รีเซต

ผลการค้นหา “南平办理毕业证[办证网:ban58.com]” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
“กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” เอาความสำเร็จไปกราบแม่ เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นแม่ยิ้มแบบนี้
อ่าน

“กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” เอาความสำเร็จไปกราบแม่ เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นแม่ยิ้มแบบนี้

กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ เอาความสำเร็จไปกราบแม่ เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นแม่ยิ้มแบบนี้ ก่อนหน้านี้แรปเปอร์ตัวพ่อกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ได้เผยเรื่องราวดีๆหลังตนเองสำเร็จการศึกษา รับประกาศนียบัตรจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งและหลักสูตร วทจ.รุ่นที่ 8 จากสถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ล่าสุด กอล์ฟ ได้ภาพแห่งความภูมิใจที่ตนเองนำใบประกาศณียบัตรไปให้คุณแม่ดูอยู่ที่เชียงราย พร้อมร่ายยาวความดีใจว่า ในที่สุดก็ได้เอาใบประกาศณียบัตรที่ได้รับจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และหลักสูตร วทจ.รุ่นที่ 8 จากสถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติไปถ่ายรูปกับแม่ที่เชียงราย.. เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นแม่ยิ้มแบบนี้ ยังจำตอนที่เราเอ็นท์ฯไม่ติดได้ดี แม้แม่จะไม่ดุไม่ด่า แต่แววตาแกก็ผิดหวังมาก คงเพราะในใจลึกๆแกก็ยังหวังให้เราเรียนจบอะไรซักอย่าง ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าในที่สุดเราก็มีภาพนี้ให้แม่เอาไปติดฝาบ้านหลังจากเวลาผ่านไป 23 ปี ลูกคนนี้ทำให้แม่เสียใจมามากนับครั้งไม่ถ้วน ถ้าจะมีซักครั้งหนึ่งที่จะได้ทำให้แม่มีรอยยิ้มอย่างภูมิใจนี้ก่อนตาย ผมก็ถือว่าคุ้มและเป็นกำลังใจมากแล้ว กราบขอบพระคุณพี่ @aruneam และพี่ @ratawong ที่ให้โอกาสในการศึกษาแก่ผมครับ สิ่งนี้มีค่ามากกว่าสินทรัพย์ใดๆ เพราะพี่ได้ให้โอกาสผมได้ทำอะไรเพื่อแม่ซักครั้งในชีวิต เด็กบ้านนอกคนนี้มาไกลเหลือเกิน แต่ในวันที่ผมได้บินกลับบ้านนอกเอาความสำเร็จไปกราบแม่ มันกลับเป็นความสุขที่ผมรู้สึกยิ่งใหญ่กว่าความสำเร็จครั้งไหนจริงๆ

ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
อ่าน

ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา

จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
อ่าน

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์

เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
อ่าน

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!

ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

เปิดเงื่อนไขร้านค้าลงทะเบียนโครงการ”คนละครึ่งพลัส”
อ่าน

เปิดเงื่อนไขร้านค้าลงทะเบียนโครงการ”คนละครึ่งพลัส”

#ทันหุ้น โครงการคนละครึ่ง พลัส (โครงการฯ) เปิดลงทะเบียนผู้ประกอบการร้านค้าในวันนี้เป็นวันแรก (วันพุธที่ 15 ตุลาคม 2568) จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568สำหรับรายละเอียดประเภทร้านค้า และการลงทะเบียนร้านค้า ดังนี้1. ประเภทร้านค้า 1.1 เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการร้านค้าฯ) ดังนี้ 1.1.1 ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ 1.1.2 ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านค้าธงฟ้าฯ) ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ 1.1.3 ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 (พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ 1.1.4 ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ) ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ และต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้ 1.2 เป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการบริการฯ) ดังนี้ 1.2.1 ผู้ประกอบการบริการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ 1.2.2 ผู้ประกอบการบริการของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตาม พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ หรือ 1.2.3 ผู้ประกอบการบริการของวิสาหกิจชุมชนตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ ทั้งนี้ ต้องมีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้ และกรณีเป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา จะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย 1.3. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ดังนี้ 1.3.1 ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย 1.3.2 ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น 1.4 เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ) 1.5 เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567 ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการนวด สปา หรือผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย 1.6 ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกสำนักงานเศรษฐกิจการคลังระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 - 52. การลงทะเบียนร้านค้า 2.1 กรณีเป็นผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” 2.2 กรณีเป็นผู้ประกอบการร้านค้าฯ ผู้ประกอบการบริการฯ หรือผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านสาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธ. กรุงไทยฯ) 2.3 กรณีเป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ด้วยการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยตรงกับธนาคารกรุงไทย ทั้งนี้ กรณีผู้ประกอบการตามข้อ 2.1 และข้อ 2.2 หากไม่ปรากฏข้อมูลการประกอบกิจการของผู้ประกอบการดังกล่าวในฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ (ไม่มีแบนเนอร์ “คนละครึ่ง พลัส” ขึ้นแสดงในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”) จะต้องได้รับการยืนยันว่าร้านค้ามีการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทยหรือกรุงเทพมหานครมอบหมาย แล้วแต่กรณี ก่อน จึงนำใบสมัครไปยื่นผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยข้อมูลเพิ่มเติม1. เว็บไซต์โครงการฯ: ติดตามรายละเอียดโครงการฯ และข้อมูลข่าวสารได้ทาง www.คนละครึ่งพลัส.com2. ศูนย์ช่วยเหลือสำหรับประชาชน:2.1 ติดต่อสอบถาม โทร. 0 2111 1122 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง2.2 ตรวจสอบผลการลงทะเบียนหรือวงเงินคงเหลือ โทร. 0 2111 1122 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง3. ศูนย์ช่วยเหลือสำหรับร้านค้า:3.1 ติดต่อเกี่ยวกับรายการรับเงินภาครัฐ และการใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โทร. 0 2111 1111 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง3.2 ตรวจสอบสถานะลงทะเบียนร้านค้า โทร. 0 2111 1122 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง4. สอบถามข้อมูลโครงการฯ: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 0 2273 9020 ต่อ 3510 3238 3313 3512 3532 หรือ 3502 ตั้งแต่วันจันทร์ - ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 - 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

เทศน์ ไมรอน สุดปลื้ม! เรียบจบแล้ว พร้อมคว้าเกียรตินิยมมาครอง
อ่าน

เทศน์ ไมรอน สุดปลื้ม! เรียบจบแล้ว พร้อมคว้าเกียรตินิยมมาครอง

เตรียมขึ้นแท่นบัณฑิตป้ายแดง เทศน์ ไมรอน นักแสดงหนุ่มสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว สุดภุมิใจ คว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ารับปริญญาบัตร 1 ต.ค. ที่จะถึงนี้ แฟนคลับร่วมแสดงความยินดี นักแสดงและนายแบบหนุ่มหล่อ เทศน์ ไมรอน ว่าที่บัณฑิตป้ายแดง หลังสำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมคว้าเกียรตินิยมมาครอง ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ- เทศน์ ไมรอน เปิดใจสาเหตุไม่ต่อสัญญาช่อง ขอผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ ล่าสุดหนุ่ม เทศน์ ไมรอน ได้มาร่วมงาน Feed x Khaosod Awards เจ้าตัวเลยมีโอกาสเผยถึงความภูมิใจในเรื่องนี้ให้ฟังกันว่า ภาพจาก : tatemyron "รู้สึกดีครับ ดีใจที่จบ ผมได้เกียรตินิยมอันดับ 2 ครับ ผมเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรภาษาและวัฒนธรรม (นานาชาติ) ดีใจมากๆ เดี๋ยววันที่ 1 ต.ค. รับปริญญา ตอนนี้ซ้อมเรียบร้อยแล้วครับ" และไม่ลืมที่จะฝากผลงานที่กำลังจะออกมาหลังจากนี้ แต่ยังขออุบรายละเอียดไว้ก่อน ภาพจาก : tatemyron ภาพจาก : tatemyron ภาพจาก : tatemyron อ้างอิงที่มาภาพจาก :อินสตาแกรม tatemyron

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ
อ่าน

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ

ขั้นตอนสมัครสอบคัดเลือกบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นคณาจารย์ประจำ เพื่อสนับสนุนภารกิจทางวิชาการและขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยอ้างอิงมติที่ประชุมกรรมการบริหารงานบุคคลตลอดปี 2567 ถึงกลางปี 2568ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือกระบุไว้ตามข้อ 7 ของประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีหลากหลายระดับและสาขาให้เลือกสมัครตามคุณวุฒิคุณสมบัติผู้สมัครผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย และไม่เป็นผู้เสพสารเสพติด รวมถึงสามารถปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างเหมาะสม เฉพาะสายคณาจารย์ปริญญาตรี วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในรอบ 5 ปีปริญญาโท วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง โดยอย่างน้อย 1 เรื่องเป็นงานวิจัยปริญญาเอก ต้องมีผลงานวิจัยเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในรอบ 5 ปีเอกสารประกอบใบสมัคร1. สำเนาปริญญาบัตรและ Transcript2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน3. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว4. หนังสือรับรองผลภาษาอังกฤษ (MCU-GET, TOEFL, IELTS, TOEIC, TU-GET, CU-TEP)5. ใบรับรองแพทย์ออกภายใน 30 วัน6. ผลตรวจประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ7. หนังสือรับรองประสบการณ์ (ถ้ามี)8. แบบ บค 01 และ บค 02 ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์9. สลิปการโอนเงินค่าสมัครหมายเหตุ แนบไฟล์เฉพาะ .PDF หรือ .JPG ค่าธรรมเนียมการสมัครต่ำกว่าปริญญาตรี 100 บาทปริญญาตรี 200 บาทปริญญาโท 300 บาทปริญญาเอก 400 บาทโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาเสือป่า เลขที่บัญชี 046 2 73791 7รายละเอียดการสอบสอบข้อเขียนเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย 100 คะแนนสอบปฏิบัติด้านดิจิทัล (เฉพาะสายปฏิบัติการ) 100 คะแนนสอบข้อเขียนเฉพาะสาขาวิชา 100 คะแนนสอบสัมภาษณ์ ประเมินความเหมาะสม 200 คะแนนเกณฑ์การตัดสินต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การตัดสินของคณะกรรมการสอบคัดเลือกถือเป็นที่สิ้นสุดติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสมัครเข้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ https://www.mcu.ac.th/news/detail/59013

ฝึกงานญี่ปุ่น! เปิดรับ "สาวไทย" เงินเดือนดี สมัครออนไลน์ ฟรี 21-27 ก.ค. นี้
อ่าน

ฝึกงานญี่ปุ่น! เปิดรับ "สาวไทย" เงินเดือนดี สมัครออนไลน์ ฟรี 21-27 ก.ค. นี้

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ประกาศรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นผ่านองค์กร IM Japan ปี 2568 ครั้งที่ 5 (เพศหญิง)ในตำแหน่ง ผู้ฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิค ประเภทงานอุตสาหกรรมการผลิต อาทิ งานหล่อกลึงโลหะ งานพ่นสี งานปั้มขึ้นรูปโลหะ งานหล่อพลาสติก และงานผลิตอาหารสำเร็จรูป ระหว่างวันที่ 21 - 27 กรกฎาคม 2568 ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่เว้นวันหยุดราชการ ฟรีค่าตั๋วเครื่องบินไป - กลับ เมื่อฝึกปฏิบัติงานครบ 3 ปี ผู้ผ่านการคัดเลือกเดือนแรกจะได้รับเบี้ยเลี้ยง 80,000 เยน หรือประมาณ 17,800 บาท ฟรี ค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 36 จะได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนดเมื่อสำเร็จการฝึกปฏิบัติครบ 3 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงานทางเทคนิค และเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพจำนวน 600,000 เยน หรือประมาณ 134,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2568) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเมื่อเดินทางกลับประเทศไทยผู้ที่สนใจสามารถสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ลงทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนคนหางาน และดำเนินการสมัครไปทำงาน โดยเลือกหัวข้อ "สมัครไปทำงานโดยรัฐจัดส่ง สมัครไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น"คุณสมบัติเบื้องต้นต้องเป็นเพศหญิง อายุ 20 - 30 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ไม่จำกัดสาขาวิชา สูงไม่ต่ำกว่า 150 เซนติเมตร สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีรอยสักบนร่างกาย ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่เคยทำงานหรือเข้าเมืองหรือพำนักโดยผิดกฎหมายหรือต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น เป็นต้นการสอบคัดเลือกสำหรับการสอบคัดเลือกจะใช้วิธีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และสอบข้อเขียนภาษาญี่ปุ่น ณ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร โดยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ทางเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน doe.go.th/prd หรือเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas และ facebook: IMthailand ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่นกับกรมการจัดหางาน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน โทร. 0 2245 9428 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางานข่าวที่เกี่ยวข้อง- ฝึกงานญี่ปุ่น! รับสมัครชาย-หญิงไทย ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เช็กช่องทางสมัครที่นี่- ฝึกงานญี่ปุ่น! เปิดรับชายไทย 18 - 30 ปี สมัครออนไลน์ฟรี เช็กที่นี่

สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร
อ่าน

สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประกาศเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยสามารถสมัครสอบผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 22.00 น.รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2568 การรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้ประสงค์จะสมัครสอบแข่งขัน สามารถสมัครสอบผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เพียงทางเดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 9 -15 กรกฎาคม 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ยกเว้นวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ระบบจะปิดรับสมัคร เวลา 16.30 น. โดยสมัครสอบ ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.comเอกสารที่ใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568- สำเนาปริญญาบัตร หรือ สำเนาใบรับรองคุณวุฒิ- สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript)- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน- สำเนาทะเบียนบ้าน- รูปถ่ายหน้าตรง (ขนาดและจำนวนรอประกาศอย่างเป็นทางการ)- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือ หลักฐานจากคุรุสภา ที่อนุญาตให้ปฏิบัติการสอน- สำเนาหนังสือรับรองคุณวุฒิ (กรณีจบใหม่/รอรับปริญญา)- ใบรับรองแพทย์กรณีเป็นข้าราชการ/พนักงานท้องถิ่น- สำเนาบัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ- หนังสืออนุญาตให้สมัครสอบ- เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล- สำเนาประกาศนียบัตรบัณฑิตขั้นตอนการกรอกใบสมัครสอบครูผู้ช่วย 25681. อ่านประกาศรับสมัครสอบเข้าสู่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com คลิกเลือกเมนู สมัครสอบ อ่านขั้นตอนการสมัครและคลิกที่ปุ่ม [ดำเนินการต่อคลิกที่นี่] (อยู่ด้านล่าง) เพื่อสมัครสอบ2. กรอกข้อมูลใบสมัครกรอกข้อมูลลงใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" ให้ครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อกรอกครบถ้วนแล้วคลิกปุ่ม [ต่อไป] จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลที่ท่านได้กรอกไว้ใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" กรุณาตรวจทานข้อมูลของท่านว่าครบถ้วน และถูกต้อง3. ชำระเงินค่าสมัครสอบผ่าน QR Codeคลิกปุ่ม ตรวจสถานะการสมัครสอบ ระบบจะแสดงหน้าเว็บที่มีข้อมูลของท่านตามที่ท่านระบุ และแบบฟอร์มชำระเงิน- หากท่านต้องการ ตรวจสอบข้อมูล กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบตรวจสอบข้อมูล]- หากท่านไม่ต้องการดำเนินการใดๆ กรุณากดปุ่ม [กลับหน้าหลัก]4. พิมพ์ใบสมัครหากท่านต้องการพิมพ์เอกสาร ใบสมัครสอบ กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบสมัคร] ข้อควรระวัง การสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้สมัครสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียว และสมัครได้เพียงเขตการศึกษาเดียวเท่านั้นชื่อ และนามสกุล ที่ท่านกรอกลงใน "ใบสมัครออนไลน์" จะต้องเป็นชื่อและนามสกุลที่ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนกรุณาตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชนของท่านให้ถูกต้อง เนื่องจากเลขประจำตัวประชาชนของท่านจะใช้เป็นเลขที่อ้างอิงตลอดการสอบการกรอกข้อมูลในใบสมัคร จะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงทุกประการ ดังนั้นกรุณาตรวจทานข้อมูลให้ละเอียดก่อนคลิกปุ่ม[ส่ง ใบสมัคร] เพราะเมื่อท่านส่งใบสมัครไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้อีก และหากข้อมูลผิดพลาดอันเกิดจากการกรอกข้อมูลของท่านเองจะถือว่าใบสมัครนั้น เป็นโมฆะ และหากตรวจพบว่าท่านมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กรอกไว้ หรือขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามประกาศ จะถือว่าท่านขาดคุณสมบัติและท่านจะไม่สามารถเรียกร้องใด ๆ ได้ทั้งสิ้น

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

"สรรเพชญ" หนุนเยาวชนภาคใต้สร้างสังคมปลอดภัยจากยาสูบ
อ่าน

"สรรเพชญ" หนุนเยาวชนภาคใต้สร้างสังคมปลอดภัยจากยาสูบ

นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ร่วมพบปะและให้กำลังใจเยาวชนในกิจกรรม ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชนนักสื่อสารรุ่นใหม่ภาคใต้ ภายใต้โครงการ “นักสื่อสารรุ่นใหม่สร้างสังคมปลอดภัยจากผลิตภัณฑ์ยาสูบ” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมเอส หาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)โครงการดังกล่าวมีเยาวชนเข้าร่วมกว่า 70 คน จาก 18 สถานศึกษาในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนในการสร้างความรู้เท่าทันผลิตภัณฑ์ยาสูบ และขับเคลื่อนกิจกรรมในโรงเรียน ชุมชน และเวทีสาธารณะ ตลอดจนการสื่อสารไปยังผู้กำหนดนโยบายเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า นายสรรเพชญกล่าวว่า “กิจกรรมในวันนี้ถือเป็นเวทีที่ทรงคุณค่าต่อการพัฒนาเยาวชน เพราะไม่ได้เป็นเพียงการเรียนรู้ แต่เปิดโอกาสให้ได้คิด ได้ลงมือทำ และได้ส่งเสียงในประเด็นสาธารณะที่ส่งผลกระทบต่อคนรอบตัว ซึ่งตนได้ร่วมกิจกรรมกับเครือข่ายนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่สงขลาและที่รัฐสภา รวมถึงการนำเสียงของเยาวชนไปสื่อสารในเวทีสภาผู้แทนราษฎร”พร้อมกันนี้ นายสรรเพชญ ยังได้กล่าวถึงการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสังคม โดยระบุว่า “แม้จะมีความพยายามผลักดันให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่สามารถจัดเก็บภาษีได้ แต่เมื่อพิจารณาความเสียหายต่อสุขภาพ และภาระงบประมาณรัฐที่ต้องแบกรับค่ารักษาพยาบาลแล้ว จะเห็นว่าไม่คุ้มค่าต่อสังคมในภาพรวมเลยแม้แต่น้อย” ในช่วงท้ายกิจกรรม นายสรรเพชญได้กล่าวชื่นชมพลังของเยาวชน พร้อมเน้นย้ำว่าประสบการณ์นอกห้องเรียนเหล่านี้จะเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ และสามารถร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งมอบวุฒิบัตรให้กับผู้ผ่านการอบรมในบรรยากาศอบอุ่น เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com
อ่าน

