TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “哥斯达黎加身份证假的多少钱<网址:ban58.com>锡林浩特格拉斯哥卡利多尼安大学毕业证办理-高仿墨西哥护照扫描件【咨询网:bbzz58.com】高仿纽约理工学院文凭毕业证0b” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
เตือนภัย! มิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอมหลอกขายสิทธิ์เข้าเล่นเกม GTA 6 ล่วงหน้า
กลายเป็นประเด็น! เมื่อทางเว็บไซต์ malwarebytes.com ได้ออกโรงเตือนเหล่าเกมเมอร์ให้ระวังตัวให้ดี เพราะในตอนนี้ได้มีมิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์หลอกลวงขายสิทธิ์พิเศษได้เข้าเล่นเกม Grand Theft Auto VI (GTA 6) แบบ VIP Early Access ก่อนวันวางจำหน่าย เพียงจ่ายเงินไม่กี่ร้อยดอลลาร์ผ่านสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซี โดยให้กรอกยืนยันการชำระเงิน จากนั้นก็ได้เล่นเกมก่อนใคร หากเห็นเว็บไซต์แนว ๆ นี้ บอกเลยว่าอย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาด!เว็บไซต์เหล่านี้จะถูกออกแบบมาให้ดูหรูหรา มีสไตล์และให้รู้สึกถึงความเอ็กซ์คลูซีฟ เช่นการออกแบบภาพสไตล์ Vice City ที่แปะโลโก้ GTA 6 และภาพตัวละครที่เจนด้วย AI พร้อมโฆษณาชวนเชื่ออย่าง "VIP Digital Access" หรือ "Exclusive Early Access Preview" แถมเรียกเก็บเงินสูงถึง 250 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8,XXX บาท) เพื่อเข้ารับสิทธิ์ และที่สำคัญรับชำระเฉพาะ Bitcoin, USDT หรือ Ethereum เท่านั้นด้วย และหลังจากที่เหยื่อโอนชำระไปเรียบร้อยก็จะได้รับหมายเลขธุรกรรม (Transaction ID) ไปกรอกเพื่อดาวน์โหลดเกม ซึ่งความจริง มันไม่มีเกมจริง ๆ ให้ดาาวน์โหลดเลย เนื่องจาก Grand Theft Auto นั้นเป็นซีรีส์เกมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ดังนั้นการหลอกลวงประเภทนี้จึงเริ่มปรากฏอยู่บนสื่ออินเทอร์เน็ต ด้วยการโฆษณาที่เว็บเหล่านี้มักใช้ก็คือ "ก่อนใคร" "สิทธิ์พิเศษ" หรือ "ปลดล็อกได้ในหนึ่งนาที" ซึ่งคำเหล่านี้มักจะกระตุ้นต่อมความอยากและทำให้เหล่าแฟน ๆ ไม่ทันยั้งคิดและหลงเชื่อ ดังนั้นหากเจอเว็บไซต์แนว ๆ เพื่อน ๆ อย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาดนะครับอ้างอิงข้อมูลจากhttps://www.malwarebytes.com
Online Station • 24 มิ.ย. 69
อ่าน
ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ทราเวล ทิปส์ • 17 มี.ค. 69
อ่าน
วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 4 ธ.ค. 66
อ่าน
2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง
ทราเวล ทิปส์ • 13 ม.ค. 69
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 29 พ.ย. 68
อ่าน
อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน
ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือต้องการ ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เพื่อที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ตามเรามาอัปเดตได้เลยค่ะกับ สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ใกล้ๆ บ้าน ต่ออายุพาสปอร์ต หรือ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็สะดวกสบายและรวดเร็ว มาดูกันว่า สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง ที่ไหนใกล้ๆ บ้านกันบ้างค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ ปริมณฑลต่ออายุพาสปอร์ต ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่ไหนดี 1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J9ZRCjeMsCxV64H89 โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุลCall Center 0-2572-8442 ================ 2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น) วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nQvYqW148Ke6FbYK6 โทร : 0-2143-7680 ================ 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xj3deaM46uimNmKs6 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 ================ 4. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ธัญญาพาร์ค วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wPLg8BXJ9WF6D56h9 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sMWUka4czBWsg3No7 โทร : 0-2422-3431 ================ 6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XfnE6JraSGTRs7uG8 โทร : 0-2024-8362-64 ================ 7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N9VYesYmAW8GujVw8 โทร : 0-2024-8896, 09-3010-5247 ================ 8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rJygy7Xd9hvqFBfH9 โทร : 0-2126-7612 ================ 9. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk MBK Center วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NTWhFGMgg6P2yYam9 โทร : 0-2126-7612เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 10. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9EfZXed9bb9JM3Jp9 โทร : 0-2150-9002 ================ 11. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว)เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B71gP3UbhwPTBkCj6 โทร : 0-2194-2643 ================ 12. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FHsKeQMKXJbZ4sZdA โทร : 0-2194-2643เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ ค่าทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท เล่ม 5 ปี 1,500 บาท เล่ม 10 ปี สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 2-3 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท เล่ม 5 ปี 3,500 บาท เล่ม 10 ปี *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น.สถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consular.mfa.go.th กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572 8442 และ 0-2203 5000 ต่อ 32301อีเมล : consular05@mfa.go.thเว็บไซต์ : https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 26 พ.ย. 68
สิทธิพิเศษ
ซื้อ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ราคาเข็มละ 499 บาท ( จากปกติ 1,200 บาท ) ใช้ 0 ทรูพอยท์
ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ ซื้อ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ราคาเข็มละ 499 บาท ( จากปกติ 1,200 บาท ) รวมค่าแพทย์และบริการสำหรับผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไป รับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนติดต่อเข้ารับบริการที่ แผนกส่งเสริมสุขภาพและอาชีวเวชศาสตร์ โทร. 033-221318 โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี เงื่อนไข1. ลูกค้านำรหัสที่ได้จากการกดรับสิทธิ์เเสดงต่อเจ้าหน้าที่ร้านค้าเพื่อรับสิทธิ์ 2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. รวมค่าแพทย์และค่าบริการแล้ว6. สิทธิประโยชน์นี้สำหรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ [Subunit: surface antigen, inactivated Influenza vaccine] ผลข้างเคียงหลังฉีดน้อย
โรงพยาบาล/คลินิก • 14 พ.ย. 68
อ่าน
วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ
ทราเวล ทิปส์ • 18 ก.ย. 68
อ่าน
สหรัฐอเมริกา เตรียมขึ้นค่าวีซ่าเพิ่ม 250 ดอลลาร์ เริ่ม 1 ตุลาคม 2568
