TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “在越南如何取得国际驾照怎么申请【咨询网:ban58.com】” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
HoYo FEST 2026 งานอีเวนต์ประจำปีสุดยิ่งใหญ่ของ HoYoverse เตรียมจำหน่ายบัตร 16 กรกฎาคมนี้! ชวนเหล่าเกมเมอร์และแฟนชาวไทยมาพบกัน!
เตรียมเงินกันให้พร้อม วอร์มนิ้วรอกันไว้ ! เพราะวันจำหน่ายบัตรของงานอีเวนต์ประจำปีของ HoYoverse ที่ใครหลายคนรอคอยนั้น กำลังใกล้เข้ามาแล้ว! กับงาน HoYo FEST 2026 อีเวนต์เกมระดับแนวหน้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จัดขึ้นโดย HoYoverse ที่ล่าสุดนั้นประกาศออกมาแล้วว่าจะเริ่มวางจำหน่ายบัตรเข้างานในวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 นี้!โดยภายในงานนั้นก็จะมีสีสันความสนุกมากมายรอคอยทุกคนอยู่ โดยก็จะมีตั้งแต่ โซนเช็คอินของเกมต่าง ๆ กิจกรรมบูธออฟไลน์ของ Genshin Impact , Honkai: Star Rail และ Zenless Zone Zero ที่มาพร้อมกิจกรรมและของรางวัล ลัคกี้ดรอว์ โซนสัมผัสประสบการณ์ที่จะเปิดให้ทุกคนได้สามารถเข้าลองเล่นเกมกัน และในปีนี้นั้นเกมใหม่อย่าง Honkai: Nexus Anima ก็มาเปิดให้ได้ลองเล่นกันด้วย!นอกจากนั้นแล้วภายในงานก็ยังมีพื้นที่สุดพิเศษอย่าง Artist Alley ที่ได้เปิดให้เหล่าศิลปินผู้มากฝีมือมาอวดผลงานและวางจำหน่ายสินค้าแฟนเมดที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกมของ HoYoverse อีกด้วย และก็ยังมีมุมเวทีที่พร้อมจะมาสร้างสีสันให้เพื่อน ๆ ตลอดวัน!HoYo FEST 2026 นั้นมีกำหนดจะเดินทางไปพบปะและแจกจ่ายความสนุกสนานให้กับเหล่าแฟน ๆ และผู้เล่นถึงที่ 6 เมือง 6 ประเทศด้วยกัน โดยก็มีดังนี้ประเทศไทยวันที่ 30 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2026จัดที่ Central Ladpra , BCC Hall กรุงเทพประเทศเวียดนามวันที่ 30 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2026จัดที่ Pondok Indah Mall 3 , City Hall โฮจิมินห์ประเทศอินโดนีเซียวันที่ 30 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2026จัดที่ Sky Expo , Hall A4 จาการ์ตาประเทศมาเลเซียวันที่ 30 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2026จัดที่ Pavillion Exhibition Centre Bukit Jalil , Hall 1-3 กัวลาลัมเปอร์ประเทศฟิลิปปินส์วันที่ 30 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2026จัดที่ SPACE ar One Ayala , Hall A-D มะนิลาประเทศสิงคโปร์วันที่ 31 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2026จัดที่ Suntec Singapore Convention Exhibition Centre , Hall 403โดยสำหรับประเทศไทยนั้นก็จะจัดขึ้นในวันที่ 30 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2026 ที่จะถึงนี้ ที่ Central Ladpra , BCC Hall กรุงเทพบัตรเข้างาน HoYo FEST 2026สำหรับบัตรเข้างานในปีนี้นั้น จะเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 เวลา 11.00 น. (ส่วนเวลาไทยคือ 10.00 น.) ซึ่งจะเปิดจำหน่ายบนเว็บไซต์ทางการของ HoYo FEST 2026 และมีจำนวนจำกัด! ใครที่วางแผนจะมาจอยความสนุกก็อย่าลืมกดซื้อบัตรกันนะ!ประเภทของบัตรเข้างานจะแบ่งเป็น 3 แบบด้วยกันบัตร Fast Pass 1 วันเข้างานได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตลอด 1 วันสิทธิ์เข้างานก่อน สามารถเข้างานเร็วกว่าผู้ถือบัตรธรรมดา 1 ชั่วโมงเมื่อทำภารกิจที่กำหนดในโซนเช็กอินสำเร็จ จะได้รับของที่ระลึกจากภารกิจนั้น ๆ ของโซนเช็กอินแน่นอนพาสปอร์ตที่ระลึก HoYo FEST 2026 x1สายคล้องและบัตรประจำตัว HoYo FEST 2026 x1ตั๋วโฮโลแกรม HoYo FEST 2026 x1ถุงกระดาษ HoYo FEST 2026 x1บัตรจับรางวัล x1บัตร 1 วันเข้างานได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตลอด 1 วันสิทธิ์เข้างานแบบมาตรฐานเข้างานตามเวลาประกาศปกติ (ช้ากว่า Fast Pass 1 ชั่วโมง)บัตรเหมาทุกวันเข้างานได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตลอดทุกวันของกิจกรรม (30 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2026)สิทธิ์เข้างานแบบมาตรฐานเข้างานตามเวลาประกาศปกติ (ช้ากว่า Fast Pass 1 ชั่วโมง)โดยสำหรับรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมนั้นเพื่อน ๆ สามารถเข้าไปดูกันได้ที่ เว็บไซต์ทางการของ HoYo FEST 2026 ได้เลย!
Online Station • 9 ก.ค. 69
อ่าน
The Voice Thailand 2026 แนะเช็กลิสต์ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออดิชัน 4 ภาค
เริ่มเดินเครื่องอย่างต่อเนื่อง สำหรับรายการ The Voice Thailand 2026 หลังจากที่ผ่านรอบออดิชันออนไลน์และประกาศผู้ผ่านเข้ารอบเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดได้มีการเปิดรับสมัครออดิชัน 4 ภาค เพื่อตามหา "เสียงจริง ตัวจริง" The Voice Teens (อายุ 13-19 ปี) และ The Voice 2026 (อายุ 20-75 ปี) โดยเริ่มที่แรก ภาคเหนือ วันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ณ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จ.เชียงใหม่ วันนี้ ทรูไอดี จึงขอแนะนำเช็กลิสต์ต่าง ๆ ให้กับเหล่าผู้เข้าออดิชันเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออดิชัน 4 ภาค ไม่ว่าจะเป็นตารางออดิชัน, วิธีจองคิวออดิชัน สำหรับบุคคลทั่วไป และ วิธีจองคิว Fast Lane เฉพาะลูกค้าทรู ลูกค้าดีแทค และ ทรูออนไลน์ รายละเอียดอยู่ด้านล่าง ขอย้ำเน้น ๆ ว่า จองคิวออนไลน์มาก่อนเท่านั้นกดได้ที่ลิงก์นี้ reservation.thevoicethailand2026.com เช็กลิสต์ก่อนมาออดิชัน ตารางออดิชัน 4 ภาค กติกาผู้สมัครออดิชัน วิธีจองคิวออดิชัน สำหรับบุคคลทั่วไป วิธีจองคิว Fast Lane เฉพาะลูกค้าทรู ลูกค้าดีแทค และ ทรูออนไลน์ The Voice Thailand 2026 แนะเช็กลิสต์ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออดิชัน 4 ภาค เช็กลิสต์ก่อนมาออดิชัน จองคิวออนไลน์มาก่อนเท่านั้น เลือกจังหวัด วัน เวลา ที่ต้องการออดิชัน (จำนวนจำกัด) พิเศษ! เร็วกว่าใคร จองคิว Fast lane สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าทรู ลูกค้าดีแทค และทรูออนไลน์ เท่านั้น **เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด เตรียมบัตรประชาชนตัวจริง และสำเนาบัตรประชาชน 1 ฉบับ พร้อมหน้าจอยืนยันการจองคิวออนไลน์ เพื่อยื่นในวันออดิชัน เตรียมเพลงและท่อนที่มั่นใจ พร้อมเครื่องดนตรี (ถ้ามี) **เฉพาะกีตาร์โปร่งเท่านั้น** อย่าลืมพกกีตาร์มาด้วย พกความมั่นใจมาแบบ 100% แล้วเจอกันวันออดิชัน ตารางออดิชัน 4 ภาค The Voice Thailand 2026 และ The Voice Teens ภาคเหนือวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จ.เชียงใหม่ ภาคใต้วันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ จ.สงขลา ภาคอีสานวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ เซ็นทรัล โคราช จ.นครราชสีมา ภาคกลางวันที่ 28-31 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 - 21.00 น. ณ สยามเซ็นเตอร์ กรุงเทพมหานคร กติกาผู้สมัครออดิชัน เงื่อนไขการรับสมัคร The Voice 2026 ผู้สมัครต้องมีอายุ 20 - 75 ปี (เกิดระหว่าง 6 เมษายน 2494 - 6 เมษายน 2549) ในวันสมัคร ไม่เป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย ละเมิด หรือ คุกคามทางเพศ ไม่มีพันธะผูกพันกับสังกัด หรือ ค่ายเพลง หรือตัวแทนใด ๆ ไม่จำกัดสัญชาติ แต่ต้องพูดและร้องเพลงด้วยภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว ชาวต่างชาติจะต้องมีหลักฐานและเอกสารยืนยันการพำนักอยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เอกสารในการสมัคร สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาพาสปอร์ต เงื่อนไขการรับสมัคร The Voice Teens ผู้สมัครต้องมีอายุ 13 - 19 ปี (เกิดระหว่าง 7 เมษายน 2549 - 6 เมษายน 2556) ในวันสมัคร ผู้สมัครต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองในการสมัคร ไม่มีพันธะผูกพันกับสังกัด หรือ ค่ายเพลง หรือตัวแทนใด ๆ ไม่จำกัดสัญชาติ แต่ต้องพูดและร้องเพลงด้วยภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว ชาวต่างชาติต้องมีหลักฐานและเอกสารยืนยันการพำนักอยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เอกสารในการสมัคร สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาพาสปอร์ต เอกสารยินยอมในการเข้าร่วมประกวดร้องเพลงของผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลโดยชอบด้วยกฎหมาย วิธีจองคิวออดิชัน สำหรับบุคคลทั่วไป ผู้สมัครสามารถจองคิวได้เพียงคนละ 1 ครั้ง โดยไม่สามารถเปลี่ยนวันและเวลาได้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจก่อนจอง จองคิว Audition สำหรับบุคคลทั่วไป (จำกัด 315 คน/วัน/รายการ) กดได้ที่ลิงก์นี้ reservation.thevoicethailand2026.com วิธีจองคิว Fast Lane เฉพาะลูกค้าทรู ลูกค้าดีแทค และ ทรูออนไลน์ พิเศษ! จองคิว Fast Lane เฉพาะลูกค้าทรู ลูกค้าดีแทค และ ทรูออนไลน์ (จำกัด 315 คน/วัน) กดได้ที่ลิงก์นี้ https://thevoice.trueid.net/onlineaudition สิทธิพิเศษสำหรับ ลูกค้าทรู ลูกค้าดีแทค ที่มีสถานะการใช้งานปกติและยังคงสถานะลูกค้าปัจจุบันเท่านั้น สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าทรูออนไลน์ที่มีสถานะการใช้งานปกติ มี สถานะลูกค้าปัจจุบัน และมีการผูกบริการผ่านบัญชี TrueID แล้วเท่านั้น จำนวนสิทธิ์การจองทั้งหมด 3,150 คน (จำกัดสิทธิ์ตามลำดับการจอง) จำกัดสูงสุด 1 หมายเลขบริการ / 1 สิทธิ์การจอง สอบถามรายละเอียดการ Audition เพิ่มเติมทาง Facebook : TheVoiceThailand อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เปิดตารางออดิชัน 4 ภาค The Voice Thailand 2026 และ The Voice Teens เซฟเอาไว้เลย! The Voice Thailand 2026 ประกาศผล Online Audition พร้อมดูวิธีเช็คว่าเข้ารอบหรือไม่ สุดปัง! The Voice Thailand 2026 คัมแบ็กยิ่งใหญ่ เปิด Audition วันแรก ยอดผู้สมัครกว่า 2,000 คน The Voice Thailand 2026 รวมลิสต์คำถามยอดฮิต พร้อมแจกลิงก์ส่งคลิป Online Audition The Voice Thailand 2026 เปิดวิธีรับสมัคร Online Audition ชวนคนมีฝันอายุ 13-75 ปีสู่เวทีปัง ขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊กTheVoiceThailand
ข่าวบันเทิง • 27 พ.ค. 69
อ่าน
วิริยะประกันภัย – ขนส่งทางบก จัดอบรมใบขับขี่ ปี 2569 เสริมทักษะผู้ขับขี่มือใหม่ มุ่งสู่ถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืน
วิริยะประกันภัย จับมือ กรมการขนส่งทางบก ร่วมเสริมสร้างรากฐานความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับทักษะการขับขี่ พร้อมปลูกฝังพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้น 4 รอบ ได้แก่ รอบกรุงเทพฯ “27 - 28 มิ.ย. และ 22 – 23 ส.ค.” รอบนครนายก “11 - 12 ก.ค.” และระยอง “5 - 6 ส.ค.” เปิดรับเฉพาะผู้ไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ยังคงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของบริษัทฯ ที่ดำเนินควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงภัยให้กับประชาชน โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันกิจกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนในหลากหลายมิติ อันนำไปสู่การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนในภาพรวม ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างรากฐานความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มาอย่างต่อเนื่องกว่า 35 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 โดยมุ่งหวังให้กลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์มือใหม่ และผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจรที่ถูกต้อง มีทักษะการขับขี่ที่ดี ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานการใช้รถใช้ถนนของสังคมไทยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ปี 2569 นี้ บริษัทฯ มีกำหนดจัดโครงการอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ทั้งหมด 4 รุ่น แบ่งเป็น “รอบส่วนกลาง” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 381 วันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 และ รุ่นที่ 382 วันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร และ “รอบส่วนภูมิภาค” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 165 วันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก และ รุ่นที่ 166 วันที่ 5-6 กันยายน 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง โดยผู้เข้ารับอบรมฯ จะได้รับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขับรถ จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ ตลอดจนข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งภายหลังอบรมเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้าอบรมฯ จะมีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) และทดสอบปฏิบัติขับรถยนต์ ตามมาตรฐานความปลอดภัยและระเบียบเดียวกับการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ในวันเวลาราชการ หากสอบผ่านจะได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ทันที ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายพิการ หรือมีโรคประจำตัวที่อาจก่อให้เกิดอันตรายขณะขับขี่ยานพาหนะ และต้องไม่อยู่ระหว่างการถูกยึด หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ พร้อมเตรียมเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ตามแบบแพทยสภารับรอง (อายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ออกเอกสารจนถึงวันเข้าอบรม) โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) แผนกกิจกรรมเพื่อสังคม โทรศัพท์หมายเลข 02-129-8888 ต่อ 7419, 7422, 7443
ทันหุ้น • 8 พ.ค. 69
อ่าน
อัปเดต 36 ประเทศ คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า 2026 ฟรีวีซ่ากี่วัน เช็กก่อนเลย!
