TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “哪里能办中央基督教圣经学院文凭毕业证{官网:ban58.com}-哪里能办中央基督教圣经学院文凭毕业证lO[办证网:ban58.com]-榆树哪里能办中央基督教圣经学院文凭毕业证-可以找哪里能办中央基督教圣经学院文凭毕业证HN” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
สิทธิพิเศษ
คลินิก หาดใหญ่ สูตินรีเวช
-
ความรู้ การศึกษา • 10 ก.ค. 69
รีวิวเกม Police cop simulator 3D
เกมนี้สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.mobgames3d.policecopsi
Gamercreaterslect • 16 ธ.ค. 68
สิทธิพิเศษ
โรงพยาบาลซีจีเอช สายไหม
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 10 พ.ค. 69
สิทธิพิเศษ
โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน นครปฐม
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 20 เม.ย. 69
สิทธิพิเศษ
โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 10 มี.ค. 69
อ่าน
SMD100 เซ็นดีล 5 ปี รุก Sleep Health ใต้
#SMD100 #ทันหุ้น – SMD100 เดินเกมรุก “Sleep Health” เต็มสูบ เดินหน้าลงนามสัญญาร่วมบริการ 5 ปี กับ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช เดินหน้าจัดตั้ง ศูนย์ตรวจการนอนหลับ (Sleep Lab Center) ขนาด 5 เตียง เตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ 1 มีนาคม นี้บริษัท เอสเอ็มดี ไรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SMD100 เปิดเผยว่า บริษัท เอสเอ็มดี สัปปายะ จำกัด ในเครือ ได้ลงนามสัญญาร่วมบริการระยะเวลา 5 ปี กับโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อจัดตั้ง ศูนย์ตรวจการนอนหลับ (Sleep Lab Center) ขนาด 5 เตียงศูนย์ดังกล่าวมีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มีนาคม 2569 และนับเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านเวชศาสตร์การนอนหลับที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค โดยเป็น ศูนย์ตรวจการนอนหลับขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ และเป็นอันดับ 1 ในเขตภาคใต้ตอนบนการเปิดศูนย์ขนาด 5 เตียงในโรงพยาบาลระดับมหาวิทยาลัยครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของเครือข่าย SMD SLEEPVERSE ในการขยายบริการสู่ภูมิภาค พร้อมรองรับผู้ป่วยที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ นอนไม่หลับเรื้อรัง และความผิดปกติด้านจังหวะการนอน ด้วยระบบตรวจ Polysomnography ตามมาตรฐานสากล และการแปลผลโดยแพทย์เฉพาะทางในเชิงคลินิก ศูนย์ตรวจที่มีระบบคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ มักมี Conversion Rate จากการทำ Sleep Test ไปสู่การรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก หรือ CPAP เฉลี่ยประมาณ 50% ซึ่งถือเป็นระดับมาตรฐานที่ดีในระดับสากล และสะท้อนถึงคุณภาพการวินิจฉัยและการให้คำแนะนำทางการแพทย์อย่างเหมาะสมภายใต้สัญญาร่วมบริการ 5 ปี โมเดลความร่วมมือดังกล่าวช่วยให้โรงพยาบาลสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Sleep Medicine ได้อย่างรวดเร็ว มีมาตรฐาน และยั่งยืน ขณะเดียวกัน SMD100 สามารถวางระบบคุณภาพ การบริหารจัดการ และการสนับสนุนทางเทคนิคอย่างครบวงจรความเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของ SMD100 ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Sleep Health ของภูมิภาค และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านการดูแลสุขภาพการนอนหลับอย่างเป็นระบบ
ทันหุ้น • 24 ก.พ. 69
สิทธิพิเศษ
ซีเอ็มเมดิคลินิก
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 1 ก.พ. 69
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 26 ต.ค. 68
สิทธิพิเศษ
ศูนย์การเรียนเครสท์สคูล
Crest School เป็นสถานศึกษารูปแบบใหม่ ณ ใจกลางกรุงเทพฯ ที่มอบการเรียนการสอนแบบองค์รวมซึ่งช่วยเตรียมผู้เรียนให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้และความสำเร็จตลอดชีวิต หลักสูตร Career-based Curriculum ของเราช่วยค้นหาและพัฒนาศักยภาพเฉพาะตัวของผู้เรียนแต่ละคน หลักสูตรของเรานั้นเป็นหลักสูตรระดับมาตรฐานสากลและได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ เราสนับสนุนให้ผู้เรียนได้สำรวจความชื่นชอบและความถนัด พร้อมทั้งประสบความสำเร็จในสาขาที่ตนเลือก โดยทาง Crest School ได้นำทรัพยากรจากบริษัทในเครือของเราที่เอื้อต่อการศึกษามาร่วมกันออกแบบหลักสูตรและกิจกรรม เช่น OnDemand, EduSmith, Appa และ Ignite เพื่อยกระดับความพร้อมทางด้านวิชาการและอาชีพ ความร่วมมือเหล่านี้เอื้อให้ผู้เรียนได้สัมผัสประสบการณ์จริงที่เตรียมความพร้อมสำหรับความสำเร็จในระดับสากล ที่ Crest School เราปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความคิดความอ่านระดับโลก ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมที่โอบรับความหลากหลายและกระตุ้นให้ผู้เรียนเปิดใจรับความต่าง ปรัชญาการศึกษาของเราจึงมุ่งเน้นไปที่ความเชื่อที่ว่าผู้เรียนทุกคนมีศักยภาพในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้แด่โลกใบนี้
สถานศึกษา • 1 ก.ย. 68
อ่าน
สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ
ขั้นตอนสมัครสอบคัดเลือกบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นคณาจารย์ประจำ เพื่อสนับสนุนภารกิจทางวิชาการและขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยอ้างอิงมติที่ประชุมกรรมการบริหารงานบุคคลตลอดปี 2567 ถึงกลางปี 2568ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือกระบุไว้ตามข้อ 7 ของประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีหลากหลายระดับและสาขาให้เลือกสมัครตามคุณวุฒิคุณสมบัติผู้สมัครผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย และไม่เป็นผู้เสพสารเสพติด รวมถึงสามารถปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างเหมาะสม เฉพาะสายคณาจารย์ปริญญาตรี วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในรอบ 5 ปีปริญญาโท วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง โดยอย่างน้อย 1 เรื่องเป็นงานวิจัยปริญญาเอก ต้องมีผลงานวิจัยเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในรอบ 5 ปีเอกสารประกอบใบสมัคร1. สำเนาปริญญาบัตรและ Transcript2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน3. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว4. หนังสือรับรองผลภาษาอังกฤษ (MCU-GET, TOEFL, IELTS, TOEIC, TU-GET, CU-TEP)5. ใบรับรองแพทย์ออกภายใน 30 วัน6. ผลตรวจประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ7. หนังสือรับรองประสบการณ์ (ถ้ามี)8. แบบ บค 01 และ บค 02 ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์9. สลิปการโอนเงินค่าสมัครหมายเหตุ แนบไฟล์เฉพาะ .PDF หรือ .JPG ค่าธรรมเนียมการสมัครต่ำกว่าปริญญาตรี 100 บาทปริญญาตรี 200 บาทปริญญาโท 300 บาทปริญญาเอก 400 บาทโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาเสือป่า เลขที่บัญชี 046 2 73791 7รายละเอียดการสอบสอบข้อเขียนเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย 100 คะแนนสอบปฏิบัติด้านดิจิทัล (เฉพาะสายปฏิบัติการ) 100 คะแนนสอบข้อเขียนเฉพาะสาขาวิชา 100 คะแนนสอบสัมภาษณ์ ประเมินความเหมาะสม 200 คะแนนเกณฑ์การตัดสินต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การตัดสินของคณะกรรมการสอบคัดเลือกถือเป็นที่สิ้นสุดติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสมัครเข้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ https://www.mcu.ac.th/news/detail/59013
