://welfareregis.pea.co.th/Register  สายด่วน: โทร. 1129  และกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ (กฟส.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://walfareregis.sea.co.th หรือโทร. 086-848-1284ส่วนช่องทางลงทะเบียนส่วนลดค่าน้ำประปาพื้นที่การประปานครหลวง(กปน.)ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://eservicesapp.mwa.co.th/ES/MWAWelfareServletหรือสายด่วนโทร. 1125และการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://register.pwa.co.th/welfare-register.htmlหรือสายด่วนโทร. 1662

AIIZ
สิทธิพิเศษ

AIIZ

-

ธนารักษ์เปิดฟีเจอร์ใหม่ D-Value รับรองสำเนาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ฟรีค่าใช้จ่าย
อ่าน

ธนารักษ์เปิดฟีเจอร์ใหม่ D-Value รับรองสำเนาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ฟรีค่าใช้จ่าย

#ทันหุ้น กรมธนารักษ์” เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่การรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ D-Value เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ชูแนวคิด“สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย” ส่งตรงผ่านอีเมล์ผู้ขอได้ภายใน 10 นาทีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการผลักดันการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางข้อมูล เพิ่มความโปร่งใส และลดต้นทุนการเข้ารับบริการของประชาชน กระทรวงการคลังจึงได้วางแนวทางการขับเคลื่อนประเทศผ่าน Engine 6 เสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ การสร้างคน การสร้างธุรกิจใหม่ การเสริมเงินทุน การเสริมเทคโนโลยี การมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการยกระดับภาครัฐให้เป็น Effective Governmentวันนี้ D-Value คือ หนึ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ต่อยอดจากการบริการเดิมและอยู่ใน Effective Government ซึ่งเป็น Engine ตัวสุดท้ายอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด เพื่อให้รัฐเป็น Enabler ทำงานเร็ว โปร่งใส และ ใช้ Data AI เพื่อเปิดทางให้เศรษฐกิจเดินหน้า เป็นตัวอย่างรูปธรรมของการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงานในด้านการประเมินราคาทรัพย์สินให้ทันสมัยและตอบโจทย์ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น“D-Value มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต้องใช้ข้อมูลราคาประเมินทรัพย์สินในการประกอบธุรกรรมทางการเงินและใช้ประกอบการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ การทำให้ข้อมูลเหล่านี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถูกต้อง โปร่งใส และไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงาน ถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะการให้บริการรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัล เลือกแปลงที่ต้องการ และรับเอกสารที่มีสถานะ “สำเนาถูกต้อง” ส่งตรงทางอีเมลได้ทันที โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ถือเป็นการยกระดับบริการของรัฐให้ทันสมัย สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง” นายเอกนิติ กล่าวนายอัครุตม์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมธนารักษ์ได้ปรับโฉมหน้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชันใหม่ทั้งหมด ให้ทันสมัยและใช้งานง่าย พร้อมชูฟังก์ชันเด่นคือ “การสืบค้นราคาประเมินที่ดินจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม” ทำให้ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลจากการพิมพ์ชื่อสถานที่ ถนน หรือจุดสังเกตใกล้เคียง และการเลือกตำแหน่งแปลงที่ดินบนแผนที่ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องทราบเลขที่โฉนดหรือเลขที่ น.ส.3ก นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวบริการขอรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดออนไลน์เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย”สำหรับขั้นตอนการใช้งานประชาชนสามารถรับบริการได้ง่าย ๆ เพียง 4 ขั้นตอน1.เข้าใช้งานระบบฯ ด้วยการเข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือ เป๋าตัง2.สืบค้นข้อมูลราคาประเมิน โดยสามารถเลือกตำแหน่งจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม หรือกรอกข้อมูลเลขที่โฉนด/เลขที่ น.ส. 3ก. สำหรับที่ดิน หรือกรอกชื่ออาคารชุดสำหรับห้องชุด3.ตรวจสอบรายการตามคำขอ และระบุอีเมล (e-mail) ที่ใช้ในการรับข้อมูล4.รับข้อมูลสำเนาบัญชีราคาประเมิน ที่มีการรับรองสำเนาถูกต้องอิเล็กทรอนิกส์ส่งตรงถึงอีเมลภายใน 10 นาที ซึ่งเอกสารนี้สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางราชการและประกอบธุรกรรมต่าง ๆ ได้ทันทีสำหรับการพัฒนาฟีเจอร์ของ D-Value ในครั้งนี้ นอกจากจะเพิ่มความสะดวกรวดเร็วแบบไร้รอยต่อแล้ว ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการขอเอกสารแบบเดิม และประหยัดค่าเดินทางให้กับประชาชน ภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมธนารักษ์ในการขับเคลื่อนภารกิจให้ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนผู้ที่สนใจสามารถเข้าใช้งานระบบได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ https://assessprice.treasury.go.th หรือแอปพลิเคชัน TRD Property Valuation บนอุปกรณ์เคลื่อนที่

บขส. ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขั้นตอนใช้สิทธิ์ ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส.
อ่าน

บขส. ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขั้นตอนใช้สิทธิ์ ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส.

บขส. หรือ BKS เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ประชาชนใช้สิทธิ์เดินทางด้วย รถโดยสารสาธารณะ ได้! โดย รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ 60% ส่วนประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ และกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ วิธีใช้ ไทยช่วยไทยพลัส 2569 เติมเงินเท่าไหร่ ซื้ออะไร คนละครึ่งพลัส Narin Nonthamand / Shutterstock.com ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส. ขั้นตอนการใช้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส รถโดยสาร บขส. มีเงื่อนไขดังนี้ สามารถใช้สิทธิผ่าน แอปพลิเคชัน เป๋าตัง ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ระยะเวลา 4 เดือน ในช่วง เวลา 06.00-23.00 น. ณ ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสารของสถานีเดินรถ BKS จำนวน 139 แห่งทั่วประเทศ ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ภายในวงเงินที่ได้รับสิทธิจากรัฐ 200 บาทต่อวัน กรณีที่ค่าโดยสารเกินวงเงินที่ได้รับต้องจ่ายส่วนต่างเป็นเงินสด หรือใช้วงเงินในแอปฯ เป๋าตัง จ่ายก็ได้ ซื้อตั๋วรถโดยสารได้ทุกมาตรฐาน ทุกเส้นทาง ใช้ร่วมกับ สิทธิส่วนลดค่าโดยสารของ สมาชิก BKS Member ได้ 5-10% ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด เมื่อซื้อตั๋วโดยสารแล้วไม่สามารถคืนตั๋วได้ทุกกรณี กรณีผู้ใช้สิทธิซื้อตั๋วรถโดยสารโดยไม่ได้เดินทางเอง ต้องแจ้งชื่อผู้เดินทาง พร้อมเลขที่บัตรประชาชนของผู้เดินทางก่อนการออกตั๋วรถโดยสาร Wanolan Sriboonkam / Shutterstock.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และจองตั๋ว BKS ได้ที่ เว็บไซต์ BKS https://tcl99web.transport.co.th Application : BKS E ticket Facebook Page : บขส. https://www.facebook.com/BorKorSor99 ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร BKS ทั่วประเทศ โทร. 0-2936-3660

ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
อ่าน

ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา

จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
อ่าน

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์

เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
อ่าน

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง

สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

รับส่วนลด 10% สำหรับการสมัครสมาชิกแบบ VIP ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับส่วนลด 10% สำหรับการสมัครสมาชิกแบบ VIP ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 10% สำหรับการสมัครสมาชิกแบบ VIPราคา 25,000 บาท ช่องทางการติดต่อ1.โทร 02-001 38462.Line ID : @kiiduthailand3.Facebook : kiiduofficial เงื่อนไข 1. สามารถใช้สิทธิ์ภายในเดือนที่กดรับรหัสแล้วเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้ามเดือนได้2. เฉพาะลูกค้า True รับส่วนลด 5% สำหรับการสมัครสมาชิกแบบ Standard ทุกประเภท และรับส่วนลด 10% สำหรับการสมัครสมาชิกแบบ VIP3. เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 15 ธ.ค 2568 - 31 ธ.ค 25694. ลูกค้าสามารถแจ้งโค๊ดส่วนลดให้กับพนักงานขาย เมื่อต้องการชำระค่าสมัครสมาชิก สงวนสิทธิ์ 1 บัญชีต่อ 1 สิทธิ์แลกซื้อ5. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี6. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้7. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
อ่าน

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง

ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================

รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม เพจปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์
อ่าน

รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม เพจปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์

