TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “办理营运证(证件网:ban58.com)-办理营运证M6(证件网:ban58.com)-明光办理营运证-可以找办理营运证Hx” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
สิทธิพิเศษ
ทรูแบล็ค ลด 10% รถเช่าขับเอง ทรูลีสซิ่ง ใช้ 0 ทรูพอยท์
ประหยัด ฿300.00ที่ ทรู ลีสซิ่ง_รถเช่าขับเอง ลูกค้าทรูแบล็คใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 10% จากราคาปกติ รถเช่าขับเอง จากทรู ลีสซิ่งรถเช่าขับเอง จาก ทรู ลีสซิ่ง/ ราคาเป็นราคารวมประกันภัยขั้นพื้นฐาน CDW แบบมีค่าความรับผิดชอบส่วนแรก/ คืนรถ ช้าได้ถึง 4 ชั่วโมงรถเช่าขับเอง จาก ทรู ลีสซิ่งพร้อมให้บริการแล้วที่ สาขากรุงเทพฯ สาขาเชียงราย สาขาเชียงใหม่ สาขาภูเก็ต สาขากระบี่ สาขาพัทยา สาขาอยุธยา และสาขาสมุทรปราการ โดยมีรถยนต์หลากหลายแบรนด์ และรุ่นรถ ไว้รองรับลูกค้าไม่ว่าจะเป็น Toyota Yaris, Toyota Vios, Toyota Altis, Toyota Camry, Toyota Fortuner เป็นต้นช่องทางการสำรองบริการ1. ผ่านทาง True Leasing Call Center 1279 โดยแจ้งรหัสที่ได้รับจากการกดรับสิทธิ์แก่เจ้าหน้าที่2. ที่สาขากรุงเทพฯ สาขาเชียงราย สาขาเชียงใหม่ สาขาภูเก็ต สาขากระบี่ สาขาพัทยา สาขาอยุธยา และสาขาสมุทรปราการ โดยแสดงรหัสที่ได้รับจากการกดรับสิทธิ์แก่เจ้าหน้าที่3. www.trueleasing.co.th โดยกรอกรหัสที่ได้จาการกดรับสิทธิ์ ที่ช่อง Promotion Code เพื่อรับสิทธิพิเศษ เงื่อนไข 1. ลูกค้าสำรองบริการผ่าน True Leasing Call Center 1279 หรือที่เคาเตอร์ โดยแจ้งรหัสที่ได้รับจากการกดรับสิทธิ์แก่เจ้าหน้าที่หรือกรอกรหัส ที่ช่อง Promotion Code เมื่อสำรองผ่าน www.trueleasing.co.th เพื่อรับสิทธิพิเศษ2. 1 รหัสส่วนลด / 1 สิทธิ์ / 1 เดือน3. มีการบล๊อควงเงิน 5000 บาทด้วยบัตรเครดิตในวันรับรถ4. ลูกค้าสามารถใช้สิทธิ์รับส่วนลดได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 25695. ราคาดังกล่าวไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง6. ราคาดังกล่าวเป็นราคารวมประกันภัยพื้นฐาน CDW แบบมีค่าความรับผิดชอบส่วนแรก หากลูกค้าต้องการซื้อประกันเพิ่มสามารถชำระเงินได้ในวันรับรถ หรือติดต่อ Call Center 12797. คนขับรถจะต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป และใบขับขี่มีอายุอย่างน้อย 1 ปี8. ลูกค้าต้องชำระค่าบริการเต็มจำนวนเพื่อยืนยันการจอง ไม่สามารถยกเลิกและขอคืนเงินได้9. หากผู้เช่าต้องการขยายการเช่าที่เกินวันและเวลาสิ้นสุด ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า10. ขอสงวนสิทธิ์ในการให้บริการตามลำดับการจอง11. เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า12. ในกรณีที่เช่ารถเกินจำนวนชั่วโมงตามข้อตกลง หรือเปลี่ยนสถานที่รับส่งรถ หรือเปลี่ยนแปลงสาขาที่ใช้บริการ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามที่บริษัทกำหนด13. ในกรณีที่ผู้ใช้บริการไม่สามารถมาใช้สิทธิ์ได้ด้วยตนเอง ผู้ใช้บริการสามารถให้บุคคลอื่นมารับบริการแทนได้ โดยต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนพร้อมเขียนมอบสิทธิ และลายเซ็นของเจ้าของบัตรมาแสดง14. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืน TruePoint ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ภายหลังจากที่ได้ดำเนินการแลกรับสิทธิ์สำเร็จเรียบร้อยแล้ว15. ไม่สามารถแลก คืน หรือเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือของอื่นใดได้ รวมตลอดทั้งไม่สามารถโอนให้แก่บุคคล หรือนิติบุคคลอื่นใดได้16. ไม่สามารถออกใบเสร็จในนามของนิติบุคคลได้
รถเช่า/รถรับจ้าง • 1 ม.ค. 69
อ่าน
คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน 21 มิ.ย.นี้ .ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันที
#ทันหุ้น คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน21มิ.ย.นี้.ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันทีด่วนแจ้งเตือนผู้ถือ"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"รุ่นปัจจุบัน13.18ล้านคนรีบลงทะเบียนรับส่วนลด"ค่าไฟ-ค่าน้ำ"ภายใน19มิ.ย.นี้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงการคลังได้เปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน)ได้ยืนยันตัวตนเพื่อขอรับสิทธิ์การถือบัตรดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.เป็นต้นมา จนถึงขณะนี้ ได้รับรายงานว่า ยังมีผู้ถือบัตรคนจนยังไม่มายืนยันสิทธิ์จำนวนประมาณ 1 ล้านคน หากไม่มายืนยันสิทธิ์ภายในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ จะถือว่า ไม่ประสงค์ขอรับสิทธิ์ถือบัตรคนจน ซึ่งกระทรวงการคลังจะติดสิทธิ์ทันที“เราประเมินว่า ผู้ที่ไม่มายืนยันตัวตน อาจจะไม่ต้องการถือบัตรคนจน เนื่องจาก มีรายได้เกินเกณฑ์แล้ว”ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากระทรวงการคลังได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรุ่นปัจจุบันจำนวน13.18ล้านคนที่ลงทะเบียนตั้งแต่ปี65รีบดำเนินการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคทั้งค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาโดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเป็นวันสุดท้ายในวันที่19มิ.ย.นี้ก่อนเวลา16.30น.เท่านั้นย้ำหากพ้นกำหนดจะไม่สามารถรับสิทธิ์ในรอบนี้ได้ทันที“ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ทันต่อการจัดสรรงบประมาณเยียวยาในช่วงครึ่งปีหลังโดยการลงทะเบียนครั้งนี้จะเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพสำหรับรอบบิลค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาประจำเดือนก.ค.69ถึงรอบบิลส.ค. 69”สำหรับช่องทางลงทะเบียนส่วนลดค่าไฟฟ้า ให้เลือกตามหน่วยงานในพื้นที่ของตัวเอง การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://meaeservice.mea.or.th/welfare สายด่วน: โทร. 1130 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์:https://welfareregis.pea.co.th/Register สายด่วน: โทร. 1129 และกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ (กฟส.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://walfareregis.sea.co.th หรือโทร. 086-848-1284ส่วนช่องทางลงทะเบียนส่วนลดค่าน้ำประปาพื้นที่การประปานครหลวง(กปน.)ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://eservicesapp.mwa.co.th/ES/MWAWelfareServletหรือสายด่วนโทร. 1125และการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://register.pwa.co.th/welfare-register.htmlหรือสายด่วนโทร. 1662
ทันหุ้น • 16 มิ.ย. 69
สิทธิพิเศษ
มิราเคิล เลาจ์
Miracle Lounge เป็นห้องรับรองพิเศษในสนามบินชั้นนำของไทย (สุวรรณภูมิและดอนเมือง) ที่ขึ้นชื่อเรื่องบริการแบบครบวงจร จุดเด่นหลัก ได้แก่ ไลน์บุฟเฟต์จัดเต็ม: มีอาหารไทยและนานาชาติ ขนม ผลไม้ พร้อมบาร์เครื่องดื่ม (Soft Drinks และแอลกอฮอล์) ให้ทานแบบไม่อั้น สถานีปรุงอาหารสด (Show Kitchen): บางสาขามีเชฟคอยทำเมนูร้อนๆ หมุนเวียนกันไป เช่น ข้าวมันไก่ ผัดไทย หรือก๋วยเตี๋ยว สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน: มีบริการห้องน้ำ, ห้องอาบน้ำ, Wi-Fi ความเร็วสูง, ปลั๊กไฟสำหรับทำงาน และมุมพักผ่อนที่นั่งสบาย เข้าถึงง่าย: เปิดกว้างสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตระดับพรีเมียม หรือผู้โดยสารทั่วไปสามารถซื้อบัตรเข้าใช้บริการได้ทันที
ท่องเที่ยวและการเดินทาง • 1 มิ.ย. 69
สิทธิพิเศษ
TrueMove H(Bonus+)
-
Voice/Data • 1 พ.ค. 69
สิทธิพิเศษ
ทรูมูฟเอช
บริษัทสมาชิก เป็น ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จำหน่ายสินค้าและบริการภายใต้ตราสินค้า ทรูมูฟ เอช
Voice/Data • 21 เม.ย. 69
