รีเซต

ผลการค้นหา “奥格尔绍普大学文凭毕业证怎么制作(证件网:ban58.com)四川阿拉斯加大学硕士毕业证-阿伦应用技术大学学信网认证办理{官网:ban58.com}埃森经济管理应用技术大学机械制造学位证oq” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
กยศ.ประสานนายจ้างกว่า 5.2 พันแห่ง หักเงินเดือนชำระหนี้ เริ่ม พ.ค.69
อ่าน

กยศ.ประสานนายจ้างกว่า 5.2 พันแห่ง หักเงินเดือนชำระหนี้ เริ่ม พ.ค.69

#ทันหุ้น #กยศ. ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างเพิ่มเติมกว่า 5,200 แห่ง เริ่มหักเงินเดือนผู้กู้ยืมเงินตั้งแต่เดือนพ.ค.69 นี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างกว่า5,200แห่งที่จะเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินคืนกองทุนผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร(e-PaySLF)ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2569สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ที่เว็บไซต์กยศ.เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ.ขอแจ้งว่าขณะนี้กยศ.ได้จัดส่งหนังสือแจ้งองค์กรนายจ้างที่มีพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมเงินเพิ่มเติมกว่า5,200แห่งให้เริ่มหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินคืนกยศ.ผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร(e-PaySLF)ซึ่งเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2569เป็นต้นไปโดยขอให้ดำเนินการนำส่งเงินภายในวันที่15มิถุนายน2569และนำส่งเงินครั้งถัดไปภายในวันที่15ของทุกเดือนสำหรับผู้กู้ยืมเงินที่มีภาระหนี้ค้างชำระก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการหักเงินเดือนขอให้ชำระยอดค้างด้วยตนเองให้เสร็จสิ้นโดยเร็วทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ.ขอเชิญองค์กรนายจ้างลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมสัมมนาเพื่อศึกษารายละเอียดขั้นตอนและวิธีการใช้งานระบบe-PaySLFได้ที่เว็บไซต์www.studentloan.or.thและหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางไลน์บัญชีทางการ“กยศ.องค์กรนายจ้าง”กยศ.ขอขอบคุณองค์กรนายจ้างทุกแห่งที่ให้ความร่วมมือในการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่องแล้วยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งต่อทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน

สวย เก่ง ครบ!! “แอลลี่” เรียนจบคว้าเกียรตินิยมจาก Berklee College of Music
อ่าน

สวย เก่ง ครบ!! “แอลลี่” เรียนจบคว้าเกียรตินิยมจาก Berklee College of Music

สวย เก่ง ครบ!! แอลลี่ เรียนจบคว้าเกียรตินิยมจาก Berklee College of Music ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตป้ายแดง แอลลี่ อชิรญา นิติพน ศิลปินจาก 411Music ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คว้าเกียรตินิยม สาขา music business จาก Berklee College of Music มหาวิทยาลัยที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอันดับ 1 ของโลกด้านการบริหารธุรกิจ ดนตรี (music business) ณ เมืองบอสตัน รัฐแมสชาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยบัณฑิตป้ายแดงโพสต์ภาพความประทับใจว่า... graduated@berkleecollege26 ทั้งนี้มี คุณแม่จอย และครอบครัวร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของสาว แอลลี่ ด้วย บอกเลยว่าเป็นบรรยากาศสุดอบอุ่น ส่องลุคบัณฑิตสาวสวยแล้ว ออร่าพุ่งจริงๆ เก่ง สวย ครบเครื่องเลยจริงๆ ยินดีด้วยนะคะ

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
อ่าน

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์

เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
อ่าน

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!

ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

80 แคปชั่นรับปริญญา แคปชั่นเรียนจบฮาๆ วันปัจฉิม ยินดีวันรับปริญญากับบัณฑิตใหม่
อ่าน

80 แคปชั่นรับปริญญา แคปชั่นเรียนจบฮาๆ วันปัจฉิม ยินดีวันรับปริญญากับบัณฑิตใหม่

แปปๆ ก็เข้าสู่เทศกาลรับปริญญากันอีกแล้ว จะโพสต์รูปก็ต้องมี แคปชั่นรับปริญญา แคปชั่นเรียนจบ กันซะหน่อย เรียนหนักมาตั้งหลายปี มาคลายเครียด ลงรูปเตรียมรับปริญญา พร้อมแคปชั่นฮาๆ กันดีกว่า! ใครที่มองหาแคปชั่นรับปริญญา แคปชั่นเรียนจบฮาๆ เอาไว้โพสต์ขำๆ ในวันรับปริญญา วันนี้เราก็จัดเต็มมาให้เหล่าบัณฑิตทั้งหลายได้เลือกไปใช้กันเพียบเลยค่า เรียนจบทั้งที ก็ต้องมีแคปชั่นฮาๆ ไปโพสต์กันหน่อย งานนี้บอกเลยว่าจะเป็นแคปชั่นเรียนจบสายตลกก็มี แคปชั่นเรียนจบสไตล์สายอ่อยก็มา โพสต์ทีได้ไลก์ถล่มทลายแน่นอน! แคปชั่นเรียน แคปชั่นเรียนจบฮาๆ กวนๆ เรียนพร้อมเพื่อน จบพร้อมเเพทย์ ไม่เน้นเรียนเก่ง เรียนเด่น เน้นเรียนจบ เรียนไม่ดี เรียนไม่เก่ง เน้นกลับบ้าน แต่สุดท้ายก็จบ! เน้นเข้าเรียน แต่ไม่เข้าใจ ทีมไม่เคยเท แต่ A ไม่เคยได้ เรียนจบมาได้แบบไม่เน้นอ่าน เน้นไหว้อาจารย์กับสวดมนต์ ใจอยากเรียนต่อ แต่สมองบอกให้พอเถอะ ระดับนี้หนังสือไม่เคยอ่าน เน้นอธิษฐานและพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เห็นคะแนนสอบแล้วลังเล ว่าจะดื่มวีต้าแล้วไปนอน หรือจะดื่มวิกซอลแล้วไปตาย เส้นทางสู่ใบปริญญา กับเส้นทางสู่ศรีธัญญา มีเพียงเส้นบางๆ ที่กั้นอยู่ ทีมเกรดไม่ดี แต่หน้าตาดีนะ ทำ D แล้วได้ D คงจะมีแต่เกรดนี่ล่ะ เรื่องรักไม่ค่อยเซียน ส่วนเรื่องเรียนก็ไม่รู้เรื่องเลย สอบ GATPAT ชนะคนนับแสนแล้วได้เข้ามหาลัย งั้นต้องชนะใครแล้วจะได้เข้าไปในใจเธอ ตอนเรียนดูแต่ซีรีส์ ตอนนี้เลยมีซีรีส์เป็นของตัวเอง : ข้อสอบตัวร้ายกับควายตัวหนึ่ง มั่วข้อสอบอย่างมีสเต็ป เลยจบแบบเจ็บๆ อย่างมีสไตล์ กราฟพาราโบลาหรือจะสู้เรียนจนเป็นบ้า คุกกี้อาจจะเสี่ยงทาย ส่วนเรากว่าจะจบมาได้ก็เสี่ยงตายเหมือนกัน เรื่องเรียนไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องผู้ชาย น่าจะได้เกียรตินิยม เรื่องรักไม่ค่อยเซียน ส่วนเรื่องเรียนไม่รู้เรื่องเลย เป็นคนเงียบๆ แต่เรียบร้อย เข้าเรียนไม่บ่อย แต่จบน้าา อย่าเรียกว่าเรียนจบแล้วตกงาน ให้เรียกว่าอยู่ในช่วงหาประสบการณ์ชีวิต ทีมเกรดไม่ค่อยจะดี เเต่หน้าตาดีมากค่ะ เข้ามหาลัย ไม่ยากเท่าออกจากมหาลัยหรอก เรียนไปเรื่อยเฉื่อยบ้างบางเวลา สามสี่ปีต่อมารับปริญญาเฉยเลย ถึงจะเหลวไหล แต่ใจรักการเรียนมากกก เรียนแพทย์ได้เป็นหมอ เรียนจบบ่น้อคือขี้คร้านแท้ ไม่ร้องไห้เรื่องความรักแล้ว มาร้องไห้เรื่องเรียนแทน เรียนไหนเท่หมด เรียนจบเท่กว่า แน่นมากกกก เสื้อค่ะ ไม่ใช่ความรู้ แคปชั่นเรียน แคปชั่นเรียนจบ สำหรับสายอ่อย จบแล้วชีวิตมหาลัย ต่อไปก็หาสามี ที่สอบผ่านเพราะมีความรู้ แต่ที่ยิ้มอยู่เพราะมีความรัก เรื่องคิดเลขอ่ะเกรดหนึ่ง เรื่องคิดถึงอ่ะเกรดสี่ เรียนวิชาการอาจจะเหนื่อย เรียนรู้กันไปเรื่อยๆ อาจจะรัก อ่านหนังสือ 10 รอบ ไม่เคยจำ เจอหน้าเธอ 1 ครั้ง จำไม่เคยลืม ไม่ต้องเก่งเคมีมากมาย ก็รู้ว่าตัวทำละลายใจเราคือเธอ รักเรียนอาจจะมีความรู้ แต่ถ้ารักหนูอาจจะมีความรัก ยากกว่าเดาข้อสอบ คือเดาคำตอบจากใจเธอ อ่านหนังสือจะได้ความรู้ อ่านใจเราดูจะได้ความรัก ข้อสอบต้องมีโจทย์ แต่ถ้าเธอโสดต้องมีจีบ เรียนแพทย์ได้เป็นหมอ เรียนอะไรหนอได้เป็นแฟนเธอ เกรดมีไว้ลุ้น ส่วนคุณมีไว้รัก ในกระเป๋ามีแต่หนังสือ ในมือถือมีแต่รูปเธอ ไม่ว่าจะผ่านมากี่สนามสอบ แต่คำตอบก็ยังเป็นเธอ เรื่องเรียนอ่ะเกรด A แต่เรื่องคิดถึงเพ่ เกียรตินิยมไปเล้ยย อยากมีชีวิตที่ดีต้องจบวิศวะ แต่ถ้าอยากมีรักที่ดีล่ะคะ ต้องจบอะไร ตอนเรียนเราทำได้แค่ sin กับ cos เพราะเราไม่ใช่แฟน เลยทำ tan ไม่ได้ เรียนแพทย์ได้เป็นหมอ แต่ถ้าอยากเป็นแฟนหมอต้องเรียนอะไร เรียนประวัติศาสตร์เค้าบอกไทยเป็นเอกราช แต่ตอนนี้ใจเราตกเป็นทาสของเธอ อ่านหนังสือไปตั้งหลายหน้า แทบจะบ้า เพราะมันจำแต่หน้าเธอ แคปชั่นขอบคุณพ่อแม่ วันรับปริญญา ปริญญาใบนี้มีชื่อพ่อแม่อยู่ด้วยเสมอ 🤍 ปริญญาใบนี้ มีหัวใจของพ่อแม่อยู่ในนั้น ความสำเร็จของลูก เริ่มจากความเสียสละของพ่อแม่ วันนี้ลูกทำได้แล้ว เพราะพ่อแม่ไม่เคยปล่อยมือ ทุกก้าวที่ลูกเดินมา มีพ่อแม่คอยประคองเสมอ ความสำเร็จของลูก อาจมีชื่อของลูกคนเดียว แต่ในความจริง มีชื่อพ่อแม่อยู่เต็มหัวใจ ปริญญาใบนี้ ไม่ได้เกิดจากความเก่งของลูกคนเดียว แต่เกิดจากความรักของพ่อแม่ด้วย ปริญญาใบนี้ คือผลของหยาดเหงื่อ น้ำตา และความรักของพ่อแม่ ความสำเร็จของลูก เริ่มต้นจากความรักของพ่อแม่ วันนี้ลูกสำเร็จแล้ว เพราะมีพ่อแม่อยู่เบื้องหลังเสมอ แคปชั่นรับปริญญา แคปชั่นเรียนจบ ภาษาอังกฤษ On to my next adventure. สู่การผจญภัยครั้งต่อไปของฉัน Time to go be great. ได้เวลาออกไปเป็นคนที่ยอดเยี่ยมแล้วจ่ะ To new beginnings. สู่การเริ่มต้นใหม่ Con-grad-ulationswe did it! แสดงความยินดีด้วย - เราทำสำเร็จแล้ว! School's out forever! ออกจากโรงเรียนตลอดไป! One step closer. ใกล้เข้าไปอีกก้าว Very proud, very tired. ภูมิใจมาก เหนื่อยมากเช่นกัน To infinity and beyond! สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น! I can and I did. ฉันสามารถและฉันก็ทำได้ Thank you Mom, Dad, and coffee. ขอบคุณ คุณพ่อ คุณแม่ และกาแฟ ที่ทำให้มีวันนี้ แคปชั่นยินดีวันรับปริญญา วันปัจฉิม ยินดีกับบัณฑิตใหม่ Best of luck on your new beginnings! ขอให้โชคดีกับการเริ่มต้นใหม่ของคุณ! Caps off to you, Graduate! ยินดีให้กับคุณบัณฑิต! Cheers to four years! ฉลองให้กับสี่ปีของคุณ! Happy Graduation Day! สุขสันต์วันรับปริญญา! This calls for celebrating! Congratulations! งานนี้ต้องฉลอง! ยินดีด้วย! Be glad youre a grad! Congrats! ดีใจกับบัณฑิตใหม่! ยินดีด้วย! Happy graduation and welcome to the real world! สุขสันต์วันสำเร็จการศึกษาและยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความเป็นจริง! You did it! Congrats! คุณทำมันได้! ยินดีด้วย! What a proud day! Congratulations! ช่างเป็นวันที่น่าภาคภูมิใจ! ยินดีด้วย! What an impressive achievement! ช่างเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจ! บทความที่คุณอาจสนใจ 60 แคปชั่นเพื่อนฮาๆ แคปชั่นเพื่อนสนิทซึ้งๆ แคปชั่นเกี่ยวกับเพื่อน เด็ดๆ รวม 270 แคปชั่นอ่อย แคปชั่นโสด ปี 2026 รูปคู่ไม่มีโพสต์แบบนี้ก็ได้! อัปเดตใหม่! 300 แคปชั่นฮาๆ กวนๆ 2026 ลงทวิต ลงเฟซบุ๊ก เรียกไลก์

