TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “只有毕业证没有学位证可以考研吗” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
ออมสินอัดกู้ไร้ค้ำ 1 พันล้านช่วยผู้ปกครองช่วงเปิดเทอม
#ทันหุ้น ธนาคารออมสินปล่อยกู้ฉุกเฉิน 1 พันล้าน ไม่ต้องค้ำ กู้ได้สูงสุดคนละ 1 หมื่นบาท ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองช่วงเปิดเทอมนายทรงพลชีวะปัญญาโรจน์ผู้อำนวยการธนาคารออมสินกล่าวว่า ธนาคารออมสินให้สินเชื่อระยะสั้น1พันล้านบาทแบบไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอมจากภาวะค่าครองชีพที่ปรับสูงขึ้นเงินกู้ดังกล่าวที่ผู้ปกครองสามารถกู้ได้รายละ1หมื่นบาทเพื่อใช้จ่ายในการซื้อชุดนักเรียนหนังสือเรียนและอุปกรณ์ต่างๆสามารถกู้ผ่านapplicationของธนาคารหรือMyMoเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ขอกู้นายทรงพลกล่าวว่าในช่วงเปิดภาคเรียนที่ผู้ปกครองต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวนและสภาพคล่องในครัวเรือนตึงตัวธนาคารออมสินจึงจัดมาตรการ“สินเชื่อธนาคารประชาชนต้อนรับเปิดเทอม”เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาช่วงเปิดภาคเรียนใหม่เพื่อช่วยลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบและพร้อมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสเรียนหนังสืออย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญในฐานะ“ธนาคารเพื่อสังคมเพื่อทุกชีวิต”ที่มุ่งดูแลคนไทยทุกช่วงวัยโดยเฉพาะกลุ่มวัยเรียน(Education)ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการวางรากฐานอนาคตและควรได้รับการสนับสนุนทางการเงินเพื่อเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงสินเชื่อธนาคารประชาชนต้อนรับเปิดเทอมเป็นสินเชื่อแบบผ่อนปรนกว่าเกณฑ์ปกติของธนาคารเพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่เพียง0.60%ต่อเดือนวงเงินกู้ตามความจำเป็นสูงสุดไม่เกิน10,000บาทต่อรายระยะเวลาผ่อนชำระ1ปี(12งวด)หรือผ่อนชำระประมาณ894บาทต่อเดือน(รวมเงินต้นและดอกเบี้ย)โดยไม่มีหลักประกัน(Clean Loan)เพียงเป็นผู้ปกครองที่มีอาชีพและรายได้สามารถยื่นขอสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันMyMoหรือติดต่อธนาคารออมสินสาขาเพื่อขอคำแนะนำในการสมัครสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่8พฤษภาคม– 31กรกฎาคมนี้ทั้งนี้แนวโน้มเงินเฟ้อในประเทศไทยมีแนวโน้มปรับตัวส฿งขึ้นสะท้อนราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นกระทรวงการคลังระบุว่าเป็นผลจากวิกฤตราคาพลังงานในโลกขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าเงินเฟ้อไทยระยะข้างหน้ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องและบางเดือนอาจแตะระดับ4-5%หลังตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย.ออกมาสูงสุดในรอบ38เดือนหรือขยายตัวที่2.89%แต่เชื่อว่าแรงกดดันดังกล่าวจะเป็นเพียงช่วงชั่วคราวโดยเงินเฟ้อจะเริ่มทยอยลดลงช่วงไตรมาส2ปี2027ก่อนกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่1-3%อีกครั้งทั้งนี้จากข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นข้อมูลของภาคการศึกษา2025เทอม1พบว่าประเทศไทยมีจำนวนนักเรียนตั้งแต่เตรียมอนุบาลจนถึงม.6จำนวน11.76ล้านคน
ทันหุ้น • 8 พ.ค. 69
อ่าน
ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 เม.ย. 69
อ่าน
สะดวกกว่าเดิม! ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ ไม่ต้องไปขนส่ง เริ่ม 4 มีนาคม 2569
ข่าวดีสำหรับคนขับรถที่ไม่อยากเสียเวลาต่อคิว กฎกระทรวงฉบับใหม่เปิดทางให้สามารถ ต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) ได้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 มีนาคม 2569โดยไม่ต้องประเมินสมรรถภาพ หรือสุขภาพเพิ่มเติม ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้แล้ว เริ่ม 4 มีนาคม 2569 สำหรับกลุ่มหลักที่เข้าเกณฑ์คือผู้ที่ อายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ และ ใบขับขี่เดิมยังไม่หมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี ผู้ที่เข้าเกณฑ์สามารถยื่นขอต่อผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และไม่ต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายแบบเดิม (เช่น ทดสอบสายตา/ปฏิกิริยา) ตามที่กฎกระทรวงกำหนด โดยขั้นตอนหลักๆ มีดังนี้ อบรมออนไลน์ (DLT e-Learning) - ลงทะเบียน ดูเนื้อหา และผ่านแบบทดสอบออนไลน์ เพื่อรับหลักฐานผลการอบรม (ควรเก็บภาพหน้าจอ/ไฟล์ผลการอบรมไว้)เว็บไซต์ : www.dlt-elearning.com จองคิวผ่าน DLT Smart Queue - ใช้สำหรับจองคิวล่วงหน้า หรือตรวจสอบสถานะการสมัคร (ในระบบใหม่ปี 69 จะเน้นการทำผ่านแอปเป็นหลัก)เว็บไซต์: gecc.dlt.go.thแอปพลิเคชัน: ค้นหาคำว่า "DLT Smart Queue" ได้ทั้งใน App Store และ Play Store *ยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaID เพื่อความปลอดภัย* เงื่อนไขการต่อใบขับขี่ออนไลน์ ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุ ไม่เกิน 1 ปี อายุไม่เกิน 55 ปี สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุเกิน 1 ปี หรือมีอายุมากกว่า 55 ปี จะต้องไปรับการทดสอบสมรรถภาพเพิ่มเติมที่กรมขนส่ง ====================
ทราเวล ทิปส์ • 2 มี.ค. 69
อ่าน
“เซ้นต์ ศุภพงษ์” อวดลุคหล่อชุดครุย เรียนจบปริญญาโทแล้ว 15 มกราคม 2569 มาเจอกัน!
เซ้นต์ ศุภพงษ์ อวดลุคหล่อชุดครุย เรียนจบปริญญาโทแล้ว 15 มกราคม 2569 มาเจอกัน! เป็นนักแสดงหนุ่ม เซ้นต์ ศุภพงษ์ ที่หล่อไม่พอ ความสามารถยังไม่ธรรมดาด้วย เรื่องการเรียนก็ไม่ทิ้ง เพราะล่าสุดเรียนจบปริญญาโทอย่างเป็นทางการวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มศว. (COSCI) สาขาวิชา ออกแบบเพื่อธุรกิจ (Design for Business) เซ้นต์ ศุภพงษ์ ได้อวดลุคหล่อชุดครุย ท่าทางการโพสต์ไม่ธรรมดา เพราะหล่อเท่ราวนายแบบตัวท็อป พร้อมเขียนแคปชั่นว่า..... จบปริญญาโทแล้วค้าบบบบบบ มาเจอกับเซ้นต์ได้ที่ ชั้น 1 ใต้ตึก COSCI มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร วันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา : 16.00 น. เป็นต้นไปครับ ซึ่งก็มีแฟนๆเข้ามาคอมเมนต์ร่วมแสดงความยินดีกับหนุ่มคนนี้กันมากมาย ที่ประสบความสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว.
ดาราเดลี่บันเทิง • 23 ธ.ค. 68
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
“บุญรอด” โพสต์ภาพใบปริญญาหลังจบ ป.โท ลั่นไม่ว่าร่างกายแบบไหน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน
บุญรอด โพสต์ภาพใบปริญญาหลังจบ ป.โท ลั่นไม่ว่าร่างกายแบบไหน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน เป็นอีกหนึ่งยูทูบเบอร์มากความสามารถ สำหรับ บุญรอด อารีย์วงษ์ ที่แม้เจ้าตัวจะเคยตรวจพบมะเร็งตั้งแต่อายุ 3 เดือน ส่งผลให้เขามีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจนถึงปัจจุบัน แต่เขาก็ก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ มาได้ ด้วยพลังจากครอบครัวและคนรอบข้างล่าสุด บุญรอด อารีย์วงษ์ ได้โพสต์ภาพคู่กับใบปริญญาหลังเรียนจบ ป.โท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนมาแล้ว 2 ปี และเพิ่งจะมีโอกาสได้มาเอาใบปริญญา โดยเจ้าตัวระบุข้อความว่า เรียนจบปริญญาโทแล้ว2ปี เพิ่งจะได้มาเอาใบปริญญา การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ บุญรอดพูดเสมอว่าเมื่อมีโอกาสได้เรียนหนังสือ อยากให้ทุกคนคว้าโอกาสนั้นไว้ การเรียนปริญญาโทเป็นเครื่องยืนยันว่าไม่ว่าเราจะร่างกายแบบไหน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนเลย ขอแค่ทุกคนมีความพยายาม และคว้าโอกาสนั้นไว้ ขอบคุณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ครูบาอาจารย์ทุกคน พี่เจ้าหน้าที่ เพื่อนเพื่อนร่วมคลาส ที่คอยชัพพอร์ตกันมาจนวันนี้
ดาราเดลี่บันเทิง • 8 พ.ย. 68
อ่าน
คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 26 ต.ค. 68
อ่าน
สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ
ขั้นตอนสมัครสอบคัดเลือกบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นคณาจารย์ประจำ เพื่อสนับสนุนภารกิจทางวิชาการและขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยอ้างอิงมติที่ประชุมกรรมการบริหารงานบุคคลตลอดปี 2567 ถึงกลางปี 2568ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือกระบุไว้ตามข้อ 7 ของประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีหลากหลายระดับและสาขาให้เลือกสมัครตามคุณวุฒิคุณสมบัติผู้สมัครผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย และไม่เป็นผู้เสพสารเสพติด รวมถึงสามารถปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างเหมาะสม เฉพาะสายคณาจารย์ปริญญาตรี วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในรอบ 5 ปีปริญญาโท วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง โดยอย่างน้อย 1 เรื่องเป็นงานวิจัยปริญญาเอก ต้องมีผลงานวิจัยเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในรอบ 5 ปีเอกสารประกอบใบสมัคร1. สำเนาปริญญาบัตรและ Transcript2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน3. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว4. หนังสือรับรองผลภาษาอังกฤษ (MCU-GET, TOEFL, IELTS, TOEIC, TU-GET, CU-TEP)5. ใบรับรองแพทย์ออกภายใน 30 วัน6. ผลตรวจประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ7. หนังสือรับรองประสบการณ์ (ถ้ามี)8. แบบ บค 01 และ บค 02 ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์9. สลิปการโอนเงินค่าสมัครหมายเหตุ แนบไฟล์เฉพาะ .PDF หรือ .JPG ค่าธรรมเนียมการสมัครต่ำกว่าปริญญาตรี 100 บาทปริญญาตรี 200 บาทปริญญาโท 300 บาทปริญญาเอก 400 บาทโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาเสือป่า เลขที่บัญชี 046 2 73791 7รายละเอียดการสอบสอบข้อเขียนเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย 100 คะแนนสอบปฏิบัติด้านดิจิทัล (เฉพาะสายปฏิบัติการ) 100 คะแนนสอบข้อเขียนเฉพาะสาขาวิชา 100 คะแนนสอบสัมภาษณ์ ประเมินความเหมาะสม 200 คะแนนเกณฑ์การตัดสินต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การตัดสินของคณะกรรมการสอบคัดเลือกถือเป็นที่สิ้นสุดติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสมัครเข้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ https://www.mcu.ac.th/news/detail/59013
TNN ช่อง16 • 23 ก.ค. 68
อ่าน
ปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย รัฐย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว
ครม. เร่งปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย ตามมติครม.น.ส. ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการแก้ปัญหาสัญชาติ ตามมติ ครม. วันที่ 29 ตุลาคม 2567 โดยประกาศหลักเกณฑ์ให้คนเกิดในราชอาณาจักรแต่ยัง “ไร้สัญชาติ” ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 30 มิถุนายน 2568 กลุ่มเป้าหมาย “ชนกลุ่มน้อย/ชาติพันธุ์” เฉพาะที่อยู่ในไทยมานาน- กลุ่มเป้าหมายราว 140,000 คน เป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติไว้ก่อนแล้ว มีข้อมูลภาพถ่าย ลายนิ้วมือ และเลข 13 หลักขึ้นต้น 5, 6 หรือ 8- ครอบคลุมบุตรหลานที่เกิดในไทยของผู้ถือบัตรสีชมพู กลุ่มเลข 6 - 50 ถึง 6 - 72 และผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ขึ้นต้น 5 หรือ 8)- รวมถึงผู้ที่อยู่ในทะเบียนประวัติ “บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน” ตามมติ ครม. 18 ม.ค. 2548 เช่น ชาวมอร์แกน (เลขบัตรขึ้นต้น 0 และหลักที่ 6–7 เป็น 89)ย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว - ผู้ลี้ภัยในค่ายพักพิงรัฐบาลย้ำว่ามาตรการนี้ ไม่ครอบคลุมแรงงานข้ามชาติ ผู้มีสัญชาติอื่น หรือผู้หนีภัยในค่ายพักพิง แต่เป็นการแก้ปัญหาสิทธิสถานะของคนที่เกิดและเติบโตในไทยมาอย่างยาวนาน โดยมีหลักเกณฑ์ “เข้มงวด‑ตรวจสอบได้” เพื่อลดช่องโหว่ในการสวมสิทธิ ยกระดับคุณภาพชีวิตบนหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นโยบายดังกล่าวจะเปิดทางให้กลุ่มชาติพันธุ์เข้าถึงสวัสดิการรัฐ การศึกษา และโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ พร้อมยืนยันเดินหน้ากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การให้สัญชาติไทยเป็นไปอย่างโปร่งใส และเกิดประโยชน์กับผู้มีสิทธิอย่างแท้จริง.