แพลน เที่ยวอเมริกา ปีหน้าต้องคิดหนักขึ้น! สหรัฐอเมริกากำลังเตรียมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ Visa Integrity Fee สูงถึง 250 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 8,000 บาท) ซึ่งจะ เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป นั่นหมายความว่าค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นวีซ่านักเรียน ท่องเที่ยว หรือทำงาน จะพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัวเลยทีเดียว สหรัฐฯ เตรียมขึ้นค่าวีซ่าเพิ่ม 250 ดอลลาร์ บังคับใช้ 1 ตุลาคม 2568 ค่าธรรมเนียมใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้น และเพิ่มรายได้จากผู้เดินทางเข้าอเมริกาอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ กฎหมาย One Big Beautiful Bill Actโดยเงินค่าธรรมเนียมนี้สามารถขอคืนได้ภายใต้เงื่อนไขการปฏิบัติตามกฎที่เข้มงวดมากๆ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายกังวลว่ากระบวนการขอคืนเงินอาจไม่ชัดเจน และสร้างความกังวลให้กับผู้สมัครได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างความกังวลอย่างมาก โดยเฉพาะในหมู่นักเรียนนักศึกษา และผู้ที่ต้องการไปทำงานในสหรัฐฯ เพราะภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล สำหรับชาวต่างชาติที่ยื่นขอวีซ่าชั่วคราว เช่น วีซ่าท่องเที่ยว,ธุรกิจ (B1/B2) , นักเรียน หรือวีซ่าทำงาน เมื่อรวมกับค่าวีซ่าเดิม 185 ดอลลาร์ ผู้ยื่นวีซ่าจะต้องจ่ายรวม 435 ดอลลาร์ (ประมาณ 14,000 บาท) สรุปใครบ้างที่ต้องจ่ายเพิ่ม และต้องจ่ายเท่าไหร่? ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่ามาตรฐาน : 185 ดอลลาร์ (คงเดิม) ค่าธรรมเนียมของวีซ่า : 250 ดอลลาร์ (ใหม่) ค่าธรรมเนียมแบบฟอร์มการมาถึง/ออกเดินทาง I-94 : 24 ดอลลาร์ ประเภทวีซ่าที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่: B-1/B-2 นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจ, F-1 นักเรียน , H-1B ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง, J-1 ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน หากต้องการขอค่าธรรมเนียมนี้คืน ต้องทำอย่างไร? สำหรับนักเดินทางหากต้องการรับเงินคืน ผู้ถือวีซ่าจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของวีซ่า ซึ่งรวมถึง "ไม่ยอมรับการจ้างงานที่ไม่ได้รับอนุญาต" และต้องอยู่เกินวันที่วีซ่ามีผลบังคับใช้เกินกว่า 5 วัน ตามบทบัญญัติ หากปฏิบัติตามครบ การคืนเงินจะเกิดขึ้น หลังจากวีซ่าหมดอายุ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 19 ส.ค. 68
อ่าน
เตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นศูนย์ช่วยเหลือเหยื่อ สุดท้ายโดนหลอกให้โอนเงินซ้ำสอง
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่วันนี้ (18 กรกฎาคม 2568) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านรายการ“เสียงจากใจไทยคู่ฟ้า” ว่าปัจจุบันมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่ โดยที่ผ่านมามักจะใช้ช่องทางผ่านการโทรศัพท์หาเหยื่อโดยอ้างว่าเป็นตำรวจบ้าง เป็น หน่วยงานราชการสำคัญบ้าง อ้างว่ามีไปรษณีย์ตกค้างบ้าง รวมทั้งการส่งเอกสารหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสังคมไทยเริ่มคุ้นชินแล้ว ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบพบการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้นปัจจุบันพบว่ามีการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้น โดยเปิดเพจแอบอ้างเป็น มูลนิธิหรือสำนักงานทนายสาธารณะที่ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือ ศูนย์ช่วยเหลือการถูกหลอกลวง โดยปัจจุบันพบว่าในแพลตฟอร์ม Facebook มีชื่อว่า “สำนักงานช่วยเหลือเหยื่อคดีทางออนไลน์” โดยมีกลุ่มเป้าหมายเพื่อหลอกลวงซ้ำกับคนที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีต่าง ๆ หรือกรณีที่ซื้อสินค้าไม่ได้รับสินค้าหรือสินค้าไม่ตรงปกเป็นจำนวนมาก "กระบวนการเหล่านี้จะเปิด Facebook แฟนเพจและขึ้นหน้าเพจว่าเป็นองค์การไม่แสวงหากำไรเพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่โดนหลอกลวงทางออนไลน์โดยจะให้แอด LINE กับทนายความ โดยระบุว่าจะมีทีมทนายให้การช่วยเหลือเมื่อขบวนการมิจฉาชีพได้รับเรื่องจากผู้ที่เป็นเหยื่อก็จะส่งต่อให้กับกลุ่มมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นตำรวจจากหลายหน่วยงานซึ่งจากการตรวจสอบพบมีการส่งบัตรข้าราชการตำรวจให้เหยื่อได้หลงเชื่อ จากนั้นจะทำงานเป็นทีมเพื่อหลอกลวงให้ผู้ที่โชคร้ายอยู่แล้วต้องโชคร้ายซ้ำสอง โดยคณะทำงานได้ ตรวจสอบบัตรประจำตัวตำรวจดังกล่าวไม่ปรากฏว่าเป็นตำรวจจริง และได้ตรวจสอบพบว่าชื่อ ทนายความดังกล่าวไม่ปรากฏอยู่ในสารบบของทะเบียนทนายความ" เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆนายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้คณะทำงานได้ส่งเรื่องให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบและจับกุมกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้อยู่ ทั้งนี้ขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อในกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการแอบอ้างผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok Instagram และ Facebook ซึ่งเป็นช่องทางที่กลุ่มมิจฉาชีพนิยมใช้เพื่อชักจูงให้หลงเชื่อและโอนเงินทั้งนี้ อย่าโอนเงินให้บุคคลหรือเพจที่ไม่น่าเชื่อถือโดยเด็ดขาด และหากพบเบาะแสหรือพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน 1111 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล หรือทาง อีเมล jirayu9000@gmail.com เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว
TNN ช่อง16 • 18 ก.ค. 68
อ่าน
มุกใหม่แก๊งคอลฯ หลอกสมัครสินเชื่อเงินด่วน-ลวงรหัส OTP ฉกเงินซื้อทองคำ สูญ 20 ล้านบาท
พลตำรวจตรี วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปราม นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหา 3 ราย ซึ่งเป็นแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์สัญชาติไทย ที่มีพฤติการณ์ในการหลอกลวงเหยื่อให้สมัครสินเชื่อเงินด่วนผ่านโมบายแบงค์กิ้ง โดยจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเหยื่อในการกู้เงินด่วนออนไลน์ ซึ่งจะมีการหลอกเอาเลข OTP หลังการสมัครเสร็จสิ้น เพื่อนำไปซื้อทองคำ ก่อนชิ่งหนีโดย ผู้บังคับการปราบปราม ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบของธนาคารกรุงไทย โดยมีการแจ้งว่ามีลูกค้าของธนาคารหลายรายมีความสนใจสมัครบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ได้ถูกคนร้ายหลอกลวงให้สมัครบัตรผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งคนร้ายได้มาแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร โดยมีแผนประทุษกรรมในการหลอกลวง โดยผู้ต้องหาจะติดต่อหาซื้อเพจ Facebook ที่มียอดผู้ติดตามสูงตามกลุ่ม LINE หรือเพจ Facebook สายเทา ก่อนที่จะนำมาเปลี่ยนปรับแต่งให้เป็นเหมือนเพจของสถาบันทางการเงิน พร้อมลงข้อความเชิญชวนประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่สนใจต้องการเปิดบัตรเครดิตหรือเดบิต โดยสร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยการใช้รูป ชื่อนามสกุล