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

โปรแกรมฟรี ที่ควรมีติดเครื่อง สำหรับคนซื้อคอมใหม่ 2025
อ่าน

โปรแกรมฟรี ที่ควรมีติดเครื่อง สำหรับคนซื้อคอมใหม่ 2025

ยินดีด้วยกับการซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่นะครับ! การเริ่มต้นใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้หมายถึงการต้องเสียเงินซื้อซอฟต์แวร์ราคาแพงเสมอไป มีโปรแกรมฟรีคุณภาพเยี่ยมมากมายที่จะช่วยให้คุณใช้งานได้สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น บทความนี้ได้รวบรวม 8 โปรแกรมฟรี ที่ทุกเครื่องใหม่ควรมี พร้อมแนะนำจุดเด่นและวิธีการใช้งานเบื้องต้น ลองไปติดตามกันเลย 1. Google Chrome แม้ว่าบนคอมพิวเตอร์ Windows นั้นจะมี Microsoft Edge ที่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่ Google Chrome ยังคงเป็นเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยเหตุผลด้านความเร็ว ประสิทธิภาพ และความสามารถในการปรับแต่ง โดยเฉพาะเพื่อนๆ ที่มีบัญชีของ Google จุดเด่น/ข้อดี: เร็วและเสถียร: โหลดหน้าเว็บได้รวดเร็วและมีการจัดการหน่วยความจำที่ดี ระบบนิเวศของ Google: ซิงค์ข้อมูล (บุ๊กมาร์ก, ประวัติ, รหัสผ่าน) กับบัญชี Google ได้อย่างราบรื่น ส่วนขยาย (Extensions): มีคลังส่วนขยายขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน 2. WinRAR (ทดลองใช้ฟรีตลอด) / 7-Zip (ฟรี 100%) เป็นโปรแกรมจัดการไฟล์บีบอัด (File Archiver) ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมามักอยู่ในรูปแบบบีบอัด (.zip, .rar, .7z) ซึ่งต้องการโปรแกรมเฉพาะเพื่อแตกไฟล์ จุดเด่น/ข้อดี: WinRAR: รองรับไฟล์บีบอัดเกือบทุกประเภท โดยเฉพาะไฟล์ .rar ที่เป็นที่นิยม 7-Zip: ฟรีแบบ Open-Source 100% และบีบอัดไฟล์รูปแบบ .7z ได้ดีมาก มีอัตราการบีบอัดสูงกว่า 3. PhotoScape สำหรับงานปรับแต่งรูปภาพที่ไม่ซับซ้อน PhotoScape คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมครับ จุดเด่น/ข้อดี: ใช้งานง่าย: มีหน้าตาโปรแกรมที่ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับมือใหม่ ฟังก์ชันหลากหลาย: สามารถแก้ไขรูปภาพเป็นชุด (Batch Editor), รวมรูปภาพ, สร้าง GIF, ครอป, ย่อ/ขยาย, ใส่ฟิลเตอร์ และข้อความ ฟรี: ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ การใช้งานเบื้องต้น: เปิดโปรแกรมแล้วเลือกเมนู "Editor" จากนั้นลากรูปภาพที่ต้องการแก้ไขเข้ามาในพื้นที่ทำงาน คุณก็สามารถเริ่มปรับสี, แสง, หรือใส่กรอบได้ทันที 4. ShareX เครื่องมือพื้นฐานของ Windows อาจไม่เพียงพอ ShareX จึงเข้ามาตอบโจทย์ด้วยฟังก์ชันที่ครบครัน จุดเด่น/ข้อดี: จับภาพหลายรูปแบบ: จับภาพหน้าจอได้ทั้งสี่เหลี่ยม, วงกลม, หน้าต่างเฉพาะ, หรือแม้แต่การเลื่อนจับภาพหน้าจอที่ยาว อัปโหลดทันที: สามารถอัปโหลดรูปภาพหรือวิดีโอที่จับภาพได้ไปยังบริการออนไลน์ (เช่น Imgur, Google Drive) ได้โดยตรงหลังการจับภาพ เครื่องมือแก้ไข: มีเครื่องมือแก้ไขเล็กน้อยให้ใส่ข้อความหรือลูกศรชี้ได้ 5. OBS Studio สำหรับผู้ที่สนใจการสตรีมเกม หรือต้องการบันทึกวิดีโอคุณภาพสูงสำหรับการสอน OBS Studio เป็น โปรแกรมสำหรับสตรีมมิ่งและอัดหน้าจอระดับมืออาชีพ (Streaming Recording) จุดเด่น/ข้อดี: มาตรฐานอุตสาหกรรม: เป็นโปรแกรมฟรีที่นักสตรีมเมอร์และผู้สร้างเนื้อหาวิดีโอทั่วโลกใช้ คุณสมบัติครบครัน: รองรับการจัดการแหล่งที่มา (Sources) หลายแหล่งพร้อมกัน (กล้อง, หน้าจอ, ภาพนิ่ง) ฟรีและ Open-Source: ใช้งานได้ฟรี 100% 6. VLC Media Player เครื่องเล่นมีเดียพื้นฐานของ Windows อาจเล่นไฟล์วิดีโอหรือเสียงบางชนิดไม่ได้ แต่ VLC สามารถเล่นได้เกือบทุกฟอร์แมต จึงควรมีติดเครื่องไว้ใช้งานสำหรับความบันเทิงหรือเปิดสื่อทั่วไปครับ จุดเด่น/ข้อดี: รองรับทุกไฟล์: สามารถเล่นไฟล์มีเดียได้เกือบทุกรูปแบบ (.mp4, .mkv, .avi, .flac, ฯลฯ) โดยไม่ต้องติดตั้ง Codec เพิ่มเติม เบาและเสถียร: ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่เกิดปัญหาบ่อย ฟังก์ชันเสริม: สามารถแปลงไฟล์มีเดีย หรือสตรีมวิดีโอจาก URL ได้ 7. Everything Search เมื่อคอมพิวเตอร์ของคุณเริ่มมีไฟล์จำนวนมาก การค้นหาของ Windows อาจจะช้า Everything Search จะมาปฏิวัติการค้นหาของคุณ จุดเด่น/ข้อดี: เร็วสุดขีด: สามารถค้นหาชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ได้เกือบจะในทันทีที่คุณพิมพ์ การค้นหาขั้นสูง: รองรับการใช้คำสั่ง (Wildcard) และการค้นหาแบบเฉพาะเจาะจง เบา: ใช้ทรัพยากรระบบน้อยมาก 8. Malwarebytes Free แม้ว่า Windows จะมี Windows Defender แล้ว แต่การมีเครื่องมือสแกนเพิ่มเติมที่เชี่ยวชาญด้านมัลแวร์และแอดแวร์โดยเฉพาะก็เป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย จุดเด่น/ข้อดี: เชี่ยวชาญด้านมัลแวร์: มีความสามารถในการตรวจจับและกำจัดมัลแวร์, แอดแวร์, และ PUPs (โปรแกรมที่อาจไม่พึงประสงค์) ได้ดีเยี่ยม ทำงานร่วมกับ Antivirus อื่นได้: เวอร์ชันฟรีสามารถใช้เป็นเครื่องมือสแกนเสริมควบคู่ไปกับ Antivirus หลักได้ ใช้งานง่าย: มีปุ่มสแกนขนาดใหญ่ที่ใช้งานสะดวก การใช้งานเบื้องต้น: เปิดโปรแกรมแล้วคลิกที่ปุ่ม "Scan" เพื่อเริ่มการสแกนคอมพิวเตอร์ของคุณเป็นระยะ ๆ (ควรทำสัปดาห์ละครั้ง) โดยสรุปแล้ว การติดตั้งโปรแกรมฟรีทั้ง 9 รายการนี้ จะช่วยให้คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ของคุณพร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการท่องเว็บที่รวดเร็ว การจัดการไฟล์ การแก้ไขรูปภาพ ไปจนถึงการป้องกันมัลแวร์ การเริ่มต้นด้วยซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่งและฟรีเหล่านี้คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดครับ

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
อ่าน

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย

การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated

SKYรุกธุรกิจสนามบิน เพิ่มรายได้ใหม่หนุนโต
อ่าน

SKYรุกธุรกิจสนามบิน เพิ่มรายได้ใหม่หนุนโต

#SKY #ทันหุ้น – SKY หนุนไทยเป็นศูนย์กลางการบินอาเซียน เร่งพัฒนาบุคลากร–เทคโนโลยีรองรับผู้โดยสารทั่วประเทศ พร้อมขยายแบ็กล็อกงานภาครัฐ และเตรียมรุกตลาด CLMV และอาเซียน เพิ่มรายได้ใหม่จากระบบตรวจสอบผู้โดยสาร แอป SAWASDEE บริการผู้ช่วย และ WiFi สนามบินนายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินประเทศไทยทยอยฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง ในฐานะผู้ให้บริการระบบงานเกี่ยวกับธุรกิจการบิน และการบริหารจัดการภายในสนามบิน เล็งเห็นศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคอาเซียนปัจจุบันบริษัทให้บริการภายใน 6 ท่าอากาศยานภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT รวมถึงท่าอากาศยานทั้ง 29 แห่งภาคใต้การบริการจัดการของกรมท่าอากาศยานอาทิกระบี่, อุดรธานี, อุบลราชธานี, ตรัง, นครศรีธรรมราช ฯลฯ จึงมุ่งพัฒนาทั้งบุคลากร และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเติมเต็มความต้องการของนักท่องเที่ยว และผู้โดยสาร ทั้งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ให้บริษัท เช่น 1.ระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ลดขั้นตอนการเดินทาง 2.แอปพลิเคชัน SAWASDEE by AOT รวบรวมข้อมูลการเดินทางในประเทศ 3.Airport Premium Service บริการผู้ช่วย และรถรับส่งในสนามบิน และ 4.Airport Free WiFi ใน 6 สนามบินภายใต้การดูแลของ AOT ที่ลงทุนเชื่อม Access Points ไม่ต่ำกว่า 5,000 จุด มีรายได้จากความร่วมมือกับโอเปอเรเตอร์ ที่กระจายสัญญาณ และเป็นพื้นที่โฆษณา*สร้างฐานรายได้ใหม่ “นอกจาก 3 ระบบหลักที่ให้บริการในสนามบิน ได้แก่ ระบบตรวจสอบ และคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า, ระบบบริการผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง เช่น ระบบออกตั๋วโดยสารที่เคาน์เตอร์, ระบบออกตั๋วโดยสารด้วยตัวเอง และระบบโหลดกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ ฯลฯ บริษัทยังมุ่งพัฒนาเทคโนโยลีทันสมัยต่างๆ เข้ามารองรับงานบริการ ให้สอดรับกับปริมาณผู้โดยสาร ทั้งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ให้บริษัท”พร้อมกันนี้ ยังร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนาม พัฒนาบุคลากรด้านการบินครอบคลุมการพัฒนาหลักสูตร การฝึกงานภาคสนาม การทำวิจัยร่วมกัน ไปจนถึงการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมการบินโดยตรง เพื่อผลิตบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ มีความพร้อมในการทำงานและสามารถแข่งขันในตลาดโลก*รุกขยายฐานอาเซียน นายสิทธิเดช ระบุ บริษัทคาดหวังงานภาครัฐมีความชัดเจนมากขึ้น หลังคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เริ่มเข้าบริหารงาน โดยบริษัทมีความพร้อมที่จะเข้าประมูลงานโครงการภาครัฐเข้ามาเติม BACKLOG ในมืออย่างต่อเนื่อง หลังจากช่วงครึ่งแรกของปี 2568 บริษัทเข้าประมาณงานได้แล้วกว่า 5,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังเตรียมความพร้อมขยายฐานธุรกิจให้ครอบคลุมภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอุตสาหกรรมการบินยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง “บริษัทศึกษา และเตรียมความพร้อมทั้งการพัฒนาบุคลกร พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อที่จะออกไปบริหารจัดการระบบไอที (IT) ของกลุ่มประเทศ CLMV รวมถึงการขยายไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 ปี”

เทศน์ ไมรอน สุดปลื้ม! เรียบจบแล้ว พร้อมคว้าเกียรตินิยมมาครอง
อ่าน

เทศน์ ไมรอน สุดปลื้ม! เรียบจบแล้ว พร้อมคว้าเกียรตินิยมมาครอง

เตรียมขึ้นแท่นบัณฑิตป้ายแดง เทศน์ ไมรอน นักแสดงหนุ่มสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว สุดภุมิใจ คว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ารับปริญญาบัตร 1 ต.ค. ที่จะถึงนี้ แฟนคลับร่วมแสดงความยินดี นักแสดงและนายแบบหนุ่มหล่อ เทศน์ ไมรอน ว่าที่บัณฑิตป้ายแดง หลังสำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมคว้าเกียรตินิยมมาครอง ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ- เทศน์ ไมรอน เปิดใจสาเหตุไม่ต่อสัญญาช่อง ขอผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ ล่าสุดหนุ่ม เทศน์ ไมรอน ได้มาร่วมงาน Feed x Khaosod Awards เจ้าตัวเลยมีโอกาสเผยถึงความภูมิใจในเรื่องนี้ให้ฟังกันว่า ภาพจาก : tatemyron "รู้สึกดีครับ ดีใจที่จบ ผมได้เกียรตินิยมอันดับ 2 ครับ ผมเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรภาษาและวัฒนธรรม (นานาชาติ) ดีใจมากๆ เดี๋ยววันที่ 1 ต.ค. รับปริญญา ตอนนี้ซ้อมเรียบร้อยแล้วครับ" และไม่ลืมที่จะฝากผลงานที่กำลังจะออกมาหลังจากนี้ แต่ยังขออุบรายละเอียดไว้ก่อน ภาพจาก : tatemyron ภาพจาก : tatemyron ภาพจาก : tatemyron อ้างอิงที่มาภาพจาก :อินสตาแกรม tatemyron

