รีเซต

ผลการค้นหา “怎么买哥伦比亚护照{官网:bbzz58.com}” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ลดสูงสุด 50% เซ็ตที่ร่วมรายการ ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ลดสูงสุด 50% เซ็ตที่ร่วมรายการ ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์

ประหยัดสูงสุด ฿250 ที่ สิทธิพิเศษที่สนามบิน ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนน ลดสูงสุด 50% เมื่อสั่งชุดเซ็ตเมนูที่ร่วมรายการ ที่ร้านค้าในสนามบินที่ร่วมรายการ โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี รายชื่อร้านค้าที่ร่วมรายการฺ1.Burger King (ดูรายละเอียดสาขาที่ร่วมรายการได้ที่เงื่อนไข)2.Dairy Queen (ดูรายละเอียดสาขาที่ร่วมรายการได้ที่เงื่อนไข)3.Cafe Ritazza (ดูรายละเอียดสาขาที่ร่วมรายการได้ที่เงื่อนไข)4.The Pizza Company (ดูรายละเอียดสาขาที่ร่วมรายการได้ที่เงื่อนไข)5. Bonchon (ดูรายละเอียดสาขาที่ร่วมรายการได้ที่เงื่อนไข)6. The Coffee Club (ดูรายละเอียดสาขาที่ร่วมรายการได้ที่เงื่อนไข)7. Potato Corner (ดูรายละเอียดสาขาที่ร่วมรายการได้ที่เงื่อนไข) Burger King 11 (Outlets)1.Whopper Jr (Beef/Pork).+ Soft Drink(s) + French Fries (Regular) ราคา 199 บาท จากปกติ 457 บาท (OR)2. Fish'n Crisp + Soft Drink(s) + French Fries (Regular) ราคา 199 บาท จากปกติ 436 บาท 1. สนามบินสุวรรณภูมิ1.1) Level 2, Domestic Departure Airside (After X-ray), Suvarnabhumi Airport1.2) Concourse B, Level 4, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport1.3) Concourse F, Level 4, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport1.4) Level 3, SAT1 East, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport1.5) Level 3, SAT1 West, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport1.6) Concourse D, Level 4, Internatinal Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport 2. สนามบินดอนเมือง2.1) Level 3 Pier 3, Domestic Departure Airside (After X-ray), Terminal 2, Don Mueng Airport2.2) Level 3 Pier 4 Domestic Departure Airside (After X-ray), Terminal 2, Don Mueng Airport2.3) Level 1, Bus Gate 1-7, International Departure Airside (After X-ray), Terminal 1, Don Mueng Airport 3. สนามบินภูเก็ต3.1) Gate 4, Level 2, Departure Airside (After X-ray), Terminal 1, Phuket Airport3.2) Gate 10, Level 2, Departure Airside (After X-ray), Terminal 1, Phuket Airport Dairy Queen 6 (outlets)Cheese Dog + Coke (16 oz.) ราคา 116 บาท จากปกติ 170 บาท 1. สนามบินสุวรรณภูมิ1.1) Concourse F, Level 4, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport1.2) Level 3, SAT1 West, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport 2. สนามบินดอนเมือง2.1) Level 1, Bus Gate 71-77, Domestic Departure Airside (After X-ray), Terminal 2, Don Mueng Airport2.2) Level 3, Domestic Departure Airside (After X-ray), Terminal 2, Don Mueng Airport2.3) Level 2, Pier2 , International Departure Airside (After X-ray), Terminal 1, Don Mueng Airport 3. สนามบินภูเก็ต3.1) Level 1, Busgate, Domestic Departure Airside (After X-ray), Terminal 1, Phuket Airport Cafe Ritazza 3 (outlets)Croissant + Americano (S) ราคา 155 บาท จากปกติ 234 บาท 1. สนามบินดอนเมือง1.1) Level 2, Pier2 , International Departure Airside (After X-ray), Terminal 1, Don Mueng Airport 2. สนามบินหาดใหญ่2.1) Level 2, Domestic Departure airside (After X-ray), Hat Yai Airport 3. สนามบินสุวรรณภูมิ3.1) Level 3, SAT1 West, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport The Pizza Company 1(outlet)Pizza Hawaiian + Coke (22oz.) ราคา 185 บาท จากปกติ 277 บาท 1. สนามบินสุวรรณภูมิ1.1) Concourse F, Level 4, International airside (After immigration), Suvarnabhumi airport Bonchon 3(outlets)Crispy Chicken Salad + Coke (16 oz.) ราคา 187 บาท จากปกติ 315 บาท 1. สนามบินสุวรรณภูมิ1.1) Concourse D, Level 4, Internatinal airside (After immigration), Suvarnabhumi airport1.2) Concourse F, Level 4, Internatinal airside (After immigration), Suvarnabhumi airport 2. สนามบินดอนเมือง2.1) Level 3, Domestic Departure Airside (After X-ray), Terminal 1, Don Mueng Airport The Coffee Club 3 (outlets)Croissant Chocolate + Hot Americano 12 oz. ราคา 180 บาท จากปกติ 250 บาท 1. สนามบินสุวรรณภูมิ1.1) Concourse B, Level 4, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport1.2) Level 3, SAT1 East, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport 2.สนามบินกระบี่2.1) Level 3,International Airside (After X-ray), Krabi Airport Potato Corner 3 (outlets)Jumbo Fries + Lime soda 16 oz ราคา 115 บาท จากปกติ 142 บาท 1.สนามบินสุวรรณภูมิ1.1) Concourse F, Level 4, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport1.2) Level 3, SAT1 West, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport 2.สนามบินดอนเมือง2.1) Level 3, Domestic Departure Airside (After X-ray), Terminal 2, Don Mueng Airport เงื่อนไข โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี 1. สามารถใช้สิทธิ์ภายในเดือนที่กดรับรหัสแล้วเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้ามเดือนได้2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

ทรูแบล็ค ค่าบริการ300.-ขึ้นไป ฟรีเครื่องดื่ม
สิทธิพิเศษ

ทรูแบล็ค ค่าบริการ300.-ขึ้นไป ฟรีเครื่องดื่ม

ประหยัดสูงสุด ฿150 ที่ สิทธิพิเศษที่สนามบิน ลูกค้าทรูแบล็ค ค่าบริการทรู 300 บาทขึ้นไป ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับฟรีเครื่องดื่มที่ร้านค้าในสนามบินที่ร่วมรายการ **ลูกค้าทรูแบล็คเลือกรับฟรีเซ็ตเมนู หรือ ฟรีเครื่องดื่ม อย่างใดอย่างหนึ่ง** โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี เงื่อนไขนี้ มีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป ​ ​ สิทธิพิเศษที่สนามบินเฉพาะลูกค้าทรูที่มีเงื่อนไข ดังนี้​ 1. ลูกค้าทรูแบล็ค ที่มียอดใช้บริการทรูตามเงื่อนไขเฉลี่ย 6 บิลย้อนหลัง ตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป (โดยรวมค่าบริการเบอร์มือถือทรู,ค่าบริการ อินเตอร์เน็ตบ้าน และค่าบริการทรูวิชั่น) รับฟรีเครื่องดื่ม 3 สิทธิ์ ต่อปีปฏิทิน (จำกัดครั้งละ 1 สิทธิ์/ เดือน)​ 2. ลูกค้าทรูแบล็ค ที่มียอดค่าใช้บริการทรูตามเงื่อนไขเฉลี่ย 6 บิลย้อนหลัง ตั้งแต่ 800 บ.ขึ้นไป (โดยรวมค่าบริการเบอร์มือถือทรู,ค่าบริการ อินเตอร์เน็ตบ้าน และค่าบริการทรูวิชั่น) เลือกรับฟรีเซ็ตเมนูหรือรับฟรีเครื่องดื่ม 3 สิทธิ์ ต่อปีปฏิทิน (จำกัดครั้งละ 1 สิทธิ์/ เดือน)​ 3.ลูกค้าทรูเรด ที่มียอดใช้บริการทรูตามเงื่อนไขเฉลี่ย 6 บิลย้อนหลัง ตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป (โดยรวมค่าบริการเบอร์มือถือทรู,ค่าบริการ อินเตอร์เน็ตบ้าน และค่าบริการทรูวิชั่น) รับฟรีเครื่องดื่ม 3 สิทธิ์ ต่อปีปฏิทิน (จำกัดครั้งละ 1 สิทธิ์/ เดือน)​ 4. ลูกค้าทรูแบล็ค ที่มียอดค่าใช้บริการทรูตามเงื่อนไขเฉลี่ย 6 บิลย้อนหลัง ตั้งแต่ 300-799 บาท (โดยรวมค่าบริการเบอร์มือถือทรู,ค่าบริการ อินเตอร์เน็ตบ้าน และค่าบริการทรูวิชั่น) และมีอายุการใช้งาน 20ปีขึ้นไป รับฟรีเซ็ตเมนู 1 สิทธิ์ ต่อปีปฏิทิน รายละเอียดแบรนด์และจุดรับสิทธิ์Burger King 11 (Outlets)Soft Drink (Large) or Hot Coffee 1. สนามบินสุวรรณภูมิ1.1) Level 2, Domestic Departure Airside (After X-ray), Suvarnabhumi Airport1.2) Concourse B, Level 4, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport1.3) Concourse F, Level 4, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport1.4) Level 3, SAT1 East, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport1.5) Level 3, SAT1 West, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport1.6) Concourse D, Level 4, Internatinal Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport 2. สนามบินดอนเมือง2.1) Level 3 Pier 3, Domestic Departure Airside (After X-ray), Terminal 2, Don Mueng Airport2.2) Level 3 Pier 4 Domestic Departure Airside (After X-ray), Terminal 2, Don Mueng Airport2.3) Level 1, Bus Gate 1-7, International Departure Airside (After X-ray), Terminal 1, Don Mueng Airport 3. สนามบินภูเก็ต3.1) Gate 4, Level 2, Departure Airside (After X-ray), Terminal 1, Phuket Airport3.2) Gate 10, Level 2, Departure Airside (After X-ray), Terminal 1, Phuket Airport Dairy Queen 6 (outlets)Coke 510 ml (PET) 1. สนามบินสุวรรณภูมิ1.1) Concourse F, Level 4, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport1.2) Level 3, SAT1 West, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport 2. สนามบินดอนเมือง2.1) Level 1, Bus Gate 71-77, Domestic Departure Airside (After X-ray), Terminal 2, Don Mueng Airport2.2) Level 3, Domestic Departure Airside (After X-ray), Terminal 2, Don Mueng Airport2.3) Level 2, Pier2 , International Departure Airside (After X-ray), Terminal 1, Don Mueng Airport 3. สนามบินภูเก็ต3.1) Level 1, Busgate, Domestic Departure Airside (After X-ray), Terminal 1, Phuket Airport Cafe Ritazza 3 (outlets)Hot 8 oz. or Iced Coffee 16 oz. (Americano, Latte Cappuccino) 1. สนามบินดอนเมือง1.1) Level 2, Pier2 , International Departure Airside (After X-ray), Terminal 1, Don Mueng Airport 2. สนามบินหาดใหญ่2.1) Level 2, Domestic Departure airside (After X-ray), Hat Yai Airport 3. สนามบินสุวรรณภูมิ3.1) Level 3, SAT1 West, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport The Pizza Company 1(outlet)Soft Drink (22 oz.) 1. สนามบินสุวรรณภูมิ1.1) Concourse F, Level 4, International airside (After immigration), Suvarnabhumi airport Bonchon 3 (outlets)Soft Drink (Coke or Sprite) 16 oz 1. สนามบินสุวรรณภูมิ1.1) Concourse D, Level 4, Internatinal airside (After immigration), Suvarnabhumi airport1.2) Concourse F, Level 4, Internatinal airside (After immigration), Suvarnabhumi airport 2. สนามบินดอนเมือง2.1) Level 3, Domestic Departure Airside (After X-ray), Terminal 1, Don Mueng Airport The Coffee Club 3 (outlets)Hot or Iced Coffee 12 oz. (Americano, Latte Cappuccino) 1. สนามบินสุวรรณภูมิ1.1) Concourse B, Level 4, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport1.2) Level 3, SAT1 East, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport 2.สนามบินกระบี่2.1) Level 3,International Airside (After X-ray), Krabi Airport Potato Corner 3 (outlets)Lime soda 16 oz 1.สนามบินสุวรรณภูมิ1.1) Concourse F, Level 4, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport1.2) Level 3, SAT1 West, International Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport 2.สนามบินดอนเมือง2.1) Level 3, Domestic Departure Airside (After X-ray), Terminal 2, Don Mueng Airport GAGA 2 (outlets)Iced Tea (Size M) : Black Honey (M), White Honey (M), Full Flavored Thai Milk Tea (M), GAGA Fusion Black Tea (M) 1.สนามบินสุวรรณภูมิ1.1) Level 3, SAT1 West, Internatinal Airside (After immigration), Suvarnabhumi Airport 2.สนามบินดอนเมือง2.1) Level 3, Domestic Departure Airside (After X-ray), Terminal 2, Don Mueng Airport เงื่อนไข โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี1. สิทธิพิเศษสนามบินเฉพาะลูกค้าทรูที่มีเงื่อนไข ดังนี้​1.1. ลูกค้าทรูแบล็ค ที่มียอดใช้บริการทรูตามเงื่อนไขเฉลี่ย 6 บิลย้อนหลัง ตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป (โดยรวมค่าบริการเบอร์มือถือทรู,ค่าบริการ อินเตอร์เน็ตบ้าน และค่าบริการทรูวิชั่น) รับฟรีเครื่องดื่ม 3 สิทธิ์ ต่อปีปฏิทิน (จำกัดครั้งละ 1 สิทธิ์/ เดือน)​1.2. ลูกค้าทรูแบล็ค ที่มียอดค่าใช้บริการทรูตามเงื่อนไขเฉลี่ย 6 บิลย้อนหลัง ตั้งแต่ 800 บ.ขึ้นไป (โดยรวมค่าบริการเบอร์มือถือทรู,ค่าบริการ อินเตอร์เน็ตบ้าน และค่าบริการทรูวิชั่น) เลือกรับฟรีเซ็ตเมนูหรือรับฟรีเครื่องดื่ม 3 สิทธิ์ ต่อปีปฏิทิน (จำกัดครั้งละ 1 สิทธิ์/ เดือน)​1.3.ลูกค้า ทรูเรด ที่มียอดใช้บริการทรูตามเงื่อนไขเฉลี่ย 6 บิลย้อนหลัง ตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป (โดยรวมค่าบริการเบอร์มือถือทรู,ค่าบริการ อินเตอร์เน็ตบ้าน และค่าบริการทรูวิชั่น) รับฟรีเครื่องดื่ม 3 สิทธิ์ ต่อปีปฏิทิน (จำกัดครั้งละ 1 สิทธิ์/ เดือน)​1.4. ลูกค้าทรูแบล็ค ที่มียอดค่าใช้บริการทรูตามเงื่อนไขเฉลี่ย 6 บิลย้อนหลัง ตั้งแต่ 300-799 บาท (โดยรวมค่าบริการเบอร์มือถือทรู,ค่าบริการ อินเตอร์เน็ตบ้าน และค่าบริการทรูวิชั่น) และมีอายุการใช้งาน 20ปีขึ้นไป รับฟรีเซ็ตเมนู 1 สิทธิ์ ต่อปีปฏิทิน​​เงื่อนไขนี้ มีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป​​2. ขอสงวนสิทธิ์ในการแสดงภาพ Capture หน้าจอเพื่อรับสิทธิ์​3. สามารถใช้สิทธิ์ภายในเดือนที่กดรับรหัสแล้วเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้ามเดือนได้​4. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี​5. เฉพาะรับประทานที่ร้านเท่านั้น​6. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้​7. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้​8. สิทธิ์มีจำนวนจำกัดในแต่ละวัน ทั้งนี้จำนวนสิทธิ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับช่วงหน้าเดินทาง

บขส. ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขั้นตอนใช้สิทธิ์ ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส.
อ่าน

บขส. ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขั้นตอนใช้สิทธิ์ ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส.