ของเจ้าหน้าที่ธนาคารตัวจริงมาแอบอ้าง เมื่อมีผู้เสียหายมีความสนใจและกดเข้ามาที่เพจ ก็มีการสนทนากันผ่านทางข้อความ จากนั้นก็จะมีการพูดคุยสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลทั้งอาชีพ รายได้ วงเงินที่ผู้เสียหายต้องการใช้ และหมายเลขโทรศัพท์เพื่อติดต่อกลับ จากนั้นก็จะหลอกลวงให้เหยื่อ ใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง ทำการวิดีโอคอลด้วยการเปิดกล้องในการสมัครสินเชื่อเงินด่วนผ่านโมบายแบงค์กิ้ง ในโทรศัพท์ของเหยื่อ ซึ่งผู้ต้องหาจะเป็นผู้อธิบายขั้นตอนวิธีการสมัคร ตลอดการพูดคุย จึงทำให้สามารถเห็นยอดวงเงินการสมัครสินเชื่อ เลขบัตรเดบิต 16 หลัก เลข CVV และ OTP โดยธนาคารจะใช้ระยะเวลาในการอนุมัติเพียงไม่กี่นาที ระหว่างนั้นผู้ต้องหาก็จะนำข้อมูลดังกล่าวไปกรอกเพื่อซื้อทองคำผ่านออนไลน์ เมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการครบแล้ว ก็ทำการซื้อทองคำทันที และ เมื่อได้ทองคำมาก็นำไปแปลงสภาพเป็นเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับข้อมูลการประสานจากธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และพบว่ามีหนึ่งในเหยื่อที่ถูกหลอกในพื้นที่ดังกล่าว ได้รับข้อมูลและหลักฐานครบถ้วนจึงได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสงขลา เพื่อจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายกรกรต (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี // นายกฤตนัย (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ซึ่งจับกุมได้ที่ห้องพักในคอนโดซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา และจับกุมนายปพนธีร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ได้ที่บ้านพักในจังหวัดลพบุรีในวันเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดของกลางจำนวน 53 รายการ อาทิ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ Mercedes Benz ที่ผู้ต้องหาใช้เงินสดซื้อ // โทรศัพท์มือถือจำนวน 23 เครื่อง // คอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ค จำนวน 6 เครื่อง // เครื่องรับธนบัตรจำนวน 1 เครื่อง // แผ่นทองคำจำนวน 2 แผ่น และซิมการ์ดสมุดบัญชีอื่นอีก 20 รายการ ขณะเดียวกัน ยังพบหลักฐานซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้ต้องหาได้มีการถ่ายทำวิดีโอระหว่างหลอกลวงเหยื่อจำนวนกว่า 130 ไฟล์ และภาพนิ่งอีกกว่า 3,000 ภาพ / ซึ่งพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้ทำการหลอกลวงเหยื่อมาแล้วเกือบ 400 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาทขณะที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ทำการหลอกลวงเหยื่อในลักษณะนี้ มาตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะระยะเวลา 2 ปีแล้ว โดยอ้างว่าวิธีการที่นำมาหลอกลวงเป็นวิธีที่เคยถูกหลอกมาก่อน จึงได้นำวิธีการมาปรับใช้และไปหลอกลวงเหยื่อรายอื่นๆ ขณะที่เงินที่นำมาได้ในการหลอกลวงเหยื่อ ก็ถูกนำไปใช้จ่ายทั้งซื้อรถหรู เช่าคอนโดราคากว่า 30,000 บาทต่อเดือนในย่านสุขุมวิท อีกทั้งได้นำเงินไปเที่ยวกินหรูอยู่สบาย และนำไปเล่นการพนันในคาสิโนประเทศเพื่อนบ้านด้วย ขณะที่เงินคงเหลือติดบัญชีมีจำนวนหลักพันถึงหลักหมื่นบาทเท่านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าเป็นการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนอันมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ อีกทั้งความผิดยังเข้าข่ายฐานฟอกเงินอีกด้วยโดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการขยายผลสืบสวนสอบสวนในกลุ่มดังกล่าวว่ามีการไปหลอกลวงผู้เสียหายรายอื่นๆอีกหรือไม่รวมถึงการประสานข้อมูลร่วมกับธนาคารเพื่อที่จะช่วยเหลือเหยื่อที่เคยถูกหลอกลวงว่าจะดำเนินการอายัดบัตร ประสานกับร้านค้าหรือผู้ให้บริการเพื่อยกเลิกธุรกรรมต่างๆ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนรายอื่นๆที่เคยถูกคนร้ายกลุ่มนี้หลอกลวงในลักษณะเดียวกันสามารถนำหลักฐานมาติดต่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. เพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีเพิ่มเติม
TNN ช่อง16 • 27 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์
TNN ช่อง16 • 12 มิ.ย. 68
อ่าน
อย่าหลงเชื่อ! กองสลาก สั่งล็อกเลข แจกรางวัลกระตุ้นเศรษฐกิจ
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการโพสต์และอ้างว่าสลากกินแบ่งฯ เปิดให้ประชาชนติดต่อรับข้อมูลแจ้งผลออกสลาก ผ่านท่านผู้ช่วย ผอ.สนง.สลากกินแบ่งนั้น เป็นการแอบอ้างใช้ชื่อและภาพของผู้อำนวยการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตสำหรับการออกรางวัลของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอน และไม่มีผู้ใดสามารถทราบผลรางวัลล่วงหน้าได้ ซึ่งพฤติกรรมการส่งข้อมูลว่าสามารถให้ผลสลากได้นั้น ไม่เป็นความจริง ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่หลอกลวง หรือแอบอ้างผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่าสามารถให้ตัวเลขที่ถูกรางวัลได้ ท่านอาจถูกหลอกลวงนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่มิชอบ รวมทั้งสูญเสียทรัพย์สินเงินทองได้ทั้งนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ https://www.antifakenewscenter.comเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
TNN ช่อง16 • 6 มิ.ย. 68
อ่าน
กสทช.ลุยจับมือถือเถื่อนกว่า 9,500 เครื่อง ไม่รองรับ 5G ตามโฆษณา
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2568 หน่วยพระพาย โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ตำรวจไซเบอร์ เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร และเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต เข้าตรวจค้นบริษัทในพื้นที่อำเภอเมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นบริษัทผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตยี่ห้อ TIMI และได้ยื่นรับรองมาตรฐานทางเทคนิคจากสำนักงาน กสทช. แล้ว แต่มีประชาชนร้องเรียนเรื่องคุณภาพโทรศัพท์มือถือ เครื่องช้า ใช้ 5G ไม่ได้ตามโฆษณาหน่วยพระพายจึงดำเนินการตรวจสอบพบว่า โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ตที่บริษัททั้งสองแห่งนำมาขายไม่ได้มาตรฐานทางเทคนิคตามที่ยื่นขอไว้ โดยใช้เอกสารนำเข้าโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตที่ผ่านการรับรองคนละรุ่นกับที่ขาย จึงเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าและจำหน่ายเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับรองมาตรฐานทางเทคนิคจาก กสทช. นายไตรรัตน์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของหน่วยพระพายครั้งนี้ ตรวจพบโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตที่ไม่ได้มาตรฐานจำนวน 9,540 เครื่อง มูลค่ารวมประมาณ 33 ล้านบาท ขั้นตอนจากนี้จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคมฐานความผิดนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อ สภ.เมือง สมุทรปราการสำหรับการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ พบว่าโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่มีหน้าร้าน และยังมีโทรศัพท์มือถือจำนวนหนึ่งถูกลูกค้าส่งกลับมาเคลมเครื่องชำรุด ถือเป็นการสนธิกำลังร่วมกับ สคบ. ครั้งแรกในการลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบมาตรฐานสินค้าที่ไม่ตรงตามโฆษณา และไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งหากพบปัญหาเกี่ยวกับสินค้าไอทีที่มีปัญหาไม่ตรงตามโฆษณา สามารถแจ้งผ่านสายด่วน สคบ. 1166 ได้เช่นเดียวกับสินค้าประเภทอื่น โดยในส่วนของสำนักงาน กสทช. จะเข้าตรวจสอบเรื่องใบรับรองมาตรฐานทางเทคนิคซึ่งต้องตรงรุ่นกับที่ผ่านการตรวจสอบ และการขออนุญาตใช้สติ๊กเกอร์ครุฑติดบนสินค้าไอที หากตรวจสอบว่ามีการลักลอบใช้สติ๊กเกอร์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป “การเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต ต้องดูด้วยว่าราคาที่ขายกับคุณสมบัติของตัวเครื่องมีความเป็นไปได้ เหมาะสมกับราคาจริงหรือไม่ เลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือหรือไม่ ยิ่งปัจจุบันคนนิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่เห็นสินค้าจริง การโฆษณาอาจไม่ตรงปกกับสินค้าที่ได้รับ เช่น บอกว่าโทรศัพท์ใช้ 5G ได้ในราคาเครื่องละไม่กี่บาท แต่พอได้เครื่องกลับใช้ 5G ไม่ได้ เมื่อไม่มีสัญญาณ 5G ขึ้นบนโทรศัพท์ คนซื้อก็จะคิดว่าสัญญาณโทรศัพท์ไม่ดี แต่จริงๆคือ โทรศัพท์ที่ซื้อรองรับ 5G ไม่ได้จริง ถือเป็นการหลอกลวงขายสินค้า เพราะไม่เห็นสินค้า ซึ่งสำนักงาน กสทช. จะลงพื้นที่ตรวจเรื่องนี้อย่างเข้มข้น โดยประสานขอความร่วมกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ด้วยกัน เพราะคนหันมาซื้อขายสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น รูปแบบการหลอกลวงก็เปลี่ยนไปตลอดเวลา และการใช้โทรศัพท์ที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานทางเทคนิคจาก กสทช. ก็อาจทำให้เกิดการรบกวนโครงข่ายโทรศัพท์มือถือของผู้ให้บริการได้อีกด้วย” นายไตรรัตน์ กล่าว
TNN ช่อง16 • 5 มิ.ย. 68
อ่าน
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ตรวจสอบวีซ่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดทั้งหมด
เจ้าหน้าที่ระดับสูงเปิดเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า ตอนนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กำลังดำเนินการตรวจสอบสถานะของผู้ถือวีซ่าทั้งหมดที่มีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ไม่จำกัดเฉพาะนักศึกษาหรือผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนการเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็น การยกระดับความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยพยายามเพิกถอนสิทธิ์ของฮาร์วาร์ดในการรับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งต่อมาศาลได้มีคำสั่งระงับคำสั่งดังกล่าวไว้ชั่วคราว มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดให้เหตุผลว่าการเพิกถอนสิทธิดังกล่าวเป็น“การแก้แค้นโดยมีแรงจูงใจทางอุดมการณ์”หลังจากมหาวิทยาลัยปฏิเสธข้อเรียกร้องของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายบางอย่างโดยล่าสุดรัฐบาลยังได้มีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐยกเลิกสัญญาทางการเงินทั้งหมดกับฮาร์วาร์ดซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ100ล้านดอลลาร์หรือราว3,300ล้านบาทเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้เปิดเผยเหตุผลของการตรวจสอบครั้งนี้ โดยรายงานจาก Fox News เป็นผู้เปิดเผยเรื่องนี้ก่อนเป็นครั้งแรก ขณะนี้ CNN ได้ติดต่อขอความคิดเห็นจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดแล้วก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศเคยระบุว่าการตรวจสอบความมั่นคงของผู้สมัครวีซ่า “ดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มสมัคร จนถึงการพิจารณา และตลอดช่วงเวลาที่วีซ่ายังมีผลบังคับใช้”มาตรการล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงต่อผู้ที่ต้องการมาเรียนต่อในสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งให้สถานทูตระงับการนัดหมายขอวีซ่านักเรียนและแลกเปลี่ยนทั้งหมด ขณะที่เตรียมขยายมาตรการตรวจสอบข้อมูลโซเชียลมีเดีย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการตรวจสอบนี้จะเข้มงวดเพียงใด มาร์โกรูบิโอรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯประกาศว่าสหรัฐฯจะ“ยกเลิกวีซ่าอย่างจริงจังสำหรับนักเรียนจีน”ซึ่งเป็นการยกระดับความตึงเครียดกับปักกิ่งอย่างมีนัยสำคัญโดยจะมุ่งเป้าผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือกำลังศึกษาในสาขาที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์การดำเนินการของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้สร้างความวุ่นวายต่อชีวิตของนักเรียนต่างชาติที่เรียนอยู่ในฮาร์วาร์ด ซึ่งคิดเป็น 27% ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดของมหาวิทยาลัย โดยเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเปิดเผยต่อศาลว่า นักเรียนบางคนถึงกับกลัวว่าจะไม่สามารถเข้าร่วมพิธีรับปริญญาได้ขณะเดียวกันการตรวจสอบวีซ่าครั้งใหม่นี้อาจขยายผลกระทบไปยังบุคคลทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับฮาร์วาร์ด ไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์ นักวิจัย หรือบุคลากรที่ถือวีซ่าในเครือข่ายของมหาวิทยาลัย
TNN ช่อง16 • 29 พ.ค. 68
อ่าน
เตือน! มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดข้อมูลมุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี จะขออายัดบัญชีธนาคาร! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงทำงานอย่างหนักไม่หยุดหย่อน..ล่าสุดปลอมเป็นธนาคาร หรือศูนย์ราชการ หรือ DSI โทรหลอกเหยื่อว่า มีคนอ้างว่าเหยื่อได้ทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมแนบบัตรประชาชน มาที่ธนาคารเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งอาจจะเป็นในลักษณะของบัญชีม้าได้ โดยมิจฉาชีพจะมีการบอกข้อมูลส่วนตัวของเราได้อย่างถูกต้อง และหากเหยื่อปฏิเสธว่าไม่ได้ให้ใครมาเปิดบัญชีธนาคารดังกล่าว มิจฉาชีพก็จะบอกว่าขออายัดบัญชีเพื่อตรวจสอบ ซึ่งหากเหยื่อหลงเชื่อทำตามที่มิจฉาชีพบอกก็อาจทำให้สูญเงินในบัญชีได้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงขอเตือนภัยประชาชนว่าหากพบมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว ขอให้ประชาชนตั้งสติ อย่าตกใจ ไม่หลงเชื่ออุบายของมิจฉาชีพ เพราะการเปิดบัญชีธนาคารจะไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปทำแทนได้ จะต้องใช้บัตรประชาชนตัวจริงเท่านั้น อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
TNN ช่อง16 • 29 พ.ค. 68
อ่าน
รัฐบาลทรัมป์เผยแผนถอนวีซ่านักเรียนจีนในสหรัฐฯ อย่างเข้มงวด