TNN ช่อง16 • 23 ก.ค. 68
อ่าน
สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประกาศเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยสามารถสมัครสอบผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 22.00 น.รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2568 การรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้ประสงค์จะสมัครสอบแข่งขัน สามารถสมัครสอบผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เพียงทางเดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 9 -15 กรกฎาคม 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ยกเว้นวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ระบบจะปิดรับสมัคร เวลา 16.30 น. โดยสมัครสอบ ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.comเอกสารที่ใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568- สำเนาปริญญาบัตร หรือ สำเนาใบรับรองคุณวุฒิ- สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript)- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน- สำเนาทะเบียนบ้าน- รูปถ่ายหน้าตรง (ขนาดและจำนวนรอประกาศอย่างเป็นทางการ)- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือ หลักฐานจากคุรุสภา ที่อนุญาตให้ปฏิบัติการสอน- สำเนาหนังสือรับรองคุณวุฒิ (กรณีจบใหม่/รอรับปริญญา)- ใบรับรองแพทย์กรณีเป็นข้าราชการ/พนักงานท้องถิ่น- สำเนาบัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ- หนังสืออนุญาตให้สมัครสอบ- เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล- สำเนาประกาศนียบัตรบัณฑิตขั้นตอนการกรอกใบสมัครสอบครูผู้ช่วย 25681. อ่านประกาศรับสมัครสอบเข้าสู่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com คลิกเลือกเมนู สมัครสอบ อ่านขั้นตอนการสมัครและคลิกที่ปุ่ม [ดำเนินการต่อคลิกที่นี่] (อยู่ด้านล่าง) เพื่อสมัครสอบ2. กรอกข้อมูลใบสมัครกรอกข้อมูลลงใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" ให้ครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อกรอกครบถ้วนแล้วคลิกปุ่ม [ต่อไป] จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลที่ท่านได้กรอกไว้ใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" กรุณาตรวจทานข้อมูลของท่านว่าครบถ้วน และถูกต้อง3. ชำระเงินค่าสมัครสอบผ่าน QR Codeคลิกปุ่ม ตรวจสถานะการสมัครสอบ ระบบจะแสดงหน้าเว็บที่มีข้อมูลของท่านตามที่ท่านระบุ และแบบฟอร์มชำระเงิน- หากท่านต้องการ ตรวจสอบข้อมูล กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบตรวจสอบข้อมูล]- หากท่านไม่ต้องการดำเนินการใดๆ กรุณากดปุ่ม [กลับหน้าหลัก]4. พิมพ์ใบสมัครหากท่านต้องการพิมพ์เอกสาร ใบสมัครสอบ กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบสมัคร] ข้อควรระวัง การสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้สมัครสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียว และสมัครได้เพียงเขตการศึกษาเดียวเท่านั้นชื่อ และนามสกุล ที่ท่านกรอกลงใน "ใบสมัครออนไลน์" จะต้องเป็นชื่อและนามสกุลที่ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนกรุณาตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชนของท่านให้ถูกต้อง เนื่องจากเลขประจำตัวประชาชนของท่านจะใช้เป็นเลขที่อ้างอิงตลอดการสอบการกรอกข้อมูลในใบสมัคร จะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงทุกประการ ดังนั้นกรุณาตรวจทานข้อมูลให้ละเอียดก่อนคลิกปุ่ม[ส่ง ใบสมัคร] เพราะเมื่อท่านส่งใบสมัครไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้อีก และหากข้อมูลผิดพลาดอันเกิดจากการกรอกข้อมูลของท่านเองจะถือว่าใบสมัครนั้น เป็นโมฆะ และหากตรวจพบว่าท่านมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กรอกไว้ หรือขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามประกาศ จะถือว่าท่านขาดคุณสมบัติและท่านจะไม่สามารถเรียกร้องใด ๆ ได้ทั้งสิ้น
TNN ช่อง16 • 9 ก.ค. 68
อ่าน
ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบผลได้ผ่านเว็บ www.mytcas.comสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศผลสอบ A-Level ประจำปี 2568 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศสามารถเข้าตรวจสอบผลสอบผ่านระบบ MyTCAS ได้ทันที วิธีตรวจสอบผลสอบ A-Level 68ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบผ่านเว็บไซต์ของ ทปอ. ได้ที่ https://www.mytcas.com โดยมีขั้นตอนดังนี้:1.เข้าสู่ระบบที่ https://student.mytcas.com ด้วยบัญชีผู้สมัคร2.เลือกเมนู “ประกาศผลสอบ A-Level” เพื่อดูผลสอบรายวิชา3.หากต้องการดาวน์โหลดเอกสาร สามารถเลือก “หนังสือรับรองผลการสอบแยกรายวิชา” ได้ทันที4.หากต้องการยื่นขอทบทวนผลคะแนน ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วกด “ขอทบทวนผลคะแนนสอบ” ยื่นขอทบทวนผลคะแนนสอบได้ถึง 25 เม.ย. 68สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนสอบ หรือเชื่อว่าคะแนนอาจมีความคลาดเคลื่อน สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนผลคะแนนได้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 25 เมษายน 2568 ผ่านระบบ MyTCASค่าธรรมเนียมในการทบทวนคะแนนสอบ• ค่าธรรมเนียมรายวิชา: 100 บาท/วิชา• เหมาจ่ายทุกวิชา: 300 บาทโดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องเลือกวิชาที่ต้องการทบทวน อ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน และทำการชำระเงินผ่านระบบตามขั้นตอนที่กำหนดสรุป• ประกาศผลสอบ A-Level 68 แล้วตั้งแต่ 17 เม.ย. 68• ตรวจสอบผลได้ที่ student.mytcas.com• ขอทบทวนผลสอบได้ระหว่าง 18–25 เม.ย. 68• ค่าธรรมเนียม: รายวิชา 100 บาท, เหมาจ่าย 300 บาท
TNN ช่อง16 • 18 เม.ย. 68
อ่าน
เทคนิครับมือ เมื่อไปพบญาติช่วงสงกรานต์ และการตอบคำถามป้าข้างบ้าน
กลับบ้านช่วงสงกรานต์ทั้งที รู้สึกว่ามีแต่คนรัก... เอ๊ะ! ที่ญาติ ๆ ชอบทักเพราะเป็นห่วงเราจริงเหรอ?เรียนจบยัง ทำงานไหน เงินเดือนเท่าไหร่ แต่งงานกับใครหรือยัง? คำถามฮิตติดปาก จากญาติ ๆ ที่คอยห่วงใย ถ้าเรารู้สึกไม่สบายใจ จะรับมืออย่างไรดี? วันนี้ ‘ฟิวส์ ธีรวรรณ ดีบ้านคลอง’ นักจิตวิทยาคลินิก Me Center มีคำแนะนำมาฝาก1.สร้างขอบเขตของเราให้ชัดโดยให้ดูว่าเราโอเคกับอะไร ไม่โอเคกับอะไร หากมีคนถามในสิ่งที่เราสะดวกใจตอบ เราสามารถตอบออกไปได้ แต่หากถูกถามในเรื่องที่ไม่สะดวกใจที่จะตอบ อาจตอบไปว่า “ขอโทษด้วยนะคะ/ครับ ยังไม่พร้อมจะตอบเรื่องนี้/ยังไม่พร้อมจะเล่า ขอบคุณมากนะคะ/ครับ ที่เป็นห่วงหรือถามเรื่องนี้ ไว้พร้อมเมื่อไรจะตอบหรือจะเป็นคนแจ้งเรื่องนี้ให้ทราบเอง2.ขอความช่วยเหลือจากบุคคลที่สนิทใจในครอบครัวเช่น ขอความช่วยเหลือจากพี่ น้อง พ่อ แม่ ว่าเราคาดการณ์มาว่าจะต้องถูกญาติถามเรื่องที่เราไม่สะดวกใจที่จะตอบตอนนี้ เวลาที่ญาติจะถาม ช่วยอยู่ใกล้ ๆ เรา แล้วช่วยเราแก้สถานการณ์ ช่วยเราตอบคำถาม หรือพาเราหลีกเลี่ยงไม่อยู่กับญาติคนนี้ เพื่อไม่ให้มีโอกาสได้ถามในวงสนทนา3.เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาโดยให้สอบถามเรื่องอื่น เช่น อากาศวันนี้แจ่มใสดี มี pm2.5 หรือเปล่า วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ/ครับ? คุณ…ได้ทานอะไรหรือยังคะ/ครับ? 4.สอบถามเรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับคนในครอบครัวหรือสอบถามผู้ถามกลับ เมื่อถูกถามแล้วเราไม่แน่ใจว่าจะตอบว่าอย่างไร สามารถถามกลับผู้ที่ถามเรามาได้ว่าเรื่องนี้คิดเห็นอย่างไร หรือเปลี่ยนโดยการถามเรื่องเกี่ยวกับคนในครอบครัวคนอื่น เช่น คุณอาว่าคุณปู่เป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้?5.ตอบคำถามสั้น ๆ โดยหลีกเลี่ยงการให้รายละเอียดเช่น ไม่ใช่ค่ะ/ครับ ไม่แน่ใจ ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย ยังไม่มีอะไรใหม่6.ใช้อารมณ์ขันเข้ามาช่วยด้วยการเล่นมุกตลก หรือตอบแบบตลก ๆ การใช้อารมณ์ขันจะช่วยให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดเบาบางลงไปได้ และอาจจะทำให้ผู้ถามไม่ได้ให้ความสนใจอยู่เฉพาะการรอคำตอบของเราเท่านั้น วิธีดังกล่าวเป็นวิธีการเบื้องต้นในการรับมือกับญาติที่ชอบมาทักเราให้รู้สึกเสียความมั่นใจ หรือกระตุ้นให้เรามีอารมณ์และความรู้สึกติดลบ แต่ทั้งนี้อาจต้องดูบริบท รวมถึงนิสัยของคู่สนทนาของเรา เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการรับมือแต่หากพบว่าเรื่องนี้กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ทำให้รู้สึกแย่ ท้อแท้ มีพฤติกรรมแยกตัวออกจากสังคม และกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน การขอคำปรึกษาโดยการเข้าพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิก ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้หากสนใจปรึกษาจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาคลินิก ติดต่อได้ที่Me Center คริสตัล ดีไซน์ เซนเตอร์ (CDC) ชั้น 2โทร 085-355-2255Me Center ศูนย์สมองและสุขภาพจิต ชั้น 8 โรงพยาบาลอินทรารัตน์โทร 02-481-5555 ต่อ 8300Line Official: @mecenter (https://lin.ee/mCheDsu)
TNN ช่อง16 • 3 เม.ย. 68
อ่าน
ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม
TNN ช่อง16 • 14 ม.ค. 68
อ่าน
ปีใหม่ 2568 เปิดให้บริการ "งานทะเบียน-บัตรประชาชน" 28 ธ.ค. 2567 - 1 ม.ค. 2568
กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดให้บริการงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568 ในวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2567 ถึง วันพุธที่ 1 มกราคม 2568 ระหว่างเวลา 08.30 16.30 น. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ขอรับบริการที่มีความจำเป็น ต้องใช้เอกสารในการติดต่อราชการหรือเพื่อขอความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ และในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568เน้นย้ำ ให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ นายทะเบียนผู้รับแจ้งประจำสำนักทะเบียน และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้งประจำหมู่บ้าน ให้ปฏิบัติหน้าที่ รับแจ้งการเกิด หรือการตาย กรณีที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นในพื้นที่หมู่บ้านที่รับผิดชอบในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ด้วย ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบ สำนักทะเบียนที่ให้บริการช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง https://www.bora.dopa.go.th/home/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมการทะเบียนและบัตร สำนักบริหารการทะเบียน โทร 0 2791 7046 Call Center 1548
TNN ช่อง16 • 27 ธ.ค. 67
อ่าน
สมัครแข่งขัน CP CUP 2024 ลุ้นไปศึกษาดูงานที่จีน ร่วมงานเครือซีพี พร้อมรางวัลใหญ่กว่า 200,000 บาท
ท้าทายความคิดสร้างสรรค์-สร้างแผนธุรกิจจริง! สมัครแข่งขัน CP CUP 2024 ลุ้นไปศึกษาดูงานที่จีน ร่วมงานเครือซีพี พร้อมรางวัลใหญ่กว่า 200,000 บาทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) เปิดตัวโครงการ CP CUP 2024 เวทีการแข่งขันธุรกิจระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้นักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการสร้างแผนธุรกิจที่มุ่งแก้โจทย์ทางธุรกิจจริงของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง โดยผู้เข้าร่วมมีโอกาสชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท พร้อมสิทธิ์เดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศจีน และโอกาสร่วมงานพิเศษกับเครือซีพีนางสาวพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคล เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ระบุว่า CP CUP 2024 เป็นโครงการที่สะท้อนความเชื่อของเครือซีพีในพลังของคนรุ่นใหม่ เราอยากให้นักศึกษาได้สัมผัสกับประสบการณ์ทำงานในโลกธุรกิจจริง ได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นจากการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ สิ่งที่สำคัญคือ นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเองในมิติที่หลากหลาย ทั้งความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และการเปลี่ยนไอเดียให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง เราอยากเห็นคนรุ่นใหม่กล้าคิด กล้าทำ และพร้อมจะสร้างการเปลี่ยนแปลงในอนาคต นางสาวพิมลรัตน์กล่าวเงื่อนไขสำคัญของโครงการการแข่งขันนี้ นักศึกษาระดับชั้นปริญญาตรีถึงปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ต้องรวมทีม 8 คน ไม่จำกัดจำนวนทีมในแต่ละมหาวิทยาลัย สร้างแผนธุรกิจเพื่อผลักดันยอดขายของผลิตภัณฑ์ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมผู้สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 413 ธันวาคม 2567 ผ่านเว็บไซต์https://cpcup.cpli.co.thจากนั้นผู้เข้าร่วมจะได้รับการอบรมพิเศษในวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ในรูปแบบไฮบริด เพื่อนำความรู้ไปใช้ในการพัฒนาแผนธุรกิจ ทีมที่ผ่านเข้ารอบจะเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศประเทศไทยใน กลางเดือนมกราคม 2568 ณ True Digital Park และทีมที่ได้รับชัยชนะจะได้ไปประชันความสามารถในรอบชิงระดับนานาชาติในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 โดยจะพบกับทีมชั้นนำจากประเทศจีน ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่:https://cpcup.cpli.co.th
TNN ช่อง16 • 6 ธ.ค. 67
อ่าน
โหลดแอป "Cyber Check" ป้องกันตกเป็นเหยื่อโจรออนไลน์-คอลเซนเตอร์
วันที่ 3 ธ.ค. ที่บช.สอท. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รรท.ผบช.สอท. ,พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตอท. พล.ต.ต.นาวิน เส็งสมวงศ์ ผบก.อก.บช.