บขส. หรือ BKS เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ประชาชนใช้สิทธิ์เดินทางด้วย รถโดยสารสาธารณะ ได้! โดย รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ 60% ส่วนประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ และกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ วิธีใช้ ไทยช่วยไทยพลัส 2569 เติมเงินเท่าไหร่ ซื้ออะไร คนละครึ่งพลัส Narin Nonthamand / Shutterstock.com ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส. ขั้นตอนการใช้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส รถโดยสาร บขส. มีเงื่อนไขดังนี้ สามารถใช้สิทธิผ่าน แอปพลิเคชัน เป๋าตัง ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ระยะเวลา 4 เดือน ในช่วง เวลา 06.00-23.00 น. ณ ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสารของสถานีเดินรถ BKS จำนวน 139 แห่งทั่วประเทศ ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ภายในวงเงินที่ได้รับสิทธิจากรัฐ 200 บาทต่อวัน กรณีที่ค่าโดยสารเกินวงเงินที่ได้รับต้องจ่ายส่วนต่างเป็นเงินสด หรือใช้วงเงินในแอปฯ เป๋าตัง จ่ายก็ได้ ซื้อตั๋วรถโดยสารได้ทุกมาตรฐาน ทุกเส้นทาง ใช้ร่วมกับ สิทธิส่วนลดค่าโดยสารของ สมาชิก BKS Member ได้ 5-10% ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด เมื่อซื้อตั๋วโดยสารแล้วไม่สามารถคืนตั๋วได้ทุกกรณี กรณีผู้ใช้สิทธิซื้อตั๋วรถโดยสารโดยไม่ได้เดินทางเอง ต้องแจ้งชื่อผู้เดินทาง พร้อมเลขที่บัตรประชาชนของผู้เดินทางก่อนการออกตั๋วรถโดยสาร Wanolan Sriboonkam / Shutterstock.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และจองตั๋ว BKS ได้ที่ เว็บไซต์ BKS https://tcl99web.transport.co.th Application : BKS E ticket Facebook Page : บขส. https://www.facebook.com/BorKorSor99 ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร BKS ทั่วประเทศ โทร. 0-2936-3660

93 ประเทศ ยกเลิกฟรีวีซ่าเที่ยวไทย 60 วัน เตรียมกลับไปใช้เกณฑ์เดิม ยกระดับการท่องเที่ยว
อ่าน

93 ประเทศ ยกเลิกฟรีวีซ่าเที่ยวไทย 60 วัน เตรียมกลับไปใช้เกณฑ์เดิม ยกระดับการท่องเที่ยว

หลังจากที่เกิดปัญหามากมายรายวัน ในที่สุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มีมติเห็นชอบให้ ยกเลิกมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา หรือ ฟรีวีซ่า 60 วัน (ผ.60) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาจาก 93 ประเทศและดินแดน ซึ่งเคยประกาศใช้เมื่อช่วงกลางปี 2567 ที่ผ่านมา โดยจะให้กลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิมชั่วคราว ระหว่างรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาหลักเกณฑ์คัดกรองใหม่อีกครั้งครับ ยกเลิกเกณฑ์ฟรีวีซ่า 60 วัน รวม 93 ประเทศ 🔄 ทำไมถึงต้องยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน? การยกเลิกครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ที่รัฐบาลต้องการเน้น "การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและมูลค่าสูง" มากกว่าเน้นปริมาณตัวเลขนักท่องเที่ยว โดยการคัดกรองนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้มงวดมากขึ้นจะช่วยป้องกันกลุ่มแอบแฝงที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมาย หรือเข้ามาด้วยวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับความปลอดภัย และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยให้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว 🗺️ เปิดรายชื่อ 93 ประเทศ/ดินแดน ที่ถูกยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน สำหรับประเทศและดินแดนทั้ง 93 แห่งที่ถูกปรับลดระยะเวลาการพำนัก และกลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิม (ตามแต่ละประเภทข้อตกลงและสิทธิ์การเข้าเมืองเดิมก่อนวันที่ 15 กรกฎาคม 2567) มีรายชื่อดังต่อไปนี้ครับ ทวีปเอเชีย (Asia) - 27 ประเทศ 1.บาห์เรน 2.ภูฏาน 3.บรูไน 4.กัมพูชา 5.จีน 6.ฮ่องกง 7.อินเดีย 8.อินโดนีเซีย 9.อิสราเอล 10.ญี่ปุ่น 11.จอร์แดน 12.เกาหลีใต้ 13.คูเวต 14.ลาว 15.มาเก๊า 16.มาเลเซีย 17.มัลดีฟส์ 18.มองโกเลีย 19.โอมาน 20.ฟิลิปปินส์ 21.กาตาร์ 22.ซาอุดีอาระเบีย 23.สิงคโปร์ 24.ศรีลังกา 25.ไต้หวัน 26.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 27.เวียดนาม ทวีปยุโรป (Europe) - 38 ประเทศ 28.แอลเบเนีย 29.อันดอร์รา 30.ออสเตรีย 31.เบลเยียม 32.บัลแกเรีย 33.โครเอเชีย 34.ไซปรัส (ในทางภูมิศาสตร์อยู่เอเชีย แต่ในทางเมือง/วัฒนธรรมนับเป็นยุโรป) 35.เช็กเกีย 36.เดนมาร์ก 37.เอสโตเนีย 38.ฟินแลนด์ 39.ฝรั่งเศส 40.เยอรมนี 41.กรีซ 42.ฮังการี 43.ไอซ์แลนด์ 44.ไอร์แลนด์ 45.อิตาลี 46.คอซอวอ 47.ลัตเวีย 48.ลิกเตนสไตน์ 49.ลิทัวเนีย 50.ลักเซมเบิร์ก 51.มอลตา 52.โมนาโก 53.เนเธอร์แลนด์ 54.นอร์เวย์ 55.โปแลนด์ 56.โปรตุเกส 57.โรมาเนีย 58.ซานมารีโน 59.สโลวาเกีย 60.สโลวีเนีย 61.สเปน 62.สวีเดน 63.สวิตเซอร์แลนด์ 64.ยูเครน 65.สหราชอาณาจักร ทวีปอเมริกาเหนือ (North America) - 9 ประเทศ 66.แคนาดา 67.คิวบา 68.โดมินิกา 69.สาธารณรัฐโดมินิกัน 70.กัวเตมาลา 71.จาเมกา 72.เม็กซิโก 73.ปานามา 74.สหรัฐอเมริกา ทวีปอเมริกาใต้ (South America) - 6 ประเทศ 75.บราซิล 76.โคลอมเบีย 77.เอกวาดอร์ 78.เปรู 79.ตรินิแดดและโตเบโก 80.อุรุกวัย ทวีปโอเชียเนีย (Oceania) - 5 ประเทศ 81.ออสเตรเลีย 82.ฟิจิ 83.นิวซีแลนด์ 84.ปาปัวนิวกินี 85.ตองกา ทวีปแอฟริกา (Africa) - 3 ประเทศ 86.มอริเชียส 87.โมร็อกโก 88.แอฟริกาใต้ กลุ่มประเทศข้ามทวีป (Transcontinental Countries) - 5 ประเทศเป็นประเทศที่มีพื้นที่คาบเกี่ยวอยู่มากกว่า 1 ทวีป (เอเชีย และ ยุโรป) 89.จอร์เจีย (ยูเรเชีย) 90.คาซัคสถาน (เอเชีย / ยุโรปตะวันออก) 91.รัสเซีย (เอเชียเหนือ / ยุโรปตะวันออก) 92.ตุรกี (เอเชียตะวันตก / ยุโรปตะวันออก) 93.อุซเบกิสถาน (เอเชียกลาง / มีพื้นที่ส่วนน้อยในยุโรป) ====================

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
อ่าน

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์

เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
อ่าน

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!

ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

งานกาชาด 2568 สวนลุมพินี กรุงเทพ เที่ยว ชิม ช้อป การเดินทางไปงานกาชาด
อ่าน

งานกาชาด 2568 สวนลุมพินี กรุงเทพ เที่ยว ชิม ช้อป การเดินทางไปงานกาชาด

ทุกๆ ปลายปี เดือนธันวาคม 2568 แบบนี้ ต้องไม่พลาดเลยค่ะกับ งานกาชาด 2568 สวนลุมพินี กรุงเทพ ไปเที่ยว ชิม ช้อป กันแบบจัดเต็ม พร้อมชมการแสดงต่างๆ ดารา ศิลปินดัง ลุ้นของรางวัลมากมายได้ตั้งแต่วันที่ 11-21 ธันวาคม 2568 นี้ ที่ สวนลุมพินี ของดี ของถูก ของอร่อย ยกมาจัดเต็ม! รวมของกิน งานกาชาด 2568 ของอร่อยเพียบ ตะลุยกินจุกๆ ที่ สวนลุมพินี Panya7 / Shutterstock.com งานกาชาด ประจำปี 2568 สวนลุมพินี กรุงเทพ สายกิน สายเที่ยว สายช้อป สายคอนเทนต์ หรือสายไหนๆ ก็ต้องห้ามพลาดเลยค่ะ กับ งานกาชาด ประจำปี 2568 ในวันที่ 11-21 ธันวาคม 2568 นี้ที่ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย มาสัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษกันตามโซนต่างๆ มากมาย และไฮไลท์ก็คือ "รวมใจดารา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย" ที่จะยกทัพร้านค้าของเหล่าดารา ศิลปิน และคนในวงการบันเทิง มาร่วมออกบูธขายสินค้ากันอย่างคึกคัก SirichaiKeng / Shutterstock.com ใครที่ชอบเสี่ยงดวง ตามเรามาร่วมสนุกกับกิจกรรมจับฉลาก ลุ้นของรางวัลมากมายตลอดทั้งงานเพียบ! ยังไม่หมดแค่นี้! สายกิน ตามมาอิ่มล้นพุงกันได้เลยค่ะ กับ "รสชาติแห่งสยาม by ลิ้นติดโปร เมนูติดดาว" พื้นที่ที่รวมเมนูเด็ดจากทั่วประเทศ มาให้ลองชิม ลองฟินกันแบบจัดเต็ม นอกจากนี้ ใครที่ไม่ว่างมาเดินเที่ยวงาน ก็ยังสามารถ ร่วมสนุก ร่วมลุ้น และ ทำบุญ กันได้ที่ งานกาชาดออนไลน์ 2568 อีกด้วยค่ะ โดยจะมีทั้งกิจกรรม ซื้อสลากกาชาด และ ดูดวง SirichaiKeng / Shutterstock.com.webp งานกาชาดออนไลน์ 2568 ซื้อสลากกาชาดออนไลน์ ประจำปี 2568 สภากาชาดไทย มูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สโมสรโรตารีกรุงเทพ-รัชดาภิเษก ธนบุรีพานิช จำกัด บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมศิษย์เก่าสวนสุนันทาฯ ซื้อสลากกาชาด ออนไลน์ ที่ https://www.iredcross.org/raffle bobbyphotos / Shutterstock.com ขั้นตอนการซื้อสลากกาชาดออนไลน์ เข้าสู่เว็บไซต์ https://www.iredcross.org/raffle และเข้าสู่ระบบ เลือกร้านค้าสลากที่ต้องการ เลือกดูสลากตามประเภทแบบเดี่ยว แบบชุด หรือ ค้นหาหมายเลขตามที่ต้องการ เลือกปุ่ม "ซื้อใบนี้" หรือ "เพิ่มลงในตะกร้า" ในกรณีที่ต้องการซื้อหลายใบ กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามบัตรประชาชน เพื่อใช้ยืนยันเมื่อถูกรางวัล เลือกช่องทางการชำระเงิน โดยทำให้สำเร็จภายใน 15 นาที ตรวจสอบสลากที่สั่งซื้อได้ที่ "ประวัติการสั่งซื้อสลาก" หรือ "คำสั่งซื้อล่าสุด" prattaph / Shutterstock.com วิธี ตรวจรางวัล สลากกาชาด เข้าสู่เว็บไซต์ https://www.iredcross.org/raffle วิธีที่ 1 พิมพ์ตัวเลขสลากลงในช่อง ระบบจะขึ้นแจ้งว่าถูกรางวัลหรือไม่ วิธีที่ 2 เลือก ผลการออกสลากทุกหน่วยงานแบบ PDFระบบจะแสดงข้อมูลผลการออกสลากบนหน้ากระดาษ วิธีที่ 3 เลือก ตรวจสอบสลากของฉันล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีที่ใช้ซื้อสลาก ระบบจะแสดงสลากที่ถูกรางวัลของท่าน นำหลักฐานการถูกรางวัล มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่ออกสลาก เพื่อตรวจสอบ และขึ้นรางวัล จองคิว ดูดวง งานกาชาด กับสมาคมต่างๆ มูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สมาคมสหพันธ์โหร - แพทย์แผนไทย สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ สมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ จองคิวดูดวงได้ที่ https://www.iredcross.org/horo กิจกรรมงานกาชาดออนไลน์ อื่นๆ สนุก ลุ้น เพลิน ได้บุญ ตักไข่ ได้บุญ ลุ้นรางวัลโดนใจ 9 มินิเกมงานกาชาดเสมือนจริง ทั้งปาโป่ง โยนห่วง บิงโก และอื่นๆ อีกมากมาย สลากบำรุงสภากาชาดไทย ได้บุญ ลุ้นโชค จาก 14 หน่วยงาน ดูดวงออนไลน์กับหมอดูจาก 4 สมาคมสุดแม่น ช้อปปิ้งออนไลน์ e-Commerce ร้านค้าชั้นนำ แคมเปญและกิจกรรมการบริจาคเพื่อสังคมต่างๆ ของสภากาชาดไทย อัปเดต แผนที่ งานกาชาด 2568 โซนต่างๆ ดาวน์โหลด แผนผังงานกาชาด ได้ที่นี่ งานกาชาด 2568 โซนร้านค้าเอกชน งานกาชาด 2568 โซนร้านรวมใจดารา งานกาชาด 2568 โซนร้านอาหาร งานกาชาด 2568 โซน Foodtruck การเดินทางไปงานกาชาด สวนลุมพินี รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้า BTS สถานีราชดำริ ทางออก 4 รถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง ทางออก 6 รถไฟฟ้า MRT รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสีลม ทางออก 1 รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสวนลุมพินี ทางออก 3 รถประจำทาง ผ่านถนนสารสิน รถประจำทาง สาย 50, 505, A3 ผ่านถนนราชดำริ รถประจำทาง สาย 15, 50, 74, 76, 77, 504, 505, 514, 547, A3 ผ่านถนนวิทยุ รถประจำทาง สาย 13, 50, 62, 76, 141, 5 05, A3 ผ่านถนนพระรามที่ 4 รถประจำทาง สาย 4, 45, 47, 50, 67, 74, 76, 141, 505, A3 bobbyphotos / Shutterstock.com ที่จอดรถงานกาชาด สำหรับรถยนต์ส่วนตัว ลานจอดรถประตูถนนราชดำริ จอดได้ประมาณ 150 คัน (มีค่าจอดรถ) ลานจอดรถสวนลุมพินี ทางเข้าประตู 1 ถนนวิทยุ จอดได้ประมาณ 200 คัน จุดจอดรถสวนป่าเบญจกิติ (สามารถใช้ Sky walk เพื่อมาร่วมงานได้) จอดรถยนต์ได้ประมาณ 300 คัน และจุดจอดรถจักรยานยนต์ได้ประมาณ 400 คัน จุดจอดรถในสนามกีฬาแห่งชาติ ประมาณ 100 คัน napat intaroon / Shutterstock.com รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/redcrossfair

เปิดลิสต์ ประเทศที่ห้ามเดินทางเข้าอเมริกา ทรัมป์แบนประเทศไหนบ้าง? (ไม่มีไทย)
อ่าน