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบผลได้ผ่านเว็บ www.mytcas.comสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศผลสอบ A-Level ประจำปี 2568 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศสามารถเข้าตรวจสอบผลสอบผ่านระบบ MyTCAS ได้ทันที วิธีตรวจสอบผลสอบ A-Level 68ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบผ่านเว็บไซต์ของ ทปอ. ได้ที่ https://www.mytcas.com โดยมีขั้นตอนดังนี้:1.เข้าสู่ระบบที่ https://student.mytcas.com ด้วยบัญชีผู้สมัคร2.เลือกเมนู “ประกาศผลสอบ A-Level” เพื่อดูผลสอบรายวิชา3.หากต้องการดาวน์โหลดเอกสาร สามารถเลือก “หนังสือรับรองผลการสอบแยกรายวิชา” ได้ทันที4.หากต้องการยื่นขอทบทวนผลคะแนน ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วกด “ขอทบทวนผลคะแนนสอบ” ยื่นขอทบทวนผลคะแนนสอบได้ถึง 25 เม.ย. 68สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนสอบ หรือเชื่อว่าคะแนนอาจมีความคลาดเคลื่อน สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนผลคะแนนได้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 25 เมษายน 2568 ผ่านระบบ MyTCASค่าธรรมเนียมในการทบทวนคะแนนสอบ• ค่าธรรมเนียมรายวิชา: 100 บาท/วิชา• เหมาจ่ายทุกวิชา: 300 บาทโดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องเลือกวิชาที่ต้องการทบทวน อ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน และทำการชำระเงินผ่านระบบตามขั้นตอนที่กำหนดสรุป• ประกาศผลสอบ A-Level 68 แล้วตั้งแต่ 17 เม.ย. 68• ตรวจสอบผลได้ที่ student.mytcas.com• ขอทบทวนผลสอบได้ระหว่าง 18–25 เม.ย. 68• ค่าธรรมเนียม: รายวิชา 100 บาท, เหมาจ่าย 300 บาท

คุมเข้มสอบ ม.4 ทั่วประเทศ  สพฐ. ยันเด็กทุกคนต้องมีที่เรียน
อ่าน

คุมเข้มสอบ ม.4 ทั่วประเทศ สพฐ. ยันเด็กทุกคนต้องมีที่เรียน

วันที่ 6 เมษายน 2568 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อ ชั้น ม.4 ณ สถานศึกษาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนศึกษานารี เพื่อติดตามการดำเนินการจัดสอบหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว และการเตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุ ตามแนวปฏิบัติในการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกรณีหากเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จัดสอบ โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบในวันนี้ พบว่าโรงเรียนได้ดำเนินการจัดสนามสอบตามแนวปฏิบัติที่กำหนด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกรณีเกิดแผ่นดินไหวอย่างมีประสิทธิภาพมาตรการที่ดำเนินการ ได้แก่ การตรวจสอบความมั่นคง แข็งแรง และความปลอดภัยของอาคารสถานที่ โดยเลือกใช้อาคารที่มีโครงสร้างแข็งแรง ปลอดภัย และไม่สูงมาก นอกจากนี้ ภายในโรงเรียนยังมีการกำหนดจุดรับ-ส่ง จุดพักคอย อาคารสอบ ทางออกฉุกเฉิน และจุดรวมพลไว้อย่างชัดเจน พร้อมประสานงานกับโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือและส่งต่อผู้ที่ต้องการการดูแลได้อย่างทันท่วงทีสำหรับสถานที่จัดสอบ ไม่ว่าจะเป็นห้องเรียนหรืออาคารอเนกประสงค์ ได้มีการเตรียมทางออกฉุกเฉิน เคลียร์สิ่งกีดขวางบนทางเดินและบันได รวมถึงห้ามวางสิ่งของบนที่สูง เพื่อลดความเสี่ยงในการร่วงหล่น โดยทุกขั้นตอนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก นอกจากนี้ ก่อนถึงวันสอบ โรงเรียนทุกแห่งที่เป็นสนามสอบได้จัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุแผ่นดินไหวแบบเสมือนจริง และในวันสอบจริง ได้มีการแจ้งให้นักเรียนทราบถึงแนวปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุก่อนเริ่มการสอบ โดยภาพรวม โรงเรียนสามารถดำเนินการจัดสอบได้อย่างเรียบร้อยดี จึงขอส่งกำลังใจให้แก่นักเรียนทุกคนที่เข้าสอบในวันนี้ทางด้าน ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า สำหรับภาพรวมของการสอบคัดเลือกนักเรียนชั้น ม.4 ทั่วประเทศในปีนี้ มีการจัดสอบใน 74 จังหวัด รวม 64 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียนที่จัดสอบ จำนวน 423 โรงเรียน มีนักเรียนรวม 122,228 คน ซึ่งทาง สพฐ. ได้กำชับเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนและครูเป็นสำคัญ และให้ดำเนินการตามมาตรการและแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด ในส่วนโรงเรียนทั้ง 2 แห่งที่เราได้มาตรวจเยี่ยมวันนี้ สำหรับโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย วางแผนรับนักเรียนชั้น ม.4 จำนวนที่รับได้ 65 คน มีผู้สมัครสอบ จำนวน 523 คน อัตราการแข่งขัน 1 : 8.05 ส่วนโรงเรียนศึกษานารี วางแผนรับนักเรียนชั้น ม.4 จำนวนที่รับได้ 60 คน มีผู้สมัครสอบ จำนวน 406 คน อัตราการแข่งขัน 1 : 6.77 โดยหลังจากเสร็จสิ้นการสอบแล้ว จะประกาศผลภายในวันที่ 8 เมษายน และรายงานตัว/มอบตัวภายในวันที่ 10 เมษายน 2568 ต่อไป“ทั้งนี้ หากนักเรียนคนใดพลาดหวัง ไม่สามารถสอบเข้าเรียนยังโรงเรียนที่ตั้งใจได้ สพฐ. มีศูนย์ประสานงานการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2568 โดยผู้ปกครองสามารถยื่นความจำนง ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 17-22 เมษายน ประกาศผลการจัดสรรภายในวันที่ 24 เมษายน และรายงานตัว/มอบตัวภายในวันที่ 27 เมษายน 2568 ดังนั้น ขอให้มั่นใจว่านักเรียนทุกคนจะมีที่เรียนในโรงเรียนคุณภาพที่พร้อมสร้างนักเรียนให้เป็นคนดี เป็นคนเก่ง “เรียนดี มีความสุข” อย่างแน่นอน” เลขาธิการ กพฐ. กล่าวพร้อมกันนี้ เลขาธิการ กพฐ. ได้มอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบในพื้นที่อื่นๆ ด้วย ได้แก่ นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนวัดเขียนเขต (สพป.ปทุมธานี 2) โรงเรียนธัญรัตน์ (สพม.ปทุมธานี), นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ ณ เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี (สพม.นนทบุรี) นางสาวพัชรกันย์ เมธาอัครเกียรติ รักษาการที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผน ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา และโรงเรียนสุราษฎร์ธานี (สพม.สุราษฎร์ธานี ชุมพร) รวมทั้งคณะที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญ สพฐ. ที่กระจายลงพื้นที่ ณ โรงเรียนต่าง ๆ พร้อมกันในแต่ละภูมิภาค

เคาะแล้ว! ประกาศวันสอบคัดเลือก เด็ก ม.1 และ ม.4 ใหม่
อ่าน

เคาะแล้ว! ประกาศวันสอบคัดเลือก เด็ก ม.1 และ ม.4 ใหม่

ตามที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้สั่งเลื่อนการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับชั้น ม. 1 และ ม. 4 ออกไปก่อนนั้นจึงแจ้งให้ ผอ.สพท. และ ผอ.สศศ.แจ้งสถานศึกษาในสังกัดฯกำหนดการสอบนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อ ม. 1 และ ม. 4 ดำเนินการสอบนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อ ดังนี้1. ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1กำหนดการสอบวันเสาร์ที่ 5 เมษายน 25682. ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4กำหนดการสอบวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2568ทั้งนี้ หากสถานศึกษาใดยังไม่มีความพร้อมและยังไม่มีความปลอดภัยให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาใช้ดุลพินิจ เลื่อนออกไปก่อนได้ตามความเหมาะสม โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครองเป็นสำคัญ สำหรับการจัดห้องสอบ- ให้สถานศึกษาพิจารณาใช้อาคารที่มีความมั่นคงปลอดภัยและไม่ใช้ห้องสอบในชั้นที่สูง ๆ- ให้สถานศึกษาทุกแห่งเตรียมการ วางแผน อพยพ แผนเผชิญเหตุ กรณีเกิดเหตุภัยพิบัติต่างๆ ไว้ตามแนวทางที่ สพฐ.เคยแจ้งไว้ รวมทั้งประสานหน่วยงานข้างเคียง เช่น ปภ. ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ฯ ปฏิทินการรับนักเรียน ม.1 และ ม.4 ปีการศึกษา 2568(ภายหลังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว)- กำหนดวันสอบคัดเลือก- วันประกาศผล- วันรายงานตัว- วันมอบตัว และการจัดสรรที่เรียน

กสศ. ปั้นแรงงานทักษะสูง! นศ.ทุน 2,603 คน จบพร้อมลุย ชี้การศึกษาคุ้มค่าเทียบหุ้น Super Stock
อ่าน

กสศ. ปั้นแรงงานทักษะสูง! นศ.ทุน 2,603 คน จบพร้อมลุย ชี้การศึกษาคุ้มค่าเทียบหุ้น Super Stock