สอท ร่วมกันแถลงข่าวตำรวจไซเบอร์เชิญชวนประชาชนร่วมทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์สร้างภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ที่เน้นย้ำการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน และเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ เช่น อาชญากรรมทางเทคโนโลยี การพนันออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งนอกจากมิติของการปราบปรามแล้ว มิติของการป้องกันภัยไซเบอร์ให้กับพี่น้องประชาชนถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ตำรวจไซเบอร์ให้ความสำคัญ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน หรือ วัคซีนไซเบอร์ ให้กับประชาชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์ในทุกรูปแบบ หลังพบว่ามีคดีอาชญากรรมออนไลน์เกิดขึ้นสูง ส่วนใหญ่ยังคงเป็นคดีหลอกขายสินค้าหรือบริการ,รองลงมาคือคดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ และคดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่นๆ โดยในแต่ละคดีมีผู้เสียหายต่อวันจำนวนมาก ส่วนคดีอาชญากรรมออนไลน์ที่มีมูลค่าความเสียหายสูงสุดคือคดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ รองลงมาคือคดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ โดยมีมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาทต่อวัน และด้วยเหตุนี้ตำรวจไซเบอร์จึงจัดทำ คู่มือและสื่อประกอบการบรรยายให้ความรู้แก่ประชาชน ในรูปแบบของ E-Book เพื่อให้ตำรวจทั่วประเทศสามารถนำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ สร้างการตระหนักรู้ให้กับประชาชนไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมขอเชิญชวนประชาชนร่วมทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ เพื่อสร้างการรับรู้ การตระหนักรู้ให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันต่อภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เสมือนการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรคทั้งนี้ ในการจัดทำโครงการดังกล่าว มีการจัดเตรียมของรางวัลให้กับประชาชนที่มีส่วนร่วมในการทำข้อสอบวัคซีนไซเบอร์ เดือนละ 1 รางวัล และรางวัลให้กับข้าราชการตำรวจที่เผยแพร่ข้อมูลภัยออนไลน์ตามโครงการวัคซีนไซเบอร์เป็นจำนวนมากที่สุดในแต่ละปี จำนวน 1 รางวัล และขอเชิญชวน พี่น้องประชาชน ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นCyber Check ที่ตำรวจไซเบอร์ได้คิดค้น ซึ่งแอปพลิเคชันช่วยประชาชนคัดกรองมิจฉาชีพจากเบอร์โทรศัพท์ปริศนาที่โทรเข้ามา รวมทั้งสามารถใช้แอปพลิเคชันตรวจสอบเลขบัญชีธนาคารก่อนจะโอนเงินได้ เพียงนำหมายเลขบัญชีไปใส่แล้วกดโทรออก โดยระบบ Cyber Check ใช้ฐานข้อมูลโดยตรงจากระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข้อดีของแอปพลิเคชัน Cyber Check คือ ระบบไม่มีการดึงข้อมูลของผู้ใช้งานเหมือนแอปพลิเคชันอื่นๆ แต่ใช้ฐานข้อมูลจากระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีการร้องเรียนและดำเนินคดีจริง โดยในอนาคตจะเป็นการสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อสินค้า เพราะแอปพลิเคชันมีแผนในการลงทะเบียนรวบรวมข้อมูลผู้ทำการค้าออนไลน์จริงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้สามารถใช้แอปพลิเคชัน Cyber Check ได้แล้วทั้งในระบบ Android และ iOS โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งบน Google Play และ App Storeขณะเดียวกันด้วยเป้าหมายสำคัญในการยกระดับการดำเนินงานด้านอาชญากรรมไซเบอร์ โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ ซึ่งมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทางบช.สอท. ได้เชิญรศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์ มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เทคโนโลยี และการบริหารงานในระดับสูง ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์แก่ตำรวจไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเชิงรุก การพัฒนากระบวนการสืบสวนสอบสวน รวมถึงการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อรับมือกับอาชญากรรมไซเบอร์ที่ท้าทายมากขึ้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของตำรวจไซเบอร์ในการสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในทุกมิติ
TNN ช่อง16 • 3 ธ.ค. 67
อ่าน
อย่าหลงเชื่อ เพจแอบอ้างรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด
ตามที่มีประเด็นในเรื่องรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด ผ่านเพจ carloslantigua786 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จกรณีการโฆษณาชวนเชื่อโดยโพสต์ระบุรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด ผ่านเพจ carloslantigua786 ทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เพจเฟซบุ๊กดังกล่าวที่ใช้ชื่อว่า carloslantigua786 ไม่ได้เป็นเพจทางการที่ถูกสร้างขึ้นโดยกรมการขนส่งทางบกแต่อย่างใด ไม่มีการรับทำหรือต่อใบขับขี่ออนไลน์ เนื่องจากการขอรับใบอนุญาตขับรถทุกชนิดมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ คือ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องดำเนินการด้วยตนเองทุกขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ตั้งแต่การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย การอบรม การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ และการถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับรถดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.dlt.go.th หรือ โทร. 02-271-8888ภาพจาก TNN ONLINE
TNN ช่อง16 • 17 ต.ค. 67
อ่าน
ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ
สำหรับ คุณพ่อคุณแม่ หรือ ผู้ปกครอง ที่วางแผน พาลูกเที่ยวต่างประเทศ หรือต้อง เดินทางต่างประเทศ สิ่งที่ต้องเตรียมลำดับแรกๆ ก็คือ พาสปอร์ตสำหรับเด็ก หรือ หนังสือเดินทางสำหรับเด็ก นั่นเอง ดังนั้นมาเตรียมพร้อม เอกสารต่างๆ ที่ ต้องใช้ในการ ทำพาสปอร์ตเด็ก (ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ - อายุต่ำกว่า 20 ปี) ได้ตามนี้ได้เลยค่ะ พาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ที่ต้องใช้เตรียมพร้อมก่อน พาลูกเที่ยวต่างประเทศ 1. กรณี บิดา มารดา อยู่ด้วยกัน อาจจะจดหรือไม่จดทะเบียนสมรส แต่มีอำนาจปกครองบุตรร่วมกัน เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร หมายเหตุ ทั้งบิดาและมารดา ต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) หากทั้งบิดามารดา ไม่สามารถไปแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมจากทั้งบิดาและมารดา (อาจทำในฉบับเดียวกัน) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 2. กรณี บิดา มารดา หย่าร้าง เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา หรือ มารดา ผู้มีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร ทะเบียนหย่า และบันทึกการหย่าร้าง ที่ระบุว่าผู้ใดมีอำนาจปกครองบุตรให้ผู้นั้นพาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง และกรณ๊ที่มีอำนาจปกครองบุตรร่วมกัน ทั้งบิดาและมารดาจะต้องลงนามยินยอม หมายเหตุ ผู้ที่มีอำนาจปกครองบุตรเพียงฝ่ายเดียวต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากผู้ที่มีอำนาจปกครองบุตรเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์อายุ 15 ปีขึ้นไป) หากบิดามารดา ยังมีอำนาจปกครองบุตรร่วมกันหลังการหย่า ทั้งบิดาและมารดาต้องมาแสดงตน ================= 3. กรณี บิดา มารดา จดทะเบียนสมรส แต่แยกกันอยู่ ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร หากไม่สามารถติดต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ จะต้องมีคำสั่งศาลให้อีกฝ่ายหนึ่งมีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว หมายเหตุ ทั้งบิดาและมารดา ต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) หากทั้งบิดามารดา ไม่สามารถไปแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมจากทั้งบิดาและมารดา (อาจทำในฉบับเดียวกัน) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 4. กรณี บิดา เป็นผู้เลี้ยงดูบุตร ไม่มีจดทะเบียนสมรส และแยกกันอยู่ (ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้) เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) คำสั่งศาลให้บิดามีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว หมายเหตุ บิดาต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากบิดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 5. กรณี มารดา เป็นผู้เลี้ยงดูบุตร ไม่มีจดทะเบียนสมรส และแยกกันอยู่ (ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้) เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) หนังสือรับรองการใช้อำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว (ปค.14) จากสำนักงานเขต / ที่ทำการอำเภอ โดยกรณีไม่มี ปค.14 สามารถใช้เอกสาร 2 รายการนี้แทน ซึ่งเป็นเอกสารที่ออกโดยสำนักงานเขต / ที่ทำการอำเภอ ได้แก่- หลักฐานยืนยันว่ามารดาไม่เคยจดทะเบียนสมรส- เอกสารทางทะเบียนว่า บิดาไม่เคยจดทะเบียนรับรองบุตร หมายเหตุ มารดาต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากมารดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 6. กรณี บุคคลที่ 3 เป็นผู้ปกครอง ติดต่อบิดา มารดา ไม่ได้ เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ปกครอง คำสั่งศาลให้ผู้ปกครองมีอำนาจปกครองเด็กแทนบิดามารดา หมายเหตุ กรณีที่ผู้เยาว์ไม่มีผู้ปกครองตามกฎหมาย เช่น เด็กกำพร้าซึ่งอยู่ในหน่วยงาน / องค์กร แต่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อแข่งขันกีฬา หรือ แข่งขันด้านวิชาการ หน่วยงานที่ดูแลเด็กต้องทำหนังสือถึงผู้อำนวยการกองหนังสือเดินทาง เพื่อพิจารณาเป็นรายกรณี หากมีผู้ปกครองตามกฎหมาย และไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) ================= 7. กรณี จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) ใบเปลี่ยนชื่อสกลุ (หากมี) ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม (คร.14) ฉบับจริง หมายเหตุ หากบิดา หรือมารดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) ข้อมูลจาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ อัปเดต 18 สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล 10 เทคนิคเตรียมตัวเที่ยวต่างประเทศ ขึ้นเครื่องบิน สำหรับมือใหม่ มั่นใจไม่ตกเครื่อง
ทราเวล ทิปส์ • 16 ต.ค. 67
อ่าน
โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง เตรียมถอนตัว ประกันสังคมชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
ตามที่มีผู้เผยแพร่ข้อมูลเรื่อง โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง เตรียมถอนตัวจากประกันสังคม หลังโดนตัดงบลง 40% ทำให้ขาดทุน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จกรณีที่มีการส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับ โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง เตรียมถอนตัวจากประกันสังคม หลังโดนตัดงบลง 40% ทำให้ขาดทุน ทางสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากการทำสัญญาให้บริการทางการแพทย์กับสำนักงานประกันสังคมนั้น จะเป็นการทำสัญญาปีต่อปี ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายและความประสงค์ของสถานพยาบาลแต่ละแห่ง โดยในทุกปีที่ผ่านมาจะมีทั้งสถานพยาบาลที่ต่อสัญญา ไม่ต่อสัญญา และสมัครใหม่ ซึ่งทุกแห่งจะต้องผ่านเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การเป็นคู่สัญญาตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานประกันสังคม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th หรือติดต่อสายด่วน 1506ภาพจาก Getty Images
TNN ช่อง16 • 4 ต.ค. 67
อ่าน
ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่
นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนของทุกปีประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝน มีผลทำให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลายรายต้องประสบกับปัญหาแผ่นป้ายทะเบียนรถหลุดหายระหว่างทาง รวมถึงจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น อุบัติเหตุทำให้ป้ายหลุด หรือตัวยึดป้ายนั้นเกิดสนิมและทำให้ตัวป้ายหลุดออกไปเองกรมการขนส่งทางบกจึงแนะนำว่าให้เจ้าของรถควรตรวจสอบการยึดติดแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งด้านหน้าและท้ายรถให้มีความมั่นคงแน่นหนา เพื่อป้องกันการหลุดหายระหว่างการขับรถ อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ้าของรถที่ทำแผ่นป้ายทะเบียนรถหล่นหาย สามารถขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งความ โดยติดต่อยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบสำหรับกรณีที่เจ้าของรถเป็นบุคคลธรรมดาใช้หลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ หากเจ้าของรถไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน และต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจมาแสดงส่วนกรณีเป็นนิติบุคคล ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี3) หนังสือมอบอำนาจ4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน5) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับกรณีรถที่ติดไฟแนนซ์ ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี (ไฟแนนซ์)3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้เช่าซื้อ5) หนังสือมอบอำนาจ (ไฟแนนซ์) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับการขอแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนมีค่าธรรมเนียมแผ่นป้าย แผ่นละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาท โดยรถที่จดทะเบียนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 5 วันทำการ และรถที่จดทะเบียนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 10 วันทำการ ซึ่งระหว่างนี้สามารถใช้ใบเสร็จรับเงินแทนแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นการชั่วคราวได้ทั้งนี้ ทันทีที่พบว่าป้ายทะเบียนรถหล่นหายเจ้าของรถควรรีบดำเนินการขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนทันที ห้ามทำแผ่นป้ายทะเบียนรถขึ้นเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท จึงขอให้เจ้าของรถระมัดระวังการใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่ง หรือโทรสายด่วน 1584ภาพจาก กรมขนส่งฯ / TNN Online
TNN ช่อง16 • 13 มิ.ย. 67
อ่าน
ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมออนไลน์ ทำได้ด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ เช็กวิธีที่นี่
ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้ หน่วยงานราชการ ลดความซับซ้อนการบริหารงานเอกสาร และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ซึ่งกองทะเบียนประวัติอาชญากร หรือ ทว. สังกัด สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สนองนโยบายของรัฐบาลด้วยเช่นกันล่าสุดประชาชนสามารถเช็กประวัติอาชญากรรมออนไลน์ ด้วยเว็บไซต์ www.crd.go.th สามารถใช้บริการได้ตั้งแต่ 1 ส.ค. 2567 เป็นต้นไปวิธีเช็กประวัติอาชญากรรมออนไลน์1.ขอตรวจสอบประวัติอาชญากร กรอกข้อมูล ชื่อ-สกุล-หมายเลขประจำตัวประชาชน2. อัพโหลดบัตรประชาชนและรูปถือบัตรประชาชนข้างหน้า3.กดยืนยัน รอผลตรวจอนุมัติ 7-15 วันทำการทั้งนี้เข้าเช็คสถานะ ขึ้นว่าอนุมัติแล้ว ประชาชนสามารถมาติดต่อรับผลการตรวจสอบได้ที่กรุงเทพฯ รับที่ ทว. หรือ ต่างจังหวัดรับที่ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1-10 และพฐ.จว.ทุกจังหวัด ทั่วประเทศนอกจากนี้ยังสามารถ ตรวจสอบข้อมูลบุคคล ตามโครงการลบประวัติ ล้างความผิด คืนชีวิตให้ประชาชน ว่าที่มีชื่ออยู่ในโครงการหรือไม่ โดยเป็นผู้ที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง อัยการ/พงส.สั่งไม่ฟ้อง ฯลฯ ส่วนประชาชนหรือบริษัทที่ต้องการตรวจสอบประวัติอาชญากร ด้วยลายพิมพ์นิ้วมือให้นำหนังสือนำส่งตัวมาพิมพ์มือ สามารถติดต่อ พิมพ์มือได้ที่ กรุงเทพมหานครที่ ทว. ต่างจังหวัดติดต่อที่ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1-10 และพฐ.จว.ทุกจังหวัด ทั่วประเทศp.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px Thonburi} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก: AFP