อ่าน
“ศุภมาส” สั่ง สคบ. เร่งสอบข้อเท็จจริง “ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน” เสี่ยงไฟไหม้-สูญเงิน
14 พฤษภาคม 2569 - นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า จากกรณีกระแสข่าวผู้ให้บริการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน จนเกิดเหตุอุปกรณ์ละลาย มีกลิ่นไหม้ เสี่ยงไฟไหม้ และค่าไฟไม่ลด สร้างความเสียหายให้ผู้บริโภคกว่า 500,000 บาท ตนได้สั่งการให้นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมตรวจการแสดงฉลากสินค้ากลุ่มอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ ทั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วประเทศนางสาวศุภมาส กล่าวว่า ฉลากคือเครื่องมือแรกที่ผู้บริโภคใช้ตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยตรง แผงเซลล์แสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ถือเป็นสินค้าควบคุมฉลากตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผู้ประกอบการต้องแสดงฉลากให้ครบถ้วนถูกต้อง หากฝ่าฝืน มีความผิดตามมาตรา 52 กรณีผู้จำหน่าย จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคทำงานเชิงรุกสำหรับกรณีร้องเรียนดังกล่าวพบว่าผู้ติดตั้งใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ดัดแปลงระบบไฟฟ้าจากสามเฟสเป็นหนึ่งเฟส และใช้สายไฟอะลูมิเนียมแทนสายทองแดง ทำให้ไฟตก ไฟดับ อุปกรณ์ละลาย เสี่ยงไฟไหม้ ปัจจุบันผู้เสียหายได้แจ้งความตามคดีอาญาที่ 743/2568 สถานีตำรวจนครบาลท่าพระ ซึ่งพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการแล้วนางสาวศุภมาสกล่าวอีกว่า ในวันนี้ สคบ. ได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังผู้ร้องเรียนเพื่อขอข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบธุรกิจมีพฤติการณ์ใช้ช่องทางออนไลน์เสนอบริการติดตั้ง และข้อสัญญาไม่ระบุรายละเอียดคุณสมบัติของอุปกรณ์ ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบมาตรฐานอุปกรณ์ก่อนติดตั้งได้ สคบ. จึงนัดหมายสอบถามข้อเท็จจริงกับผู้ร้องเพิ่มเติม ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อพิจารณาการดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจรายดังกล่าวต่อไป นอกจากนี้ สคบ. จะพิจารณายกระดับให้ธุรกิจรับจ้างติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เป็น “ธุรกิจที่ควบคุมสัญญา” และให้อุปกรณ์โซลาร์เซลล์เป็น “สินค้าควบคุมฉลาก” เป็นการเฉพาะ พร้อมประสานความร่วมมือกับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สภาวิศวกร และสภาองค์กรของผู้บริโภคในฐานะตัวแทนภาคประชาชน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกมิติ“ดิฉันขอเตือนพี่น้องประชาชนที่จะติดตั้งโซลาร์เซลล์ ขอให้ตรวจสอบฉลากอุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนซื้อ ดูชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า แหล่งกำเนิด เครื่องหมาย มอก. และเก็บหลักฐานสัญญาทุกฉบับไว้เรียกร้องสิทธิเมื่อเกิดปัญหา อย่าหลงเชื่อราคาถูกผิดปกติหรือคำโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ที่ไม่มีเอกสารรับรอง เพราะอาจต้องเสียทั้งเงิน ทั้งทรัพย์สิน และเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิต ส่วนผู้ประกอบการ หาก สคบ. ตรวจพบสินค้าไม่ติดฉลาก แสดงฉลากไม่ถูกต้อง หรือใช้ข้อความฉลากอันเป็นเท็จ จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” นางสาวศุภมาส กล่าวผู้บริโภคที่ประสบปัญหาจากการซื้อสินค้าหรือใช้บริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด
ทันหุ้น • 14 พ.ค. 69
อ่าน
“ศุภมาส” จี้แก้ปม EV : ชำรุด-ลอยแพ-ราคาดิ่ง สั่ง สคบ.ทำ e-Book ฉลากเช็กก่อนซื้อ