ศูนย์การเรียนเครสท์สคูล
สิทธิพิเศษ

ศูนย์การเรียนเครสท์สคูล

Crest School เป็นสถานศึกษารูปแบบใหม่ ณ ใจกลางกรุงเทพฯ ที่มอบการเรียนการสอนแบบองค์รวมซึ่งช่วยเตรียมผู้เรียนให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้และความสำเร็จตลอดชีวิต หลักสูตร Career-based Curriculum ของเราช่วยค้นหาและพัฒนาศักยภาพเฉพาะตัวของผู้เรียนแต่ละคน หลักสูตรของเรานั้นเป็นหลักสูตรระดับมาตรฐานสากลและได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ เราสนับสนุนให้ผู้เรียนได้สำรวจความชื่นชอบและความถนัด พร้อมทั้งประสบความสำเร็จในสาขาที่ตนเลือก โดยทาง Crest School ได้นำทรัพยากรจากบริษัทในเครือของเราที่เอื้อต่อการศึกษามาร่วมกันออกแบบหลักสูตรและกิจกรรม เช่น OnDemand, EduSmith, Appa และ Ignite เพื่อยกระดับความพร้อมทางด้านวิชาการและอาชีพ ความร่วมมือเหล่านี้เอื้อให้ผู้เรียนได้สัมผัสประสบการณ์จริงที่เตรียมความพร้อมสำหรับความสำเร็จในระดับสากล ที่ Crest School เราปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความคิดความอ่านระดับโลก ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมที่โอบรับความหลากหลายและกระตุ้นให้ผู้เรียนเปิดใจรับความต่าง ปรัชญาการศึกษาของเราจึงมุ่งเน้นไปที่ความเชื่อที่ว่าผู้เรียนทุกคนมีศักยภาพในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้แด่โลกใบนี้

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ
อ่าน

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ

ขั้นตอนสมัครสอบคัดเลือกบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นคณาจารย์ประจำ เพื่อสนับสนุนภารกิจทางวิชาการและขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยอ้างอิงมติที่ประชุมกรรมการบริหารงานบุคคลตลอดปี 2567 ถึงกลางปี 2568ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือกระบุไว้ตามข้อ 7 ของประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีหลากหลายระดับและสาขาให้เลือกสมัครตามคุณวุฒิคุณสมบัติผู้สมัครผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย และไม่เป็นผู้เสพสารเสพติด รวมถึงสามารถปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างเหมาะสม เฉพาะสายคณาจารย์ปริญญาตรี วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในรอบ 5 ปีปริญญาโท วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง โดยอย่างน้อย 1 เรื่องเป็นงานวิจัยปริญญาเอก ต้องมีผลงานวิจัยเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในรอบ 5 ปีเอกสารประกอบใบสมัคร1. สำเนาปริญญาบัตรและ Transcript2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน3. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว4. หนังสือรับรองผลภาษาอังกฤษ (MCU-GET, TOEFL, IELTS, TOEIC, TU-GET, CU-TEP)5. ใบรับรองแพทย์ออกภายใน 30 วัน6. ผลตรวจประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ7. หนังสือรับรองประสบการณ์ (ถ้ามี)8. แบบ บค 01 และ บค 02 ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์9. สลิปการโอนเงินค่าสมัครหมายเหตุ แนบไฟล์เฉพาะ .PDF หรือ .JPG ค่าธรรมเนียมการสมัครต่ำกว่าปริญญาตรี 100 บาทปริญญาตรี 200 บาทปริญญาโท 300 บาทปริญญาเอก 400 บาทโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาเสือป่า เลขที่บัญชี 046 2 73791 7รายละเอียดการสอบสอบข้อเขียนเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย 100 คะแนนสอบปฏิบัติด้านดิจิทัล (เฉพาะสายปฏิบัติการ) 100 คะแนนสอบข้อเขียนเฉพาะสาขาวิชา 100 คะแนนสอบสัมภาษณ์ ประเมินความเหมาะสม 200 คะแนนเกณฑ์การตัดสินต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การตัดสินของคณะกรรมการสอบคัดเลือกถือเป็นที่สิ้นสุดติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสมัครเข้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ https://www.mcu.ac.th/news/detail/59013

ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!
อ่าน

ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว “บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ” ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ “Your Data” ซึ่งช่วยให้ประชาชนใช้ข้อมูลของตนเองในการเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น บริการดังกล่าว ช่วยให้ประชาชนที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีค่าน้ำหรือค่าไฟ สามารถเรียกดูและดาวน์โหลดประวัติการชำระย้อนหลัง 6 เดือนของตนเองผ่านแอป “ทางรัฐ” ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นช่องทางใหม่ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ที่ไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว สามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมวิธีลงทะเบียนผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” จากนั้นเลือกเมนู “การเงิน/ประกัน” และเข้าสู่ “ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน” เลือกหน่วยงานที่ต้องการ ระบุหมายเลขมิเตอร์ ตรวจสอบข้อมูล และยืนยันคำขอ ระบบจะจัดเก็บเอกสารไว้ในโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ เพื่อนำไปยื่นขอสินเชื่อต่อไปทั้งนี้ การขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์มาก เพราะสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อให้กับผู้มีวินัยในการจ่ายค่าน้ำ - ค่าไฟ เพราะข้อมูลที่แสดงพฤติกรรมการจ่ายที่ดี จะส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อในทางบวก “โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญของรัฐในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูลของตนเอง” เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มที่เคยขาดหลักฐานทางรายได้ในรูปแบบเดิมรัฐบาลเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเปิดประตูการเงินให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเข้าถึงเงินทุนได้อย่างเสมอภาค พร้อมก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ทั้งนี้ บริการดังกล่าวเริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อที่รองรับเอกสารดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th " นางสาวศศิกานต์ กล่าว

ฝึกงานญี่ปุ่น! เปิดรับ "สาวไทย" เงินเดือนดี สมัครออนไลน์ ฟรี 21-27 ก.ค. นี้
อ่าน

ฝึกงานญี่ปุ่น! เปิดรับ "สาวไทย" เงินเดือนดี สมัครออนไลน์ ฟรี 21-27 ก.ค. นี้

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ประกาศรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นผ่านองค์กร IM Japan ปี 2568 ครั้งที่ 5 (เพศหญิง)ในตำแหน่ง ผู้ฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิค ประเภทงานอุตสาหกรรมการผลิต อาทิ งานหล่อกลึงโลหะ งานพ่นสี งานปั้มขึ้นรูปโลหะ งานหล่อพลาสติก และงานผลิตอาหารสำเร็จรูป ระหว่างวันที่ 21 - 27 กรกฎาคม 2568 ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่เว้นวันหยุดราชการ ฟรีค่าตั๋วเครื่องบินไป - กลับ เมื่อฝึกปฏิบัติงานครบ 3 ปี ผู้ผ่านการคัดเลือกเดือนแรกจะได้รับเบี้ยเลี้ยง 80,000 เยน หรือประมาณ 17,800 บาท ฟรี ค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 36 จะได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนดเมื่อสำเร็จการฝึกปฏิบัติครบ 3 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงานทางเทคนิค และเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพจำนวน 600,000 เยน หรือประมาณ 134,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2568) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเมื่อเดินทางกลับประเทศไทยผู้ที่สนใจสามารถสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ลงทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนคนหางาน และดำเนินการสมัครไปทำงาน โดยเลือกหัวข้อ "สมัครไปทำงานโดยรัฐจัดส่ง สมัครไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น"คุณสมบัติเบื้องต้นต้องเป็นเพศหญิง อายุ 20 - 30 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ไม่จำกัดสาขาวิชา สูงไม่ต่ำกว่า 150 เซนติเมตร สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีรอยสักบนร่างกาย ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่เคยทำงานหรือเข้าเมืองหรือพำนักโดยผิดกฎหมายหรือต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น เป็นต้นการสอบคัดเลือกสำหรับการสอบคัดเลือกจะใช้วิธีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และสอบข้อเขียนภาษาญี่ปุ่น ณ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร โดยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ทางเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน doe.go.th/prd หรือเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas และ facebook: IMthailand ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่นกับกรมการจัดหางาน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน โทร. 0 2245 9428 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางานข่าวที่เกี่ยวข้อง- ฝึกงานญี่ปุ่น! รับสมัครชาย-หญิงไทย ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เช็กช่องทางสมัครที่นี่- ฝึกงานญี่ปุ่น! เปิดรับชายไทย 18 - 30 ปี สมัครออนไลน์ฟรี เช็กที่นี่

อย่าลืม! กยศ. ชวนผู้กู้ยืมชำระเงินคืนกยศ. ภายใน 5 กรกฎาคมนี้
อ่าน

อย่าลืม! กยศ. ชวนผู้กู้ยืมชำระเงินคืนกยศ. ภายใน 5 กรกฎาคมนี้

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันครบกำหนดชำระเงินคืน กยศ. สำหรับการผ่อนชำระรายปี ซึ่งในปีนี้มีผู้กู้ยืมที่จะต้องชำระเงินคืนประมาณ 3.5 ล้านบัญชี กยศ. จึงขอเชิญชวนให้ผู้กู้ยืมชำระเงินคืน กยศ. ภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ กยศ. จะมีการส่งหนังสือแจ้งภาระหนี้ รวมถึงมีข้อความแจ้งทาง SMS และ Notification ผ่านแอปพลิเคชัน กยศ. Connect ให้ผู้กู้ยืมทราบ โดยผู้กู้ยืมสามารถชำระเงินผ่านช่องทาง Mobile Banking ของทุกธนาคารด้วยการสแกน QR code ซึ่งจ่ายได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา และผู้กู้ยืมสามารถดูช่องทางการชำระอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th ปัจจุบันกองทุนมีนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาไปแล้วจำนวนกว่า 7.1 ล้านราย คิดเป็นเงินกู้ยืมกว่า 8 แสนล้านบาท กยศ. ขอขอบคุณผู้กู้ยืมรุ่นพี่ทุกท่านที่ชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนเพื่อมอบอนาคตทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษารุ่นน้องต่อไป