ในยุคที่การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การจองที่พักออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก แต่ท่ามกลางความสะดวกสบายนี้ ก็มีมิจฉาชีพที่คอยแฝงตัวมาในรูปแบบของเว็บไซต์ปลอม เพจปลอม หรือแอปพลิเคชันจองที่พักปลอม เพื่อหลอกให้เราเสียเงิน และข้อมูลส่วนตัว วันนี้เราจะพาคุณมา รู้ทันกลลวงออนไลน์พร้อมวิธีตรวจสอบความน่าเชื่อถือของที่พักที่คุณกำลังจะจอง รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์ 1. ตรวจสอบ URL และชื่อเว็บไซต์ให้ดี เว็บไซต์ปลอมมักมีชื่อคล้ายกับเว็บไซต์จองที่พักชื่อดัง แต่จะมีความผิดปกติเล็กน้อย เช่น ตัวอักษรผิดหรือมีสัญลักษณ์แปลกๆ ใน URL เช่น "bo0king.com" แทน "booking.com" ดังนั้นก่อนกดจอง ควรตรวจสอบ URL ให้แน่ใจว่าเป็นเว็บไซต์จริง 2. สังเกตการันตีความปลอดภัย (SSL) เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือควรมี SSL Certificate ซึ่งสังเกตได้จากไอคอนรูปกุญแจหรือคำว่า "https://" ที่อยู่หน้าชื่อเว็บไซต์ หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ แสดงว่าเว็บไซต์นั้นอาจไม่ปลอดภัย และเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูล 3. อ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง รีวิวเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณรู้จักที่พัก และเว็บไซต์นั้นๆ มากขึ้น ลองค้นหารีวิวจากหลายๆ แหล่ง เช่น Google, TripAdvisor หรือ Pantip เพื่อดูว่ามีใครเคยใช้บริการ และประสบการณ์เป็นอย่างไร หากพบรีวิวแย่ๆ หรือรีวิวที่ดูไม่น่าเชื่อถือ ให้ระวังไว้ก่อน 4. เปรียบเทียบราคา หากพบว่าที่พักแห่งหนึ่งมีราคาถูกกว่าปกติมากๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับที่พักอื่นในบริเวณใกล้เคียง นี่อาจเป็นสัญญาณของกลลวง ลองเปรียบเทียบราคากับเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่โดนหลอก 5. ตรวจสอบข้อมูลติดต่อ เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือควรมีช่องทางติดต่อที่ชัดเจน เช่น เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, หรือที่อยู่จริง หากเว็บไซต์ไม่มีข้อมูลเหล่านี้หรือข้อมูลไม่ชัดเจน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นเว็บไซต์ปลอม 6. อย่าเชื่อข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง ข้อเสนอแบบ "จองวันนี้ฟรี!" หรือ "ส่วนลดสูงสุด 90%" มักเป็นกลลวงที่ใช้ล่อลวงผู้ใช้งาน ให้ลองตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีก่อนตัดสินใจจอง เพราะบางครั้งอาจมีค่าธรรมเนียมแอบแฝงหรือเงื่อนไขที่ทำให้คุณเสียเงินมากกว่าที่คิด 7. ใช้ช่องทางการจองที่ปลอดภัย ควรจองที่พักผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่มีชื่อเสียง และเชื่อถือได้ เช่น Booking.com, Agoda, หรือ Airbnb หลีกเลี่ยงการจองผ่านลิงก์แปลกๆ ที่ส่งมาในอีเมลหรือข้อความ 8. ตรวจสอบนโยบายการคืนเงิน ก่อนจองที่พัก ควรอ่านนโยบายการคืนเงินให้เข้าใจ หากเว็บไซต์ไม่มีนโยบายนี้หรือเงื่อนไขไม่ชัดเจน อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเจอกับเว็บไซต์ปลอม 9. อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น เว็บไซต์ปลอมมักขอข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป เช่น หมายเลขบัตรเครดิต, รหัสผ่าน, หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร โดยไม่มีเหตุผลสมควร ควรให้ข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลสำคัญในเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ 10. ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับกลลวงออนไลน์ มิจฉาชีพมักเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอยู่เสมอ ดังนั้นการอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับกลลวงออนไลน์จะช่วยให้คุณรู้เท่าทันและป้องกันตัวเองได้ดีขึ้น ====================

อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน
อ่าน

อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน

ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือต้องการ ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เพื่อที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ตามเรามาอัปเดตได้เลยค่ะกับ สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ใกล้ๆ บ้าน ต่ออายุพาสปอร์ต หรือ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็สะดวกสบายและรวดเร็ว มาดูกันว่า สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง ที่ไหนใกล้ๆ บ้านกันบ้างค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ ปริมณฑลต่ออายุพาสปอร์ต ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่ไหนดี 1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J9ZRCjeMsCxV64H89 โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุลCall Center 0-2572-8442 ================ 2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น) วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nQvYqW148Ke6FbYK6 โทร : 0-2143-7680 ================ 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xj3deaM46uimNmKs6 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 ================ 4. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ธัญญาพาร์ค วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wPLg8BXJ9WF6D56h9 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sMWUka4czBWsg3No7 โทร : 0-2422-3431 ================ 6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XfnE6JraSGTRs7uG8 โทร : 0-2024-8362-64 ================ 7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N9VYesYmAW8GujVw8 โทร : 0-2024-8896, 09-3010-5247 ================ 8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rJygy7Xd9hvqFBfH9 โทร : 0-2126-7612 ================ 9. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk MBK Center วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NTWhFGMgg6P2yYam9 โทร : 0-2126-7612เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 10. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9EfZXed9bb9JM3Jp9 โทร : 0-2150-9002 ================ 11. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว)เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B71gP3UbhwPTBkCj6 โทร : 0-2194-2643 ================ 12. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FHsKeQMKXJbZ4sZdA โทร : 0-2194-2643เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ ค่าทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท เล่ม 5 ปี 1,500 บาท เล่ม 10 ปี สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 2-3 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท เล่ม 5 ปี 3,500 บาท เล่ม 10 ปี *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น.สถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consular.mfa.go.th กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572 8442 และ 0-2203 5000 ต่อ 32301อีเมล : consular05@mfa.go.thเว็บไซต์ : https://consular.mfa.go.th

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
อ่าน

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย

การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated

เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก Taiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ?
อ่าน

เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก Taiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ?

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย การไปเที่ยว ไต้หวัน นั้นเราคงรู้กันอยู่ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า แต่ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป จะมีเอกสารสำคัญอีกอย่างที่เราต้องเตรียมตัวก่อนเดินทาง นั่นก็คือ Taiwan Arrival Card (TWAC) หรือ บัตรผู้โดยสารขาเข้าไต้หวัน เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นเรื่องง่าย และรวดเร็วขึ้นเยอะครับ เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก TWACTaiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ? Taiwan Arrival Card คืออะไร? ทำไมต้องกรอก? Taiwan Arrival Card คือเอกสารที่ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกไต้หวันของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คล้ายกับการกรอก ใบขาเข้า-ขาออก (Departure/Arrival Card) แบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่ความพิเศษของมันคือสามารถ กรอกออนไลน์ล่วงหน้า ได้อย่างสะดวกสบาย เริ่มใช้ระบบนี้ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 วัตถุประสงค์หลักของการใช้ Arrival Card คือเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) ของไต้หวันสามารถตรวจสอบและประมวลผลข้อมูลผู้เดินทางได้รวดเร็วขึ้น ทำให้ขั้นตอนการเข้าประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น ลดการต่อคิว และที่สำคัญคือ ช่วยลดการใช้กระดาษ ได้อีกด้วย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติ (NIA) ของไต้หวันระบุว่า TWAC ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาท้องถิ่นรวม 7 ภาษา เช่น ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย พร้อมฟังก์ชันใหม่ที่สามารถดึงข้อมูลจากหนังสือเดินทางอัตโนมัติ และรองรับการกรอกแบบกลุ่มสูงสุดถึง 16 คนในครั้งเดียว นักเดินทางจะได้รับอีเมลยืนยันหลังลงทะเบียนสำเร็จ โดยแนะนำให้กรอกแบบฟอร์มล่วงหน้าภายใน 3 วันก่อนเดินทาง ใครต้องทำ Taiwan Arrival Card บ้าง? ผู้ที่จำเป็นต้องกรอก Taiwan Arrival Card ล่วงหน้า คือ ชาวต่างชาติที่ไม่ถือสัญชาติไต้หวัน : และไม่มีถิ่นที่อยู่ในไต้หวัน (รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทย) ผู้ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า (Visa-Exempt Entry) : ซึ่งปัจจุบันคนไทยสามารถเดินทางเข้าไต้หวันได้โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า และต้องพำนักไม่เกิน 90 วัน ผู้ที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว : หรือติดต่อธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตพำนักระยะยาว ข้อควรรู้ : ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถขอใบ Arrival Card ฉบับกระดาษมากรอกที่สนามบินได้ แต่การกรอกออนไลน์ล่วงหน้าถือเป็นทางเลือกที่ สะดวกและรวดเร็วที่สุด ต้องกรอกข้อมูลอะไรบ้าง? เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนกดส่ง การกรอก Taiwan Arrival Card ออนไลน์นั้นใช้เวลาไม่นานครับ เพียงแค่เตรียมข้อมูลพื้นฐานให้ครบถ้วนตามรายการเหล่านี้ 1. ข้อมูลส่วนตัว : ชื่อ-นามสกุล: ตามที่ปรากฏในหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด สัญชาติ: (Thai) เพศ หมายเลขหนังสือเดินทาง (Passport Number) ที่อยู่อีเมล์ที่ถูกต้อง อาชีพ และหมายเลขโทรศัพท์ 2. ข้อมูลการเดินทาง : หมายเลขเที่ยวบิน (Flight/Vessel No.): เช่น TG634 หรือ VZ560 วันที่คาดว่าจะเดินทางมาถึงไต้หวัน (Arrival Date) วัตถุประสงค์ในการเยือน (Purpose of Visit): เช่น Tourism (ท่องเที่ยว) หรือ Business (ธุรกิจ) 3. ข้อมูลที่พักในไต้หวัน : ที่อยู่/ชื่อโรงแรม (Address/Hotel Name): กรุณากรอกชื่อโรงแรมหรือที่พักแห่งแรกให้ชัดเจน เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบ ข้อแนะนำ : เราสามารถเข้าสู่เว็บไซต์ของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน (National Immigration Agency) เพื่อกรอกข้อมูลล่วงหน้าได้เลย ข้อมูลที่บันทึกไว้จะถูกส่งเข้าสู่ระบบทันที ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการกรอกเอกสารที่สนามบินอีกต่อไป ====================