วันนี้ (11 พฤษภาคม 2569) เวลา 11.00 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานการประชุมมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้า ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รศ.ภญ.ดร.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน พร้อมด้วยผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้าในฐานะภาคเอกชน เข้าร่วมหารือ เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมากนางสาวศุภมาส กล่าวว่า ดิฉันตั้งใจรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนที่ตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นไปตามมาตรการที่รัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้รณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือกรองรับสถานการณ์วิกฤติพลังงาน แต่กลับต้องเผชิญปัญหา 3 เรื่องใหญ่ คือ รถชำรุดบกพร่อง การถูกลอยแพหลังบริษัทปิดตัว หรือศูนย์บริการปิดทำให้ไม่มีที่ซ่อมแซม และปัญหาด้านราคาที่ปรับตัวลดลงหลังซื้ออย่างรวดเร็ว สิ่งนี้ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนและเป็นข้อกังวลทั้งในมิติของความปลอดภัย คุณภาพ มาตรฐานชิ้นส่วน กระบวนการประกอบรถ การบริการหลังการขาย เหล่านี้เป็นประเด็นที่ต้องเร่งพิจารณาเพื่อหาแนวทางและมาตรการคุ้มครองและเยียวยาผู้บริโภคให้เกิดความชัดเจน และเป็นธรรม“ดิฉันได้รับรายงานจาก สคบ. ว่าในช่วงปี 2567-2569 มีผู้บริโภคร้องทุกข์เรื่องรถยนต์ไฟฟ้ากับทาง สคบ. เข้ามามากถึง 556 ราย รวมถึงร้องเรียนไปยังสภาองค์กรของผู้บริโภค ในฐานะตัวแทนภาคประชาชนเพิ่มอีก 792 ราย รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,348 ราย ซึ่ง สคบ. มีการแก้ไขจนยุติข้อพิพาทแล้ว 402 ราย คิดเป็นร้อยละ 72.3 ปัญหาที่พบมากที่สุด 5 ลำดับ ได้แก่ ความชำรุดบกพร่อง 47.3% ไม่คืนเงินจอง 18.2% ซื้อแล้วปรับราคาลง 14.7% ไม่ส่งมอบของแถม 13.1% และอุบัติเหตุหรือซ่อมล่าช้า 2.9% ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้บริโภค ทุกเสียงของผู้บริโภค คือสิ่งที่ดิฉันรับฟังและไม่อาจนิ่งเฉยได้ รถหนึ่งคันคือทรัพย์สินสำคัญของครอบครัว ผู้บริโภคต้องได้รับความเป็นธรรม ไม่ใช่ภาระที่ต้องแบกรับ” นางสาวศุภมาส กล่าวทั้งนี้ สคบ. ได้พิจารณารูปแบบปัญหาที่ผู้บริโภคเผชิญ เป็น 3 ประเด็น โดยพบปัญหาหลังการขายมากที่สุด 288 ราย คิดเป็น 52% รองลงมาคือปัญหาการซื้อขาย 183 ราย คิดเป็น 33% และปัญหาการส่งมอบ 85 ราย คิดเป็น 15% โดยประชาชนมีความกังวลว่าศูนย์บริการจะปิดตัวถึง 329 ราย คิดเป็น 41.5% พบอุปกรณ์ชำรุดเสียหาย 164 ราย คิดเป็น 20.7% ไม่มีอะไหล่ต้องรอนาน 94 ราย คิดเป็น 11.9% และคืนรถไม่ได้เมื่อบริษัทปิดตัวอีก 52 ราย คิดเป็น 6.6% เพื่อปกป้องสิทธิผู้บริโภค คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีมติดำเนินคดีแพ่งกับผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้ผู้บริโภค มูลค่าความเสียหายกว่า 103.1 ล้านบาทรถยนต์ไฟฟ้าถือเป็น “สินค้าควบคุมฉลาก” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทำฉลากสินค้าโดยให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน แสดงฉลากให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับที่ประชุมมีมติมอบหมายให้ สคบ. จัดทำ e-Book “ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า” โดยขอความร่วมมือผู้ผลิตและ ผู้นำเข้าส่งฉลากรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยให้กับ สคบ.