เปิดลิสต์ ประเทศที่ห้ามเดินทางเข้าอเมริกา ทรัมป์แบนประเทศไหนบ้าง? (ไม่มีไทย)

สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่วางแผนจะไปเที่ยวดินแดนแห่งเสรีภาพ สหรัฐอเมริกา (USA) หรือต้องติดต่อธุรกิจกับประเทศเพื่อนบ้านที่อาจอยู่ในบัญชีรายชื่อ "ประเทศที่ห้ามเดินทางเข้าอเมริกา" นี้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการ "ห้ามหรือจำกัดการเดินทางเข้า" ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) ภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เลย เปิดลิสต์ ประเทศที่ห้ามเดินทางเข้าอเมริกาทรัมป์แบนประเทศไหนบ้าง? นโยบายนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ โดยมุ่งเป้าไปที่ประเทศที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงสูง หรือมีปัญหาด้านการจัดการข้อมูลผู้เดินทาง เราไปดูกันว่ามีประเทศใดบ้างที่อยู่ในบัญชีนี้! กลุ่มที่ 1 "ห้ามเดินทางเข้าเต็มรูปแบบ" (Full Travel Ban) กลุ่มนี้คือมาตรการขั้นสูงสุดที่กำหนดให้พลเมืองต่างชาติจากประเทศเหล่านี้ ถูกห้ามเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาโดยทั่วไป ยกเว้นกรณีที่ได้รับการยกเว้นเป็นรายบุคคลเท่านั้น มาตรการนี้เป็นการแสดงออกถึงความกังวลด้านความมั่นคง และการควบคุมการเข้าเมืองที่ชัดเจนที่สุด มีทั้งหมด 12 ประเทศ ได้แก่ อัฟกานิสถาน พม่า / เมียนมาร์ ชาด สาธารณรัฐคองโก อิเควทอเรียลกินี เอริเทรีย เฮติ อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน เยเมน กลุ่มที่ 2 "ห้ามเดินทางเข้าบางส่วน" (Partial Travel Ban) กลุ่มนี้ไม่ได้ห้ามเข้าประเทศทั้งหมด แต่เป็นการ "จำกัด" เฉพาะผู้ที่ต้องการเข้าประเทศด้วยวีซ่าบางประเภทเท่านั้น เช่น วีซ่าท่องเที่ยว (B-1/B-2) หรือวีซ่าทำงานบางชนิด ซึ่งผู้ถือสัญชาติจาก 7 ประเทศนี้ ยังมีโอกาสเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ และเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่าปกติมาก บุรุนดี คิวบา ลาว เซียร์ราลีโอน โตโก เติร์กเมนิสถาน เวเนซุเอลา กลุ่มที่ 3 ประเทศที่อาจถูก "เพิ่มใหม่" ในอนาคต (Under Consideration) นอกจากประเทศที่ถูกจำกัดแล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ยังมีบัญชีรายชื่อประเทศที่อยู่ระหว่างการพิจารณา หากรัฐบาลของประเทศเหล่านี้ ไม่ให้ความร่วมมือด้านข้อมูลความมั่นคงและการตรวจสอบผู้เดินทาง ตามที่สหรัฐฯ กำหนด ก็อาจถูกเพิ่มเข้าสู่บัญชีห้ามเดินทางในอนาคต โดยแผนการขยายการแบนนี้มุ่งเป้าไปที่ 17 ประเทศ ได้แก่ แองโกลา แอนติกาและบาร์บูดา เบนิน ภูฏาน บูร์กินาฟาโซ กาบอง กาโบเวอร์ดี กัมพูชา แคเมอรูน โกตดิวัวร์ (ไอวอรีโคสต์) สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก จิบูตี โดมินิกา เอธิโอเปีย อียิปต์ มอริเชียส กานา สรุปภาพรวมสำหรับนักเดินทาง มาตรการเหล่านี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ กำลังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความมั่นคง และการร่วมมือด้านข้อมูลจากประเทศทั่วโลก แม้เราจะไม่ได้ถือสัญชาติจากประเทศในบัญชีเหล่านี้ ก็ควรวางแผนล่วงหน้า และเตรียมเอกสารให้พร้อมที่สุด ถ้าใครมีแผนเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตาม ควรติดตามประกาศ และข้อมูลอย่างเป็นทางการจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิดก่อนดำเนินการยื่นขอวีซ่าทุกครั้งครับ ====================

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
อ่าน

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง

ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================

อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน
อ่าน

อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน

ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือต้องการ ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เพื่อที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ตามเรามาอัปเดตได้เลยค่ะกับ สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ใกล้ๆ บ้าน ต่ออายุพาสปอร์ต หรือ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็สะดวกสบายและรวดเร็ว มาดูกันว่า สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง ที่ไหนใกล้ๆ บ้านกันบ้างค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ ปริมณฑลต่ออายุพาสปอร์ต ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่ไหนดี 1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J9ZRCjeMsCxV64H89 โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุลCall Center 0-2572-8442 ================ 2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น) วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nQvYqW148Ke6FbYK6 โทร : 0-2143-7680 ================ 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xj3deaM46uimNmKs6 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 ================ 4. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ธัญญาพาร์ค วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wPLg8BXJ9WF6D56h9 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sMWUka4czBWsg3No7 โทร : 0-2422-3431 ================ 6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XfnE6JraSGTRs7uG8 โทร : 0-2024-8362-64 ================ 7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N9VYesYmAW8GujVw8 โทร : 0-2024-8896, 09-3010-5247 ================ 8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rJygy7Xd9hvqFBfH9 โทร : 0-2126-7612 ================ 9. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk MBK Center วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NTWhFGMgg6P2yYam9 โทร : 0-2126-7612เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 10. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9EfZXed9bb9JM3Jp9 โทร : 0-2150-9002 ================ 11. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว)เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B71gP3UbhwPTBkCj6 โทร : 0-2194-2643 ================ 12. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FHsKeQMKXJbZ4sZdA โทร : 0-2194-2643เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ ค่าทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท เล่ม 5 ปี 1,500 บาท เล่ม 10 ปี สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 2-3 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท เล่ม 5 ปี 3,500 บาท เล่ม 10 ปี *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น.สถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consular.mfa.go.th กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572 8442 และ 0-2203 5000 ต่อ 32301อีเมล : consular05@mfa.go.thเว็บไซต์ : https://consular.mfa.go.th

8 ข้อควรรู้ก่อน เที่ยวเกาะเชจู เกาหลี แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ
อ่าน

8 ข้อควรรู้ก่อน เที่ยวเกาะเชจู เกาหลี แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ

เกาะเชจู เกาะที่ใหญ่ที่สุดใน เกาหลี อีกทั้งยังเป็นแหล่งของ มรดกโลก และ ที่เที่ยวธรรมชาติ สวยๆ มากมายที่ไม่ควรพลาดเมื่อไป เที่ยวเกาหลี แต่ก่อนออกเดินทาง เราขอชวนทุกคนไปทำความเข้าใจกับ 8 ข้อควรรู้ก่อน เที่ยวเกาะเชจู เพื่อเป็นการเตรียมตัวให้พร้อม จะได้ท่องเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน และสบายใจหายห่วงค่า~ 12 ที่เที่ยวเกาะเชจู เกาหลี มรดกทางธรรมชาติ สวยจนต้องตะลึง ! ทริปเที่ยว เกาะเชจู 4 วัน 3 คืน ที่เที่ยวเกาหลี เกาะสวย เสน่ห์ล้ำ สุดชิค ข้อควรรู้ก่อน เที่ยวเกาะเชจูแหล่งมรดกโลกแห่ง เกาหลี ทำความรู้จักกับ เกาะเชจู Jeju Island เกาะเชจู (Jeju Island 제주특별자치도) เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน ประเทศเกาหลีใต้ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 1,846 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ของทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ประมาณ 130 กิโลเมตร เป็นเกาะที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อหลายล้านปีก่อน ทำให้ปัจจุบันยังมีปากปล่องภูเขาไฟหลายแห่งที่ดับสนิทลงแล้วหลงเหลือให้เราได้ชมกัน เกาะเชจูนั้นจะแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ นั่นก็คือ เมืองเชจู (Jeju City) ที่เป็นเมืองหลวงของจังหวัดเชจู และ เมืองซอกวีโพ (Seogwipo) ที่ครอบคลุมพื้นที่ทางตอนใต้ของเกาะทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นแหล่งของที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย แม้เกาะเชจูจะรายล้อมไปด้วยทะเล และมีชายหาดสวยชื่อดังมากมาย แต่ที่นี่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ค่อนข้างหลากหลาย และอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน (Hallasan National Park) และ ยอดเขาซองซาน อิลชุลบง (Seongsan Ilchulbong) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Sunrise Peakที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็น มรดกโลกทางธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ เกาะเชจูจึงเป็นที่รู้จักกันในฐานะแหล่งมรดกโลกที่สำคัญของประเทศเกาหลีใต้นั่นเองค่ะ ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวเกาะเชจู เกาหลี 1. เอกสารในการท่องเที่ยวเกาหลี การเตรียมเอกสารการเดินทางที่จำเป็นให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น พาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ เอกสารการจองโรงแรม นั่นเป็นสิ่งสำคัญในการเดินทางไปยังต่างประเทศเป็นอย่างมาก สำหรับประเทศเกาหลีใต้นั้น แม้คนไทยจะสามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่จะต้องลงทะเบียนผ่านระบบ K-ETA (Electronic Travel Authorization) ล่วงหน้าให้เรียบร้อยก่อนเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ แต่หลังจากวันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวก็ไม่จำเป็นต้องกักตัว ทำการทดสอบ RT-PCR ภายใน 24 ชั่วโมง หรือตรวจโควิดเมื่อไปถึงที่สนามบินอีกต่อไป ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นมาระดับหนึ่ง อ่านรายละเอียดเต็มๆ ที่ เปิดวิธีเดินทางเข้า เกาหลีใต้ แบบฟรีวีซ่า พร้อมวิธีขอเอกสาร K-ETA สำหรับชาวไทย เกาหลีใต้ เปิดประเทศเต็มรูปแบบ ยกเลิกตรวจ RT-PCR เริ่ม 1 ตุลาคม 2565 =========== 2. การเดินทางบนเกาะเชจู Qiongna Liao / Shutterstock.com การเดินทางไปยังเกาะเชจูที่ง่ายที่สุดก็คือ การนั่งเครื่องบินจากกรุงโซลไปยังเกาะเชจู โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาทีเท่านั้นค่ะ ส่วนการเดินทางในเกาะเชจูนั้นสามารถเลือกได้ว่าจะเช่ารถยนต์ขับ นั่งรถบัส หรือ นั่งรถแท็กซี่ สำหรับใครที่สามารถขับรถได้ และทำ ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ (International Driving Permit) หรือ ใบขับขี่สากล มาแล้ว เราขอแนะนำให้เช่ารถขับจะสะดวกและประหยัดเวลาที่สุดค่ะ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางแบบรบประหยัดก็สามารถเลือกโดยสารด้วยบัส ซึ่งจะมีบัสประจำทางสายต่างๆ ประจำอยู่ทั่วเกาะ หรือสามารถเรียกแท็กซี่ได้จาก KakaoTaxi แอปฯ เรียกแท็กซี่ของเกาหลีนั่นเองค่ะ Dmitry Rukhlenko / Shutterstock.com =========== 3. แหล่งที่พักบนเกาะเชจู ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่พักตากอากาศชื่อดังของเกาหลี ยังไงก็ต้องมีโรงแรม รีสอร์ท และที่พักหลากหลายประเภทให้เลือกสรรอย่างแน่นอน ซึ่ง เมืองเชจู และ ซอกวีโพ ก็มักจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของเกาะ อีกทั้งยังมีโรงแรมและรีสอร์ทมากมายให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นที่พักในตัวเมือง ที่พักติดทะเลบรรยากาศดีๆ และที่พักท่ามกลางธรรมชาติก็ตาม อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ 9 ที่พักเกาะเชจู เกาหลี ติดวิวทะเล ถ่ายรูปสวย บรรยากาศสดใส Stock for you / Shutterstock.com =========== 4. ฤดูกาลในเกาะเชจู แม้ผู้คนจะนิยมไปเที่ยวเกาะเชจูในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน แต่ความจริงแล้วเราสามารถเที่ยวเกาะเชจูได้ตลอดทั้งปีค่ะ เพราะแต่ละฤดูก็จะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป ฤดูกาลบนเกาะเชจูนั้นแบ่งออกได้เป็น 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และ ฤดูหนาว ในช่วงฤดูใบไม้ผลิระหว่างปลายเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เราจะได้เห็น ทุ่งดอกคาโนล่า (Canola) สีเหลืองอ่อนบานทั่วทุ่ง รวมถึง ดอกซากุระ หรือที่คนเกาหลีเรียกกันว่า พ็อตกต ที่จะบานในช่วงเดือนเมษายนด้วยเช่นกันค่ะ แถมอากาศที่ไม่ถึงกับร้อนหรือหนาวมากจนเกินไป อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10-20 องศาเซลเซียส JIPEN / Shutterstock.com สำหรับใครที่อยากไปนอนอาบแดด และทำกิจกรรมทางน้ำที่ทะเล แนะนำให้มาในช่วงฤดูร้อน ระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม โดยจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 24-30 องศาเซลเซียส ซึ่งบนเกาะเชจูจะมีชายหาดชื่อดังอยู่หลายหาด เช่น ชายหาดฮัมด็อก (Hamdeok Beach) และ ชายหาดวอลจองรี (Woljeongri Beach) ชายหาดฮพ็อพแจ,(Hyeopjae Beach) และชายหาดคึมนึง (Geungneung Beach) เป็นต้น ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีบนเกาะเชจูเป็นอีกหนึ่งฤดูที่มีเสน่ห์ไม่แพ้ใคร โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน-พฤศจิกายน บนเกาะเชจูนั้นจะมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่หลายแห่งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน (Hallasan National Park) วัดกวานึมซา (Gwaneumsa Temple) และ 1100 Highland Ecological Swamp ไม่เพียงเท่านี้ เรายังมีโอกาสได้ไปถ่ายรูปสวยๆ กับ ทุ่งหญ้าสีเงิน หรือ ทุ่งหญ้ายูลาเลีย (Eulalia Grass) และ ทุ่งหญ้ามูลี่สีชมพู (Pink Muhly) ในช่วงเทศกาล Pink Muhly Festival ตามจุดต่างๆ บนเกาะด้วย อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวเกาหลี 7 ที่เที่ยวเกาะเชจู ใบไม้เปลี่ยนสี ถ่ายรูปสวย ละมุนใจ ฤดูหนาวบนเกาะเชจูนั้นจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงประมาณต้นเดือนมีนาคม โดยจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5-7 องศาเซลเซียส บางพื้นที่ของเกาะอย่างบนเขาก็จะปกคลุมไปด้วยหิมะ ได้ฟีลไปอีกแบบ สำหรับใครที่มาเที่ยวเกาะเชจูในช่วงหน้าหนาว แนะนำให้ไปเช็คอิน Camellia Hill Botanical Garden สวนดอกไม้ที่มีต้นดอกคามีเลียกว่า 6,000 ต้น และ 500 สายพันธุ์ ที่จะผลิบานในช่วงฤดูหนาว เป็นจุดเช็คอินถ่ายรูปสวยๆ ที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ =========== 5. อาหารบนเกาะเชจู เมื่อมาถึงเกาะเชจูนั้น สิ่งแรกที่ต้องลองก็คือ อาหารทะเลปลาดิบสดๆโจ๊กเป๋าฮื้อ และ หมูดำ ที่เรียกว่าเป็นเมนูขึ้นชื่อของที่นี่เลยก็ว่าได้ ไม่เพียงเท่านี้เกาะเชจูยังมีไร่ชาชื่อดังอย่าง ไร่ชาโซุลลอค (OSulloc Tea Garden Museum) ที่คนเลิฟชาเขียวต้องไม่พลาด รวมถึง ส้มฮัลลาบง (Hallabong) ส้มสายพันธุ์เฉพาะบนเกาะเชจูที่มีขนาดใหญ่และรสหวานมากกว่าส้มทั่วไป น่าลองมากๆ อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ 10 ร้านอาหาร เกาะเชจู เกาหลีใต้ หมูดำเนื้อนุ่ม ซีฟู้ดสดจนต้องแวะ! =========== 6. แอปฯ แผนที่ในการเดินทาง ต้องบอกก่อนเลยว่าแอปฯ แผนที่ที่เราใช้กันประจำอย่าง Google Maps นั้นไม่สามารถใช้ได้ในประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากความปลอดภัยทางการเมืองและทางทหาร พวกเราจึงต้องใช้ KakaoMap และ Naver Map ซึ่งเป็นแอปฯ แผนที่ของเกาหลีในการค้นหาสถานที่ต่างๆ แทนค่ะ =========== 7. การส่งภาษา ก่อนไปเที่ยวเกาะเชจู เราขอแนะนำให้ทุกคนฝึกภาษาเกาหลีแบบพื้นฐานมาสักหน่อยค่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนท้องถิ่นจะใช้ภาษาเกาหลีเป็นหลักเลย แม้พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ตามสถานที่สำคัญต่างๆ จะพอใช้ภาษาอังกฤษได้บ้าง แต่หากได้รู้ภาษาเกาหลีแบบพื้นฐานไปก่อนก็จะทำให้การเดินทาง และถามทางสะดวกขึ้นมากๆ =========== 8. แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่หลากหลาย อย่างที่ทราบกันว่าเกาะชจูเป็นแหล่งมรดกโลกของเกาหลี โดยเฉพาะมรดกโลกทางธรรมชาติ เกาะเชจูจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติแบบนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว แถมยังสามารถอนุรักษ์สภาพป่าเขาให้ยังคงอุดมสมบูรณ์มาจนถึงทุกวันนี้ นอกจาก อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน และ ยอดเขาซองซาน อิลชุลบง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว ภายในเกาะเชจูก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอื่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย เช่น น้ำตกชอนเจยอน (Cheonjeyeon Waterfall) น้ำตกจองบัง (Jeongbang Waterfall) ถ้ำลาวามานจังกุล (Manjanggul Cave) โขดหินจูซังจอลรีแด (Daepo Jusangjeolli Cliff) และ อ่าวซอพจีโกจี (Seopjigoji) เป็นต้น