เมื่อวานนี้ (28 พฤษภาคม) ตามเวลาสหรัฐฯ รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนการ “เพิกถอน” วีซ่านักเรียนและนักศึกษาชาวจีนในสหรัฐฯ “อย่างเข้มงวด” โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือกำลังศึกษาในสาขาที่สหรัฐฯ มองว่าเป็น "สาขาวิชาสำคัญ" ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า จะมีการปรับเกณฑ์การขอวีซ่าใหม่ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้สมัครขอวีซ่าจากจีนและเขตบริหารพิเศษฮ่องกงในอนาคตยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับความสัมพันธ์ของจีนและสหรัฐฯ ที่ร้อนระอุมากอยู่แล้วจากการขึ้นภาษีของทรัมป์ ให้ตึงเครียดมากขึ้นไปอีกรูบิโอกล่าวในแถลงการณ์ว่า ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะร่วมมือกับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิในการเพิกถอนวีซ่านักเรียนจีนอย่างเข้มงวดมากกว่าเดิม ซึ่งจากข้อมูลระบุว่า ในปีที่ผ่านมา มีนักเรียนจีนประมาณ 280,000 คนที่กำลังศึกษาในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามรูบิโอเพิ่งสั่งการให้สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกหยุดการนัดหมายสำหรับการขอวีซ่านักเรียน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเตรียมขยายการตรวจสอบโซเชียลมีเดียของผู้สมัครเหล่านี้ รัฐบาลทรัมป์ยังได้ดำเนินการเนรเทศนักเรียนต่างชาติหลายคน และเพิกถอนวีซ่าหลายพันฉบับแม้ว่าหลายกรณีถูกศาลสั่งระงับ นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังสั่งระงับเงินทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์สำหรับมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ อาทิ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ทรัมป์มองว่าพวกเขามีแนวคิดเชิงเสรีมากเกินไป และล้มเหลวในการต่อสู้กับกลุ่มต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัย จากเหตุนี้ทำให้นักเรียนต่างชาติหลายคนรู้สึกผิดหวังกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายวีซ่า โดยบางคนระบุว่าพวกเขาเสียใจที่เลือกมาศึกษาในสหรัฐฯ
TNN ช่อง16 • 29 พ.ค. 68
อ่าน
Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================
ทราเวล ทิปส์ • 13 พ.ค. 68
อ่าน
เตือนภัย! กลโกง "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" หลอกคุยโทรศัพท์ 7 วัน 7 คืน สูญเงินกว่า 8 ล้าน
วันนี้ 1 พฤษภาคม 68 ที่สายไหมต้องรอด เขตสายไหม วิศวกร อายุ 32 ปี เดินทางเข้าร้องทุกข์หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์บังคับให้โอนเงินกว่า 8 ล้านบาท ในห้วงเวลา 7 วันโดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอวิศวกรหนุ่ม เล่าว่า เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ตนได้รับสายจากเจ้าหน้าที่ ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากดีเอสไอ แจ้งว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเปิดบัญชีม้า ต่อมาได้ให้แอดไลน์พร้อมเปิดกล้องในการสื่อสารก่อนจะส่งเอกสารการอายัดพร้อมบอกว่าให้โอนเงินไปเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยให้อยู่ภายในห้องหรือในพื้นที่ที่ไม่มีบุคคลอื่นเข้ามาร่วมรับฟัง ทำให้ตนรู้สึกตกใจเพราะปลายสายบอกว่าหากไม่ทำตาม จะถูกอายัดทรัพย์สินทั้งตนและคนในครอบครัวทั้งหมด จึงยอมกระทำตามคำสั่งของปลายสาย ซึ่งพฤติการณ์คือ ได้ให้ตนคุยกับบุคคลแรกที่เป็นผู้หญิงแล้วหลังจากนั้นก็จะสายต่อให้สายต่อๆ ไปเรื่อยๆ ซึ่งการถือสายในการพูดคุยครั้งนี้ ใช้ระยะเวลาไปถึง 7 วัน 7 คืนโดยห้ามวางสาย และให้โอนเงินออกไปเรื่อยเรื่อยในบัญชีที่แตกต่างกัน ซึ่งวิศวกรหนุ่ม บอกว่า ตนได้โอนเงินไปทั้งหมดรวม 8,465,084 บาท จากทั้งหมด 5 บัญชี 4 ธนาคาร รวม 11 ครั้ง นอกจากนี้ยังบอกให้วิศวกรหนุ่ม เดินทางไปที่หาดใหญ่ เพื่อนำสลากออมสินมาเพื่อแปลงเป็นเงินโอนให้อีกด้วย โดยตลอดการเดินทางก็ยังคงให้ค้างสายตลอด แต่จะมีช่วงที่ขึ้นเครื่องบินเท่านั้นที่สายจะถูกตัดไป แต่ก็ให้รายงานทุกครั้งที่เดินทางเมื่อสอบถามว่าทำไมถึงไม่เอะใจถึงพฤติกรรมดังกล่าว วิศวกรหนุ่ม บอกว่า ตนไปอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศเป็นเวลา 9 ปี ซึ่งไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนกระทั่งกลับมามาถึงที่ประเทศไทยและอาศัยอยู่ที่นี่ประมาณ 1 ปี ก็พบว่าตลอดระยะเวลาที่อาศัยในประเทศไทยนั้น ก็มีเบอร์มิจฉาชีพโทรเข้ามาอยู่บ่อยครั้ง แต่ตนก็จับได้ทุกครั้งแต่ในครั้งนี้กลับมีความแนบเนียนในการหลอกลวง และด้วยความกลัวตนจึงต้องทำตามอีกฝ่ายที่ได้ข่มขู่มาวิศวกรหนุ่ม ยังบอกว่า ยังโชคดีที่คอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้พยายามจะให้ตน นำโฉนดคอนโดมูลค่ากว่า 7 ล้านบาทไปจำนองเพื่อนำเงินโอนไปให้ แต่การจำนองไม่ผ่านปลายทางจึงไม่ต้องการอีกต่อไป ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้เปิดเผยหลังจากที่รับฟังเรื่องราวดังกล่าวว่า ทางเพจฯ จะประสานไปยังผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ เพื่อให้ติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษต่อไปซึ่งอยากจะฝากเตือนไปถึงพี่น้องประชาชนว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่ประชาชนทั่วไปที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง ยังมีบุคคลที่เป็นทั้งด๊อกเตอร์ และผู้คุมกฎหมายโดนด้วยเช่นเดียวกัน จึงอยากฝากถึงรัฐบาลได้ทำการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์พวกนี้ให้หมดไปโดยเร็วที่สุดข่าวที่เกี่ยวข้อง- เปิด 5 คดีประชาชนถูก “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ลวงโอนเงิน สูญกว่า 40 ล้านบาท- “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” พรมแดนไทย-เมียนมา ยังเหลืออีกเป็นแสน พร้อมคืนชีพทุกเมื่อ- DSI เตือนภัย! มิจฉาชีพหลอกคดีฟอกเงิน พูดชื่อ - เลขบัตรประชาชนถูกหมด
TNN ช่อง16 • 1 พ.ค. 68
อ่าน
ประวัติหมอเกศกมล สว.คะแนนสูงสุด สู่ดรามาวุฒิ ป.เอกแคลิฟอร์เนีย
เปิดประวัติ รศ.ดร.พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภาคะแนนสูงสุด ปี 2567 กับกระแสดรามาวุฒิการศึกษา ป.เอกจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศเปิดประวัติ “หมอเกศกมล” จาก สว.คะแนนอันดับ 1 สู่ข้อครหาวุฒิปริญญาเอกรศ.ดร.พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือที่รู้จักในชื่อ “หมอเกศกมล” ปัจจุบันอายุ 45 ปี เป็นแพทย์หญิง นักธุรกิจ และสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งสูงสุดทั่วประเทศในการเลือกตั้ง ส.ว. ปี 2567 ด้วยภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและบทบาทด้านสาธารณสุขและสังคม ทำให้เธอกลายเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างรวดเร็ว นอกจากตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภา หมอเกศกมลยังดำรงตำแหน่งผู้บริหารธุรกิจคลินิกและแลบอราทอรีหลายแห่ง ได้แก่ เกศกมล คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป, เกศกมล เด็นทัล คลินิก และอินเตอร์ เดอร์มา แลบอราทอรี รวมถึงทำหน้าที่ที่ปรึกษากรรมาธิการในรัฐสภาและภาคประชาชนหลายองค์กรเธอยังเคยทำหน้าที่พิธีกรรายการโทรทัศน์ด้านสุขภาพ อาทิ “คุณหมอขอถาม” และ “สุขภาพดี” ทางช่อง JKN 18 และได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ผ่านช่องทาง Facebook, Instagram และ TikTok ในชื่อ @dr.kes_keskamolการศึกษา และดรามาวุฒิปริญญาเอกในใบสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ว. ปี 2567 พญ.เกศกมลระบุว่าตนเองจบการศึกษาระดับปริญญาเอกจาก California University และยังได้รับตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ซึ่งภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่มีหน่วยงานรับรองสถาบันนี้ในประเทศไทย และลักษณะการศึกษานั้นเป็นการเทียบโอนและส่งรายงาน ไม่ตรงตามมาตรฐานสากลของปริญญาเอกทั่วไปต่อมาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 กกต.มีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ พญ.เกศกมล เป็นเวลา 20 ปี โดยเห็นว่าเข้าข่ายการกระทำหลอกลวงตามมาตรา 77(4) ของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ว. ซึ่งมีโทษสูงทั้งจำคุกและปรับพญ.เกศกมลได้ออกมาชี้แจงต่อสังคมว่า วุฒิการศึกษาที่ระบุเป็นของจริง และผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานในสหรัฐอเมริกา พร้อมยืนยันว่าต้องการตอบแทนสังคม และไม่ได้มีเจตนาหลอกลวง โปรไฟล์โดดเด่นทางสังคมหมอเกศกมลเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตชุมชน มีบทบาทในงานช่วยเหลือประชาชนหลายด้าน ทั้งการดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วม การช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรง และการตั้งมูลนิธิส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือสังคมในระยะยาวเธอยังเคยดำรงตำแหน่งอาจารย์พิเศษและเป็นที่ปรึกษาในหลายหน่วยงานด้านยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และความมั่นคง ทั้งยังได้รับการอบรมวิทยุโทรทัศน์ระดับสูง ประเด็นที่ต้องติดตามต่อแม้ พญ.เกศกมล จะมีบทบาทที่น่าจับตามองในสภาสูง แต่ประเด็นวุฒิการศึกษากลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเส้นทางการเมือง หากศาลฎีการับฟ้องและมีคำพิพากษา เธออาจถูกตัดสิทธิทางการเมืองอย่างสิ้นเชิงพร้อมกันนี้ ยังมีข้อร้องเรียนเพิ่มเติมเรื่องการฮั้วกันเลือก ส.ว. ซึ่งอยู่ในระหว่างการสอบสวนร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบวุฒิสภาทั้งระบบด้วย
TNN ช่อง16 • 30 เม.ย. 68
อ่าน
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบผลได้ผ่านเว็บ www.mytcas.comสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศผลสอบ A-Level ประจำปี 2568 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศสามารถเข้าตรวจสอบผลสอบผ่านระบบ MyTCAS ได้ทันที วิธีตรวจสอบผลสอบ A-Level 68ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบผ่านเว็บไซต์ของ ทปอ. ได้ที่ https://www.mytcas.com โดยมีขั้นตอนดังนี้:1.เข้าสู่ระบบที่ https://student.mytcas.com ด้วยบัญชีผู้สมัคร2.เลือกเมนู “ประกาศผลสอบ A-Level” เพื่อดูผลสอบรายวิชา3.หากต้องการดาวน์โหลดเอกสาร สามารถเลือก “หนังสือรับรองผลการสอบแยกรายวิชา” ได้ทันที4.หากต้องการยื่นขอทบทวนผลคะแนน ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วกด “ขอทบทวนผลคะแนนสอบ” ยื่นขอทบทวนผลคะแนนสอบได้ถึง 25 เม.ย. 68สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนสอบ หรือเชื่อว่าคะแนนอาจมีความคลาดเคลื่อน สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนผลคะแนนได้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 25 เมษายน 2568 ผ่านระบบ MyTCASค่าธรรมเนียมในการทบทวนคะแนนสอบ• ค่าธรรมเนียมรายวิชา: 100 บาท/วิชา• เหมาจ่ายทุกวิชา: 300 บาทโดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องเลือกวิชาที่ต้องการทบทวน อ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน และทำการชำระเงินผ่านระบบตามขั้นตอนที่กำหนดสรุป• ประกาศผลสอบ A-Level 68 แล้วตั้งแต่ 17 เม.ย. 68• ตรวจสอบผลได้ที่ student.mytcas.com• ขอทบทวนผลสอบได้ระหว่าง 18–25 เม.ย. 68• ค่าธรรมเนียม: รายวิชา 100 บาท, เหมาจ่าย 300 บาท
TNN ช่อง16 • 18 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ
กระแสโซเชียลกำลังพุ่งความสนใจไปที่เพจ Kafaak หลังโพสต์เตือนว่า ChatGPT สามารถนำไปใช้ปลอมสลิปโอนเงินแบบแนบเนียนได้ ทั้งการปลอมชื่อบัญชีเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) มหาเศรษฐีชื่อดัง ปลอมจำนวนเงินที่โอน เลขบัญชี และไม่เว้นแม้แต่ลายน้ำ TNN Tech จึงรวบรวม 3 วิธี ในการรับมือสลิปปลอม ที่ไม่ใช่แค่มาจาก ChatGPT หรือ Generative AI ตัวอื่น ๆ แต่ยังไปรวมถึงการตัดต่อภาพด้วยเช่นกัน 3 วิธี รับมือสลิปปลอมจากภาพ ChatGPT, Generative AI และภาพตัดต่อสแกน QR Code บนสลิป (ถ้ามี) สำหรับสลิป (Slip) หรือบันทึกการทำรายการที่แอปพลิเคชันธนาคารออกให้ เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีการทำรายการโอนเงินหรือชำระเงินจริงหรือไม่เปิดแจ้งเตือนการทำธุรกรรม โดยการแจ้งเตือนจะมีทั้งรูปแบบบนแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) แบบ Official ของธนาคาร หรือสมัครรับ SMS สำหรับแจ้งเตือนก็ได้เช่นกันสมัครบริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งมีการทำธุรกรรมจำนวนมากในแต่ละวัน สามารถใช้บริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติเมื่อมีการส่งหลักฐานเข้าไปยังไลน์ หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ เช่น สลิปทูโก (Slip2GO) สลิปโอเค (SlipOK) หรือ อีซี่สลิป (EasySlip) เป็นต้น โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามปริมาณการทำธุรกรรมในแต่ละเดือน และนอกจากทั้ง 3 วิธีหลักแล้ว การสังเกตความผิดปกติบนสลิป เช่น ขนาด และรูปแบบตัวอักษร ลายน้ำ และรวมไปถึงการขอดูสลิปทันทีที่โอนเงินหากทำได้ ก็เป็นอีกตัวช่วยรับมือการปลอมสลิปโอนเงินได้เช่นกัน
TNN ช่อง16 • 28 มี.ค. 68
อ่าน
เร่งปราบเฟซบุ๊คหลอกทำงาน ตปท. หลังผุดแล้วกว่า 100 เพจ
นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางานได้กำหนดมาตรการป้องกันมิจฉาชีพที่หลอกลวงคนไทยให้ไปทำงานต่างประเทศ โดยสั่งการให้ชุดปฏิบัติการเฝ้าระวัง ติดตามโพสต์เฟซบุ๊กที่กระทำการโฆษณาชักชวนคนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือบริษัทจัดหางานที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 152 แห่ง ทั่วประเทศ ให้ช่วยแจ้งเบาะแสกรณีมีการแอบอ้างใช้ชื่อบริษัทจัดหางาน เพื่อให้กรมการจัดหางานประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ดำเนินการปิดเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวล่าสุด กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งระงับการเผยแพร่ข้อมูลหรือการลบเพจเฟซบุ๊กเพิ่มเติมจำนวน 20 URLs ทั้งนี้ กรมการจัดหางานให้ความสำคัญกับการป้องกันการหลอกลวงคนหางานต่างประเทศอย่างมาก โดยชุดตรวจสอบ เฝ้าระวัง จะตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ช่องทางต่างๆ ทันทีที่พบเห็นผู้มีพฤติการณ์หลอกลวง โดยนำภาพและข้อความแจ้งเตือนใต้โพสต์ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์วิธีการไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ช่องทางการตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย และเผยแพร่ข่าวให้ประชาชนทราบถึงพฤติการณ์ของผู้ที่หลอกลวงลวงคนหางานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ แต่ก็ยังมีคนหางานตกเป็นเหยื่อจำนวนมากโดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (1 ต.ค. 2567 - 28 ก.