กสทช. บังคับใช้ระบบ Liveness Detection เปิดซิมการ์ดใหม่ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร
อ่าน

กสทช. บังคับใช้ระบบ Liveness Detection เปิดซิมการ์ดใหม่ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

จากข่าวที่ว่าเหล่ามิจฉาชีพหันมาใช้ "ซิมม้า" และ "บัญชีม้า" เป็นช่องทางก่ออาชญากรรม ทำให้ กสทช. ต้องยกระดับความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น ด้วยการบังคับใช้เทคโนโลยี Liveness Detection สำหรับการลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่อาจดูน่าสับสนสำหรับหลายคน บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยีนี้ให้มากขึ้นครับ Liveness Detection คืออะไร? Liveness Detection เป็นเทคโนโลยีสุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อ "ตรวจจับความมีชีวิต" ของบุคคลที่กำลังทำการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า โดยระบบจะทำงานแบบเรียลไทม์เพื่อวิเคราะห์การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ที่บ่งบอกว่าบุคคลนั้นๆ มีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่ภาพปลอมแปลง ลองนึกภาพว่าคุณกำลังใช้สมาร์ทโฟนสแกนใบหน้าเพื่อลงทะเบียนซิม ระบบนี้จะสั่งให้คุณกระพริบตา ขยับศีรษะ หรืออ้าปาก เพื่อดูว่าใบหน้าบนหน้าจอมีการตอบสนองแบบเดียวกับมนุษย์จริงหรือไม่ ซึ่งนี่คือความฉลาดของระบบที่จะช่วยป้องกันการสวมรอยจากภาพถ่าย, วิดีโอ, หน้ากาก หรือแม้แต่รูปปั้นที่ทำขึ้นมาอย่างแนบเนียน ทำไมต้องใช้ Liveness Detection? และจะช่วยอะไรได้บ้าง? เหตุผลหลักก็คือการ "ป้องกันการสวมรอย" และ "สร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์" ให้แข็งแกร่งขึ้น จากเดิมที่การลงทะเบียนซิมต้องใช้เพียงแค่เอกสารอย่างบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ซึ่งมีโอกาสที่มิจฉาชีพจะนำเอกสารปลอมแปลงหรือเอกสารของผู้อื่นมาใช้ได้ แต่เมื่อมีการใช้ Liveness Detection เข้ามาเสริม ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนจะต้องเป็นบุคคลที่มีชีวิตจริงเท่านั้น ซึ่งเป็นการปิดประตูการใช้ "ซิมม้า" ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ประโยชน์ของมันยังไม่จำกัดแค่การลงทะเบียนซิมเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะนำไปใช้ในวงการอื่นๆ ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง เช่น: การทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์: ช่วยยืนยันตัวตนก่อนการโอนเงินหรือเปิดบัญชี การเข้าถึงข้อมูลสำคัญ: ใช้ยืนยันตัวตนเพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน ใครบ้างที่ต้องลงทะเบียน? และไปที่ไหน? การบังคับใช้เทคโนโลยีนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป และทุกคนที่มีความประสงค์จะ "ลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ทุกประเภท" ไม่ว่าจะเป็นซิมแบบเติมเงินหรือแบบรายเดือน จะต้องเข้ารับการยืนยันตัวตนด้วยระบบ Liveness Detection นี้ ส่วนสถานที่ในการลงทะเบียนก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก คุณสามารถไปได้ที่ ศูนย์บริการของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกค่าย ไม่ว่าจะเป็น AIS, True, NT หรือผู้ให้บริการอื่นๆ รวมถึง ร้านค้าตัวแทน ที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากผู้ให้บริการด้วยเช่นกัน นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่ายในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อปกป้องประชาชนทุกคนจากภัยร้ายทางไซเบอร์ครับ Credit : กสทช.

เตรียมกดบัตร! ตั๋วคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ที่กาญจนบุรี พร้อมเปิดขาย 24 ส.ค
อ่าน

เตรียมกดบัตร! ตั๋วคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ที่กาญจนบุรี พร้อมเปิดขาย 24 ส.ค

บัตรเข้าชมศึกฟุตบอลคิงส์ คัพ ครั้งที่ 51 ที่จังหวัดกาญจนบุรี เตรียมเปิดจำหน่ายวันแรก 24 สิงหาคมนี้ ราคา 200-300 บาท ฝ่ายจัดการแข่งขัน เตรียมเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 51 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 กันยายน 2025 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี (กลีบบัว) โดยบัตรเข้าชมราคา 200-300 บาท รองรับที่นั่งกว่า 12,000 - 14,000 ที่นั่ง มีรายละเอียด ดังนี้ การจำหน่ายทาง ONLINE ระหว่างวันที่ 2426 สิงหาคม 2568 หรือจนกว่าบัตรจะหมด ทาง Application The Concert การจำหน่ายแบบ ONSITE ระหว่างวันที่ 2728 สิงหาคม 2568 ในเวลา 09.00 15.00 น. ที่สำนักงาน อบจ.กาญจนบุรี แฟนบอลที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายการท่องเที่ยว กองการท่องเที่ยวและกีฬา องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี โทร. 0 3451 2477-8 ,0 3451 2577-8 ต่อ 3107 หรือทางเพจ Facebook : องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี สำหรับศึกฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 มี 4 ชาติเข้าร่วมแข่งขัน ประกอบไปด้วย ทีมชาติไทย, ทีมชาติอิรัก, ทีมชาติฮ่องกง และ ทีมชาติฟิจิ โดยจะมีพิธีจับสลากประกบคู่ในวันพุธที่ 13 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 น ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี รอบรองชนะเลิศ : 4 กันยายน 2568 รอบชิงชนะเลิศ : 7 กันยายน 2568 ทุกนัดจะแข่งขันกันที่ สนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี (กลีบบัว) ข่าวที่เกี่ยวข้อง OFFICIAL : จ.กาญจนบุรี คว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ปลื้มกระแสแฟนภาคใต้! มาดามแป้ง เปรยคิงส์ คัพปีหน้าอาจจัดต่างจังหวัดอีก

สมช. ชี้แจงหลักเกณฑ์ให้สัญชาติชนกลุ่มน้อย-กลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ใช่แย่งสิทธิคนไทย
อ่าน

สมช. ชี้แจงหลักเกณฑ์ให้สัญชาติชนกลุ่มน้อย-กลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ใช่แย่งสิทธิคนไทย

สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เผยแพร่ข้อมูลชี้แจง เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักรไม่ได้เป็นต่างด้าวหน้าใหม่ แต่คือผู้ที่อยู่ในสังคมไทยมานาน หลายครอบครัวอยู่กันมารุ่นต่อรุ่น- การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 มีมติอนุมัติให้เสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาสถานะของชนกลุ่มน้อย/กลุ่มชาติพันธุ์ 19 กลุ่มที่อาศัยและอพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน รวมทั้งกลุ่มบุตรหลานของคนกลุ่มดังกล่าวที่เกิดและเติบโตในประเทศไทย ใช้ชีวิตร่วมกับคนไทยอย่างสงบ สันติสุข และมีความผูกพันกับแผ่นดินนี้โดยแท้จริง ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่เสนอ- ในความเป็นจริง กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นต่างด้าวหน้าใหม่ แต่คือ ผู้ที่อยู่ในสังคมไทยมานาน หลายครอบครัวอยู่กันมารุ่นต่อรุ่น โดยไม่มีสถานะทางกฎหมายที่แน่นอน ดังนั้น การให้สถานะหรือสัญชาติกับบุคคลกลุ่มนี้ จึงไม่ใช่การให้ใครก็ได้เข้ามาแล้วรับสิทธิในทันที โดยเฉพาะ แรงงานต่างด้าวจากเมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม- มติคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้มุ่งหมายแก้ปัญหาที่เกี่ยวเนื่องจากสถานะบุคคลตามกฎหมายที่ไม่ชัดเจนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยกำหนดเงื่อนไขการได้สถานะอย่างชัดเจนและรัดกุมรอบคอบให้เฉพาะกลุ่มเป้าหมายชนกลุ่มน้อย/กลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งได้รับการสำรวจ คัดกรอง และพิสูจน์เพื่อพัฒนาสถานะของบุคคล ปรากฏรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของกรมการปกครองแล้ว ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวกำหนดกรอบระยะเวลาใช้บังคับ 1 ปี ซึ่งผู้ยื่นคำขอจะต้องรับรองคุณสมบัติของตนเอง โดยหากให้ข้อมูลเท็จหรือพบพฤติการณ์ที่เป็นภัยจะถูกเพิกถอนสถานะในภายหลัง การได้สถานะ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ- การได้สถานะ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ 1) การได้ใบสำคัญถิ่นที่อยู่เพื่ออาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยอย่างถาวรและถูกต้องตามกฎหมายของกลุ่มชนกลุ่มน้อย/กลุ่มชาติพันธุ์ที่อพยพเข้าไทย 19 กลุ่ม จำนวน 340,101 คน และ 2) การได้สัญชาติไทยของบุตรชนกลุ่มน้อย/กลุ่มชาติพันธุ์ที่เกิดในไทย จำนวน 143,525 คน- ค่าธรรมเนียมในการดำเนินการต่าง ๆ ของทางราชการ กำหนดอยู่ที่ 900 บาท สำหรับผู้ยื่นคำขอเพื่อให้ได้ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ และ 100 บาท สำหรับผู้ยื่นคำขอเพื่อรับบัตรประจำตัวประชาชนดังนั้น หากมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเกินอัตรา หรือค่าใช้จ่ายอื่นใด โปรดแจ้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กรมการปกครอง หรือศูนย์ดำรงธรรม เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อป้องกันและปราบปรามผู้ไม่มีคุณสมบัติเข้ามาแสวงประโยชน์หรือถูกหลอกลวง และผู้ฉวยโอกาสแอบอ้างให้ความช่วยเหลือเพื่อหวังผลประโยขน์โดยมิชอบ การให้สถานะไม่ใช่การแย่งสิทธิคนไทย เป็นการทำให้ทุกคนที่อาศัยอยู่ร่วมกันมีความชัดเจนในกฎหมายดังนั้น การให้สถานะจึงไม่ใช่การแย่งสิทธิคนไทย แต่เป็นการทำให้ทุกคนที่อาศัยอยู่ร่วมกันมีความชัดเจนในกฎหมาย เพื่อให้รัฐบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ ลดช่องโหว่การเอารัดเอาเปรียบ และที่สำคัญคือ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนที่อาศัยอยู่ในประเทศเดียวกันให้เป็นธรรมและมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามหลักสิทธิมนุษยชน การรักษาความมั่นคง และผลประโยชน์แห่งชาติ

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

รถไฟฟ้า 20 บาท! ดีเดย์ลงทะเบียนผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" ส.ค. เช็กเงื่อนไขที่นี่
อ่าน

รถไฟฟ้า 20 บาท! ดีเดย์ลงทะเบียนผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" ส.ค. เช็กเงื่อนไขที่นี่

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยถึงความคืบหน้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายว่า ขณะนี้ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยปัจจุบันนี้สายสีม่วง และสีแดงเริ่มใช้สิทธิ์ 20 บาท ส่วนสายอื่นจะใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 68 หรือตามมติคณะรัฐมนตรีโดยเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการ ประชาชนผู้ที่ต้องการใช้บริการต้องลงทะเบียน ผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนภายในเดือน ส.ค. 68 เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่มีสัญชาติไทย โดยระบุเลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรโดยสาร (Rabbit Card ที่ลงทะเบียน) ที่จะใช้งานกับระบบรถไฟฟ้า ผ่านแอป "ทางรัฐ" ทั้งนี้ บัตรที่ได้รับการยืนยันการลงทะเบียนจะได้สิทธิโดยอัตโนมัติ เมื่อใช้งานหลังจากเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 68 หรือตามมติ ครม. ครอบคลุมทั้งโครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบไปด้วย รถไฟฟ้าสายสีเขียว,สีทอง,สีเหลือง,สีชมพู,สีน้ำเงิน,สายสีม่วง,สายสีแดง และ สายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL)พร้อมขอย้ำว่าประชาชนผู้ใช้บริการ นอกจากลงทะเบียนยืนยันตัวบุคคลแล้ว จำเป็นต้องผูกบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรโดยสาร หากระบุไม่ครบตามเงื่อนไขจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ และไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์บุคคลที่ลงทะเบียนอนึ่ง แอปฯ "ทางรัฐ" ประชาชนสามารถโหลดได้ทั้ง iOS และ Android ส่วนประชาชนที่ลงทะเบียนหลังเดือน ก.ย. 68 ยังสามารถใช้สิทธ์ได้ แต่หากไม่ได้ลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐ หรือไม่มีใช้งานบัตรที่ได้ลงทะเบียนไว้จะต้องจ่ายตามอัตราปกติ สำหรับการใช้บริการรูปแบบบัตร Rabbit Card ใช้ได้กับสายสีเขียว, สีทอง, เหลือง, ชมพู ขณะที่บัตร EMV Contactless (Visa/Mastercard) ใช้กับ 6 สาย คือ สายสีแดง, น้ำเงิน, ม่วง, ชมพู, เหลือง, ARL (ไม่รวมสีทองและสีเขียว)คาดว่าในอนาคตจะมีการเปิดระบบสแกน QR Code ในมือถือแทนการใช้บัตร เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนทุกภาคส่วนนายพิเชฐ กล่าวต่อว่า รัฐจะใช้เงินสนับสนุนจากกองทุนตั๋วร่วมหรือแหล่งเงินอื่นตามมติ ครม. ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางราง พร้อมรับนโยบาย และเร่งดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย สามารถใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสนับสนุนให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น ดังนั้น ขอให้ประชาชนเตรียมบัตรประชาชน, บัตรโดยสาร และดาวน์โหลดแอปทางรัฐให้พร้อมลงทะเบียนรับสิทธิ์ และใช้สิทธิ์พร้อมกันในวันที่กำหนด

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ “นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย” ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6 ล่วงหน้า
อ่าน

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ “นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย” ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6 ล่วงหน้า

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เตรียมเปิดบริการระบบดิจิทัลสำหรับการลงทะเบียนเดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) โดยระบบนี้จะใช้สำหรับการลงทะเบียนของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าหรือออกจากประเทศไทยทุกช่องทาง ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ โดยจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ ระบบ TDAC จะเปิดให้ชาวต่างชาติสามารถกรอกข้อมูลได้ล่วงหน้า 3 วัน ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย โดยต้องกรอกข้อมูลเอกสารเดินทาง เช่น หนังสือเดินทาง ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทาง และสถานะทางสุขภาพ ซึ่งไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบบัตรขาเข้าออนไลน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับมาตรการของหลายประเทศการลงทะเบียนผ่านระบบ TDAC สามารถทำได้ที่เว็บไซต์ http://tdac.immigration.go.th หรือสแกน QR code โดยผู้ที่ลงทะเบียนจะได้รับอีเมลยืนยันและต้องแสดงเอกสารยืนยันการลงทะเบียนเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย นอกจากนี้ เว็บไซต์ยังรองรับการใช้งานใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เกาหลี รัสเซีย และญี่ปุ่น และได้มีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น แผ่นพับและคลิปวิดีโอแนะนำการใช้งานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ E-Visa ของกรมการกงสุล และระบบคัดกรองโรคของกรมควบคุมโรค เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางเข้าประเทศไทย

เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้
อ่าน

เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งเตือนประชาชนระวังSMS M-Flow ปลอม ซึ่งหลอกแนบลิงก์อ้างว่ามี "บิลรอดำเนินการ" โดยยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรายงานผลการเฝ้าระวังข่าวระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2568 พบข้อความต้องตรวจสอบทั้งหมด 599 ข้อความ จากข้อความที่เข้ามากว่า 837,000 ข้อความ โดยข่าวปลอมอันดับ 1 คือเรื่อง "M-Flow ส่ง SMS แนบลิงก์ แจ้งมีบิลที่กำลังรอดำเนินการ" กระทรวงดีอีได้ประสานกับกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบและยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการแอบอ้างโดยมิจฉาชีพที่ต้องการหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์ปลอม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือหลอกให้โอนเงินประชาชนที่ใช้บริการ M-Flow สามารถตรวจสอบและชำระค่าบริการได้ผ่าน 3 ช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น ได้แก่แอปพลิเคชัน MFlowthaiLine Official : @mflowthaiเว็บไซต์ www.mflowthai.comกระทรวงดิจิทัลฯ ยังเน้นย้ำให้ประชาชนอย่าแชร์หรือหลงเชื่อข่าวปลอมโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมมีความซับซ้อน และแฝงตัวในสื่อออนไลน์จำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลนอกจาก SMS M-Flow ปลอมแล้ว ยังพบข่าวปลอมอื่นที่น่าเป็นห่วง เช่น การเปิดบัญชี TikTok ปลอมอ้างชื่อธนาคาร, การหลอกให้จองหุ้น, รวมถึงการรับสมัครงานผ่านเพจปลอม ซึ่งล้วนมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงประชาชนทั้งสิ้น