วิธีลงทะเบียน รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทุกสี ทุกเส้นทาง ส่อเลื่อน เริ่มไม่ทัน 1 ต.ค. 2568
อ่าน

วิธีลงทะเบียน รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทุกสี ทุกเส้นทาง ส่อเลื่อน เริ่มไม่ทัน 1 ต.ค. 2568

ใครเป็นสายเที่ยวเมืองกรุง หรือเป็นคนเมืองที่ต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ปีนี้มีข่าวดี! เพราะนโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย กำลังจะเริ่มใช้จริงในวันที่ 1 ตุลาคม 2568*นี้ ทั้ง 8 สายทาง ครอบคลุมทั่วเมือง โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนและผูกบัตรโดยสารช่วง ส.ค. ผ่านแอปฯ ทางรัฐ ใครอยากประหยัดค่าเดินทาง และเที่ยวได้แบบคุ้มๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด! *ล่าสุดคาดว่าจะต้องเลื่อนเปิดใใช้จริงจาก 1 ต.ค. 68 เพราะต้องรอการพิจารณา พ.ร.บ. 3 ฉบับก่อน ขั้นตอนของการเสนอร่าง พ.ร.บ. ต่างๆ ที่จะแก้ไขกฎหมาย และออกเป็นกฎหมายที่จะบังคับใช้จะต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1-2 เดือนหลังจากนี้* วิธีลงทะเบียน รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสายเริ่ม 1 ต.ค. 2568 รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย คืออะไร? นโยบายนี้เป็นโครงการของรัฐบาลที่ต้องการช่วยลดค่าครองชีพและสนับสนุนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 2 สาย คือรถไฟฟ้าสายสีม่วง Purple Line (รถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม) และสายสีแดง SRT Red Lines จะจ่ายค่าโดยสารสูงสุดเพียง 20 บาทต่อเที่ยวเท่านั้น ไม่ว่าจะนั่งกี่สถานีก็จ่ายเท่านี้ วิธีลงทะเบียนใช้งานสิทธิ์ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยเท่านั้น โดยต้องใช้บัตรประชาชนหรือบัตรที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักในการลงทะเบียน และกรอกข้อมูลบัตรที่จะใช้ชำระค่าโดยสาร ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ทางรัฐ เปิดให้ลงทะเบียนในเดือนสิงหาคม 2568 เริ่มใช้สิทธิ์วันที่ 1 ตุลาคม 2568ดาวน์โหลดแอปทางรัฐได้ที่ :Google PlayApp Storeอ่านขั้นตอนการลงทะเบียนได้ที่ https://dg.th/20baht บัตรที่ใช้ผูกสิทธิ์ 20 บาทได้ หลังลงทะเบียนสำเร็จ คุณจะได้รับสิทธิ์ใช้งาน รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ผ่านบัตรโดยสาร โดยใช้ได้ 2 แบบ คือ บัตร Rabbit (ต้องมีฟังก์ชัน ABT เท่านั้น) และ บัตร EMV Contactless (มีสัญลักษณ์ Contactless เช่น บัตรเครดิต/เดบิต/บัตรเติมเงิน) ซึ่งบัตรที่ใช้ในการผูกจะต้องมีชื่อตรงกันทั้งผู้ใช้ และผู้ถือบัตร *สามารถใช้บัตรโดยสารที่ใช้อยู่เดิมได้ เพียงแต่ต้องลงทะเบียนบัตรเหล่านั้น ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐก่อนจึงจะได้รับสิทธิ์ 20 บาทตลอดสาย* แผนขยายผลเพิ่มเติมรถไฟฟ้า 20 บาทในอนาคต คาดว่าในอนาคตจะขยายผลนโยบายครอบคลุม 8 เส้นทาง ได้แก่ : สายสีเขียว สายสีทอง สายสีเหลือง สายสีชมพู สายสีน้ำเงิน แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สายสีม่วง **(ค่าโดยสาย 20 บาทตลอดสายแล้ว) สายสีแดง **(ค่าโดยสาย 20 บาทตลอดสายแล้ว) รวมถึงในระยะต่อไป (ปี 2569) จะเริ่มใช้ระบบการชำระด้วยการสแกน QR Code แทนบัตรโดยสาร เพื่อการมุ่งสู่ระบบไร้บัตร ในอนาคต ข้อมูล : ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน GCC ====================

ปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย รัฐย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว
อ่าน

ปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย รัฐย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว

ครม. เร่งปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย ตามมติครม.น.ส. ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการแก้ปัญหาสัญชาติ ตามมติ ครม. วันที่  29  ตุลาคม  2567 โดยประกาศหลักเกณฑ์ให้คนเกิดในราชอาณาจักรแต่ยัง “ไร้สัญชาติ” ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่  30  มิถุนายน  2568 กลุ่มเป้าหมาย “ชนกลุ่มน้อย/ชาติพันธุ์” เฉพาะที่อยู่ในไทยมานาน- กลุ่มเป้าหมายราว 140,000 คน เป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติไว้ก่อนแล้ว มีข้อมูลภาพถ่าย ลายนิ้วมือ และเลข 13 หลักขึ้นต้น 5, 6 หรือ 8- ครอบคลุมบุตรหลานที่เกิดในไทยของผู้ถือบัตรสีชมพู กลุ่มเลข 6 - 50 ถึง  6 - 72 และผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ขึ้นต้น 5 หรือ 8)- รวมถึงผู้ที่อยู่ในทะเบียนประวัติ “บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน” ตามมติ ครม. 18 ม.ค. 2548 เช่น ชาวมอร์แกน (เลขบัตรขึ้นต้น 0 และหลักที่ 6–7 เป็น 89)ย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว - ผู้ลี้ภัยในค่ายพักพิงรัฐบาลย้ำว่ามาตรการนี้ ไม่ครอบคลุมแรงงานข้ามชาติ ผู้มีสัญชาติอื่น หรือผู้หนีภัยในค่ายพักพิง แต่เป็นการแก้ปัญหาสิทธิสถานะของคนที่เกิดและเติบโตในไทยมาอย่างยาวนาน โดยมีหลักเกณฑ์ “เข้มงวด‑ตรวจสอบได้” เพื่อลดช่องโหว่ในการสวมสิทธิ ยกระดับคุณภาพชีวิตบนหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นโยบายดังกล่าวจะเปิดทางให้กลุ่มชาติพันธุ์เข้าถึงสวัสดิการรัฐ การศึกษา และโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ พร้อมยืนยันเดินหน้ากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การให้สัญชาติไทยเป็นไปอย่างโปร่งใส และเกิดประโยชน์กับผู้มีสิทธิอย่างแท้จริง.

ครม.อนุมัติรถไฟฟ้าใต้ดิน-บนดิน 20 บาทตลอดสาย” ดีเดย์ 1 ต.ค.นี้
อ่าน

ครม.อนุมัติรถไฟฟ้าใต้ดิน-บนดิน 20 บาทตลอดสาย” ดีเดย์ 1 ต.ค.นี้

ครม.อนุมัตืรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ดีเดย์ราคาเดียว 1 ตุลาคมนี้ ครอบคลุมทุกสายทั้งกรุุงเทพและปริมณฑล เริ่มลงทะเบียนรับการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐภายในเดือนสิงหาคมนี้ #ทันหุ้น นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสาย ในราคาไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย ตามนโยบายของรัฐบาล ที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดราคาค่าครองชีพในทุกมติ ให้กับประชาชน เช่น การปรับราคาค่าครองชีพ ค่าสาธารณูปโภค และค่าพลังงานต่างๆ ทั้งนี้ นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จัดอยู่ในนโยบายเร่งด่วน ที่รัฐบาลให้คำมั่นไว้กับประชาชน ที่จะเร่งดำเนินการ ซึ่งมั่นใจว่าปริมาณผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เนื่องด้วยผู้ให้บริการรถไฟฟ้าในปัจจุบันมีรูปแบบสัญญาสัมปทานและสัญญาจ้างเดินรถที่มีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขทางธุรกิจแตกต่างกัน จึงได้กำหนดให้ประชาชนลงทะเบียนตามเงื่อนไขที่กำหนดบนแอปพลิเคชั่น "ทางรัฐ" เพื่อรองรับการใช้งานตามนโยบาย โดยเงื่อนไขการลงทะเบียนนั้น ก็เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น โดยระบุเลขที่บัตรประชาชน13 หลัก และสามารถใช้ผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรโดยสาร (Rabbit Card ที่เคยลงทะเบียนไว้) ที่จะใช้งานกับระบบรถไฟฟ้าผ่านแอปฯ ทางรัฐ ทั้งนี้ บัตรที่ได้รับการยืนยันการลงทะเบียนจะได้สิทธิ์โดยอัตโนมัติ เมื่อใช้งานหลังจากเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 โดยจะครอบคลุมทั้งโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบไปด้วย รถไฟฟ้าสายสีเขียว,สีทอง,สีเหลือง,สีชมพู,สีน้ำเงิน,สายสีม่วง,สายสีแดงและ สายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) ทั้งนี้ การใช้บริการรูปแบบบัตร Rabbit Card (บัตรเติมเงิน) จะใช้ได้กับสายสีเขียว, สีทอง, เหลือง, ชมพู ขณะที่บัตร EMV Contactless (หรือบัตรเครดิต Visa/Mastercard) สามารถใช้กับ 6 สาย คือสายสีแดง, น้ำเงิน, ม่วง, ชมพู, เหลือง, ARL (ไม่รวมสีทองและสีเขียว) โดยในอนาคตจะมีการเปิดระบบสแกน QR Code ในมือถือแทนการใช้บัตร เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชน นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า โดยมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสายนี้จะครอบคลุมโครงข่ายเส้นทางรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 13 เส้นทาง ระยะทางรวม279.84 กิโลเมตร 194 สถานี สำหรับแนวทางการชดเชยรายได้ค่าโดยสารจากการดำเนินมาตรการ จะมาจากกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม หรือแหล่งเงินอื่นที่เหมาะสม ทั้งนี้ ยังได้ประมาณการผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการดำเนินมาตรการดังกล่าวในช่วง 1 ปี ในเชิงปริมาณและมูลค่าจากจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าที่ได้รับผลประโยชน์ จะประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ ประเมินจากการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์ 2. ด้านสังคม ประเมินจากค่าความสุข และ การลดมูลค่าความสูญเสียเนื่องจากอุบัติเหตุ และ 3. ด้านสิ่งแวดล้อม ประเมินจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทั้ง 3 ด้าน ประเมินเป็นประโยชน์ในการประหยัดงบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาท ภายในช่วงเดือน สิงหาคม 2568 จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ค่าโดยสาร 20 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" และภายใน 1 ตุลาคม 2568 จะเริ่มดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสายตามนโยบายรัฐบาล และภายหลังจากนั้นจะมีกระบวนการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้โครงสร้างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย จะเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้บริการสาธารณะ ลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงระบบบริการสาธารณะของรัฐเพื่อเดินทางถึงปลายทางด้วยระบบรถไฟฟ้า ที่มีความปลอดภัย สะดวก ตรงเวลาและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในราคาค่าโดยสารที่เข้าถึงได้ตามนโยบายของรัฐบาล เกิดการใช้บริการในระบบขนส่งมวลชน รวมทั้งความคุ้มค่าจากผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางราง ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง ลดความสูญเสียเนื่องจากอุบัติเหตุ และเพิ่มมูลค่าความอยู่ดีมีสุขของประชาชน เป็นส่วนสนับสนุนการลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนน ลดปัญหาการจราจรติดขัด และลดการใช้พลังงานน้ำมัน ลดปริมาณมลพิษจากการจราจร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมให้คุณภาพอากาศในพื้นที่ตามแนวสายทางและข้างเคียงให้ดีขึ้น" นายจิรายุ กล่าว