TNN ช่อง16 • 12 ก.ค. 68
อ่าน
" สุธรรม"แฉเสนอชื่อ รมต.ไร้มติพรรคปชป. ส่อขัด ก.ม. หวั่นลามนายกฯ
(11 ก.ค. 2568) นาวาตรีสุธรรม ระหงษ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว กรณีข้อร้องเรียนที่มีผู้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเสนอชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีโดยไม่ผ่านกระบวนการตามข้อบังคับพรรคทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นาวาตรีสุธรรม เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ผู้อำนวยการพรรค, รองหัวหน้าพรรค, และล่าสุด เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดังกล่าวและหลังจากเกิดความเห็นต่าง นาวาตรีสุธรรม ก็ได้ลาออกจากตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีแล้ว นาวาตรีสุธรรมระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องภายในพรรค ไม่ถึงขั้นต้องนำไปสู่การยุบพรรคตามที่มีการร้องเรียน แต่ยอมรับว่า กระบวนการที่เกิดขึ้นนั้น “ไม่ได้ดำเนินการตามข้อบังคับพรรคอย่างถูกต้อง” ทั้งในส่วนของมติกรรมการบริหารพรรค และการรับรองจาก สส. พรรคก่อนการเสนอชื่อไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อทูลเกล้าฯ“ไม่มีมติ ไม่มีบันทึกประชุม ไม่มีการหารืออย่างเป็นทางการ แต่กลับมีชื่อปรากฏในโผรัฐมนตรีหลังโปรดเกล้าฯ ไปแล้ว ซึ่งสะท้อนว่า กระบวนการของพรรคไม่ชอบด้วยข้อบังคับ” นาวาตรีสุธรรมเปิดเผยว่า ตนได้ทำหนังสือแสดงความเห็นแย้งต่อหัวหน้าพรรคแล้ว แม้ไม่มีความขัดแย้งส่วนตัวกับใครในพรรค แต่ต้องยืนยันหลักการตามกฎหมายและข้อบังคับโดยเฉพาะ พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดให้พรรคต้องดำเนินกิจการด้วยความโปร่งใสและชอบด้วยข้อบังคับนาวาตรีสุธรรมยังตั้งข้อสังเกตต่อกรณีที่กรรมการบริหารพรรคและ สส. ได้จัดประชุมร่วมหลังการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรี เพื่อให้ “สัตยาบันย้อนหลัง” ต่อมติที่ไม่เคยเกิดขึ้นว่า อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีบัญญัติไว้ในข้อบังคับพรรค และตนเป็นเพียงคนเดียวในที่ประชุมที่ไม่เห็นชอบกับการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวซึ่งกรณีนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และข้อบังคับของพรรค เป็นกฎหมายในลักษณะของกฎหมายปกครอง ซึ่งควบคุมการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐและพรรคการเมือง อันอาจกระทบสิทธิของบุคคลจำนวนมากและความสงบเรียบร้อยของสังคม ดังนั้น การดำเนินกิจการของพรรคและการใช้อำนาจของ กกต. ต้องเป็นไปโดยเคร่งครัดตามกฎหมายและข้อบังคับ มิฉะนั้นการกระทำนั้นย่อมตกเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่อาจให้สัตยาบันย้อนหลังได้ เพราะไม่ใช่นิติกรรมระหว่างเอกชนที่จะสละสิทธิหรือให้ความยินยอมภายใต้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ อนึ่ง กรณีนี้ หากเปรียบเทียบกับกรณีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพ้นจากตำแหน่งจากการเสนอชื่อนาย พิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ก็ถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะอาจกระทบถึงตัวนายกรัฐมนตรี เนื่องจากการเสนอชื่อรัฐมนตรีที่ไม่เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายภายในพรรค อาจส่งผลกระทบในวงกว้างนอกจากนี้ นาวาตรีสุธรรมยังแสดงความเป็นห่วงว่า กรณีนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานที่คลาดเคลื่อน หาก กกต. พิจารณาแล้วไม่ดำเนินการใด ๆ ทั้งที่มีข้อบ่งชี้ถึงการละเมิดข้อบังคับ ซึ่งอาจขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับสุดท้าย นาวาตรีสุธรรมย้ำว่า ขณะนี้ กกต. จะเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง พร้อมตรวจสอบเอกสารและบันทึกการประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าพรรคได้ดำเนินการตามข้อบังคับจริงหรือไม่
TNN ช่อง16 • 11 ก.ค. 68
อ่าน
สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประกาศเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยสามารถสมัครสอบผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 22.00 น.รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2568 การรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้ประสงค์จะสมัครสอบแข่งขัน สามารถสมัครสอบผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เพียงทางเดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 9 -15 กรกฎาคม 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ยกเว้นวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ระบบจะปิดรับสมัคร เวลา 16.30 น. โดยสมัครสอบ ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.comเอกสารที่ใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568- สำเนาปริญญาบัตร หรือ สำเนาใบรับรองคุณวุฒิ- สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript)- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน- สำเนาทะเบียนบ้าน- รูปถ่ายหน้าตรง (ขนาดและจำนวนรอประกาศอย่างเป็นทางการ)- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือ หลักฐานจากคุรุสภา ที่อนุญาตให้ปฏิบัติการสอน- สำเนาหนังสือรับรองคุณวุฒิ (กรณีจบใหม่/รอรับปริญญา)- ใบรับรองแพทย์กรณีเป็นข้าราชการ/พนักงานท้องถิ่น- สำเนาบัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ- หนังสืออนุญาตให้สมัครสอบ- เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล- สำเนาประกาศนียบัตรบัณฑิตขั้นตอนการกรอกใบสมัครสอบครูผู้ช่วย 25681. อ่านประกาศรับสมัครสอบเข้าสู่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com คลิกเลือกเมนู สมัครสอบ อ่านขั้นตอนการสมัครและคลิกที่ปุ่ม [ดำเนินการต่อคลิกที่นี่] (อยู่ด้านล่าง) เพื่อสมัครสอบ2. กรอกข้อมูลใบสมัครกรอกข้อมูลลงใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" ให้ครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อกรอกครบถ้วนแล้วคลิกปุ่ม [ต่อไป] จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลที่ท่านได้กรอกไว้ใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" กรุณาตรวจทานข้อมูลของท่านว่าครบถ้วน และถูกต้อง3. ชำระเงินค่าสมัครสอบผ่าน QR Codeคลิกปุ่ม ตรวจสถานะการสมัครสอบ ระบบจะแสดงหน้าเว็บที่มีข้อมูลของท่านตามที่ท่านระบุ และแบบฟอร์มชำระเงิน- หากท่านต้องการ ตรวจสอบข้อมูล กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบตรวจสอบข้อมูล]- หากท่านไม่ต้องการดำเนินการใดๆ กรุณากดปุ่ม [กลับหน้าหลัก]4. พิมพ์ใบสมัครหากท่านต้องการพิมพ์เอกสาร ใบสมัครสอบ กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบสมัคร] ข้อควรระวัง การสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้สมัครสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียว และสมัครได้เพียงเขตการศึกษาเดียวเท่านั้นชื่อ และนามสกุล ที่ท่านกรอกลงใน "ใบสมัครออนไลน์" จะต้องเป็นชื่อและนามสกุลที่ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนกรุณาตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชนของท่านให้ถูกต้อง เนื่องจากเลขประจำตัวประชาชนของท่านจะใช้เป็นเลขที่อ้างอิงตลอดการสอบการกรอกข้อมูลในใบสมัคร จะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงทุกประการ ดังนั้นกรุณาตรวจทานข้อมูลให้ละเอียดก่อนคลิกปุ่ม[ส่ง ใบสมัคร] เพราะเมื่อท่านส่งใบสมัครไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้อีก และหากข้อมูลผิดพลาดอันเกิดจากการกรอกข้อมูลของท่านเองจะถือว่าใบสมัครนั้น เป็นโมฆะ และหากตรวจพบว่าท่านมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กรอกไว้ หรือขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามประกาศ จะถือว่าท่านขาดคุณสมบัติและท่านจะไม่สามารถเรียกร้องใด ๆ ได้ทั้งสิ้น
TNN ช่อง16 • 9 ก.ค. 68
อ่าน
เปิดรับคำร้องขอสัญชาติไทยให้คนต่างด้าว 2 กลุ่ม ใครบ้างมีสิทธิ ?