5 มหาวิทยาลัยไทย ติด Top 100 โลก Impact Rankings เป้าหมายพัฒนายั่งยืน
อ่าน

5 มหาวิทยาลัยไทย ติด Top 100 โลก Impact Rankings เป้าหมายพัฒนายั่งยืน

5 มหาวิทยาลัยไทย ติด Top 100 โลกใน THE Impact Rankings 2025 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลชื่นชมและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของมหาวิทยาลัยไทย ที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม Top 100 ของโลก ตามผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) หรือ THE Impact Rankings ประจำปี 2568 โดยจัดทำโดย Times Higher Education (THE) หน่วยงานจัดอันดับระดับสากล ปีนี้มีมหาวิทยาลัยจาก 130 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก เข้าร่วมการจัดอันดับรวม 2,526 แห่ง โดยไทยมี 5 สถาบันอุดมศึกษาที่ติด Top 100 แบบคะแนนรวม ได้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับที่ 44มหาวิทยาลัยมหิดล และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับที่ 64มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อันดับที่ 93รัฐบาลเห็นว่า ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนศักยภาพและความมุ่งมั่นของอุดมศึกษาไทยในการสนับสนุนเป้าหมาย SDGs ขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะในด้านการศึกษา การวิจัย การบริการสังคม และการบริหารจัดการที่มีจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีผลงานโดดเด่นเฉพาะด้านใน SDGs หลายประการ อาทิSDG 1 (ขจัดความยากจน): ม.สงขลานครินทร์ อันดับ 32 ของโลกSDG 2 (ความมั่นคงทางอาหาร): AIT อันดับ 18 ของโลกSDG 3 (สุขภาพและความเป็นอยู่): ม.มหิดล อันดับ 3 ของโลกSDG 4 (การศึกษาทั่วถึง): ม.เชียงใหม่ อันดับ 17 ของโลกSDG 5 (ความเท่าเทียมทางเพศ): ม.วลัยลักษณ์ อันดับ 1 ของโลกSDG 6 (น้ำและสุขอนามัย): มจธ. อันดับ 44 ของโลกSDG 7 (พลังงานยั่งยืน): ม.สงขลานครินทร์ (อันดับยังไม่ระบุ)นายอนุกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของสถาบันอุดมศึกษาไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การศึกษากลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายความยั่งยืน พร้อมยกระดับการแข่งขันในเวทีโลก โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาที่ยึดหลัก “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

มุกใหม่แก๊งคอลฯ หลอกสมัครสินเชื่อเงินด่วน-ลวงรหัส OTP ฉกเงินซื้อทองคำ สูญ 20 ล้านบาท
อ่าน

มุกใหม่แก๊งคอลฯ หลอกสมัครสินเชื่อเงินด่วน-ลวงรหัส OTP ฉกเงินซื้อทองคำ สูญ 20 ล้านบาท

พลตำรวจตรี วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปราม นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหา 3 ราย ซึ่งเป็นแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์สัญชาติไทย ที่มีพฤติการณ์ในการหลอกลวงเหยื่อให้สมัครสินเชื่อเงินด่วนผ่านโมบายแบงค์กิ้ง โดยจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเหยื่อในการกู้เงินด่วนออนไลน์ ซึ่งจะมีการหลอกเอาเลข OTP หลังการสมัครเสร็จสิ้น เพื่อนำไปซื้อทองคำ ก่อนชิ่งหนีโดย ผู้บังคับการปราบปราม ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบของธนาคารกรุงไทย โดยมีการแจ้งว่ามีลูกค้าของธนาคารหลายรายมีความสนใจสมัครบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ได้ถูกคนร้ายหลอกลวงให้สมัครบัตรผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งคนร้ายได้มาแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร โดยมีแผนประทุษกรรมในการหลอกลวง โดยผู้ต้องหาจะติดต่อหาซื้อเพจ Facebook ที่มียอดผู้ติดตามสูงตามกลุ่ม LINE หรือเพจ Facebook สายเทา ก่อนที่จะนำมาเปลี่ยนปรับแต่งให้เป็นเหมือนเพจของสถาบันทางการเงิน พร้อมลงข้อความเชิญชวนประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่สนใจต้องการเปิดบัตรเครดิตหรือเดบิต โดยสร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยการใช้รูป ชื่อนามสกุล ของเจ้าหน้าที่ธนาคารตัวจริงมาแอบอ้าง เมื่อมีผู้เสียหายมีความสนใจและกดเข้ามาที่เพจ ก็มีการสนทนากันผ่านทางข้อความ จากนั้นก็จะมีการพูดคุยสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลทั้งอาชีพ รายได้ วงเงินที่ผู้เสียหายต้องการใช้ และหมายเลขโทรศัพท์เพื่อติดต่อกลับ จากนั้นก็จะหลอกลวงให้เหยื่อ ใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง ทำการวิดีโอคอลด้วยการเปิดกล้องในการสมัครสินเชื่อเงินด่วนผ่านโมบายแบงค์กิ้ง ในโทรศัพท์ของเหยื่อ ซึ่งผู้ต้องหาจะเป็นผู้อธิบายขั้นตอนวิธีการสมัคร ตลอดการพูดคุย จึงทำให้สามารถเห็นยอดวงเงินการสมัครสินเชื่อ เลขบัตรเดบิต 16 หลัก เลข CVV และ OTP โดยธนาคารจะใช้ระยะเวลาในการอนุมัติเพียงไม่กี่นาที ระหว่างนั้นผู้ต้องหาก็จะนำข้อมูลดังกล่าวไปกรอกเพื่อซื้อทองคำผ่านออนไลน์ เมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการครบแล้ว ก็ทำการซื้อทองคำทันที และ เมื่อได้ทองคำมาก็นำไปแปลงสภาพเป็นเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับข้อมูลการประสานจากธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และพบว่ามีหนึ่งในเหยื่อที่ถูกหลอกในพื้นที่ดังกล่าว ได้รับข้อมูลและหลักฐานครบถ้วนจึงได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสงขลา เพื่อจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายกรกรต (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี // นายกฤตนัย (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ซึ่งจับกุมได้ที่ห้องพักในคอนโดซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา และจับกุมนายปพนธีร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ได้ที่บ้านพักในจังหวัดลพบุรีในวันเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดของกลางจำนวน 53 รายการ อาทิ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ Mercedes Benz ที่ผู้ต้องหาใช้เงินสดซื้อ // โทรศัพท์มือถือจำนวน 23 เครื่อง // คอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ค จำนวน 6 เครื่อง // เครื่องรับธนบัตรจำนวน 1 เครื่อง // แผ่นทองคำจำนวน 2 แผ่น และซิมการ์ดสมุดบัญชีอื่นอีก 20 รายการ ขณะเดียวกัน ยังพบหลักฐานซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้ต้องหาได้มีการถ่ายทำวิดีโอระหว่างหลอกลวงเหยื่อจำนวนกว่า 130 ไฟล์ และภาพนิ่งอีกกว่า 3,000 ภาพ / ซึ่งพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้ทำการหลอกลวงเหยื่อมาแล้วเกือบ 400 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาทขณะที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ทำการหลอกลวงเหยื่อในลักษณะนี้ มาตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะระยะเวลา 2 ปีแล้ว โดยอ้างว่าวิธีการที่นำมาหลอกลวงเป็นวิธีที่เคยถูกหลอกมาก่อน จึงได้นำวิธีการมาปรับใช้และไปหลอกลวงเหยื่อรายอื่นๆ ขณะที่เงินที่นำมาได้ในการหลอกลวงเหยื่อ ก็ถูกนำไปใช้จ่ายทั้งซื้อรถหรู เช่าคอนโดราคากว่า 30,000 บาทต่อเดือนในย่านสุขุมวิท อีกทั้งได้นำเงินไปเที่ยวกินหรูอยู่สบาย และนำไปเล่นการพนันในคาสิโนประเทศเพื่อนบ้านด้วย ขณะที่เงินคงเหลือติดบัญชีมีจำนวนหลักพันถึงหลักหมื่นบาทเท่านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าเป็นการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนอันมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ อีกทั้งความผิดยังเข้าข่ายฐานฟอกเงินอีกด้วยโดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการขยายผลสืบสวนสอบสวนในกลุ่มดังกล่าวว่ามีการไปหลอกลวงผู้เสียหายรายอื่นๆอีกหรือไม่รวมถึงการประสานข้อมูลร่วมกับธนาคารเพื่อที่จะช่วยเหลือเหยื่อที่เคยถูกหลอกลวงว่าจะดำเนินการอายัดบัตร ประสานกับร้านค้าหรือผู้ให้บริการเพื่อยกเลิกธุรกรรมต่างๆ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนรายอื่นๆที่เคยถูกคนร้ายกลุ่มนี้หลอกลวงในลักษณะเดียวกันสามารถนำหลักฐานมาติดต่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. เพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีเพิ่มเติม

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ศธ. อว. และไมโครซอฟท์ จับมือพลิกโฉมการศึกษาไทยด้วย AI
อ่าน