วันที่ 16 มีนาคม 2568 อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ห้องแซฟไฟร์ 204-205 เมืองทองธานี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศให้กับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงที่สำเร็จการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 2,603 คน จากสถานศึกษาสายอาชีพในโครงการฯ จำนวน 78 แห่ง ครอบคลุม 39 จังหวัด โดยจัดพร้อมกัน 10 จังหวัด สำหรับสาขาที่จบเป็นสาขาเป้าหมายหลักในการพัฒนาประเทศ สาขาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและเทคโนโลยีดิจิทัล (STEM) เช่น ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ เทคโนโลยีเกษตรนวัต เมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ ช่างอากาศยาน เทคนิคระบบขนส่งทางราง เทคนิคยานยนต์ไฟฟ้า การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ช่างไฟฟ้ากำลัง ช่างผลิตเครื่องมือและแม่พิมพ์ อาหารและโภชนาการ การจัดประชุมและนิทรรศการดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า การดำเนินงานของกสศ. มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดหลักประกันการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้เต็มตามศักยภาพ สำหรับเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส ให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อระดับที่สูงกว่าการศึกษาภาคบังคับ(ม.3) เพิ่มขึ้น เพื่อโอกาสในการก้าวออกจากกับดักความยากจนข้ามรุ่น โครงการนี้ทดลองดำเนินงานมาแล้ว 6 รุ่น พบว่า การสนับสนุนทุนการศึกษาระยะสั้น เช่น หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ และสาขาเป้าหมายหลักในการพัฒนาประเทศ คือรูปแบบการเรียนรู้ที่แก้ปัญหาความยากจนให้แก่เยาวชนกลุ่มนี้ได้ผลมากที่สุด เปลี่ยนชีวิต มีอาชีพ สร้างรายได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ช่วยยกระดับทางสังคม (Social Mobility) และขจัดความยากจนข้ามชั่วคนได้ในรุ่นของตนเอง“กสศ. ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังได้ประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม จากการลงทุน (Social Return on Investment : SROI) ในโครงการนี้ โดยประเมินรายได้ตลอดช่วงชีวิต พบว่า ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง โดยเฉลี่ย SROI ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 2- 4 เท่า ถือว่าเป็นการลงทุนที่มีผลตอบแทนทางสังคมที่สูงมาก แต่ความคุ้มค่าที่สุดของการลงทุนไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่เป็นความคุ้มค่าที่เราสร้างคนที่มีทักษะชีวิต มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคม มากกว่าเศรษฐกิจของตนเองและครอบครัวเพียงอย่างเดียว แต่อยากทำเพื่อผู้อื่น สัญญาทุนเราอาจจบในวันนี้ แต่สัญญาใจที่จะร่วมกันพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและประเทศไทยจะไม่มีวันสิ้นสุดตลอดไป”ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ที่จบการศึกษารุ่นนี้ มีภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมสนับสนุนงบประมาณลงทุนร่วมกับ กสศ. ในลักษณะทุนการศึกษา เช่น สลากการกุศลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2567 ที่รัฐบาลสนับสนุนให้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สนับสนุนเยาวชนอีกจำนวน 456 คน ได้ทุนเรียนต่อหลักสูตรระยะสั้น 1 ปี ในสาขาผู้ช่วยพยาบาล และผู้ช่วยทันตแพทย์ใน 15 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ “ตามนิยามของ ดร.นิเวศน์ กูรูการลงทุนหุ้นสายคุณค่า (VI ) หุ้น Super Stock คือหุ้นที่มีการเติบโตอย่างน้อย 10 เท่า ภายในระยะเวลา 10 ปี การลงทุนในนักเรียนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงเหมือนการลงทุนในหุ้น Super Stock ของคนไทยทุกคนที่มีส่วนได้สนับสนุนการพัฒนาน้องๆ จากเด็กในครัวเรือนยากจน สู่การเป็นผู้ประกอบอาชีพผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ ช่างไฟฟ้า ช่างเทคนิคระบบราง ช่างแมคคาทรอนิสค์และหุ่นยนต์ ที่มีการเติบโตทั้งความรู้ความสามารถ และชีวิตที่มุ่งช่วยเหลือผู้อื่นและประเทศชาติ เป็นการเติบโตรอบด้านมากกว่า 10 เท่า ปัจจุบันมีหน่วยงานมาร่วมลงทุนในเด็ก Super Stock เหล่านี้กับ กสศ. จำนวนมาก นอกจากสลากการกุศล ยังมี มูลนิธิ 50 ปีธนาคารแห่งประเทศ มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย”ดร.ไกรยส ระบุว่า จากข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนปีที่เข้ารับการศึกษาโดยเฉลี่ย (Average years of schooling) และรายได้ต่อหัวประชากร (GDP per capita) พบว่าประเทศที่มีประชากรที่ได้รับการศึกษาได้ในระดับที่สูง จะมีแนวโน้มมีรายได้ต่อหัวประชากรที่สูงด้วยเช่นกัน โดยหากเปรียบเทียบในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะพบว่าประชากรในประเทศไทยได้รับการศึกษาโดยเฉลี่ย 9.32 ปี หรือราวระดับการศึกษาบังคับ(ม.3) ซึ่งสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่มีระดับรายได้ต่อหัวประชากรต่ำกว่าอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย ขณะที่่ประเทศที่มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าไทย เช่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ หรือในประเทศเสือเศรษฐกิจในเอเชียอื่น ๆ เช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน ต่างมีประชากรที่มีระดับการศึกษาสูงกว่าการศึกษาภาคบังคับ อยู่ที่ 11 - 13 ปีทั้งสิ้น สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของทุนมนุษย์ในการยกระดับรายได้และเศรษฐกิจของประเทศ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การต่อสู้ และการใช้ชีวิต ให้แก่นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง กล่าวว่า การลงทุนกับการเรียนการศึกษาเป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผลตอบแทนดี คุ้มค่า ความมั่งคั่งของความรู้ ในที่สุดแปลงเป็นเงินได้ทั้งหมด นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ซึ่งแต่ละคนมีฐานะทางบ้านยากจนแต่กลับอยากเรียนหนังสือ อยากเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น ถือว่าทุกคนเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะความคิดสร้างสรรค์ คือการไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมจำนนต่อชะตากรรม และพยายามคิดมุมใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง พาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ทำให้มีเครื่องมือ ซึ่งหมายถึงการศึกษามาช่วยเปลี่ยนแนวทางในการดำรงชีวิต หาทางทำให้ชีวิตดีขึ้น การตัดสินใจเรียนต่อแม้จะมีฐานะยากจน คือความคิดสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่มากนางสาวบุหงา หาญณรงค์ นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง กสศ. โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ได้ทำงานที่โรงแรม แมนดาริน กรุงเทพฯ ห้องอาหารเดอะ เวอรันดา กล่าวว่า ในช่วงที่เรียน ได้ฝึกงานถึง 1 ปี ทำให้เราสามารถโชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่ ทุ่มเททำงานทุกอย่างที่ได้รับคำสั่ง ทุ่มเททำงานมากกว่าที่สั่ง เพราะคิดว่าคือการเรียนรู้ เราพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา “โอกาสการศึกษาจาก กสศ. ไม่ได้เปลี่ยนแค่ตัวหนู แต่เปลี่ยนครอบครัวหนูด้วย ทำให้ครอบครัวมีความคล่องในสภาพการเงิน หนูสามารถเรียนจบโดยไม่ต้องใช้เงินจากที่บ้าน เข้าถึงการศึกษาที่ดี มีคุณภาพ หนูมีเงินเก็บ ครอบครัวไม่ได้ลำบาก และยังสามารถสนับสนุนที่บ้านได้ด้วย ทุกการสนับสนุนของ กสศ. และครู ไม่ใช่แค่ให้เราเรียนจบ แต่ทำให้เรามีอนาคตที่ดี เป็นความหวัง เป็นที่พึ่งพา ในวันที่หนูไม่มีใคร ”นอกจากนี้ตลอดระยะเวลาสองปี ได้รับการแนะแนวการใช้เงินอย่างถูกวิธี ได้นำเงินจากทุน กสศ.ส่วนหนึ่ง เก็บเป็นเงินออม เรียนจบจึงมีเงินก้อน มาใช้ชีวิตในช่วงหางาน ปัจจุบันยังเก็บเงินออมทุกเดือน เพราะเราเห็นคุณค่า ว่าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้จริง ความฝันสูงสุดคืออยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง และอยากจะตอบแทนสู่สังคม ช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ด้วย เมื่อเรามีโอกาส ได้รับ วันหนึ่งที่มีกำลังพอ การตอบแทนคือสิ่งที่ดีที่สุดนายวรรธนะ แดงมงคล นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง วิชาแมคคาทรอนิคและหุ่นยนต์ สาขางานแมคคาทรอนิคและระบบอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ กล่าวว่า ตนเติบโตมาในครอบครัวที่อุปการะ และวันหนึ่งพ่อบุญธรรม ถูกออกจากงาน ไม่สามารถส่งให้เรียนต่อ จึงต้องเสียสละให้พี่ชายเรียนจบปริญญาตรี แต่อาจารย์แนะนำว่ามีทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง วินาทีที่ได้รู้ว่าได้รับทุนจาก กสศ. รู้สึกดีใจมากที่ได้รับโอกาส ได้เป็นส่วนหนึ่งของเพชรที่รอการเจิดจรัสในอนาคต ตั้งเป้าหมายว่าเมื่อได้รับทุน จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น สมกับโอกาสที่ได้รับ “ในวันนี้หลังเรียนจบปวส. ผมได้ทำงานกับบริษัท AIC ที่ได้มี MOU กับบริษัทมิชลินประเทศไทย และหลังจากทำงานปีหนึ่ง ตั้งเป้าไว้ว่า จะเรียนต่อคณะครุศาสตร์เพราะอยากเป็นครู เพราะอาจารย์ที่คอยดูแล ให้โอกาสผมมากๆ ผมจึงอยากเป็นครูคนหนึ่งที่ให้โอกาสคนอื่นด้วยแหมือนกัน”