เปิดรับคำร้องขอสัญชาติไทยให้คนต่างด้าว 2 กลุ่ม ใครบ้างมีสิทธิ - บุคคลใดไม่เข้าเงื่อนไข ?ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศหลักเกณฑ์เร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติ สำหรับผู้ที่เกิดในประเทศไทยแต่ไม่ได้รับสัญชาติไทย โดยมีบิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าว ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง เพื่อปลดล็อกปัญหาสถานะบุคคล และเปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายสามารถยื่นขอสัญชาติไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย กำหนดให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจวินิจฉัยและแก้ไขอุปสรรคประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ทันทีเป็นเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมอบหมายให้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้มีอำนาจหลักในการดำเนินการ แก้ไขปัญหา และวินิจฉัยอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินงาน หากจำเป็นสามารถขยายระยะเวลาออกไปได้ตามมติของคณะรัฐมนตรีกลุ่มเป้าหมายที่มีสิทธิตามประกาศนี้1. บุคคลที่เกิดในประเทศไทย โดยมีบิดาหรือมารดาเป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์- ได้รับการสำรวจและมีชื่อในทะเบียนบ้าน- มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เริ่มต้นด้วยเลข 6 (โดยหลักที่ 6 และ 7 อยู่ระหว่าง 50–72)- หรือมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 5 หรือ 8 หากมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่และมีชื่อในทะเบียนบ้าน 2. บุคคลที่เกิดในประเทศไทย โดยมีบิดาหรือมารดาเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน- ได้รับการสำรวจตามมติ ครม. วันที่ 18 มกราคม 2548- รวมถึง กลุ่มชาวมอร์แกน ที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เริ่มต้นด้วยเลข 0 (โดยหลักที่ 6 และ 7 เป็นเลข 89)กลุ่มที่ไม่เข้าเกณฑ์บุคคลต่างด้าวทั่วไป เช่นแรงงานข้ามชาติผู้ลี้ภัยจากการสู้รบในค่ายพักพิงชั่วคราวผู้ถือหนังสือเดินทาง (Passport) ที่ไม่มีคุณสมบัติตามประกาศไม่สามารถยื่นขอสัญชาติไทยตามประกาศฉบับนี้ได้เป้าหมายเพื่อความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำประกาศฉบับนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการแก้ปัญหา บุคคลไร้สัญชาติในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิขั้นพื้นฐาน และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างยั่งยืน
TNN ช่อง16 • 4 ก.ค. 68
อ่าน
ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
SMEs ปิด 20,000 ราย โรงงาน "เจ๊ง" 1,200 แห่ง "เด็กจบใหม่" ไม่มีใครจ้าง?
นายจ้างไม่อยากได้ "เด็กจบใหม่"บอกว่าไร้ประสบการณ์ ขาดทักษะที่จำเป็นแล้วคนเพิ่งเรียนจบจะหาประสบการณ์ได้จากไหน?พ่อแม่ฟังแล้วข่าวนี้แล้วอาจจะหนักใจหลายคนยอมลำบากเก็บเงินยืมเงินเอามาลงทุนส่งลูกหลานเรียนสูงๆแต่จบมาสุดท้ายแล้ว ทำไมหางานทำไม่ได้ เตะฝุ่นไปวันๆความผิดอาจจะไม่ใช่ว่าตัวเด็กจบใหม่นั้นไม่เก่งหรือไม่ดีพอแต่นี่คือ ปัญหาใหญ่ของบ้านเรา ณ ตอนนี้ และอีกหลายประเทศทั่วโลกนั่น คือ นายจ้างไม่ค่อยอยากได้เด็กรุ่นใหม่ที่ไร้ประสบการณ์ข้อมูลล่าสุดจากทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์จากการแถลงภาวะสังคมไทยไตรมาสแรกประจำปีนี้ 2568พบว่าสถานการณ์แรงงานมีประเด็นที่น่าเป็นห่วงนั่น คือ ตลาดแรงงานสำหรับเด็กจบใหม่ หรือคนที่เรียนจบสูงๆแล้วกำลังหางานทำเป็นงานแรกในชีวิตหรือ First jobber ปัจจุบันนี้มีมีความเสี่ยงตกงานสูงมากและที่น่าตกใจกว่านั้น คือ ยิ่งเรียนสูง การศึกษาสูง ก็ยิ่งหางานทำไม่ได้เพราะสภาพัฒน์พบว่ากลุ่มคนที่ว่างงานหรือตกงานมากที่สุดในบ้านเราตอนนี้ก็คือ แรงงานที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาขึ้นไป หรือระดับปริญญามีอัตราว่างงาน ‘สูงที่สุด’ แถมยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกด้วยโดยคนที่จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาและยังว่างงานอยู่ตอนนี้มีทั้งหมด 131,600 คนส่วนการศึกษาในระดับอื่นๆนั้นมีการว่างงานอยู่ในหลักหมื่นเท่านั้นตั้งแต่อุดมศึกษา ว่างงานจำนวน 1.316 แสนคน (อัตราว่างงาน 1.84%)วิชาชีพขั้นสูง ว่างงานจำนวน 3.18 หมื่นคน (อัตราว่างงาน 1.31%)อาชีวศึกษา ว่างงานจำนวน 2.08 หมื่นคน (อัตราว่างงาน 1.28%)มัธยมปลาย ว่างงานจำนวน 6.15 หมื่นคน (อัตราว่างงาน 0.94%)มัธยมต้น ว่างงานจำนวน 5.60 หมื่นคน (อัตราว่างงาน 0.76%)ประถมและต่ำกว่า ว่างงานจำนวน 5.62 หมื่นคน (อัตราว่างงาน 0.37%)ส่วนคนที่ว่างงานระยะยาว หรือว่าเตะฝุ่นตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไปส่วนใหญ่หรือ 69.8% อยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปีและเมื่อพิจารณาประสบการณ์การทำงานพบว่าส่วนใหญ่คนในกลุ่มนี้ หรือมากถึง 74.3% ของผู้ว่างงานระยะยาวไม่เคยทำงานมาก่อนเลยและที่ต้องว่างงาน ก็เพราะหางานไม่ได้ ไม่มีใครรับ ไม่มีใครยอมจ้างสถานการณ์ผู้ว่างงานระยะยาว แยกตามกลุ่มอายุในไตรมาส 1 ปี 2568อายุ 15-19 ปี: จำนวน 3,703 คน (อัตราว่างงาน 0.75%)อายุ 20-24 ปี: จำนวน 30,052 คน (อัตราว่างงาน 0.94%)อายุ 25-29 ปี: จำนวน 17,559 คน (อัตราว่างงาน 0.38%)อายุ 30-34 ปี: จำนวน 7,746 คน (อัตราว่างงาน 0.17%)อายุ 35-39 ปี: จำนวน 3,278 คน (อัตราว่างงาน 0.08%)อายุ 40-49 ปี: จำนวน 4,664 คน (อัตราว่างงาน 0.05%)อายุ 50-59 ปี: จำนวน 1,130 คน (อัตราว่างงาน 0.05%)อายุ 60 ปีขึ้นไป: จำนวน 97 คน (อัตราว่างงาน 0.00%)จบใหม่ จบสูง เท่ากับตกงานเยอะสุดสอดคล้องกับผลสำรวจที่ไปเจอว่านายจ้างหรือผู้บริหารส่วนใหญ่ยุคนี้ กว่า 89 %ไม่อยากได้เด็กจบใหม่ เพราะแม้จะไฟแรง แต่ก็ไม่ยังไม่มีประสบการณ์ขาดทักษะที่จำเป็น แถมไม่มีมารยาททางธุรกิจด้วย เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ นายดนุชา พิชยนันท์ กล่าวถึงสถานการณ์เสี่ยงของเด็กจบใหม่ในประเทศไทยวันนี้ว่า สอดคล้องกับผลการศึกษาของ Hult International Business Schoolที่ร่วมกับ Workplace Intelligenceซึ่งได้ไปทำการสำรวจผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล ในสหรัฐอเมริกาพบว่าผู้บริหารส่วนใหญ่ ส่วนมาก ถึง 89%มีแนวโน้มที่จะเลี่ยงการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่โดยเหตุผลหลักๆที่ให้ก็คือมองว่าเด็กจบใหม่ยังขาดประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริง 60%ไม่ทีทักษะการทำงานที่เหมาะสม 51%ขาดทักษะการทำงานเป็นทีม 55%มองว่าเด็กจบใหม่ยังมีมารยาททางธุรกิจที่ไม่ดีนัก 50%และเมื่อนายจ้างไม่สนใจเด็กจบใหม่ ก็จะหันไปเลือกจ้างฟรีแลนซ์หรือพนักงานที่เกษียณไปแล้วทดแทน หรือยอมปล่อยให้ตำแหน่งว่างไปเลยด้วยซ้ำดังนั้น เพื่อให้มีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน แรงงานจบใหม่จึงควรเตรียมความพร้อมตนเองให้เหมาะสม ทั้งในด้านทักษะที่จำเป็นต่อสายงานและทัศนคติต่อโลกการทำงานขณะที่ภาคการศึกษาต้องเร่งปรับการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดรวมถึงส่งเสริมการฝึกงาน เพื่อสร้างประสบการณ์ทำงานจริงให้แก่นักศึกษาทั้งนี้เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ ยังได้ให้ข้อแนะนำสำหรับน้องๆที่จบการศึกษาใหม่ในเวลานี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการหางาน โดยระบุว่า เด็กจบใหม่ต้องมีคุณสมบัติหลัก คือ มีความสามารถในเชิงวิชาชีพที่จบมาต้องทำงานได้นอกจากนั้นต้องมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ และความสร้างสรรค์ในการทำงานของตัวเองขณะเดียวกันการทำงานของคนรุ่นใหม่มักจะให้ความสำคัญกับ “Work life balance”แต่ในความเป็นจริงหากคนรุ่นใหม่ที่เข้าไปทำงานในที่ต่างๆ นั้นการจัดการเรื่อง Work life balance อาจจะยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงแรกต้องเข้าใจต้อง Work ก่อน แล้วเรื่อง balance อาจจะตามทีหลัง รวมไปถึงความยืดหยุ่นในการทำงานก็นับเป็นเรื่องหนึ่งที่จำเป็นเพราะหากผู้บริหารต้องการงานที่เร่งด่วนเข้ามาก็ต้องมาช่วยกันทำ เพื่อให้งานบรรลุไปได้ซึ่งต้องคำนึงถึงการทำงานในภาพรวมด้วยซึ่งในกรณีที่อยากเป็นเจ้าของกิจการอาจจะต่างกันออกไปแต่สำหรับกลุ่มที่จะเข้าไปทำงานในระบบ เข้าสู่การจ้างงานในองค์กร และบริษัทต่างๆนั้นต้องเข้าใจว่าการทำงานจริง เรารับเงินเดือนเขามาแล้ว การทำงานจริงก็ต้องทำงานอย่างเต็มที่รวมไปถึงทักษะการทำงานเป็นทีมก็มีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะการสื่อสารกับคน และมารยาททางธุรกิจในการติดต่อก็เป็นเรื่องสำคัญนับเป็นเรื่องซอฟต์สกิลที่ต้องฝึกฝน "งาน" หายากสำหรับทุกคน มีงานอยู่แล้วก็ไม่ได้แปลว่า "ปลอดภัย"วันนี้ งานหายากขึ้นเรื่อยๆไม่ใช่แค่เด็กจบใหม่เท่านั้นที่เจอความเสี่ยงเพราะว่าปีที่ผ่านมา พบว่านายจ้าง ทั้ง SMEs และโรงงานในบ้านเราต่างพากันปิดกิจการหรือว่าเจ๊งกันไปแล้วกว่า 2 หมื่นแห่ง มากกว่า 1 พัน 200 โรงงาน การจ้างงาน หรือ สถานการณ์แรงงานไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2568พบว่ามีผู้มีงานทำรวม 39.4 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.5%โดยแรงงานภาคเกษตรยังคงมีการจ้างงานในระดับคงที่ส่วนแรงงานนอกภาคเกษตร เช่น การผลิต โรงแรม ร้านอาหาร และค้าปลีก มีการจ้างงานลดลงแม้การท่องเที่ยวจะยังมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่การจ้างงานในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวเช่น โรงแรมและร้านอาหาร ยังคงลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มฟรีแลนซ์ หรือ แรงงานชั่วคราวขณะที่ชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์อยู่ที่ 40.8 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าสำหรับผู้ทำงานล่วงเวลาหรือโอที ลดลงไป 5.0%นอกจากนี้ยังพบว่าแรงงานที่อยู่ในภาวะต่ำกว่าศักยภาพ ซึ่งทำงานไม่เต็มเวลาหรืองานไม่สอดคล้องกับความสามารถ มีจำนวนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในภาคการค้าและบริการ ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั้งนี้สำหรับภาคธุรกิจย้ำกว่าจำเป็นต้องปรับตัวโดยเร่งด่วนโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่มีจ้างงานสูงโดยปี 2567 ที่ผ่านมามี SMEs ในไทยปิดกิจการไปแล้วกว่า 2 หมื่น 4 พันแห่งและโรงงานปิดกิจการ 1,234 แห่ง ทำให้กระทบการจ้างงานขณะที่สถานการณ์ในอนาคตเองก็ยังเสี่ยงสูงตอนนี้สถาบันการเงินของรัฐ ได้มีมาตรการเข้าไปช่วยโดยเฉพาะผู้ส่งออกที่ได้รับผลจากมาตรการสหรัฐฯเพื่อให้ SMEs ยังดำเนินกิจการอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องปิดโรงงานซึ่งทางสภาพัฒน์ชี้ว่าประเด็นสำคัญที่ภาครัฐควรให้ความสำคัญคือ การยกระดับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในกลุ่ม SMEsโดยข้อมูลจากรายงาน Thailand Economic Monitor February 2025 ของธนาคารโลก พบว่าธุรกิจในไทยมีการใช้นวัตกรรมในกิจกรรมต่าง ๆ ในสัดส่วนที่น้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านโดยมีการนำมาใช้ในกระบวนการผลิตเพียง 11.9%น้อยกว่าประเทศฟิลิปปินส์ ที่มีสัดส่วน 40.9% เวียดนาม 37.9% และมาเลเซีย 37.3%อีกทั้ง SMEs ไทยยังมีการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาที่ค่อนข้างต่ำดังนั้น จึงควรส่งเสริมให้ SMEs ไทยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อเพิ่มโอกาสในการยกระดับกระบวนการผลิตโดยปัจจุบัน SMEs รองรับแรงงานไว้กว่า 12.9 ล้านคน ซึ่งหากสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ได้จะส่งผลดีต่อสถานะการจ้างงานและรายได้ของแรงงานด้วยเด็กจบใหม่หางานยากเรื่องจริง ไม่ได้คิดไปเองแล้วส่วนคนที่มีงานแล้วก็ใช่ว่าเราจะเอาตัวรอดได้ตลอดไปในภาวะแบบนี้ หลายคนชอบบอกว่ามีงานแล้วควรกอดงานเอาไว้ให้แน่นเพราะจะโดนเลิกจ้างหรือเปล่าก็ยังไม่รู้?
TNN ช่อง16 • 16 มิ.ย. 68
อ่าน
สำรวจตลาดแรงงาน ทำไมต้องจ้างเด็กจบใหม่ เมื่อพนักงาน Out Source ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่
สถานการณ์แรงงานไทย: ความเสี่ยงที่มากขึ้นสำหรับเด็กจบใหม่ในไตรมาส 1 ของปี 2568 ตลาดแรงงานไทยเผชิญความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะสำหรับแรงงานจบใหม่ ซึ่งมีความเสี่ยงในการตกงานสูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มแรงงานอื่น ๆข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า อัตราการว่างงานของผู้จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาอยู่ที่ 1.84% หรือประมาณ 131,600 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราว่างงานสูงที่สุด ข้อมูลจาก Hult International Business School ร่วมกับ Workplace Intelligence สะท้อนมุมมองของนายจ้างทั่วโลกที่มีต่อเด็กจบใหม่ โดยพบว่า:89% ของผู้บริหาร มีแนวโน้มจะเลี่ยงการจ้างเด็กจบใหม่60% เห็นว่าเด็กจบใหม่ ขาดประสบการณ์จริง55% ขาดทักษะการทำงานเป็นทีม51% ขาดทักษะเฉพาะทางที่เหมาะสม50% ขาดมารยาททางธุรกิจที่เหมาะสมผลการวิเคราะห์ของ TDRI จากประกาศรับสมัครงานออนไลน์ในไทย พบว่า มีเพียง 22.3% ของตำแหน่งงานเท่านั้นที่ไม่ระบุว่าต้องการประสบการณ์ แสดงให้เห็นว่านายจ้างไทยก็ให้ความสำคัญกับ "ความพร้อมในการทำงาน" เช่นเดียวกันเมื่อพนักงานประจำ ไม่ตอบโจทย์เทรนด์การจ้างงานยุคใหม่ไม่เพียงแค่สถิติที่ชี้ว่าเด็กจบใหม่กำลังมีความเสี่ยงต่อการตกงาน และ อาจไม่เป็นที่ต้องการของนายจ้าง และ ตลาดแรงงาน TNN สัมภาษณ์ ผู้จัดการฝ่าย HR ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งให้ข้อมูลว่าองค์กรเอกชนในปัจจุบัน มีเทรนด์การจ้างงานที่มุ่งไปที่ผลลัพธ์ประสิทธิภาพสูง โดยมีค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล และ มักจะหลีกเลี่ยงการจ้างพนักงานประจำที่มีค่าใช้จ่ายระยะยาวทั้งเรื่องสวัสดิการ โบนัส การปรับเงินเดือน ไปจนถึงค่าชดเชยจากการเลิกจ้างโดยเฉพาะองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) ที่พบว่ากำลังปรับแนวทางการจ้างงานอย่างเห็นได้ชัด โดยพบแนวโน้มการจ้างพนักงานสัญญาจ้างระยะสั้น เฉพาะโปรเจกต์ หรือซับคอนแทรกเตอร์เพิ่มขึ้นนอกจากนี้ยังรวมถึงการใช้บริษัทOut Sourceเพื่อเข้ามาสนับสนุนงานทั่วไป เช่น แอดมิน หรือIT Helpdeskที่ถูกมองว่าไม่จำเป็นต้องมีพนักงานประจำอีกต่อไป“งานธุรการ งานทั่วไป ที่เป็นงานความรับผิดชอบไม่สูง ซึ่งเป็นพื้นที่ของเด็กจบใหม่ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานในช่วงเริ่มต้น ไม่ค่อยจำเป็นในยุคปัจจุบัน เมื่อหลายองค์กรมองว่างานในส่วนนี้สามารถจ้างบริษัท Out Source เข้ามาสนับสนุนได้ หรือ บางงานทีต้องการใช้ทักษะเฉพาะ แต่เป็นโปรเจคต์ระยะสั้นก็ปรับมาใช้ Sub contract แทน ทำให้ในอนาคตคาดว่าพนักงานประจำจะเหลือเพียงในส่วนที่เป็นยุทธศาสตร์ของบริษัท หรือ งานที่มีทักษะวิชาชีพเฉพาะเท่านั้น” ผู้จัดการฝ่าย HR อธิบายถึงแนวโน้มการจ้างงานในปัจจุบัน ปรับกฎหมายแรงงาน ให้เท่าทันเทรนด์จ้างพนักงาน ผู้จัดการฝ่าย HR รายนี้มองว่าไม่เพียงความเสี่ยงของเด็กจบใหม่ที่มีความเสี่ยง เพราะเทรนด์การจ้างงานดังกล่าวยังส่งผลต่อพนักงานที่มีประสบการณ์ แต่อาจไม่ตอบโจทย์ขององค์กรด้วย ซึ่งในอนาคตประเทศไทยอาจต้องมีการปรับกฎหมายแรงงานให้สอดคล้องกับการจ้างงานที่หลากหลายรูปแบบมากขึ้น เพราะองค์กรมีแนวโน้มที่จะจ้างพนักงานประจำลดลง“เมื่อเทียบเคียงกับรูปแบบของบริษัทแม่ในเยอรมัน พบว่าที่นั่นมีการจ้างงานที่หลากหลาย รองรับการจ้างงานหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ หรือ Sub contract ก็มีสวัสดิการรองรับตามกฎหมายทั้งประกันสังคม หรือ ประกันสุขภาพ ขณะที่ไทยเองในบางองค์กรมีความพยายามในการลดค่าใช้จ่ายเป็นการจ้างงานแฝง เป็นลักษณะการจ้างแบบผิดกฎหมาย โดยทำเป็นสัญญาจ้างทำของแทน” ผู้จัดการฝ่าย HR ระบุนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สะท้อนผลการสำรวจผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล ในสหรัฐอเมริกา ของ Hult International Business School ร่วมกับ Workplace Intelligence พบว่า ผู้บริหาร กว่า 89% มีแนวโน้มที่จะเลี่ยงการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่ นั่นหมายความว่าเด็กจบใหม่อาจเสี่ยงต่อการตกงานสูงดังนั้น แรงงานจบใหม่ควรเตรียมความพร้อมตนเองให้เหมาะสม ทั้งในด้านทักษะที่จำเป็นต่อสายงานและทัศนคติต่อโลกการทำงาน ขณะที่ภาคการศึกษาต้องเร่งปรับการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด รวมถึงส่งเสริมการฝึกงาน เพื่อสร้างประสบการณ์ทำงานจริงให้แก่นักศึกษาจะเห็นได้ว่าการเข้าสู่ตลาดแรงงานของเด็กจบใหม่ในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องของวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต แต่เป็นเรื่องของ การปรับตัว ทักษะ และทัศนคติ การเข้าใจความคาดหวังของนายจ้างจะช่วยให้สามารถสร้างโอกาสของตนเองได้ดีกว่าส่วนภาคการศึกษาต้องเป็นสะพาน ไม่ใช่แค่ผู้สอน ส่วนภาคธุรกิจอาจต้องเปิดใจมากขึ้นในการร่วมสร้าง "คนทำงานจริง" ไม่ใช่แค่คัดเลือกจากประสบการณ์เท่านั้น