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ดีเดย์ 1 ต.ค. นี้
อ่าน

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ดีเดย์ 1 ต.ค. นี้

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสาย ในราคาไม่เกิน "20 บาทตลอดสาย " ตามนโยบายของรัฐบาล ที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดราคาค่าครองชีพในทุกมติ ให้กับประชาชน เช่น การปรับราคาค่าครองชีพ ค่าสาธารณูปโภค และค่าพลังงานต่าง ๆสำหรับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จัดอยู่ในนโยบายเร่งด่วน ที่รัฐบาลให้คำมั่นไว้กับประชาชน ที่จะเร่งดำเนินการ ซึ่งมั่นใจว่าปริมาณผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยผู้ให้บริการรถไฟฟ้าในปัจจุบันมีรูปแบบสัญญาสัมปทานและสัญญาจ้างเดินรถที่มีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขทางธุรกิจแตกต่างกัน จึงได้กำหนดให้ประชาชนลงทะเบียนตามเงื่อนไขที่กำหนดบนแอปพลิเคชั่น "ทางรัฐ" เพื่อรองรับการใช้งานตามนโยบาย โดยเงื่อนไขการลงทะเบียนนั้น ก็เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น โดยระบุเลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก และสามารถใช้ผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรโดยสาร (Rabbit Card ที่เคยลงทะเบียนไว้) ที่จะใช้งานกับระบบรถไฟฟ้าผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" ทั้งนี้ บัตรที่ได้รับการยืนยันการลงทะเบียนจะได้สิทธิ์โดยอัตโนมัติ เมื่อใช้งานหลังจากเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 68 โดยจะครอบคลุมทั้งโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบไปด้วย รถไฟฟ้าสายสีเขียว, สีทอง, สีเหลือง, สีชมพู, สีน้ำเงิน, สายสีม่วง, สายสีแดง และสายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL)ทั้งนี้ การใช้บริการรูปแบบบัตร Rabbit Card (บัตรเติมเงิน) จะใช้ได้กับสายสีเขียว, สีทอง, เหลือง, ชมพู ขณะที่บัตร EMV Contactless (หรือบัตรเครดิต Visa/Mastercard) สามารถใช้กับ 6 สาย คือ สายสีแดง, น้ำเงิน, ม่วง, ชมพู, เหลือง, ARL (ไม่รวมสีทองและสีเขียว) โดยในอนาคตจะมีการเปิดระบบสแกน QR Code ในมือถือแทนการใช้บัตร เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสายนี้ จะครอบคลุมโครงข่ายเส้นทางรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 13 เส้นทาง ระยะทางรวม 279.84 กิโลเมตร 194 สถานี สำหรับแนวทางการชดเชยรายได้ค่าโดยสารจากการดำเนินมาตรการ จะมาจากกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม หรือแหล่งเงินอื่นที่เหมาะสม ทั้งนี้ ได้ประมาณการผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการดำเนินมาตรการดังกล่าวในช่วง 1 ปี ในเชิงปริมาณและมูลค่าจากจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าที่ได้รับผลประโยชน์ จะประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ ประเมินจากการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์ 2. ด้านสังคม ประเมินจากค่าความสุข และ การลดมูลค่าความสูญเสียเนื่องจากอุบัติเหตุ และ 3. ด้านสิ่งแวดล้อม ประเมินจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทั้ง 3 ด้าน ประเมินเป็นประโยชน์ในการประหยัดงบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาทนายจิรายุ กล่าวว่า ภายในช่วงเดือน ส.ค. 68 จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ค่าโดยสาร 20 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" และภายใน 1 ต.ค. 68 จะเริ่มดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า สูงสุด 20 บาทตลอดสายตามนโยบายรัฐบาล และภายหลังจากนั้นจะมีกระบวนการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้โครงสร้างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง"สำหรับมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย จะเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้บริการสาธารณะ ลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงระบบบริการสาธารณะของรัฐเพื่อเดินทางถึงปลายทางด้วยระบบรถไฟฟ้า ที่มีความปลอดภัย สะดวก ตรงเวลา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในราคาค่าโดยสารที่เข้าถึงได้ตามนโยบายของรัฐบาล เกิดการใช้บริการในระบบขนส่งมวลชน รวมทั้งความคุ้มค่าจากผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางราง ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง ลดความสูญเสียเนื่องจากอุบัติเหตุ และเพิ่มมูลค่าความอยู่ดีมีสุขของประชาชน เป็นส่วนสนับสนุนการลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนน ลดปัญหาการจราจรติดขัด และลดการใช้พลังงานน้ำมัน ลดปริมาณมลพิษจากการจราจร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมให้คุณภาพอากาศในพื้นที่ตามแนวสายทางและข้างเคียงให้ดีขึ้น" นายจิรายุ กล่าว

รถไฟฟ้า 20 บาท! ดีเดย์ลงทะเบียนผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" ส.ค. เช็กเงื่อนไขที่นี่
อ่าน

รถไฟฟ้า 20 บาท! ดีเดย์ลงทะเบียนผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" ส.ค. เช็กเงื่อนไขที่นี่

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยถึงความคืบหน้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายว่า ขณะนี้ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยปัจจุบันนี้สายสีม่วง และสีแดงเริ่มใช้สิทธิ์ 20 บาท ส่วนสายอื่นจะใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 68 หรือตามมติคณะรัฐมนตรีโดยเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการ ประชาชนผู้ที่ต้องการใช้บริการต้องลงทะเบียน ผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนภายในเดือน ส.ค. 68 เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่มีสัญชาติไทย โดยระบุเลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรโดยสาร (Rabbit Card ที่ลงทะเบียน) ที่จะใช้งานกับระบบรถไฟฟ้า ผ่านแอป "ทางรัฐ" ทั้งนี้ บัตรที่ได้รับการยืนยันการลงทะเบียนจะได้สิทธิโดยอัตโนมัติ เมื่อใช้งานหลังจากเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 68 หรือตามมติ ครม. ครอบคลุมทั้งโครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบไปด้วย รถไฟฟ้าสายสีเขียว,สีทอง,สีเหลือง,สีชมพู,สีน้ำเงิน,สายสีม่วง,สายสีแดง และ สายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL)พร้อมขอย้ำว่าประชาชนผู้ใช้บริการ นอกจากลงทะเบียนยืนยันตัวบุคคลแล้ว จำเป็นต้องผูกบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรโดยสาร หากระบุไม่ครบตามเงื่อนไขจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ และไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์บุคคลที่ลงทะเบียนอนึ่ง แอปฯ "ทางรัฐ" ประชาชนสามารถโหลดได้ทั้ง iOS และ Android ส่วนประชาชนที่ลงทะเบียนหลังเดือน ก.ย. 68 ยังสามารถใช้สิทธ์ได้ แต่หากไม่ได้ลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐ หรือไม่มีใช้งานบัตรที่ได้ลงทะเบียนไว้จะต้องจ่ายตามอัตราปกติ สำหรับการใช้บริการรูปแบบบัตร Rabbit Card ใช้ได้กับสายสีเขียว, สีทอง, เหลือง, ชมพู ขณะที่บัตร EMV Contactless (Visa/Mastercard) ใช้กับ 6 สาย คือ สายสีแดง, น้ำเงิน, ม่วง, ชมพู, เหลือง, ARL (ไม่รวมสีทองและสีเขียว)คาดว่าในอนาคตจะมีการเปิดระบบสแกน QR Code ในมือถือแทนการใช้บัตร เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนทุกภาคส่วนนายพิเชฐ กล่าวต่อว่า รัฐจะใช้เงินสนับสนุนจากกองทุนตั๋วร่วมหรือแหล่งเงินอื่นตามมติ ครม. ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางราง พร้อมรับนโยบาย และเร่งดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย สามารถใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสนับสนุนให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น ดังนั้น ขอให้ประชาชนเตรียมบัตรประชาชน, บัตรโดยสาร และดาวน์โหลดแอปทางรัฐให้พร้อมลงทะเบียนรับสิทธิ์ และใช้สิทธิ์พร้อมกันในวันที่กำหนด

"ทรัมป์" จ่อแบนเพิ่มอีก! ห้ามพลเมือง 36 ประเทศ เดินทางเข้าสหรัฐฯ
อ่าน

"ทรัมป์" จ่อแบนเพิ่มอีก! ห้ามพลเมือง 36 ประเทศ เดินทางเข้าสหรัฐฯ

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาเพิ่มข้อจำกัดในการเดินทางซึ่งอาจรวมถึงการห้ามมิให้พลเมืองจากประเทศอื่น ๆ อีก 36 ประเทศเดินทางเข้ามาในสหรัฐฯโดยในเอกสารทางการทูตภายในที่ลงนาม โดย "มาร์โก รูบิโอ" รัฐมนตรีต่างประเทศ ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ระบุถึงข้อกังวลต่างๆมากกว่า 10 ข้อ เกี่ยวกับประเทศเหล่านั้น และหวังให้มีการดำเนินการแก้ไข ระบุข้อความว่า "กระทรวงการต่างประเทศระบุชื่อ 36 ชาติที่มีปัญหา ที่อาจออกคำแนะนำใช้มาตรการแบนบางส่วนหรือเต็มรูปแบบ จากการเดินทางเข้าสู่สหรัฐฯ ถ้าพวกเขาไม่ทำตามเกณฑ์มาตรฐานและข้อบังคับที่กำหนดภายใน 60 วัน"ซึ่งหนึ่งในหลายความกังวลที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯหยิบยกขึ้นมาก็คือ การไร้ความสามารถหรือไม่ยอมให้ความร่วมมือจากบางประเทศที่ถูกพาดพิงถึง ในการจัดทำเอกสารระบุตัวตนที่มีความน่าเชื่อถือ และอีกหนึ่งคำถามคือความน่าสงสัยด้านความปลอดภัยของพาสปอร์ตของประเทศนั้นๆเอกสารระบุว่าบางประเทศไม่ยอมให้ความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกในการย้ายพลเมืองของตนเองออกจากสหรัฐฯ หลังได้รับคำสั่งให้เดินทางออกนอกประเทศ ในขณะที่บางชาติยอมให้พลเมืองของตนเองพักอาศัยอยู่ในสหรัฐฯเลยระยะเวลาที่ระบุไว้ในวีซ่า นอกจากนี้ยังมีเหตุผลแห่งความกังลอื่นๆ ในนั้นรวมถึงเป็นพลเมืองของประเทศต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายในสหรัฐฯ ต่อต้านยิวและการแสดงออกที่เป็นปรปักษ์ต่อประเทศสหรัฐอเมริกาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าวว่า เราได้ทำการประเมินนโยบายต่างๆอย่างต่อเนื่องเพื่อรับประกันความปลอดภัยของอเมริกา และพลเมืองต่างชาติที่ปฏิบัติตามกฎหมายของเรา กระทรวงการต่างประเทศมุ่งมั่นปกป้องประเทศของเราและพลเมืองของเรา ด้วยการยึดถือมาตรฐานระดับสูงในด้านความมั่นคงแห่งชาติและความปลอดภัยของประชาชน ผ่านกระบวนการวีซ่าของเราทั้งนี้ ประเทศที่อาจเผชิญกับคำสั่งห้ามทั้งหมดหรือบางส่วนหากไม่จัดการข้อกังวลเหล่านี้ภายใน 60 วันข้างหน้า ได้แก่แองโกลา, แอนทีกาและบาร์บิวดา, เบนิน, ภูฏาน, บูร์กินาฟาโซ, กาบูเวร์ดี, กัมพูชา, แคเมอรูน, โกตดิวัวร์, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, จิบูตี, ดอมินีกา, เอธิโอเปีย, อียิปต์, กาบอง, แกมเบีย, กานา, คีร์กีซสถาน, ไลบีเรีย, มาลาวี, มอริเตเนีย, ไนเจอร์, ไนจีเรีย, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์ลูเชีย, เซาตูเมและปรินซีปี, เซเนกัล, ซูดานใต้, ซีเรีย, แทนซาเนีย, ตองกา, ตูวาลู, ยูกันดา, วานูวาตู, แซมเบีย และซิมบับเว อย่างไรก็ตามย้อนกลับไปกี่วันก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกันนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งได้ลงนามในประกาศห้ามพลเมืองจาก 12 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ โดยระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นในการปกป้องสหรัฐฯ จากผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ ตลอดจนภัยคุกคามความมั่นคงอื่น ๆ ประกอบไปด้วยอัฟกานิสถาน,เมียนมา,ชาด,สาธารณรัฐคองโก,อิเควทอเรียลกินี,เอริเทรีย,เฮติ,อิหร่าน,ลิเบีย,โซมาเลีย,ซูดาน ,เยเมนส่วนอีก 7 ประเทศที่ถูกจำกัดบางส่วน ได้แก่บุรุนดี คิวบา ลาว เซียร์ราลีโอน โตโก เติร์กเมนิสถาน และเวเนซุเอลาอย่างไรก็ตาม คำสั่งนี้ยกเว้นให้กับผู้ที่มีถิ่นพำนักถาวรในสหรัฐฯ ผู้ถือวีซาที่ถูกต้อง และกรณีที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติ เช่น นักการทูตหรือผู้ที่มีความสำคัญต่อสหรัฐฯโดยประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่านโยบายนี้มุ่งป้องกันภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้ายและอาชญากรข้ามชาติ โดยชี้ว่าประเทศที่ถูกแบนมีระบบตรวจสอบวีซาที่ไม่รัดกุม มีอัตราการอยู่นานเกินวีซาสูง หรือขาดการแบ่งปันข้อมูลด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ ตัวอย่างเช่น อัฟกานิสถานและโซมาเลีย เผชิญความขัดแย้งภายในและการก่อการร้าย ขณะที่คิวบาและเวเนซุเอลามีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับสหรัฐฯ การโจมตีในโบลเดอร์กลายเป็นตัวเร่งให้รัฐบาลออกนโยบายนี้ เพื่อแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อภัยคุกคามทั้งในและนอกประเทศ

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ลงทะเบียนยังไง - เริ่มเมื่อไร - ใช้ได้กี่สาย?
อ่าน

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ลงทะเบียนยังไง - เริ่มเมื่อไร - ใช้ได้กี่สาย?

คมนาคมเดินหน้ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ลงทะเบียนยังไง - เริ่มเมื่อไร? กระทรวงคมนาคมเริ่มใช้นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในเส้นทางสีม่วงและสีแดง พร้อมเตรียมขยายอีก 6 เส้นทางภายใน 30 ก.ย. 2568 ผู้ใช้สิทธิต้องลงทะเบียนผ่านแอป “ทางรัฐ” แผนขยายผลรถไฟฟ้า 20 บาท ครอบคลุม 8 สายภายใน ก.ย. 2568รัฐบาลมีเป้าหมายขยายการใช้สิทธิ์ในระบบรถไฟฟ้า 8 สาย ภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 ได้แก่:สายสีเขียวสายสีทองสายสีเหลืองสายสีชมพูสายสีน้ำเงินแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL)สายสีม่วง (ใช้งานแล้ว)สายสีแดง (ใช้งานแล้ว) การลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ ค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายเพื่อใช้สิทธิ์ค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ผู้โดยสารต้อง ลงทะเบียนยืนยันตัวตน ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” โดยมีรายละเอียดดังนี้:คุณสมบัติ: ต้องเป็นผู้มีเลขบัตรประชาชนไทย 13 หลักวิธีลงทะเบียน: กรอกหมายเลขบัตรประชาชน + ข้อมูลบัตรโดยสารช่วงเวลาลงทะเบียน: เริ่มภายในเดือนสิงหาคม 2568นักท่องเที่ยวต่างชาติ: ไม่ได้รับสิทธิ์ในนโยบายนี้**หากไม่ลงทะเบียนตามกำหนด จะต้องชำระค่าโดยสารตามอัตราปกติ**รูปแบบการใช้บัตรโดยสารผู้โดยสารสามารถใช้บัตรที่มีอยู่เดิมได้ แต่ต้อง ลงทะเบียนผ่านแอป “ทางรัฐ” ก่อน โดยระบบรองรับบัตรต่อไปนี้:บัตรแรบบิท: สายสีเขียว, สีทอง, สีเหลือง, สีชมพูบัตร MRT Plus: สายสีน้ำเงิน, สีม่วงบัตร EMV (Visa/Mastercard แบบ Contactless): สีแดง, สีน้ำเงิน, สีม่วง, สีชมพู, สีเหลืองบัตร ARL: ใช้เฉพาะแอร์พอร์ตเรลลิงก์นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ถือเป็นการปฏิรูปค่าขนส่งสาธารณะครั้งสำคัญในประเทศไทย ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น โดยรัฐบาลตั้งเป้าให้ครบทั้ง 8 เส้นทางภายในเดือนกันยายน 2568

เที่ยวญี่ปุ่น วิธีกรอก Visit Japan Web อัปเดต 2025 แบบละเอียด ทำง่ายๆ ใน 10 นาที
อ่าน