ยื่นภาษี โค้งสุดท้าย! หมดเขตยื่นแบบออนไลน์  8 เมษายนนี้
อ่าน

ยื่นภาษี โค้งสุดท้าย! หมดเขตยื่นแบบออนไลน์ 8 เมษายนนี้

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ใกล้สิ้นสุดกำหนดเวลาการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91 ประจำปี 2567 ซึ่งวันที่ 8 เมษายน 2568 เป็นวันสุดท้ายสำหรับช่องทางการยื่นแบบออนไลน์ ผ่านทาง www.rd.go.th (ระบบ D-MyTax) e-Filing หรือแอปพลิเคชัน RD Smart Tax โดยหลังจากยื่นแบบฯ ยังมีขั้นตอนสำคัญ อาทิ การอัปโหลดเอกสารประกอบ (กรณีที่ต้องยื่นเพิ่มเติม) การตรวจสอบสถานะเงินคืนผ่านพร้อมเพย์ การผ่อนชำระภาษี สำหรับผู้ที่ต้องการแบ่งจ่าย รวมทั้งการตรวจสอบย้อนหลังจากกรมสรรพากรสำหรับวิธีตรวจสอบสถานะคืนภาษี ผู้เสียภาษีสามารถติดตามความคืบหน้าของการพิจารณาคืนภาษีได้ด้วยตนเองผ่านทาง www.rd.go.th (ระบบ D-MyTax) เช็กเงินคืนภาษีทำได้ผ่านเว็บไซต์และมือถือ โดยมีขั้นตอน ดังนี้1) เข้าเว็บไซต์ rd.go.th เลือกระบบ Digital MyTax (D-MyTax) 2) เข้าสู่ระบบด้วย RD ID พร้อมรหัส Laser ID จากด้านหลังบัตรประชาชน3) เลือกเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลที่ลงทะเบียนไว้เพื่อรับ OTP4) กรอก OTP เพื่อยืนยันตัวตน5) เลือก “ติดตามสถานะขอคืน/นำส่งเอกสาร” นายอนุกูล กล่าวต่อว่า ระยะเวลาการดำเนินการคืนภาษีหากไม่ติดเกณฑ์ตรวจสอบ ผู้ยื่นแบบภาษีจะได้รับเงินผ่านพร้อมเพย์ภายใน 3-5 วันทำการ หากติดเกณฑ์ตรวจสอบผู้ยื่นแบบภาษี เจ้าหน้าที่จะติดต่อขอเอกสารเพิ่มเติม โดยสามารถอัปโหลดไฟล์ข้อมูลผ่านระบบ D-MyTax และส่งทางไปรษณีย์ หรือโทรสารตามที่อยู่ในใบนำส่งเอกสารทั้งนี้ การผ่อนชำระภาษี กรมสรรพากร เปิดให้ผ่อนชำระได้ถึง 3 งวด โดยไม่คิดดอกเบี้ยและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ครอบคลุมทั้ง ผู้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ภายใต้เงื่อนไข คือ มีภาษีที่ต้องชำระจำนวนตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป (ทั้งภาษีครึ่งปี และภาษีสิ้นปี) โดยขอผ่อนชำระภาษีได้เป็น 3 งวด เท่าๆ กันสามารถติดต่อขอผ่อนชำระได้ที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาโดยใช้แบบ บ.ช.35 จำนวน 1 ชุด (กรณียื่นแบบกระดาษ) หรือขอผ่อนชำระผ่านทางเว็บไซต์สรรพากร (กรณียื่นภาษีออนไลน์) “สำหรับปีภาษี 2567 ขณะนี้ เหลือเพียงการยื่นแบบออนไลน์เท่านั้น ซึ่งจะหมดเขตในวันที่ 8 เมษายน 2568 นี้ ขอย้ำเตือนให้ผู้มีเงินได้ทุกคน รีบดำเนินการยื่นภาษีให้เรียบร้อย ภายในกำหนดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและบทลงโทษทางกฎหมาย หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสำนักงานสรรพากรใกล้บ้านหรือสถานประกอบการได้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ RD Intelligence Center 1161” นายอนุกูล กล่าวข่าวที่เกี่ยวข้อง- ยื่นภาษี! รัฐบาลเตือนเจตนาหลบเลี่ยงภาษี ถูกจำคุก - ปรับไม่เกิน 200,000 บาท- เปิดบทลงโทษ "พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ - ยูทูบเบอร์" อย่าลืมยื่นภาษี หมดเขต 31 มีนาคม

วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน อัปเดต 2025 ซื้อตั๋วรถไฟจีนยังไง จองตั๋วผ่านแอป
อ่าน

วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน อัปเดต 2025 ซื้อตั๋วรถไฟจีนยังไง จองตั๋วผ่านแอป