เพื่อรวบรวมจัดทำเป็น e-book นำเสนอข้อมูลฉลากของรถยนต์ไฟฟ้าทุกยี่ห้อ พร้อมอธิบายสาระสำคัญของฉลาก สิทธิผู้บริโภค แนวทางตรวจสอบข้อมูลก่อนซื้อ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว ใช้เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ โดยจะเผยแพร่ผ่านทุกช่องทางการประชาสัมพันธ์ของ สคบ. ทั้งบนเว็บไซต์ application และเพจในแพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึงเฝ้าระวังการโฆษณา และกำกับดูแลให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำสัญญาจอง ตามแบบสัญญามาตรฐานด้วย อีกทั้งยังได้รับฟังข้อเสนอจากสภาองค์กรของผู้บริโภคในฐานะตัวแทนภาคประชาชน เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย การกำหนดให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายโฆษณาข้อมูลคุณภาพ คุณลักษณะทางเทคนิค สมรรถนะ เงื่อนไขการรับประกัน และข้อจำกัดการใช้งานชิ้นส่วนสำคัญอย่างละเอียด การกำหนดกรอบเวลาซ่อมมาตรฐานในสัญญา การกระจายศูนย์บริการให้ครอบคลุมทุก 150-200 กิโลเมตร การสำรองอะไหล่ให้เพียงพอ การพัฒนาระบบเรียกคืนรถ (Recall) เพื่อแก้ไขความบกพร่องที่กระทบความปลอดภัย การผลักดันมาตรการสิทธิในการซ่อม (Right to Repair) ให้เจ้าของรถซ่อมบำรุงได้แม้หมดระยะประกัน และการจัดตั้งศูนย์ประสานงานรับเรื่องร้องเรียนเฉพาะทางด้านยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สคบ. กับกรมการขนส่งทางบก ซึ่งในส่วนนี้ จะมีการแต่งตั้งคณะทำงานของทุกฝ่ายร่วมกัน เพื่อมาร่วมลงรายละเอียดในประเด็นแนวทางการยกระดับมาตรการคุ้มครองผู้บริโภครถยนต์ไฟฟ้ากันต่อไป“ดิฉันขอขอบคุณสภาองค์กรของผู้บริโภคที่นำเสียงของพี่น้องประชาชนมาสะท้อน และขอฝากถึงผู้ประกอบการทุกรายว่า พี่น้องประชาชนที่ตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจากท่าน คือผู้ที่ฝากความหวังและฝากเงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงไว้กับท่าน ขอให้ดูแลเขาเหมือนคนในครอบครัว เร่งรัดแก้ไขปัญหาด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม สำรองอะไหล่ให้เพียงพอ ดูแลศูนย์บริการให้ครอบคลุม กำหนดกรอบเวลาซ่อมที่ชัดเจน อย่าปล่อยให้ผู้บริโภคถูกลอยแพ ดิฉันยืนยันว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้ผู้บริโภคต้องสู้ลำพัง สำหรับพี่น้องประชาชนที่กำลังจะตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ขอให้ตรวจสอบฉลากสินค้า เงื่อนไขการรับประกัน กรอบเวลาซ่อมมาตรฐาน ข้อมูลศูนย์บริการ ความพร้อมของอะไหล่ อ่านสัญญาจองให้ครบถ้วน เก็บใบเสร็จ ใบจอง โบรชัวร์ และเอกสารโฆษณาทุกชิ้นไว้เป็นหลักฐาน หากถูกเอารัดเอาเปรียบ ท่านสามารถร้องเรียนมาที่ สคบ. ได้ทันที ดิฉันพร้อมรับฟังและยืนเคียงข้างผู้บริโภคทุกท่าน” นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้ายทั้งนี้ ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้าหรือสินค้าและบริการอื่น สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 ระบบร้องทุกข์ผู้บริโภค OCPB Complaint แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” สำหรับในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นสามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด
ทันหุ้น • 11 พ.ค. 69
อ่าน
ออมสินปล่อยกู้โซลาร์ 3.5% หนุน EV วงเงิน 5 พันล้าน สู้วิกฤตพลังงาน
#ทันหุ้น ออมสินหนุนรัฐช่วยคนไทยรับมือวิกฤตพลังงานเปิดให้กู้ติดโซลาร์เซลล์ดอกเบี้ยเริ่มต้น3.5%ต่อปีด้านสินเชื่อEVให้กู้ผ่านNon-Bankวงเงินรวม5,000ลบ.ภายใต้โครงการGSB Soft Loanนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ธนาคารออมสินจัดทำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย เพื่อเสริมสภาพคล่องช่วยประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงสนับสนุนการขยายธุรกิจของ SMEs วงเงินโครงการ 100,000 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งให้จัดสรรสำหรับปล่อยสินเชื่อที่สนับสนุนการปรับตัวของประชาชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้านพลังงาน ในช่วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน ได้แก่ สินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ สินเชื่อเพื่อการซื้อยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท รวมวงเงินทั้ง 2 สินเชื่อที่ได้รับจัดสรรตามวัตถุประสงค์นี้ เป็นเงิน 5,000 ล้านบาท โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำSoft Loan GSBพลิกฟื้นธุรกิจไทย:กรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชนวงเงิน5,000ล้านบาทประกอบด้วย1.