ปี 2026 นี้ ตามเรามาอัปเดต ประเทศ คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า 2026 แต่ละประเทศ ฟรีวีซ่า กี่วัน ใครที่กำลังมองหา ที่เที่ยวต่างประเทศ กันอยู่ เล็งประเทศไหนไว้ พาสปอร์ตในมือสั่น ก่อนวางแผนเที่ยว เช็กเลย! เที่ยวต่างประเทศ คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า อัปเดต 2026ฟรีวีซ่า กี่วัน คนไทย ฟรีวีซ่า 14 วัน 1. กัมพูชา 2. ไต้หวัน 3. บรูไน 4. บาห์เรน 5. เมียนมา คนไทย ฟรีวีซ่า 15 วัน 6. ญี่ปุ่น คนไทย ฟรีวีซ่า 30 วัน 7. สิงคโปร์ 8. ฮ่องกง 9. เวียดนาม 10. จีน 11. ลาว 12. มัสดีฟส์ 13. อินเดีย 14. อินโดนีเซีย 15. มาเลเซีย 16. ฟิลิปปินส์ 17. มาเก๊า 18. กาตาร์ 19. มองโกเลีย 20. วานูอาตู 21. รัสเซีย 22. ตุรกี 23. คาซัคสถาน 24. ทาจิกิสถาน 25. แอฟริกาใต้ 26. เซเชลส์ คนไทย ฟรีวีซ่า 60 วัน 27. คีร์กีซสถาน คนไทย ฟรีวีซ่า 90 วัน 28. เกาหลีใต้ 29. บราซิล 30. เอกวาดอร์ 31. อาร์เจนตินา 32. ชิลี 33. เปรู 34. แอลเบเนีย คนไทย ฟรีวีซ่า 180 วัน 35. ปานามา คนไทย ฟรีวีซ่า 365 วัน 36. จอร์เจีย
ทราเวล ทิปส์ • 19 ม.ค. 69
อ่าน
ไทยเที่ยวตปท.สูงเป็นประวัติการณ์ หนุนแผนคุ้มครองครอบคลุมยิ่งขึ้น
แอกซ่าประกันภัย เผยสถิตินักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปต่างประเทศพุ่งสูงขึ้นกว่า 80% ในปี 2569 โดยอ้างอิงข้อมูลจากรายงาน '2026 Trip.Best Thailand Unpacked: Travel Trends and New Travel Solutions' ของ Trip.com Group ซึ่งการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญนี้ สะท้อนถึงความต้องการความคุ้มครองการเดินทางที่ครอบคลุมมากขึ้น สอดรับกับเทรนด์การท่องเที่ยวต่างประเทศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องจีน-ญี่ปุ่น-เวียดนามยอดฮิตประเทศยอดฮิตอย่างจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเมืองเซี่ยงไฮ้ โตเกียว เฉิงตู และ ดานัง ติดอันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป คนไทยวางแผนเที่ยวต่างประเทศด้วยความมั่นใจมากขึ้น และให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความยืดหยุ่น และการเตรียมพร้อมมากกว่าแต่ก่อน เมื่อการเดินทางมีความถี่และความซับซ้อนมากขึ้น ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบินล่าช้า หรือเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพ ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย บทบาทของประกันการเดินทางจึงมีความสำคัญมากกว่าเคยเน้นแผนที่คลอบคลุมผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระบุว่า นักท่องเที่ยวในปัจจุบันให้ความสำคัญกับแผนประกันภัยที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น การยกเลิกการเดินทาง กระเป๋าสัมภาระสูญหาย และปัญหาสุขภาพระหว่างเดินทาง เป็นต้น โดยมองว่าประกันการเดินทางเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การเดินทางราบรื่นและไร้ความกังวลมากขึ้นในส่วนของ แอกซ่าประกันภัย ได้พัฒนาโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยแผนประกันการเดินทาง “AXA Smart Traveller’s Choice” มอบความคุ้มครองที่ครอบคลุม ด้วยราคาเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 119 บาท พร้อมตัวเลือกความคุ้มครองที่ยืดหยุ่น มีแผนให้เลือกทั้งแบบรายเที่ยวและรายปี และสามารถนำไปใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่าเชงเก้นได้ด้วยนอกจากนี้ ยังออกกรมธรรม์ทันทีผ่านอีเมล และรองรับบริการค่ารักษาพยาบาลแบบไม่ต้องสำรองจ่าย (Cashless) สำหรับการรักษาแบบผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลในเครือข่ายของแอกซ่า เพื่อให้ผู้เดินทางเข้าถึงการรักษาได้อย่างสะดวกแม้อยู่ต่างประเทศ นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการโทรระหว่างประเทศ ผ่านบริการ “AXA Travel Line Call” ทาง LINE Official Account @AXAThailand ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทุกที่ ทุกเวลา
ทันหุ้น • 21 เม.ย. 69
อ่าน
CookieRun: OvenSmash เปิดเวอร์ชั่นเบต้าของเซิร์ฟเวอร์ SEA อย่างเป็นทางการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊า 23 เมษายนนี้
CookieRun: OvenSmash เปิดเวอร์ชั่นเบต้าของเซิร์ฟเวอร์ SEA อย่างเป็นทางการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊า 23 เมษายนนี้ — พร้อมกลิ่นอาย “ความเป็นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ที่จับต้องได้!Devsisters และ VNGGames เตรียมนำเกมแอ็กชั่น PvP เรียลไทม์สุดมันส์อย่าง CookieRun: OvenSmash บุกสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊า ในวันที่ 23 เมษายนนี้ โดยไม่ใช่แค่การเปิดทดสอบ แต่เป็นเวอร์ชั่นเบต้าที่ “มีทั้งภาษาไทย เสียงพากย์ไทย” และภาษาท้องถิ่นแต่ละภูมิภาค ได้สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างแท้จริงนับตั้งแต่เปิดตัวระดับโลก CookieRun: OvenSmash ได้รับกระแสตอบรับอย่างร้อนแรง ด้วยจำนวนผู้เล่นทะลุ 1 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึง 3 วัน และขึ้นสู่อันดับต้น ๆ ของชาร์ตดาวน์โหลดทั้งบน iOS และ Android ในสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ครั้งนี้ VNGGames ในฐานะผู้ให้บริการ ร่วมกับ Devsisters พร้อมสานต่อความสำเร็จ ด้วย เปิดเวอร์ชั่นเบต้าของเซิร์ฟเวอร์ SEA ในวันที่ 23 เมษายน 2569แต่การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การขยายตลาดแบบทั่วไป VNGGames ให้ความสำคํยในด้านการแปลภาษาท้องถิ่นและพัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบ รองรับ 5 ภาษา ได้แก่ จีนดั้งเดิม ไทย เวียดนาม บาฮาซา และอังกฤษ พร้อมเสียงพากย์เต็มรูปแบบในภาษาอังกฤษ ไทย และจีนเพราะเราไม่มีการรีเซ็ต ไม่มีการล้างข้อมูล ความคืบหน้าทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ ผู้เล่นสามารถสร้างและพัฒนาไปต่อได้ตั้งแต่วันแรก ทุกการต่อสู้ การอัปเกรด และความสำเร็จ จะต่อเนื่องไปจนถึงเวอร์ชั่นเต็มสกินท้องถิ่นที่สะท้อนตัวตนของแต่ละภูมิภาคหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ “สกินของแต่ละภูมิภาค” ที่นำเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคมาใส่ในเกม ล่าสุดมีการเผยสกิน “อ่าวหญ่ายลายดอกบัวเวียดนาม” บนแฟนเพจ ซึ่งโดดเด่นด้วยความงดงามแบบดั้งเดิมและสะท้อนวัฒนธรรมเอเชียได้อย่างชัดเจน โดยสกินนี้จะเปิดให้ใช้งานในเกมตั้งแต่เปิดเวอร์ชั่นเบต้าของเซิร์ฟเวอร์ SEA วันที่ 23 เมษายน 2569ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในสิงคโปร์และมาเลเซียก็จะได้พบกับไอเท็มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารท้องถิ่น เช่น ชาชัก (เตห์ ตาเระ) และขนมต้ม (Onde-onde) ซึ่งไม่ใช่แค่ของตกแต่ง แต่เป็นรายละเอียดที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของผู้เล่นอย่างแท้จริงเกมเพลย์ PvP เรียลไทม์ครั้งแรกของจักรวาล CookieRunCookieRun: OvenSmash ถือเป็นเกมแรกในจักรวาล CookieRun ที่นำเสนอการต่อสู้แบบ PvP เรียลไทม์ รูปแบบ 2vs2, 3v3, 4v4 ซึ่งใช้เวลาเพียง 3 นาทีต่อแมตช์ เหมาะกับการเล่นบนมือถือในช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างเดินทาง รอคิว หรือพักเบรกหนึ่งในระบบที่โดดเด่นคือการ์ดเวทมนตร์การ์ดเวทมนตร์เป็นการ์ดพิเศษที่สามารถพลิกเกมได้ภายในไม่กี่วินาที ทำให้ผู้เล่นต้องอ่านเกมและตัดสินใจอย่างรวดเร็วตลอดเวลา โดยผู้เล่นจากเวอร์ชั่น Global ต่างยกให้ระบบนี้เป็นจุดที่เพิ่มกลยุทธ์เชิงลึกอย่างมากกระแสตอบรับแรงตั้งแต่เปิดลงทะเบียนล่วงหน้าหลังจากเปิดลงทะเบียนล่วงหน้าในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา CookieRun: OvenSmash มียอดลงทะเบียนทะลุ 1 ล้านบัญชีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊าผู้เล่นที่เข้าร่วมล่วงหน้าจะได้รับของรางวัลพิเศษเฉพาะภูมิภาค ทั้งไอเท็มและอุปกรณ์ในเกมตั้งแต่เริ่มต้นเปิดเวอร์ชั่นเบต้าของเซิร์ฟเวอร์ SEA เปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 เมษายน เวลา 09:00 น. (GMT+7)สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางทางการดาวน์โหลด: https://ovensmashsea.onelink.me/oaLQ/fbFacebook: https://www.facebook.com/CookieRunVNG.THFacebook Group: https://facebook.com/groups/cookierunovensmashthailandInstagram: https://www.instagram.com/crovensmashthYouTube: https://www.youtube.com/@CookieRunOvenSmashTHTikTok: https://www.tiktok.com/@cookierun.thaiDiscord: https://discord.gg/3djCnUtmเกี่ยวกับ VNGGamesVNGGames เป็นส่วนหนึ่งของ VNG ก่อตั้งในปี 2004 ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตจากเวียดนาม ให้บริการด้านเกม (VNGGames), แอปแชท (Zalo), ระบบชำระเงิน และคลาวด์VNG ยังเป็นยูนิคอร์นด้านเทคโนโลยีรายแรกของเวียดนาม โดยมีวิสัยทัศน์ในการนำอินเทอร์เน็ตมาสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับผู้ใช้งานทั่วโลกVNGGames มุ่งมั่นในการนำเสนอเกมคุณภาพสูงและบริการที่ตอบโจทย์ผู้เล่นในแต่ละภูมิภาค
Online Station • 23 เม.ย. 69
อ่าน
ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 เม.ย. 69
สิทธิพิเศษ
กรุงไทยพานิชประกันภัย
ประกันภัยการเดินทางไอ-อินชัวร์ ไอ-อินชัวร์ ประกันภัยการเดินทางจากบริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) มอบแผนประกันภัยการเดินทางที่คุ้มครองทุกที่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ครอบคลุมทั้งอุบัติเหตุ ดูแลค่ารักษาพยาบาล กรณีเจ็บป่วยนอนโรงพยาบาลต่างประเทศทั่วโลกโดยไม่ต้องสำรองจ่าย* ใช้ยื่นขอวีซ่าเชงเก้นได้ วีซ่าไม่ผ่านยินดีคืนเงิน 100% เพิ่มความอุ่นใจทุกทริปการเดินทางด้วย Emergency Travel Assistance ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกันทุกประเภท • 23 มี.ค. 69