เที่ยวจีน ต้องรู้อะไรบ้าง? สายเที่ยวคนไหนอยาก เที่ยวจีนด้วยตัวเอง จำเป็นต้องทราบ วิธีเดินทางด้วยรถไฟจีน ไว้ก่อนเลย เพราะการเดินทางด้วยรถไฟ ถือเป็นระบบขนส่งสาธารณะหลักๆ ของจีนเลยก็ว่าได้ เราจึงขอแชร์ วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน อัปเดต 2025 มาช่วยให้การขึ้นรถไฟของนักท่องเที่ยวมือใหม่ราบรื่นมากขึ้น ตอนนี้ก็ถึงเวลาตามมาส่องกันแล้วค่ะว่า ซื้อตั๋วรถไฟแบบไหนได้บ้าง จองตั๋วผ่านแอปยังไง รู้แล้วเที่ยวได้สบายคอนเฟิร์ม! วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน 2025วิธีเดินทางด้วยรถไฟที่จีน ขึ้นรถไฟจีน 1. วิธีซื้อตั๋วโดยสาร 1.1 ซื้อตั๋วกับเจ้าหน้าที่ เริ่มด้วยวิธีซื้อตั๋วด้วยเงินสดแบบเบสิกที่สุด นั่นก็คือ ซื้อตั๋วรถไฟกับเจ้าหน้าที่ขายตั๋ว ค่ะ ใครไม่มั่นใจกลัวสื่อสารไม่ได้ แนะนำแคปหน้าจอตารางวันเวลา เที่ยวรถไฟ จากสถานีไหนไปที่ไหนให้ครบถ้วน แล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่พร้อมพาสปอร์ตได้เลยค่ะ สำหรับใครที่มีทริปเซี่ยงไฮ้จะซื้อบัตรเดินทางแบบเติมเงิน อย่าง Shanghai Pass ก็สะดวกไปอีกแบบ เพราะบัตรใบนี้สามารถใช้จ่ายค่า รถไฟใต้ดิน รถประจำทาง แท็กซี่ ที่เที่ยว รวมถึงร้านช้อปปิ้งต่างๆ ได้ค่อนข้างครอบคลุมเลยค่ะ 1.2 ซื้อตั๋วผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ มาถึงการ ซื้อตั๋วผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ คุณสามารถซื้อเป็นรายเที่ยวหรือซื้อ บัตร Metro Pass แบบเหมาทั้งวันไม่จำกัดเที่ยว บอกเลยว่า เหมาะกับคนที่ต้องเดินทางหลายๆ ครั้งต่อวันสุดๆ ค่ะ สำหรับขั้นตอนการซื้อตั๋วรายเที่ยวสามารถทำตามนี้ได้เลย สำหรับใครที่ไม่ถนัดภาษาจีน ก็ให้กดเปลี่ยนภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษได้เลยค่ะ ค้นหาสถานีปลายทางที่จะไป แล้วกดเลือก (ควรตรวจสอบเส้นทางรถไฟและการเปลี่ยนสถานีไว้ล่วงหน้า) เลือกจำนวนบัตรโดยสารที่ต้องการซื้อ กดเลือกวิธีการชำระเงิน ซึ่งสามารถจ่ายได้ทั้งเงินสด และสแกนจ่ายผ่านแอป Alipay, Wechat ได้ รับบัตรโดยสาร 1.3 จองตั๋วออนไลน์ผ่านแอป วันนี้เรา การซื้อตั๋วด้วย Alipay กับ Wechat ควรมีแอปนี้ติดเครื่องไว้เลย เพราะที่จีนใช้ 2 แอปนี้เป็นหลัก สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟ เราขอแนะนำ Alipay ค่ะ แต่ต้องสมัครและผูกบัตรเครดิตหรือ Travel card ไว้ก่อนนะคะ และวิธีใช้ Alipay กับการเดินทางด้วยรถไฟจีน ทำได้ 2 วิธีดังนี้ การเดินทางภายในเมือง วิธีแรกคือ สแกนเข้าสถานีด้วย Alipay เหมาะจะใช้กับการเดินทางด้วยรถไฟภายในเมือง เริ่มด้วยเข้าสู่แอปหน้าหลัก แล้วเลือก หมวด Transport Metro แล้วกด เมนู Transport ด้านบนเพื่อเลือกเมืองที่จะไป จากนั้นกด View จะขึ้นเมนู Select Metro Card กด Activate แล้วจึงกดยอมรับเงื่อนไขต่างๆ ก่อนเลือก Agree and obtain Card ค่ะ ต่อมาใส่รหัสชำระเงินที่เคยลงทะเบียนไว้ Use now เท่านี้ก็จะได้ QR Code ของเมืองปลายทางแล้ว ซึ่งวิธีใช้ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วย เพียงสแกน QR Code ผ่านช่องตรวจตั๋วในสถานีรถไฟในเมืองนั้นๆ ก็เป็นอันเสร็จ ซื้อตั๋วเดินทางระหว่างเมือง สำหรับการซื้อตั๋วรถไฟข้ามเมือง แอป Alipay ก็ทำได้เช่นเดียวกันค่ะ เพียงเข้าสู่หน้าหลักเลือก Trip Airline Ticket Trains จากนั้นใส่ วันที่ สถานีต้นทาง ปลายทาง เลือกแบบขาไปเที่ยวเดียวหรือขากลับแล้ว กด Search ก็จะขึ้นเวลาและเที่ยวรถไฟให้เลือก ตรงนี้ควรดูสถานีต้นทางให้แม่นยำด้วยนะคะ พอกดเลือกเวลาที่ต้องการก็จะขึ้นที่นั่งให้เลือกจอง จากนั้น กด Book ได้เลย รอสักครู่ก็จะเข้าสู่หน้าเพิ่มผู้โดยสาร กด Add/Edit Passengers แล้วกรอกข้อมูลให้ครบ โดยต้องตรงกับ Passport ของเราด้วยนะคะ ก็จะมาสู่หน้า Passenger info ใครไปหลายคนก็สามารถกรอกรายละเอียดผู้โดยสารเพิ่มได้อีก แล้วจึงกด OK ในส่วนของ Contact info ให้ใส่ ชื่อ อีเมล เบอร์โทร ให้ครบได้เลย จากนั้นให้เลื่อนลงมาเลือกตำแหน่งที่นั่ง กด Continue และ Pay now เพื่อชำระเงินตามลำดับ 2. สแกนกระเป๋าเข้าสถานี ก่อนจะขึ้นรถไฟจะต้องผ่านการตรวจสแกนสัมภาระกับเจ้าหน้าที่ก่อนค่ะ โดยเฉพาะรถไฟใต้ดิน ความเข้มมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือ สัมภาระที่เป็นของเหลว ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ น้ำ ต้อง ไม่เกิน 120-150 ml. นะคะ ไม่อย่างนั้นต้องทิ้งนะทุกคน แต่ขอกระซิบว่า บางเคสถ้าเป็นน้ำดื่ม เจ้าหน้าที่อาจให้ดื่มจนหมดก่อนก็มี! 3. เช็กทางออก ชานชาลา และ จุดเชื่อมขบวนต่างๆ การเช็กชานชาลา ทางออก และจุดเชื่อมขบวน ข้อนี้สำคัญมาก! เพราะหากเราตรวจสอบมาก่อนอย่างถูกต้อง รู้ทางออกที่แน่ชัด จะช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยค่ะ ทั้งไม่เสี่ยงกับการขึ้นรถไฟผิดขบวนอีกด้วย 4. เผื่อเวลาในการเดินทาง เที่ยวจีนฉบับมือใหม่ ยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์การนั่งรถไฟในจีน ควรเผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อย 40-45 นาทีค่ะ เพื่อได้มีเวลาตรวจสอบตั๋ว เส้นทางรถไฟ สถานีที่ต้องแวะ จบปัญหาขึ้นรถไฟผิดสาย ตกขบวนรถไฟไปได้เลย! 5. ขึ้นรถไฟ พร้อมเช็กสถานีปลายทาง ขณะเดินทางด้วยรถไฟ แนะนำว่า ควรเช็กสถานีปลายทางหรือสถานีที่ต้องแวะไว้ด้วยค่ะ จะได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนลงสถานีปลายทางที่ต้องการ ================= ที่เที่ยวจีน ที่น่าสนใจอื่นๆ เที่ยวจีน เช็กอิน 7 ที่เที่ยวปักกิ่ง Beijing อัปเดต 2025 ไปปักกิ่ง เที่ยวไหนดี 7 เมืองน่าเที่ยวในจีน สำหรับมือใหม่ ไปจีนครั้งแรกเที่ยวไหนดี?

อย่าช้า! เปิดขายแล้ว ตั๋วแมตช์ ไทย ปะทะ ศรีลังกา ประเดิมคัดเอเชียน คัพ
อ่าน

อย่าช้า! เปิดขายแล้ว ตั๋วแมตช์ ไทย ปะทะ ศรีลังกา ประเดิมคัดเอเชียน คัพ

บัตรเข้าชมแมตช์ระหว่าง ทีมชาติไทย เปิดบ้านกับ ศรีลังกา เปิดขายแล้ว ก่อนที่ทั้งคู่จะลงดวลแข้งกันในศึกเอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก นัดแรก ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ ไทย ทิคเกต เมเจอร์ เปิดขายบัตรเข้าชม เกมระหว่าง "ช้างศึก" ทีมชาติไทย เตรียมลงทำศึกเอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก นัดแรก พบกับ ทีมชาติศรีลังกา ทีมอันดับ 200 ของโลก ซึ่งจะลงฟาดแข้งกันที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 25 มีนาคม 2568 แฟนบอลสามารถซื้อได้ที่ https://bit.ly/4koR5W8 และจุดจำหน่ายไทยทิคเก็ตเมเจอร์ สาขาหลัก 11 สาขา หรือ ทุกช่องทางจำหน่าย โดยราคาบัตรในแต่ละโซนมีดังนี้ W1 ราคา 600 บาท W2 ราคา 450 บาท E1 ราคา 400 บาท E2 ราคา 300 บาท S ราคา 200 บาท N ราคา 200 บาท AWAY ราคา 600 บาท ข่าวที่เกี่ยวข้อง ต้องพร้อมที่สุด! อิชิอิ ประชุมแผนเตรียมทัพช้างศึก ก่อนลุยเอเชียน คัพ คอนเฟิร์ม! ช้างศึก อุ่นเครื่อง อัฟกานิสถาน ก่อนลุยเอเชียน คัพ มี.ค.นี้ โปรแกรมไทยลีก 2024/25 ผลบอล ตารางบอลไทยลีก ลิ้งก์ดูบอลสด

วิธีจองตั๋ว นครชัยแอร์ ออนไลน์ จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์ ขั้นตอนอะไรบ้าง
อ่าน