สินเชื่อเพื่อการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สนับสนุนการลงทุนในพลังงานทางเลือกเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวโดยประชาชนสามารถยื่นกู้โดยตรงกับธนาคารออมสินทั้งแบบไม่มีหลักประกัน(Clean Loan)วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน500,000บาทมีเงินดาวน์20%อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น2ปีแรกเท่ากับ3.50%ต่อปีและแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันวงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน1ล้านบาทสามารถกู้แบบมีเงินดาวน์10%และ20%อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น5ปีแรกเท่ากับ3.25%ต่อปี(กรณีเงินดาวน์20%)และ3.50%ต่อปี(กรณีเงินดาวน์10%)ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกำหนดระยะเวลาผ่อนสูงสุดไม่เกิน7ปีและสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามมาตรการภาครัฐผู้สนใจสามารถติดต่อยื่นขอกู้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปหมดเขตวันที่31มีนาคม2570หรือจนกว่าจะมีผู้ขอกู้ครบตามวงเงินโครงการ2.สินเชื่อเพื่อการจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า: EVสนับสนุนการปรับตัวด้านการขนส่งการเดินทางการประกอบอาชีพและธุรกิจที่ใช้พลังงานทดแทนเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนกิจการด้านขนส่งโดยธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ประชาชนยื่นกู้กับผู้ให้บริการทางการเงินอื่นๆที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน(Non – Bank)และสถาบันการเงินที่ทำธุรกิจสินเชื่อรถยนต์และจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมโครงการSoft Loan GSBพลิกฟื้นธุรกิจไทยสำหรับการกู้ซื้อยานยนต์ไฟฟ้ามือแรก(ป้ายแดง)ในประเภทรถยนต์เช่นBEV, PHEV, HEV, FCEVคิดอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน5%ต่อปีส่วนประเภทรถจักรยานยนต์คิดอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน10%ต่อปีเงื่อนไขอื่นเป็นไปตามที่สถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินอื่นๆที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน(Non-Bank)เป็นผู้กำหนดขึ้นตามนโยบายของแต่ละแห่งผู้สนใจสามารถติดต่อเลือกใช้บริการได้ตามที่สะดวกตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปสอบถามข้อมูลโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำSoft Loan GSBพลิกฟื้นธุรกิจไทย(โครงการย่อยกรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน–ติดตั้งโซลาร์เซลล์และจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า)ได้ที่ธนาคารออมสินGSB Contact Centerโทร. 1115และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.gsb.or.th
ทันหุ้น • 20 เม.ย. 69
สิทธิพิเศษ
TIRES BID
ศูนย์รวมยางรถยนต์ ยี่ห้อชั้นนำครอบคลุมทุกการใช้งาน คัดสรรจากนักรีวิวยางรถยนต์โดยตรง ราคาพิเศษทุกแบรนด์ !! พร้อมจุดบริการทั่วประเทศ และ บริการเปลี่ยนยางถึงบ้าน!!
ช้อป • 1 เม.ย. 69
สิทธิพิเศษ
ทรู ลีสซิ่ง_รถเช่าขับเอง
รถเช่าขับเอง จาก ทรู ลีสซิ่ง พร้อมให้บริการแล้วที่ สาขากรุงเทพฯ สาขาสนามบินเชียงราย สาขาเชียงใหม่ และสาขาภูเก็ต โดยมีรถยนต์หลากหลายแบรนด์ และรุ่นรถ ไว้รองรับลูกค้าไม่ว่าจะเป็น Toyota Vios, Toyota Altis, Toyota Camry, Toyota Fortuner, MG 3, MG 5 และ MG ZS เป็นต้น