TNN ช่อง16 • 11 มิ.ย. 68
อ่าน
ประวัติ เจ๊แมว กุสุมาลวตี ศิริโกมุท ผู้ยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย ปมเลือก สว. ไม่โปร่งใส
เปิดประวัติ เจ๊แมว กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต สส.มหาสารคาม ผู้ยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย อ้างพบความเชื่อมโยงกับกระบวนการเลือก สว. ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายประวัติ เจ๊แมว กุสุมาลวตี ศิริโกมุท กับบทบาทการยื่นยุบพรรคภูมิใจไทยวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดมหาสารคาม และอดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยื่นคำร้องขอให้ กกต. ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยให้ยุบพรรคภูมิใจไทยในคำร้องระบุว่ามีหลักฐานเชิงลึกที่แสดงถึงพฤติกรรมของแกนนำพรรคในการมีส่วนร่วมกับกระบวนการเลือก สว. ที่ขาดความโปร่งใส ทั้งในเชิงโครงสร้างและการใช้อิทธิพลจากภายนอก พร้อมอ้างว่ามีภาพถ่าย คลิปเสียง และเส้นทางการเงินที่สามารถเชื่อมโยงถึงบุคคลสำคัญในพรรคได้อย่างชัดเจน เปิดประวัติ เจ๊แมว กุสุมาลวตี ศิริโกมุทประวัติ เจ๊แมว กุสุมาลวตี ศิริโกมุท เริ่มต้นจากครอบครัวนักการเมืองท้องถิ่น โดยเกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2505 ที่อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เป็นบุตรของนายสวาท ศิริโกมุท อดีต สส.มหาสารคาม และนางสุภาภรณ์ ศิริโกมุท อดีตสมาชิกสภาจังหวัดจบการศึกษาปริญญาตรีบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโทด้านพัฒนาสังคมจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และปริญญาเอกด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาคจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามเส้นทางการเมืองกว่า 30 ปีกุสุมาลวตีเริ่มลงสนามเลือกตั้งในปี 2531 ในนามพรรคประชาชน ก่อนจะลงสมัครอีกหลายครั้งกับพรรคสามัคคีธรรม พรรคความหวังใหม่ และในที่สุดได้รับเลือกตั้งเป็น สส.มหาสารคาม สมัยแรกในปี 2544 ในนามพรรคไทยรักไทย ต่อมาได้รับเลือกอีกครั้งในปี 2548 และในปี 2554 ในนามพรรคเพื่อไทยในปี 2550 ย้ายไปพรรคเพื่อแผ่นดินและได้รับแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการพรรค แม้จะไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่ยังคงมีบทบาทสำคัญในพรรคการเมืองหลังจากปี 2561 กุสุมาลวตีลาออกจากพรรคเพื่อไทย และลงสมัครในนามพรรคเพื่อชาติ และต่อมากับพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง เหตุผลในการยื่นยุบพรรคภูมิใจไทยในการยื่นคำร้องต่อ กกต. กุสุมาลวตีระบุว่าพรรคภูมิใจไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง สว. ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีการใช้ตำแหน่งทางการเมืองเข้าแทรกแซงกระบวนการรับสมัคร รวมถึงครอบงำผู้สมัครบางราย ซึ่งหลายคนไม่มีคุณสมบัติครบถ้วน แต่กลับได้รับการรับรองจากเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ยังมีการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่บุคคลในพรรคเรียกผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น สว. ไปพบและให้ลงนามใบลาออกล่วงหน้า เพื่อควบคุมการตัดสินใจ ซึ่งถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบในกระบวนการประชาธิปไตยตำแหน่งสำคัญในอดีตสส.มหาสารคาม ปี 2544 (พรรคไทยรักไทย)สส.มหาสารคาม ปี 2548 (พรรคไทยรักไทย)สส.มหาสารคาม ปี 2554 (พรรคเพื่อไทย)อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดินอดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคเครื่องราชอิสริยาภรณ์พ.ศ. 2547: ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)พ.ศ. 2554: มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
TNN ช่อง16 • 21 พ.ค. 68
อ่าน
สอบ TCAS68 ประกาศผลแล้ว เปิด 15 หลักสูตร มีผู้สมัครมากที่สุด รอบ 3 Admission
การสอบ TCAS (Thai University Cantral Admission) คือ การสอบเพื่อการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา หรือเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีประกาศผลครั้งที่ 1 สมัครแอดมิชชั่น (Admission) ทั้งนี้ วันนี้ 20 พฤษภาคม 2568 เป็นการประกาศผลครั้งที่ 1 ทุกคนที่สมัครแอดมิชชั่น (Admission) โดยยืนยันสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2568จากนั้นระบบจะมีการประกาศผลอีกครั้งวันที่ 25 พฤษภาคมและสามารถสละสิทธิ์ได้ถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2568ผู้สมัครแต่ละคนสามารถ สละสิทธิ์ได้สูงสุดเพียง 1 ครั้ง และต้องดำเนินการในช่วงเวลาที่เปิดให้เท่านั้น เพื่อจะสมัครรอบถัดไปได้26 พฤษภาคม 2568 เฉพาะผู้ที่ยืนยันสิทธิ์รอบ 3 Admission และไม่เคยสละสิทธิ์มาก่อนเท่านั้นประกาศจำนวนที่นั่งรอบ 4 Direct Admission ที่ mytcas.com วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 15 หลักสูตร สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admissionทั้งนี้ 15 หลักสูตร ที่มีจำนวนผู้สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้ สถิติการรับสมัครรอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิทินสอบ TCAS68 เตรียมความพร้อมเพื่อศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา
TNN ช่อง16 • 20 พ.ค. 68
อ่าน
สินเชื่อเปิดเทอม! ออมสิน ให้กู้สูงสุด 1 หมื่น ดอกต่ำ 0.60% ผ่อนยาว 12 เดือน
นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ใกล้วันเปิดเทอม ปีการศึกษา 2568 (16 พฤษภาคม 2568) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงผู้ปกครอง ที่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายก่อนวันเปิดภาคเรียน ได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการต่าง ๆ เพื่อเป็นการบรรเทาค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาดังกล่าว มาตรการช่วยเหลือประชาชนล่าสุด กระทรวงการคลัง สั่งการไปยังธนาคารออมสิน ให้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะ กลุ่มผู้ปกครองที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลานในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ ผ่านมาตรการ “สินเชื่อธนาคารประชาชนต้อนรับเปิดเทอม” เพื่อให้ผู้ปกครอง สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ เพื่อเสริมสภาพคล่อง ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยได้เข้าถึงการศึกษาอย่างต่อเนื่องนายคารมกล่าวว่า ธนาคารออมสิน ให้วงเงินกู้ตามความจำเป็นสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่เพียง 0.60% ต่อเดือน ผ่อนชำระไม่เกิน 1 ปี (12 งวด) ผ่อนชำระประมาณ 894 บาทต่อเดือน (รวมเงินต้นและดอกเบี้ย)ทั้งนี้ เป็นผู้มีอาชีพ รายได้ และที่อยู่อาศัยแน่นอน สามารถยื่นขอสินเชื่อโดยไม่ต้องมีหลักประกัน ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo หรือติดต่อธนาคารออมสิน เพื่อขอคำแนะนำในการสมัครสินเชื่อ ได้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม–31 กรกฎาคม 2568 “รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนมาตรการเสริมสภาพคล่องทางการเงินและอำนวยความสะดวกในช่วงเปิดภาคการศึกษา 1/2568 เน้นการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ผ่อนได้นาน เพื่อไม่ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบจากการกู้เงินนอกระบบ ที่เรียกเก็บดอกเบี้ยที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด” นายคารมระบุข่าวที่เกี่ยวข้อง- รวมแอปเงินกู้ อัปเดต 2568 ถูกกฎหมาย กลุ่มผู้ให้บริการ Non-bank- ธนาคารออมสิน ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ กู้ได้แม้ไม่มีเครดิต เช็กเลย!
TNN ช่อง16 • 14 พ.ค. 68
อ่าน
จับสลาก “บ้านเพื่อคนไทย” โอกาสใหม่ หรือความหวังที่ยังต้องรอลุ้น?