เที่ยวญี่ปุ่น วิธีกรอก Visit Japan Web อัปเดต 2025 แบบละเอียด ทำง่ายๆ ใน 10 นาที

ใครที่กำลังวางแผนจะเดินทางไป เที่ยวญี่ปุ่น 2025 นี้ ก่อนผ่าน ตม. ต้องไม่พลาดการ ลงทะเบียน Visit Japan Web ระบบลงทะเบียนออนไลน์ที่รัฐบาลญี่ปุ่นใช้สำหรับเตรียมข้อมูลผู้เดินทางล่วงหน้า ช่วยให้ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องกรอกเอกสารบนเครื่องบินให้ยุ่งยากนั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ทริปเที่ยวญี่ปุ่นของเราสะดวกมากยิ่งขึ้น มาดู วิธีกรอก Visit Japan Web อัปเดต 2025 แบบละเอียดยิบกันได้เลย ทำเองได้ง่ายๆ 10 นาทีก็เรียบร้อยแล้ว มีขั้นตอนยังไงบ้าง ดูตามนี้ได้เลยค่ะ! ขั้นตอนการลงทะเบียน Visit Japan Web อัปเดต 2025กรอก Visit Japan Web ยังไง Visit Japan Web คืออะไร ? Visit Japan Web เป็นเว็บไซต์สำหรับ ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่น เพื่อลดเวลาในการตรวจเอกสาร และช่วยให้ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น เมื่อก่อน การเดนิทางไปญี่ปุ่น เราอาจคุ้นชินกับการกรอก ใบ ตม. แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นได้เพิ่มรูปแบบจากการกรอกใบ ตม.ในแผ่นกระดาษ มาเป็นรูปแบบออนไลน์ที่ Visit Japan Web นั่นเอง สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนลงทะเบียน พาสปอร์ตปัจจุบันที่ยังไม่หมดอายุ ข้อมูลที่พักคืนแรกในญี่ปุ่น (ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ) ข้อมูลไฟลท์บิน เที่ยวบินไปกลับ (สายการบิน หมายเลขเที่ยวบิน วันเดินทาง) อีเมลที่ใช้งานได้ วิธีการลงทะเบียน Visit Japan Web 2025 1. สร้างบัญชีในการลงทะเบียน ก่อนอื่นเราต้องมาสร้างบัญชีสำหรับลงทะเบียนกันก่อน แต่สำหรับใครที่เคยลงทะเบียนแล้ว สามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้เลยค่ะ 1. เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ Visit Japan Web 2. คลิก Sign up for a new account เพื่อสร้างบัญชีใหม่ 3. คลิก I agree to the Terms of Use และ I agree to the Privacy Policy จากนั้นกด Next 4. กรอกข้อมูล อีเมล รหัสผ่าน (ต้องมีอย่างน้อย 10 ตัวอักษร รวมตัวพิมพ์ใหญ่, ตัวพิมพ์เล็ก, ตัวเลข และสัญลักษณ์) ยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง 5. ติ๊กที่ช่อง I am human จากนั้นกด Create account 6. ระบบจะส่ง รหัสยืนยัน 6 หลัก มายังอีเมลของเรา 7. นำรหัสมากรอกในช่อง Enter confirmation code 8. คลิก Confirm เท่านี้ก็สร้างบัญชีเสร็จเรียบร้อย เข้าสู่ขั้นตอนการลงทะเบียนกันเลย 2. กรอกข้อมูลส่วนตัว Your Details เราจะต้องลงทะเบียนทั้งหมด 3 ส่วนหลักๆ คือ Your details Passport details Check VISA requirement 1. ล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลและรหัสผ่านที่สมัครไว้ 2. ระบบจะถามว่า: มีหนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลญี่ปุ่นหรือไม่? เลือก "No" เป็นผู้พำนักอยู่ในญี่ปุ่นและได้รับอนุญาตพิเศษในการกลับเข้าญี่ปุ่นหรือไม่? เลือก "No" ต้องการใช้ QR code ในการซื้อสินค้าปลอดภาษีหรือไม่? เลือกตามความต้องการ 3. คลิก "Next" 4. กรอกข้อมูลส่วนตัว ชื่อ-นามสกุล (ตามหนังสือเดินทาง) วันเดือนปีเกิด สัญชาติ หมายเลขหนังสือเดินทาง วันหมดอายุของหนังสือเดินทาง อาชีพ ประเทศที่พำนักอาศัย จังหวัดที่ทำงาน 5. ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วคลิก "Register" จากนั้นจะขึ้นหน้า Registration Complete ให้คลิก "Back to Home" 3. เช็ก VISA หลังจากกลับมาหน้าหลัก ระบบจะให้เราเช็กความจำเป็นในการใช้วีซ่า เนื่องจากปัจจุบัน ญี่ปุ่นฟรีวีซ่าท่องเที่ยว 15 วันสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ดังนั้นไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าและไม่มีวีซ่าก็สามารถเข้าญี่ปุ่นได้ ในส่วนนี้สามารถตอบ No ได้เลยค่ะ หลังจากเลือกแล้วคลิก Back to Home และสำหรับใครที่เดินทางกับครอบครัว ก็สามารถลงทะเบียนให้กับคนในครอบครัวเพิ่มได้โดยคลิกที่ "Details of family members traveling with you" 4. ลงทะเบียนแผนการเดินทางRegister New Planned Entry / Return 1. คลิกที่ปุ่ม "Register New Planned Entry / Return" 2. กรอกข้อมูล : ชื่อทริป (เช่น Japan Trip May 2025) วันที่เดินทางเข้าญี่ปุ่น สายการบิน และ หมายเลขเที่ยวบิน สนามบินต้นทาง (เช่น BKK สำหรับสนามบินสุวรรณภูมิ) 3. คลิก "Next" 4. กรอกข้อมูลที่พัก (ถ้ามีเปลี่ยนที่พักให้กรอกที่พักของคืนแรก) รหัสไปรษณีย์ (ระบบจะดึงเขตและจังหวัดมาให้อัตโนมัติ) ชื่อที่พัก ที่อยู่ และ หมายเลขโทรศัพท์ 5. ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด แล้วคลิก "Register Plan" 5. กรอกข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรImmigration Clearance and Customs Declaration 1. คลิกที่ "Immigration Clearance and Customs Declaration" 2. คลิก "Next" 3. กรอกข้อมูล : อาชีพ ประเทศที่พำนักอาศัย จังหวัดที่ทำงาน วันที่เดินทางเข้าญี่ปุ่น หมายเลขเที่ยวบิน สนามบินต้นทาง ที่พักในญี่ปุ่น วัตถุประสงค์ในการเดินทาง (เช่น ท่องเที่ยวตอบ "Tourism") จำนวนวันที่พำนักในญี่ปุ่น 4. ตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรม : หากไม่มีประวัติ ให้เลือก "No" สำหรับทุกข้อ 5. กรอกข้อมูลศุลกากร : ตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งของที่นำเข้าประเทศ เช่น เงินสด, ของขวัญ, สินค้าต้องห้าม เป็นต้น หากไม่มีสิ่งของต้องสำแดง ให้เลือก "No" สำหรับทุกข้อ 6. ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด แล้วคลิก "Register" 7. คลิก "Back to Entry / Return Procedure" เมื่อกลับมาที่หน้าหลัก ตรง Immigration Clearance and Customs Declaration จะขึ้นว่า ✅Registered 6. การใช้งาน QR Code เข้าญี่ปุ่น FAQ คำถามที่พบบ่อย Q : ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนกี่วัน? A : สามารถลงทะเบียนเมื่อใดก็ได้ จะลงทันทีที่จองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อย หรือจะลงวันที่เดินทางก็ได้เหมือนกัน อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม แนะนำให้กรอกล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 วันก่อนเดินทาง เพื่อให้มีเวลาในการตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลหากจำเป็น Q : ไม่ลงแล้วเข้าญี่ปุ่นได้ไหม? A : จำเป็นต้องกรอก Visit Japan Web หรือกรอกใบตม.อย่างใดอย่างหนึ่ง สำหรับใครที่ไม่สะดวกจริง ๆ ก็ยังสามารถเลือกกรอกในใบตม. แบบเดิมก็ได้เช่นกันค่ะ ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจาก https://www.japankuru.com

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
อ่าน

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA

ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================

สรุป 20 ประเทศที่มีสัดส่วนคนถือครอง “คริปโทเคอร์เรนซี่” มากที่สุดในโลก
อ่าน

สรุป 20 ประเทศที่มีสัดส่วนคนถือครอง “คริปโทเคอร์เรนซี่” มากที่สุดในโลก

จากรายงานของ Triple-A องค์กรที่ให้บริการ และจัดเก็บข้อมูลธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ระบุว่าในปี 2024 มีประชากรโลกที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ทั้งหมด 562 ล้านคน มากกว่าคนที่มีบัญชี PayPal และถือบัตร Amex ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 33% จากปี 2023 โดยช่วงอายุที่ถือครองมากที่สุดคือ 24-35 ปี คิดเป็นสัดส่วน 34% ของทั้งหมด ทั้งนี้สัดส่วนการถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่จะอยู่ที่ผู้ชาย ผู้หญิงอยู่ที่ 61% และผู้หญิง 39% โดย 20 อันดับประเทศที่มีสัดส่วนคนถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่เมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมดสูงสุด ดังนี้1. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 25.3%2. สิงคโปร์ มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 24.4%3. ตุรกี มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 19.3%4. อาร์เจนติน่า มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 18.9%5. ไทยมีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 17.6%6. บราซิล มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 17.5%7. เวียดนาม มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 17.4%8. สหรัฐอเมริกา มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 15.5%9. ซาอุดิอาระเบีย มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 15%10. มาเลเซีย มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 14.3%11. ฮ่องกง มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 14.3%12. อินโดนีเซีย มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 13.9%13. เกาหลีใต้ มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 13.6%14. แอฟริกาใต้ มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 12.4%15. สวิตเซอร์แลนด์มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 11.5%16. ฟิลิปปินส์ มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 10.6%17. เวเนซุเอลา มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 10.3%18. ยูเครน มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 10.2%19. แคนาดา มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 10.1%20. สโลวีเนีย มีสัดส่วนคนที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี่ต่อประชากรอยู่ที่ 9.9%

เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ 150 ปี กระทรวงการคลัง
อ่าน

เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ 150 ปี กระทรวงการคลัง

เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ 150 ปี กระทรวงการคลัง วงเงิน 300 ล้านบาท รุ่นอายุ15 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.15% ต่อปี หน่วยละ 1,000,000 บาท #ทันหุ้น นายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ขอแจ้งข้อกำหนดเกี่ยวกับจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ รุ่น 150 ปี กระทรวงการคลัง วงเงิน 300 ล้านบาท รุ่นอายุ 15 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.15% ต่อปี หน่วยละ 1,000,000 บาท ซึ่งเปิดให้จองซื้อในงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงการคลัง ครบรอบ 150 ปี วันที่ 1 3 พฤษภาคม 2568 ณ อาคาร 3-4 ชั้น G ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ดังนี้ 1. ผู้ที่สนใจสามารถรับคิวจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ได้ที่บูธ สบน. ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป โดยกำหนด 1 คน 1 คิว 1 สิทธิ์การจองซื้อ และจะต้องเป็นผู้ซื้อพันธบัตรหรือผู้ได้รับมอบอำนาจเท่านั้น 2. เอกสารที่เกี่ยวข้อง 3. ผู้ที่สนใจจองซื้อพันธบัตรขอให้ดำเนินการเปิดบัญชีออมทรัพย์กรุงไทยล่วงหน้า เพื่อมาทำธุรกรรมจองซื้อหรือรับดอกเบี้ย ก่อนวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เพื่อความรวดเร็วในการให้บริการ (กรณีที่เป็นบัญชีออนไลน์จะต้องยืนยันลายมือชื่อเจ้าของบัญชีผ่านสาขาธนาคารล่วงหน้า) 4. ผู้จองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ภายในงานจะได้รับสิทธิ์ในการซื้อ รูปจำลองใบพันธบัตรที่ระลึก ราคาใบละ 4,999 บาท โดยได้รับสิทธิ์ 1 ล้านบาทต่อ 1 สิทธิ์ และสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า สบน. ขอเรียนเชิญชวนประชาชนทุกท่านร่วมลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ รุ่น 150 ปี กระทรวงการคลัง ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวาระพิเศษนี้ สบน. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจำหน่ายพันธบัตรจะได้รับการตอบรับที่ดี และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจลงทุนกับพันธบัตรออมทรัพย์ด้วยดีเสมอมา

1 พ.ค.นี้ต่างชาติเข้าไทยต้องกรอก"TDAC"
อ่าน

1 พ.ค.นี้ต่างชาติเข้าไทยต้องกรอก"TDAC"

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เตรียมเปิดบริการระบบแบบรายการของคนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรไทย ในรูปแบบดิจิทัล (ตม.6) หรือ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) สำหรับให้คนต่างด้าวทุกรายต้องลงทะเบียนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยระบบดังกล่าว กำหนดให้ชาวต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ต้องลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์ http://tdac.immigration.go.th/nbsp; และในอนาคตจะมีบริการในรูปแบบแอปพลิเคชันชาวต่างชาติสามารถกรอกข้อมูล TDAC ภายใน 3 วันก่อนจะเดินทางเข้าประเทศไทย โดยจะต้องกรอกข้อมูลเอกสารเดินทาง หนังสือเดินทาง ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทาง ที่พักในประเทศไทย สถานะทางสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ TDAC ไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบบัตรขาเข้าออนไลน์ ที่พัฒนาขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับกฎระเบียบและความจำเป็นในหลายประเทศ สำหรับวิธีการลงทะเบียน TDAC สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย มีดังนี้ 1. เข้าไปที่ tdac.immigration.go.th หรือสแกน QR code 2.กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลการเดินทาง 3. ส่งแบบฟอร์มและรับอีเมลยืนยัน 4. นำเอกสารยืนยันและเอกสารการเดินทางไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยนายอนุกูล กล่าวว่า เว็บไซต์ tdac.immigration ยังอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติ โดยจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เกาหลี รัสเซีย และญี่ปุ่น พร้อมแผ่นพับและคลิปวิดีโอแนะนำการใช้งาน TDAC นอกจากนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ E-Visa ของกรมการกงสุล ระบบคัดกรองโรคของกรมควบคุมโรค และระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้การเดินทางเข้าประเทศไทยเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

‘Pacamara Coffee Roasters’ เอาใจคนรักอเมริกาโน่! เปิดตัวแคมเปญ HAVE A COLORFUL AMERICANO!
อ่าน

‘Pacamara Coffee Roasters’ เอาใจคนรักอเมริกาโน่! เปิดตัวแคมเปญ HAVE A COLORFUL AMERICANO!