TNN ช่อง16 • 2 ส.ค. 67
อ่าน
ทำความรู้จัก “โรงสีปริญญา” โรงงานผลิตวุฒิการศึกษา ที่เกลื่อนเป็นพันในสหรัฐฯ
p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px 'Helvetica Neue'} p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px 'Helvetica Neue'; min-height: 15.0px} p.p3 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px Thonburi} p.p4 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px 'Helvetica Neue'; min-height: 16.0px} p.p5 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px Thonburi; min-height: 18.0px} li.li1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px 'Helvetica Neue'} span.s1 {font: 13.0px Thonburi} span.s2 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'} span.s3 {font: 9.0px Menlo} ul.ul1 {list-style-type: disc}วุฒิปริญญาเอกของเธอที่ระบุในใบสมัคร สว. เขียนว่า Doctor of Philosophy (PhD) Associate Professor in Business Administration California Universityเมื่อเข้าไปตรวจสอบกลับพบว่าเป็นชื่อสถานที่ที่กล่าวอ้างเป็นมหาวิทยาลัยที่เคยตกเป็นข่าวมาแล้วในอดีตอาจารย์อ๊อด หรือ รศ.ดร.วีรชัยพุทธวงศ์อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลกับทีมข่าวทีเอ็นเอ็น พร้อมส่งภาพอาคารของสถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนคลินิทันตกรรมที่มีป้ายชื่อ California University อยู่ไม่เพียงเท่านั้นอาจารย์อ๊อดยังโพสต์ต่อว่ามหาวิทยาลัยนี้ไม่อยู่ในสารบบของสหรัฐอเมริกาแต่อย่างไรแต่เป็นห้องแถวอยู่ในเขตย่านคนจนเป็นของคนฟิลิปปินส์คนไทยคนหนึ่งพาเข้าไปชมข้างในมหาวิทยาลัยเลยครับจะพบว่ามีโต๊ะอยู่โต๊ะเดียวแล้วก็ให้เบอร์โทรไปซื้อขายกันเองในตึกนี้ก็เป็นที่ทำฟันเป็นที่เลี้ยงเด็กอาจารย์อ๊อดระบุต่อสำหรับสื่ออเมริกันนั้นเรียกธุรกิจเช่นนี้ว่าDiploma Millหรือโรงสีปริญญาคือนิติบุคคลจดทะเบียนในลักษณะสถาบันการศึกษาที่มอบวุฒิปริญญาให้ผู้ใช้บริการได้แทบทุกด้านตั้งแต่วิชาชีพเฉพาะด้านปริญญาตรีและปริญญาเอกในไทยใช้คำว่าปริญญาห้องแถวโดยในรัฐแคลิฟอร์เนียจากผลการตรวจสอบย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนพบว่ามีธุรกิจเช่นนี้มากที่สุดในประเทศถึง134แห่งโดยเว็บไซต์Get Educatedอธิบายว่าเพราะกฎหมายของรัฐเอื้อให้ธุรกิจเหล่านี้ได้รับใบอนุญาตประกอบสถานศึกษาแต่ไม่ถือเป็นสถาบันศึกษาที่ผ่านการรับรองในการออกใบปริญญาที่ถูกต้อง---ซื้อปริญญาง่ายกว่าเข้าเรียน---โรงสีปริญญา(Diploma Mill)หมายถึงบริษัทหรือองค์กรที่อ้างว่าตัวเองเป็นสถาบันการศึกษาขั้นสูงแต่สิ่งที่ผลิตออกมาก็คือปริญญาหรือประกาศนียบัตรที่อ้างว่าบุคคลที่ได้รับไปนั้นมีความโดดเด่นจากประสบการณ์ในชีวิตหรือประสบการณ์ทางสังคมโดยได้ไปประเมินผลงานในอดีตของบุคคลนั้นๆและให้ผ่านเกณฑ์ขององค์กรตนซึ่งจะออกปริญญาหรือประกาศนียบัตรบางอย่างเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตอาทิการไปสมัครงานการประกอบวิชาชีพขั้นสูงหรือใช้เทียบวุฒิทางการเมืองที่มาของศัพท์นี้หมายถึงการเน้นผลิตเพียงแต่กระดาษแผ่นเดียวออกมาให้การรับรองบุคคลที่มีทุนทรัพย์มากพอที่จะจ่ายให้องค์กรเท่านั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาหรือการสั่งสมองค์ความรู้ไม่ต่างอะไรกับโรงสีที่เน้นแต่สีธัญพืชออมาให้ได้จำนวนมากๆโดยไม่สนคุณภาพแต่อย่างใดส่วนสาเหตุที่ธุรกิจชนิดนี้เพิ่มมากขึ้นจากมาตรการของรัฐดังที่อ.อ๊อดเสนอมานั้นพบว่าด้วยการปกครองแบบมลรัฐหรือรัฐรวมทำให้รัฐบาลกลางไม่สามารถที่จะRegulatedระเบียบแบบแผนทางการศึกษาให้เป็นเนื้อเดียวกันได้ดังนั้นการใช้ศัพท์ว่าUniversityจึงไม่ได้หมายความว่าเป็นมหาวิทยาลัยหรือที่ที่ให้การศึกษาขั้นสูงต้องเข้าเรียนCrossworksหรือทำวิทยานิพนธ์(Dissertation/Thesis)เพื่อให้ได้ศักดิ์และสิทธิทางปริญญาเรื่องนี้แม้แต่อำนาจตุลาการสหรัฐฯก็ยังออกมาให้การสนับสนุนเนื่องจากการศึกษาของอเมริกานั้นไม่ได้มีแต่เพียงทางโลก(Secular)แต่ยังมีทางศาสนา(Religion)อย่างการศึกษาไบเบิลการศึกษาคำสอนของพระเจ้าหรือการศึกษาพระคำภีร์เรื่องเหล่านี้หากรัฐบาลกลางมีมาตรฐานทางการศึกษาแบบครอบคลุมก็จะทำให้หายไปเพราะการศึกษาเหล่านี้เรียนไม่เหมือนกับที่เราคุ้นเคยอย่างการสอบโดยการตีความคำสอนของพระผู้เป็นเจ้าหรือการแสดงตนเป็นคริสเตียนได้มากน้อยเพียงใดดังนั้นองค์กรที่ให้การรับรองปริญญาบัตรจึงสามารถที่จะใช้ศัพท์ว่าUniversityต่อท้ายได้โดยไม่มีความผิดฐานหลอกลวงและยังสามารถที่จะให้การรับรองปริญญาหรือถึงขั้นออกใบปริญญาให้ได้หากลูกค้าจ่ายเงินตามจำนวนทั้งยังได้รับอานิสงส์จากการคุ้มครองด้านการศึกษาทางศาสนาแม้จะไม่เกี่ยวกันโดยตรงแต่ตรงนี้คือช่องโหว่ให้สามารถดำเนินการทางธุรกิจได้เมื่อมาตรการควบคุมโดยรัฐไม่สามารถทำอะไรDiploma Millได้แบบนี้จะทำอย่างไรดี?งานศึกษา Degrees of Doubt: Legitimate, real and fake qualifications in a global marketได้เสนอว่า เราไม่สามารถที่จะห้ามไม่ให้ผู้คนซื้อการศึกษาได้ดังนั้นนายจ้างและตลาดแรงงานควรหันมาโฟกัสที่การตรวจสอบว่าแรงงานเหล่านั้นใช้บริการDiploma Millหรือไม่จะดีกว่าหากนายจ้างต้องการตรวจสอบเฉพาะปริญญาในสหรัฐฯให้ยึด4ฐานข้อมูลนี้ไว้ได้แก่Association of Commonwealth Universities (2005) Commonwealth Universities Yearbook (London: Association of Commonwealth Universities).Bear, J. Bear, M. (2003) Bears Guide to Earning Degrees by Distance Learning (Berkeley, CA: Ten Speed Press).International Association of Universities (2003) International Handbook of Universities (Paris: International Association of Universities; Stockton Press).National Office of Overseas Skills Recognition/Australian Education International Country Education Profiles available online at: http://aei.dest.gov.au/AEI/ PublicationsAndResearch/CEP/CEPs.htm.อีกอย่างหนึ่งคือต้องตรวจสอบงานวิจัย/วิทยานิพนธ์ในฐานะส่วนหนึ่งของการสำเร็จการศึกษาว่าได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนักล่า(Predatory Journals)หรือวารสารหลอกลวง(Pseudo journals)หรือไม่?ยกตัวอย่างงานวิจัยของสว.