รถเช่า/รถรับจ้าง • 1 ม.ค. 69
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน
ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือต้องการ ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เพื่อที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ตามเรามาอัปเดตได้เลยค่ะกับ สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ใกล้ๆ บ้าน ต่ออายุพาสปอร์ต หรือ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็สะดวกสบายและรวดเร็ว มาดูกันว่า สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง ที่ไหนใกล้ๆ บ้านกันบ้างค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ ปริมณฑลต่ออายุพาสปอร์ต ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่ไหนดี 1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J9ZRCjeMsCxV64H89 โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุลCall Center 0-2572-8442 ================ 2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น) วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nQvYqW148Ke6FbYK6 โทร : 0-2143-7680 ================ 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xj3deaM46uimNmKs6 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 ================ 4. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ธัญญาพาร์ค วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wPLg8BXJ9WF6D56h9 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sMWUka4czBWsg3No7 โทร : 0-2422-3431 ================ 6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XfnE6JraSGTRs7uG8 โทร : 0-2024-8362-64 ================ 7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N9VYesYmAW8GujVw8 โทร : 0-2024-8896, 09-3010-5247 ================ 8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rJygy7Xd9hvqFBfH9 โทร : 0-2126-7612 ================ 9. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk MBK Center วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NTWhFGMgg6P2yYam9 โทร : 0-2126-7612เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 10. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9EfZXed9bb9JM3Jp9 โทร : 0-2150-9002 ================ 11. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว)เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B71gP3UbhwPTBkCj6 โทร : 0-2194-2643 ================ 12. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FHsKeQMKXJbZ4sZdA โทร : 0-2194-2643เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ ค่าทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท เล่ม 5 ปี 1,500 บาท เล่ม 10 ปี สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 2-3 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท เล่ม 5 ปี 3,500 บาท เล่ม 10 ปี *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น.สถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consular.mfa.go.th กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572 8442 และ 0-2203 5000 ต่อ 32301อีเมล : consular05@mfa.go.thเว็บไซต์ : https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 26 พ.ย. 68
อ่าน
KTB อัดโปรท้ายปี รับลดหย่อนภาษี ในงาน Money Expo 20-23 พ.ย.นี้