เปลี่ยนทุกวันให้สดใสด้วยกาแฟแก้วโปรด! เมื่อแบรนด์สเปเชียลตี้คอฟฟี่ชื่อดัง Pacamara Coffee Roasters สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับคนรักกาแฟอเมริกาโน่ ด้วยแคมเปญ HAVE A COLORFUL AMERICANO! ที่มอบประสบการณ์การดื่มอเมริกาโน่ในมิติที่แตกต่าง ด้วยเมล็ดกาแฟคัดพิเศษที่ยอดเยี่ยมและให้รสชาติหลากหลาย ทั้งจากแหล่งปลูกในไทยและต่างประเทศ ผ่านกรรมวิธีการคั่วอย่างพิถีพิถันเพื่อคออเมริกาโน่โดยเฉพาะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ BE HEALTHY BE HAPPY WITH AMERICANO โดยมี แอน ทองประสม นักแสดงสาวสุขภาพดีผู้ชื่นชอบการดื่มกาแฟ ร่วมแชร์เคล็ดลับการดูแลตัวเองและเผยสไตล์การดื่มอเมริกาโน่ที่ชื่นชอบและดีต่อสุขภาพ พร้อมเปิดตัว 3 เมล็ดกาแฟใหม่สุดพิเศษ ที่สะท้อนสีสันแห่งรสชาติตามเฟลเวอร์วีล (Coffee Taster's Flavor Wheel) หรือวงล้อกลิ่นและรสชาติ สำหรับนักชิมกาแฟ เพื่อสร้างสรรค์อเมริกาโน่ที่พิเศษขึ้นในทุกๆ วัน แคมเปญนี้ Pacamara Coffee Roasters ต้องการนำเสนอมุมมองใหม่ของการดื่มอเมริกาโน่ที่ไม่เพียงแค่กระตุ้นความสดชื่นระหว่างวัน แต่ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย เนื่องจากคาเฟอีนจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ ลดอาการเหนื่อยล้า และเพิ่มความทนทานให้กล้ามเนื้อ อเมริกาโน่จึงเหมาะจะเป็นเครื่องดื่มสำหรับพรีเวิร์คเอาต์ (Pre-Workout) ที่ช่วยบูสต์พลังงานก่อนออกกำลังกาย และเติมความสดชื่นระหว่างวัน โดย 3 เมล็ดกาแฟใหม่ที่เปิดตัวในครั้งนี้เต็มไปด้วยสีสันและรสชาติที่แตกต่าง สร้างสรรค์เป็นอเมริกาโน่ 3 สไตล์เพื่อคอกาแฟโดยเฉพาะ เริ่มต้นที่คอนเซ็ปต์แรก HAPPY OLD ROSE กาแฟโทนสีโอลด์โรสที่ดื่มแล้วรู้สึกแฮปปี้ จากเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ พาคามาร่า (Pacamara) ชื่อเดียวกับชื่อแบรนด์ เป็นกาแฟผสมข้ามสายพันธุ์ (Hybrid) มีต้นกำเนิดจากประเทศเอลซัลวาดอร์ ซึ่งมีเอกลักษณ์คือเมล็ดใหญ่และต้านทานต่อโรคสูง ค่อนข้างหายากและมีปริมาณผลผลิตไม่ถึง 3% ต่อปี เป็นเมล็ดกาแฟจากฟาร์ม ซานตา โรซ่า ตั้งอยู่บนเนินเขา El Pital ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของเอลซัลวาดอร์ มีรสเปรี้ยวอ่อนๆ แบบองุ่นขาว หอมกลิ่นลูกแพร์ ตบท้ายด้วยความหวานคล้ายบัตเตอร์สกอตช์ มีบอดี้ที่นุ่มนวล ในราคา 145 บาท ถัดมาที่คอนเซ็ปต์ LIVELY BURGUNDY เติมความสดใสให้ทุกวันด้วยกาแฟโทนสีเบอร์กันดี เมล็ดกาแฟจากฟาร์ม ลา จูเลีย ประเทศโคลอมเบีย ผ่านกระบวนการ Anaerobic Honey โดยการหมักในถังไวน์ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟอเมริกาโน่ที่มีความหวานฉ่ำ คล้ายบลูเบอรี่ ผลไม้เขตร้อน และลูกกวาด พร้อมกลิ่นหอมนุ่มคล้ายไวน์ ให้รสชาติสมดุลอย่างลงตัว ในราคา 140 บาท และคอนเซ็ปต์สุดท้าย SUNGLOW DELIGHT ที่ดื่มแล้วรู้สึกอบอุ่น สดชื่นเหมือนแสงแดดยามเช้า ด้วยเมล็ดกาแฟคัดพิเศษจากบ้านผาฮี้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผ่านกระบวนการ Anaerobic Honey โดยโรงแปรรูปของพาคามาร่าเองเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบดื่มอเมริกาโน่ที่มีกลิ่นและความหอมที่โดดเด่นจากเมล็ดกาแฟอย่างแท้จริง ให้รสชาติเหมือนมิลค์ช็อกโกแลต หอมหวานคล้ายคาราเมล และชาส้ม กาแฟโทนสีซันโกลว์ ที่ดื่มแล้วละมุนไม่เข้มจนเกินไป ในราคา 135 บาท ด้าน แอน ทองประสม นักแสดงสาวสุขภาพดีผู้ชื่นชอบการดื่มกาแฟ เล่าถึงเส้นทางการเริ่มต้นออกกำลังกายและการดื่มกาแฟที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ในทุกวันนี้ พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลรูปร่างและพลังงานในแต่ละวันด้วยอเมริกาโน่แก้วโปรดว่า เราเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่อายุประมาณ 35 ปี โดยจุดเริ่มต้นมาจากความต้องการในการดูแลรูปร่าง แต่พอเริ่มออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สุขภาพก็ดีขึ้นไปด้วย ก็เลยเริ่มให้ความสำคัญกับการกินและการดูแลตัวเองอย่างจริงจัง รวมถึงการดื่มกาแฟที่แต่ก่อนดื่มแค่เพิ่มความสดชื่นระหว่างวัน แต่ปัจจุบันกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรเพื่อเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย ซึ่งเรามองว่าการออกกำลังกายก็เหมือนการขับถ่าย เป็นความจำเป็นของร่างกายทุกคน โดยเราจะออกกำลังกายสัปดาห์ละ 4-5 วัน แบ่งเป็นเวทเทรนนิ่ง 2 วัน โยคะ 2 วัน และกิจกรรมอื่นๆ อย่างการวิ่ง เทนนิส พิลาทิสบ้างตามโอกาส เป้าหมายในการออกกำลังกายของเราคือการรักษารูปร่างและสุขภาพที่ดีเพื่อให้สามารถแต่งตัวและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข สำหรับการดื่มอเมริกาโน่กับการออกกำลังกาย ตอนแรกเราจะดื่มกาแฟหลังออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า แต่มีเทรนเนอร์แนะนำให้ลองดื่มก่อนออกกำลังกายด้วย เพราะจะช่วยให้เรามีแรงและอึดมากขึ้น เลยกลายเป็นว่าตอนนี้ดื่มทั้งก่อนและหลังออกกำลังกายจนเป็นกิจวัตร เพราะนอกจากช่วยให้รู้สึกสดชื่นแล้ว คาเฟอีนในอเมริกาโน่ยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ ลดอาการเหนื่อยล้า และเพิ่มความทนทานให้กล้ามเนื้อได้อีกด้วย และยังช่วยกระตุ้นการขับถ่ายด้วย ส่วนกาแฟรสชาติที่เราชอบ จะชอบกาแฟคั่วกลางที่มีความหอมมัน นัตตี้ และมีรสมิลค์ช็อกโกแลตอ่อนๆ อเมริกาโน่ที่ชอบจะต้องมีรสชาติที่กลมกล่อมและช่วยเติมความสดชื่นได้ตลอดวัน อย่างที่ได้ชิมเมล็ดกาแฟใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวก็จะชอบเมล็ดจากเอลซัลวาดอร์ที่เป็นเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ พาคามาร่า มีบอดี้ที่ค่อนข้างนุ่ม กลิ่นหอมเหมือนบัตเตอร์สกอตช์ กับอีกแก้วจะเป็นเมล็ดจากประเทศโคลอมเบียแก้วนี้ก็จะกลมกล่อม มีกลิ่นหอมคล้ายไวน์องุ่น และนอกจากรสชาติที่หลากหลายแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของ Pacamara Coffee Roasters คือตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองที่ใกล้สวนสาธารณะใหญ่ อาทิ สวนลุมพินี สวนเบญจกิติ สวนเบญจสิริ และสวนรถไฟ รวมถึงสาขาในคอมมูนิตี้มอลล์และไลฟ์สไตล์มอลล์ทำให้เป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพและนักออกกำลังกายที่ต้องการเติมพลังด้วยอเมริกาโน่แก้วโปรดได้ โดยแคมเปญ HAVE A COLORFUL AMERICANO! พร้อมให้เหล่าอเมริกาโน่ เลิฟเวอร์ ได้ลิ้มรสกาแฟแก้วโปรดได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ไปตลอดทั้งปี 2568 ที่ Pacamara Coffee Roasters ทุกสาขา โดยจะมีการเปลี่ยนเมล็ดกาแฟในทุก 2 เดือน เพื่อให้คออเมริกาโน่ได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ กันอย่างต่อเนื่อง

โคลอมเบียตกลงซื้อกริพเพ่น (JAS 39 Gripen) ขึ้นแท่นเป็นกองทัพอากาศที่ 7 ของโลกที่ใช้งาน
อ่าน

โคลอมเบียตกลงซื้อกริพเพ่น (JAS 39 Gripen) ขึ้นแท่นเป็นกองทัพอากาศที่ 7 ของโลกที่ใช้งาน

กุสตาโว เปโตร (Gustavo Petro) ประธานาธิบดีประเทศโคลอมเบียประกาศแผนจัดซื้อเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจยาส 39 กริพเพ่น อีเอฟ (JAS 39 Gripen E/F) เข้าประจำการในกองทัพอากาศ โดยประกาศดังกล่าวถูกเผยแพร่บนบัญชีเอ็กซ์ (X, Twitter) ของประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา หลังก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวลือว่าดีลอาจล่มเนื่องจากสหรัฐฯ ไม่อนุญาตให้ Gripen นำเครื่องยนต์ GE F414 ติดตั้งและขายให้ต่างประเทศ ประกาศการจัดซื้อ JAS 39 Gripen ของโคลอมเบียในประกาศดังกล่าวระบุว่าจะซื้อเครื่องบินขับไล่ Gripen ที่ผลิตขึ้นใหม่ทั้งหมดโดยยังไม่ระบุจำนวนอย่างเป็นทางการ แต่จะเป็น Gripen E/F แบบเดียวกันกับที่บราซิลได้สิทธิ์ในการผลิตและส่งเข้าประจำการในกองทัพอากาศบราซิลด้านเอวิแอกออนไลน์ (Aviac Online) สำนักข่าวด้านอากาศยาน ระบุรายละเอียดว่าในข้อตกลงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Gripen มีการทำมาตรการชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset) ในการจัดซื้อใน 3 เรื่อง ได้แก่ การจัดตั้งโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์แบบยืดหยุ่น การติดตั้งระบบผลิตน้ำประปาหลายแห่ง และการติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ขั้นสูงในโรงพยาบาลในกรุงโบโกตา (Bogotá) เมืองหลวงของโคลอมเบีย JAS 39 Gripen กับสงครามการค้าอเมริกาและโคลอมเบียGripen E/F เป็นเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจยุค 4.5 ที่รองรับปัญญาประดิษฐ์ AI เพื่อการประสานงานระหว่างการขับเครื่องบินด้วยมนุษย์และโดรน รวมถึงรองรับการควบคุมการบินด้วยคอมพิวเตอร์ (Fly-by-wire control) เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 พร้อมความสามารถในการยิงอาวุธประเภทต่าง ๆ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สัญชาติอเมริกัน เจเนอรัล อิเล็กทริก (General Electric: GE) รุ่น F414Gทั้งนี้ อาร์มมี เรกค็อกนิชัน (Army Recognition) สำนักข่าวด้านการทหารในต่างประเทศระบุว่า ก่อนหน้านี้ประเทศสหรัฐอเมรกิาได้ใช้สิทธิ์โต้แย้ง (Veto) ในการให้ใบอนุญาตส่งออกและประกอบเครื่องยนต์ GE F414G ให้กับบริษัท ซาบ (Saab) ผู้พัฒนาเครื่องบินขับไล่ Gripen ซึ่งมีแผ่นขายเครื่องบินให้กับประเทศโคลอมเบีย ซึ่งคาดกันว่าอาจเป็นหนึ่งในการตอบโต้เพื่อบีบให้โคลอมเบียเลือกจัดซื้อเอฟ-16 ไฟต์ติง ฟอลคอน (F-16 Fighting Falcon) จากบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) ของสหรัฐอเมริกาแทนJAS 39 Gripen และอนาคตของโคลอมเบียท่ามกลางปัญหาทางการเมืองและการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา สวีเดน และโคลอมเบีย การตัดสินใจเลือกจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Gripen นั้นเป็นไปตามความต้องการของกองทัพอากาศโคลอมเบียที่ต้องการจัดหาเครื่องบินขับไล่ที่มีศักยภาพมาทดแทน ไอเอไอ คเฟอร์ (IAI Kfir) เครื่องบินขับไล่ยุค 1960 ของอิสราเอลที่มีอายุการใช้งานอย่างยาวนาน ซึ่งประจำการในกองทัพอากาศฯ จำนวน 23 ลำทางด้านเดอะ ริโอ ไทม์ส (The Rio Times) สำนักข่าวในบราซิลระบุในเดือนกุมภาพันธ์ว่า มูลค่าโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Gripen อาจอยู่ที่ประมาณ 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 110,000 ล้านบาท และถ้าการจัดซื้อเกิดขึ้นจริง กองทัพอากาศโคลอมเบียจะกลายเป็นชาติที่ 7 ต่อจาก สวีเดน บราซิล ฮังการี สาธารณรัฐเช็ก แอฟริกาใต้ และไทย ที่มีเครื่องบินขับไล่ Gripen (ทุกรุ่นย่อย) เข้าประจำการ สำหรับจำนวนที่ประเทศโคลอมเบียจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Gripen นั้นคาดว่าจะอยู่ที่ 16 ถึง 24 ลำ

"บัตรทอง" ของ "ทรัมป์" ขายได้จริงยอดพันใบในวันเดียว รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ อ้าง
อ่าน

"บัตรทอง" ของ "ทรัมป์" ขายได้จริงยอดพันใบในวันเดียว รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ อ้าง

ฮาวเวิร์ด ลุทนิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า “บัตรทอง” (Gold Card) หรือที่รู้จักกันว่ามันคือบัตรวีซาทองคำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจนสามารถขายบัตรทองนี้ให้กับชาวต่างได้มากถึง 1 พันใบ “ในวันเดียว” และมีผู้แสดงความสนใจจะครอบครองบัตรทองนี้มาแล้วอย่างน้อย 250,000 คนลุทนิค อ้างความสำเร็จนี้ในรายการพอตแคส “All-In Podcast” ของสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (23 มีนาคม) โดยกล่าวว่ามีมหาเศรษฐีมากกว่า 37 ล้านคนบนโลกที่สามารถซื้อบัตรทองนี้ได้ อีกทั้งเขายังอ้างคำพูดของทรัมป์ว่าสหรัฐฯ จะสามารถขายบัตรทองได้ทะลุ 1 ล้านใบ ขณะเดียวกันผู้ดำเนินรายการยังได้ถามลุทนิคถึงต้นกำเนิดไอเดียบัตรทองของทรัมป์ ซึ่งลุทนิคเผยว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้ไอเดียการขายบัตรทองมาจาก “จอห์น พอลสัน” มหาเศรษฐีและนักลงทุนชื่อดัง รวมไปถึงได้รับการสนับสนุนจากอีลอน มัสก์ ที่ในตอนนี้มัสก์กำลังพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อรองรับสำหรับบัตรทองโดยเฉพาะด้วยลุทนิค ยังกล่าวด้วยว่าในมุมมองของเขาถ้าหากเขาไม่ใช่คนอเมริกันและอาศัยอยู่ในประเทศอื่น เขาจะซื้อบัตรทองนี้มากถึง 6 ใบ โดยแบ่งให้ 1 ใบ เป็นของตัวเขาเอง, อีก 1 ใบ เป็นของภรรยา และ 4 ใบที่เหลือ เป็นของลูก ๆ ทั้งสี่คน แล้วพวกเขาทั้งหมดก็จะย้ายมาอยู่ในสหรัฐฯ ทันที และได้ย้ำว่าบัตรทองนี้สามารถเพิกถอนได้ หากผู้ถือสิทธิก่ออาชญากรรมหรือก่อภัยคุกคามที่ร้ายแรงในสหรัฐฯ นโยบายบัตรทองของทรัมป์เป็นที่พูดถึงครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บัตรทองดังกล่าวจะเข้ามาแทนที่วีซ่าประเภท EB-5 หรือ วีซ่าสำหรับนักลงทุนโดยมีจุดประสงค์เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่ร่ำรวยที่ต้องการถือสิทธิ์ในการเข้ามาพักอาศัยในสหรัฐฯ อย่างถาวรและถูกกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นการปูทางไปสู่การเป็นพลเมืองอเมริกันในอนาคตด้วย ซึ่งทรัมป์กล่าวไว้ว่าเขาจะขายบัตรทองให้กับชาวต่างชาติในราคาใบละ 5 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 170 ล้านบาททรัมป์เชื่อว่าการขายบัตรทองให้ชาวต่างชาติที่ร่ำรวยจะช่วยเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจให้สหรัฐฯ เพราะชาวต่างชาติที่มีกำลังทรัพย์มากพอ ต้องการเข้ามาอยู่และลงทุนในสหรัฐฯ ซึ่งแน่นอนว่าจะเกิดการใช้จ่ายและสามารถนำเงินลงทุนจำนวนมากเข้าประเทศได้ อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสให้เกิดการการจ้างงานชาวอเมริกัน รวมไปถึงชาวต่างชาติที่ร่ำรวยเหล่านี้ยังสามารถจ่ายภาษีจำนวนมากให้สหรัฐฯ ได้ด้วย

วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน อัปเดต 2025 ซื้อตั๋วรถไฟจีนยังไง จองตั๋วผ่านแอป
อ่าน

วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน อัปเดต 2025 ซื้อตั๋วรถไฟจีนยังไง จองตั๋วผ่านแอป

เที่ยวจีน ต้องรู้อะไรบ้าง? สายเที่ยวคนไหนอยาก เที่ยวจีนด้วยตัวเอง จำเป็นต้องทราบ วิธีเดินทางด้วยรถไฟจีน ไว้ก่อนเลย เพราะการเดินทางด้วยรถไฟ ถือเป็นระบบขนส่งสาธารณะหลักๆ ของจีนเลยก็ว่าได้ เราจึงขอแชร์ วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน อัปเดต 2025 มาช่วยให้การขึ้นรถไฟของนักท่องเที่ยวมือใหม่ราบรื่นมากขึ้น ตอนนี้ก็ถึงเวลาตามมาส่องกันแล้วค่ะว่า ซื้อตั๋วรถไฟแบบไหนได้บ้าง จองตั๋วผ่านแอปยังไง รู้แล้วเที่ยวได้สบายคอนเฟิร์ม! วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน 2025วิธีเดินทางด้วยรถไฟที่จีน ขึ้นรถไฟจีน 1. วิธีซื้อตั๋วโดยสาร 1.1 ซื้อตั๋วกับเจ้าหน้าที่ เริ่มด้วยวิธีซื้อตั๋วด้วยเงินสดแบบเบสิกที่สุด นั่นก็คือ ซื้อตั๋วรถไฟกับเจ้าหน้าที่ขายตั๋ว ค่ะ ใครไม่มั่นใจกลัวสื่อสารไม่ได้ แนะนำแคปหน้าจอตารางวันเวลา เที่ยวรถไฟ จากสถานีไหนไปที่ไหนให้ครบถ้วน แล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่พร้อมพาสปอร์ตได้เลยค่ะ สำหรับใครที่มีทริปเซี่ยงไฮ้จะซื้อบัตรเดินทางแบบเติมเงิน อย่าง Shanghai Pass ก็สะดวกไปอีกแบบ เพราะบัตรใบนี้สามารถใช้จ่ายค่า รถไฟใต้ดิน รถประจำทาง แท็กซี่ ที่เที่ยว รวมถึงร้านช้อปปิ้งต่างๆ ได้ค่อนข้างครอบคลุมเลยค่ะ 1.2 ซื้อตั๋วผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ มาถึงการ ซื้อตั๋วผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ คุณสามารถซื้อเป็นรายเที่ยวหรือซื้อ บัตร Metro Pass แบบเหมาทั้งวันไม่จำกัดเที่ยว บอกเลยว่า เหมาะกับคนที่ต้องเดินทางหลายๆ ครั้งต่อวันสุดๆ ค่ะ สำหรับขั้นตอนการซื้อตั๋วรายเที่ยวสามารถทำตามนี้ได้เลย สำหรับใครที่ไม่ถนัดภาษาจีน ก็ให้กดเปลี่ยนภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษได้เลยค่ะ ค้นหาสถานีปลายทางที่จะไป แล้วกดเลือก (ควรตรวจสอบเส้นทางรถไฟและการเปลี่ยนสถานีไว้ล่วงหน้า) เลือกจำนวนบัตรโดยสารที่ต้องการซื้อ กดเลือกวิธีการชำระเงิน ซึ่งสามารถจ่ายได้ทั้งเงินสด และสแกนจ่ายผ่านแอป Alipay, Wechat ได้ รับบัตรโดยสาร 1.3 จองตั๋วออนไลน์ผ่านแอป วันนี้เรา การซื้อตั๋วด้วย Alipay กับ Wechat ควรมีแอปนี้ติดเครื่องไว้เลย เพราะที่จีนใช้ 2 แอปนี้เป็นหลัก สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟ เราขอแนะนำ Alipay ค่ะ แต่ต้องสมัครและผูกบัตรเครดิตหรือ Travel card ไว้ก่อนนะคะ และวิธีใช้ Alipay กับการเดินทางด้วยรถไฟจีน ทำได้ 2 วิธีดังนี้ การเดินทางภายในเมือง วิธีแรกคือ สแกนเข้าสถานีด้วย Alipay เหมาะจะใช้กับการเดินทางด้วยรถไฟภายในเมือง เริ่มด้วยเข้าสู่แอปหน้าหลัก แล้วเลือก หมวด Transport Metro แล้วกด เมนู Transport ด้านบนเพื่อเลือกเมืองที่จะไป จากนั้นกด View จะขึ้นเมนู Select Metro Card กด Activate แล้วจึงกดยอมรับเงื่อนไขต่างๆ ก่อนเลือก Agree and obtain Card ค่ะ ต่อมาใส่รหัสชำระเงินที่เคยลงทะเบียนไว้ Use now เท่านี้ก็จะได้ QR Code ของเมืองปลายทางแล้ว ซึ่งวิธีใช้ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วย เพียงสแกน QR Code ผ่านช่องตรวจตั๋วในสถานีรถไฟในเมืองนั้นๆ ก็เป็นอันเสร็จ ซื้อตั๋วเดินทางระหว่างเมือง สำหรับการซื้อตั๋วรถไฟข้ามเมือง แอป Alipay ก็ทำได้เช่นเดียวกันค่ะ เพียงเข้าสู่หน้าหลักเลือก Trip Airline Ticket Trains จากนั้นใส่ วันที่ สถานีต้นทาง ปลายทาง เลือกแบบขาไปเที่ยวเดียวหรือขากลับแล้ว กด Search ก็จะขึ้นเวลาและเที่ยวรถไฟให้เลือก ตรงนี้ควรดูสถานีต้นทางให้แม่นยำด้วยนะคะ พอกดเลือกเวลาที่ต้องการก็จะขึ้นที่นั่งให้เลือกจอง จากนั้น กด Book ได้เลย รอสักครู่ก็จะเข้าสู่หน้าเพิ่มผู้โดยสาร กด Add/Edit Passengers แล้วกรอกข้อมูลให้ครบ โดยต้องตรงกับ Passport ของเราด้วยนะคะ ก็จะมาสู่หน้า Passenger info ใครไปหลายคนก็สามารถกรอกรายละเอียดผู้โดยสารเพิ่มได้อีก แล้วจึงกด OK ในส่วนของ Contact info ให้ใส่ ชื่อ อีเมล เบอร์โทร ให้ครบได้เลย จากนั้นให้เลื่อนลงมาเลือกตำแหน่งที่นั่ง กด Continue และ Pay now เพื่อชำระเงินตามลำดับ 2. สแกนกระเป๋าเข้าสถานี ก่อนจะขึ้นรถไฟจะต้องผ่านการตรวจสแกนสัมภาระกับเจ้าหน้าที่ก่อนค่ะ โดยเฉพาะรถไฟใต้ดิน ความเข้มมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือ สัมภาระที่เป็นของเหลว ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ น้ำ ต้อง ไม่เกิน 120-150 ml. นะคะ ไม่อย่างนั้นต้องทิ้งนะทุกคน แต่ขอกระซิบว่า บางเคสถ้าเป็นน้ำดื่ม เจ้าหน้าที่อาจให้ดื่มจนหมดก่อนก็มี! 3. เช็กทางออก ชานชาลา และ จุดเชื่อมขบวนต่างๆ การเช็กชานชาลา ทางออก และจุดเชื่อมขบวน ข้อนี้สำคัญมาก! เพราะหากเราตรวจสอบมาก่อนอย่างถูกต้อง รู้ทางออกที่แน่ชัด จะช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยค่ะ ทั้งไม่เสี่ยงกับการขึ้นรถไฟผิดขบวนอีกด้วย 4. เผื่อเวลาในการเดินทาง เที่ยวจีนฉบับมือใหม่ ยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์การนั่งรถไฟในจีน ควรเผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อย 40-45 นาทีค่ะ เพื่อได้มีเวลาตรวจสอบตั๋ว เส้นทางรถไฟ สถานีที่ต้องแวะ จบปัญหาขึ้นรถไฟผิดสาย ตกขบวนรถไฟไปได้เลย! 5. ขึ้นรถไฟ พร้อมเช็กสถานีปลายทาง ขณะเดินทางด้วยรถไฟ แนะนำว่า ควรเช็กสถานีปลายทางหรือสถานีที่ต้องแวะไว้ด้วยค่ะ จะได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนลงสถานีปลายทางที่ต้องการ ================= ที่เที่ยวจีน ที่น่าสนใจอื่นๆ เที่ยวจีน เช็กอิน 7 ที่เที่ยวปักกิ่ง Beijing อัปเดต 2025 ไปปักกิ่ง เที่ยวไหนดี 7 เมืองน่าเที่ยวในจีน สำหรับมือใหม่ ไปจีนครั้งแรกเที่ยวไหนดี?

เปิดจองสิทธิ"บ้านเพื่อคนไทย"วันแรก  ลงทะเบียนได้ 2 วิธี เช็กที่นี่
อ่าน

เปิดจองสิทธิ"บ้านเพื่อคนไทย"วันแรก ลงทะเบียนได้ 2 วิธี เช็กที่นี่

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า วันนี้ (17 ม.ค.) เวลา 14.00 น. ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ประตูที่ 1 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดตัวโครงการ บ้านเพื่อคนไทย อย่างเป็นทางการ เพื่อตรวจความพร้อม และเปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้าชมห้องตัวอย่าง มีทั้งบ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียม พร้อมเปิดให้ประชาชนยื่นแสดงเจตจำนงเข้าร่วมโครงการสำหรับการเปิดแสดงเจตจำนงล็อตแรก 4,000 หน่วย บนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทั่วประเทศ 4 ทำเล ได้แก่ ที่ดินย่านบางซื่อ นิคม กม.11 หลังสำนักงานใหญ่ ปตท.ใกล้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ที่ดินใกล้สถานีธนบุรี บริเวณใกล้โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ มีรถไฟสายสีน้ำเงินผ่าน //ที่ดินบริเวณเชียงราก ใกล้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ บริเวณใกล้เคียงมีสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง เส้นทางรถไฟสายเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และ ที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟเชียงใหม่บ้านเพื่อคนไทย เป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยร่วมกับโครงการค่าเดินทางรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน ราคาผ่อนชำระเริ่มต้นที่ 4,000 บาท ประกอบด้วย ชุดคอนโดมิเนียมห้องพักขนาด 30-51 ตารางเมตร เบื้องต้นขนาด 8 ชั้น หลังจากนั้นจะขยายโครงการเป็น 45 ชั้น เพื่อให้คุ้มค่าต่อการพัฒนาโครงการ และรองรับความต้องการที่น่าจะมีจำนวนมาก รวมถึงปรับราคาต่อห้องให้ถูกลงได้ และโครงการบ้านเดี่ยว 1 ชั้น ขนาด 50 ตารางเมตร บนที่ดิน 50 ตารางวาประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ มี 2 วิธี คือ ลงทะเบียนที่สำนักงานแสดงบ้านตัวอย่างที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และบูธธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ตั้งแต่วันที่ 17-24 มกราคม หรือ ลงทะเบียนที่ www.บ้านเพื่อคนไทย.th เริ่มวันที่ 17 มกราคม จนกว่าจะมีประกาศปิดการลงทะเบียนส่วนคุณสมบัติของผู้ซื้อสิทธิกำหนดไว้ประกอบด้วย เป็นผู้มีสัญชาติไทย /เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ณ วันลงทะเบียน /เป็นผู้มีรายได้ ณ วันลงทะเบียน ไม่เกิน 50,000 บาทต่อเดือน /ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างที่อาจใช้พักอาศัยได้ทุกประเภท และ ไม่เคยได้สิทธิในโครงการบ้านเพื่อคนไทยทั้งนี้ ภายหลังจากที่เปิดให้ประชาชนยื่นแสดงเจตจำนงแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบสิทธิ และประกาศผลผู้ที่ได้รับสิทธิในการซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการดังกล่าวภายใน 2 เดือนนับจากนี้ หรือราวเดือนมีนาคม 2568 จากนั้นโครงการจะก่อสร้างทันทีเพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยในราคาจับต้องได้ โดยนำร่อง 4,000 หน่วย จากเป้าหมายทั้งหมด 300,000 หน่วยp.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px 'Helvetica Neue'} p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px '.ThonburiUI'} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ข้อมูลจาก:บ้านเพื่อคนไทยภาพจาก : บ้านเพื่อคนไทย

Kyo Roll En ต้อนรับตรุษจีน 2568 ด้วยโรลส้ม “มั่งมี...ศรีสุข” รวมความอร่อยสดชื่นจากส้ม 3 สายพันธุ์ พร้อมแพ็คเกจยกส้มสุดหรู
อ่าน

Kyo Roll En ต้อนรับตรุษจีน 2568 ด้วยโรลส้ม “มั่งมี...ศรีสุข” รวมความอร่อยสดชื่นจากส้ม 3 สายพันธุ์ พร้อมแพ็คเกจยกส้มสุดหรู

กลับมาอีกครั้งในรอบปี!! Kyo Roll En ร่วมฉลองตรุษจีน 2568 ด้วย Emperor Orange Roll โรล ส้ม มหามงคล มั่งมี...ศรีสุข ที่ใช้ส้ม 3 สายพันธุ์ อัดแน่นด้วยส้มซาถังจักรพรรดิ กว่า 5 ลูก บรรจุในแพ็คเกจ ยกส้มตรุษจีน สุดหรูสีแดงมงคล Emperor Orange Roll โรลเค้กส้ม 3 สายพันธุ์ 3 สัญชาติ อาทิ ส้ม มิกัน จากญี่ปุ่น, ส้ม ซาถังจักรพรรดิ จากไต้หวัน และส้ม ซันคิสท์ ขึ้นชื่อของอเมริกา ด้านในอัดแน่นด้วยผลส้มซาถังจักรพรรดิไร้เมล็ด กว่า 5 ลูก สอดไส้ดับเบิ้ลครีมสด 2 สี ตกแต่งท็อปปิ้งด้วยช็อกโกแลตทองคำทานได้..ฟรี! แพ็คเกจผ้าสีแดงมงคลสุดหรู พร้อมยกส้มรับตรุษจีน เพียง 999 บาท นอกจากนี้พลาดไม่ได้กับ ชุดยกส้มมงคล รวยล้นส้ม บรรจุในผลส้มแท้ๆ ด้านในเป็นเยลลี่ส้มเนื้อนุ่มเด้ง คั้นสดๆจากส้ม 3 สายพันธุ์ ใช้ส้มกว่า 8 ผล ใน 1 ลูก บรรจุในแพ็คเกจกล่องของขวัญสุดเก๋ 2 ขนาด กล่องเล็ก บรรจุ 4 ลูกราคา 444 บาท (จากปกติ 500 บาท) และกล่องใหญ่ บรรจุ 8 ลูก ราคา 844 บาท (จากปกติ 1000 บาท) เปิดรับจองผ่านเว็บไซต์ www.kyorollen.com/order หรือ Line: @kyorollen ตั้งแต่วันนี้ - 12 กุมภาพันธ์ 2568 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook: KyoRollEn, IG :@kachabros, Line : @kyorollen, TikTok : @kyorollen,Tel : 062-226-4555