อ่าน
วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 4 ธ.ค. 66
อ่าน
สะดวกกว่าเดิม! ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ ไม่ต้องไปขนส่ง เริ่ม 4 มีนาคม 2569
ข่าวดีสำหรับคนขับรถที่ไม่อยากเสียเวลาต่อคิว กฎกระทรวงฉบับใหม่เปิดทางให้สามารถ ต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) ได้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 มีนาคม 2569โดยไม่ต้องประเมินสมรรถภาพ หรือสุขภาพเพิ่มเติม ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้แล้ว เริ่ม 4 มีนาคม 2569 สำหรับกลุ่มหลักที่เข้าเกณฑ์คือผู้ที่ อายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ และ ใบขับขี่เดิมยังไม่หมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี ผู้ที่เข้าเกณฑ์สามารถยื่นขอต่อผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และไม่ต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายแบบเดิม (เช่น ทดสอบสายตา/ปฏิกิริยา) ตามที่กฎกระทรวงกำหนด โดยขั้นตอนหลักๆ มีดังนี้ อบรมออนไลน์ (DLT e-Learning) - ลงทะเบียน ดูเนื้อหา และผ่านแบบทดสอบออนไลน์ เพื่อรับหลักฐานผลการอบรม (ควรเก็บภาพหน้าจอ/ไฟล์ผลการอบรมไว้)เว็บไซต์ : www.dlt-elearning.com จองคิวผ่าน DLT Smart Queue - ใช้สำหรับจองคิวล่วงหน้า หรือตรวจสอบสถานะการสมัคร (ในระบบใหม่ปี 69 จะเน้นการทำผ่านแอปเป็นหลัก)เว็บไซต์: gecc.dlt.go.thแอปพลิเคชัน: ค้นหาคำว่า "DLT Smart Queue" ได้ทั้งใน App Store และ Play Store *ยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaID เพื่อความปลอดภัย* เงื่อนไขการต่อใบขับขี่ออนไลน์ ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุ ไม่เกิน 1 ปี อายุไม่เกิน 55 ปี สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุเกิน 1 ปี หรือมีอายุมากกว่า 55 ปี จะต้องไปรับการทดสอบสมรรถภาพเพิ่มเติมที่กรมขนส่ง ====================
ทราเวล ทิปส์ • 2 มี.ค. 69
อ่าน
เกาะกวม ที่เที่ยวอเมริกา กลางแปซิฟิก สาย Introvert น่าไปลอง
เกาะกวม เป็นที่เที่ยวที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงเท่าไหร่ในหมู่คนไทยนัก แต่ก็นับว่าน่าสนใจสำหรับคนที่อยากปลีกวิเวกไปอยู่เกาะกลางแปซิฟิกแบบสวยจัดๆ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองเล็กสไตล์อเมริกัน เกาะกวม ที่เที่ยวอเมริกา กลางแปซิฟิก เกาะกวมคือที่ไหน? ไปยังไง? กวม (Guam) กวมเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ทางใต้สุดของหมู่เกาะมาเรียนา มีเมืองหลวงคือ ฮากัตญา (Hagta) เป็นดินแดนปกครองตนเองของสหรัฐอเมริกา อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก ถือว่าใกล้ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์มากกว่าสหรัฐฯ เองด้วยซ้ำ สำหรับคนไทยการไปเที่ยวเข้าเกาะกวม จะต้องยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐฯ ก่อน ไฟลต์บินจากไทยจะต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 1 ครั้ง เช่น ที่ญี่ปุ่น เกาหลี หรือฟิลิปปินส์ ใช้เวลาเดินทางรวมๆ ประมาณ 7-9 ชั่วโมง แล้วแต่สายการบิน กวมมีอะไร ทำไมถึงน่าไป? ถ้าชอบทะเล ชอบความชิล และไม่อยากเจอฝูงนักท่องเที่ยวเยอะๆ กวมคือตอบโจทย์สุดๆ ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนบาหลีผสมฮาวายแต่คนน้อยกว่าครึ่งนึง แถมยังมีความเป็นอเมริกันผสมเอเชีย มีห้างใหญ่ ร้านแฟชั่น อาหารญี่ปุ่น-เกาหลี-อเมริกันครบ แต่บรรยากาศยังคงความเป็นท้องถิ่น และเงียบสงบอยู่มาก พักที่ไหนได้? แนะนำพักแถว Tumon Bay เพราะเป็นย่านหลักของการท่องเที่ยว มีโรงแรมตั้งแต่ 3 ดาวยัน 5 ดาวให้เลือกเยอะสุด ที่สำคัญคือใกล้ทะเล เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงหาด น้ำใสจนต้องหยิบกล้องมาถ่ายทุกครั้งที่ออกจากห้องพัก ที่สำคัญที่นี่มีที่พักที่คนไทยรู้จักดีอย่าง Dusit Thani Guam ด้วยนะ Bossa Art / Shutterstock.com เช่ารถขับรอบเกาะ สนุกกว่าที่คิด! ถ้ามาเที่ยวกัน 2-3 คนขึ้นไป แนะนำเช่ารถขับได้เลย เพราะบนเกาะถนนดี ขับง่าย แต่ว่ารถจะขับพวงมาลัยซ้ายแบบอเมริกัน ไม่มีรถติด (ยกเว้นมีงานอีเวนท์) และวิวระหว่างทางถือว่าดีมากๆ เส้นทางรอบเกาะประมาณ 1 วันก็ขับครบ จุดแวะระหว่างทางที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ Two Lovers Point จุดชมวิวบนหน้าผา เห็นอ่าว Tumon ทั้งอ่าว มีตำนานความรักพื้นเมือง Inarajan Natural Pools บ่อน้ำทะเลธรรมชาติที่คนท้องถิ่นชอบมาเล่นน้ำกัน Umatac Village หมู่บ้านเล็กๆ สไตล์สเปนโบราณ มีซากป้อมปราการเก่าให้เดินชม Talofofo Falls น้ำตกกลางป่า เหมาะกับสายธรรมชาติ กวม มีกิจกรรมอะไรให้ทำบ้าง? 1. ดำน้ำดูปะการัง กวมคือสวรรค์ของคนชอบดำน้ำตื้น (snorkeling) และดำน้ำลึก (scuba diving) ปะการังหลากหลาย น้ำใสเหมือนกระจก จุดยอดฮิต เช่น Gun Beach, Ypao Beach, หรือจะซื้อทริปออกเรือไปดำน้ำก็มีให้เลือกเพียบ 2. พาราเซล เจ็ตสกี บานาน่าโบ๊ท กิจกรรมทางน้ำคือจัดเต็ม มีครบทุกอย่าง ใครสายแอดเวนเจอร์ต้องลองพาราเซล เพราะเห็นวิวเกาะจากมุมสูงคือสวยจัด 3. ช้อปปิ้งของแบรนด์เนมปลอดภาษี เพราะกวมเป็นดินแดนปลอดภาษี (duty free) จะซื้อกระเป๋า รองเท้า นาฬิกา แบรนด์ดังต่างๆ ราคาจะถูกกว่าที่อื่น มีทั้ง DFS Galleria, Micronesia Mall, และร้านแบรนด์ในโรงแรม 4. ลองกินอาหารท้องถิ่น ต้องลอง BBQ ชามอร์โร รสชาติออกเค็มนิด หอมกลิ่นรมควันสุดๆ กินกับข้าวแดง (red rice) และน้ำจิ้มแบบท้องถิ่น อร่อยแบบติดใจเลย กวมนับเป็น Hidden Gem ของแปซิฟิกที่ไม่ควรมองข้ามเลย ทั้งธรรมชาติที่ยังสดใส อาหารอร่อย ความผสมผสานทางวัฒนธรรมที่ลงตัว และที่สำคัญคือผู้คนน่ารักและเป็นมิตร ใครอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากเกาหลี ญี่ปุ่น หรือยุโรป ไปลองหาประสบการณ์ใหม่ๆ กวมคือตัวเลือกที่ดี ====================
เที่ยวต่างประเทศ • 2 ม.ค. 69
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก 2025 สิงคโปร์ยืน 1 สหรัฐฯ หลุด Top 10
พาสปอร์ต (Passport) ถือเป็นเอกสารสำคัญสู่การเดินทางข้ามประเทศทั่วโลก ทุกปีเราเลยจะมีการจัดอันดับพาสปอร์ตที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก หรือ The Henley Passport Index โดยวัดจากจำนวนประเทศที่สามารถเดินทางเข้าได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า หรือสามารถขอวีซ่าเมื่อเดินทางถึง (Visa on Arrival) ปี 2025 นี้เป็นยังไงบ้างมาดูกัน พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก 2025Henley Passport Index 2025 จากการจัดอันดับของ Henley Passport Index ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีชื่อเสียงในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลพาสปอร์ตทั่วโลก ได้เผยว่าในปี 2025 ประเทศที่ครองตำแหน่งพาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุด ได้แก่ สิงคโปร์ ที่ครองแชมป์เป็นปีที่ 7 ติดต่อกันแล้ว สามารถเดินทางเข้าประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าหรือขอวีซ่าเมื่อเดินทางมาถึง (Visa on Arrival) มากถึง 193 ประเทศ ด้านอันดับที่ 2 นั้นได้แก่ เกาหลีใต้ เดินทางได้ 190 ประเทศ ตามมาด้วยอันดับ 3 ญี่ปุ่น เดินทางได้ 189 ประเทศ และยังพบว่า ปีล่าสุดนี้ประเทศอย่าง สหรัฐอเมริกา หลุดจากรายชื่อประเทศใน 10 อันดับแรกในการจัดอันดับ ร่วงจากอันดับที่ 7 เมื่อปี 2024 มาอยู่อันดับที่ 12 ร่วมกับประเทศมาเลเซีย สามารถใช้เข้าได้ 180 ประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 66 ร่วมกับเบลารุส ซึ่งร่วงลงมาจากอันดับ 63 ในปี 2024 จากที่สามารถเดินทางเข้าประเทศต่างๆ ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า 82 ประเทศ เหลือเพียง 80 ประเทศ การจัดอันดับพาสปอร์ตทรงอิทธิพลนั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความสัมพันธ์ทางการทูต เศรษฐกิจและความมั่นคงภายในประเทศ รวมถึงนโยบายวีซ่าระหว่างประเทศของที่นั้นๆ ด้วย 10 อันดับ พาสปอร์ตที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก 2025 สิงคโปร์ (193 ประเทศ) เกาหลีใต้ (190 ประเทศ) ญี่ปุ่น (189 ประเทศ) เยอรมนี อิตาลี ลักเซมเบิร์ก สเปน สวิตเซอร์แลนด์ (188 ประเทศ) ออสเตรีย เบลเยียม เดนมาร์ค ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ (187 ประเทศ) กรีซ ฮังการี นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส สวีเดน (186 ประเทศ) ออสเตรเลีย เช็คเกีย มอลตา (185 ประเทศ) โครเอเชีย เอสโตเนีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร (184 ประเทศ) แคนาดา (183 ประเทศ) ลัตเวีย ลิกเตนสไตน์ (182 ประเทศ) 10 พาสปอร์ตที่เดินทางได้น้อยที่สุดในโลก 2025 อัฟกานิสถาน (24 ประเทศ) ซีเรีย (26 ประเทศ) อิรัก (29 ประเทศ) เยเมน ปากีสถาน (31 ประเทศ) โซมาเลีย (33 ประเทศ) เนปาล (36 ประเทศ) บังกลาเทศ เกาหลีเหนือ (38 ประเทศ) รัฐปาเลสไตน์ ลิเบีย เอริเทรีย (39 ประเทศ) ซูดาน ศรีลังกา อิหร่าน (41 ประเทศ) ซูดานใต้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (43 ประเทศ) ข้อมูล : The Official Passport Index Ranking | Henley Partners (henleyglobal.com) ====================
29 ต.ค. 68
อ่าน
คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 26 ต.ค. 68
อ่าน
เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก Taiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ?
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย การไปเที่ยว ไต้หวัน นั้นเราคงรู้กันอยู่ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า แต่ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป จะมีเอกสารสำคัญอีกอย่างที่เราต้องเตรียมตัวก่อนเดินทาง นั่นก็คือ Taiwan Arrival Card (TWAC) หรือ บัตรผู้โดยสารขาเข้าไต้หวัน เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นเรื่องง่าย และรวดเร็วขึ้นเยอะครับ เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก TWACTaiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ? Taiwan Arrival Card คืออะไร? ทำไมต้องกรอก? Taiwan Arrival Card คือเอกสารที่ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกไต้หวันของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คล้ายกับการกรอก ใบขาเข้า-ขาออก (Departure/Arrival Card) แบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่ความพิเศษของมันคือสามารถ กรอกออนไลน์ล่วงหน้า ได้อย่างสะดวกสบาย เริ่มใช้ระบบนี้ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 วัตถุประสงค์หลักของการใช้ Arrival Card คือเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) ของไต้หวันสามารถตรวจสอบและประมวลผลข้อมูลผู้เดินทางได้รวดเร็วขึ้น ทำให้ขั้นตอนการเข้าประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น ลดการต่อคิว และที่สำคัญคือ ช่วยลดการใช้กระดาษ ได้อีกด้วย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติ (NIA) ของไต้หวันระบุว่า TWAC ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาท้องถิ่นรวม 7 ภาษา เช่น ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย พร้อมฟังก์ชันใหม่ที่สามารถดึงข้อมูลจากหนังสือเดินทางอัตโนมัติ และรองรับการกรอกแบบกลุ่มสูงสุดถึง 16 คนในครั้งเดียว นักเดินทางจะได้รับอีเมลยืนยันหลังลงทะเบียนสำเร็จ โดยแนะนำให้กรอกแบบฟอร์มล่วงหน้าภายใน 3 วันก่อนเดินทาง ใครต้องทำ Taiwan Arrival Card บ้าง? ผู้ที่จำเป็นต้องกรอก Taiwan Arrival Card ล่วงหน้า คือ ชาวต่างชาติที่ไม่ถือสัญชาติไต้หวัน : และไม่มีถิ่นที่อยู่ในไต้หวัน (รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทย) ผู้ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า (Visa-Exempt Entry) : ซึ่งปัจจุบันคนไทยสามารถเดินทางเข้าไต้หวันได้โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า และต้องพำนักไม่เกิน 90 วัน ผู้ที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว : หรือติดต่อธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตพำนักระยะยาว ข้อควรรู้ : ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถขอใบ Arrival Card ฉบับกระดาษมากรอกที่สนามบินได้ แต่การกรอกออนไลน์ล่วงหน้าถือเป็นทางเลือกที่ สะดวกและรวดเร็วที่สุด ต้องกรอกข้อมูลอะไรบ้าง? เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนกดส่ง การกรอก Taiwan Arrival Card ออนไลน์นั้นใช้เวลาไม่นานครับ เพียงแค่เตรียมข้อมูลพื้นฐานให้ครบถ้วนตามรายการเหล่านี้ 1. ข้อมูลส่วนตัว : ชื่อ-นามสกุล: ตามที่ปรากฏในหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด สัญชาติ: (Thai) เพศ หมายเลขหนังสือเดินทาง (Passport Number) ที่อยู่อีเมล์ที่ถูกต้อง อาชีพ และหมายเลขโทรศัพท์ 2. ข้อมูลการเดินทาง : หมายเลขเที่ยวบิน (Flight/Vessel No.): เช่น TG634 หรือ VZ560 วันที่คาดว่าจะเดินทางมาถึงไต้หวัน (Arrival Date) วัตถุประสงค์ในการเยือน (Purpose of Visit): เช่น Tourism (ท่องเที่ยว) หรือ Business (ธุรกิจ) 3. ข้อมูลที่พักในไต้หวัน : ที่อยู่/ชื่อโรงแรม (Address/Hotel Name): กรุณากรอกชื่อโรงแรมหรือที่พักแห่งแรกให้ชัดเจน เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบ ข้อแนะนำ : เราสามารถเข้าสู่เว็บไซต์ของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน (National Immigration Agency) เพื่อกรอกข้อมูลล่วงหน้าได้เลย ข้อมูลที่บันทึกไว้จะถูกส่งเข้าสู่ระบบทันที ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการกรอกเอกสารที่สนามบินอีกต่อไป ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 ต.ค. 68
อ่าน
8 ข้อควรรู้ก่อน เที่ยวเกาะเชจู เกาหลี แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ
เกาะเชจู เกาะที่ใหญ่ที่สุดใน เกาหลี อีกทั้งยังเป็นแหล่งของ มรดกโลก และ ที่เที่ยวธรรมชาติ สวยๆ มากมายที่ไม่ควรพลาดเมื่อไป เที่ยวเกาหลี แต่ก่อนออกเดินทาง เราขอชวนทุกคนไปทำความเข้าใจกับ 8 ข้อควรรู้ก่อน เที่ยวเกาะเชจู เพื่อเป็นการเตรียมตัวให้พร้อม จะได้ท่องเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน และสบายใจหายห่วงค่า~ 12 ที่เที่ยวเกาะเชจู เกาหลี มรดกทางธรรมชาติ สวยจนต้องตะลึง ! ทริปเที่ยว เกาะเชจู 4 วัน 3 คืน ที่เที่ยวเกาหลี เกาะสวย เสน่ห์ล้ำ สุดชิค ข้อควรรู้ก่อน เที่ยวเกาะเชจูแหล่งมรดกโลกแห่ง เกาหลี ทำความรู้จักกับ เกาะเชจู Jeju Island เกาะเชจู (Jeju Island 제주특별자치도) เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน ประเทศเกาหลีใต้ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 1,846 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ของทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ประมาณ 130 กิโลเมตร เป็นเกาะที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อหลายล้านปีก่อน ทำให้ปัจจุบันยังมีปากปล่องภูเขาไฟหลายแห่งที่ดับสนิทลงแล้วหลงเหลือให้เราได้ชมกัน เกาะเชจูนั้นจะแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ นั่นก็คือ เมืองเชจู (Jeju City) ที่เป็นเมืองหลวงของจังหวัดเชจู และ เมืองซอกวีโพ (Seogwipo) ที่ครอบคลุมพื้นที่ทางตอนใต้ของเกาะทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นแหล่งของที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย แม้เกาะเชจูจะรายล้อมไปด้วยทะเล และมีชายหาดสวยชื่อดังมากมาย แต่ที่นี่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ค่อนข้างหลากหลาย และอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน (Hallasan National Park) และ ยอดเขาซองซาน อิลชุลบง (Seongsan Ilchulbong) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Sunrise Peakที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็น มรดกโลกทางธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ เกาะเชจูจึงเป็นที่รู้จักกันในฐานะแหล่งมรดกโลกที่สำคัญของประเทศเกาหลีใต้นั่นเองค่ะ ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวเกาะเชจู เกาหลี 1. เอกสารในการท่องเที่ยวเกาหลี การเตรียมเอกสารการเดินทางที่จำเป็นให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น พาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ เอกสารการจองโรงแรม นั่นเป็นสิ่งสำคัญในการเดินทางไปยังต่างประเทศเป็นอย่างมาก สำหรับประเทศเกาหลีใต้นั้น แม้คนไทยจะสามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่จะต้องลงทะเบียนผ่านระบบ K-ETA (Electronic Travel Authorization) ล่วงหน้าให้เรียบร้อยก่อนเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ แต่หลังจากวันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวก็ไม่จำเป็นต้องกักตัว ทำการทดสอบ RT-PCR ภายใน 24 ชั่วโมง หรือตรวจโควิดเมื่อไปถึงที่สนามบินอีกต่อไป ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นมาระดับหนึ่ง อ่านรายละเอียดเต็มๆ ที่ เปิดวิธีเดินทางเข้า เกาหลีใต้ แบบฟรีวีซ่า พร้อมวิธีขอเอกสาร K-ETA สำหรับชาวไทย เกาหลีใต้ เปิดประเทศเต็มรูปแบบ ยกเลิกตรวจ RT-PCR เริ่ม 1 ตุลาคม 2565 =========== 2. การเดินทางบนเกาะเชจู Qiongna Liao / Shutterstock.com การเดินทางไปยังเกาะเชจูที่ง่ายที่สุดก็คือ การนั่งเครื่องบินจากกรุงโซลไปยังเกาะเชจู โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาทีเท่านั้นค่ะ ส่วนการเดินทางในเกาะเชจูนั้นสามารถเลือกได้ว่าจะเช่ารถยนต์ขับ นั่งรถบัส หรือ นั่งรถแท็กซี่ สำหรับใครที่สามารถขับรถได้ และทำ ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ (International Driving Permit) หรือ ใบขับขี่สากล มาแล้ว เราขอแนะนำให้เช่ารถขับจะสะดวกและประหยัดเวลาที่สุดค่ะ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางแบบรบประหยัดก็สามารถเลือกโดยสารด้วยบัส ซึ่งจะมีบัสประจำทางสายต่างๆ ประจำอยู่ทั่วเกาะ หรือสามารถเรียกแท็กซี่ได้จาก KakaoTaxi แอปฯ เรียกแท็กซี่ของเกาหลีนั่นเองค่ะ Dmitry Rukhlenko / Shutterstock.com =========== 3. แหล่งที่พักบนเกาะเชจู ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่พักตากอากาศชื่อดังของเกาหลี ยังไงก็ต้องมีโรงแรม รีสอร์ท และที่พักหลากหลายประเภทให้เลือกสรรอย่างแน่นอน ซึ่ง เมืองเชจู และ ซอกวีโพ ก็มักจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของเกาะ อีกทั้งยังมีโรงแรมและรีสอร์ทมากมายให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นที่พักในตัวเมือง ที่พักติดทะเลบรรยากาศดีๆ และที่พักท่ามกลางธรรมชาติก็ตาม อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ 9 ที่พักเกาะเชจู เกาหลี ติดวิวทะเล ถ่ายรูปสวย บรรยากาศสดใส Stock for you / Shutterstock.com =========== 4. ฤดูกาลในเกาะเชจู แม้ผู้คนจะนิยมไปเที่ยวเกาะเชจูในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน แต่ความจริงแล้วเราสามารถเที่ยวเกาะเชจูได้ตลอดทั้งปีค่ะ เพราะแต่ละฤดูก็จะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป ฤดูกาลบนเกาะเชจูนั้นแบ่งออกได้เป็น 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และ ฤดูหนาว ในช่วงฤดูใบไม้ผลิระหว่างปลายเดือนมีนาคม-พฤษภาคม เราจะได้เห็น ทุ่งดอกคาโนล่า (Canola) สีเหลืองอ่อนบานทั่วทุ่ง รวมถึง ดอกซากุระ หรือที่คนเกาหลีเรียกกันว่า พ็อตกต ที่จะบานในช่วงเดือนเมษายนด้วยเช่นกันค่ะ แถมอากาศที่ไม่ถึงกับร้อนหรือหนาวมากจนเกินไป อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10-20 องศาเซลเซียส JIPEN / Shutterstock.com สำหรับใครที่อยากไปนอนอาบแดด และทำกิจกรรมทางน้ำที่ทะเล แนะนำให้มาในช่วงฤดูร้อน ระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม โดยจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 24-30 องศาเซลเซียส ซึ่งบนเกาะเชจูจะมีชายหาดชื่อดังอยู่หลายหาด เช่น ชายหาดฮัมด็อก (Hamdeok Beach) และ ชายหาดวอลจองรี (Woljeongri Beach) ชายหาดฮพ็อพแจ,(Hyeopjae Beach) และชายหาดคึมนึง (Geungneung Beach) เป็นต้น ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีบนเกาะเชจูเป็นอีกหนึ่งฤดูที่มีเสน่ห์ไม่แพ้ใคร โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน-พฤศจิกายน บนเกาะเชจูนั้นจะมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่หลายแห่งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน (Hallasan National Park) วัดกวานึมซา (Gwaneumsa Temple) และ 1100 Highland Ecological Swamp ไม่เพียงเท่านี้ เรายังมีโอกาสได้ไปถ่ายรูปสวยๆ กับ ทุ่งหญ้าสีเงิน หรือ ทุ่งหญ้ายูลาเลีย (Eulalia Grass) และ ทุ่งหญ้ามูลี่สีชมพู (Pink Muhly) ในช่วงเทศกาล Pink Muhly Festival ตามจุดต่างๆ บนเกาะด้วย อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวเกาหลี 7 ที่เที่ยวเกาะเชจู ใบไม้เปลี่ยนสี ถ่ายรูปสวย ละมุนใจ ฤดูหนาวบนเกาะเชจูนั้นจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงประมาณต้นเดือนมีนาคม โดยจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5-7 องศาเซลเซียส บางพื้นที่ของเกาะอย่างบนเขาก็จะปกคลุมไปด้วยหิมะ ได้ฟีลไปอีกแบบ สำหรับใครที่มาเที่ยวเกาะเชจูในช่วงหน้าหนาว แนะนำให้ไปเช็คอิน Camellia Hill Botanical Garden สวนดอกไม้ที่มีต้นดอกคามีเลียกว่า 6,000 ต้น และ 500 สายพันธุ์ ที่จะผลิบานในช่วงฤดูหนาว เป็นจุดเช็คอินถ่ายรูปสวยๆ ที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ =========== 5. อาหารบนเกาะเชจู เมื่อมาถึงเกาะเชจูนั้น สิ่งแรกที่ต้องลองก็คือ อาหารทะเลปลาดิบสดๆโจ๊กเป๋าฮื้อ และ หมูดำ ที่เรียกว่าเป็นเมนูขึ้นชื่อของที่นี่เลยก็ว่าได้ ไม่เพียงเท่านี้เกาะเชจูยังมีไร่ชาชื่อดังอย่าง ไร่ชาโซุลลอค (OSulloc Tea Garden Museum) ที่คนเลิฟชาเขียวต้องไม่พลาด รวมถึง ส้มฮัลลาบง (Hallabong) ส้มสายพันธุ์เฉพาะบนเกาะเชจูที่มีขนาดใหญ่และรสหวานมากกว่าส้มทั่วไป น่าลองมากๆ อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ 10 ร้านอาหาร เกาะเชจู เกาหลีใต้ หมูดำเนื้อนุ่ม ซีฟู้ดสดจนต้องแวะ! =========== 6. แอปฯ แผนที่ในการเดินทาง ต้องบอกก่อนเลยว่าแอปฯ แผนที่ที่เราใช้กันประจำอย่าง Google Maps นั้นไม่สามารถใช้ได้ในประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากความปลอดภัยทางการเมืองและทางทหาร พวกเราจึงต้องใช้ KakaoMap และ Naver Map ซึ่งเป็นแอปฯ แผนที่ของเกาหลีในการค้นหาสถานที่ต่างๆ แทนค่ะ =========== 7. การส่งภาษา ก่อนไปเที่ยวเกาะเชจู เราขอแนะนำให้ทุกคนฝึกภาษาเกาหลีแบบพื้นฐานมาสักหน่อยค่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนท้องถิ่นจะใช้ภาษาเกาหลีเป็นหลักเลย แม้พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ตามสถานที่สำคัญต่างๆ จะพอใช้ภาษาอังกฤษได้บ้าง แต่หากได้รู้ภาษาเกาหลีแบบพื้นฐานไปก่อนก็จะทำให้การเดินทาง และถามทางสะดวกขึ้นมากๆ =========== 8. แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่หลากหลาย อย่างที่ทราบกันว่าเกาะชจูเป็นแหล่งมรดกโลกของเกาหลี โดยเฉพาะมรดกโลกทางธรรมชาติ เกาะเชจูจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติแบบนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว แถมยังสามารถอนุรักษ์สภาพป่าเขาให้ยังคงอุดมสมบูรณ์มาจนถึงทุกวันนี้ นอกจาก อุทยานแห่งชาติฮัลลาซาน และ ยอดเขาซองซาน อิลชุลบง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว ภายในเกาะเชจูก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอื่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย เช่น น้ำตกชอนเจยอน (Cheonjeyeon Waterfall) น้ำตกจองบัง (Jeongbang Waterfall) ถ้ำลาวามานจังกุล (Manjanggul Cave) โขดหินจูซังจอลรีแด (Daepo Jusangjeolli Cliff) และ อ่าวซอพจีโกจี (Seopjigoji) เป็นต้น
ทราเวล ทิปส์ • 29 ก.ย. 68
อ่าน
ตลท. รับจดทะเบียน 5 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นเวียดนาม เริ่มซื้อขาย 16 ก.ย. นี้
ตลท. รับจดทะเบียน 5 DR ใหม่ อ้างอิงหุ้นเวียดนาม เริ่มซื้อขาย 16 ก.ย. นี้#ทันหุ้น #DR #FPT #GAS #MSN #MWG #VCB ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียน DR 5 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KS) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย 16 กันยายน 2568 นี้ชื่อย่อ DR : FPTVN11 อ้างอิง FPT CORPORATION (FPT) รายละเอียดธุรกิจ บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของเวียดนาม ให้บริการ IT Solutions, Digital Transformation, Broadband และ Digital Contentชื่อย่อ DR : GASVN11 อ้างอิง PETROVIETNAM GAS JOINT STOCK CORPORATION (GAS) รายละเอียดธุรกิจ บริษัทพลังงานของเวียดนาม ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจและผลิต การแปรรูป การขนส่ง ไปจนถึงการตลาดและการจัดจำหน่ายชื่อย่อ DR : MSN11 อ้างอิง MASAN GROUP CORPORATION (MSN) รายละเอียดธุรกิจ บริษัทขนาดใหญ่ในเวียดนาม ดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภท โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และค้าปลีกชื่อย่อ DR : MWG11 อ้างอิง MOBILE WORLD INVESTMENT CORPORATION (MWG) รายละเอียดธุรกิจ บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ในเวียดนาม ผู้นำตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงธุรกิจร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าปลีกอื่นๆชื่อย่อ DR : VCB11 อ้างอิง JOINT STOCK COMMERCIAL BANK FOR FOREIGN TRADE OF VIETNAM (VCB) รายละเอียดธุรกิจ หนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร ทั้งเงินฝาก สินเชื่อ บัตรเครดิต และบริการการเงินระหว่างประเทศผู้สนใจศึกษารายละเอียด 5 DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) www.kasikornsecurities.com หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr
ทันหุ้น • 15 ก.ย. 68
อ่าน
เที่ยวลาว ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2025 ต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเข้า-ออกประเทศ
ใครมีแพลนจะไป เที่ยวลาว ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพิ่มขึ้นอีกขั้นตอนครับ เพราะ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป รัฐบาลลาวจะเริ่มใช้ระบบใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว นั่นคือ ระบบลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเดินทางเข้า-ออกประเทศลาว เพื่อให้การเดินทางของเราง่าย และรวดเร็วขึ้น บอกไว้ตรงนี้ก่อนว่าสำหรับคนไทยไม่ต้องลงทะเบียนเหมือนเดิมนะ รู้ไว้เผื่อพาเพื่อนต่างชาติไปเที่ยวลาวแล้วกัน 9 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยว สปป.ลาว ยังไงให้ม่วนหลายๆ ไปลาวยังไงดี มีรถไฟวิ่งตรงกี่เส้นทาง? เที่ยวลาว ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2025ต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเข้า-ออกประเทศ ทำไมต้องลงทะเบียนก่อนเที่ยวลาว? ประเทศลาวเริ่มทดลองระบบลงทะเบียนเดินทางเข้าออกออนไลน์ ของกรมตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สปป.ลาว ภายใต้กระทรวงสันติภาพ ซึ่งระบบใหม่นี้จะช่วยให้ ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวเพื่อกรอกเอกสารกระดาษที่ด่านอีกต่อไป แค่กรอกข้อมูลล่วงหน้า พอไปถึงก็แค่ยื่น QR Code กับพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ดู จัดการข้อมูลได้ได้ง่ายขึ้น เพราะมีข้อมูลของเราในระบบล่วงหน้าแล้ว จะได้ดูแลเรื่องความปลอดภัย และลดความแออัดที่ด่านได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัย เป็นการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวแบบเบื้องต้น ใช้ที่ด่านไหนบ้าง? ช่วงแรกจะมีการลองใช้ระบบนี้ที่ 4 ด่านหลักก่อน ซึ่งเป็นด่านที่นักท่องเที่ยวไปกันเยอะที่สุด ทั้งทางเครื่องบิน และทางรถยนต์ ดังต่อไปนี้ สนามบินนานาชาติวัดไต (เวียงจันทน์) สนามบินนานาชาติหลวงพระบาง สนามบินนานาชาติปากเซ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (เวียงจันทน์) หลังจากใช้ได้ดีแล้ว เชื่อว่าในอนาคตก็จะขยายไปใช้ที่ด่านอื่นๆ ทั่วประเทศ ต้องลงทะเบียนก่อนเข้าลาวที่ไหน? สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ใช้ พาสปอร์ต ในการเดินทางสามารถลงทะเบียนที่เว็บไซต์ของกรมตรวจคนเข้าเมืองลาว www.immigration.gov.la ขั้นตอนง่ายมาก แค่กรอกข้อมูลส่วนตัว พาสปอร์ต ข้อมูลเที่ยวบิน วันเดินทาง และที่อยู่ จากนั้นก็จะได้ QR Code มาใช้ได้ 3 วัน ซึ่งเจ้า QR Code นี่แหละที่จะใช้แทนใบขาเข้า-ขาออกที่เราต้องเคยเขียน ใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจได้เลย บุคคลที่ได้ยกเว้นการลงทะเบียนออนไลน์ พลเมืองลาว ชาวต่างชาติที่พำนักถาวรในลาว พลเมืองประเทศที่มีพรมแดนติดลาว (ในช่วงทดลองนี้ = คนไทย) ที่ใช้พาสปอร์ต หรือเอกสารแทนพาสปอร์ต ว่าง่ายๆ สำหรับคนไทยนั้น ยังใช้แค่ หนังสือผ่านแดน (Border Pass) ไม่ต้องลงทะเบียนออนไลน์เหมือนเดิม เพราะเป็นข้อตกลงพิเศษระหว่างสองประเทศจ้า! ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 ก.ย. 68
อ่าน
"ยุโรป"เล็งขึ้น"ค่าธรรมเนียม"เข้าเมือง 3 เท่า
CNBC รายงานว่า นักเดินทางบางส่วนอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าเมืองเพิ่มขึ้น 3 เท่า เพื่อเดินทางเข้ายุโรป หลังคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ประกาศค่าธรรมเนียมใหม่ในการขออนุญาตเดินทางออนไลน์ (European Travel Information and Authorisation System-ETIAS) เป็น 20 ยูโร จากเดิมที่ 7 ยูโรทั้งนี้ ETIAS เป็นระบบลงทะเบียนก่อนเดินทางเข้า EU สำหรับพลเมืองจากประเทศที่ได้รับยกเว้นวีซ่าแล้วเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้นำมาใช้ แต่มีแผนจะเริ่มใช้ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 หลังจากก่อนหน้านี้เลื่อนมาหลายครั้งคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า ต้นทุนการดำเนินการและภาวะเงินเฟ้อเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัดสินใจขยับขึ้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว ค่าธรรมเนียมใหม่ของ EU จะอยู่ในระดับเดียวกับระบบการขออนุญาตเดินทางของประเทศอื่น ๆ อาทิ ETA (Electronic Travel Authorisation) ของอังกฤษที่อยู่ที่ 16 ปอนด์ และ ESTA (Electronic System for Travel Authorization) ของสหรัฐฯ ที่อยู่ที่ราว 21 ดอลลาร์สำหรับการยื่นขออนุญาตเดินทางผ่านระบบ ETIAS ของยุโรปจะใช้กับนักเดินทางที่ได้รับยกเว้นวีซ่าในการเยือน 30 ประเทศในยุโรป สามารถพำนักได้ไม่เกิน 90 วัน ในระยะเวลา 180 วัน แต่มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือสูงกว่า 70 ปี รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของพลเมือง EU ผู้ที่จะยื่นขอเดินทางล่วงหน้าผ่านระบบ ETIAS ครอบคลุม 59 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า อาทิ ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และอังกฤษอย่างไรก็ตาม ไทยยังไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องขออนุญาตผ่านระบบ ETIAS โดยยังต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น ขณะที่ EU เตรียมทดลองใช้ระบบบันทึกข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกเขตเชงเก้นแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Entry/Exit System-EES) ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ภาพถ่ายใบหน้า ลายนิ้วมือ
TNN ช่อง16 • 24 ก.ค. 68
อ่าน
"เวียดนาม" เร่งปฎิรูปตลาดการเงิน หวังยกสถานะสู่ตลาดเกิดใหม่ในปี 2568 ดูดเงินลงทุน 5 พันล้านดอลลาร์
เวียดนามเดินหน้าปฏิรูปตลาดการเงินเพื่อยกระดับสถานะเป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์แห่งรัฐเวียดนาม (State Securities Commission) เปิดเผยว่า เวียดนามเตรียมเปิดตัวกลไกตัวกลางในการชำระราคา (Central Counterparty Mechanism - CCP) อย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2570 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและผลักดันให้การอัปเกรดสถานะตลาดเกิดขึ้นได้อย่างเร็วที่สุดภายในปีนี้ทั้วนี้ตามการประเมินของธนาคารโลกนั้น การปรับสถานะเป็นตลาดเกิดใหม่อาจทำให้เวียดนามดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้มากถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่ตลาดการเงินได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเวียดนามยังถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มตลาดชายขอบ (Frontier Market) และอยู่ในรายชื่อกลุ่มที่เข้าข่ายพิจารณาปรับสถานะของผู้จัดทำดัชนีระดับโลกอย่าง FTSE Russell มาตั้งแต่ปี 2561 โดยสถานะตลาดชายขอบจำกัดการลงทุนจากกองทุน นักลงทุนสถาบัน และสำนักงานครอบครัว (Family Offices) ที่ต้องการลงทุนในบริษัทจดทะเบียนรัฐบาลเวียดนามได้กำหนดแผนงาน 4 ระยะที่จะดำเนินไปจนถึงปี 2570 เพื่อผลักดันการอัปเกรดสถานะตลาด โดยแผนนี้ประกาศขึ้นระหว่างการเยือนกรุงฮานอยของ เจอรัลด์ โทเลดาโน หัวหน้าฝ่ายหุ้นและสินทรัพย์หลายประเภทระดับโลกของ FTSE Russell โดยแผนดังกล่าวครอบคลุมถึงการปรับปรุงกรอบกฎหมายให้เสร็จสิ้น และการจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อดำเนินงานด้าน CCP ภายใต้ศูนย์รับฝากและชำระราคาหลักทรัพย์เวียดนามกลไก CCP จะมีบทบาทเป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในตลาดหุ้น เพื่อรับประกันว่าการซื้อขายจะเสร็จสมบูรณ์แม้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดนัดชำระราคา ทั้งนี้ เวียดนามได้ทยอยออกมาตรการรองรับแล้ว เช่น ระบบการชำระราคาแบบใหม่ และการยกเลิกข้อกำหนดที่ให้นักลงทุนต่างชาติต้องวางเงินเต็มจำนวนก่อนซื้อขายหุ้น "ฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์" นายกรัฐมนตรีเวียดนามแสดงความคาดหวังว่า FTSE Russell จะสนับสนุนการปรับสถานะของประเทศ ขณะที่รายงานจากวอยซ์ออฟเวียดนาม (VOV) ระบุว่า โทเลดาโนกล่าวย้ำถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่งของตลาดการเงินเวียดนาม ซึ่งสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยและสิงคโปร์อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินเวียดนามยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาค โดยข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ณ วันปิดตลาดวันพฤหัสบดี ดัชนีหุ้น VNINDEX ของเวียดนามมีมูลค่าตลาดราว 2.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ดัชนี SET ของไทยมีมูลค่าประมาณ 4.55 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และดัชนี STI ของสิงคโปร์มีมูลค่าประมาณ 4.90 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
TNN ช่อง16 • 18 ก.ค. 68
อ่าน
ฝึกงานญี่ปุ่น! รับสมัครชาย-หญิงไทย ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เช็กช่องทางสมัครที่นี่
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดย กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทย เพื่อเดินทางไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กร IM Japan ประจำปี 2568 ซึ่งจุดเด่นของโครงการ คือสมัครฟรี ไม่เสียค่าธรรมเนียม และได้รับการอบรมภาษาญี่ปุ่นก่อนเดินทาง 4 เดือน (รวมอาหาร ที่พัก ฟรี) ทั้งนี้ เมื่อสำเร็จการฝึกงานจากประเทศญี่ปุ่นจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิค พร้อมเงินสนับสนุนประกอบอาชีพ 600,000 เยน นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการสมัครในครั้งที่ 4 /2568 จะเปิดรับสมัครเฉพาะเพศชาย โดยแบ่งเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2568 และรอบที่ 2 เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2568 ผู้สมัครต้องเข้าสอบคัดเลือกที่ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ สามารถสมัครได้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์บริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ (E-Service) ทางเว็บไซต์ https://toea.doe.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนเฉพาะตามรอบสมัครปัจจุบันนอกจากนี้ ยังมีประกาศการรับสมัครในครั้งที่ 5/2568 สำหรับเพศหญิง สามารถสมัครผ่านระบบ E-Service ที่เว็บไซต์เดียวกัน ระหว่างวันที่ 21–27 กรกฎาคม 2568 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้สมัครต้องเข้าสอบคัดเลือกที่ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 ซึ่งประกอบด้วยการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และ การสอบข้อเขียน “การฝึกงานภายใต้โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับแรงงานไทยในการพัฒนาทักษะวิชาชีพ เรียนรู้เทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น และสามารถนำความรู้กลับมาพัฒนาตนเองและประเทศได้ในอนาคต ทั้งนี้ ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าสมัครใด ๆ ทั้งสิ้น และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมัครสอบ ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ วัน เวลา และสถานที่สอบคัดเลือก ได้ทางเว็บไซต์กรมการจัดหางาน: www.doe.go.th/prd เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ: www.doe.go.th/overseas และFacebook: IMthailand” นายจิรายุ กล่าว
TNN ช่อง16 • 7 ก.ค. 68
อ่าน
เทียบ 3 ชาติ ปิดดีลภาษีทรัมป์ได้อย่างไร ไทยเดินหน้าต่อ รับมือสงครามการค้า
สิ้นสุดการเจรจาทีมไทยแลนด์ ตัวแทนประเทศเดินทางไปยังสหรัฐฯ เพื่อเจรจาต่อรองขอลดภาษีต่างตอบแทนจากรัฐบาลทรัมป์ ที่ไทยเสี่ยงเจอภาษีนำเข้าหนักถึง 36% ภายในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้หลังเจรจากันอย่างยาวนาน ผลสรุปคือ ไทยยังไม่สามารถเจรจาได้สำเร็จ พร้อมกลับไปทำการบ้านเพิ่ม เพื่อให้ได้ผลประโยชน์สูงสุดของทั้ง 2 ฝ่ายจนปัจจุบันนี้ มีเพียง 3 ชาติเท่านั้น ที่ปิดดีลภาษีต่างตอบกับสหรัฐฯ ได้ แล้วแต่ละชาติมีข้อเสนออะไรกันบ้าง จนทำให้การเจรจาเป็นผลสำเร็จอังกฤษ-จีน-เวียดนาม 3 ชาติแรก ปิดดีลเจรจาภาษีสหรัฐฯ สำเร็จเริ่มจากชาติแรกที่สามารถปิดดีลเจรจาภาษีต่างตอบแทนได้สำเร็จ คือ สหราชอาณาจักร โดยได้ใช้การประชุม G7 เป็นเวทีร่วมลงนาม บรรลุข้อตกลงการค้าระหว่าง 2 ชาติ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมาก่อนหน้าบรรลุข้อตกลง สหราชอาณาจักรเผชิญการขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าในสหรัฐฯ 10% ภาษีรถยนต์ 27.5% เหล็กและอลูมิเนียมสูงสุด 25% รวมถึงเสี่ยงโดน “มาตรา 899” หรือ “Revange Tax” ที่มุ่งเป้าไปยังประเทศที่เก็บภาษีไม่เป็นธรรมต่อบริษัท หรือ นักลงทุนสหรัฐฯภายใต้ข้อตกลงใหม่ อัตราภาษีศุลกากรจะยังคงอยู่ที่ 10% แต่มีการลดภาษีสินค้ากลุ่มอื่น ๆ ได้แก่ ภาษีรถยนต์เหลือ 10% สำหรับรถยนต์ 1 แสนคันแรกที่ขายในสหรัฐฯ หลังจากนั้นจะถูกเก็บภาษี 25%, ยกเลิกภาษี 10% สำหรับเครื่องยนต์และชิ้นส่วนอากาศยาน ยกเว้นการเก็บภาษีเหล็กและอลูมิเนียมเป็นการชั่วคราว และถอนข้อกฎหมายมาตรา 899 ออกวิธีเดินหน้าทางการทูตเชิงรุกของสหราชอาณาจักร หลังจากทรัมป์ประกาศขึ้นภาษี, มีการเจรจาระดับผู้นำ, เสนอยืดหยุ่น Digital Services Tax เพื่อแลกกับการถอน “มาตรา 899” ตลอดจนมีสายสัมพันธ์ยาวนานกับสหรัฐฯ จึงเป็นปัจจัยให้สหราชอาณาจักรสามารถเจรจากับสหรัฐฯ สำเร็จเป็นชาติแรกขณะที่ คู่แข่งคนสำคัญของสหรัฐฯ อย่าง “จีน” กลับกลายเป็นชาติที่ 2 ที่สามารถเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ได้สำเร็จเพราะหลังจากทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีหลายประเทศทั่วโลก จีนก็ดำเนินการตอบโต้ขึ้นภาษีสู้กลับทันที ช่วงเวลานั้น 2 ชาติ ประกาศขึ้นภาษีตอบโต้กันไปมาอย่างดุเดือด จนจีนไปเจอภาษีสูงสุดอยู่ที่ 145% ขณะที่ สหรัฐฯ เจอภาษีโต้กลับสูงถึง 125%แต่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2 ชาติมหาอำนาจต่างก็ชบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้สำเร็จ ยุติการขึ้นภาษีตอบโต้ชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาเพิ่มเติมในอนาคต โดยสหรัฐฯ จะลดอัตราภาษีศุลกากรใหม่เหลือ 30% แลกกับจีนลดให้สหรัฐฯ เหลือ 10%นอกจากนี้ จีนตกลงจะจัดส่งแร่หายากให้สหรัฐฯ ภายใต้ข้อตกลงใหม่ แลกกับการที่สหรัฐฯ ยกเลิกข้อจำกัดการควบคุม และการส่งออกสินค้าบางรายการ เช่น ชิป ไปยังจีนปัจจัยหนึ่งที่คาดว่า ทำให้จีนสามารถเจรจากับสหรัฐฯ กันได้ อาจเป็นเพราะด้วยทั้ง 2 ประเทศ มีขนาดเศรษฐที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลก เพราะก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญบางส่วน เคยวิเคราะห์ว่า การขึ้นภาษีตอบโต้ไปมา อาจทำให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศต้องเผชิญความยากลำบากมากขึ้น กระทบเศรษฐกิจของทั้งคู่และไม่นาน เวียดนาม ก็กลายเป็นชาติที่ 3 และชาติแรกของอาเซียน ที่บรรลุข้อตกลงทางการค้าได้สำเร็จ โดยสหรัฐฯ ลดภาษีต่างตอบแทนแก่เวียดนามลดเหลือ 20% จากเดิมเตรียมถูกเก็บ 46% แต่ต้องเป็นสินค้าจากเวียดนามเท่านั้น ส่วนสินค้าที่ถือว่าเป็นสินค้าขนส่งต่อจากประเทศอื่น จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 40%ขณะที่ เวียดนาม ก็จะยกเลิกการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ทั้งหมด เรียกง่าย ๆ คือ ปลอดภาษี 0%ส่วนสำคัญที่คาดว่า ทำให้เวียดนามกลายเป็นชาติที่ 3 เนื่องจากเวียดนาม กำลังกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และได้รับความสนใจจากชาติมหาอำนาจอย่าง สหรัฐฯ จีน และฝรั่งเศส ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกหลายแห่ง ก็เข้าไปตั้งโรงงานในประเทศนี้ สร้างเศรษฐกิจเวียดนามให้เติบโตขึ้นอย่างมาก และอาจเป็นการคานอำนาจกับจีน เพราะจีนถือได้ว่า เป็นผู้ค้ารายใหญ่ของเวียดนาม ไทยยังเจรจาไม่สำเร็จ เผยต้องทำงานหนักขึ้นอัตราการขึ้นภาษีใหม่จากสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ สำหรับประเทศไทย เจอการขึ้นภาษีสูงถึง 36% ได้เจรจากับสหรัฐฯ ไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อยพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้นำคณะทีมเจรจา เปิดเผยผลเจรจากับสหรัฐฯ รอบแรก “ยังไม่ประสบผลสำเร็จ” แต่ได้รับข้อเสนอแนะสำคัญ เตรียมนำข้อมูลกลับไปปรับเงื่อนไขใหม่ หวังให้เกิดข้อตกลงที่มีความยั่งยืนและเกิดผลดีต่อทั้งสองประเทศ“การเจรจาจะยังคงดำเนินต่อไป โดยทีมเจรจาของไทยจะทำงานอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถจัดทำข้อเสนอที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และนำไปสู่ข้อตกลงที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ” พิชัย กล่าวพิชัย ยืนยันว่า จุดยืนของฝ่ายไทยคือการสร้างข้อตกลงที่สามารถปฏิบัติได้จริง มีความยั่งยืน และเกิดผลประโยชน์ร่วมอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการตกลงเพื่อให้จบการเจรจาเท่านั้น“สิ่งสำคัญที่ได้รับจากการพูดคุย คือการเข้าใจลึกซึ้งมากขึ้นว่า สหรัฐมีความต้องการในบางประเด็นที่ไม่ได้ปรากฏชัดในเบื้องต้น การรับข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นโอกาสในการเตรียมข้อเสนอรอบใหม่ให้มีความชัดเจน ครบถ้วน และตอบโจทย์ทั้งสองฝ่าย”“แม้ว่าการเจรจาจะยังไม่ได้ผลสุดท้าย ก็แปลว่า เรายังคงต้องทำงานต่อไป เพื่อให้ได้บรรลุผลสูงสุดของทั้ง 2 ประเทศ…ในท้ายที่สุดนี้ ทางผมและคณะทำงานจะต้องทำงานกันให้หนักมากขึ้น เพื่อปรับเงื่อนไขที่เราเสนอให้เกิดความชัดเจน และเข้าใจว่า เป็นผลประโยชน์ของทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อได้ข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อไป” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวทิ้งท้ายสินค้าไทยใดบ้าง ที่จะได้รับผลกระทบหากไทยยังไม่สามารถเจรจาเพื่อลดอัตราภาษีศุลกากรกับสหรัฐฯ ได้สำเร็จ และพ้นกำหนดเส้นตายการชะลอขึ้นภาษีไปแล้ว จะมีสินค้าใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบจากภาษีต่างตอบแทนนี้กระทรวงพาณิชย์ ได้ประเมิน รายการสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ 15 รายการ ดังนี้1. โทรศัพท์มือถือ มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ปี 2567 เท่ากับ 6,846 ล้านดอลลาร์สหรัฐ2. ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ปี 2567 เท่ากับ 6,095 ล้านดอลลาร์สหรัฐ3. ยางรถยนต์ มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ปี 2567 เท่ากับ 3,513 ล้านดอลลาร์สหรัฐ4. เซมิคอนดักเตอร์ มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ปี 2567 เท่ากับ 2,472 ล้านดอลลาร์สหรัฐ5. หม้อแปลงไฟฟ้า มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ปี 2567 เท่ากับ 2,088 ล้านดอลลาร์สหรัฐ6. ชิ้นส่วนอุปกรณ์การพิมพ์ มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ปี 2567 เท่ากับ 1,501 ล้านดอลลาร์สหรัฐ7. ชิ้นส่วนรถยนต์ มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ปี 2567 เท่ากับ 1,404 ล้านดอลลาร์สหรัฐ8. อัญมณีและเครื่องประดับ มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ปี 2567 เท่ากับ 1,387 ล้านดอลลาร์สหรัฐ9. เครื่องปรับอากาศ มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ปี 2567 เท่ากับ 1,273 ล้านดอลลาร์สหรัฐ10. กล้องถ่ายรูป มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ปี 2567 เท่ากับ 1,107 ล้านดอลลาร์สหรัฐ11. เครื่องปรินเตอร์ มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ปี 2567 เท่ากับ 1,053 ล้านดอลลาร์สหรัฐ12. วัตถุดิบอาหารสัตว์ มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ปี 2567 เท่ากับ 870 ล้านดอลลาร์สหรัฐ13. แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ปี 2567 เท่ากับ 861 ล้านดอลลาร์สหรัฐ14. ข้าว มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ปี 2567 เท่ากับ 797 ล้านดอลลาร์สหรัฐ15. ตู้เย็น มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐฯ ปี 2567 เท่ากับ 742 ล้านดอลลาร์สหรัฐขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิสรไทย วิเคราะห์ก่อนหน้านี้ว่า ผลกระทบทางตรงต่อการส่งออกของไทย ในภาพรวมนับว่ามีพอสมควร เนื่องจากมูลค่าการส่งออก 7 ประเภทสินค้าของไทยไปยังสหรัฐฯ รวมอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ คิดเป็น 40% ของการส่งออกทุกสินค้าของไทยไปยังสหรัฐฯ และคิดเป็น 7.4% ของมูลค่าการส่งออกทุกสินค้าของไทยไปตลาดโลกในปี 2567 ไทยต้องเดินหน้าต่ออย่างไร เพื่อรอดพ้น “สงครามการค้า”ดร. กิริฎา เภาพิจิตร ผอ.วิจัย Economic Intelligence Service (EIS) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ประเมินว่ามี 3 แนวทางที่ทางสหรัฐฯ ต้องการจากไทย ดังนี้1. อาจขอให้ไทยลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ โดยสินค้าที่ไทยเรียกเก็บสหรัฐฯ สูงกว่าที่สหรัฐฯเรียกเก็บจากไทยมาก เช่น ไวน์ เบียร์ เนื้อวัว รถยนต์ รวมถึงสินค้าเกษตรหลายชนิด ซึ่งสินค้าเกษตรมีความสำคัญกับประธานาธิบดีทรัมป์ เนื่องจากเกษตรกรเป็นฐานเสียงหลัก2. อาจขอให้ไทยเพิ่มโควตานำเข้าสินค้าบางประเภทมากขึ้น เช่น ข้าวโพด และกาแฟ ที่ไทยมีการกำหนดโควต้านำเข้า3. อาจขอให้ไทยลดข้อกำหนดที่เป็นมาตรฐานสุขภาพ เช่นให้ไทยอนุญาตให้นำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯ ซึ่งไทยกังวลว่ามีสารเร่งเนื้อแดงเกินมาตรฐาน ดังนั้นไทยควรพิจารณาเจรจาเพื่อเปิดตลาดสินค้าที่มีผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจไทยน้อยหรือจะส่งผลดีกับผู้บริโภคในไทยในลำดับแรก นอกจากนี้สหรัฐฯ อยากให้ประเทศต่าง ๆ มีการไปลงทุนในสหรัฐฯมากขึ้นด้วยดร.กิริฎา กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นกังวล คือท่าทีของธุรกิจต่างชาติที่ต้องการมาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งมีภาคธุรกิจจากต่างประเทศจำนวนมากที่มาขอรับการส่งเสริมการลงทุกจาก BOI และได้รับบัตรส่งเสริมไปแล้วในสองปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้เข้ามาลงทุน เมื่อมีความไม่แน่นอนนี้เกิดขึ้น และไทยถูกขึ้นภาษี 36% บางธุรกิจอาจจะชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์หลังการเจรจาระหว่างประเทศต่างๆกับสหรัฐฯ“ต้องยอมรับว่าสงครามการค้าระดับโลกครั้งนี้ จะส่งผลกระทบทางลบกับเศรษฐกิจโลก และไทย แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสสำหรับธุรกิจไทย ภาครัฐ และเอกชนไทยจึงต้องร่วมกันลดผลกระทบและบริหารความเสี่ยง รวมถึงใช้โอกาสที่มาในครั้งนี้” ดร.กิริฎา กล่าวแหล่งข้อมูลอ้างอิง:https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/7-Product-Tax-CIS3566-FB-2025-03-05.aspxhttps://time.com/7300087/trump-us-vietnam-trade-deal-china-transshipmentshttps://tdri.or.th/2025/04/thailand-strategies-in-trade-war/https://www.theguardian.com/us-news/2025/jul/04/trump-says-us-will-send-letters-setting-tariff-rates-to-trading-partners?https://www.cbsnews.com/news/tariffs-trump-china-vietnam-july-9/https://www.cnbc.com/2025/06/30/uk-us-trade-deal-heres-what-changes-today.htmlhttps://www.tbsnews.net/worldbiz/usa/deal-reduced-us-tariffs-uk-cars-and-aircraft-parts-comes-effect-1177211?
TNN ช่อง16 • 5 ก.ค. 68
อ่าน
“เวียดนาม” เปิดทางต่างชาติ ดึงแรงงานสูง
สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า รัฐสภาเวียดนามมีมติเห็นชอบการแก้ไขกฎหมายสัญชาติของประเทศ เพื่อเปิดทางให้นักลงทุน ทักษะฝีมือ และชาวเวียดนามที่อยู่ต่างประเทศสามารถถือสองสัญชาติได้ง่ายขึ้น สะท้อนความพยายามของผู้นำในการดึงดูดแรงงานทักษะสูงเข้าสู่ประเทศโดยเวียดนามกำลังอยู่ระหว่างการปฏิรูประบบกฎหมายและโครงสร้างการบริหารครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 40 ปี รวมถึงการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการลงทุน เพื่อผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโตของ GDP ที่ 8% ในปีนี้ และตัวเลขสองหลักในปีต่อ ๆ ไป เพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2045ทั้งนี้ ผู้นำเวียดนามมองว่าภาคเทคโนโลยีขั้นสูงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเทศ แต่ประเทศยังขาดบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการทำงานในแนวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากนี้ การแก้ไขกฎหมายสัญชาติครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกจากหลายมาตรการที่เวียดนามคาดว่าจะดำเนินการ เพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศให้เข้ามาอาศัยและทำงานในประเทศ รัฐบาลเชื่อว่าตนสามารถก้าวกระโดดแซงหน้าคู่แข่งด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะในสาขา AI และเซมิคอนดักเตอร์ ให้ทันภายในปี 2030รัฐบาลเวียดนาม ระบุผ่านเว็บไซต์ข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายนว่า “การแก้ไขกฎหมายสัญชาติครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย เปิดโอกาสดึงดูดทรัพยากรที่มีคุณค่าจากชุมชนชาวเวียดนามในต่างประเทศ ทั้งในด้านเทคโนโลยีและการเงิน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศในยุคใหม่” มติที่ 57 ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของแผนปฏิรูปของเวียดนามที่ออกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยระบุว่าเวียดนามจะพัฒนากลไกพิเศษเพื่อดึงดูดชาวเวียดนามในต่างประเทศ และชาวต่างชาติที่มีคุณวุฒิสูงให้เข้ามาทำงานและพำนักในประเทศ ซึ่งรวมถึงการให้สัญชาติ การอนุญาตให้ถือครองที่ดินและที่อยู่อาศัย ค่าตอบแทนที่จูงใจ และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้น
TNN ช่อง16 • 1 ก.ค. 68
อ่าน
ขยายต่ออีกปี! ไต้หวันขยายฟรีวีซ่าคนไทยเริ่ม 1 สิงหาคม 2568 - 31 กรกฎาคม 2569
ไต้หวันประกาศข่าวดีครั้งใหญ่ ขยายระยะเวลาฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยออกไปอีก 1 ปีเต็ม โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 (ค.ศ. 2026) เท่ากับว่าเรามีเวลาอีกยาวๆ ที่จะเก็บกระเป๋าไปเที่ยวได้เต็มที่ เป็นสัญญาณที่บอกว่าไต้หวันยังคงต้อนรับนักเดินทางจากประเทศไทยอย่างอบอุ่น พร้อมให้เราออกไปพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นในเมืองสุดชิค ชิมอาหารสตรีทฟู้ดแสนอร่อย หรือดื่มด่ำกับธรรมชาติอันงดงาม ขยายต่ออีกปี! ไต้หวันขยายฟรีวีซ่าคนไทยเริ่ม 1 สิงหาคม 2568 - 31 กรกฎาคม 2569 ข้อควรรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวีซ่าไต้หวัน ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าไต้หวันจำเป็นต้องมีหนังสือเดินทางที่ถูกต้อง และหนังสือเดินทางจะต้องมีอายุการใช้งานเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง ทั้งนี้คนไทยสามารถเข้าประเทศไต้หวันได้ 14 วัน โดยไม่ต้องทำวีซ่า และทางประเทศไต้หวันได้ขยายมาตรการฟรีวีซ่าสำหรับคนไทย 14 วัน จนถึง 31 กรกฎาคม 2569 ซึ่งต้องกรอกใบขาเข้าก่อนผ่านเข้าต.ม. ไต้หวัน หรือสามารถกรอกทางออนไลน์ได้ล่วงหน้า 3 วันก่อนเดินทาง โดยไม่ต้องปริ้นท์ออกมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ก็ได้ที่นี่ ทำไมต้องเที่ยวไต้หวัน? ไต้หวันเป็นจุดหมายปลายทางที่ครบถ้วน ที่ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวสายไหนก็ต้องหลงรัก สายกิน สวรรค์ของนักชิม! ตั้งแต่ตลาดกลางคืนชื่อดังอย่างซื่อหลิน (Shilin Night Market), หนิงเซี่ย (Ningxia Night Market) ที่เต็มไปด้วยเมนูเด็ดที่ต้องลองอย่าง ชานมไข่มุกหอมมัน, เต้าหู้เหม็นรสชาติเป็นเอกลักษณ์, เสี่ยวหลงเปาไส้ฉ่ำ, บะหมี่อาจงเส้นเหนียวนุ่ม และอีกมากมาย รับรองว่าอิ่มอร่อยจนพุงกาง! สายเที่ยวเมือง ตื่นตาตื่นใจกับความทันสมัยของไทเป เมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหล เยือนแลนด์มาร์คอย่างตึกไทเป 101, เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์กู้กง, เดินเล่นย่านซีเหมินติง (Ximending) สุดฮิป หรือนั่งกระเช้าเมาคง (Maokong Gondola) ขึ้นไปชมวิวสวยๆ พร้อมจิบชา สายธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ที่อุทยานแห่งชาติอาลีซาน (Alishan National Scenic Area) ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอก, เดินทางสู่ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake) ที่งดงามราวภาพวาด หรือไปสัมผัสความอลังการของอุทยานแห่งชาติทาโรโกะ (Taroko National Park) สายวัฒนธรรม ซึมซับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนานที่วัดหลงซาน (Longshan Temple), หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น (Jiufen Old Street) ที่มีบรรยากาศย้อนยุคเหมือนหลุดเข้าไปในภาพยนตร์ รายการสิ่งของและสินค้าที่จำกัดการนำเข้าไต้หวัน ห้ามเนื้อหมูสด และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อหมูทุกชนิด ห้ามผักและผลไม้สดทุกชนิด จำกัดการพกเงินสด ทองคำ และเช็ค เข้าไต้หวัน ดอลลาร์ไต้หวันไม่เกิน 100,000 NTD เงินหยวนไม่เกิน 20,000 RMB สกุลต่างประเทศไม่เกิน 10,000 USD (มูลค่าเกินกว่า 10,000 USD สามารถนำเข้าได้หลังจากสำแดงต่อเจ้าหน้าที่) เช็คเงินสด หรือ ของมีค่าที่แปรเป็นเงินสดได้ ห้ามพกติดตัวเกิน 10,000 USD ห้ามนำทองคำแท่งติดตัว หากมีติดตัว จำเป็นจะต้องกรอกใบสำแดง หากเกิน 20,000 USD จำเป็นต้องขออนุญาตต่อกระทรวงเศรษฐกิจและการค้าก่อนการเดินทางและเมื่อมาถึงต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ ยาต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์เดิม มีฉลากที่ระบุชัดเจน หากเป็นยาเฉพาะโรค ควรขอใบรับรองแพทย์ติดตัวมาด้วย และพกมาตามจำนวนที่ต้องทานตามจริง ====================
เที่ยวต่างประเทศ • 28 มิ.ย. 68
อ่าน
เด็กเวียดนามเฮ เรียนฟรีถึงม.ปลายในรร.รัฐ
รัฐสภาเวียดนามผ่านนโยบายยกเลิกค่าธรรมเนียมการเรียนการสอนสำหรับการศึกษาของรัฐทั้งหมดตั้งแต่ระดับก่อนวัยเรียนจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโดยมีผลบังคับใช้ทันทีถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เด็กเวียดนามเข้าถึงการศึกษาได้ทุกคนภายใต้นโยบายใหม่นักเรียนทุกคนที่เข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลโรงเรียนประถมศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษาและโครงการศึกษาต่อเนื่องของรัฐจะไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนอีกต่อไปส่วนนักเรียนที่เข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนอิสระจะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลด้วยโดยหน่วยงานท้องถิ่นจะเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินที่นักเรียนจะได้รับตามหลักเกณฑ์อย่างไรก็ตามเงินอุดหนุนดังกล่าวจะต้องไม่เกินค่าเล่าเรียนจริงที่โรงเรียนเรียกเก็บนโยบายดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับพลเมืองเวียดนามและบุคคลที่มีเชื้อสายเวียดนามที่อาศัยอยู่ในเวียดนามแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับสัญชาติเวียดนามโดยสมบูรณ์ก็ตามเป้าหมายของนโยบายนี้คือการลดภาระของผู้ปกครองและเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อคนรุ่นถัดไปของรัฐบาล
TNN ช่อง16 • 27 มิ.ย. 68
อ่าน
Border Pass แตกต่างกับ Passport อย่างไร?ใช้งานในกรณีไหนได้บ้าง
ไขข้อสงสัย Border Pass แตกต่างกับ Passport อย่างไร? เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ณ ที่ประชุมนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนการยกเว้นค่าผ่านแดน รวมถึงมีการพูดคุยถึงประเด็น Border Pass ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในบริบทของการเดินทางข้ามชายแดน ขณะที่ในโลกโซเชียลมีการถกเถียงและเข้าใจผิดเกี่ยวกับลักษณะและการใช้งานของ Border Pass อย่างแพร่หลาย เมื่อพูดถึงการเดินทางข้ามประเทศ เรามักจะคุ้นเคยกับเอกสารสำคัญอย่าง หนังสือเดินทาง (Passport) แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ยังมีเอกสารอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า Border Pass ซึ่งมีบทบาทสำคัญสำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานบริเวณชายแดนและต้องเดินทางข้ามแดนกับประเทศเพื่อนบ้านบ่อยๆวันนี้เราจะมาอธิบายความแตกต่างระหว่าง Border Pass และ Passport เพื่อให้คุณเข้าใจได้ชัดเจนขึ้นว่า เอกสารทั้งสองนี้มีหน้าที่อย่างไร ใช้งานได้ในกรณีใดบ้าง และเหมาะกับใคร1. รูปแบบและลักษณะของเอกสาร- Passport (หนังสือเดินทาง)หนังสือเดินทางเป็นเอกสารทางราชการที่ออกให้กับพลเมืองของแต่ละประเทศเพื่อใช้ในการเดินทางระหว่างประเทศทั่วโลก มีรูปแบบเป็นเล่มเล็ก มีข้อมูลส่วนบุคคล รูปถ่าย และข้อมูลการออกหนังสือเดินทาง รวมถึงที่สำหรับประทับตราวีซ่าหรือประทับตราผ่านแดนจากประเทศต่างๆ- Border Pass (บัตรผ่านแดน)Border Pass เป็นเอกสารที่ออกให้กับบุคคลที่อาศัยหรือมีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ชายแดน เพื่อใช้เดินทางข้ามเขตแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น ลักษณะอาจเป็นเล่มเล็กคล้ายหนังสือเดินทางหรือเป็นบัตรที่มีข้อมูลส่วนตัวและระบุเขตที่สามารถใช้เดินทางได้ โดยมักมีข้อจำกัดด้านระยะทางและระยะเวลาการใช้งาน2. วัตถุประสงค์การใช้งาน- Passportใช้สำหรับการเดินทางข้ามประเทศทั่วไป ไม่จำกัดเขตหรือระยะทาง สามารถใช้ในการเดินทางท่องเที่ยว ทำงาน หรือพำนักอาศัยในต่างประเทศตามกฎหมายและเงื่อนไขของแต่ละประเทศ สามารถเดินทางได้ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ- Border Passออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนที่อาศัยหรือทำงานในพื้นที่ชายแดน สามารถเดินทางข้ามแดนกับประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้นในพื้นที่จำกัด เช่น พื้นที่ชายแดนที่มีระยะห่างไม่เกิน 3-30 กิโลเมตร โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางปกติ หรือขอวีซ่าที่ซับซ้อนเหมือนการเดินทางทั่วไป ใช้สำหรับเข้าออกเขตแดนแบบชั่วคราวหรือถาวรในบริเวณชายแดนเท่านั้น 3. ขอบเขตการเดินทาง- Passportเดินทางได้ทั่วโลก ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดวีซ่าของประเทศปลายทางและเงื่อนไขการเดินทางระหว่างประเทศ- Border Passจำกัดพื้นที่เดินทางเฉพาะชายแดนเท่านั้น เช่น ใช้เดินทางระหว่างจังหวัดชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว กัมพูชา เมียนมา และมาเลเซีย ไม่สามารถใช้เดินทางเข้าพื้นที่ภายในประเทศของอีกฝ่ายหรือเดินทางไปยังเมืองอื่น ๆ ได้4. ประเทศที่ไทยมีข้อตกลงใช้ Border Passประเทศไทยมีข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านในการใช้ Border Pass สำหรับการเดินทางข้ามแดนในบริเวณชายแดน ได้แก่- สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ลาว)- ราชอาณาจักรกัมพูชา (กัมพูชา)- สหภาพเมียนมา (เมียนมา)- มาเลเซียโดย Border Pass เหล่านี้จะออกให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่มีความสัมพันธ์และความจำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตแดนในระยะสั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าขาย การทำงาน หรือเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องในบริเวณพื้นที่ชายแดน5. ระยะเวลาการใช้งานและการต่ออายุ- Passportมีอายุประมาณ 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ สามารถต่ออายุได้ตามกฎหมาย- Border Passมีทั้งแบบถาวรและชั่วคราว เช่น แบบถาวรมีอายุประมาณ 1 ปี ใช้เข้าออกได้หลายครั้ง ส่วนแบบชั่วคราวมีอายุสั้น อาจใช้ได้ 7 วัน หรือใช้เข้าออกได้ครั้งเดียว ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละประเทศ6. กระบวนการขอและการลงทะเบียน- Passportผู้ขอต้องยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ (กรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง) พร้อมส่งเอกสารและรูปถ่ายตามที่กำหนด- Border Passมักจะมีขั้นตอนการลงทะเบียนที่ง่ายและรวดเร็วกว่า เพื่อให้คนในพื้นที่ชายแดนสามารถใช้เดินทางได้สะดวก โดยต้องยื่นคำขอที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ชายแดน และมักมีข้อกำหนดจำเพาะ เช่น ต้องเป็นผู้มีถิ่นฐานในพื้นที่ชายแดน และใช้ได้เฉพาะด่านผ่านแดนที่ระบุไว้7. ตัวอย่างการใช้งานในประเทศไทย- ชาวไทยที่อาศัยตามชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา เมียนมา และมาเลเซีย สามารถใช้ Border Pass ในการเดินทางเข้า-ออกด่านชายแดนได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางปกติ- ในกรณีเดินทางไกลหรือเดินทางเข้าพื้นที่อื่นๆ นอกเขตชายแดน ต้องใช้ Passport และปฏิบัติตามข้อกำหนดวีซ่าของประเทศปลายทางBorder Pass จึงเป็นเอกสารสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางข้ามแดนระยะสั้นในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ Passport เหมาะกับการเดินทางระยะไกลทั่วโลกถ้าคุณอาศัยในพื้นที่ชายแดนหรือมีความจำเป็นต้องข้ามแดนบ่อยในระยะสั้น Border Pass จะช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้น แต่ถ้าต้องเดินทางทั่วไป ต้องใช้ Passport เท่านั้น
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามแรงงานต่างชาติทำงานผิดกฎหมาย-ไม่มีใบอนุญาต
วันนี้ (14 มิถุนายน 2568) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยได้เผชิญสถานการณ์ แรงงานต่างชาติลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อการแย่งงานของคนไทยโดย เช่นแรงงานในตลาดนัด ตลาดสด ลูกจ้างร้านทำเล็บ อู่ซ่อมรถ แผงค้าขาย รถเข็น และแอบค้าขายออนไลน์ เป็นต้นทั้งนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพแรงงานไทยในประเทศ รวมทั้งป้องกันปัญหาจากการจ้างงานผิดกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจในสังคมระยะยาว รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการสนธิกำลังปราบปรามแรงงานต่างชาติลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง นายคารม กล่าวว่า ผลการดำเนินการในปีงบประมาณ 2568 (ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 18 เมษายน 2568) มีการเข้าตรวจสอบสถานประกอบการที่จ้างแรงงานต่างชาติทั่วประเทศแล้ว จำนวน 38,734 แห่ง ดำเนินคดี 1,329 แห่ง และตรวจสอบแรงงานต่างชาติ จำนวน 523,706 คน แยกเป็นสัญชาติเมียนมา 398,493 คน กัมพูชา 70,371 คน ลาว 32,983 คน เวียดนาม 522 คน จีน 9,189 คน และสัญชาติอื่น ๆ 12,148 คน มีการดำเนินคดีกับแรงงานต่างชาติทั้งสิ้น 2,575 คน ในจำนวนนี้ พบเป็นการแย่งอาชีพคนไทยถึง 883 คน แยกเป็นสัญชาติเมียนมา 481 คน กัมพูชา 139 คน ลาว 109 คน อินเดีย 24 คน เวียดนาม 54 คน จีน 21 คน และสัญชาติอื่น ๆ 55 คน โดยอาชีพที่พบคนต่างชาติแย่งอาชีพมากที่สุด ได้แก่ งานเร่ขายสินค้า งานตัดผม งานขับขี่ยานพาหนะ และงานนวด ตามลำดับ ส่วนงานที่คนต่างชาติถูกดำเนินคดีเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ได้แก่ งานขายของหน้าร้าน งานช่างก่อสร้าง และงานกรรมกร ตามลำดับ “ปัญหาแรงงานต่างชาติถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่รัฐบาลมุ่งแก้ไขและบังคับใช้กฎหมายเชิงรุกอย่างเข้มงวดและชัดเจนในการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลขอย้ำเตือนแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ทำได้ มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และจะถูกส่งกลับประเทศต้นทาง รวมถึงห้ามขอใบอนุญาตทำงานเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับโทษขณะที่นายจ้าง/สถานประกอบการที่รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปีหากประชาชนพบเห็นการจ้างแรงงานต่างชาติโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน โทร. 02 354 1729 หรือที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 และสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 ” นายคารม ระบุ
TNN ช่อง16 • 14 มิ.ย. 68
อ่าน
EP ลั่น! จ่อ COD โรงไฟฟ้า 3 แห่งในเวียดนาม ตั้งแต่ มิ.ย.นี้
#ทันหุ้น - บมจ.อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป (EP) ประกาศความพร้อมการเดินหน้าสู่การจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีก 3 โครงการในประเทศเวียดนาม ฟากบิ๊กบอส ยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการบริษัทระบุ มั่นใจหลังจากรัฐบาลเวียดนามได้ส่งสัญญาณสนับสนุนอย่างชัดเจนจะสามารถทยอย COD ได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 68 เป็นต้นไป นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (EP) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน EP มีโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามจำนวน 4 โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 160 เมกะวัตต์ โดยมีหนึ่งโครงการที่เริ่ม COD แล้ว ขณะที่โรงไฟฟ้าทั้งหมดได้ผ่านกระบวนการตรวจรับการก่อสร้างตามมาตรฐานของรัฐบาลเวียดนาม (Certification of Construction Works Acceptance: CCA) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 โครงการ Huang Linh 3 (HL3) ได้เริ่มรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ EVN โดยมีราคาขายไฟฟ้าที่ 1,428.41 ดองเวียดนามต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือคิดเป็นประมาณ 90% ของอัตราสูงสุดที่กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม (MOIT) กำหนดไว้ที่ 1,587.12 ดองต่อหน่วย สำหรับอีก 3 โครงการที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการอนุมัติจากทางการเวียดนาม มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ Huang Linh 4 (HL4) ที่อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายก่อน COD คือการขอใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า (Electricity Operation License) ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และจะสามารถ COD ได้ภายในเดือนมิถุนายน 2568 ส่วนโครงการที่จังหวัดญาลาย (Gia Lai) ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมออกเอกสารสิทธิการใช้ที่ดิน (LURC) เพื่อนำไปขอใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า (Electricity Operation License) โดยคาดว่าจะสามารถ COD ได้ภายในปี 2568 ในส่วนของผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 224.98 ล้านบาท ซึ่งมาจากธุรกิจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ธุรกิจจำหน่ายพลังงานลม และธุรกิจสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อันเนื่องมาจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน "สำหรับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนนั้น บริษัทฯ ขอชี้แจงว่า เป็นการขาดทุนทางบัญชีที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง (Unrealized FX Loss) จากการประเมินมูลค่าการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่อยู่ในรูปสกุลเงินต่างประเทศ (USD) ซึ่งต้องมีการแปลงค่าเป็นเงินบาท ณ วันสิ้นงวด ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 21 และมาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโครงการในเวียดนามหรือภาพรวมของบริษัทแต่อย่างใด" นายยุทธ กล่าว
ทันหุ้น • 29 พ.ค. 68
อ่าน
Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================
ทราเวล ทิปส์ • 13 พ.ค. 68
ดู
เวียดนามเสริมกองเรือขนส่งสินค้ารับมือการส่งออกเพิ่ม | ย่อโลกเศรษฐกิจ 7 ต.ค.65
TNN ช่อง16 • 7 ต.ค. 65
ดูเพิ่มเติม