สาวท่านนี้ชื่อว่าThe Concepts for Development of Thai Public Organization in the New World System ซึ่งหัวเรื่องคือการศึกษาองค์กรอิสระของไทยแต่กลับตีพิมพ์ในวารสารอนุรักษ์วัตถุโบราณของจีน(Journal of Sciences of Conservation and Archaeology)ตรงนี้ถือว่าแปลกอย่างมากยังไม่รวมกับการที่DOI: 10.57030/sci-arch-36.3.24.11ของวารสารนี้ไม่ปรากฏบนฐานข้อมูลวารสารต่างประเทศหรือหลักฐานการอ้างอิงที่ไม่เกี่ยวข้องกับขอบข่ายงานวิจัยรวมถึงงานวิจัยที่อ้างอิงก็มีการอ้างอิงทับซ้อนกันไปมาอีกด้วย---ปริญญาห้องแถวดีกรีอเมริกัน---ข้อมูลจากUS News Educationระบุว่าCalifornia University FCEเป็นโรงเรียนมัธยมที่มีนักเรียนประมาณ100คนส่วนใหญ่เป็นนักเรียนที่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์หรือเชื้อชาติที่ไม่ใช่คนผิวขาวขณะเดียวกันก็มีข้อมูลส่วนหนึ่งว่าCalifornia University FCEเป็นองค์กรที่ให้บริการประเมินคุณวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศเพื่อให้ได้การเทียบเท่ากับคุณวุฒิในสหรัฐอเมริกาFCE ในชื่อ California University FCE หมายถึง Foreign Credential Evaluation หรือการประเมินคุณวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศเนื่องจากองค์กรนี้ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์กร National Association of Credential Evaluation Services (NACES) หรือ Association of International Credential Evaluators (AICE) NACES ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำในด้านการประเมินคุณวุฒิ จึงถูกตั้งคำถามถึงความมั่นใจในมาตรฐานและความน่าเชื่อถือขององค์กรแหล่งอ้างอิงบทความ Degrees of Doubt: Legitimate, real and fake qualifications in a global markethttps://www.geteducated.com/college-degree-mills/347-top-10-states-diploma-mill-degree-mills/#/
TNN ช่อง16 • 12 ก.ค. 67
อ่าน
เตรียมเปิดรับการรายงานตัว สว. ชุดใหม่ หลังกกต. ประกาศรับรอง
ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภาแล้วนั้น สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาขอเชิญสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาเข้าแสดงตนกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในวันที่ 11, 12 และ 15 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ห้อง 102 - 106 ชั้น 1 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ โดยเตรียมเอกสารหลักฐานสำหรับการแสดงตน ดังนี้1. หนังสือรับรองผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภาจากคณะกรรมการเลือกตั้ง2. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด3. สำเนาใบสำคัญการสมรส 1 ชุด4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนคู่สมรส 1 ชุด5. รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 3 รูปทั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภาสามารถกรอกข้อมูลล่วงหน้าในแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (E-Form) ทางเว็บไซต์ของวุฒิสภาที่ http://www.senate.go.th หัวข้อ กรอกข้อมูลประวัติสำหรับการแสดงตน (E-Form) เพื่อนำมาใช้ในการแสดงตน ดังนี้1. แบบแสดงตนสมาชิกวุฒิสภา (แบบ สว. 1)2. ประวัติสมาชิกวุฒิสภา (แบบ สว. 3)3. แบบกรอกประวัติสำหรับการเผยแพร่ (แบบ สว. 4)สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2831 9363-4 หรือ Call Center วุฒิสภา 0 2831 9111ภาพจาก รัฐบาลไทย
TNN ช่อง16 • 10 ก.ค. 67
อ่าน
BRAND’S Young Blood 2024 ขยายเวลาแคมเปญประกวดออกแบบลายเสื้อ
BRANDS Young Blood 2024 ขยายเวลาแคมเปญประกวดออกแบบลายเสื้อยืดในคอนเซปท์ Give Blood Gives Lives...พลังเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ ภายใต้โครงการ แบรนด์พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2567 ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 24 จัดโดยบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานชิงทุนการศึกษาเกียรติบัตร และผลิตภัณฑ์ แบรนด์ตลอดปี โดยลายเสื้อที่ชนะการประกวดจะถูกนำไปผลิตเป็นเสื้อยืดเพื่อมอบให้กับผู้บริจาคโลหิต สามารถส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้ ตั้งแต่วันนี้ วันที่ 31 สิงหาคม 2567 ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ต้องเป็นนักศึกษาในสถาบันการศึกษาอย่างถูกต้องและมีอายุไม่เกิน 22 ปี โดยสามารถส่งผลงานออกแบบ 1 คน หรือ 1 ทีม (สมาชิกไม่เกิน 2 คน) ไม่จำกัดจำนวนผลงาน ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดและกรอกใบสมัครเข้าร่วมการประกวดได้ที่ www.blooddonationthai.com (หัวข้อดาวน์โหลด) สามารถส่งผลงานได้ 3 วิธี ได้แก่ (1) ส่งไฟล์ผลงานมาที่ email : Project.nbc@redcross.or.th ตั้งแต่วันนี้ 31 สิงหาคม 2567 (2) ส่งผลงานทางไปรษณีย์ ใส่ซองปิดผนึก จ่าหน้าซองถึง งานกิจกรรมสัมพันธ์และโครงการพิเศษ ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตและสื่อสารองค์กร ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 วงเล็บมุมซองว่า (ประกวดออกแบบลายเสื้อ BYB 2024) โดยจะยึดตามวันที่ประทับตราบนซองเป็นสำคัญ หรือ (3) กรณีส่งผลงานด้วยตัวเอง ให้ติดต่อฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตและสื่อสารองค์กร อาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ (ในวันและเวลาราชการ จันทร์-ศุกร์ 8.00 16.30 น.) โครงการจะประกาศผลผู้ได้รับรางวัลทุกระดับ ในวันจันทร์ที่ 30 กันยายน 2567 ผ่านทาง www.facebook.com/nbctrc และ www.facebook.com/BRANDSWorldThailand ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศจะได้รับเกียรติบัตร พร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 จะได้รับเกียรติบัตร พร้อมทุนการศึกษา 5,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 จะได้รับเกียรติบัตรพร้อมทุนการศึกษา 3,000 บาท โดยผู้ชนะรางวัลในทุกระดับจะได้รับผลิตภัณฑ์แบรนด์ซุปไก่สกัดดื่มฟรีตลอดปี สำหรับนิสิต นักศึกษา และสถาบันการศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการประกวดออกแบบลายเสื้อ สามารถดาวน์โหลดใบสมัคร และสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 0 2263 9600 ต่อ 1743 หรือ www.blooddonationthai.com (หัวข้อดาวน์โหลด)
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 4 ก.ค. 67
อ่าน
30 บาทรักษาทุกที่! สปสช. คาดพื้นที่ กทม. ใช้บัตรประชาชนใบเดียวได้ภายในปีนี้
ภายหลังที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง จังหวัดที่ดำเนินงานตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว พ.ศ. 2567 โดยมีพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วยนั้น แต่ยังพบว่ายังมีปัญหาในการเชื่อมข้อมูลและการส่งตัวผู้ป่วย ล่าสุด นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระบุว่า เนื่องจากพื้นที่กรุงเทพนคร มีความซับซ้อน และมีความหลากหลายทางด้านของสถานพยาบาลหลายสังกัด ซึ่งต่างจากพื้นที่ต่างจังหวัด ส่วนใหญ่เกินครึ่งเป็นของภาคเอกชนมากกว่าภาครัฐ การประกาศดังกล่าวจึงเป็นการประกาศในเบื้องต้น เพื่อเตรียมในเรื่องของข้อมูลและการเตรียมงบประมาณการจ่ายให้กับหน่วยบริการ แต่ยอมรับว่า บางแห่งยังไม่พร้อม ซึ่งยังมีการหารือเรื่องของใบส่งตัวกันอยู่ ขณะนี้ได้มีการพูดคุยในการแก้ปัญหาในส่วนนี้แล้ว เน้นย้ำจะต้องมีการเชื่อมข้อมูลระหว่างสถานพยาบาลด้วยกันในการส่งตัวผู้ป่วย โดยจะมีการออกประกาศหลักเกณฑ์ขั้นตอนต่างๆออกมาอีกหลายฉบับเพื่อเป็นทิศทาง เดียวกันทั้งนี้ ยอมรับ พื้นที่กรุงเทพมหานคร มีความยุ่งยาก ซึ่งจะต้องไปทำความเข้าใจกับสถานพยาบาลและระบบข้อมูล ในการเชื่อมโยงข้อมูลการรักษาและข้อมูลผู้ป่วยร่วมกัน คาดว่า พื้นที่กรุงเทพมหานคร ระบบทั้งหมดจะเสร็จสิ้นและสามารถใช้บริการในนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนภายในปีนี้ ซึ่งถูกกำหนดเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลโดยสถานพยาบาลที่พร้อมในการรองรับ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตอนนี้ ศูนย์บริการสาธารณสุข หน่วยนวัตกรรม และสถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข ที่มีอยู่ 3 แห่งคือโรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเลิดสินและ โรงพยาบาลนพรัตน์ฯส่วนปัญหาที่คลินิกชุมชนอบอุ่นส่วนหนึ่งไม่ยอมออกใบส่งตัว ขณะที่รพ.