โครงการบ้านเพื่อคนไทยเดินหน้าเฟสแรก จับสลาก 5,000 หลังในเดือน พ.ย. จากผู้ลงทะเบียน 260,000 ราย รัฐยันใช้ระบบโปร่งใส-ตรวจสอบได้ พร้อมเปิดทางกลุ่มไม่ผ่านเกณฑ์เข้าสู่รอบใหม่ความหวังบนกระดาษ กับสิทธิที่ต้องลุ้นจากตัวเลขผู้ลงทะเบียนกว่า 260,000 คน โครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” กลายเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ประชาชนจำนวนมากเฝ้าติดตามด้วยความคาดหวัง โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีบ้านเป็นของตัวเองหรืออยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่ไม่มั่นคง การประกาศเตรียมจับสลากรอบแรก 5,000 สิทธิภายในเดือนพฤศจิกายน จึงไม่ใช่เพียงแค่ขั้นตอนเชิงเทคนิค แต่คือบทพิสูจน์ว่ารัฐสามารถเริ่มเปลี่ยนความฝันให้จับต้องได้จริงแค่ไหนขณะเดียวกัน ตัวเลขผู้ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณสมบัติเบื้องต้นจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ก็อยู่ที่ประมาณ 130,000 ราย หรือราวครึ่งหนึ่งของผู้ที่แสดงความสนใจ ซึ่งชี้ให้เห็นว่ากระบวนการคัดกรองยังต้องทำงานหนัก หากจะให้ทุกเสียงที่ยื่นเข้ามาได้รับโอกาสที่เท่าเทียมและเป็นธรรม ขั้นตอนสู่การจับสลาก กับคำถามว่าระบบโปร่งใสแค่ไหนล่าสุด เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 กระทรวงคมนาคมร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อใช้ระบบจับสลากแบบเรนด้อม โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ที่สำนักงานสลากฯ เคยจัดระบบให้กับผู้ลงทะเบียนกว่า 900,000 รายในอดีต ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าระบบดังกล่าวจะสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนการพยายามของรัฐในการใช้กลไกที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม การจับสลากแบบโปร่งใสอาจยังไม่ตอบคำถามทั้งหมดของผู้รอคอยสิทธิ์ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้กระบวนการกระจายทรัพยากรภาครัฐไม่ถูกผูกขาดไว้กับระบบอุปถัมภ์หรือความสัมพันธ์พิเศษรัฐไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แม้ยังไม่ผ่านเกณฑ์นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า แม้ผู้ลงทะเบียนจำนวนมากจะยังไม่ผ่านเกณฑ์จาก ธอส. แต่รัฐบาลยังคงเปิดโอกาสให้เข้าสู่กระบวนการอบรมและประเมินคุณสมบัติรอบใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานอิสระหรือกลุ่มทำงานไม่ประจำ ซึ่งมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อแบบดั้งเดิมแนวทางดังกล่าวเป็นการวางรากฐานนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ผลักใครออกจากระบบทันที และสร้างโอกาสให้ผู้มีความพร้อมเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งถือเป็นมุมคิดเชิงบวกของการออกแบบนโยบายรัฐที่ไม่รีบร้อนกดปุ่มคัดออกทันทีในรอบแรก เป้าหมายปี 69 กับพื้นที่นำร่องที่ยังรอความชัดเจนแม้จะยังไม่มีคำตอบว่า “ใครจะได้บ้านหลังแรกในโครงการ” อย่างชัดเจน แต่กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าสามารถเริ่มส่งมอบบ้านได้ภายในปี 2569 โดยเบื้องต้นมีพื้นที่ศักยภาพ 4 แห่ง ได้แก่ ย่าน กม.11 และธนบุรีในกรุงเทพฯ เชียงรากในปทุมธานี และพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่อย่างไรก็ดี การก่อสร้างยังต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมถึงผ่านขั้นตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการประมูลราคากลาง (TOR) อย่างครบถ้วน การบริหารเวลาและขั้นตอนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่บ่งบอกว่า “บ้านในฝัน” จะไปถึงมือประชาชนตามกำหนดหรือไม่ไม่ใช่แค่บ้านราคาถูก แต่คือโครงสร้างใหม่ของความมั่นคงชีวิตด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ย้ำว่างบประมาณที่ใช้ในการดำเนินโครงการเฟสแรกนั้นมาจาก ธอส. โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อการใช้งบภาครัฐ และเปิดโอกาสให้ระบบสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยเติบโตภายใต้กลไกของธนาคารเพื่อประชาชนการแจกจ่ายบ้านจึงไม่ใช่แค่การช่วยคนจนหรือแบ่งปันทรัพย์สิน แต่คือการขยายแนวคิด “สิทธิพื้นฐานในการมีที่อยู่อาศัย” ให้กลายเป็นนโยบายระดับชาติที่วางอยู่บนหลักการบริหารจัดการสมัยใหม่ ขึ้นกับว่าโครงการนี้จะเดินไปได้ไกลแค่ไหน และจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนส่วนใหญ่ได้จริงหรือไม่
TNN ช่อง16 • 14 พ.ค. 68
อ่าน
Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================
ทราเวล ทิปส์ • 13 พ.ค. 68
อ่าน
ไกด์เถื่อน-ทัวร์เถื่อน! รัฐบาลเดินหน้าจับหนัก ปรับสูงสุด 5 แสน จำคุก 2 ปี
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง” (ศปต.) เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาทัวร์นอมินีและมัคคุเทศก์เถื่อนอย่างจริงจัง โดยเน้นการตรวจสอบบริษัทนำเที่ยวและการปฏิบัติหน้าที่ของมัคคุเทศก์ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ถึงมีนาคม 2568 ได้มีการสุ่มตรวจสถานประกอบการของบริษัทนำเที่ยวจำนวน 940 ราย และมัคคุเทศก์ 338 ราย พบการกระทำความผิดของบริษัทนำเที่ยว ได้แก่ การประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต การไม่แสดงใบอนุญาต และการไม่ทำประกันให้นักท่องเที่ยวความผิดของมัคคุเทศก์ ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีใบอนุญาต และการไม่แสดงใบสั่งงาน ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ไม่มีใบอนุญาตจะมีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับส่วนผู้ปฏิบัติหน้าที่มัคคุเทศก์โดยไม่มีใบอนุญาตจะมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยในการโฆษณาขายทัวร์ไม่ว่าช่องทางใด ต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาต ชื่อ และที่ตั้งให้นักท่องเที่ยวทราบ และต้องใช้มัคคุเทศก์ที่มีใบอนุญาตถูกต้องเท่านั้น“รัฐบาลขอยืนยันความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยการดำเนินการอย่างเข้มงวดและต่อเนื่องในการปราบปรามทัวร์เถื่อนและมัคคุเทศก์เถื่อน ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเวทีโลก จึงขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่กระทำผิด สามารถแจ้งผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจกรมการท่องเที่ยว หรืออีเมล tgtcenter@tourism.go.th และ DOT-TGIS@tourism.go.th” นางสาวศศิกานต์ ระบุ
TNN ช่อง16 • 10 พ.ค. 68
อ่าน
ออมสิน ออก“สินเชื่อต้อนรับเปิดเทอม” ผ่อนเกณฑ์อนุมัติให้เข้าถึงง่าย ดอกเบี้ยต่ำ
ตามที่รัฐบาลโดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบหมายให้สถาบันการเงินเข้าช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะ กลุ่มผู้ปกครองที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลานในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ ทั้งค่าชุดเครื่องแบบนักเรียน หนังสือ อุปกรณ์การเรียน และอื่น ๆ ด้วยการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ เพื่อเสริมสภาพคล่อง ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยได้เข้าถึงการศึกษาอย่างต่อเนื่อง นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกมาตรการ “สินเชื่อธนาคารประชาชนต้อนรับเปิดเทอม” ที่ผ่อนเกณฑ์อนุมัติให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น และเป็นการเดินหน้าภารกิจเชิงสังคมในการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม สำหรับผู้ปกครองที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนในการเตรียมความพร้อมแก่บุตรหลานในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่เพียง 0.60% ต่อเดือน วงเงินกู้ตามความจำเป็นสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 1 ปี (12 งวด) ผ่อนชำระประมาณ 894 บาทต่อเดือน (รวมเงินต้นและดอกเบี้ย) ทั้งนี้ สำหรับผู้มีอาชีพ รายได้ และที่อยู่อาศัยแน่นอน สามารถยื่นขอสินเชื่อโดยไม่ต้องมีหลักประกัน ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo หรือติดต่อธนาคารออมสินสาขาเพื่อขอคำแนะนำในการสมัครสินเชื่อ ได้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2568
TNN ช่อง16 • 8 พ.ค. 68
อ่าน
เงินกู้ไม่มีดอกเบี้ย! เปิดแหล่งกู้ยืมเงินสำหรับคนพิการ ตั้งแต่ 6 หมื่น ถึง 1 ล้าน
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการเงินกู้ยืมคนพิการ เพื่อเป็นแนวทางให้คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพโดยไม่มีดอกเบี้ย การกู้ยืมเงินกองทุนฯ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) การกู้รายบุคคล รายละไม่เกิน 60,000 บาท หากผู้ประสงค์จะกู้ยืมเงินเกินกว่าวงเงินที่กำหนด ให้มีการพิจารณาเป็นรายบุคคล และไม่เกิน 120,000 บาท 2) การกู้รายกลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยต้องผ่อนชำระคืนภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี ไม่มีดอกเบี้ยทั้งนี้ แอปพลิเคชันกู้ยืมเงินคนพิการ หรือ DepFund ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “เพื่อให้คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ สามารถเข้าถึงบริการของภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว” โดยสามารถรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ IOS และ Android และสามารถเข้าใช้งานผ่าน DIGITAL ID นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบผลการอนุมัติการกู้ยืมเงิน ตรวจสอบยอดคงเหลือ และประวัติการชำระเงิน โดยสามารถชำระหนี้ที่กู้ยืมผ่าน QR Code ได้ด้วย“ผู้พิการหรือผู้ดูแลคนพิการ ที่ประสงค์กู้ยืมเงินเพื่อเป็นทุนสำหรับประกอบอาชีพ สามารถยื่นคำร้องได้ผ่าน https://efund.dep.go.th/ และเข้าไปตรวจสอบสถานะการกู้ยืมเงินได้ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร หรือศูนย์บริการคนพิการจังหวัดและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทั่วประเทศอีกด้วย” นายอนุกูลฯ ระบุ ปัจจุบันประเทศไทยมีคนพิการที่จดทะเบียน 2,232,140 คน คิดเป็น 3% ของประชากรไทยทั้งหมด (ณ วันที่31 มีนาคม 2568) มีคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการที่ใช้บริการกู้ยืมเงินเพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพ จำนวน 298,946 ราย มีวงเงินกู้ยืมรวม 11,267,139,721 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 25 เมษายน 2568)
TNN ช่อง16 • 8 พ.ค. 68
อ่าน
ประวัติหมอเกศกมล สว.คะแนนสูงสุด สู่ดรามาวุฒิ ป.เอกแคลิฟอร์เนีย
เปิดประวัติ รศ.ดร.พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภาคะแนนสูงสุด ปี 2567 กับกระแสดรามาวุฒิการศึกษา ป.เอกจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศเปิดประวัติ “หมอเกศกมล” จาก สว.คะแนนอันดับ 1 สู่ข้อครหาวุฒิปริญญาเอกรศ.ดร.พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือที่รู้จักในชื่อ “หมอเกศกมล” ปัจจุบันอายุ 45 ปี เป็นแพทย์หญิง นักธุรกิจ และสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งสูงสุดทั่วประเทศในการเลือกตั้ง ส.ว. ปี 2567 ด้วยภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและบทบาทด้านสาธารณสุขและสังคม ทำให้เธอกลายเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างรวดเร็ว นอกจากตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภา หมอเกศกมลยังดำรงตำแหน่งผู้บริหารธุรกิจคลินิกและแลบอราทอรีหลายแห่ง ได้แก่ เกศกมล คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป, เกศกมล เด็นทัล คลินิก และอินเตอร์ เดอร์มา แลบอราทอรี รวมถึงทำหน้าที่ที่ปรึกษากรรมาธิการในรัฐสภาและภาคประชาชนหลายองค์กรเธอยังเคยทำหน้าที่พิธีกรรายการโทรทัศน์ด้านสุขภาพ อาทิ “คุณหมอขอถาม” และ “สุขภาพดี” ทางช่อง JKN 18 และได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ผ่านช่องทาง Facebook, Instagram และ TikTok ในชื่อ @dr.kes_keskamolการศึกษา และดรามาวุฒิปริญญาเอกในใบสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ว. ปี 2567 พญ.เกศกมลระบุว่าตนเองจบการศึกษาระดับปริญญาเอกจาก California University และยังได้รับตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ซึ่งภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่มีหน่วยงานรับรองสถาบันนี้ในประเทศไทย และลักษณะการศึกษานั้นเป็นการเทียบโอนและส่งรายงาน ไม่ตรงตามมาตรฐานสากลของปริญญาเอกทั่วไปต่อมาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 กกต.มีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ พญ.เกศกมล เป็นเวลา 20 ปี โดยเห็นว่าเข้าข่ายการกระทำหลอกลวงตามมาตรา 77(4) ของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ว. ซึ่งมีโทษสูงทั้งจำคุกและปรับพญ.เกศกมลได้ออกมาชี้แจงต่อสังคมว่า วุฒิการศึกษาที่ระบุเป็นของจริง และผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานในสหรัฐอเมริกา พร้อมยืนยันว่าต้องการตอบแทนสังคม และไม่ได้มีเจตนาหลอกลวง โปรไฟล์โดดเด่นทางสังคมหมอเกศกมลเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตชุมชน มีบทบาทในงานช่วยเหลือประชาชนหลายด้าน ทั้งการดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วม การช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรง และการตั้งมูลนิธิส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือสังคมในระยะยาวเธอยังเคยดำรงตำแหน่งอาจารย์พิเศษและเป็นที่ปรึกษาในหลายหน่วยงานด้านยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และความมั่นคง ทั้งยังได้รับการอบรมวิทยุโทรทัศน์ระดับสูง ประเด็นที่ต้องติดตามต่อแม้ พญ.เกศกมล จะมีบทบาทที่น่าจับตามองในสภาสูง แต่ประเด็นวุฒิการศึกษากลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเส้นทางการเมือง หากศาลฎีการับฟ้องและมีคำพิพากษา เธออาจถูกตัดสิทธิทางการเมืองอย่างสิ้นเชิงพร้อมกันนี้ ยังมีข้อร้องเรียนเพิ่มเติมเรื่องการฮั้วกันเลือก ส.ว. ซึ่งอยู่ในระหว่างการสอบสวนร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบวุฒิสภาทั้งระบบด้วย
TNN ช่อง16 • 30 เม.ย. 68
อ่าน
ไฟเขียวร่างกฏกระทรวง “ต่อใบขับขี่ระบบอิเล็กทรอนิกส์” ไม่ต้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ (ฉบับใหม่) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งนี้ กฎกระทรวงปัจจุบัน (พ.ศ. 2563) กำหนดให้ประชาชนต้องเดินทางไปตรวจสมรรถภาพร่างกายด้วยตนเองทุกครั้งที่ขอต่ออายุใบขับขี่ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้มีสาระสำคัญ ได้แก่:1.ยกเว้นการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย สำหรับผู้ขอต่ออายุใบขับขี่ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ และไม่มีเงื่อนไขทางสุขภาพตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด2.ยังคงการทดสอบสมรรถภาพ สำหรับผู้ที่มีอายุ หรือมีเงื่อนไขทางสุขภาพต้องเฝ้าระวัง โดยต้องทดสอบปฏิกิริยาและสายตา รวมถึงผ่านการอบรม3.กฎกระทรวงนี้จะมีผลใช้บังคับหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 90 วัน มาตรการใหม่นี้จะช่วยให้ประชาชนสามารถต่ออายุใบขับขี่ผ่านระบบออนไลน์ได้ ลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง ขณะเดียวกันยังคงมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการตรวจคัดกรองผู้ขับขี่อย่างเข้มงวด
TNN ช่อง16 • 22 เม.ย. 68
อ่าน
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบผลได้ผ่านเว็บ www.mytcas.comสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศผลสอบ A-Level ประจำปี 2568 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศสามารถเข้าตรวจสอบผลสอบผ่านระบบ MyTCAS ได้ทันที วิธีตรวจสอบผลสอบ A-Level 68ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบผ่านเว็บไซต์ของ ทปอ. ได้ที่ https://www.mytcas.com โดยมีขั้นตอนดังนี้:1.เข้าสู่ระบบที่ https://student.mytcas.com ด้วยบัญชีผู้สมัคร2.เลือกเมนู “ประกาศผลสอบ A-Level” เพื่อดูผลสอบรายวิชา3.หากต้องการดาวน์โหลดเอกสาร สามารถเลือก “หนังสือรับรองผลการสอบแยกรายวิชา” ได้ทันที4.หากต้องการยื่นขอทบทวนผลคะแนน ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วกด “ขอทบทวนผลคะแนนสอบ” ยื่นขอทบทวนผลคะแนนสอบได้ถึง 25 เม.ย. 68สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนสอบ หรือเชื่อว่าคะแนนอาจมีความคลาดเคลื่อน สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนผลคะแนนได้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 25 เมษายน 2568 ผ่านระบบ MyTCASค่าธรรมเนียมในการทบทวนคะแนนสอบ• ค่าธรรมเนียมรายวิชา: 100 บาท/วิชา• เหมาจ่ายทุกวิชา: 300 บาทโดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องเลือกวิชาที่ต้องการทบทวน อ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน และทำการชำระเงินผ่านระบบตามขั้นตอนที่กำหนดสรุป• ประกาศผลสอบ A-Level 68 แล้วตั้งแต่ 17 เม.ย. 68• ตรวจสอบผลได้ที่ student.mytcas.com• ขอทบทวนผลสอบได้ระหว่าง 18–25 เม.ย. 68• ค่าธรรมเนียม: รายวิชา 100 บาท, เหมาจ่าย 300 บาท
TNN ช่อง16 • 18 เม.ย. 68
อ่าน
ประวัติ มณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
เปิดประวัติ มณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบงบประมาณรัฐ ท่ามกลางกระแสสังคมจากเหตุอาคาร สตง. ถล่มประวัติ มณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ท่ามกลางความเงียบหลังเหตุถล่มนายมณเฑียร เจริญผล ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน คนปัจจุบัน เป็นหนึ่งในข้าราชการระดับสูงที่สังคมกำลังจับตามอง โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มเมื่อ 8 วันที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหาย หลายฝ่ายต่างรอฟังคำชี้แจงหรือแม้แต่ถ้อยแถลงจากผู้ว่าการ สตง. ซึ่งยังไม่มีออกมาในขณะนี้แม้จะยังไม่มีการปรากฏตัวต่อสาธารณะในฐานะผู้นำองค์กรในช่วงวิกฤติ แต่นายมณเฑียรถือเป็นบุคคลที่มีบทบาทต่อการตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ และมีประวัติการทำงานในหน่วยงานสำคัญมาอย่างยาวนาน การศึกษาและหลักสูตรผู้บริหารนายมณเฑียรมีพื้นฐานทางวิชาการและผ่านหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงจำนวนมาก ได้แก่• บริหารธุรกิจบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช• นิติศาสตรบัณฑิต และนิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง• รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์• ประกาศนียบัตรกฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์• หลักสูตร วปอ., บยส., ปปร., วบส., วพน. และอื่น ๆ รวมถึงการดูงานด้านศาลบัญชีในประเทศฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรปเส้นทางข้าราชการสายตรวจเงินแผ่นดินตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี นายมณเฑียรเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ• ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน• ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน 1• รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน• อนุกรรมการ ป.ป.ช., ปปง., คตส., ยกร่างรัฐธรรมนูญ ฯลฯ• ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร• กรรมการด้านพัสดุ การเงิน การจัดสรรงบประมาณ และการประเมินองค์กรนอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งผู้บริหารด้านเทคโนโลยีและข้อมูลของ สตง. ได้แก่ Chief Information Officer (CIO) และ Chief Data Officer (CDO) เกียรติประวัติและเครื่องราชอิสริยาภรณ์นายมณเฑียรได้รับเกียรติคุณและรางวัลหลายรายการ เช่น• ข้าราชการพลเรือนดีเด่น (ปี 2544)• เหรียญเชิดชูเกียรติจากสถาบันพระปกเกล้า (ปี 2552, 2556)• รางวัลกัลยาณมิตร กรมบัญชีกลาง (ปี 2559)• นักศึกษาเก่าดีเด่นจากนิด้า (ปี 2561)• เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง ได้แก่ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก และ มหาวชิรมงกุฎ
TNN ช่อง16 • 5 เม.ย. 68
อ่าน
"ออมสิน"จ่อปล่อยกู้กลุ่ม"ไม่มีเครดิต" 4 แสนคน
นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า หลังจากที่เริ่มเปิดให้ส่งคำขอเข้าร่วมโครงการสินเชื่อ “สร้างเครดิต สร้างโอกาส” เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2568 นั้น พบว่ามียอดการส่งคำขอสินเชื่อเข้ามามากกว่า 400,000 ราย ภายใน 2 สัปดาห์ จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะมีการอนุมัติ 300,000 ราย วงเงิน 4,000 ล้านบาทในปีแรก ซึ่งขณะนี้ ออมสินอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติตามจำนวนดังกล่าว ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายสำหรับโครงการสินเชื่อในครั้งนี้ เป็นกลุ่มคนที่ไม่เคยมีประวัติเครดิตในการขอสินเชื่อกับธนาคารมาก่อน หรือเคยยื่นคำขอแล้วแต่ไม่ผ่าน เนื่องจากความเสี่ยงสูง โดยสินเชื่อดังกล่าวเป็นนวัตกรรมสินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้สมารถเข้าถึงแหล่งเงินในระบบสถาบันการเงิน และได้รับโอกาสในการสร้างประวัติเครดิตทางการเงินที่ดี ที่จะต่อยอดสำหรับการขอสินเชื่ออื่นๆ ได้ในอนาคต สำหรับการดำเนินการในเฟสถัดไป คงต้องรอให้มีการปล่อยสินเชื่อกลุ่มแรกไปก่อนอย่างน้อย 2-3 เดือน แล้วจึงมีการประเมินอีกครั้งก่อนตัดสินใจ ขณะเดียวกันเมื่อดำเนินโครงการครบ 1 ปีแรกแล้ว ก็จะมีการประเมินผลการดำเนินงานอีกครั้งว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ก่อนที่จะดำเนินการต่อในปีถัดไป ตามเป้าหมายที่จะขยายผลการอนุมัติสินเชื่อถึง 1 ล้านคนภายใน 3 ปี ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดเป็นการใช้งบของธนาคารออมสินในฐานะธนาคารเพื่อสังคม สำหรับ “สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส” วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องมีหลักประกันหรือบุคคลค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.60% ต่อเดือน และระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 1 ปี ปลอดชำระเงินต้น 3 งวดแรก โดยจ่ายเพียงดอกเบี้ย เพื่อให้โอกาสตั้งหลักก่อนเริ่มคืนเงินต้น โดยมุ่งเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้มีรายได้ประจำ ลูกจ้าง พ่อค้า แม่ค้า ผู้รับจ้างให้บริการต่างๆ ที่มีรายได้ แต่ไม่เคยมีประวัติเครดิตทางการเงิน หรือไม่เคยใช้บริการสินเชื่อ ในระบบสถาบันการเงินอย่างน้อย 2 ปี และเป็นผู้มีสัญชาติไทย สามารถติดต่อได้ ผู้สนใจลงทะเบียนจองสิทธิ และยื่นขอสินเชื่อได้ที่แอปพลิเคชัน MyMo
TNN ช่อง16 • 28 มี.ค. 68
อ่าน
กสศ. ปั้นแรงงานทักษะสูง! นศ.ทุน 2,603 คน จบพร้อมลุย ชี้การศึกษาคุ้มค่าเทียบหุ้น Super Stock
วันที่ 16 มีนาคม 2568 อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ห้องแซฟไฟร์ 204-205 เมืองทองธานี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศให้กับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงที่สำเร็จการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 2,603 คน จากสถานศึกษาสายอาชีพในโครงการฯ จำนวน 78 แห่ง ครอบคลุม 39 จังหวัด โดยจัดพร้อมกัน 10 จังหวัด สำหรับสาขาที่จบเป็นสาขาเป้าหมายหลักในการพัฒนาประเทศ สาขาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและเทคโนโลยีดิจิทัล (STEM) เช่น ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ เทคโนโลยีเกษตรนวัต เมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ ช่างอากาศยาน เทคนิคระบบขนส่งทางราง เทคนิคยานยนต์ไฟฟ้า การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ช่างไฟฟ้ากำลัง ช่างผลิตเครื่องมือและแม่พิมพ์ อาหารและโภชนาการ การจัดประชุมและนิทรรศการดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า การดำเนินงานของกสศ. มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดหลักประกันการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้เต็มตามศักยภาพ สำหรับเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส ให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อระดับที่สูงกว่าการศึกษาภาคบังคับ(ม.3) เพิ่มขึ้น เพื่อโอกาสในการก้าวออกจากกับดักความยากจนข้ามรุ่น โครงการนี้ทดลองดำเนินงานมาแล้ว 6 รุ่น พบว่า การสนับสนุนทุนการศึกษาระยะสั้น เช่น หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ และสาขาเป้าหมายหลักในการพัฒนาประเทศ คือรูปแบบการเรียนรู้ที่แก้ปัญหาความยากจนให้แก่เยาวชนกลุ่มนี้ได้ผลมากที่สุด เปลี่ยนชีวิต มีอาชีพ สร้างรายได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ช่วยยกระดับทางสังคม (Social Mobility) และขจัดความยากจนข้ามชั่วคนได้ในรุ่นของตนเอง“กสศ. ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังได้ประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม จากการลงทุน (Social Return on Investment : SROI) ในโครงการนี้ โดยประเมินรายได้ตลอดช่วงชีวิต พบว่า ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง โดยเฉลี่ย SROI ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 2- 4 เท่า ถือว่าเป็นการลงทุนที่มีผลตอบแทนทางสังคมที่สูงมาก แต่ความคุ้มค่าที่สุดของการลงทุนไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่เป็นความคุ้มค่าที่เราสร้างคนที่มีทักษะชีวิต มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคม มากกว่าเศรษฐกิจของตนเองและครอบครัวเพียงอย่างเดียว แต่อยากทำเพื่อผู้อื่น สัญญาทุนเราอาจจบในวันนี้ แต่สัญญาใจที่จะร่วมกันพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและประเทศไทยจะไม่มีวันสิ้นสุดตลอดไป”ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ที่จบการศึกษารุ่นนี้ มีภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมสนับสนุนงบประมาณลงทุนร่วมกับ กสศ. ในลักษณะทุนการศึกษา เช่น สลากการกุศลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2567 ที่รัฐบาลสนับสนุนให้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สนับสนุนเยาวชนอีกจำนวน 456 คน ได้ทุนเรียนต่อหลักสูตรระยะสั้น 1 ปี ในสาขาผู้ช่วยพยาบาล และผู้ช่วยทันตแพทย์ใน 15 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ “ตามนิยามของ ดร.นิเวศน์ กูรูการลงทุนหุ้นสายคุณค่า (VI ) หุ้น Super Stock คือหุ้นที่มีการเติบโตอย่างน้อย 10 เท่า ภายในระยะเวลา 10 ปี การลงทุนในนักเรียนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงเหมือนการลงทุนในหุ้น Super Stock ของคนไทยทุกคนที่มีส่วนได้สนับสนุนการพัฒนาน้องๆ จากเด็กในครัวเรือนยากจน สู่การเป็นผู้ประกอบอาชีพผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ ช่างไฟฟ้า ช่างเทคนิคระบบราง ช่างแมคคาทรอนิสค์และหุ่นยนต์ ที่มีการเติบโตทั้งความรู้ความสามารถ และชีวิตที่มุ่งช่วยเหลือผู้อื่นและประเทศชาติ เป็นการเติบโตรอบด้านมากกว่า 10 เท่า ปัจจุบันมีหน่วยงานมาร่วมลงทุนในเด็ก Super Stock เหล่านี้กับ กสศ. จำนวนมาก นอกจากสลากการกุศล ยังมี มูลนิธิ 50 ปีธนาคารแห่งประเทศ มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย”ดร.ไกรยส ระบุว่า จากข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนปีที่เข้ารับการศึกษาโดยเฉลี่ย (Average years of schooling) และรายได้ต่อหัวประชากร (GDP per capita) พบว่าประเทศที่มีประชากรที่ได้รับการศึกษาได้ในระดับที่สูง จะมีแนวโน้มมีรายได้ต่อหัวประชากรที่สูงด้วยเช่นกัน โดยหากเปรียบเทียบในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะพบว่าประชากรในประเทศไทยได้รับการศึกษาโดยเฉลี่ย 9.32 ปี หรือราวระดับการศึกษาบังคับ(ม.3) ซึ่งสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่มีระดับรายได้ต่อหัวประชากรต่ำกว่าอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย ขณะที่่ประเทศที่มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าไทย เช่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ หรือในประเทศเสือเศรษฐกิจในเอเชียอื่น ๆ เช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน ต่างมีประชากรที่มีระดับการศึกษาสูงกว่าการศึกษาภาคบังคับ อยู่ที่ 11 - 13 ปีทั้งสิ้น สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของทุนมนุษย์ในการยกระดับรายได้และเศรษฐกิจของประเทศ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การต่อสู้ และการใช้ชีวิต ให้แก่นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง กล่าวว่า การลงทุนกับการเรียนการศึกษาเป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผลตอบแทนดี คุ้มค่า ความมั่งคั่งของความรู้ ในที่สุดแปลงเป็นเงินได้ทั้งหมด นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ซึ่งแต่ละคนมีฐานะทางบ้านยากจนแต่กลับอยากเรียนหนังสือ อยากเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น ถือว่าทุกคนเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะความคิดสร้างสรรค์ คือการไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมจำนนต่อชะตากรรม และพยายามคิดมุมใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง พาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ทำให้มีเครื่องมือ ซึ่งหมายถึงการศึกษามาช่วยเปลี่ยนแนวทางในการดำรงชีวิต หาทางทำให้ชีวิตดีขึ้น การตัดสินใจเรียนต่อแม้จะมีฐานะยากจน คือความคิดสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่มากนางสาวบุหงา หาญณรงค์ นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง กสศ. โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ได้ทำงานที่โรงแรม แมนดาริน กรุงเทพฯ ห้องอาหารเดอะ เวอรันดา กล่าวว่า ในช่วงที่เรียน ได้ฝึกงานถึง 1 ปี ทำให้เราสามารถโชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่ ทุ่มเททำงานทุกอย่างที่ได้รับคำสั่ง ทุ่มเททำงานมากกว่าที่สั่ง เพราะคิดว่าคือการเรียนรู้ เราพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา “โอกาสการศึกษาจาก กสศ. ไม่ได้เปลี่ยนแค่ตัวหนู แต่เปลี่ยนครอบครัวหนูด้วย ทำให้ครอบครัวมีความคล่องในสภาพการเงิน หนูสามารถเรียนจบโดยไม่ต้องใช้เงินจากที่บ้าน เข้าถึงการศึกษาที่ดี มีคุณภาพ หนูมีเงินเก็บ ครอบครัวไม่ได้ลำบาก และยังสามารถสนับสนุนที่บ้านได้ด้วย ทุกการสนับสนุนของ กสศ. และครู ไม่ใช่แค่ให้เราเรียนจบ แต่ทำให้เรามีอนาคตที่ดี เป็นความหวัง เป็นที่พึ่งพา ในวันที่หนูไม่มีใคร ”นอกจากนี้ตลอดระยะเวลาสองปี ได้รับการแนะแนวการใช้เงินอย่างถูกวิธี ได้นำเงินจากทุน กสศ.ส่วนหนึ่ง เก็บเป็นเงินออม เรียนจบจึงมีเงินก้อน มาใช้ชีวิตในช่วงหางาน ปัจจุบันยังเก็บเงินออมทุกเดือน เพราะเราเห็นคุณค่า ว่าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้จริง ความฝันสูงสุดคืออยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง และอยากจะตอบแทนสู่สังคม ช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ด้วย เมื่อเรามีโอกาส ได้รับ วันหนึ่งที่มีกำลังพอ การตอบแทนคือสิ่งที่ดีที่สุดนายวรรธนะ แดงมงคล นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง วิชาแมคคาทรอนิคและหุ่นยนต์ สาขางานแมคคาทรอนิคและระบบอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ กล่าวว่า ตนเติบโตมาในครอบครัวที่อุปการะ และวันหนึ่งพ่อบุญธรรม ถูกออกจากงาน ไม่สามารถส่งให้เรียนต่อ จึงต้องเสียสละให้พี่ชายเรียนจบปริญญาตรี แต่อาจารย์แนะนำว่ามีทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง วินาทีที่ได้รู้ว่าได้รับทุนจาก กสศ. รู้สึกดีใจมากที่ได้รับโอกาส ได้เป็นส่วนหนึ่งของเพชรที่รอการเจิดจรัสในอนาคต ตั้งเป้าหมายว่าเมื่อได้รับทุน จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น สมกับโอกาสที่ได้รับ “ในวันนี้หลังเรียนจบปวส. ผมได้ทำงานกับบริษัท AIC ที่ได้มี MOU กับบริษัทมิชลินประเทศไทย และหลังจากทำงานปีหนึ่ง ตั้งเป้าไว้ว่า จะเรียนต่อคณะครุศาสตร์เพราะอยากเป็นครู เพราะอาจารย์ที่คอยดูแล ให้โอกาสผมมากๆ ผมจึงอยากเป็นครูคนหนึ่งที่ให้โอกาสคนอื่นด้วยแหมือนกัน”
TNN ช่อง16 • 16 มี.ค. 68
อ่าน
ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม
TNN ช่อง16 • 14 ม.ค. 68
ดูเพิ่มเติม