วิธีจองตั๋ว นครชัยแอร์ ออนไลน์ จองตั๋วรถทัวร์ออนไลน์ ขั้นตอนอะไรบ้าง

ใครที่กำลังจะเดินทางไปต่างจังหวัด รถทัวร์ ก็เป็นอีกเส้นทางที่สะดวกสบายค่ะ โดยเฉพาะ รถทัวร์นครชัยแอร์ ซึ่งเป็นที่นิยมมากๆ ในการเดินทาง ตามเรามา อัปเดต วิธีจองตั๋วรถทัวร์ นครชัยแอร์ ออนไลน์ ว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง ชำระเงินผ่านช่องทางไหน มาเช็กกันก่อนจองได้เลย! 🚌 nitinut380 / Shutterstock.com นครชัยแอร์ วิธีจองตั๋วรถทัวร์ ออนไลน์ ใครที่มีแผนการเดินทางด้วยรถทัวร์ และเลือกใช้ รถทัวร์นครชัยแอร์ สามารถ ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ 120 วัน ทุกเส้นทาง และเลือกชำระเงินได้หลายช่องทาง อย่างสะดวกสบายค่ะ การจองตั๋วรถทัวร์นครชัยแอร์ แบ่งเป็น 4 ช่องทาง คือ 1. ขั้นตอนจองตั๋ว ผ่าน LINE@ เพิ่มนครชัยแอร์เป็นเพื่อนจาก LINE@ โดยพิมพ์ @nakhonchaiair จากหน้าเพิ่มเพื่อนจาก ID/ โทรศัพท์ หรือ เพิ่มโดยการ Scan QR Code หรือที่ ลิงค์ https://page.line.me/pfx4747i ให้บริการจองตั๋วผ่าน Line ทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. ทำรายการจองตั๋วโดยการ Chat สนทนากับเจ้าหน้าที่ โดยระบุข้อมูล และส่งให้เจ้าหน้าที่เมื่อต้องการจองตั๋วระบุข้อมูลต่อไปนี้เพื่อส่งเจ้าหน้าที่1. ชื่อ - นามสกุลผู้โดยสาร2. เลขที่สมาชิก (หากไม่มีพิมพ์ ไม่เป็นสมาชิก)3. เส้นทาง (ขาไป) เช่น จาก กรุงเทพฯ ไป ขอนแก่น วันที่เดินทาง และ เที่ยวเวลา4. เส้นทาง (ขากลับ) เช่น จาก ขอนแก่น ไป กรุงเทพฯ วันที่เดินทาง และ เที่ยวเวลา5. จำนวนผู้โดยสารที่เดินทาง6. ที่นั่งประจำ / ที่นั่งที่ชอบ7. เลือกรับอาหาร ปกติ หรือ อาหารเจ / อิสลาม / อาหารเด็ก * หมายเหตุ : บริการนี้เป็นบริการเพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเพื่อความเหมาะสมโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ================ 2. ขั้นตอนจองตั๋วผ่าน Facebook เพิ่มเพื่อนโดย เข้าไปที่ Facebook ที่ช่องค้นหา พิมพ์ @nakhonchaiair.official กด "ถูกใจ" หรือใช้โปรแกรม Scan QR Code เพื่อรับลิ้งค์กดเข้าหน้า Facebook Pages นครชัยแอร์ ให้บริการจองตั๋วผ่าน Facebook ทุกวัน เวลา 09.00-19.00 น. ทำรายการจองตั๋วโดยสารผ่านการ Chat คุยกับเจ้าหน้าที่ในเมนู "ข้อความ" โดยระบุข้อมูลต่อไปนี้ส่งมายังเจ้าหน้าที่ เมื่อต้องการจองตั๋วระบุข้อมูลต่อไปนี้เพื่อส่งเจ้าหน้าที่1. ชื่อ - นามสกุลผู้โดยสาร2. เลขที่สมาชิก (หากไม่มีพิมพ์ ไม่เป็นสมาชิก)3. เส้นทาง (ขาไป) เช่น จาก กรุงเทพฯ ไป ขอนแก่น วันที่เดินทาง และ เที่ยวเวลา4. เส้นทาง (ขากลับ) เช่น จาก ขอนแก่น ไป กรุงเทพฯ วันที่เดินทาง และ เที่ยวเวลา5. จำนวนผู้โดยสารที่เดินทาง6. ที่นั่งประจำ / ที่นั่งที่ชอบ7. เลือกรับอาหาร ปกติ หรือ อาหารเจ / อิสลาม / อาหารเด็ก ================ 3. ขั้นตอนจองตั๋วผ่านเว็บไซต์ เข้าเว็บไซต์ https://www.nakhonchaiair.com1. เลือกจังหวัดต้นทาง2. เลือกจังหวัดปลายทาง3. ระบุวันที่ต้องการเดินทาง (เที่ยวเดียว / ไป-กลับ)4. ระบุจำนวนผู้โดยสาร5. กดปุ่มค้นหา เลือกประเภทรถ และเที่ยวเวลา กรอกข้อมูลผู้โดยสาร1. หมายเลขบัตรประชาชน2. เลือกเพศ3. กรอกชื่อ-นามสกุล4. ระบุเบอร์โทรศัพท์5. กรอกอีเมล6. เลือกประเภทอาหาร (ไม่ระบุ / เจ / อิสลาม) เลือกที่นั่ง1. ที่นั่งริมทางเดิน2. ที่นั่งริมหน้าต่าง3. ที่นั่งสำหรับสุภาพสตรี (Lady Zone) อยู่บริเวณแถว 3 ของรถโดยสาร 3A 3B 3C 3D ตรวจสอบข้อมูลการจอง และเลือกวิธีชำระเงิน1. ชำระผ่านบัตรเครดิต / เดบิตชำระด้วย QR Code ผ่านแอปพลิเคชั่นธนาคาร (ไม่มีค่าธรรมเนียม)2. ชำระด้วย Rabbit Line Pay (ไม่มีค่าธรรมเนียม)3. นำรหัสจอง ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิซ (ร้าน 7-11) 4. นำรหัสจอง ชำระผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงเทพ5. นำรหัสจอง ชำระผ่านแอปพลิเคชั่น Bualung mbangking ชำระเงินหลังชำระเงิน ระบบจะแสดงหน้าตั๋วให้ลูกค้า ท่านสามารถบันทึกภาพ หรือพิมพ์ตั๋วโดยสารเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเดินทางได้ ================ 4. ขั้นตอนจองตั๋วผ่านแอปพลิเคชัน ซื้อตั๋วผ่าน Application "NCA Mobile" เข้าสู่ระบบ แอปพลิเคชัน NCA Mobile เลือกเมนู ซื้อตั๋ว/จองตั๋ว/ดูเที่ยวเวลา เลือกข้อมูลในการจองตั๋ว1. ประเภทตั๋ว2. เส้นทาง (จุดขึ้น-ลง)3. วันที่เดินทาง4. จำนวนที่นั่ง5. รูปแบบการชำระเงิน nitinut380 / Shutterstock.com เลือกเที่ยวเวลาเดินรถ และประเภทรถโดยสาร เลือกตำแหน่งที่นั่ง กรอกอีเมล์ ระบุข้อมูลผู้โดยสาร1. ชื่อ-นาสกุล2. เบอร์โทรศัพท์3. เลือกประเภทอาหาร (ปกติ/เจ/อิสลาม) ยืนยันการจองสามารถตรวจสอบรายละเอียดการจอง และกดยอมรับเงื่อนไข ระบบจะแสดงรหัสการจอง เพื่อนำรหัสไปแจ้งชำระเงินได้ที่ 7-11 ทุกสาขาสลิปใบเสร็จ 7-11 ใช้แทนตั๋วโดยสารขึ้นรถได้ ================ วิธีชำระเงิน ซื้อตั๋วรถทัวร์นครชัยแอร์ จองตั๋ว แล้วชำระเงินทันที ชำระเงินผ่าน QR Code สแกนจ่ายได้ทุกธนาคาร ชำระเงินผ่าน LINE PAY ชำระเงินผ่าน บัตรเครดิต/เดบิต จองตั๋ว แล้วชำระเงินภายหลัง ลูกค้าจะได้รับรหัสจอง 8 หลัก สำหรับชำระเงินผ่านช่องทาง- เคาน์เตอร์เซอร์วิส (ร้าน 7-11)- แอปพลิเคชั่น Bualung mbankingเลือกเมนูจ่ายบิล -เลือกผู้ให้บริการ - หมวดหมู่ (จองตั๋ว/จองสินค้า)- บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด - กรอกรหัสจอง แล้วชำระเงิน ================ ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจาก นครชัยแอร์

วิธีซื้อสินค้าผู้ชายในเซเว่น  ให้ลดหย่อนภาษี 2568 Easy E-Receipt ออกใบกำกับภาษีได้
อ่าน

วิธีซื้อสินค้าผู้ชายในเซเว่น ให้ลดหย่อนภาษี 2568 Easy E-Receipt ออกใบกำกับภาษีได้

เปิดเทคนิคช้อปสินค้าผู้ชายในเซเว่นแบบคูลๆ พร้อมวิธีลดหย่อนภาษีปี 2568 ด้วย Easy E-Receipt เมื่อซื้อสินค้าใน 7-ELEVEN ถ้าคุณเป็นผู้ชายสายช้อปที่ชอบความคุ้มค่า ต้องไม่พลาดโอกาสนี้! ปี 2568 เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ก็เข้าร่วมEasy E-Receipt ที่ช่วยให้คุณลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 50,000 บาท แถมยังได้ซื้อของใช้และของกินที่คุณชอบไปพร้อมๆ กัน ง่ายแบบนี้ ไม่ลองไม่ได้แล้ว มีขั้นตอนขอใบกำกับภาษีเซเว่นอย่างไรบ้าง เรามีคำตอบมาให้แล้ว ขอบอกว่าง่ายสุดๆ ไปเลย วิธีลดหย่อนภาษี 2568 Easy E-Receipt ออกใบกำกับภาษี เมื่อซื้อสินค้าที่เซเว่น 7-ELEVEN ขั้นตอนง่ายๆ ขอใบกำกับภาษี เมื่อซื้อสินค้าที่เซเว่น 7-ELEVEN สมาชิก All Member: เปิด 7App แล้วกดขอใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมใบกำกับภาษีได้เลย ง่ายสุดๆ ลูกค้าทั่วไป: แค่แจ้งพนักงานที่เคาน์เตอร์และยื่นบัตรประชาชน คุณก็ขอใบกำกับภาษีได้ทันที ช้อปผ่าน 7-Eleven Delivery: หลังจากของมาส่งแล้ว เข้าไปที่หน้าประวัติคำสั่งซื้อ แล้วกดขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้เลย สั่งของผ่าน All Online: ก่อนกดสั่งซื้อ อย่าลืมเลือกขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในหน้าจอคำสั่งซื้อ วิธีกดขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ในแอป 7-Eleven เพลิดเพลินกับการช้อปสินค้าผู้ชายมากมาย ลดภาษีสุดคุ้ม! 6 น้ำหอมเซเว่น สำหรับผู้ชาย แบรนด์ไหนดี 2025 หอมติดทนนาน ราคาไม่แพง ครีมซองเซเว่น ผู้ชาย ยี่ห้อไหนดี ช่วยบำรุง ซึมไว ไม่เหนอะผิว แจกคูปองเซเว่น ชี้เป้าสินค้าผู้ชายน่าช้อปใน 7-ELEVEN รวมไอเทมเสริมหล่อด่วนใน 7-ELEVEN ซื้อง่าย ใช้ได้ทันใจ แจกคูปองเซเว่น ช้อปส่วนลดไอเทมแก้ปวดเมื่อยสำหรับผู้ชายสายฟิตเนส รวมไอเทมเสริมมั่นใจชายในเซเว่น ดับกลิ่นปากแบบเร่งด่วน ไปไหนก็มั่นใจ รวมธัญพืชอัดแท่งสำหรับผู้ชายสายสุขภาพใน 7-ELEVEN พร้อมส่วนลดลูกค้าทรู อาหารโปรตีนสูงหาซื้อง่ายใน 7-11 สำหรับผู้ชายสายออกกำลังกาย -------------------------------------------------