สถิติข่าวปลอม 7 วัน พบกว่า 8 แสนข้อความ-ข่าวสุขภาพครองแชมป์
อ่าน

สถิติข่าวปลอม 7 วัน พบกว่า 8 แสนข้อความ-ข่าวสุขภาพครองแชมป์

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รายงานผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 31 ม.ค. - 6 ก.พ.68 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 831,692 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 418 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 382 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 36 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 146 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 66 เรื่องนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้ข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ พบว่า เป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ รองลงมาเป็นเรื่องการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความเชื่อผิด ๆ และความวิตกกังวลได้ โดยในส่วนของข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของหน่วยรัฐ อาจมีความเสี่ยงทำให้สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล และทรัพย์สิน ซึ่งหากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม อาจส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง 10 อันดับข่าวที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง ลูกแม็กเย็บกระดาษสามารถทำเป็นขาเทียมได้อันดับที่ 2 : เรื่อง น้ำดื่มมีกลิ่นคลอรีน อาจเป็นสัญญาณของน้ำไม่สะอาดอันดับที่ 3 : เรื่อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ส่ง SMS แจ้ง QR Code รับเงินคืนค่าประกันมิเตอร์อันดับที่ 4 : เรื่อง เปิดทำใบขับขี่ออนไลน์ สำหรับบุคคลที่ไม่เคยมีใบขับขี่มาก่อน ผ่านเพจ DLT E-Learningอันดับที่ 5 : เรื่อง ทำใบขับขี่ออนไลน์ ออกบัตรโดยเจ้าหน้าที่ขนส่ง ราคาเริ่มต้น 1,500 บาทอันดับที่ 6 : เรื่อง ธนาคารออมสิน ปล่อยสินเชื่อผ่านแอปฯ กู๊ดมันนี่ กู้ 10,000 บาท ผ่อน 500 บาทอันดับที่ 7 : เรื่อง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมจัดงาน Miss One Earth 2026อันดับที่ 8 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์ ACTIVE HERBALS hair promoting shampoo และ ACTIVE HERBALS hair promoting tonic กระตุ้นผมงอกใหม่ เสกลูกผมขึ้นใหม่ทดแทนการใช้ยาอันดับที่ 9 : เรื่อง ออมสิน ประกาศยกเลิกเครดิตบูโร ช่วยปิดหนี้สูงสุด 2 ล้านบาทอันดับที่ 10 : เรื่อง +6971065899704647 เป็นเบอร์โทรของไปรษณีย์ไทยสำหรับอันดับ 1 เรื่อง "ลูกแม็กเย็บกระดาษสามารถทำเป็นขาเทียมได้" กระทรวงดีอี ได้ร่วมประสานงานกับ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ร่วมตรวจสอบ พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ลูกแม็กเย็บกระดาษไม่สามารถทำเป็นขาเทียมได้ ซึ่งในส่วนที่สมาคมขอรับบริจาคไส้ลูกแม็ก ห่วงอะลูมิเนียมมานั้น เพื่อนำไปขายแก่บริษัทที่มารับซื้อ โดยทางบริษัทรับซื้อจะนำไปหลอมแล้วส่งขายกับบริษัทที่ผลิตและขายอุปกรณ์ ไม้เท้า ไม้ค้ำที่มีส่วนผสมเป็นอะลูมิเนียม ในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง "น้ำดื่มมีกลิ่นคลอรีน เป็นสัญญาณของน้ำไม่สะอาด" กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับการประปานครหลวง กระทรวงมหาดไทย ร่วมตรวจสอบ พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอให้ข้อมูลว่า คลอรีน (Chlorine) คือ สารเคมีประสิทธิภาพสูงที่นานาประเทศทั่วโลก ใช้เพื่อฆ่าเชื้อโรคในระบบการผลิตน้ำประปา โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดเกณฑ์แนะนำว่าจะต้องมีปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือ ตั้งแต่ 0.2 – 2 มิลลิกรัมต่อลิตร จึงจะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ทุกชนิด ตลอดจนสิ่งปนเปื้อน ไปจนถึงบ้านของผู้ใช้น้ำ ทั้งยังเป็นปริมาณที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนั้น การได้กลิ่นคลอรีน จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าน้ำประปาที่บ้านของท่านสะอาด ปราศจากเชื้อโรค และสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัยอย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด

สุดภาคภูมิใจ “แบงค์ ศรราม” เตรียมรับปริญญาโท นัดรวมพลเจอกัน 8 กุมภาพันธ์นี้!
อ่าน

สุดภาคภูมิใจ “แบงค์ ศรราม” เตรียมรับปริญญาโท นัดรวมพลเจอกัน 8 กุมภาพันธ์นี้!

สุดภาคภูมิใจ แบงค์ ศรราม เตรียมรับปริญญาโท นัดรวมพลเจอกัน 8 กุมภาพันธ์นี้! เป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่ทิ้งการเรียนจริงๆ สำหรับพระเอกลิเกปริญญาม้าทองคำอย่าง ศรราม เอนกลาภ จากคณะลิเก ศรราม น้ำเพชร ถึงแม้จะมีงานลิเก หรืองานแสดงมากแค่ไหนเจ้าตัวก็พร้อมแบ่งเวลาให้กับการเรียนเสมอ แถมก่อนหน้านี้เจ้าตัวเพิ่งตัดสินใจเรียนต่อปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพแบบวินาทีสุดท้าย คุณว่าที่ดอกเตอร์เค้าก็มุ่งมั่นตั้งใจกับทุกผลงานจริงๆ ล่าสุดผุดอีกหนึ่งข่าวดีเพราะเจ้าตัวเตรียมเข้ารับปริญญาโทแล้วจ้า วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2025 ก็เป็นวันซ้อมที่ทางเพจ Banksorn มีภาพบรรยากาศออกมาให้ชมกันด้วย และมีชาวด้อมเด็กวัดเสียงหวานไปให้กำลังใจและร่วมแสดงความยินดีกันอย่างมากมาย ส่วนวันรับจริงคือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2025 นั่นเอง ซึ่งเจ้าตัวก็ได้มาลงภาพพร้อมแคปชั่นว่า วันที่ 8 ก.พ. นี้ แบงค์เข้ารับปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (ระดับปริญญาโท) ประจำปีการศึกษา 2567ณ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต มาหาแบงค์กันได้นะครับ เจอกัน เวลา 09.00-12.00 น. ครับ #ด้อมเด็กวัดเสียงหวาน งานนี้บอกเลยว่าดาราเดลี่ไม่พลาด พร้อมพุ่งไปเก็บภาพบรรยากาศมาฝากแน่นอน แสดงความยินดีกับพระศรด้วยนะค๊า

คนเก่งจบแล้ว! “เซียงเซียง” สุดภูมิใจ เรียนจบเตรียมรับปริญญาตรี
อ่าน

คนเก่งจบแล้ว! “เซียงเซียง” สุดภูมิใจ เรียนจบเตรียมรับปริญญาตรี

คนเก่งจบแล้ว! เซียงเซียง สุดภูมิใจ เรียนจบเตรียมรับปริญญาตรี ขอแสดงความยินดีกับนางเอกสาวคนเก่ง เซียงเซียง พรสรวง รวยรื่น นางเอกสาวของช่องวัน 31 ที่เรียนจบแล้ว โดยเจ้าตัวนั้นทั้งเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยจนประสบความสำเร็จเป็นว่าที่บัณฑิตแล้ว โดยสาว เซียงเซียง ได้โพสต์ภาพใส่ชุดครุยพร้อมกับระบุข้อ ความว่า... Officially Graduated from Faculty of Fine and Applied Arts, Thammasat University You're all invited to my graduation ceremony Sun 26th January 14:00 - 18:00 At Thammasat University Theatre (Rangsit) Hope to see you all (สำเร็จการศึกษาอย่างเป็นทางการจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมพิธีรับปริญญาของฉัน วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 14:00 -18:00 น. ที่โรงละครมหาวิทยา ลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) หวังว่าจะได้พบทุกท่าน) ท่ามกลางเพื่อนพี่น้องคนในวงการรวมไปถึงแฟนๆ เข้ามาแสดงความยินดีกับนางเอกสาวมากฝีมือคนนี้

ประกันสังคม เข้ม! นายจ้าง แจ้งเข้า - ออกลูกจ้าง ล่าช้า ระวังโทษทั้งจำและปรับ
อ่าน

ประกันสังคม เข้ม! นายจ้าง แจ้งเข้า - ออกลูกจ้าง ล่าช้า ระวังโทษทั้งจำและปรับ

นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า มีนายจ้างแจ้งลูกจ้างเข้าทำงานและแจ้งออกจากงานล่าช้าไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้ลูกจ้างไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ เสียสิทธิที่พึงได้รับ หรือได้รับประโยชน์ทดแทนเกินสิทธิ สำนักงานประกันสังคมจึงจำเป็นต้องมีการปรับแนวทางการดำเนินการกับนายจ้าง ที่ได้มีการแจ้งเข้า - ออกล่าช้า หากพบว่านายจ้างมีเจตนาแจ้งเข้าออกล่าช้า ให้ดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ซึ่งมีโทษทางอาญา คือ การเปรียบเทียบปรับ และโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับนางมารศรี กล่าวเตือนให้นายจ้างแจ้งขึ้นทะเบียนลูกจ้างทุกครั้งที่ลูกจ้างมีการเข้าทำงานภายใน 30 วัน และแจ้งออกจากงาน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยส่งข้อมูลผ่านระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคม ทั้งนี้ ขอความร่วมมือนายจ้างซึ่งมีลูกจ้างทำงานในสถานประกอบการตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) สำหรับผู้ที่ไม่เคยขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาก่อน หรือขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน สำหรับผู้ที่เคยขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนแล้วโดยนายจ้างที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นแบบได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำหรับนายจ้างที่มีสำนักงานใหญ่ในส่วนภูมิภาคให้ยื่นแบบขึ้นทะเบียนได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ทั้งนี้ นายจ้างมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน กรณีที่มีลูกจ้างลาออกจากงาน ให้นายจ้างแจ้งการออกจากงาน พร้อมระบุสาเหตุการออกจากงาน โดยใช้หนังสือแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (สปส. 6-09) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากที่ลูกจ้างลาออกจากงานอย่างไรก็ตาม สำนักงานประกันสังคมยังมีช่องทางอำนวยความสะดวกแก่นายจ้าง ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือ e-Payment โดยนายจ้างสามารถใช้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตดังกล่าว ได้แก่ งานขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-03) การแจ้งลาออก (สปส.6-09) การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงผู้ประกันตน (สปส. 6-10) และการส่งข้อมูลเงินสมทบ (สปส.1-10) ซึ่งเมื่อนายจ้างทำการลงทะเบียนผ่านระบบเรียบร้อยแล้ว จะมี e mail ตอบกลับให้พิมพ์แบบ สปส. 1-05 แล้วนำกลับมายื่นที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด/สาขาก่อน เจ้าหน้าที่จึงจะทำการอนุมัติ USER PASSWORD ให้แก่นายจ้าง โดยจะตอบกลับอัตโนมัติ หลังจากนั้น นายจ้างสามารถเข้าใช้บริการได้ทันที เพื่ออำนวยความสะดวก และรวดเร็วแก่นายจ้างในการชำระเงินสมทบ โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปยังสำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด/สาขา

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
อ่าน

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม

"จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม" ดีเดย์ 23 ม.ค. เตรียมตัวอย่างไร - เอกสารมีอะไรบ้าง
อ่าน

"จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม" ดีเดย์ 23 ม.ค. เตรียมตัวอย่างไร - เอกสารมีอะไรบ้าง

p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 14.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p3 {margin: 0.0px 0.0px 15.9px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p5 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 36.0px; text-indent: -36.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} li.li1 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} li.li4 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000; min-height: 23.0px} span.s1 {font-kerning: none} ol.ol1 {list-style-type: decimal}กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของสังคมไทยที่เปิดโอกาสให้ทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียม ไม่จำกัดเพียงชาย-หญิงอีกต่อไปการให้บริการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นไป คู่สมรสทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้ที่ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตทุกแห่งทั่วประเทศ โดยผู้ที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรสต้องมีคุณสมบัติและเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้:คุณสมบัติของผู้จดทะเบียนสมรส1. บุคคลทั้ง 2 จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์ กรณีผู้เยาว์ต้องนำบิดามารดา หรือ ผู้ปกตรองมาให้ความยินยอม กรณีต่ำกว่า 18 ปีต้องได้รับอนุญาตจากศาล2. ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือ ไร้ความสามารถ3. ไม่เป็นญาติใกล้ชิดทางสายโลหิตหรือพี่น้องร่วมบิดามารดา4. ไม่เป็นผู้ที่มีสถานภาพสมรสอยู่ในขณะยื่นจดทะเบียน หรือเป็นคู่สมรสของคนอื่น5. หญิง ชายผู้เป็นคู่สมรสตาย หรือ การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อสิ้นสุดการสมรสไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่- คลอดบุตรแล้วในขณะนั้น- ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้- มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์- สมรสกับคู่สมรสเดิม** เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับเพศหญิง **หากผู้เข้าร่วมเป็นเพศหญิงและเคยผ่านการสมรสมาก่อน จะต้องผ่านการหย่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน หากยังไม่ครบกำหนด 310 วัน จะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ยืนยันสถานะการไม่ตั้งครรภ์ ณ วันที่ลงทะเบียนเอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนสมรสกรณีคนไทย1. บัตรประชาชน2. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะกรณีคนไทยกับต่างชาติ1.บัตรประชาชน และ หนังสือเดินทางพาสปอร์ต2. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ3. หนังสือรับรองการหย่า (กรณีที่เคยสมรสมาก่อน)กรณีต่างชาติกับต่างชาติ1. หนังสือเดินทางพาสปอร์ต2. หนังสือรับรองการหย่า (กรณีที่เคยสมรสมาก่อน)3. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะความสำคัญของกฎหมายสมรสเท่าเทียมกฎหมายฉบับนี้สะท้อนถึงการยอมรับความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยเปิดโอกาสให้คู่รักทุกเพศสามารถสร้างครอบครัวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเท่าเทียมกับคู่สมรสชาย-หญิง เช่น สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิทางการแพทย์ และสิทธิในการรับมรดกข้อแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินการจดทะเบียนสมรส ผู้ที่สนใจควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและตรวจสอบรายละเอียดล่วงหน้ากับที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตในพื้นที่ของตน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานทะเบียนในพื้นที่ใกล้เคียงp.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px '.ThonburiUI'} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก: AFP

สมัครสอบ ก.พ. 2568 ตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการสมัครได้ที่นี่
อ่าน

สมัครสอบ ก.พ. 2568 ตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการสมัครได้ที่นี่

สมัครสอบ ก.พ. 2568 สำนักงาน ก.พ. จะเปิดรับสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประจำปี 2568 (e-Exam) ในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท 22 ศูนย์สอบ รวมทั้งสิ้น 181,170 ที่นั่งสอบตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2568 เวลา 08.30 น. (จนกว่าที่นั่งสอบจะเต็ม) กรณีไม่เต็มจำนวน จะปิดรับสมัครในวันที่ 28 มกราคม 2568 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)กรุณาอ่านประกาศการรับสมัครสอบอย่างละเอียดได้ที่เว็บไซต์: https://job3.ocsc.go.th(หัวข้อ ประกาศสำนักงาน ก.พ. เรื่อง รับสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประจำปี 2568)เงื่อนไขการสมัครสอบ1. ผู้สมัครสอบ e-Exam เลือกได้ 1 รอบสอบ 1 ศูนย์สอบเท่านั้น2. สมัครสอบ e-Exam แล้วจะไม่ถูกจำกัดสิทธิ์ในการสมัครสอบภาค ก. ในรูปแบบอื่น ๆ ประจำปี 25683. จะเปิดรับสมัครรอบสอบที่ 1 5 ก่อน และเมื่อศูนย์สอบใดมีการจองที่นั่งสอบเต็มทั้ง 5 รอบสอบแล้ว จะเปิดรอบสอบที่ 6 - 10 ของศูนย์สอบนั้นให้เลือกสมัครโดยอัตโนมัติ และเมื่อศูนย์สอบใดมีการจองที่นั่งสอบเต็มทั้ง 5 รอบสอบอีก ก็จะเปิดรอบสอบที่ 11 - 15ภาพจาก TNN ONLINE

ของขวัญปีใหม่ 2568 ทำพาสปอร์ตได้รับเล่มภายในวันเดียว ไม่ต้องจ่ายเพิ่มในอัตราเล่มด่วน
อ่าน

ของขวัญปีใหม่ 2568 ทำพาสปอร์ตได้รับเล่มภายในวันเดียว ไม่ต้องจ่ายเพิ่มในอัตราเล่มด่วน

กระทรวงการต่างประเทศ มอบของขวัญปีใหม่ 2568 ให้ประชาชน มีรายละเอียด ดังนี้1) บริการทำหนังสือเดินทาง ได้รับเล่มภายในวันเดียวตั้งแต่วันที่ 2 - 17 ม.ค. 68 (ยกเว้นวันหยุดราชการ) * จำนวน 100 คิว/วัน/ทั่วประเทศ (จองคิวออนไลน์และ Walk-in)** ไม่ใช่การทำพาสปอร์ตฟรี‼ แต่มีค่าธรรมเนียม 1,000 บาท สำหรับเล่ม 5 ปี และ 1,500 บาท สำหรับเล่ม 10 ปี (ไม่ต้องจ่ายเพิ่มในอัตราเล่มด่วน)- รับบริการก่อน เวลา 11.30 น. ที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ และสำนักงานหนังสือเดินทาง ฯ ทุกแห่ง- รอรับเล่มภายในวันเดียว เวลา 14.30 - 16.30 น. ที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ แห่งเดียว2) บริการหนังสือเดินทางเคลื่อนที่ กงสุลสัญจรให้บริการในพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ ตลอดปี 2568 เพื่อบริการประชาชนในจังหวัดที่ไม่มีสาขาสำนักงานหนังสือเดินทางตั้งอยู่(โปรดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมในแต่ละเดือน)3) บริการนิติกรณ์เอกสารด่วน (ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมด่วนเพิ่ม)ตั้งแต่วันที่ 6 - 17 ม.ค. 2568 (ยกเว้นวันหยุดราชการ) ณ กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ, สำนักงานสัญชาติและนิติกรณ์ ปทุมวัน, สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ภูเก็ต, เชียงใหม่, สงขลา, อุบลราชธานี และพัทยารับบริการก่อน เวลา 11.30 น.*จำนวน 150 คน (คนละ 1 เอกสาร/วัน/ทั่วประเทศ (จองคิวออนไลน์และ Walk-in) โดยต้องเป็นเอกสารของตนเอง หรือบุคคลในครอบครัวเท่านั้น)4) บริการรถทะเบียนเคลื่อนที่ (Bangkok Mobile Service) โดยกรมการกงสุลร่วมกับกรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 6 - 10 ม.ค. 2568 ณ ลานจอดรถกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะบริการทำบัตรประชาชนใหม่คัดสำเนาเอกสาร (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) ได้แก่ ข้อมูลทะเบียนบ้าน, สูติบัตร และมรณบัตรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : Call Center : 0 2572 8442ภาพจาก กระทรวงการต่างประเทศ / TNN ONLINE

“จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม” เปิดรายละเอียดคุณสมบัติ-จดทะเบียนแล้วมีสิทธิอะไรบ้าง
อ่าน

“จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม” เปิดรายละเอียดคุณสมบัติ-จดทะเบียนแล้วมีสิทธิอะไรบ้าง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานแถลงข่าว กทม. มั่นใจ พร้อมให้บริการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม โดย พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร และ คุณอรรณว์ ชุมาพร ผู้จัดงาน Bangkok Pride ร่วมแถลงข่าวผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าว วันนี้ กทม. ยืนยันความพร้อมจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ซึ่งจะเป็นวันที่ 22 หรือ 23 มกราคม 2568 ขณะนี้รอกฤษฎีกาตีความอยู่ กทม. เป็นผู้รับจดทะเบียน มีการเตรียมความพร้อมต่าง ๆ มาพอสามควรแล้ว แต่เพื่อป้องกันการติดขัดอยากให้ลงทะเบีนยล่วงหน้าก่อน ซึ่ง กทม. เป็นส่วนเล็ก ๆ ของการเดินทางอันยาวนานของการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม เชื่อในความหลากหลาย อยากให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน ต้องโอบกอดเพื่อน ๆ ที่มีความแตกต่างหลากหลายในทุกมิติตั้งแต่เข้ามาเป็นผู้ว่าฯ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 หลังจากนั้นวันที่ 4 มิถุนายน ก็มีไพรด์พาเหรด และมีการส่งเสริมการยอมรับในความหลากหลายทางเพศในที่ทำงาน การจัดไพรด์คลินิก และให้ความรู้ความเข้าใจต่าง ๆ คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการก้าวไปด้วยกันทุกคน ขอบคุณที่ทำให้วันนี้เกิดขึ้นได้ กทม. พร้อมจะดำเนินการต่อให้ดีที่สุดปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของ กทม. ว่า เริ่มแรกคือทำความเข้าใจกับผู้มีหน้าที่กับกฎหมายที่เข้ามาใหม่ มีการประสานกับกรมการปกครองเกี่ยวกับระบบที่จะต้องใช้กับการจดทะเบียนสมรสครั้งนี้ มีการเตรียมเอกสาร ที่สำคัญคือบุคคล การทำความเข้าใจกับขั้นตอนระเบียบวิธีการ การทวนสอบเอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนให้เป็นไปตามเจตนารมย์ที่สำคัญคือความเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนในการสื่อสารถึงความหลากหลายทางเพศ ตอนนี้ 50 สำนักงานเขตมีความพร้อม และเชื่อว่าจังหวัดอื่น ๆ ก็ต้องมีการเตรียมการในลักษณะที่ไม่ต่างกันเช่นกัน ขอให้ลงทะเบียนล่วงหน้า ซึ่งในการลงทะเบียนล่วงหน้าจะแจ้งว่าใช้เอกสารอะไรบ้างตามที่ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2567 ที่เป็นที่รู้จักในชื่อ สมรสเท่าเทียม เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เปิดโอกาสให้การสมรสไม่จำกัดเฉพาะชายและหญิง แต่รองรับการสมรสระหว่างบุคคลทุกเพศ และจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 120 นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ขณะนี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีความพร้อมเต็มที่ในการให้บริการกับผู้ที่จะมาจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายดังกล่าวซึ่งที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้เตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ อาทิ มีการประชาสัมพันธ์การจดทะเบียนสมรสถึงการเตรียมความพร้อมและรายละเอียดสำคัญของการจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รักทุกเทศทุกอัตลักษณ์ทั้ง 50 สำนักงานเขต ที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองสมรสเท่าเทียมที่จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน มีการชี้แจงสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายที่มาพร้อมกับการสมรสเท่าเทียม รวมถึงการลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-register) รวมถึงการอบรม Soft Skill สำหรับเจ้าหน้าที่ 50 สำนักงานเขต ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่ในการให้บริการที่ครอบคลุมและเคารพความหลากหลายทางเพศ เป็นต้นอายุเท่าไรจดทะเบียนสมรสได้ทั้งนี้ ในการจดทะเบียนสมรสนั้น จะทำได้เมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีมีเหตุอันสมควรศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้ กรณีที่ไม่สามารถทำการสมรสได้ คือ1. บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นบุคคลวิกลจริตหรือเป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ2. บุคคลสองคนซึ่งเป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมา เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา ซึ่งความเป็นญาติดังกล่าวมานี้ให้ถือตามสายโลหิต โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นญาติโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่3. ผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมจะสมรสกันไม่ได้4. บุคคลที่ยังมีคู่สมรสอยู่5. หญิงที่ชายผู้เป็นคู่สมรสตายหรือที่การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่นจะทำการสมรสใหม่กับชายได้ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่มีการคลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น หรือสมรสกับคู่สมรสเดิม หรือมีใบรับรองแพทย์ประกาศนียบัตรหรือปริญญาซึ่งเป็นผู้ประกอบการรักษาโรคในสาขาเวชกรรมได้ตามกฎหมายว่ามิได้มีครรภ์หรือมีคำสั่งของศาลให้สมรสได้6. ผู้เยาว์จะทำการสมรสต้องได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจให้ความยินยอมได้ตามกฎหมาย7. การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองคนยินยอมเป็นคู่สมรสกัน และต้องแสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วยจดทะเบียนสมรสที่ไหนได้บ้างสำหรับสถานที่รับจดทะเบียนสมรส ได้แก่ สำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนเขต และสถานทูต/กงสุลไทยในต่างประเทศ ทุกแห่ง โดยไม่คำนึงถึงภูมิลำเนาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยเอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนสมรส มีดังนี้1. คนไทยกับคนไทย บัตรประจำตัวประชาชน หรือยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD2. คนไทยกับคนต่างชาติ บัตรประจำตัวประชาชนคนไทย หรือยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หนังสือเดินทางคนต่างชาติ หนังสือรับรองสถานภาพการสมรสที่แสดงว่าไม่มีคู่สมรสในขณะที่ จะจดสมรส3. คนต่างชาติกับคนต่างชาติ หนังสือเดินทาง และหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสที่แสดงว่าไม่มีคู่สมรสในขณะที่จะจดสมรส โดยการจดทะเบียนสมรสทั้ง 3 แบบ จะต้องมีพยาน 2 คน ซึ่งเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะกรณีผู้สมรส มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์แต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้มีอำนาจปกครองของผู้เยาว์ด้วย ไม่สามารถมายินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้ หากมีสัญญาก่อนสมรสให้นำมาแสดงด้วย กรณีเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยและผ่านการรับรองนิติกรณ์เอกสารตามขั้นตอนของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศจะจดทะเบียนสมรสต้องทำอย่างไรบ้างขั้นตอนการจดทะเบียนสมรส มีดังนี้1. ผู้ร้อง ยื่นคำร้อง คร.1 ต่อนายทะเบียน2. นายทะเบียนตรวจสอบคุณสมบัติตามเงื่อนไขแห่งกฎหมาย หลักฐานที่เกี่ยวข้อง แล้วลงรายการในทะเบียนให้ครบถ้วน3. ผู้ร้อง ผู้ให้ความยินยอม (ถ้ามี) และพยานลงลายมือชื่อในทะเบียนครอบครัว4. เมื่อเห็นว่าถูกต้องให้นายทะเบียนลงลายมือชื่อในทะเบียนครอบครัวและจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ โดยระยะเวลาที่ใช้ในการจดทะเบียนสมรส ประมาณ 20 30 นาทีทั้งนี้ จะขึ้นอยู่กับการลงรายละเอียดของสัญญาก่อนสมรสว่าผู้ร้องทั้งสองฝ่ายจะให้มีการบันทึกมากน้อยเพียงใดจดทะเบียนสมรสมีค่าธรรมเนียมหรือเปล่ากรณีจดทะเบียนสมรสในสำนักทะเบียน ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ส่วนการจดทะเบียนสมรสนอกสำนักทะเบียน เสียค่าธรรมเนียมฉบับละ 200 บาท โดยผู้ขอต้องจัดยานพาหนะให้นายทะเบียนด้วย ถ้าหากผู้ขอไม่จัดพาหนะให้ ผู้ขอต้องชดใช้ค่าพาหนะให้แก่นายทะเบียนตามสมควร สำหรับการจดทะเบียนสมรส ณ สถานที่สมรส ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอนุมัติให้มีขึ้น เสียค่าธรรมเนียมฉบับละ 20 บาท และการคัดสำเนา ค่าธรรมเนียมฉบับละ 10 บาทจดทะเบียนสมรสแล้วมีสิทธิอะไรบ้าง- คู่สมรสมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน- คู่สมรสมีสิทธิในการใช้ชื่อสกุลของคู่สมรสอีกฝ่าย- มีสิทธิจัดการทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส หรือที่เรียกว่าสินสมรสร่วมกัน- มีสิทธิรับมรดกของคู่สมรสเมื่ออีกฝ่ายเสียชีวิตไปก่อน มีสิทธิรับเงินจากทางราชการ หรือนายจ้าง เช่น กรณีที่คู่สมรสตายเพราะปฏิบัติหน้าที่ หรือจากการทำงาน (บำเหน็จตกทอด) หรือ การรับเงินสงเคราะห์บุตรตามกฎหมายแรงงาน- มีสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือค่าทดแทนจากผู้ที่ทำให้คู่สมรสของตัวเองเสียชีวิตได้- สามารถเรียกร้องสิทธิของตัวเองได้ตามกฎหมาย เมื่อพบว่าคู่สมรสมีชู้ ก็สามารถเรียกค่าเสียหายได้ทั้งจากคู่สมรสและชู้- ได้รับการลดหย่อนค่าภาษีเงินได้ตามเงื่อนไขการลดหย่อนภาษี- คู่สมรสที่ทำความผิดระหว่างกัน เช่น สามีขโมยเงินภรรยา ภรรยาบุกเข้าบ้านสามี ผู้ที่ทำผิดไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย- การจดทะเบียนสมรสทำให้คู่สมรสฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่ทำร้ายคู่สมรสของตัวเองได้ เช่น หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งถูกโจรปล้น คู่สมรสอีกฝ่ายก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีแทนได้ภาพจาก AFP / กรุงเทพมหานคร

คิกออฟ 30 บาทรักษาทุกที่เฟสทุดท้าย31 จังหวัด เริ่ม 1 ม.ค. 68 ครอบคลุมทั่วประเทศ
อ่าน