ศธ. อว. และไมโครซอฟท์ จับมือพลิกโฉมการศึกษาไทยด้วย AI

กระทรวงศึกษาธิการ ผนึกกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมขับเคลื่อนโครงการ THAI Academy - AI in Education มุ่งยกระดับระบบการศึกษาไทยเข้าสู่ยุคใหม่ วางรากฐานพร้อมสร้างโอกาสการเรียนรู้ด้วย AI ให้กับคนไทยทุกช่วงวัย เพื่อส่งเสริมการปฏิรูปการศึกษาด้วยแพลตฟอร์มและเครื่องมือดิจิทัลแห่งอนาคต วิสัยทัศน์การเรียนรู้แห่งอนาคตผ่านTHAI Academyภายใต้วิสัยทัศน์ของท่านนายกรัฐมนตรีในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัลที่มีศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีAIอย่างทั่วถึงและยั่งยืน รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายชัดเจนในการสร้างระบบนิเวศAI ที่เชื่อมโยงกันอย่างบูรณาการ โดยตั้งเป้าผลิตบุคลากรเฉพาะทางด้าน AI จำนวนกว่า 30,000 คน และพัฒนาทักษะการใช้งานในระดับประชาชนทั่วไปให้ได้อย่างน้อย 10 ล้านคนภายในปี 2570 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ ซึ่งแผนขับเคลื่อนดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของบอร์ดAI แห่งชาติที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนำนโยบายดังกล่าวมาปฏิบัติจริงผ่านการกำหนดยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา โดยเน้นการสร้างทักษะ “3+1 ภาษา” ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และภาษาดิจิทัล เพื่อให้เยาวชนไทยมีทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิตและทำงานในยุคดิจิทัล การดำเนินงานด้านการศึกษานี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์AIแห่งชาติทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ (1) การส่งเสริมจริยธรรมและกฎหมายด้านAI (2) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (3) การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการศึกษา (4) การวิจัยและนวัตกรรมAI และ (5) การส่งเสริมการใช้ AI ในภาคเศรษฐกิจและสังคม โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับประเทศสู่การเป็นผู้นำในภูมิภาคด้านเทคโนโลยีและการเรียนรู้แห่งอนาคตโครงการTHAIAcademy - AI in Educationจึงเป็นโครงการ ที่มุ่งสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา และยกระดับทักษะ รวมทั้งเตรียมความพร้อมให้คนไทยเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยAI โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ต่อยอดแนวคิดการเรียนรู้แบบ Anywhere Anytime ผ่านแพลตฟอร์มการศึกษาระดับชาติ หรือ National Digital Learning Platform (NDLP) นำเนื้อหาเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์มาบูรณาการ โดยเน้นความกระชับ เข้มข้น และต่อเนื่อง ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนรู้ตามความสนใจได้อย่างยืดหยุ่น โดยในระยะแรกมุ่งสร้างทักษะครอบคลุมนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายกว่า 600,000 คนทั่วประเทศนอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาแพลตฟอร์มNDLPให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยการนำเครื่องมืออัจฉริยะอย่างAI Chatbot และ AI Agent มาให้บุคลากรทางการศึกษาได้ใช้งานเพื่อปรับบทเรียนให้เหมาะสมกับผู้เรียน และยกระดับมาตรฐานการสอนให้เป็นหนึ่งเดียวทั่วประเทศพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า “ความร่วมมือในโครงการAI in Education นี้ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีเข้ามาเติมเต็ม แต่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ยกระดับทั้งผู้เรียนและผู้สอนทั่วประเทศ เราเชื่อว่าAI จะช่วยให้เด็กไทยเข้าถึงทักษะที่พวกเขาสนใจอยากเรียน ส่วนครูเองก็มีเครื่องมือที่พร้อมสนับสนุนให้การสอนมีคุณภาพ ทันสมัย และเท่าเทียม เพื่อให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลาอย่างแท้จริง”เสริมศักยภาพบัณฑิตไทย สู่เศรษฐกิจดิจิทัลกระทรวง อว. ได้ร่วมกับไมโครซอฟท์ สนับสนุนหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้นักศึกษา และประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการเรียนรู้AIได้ฟรี ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง โดยมีเส้นทางการเรียนรู้ที่ออกแบบมาอย่างเป็นระบบ ภายใต้ชื่อโครงการDeveloper AI Skills Journey ซึ่งจะเตรียมความพร้อมให้บัณฑิตไทยสามารถเข้าสู่อาชีพที่กำลังเติบโตในอนาคต เช่น วิศวกร AI นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และผู้เชี่ยวชาญด้าน Prompt Engineering เป็นต้นตัวอย่างหลักสูตรได้แก่ “AI Skills for Everyone”ที่วางรากฐานความเข้าใจปัญญาประดิษฐ์สำหรับผู้เริ่มต้น หรือ“Azure AI: Zero to Hero” ที่เจาะลึกการใช้งานเทคโนโลยีบนแพลตฟอร์มคลาวด์ของไมโครซอฟท์ เพื่อการพัฒนา AI ในระดับสูง เป็นต้นนอกจากนี้ ยังสนับสนุนการพัฒนาระบบmicro-credentialsที่เอื้อให้นักศึกษาจากหลากหลายสาขา สามารถเลือกเรียนบทเรียนทักษะAI ที่ตนเองสนใจ เพื่อเติมเต็มความรู้ และสามารถสะสมเป็นหน่วยกิตในรายวิชาศึกษาทั่วไปผ่านแพลตฟอร์ม GETS ที่นำเนื้อหาจากหลักสูตรของไมโครซอฟท์ ไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบการจัดการเรียนรู้ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า “เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ การพัฒนากำลังคนจึงต้องทันกับความเปลี่ยนแปลง กระทรวง อว. มีบทบาทสำคัญในการปั้นคนไทยในระดับอุดมศึกษาให้มีทักษะที่ตลาดต้องการผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยไม่จำกัดอายุหรือสถานะทางการศึกษา ความร่วมมือในวันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของระบบที่ทุกคนจะมีสิทธิ์เข้าถึงความรู้ใหม่ และสามารถกำหนดอนาคตของตัวเองได้”อนึ่ง กระทรวง อว. ได้จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาทั่วไปและการพัฒนาทักษะข้ามสายงานในสถาบันอุดมศึกษา (GETS)ขึ้น ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา เพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งของทรัพยากรบุคคลให้มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) เป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศ และศูนย์ฯ นี้จะเป็นแพลตฟอร์มรองรับโครงการความร่วมมือดังกล่าวนี้ต่อไป ในอนาคตพลังของพันธมิตรระดับโลก ร่วมสร้างทักษะแห่งอนาคตในโครงการนี้ ไมโครซอฟท์ได้มีบทบาทสำคัญในการเสริมทักษะAIให้กับคนไทย ผ่านหลักสูตรออนไลน์ภาษาไทย ให้เรียนรู้ได้ฟรี ถึง 200 หลักสูตร ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงหลักสูตรเฉพาะทางสำหรับบุคลากร เช่น ครู ผู้บริหาร หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ โดย นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทยกล่าวว่า“วันนี้ คือจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานด้านการศึกษาที่แข็งแกร่ง โดยนำทักษะAI มาให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้อย่างทั่วถึง ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับทักษะภาษา การลดช่องว่างระหว่างผู้สอนและผู้เรียน รวมถึงส่งเสริมประเทศไทยให้ยกระดับจากการเป็นผู้ใช้งานไปสู่ผู้สร้างสรรค์ ด้วยการทำงานร่วมกันกับกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวง อว. เพื่อพัฒนาศักยภาพครูด้วยทักษะ AI ตั้งแต่ระดับพื้นฐานและขั้นสูง และในอนาคต เรามีการวางแผนระยะยาวร่วมกันเพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย”ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการผนึกพลังระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง อว. และภาคเอกชนในการขับเคลื่อนการใช้AIเพื่อการเรียนรู้ในสังคมไทย ทั้งสองกระทรวงมีความมุ่งมั่นที่จะเปิดกว้างต่อความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย หรือภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และตอบโจทย์อนาคตของประเทศไทยอย่างแท้จริง เชื่อมโยงทุกวัย สู่ระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตโครงการTHAIAcademy - AI in Educationยังครอบคลุม ถึงการพัฒนาทักษะAI เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา อาชีวศึกษา ไปจนถึงการเรียนรู้นอกระบบ นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวง อว. ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาคลังหน่วยกิตกลาง หรือ National Credit Bank System ซึ่งจะเป็นระบบที่รวบรวมผลการเรียนรู้ในทุกช่วงวัยเข้าสู่ฐานข้อมูลเดียว และยังมีแอปพลิเคชันพอร์ตโฟลิโอ ที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถวางแผนเส้นทางการศึกษาและอาชีพของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพการศึกษาจึงไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่ในห้องเรียนหรือกรอบของอายุอีกต่อไป แต่จะเป็นระบบที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับโอกาสการทำงานในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม

สอบ TCAS68 ประกาศผลแล้ว เปิด 15 หลักสูตร มีผู้สมัครมากที่สุด รอบ 3 Admission
อ่าน