แม่ข่าย ที่รับต่อต้องการใบส่งตัวจึงส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยนั้น นพ.จเด็จ ระบุว่า ใบส่งตัวมีวัตถุประสงค์ 2 อย่างหลักๆ คือ 1.อยากรู้ประวัติ ของผู้ป่วย การรักษาต่างๆ ส่วนตัวมองว่ายังอยากให้มีประวัติการรักษาจากที่เดิมอยู่ ในส่วนต่างจังหวัดการส่งตัวขณะนี้จะเป็นในรูปแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ถ้าไม่มีอาจจะต้องเขียน เป็นกระดาษ ซึ่งเป็นระบบเดิมที่ใช้กันมานาน ซึ่งพยายามจะเลิกใช้ระบบนี้และมาใช้ระบบใหม่2 .ใช้ใบส่งตัว เพื่อที่จะได้รู้ว่าใครจะมาจ่ายเงิน ซึ่งในส่วนนี้ที่เป็นปัญหา ทาง สปสช.ยืนยันมาตลอดเงินที่เคยต้องตามจ่ายโดยหน่วยบริการ ที่ทำใบส่งตัว ทางสปสช.จะมี เงินอีกก้อนในการไปตามจ่ายให้อยู่แล้ว ถ้าไม่มีใบส่งตัว ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะต้องมีการทำความเข้าใจ กันอีกครั้ง โดยยืนยันว่าใบส่งตัวเพื่อประกอบงบประมาณ ในการไปจ่ายของสถานพยาบาลนั้น ไม่จำเป็นกรณีต้องมีใบส่งตัวไม่ใช่ว่าต้องฉุกเฉิน แต่หมายถึงต้องมีเหตุสมควร ว่า ประชาชนหรือผู้ป่วยจำเป็นต้องรักษาในรพ.ระดับสูงกว่า เช่น เป็นโรคหัวใจ โรคเฉพาะทางสำหรับ ผู้ป่วยที่เกินศักยภาพของคลินิกในการรักษา จำเป็นต้องส่งตัวมีหลักพิจารณา 3 ระดับ คือ1.เป็นโรคทั่วไป เช่น ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้หวัด ลักษณะนี้ สามารถรักษาที่คลินิกได้ ในส่วนของสถานพยาบาลปฐมภูมิ 2.เป็นโรคที่ต้องรักษาที่ โรงพยาบาล เท่านั้น ไม่สามารถรักษาที่คลินิก หรือสถานพยาบาลปฐมภูมิได้3.เป็นกลุ่มอาการที่ก้ำกึ่ง อาจต้องถึงขั้นรักษาที่รพ. หรืออาจไม่ต้อง อย่างไรก็ตามสามารถสอบถามมาที่สายด่วนสปสช. 1330 ได้ทั้งนี้ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีสถานพยาบาลของเอกชน เช่น คลินิกชุมชนอบอุ่น เข้าร่วมในโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ประมาณ 150 แห่ง ซึ่งคลินิกชุมชนอบอุ่นที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับค่าบริการครั้งละ 320 บาท เช่น เปิดคลินิกตอนเย็น 3 ชั่วโมง มีผู้มาใช้บริการ 10 คน ในระบบ 30 บาทรักษาทุกที่ รวมเป็นเงิน ทั้งหมด 3,200 บาท ทาง สปสช. ก็จะโอนเงินจำนวนนี้ให้กับคลินิกภายใน 3 วันแต่ถ้าเป็นคลินิกชุมชนอบอุ่นที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ จะมีจำนวนประชากรผู้ป่วยที่ดูแล ในระบบอยู่แล้วซึ่งทางสปสช.จะโอนเงินเป็นรายเดือน ตามจำนวนหัว เช่นมีประชากรกลุ่มเป้าหมาย 10,000 คนที่ต้องดูแลรายละ 60 บาทรวมเป็นเงิน 600,000 บาท ทางสปสช. ก็จะโอนให้ไปเลยหากในจำนวนนี้ไม่มีการเจ็บป่วย เงินในส่วนนี้ทางคลินิกก็สามารถที่จะเก็บไว้ได้เลย แต่หากเจ็บป่วย แล้วเกินศักยภาพของคลินิก ต้องส่งต่อรักษาไปที่อื่น สปสช.จะเก็บเงินสูงสุดไม่เกินครั้งละ 800 บาทส่วนโรงพยาบาลเอกชน ที่เข้าร่วมโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ส่วนใหญ่จะรับส่งต่อและดูแลเป็นกลุ่มโรคเฉพาะทางมากกว่า เช่น โรคหัวใจ โรคไต ตอนนี้มีประมาณ 22 แห่ง
TNN ช่อง16 • 2 ก.ค. 67
อ่าน
รัฐบาล ย้ำ! เกียรติบัตรอบรมออนไลน์ ก.ค.ศ. นำไปใช้ต่อใบประกอบวิชาชีพไม่ได้
วันนี้ (10 มิถุนายน 2567) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีข้อมูลปรากฏถึงเรื่องอบรมออนไลน์หลักสูตร e-Learning สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) และนำเกียรติบัตรไปใช้ต่อใบประกอบวิชาชีพได้นั้น ขอย้ำว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลที่บิดเบือน ไม่เป็นความจริง ซึ่งการเรียนออนไลน์ดังกล่าว เป็นหลักสูตรที่เปิดขึ้นเมื่อตอนวันครู 16 มกราคม 2567 ที่ผ่านมามีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้เท่านั้น ไม่สามารถนำเกียรติบัตรไปใช้ในการต่อใบประกอบวิชาชีพได้นายคารม กล่าวว่า การอบรมออนไลน์หลักสูตร e-Learning ของสำนักงาน ก.ค.ศ. กระทรวงศึกษาธิการ มี 2 หลักสูตรให้เรียนจริง ประกอบด้วย 1.เรื่องเสริมพลังการบริหาร เป็นหลักสูตรสำหรับผู้อำนวยการเท่านั้น และ 2. เรื่องการเงินสามารถเรียนได้ทุกคน โดยทั้ง 2 หลักสูตรเข้าไปเรียนได้ฟรี และมีใบประกาศออกให้จากทาง ก.ค.ศ. แต่ไม่สามารถนำเกียรติบัตรไปใช้ในการต่อใบประกอบวิชาชีพได้ข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ในประเด็นดังข่าวต้น เป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ สามารถติดตามได้ที่ http://www.ops.moe.go.th/ หรือโทร. 02-628-6346 นายคารม เน้นย้ำ.
TNN ช่อง16 • 10 มิ.ย. 67
อ่าน
ทำใบขับขี่! ขนส่งฯ แนะจองคิวผ่านแอป DLT สะดวก เช็กเอกสาร-ค่าใช้จ่ายได้ที่นี่
น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กระทรวงคมนาคม นำโดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับการขอรับใบขับขี่ใหม่ที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยผู้ขับขี่สามารถจองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue โดยเลือกสำนักงานขนส่ง วันและเวลาที่สะดวก เพื่อเข้าตรวจสอบเอกสาร รับการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม การทดสอบข้อเขียน และการทดสอบขับรถได้ที่สำนักงานขนส่งโดยเตรียมเอกสาร ดังนี้1) บัตรประชาชนตัวจริง2) ใบรับรองแพทย์ ซึ่งมีอัตราค่าธรรมเนียมการทำใบขับขี่ใหม่ตามกฎหมายกำหนด (รวมค่าคำขอ) ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 205 บาท ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 105 บาทสำหรับผู้ที่ฝึกหัดขับรถด้วยตนเองสามารถศึกษาผ่าน e-Book คู่มือการอบรมใบอนุญาตขับรถและฝึกทำข้อสอบได้ที่ www.safedrivedlt.com หรือ www.ขับขี่ปลอดภัย.com กรณีผู้ขับขี่ที่เรียนกับโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รับรอง ผู้ขับขี่จะได้เรียนรู้ทักษะการขับขี่อย่างปลอดภัยโดยครูผู้สอนที่ได้รับการรับรอง พร้อมทั้งดำเนินการอบรม ทดสอบข้อเขียน ทดสอบขับรถ ณ โรงเรียนสอนขับรถได้เลย และเมื่อผ่านการทดสอบแล้วจะได้รับหนังสือรับรองเพื่อนำไปยื่นและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับรถที่สำนักงานขนส่งรัฐบาลขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจมิจฉาชีพแอบอ้างรับทำใบขับขี่ อย่าโอนเงินหรือส่งเอกสารส่วนบุคคลให้เด็ดขาด โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์กรมการขนส่งทางบกมาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือนำรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่มาแอบอ้าง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยจะโฆษณาหลอกลวงว่า ทำใบขับขี่ สำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปอบรม ไม่มีเวลาสอบจะดำเนินการให้ทั้งหมด สามารถออกใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่งน.ส.เกณิกา กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมการขนส่งทางบกขอแจ้งว่า การดำเนินการธุรกรรมด้านใบอนุญาตขับรถต้องดำเนินการด้วยตนเองที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น และเตือนประชาชนอย่าโพสต์รูปใบขับขี่ลงสื่อโซเชียลต่าง ๆ เพราะอาจถูกนำรูปภาพไปโพสต์หลอกลวงได้ หากมีข้อสงสัยในการรับบริการทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง
TNN ช่อง16 • 6 มิ.ย. 67
ดูเพิ่มเติม