พ. 2568) มีการดำเนินคดีโฆษณาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วจำนวน 14 คดี ประสานกระทรวงดิจิทัลปิดเพจเฟซบุ๊กทั้งหมด จำนวน 117 URLs โพสต์ตอบโต้ ชี้แจง พร้อมประชาสัมพันธ์ จำนวน 1,626 ครั้ง ประชาชนเข้าถึงโพสต์ได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร จำนวน 823,716 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีหนังสือถึงสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ และสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการหลอกลวงคนหางานในพื้นที่ พร้อมประสานสื่อมวลชน อาทิ สื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อกระจายข่าวสารไปยังคนหางาน นายสมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า มิจฉาชีพในปัจจุบันหันมาใช้ช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะเพจเฟซบุ๊กที่พิสูจน์ตัวตนได้ยาก ทำให้การหลอกลวงมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยมักตั้งฐานการหลอกลวงในต่างประเทศในรูปแบบคล้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ พร้อมทั้งใช้บัญชีม้าในการรับโอนเงิน นอกจากนี้ ยังใช้การโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กเพื่อดึงดูดคนหางานต่างประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของมิจฉาชีพเห็นโพสต์จนหลงเชื่อและได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง“ผมขอย้ำเตือนอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจโอนเงินให้สายนายหน้าหรือผู้แทนบริษัทรายใด ขอให้ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศจากกรมการจัดหางาน ที่เว็บไซต์ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน doe.go.th/ipd เสียก่อนและควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่จะเดินทางไปทำงาน เพื่อป้องกันการหลอกลวง” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว
TNN ช่อง16 • 27 มี.ค. 68
อ่าน
ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท กรมสรรพากร ยืนยันเป็นข่าวปลอม
จากกรณีกระแสข่าวกรมสรรพากร ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท ให้ยืนยันข้อมูลบัญชีธนาคาร เพื่อรับเงิน ทางกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่ทำการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร หลอกส่งอีเมลให้ประชาชนคลิกลิงก์ยืนยันข้อมูลบัญชีอย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้ อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้
TNN ช่อง16 • 20 ก.พ. 68
อ่าน
เช็กอัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศวันนี้ 28 ก.พ. 68 ประเทศคนไทยเที่ยวเยอะ
หนึ่งในเรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมตัวก่อนไปเที่ยว คือการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เราหยิบเอาอัตราแลกเปลี่ยนโดยเลือกประเทศยอดนิยม พร้อมกับเคล็ดลับการแลกเงินให้คุ้มที่สุด ประจำวันที่ 28 ก.พ. 68 มีดังต่อไปนี้ เช็กอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา 28 ก.พ. 68 เอเชีย ประเทศ สกุลเงิน อัตราแลกเปลี่ยน ลาว กีบ (LAK) 1 THB 641.41 LAK สิงคโปร์ ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) 1 SGD 25.29 THB เวียดนาม ดอง (VND) 10,000 VND 13.35 THB มาเลเซีย ริงกิต (MYR) 1 MYR 7.64 THB ไต้หวัน ดอลลาร์ไต้หวัน (TWD) 1 TWD 1.04THB จีน หยวน (CNY) 1 CNY 4.68THB ญี่ปุ่น เยน (JPY) 100 JPY 22.82 THB เกาหลีใต้ วอน (KRW) 1,000 KRW 23.35 THB ฮ่องกง ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) 1 HKD 4.39THB อเมริกาเหนือ ประเทศ สกุลเงิน อัตราแลกเปลี่ยน สหรัฐอเมริกา ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) 1 USD 34.13THB แคนาดา ดอลลาร์แคนาดา (CAD) 1 CAD 23.61THB ยุโรป ประเทศ สกุลเงิน อัตราแลกเปลี่ยน สหภาพยุโรป European Union ยูโร (EUR) 1 EUR 35.44THB จอร์เจีย ลารี (GEL) 1 GEL 12.21THB สวิตเซอร์แลนด์ ฟรังก์สวิส (CHF) 1 CHF 37.95THB สหราชอาณาจักร ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) 1 GBP 42.93THB ออสเตรเลีย ประเทศ สกุลเงิน อัตราแลกเปลี่ยน ออสเตรเลีย ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) 1 AUD 21.19THB นิวซีแลนด์ ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) 1 NZD 19.11THB ==================== เคล็ดลับการแลกเงินให้คุ้มค่า เปรียบเทียบเรทแลกเปลี่ยนควรตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนจากหลายแหล่ง เช่น ธนาคาร ร้านแลกเงิน หรือสนามบิน โดยปกติร้านแลกเงินต่างๆ มักมีเรทที่ดีกว่าธนาคาร แลกเงินล่วงหน้าการแลกเงินก่อนเดินทางมักให้เรทที่คุ้มกว่า เพราะการไปแลกในต่างประเทศ หรือในสนามบินมักมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม พิจารณาใช้บัตร Travel Cardบัตรที่ไม่มีค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน เช่น Youtrip หรือ SCB Planet เป็นตัวเลือกที่สะดวก และมักมีเรทที่ดีกว่ารู้จัก Travel Card เพิ่มเติมที่ --- เปรียบเทียบ 6 Travel Card อัปเดต 2025 เก็บเงินเหลือกลับมาแลกคืนหากเงินต่างประเทศเหลือเยอะ ควรเก็บไว้แลกคืนทันทีเมื่อกลับถึงไทย เพราะค่าเงินอาจผันผวน คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแลกเงิน ควรแลกเงินในวันหยุดที่ไหน?ร้านแลกเงินขนาดใหญ่ เช่น Superrich บางสาขาเปิดให้บริการในวันหยุด หรืออาจเลือกแลกที่ธนาคารในห้างสรรพสินค้า ทำอย่างไรเมื่อเหลือเงินต่างประเทศเยอะ?สามารถแลกคืนที่ร้านแลกเงิน หรือเก็บไว้ใช้ในครั้งถัดไป หากเดินทางไปประเทศเดิม ควรใช้บัตรเครดิตหรือเงินสดในต่างประเทศ?หากต้องการความสะดวก และปลอดภัย บัตรเครดิตที่ไม่มีค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินเหมาะสมที่สุด แต่สำหรับการจ่ายในร้านค้าขนาดเล็ก เงินสดยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ====================
ทราเวล ทิปส์ • 28 ก.พ. 68
อ่าน
กงสุลใหญ่แอลเอ ไม่เปิดรับบริจาคช่วยไฟป่า ระวังมิจฯ แอบอ้าง
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ออกประกาศเตือนประชาชน กรณีพบกลุ่มบุคคลใช้ชื่อสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ในการเปิดรับเงินบริจาคช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยจากไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ว่า สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเปิดรับเงินบริจาคดังกล่าว และไม่มีนโยบายที่จะเปิดรับเงินบริจาคจากประชาชนเพื่อนำไปบริหาร แจกจ่ายช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า เนื่องจากระดับความรุนแรงของผลกระทบที่แต่ละบุคคลได้รับ มีความแตกต่างหลากหลาย ดังนั้น การจัดสรรเงินบริจาคให้ผู้ประสบภัย แต่ละรายอย่างเป็นธรรม จำเป็นต้องนำปัจจัยและความแตกต่างข้างต้นมาประกอบการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งและการโต้เถียงระหว่างผู้ได้รับผลกระทบด้วยกัน ทั้งนี้ หากสถานการณ์เลวร้ายลง สถานกงสุลใหญ่ฯ ขอยืนยันว่า ได้เตรียมแผนรองรับเพื่อดูแลสวัสดิภาพของคนไทยไว้แล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับช่องทาง ในการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐฯสำหรับการมาตรการฟื้นฟูในระยะยาว ซึ่งจะเริ่มมีความชัดเจนขึ้นหลังจากสถานการณ์ไฟป่าคลี่คลายลง ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าสามารถติดต่อแจ้งเหตุ ขอคำแนะนำ และขอความช่วยเหลือเฉพาะหน้าได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของสถานกงสุลใหญ่ฯ โทร 323-962-9574 และ 323-580-4222ภาพจาก:AFP
TNN ช่อง16 • 16 ม.ค. 68
อ่าน
รู้จักแอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย!
สำหรับคนไทยที่กำลังเดินทางไปต่างประเทศ หรืออาศัยอยู่ในต่างแดน การเตรียมตัวให้พร้อมเรื่องเอกสารสำคัญอย่าง พาสปอร์ต ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก็มีแอปพลิเคชันที่ชื่อ Thai Consular ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ช่วยเหลือที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาเกี่ยวกับพาสปอร์ต บอกเลยว่าสะดวก และใช้งานง่ายสุดๆ! แอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย! ฟีเจอร์ของแอป Thai Consular 1. หาจุดทำพาสปอร์ตได้ในไม่กี่คลิก ไม่ต้องเสียเวลาหาเองอีกต่อไป เพราะแอปนี้จะแสดงจุดบริการทำพาสปอร์ตที่ใกล้ที่สุด ทั้งในไทย และต่างประเทศ 2. ติดต่อสถานทูตไทยทั่วโลก ฟรี! มีปัญหาเร่งด่วน ไม่ว่าจะพาสปอร์ตหายหรือเรื่องอื่นๆ สามารถติดต่อสถานทูตไทยได้ทันทีผ่านแอป โดยใช้การโทรแบบอินเทอร์เน็ต (VoIP) ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าโทรแบบ Roaming สามารถโทรผ่านแอปนี้ได้เลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อสถานทูตนั้นๆ เพื่อทำการช่วยเหลือ 3. แจ้งพาสปอร์ตหายได้ง่ายๆ หมดยุคที่ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ! หากพาสปอร์ตหายในต่างแดน คุณสามารถไปที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในพื้นที่เพื่อแจ้งข้อมูลสูญหาย และขอทำเล่มใหม่หรือเอกสารเดินทางฉุกเฉินได้ทันที แต่ก่อนใครเคยทำพาสปอร์ตหาย และจะไปขอทำเล่มใหม่ คงรู้กันดีว่าจะต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก่อน แล้วจึงนำใบแจ้งความไปขอทำเล่มใหม่ ซึ่งคนที่เคยทำหายจะเข้าใจว่าการไปติดต่อสถานีตำรวจในต่างแดนนั้นยุ่งยาก และลำบากในการสื่อสารขนาดไหน ซึ่งทางกรมการกงสุลได้จัดทำแบบฟอร์มเพื่อบันทึกข้อมูลพาสปอร์ตสูญหาย สามารถไปที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลทุกแห่งในต่างประเทศ และสำนักงานหนังสือเดินทางทั่วไทยได้เองโดยตรง ไม่ต้องไปสถานีตำรวจอีกต่อไปแล้ว โดยไปกรอกในวันที่ไปติดต่อขอทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ หรือขอเอกสารเดินทางฉุกเฉิน เพื่อเดินทางกลับไทย 4. เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง ทีมเจ้าหน้าที่มืออาชีพพร้อมช่วยเหลือทุกสถานการณ์ เพียงแค่ติดต่อผ่านแอป คุณก็จะได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว ทำไมต้องใช้ Thai Consular? สะดวก : ลดขั้นตอนยุ่งยาก เช่น การไปแจ้งความในต่างแดน ที่บางครั้งอาจเป็นเรื่องซับซ้อน และใช้เวลานาน ปลอดภัย : พาสปอร์ตเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องระมัดระวัง หากสูญหาย แอปนี้ช่วยจัดการเรื่องเอกสารได้รวดเร็ว ฟรี : ทุกการติดต่อผ่านแอปไม่มีค่าใช้จ่าย แค่มีอินเทอร์เน็ตก็เพียงพอ ข้อแนะนำในการเก็บรักษาพาสปอร์ต ถึงแม้แอป Thai Consular จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า อย่าลืมเก็บพาสปอร์ตในที่ปลอดภัย หมั่นตรวจสอบว่าอยู่ในสภาพดีเสมอ เพราะหากมีมิจฉาชีพนำพาสปอร์ตไปใช้ในทางผิดกฎหมาย เจ้าของอาจเดือดร้อนในภายหลังได้ ไม่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวหรือใช้ชีวิตในต่างประเทศ โหลดแอป Thai Consular ไว้จะช่วยให้เราอุ่นใจในทุกสถานการณ์ ดาวน์โหลดแอปได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android ====================
ทราเวล ทิปส์ • 16 ม.ค. 68
อ่าน
ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม
TNN ช่อง16 • 14 ม.ค. 68
อ่าน
ข่าวปลอม! คนไทยถูกหักเงินประกันสังคม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แรงงานต่างด้าว
ตามที่มีข้อมูลปรากฏถึงเรื่องคนไทยถูกหักเงินประกันสังคม 750 บาท เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แรงงานต่างด้าว ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จจากกรณีการส่งต่อข้อมูลโดยระบุว่า คนไทยถูกหักเงินประกันสังคม 750 บาท เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แรงงานต่างด้าว ทางสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า สำนักงานประกันสังคมมีภารกิจดูแลผู้ประกันตนทุกคนให้ ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนและเท่าเทียมในทุกกรณี ไม่ว่าผู้ประกันตนจะมีสัญชาติใดก็ตาม โดยผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 มีหน้าที่นำส่งเข้ากองทุนประกันสังคมในอัตราร้อยละ 5 ของค่าจ้าง ซึ่งฐานค่าจ้างที่นำมา คำนวณต่ำสุดเดือนละ 1,650 บาท และสูงสุดไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์การเข้ารับ บริการทางการแพทย์ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ในสถานพยาบาลที่สำนักงาน ประกันสังคมกำหนดสิทธิ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย รวมถึงสิทธิประโยชน์อีก 6 กรณี ได้แก่ กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีว่างงาน และกรณีชราภาพดังนั้น ขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานประกันสังคม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th หรือติดต่อสายด่วน 1506ภาพจาก ประกันสังคม / TNN ONLINE
TNN ช่อง16 • 25 ธ.ค. 67
ดูเพิ่มเติม