สอบ TCAS68 ประกาศผลแล้ว เปิด 15 หลักสูตร มีผู้สมัครมากที่สุด รอบ 3 Admission

การสอบ TCAS (Thai University Cantral Admission) คือ การสอบเพื่อการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา หรือเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีประกาศผลครั้งที่ 1 สมัครแอดมิชชั่น (Admission) ทั้งนี้ วันนี้ 20 พฤษภาคม 2568 เป็นการประกาศผลครั้งที่ 1 ทุกคนที่สมัครแอดมิชชั่น (Admission) โดยยืนยันสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2568จากนั้นระบบจะมีการประกาศผลอีกครั้งวันที่ 25 พฤษภาคมและสามารถสละสิทธิ์ได้ถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2568ผู้สมัครแต่ละคนสามารถ สละสิทธิ์ได้สูงสุดเพียง 1 ครั้ง และต้องดำเนินการในช่วงเวลาที่เปิดให้เท่านั้น เพื่อจะสมัครรอบถัดไปได้26 พฤษภาคม 2568 เฉพาะผู้ที่ยืนยันสิทธิ์รอบ 3 Admission และไม่เคยสละสิทธิ์มาก่อนเท่านั้นประกาศจำนวนที่นั่งรอบ 4 Direct Admission ที่ mytcas.com วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 15 หลักสูตร สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admissionทั้งนี้ 15 หลักสูตร ที่มีจำนวนผู้สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้ สถิติการรับสมัครรอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิทินสอบ TCAS68 เตรียมความพร้อมเพื่อศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
อ่าน

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA

ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================

ไทยจับมือไมโครซอฟท์ เปิดตัว "Thai Academy" ยกระดับทักษะ AI ครั้งใหญ่
อ่าน

ไทยจับมือไมโครซอฟท์ เปิดตัว "Thai Academy" ยกระดับทักษะ AI ครั้งใหญ่

โครงการ “THAI Academy” ขับเคลื่อนอนาคต AI ประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย กับไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ที่มุ่งเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคน ในทุกสาขาอาชีพและทุกระดับทักษะ ได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะสำคัญใหม่ ๆ ในยุคที่สังคมโลกและเศรษฐกิจไทยต่างมีนวัตกรรม AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ผ่านทางการจัดกิจกรรม สรรสร้างคอนเทนต์มากมายร่วมกับพันธมิตร นำโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมกว่า 35 องค์กร มุ่งสู้เป้าหมายยกระดับทักษะ AI ให้คนไทยกว่า 1 ล้านคน ภายในปี 2568 โดยมีโครงการย่อยและรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ขับเคลื่อนหน่วยงานภาครัฐให้ใช้ประโยชน์จาก AIจับมือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบรายการ (กพร.) และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร. / DGA) เพื่อพัฒนาทักษะด้าน AI ให้กับข้าราชการไทยกว่า 100,000 คน พร้อมร่วมกับ สพร. ในการจัดกิจกรรม “GovAI Hackathon” ที่เปิดให้บุคลากรภาครัฐจากทุกหน่วยงานมาร่วมแชร์แนวคิดการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทย โดยกิจกรรมนี้เปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2568จับมือกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เสริมทักษะ AIให้กับครูผู้ฝึกสอนในศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงานทุกจังหวัดทั่วประเทศ และข้าราชการในสังกัดของกรมฯ รวมกว่า2,000คน เพื่อกระจายความรู้และทักษะไปสู่แรงงานไทยและผู้ที่กำลังมองหางานทั่วประเทศ รวมกว่า100,000คนร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ฝึกอบรมทักษะเฉพาะทางด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับบุคลากรของ สกมช. และตัวแทนจากองค์กรที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศรวม 368 คน ควบคู่ไปกับการจัดอบรมทักษะด้าน AI และความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แก่นักเรียนนักศึกษากว่า 10,000 คนปลดล็อกศักยภาพAIเพื่อภาคการศึกษาร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อพัฒนาทักษะ AI แก่บุคลากรครู 4,500 คน โดยถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจต่อไปยังนักเรียนอีกกว่า 400,000 คนทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ ได้ร่วมกับ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) บรรจุเนื้อหาจากหลักสูตรพื้นฐานด้าน AI ของไมโครซอฟท์ไว้ในหลักสูตร AI Literacy หรือความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI ตามโครงการขับเคลื่อนการสอนปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในโรงเรียน ซึ่งมุ่งเป้าไปที่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6ร่วมสร้างทักษะAIให้กับนักศึกษา ผ่านกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นกลุ่มนักศึกษาในสายวิชาด้านเทคโนโลยี เพื่อปั้นนักพัฒนารุ่นใหม่ เสริมตลาดแรงงานสาย AIในไทยด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถกว่า50,000คนร่วมกับ20มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ อบรมทักษะ AIให้กับคณาจารย์ในหลากหลายสาขาวิชา พร้อมนำเนื้อหาจากหลักสูตรเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดการเรียนรู้(Learning Management System)และสนับสนุนการพัฒนาระบบmicro-credentialsที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเลือกศึกษาทักษะที่ตนเองสนใจ พร้อมรับใบรับรองทักษะความสามารถในด้านนั้น ๆเติมพลังให้ผู้ประกอบการเติบโตแบบติดปีกด้วยAIร่วมมือกับสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ตลาดหลักทรัพย์ ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในการขับเคลื่อนการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยกว่า 20,000 คน รวมถึงการจัดงาน SMEs AI Skills Summit เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของผู้ประกอบการที่ผ่านการใช้งาน AI ในองค์กรมาแล้ว ไปสู่ผู้ประกอบการในกลุ่มอื่น ๆจับมือกับสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) สนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนในภาคการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการพัฒนาทักษะ AI เพื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (AI Skills for the AI-enabled Tourism Industry) โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2567 กับโครงการนำร่องในพื้นที่ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ทั้งยังมีการขยายผลไปสู่กิจกรรม AI for Tourism Hackathon เพื่อค้นหาไอเดียใหม่ ๆ ในการยกระดับภาคการท่องเที่ยวด้วย AIเสริมโอกาสการเรียนรู้และทำงานให้ทั่วถึงและเท่าเทียมร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาแรงงานสายเทคในด้าน AI โดยเฉพาะ เช่น นักพัฒนาโซลูชัน AI หรือวิศวกร AI ด้วยหลักสูตรที่มีเนื้อหาครบถ้วนตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฝึกทักษะ AI ให้กับทีมงานผู้ดูแลศูนย์ ICT Learning Center 1,722 แห่งทั่วประเทศ เพื่อกระจายความรู้ต่อไปยังประชาชนอีกกว่า 250,000 คน เรียนรู้ทักษะ AI ด้วยตนเอง ผ่าน AI Skills Navigatorแพลตฟอร์ม AI Skills Navigator ได้รวบรวมหลักสูตรและเนื้อหาด้าน AI ซึ่งเป็นภาษาไทย จากไมโครซอฟท์และพันธมิตรรวมกว่า 200 หลักสูตร นับตั้งแต่หลักสูตรขั้นพื้นฐานสำหรับมือใหม่ ไปจนถึงหลักสูตรเฉพาะทางสำหรับสายอาชีพและตำแหน่งงานเฉพาะทาง เช่น บุคลากรครู ผู้บริหาร หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ เปิดให้เรียนรู้กันได้แล้ววันนี้ที่ https://aiskillsnavigator.microsoft.com/th-th โดยไม่มีค่าใช้จ่ายจากการที่ TNN Tech ได้ทำการสัมภาษณ์คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ว่าใบประกาศนียบัตรที่ได้รับจากการเรียนใน AI Skills Navigator แล้ว จะสามารถนำไปสมัครงานได้ไหม และได้คำตอบว่าสามารถทำได้เพราะ หลักสูตรนี้เป็นมาตรฐานนานาชาติ ที่รับรองโดย Microsoft

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com
อ่าน

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบผลได้ผ่านเว็บ www.mytcas.comสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศผลสอบ A-Level ประจำปี 2568 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศสามารถเข้าตรวจสอบผลสอบผ่านระบบ MyTCAS ได้ทันที วิธีตรวจสอบผลสอบ A-Level 68ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบผ่านเว็บไซต์ของ ทปอ. ได้ที่ https://www.mytcas.com โดยมีขั้นตอนดังนี้:1.เข้าสู่ระบบที่ https://student.mytcas.com ด้วยบัญชีผู้สมัคร2.เลือกเมนู “ประกาศผลสอบ A-Level” เพื่อดูผลสอบรายวิชา3.หากต้องการดาวน์โหลดเอกสาร สามารถเลือก “หนังสือรับรองผลการสอบแยกรายวิชา” ได้ทันที4.หากต้องการยื่นขอทบทวนผลคะแนน ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วกด “ขอทบทวนผลคะแนนสอบ” ยื่นขอทบทวนผลคะแนนสอบได้ถึง 25 เม.ย. 68สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนสอบ หรือเชื่อว่าคะแนนอาจมีความคลาดเคลื่อน สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนผลคะแนนได้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 25 เมษายน 2568 ผ่านระบบ MyTCASค่าธรรมเนียมในการทบทวนคะแนนสอบ• ค่าธรรมเนียมรายวิชา: 100 บาท/วิชา• เหมาจ่ายทุกวิชา: 300 บาทโดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องเลือกวิชาที่ต้องการทบทวน อ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน และทำการชำระเงินผ่านระบบตามขั้นตอนที่กำหนดสรุป• ประกาศผลสอบ A-Level 68 แล้วตั้งแต่ 17 เม.ย. 68• ตรวจสอบผลได้ที่ student.mytcas.com• ขอทบทวนผลสอบได้ระหว่าง 18–25 เม.ย. 68• ค่าธรรมเนียม: รายวิชา 100 บาท, เหมาจ่าย 300 บาท