คิกออฟ 30 บาทรักษาทุกที่เฟสทุดท้าย31 จังหวัด เริ่ม 1 ม.ค. 68 ครอบคลุมทั่วประเทศ

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Kick off 30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อคนไทย สุขภาพดีถ้วนหน้า ระยะที่ 4 ครอบคลุมทั่วประเทศ 1 มกราคม 2568 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ได้เปิดเฟส 4 ตามที่เคยสัญญาไว้ว่าจะเปิดให้ทุกจังหวัด เพื่อลดภาระให้กับประชาชน โดยวันที่ 1 มกราคม 2568 จะสามารถใช้ 30 บาทได้ทั่วทุกจังหวัดของประเทศไทย หลังจากเริ่มดำเนินโครงการมา 1 ปี จาก 2 ทศวรรษในการพัฒนานโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคเป็น 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง มีเทคโนโลยีเข้ามีบทบาทมากขึ้น นับว่าเป็นนโยบายที่แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ไม่ต้องกู้หนี้สินเพื่อจ่ายค่ารักษาในการผ่าตัด จนกลายเป็นปัญหาครอบครัว ขณะเดียวกันใช้เทคโนโลยีมาใช้ทำให้ประชาชนไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปเข้าคิวเป็นเวลานาน ทำให้การรักษาพยาบาลสะดวกรวมทั้งหาหมอออนไลน์ มีการส่งยาไปถึงบ้าน สำหรับผู้ป่วยที่ติดเตียง รวมถึงมีเครื่องล้างไตอัตโนมัติ สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ให้ยืมใช้ที่บ้านด้วย เป็นมาตรการเชิงรุกมากยิ่งขึ้นให้พี่น้องประชาชนที่ป่วย หรือป่วยติดเตียงลำบากในการเดินทาง ก็สามารถรับการรักษาที่บ้านได้ นอกจากนี้ยังปฏิรูประบบสาธารณสุข ด้วยการเปิดร้านยา และคลินิกเอกชนเข้ามาร่วมเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ เพื่อที่จะดูแลพี่น้องประชาชน เสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบบริการปฐมภูมิให้มากยิ่งขึ้น เพิ่มความสะดวก ลดการเดินทาง ลดระยะเวลารอคอย ลดความแออัดในโรงพยาบาล ประชาชนมีการป่วยเล็กน้อยนโยบายของ 30 บาทมีทางเลือกให้เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับยากับเภสัชใกล้บ้าน ร้านขายยาใกล้บ้าน การทำแผลคลินิกพยาบาลต่างๆ ที่ใกล้บ้าน ทำฟันไม่ต้องรอคิวนาน สามารถนัดตรงขอใช้บริการได้ รวมทั้งยังมีแนวทางในการพัฒนาระบบของสาธารณสุข เรื่องระบบบริการสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยเพิ่มเรื่องการดูแลผู้ป่วยติดเตียงแล้วก็จัดตั้งสถานชีวาภิบาลนะคะให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อที่จะดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย รัฐบาล มีการสร้าง care giver เน้นนักบริบาลผู้สูงอายุ 15,000 ตำแหน่งทั่วประเทศ ทำให้เกิดการจ้างงานที่มากขึ้น โดยจะเน้นไปที่ 2 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มนิสิตนักศึกษาที่จบใหม่ ที่กำลังหางาน โดยเพิ่มเรื่องการเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุ ดูแลคนป่วยได้ และอีกกลุ่ม คือ กลุ่มที่พึ่งเกษียณ ไม่มีงานทำอายุ 60 ปีแล้วรู้สึกว่าอยู่บ้านเฉยๆ อยากจะทำงานหารายได้เพิ่มให้กับครอบครัว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้มีการพัฒนาเรื่องของการดูแลสุขภาพของประชาชน ด้วยการตรวจคัดกรองด้วยตนเองรูปแบบใหม่ ที่ประชาชนใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียวไปขอรับได้ที่ร้านขายยา ทั้งชุดตรวจมะเร็งปากมดลูก ชุดตรวจการติดเชื้อ hiv และชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับ และมะเร็งท่อน้ำดี และปีนี้จะเพิ่มอีก 1 โรค คือ ชุดตรวจไมโครอาบูมินในปัสสาวะป้องกันโรคไตเสื่อมที่เกิดจากเบาหวาน ค่ะนอกจากสุขภาพทั้งหมดแล้วนะคะเราก็ยังเน้นย้ำในเรื่องของสุขภาพ นอกจากนี้ปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติ หรือ global warming ที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รัฐบาล เห็นว่า เรื่องของสุขภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ทำให้ถ้าเราจิตใจแข็งแรง เราก็จะสามารถต่อสู้กับเหตุการณ์ต่างๆได้ พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์อุทกภัย ต้องมีการปรับในเรื่องของจิตใจ โดยสาธารณสุข ได้ส่งนักบำบัดไปนั่งคุย เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้ปรับสุขภาพจิตกลับมาสู่ภาวะปกติ       ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี อวยพรทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง ทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวเราเมื่อเราสุขภาพดี ก็จะมีแรงทำงาน มีแรงพัฒนาตัวเอง ครอบครัว รวมไปถึงบริษัทและประเทศชาติต่อไป ขอให้ทุกคนปีใหม่นี้ แข็งแรงสดใส มีความสุขทั้งสุขกาย ทั้งสบายใจ และขอให้ปีหน้าเป็นปีที่เป็นปีแห่งโอกาสแล้วก็เป็นปีที่ทุกท่านทำอะไรก็ขอให้ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ ภายหลังพิธีเปิดงาน นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมนิทรรศการ ณ บริเวณโถงกลาง ตึกสันติไมตรีที่มาข่าว:TNN

ต่ออายุใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว รัฐคุมเข้ม! เจอ "จับ-ปรับ-ผลักดัน" แรงงานเถื่อน
อ่าน

ต่ออายุใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว รัฐคุมเข้ม! เจอ "จับ-ปรับ-ผลักดัน" แรงงานเถื่อน

วันนี้ (5 ธันวาคม 2567) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีหลายฝ่ายกังวล ถึงการรวมกลุ่มกันของแรงงานข้ามชาติ บริเวณห้างสรรพสินค้าดัง ย่านสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ และในหลาย ๆ พื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่นั้น รัฐบาล โดยกระทรวงแรงงานสั่งการกรมการจัดหางาน หน่วยงานในกำกับเข้าตรวจสอบข้อมูลทันที เพื่อมิให้กระทบต่อประชาชนในพื้นที่ รวมถึงกระทบต่อการทำงานของคนไทย พร้อมกับเน้นย้ำ ถึงข้อปฏิบัติในการทำงานในประเทศไทย จะต้องมีเอกสารประจำตัวบุคคลและใบอนุญาตทำงานถูกต้อง รวมทั้งต้องทำงานตามสิทธิ ที่ระบุไว้ในประกาศกระทรวงแรงงานนายคารม กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของกระทรวงแรงงาน และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จังหวัดสมุทรปราการ พบว่า แรงงานต่างชาติที่รวมกลุ่มเป็นชาวเมียนมา ส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร และกรุงเทพมหานคร โดยส่วนใหญ่จะรวมกลุ่มกันในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดทำงาน อย่างไรก็ดี ไม่พบการรวมกลุ่มของแรงงานต่างชาติที่ส่งผลเชื่อมโยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนในพื้นที่แต่อย่างใดก่อนจะถึงวันเปิดการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงาน 4 สัญชาติ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งจะครบกำหนดวันอนุญาตให้ทำงาน ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 รัฐบาลเน้นย้ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงลงพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะย่านธุรกิจ ที่มีสถานประกอบการจำนวนมาก เพื่อตรวจแนะนำการจ้างแรงงานข้ามชาติที่ถูกต้อง แก่นายจ้าง สถานประกอบการ และประชาสัมพันธ์การดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ตามมติ ครม. เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกระบวนการ ขั้นตอน ที่กระทรวงแรงงานกำหนดได้อย่างถูกต้อง นายคารม ระบุ

"สมศักดิ์" รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ยกย่องอุทิศตนเพื่อสังคม
อ่าน

"สมศักดิ์" รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ยกย่องอุทิศตนเพื่อสังคม

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงครามที่สำเร็จการศึกษาประจำปี พ.ศ.2567 ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน ในปีนี้มีผู้มีชื่อเสียง อาทิ นายปัญญา นิรันดร์กุล ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ด้วยโดยทางมหาวิทยาลัยได้เขียนคำประกาศเกียรติคสำหรับนายสมศักดิ์ว่า เป็นชาวจังหวัดสุโขทัยโดยกำเนิด ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.จังหวัดสุโขทัย อย่างต่อเนื่อง ถึง 9 สมัย และได้รับเลือกเป็นสส.ระบบบัญชีรายชื่อ 3 สมัย อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายกระทรวง รวมทั้งสิ้น 17 ครั้ง โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่ง ได้มีโครงการต่าง ๆ ในด้านการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น ในปี 2567 โครงการ โคแสนล้าน ซึ่งเป็นโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน ภายใต้แนวคิด เลี้ยงโค แก่หนี้ แก้จน ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย ผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กท.) ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าให้ระบบเศรษฐกิจช่วยเพิ่ม GDP และลดปริมาณการใช้คาร์บอนได้กว่าปีละ 1.7 ล้านกิโลกรัมในปี 2565ได้จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน และหนี้ SMEs เป็นโครงการที่ช่วยปลดล็อกภาระหนี้ทั้งในภาคประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs มีลูกหนี้ขอไกล่เกลี่ยจำนวนทั้งสิ้น 51,145 รายไกล่เกลี่ยสำเร็จ 48,523 ราย คิดเป็นร้อยละ 94.87 รวมทุนกว่า 10,162 ล้านบาท และในระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เสนอ ร่าง พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง เพื่อช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ซึ่งนับเป็นกฎหมายฉบับแรกที่ขับเคลื่อนให้สังคมรู้สึกปลอดภัยจากบุคคลอันตรายมากขึ้น โดยมี สาระสำคัญ 4 มาตรการ คือ 1) มาตรการแก้ไขฟื้นฟู 2) มาตรการเฝ้าระวัง 3) มาตรการคุมขังและ 4) มาตรการคุมขังฉุกเฉินหลังพ้นโทษ นอกจากนี้ยังได้ปฏิบัติภารกิจในด้านต่าง ๆ การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาหนี้สิน การฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร การพัฒนาแหล่งน้ำทำกิน การแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนป่า การพัฒนาอาชีพของผู้ต้องขัง การแก้ไขปัญหายาเสพติด อันจะเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนจากประวัติผลงานของ นายสมศักดิ์ เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จยอดเยี่ยมจนปรากฎเป็นที่ยอมรับ เป็นประโยชน์ และแบบอย่างที่ดีแก่คนทั่วไป และเป็นผู้บำเพ็ญกรณียกิจ ด้วยความคิดริเริ่มและอุทิศตนจนเกิดประโยชน์แก่สังคม เป็นอเนกประการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จึงเสนอชื่อนายสมศักดิ์ เป็นผู้สมควรได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ปริญญาศิลปะศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาชาวิชาชาพัฒนาชุมชนทั้งนี้ มีข้าราชการและบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุข เข้ามอบดอกไม้ร่วมแสดงความยินดีกับนายสมศักดิ์ด้วย

อย่าหลงเชื่อ เพจแอบอ้างรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด
อ่าน

อย่าหลงเชื่อ เพจแอบอ้างรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด

ตามที่มีประเด็นในเรื่องรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด ผ่านเพจ carloslantigua786 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จกรณีการโฆษณาชวนเชื่อโดยโพสต์ระบุรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด ผ่านเพจ carloslantigua786 ทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เพจเฟซบุ๊กดังกล่าวที่ใช้ชื่อว่า carloslantigua786 ไม่ได้เป็นเพจทางการที่ถูกสร้างขึ้นโดยกรมการขนส่งทางบกแต่อย่างใด ไม่มีการรับทำหรือต่อใบขับขี่ออนไลน์ เนื่องจากการขอรับใบอนุญาตขับรถทุกชนิดมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ คือ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องดำเนินการด้วยตนเองทุกขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ตั้งแต่การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย การอบรม การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ และการถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับรถดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.dlt.go.th หรือ โทร. 02-271-8888ภาพจาก TNN ONLINE