“เผ่าภูมิ” เผย “เงินหมื่น”เฟสสอง โอน 27 ม.ค. เช็คสิทธิ 22 ม.ค. ผ่านแอปทางรัฐ
อ่าน

“เผ่าภูมิ” เผย “เงินหมื่น”เฟสสอง โอน 27 ม.ค. เช็คสิทธิ 22 ม.ค. ผ่านแอปทางรัฐ

เผ่าภูมิ เผย เงินหมื่นเฟสสอง พร้อมโอน 27 ม.ค. เช็คสิทธิ 22 ม.ค. ผ่านทางรัฐ แนะรีบผูกพร้อมเพย์และเช็คสิทธิให้เรียบร้อย กรณีตกหล่ยรัฐจะโอนซ้ำให้ 3 ครั้ง #ทันหุ้น นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลจะสนับสนุนเงินจำนวน 10,000 บาทต่อคนในเฟสที่สองแก่ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีที่ผูกพร้อมเพย์ในวันที่ 27 มกราคมนี้ ผู้สูงอายุที่มีสิทธิได้รับเงินในโครงการฯ จะได้รับเงิน 10,000 บาท ผ่านบัญชีเงินฝากที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น (ไม่สามารถรับเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกไว้กับเบอร์โทรศัพท์ได้) ซึ่งสามารถผูกกับบัญชีเงินฝากของธนาคารใดก็ได้โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นธนาคารของรัฐ ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 22 ม.ค. 68 เพื่อรอรับการจ่ายเงินในวันที่ 27 ม.ค. 68 และควรตรวจสอบกับธนาคารด้วยว่าบัญชีพร้อมเพย์ดังกล่าวยังคงมีสถานะปกติที่สามารถรับเงินโอนได้หรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าพร้อมรับเงินในวันที่ 27 ม.ค. 68 สำหรับคุณสมบัติของผู้สูงอายุที่มีสิทธิรับเงิน 10,000 บาทนั้น จะต้องเป็นผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ทางรัฐ สำเร็จ (ลงทะเบียนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet สำเร็จ) ที่มีสัญชาติไทยและมีอายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ 15 กันยายน 2567 (เกิดก่อนหรือในวันที่ 16 กันยายน 2507) นอกจากนี้ ยังต้องคุณสมบัติเพิ่มเติม กล่าวคือ ไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 840,000 บาท สำหรับปีภาษี 2566 , ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากรวมกันเกิน500,000 บาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 , ไม่เป็นผู้อยู่ในสถานสงเคราะห์ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ไม่เป็นผู้ต้องขัง 4 ประเภท ได้แก่ นักโทษเด็ดขาด ผู้ต้องขังระหว่าง ผู้ต้องกักขัง และผู้ต้องกักกัน ตามฐานข้อมูลของกรมราชทัณฑ์ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ,ไม่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับเงินตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ เขากล่าวว่า ผู้ที่เข้าข่ายจะต้องตรวจสอบสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน ทางรัฐ ได้ตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. 68 เป็นต้นไป โดยกรอกบัญชีผู้ใช้หรือเลขประจำตัวประชาชน (Username) และรหัสผ่าน (Password) เพื่อ เข้าสู่ระบบ และกด ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านDigital Wallet เพื่อเข้าสู่หน้าแสดงผลผู้มีสิทธิโครงการฯ ในกรณีที่จ่ายเงินให้แก่กลุ่มเป้าหมายไม่สำเร็จในครั้งแรก จะมีการดำเนินการจ่ายเงินซ้ำ (Retry) ให้แก่กลุ่มเป้าหมายดังกล่าวจำนวน 3 ครั้ง ได้แก่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 28 มีนาคม และ 28 เมษายน 68

รู้จักแอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย!
อ่าน

รู้จักแอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย!

สำหรับคนไทยที่กำลังเดินทางไปต่างประเทศ หรืออาศัยอยู่ในต่างแดน การเตรียมตัวให้พร้อมเรื่องเอกสารสำคัญอย่าง พาสปอร์ต ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก็มีแอปพลิเคชันที่ชื่อ Thai Consular ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ช่วยเหลือที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาเกี่ยวกับพาสปอร์ต บอกเลยว่าสะดวก และใช้งานง่ายสุดๆ! แอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย! ฟีเจอร์ของแอป Thai Consular 1. หาจุดทำพาสปอร์ตได้ในไม่กี่คลิก ไม่ต้องเสียเวลาหาเองอีกต่อไป เพราะแอปนี้จะแสดงจุดบริการทำพาสปอร์ตที่ใกล้ที่สุด ทั้งในไทย และต่างประเทศ 2. ติดต่อสถานทูตไทยทั่วโลก ฟรี! มีปัญหาเร่งด่วน ไม่ว่าจะพาสปอร์ตหายหรือเรื่องอื่นๆ สามารถติดต่อสถานทูตไทยได้ทันทีผ่านแอป โดยใช้การโทรแบบอินเทอร์เน็ต (VoIP) ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าโทรแบบ Roaming สามารถโทรผ่านแอปนี้ได้เลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อสถานทูตนั้นๆ เพื่อทำการช่วยเหลือ 3. แจ้งพาสปอร์ตหายได้ง่ายๆ หมดยุคที่ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ! หากพาสปอร์ตหายในต่างแดน คุณสามารถไปที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในพื้นที่เพื่อแจ้งข้อมูลสูญหาย และขอทำเล่มใหม่หรือเอกสารเดินทางฉุกเฉินได้ทันที แต่ก่อนใครเคยทำพาสปอร์ตหาย และจะไปขอทำเล่มใหม่ คงรู้กันดีว่าจะต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก่อน แล้วจึงนำใบแจ้งความไปขอทำเล่มใหม่ ซึ่งคนที่เคยทำหายจะเข้าใจว่าการไปติดต่อสถานีตำรวจในต่างแดนนั้นยุ่งยาก และลำบากในการสื่อสารขนาดไหน ซึ่งทางกรมการกงสุลได้จัดทำแบบฟอร์มเพื่อบันทึกข้อมูลพาสปอร์ตสูญหาย สามารถไปที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลทุกแห่งในต่างประเทศ และสำนักงานหนังสือเดินทางทั่วไทยได้เองโดยตรง ไม่ต้องไปสถานีตำรวจอีกต่อไปแล้ว โดยไปกรอกในวันที่ไปติดต่อขอทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ หรือขอเอกสารเดินทางฉุกเฉิน เพื่อเดินทางกลับไทย 4. เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง ทีมเจ้าหน้าที่มืออาชีพพร้อมช่วยเหลือทุกสถานการณ์ เพียงแค่ติดต่อผ่านแอป คุณก็จะได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว ทำไมต้องใช้ Thai Consular? สะดวก : ลดขั้นตอนยุ่งยาก เช่น การไปแจ้งความในต่างแดน ที่บางครั้งอาจเป็นเรื่องซับซ้อน และใช้เวลานาน ปลอดภัย : พาสปอร์ตเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องระมัดระวัง หากสูญหาย แอปนี้ช่วยจัดการเรื่องเอกสารได้รวดเร็ว ฟรี : ทุกการติดต่อผ่านแอปไม่มีค่าใช้จ่าย แค่มีอินเทอร์เน็ตก็เพียงพอ ข้อแนะนำในการเก็บรักษาพาสปอร์ต ถึงแม้แอป Thai Consular จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า อย่าลืมเก็บพาสปอร์ตในที่ปลอดภัย หมั่นตรวจสอบว่าอยู่ในสภาพดีเสมอ เพราะหากมีมิจฉาชีพนำพาสปอร์ตไปใช้ในทางผิดกฎหมาย เจ้าของอาจเดือดร้อนในภายหลังได้ ไม่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวหรือใช้ชีวิตในต่างประเทศ โหลดแอป Thai Consular ไว้จะช่วยให้เราอุ่นใจในทุกสถานการณ์ ดาวน์โหลดแอปได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android ====================

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
อ่าน

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม