รีเซต

ผลการค้นหา “在哪里打不动产证明【咨询网:ban58.com】” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ธนารักษ์เปิดฟีเจอร์ใหม่ D-Value รับรองสำเนาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ฟรีค่าใช้จ่าย
อ่าน

ธนารักษ์เปิดฟีเจอร์ใหม่ D-Value รับรองสำเนาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ฟรีค่าใช้จ่าย

#ทันหุ้น กรมธนารักษ์” เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่การรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ D-Value เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ชูแนวคิด“สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย” ส่งตรงผ่านอีเมล์ผู้ขอได้ภายใน 10 นาทีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการผลักดันการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางข้อมูล เพิ่มความโปร่งใส และลดต้นทุนการเข้ารับบริการของประชาชน กระทรวงการคลังจึงได้วางแนวทางการขับเคลื่อนประเทศผ่าน Engine 6 เสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ การสร้างคน การสร้างธุรกิจใหม่ การเสริมเงินทุน การเสริมเทคโนโลยี การมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการยกระดับภาครัฐให้เป็น Effective Governmentวันนี้ D-Value คือ หนึ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ต่อยอดจากการบริการเดิมและอยู่ใน Effective Government ซึ่งเป็น Engine ตัวสุดท้ายอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด เพื่อให้รัฐเป็น Enabler ทำงานเร็ว โปร่งใส และ ใช้ Data AI เพื่อเปิดทางให้เศรษฐกิจเดินหน้า เป็นตัวอย่างรูปธรรมของการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงานในด้านการประเมินราคาทรัพย์สินให้ทันสมัยและตอบโจทย์ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น“D-Value มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต้องใช้ข้อมูลราคาประเมินทรัพย์สินในการประกอบธุรกรรมทางการเงินและใช้ประกอบการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ การทำให้ข้อมูลเหล่านี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถูกต้อง โปร่งใส และไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงาน ถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะการให้บริการรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัล เลือกแปลงที่ต้องการ และรับเอกสารที่มีสถานะ “สำเนาถูกต้อง” ส่งตรงทางอีเมลได้ทันที โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ถือเป็นการยกระดับบริการของรัฐให้ทันสมัย สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง” นายเอกนิติ กล่าวนายอัครุตม์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมธนารักษ์ได้ปรับโฉมหน้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชันใหม่ทั้งหมด ให้ทันสมัยและใช้งานง่าย พร้อมชูฟังก์ชันเด่นคือ “การสืบค้นราคาประเมินที่ดินจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม” ทำให้ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลจากการพิมพ์ชื่อสถานที่ ถนน หรือจุดสังเกตใกล้เคียง และการเลือกตำแหน่งแปลงที่ดินบนแผนที่ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องทราบเลขที่โฉนดหรือเลขที่ น.ส.3ก นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวบริการขอรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดออนไลน์เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย”สำหรับขั้นตอนการใช้งานประชาชนสามารถรับบริการได้ง่าย ๆ เพียง 4 ขั้นตอน1.เข้าใช้งานระบบฯ ด้วยการเข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือ เป๋าตัง2.สืบค้นข้อมูลราคาประเมิน โดยสามารถเลือกตำแหน่งจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม หรือกรอกข้อมูลเลขที่โฉนด/เลขที่ น.ส. 3ก. สำหรับที่ดิน หรือกรอกชื่ออาคารชุดสำหรับห้องชุด3.ตรวจสอบรายการตามคำขอ และระบุอีเมล (e-mail) ที่ใช้ในการรับข้อมูล4.รับข้อมูลสำเนาบัญชีราคาประเมิน ที่มีการรับรองสำเนาถูกต้องอิเล็กทรอนิกส์ส่งตรงถึงอีเมลภายใน 10 นาที ซึ่งเอกสารนี้สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางราชการและประกอบธุรกรรมต่าง ๆ ได้ทันทีสำหรับการพัฒนาฟีเจอร์ของ D-Value ในครั้งนี้ นอกจากจะเพิ่มความสะดวกรวดเร็วแบบไร้รอยต่อแล้ว ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการขอเอกสารแบบเดิม และประหยัดค่าเดินทางให้กับประชาชน ภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมธนารักษ์ในการขับเคลื่อนภารกิจให้ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนผู้ที่สนใจสามารถเข้าใช้งานระบบได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ https://assessprice.treasury.go.th หรือแอปพลิเคชัน TRD Property Valuation บนอุปกรณ์เคลื่อนที่

ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
อ่าน

ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวยวันที่ 1 มีนาคม 2569 งวดนี้ออกอะไร มา ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 ตรวจเลขท้าย 3 ตัว ตรวจเลขท้าย 2 ตัว และรางวัลอื่นๆ ครบทุกรางวัลกันได้ที่นี่เลย หวยงวดวันที่ 1 มีนาคม 2569 นี้หวยวันออกอะไรบ้าง TrueID Horoscope มีให้คุณได้ตรวจกันทุกรางวัล พร้อมรายละเอียดครบครัน หากถูกหวย ถูกรางวัลสลากดิจิทัล / สลากทั่วไป ต้องขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท และ จุดจําหน่ายสลากราคา 80 บาท มาเช็คกันได้เลย โดยคุณสามารถติดตามผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 มีนาคม 2569 ตามเวลาออกอากาศได้ที่ช่องอมรินทร์ทีวีช่องไทยรัฐทีวี ตรวจหวย งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569 ตรวจหวย รางวัลที่ 1 งวดประจำ วันที่ 1 มีนาคม 2569 รางวัลละ 6,000,000 บาท 820866 ตรวจหวย รางวัลเลขหน้า 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 479 054 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 068 837 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 2 ตัว 1 รางวัลๆ ละ 2,000 บาท 06 ตรวจหวย รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท 820865 820867 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท 328032 716735 320227 373865 731233 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท 848897 255067 135646 194429 262799 085123 148874 020061 680266 140134 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท 323190 925072 535378 587360 491415 588075 099628 811332 467392 779499 880832 980352 848712 716797 792492 937022 813746 205964 295304 540947 127029 623450 347818 054740 907668 832799 646395 286487 380961 193102 586410 044722 047452 222751 738248 187985 757121 541290 630041 292734 332699 784679 432973 410260 113897 132045 413688 216891 411233 885962 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท 966248 942374 170707 047868 927971 978290 647305 930901 915138 746295 080931 625677 820038 514523 355319 499550 168204 597602 191294 369368 130650 778199 310238 602057 005234 794359 841013 934789 462043 415731 996758 802249 023809 000698 012257 833673 901478 853789 393503 713934 122622 704497 771654 796059 859020 685726 677912 060975 238233 289011 210279 249742 206129 756658 492932 293946 771529 067965 568699 406776 132441 064933 458185 211840 927715 456304 076812 792984 910398 627411 454166 841373 281712 844523 047642 922493 724127 529176 927034 263722 816941 411270 842499 787410 672686 557396 226259 194903 702405 971932 991285 818143 298748 502565 297471 101102 239806 946014 430013 237772 กรุณาตรวจสอบความถูกต้องกับสำนักงานสลาก กินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท เป๋าตัง ถูกหวย ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท เช็ค วิธีขึ้นเงิน และ ค่าธรรมเนียม ได้ที่นี่ สถานที่ขึ้นเงินรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล มีอยู่หลายแห่ง และมีหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งจะมีอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัลแตกต่างกันไป รวมถึงหลายคนคงสงสัยว่า ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท จากเป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว ทั้ง วิธีขึ้นเงิน "สลากดิจิทัล 80 บาท จากแอปฯ เป๋าตังค์" และ "สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ซื้อจากแผงขายลอตเตอรี่" ดังนี้ ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน หักเงินกี่บาท ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ เมื่อถูกหวยสลากดิจิทัล 80 บาท ที่ซื้อผ่านแอปฯ เป๋าตัง เงินรางวัลจะโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชันเป๋าตัง ดังนั้นผู้ที่ซื้อสลากดิจิทัล 80 บาทขึ้นเงินได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ช่องทางที่ 1 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทย ผูกบัญชีเพื่อเข้ารับรางวัลสลากดิจิทัลบนแอปฯ เป๋าตัง โดยเปิดแอปฯ แล้วเลือก อื่นๆ จากนั้นให้เลือก ตั้งค่า ผูกบัญชีรับเงินรางวัล หากถูกรางวัลสลากดิจิทัล แอปฯ เป๋าตังจะแจ้งเตือนว่าคุณถูกรางวัล ภายในไม่เกิน 19.00 น. ของวันที่ออกรางวัลงวดนั้นๆ กดที่แจ้งเตือน หรือไปที่เมนู "สลากของฉัน" ในแอปฯ เป๋าตัง กดเลือก รับรางวัลผ่านบัญชีกรุงไทย ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการผูกบัญชี ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแจ้งว่าขึ้นเงินรางวัลสำเร็จ จากนั้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้ ภายใน 12 ชั่วโมง โดยเสียค่าธรรมเนียม 1% และค่าภาษีอากรสแตมป์ 0.5 % ของเงินรางวัล หมายเหตุ เมื่อถูกรางวัลสลากดิจิทัล จะต้องกดยืนยันวิธีการรับเงินภายใน 15 วัน หากเกินกำหนดจะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น หากถูกสลากดิจิทัลรางวัลที่หนึ่ง จะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น ส่วนรางวัลอื่นๆ สามารถขึ้นเงินผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ตามปกติ ช่องทางที่ 2 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัล ด้วยตัวเอง ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ หากต้องการขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเองที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เมื่อได้รับแจ้งเตือนว่าถูกรางวัลสลากดิจิทัล สามารถกดที่การแจ้งเตือน แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้ เลือก ขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเอง เลือกวันที่ต้องการไปขึ้นรางวัล ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการขึ้นเงินรางวัล ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแสดงว่าทำรายการสำเร็จ เมื่อถึงวันที่เลือกไว้แล้ว ก็สามารถไปขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลได้ที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 คลิกดูแผนที่ได้ที่นี่วิธีนี้จะเสียค่าอากรสแตมป์ 0.5% ของเงินรางวัล ถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไป ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท หากคุณถูกหวยจากสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไปที่ขายตามแผงต่างๆ สามารถนำไปขึ้นเงินได้ตามที่ต่างๆ ดังนี้ 1.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนามบินน้ำ)วันและเวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30-15.00 น. ไม่หยุดพักกลางวัน เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ หรือ กรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) จุดขึ้นเงินรางวัล : ชั้น 1 ห้องจ่ายรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : จะคิดเป็นร้อยละ 50 สตางค์ของมูลค่าเงินรางวัลที่ถูกสลาก หรือ 0.5% ของเงินรางวัล 2. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) และธนาคารออมสิน วันและเวลาทำการ : ตามเวลาทำการของแต่ละสาขา โดยจะจ่ายตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันออกรางวัลในงวดนั้นๆ ไปจนถึงเวลา 12.00 น.ของวันออกรางวัลในงวดถัดไป (ไม่รับขึ้นเงินรางวัลที่หนึ่ง) เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือกรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : ค่าธรรมเนียม 1% และค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของมูลค่าเงินรางวัล รวมเป็น 1.50% ของมูลค่าเงินรางวัล (อาจมีค่าธรรมอื่นๆ เพิ่มเติม โปรดสอบถามธนาคารอีกครั้ง) สำหรับสลากการกุศล ผู้ขอรางวัล ต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1 ของเงินรางวัล 3.แผงล็อตเตอรี่ สำหรับแผงลอตเตอรี่ที่ติดป้าย รับขึ้นเงินรางวัล โดยส่วนใหญ่คิดค่าธรรมเนียม 2 - 3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.50%) ของมูลค่าเงินรางวัล 5.ร้านทอง คิดอัตราค่าธรรมเนียม 1-3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.5%) ทั้งนี้ ไม่ว่าจะถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลใดก็ตาม อย่าลืมรีบไป "ขึ้นเงิน" หรือขอรับเงินรางวัลภายใน 2 ปี สำหรับสลากทั่วไป และภายใน 1 ปีสำหรับสลากดิจิทัล นับจากวันออกรางวัลสลากฯงวดนั้นๆ เพราะหากเกินกำหนดจะถูกนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ตรวจสอบรายชื่อจุดจําหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาท ในโครงการสลาก 80 กองสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเริ่มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาทตามจุดจำหน่ายต่างๆ ในกทม. และนนทบุรี งวดแรก 17 มกราคม 2565 และจะขยายจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 ทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป โดยท่านสามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายได้ดังนี้ วิธีที่ 1 เช็ครายละเอียดจุดจําหน่ายผ่านเว็บไซต์ คลิกดูจุดจำหน่าย คลิกที่นี่โดยสามารถเลือกเขตของจุดจำหน่ายที่คุณสะดวกได้เลย วิธีที่ 2 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เปิดแอปพลิเคชัน แล้วค้นหาจุดจําหน่าย GL0 Official Sellers ตามขั้นตอนดังนี้ เปิดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เลือกเมนู เลือกจุดจําหน่ายสลาก พิมพ์ GOs ในช่องค้นหาสถานที่ ตรวจหวย ย้อนหลัง และ แคปชั่นวันหวยออก ที่น่าสนใจ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มีนาคม 2568 ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 30 ธันวาคม 2565 สถิติหวยออกเดือนมีนาคม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันที่ 30 ธันวาคม คม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันพฤหัสบดีย้อนหลัง 10 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกวันพฤหัสบดี 166 แคปชั่นวันหวยออก 2565 มาใหม่! แคปชั่นเลขเด็ด คำคม เพื่อสายอ่อย สายฮา จัดมาครบ เด็ดๆ โดนๆ! 60 แคปชั่นหวยกิน ฮาๆ ขำๆ คำคมเลขเด็ด จัดเซ็ตเพื่อสายอ่อย สายฮา ในวันหวยออก 30 แคปชั่นอ่อย วันหวยออก 2565 มาใหม่! ชอบเลขไหนก็หยิบเอา แต่ถ้าชอบเราก็จีบได้ โพสต์ไปอาจได้แฟน! ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลย้อนหลังรู้ผลทันที หากยังอ่านดวงไม่จุใจ ติดตามอ่านดวงแบบอื่นๆ ได้ที่นี

ธอส. จัด 5 พันล้าน เปิด “สินเชื่อ S-em 69” หนุนอาชีพอิสระมีบ้าน
อ่าน

ธอส. จัด 5 พันล้าน เปิด “สินเชื่อ S-em 69” หนุนอาชีพอิสระมีบ้าน

#ทันหุ้น ทุกอาชีพมีทางออก ธอส. ใจดีเตรียมวงเงิน 5,000 ล้านบาท มีบ้านในฝันได้ง่าย ๆ กับสินเชื่อบ้าน S-em (Self employee) ปี 2569 ผ่อนเริ่มต้นเพียงล้านละ 4,200 บาท เท่านั้นธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)จัดสรรวงเงิน5,000ล้านบาทสนับสนุนผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือผู้ประกอบการรายย่อยอาทิค้าขายคนขับแท็กซี่ฟรีแลนซ์หรือผู้รับจ้างทั่วไปที่ปัจจุบันไม่มีประวัติการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธอส.ให้มีบ้านในฝันเป็นของตนเองได้ง่ายๆกับ“โครงการสินเชื่อบ้านS-em (Self Employee)ปี2569”สำหรับกู้เพื่อซื้อปลูกสร้างไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่นหรือชำระหนี้พร้อมไถ่ถอนจำนองโดยให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อรายต่อหลักประกัน อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 – 2 เพียง 3.75% ต่อปี ปีที่ 3 – 5 เท่ากับ MRR-2.00% ต่อปี ปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญา เท่ากับ MRR-0.75% ต่อปี ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้นเพียงล้านละ 4,200 บาท พิเศษ ฟรี!! ค่าประเมินราคาหลักประกันมูลค่า 1,900 – 2,800 บาท ทั้งนี้สินเชื่อบ้านS-emเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนบทบาทธอส.สู่Beyond Housing Bank :มากกว่าการปล่อยกู้คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้านที่อยู่เคียงข้างกันตั้งแต่วันแรกของการมีบ้านดูแลลูกค้าและเติบโตไปด้วยกันผู้ที่สนใจยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้อนุมัติและทำนิติกรรมภายในวันที่29มกราคม2570สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่G H Bank Call Centerโทร.0-2645-9000หรือFacebook Fanpageธนาคารอาคารสงเคราะห์และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่G H Bank Social Mediaทุกช่องทาง

ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 2 มกราคม 2569 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
อ่าน

ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 2 มกราคม 2569 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวยวันที่ 2 มกราคม 2569 งวดนี้ออกอะไร มา ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 ตรวจเลขท้าย 3 ตัว ตรวจเลขท้าย 2 ตัว และรางวัลอื่นๆ ครบทุกรางวัลกันได้ที่นี่เลย หวยงวดวันที่ 2 มกราคม2569 นี้หวยวันออกอะไรบ้าง TrueID Horoscope มีให้คุณได้ตรวจกันทุกรางวัล พร้อมรายละเอียดครบครัน หากถูกหวย ถูกรางวัลสลากดิจิทัล / สลากทั่วไป ต้องขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท และ จุดจําหน่ายสลากราคา 80 บาท มาเช็คกันได้เลย โดยคุณสามารถติดตามผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 2 มกราคม 2569 ตามเวลาออกอากาศได้ที่ช่องอมรินทร์ทีวีช่องไทยรัฐทีวี ตรวจหวย งวดวันที่ 2 มกราคม 2569 ตรวจหวย รางวัลที่ 1 งวดประจำ วันที่ 2 มกราคม2569 รางวัลละ 6,000,000 บาท 837706 ตรวจหวย รางวัลเลขหน้า 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 694 347 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 288 765 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 2 ตัว 1 รางวัลๆ ละ 2,000 บาท 16 ตรวจหวย รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท 837705 837707 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท 684306 385829 104358 457856 305133 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท 103473 722678 681226 894798 382760 625781 159182 504323 979539 575153 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท 087948 911760 964534 951422 921197 390901 881589 957579 220479 634579 525124 175600 077284 108995 834392 163336 042954 677190 496946 704317 469546 602969 090488 148251 984709 098742 371805 135686 382601 753231 698230 647791 419565 058705 292496 551002 912641 797998 819949 494774 427938 009137 774682 474446 466069 227852 069926 296302 770594 954784 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท 640649 903515 018511 340396 260275 347916 052624 066467 400569 313200 956587 394615 347555 789457 967666 822494 698015 141964 165037 746917 420175 066787 282425 650697 101187 467985 072218 143859 811115 501262 154810 741171 392022 247750 472179 525380 968928 218883 779319 609021 257054 840775 933456 507558 433131 577013 384097 425533 772677 085369 722077 864451 301018 539302 821550 856698 665308 344451 936436 377579 352780 029852 611097 908959 519010 514704 546351 923396 809872 010762 769384 596598 161209 324836 506069 675396 713690 514983 256779 843173 688159 877382 446114 933489 079513 277191 219402 744292 118074 612654 476148 426357 257232 819472 698943 992325 099278 802029 246256 154759 กรุณาตรวจสอบความถูกต้องกับสำนักงานสลาก กินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท เป๋าตัง ถูกหวย ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท เช็ค วิธีขึ้นเงิน และ ค่าธรรมเนียม ได้ที่นี่ สถานที่ขึ้นเงินรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล มีอยู่หลายแห่ง และมีหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งจะมีอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัลแตกต่างกันไป รวมถึงหลายคนคงสงสัยว่า ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท จากเป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว ทั้ง วิธีขึ้นเงิน "สลากดิจิทัล 80 บาท จากแอปฯ เป๋าตังค์" และ "สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ซื้อจากแผงขายลอตเตอรี่" ดังนี้ ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน หักเงินกี่บาท ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ เมื่อถูกหวยสลากดิจิทัล 80 บาท ที่ซื้อผ่านแอปฯ เป๋าตัง เงินรางวัลจะโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชันเป๋าตัง ดังนั้นผู้ที่ซื้อสลากดิจิทัล 80 บาทขึ้นเงินได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ช่องทางที่ 1 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทย ผูกบัญชีเพื่อเข้ารับรางวัลสลากดิจิทัลบนแอปฯ เป๋าตัง โดยเปิดแอปฯ แล้วเลือก อื่นๆ จากนั้นให้เลือก ตั้งค่า ผูกบัญชีรับเงินรางวัล หากถูกรางวัลสลากดิจิทัล แอปฯ เป๋าตังจะแจ้งเตือนว่าคุณถูกรางวัล ภายในไม่เกิน 19.00 น. ของวันที่ออกรางวัลงวดนั้นๆ กดที่แจ้งเตือน หรือไปที่เมนู "สลากของฉัน" ในแอปฯ เป๋าตัง กดเลือก รับรางวัลผ่านบัญชีกรุงไทย ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการผูกบัญชี ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแจ้งว่าขึ้นเงินรางวัลสำเร็จ จากนั้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้ ภายใน 12 ชั่วโมง โดยเสียค่าธรรมเนียม 1% และค่าภาษีอากรสแตมป์ 0.5 % ของเงินรางวัล หมายเหตุ เมื่อถูกรางวัลสลากดิจิทัล จะต้องกดยืนยันวิธีการรับเงินภายใน 15 วัน หากเกินกำหนดจะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น หากถูกสลากดิจิทัลรางวัลที่หนึ่ง จะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น ส่วนรางวัลอื่นๆ สามารถขึ้นเงินผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ตามปกติ ช่องทางที่ 2 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัล ด้วยตัวเอง ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ หากต้องการขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเองที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เมื่อได้รับแจ้งเตือนว่าถูกรางวัลสลากดิจิทัล สามารถกดที่การแจ้งเตือน แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้ เลือก ขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเอง เลือกวันที่ต้องการไปขึ้นรางวัล ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการขึ้นเงินรางวัล ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแสดงว่าทำรายการสำเร็จ เมื่อถึงวันที่เลือกไว้แล้ว ก็สามารถไปขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลได้ที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 คลิกดูแผนที่ได้ที่นี่วิธีนี้จะเสียค่าอากรสแตมป์ 0.5% ของเงินรางวัล ถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไป ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท หากคุณถูกหวยจากสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไปที่ขายตามแผงต่างๆ สามารถนำไปขึ้นเงินได้ตามที่ต่างๆ ดังนี้ 1.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนามบินน้ำ)วันและเวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30-15.00 น. ไม่หยุดพักกลางวัน เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ หรือ กรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) จุดขึ้นเงินรางวัล : ชั้น 1 ห้องจ่ายรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : จะคิดเป็นร้อยละ 50 สตางค์ของมูลค่าเงินรางวัลที่ถูกสลาก หรือ 0.5% ของเงินรางวัล 2. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) และธนาคารออมสิน วันและเวลาทำการ : ตามเวลาทำการของแต่ละสาขา โดยจะจ่ายตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันออกรางวัลในงวดนั้นๆ ไปจนถึงเวลา 12.00 น.ของวันออกรางวัลในงวดถัดไป (ไม่รับขึ้นเงินรางวัลที่หนึ่ง) เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือกรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : ค่าธรรมเนียม 1% และค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของมูลค่าเงินรางวัล รวมเป็น 1.50% ของมูลค่าเงินรางวัล (อาจมีค่าธรรมอื่นๆ เพิ่มเติม โปรดสอบถามธนาคารอีกครั้ง) สำหรับสลากการกุศล ผู้ขอรางวัล ต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1 ของเงินรางวัล 3.แผงล็อตเตอรี่ สำหรับแผงลอตเตอรี่ที่ติดป้าย รับขึ้นเงินรางวัล โดยส่วนใหญ่คิดค่าธรรมเนียม 2 - 3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.50%) ของมูลค่าเงินรางวัล 5.ร้านทอง คิดอัตราค่าธรรมเนียม 1-3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.5%) ทั้งนี้ ไม่ว่าจะถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลใดก็ตาม อย่าลืมรีบไป "ขึ้นเงิน" หรือขอรับเงินรางวัลภายใน 2 ปี สำหรับสลากทั่วไป และภายใน 1 ปีสำหรับสลากดิจิทัล นับจากวันออกรางวัลสลากฯงวดนั้นๆ เพราะหากเกินกำหนดจะถูกนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ตรวจสอบรายชื่อจุดจําหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาท ในโครงการสลาก 80 กองสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเริ่มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาทตามจุดจำหน่ายต่างๆ ในกทม. และนนทบุรี งวดแรก 17 มกราคม 2565 และจะขยายจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 ทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป โดยท่านสามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายได้ดังนี้ วิธีที่ 1 เช็ครายละเอียดจุดจําหน่ายผ่านเว็บไซต์ คลิกดูจุดจำหน่าย คลิกที่นี่โดยสามารถเลือกเขตของจุดจำหน่ายที่คุณสะดวกได้เลย วิธีที่ 2 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เปิดแอปพลิเคชัน แล้วค้นหาจุดจําหน่าย GL0 Official Sellers ตามขั้นตอนดังนี้ เปิดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เลือกเมนู เลือกจุดจําหน่ายสลาก พิมพ์ GOs ในช่องค้นหาสถานที่ ตรวจหวย ย้อนหลัง และ แคปชั่นวันหวยออก ที่น่าสนใจ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มีนาคม 2568 ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 30 ธันวาคม 2565 สถิติหวยออกเดือนมีนาคม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันที่ 30 ธันวาคม คม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันพฤหัสบดีย้อนหลัง 10 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกวันพฤหัสบดี 166 แคปชั่นวันหวยออก 2565 มาใหม่! แคปชั่นเลขเด็ด คำคม เพื่อสายอ่อย สายฮา จัดมาครบ เด็ดๆ โดนๆ! 60 แคปชั่นหวยกิน ฮาๆ ขำๆ คำคมเลขเด็ด จัดเซ็ตเพื่อสายอ่อย สายฮา ในวันหวยออก 30 แคปชั่นอ่อย วันหวยออก 2565 มาใหม่! ชอบเลขไหนก็หยิบเอา แต่ถ้าชอบเราก็จีบได้ โพสต์ไปอาจได้แฟน! ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลย้อนหลังรู้ผลทันที หากยังอ่านดวงไม่จุใจ ติดตามอ่านดวงแบบอื่นๆ ได้ที่นี

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
อ่าน

ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวยวันที่ 1 ตุลาคม 2568 งวดนี้ออกอะไร มา ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 ตรวจเลขท้าย 3 ตัว ตรวจเลขท้าย 2 ตัว และรางวัลอื่นๆ ครบทุกรางวัลกันได้ที่นี่เลย หวยงวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นี้หวยวันออกอะไรบ้าง TrueID Horoscope มีให้คุณได้ตรวจกันทุกรางวัล พร้อมรายละเอียดครบครัน หากถูกหวย ถูกรางวัลสลากดิจิทัล / สลากทั่วไป ต้องขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท และ จุดจําหน่ายสลากราคา 80 บาท มาเช็คกันได้เลย โดยคุณสามารถติดตามผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ตามเวลาออกอากาศได้ที่ช่องอมรินทร์ทีวีช่องไทยรัฐทีวี ตรวจหวย งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ตรวจหวย รางวัลที่ 1 งวดประจำ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 รางวัลละ 6,000,000 บาท 876978 ตรวจหวย รางวัลเลขหน้า 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 843 532 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 280 605 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 2 ตัว 1 รางวัลๆ ละ 2,000 บาท 77 ตรวจหวย รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท 876977 876979 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท 421381 371258 970384 998363 153393 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท 045714 906397 911225 963923 929285 403995 749301 049940 096450 013545 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท 545499 956269 669791 266527 479708 663976 904427 209315 291922 501989 561283 360324 266926 171388 132140 139662 844570 644973 278673 473357 549651 148016 523583 147837 006215 828429 067069 354033 597793 723286 932624 682309 047848 098776 672488 273653 157059 495884 945155 482653 164774 921256 290222 610627 493924 787420 904797 948670 553897 925377 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท 193873 694680 963682 981797 096531 723466 821121 684699 908672 684693 750713 805572 620485 190937 708846 860278 893079 896675 596868 952598 235460 124495 799708 945496 097839 788294 405886 214952 409341 720449 326052 200133 159128 927106 922417 333995 936612 108014 239488 086100 308822 283399 716093 539850 190194 206456 890951 763154 053720 742569 497895 138108 757492 787273 506580 176544 736108 337400 723196 227791 241232 611806 569426 345063 288515 927811 037382 953246 868046 764030 222081 548980 877787 923143 835846 958101 785200 611308 826067 960292 041456 423482 790488 629488 237584 872473 579258 432523 002122 918023 411901 195965 031911 278410 215459 042677 645371 080767 531043 239860 กรุณาตรวจสอบความถูกต้องกับสำนักงานสลาก กินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท เป๋าตัง ถูกหวย ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท เช็ค วิธีขึ้นเงิน และ ค่าธรรมเนียม ได้ที่นี่ สถานที่ขึ้นเงินรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล มีอยู่หลายแห่ง และมีหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งจะมีอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัลแตกต่างกันไป รวมถึงหลายคนคงสงสัยว่า ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท จากเป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว ทั้ง วิธีขึ้นเงิน "สลากดิจิทัล 80 บาท จากแอปฯ เป๋าตังค์" และ "สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ซื้อจากแผงขายลอตเตอรี่" ดังนี้ ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน หักเงินกี่บาท ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ เมื่อถูกหวยสลากดิจิทัล 80 บาท ที่ซื้อผ่านแอปฯ เป๋าตัง เงินรางวัลจะโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชันเป๋าตัง ดังนั้นผู้ที่ซื้อสลากดิจิทัล 80 บาทขึ้นเงินได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ช่องทางที่ 1 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทย ผูกบัญชีเพื่อเข้ารับรางวัลสลากดิจิทัลบนแอปฯ เป๋าตัง โดยเปิดแอปฯ แล้วเลือก อื่นๆ จากนั้นให้เลือก ตั้งค่า ผูกบัญชีรับเงินรางวัล หากถูกรางวัลสลากดิจิทัล แอปฯ เป๋าตังจะแจ้งเตือนว่าคุณถูกรางวัล ภายในไม่เกิน 19.00 น. ของวันที่ออกรางวัลงวดนั้นๆ กดที่แจ้งเตือน หรือไปที่เมนู "สลากของฉัน" ในแอปฯ เป๋าตัง กดเลือก รับรางวัลผ่านบัญชีกรุงไทย ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการผูกบัญชี ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแจ้งว่าขึ้นเงินรางวัลสำเร็จ จากนั้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้ ภายใน 12 ชั่วโมง โดยเสียค่าธรรมเนียม 1% และค่าภาษีอากรสแตมป์ 0.5 % ของเงินรางวัล หมายเหตุ เมื่อถูกรางวัลสลากดิจิทัล จะต้องกดยืนยันวิธีการรับเงินภายใน 15 วัน หากเกินกำหนดจะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น หากถูกสลากดิจิทัลรางวัลที่หนึ่ง จะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น ส่วนรางวัลอื่นๆ สามารถขึ้นเงินผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ตามปกติ ช่องทางที่ 2 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัล ด้วยตัวเอง ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ หากต้องการขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเองที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เมื่อได้รับแจ้งเตือนว่าถูกรางวัลสลากดิจิทัล สามารถกดที่การแจ้งเตือน แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้ เลือก ขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเอง เลือกวันที่ต้องการไปขึ้นรางวัล ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการขึ้นเงินรางวัล ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแสดงว่าทำรายการสำเร็จ เมื่อถึงวันที่เลือกไว้แล้ว ก็สามารถไปขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลได้ที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 คลิกดูแผนที่ได้ที่นี่วิธีนี้จะเสียค่าอากรสแตมป์ 0.5% ของเงินรางวัล ถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไป ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท หากคุณถูกหวยจากสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไปที่ขายตามแผงต่างๆ สามารถนำไปขึ้นเงินได้ตามที่ต่างๆ ดังนี้ 1.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนามบินน้ำ)วันและเวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30-15.00 น. ไม่หยุดพักกลางวัน เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ หรือ กรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) จุดขึ้นเงินรางวัล : ชั้น 1 ห้องจ่ายรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : จะคิดเป็นร้อยละ 50 สตางค์ของมูลค่าเงินรางวัลที่ถูกสลาก หรือ 0.5% ของเงินรางวัล 2. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) และธนาคารออมสิน วันและเวลาทำการ : ตามเวลาทำการของแต่ละสาขา โดยจะจ่ายตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันออกรางวัลในงวดนั้นๆ ไปจนถึงเวลา 12.00 น.ของวันออกรางวัลในงวดถัดไป (ไม่รับขึ้นเงินรางวัลที่หนึ่ง) เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือกรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : ค่าธรรมเนียม 1% และค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของมูลค่าเงินรางวัล รวมเป็น 1.50% ของมูลค่าเงินรางวัล (อาจมีค่าธรรมอื่นๆ เพิ่มเติม โปรดสอบถามธนาคารอีกครั้ง) สำหรับสลากการกุศล ผู้ขอรางวัล ต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1 ของเงินรางวัล 3.แผงล็อตเตอรี่ สำหรับแผงลอตเตอรี่ที่ติดป้าย รับขึ้นเงินรางวัล โดยส่วนใหญ่คิดค่าธรรมเนียม 2 - 3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.50%) ของมูลค่าเงินรางวัล 5.ร้านทอง คิดอัตราค่าธรรมเนียม 1-3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.5%) ทั้งนี้ ไม่ว่าจะถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลใดก็ตาม อย่าลืมรีบไป "ขึ้นเงิน" หรือขอรับเงินรางวัลภายใน 2 ปี สำหรับสลากทั่วไป และภายใน 1 ปีสำหรับสลากดิจิทัล นับจากวันออกรางวัลสลากฯงวดนั้นๆ เพราะหากเกินกำหนดจะถูกนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ตรวจสอบรายชื่อจุดจําหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาท ในโครงการสลาก 80 กองสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเริ่มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาทตามจุดจำหน่ายต่างๆ ในกทม. และนนทบุรี งวดแรก 17 มกราคม 2565 และจะขยายจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 ทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป โดยท่านสามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายได้ดังนี้ วิธีที่ 1 เช็ครายละเอียดจุดจําหน่ายผ่านเว็บไซต์ คลิกดูจุดจำหน่าย คลิกที่นี่โดยสามารถเลือกเขตของจุดจำหน่ายที่คุณสะดวกได้เลย วิธีที่ 2 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เปิดแอปพลิเคชัน แล้วค้นหาจุดจําหน่าย GL0 Official Sellers ตามขั้นตอนดังนี้ เปิดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เลือกเมนู เลือกจุดจําหน่ายสลาก พิมพ์ GOs ในช่องค้นหาสถานที่ ตรวจหวย ย้อนหลัง และ แคปชั่นวันหวยออก ที่น่าสนใจ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มีนาคม 2568 ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2565 สถิติหวยออกเดือนมีนาคม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันที่ 1 ตุลาคม คม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันพฤหัสบดีย้อนหลัง 10 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกวันพฤหัสบดี 166 แคปชั่นวันหวยออก 2565 มาใหม่! แคปชั่นเลขเด็ด คำคม เพื่อสายอ่อย สายฮา จัดมาครบ เด็ดๆ โดนๆ! 60 แคปชั่นหวยกิน ฮาๆ ขำๆ คำคมเลขเด็ด จัดเซ็ตเพื่อสายอ่อย สายฮา ในวันหวยออก 30 แคปชั่นอ่อย วันหวยออก 2565 มาใหม่! ชอบเลขไหนก็หยิบเอา แต่ถ้าชอบเราก็จีบได้ โพสต์ไปอาจได้แฟน! ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลย้อนหลังรู้ผลทันที หากยังอ่านดวงไม่จุใจ ติดตามอ่านดวงแบบอื่นๆ ได้ที่นี

เช็กที่นี่ ธนาคารไหนบ้าง? ปิดบริการสาขาพื้นที่เสี่ยงชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นการชั่วคราว
อ่าน

เช็กที่นี่ ธนาคารไหนบ้าง? ปิดบริการสาขาพื้นที่เสี่ยงชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นการชั่วคราว

ธนาคารปิดบริการสาขาในพื้นที่เสี่ยงชายแดนไทย - กัมพูชา เป็นการชั่วคราวจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา อันส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ธนาคารต่างๆ จึงได้ออกประกาศแจ้งปิดบริการสาขาในพื้นที่เสี่ยงเป็นการชั่วคราว โดยมีรายละเอียด ดังนี้ธนาคารกรุงไทยเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ธนาคารขอแจ้งปิดบริการสาขาในพื้นที่เสี่ยงเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไปประกอบด้วยสาขา ดังนี้1. สาขากันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ2. สาขาขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ3. สาขาปราสาท จ.สุรินทร์4. สาขาสังขะ จ.สุรินทร์5. สาขาบุณฑริก จ.อุบลราชธานี6. สาขาละหานทราย จ.บุรีรัมย์7. สาขาตาพระยา จ.สระแก้ว8. สาขาวัฒนานคร จ.สระแก้ว9. สาขาอรัญประเทศ จ.สระแก้ว10. สาขาสอยดาว จ.จันทบุรี11. สาขาโป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี12. สาขาตราด จ.ตราด13. สาขาคลองใหญ่ จ.ตราด14. สาขาร้านสหกรณ์จังหวัดตราด จ.ตราดทั้งนี้ ท่านสามารถใช้บริการได้ที่สาขาใกล้เคียงโดยค้นหาได้ที่ https://krungthai.com/th/contact-us/ktb-location หรือทำธุรกรรมผ่าน Krungthai NEXT หรือ ตู้ ATMรายละเอียด คลิก : https://krungthai.com/link/branch-frontier-effect-fbขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์SCB ขอแจ้งปิดให้บริการสาขาชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนจ.สุรินทร์สาขา ปราสาทสาขา สังขะ-จ.ศรีสะเกษสาขากันทรลักษณ์จ.สระแก้วสาขาตลาดโรงเกลือทั้งนี้ ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ที่สาขาใกล้เคียง หรือทำธุรกรรมผ่านแอป SCB EASY, ตู้ ATM/CDM ค่ะธนาคารขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส. )ประกาศจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนธ.ก.ส. ขอแจ้งปิดให้บริการสาขา ธ.ก.ส. ชั่วคราว ได้แก่จ. สุรินทร์สาขาพนมดงรักสาขากาบเชิงสาขาบัวเชดสาขาปราสาทสาขาหนองยาวสาขาสังขะสาขาปราสาทเมืองใหม่จ.อุบลราชธานีสาขาน้ำยืนจ.บุรีรัมย์สาขาบ้านกรวดจ. ศรีสะเกษสาขากันทรลักษ์สาขาถนนพระวิหารทั้งนี้จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ธนาคารกรุงเทพธนาคารกรุงเทพ แจ้งปิดให้บริการสาขาชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี สาขาน้ำยืนจังหวัดบุรีรัมย์ สาขาบ้านกรวดจังหวัดศรีสะเกษ สาขากันทรลักษ์จังหวัดสุรินทร์ สาขาปราสาทขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ที่สาขาใกล้เคียง จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงธนาคารกรุงศรีอยุธยาธนาคารกรุงศรีอยุธยา แจ้งปิดสาขาชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน• สาขากันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ• สาขาตราด จังหวัดตราดทั้งนี้ ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ที่สาขาใกล้เคียง จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง“แพทองธาร” ประณามกัมพูชาใช้ความรุนแรง พร้อมหนุนทุกมาตรการตอบโต้ภายใต้กรอบกฎหมายกต. ออกแถลงการณ์ ประณามกัมพูชาละเมิดอธิปไตย-เรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบศธ. สั่งปิดโรงเรียนชายแดนสุรินทร์เพื่อความปลอดภัย หลังเกิดเหตุปะทะไทย-กัมพูชาสถานเอกอัครราชทูตฯ แนะคนไทยเดินทางออกจากกัมพูชาโดยเร็วที่สุด

รายชื่อ 8 โรงพยาบาลเอกชนในกทม. เปิดรับลงทะเบียน-ย้ายสิทธิบัตรทอง
อ่าน

รายชื่อ 8 โรงพยาบาลเอกชนในกทม. เปิดรับลงทะเบียน-ย้ายสิทธิบัตรทอง

นพ.วีระพันธ์ ลีธนะกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า กรุงเทพมหานครนอกเหนือจากการเป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนในการเข้าถึงบริการ ยังมีหน่วยบริการที่จำกัด โดยเฉพาะในส่วนของหน่วยบริการภาครัฐ เมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรในกทม. ที่มีจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ส่งผลต่อการเข้าถึงบริการของประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง 30 บาท8 โรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ กทม. เปิดรับลงทะเบียน/ย้ายสิทธิบัตรทอง 30 บาท ดังนั้น ที่ผ่านมา สปสช.จึงได้ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มให้กับประชาชนผู้ใช้สิทธิ โดยล่าสุดในส่วนของหน่วยบริการปฐมภูมิ สปสช. ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่เพิ่มเป็น 8 แห่ง ในการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วสปสช. จึงขอเชิญชวนประชาชนที่ต้องการลงทะเบียนหรือย้ายหน่วยบริการปฐมภูมิ สามารถเลือกโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมนี้ได้ ซึ่งขณะนี้มีผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้ลงทะเบียนแล้วเป็นจำนวน 46,339 คนแล้ว โรงพยาบาลเอกชน 8 แห่งที่เข้าร่วมระบบบัตรทองทั้งนี้ โรงพยาบาลเอกชน 8 แห่งที่เข้าร่วมระบบบัตรทอง มีดังนี้1. โรงพยาบาลเพชรเวช (เขตห้วยขวาง) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 14,642 คนโทร. 13902. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช ธนบุรี (เขตราษฎร์บูรณะ)มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 11,300 คนโทร. 02-427-9966 ต่อ 512,515 มือถือ 064-183-32373. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช สีลม (เขตบางรัก) มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 7,129 คนโทร. 02-635-7123 /มือถือ 083-945-85914. โรงพยาบาลบางนา 1 (เขตบางนา)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 6,602 คนโทร. 02-746-8630-85. โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา (เขตสวนหลวง) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 4,269 คนโทร. 02-314-07276. โรงพยาบาลเดอะซีพลัส ประเวศ (เขตประเวศ)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 1,178 คนโทร. 02-322-95557. โรงพยาบาลมิตรประชา (เขตภาษีเจริญ) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 910 คนโทร. 02-455-55998. โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 3 (เขตบางนา)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 282 คนโทร. 064-569-9098 ลงทะเบียนเรียบร้อยเข้ารับบริการโดยตรงได้ที่โรงพยาบาลลงทะเบียนนพ.วีระพันธ์ กล่าวต่อว่า สปสช. ขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งผู้ที่มีทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ หรือผู้ที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนมาในพื้นที่ สามารถลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการปฐมภูมิและหน่วยบริการประจำได้ ติดต่อได้ที่โรงพยาบาลเอกชนทั้ง 8 แห่งข้างต้นนี้ เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วสามารถเข้ารับบริการโดยตรงได้ที่โรงพยาบาลลงทะเบียน หรือดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน สปสช. หรือ ไลน์ OA สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) เลือกเปลี่ยนหน่วยบริการและดำเนินการตามขั้นตอน โดยสามารถเปลี่ยนหน่วยบริการได้ถึง 4 ครั้งต่อปี และจะได้รับสิทธิทันที ไม่ต้องรอนาน 15 วันเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้สำหรับเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ คือบัตรประชาชน สำหรับเด็กเล็กที่ไม่มีบัตรประชาชนใช้สูติบัตรคู่กับบัตรประชาชนของผู้ปกครอง อย่างไรก็ดีหากไม่สะดวกก็สามารถมาย้ายหน่วยบริการด้วยตนเองได้ที่ ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพ สปสช. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารบี ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. หรือ โทร. สายด่วน สปสช. 1330 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการส่วนกรณีผู้ที่มีทะเบียนบ้านไม่ตรงกับที่พักอาศัยในปัจจุบัน ให้แสดงหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ หนังสือรับรองของเจ้าบ้าน ผู้นำชุมชน ผู้ว่าจ้าง นายจ้าง หรือทำหนังสือรับรองตนเอง รวมไปถึงเอกสารหรือหลักฐานที่มีชื่อของผู้ที่ต้องการเปลี่ยนหน่วยบริการ เช่น ใบเสร็จค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเช่าที่พัก สัญญาเช่าที่พัก เป็นต้นอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเจ็บป่วยเล็กน้อย 42 อาการ หาหมอออนไลน์ด้วยสิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่ครบ 6 เดือนรัฐบาลแพทองธาร ประชาชนชื่นชมหลายนโยบาย พอใจ “30 บาท รักษาทุกที่” มากสุดนายกฯ ยืนยัน 30 บาทรักษาทุกที่ ไม่มีทางปล่อยให้โครงการล้มแน่นอน

ประมูลบ้านมือสอง! ธอส. จัดออนไลน์ 18 กรกฎาคมนี้ ลดราคาสูงสุด 35%
อ่าน

ประมูลบ้านมือสอง! ธอส. จัดออนไลน์ 18 กรกฎาคมนี้ ลดราคาสูงสุด 35%

นายวิทยา แสนภักดี รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานปรับโครงสร้างหนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. เพิ่มทางเลือกในการมีที่อยู่อาศัยให้กับคนไทยมากขึ้น ผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้อย่างสะดวก ด้วยการจัดงาน “ประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 5 ประจำเดือนกรกฎาคม” ในวันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2568 ระหว่างเวลา 12.00 -12.30 น. ผ่าน Application : GHB ALL HOME โดยนำทรัพย์เด่น ทำเลดี ราคาคุ้มค่าถึง 1,364 รายการทั่วประเทศ ทั้งประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่า มาจำหน่ายในราคาพิเศษด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 35% จากราคาปกติ โดยเป็นทรัพย์ในพื้นที่กรุงเทพ ฯ และปริมณฑล จำนวน 491 รายการรายการที่น่าสนใจ อาทิ ทรัพย์ประเภททาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 17.7 ตารางวา โครงการฟอร์เร่ลำลูกกาคลอง 5 อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ราคาเริ่มต้นประมูล 2,040,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์อยู่ในโครงการที่มีระบบสาธารณูปโภคครบครัน เดินทางได้หลายเส้นทางและใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกมากมายขณะที่รายการทรัพย์ที่เปิดประมูลเริ่มต้นต่ำสุดเพียง 346,000 บาท คือ ทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม ชั้น 5 จาก 5 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 32.06 ตารางเมตร โครงการบ้านเอื้ออาทร วัดศรีวารีน้อย 2 อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ส่วนทรัพย์ในส่วนภูมิภาค นำออกมาประมูล 873 รายการ โดยมีรายการทรัพย์ที่น่าสนใจ ได้แก่ ทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 54 ตารางวา ในโครงการสีวลี อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ราคาเริ่มต้นประมูล 2,790,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ที่อยู่ใกล้ตัวเมืองเชียงราย และเหมาะแก่การอยู่อาศัยสำหรับลูกค้าที่ชนะการประมูลสามารถใช้โปรโมชันผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อสำหรับซื้อทรัพย์ NPA พร้อมขายของธนาคาร” ที่จะได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำ นานสูงสุด 24 เดือน และหากทำนิติกรรมและโอนกรรมสิทธิ์ ภายในวันที่ 16 กันยายน 2568 จะได้รับส่วนลด On top เพิ่มอีก 15% โดยผู้ที่สนใจสามารถดูทรัพย์จริง หรือรับชมภาพทรัพย์ก่อนเข้าร่วมประมูลได้ทาง Application : GHB ALL HOME หรือ www.ghbhomecenter.com และลงทะเบียนชำระเงินประกันเข้าร่วมประมูลออนไลน์ ได้ตั้งแต่วันนี้ - 16 กรกฎาคม 2568 เวลา 22.00 น. รายการละ 10,000 บาท สามารถดาวน์โหลด Application : GHB ALL HOME ผ่านระบบ iOS หรือ Android เพื่อลงทะเบียนการใช้งาน จากนั้นเลือกเมนู “ประมูล Online” และเลือกทรัพย์ที่ต้องการ ก่อนชำระเงินประกันผ่านทาง Application : GHB ALL GEN หรือ QR Code ก่อนเข้าร่วมประมูลและเสนอราคาในการประมูลต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 กด 5 หรือ Facebook Fanpage บ้านมือสอง ธอส. หรือดูข้อมูลบ้านมือสอง ธอส. ได้ที่ www.ghbhomecenter.com, Mobile Application : GHB ALL HOME และ Line Official Account : @GHBALLHOME

น.ค.1 คืออะไร? เปิดสิทธิครอบครองที่ดินในนิคมสร้างตนเอง
อ่าน

น.ค.1 คืออะไร? เปิดสิทธิครอบครองที่ดินในนิคมสร้างตนเอง

น.ค.1 คืออะไร?น.ค.1 หรือ หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเอง เป็นเอกสารทางราชการที่ออกโดย กรมประชาสงเคราะห์ (ปัจจุบันคือ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ) เพื่อให้บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิกโครงการนิคมสร้างตนเอง มีสิทธิใช้พื้นที่ของรัฐในการอยู่อาศัยและประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สิทธิที่ได้จากเอกสาร น.ค.1ผู้ถือเอกสาร น.ค.1 มีสิทธิ เข้าใช้และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ตามขอบเขตที่ระบุไว้ในโครงการนิคมสร้างตนเอง เช่น การอยู่อาศัย ทำการเกษตร หรือพัฒนาอาชีพอื่นที่สอดคล้องกับแผนของรัฐ อย่างไรก็ตาม เอกสารฉบับนี้ ยังไม่ใช่โฉนดที่ดิน หรือ หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ ผู้ถือจึงยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เงื่อนไขสู่การถือครองถาวรแม้ น.ค.1 จะเป็นเพียง “สิทธิครอบครองชั่วคราว” แต่หากผู้ถือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่นทำประโยชน์ในที่ดินตามระยะเวลาที่รัฐกำหนดปฏิบัติตามระเบียบและไม่ละเมิดเงื่อนไขของโครงการชำระหนี้ค้างชำระ (ถ้ามี)ก็สามารถยื่นขอ น.ค.3 ได้ในลำดับถัดไป ซึ่งเป็น หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดิน และเมื่อผ่านเกณฑ์ต่อเนื่อง ก็สามารถยื่นเรื่องขอ โฉนดที่ดิน ได้ในภายหลัง ทำไมเอกสาร น.ค.1 จึงสำคัญ?เป็นจุดเริ่มต้นของสิทธิในการใช้ที่ดินอย่างถูกกฎหมายในพื้นที่นิคมช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลมีที่อยู่อาศัยและทำกินเป็นเครื่องมือของรัฐในการกระจายการถือครองที่ดิน และสนับสนุนการพัฒนาชนบทเป็นพื้นฐานสำคัญของการขอเอกสารสิทธิ์ที่ดินในลำดับต่อไป เช่น น.ค.3 หรือโฉนด

ตึกสตง.ถล่ม! ตร. แถลงส่งร่าง-ชิ้นส่วนให้ญาติแล้ว 93 ราย ยังยืนยันตัวตนไม่ได้ 2 ราย
อ่าน

ตึกสตง.ถล่ม! ตร. แถลงส่งร่าง-ชิ้นส่วนให้ญาติแล้ว 93 ราย ยังยืนยันตัวตนไม่ได้ 2 ราย

พล.ต.อ. ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สส 1) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการปฏิบัติงานศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล กรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ณ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับการสูญเสียของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุแผ่นดินไหวที่เมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้เกิดความเสียหายหลายพื้นที่ในราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างได้ถล่มลงมา ในขณะเกิดเหตุยังมีเจ้าหน้าที่ บุคคลากรที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายปฏิบัติงานอยู่ จึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้สูญหาย และผู้เสียชีวิตหลายรายหลังมีการรายงานเหตุอาคารถล่ม พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เร่งรุดเข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อปฏิบัติงานช่วยเหลือสนับสนุนในทันที พร้อมสั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาขึ้นทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตั้งอยู่ที่สถาบันนิติเวชวิทยา ประกอบด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ, กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ, กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และกลุ่มงานพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ มีภารกิจเป็นศูนย์อำนวยการและสั่งการในการตรวจสถานที่เกิดเหตุ การชันสูตรพลิกศพ การตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล การจัดการศพ การติดตามผู้สูญหายและการส่งกลับรวมทั้งประสานการปฏิบัติกับส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถส่งกลับคืนศพให้กับญาติผู้เสียชีวิตได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว พร้อมกันนี้ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ ยังได้ร่วมบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายใต้สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานราชการอื่น อาทิ พนักงานสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย, กรมการปกครองเป็นผู้ให้ข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ถือสัญชาติไทย, สำนักงานเขตจตุจักรและสำนักงานเขตปทุมวัน เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการออกใบมรณบัตร ณ ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ เป็นต้น ในการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลตามมาตรฐานสากล สามารถกระทำได้หลัก ๆ 3 วิธี คือ การตรวจเปรียบเทียบสารพันธุกรรม (DNA), การตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ และการตรวจข้อมูลทันตกรรม ซึ่งทั้ง 3 วิธีนี้ถูกนำมาใช้ร่วมกันในการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ในศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ โดยการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ในการตรวจสารพันธุกรรมจำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลสารพันธุกรรมจากศพหรือชิ้นส่วนศพ และข้อมูลสารพันธุกรรมจากญาติร่วมสายโลหิต เพื่อตรวจเปรียบเทียบกับศพหรือชิ้นส่วนศพซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนประสานความร่วมมือกับศูนย์พิสูจน์หลักฐานจังหวัดในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ อำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิตในการเก็บสารพันธุกรรม และจัดส่งตัวอย่างสารพันธุกรรมมาตรวจเปรียบเทียบที่สถาบันนิติเวชวิทยา โดยที่ญาติไม่ต้องเดินทางมาที่สถาบันนิติเวชวิทยาด้วยตัวเอง อันเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย ลดเวลาในการเดินทางของญาติจากระยะเวลาการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 จนถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีผลการปฏิบัติงาน มีดังนี้1. รายงานศพและชิ้นส่วนศพที่รับเข้าระบบนิติเวชวิทยาเพื่อพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล แบ่งเป็น ศพ จำนวน 80 ราย และชิ้นส่วนศพ จำนวน 316 ชิ้น2. DNA ที่เก็บจากญาติของผู้เสียชีวิต/ผู้สูญหายเพื่อตรวจเปรียบเทียบ จำนวน 95 ราย3. ผลการยืนยันตัวบุคคลจากการตรวจเปรียบเทียบ DNA และลายนิ้วมือ สามารถยืนยันตัวบุคคลและส่งให้ญาติแล้ว จำนวน 93 ราย เหลือไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ จำนวน 2 รายสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนาย เจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเท อุตสาหะ ในการดำเนินงานเพื่อประชาชน ขอขอบคุณหน่วยงานจากทุกภาคส่วนที่ร่วมกันบูรณาการเพื่อประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติผู้ได้รับความสูญเสีย พร้อมนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอปิดศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตั้งแต่บัดนี้

เบิกเอง ตรวจเอง โกงซ้ำ 11 ครั้ง เขย่าศรัทธาระบบราชการไทย
อ่าน

เบิกเอง ตรวจเอง โกงซ้ำ 11 ครั้ง เขย่าศรัทธาระบบราชการไทย

เบิกเอง ตรวจเอง โกงซ้ำ 11 ครั้ง คดีค่าเช่าบ้านที่เขย่าศรัทธาระบบราชการในสังคมที่การทุจริตอาจแฝงตัวอยู่ในรูปแบบเรียบง่ายจนแทบไม่สะดุดตา การเบิกค่าเช่าบ้านโดยมิชอบของข้าราชการอาจถูกมองว่าเป็นเพียง “เรื่องเล็ก” ในระบบราชการขนาดใหญ่ แต่สำหรับหน่วยงานอย่างสำนักงาน ป.ป.ช. การปล่อยให้เรื่องเล็กหลุดรอด นั่นหมายถึงจุดเริ่มต้นของการสั่นคลอนต่อหลักธรรมาภิบาลในภาครัฐคดีเบิกค่าเช่าบ้านเท็จของปลัดเทศบาลในจังหวัดกาฬสินธุ์ คือกรณีศึกษาหนึ่งที่สะท้อนความซับซ้อนของการใช้อำนาจหน้าที่อย่างบิดเบี้ยว โดยบุคคลเดียวกันสวมสองบทบาท ทั้งในฐานะผู้ขอเบิก และผู้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารตนเอง การกระทำซึ่งนำไปสู่การเบิกงบประมาณแผ่นดินอย่างไม่ชอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าบทความนี้ถอดรหัสเบื้องหลังคดีดังกล่าวผ่านสายตาของ “นายนันทวัฒน์ นักษัตรจอมพล” พนักงานไต่สวนระดับสูง สังกัดสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ทำหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น เพื่อพิสูจน์ว่าความผิดเล็กน้อยในสายตาบางคน อาจซุกซ่อนโครงสร้างการทุจริตที่ขยายตัวอย่างเงียบงันในระบบราชการไทย.เริ่มต้นจากการตรวจสอบบัญชี สู่เงื่อนงำของการเบิกจ่ายอันไม่ชอบนายนันทวัฒน์ นักษัตรจอมพล พนักงานไต่สวนระดับสูง สำนักคดี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึง รายละเอียดของคดีเบิกค่าเช่าบ้านอันเป็นเท็จ โดยชี้ว่าคดีนี้เริ่มต้นขึ้นจากการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภูมิภาคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 2547 ซึ่งพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของข้าราชการในเทศบาลตำบลกมลาไสย และเทศบาลตำบลหนองแปน จังหวัดกาฬสินธุ์การตรวจสอบฎีกาเบิกเงินจากทั้งสองเทศบาลพบว่ามีการเบิกค่าเช่าบ้านที่ปรากฏหลักฐานครบถ้วนตามระเบียบทางราชการ แต่เมื่อตรวจสอบลึกลงไปกลับพบข้อเท็จจริงว่าเอกสารหลายฉบับที่ใช้ในการเบิกจ่ายนั้นเป็นเท็จ ซึ่งนำไปสู่การสืบสวนโดยสำนักงาน ป.ป.ช.เจ้าของบ้านเช่าตัวจริง คือ ภรรยาผู้เบิกประเด็นสำคัญที่ป.ป.ช. ตรวจสอบพบคือ ปลัดเทศบาลผู้ถูกกล่าวหาได้อ้างว่าเช่าบ้านเลขที่หนึ่งในจังหวัดขอนแก่นจากหญิงรายหนึ่งในราคา 2,000 บาทต่อเดือน แต่เมื่อไต่สวนข้อเท็จจริงกลับพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของภรรยาปลัดเทศบาลเอง ซึ่งซื้อพร้อมที่ดินผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์และจดจำนองไว้เรียบร้อย พฤติการณ์ทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการปลอมแปลงสถานะบ้านเช่าเพื่อเบิกงบประมาณแผ่นดินนอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังตรวจสอบพบว่าปลัดเทศบาลได้แนบเอกสารสัญญาเช่าที่มีลายเซ็นปลอมของผู้ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของบ้าน รวมถึงใบเสร็จรับเงินที่ไม่เคยมีการออกจริง ขณะที่ผู้หญิงคนดังกล่าวก็ให้การยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่เคยให้บ้านใครเช่า ไม่เคยรู้จักผู้เบิก และไม่เคยได้รับเงินจำนวนใดเลยจากการเช่าบ้านนั้น ผู้เบิกคือผู้ตรวจสอบเอง ซ้อนบทบาทผิดจริยธรรมความซับซ้อนของคดีนี้อยู่ที่บทบาททับซ้อนของปลัดเทศบาล ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้ยื่นขอเบิกค่าเช่าบ้าน ยังดำรงตำแหน่ง “ประธานกรรมการตรวจสอบการขอรับเงินค่าเช่าบ้าน” ตามคำสั่งเทศบาลอีกด้วยคณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วยปลัดเทศบาล, นายช่างโยธา และเจ้าหน้าที่ธุรการ รวม 3 คน ซึ่งมีหน้าที่ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเช่า ตรวจสอบกรรมสิทธิ์บ้าน ความเหมาะสมของราคาค่าเช่า และตรวจสอบว่าผู้ขอเบิกพักอาศัยอยู่จริงหรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่มีใครในคณะกรรมการลงตรวจพื้นที่จริง ทุกคนกลับลงนามรับรองว่าบ้านหลังนั้นเป็นของผู้ให้เช่าตามที่ระบุในเอกสาร ซึ่งกลายเป็นข้อมูลเท็จทั้งหมดเจตนาทุจริตอย่างเป็นระบบ 11 ครั้งซ้อนนายนันทวัฒน์ชี้ว่า ความผิดของจำเลยรายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่มีการยื่นเบิกเงินต่อเนื่อง 11 ครั้ง ทุกครั้งจะมีการแนบเอกสารที่ปลอมแปลงข้อมูลกรรมสิทธิ์และปลอมลายมือชื่อของผู้ให้เช่า รวมทั้งมีการลงนามรับรองโดยตนเองในฐานะหัวหน้าส่วนราชการว่าการเบิกจ่ายถูกต้องตามระเบียบการกระทำเช่นนี้จึงเป็นความผิดซ้ำซ้อนทั้งในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และในฐานะหัวหน้าส่วนราชการผู้รับรองความถูกต้องของเอกสาร ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. มองว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาทุจริตชัดเจนหลักฐานมัดแน่น ทั้งพยานบุคคลและเอกสารจากธนาคารในทางพยานหลักฐาน ป.ป.ช. ได้สอบปากคำผู้หญิงที่ถูกอ้างชื่อเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งให้การยืนยันว่าสัญญาเช่าและลายเซ็นไม่ใช่ของตน พร้อมทั้งตรวจสอบกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ซึ่งออกหนังสือยืนยันว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของปลัดเทศบาลและภรรยาเองหลักฐานทั้งหมดจึงชี้ชัดว่าไม่มีการเช่าบ้านเกิดขึ้นจริง อีกทั้งยังมีความพยายามจัดทำเอกสารเท็จเพื่อเบิกงบประมาณของรัฐโดยมิชอบ ผลเสียต่อระบบ และจริยธรรมราชการแม้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในคดีนี้จะอยู่ที่ 22,000 บาท แต่สำหรับนายนันทวัฒน์ เงินทุกบาทคือเงินภาษีของประชาชน และการกระทำเช่นนี้ส่งผลร้ายต่อระบบราชการในภาพรวม เพราะเมื่อผู้บังคับบัญชาเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง การตรวจสอบจากผู้ใต้บังคับบัญชาจึงแทบไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริงนอกจากนี้ ความกลัวอำนาจที่สามารถให้คุณให้โทษในสายบังคับบัญชา อาจทำให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างไม่กล้าเปิดเผยความจริง ปล่อยให้การทุจริตดำเนินต่อไปโดยไม่มีใครหยุดยั้งบทลงโทษจากศาล และการอุทธรณ์ของ ป.ป.ช.คดีนี้ถูกส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 โดยจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ศาลพิพากษาจำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 5,000 บาท และเมื่อพิจารณาประวัติว่าไม่เคยต้องโทษมาก่อนจึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 6 เดือน ปรับ 2,500 บาท และให้รอลงอาญาอย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. ได้ยื่นอุทธรณ์เพิ่มเติมในส่วนของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นปลัดเทศบาล เพื่อให้ศาลพิจารณาเพิ่มโทษอีก 11 กระทงตามจำนวนครั้งที่มีการเบิกโดยมิชอบ ซึ่งศาลอุทธรณ์เห็นพ้องว่าเป็นความผิดแยกกระทง และวินิจฉัยตามคำอุทธรณ์ของ ป.ป.ช.เปิดช่องทางแจ้งเบาะแส สร้างกลไกตรวจสอบในสังคมในตอนท้าย นายนันทวัฒน์กล่าวว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐพบเห็นพฤติกรรมไม่ชอบธรรม แต่ไม่สามารถเปิดเผยตัวเองได้ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ก็สามารถแจ้งเบาะแสต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ได้โดยตรงผ่านสายด่วน 1205 หรือส่งเอกสารโดยไม่ระบุตัวตน เพียงแจ้งพฤติการณ์และแนบพยานหลักฐานที่เพียงพอให้สามารถดำเนินการไต่สวนต่อได้“แม้จะเป็นเงิน 2,000 บาท แต่ถ้ามาจากการโกง นั่นไม่ใช่แค่ความเสียหายเชิงงบประมาณ แต่มันทำให้คนดีๆ ในระบบรู้สึกสิ้นหวัง และระบบราชการก็ไร้หลักยึด”คดีนี้ จึงไม่ใช่เพียงเป็นบทเรียนของการเบิกเงินโดยมิชอบเท่านั้น แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงรากของปัญหาที่แทรกซึมอยู่ในระบบราชการไทย เมื่อการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนตนสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีใครกล้าท้วงติงความเสียหายจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวเลข แต่ลุกลามไปถึงศรัทธาของประชาชนที่มีต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ความเชื่อมั่นที่ถูกบั่นทอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือ ความสูญเสียที่ไม่อาจตีราคาได้ และการปล่อยให้การทุจริต “เล็กน้อย” กลายเป็นเรื่องปกติ ก็คือจุดเริ่มต้นของการล่มสลายทางจริยธรรมในระบบราชการโดยไม่รู้ตัว

ติดตามผลหวยได้ที่นี่  ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กรกฏาคม 2568 งวดล่าสุด
อ่าน

ติดตามผลหวยได้ที่นี่ ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กรกฏาคม 2568 งวดล่าสุด

ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กรกฏาคม 2568สามารถอ่านและวิเคราะห์สถิติหวยย้อนหลัง 20 - 30 ปี ได้ที่นี่ ตรวจสอบผลหวยได้ทันทีที่เว็บไซต์ TNNรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1กรกฎาคม 2568xxxxxxเลขหน้า 3 ตัว 2 รางวัลๆละ 4,000 บาทรางวัลเลขหน้า3ตัวxxxxxxเลขท้าย 3 ตัว 2 รางวัลๆละ 4,000 บาทรางวัลเลขท้าย3ตัวxxxxxxเลขท้าย 2 ตัว 1 รางวัลๆละ 2,000 บาทรางวัลเลขท้าย2ตัวxxรางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 มี 2 รางวัลๆละ 100,000 บาทรางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1xxxxxxx ข้อควรรู้ (Regulations)1.ติดต่อรับรางวัลได้ที่สำนักงานจ่ายรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนามบินน้ำ) ชั้น G เลขที่ 359 ถ.นนทบุรี อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 11000 โทร.0-2528-9628 และ 0-2528-97322.เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ - วันศุกร์(เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) (ไม่หยุดพักกลางวัน)- ผู้รับซื้อรางวัล เปิดให้บริการเวลา 08.30 น. -14.30 น.- ประชาชน เปิดให้บริการเวลา 08.30 น. -15.00 น.3.การจ่ายรางวัลไม่เกิน 20,000 บาท จ่ายรางวัลเป็นเงินสด โดยท่านต้องชำระค่าอากรแสตมป์/ภาษีก่อนรับรางวัล4.การจ่ายรางวัลเกินกว่า 20,000 บาท จ่ายรางวัลเป็นเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยหักค่าอากรแสตมป์/ภาษีเรียบร้อยแล้วหมายเหตุ : ตามกฎหมายกำหนดไว้-สลากกินแบ่งรัฐบาล ผู้ขอรับรางวัล ต้องชำระอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาท ของเงินรางวัลทุก 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท-สลากการกุศล ผู้ขอรางวัล ต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1 ของเงินรางวัล**ข้อมูลจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจสอบผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล แบบเป็นทางการ ได้ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

รัฐบาล เดินหน้าออกโฉนดที่ดินทำกินปี 2568 ตั้งเป้าครบ 86,000 แปลง
อ่าน

รัฐบาล เดินหน้าออกโฉนดที่ดินทำกินปี 2568 ตั้งเป้าครบ 86,000 แปลง

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ากระจายการถือครองที่ดินทำกิน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ โดยกรมที่ดิน ได้เร่งรัดโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินทั่วประเทศ เพื่อให้การออกโฉนดที่ดินให้กับประชาชนเป็นไปตามเป้าหมาย สร้างความมั่นคงเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน สามารถเป็นหลักประกันการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และนำไปลงทุนประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นให้ประชาชนทุกคนต้องมีที่ดินเป็นของตนเอง เกษตรกรทุกครัวเรือนจะต้องมีที่ดินทำกินอย่างพอเพียง นายคารม กล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดทำโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน เป้าหมายรวม จำนวน 86,000 แปลง มีพื้นที่ดำเนินการทั้งสิ้น 69 จังหวัด ยกเว้น 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี แม่ฮ่องสอน สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และภูเก็ต เนื่องจากมีพื้นที่ในการออกเอกสารสิทธิ์หนาแน่นแล้ว และเป็นจังหวัดที่มีเขตป่าไม้ครอบคลุมเกือบทั้งจังหวัดสำหรับผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2568 ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 67 - เม.ย. 68 แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่1)โครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน และรังวัดรูปแปลงโฉนดที่ดินให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ให้ครอบคลุมทั่วประเทศซึ่งมีเป้าหมาย 70,000 แปลง ออกโฉนดแล้ว 42,412 แปลง เนื้อที่ประมาณ 109,914 ไร่2) โครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในจ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอำเภอนาทวี จะนะ เทพา และอำเภอสะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งมีเป้าหมายจำนวน 16,000 แปลง ระหว่างเดือน ธ.ค. 67 - เม.ย. 68 ดำเนินการออกโฉนดแล้ว 11,025 แปลง เนื้อที่ประมาณ 14,659 ไร่ “สำหรับแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป ยังคงเหลือเอกสาร ที่ยังไม่เป็นโฉนดที่ดินประมาณ 561,989 แปลง เนื้อที่ประมาณ 2,809,944.5 ไร่ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดินคาดว่าจะดำเนินการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินได้เสร็จสิ้นทั่วประเทศภายใน 7 ปี ซึ่งจะนำข้อมูลตามโครงการบอกดินที่ประชาชนได้แจ้งไว้ เรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ ถวายฎีกา และข้อมูลที่สำนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา/ส่วนแยก ได้รับแจ้งข้อมูลไว้มาประกอบการพิจารณาดำเนินการ ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 - 67 รวมระยะเวลา 40 ปี กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดิน ดำเนินการสำรวจและออกโฉนดที่ดินแล้ว 14,838,692 แปลง เนื้อที่ประมาณ 71,240,052 ไร่" นายคารม ระบุ

พลิกซากพื้นที่ตึกสตง. ถล่มครบถ้วนแล้ว มั่นใจไม่พบผู้ติดค้างเพิ่มเติม
อ่าน

พลิกซากพื้นที่ตึกสตง. ถล่มครบถ้วนแล้ว มั่นใจไม่พบผู้ติดค้างเพิ่มเติม

ยุติการค้นหาร่างผู้ประสบภัยตึกสตง. ถล่มแล้ววันนี้ (11 พ.ค. 68) นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าภารกิจค้นหาผู้ติดค้างในอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า เนื่องจากเราได้ยุติการค้นหาร่างผู้ประสบภัยแล้ว ตอนนี้จึงเป็นการเคลื่อนย้ายเศษปูนที่เปิดออกมาไปพักไว้ที่พื้นที่ของการรถไฟ โดยระหว่างการเคลื่อนย้ายจะเป็นการตรวจสอบเศษชิ้นส่วนของผู้ประสบภัยที่อาจติดค้างมาเพื่อส่งนิติเวชให้ครบ โดยวานนี้ (10 พ.ค. 68) สุนัข K9 ยังคงพบชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของผู้ประสบภัยจากเศษปูนที่เคลื่อนย้ายไป คาดว่าปฏิบัติการจะเสร็จสิ้นในวันนี้ โดยวันที่ 12 พ.ค. 68 จะเป็นการเก็บรายละเอียดเล็กน้อยที่เหลือสำหรับ K9 และกู้ภัยอาสาภาคประชาชนก็จะถอนกำลังในเช้าวันที่ 13 พ.ค. 68 ซึ่งในวันนั้นจะนิมนต์พระ 109 รูป ทำบุญให้กับผู้ประสบภัยและเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงาน และช่วงสายวันเดียวกันจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดประชุม เพื่อออกเอกสารและดำเนินการทั้งหมดให้มีความต่อเนื่องไร้รอยต่อประกาศยกเลิกพื้นที่สาธารณภัยและคืนพื้นที่ให้สตง. 15 พ.ค. 68กระบวนการหลังจากนั้นจะเป็นการถอนกำลัง โดยใช้เวลาเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ประมาณ 3 วัน คาดว่าจะแล้วเสร็จ และจะมีการประกาศยกเลิกพื้นที่สาธารณภัยและคืนพื้นที่ให้กับสตง. ในวันที่ 15 พ.ค. 68 ตามกำหนดเดิม และกระบวนการต่อไปพนักงานสืบสวนสอบสวนจะทำการอายัดพื้นที่ของสตง. และหลักฐานกองปูนและเหล็กบริเวณพื้นที่ของการรถไฟต่อไป โดยไม่มีช่องว่างในการดำเนินการต่างๆ ตามกระบวนการสืบสวนสอบสวน มั่นใจจะไม่พบผู้ประสบภัยติดค้างเพิ่มเติมแล้ว“มั่นใจว่าจะไม่พบผู้ประสบภัยติดค้างเพิ่มเติมแล้ว เพราะได้พลิกซากปูนและขุดหลุมลิฟต์เปิดดูทั้งหมดแล้ว สำหรับผู้สูญหายที่ยังคงมีตัวเลขคงค้างอยู่ที่ 7 ราย จากนี้จะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและนิติเวชควบคู่กัน โดยพนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบสวนซึ่งอาจจะพบเคสซ้ำรอยที่เข้าใจผิดว่าญาติตนอยู่ในตึก สตง. วันที่อาคารถล่มส่วนนิติเวชจะใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจสอบดีเอ็นเอของชิ้นส่วนต่าง ๆ ของผู้ประสบภัยกว่า 200 ชิ้น เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้เสียชีวิตรายใด เชื่อว่าน่าจะครบ 7 คนที่ยังสูญหาย” นายสุริยชัย กล่าวอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องมุ่งเป้าภารกิจพาทุกร่างกลับบ้าน ลดหลั่นความสูงตึกสตง. ถล่ม ค้นหาผู้ประสบภัยใต้ซากครบ 1 เดือนแผ่นดินไหว เคลียร์ซากตึกสตง. ถล่ม บริเวณด้านหน้าเห็นผนังของชั้นใต้ดินแล้วรื้อซากตึกสตง. ถล่ม เตรียมเจาะกระแทกปูนเปิดทางสู่ช่องบันได คาดพบร่างผู้ประสบภัยเพิ่ม

เริ่มแล้ววันนี้ ลดค่าโอน-จดจำนองบ้าน-คอนโด ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท เหลือ 0.01%
อ่าน

เริ่มแล้ววันนี้ ลดค่าโอน-จดจำนองบ้าน-คอนโด ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท เหลือ 0.01%

22 เมษายน 2568 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตามประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคาร ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนดโดยที่เป็นการสมควรบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนซึ่งต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองและส่งเสริมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์อันจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 2 (7) (ฎ) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2547 คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568 กำหนดหลักเกณฑ์ให้ลดหย่อนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินในการโอนและการจำนองอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว สำหรับผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ราคาไม่เกินเจ็ดล้านบาทเป็นพิเศษ โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ข้อ 1 ให้เรียกเก็บค่าจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์อันเนื่องมาจากการจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวในคราวเดียวกัน ร้อยละ ศูนย์จุดศูนย์หนึ่ง (0.01% ) สำหรับกรณีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และบ้านแถว หรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว ซึ่งมีราคาซื้อขาย และราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกินเจ็ดล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกินเจ็ดล้านบาททั้งนี้ สำหรับผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569ประกาศ ณ วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568อนุทิน ชาญวีรกูลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกระตุ้นภาคอสังหาฯ ครม. ไฟเขียวลดค่าโอน-จดจำนองบ้าน เหลือ 0.01%

เผยผลตรวจสอบอาคารทั่วประเทศ 68 แห่ง เสียหายหนักต้องงดใช้งาน
อ่าน

เผยผลตรวจสอบอาคารทั่วประเทศ 68 แห่ง เสียหายหนักต้องงดใช้งาน

กรมโยธาฯ เผยผลตรวจสอบอาคารทั่วประเทศ หลังแผ่นดินไหว พบ 68 อาคารเสียหายหนัก ต้องงดใช้งานวันนี้ ( 19 เม.ย. 68 )ศูนย์รับแจ้งเพื่อตรวจสอบความเสียหายของอาคารจากแผ่นดินไหว (ศรต.ยผ.) กรมโยธาธิการและผังเมือง รายงานผลการตรวจสอบอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ซึ่งดำเนินการตรวจสอบระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 18 เมษายน 2568 ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด รวมทั้งสิ้น 9,035 อาคาร ผลการประเมินความปลอดภัย แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่- สีเขียว (ใช้งานได้ปกติ) จำนวน 8,511 อาคาร- สีเหลือง (เสียหายปานกลาง ใช้งานได้) จำนวน 456 อาคาร- สีแดง (เสียหายรุนแรง ห้ามใช้งาน) จำนวน 68 อาคารพื้นที่กรุงเทพมหานครการตรวจสอบแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้กลุ่มที่ 1: อาคารภาครัฐรวมถึงโรงพยาบาล โรงเรียน และอาคารราชการต่าง ๆ ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วจำนวน 688 อาคาร จาก 243 หน่วยงานพบว่า- อาคารสีเขียว จำนวน 626 อาคาร- อาคารสีเหลือง จำนวน 60 อาคาร- อาคารสีแดง (งดใช้งานทันที) จำนวน 2 อาคาร
การตรวจสอบดำเนินการร่วมกันโดย กรมโยธาธิการและผังเมือง สภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร และวิศวกรอาสาภาคเอกชนกลุ่มที่ 2: อาคารเอกชน เช่น อาคารสูง โรงแรม คอนโดฯอาคารกลุ่มนี้อยู่ภายใต้ข้อบังคับการตรวจสอบประจำปี โดยเจ้าของอาคารต้องดำเนินการผ่านผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียน ซึ่งมีอยู่มากกว่า 2,600 ราย สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่เว็บไซต์กรมโยธาธิการและผังเมือง
ในปีนี้ กรุงเทพมหานครได้แจ้งให้เจ้าของอาคารกว่า 11,000 แห่ง เข้ารับการตรวจสอบ ซึ่งได้รับรายงานว่ามีการตรวจสอบแล้วจำนวน 4,627 แห่ง กลุ่มที่ 3: บ้านพักอาศัย และอาคารทั่วไปกรุงเทพมหานครรับผิดชอบการให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่ประชาชนผ่านระบบ TraffyFondue โดยตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 18 เมษายน 2568 มีประชาชนแจ้งเข้ามาทั้งสิ้น 19,665 เรื่อง และได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 18,096 เรื่องพื้นที่ต่างจังหวัดกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้สั่งการให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และวิศวกรอาสาภาคเอกชน ดำเนินการตรวจสอบอาคารสาธารณะ เช่น โรงพยาบาล และอาคารรัฐอื่น ๆ
ผลการตรวจสอบใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 8,347 อาคาร โดยแบ่งเป็น- อาคารสีเขียว จำนวน 7,885 อาคาร- อาคารสีเหลือง จำนวน 396 อาคาร- อาคารสีแดง จำนวน 66 อาคารข้อแนะนำต่อประชาชนกรมโยธาธิการและผังเมืองขอความร่วมมือประชาชนและเจ้าของอาคาร หากสงสัยว่าอาคารที่ใช้อยู่มีความเสียหายหรือความเสี่ยงจากเหตุแผ่นดินไหว ให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีความเชี่ยวชาญเพื่อดำเนินการตรวจสอบ โดยสามารถค้นหารายชื่อผู้ตรวจสอบอาคารได้ที่เว็บไซต์ www.dpt.go.th

นายกฯ เผย เตรียมออกหมายจับคดีตึก สตง.ถล่ม เร็วๆ นี้
อ่าน

นายกฯ เผย เตรียมออกหมายจับคดีตึก สตง.ถล่ม เร็วๆ นี้

เช้าวันนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม โดยมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าร่วมรายงานผลการตรวจสอบภายหลังการประชุม นายกรัฐมนตรีแถลงต่อสื่อมวลชนว่า ได้รับรายงานความคืบหน้าจากทั้งตำรวจและ DSI พร้อมเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะการส่งมอบเอกสารหลักฐานสำคัญซึ่งยังล่าช้า ทั้งนี้เพื่อความรับผิดชอบต่อชีวิตที่สูญเสียไปจำนวนมาก"เรื่องนี้รอไม่ได้ ต้องเร่งหาหลักฐานและเหตุผลให้ครบ" นายกฯ กล่าว พร้อมระบุว่ารัฐบาลจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้ง สตง. ในประเด็นรายงานผลจากคณะกรรมการตรวจสอบที่พบว่ามีการผิดสัญญาแต่ไม่มีการยกเลิกสัญญาตั้งแต่มกราคม 2568 รวมถึงข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมทรัพยากรธรณีเกี่ยวกับผลกระทบจากแผ่นดินไหวต่อพื้นที่กรุงเทพฯนอกจากนี้ นายกฯ ยังระบุว่าจะขอความร่วมมือจากกรมบัญชีกลางซึ่งเป็นหน่วยงานควบคุมมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้าง และกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ร่วมตรวจรับการออกแบบก่อสร้างและตรวจรับงาน โดยเน้นย้ำว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในการตรวจรับจากกรมโยธาธิการควรแยกออกจากกระบวนการสืบสวนด้วยทั้งนี้ DSI กำลังดำเนินคดีในหลายประเด็น ทั้งมาตรฐานของเหล็กและคุณภาพปูนที่ไม่ได้มาตรฐาน การแก้ไขแบบที่แกนกลางของ Core Wall และ Core lifts ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของตึกโดยไม่มีการเสริมเหล็ก ทำให้เกิดความเสี่ยงในอาคาร รวมถึงการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและการฮั้วประมูลนายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะเน้นย้ำเรื่องนี้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง และต้องการให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้ละเลยประเด็นนี้ส่วนตัวตนเองรับเรื่องนี้ไม่ได้กับการที่มีคนเสียชีวิตไปด้วยเหตุผลที่มีตึกถล่มหนึ่งตึก ถ้าเกิดแผ่นดินไหวแรงเหมือนในเมียนมาทั้งหมด มันห้ามไม่ได้ แต่อันนี้มีเพียงแค่หนึ่งตึก และตนเองก็ติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง สำหรับการทำโมเดลตึกถล่มที่คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 90 วัน จะเป็นการหาเหตุผลโดยละเอียด ทั้งปัจจัยด้านลมและแรงสั่นสะเทือน แต่ในระหว่างนี้ต้องตรวจสอบความถูกต้องของการดำเนินงานต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้นนายกฯ เผยว่า ได้สั่งการให้ออกหมายจับได้ทันทีเมื่อมีหลักฐานเพียงพอ และคาดว่าจะเริ่มมีการออกหมายจับในเร็วๆ นี้ พร้อมยืนยันว่าการที่มีตึกถล่มเช่นนี้ "เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีคนผิด" โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงลายเซ็นซึ่งต้องตรวจสอบต่อไปนายกรัฐมนตรีย้ำว่า การดำเนินคดีจะเป็นไปตามหลักฐาน ไม่มีการเหมารวม และการไม่มีผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้

ตำรวจแนะ “5 เช็ก” ก่อนเดินทางช่วงสงกรานต์ 2568 รู้ไว้ ปลอดภัยแน่นอน
อ่าน

ตำรวจแนะ “5 เช็ก” ก่อนเดินทางช่วงสงกรานต์ 2568 รู้ไว้ ปลอดภัยแน่นอน

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจร ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ “5 เช็ก” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนการเดินทาง หรือ “5 เช็ก” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความปลอดภัยของท่านและคนในครอบครัว รวมไปถึงเพื่อนร่วมทาง ดังนี้“เช็กคน”ตรวจสอบความพร้อมของผู้ขับขี่ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ หากรู้สึกง่วงหรือไม่สบาย อย่าฝืนขับรถต่อ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ“เช็กรถ” ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน เช่น เบรก ยาง ลมยาง น้ำมันเครื่อง ไฟส่องสว่าง และอุปกรณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง“เช็กบ้าน” ก่อนออกเดินทางควรตรวจสอบบ้านให้เรียบร้อย เช่น ปิดประตูหน้าต่าง ปิดแก๊ส ปิดไฟ และที่สำคัญ อย่าลืม “ฝากบ้านไว้กับตำรวจ”“เช็กทาง” วางแผนเส้นทางล่วงหน้า เช็คสภาพการจราจร สภาพอากาศ พื้นที่ที่มีการก่อสร้าง รวมถึงจุดแวะพักต่าง ๆ ในกรณีที่ต้องเดินทางไกล“เช็กบัญชี”ระวังมิจฉาชีพหลอกขายตั๋วเดินทางหรือที่พักปลอม ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขาย และตรวจสอบบัญชีธนาคารให้ถูกต้องก่อนโอนเงินหากพี่น้องประชาชนปฏิบัติตาม “5 เช็ก” ที่กล่าวมาข้างต้น ท่านก็จะสามารถใช้เวลาพักผ่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างมีความสุข สนุกสนาน และปลอดภัย อย่างแน่นอน ต้องการแจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนต้องการแจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือ สามารถโทรศัพท์มาที่ สายด่วน 191 สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 หรือ สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร (กรุงเทพมหานคร) 1197และหากพี่น้องประชาชนพบเห็น หรือได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ ทางเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เยียวยาแผ่นดินไหว ขั้นตอนรับเงินช่วยเหลือจากกทม.ทำยังไง - ใครได้เท่าไร เช็กที่นี่
อ่าน

เยียวยาแผ่นดินไหว ขั้นตอนรับเงินช่วยเหลือจากกทม.ทำยังไง - ใครได้เท่าไร เช็กที่นี่

เยียวยาแผ่นดินไหว เปิดขั้นตอนขอรับเงินช่วยเหลือจากกทม.ต้องทำยังไง - ใช้เอกสารอะไรบ้าง - ใครได้เท่าไร เช็กเลยที่นี่กรุงเทพมหานคร แจ้งแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จ่ายเงินเยียวยาแผ่นดินไหว ในพื้นที่กรุงเทพฯ เตรียมพัฒนา ระบบ BMA OSS เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้องออนไลน์ในอนาคตขั้นตอนการขอรับเงินช่วยเหลือ กรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหว ขั้นตอนแรกทำอย่างไร - ยื่นเอกสารที่ไหน ?1. ดาวน์โหลดแบบคำร้องขอรับความช่วยเหลือที่เว็บไซต์สำนักงานเขต หรือเว็บไซต์ของกรุงเทพมหานคร ดาวน์โหลด คลิกที่นี่2. ผู้ร้องต้องยื่นเอกสาร คำร้องและหลักฐาน ที่ฝ่ายปกครองสำนักงานเขต พร้อมให้ข้อเท็จจริง หลักเกณฑ์การขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว1. ต้องเป็นบ้านพักอาศัยประจำ และได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว2. ต้องมีหนังสือรับรองผู้ประสบภัยจากสำนักงานเขต3. ครอบคลุมทั้งบ้านที่มีทะเบียนบ้าน, บ้านเช่า, หรือที่อยู่อาศัยประจำแม้ไม่มีทะเบียนบ้านรายละเอียดเงินช่วยเหลือจากกรุงเทพมหานคร- ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัย สูงสุด 49,500 บาท- ค่าเช่าบ้านชั่วคราว สูงสุด 6,000 บาท (3,000 บาท/เดือน ไม่เกิน 2 เดือน)- ค่าจัดงานศพ รายละ 29,700 บาท และเพิ่มอีก 29,700 บาทหากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัว- ค่ารักษาผู้บาดเจ็บ 4,000 - 13,300 บาท ขึ้นอยู่กับระดับอาการ- เงินปลอบขวัญผู้บาดเจ็บ รายละ 2,300 บาท- ทุนประกอบอาชีพ ครอบครัวละไม่เกิน 11,400 บาท เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบภัยสามารถ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มจากเว็บไซต์ของสำนักงานเขต 50 เขต หรือ กรุงเทพมหานคร และยื่นเอกสารพร้อมหลักฐาน ได้แก่- แบบสอบข้อเท็จจริงผู้ประสบภัย- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ยังไม่หมดอายุ) กรณีผู้ไม่มีสัญชาติไทย ใช้สำเนาพาสปอร์ต (PASSPORT)- สำเนาทะเบียนบ้าน (เป็นปัจจุบัน)- สำเนาโฉนดที่ดิน (ต้องระบุชื่อเจ้าบ้าน/เจ้าของบ้าน) หรือแบบคำรับรอง (แทนโฉนดที่ดิน)- สำเนาใบ อช. 2 (โฉนดคอนโด)- สำเนาบันทึกประจำวัน (ตร.) จากสถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ- หนังสือรับรองผู้ประสบภัย และบัญชีความเสียหายแนบท้ายฯ (แบบ บ.ส. 3)- บันทึก (ป.ค. 14) ใช้ในกรณีที่เอกสารที่ยื่นยังไม่ชัดเจนหรือเพียงพอว่าเป็นผู้ประสบภัยและได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว- เอกสารประกอบการขอรับความช่วยเหลือค่าวัสดุซ่อมแชมที่พักอาศัยฯ- รูปภาพความเสียหายทั้งนี้เป็นไปตามการประเมินของคณะกรรมการระดับเขตพื้นที่ ซึ่งเป็นหน่วยดำเนินการสำรวจและประเมินความเสียหายโดยรายงานไปยังสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต่อไปพัฒนาระบบ BMA OSS เพื่อยื่นคำร้องออนไลน์กทม. กำลังพัฒนาระบบ BMA OSS (One Stop Service) ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้อง ขอรับความช่วยเหลือเยียวยาออนไลน์ ได้สะดวกรวดเร็ว ลดภาระเอกสารและเดินทางไปสำนักงานเขต

ผลตรวจสอบอาคารจากเหตุแผ่นดินไหว หน่วยงานรัฐในกทม. เสียหายหนักระงับใช้งาน 3 อาคาร
อ่าน

ผลตรวจสอบอาคารจากเหตุแผ่นดินไหว หน่วยงานรัฐในกทม. เสียหายหนักระงับใช้งาน 3 อาคาร

2 เมษายน 2568 ศูนย์รับแจ้งเพื่อตรวจสอบความเสียหายของอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว (ศรต.ยผ.) กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ขอรายงายผลการดำเนินการในวันอังคารที่ 1 เมษายน 2568ศูนย์รับแจ้งเพื่อตรวจสอบความเสียหายของอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว (ศรต.ยผ.) ณ กรมโยธาธิการและผังเมือง ถนนพระรามที่ 6 ได้ร่วมกับสภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร และวิศวกรอาสาภาคเอกชน จำนวน 110 คน ดำเนินการตรวจสอบอาคารที่มีการแจ้งว่าได้รับความเสียหายโดยมีการแบ่งอาคารในการตรวจสอบออกเป็น 3 กลุ่ม และขอรายงานผลการดำเนินงานตามการแบ่งกลุ่มอาคาร ดังนี้ผลการดำเนินงานตามการแบ่งกลุ่มอาคารอาคารกลุ่มที่ 1 ได้แก่ อาคารภาครัฐเช่น โรงพยาบาล โรงเรียน อาคารราชการในเขตกรุงเทพมหานคร โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการตรวจสอบร่วมกับ สภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร และวิศวกรอาสาภาคเอกชน ดำเนินการตรวจสอบอาคารที่ได้รับการร้องขอ ในวันที่ 1 เมษายน 2568 จำนวน 25 หน่วยงาน จำนวน 81 อาคาร สามารถใช้งานได้ปกติ สีเขียว จำนวน 76 อาคาร / มีความเสียหายปานกลาง สามารถใช้งานได้ สีเหลือง จำนวน 5 อาคาร และไม่มีอาคารที่มีความเสียหายอย่างหนักและระงับการใช้อาคาร สีแดงสรุป ดำเนินการตรวจสอบอาคาร สะสมตั้งแต่ วันที่ 28 มีนาคม – 1 เมษายน 2568จำนวน 125 หน่วยงาน จำนวน 367 อาคาร สามารถใช้งานได้ปกติ สีเขียว จำนวน 334 อาคาร / มีความเสียหายปานกลาง สามารถใช้งานได้ สีเหลือง จำนวน 30 อาคาร / โครงสร้างมีความเสียหายอย่างหนักโดยได้สั่งให้ระงับการใช้งานอาคาร สีแดง จำนวน 3 อาคาร และทางเชื่อมอาคาร จำนวน 1 แห่ง อาคารกลุ่มที่ 2 ได้แก่ อาคารสูง โรงแรม คอนโดมิเนียม หอพัก ห้างสรรพสินค้าที่เป็นของภาคเอกชนอาคารเหล่านี้ เป็นอาคารที่ต้องมีการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายควบคุมอาคารทุกปีอยู่แล้ว กรมโยธาธิการและผังเมืองได้แนะนำให้เจ้าของอาคารให้ผู้ตรวจสอบอาคารที่เคยตรวจสอบเข้าดำเนินการ ตามคู่มือสำรวจความเสียหายขั้นต้นของโครงสร้างอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวของกรมโยธาธิการและผังเมืองในกรณีที่ผู้ตรวจสอบอาคารไม่สามารถตรวจสอบอาคารได้ ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองมีผู้ตรวจสอบอาคารที่ขึ้นทะเบียน จำนวนมากกว่า 2,600 ราย สามารถค้นหาผู้ตรวจสอบอาคารได้ผ่านเว็บไซต์กรมโยธาธิการและผังเมืองปัจจุบันกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดสายด่วนสำหรับขอรับคำปรึกษาและแจ้งเหตุที่หมายเลข 1531 / 02 299 4191 และ 02 299 4312 ตลอด 24 ชั่วโมงทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือด่วน สั่งการให้กรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น แจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารตามมาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้แก่ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษอาคารชุมนุมคน โรงมหรสพ โรงแรมตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป โรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1 ชั้น และพื้นที่ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไปสถานบริการที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตรขึ้นไป อาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัย รวมที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป และป้าย ให้ดำเนินการตรวจสอบสภาพอาคาร โครงสร้างของ ตัวอาคารและอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ของตัวอาคาร รายงานผลการตรวจสอบให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ พร้อมมาตรการควบคุมกรณีพบว่าอาคารมีความชำรุดในระดับต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อผู้พักอาศัย และผู้ใช้อาคารโดยตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568 กรุงเทพมหานครได้แจ้งเจ้าของอาคารภาคเอกชนที่ต้องทำการตรวจสอบตามกฎหมายแล้วจำนวน 11,000 แห่ง เพื่อดำเนินการตรวจสอบอาคารและรายงานกรุงเทพมหานครทราบซึ่งมีการแจ้งว่าได้มีการตรวจสอบแล้วจำนวน 112 แห่งอาคารกลุ่มที่ 3 ได้แก่ อาคารบ้านพักอาศัย ตึกแถว ห้องแถว และอาคารทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพมหานนครกรุงเทพมหานครจะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการตรวจสอบให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาแก่พี่น้องประชาชน ผ่าน Traffyfondue ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2568 ได้รับแจ้งทั้งหมด 15,514 เรื่อง และดำเนินการแล้วเสร็จ 13,612 เรื่องอาคารในต่างจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวสำหรับอาคารในต่างจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้สั่งการให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ดำเนินการตรวจสอบอาคาร ร่วมกับวิศวกรขององค์ปกครองส่วนท้องถิ่นและวิศวกรอาสาของเอกชนในพื้นที่ ร่วมกันดำเนินการเช่นเดียวกับส่วนกลางและให้คำปรึกษาแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยสั่งการให้มีการตรวจสอบอาคารสาธารณะ เช่น โรงพยาบาล หรืออาคารหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้อาคารปัจจุบันได้มีผลการตรวจสอบอาคารในส่วนจังหวัด 76 จังหวัด จำนวน 3,008 อาคาร สามารถใช้งานได้ปกติ สีเขียว จำนวน 2,796 อาคาร / มีความเสียหายปานกลาง สามารถใช้งานได้ สีเหลือง จำนวน 181 อาคาร / โครงสร้างมีความเสียหายอย่างหนักโดยได้สั่งให้ระงับการใช้งานอาคาร สีแดง จำนวน 31 อาคาร สรุปผลตรวจสอบอาคารที่มีการแจ้งว่าได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวสรุปผลการตรวจสอบอาคารที่มีการแจ้งว่าได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว ตั้งแต่ วันที่ 28 มีนาคม – 1 เมษายน 2568 ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด รวมทั้งสิ้น จำนวน 3,375 อาคาร สามารถใช้งานได้ปกติ สีเขียว จำนวน 3,130 อาคาร / มีความเสียหายปานกลาง สามารถใช้งานได้ สีเหลือง จำนวน 211 อาคาร / โครงสร้างมีความเสียหายอย่างหนักโดยได้สั่งให้ระงับการใช้งานอาคาร สีแดง จำนวน 34 อาคารนอกจากนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองมีช่องทางให้เจ้าของอาคาร ผู้ตรวจสอบอาคาร หรือพี่น้องประชาชน สามารถรับทราบข้อมูลต่าง ๆ และให้คำปรึกษาผ่านช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมฯ สื่อมวลชน โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ข่าวที่เกี่ยวข้อง- นายกฯ ให้กำลังใจครอบครัวผู้ประสบภัยตึกถล่ม ยืนยันจะเร่งดำเนินการทุกอย่าง- ผู้ว่าฯ กทม. ระบุ สถานการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ คลี่คลายเกือบ 100%- ประชาชนอพยพจากตึกสูง! กรมทรัพยากรธรณียืนยันไม่มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในไทย

อาคาร A ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะทรุด สั่งอพยพด่วน พบสั่น-ร้าวหลายจุด
อ่าน

อาคาร A ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะทรุด สั่งอพยพด่วน พบสั่น-ร้าวหลายจุด

วันที่ 31 มีนาคม 2568 — เจ้าหน้าที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ สั่งอพยพประชาชนและเจ้าหน้าที่ออกจากอาคาร A โดยด่วน หลังเกิดเหตุแรงสั่นสะเทือนและพบพื้นทรุดตัวลงในหลายจุด เบื้องต้นตรวจพบรอยร้าวตามโครงสร้างอาคาร ส่งผลให้ต้องเร่งอพยพเพื่อความปลอดภัย ในเวลาเดียวกัน ศาลอาญา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับสัญญาณเตือนภัยเช่นกัน และได้แจ้งประชาชนให้ออกจากพื้นที่โดยเร็วทั้งนี้ ศูนย์ราชการฯ ได้ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าพื้นที่ และติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด

"ชัชชาติ"ให้แจ้งตรวจสอบอาคารใน 2 สัปดาห์
อ่าน

"ชัชชาติ"ให้แจ้งตรวจสอบอาคารใน 2 สัปดาห์

(30 มี.ค. 68) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงนามในหนังสือ ขอให้เจ้าของอาคาร หรือผู้ครอบครองอาคาร ประสานผู้ตรวจสอบอาคารเข้าทำการตรวจสอบความเสียหาย เพื่อประเมินวิธีการปรับปรุง แก้ไข ซ่อมแซ่ม หรือเสริมกำลังของอาคาร เพื่อให้อาคารมีความปลอดภัย มั่นคง แข็งแรง ต่อการใช้งานตามหลักวิศวกรรม และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป และขอให้รายงานผลต่อกรุงเทพมหานครทุกวัน ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนสามารถกลับเข้าใช้อาคารได้อย่างปลอดภัย โดยให้เจ้าของอาคาร หรือผู้ครอบครองอาคารสามารถรายงานผลให้กรุงเทพมหานครทราบทุกวัน ผ่านระบบ Google form ตามลิงก์https://forms.gle/4dxiHsZCZZpbiGkQA หรือ QR code ด้านล่างโดยมุ่งเน้นไปที่ เจ้าของอาคาร 9 ประเภท ที่เข้าข่ายต้องทำการตรวจสอบอาคารเป็นประจำทุกปี ได้แก่ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคน โรงมหรสพ โรงแรม สถานบริการ อาคารชุด อาคารอยู่อาศัยรวม โรงงาน ป้าย ซึ่งการให้รายงานในระยะเวลา 2 สัปดาห์ ก็เพื่อให้สามารถเฝ้าติดตามจุดเสี่ยง ร้อยร้าว ความเสียหายของอาคาร มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น ยังใช้สอยได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ โดยใน Google Form จะให้ระบุชื่อเจ้าของอาคาร ชื่อผู้ตรวจสอบอาคาร เลขที่ผู้ตรวจสอบอาคาร และความคิดเห็นผู้ตรวจสอบอาคาร ว่าอาคารปลอดภัย หรือต้องปรับปรุง เพื่อให้กรุงเทพมหานครได้ทราบภาพรวมของอาคารในกรุงเทพฯ ผ่านความร่วมมือของผู้ตรวจสอบอาคาร1. อาคารสูง (ความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป)2. อาคารขนาดใหญ่พิเศษ (อาคารที่มีเนื้อที่อาคารรวมกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตร ขึ้นไป)3. อาคารชุมนุมคน ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตร ขึ้นไป หรือจำนวนคนตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป4. โรงมหรสพ5. โรงแรม ที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้อง ขึ้นไป6. สถานบริการ ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตร ขึ้นไป7. อาคารชุด หรืออาคารอยู่อาศัยรวม (หอพัก อะพาร์ตเม้นต์) ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตร ขึ้นไป8. โรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1 ชั้น และมีพื้นที่ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตร ขึ้นไป9. ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย ซึ่งมีความสูงจากพื้นดิน ตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตร ขึ้นไป หรือป้ายที่ติดตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้า ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตารางเมตร ขึ้นไปพร้อมกันนี้ ขอให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้ง ต้องตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของปั้นจั่นหอสูงและเดอริกเครนในสถานที่ก่อสร้างก่อนการใช้งาน เพื่อป้องกันมิให้เกิดภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิน

ITD ร่วม CREC รับเหมาก่อสร้างอาคาร สตง. แห่งใหม่ก่อนโดนพิษแผ่นดินไหวถล่ม
อ่าน

ITD ร่วม CREC รับเหมาก่อสร้างอาคาร สตง. แห่งใหม่ก่อนโดนพิษแผ่นดินไหวถล่ม

รู้จักโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มเพราะพิษแผ่นดินไหว โครงการก่อสร้างอาคารใหม่ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ตั้ง: ใกล้ตลาดนัดจตุจักรและ MRT กำแพงเพชร ตรงข้าม JJ MALL มูลค่าโครงการ: 2,136 ล้านบาท พื้นที่: 11 ไร่ ขนาดอาคาร: สูง 30 ชั้น ผู้รับเหมาหลัก: กิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี ผู้ควบคุมงาน: กิจการร่วมค้า PKW การขยายเวลาและงบประมาณเพิ่มขึ้น เริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 ขยายระยะเวลาก่อสร้าง จาก 1,080 วัน เป็น 1,235 วัน (เพิ่มขึ้น 155 วัน) ขยายค่าควบคุมงานก่อสร้าง จาก 76.8 ล้านบาท เป็น 84.37 ล้านบาท (+7.57 ล้านบาท) ทั้งนี้ทาง YOUTUBE BANGKOK ON SITE เคยรายงานความคืบหน้าในปีที่ผ่านมา รับชมก่อนที่ถล่มได้ที่

อภิปรายไม่ไว้วางใจ 2568 "นายกฯ" แจงหนีภาษีไม่เป็นความจริง บัญชีทรัพย์สินทำถูกต้อง
อ่าน

อภิปรายไม่ไว้วางใจ 2568 "นายกฯ" แจงหนีภาษีไม่เป็นความจริง บัญชีทรัพย์สินทำถูกต้อง

ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 2 ครั้งที่ 26 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ กรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงกรณี ดังนี้นายกรัฐมนตรี ยืนยันได้ดำเนินการทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมาถูกต้องตามกระบวนการตามข้อกฎหมายทุกอย่าง การที่กล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีคนนี้หนีภาษี ไม่ได้เป็นความจริง แล้วก็เป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามเพราะว่าถึงแม้ดิฉันจะอายุน้อย แต่มั่นใจว่าก็เสียภาษีให้รัฐมากกว่าท่านแน่นอน ในเรื่องของบัญชีทรัพย์สินแล้วก็หนี้สิน จะชี้แจงให้เข้าใจตรงกันแบบนี้ การแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ปปช. นับตั้งแต่วันที่ดำรงตำแหน่ง ซึ่งก็ได้ยื่นต่อ ปปช. ครบถ้วนตามขั้นตอนทุกอย่าง ซึ่งในขณะนี้มีการยื่นคำร้องเรื่องของการตรวจสอบความถูกต้อง ดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งแล้วก็เต็มใจที่จะแสดงข้อมูลหลักฐานทุกอย่างส่วนเรื่องของธุรกรรมก่อนการดำรงตำแหน่ง ทรัพย์สินกิจการของครอบครัว แล้วก็ทรัพย์สินหนี้สินกิจการทั้งหมดของดิฉัน มีการถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นมาตั้งแต่การ ปฏิวัติรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เข้มข้นมาตลอดแล้วก็ไม่เคยมีตอนไหนไม่เข้มข้นเลยทุกบัญชี ทุกธุรกรรมอยู่ในสายตาอยู่ในที่เปิดเผยแล้วก็โปร่งใสมานานมากแล้ว ส่วนที่ดินทุกแปลงที่ครองครัวทำการซื้อขายถูกต้อง มีโฉนดที่ออกโดยรัฐทุกฉบับ ส่วนประเด็นที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นกรณีที่พิพาทระหว่างกรมที่ดิน การรถไฟแห่งประเทศไทยและพี่น้องประชาชนว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรีจะกำชับเรื่องนี้อย่างดีและให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน โดยทุกขั้นตอนจะต้องถูกดำเนินอย่างถูกต้องตามกฎหมายและตามกระบวนการ ขอให้มั่นใจว่านายกรัฐมนตรีทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ ที่ต้องผ่านเข้ากระบวนการ ก็เข้ากระบวนการตามระบบ ตามระเบียบจริง เพราะไม่อย่างนั้นจะเกิดความวุ่นวายต่าง ๆ ตามมา และไม่ต้องการให้ใช้คำพูดสร้างความสับสนหรือเกิดความแตกแยกในสังคม“จริง ๆ แล้วเราเป็นคนรุ่นใหม่ เราก็น่าจะพร้อมที่จะรับฟัง เมื่อใคร ผลงานใดๆ ที่เป็นประโยชน์และเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนก็ควรจะชื่นชมบ้าง เพื่อจะได้เป็นกำลังใจในการทำงานด้วย เพราะอย่างน้อย เราก็เป็นคนไทยเหมือนกัน มั่นใจว่าทุก ๆ คนก็หวังดีกับประเทศไทยเช่นกัน เพราะฉะนั้นการพูดเพื่อให้คนเกิดเกลียดชัง ความแตกแยก ดิฉันคิดว่าเราผู้มีวุฒิภาวะไม่ควรทำ” นายกรัฐมนตรี ย้ำอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง- “อนุทิน” ยัน การเพิกถอนที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์-เขากระโดงไม่มีความเกี่ยวข้องกัน- อภิปรายไม่ไว้วางใจ 2568 "สุทิน" ชี้ฝ่ายค้านซักฟอก มีแต่นามธรรม ไม่มีอะไรน่าหนักใจ

สำนักงานสลากกินแบ่งออกสลากสัญจรงวด 1 มี.ค.นี้ ที่จังหวัดพังงา
อ่าน

สำนักงานสลากกินแบ่งออกสลากสัญจรงวด 1 มี.ค.นี้ ที่จังหวัดพังงา

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลพร้อมออกสลากสัญจร งวดวันที่ 1 มี.ค.นี้ ที่จังหวัดพังงา เปิดโอกาสให้ประชาชนในต่างจังหวัดเห็นขั้นตอนและวิธีการตลอดจนอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกรางวัลด้วยตนเอง พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการออกรางวัลงวดวันที่ 1 มีนาคม 2568 นี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเดินทางไปออกรางวัลสลากสัญจร ณ ห้องไหมฟ้าโรงแรม เลอ เอราวัณ พังงา อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในต่างจังหวัด ได้เห็นขั้นตอนและวิธีการตลอดจนอุปกรณ์ที่ใช้ในการออกรางวัลด้วยตนเอง จะได้ไม่หลงเชื่อข่าวลือเรื่องเลขเด็ดจากกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำการหลอกลวงต้มตุ๋น ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ และการส่งจดหมายแอบอ้างว่าสามารถให้ตัวเลขที่จะออกรางวัลได้ สำหรับการออกรางวัลครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ให้เกียรติเป็นประธานกรรมการออกรางวัล รวมทั้งข้าราชการระดับสูง ผู้นำชุมชนและผู้แทนสื่อมวลชนในพื้นที่ร่วมเป็นคณะกรรมการออกรางวัล โดยจะเชิญข้าราชการหรือบุคลากรของจังหวัดร่วมทำหน้าที่หมุนวงล้อสลับกับพนักงานหมุนวงล้อของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วย สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถเข้าชมการออกรางวัลได้ด้วยตนเองตั้งแต่เวลา 12.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการออกให้แสดงในวันดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ยังสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ - สถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ตั้งแต่เวลา 13.50 น. เป็นต้นไป - สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป - LINE TODAY ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป - เว็บไซต์สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล www.glo.or.th ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป - แอปพลิเคชันของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล GLO Lottery official ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป - รับฟังการถ่ายทอดเสียงทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่เวลา14.30 น. เป็นต้นไป ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการเดินทางมาออกรางวัลสลากสัญจรแล้ว สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้จัดกิจกรรมการช่วยเหลือสังคม (CSR) ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยจัดกิจกรรมจัดเลี้ยงอาหารและมอบของใช้ที่จำเป็นให้แก่เด็กๆ ที่ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนวัดสุวรรณคูหาจังหวัดพังงา จึงขอเชิญประชาชนชาวจังหวัดพังงาและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมชมการออกรางวัลสลากสัญจรครั้งนี้ได้ในวันที่ 1 มีนาคม 2568 รวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวและภารกิจที่น่าสนใจของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ที่ www.glo.or.th

นายกฯ เปิดตัวโครงการ "บ้านเพื่อคนไทย" พร้อมเปิดชมห้องตัวอย่างและจองสิทธิโครงการบ้านเพื่อคนไทย วันแรก
อ่าน

นายกฯ เปิดตัวโครงการ "บ้านเพื่อคนไทย" พร้อมเปิดชมห้องตัวอย่างและจองสิทธิโครงการบ้านเพื่อคนไทย วันแรก

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ บ้านเพื่อคนไทย พร้อมเปิดชมห้องตัวอย่างและจองสิทธิโครงการบ้านเพื่อคนไทย โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม พร้อมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องรวมถึงนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว มาร่วมเปิดงานโดย บ้านเพื่อคนไทย เป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยร่วมกับโครงการค่าเดินทางรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน ราคาผ่อนชำระเริ่มต้นที่ 4,000 บาท ประกอบด้วย ชุดคอนโดมิเนียมห้องพักขนาด 30-51 ตารางเมตร เบื้องต้นขนาด 8 ชั้น หลังจากนั้นจะขยายโครงการเป็น 45 ชั้น เพื่อให้คุ้มค่าต่อการพัฒนาโครงการ และรองรับความต้องการที่น่าจะมีจำนวนมาก รวมถึงปรับราคาต่อห้องให้ถูกลงได้ และโครงการบ้านเดี่ยว 1 ชั้น ขนาด 50 ตารางเมตร บนที่ดิน 50 ตารางวาประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ มี 2 วิธี คือ ลงทะเบียนที่สำนักงานแสดงบ้านตัวอย่างที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และบูธธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ตั้งแต่วันที่ 17-24 มกราคม หรือ ลงทะเบียนที่ www.บ้านเพื่อคนไทย.th เริ่มวันที่ 17 มกราคม จนกว่าจะมีประกาศปิดการลงทะเบียนส่วนคุณสมบัติของผู้ซื้อสิทธิกำหนดไว้ประกอบด้วย เป็นผู้มีสัญชาติไทย /เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ณ วันลงทะเบียน /เป็นผู้มีรายได้ ณ วันลงทะเบียน ไม่เกิน 50,000 บาทต่อเดือน /ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างที่อาจใช้พักอาศัยได้ทุกประเภท และ ไม่เคยได้สิทธิในโครงการบ้านเพื่อคนไทยทั้งนี้ ภายหลังจากที่เปิดให้ประชาชนยื่นแสดงเจตจำนงแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบสิทธิ และประกาศผลผู้ที่ได้รับสิทธิในการซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการดังกล่าวภายใน 2 เดือนนับจากนี้ หรือราวเดือนมีนาคม 2568 จากนั้นโครงการจะก่อสร้างทันทีเพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยในราคาจับต้องได้ โดยนำร่อง 4,000 หน่วย จากเป้าหมายทั้งหมด 300,000 หน่วย ที่ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ประตูที่ 1(เมื่อวันที่ 17 ม.ค.68)ภาพโดย: ธนาชัย ประมาณพาณิชย์

นายกฯ ยืนยัน “บ้านเพื่อคนไทย” เป้าหมายสำคัญให้ทุกคนเข้าถึงที่อยู่อาศัย-ลดความเหลื่อมล้ำ
อ่าน

นายกฯ ยืนยัน “บ้านเพื่อคนไทย” เป้าหมายสำคัญให้ทุกคนเข้าถึงที่อยู่อาศัย-ลดความเหลื่อมล้ำ

17 มกราคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่าน X Ing Shin @ingshin โดยระบุว่า ตามที่ได้เคยกล่าวไว้ในงาน #2568โอกาส บ้านเพื่อคนไทย เปิดบ้านตัวอย่างให้ชมวันนี้แล้วค่ะคนไทยกว่า 5.87 ล้านครอบครัว หรือประมาณ 27% ไม่มีบ้านเป็นของตัวเองค่ะ การมีบ้านสักหลัง ที่อยู่สบาย ปลอดภัย ทำให้เรามีความสุข คือความฝันของคนไทยหลายคน แต่สถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งราคาบ้าน การซื้อที่ต้องใช้เงินดาวน์ ยิ่งบ้านมีคุณภาพสูง ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี ราคาก็จะสูงตามไปด้วย จนทำให้ความฝันที่เราจะมีบ้านสักหนึ่งหลังเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน First Jobberโครงการ บ้านเพื่อคนไทย จึงเกิดขึ้นค่ะ เราจะสร้างที่อยู่อาศัย ทั้งรูปแบบบ้านและคอนโด บนที่ดินของภาครัฐ ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ไม่ต้องมีเงินดาวน์ ผ่อนรายเดือนไม่สูง และมีคุณภาพดีเป้าหมายสำคัญคือทำให้คนไทยทุกคนเข้าถึงที่อยู่อาศัย ได้มีบ้านของตัวเองเพื่อลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคมค่ะเราจะใช้พื้นที่ของภาครัฐที่มีศักยภาพมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ทุกพื้นที่ของโครงการจะใช้พื้นที่ทำเลดี ใกล้กับแนวรถไฟ มีโอกาสในการพัฒนาสูง เวลาเดินทางไปไหนมาไหน ก็จะสะดวก ทำอะไรก็ง่าย เพิ่มโอกาสในชีวิต โดยเฉพาะภายในปีนี้เมื่อรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายเริ่มใช้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็จะลดลงอีก ที่สำคัญจะเป็นการเพิ่มปริมาณผู้ใช้งานในระบบรถไฟฟ้าให้มากขึ้นไปกว่าเดิมค่ะพี่น้องประชาชนคนไทยที่สนใจ สามารถศึกษาเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ และค้นหา ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.บ้านเพื่อคนไทย.th รวมถึงสามารถติดตามข่าวสาร ทางช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของภาครัฐ หรือ LINE OA บ้านเพื่อคนไทยชมบ้านตัวอย่างได้แล้ววันนี้ ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2568 ในเวลา 10.00 21.00 น. โดยไม่เว้นวันหยุดหลังจากนั้นจะปรับวันและเวลาเข้าชมให้มีความเหมาะสมกับปริมาณผู้เข้าชมในแต่ละวันค่ะบ้านเพื่อคนไทย คือคำสัญญาอย่างเป็นรูปธรรม ว่ารัฐบาลจะทำให้คนไทย มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีค่ะภาพจาก รัฐบาลไทย