​​ซีพี - ธรรมศาสตร์ ผนึกกำลังสร้างคนยุค 5.0 พัฒนาหลักสูตร-โครงการเถ้าแก่ เสริมทักษะจริงรับโลกเปลี่ยน
อ่าน

​​ซีพี - ธรรมศาสตร์ ผนึกกำลังสร้างคนยุค 5.0 พัฒนาหลักสูตร-โครงการเถ้าแก่ เสริมทักษะจริงรับโลกเปลี่ยน

ซีพี - ธรรมศาสตร์ ผนึกกำลังสร้างคนยุค 5.0 พัฒนาหลักสูตร-โครงการเถ้าแก่ เสริมทักษะจริงรับโลกเปลี่ยนเมื่อวันที่3เมษายน2568 –เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สร้าง “ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้” ที่เชื่อมโยงระหว่างโลกวิชาการและโลกธุรกิจ เพื่อเตรียมคนรุ่นใหม่สู่โลกแห่งอนาคต ณ อาคารทรู ทาวเวอร์ รัชดาฯ นำโดยคุณสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือฯ และศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองฝ่ายคณะผู้บริหารเครือซีพี ประกอบด้วย นายธนากร เสรีบุรี รองประธานอาวุโส ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ความยั่งยืนขององค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ /ประธานคณะผู้บริหาร ยุทธศาสตร์ข้อมูลและการสื่อสาร นายวิบูลย์ คูสกุล ที่ปรึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ นายประเสริฐศักดิ์ องค์วัฒนกุองค์วัฒนกุล ที่ปรึกษาอาวุโส กลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรมในจีน เครือเจริญโภคภัณฑ์ นายสมเจตนา ภาสกานนท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืน สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลฯ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และนางสาวศศิเพ็ญ ไตรโสภณ รองกรรมการผู้จัดการ สำนักยุทธศาสตร์ ข้อมูลและการสื่อสาร เครือเจริญโภคภัณฑ์คณะผู้บริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ร่วมในการประชุมหารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้ มี รศ.ดร.จิรพล สังข์โพธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์และการดิจิทัล รศ.ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์รังสิต ศ.ดร.สัญญา มิตรเอม คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์รศ.ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผศ.ดร.ศิริรัตน์ ณ ระนอง คณบดีคณะศิลปศาสตร์ อาจารย์จิราพร พรประภา คณะศิลปศาสตร์ รศ.ดร.สมชาย สุภัทรกุล คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ผศ.ดร.อรพรรณ ยลระบิล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและเครือข่ายพันธมิตร (คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี) ผศ.ดร.อำนาจ ตั้งคีรีพิมาน รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และหลักสูตรนานาชาติ (ผู้แทนคณะนิติศาสตร์) ผศ.ดร.อนิณ อรุณเรืองสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายวางแผนและการคลัง (ผู้แทนคณะเศรษฐศาสตร์) อาจารย์เกณฑ์ วิฑูรชาติ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา (ผู้แทนวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์) และรศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ภานุวัฒน์วนิชย์ ผอ.สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ความร่วมมือระหว่างซีพีกับธรรมศาสตร์มีรากฐานที่มั่นคงและต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี เริ่มจากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย SISU (Shanghai International Studies University)ในการแลกเปลี่ยนนักศึกษาเพื่อเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน รวมถึงการส่งนักศึกษาธรรมศาสตร์ไปฝึกงานกับซีพีในประเทศจีน ซึ่งประสบความสำเร็จและขยายผลไปยังหลายคณะ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับการประชุมครั้งนี้ ทั้งสององค์กรได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุค 5.0 โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ “การพัฒนาหลักสูตรและโมเดลการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่” มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีทักษะรอบด้าน ทั้งด้านเทคโนโลยี AI ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจเชิงธุรกิจที่ลงมือทำได้จริงนายสุภกิต เจียรวนนท์ กล่าวว่าเราอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านสำคัญ ซีพีต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่ตามโลกให้ทัน แต่ต้องนำหน้า ด้วยการสร้างคนดีและเก่งที่ใช้เทคโนโลยีเป็นด้าน ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ซีพีมีความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีกับธรรมศาสตร์มาโดยตลอด ความร่วมมือของเราสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความผูกพันที่แน่นแฟ้น ซีพีเป็นองค์กรที่เติบโตมายาวนานกว่า104ปี ผ่านเหตุการณ์สำคัญของโลกนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและวิสัยทัศน์ในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ซีพีดำเนินธุรกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้คน ทั้งอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค เชื่อมั่นว่าภายใต้การนำของผู้นำรุ่นปัจจุบัน ซีพีจะยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง พร้อมกับภารกิจร่วมกับธรรมศาสตร์ในการสร้างกำลังคนที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนทั้งนี้หนึ่งในโครงการสำคัญที่มีการหารือเพิ่มเติม คือ “โครงการเถ้าแก่” ที่จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการเป็นผู้ประกอบการตั้งแต่แนวคิดจนถึงการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรุ่นเยาว์นายธนากร เสรีบุรี รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะผู้บุกเบิกความสัมพันธ์ระหว่างซีพีและธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ความร่วมมือระหว่างซีพีกับธรรมศาสตร์ถือเป็นความสัมพันธ์ที่มีคุณค่า เพราะเราไม่ได้เพียงแลกเปลี่ยนความรู้ แต่เราสร้างประสบการณ์จริงให้กับนักศึกษาไทยในเวทีนานาชาติ ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย SISU ที่เริ่มจากกลุ่มเล็ก ๆ วันนี้ได้ขยายผลไปหลายคณะ และกำลังต่อยอดสู่โครงการใหม่ ๆ อย่างโครงการเถ้าแก่ ซึ่งสะท้อนว่า การพัฒนาคนเป็นการลงทุนระยะยาวที่ทรงพลังที่สุด ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ด้านยุทธศาสตร์ข้อมูลและการสื่อสารองค์กร / ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนขององค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวเสริมว่า วันนี้การพัฒนาคนต้องก้าวข้ามการเรียนรู้ในตำรา สู่การสร้างประสบการณ์จริงที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ โครงการ ‘เถ้าแก่’ ที่เรากำลังจะนำร่องร่วมกับธรรมศาสตร์ คือพื้นที่ทดลองและเรียนรู้สำหรับนักศึกษาที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการตัวจริง ได้เรียนรู้ตั้งแต่แนวคิด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการทำธุรกิจจริง ซึ่งจะเป็นต้นแบบการเรียนรู้ที่ผสานทั้งความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และจิตวิญญาณผู้ประกอบการอย่างครบวงจรนอกจากความร่วมมือเชิงโครงการแล้ว ซีพียังมีผู้บริหารที่มีบทบาทในการสนับสนุนทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายประเสริฐศักดิ์ องค์วัฒนกุล ที่ปรึกษาอาวุโส กลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรมในจีน ซึ่งยังคงทำหน้าที่เป็น อาจารย์พิเศษในหลากหลายคณะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากภาคธุรกิจ สู่ห้องเรียน เพื่อเตรียมนักศึกษาให้พร้อมเผชิญความท้าทายในโลกการทำงานจริงซีพีและธรรมศาสตร์เชื่อมั่นว่า การหลอมรวมพลังของสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนอย่างลึกซึ้ง คือกุญแจสำคัญในการสร้างทุนมนุษย์ที่เข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ
อ่าน

เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ

กระแสโซเชียลกำลังพุ่งความสนใจไปที่เพจ Kafaak หลังโพสต์เตือนว่า ChatGPT สามารถนำไปใช้ปลอมสลิปโอนเงินแบบแนบเนียนได้ ทั้งการปลอมชื่อบัญชีเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) มหาเศรษฐีชื่อดัง ปลอมจำนวนเงินที่โอน เลขบัญชี และไม่เว้นแม้แต่ลายน้ำ TNN Tech จึงรวบรวม 3 วิธี ในการรับมือสลิปปลอม ที่ไม่ใช่แค่มาจาก ChatGPT หรือ Generative AI ตัวอื่น ๆ แต่ยังไปรวมถึงการตัดต่อภาพด้วยเช่นกัน 3 วิธี รับมือสลิปปลอมจากภาพ ChatGPT, Generative AI และภาพตัดต่อสแกน QR Code บนสลิป (ถ้ามี) สำหรับสลิป (Slip) หรือบันทึกการทำรายการที่แอปพลิเคชันธนาคารออกให้ เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีการทำรายการโอนเงินหรือชำระเงินจริงหรือไม่เปิดแจ้งเตือนการทำธุรกรรม โดยการแจ้งเตือนจะมีทั้งรูปแบบบนแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) แบบ Official ของธนาคาร หรือสมัครรับ SMS สำหรับแจ้งเตือนก็ได้เช่นกันสมัครบริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งมีการทำธุรกรรมจำนวนมากในแต่ละวัน สามารถใช้บริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติเมื่อมีการส่งหลักฐานเข้าไปยังไลน์ หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ เช่น สลิปทูโก (Slip2GO) สลิปโอเค (SlipOK) หรือ อีซี่สลิป (EasySlip) เป็นต้น โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามปริมาณการทำธุรกรรมในแต่ละเดือน และนอกจากทั้ง 3 วิธีหลักแล้ว การสังเกตความผิดปกติบนสลิป เช่น ขนาด และรูปแบบตัวอักษร ลายน้ำ และรวมไปถึงการขอดูสลิปทันทีที่โอนเงินหากทำได้ ก็เป็นอีกตัวช่วยรับมือการปลอมสลิปโอนเงินได้เช่นกัน