#ทันหุ้น - ธนาคารกรุงไทย จัดทัพผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินครอบคลุม สินเชื่อ เงินฝาก และการลงทุนรับเทศกาลลดหย่อนภาษี ร่วมงาน มหกรรมการเงินกรุงเทพส่งท้ายปี ครั้งที่ 8 (Money Expo 2025 Bangkok Year-End) ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 20 - 23 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้แนวคิด "ALIVE อิสระทางการเงินที่ยั่งยืน" สนับสนุนลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างครบวงจร ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง และมีอิสระทางการเงิน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นทุกวันภายในงาน ธนาคารสนับสนุนการสร้างความมั่นคงในชีวิตด้วย “สินเชื่อกรุงไทยบ้านแลกเงิน” ดอกเบี้ยพิเศษคงที่ เริ่มต้น 3.49% ต่อปี 6 เดือนแรก รับวงเงินสูงสุด 20 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 30 ปี (อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 6.43% - 6.59% ต่อปี ณ วันที่ 9 ต.ค. 68) สินเชื่อที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสอง ด้วยดอกเบี้ยพิเศษปีแรกคงที่ เริ่มต้น 2.29% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 4.81% - 5.17% ต่อปี ณ วันที่ 1 ต.ค. 68) และสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยพิเศษปีแรกคงที่ เริ่มต้น 1.54% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมิน หรือไม่เกินยอดหนี้คงเหลือครั้งนี้ กู้ได้นานสูงสุด 40 ปี (อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 4.60% - 4.84 % ต่อปี ณ วันที่ 22 ต.ค. 68) และ สินเชื่อบ้านกู้เพิ่ม (Top up) ดอกเบี้ยพิเศษคงที่ 3 ปี เริ่มต้น 7.09% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 7.25% - 7.59% ต่อปี ณ วันที่ 1 ต.ค. 68) กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MLR = 6.50% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ รายละเอียดการคำนวณศึกษาเพิ่มเติมที่ www.krungthai.com เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด สินเชื่อกรุงไทย Smart Money เงินก้อน เสริมสภาพคล่องให้วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน ไม่มีบัญชีเงินเดือนกับธนาคารกรุงไทยก็ขอกู้ได้ เพียงมีรายได้ 30,000 บาท ต่อเดือน ขึ้นไป (อัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 20% - 24% ต่อปี) และ สินเชื่อเพื่อการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 3.10% ต่อปี วงเงินกู้ได้ตามประมาณการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี (อัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 3.10% - 10.045% ต่อปี) สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน +2.00% ต่อปี ถึง MRR+3.00% ต่อปี) กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย MRR = 7.045% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน = 1.10% ต่อปี (ณ วันที่ 1 ก.ย. 68) อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนดสนับสนุนสภาพคล่องทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการด้วย สินเชื่อ SME ผ่อนนาน 20 ปี ให้วงเงินสูงสุด 20 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 20 ปี สินเชื่อ SME วงเงินสูง x3 ให้วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาท ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันและ สินเชื่อ SME ไซส์เล็ก สำหรับร้านค้ารายย่อยที่ใช้แอปพลิเคชันถุงเงิน หรือเครื่อง EDC ของธนาคารกรุงไทย หรือค้าขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาท ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนดยกระดับการวางแผนทางการเงินเพื่ออนาคตที่มั่นคงด้วย เงินฝาก Krungthai NEXT Savings ขยายวงเงิน ฝากตั้งแต่บาทแรกถึง 2 ล้านบาท รับดอกเบี้ยสูง 1.5% ต่อปี เมื่อเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT และ เงินฝากปลอดภาษี Krungthai ZERO TAX MAX ดอกเบี้ยสูงสุด 2.00% ต่อปี สมัครบัตรเดบิตกรุงไทย รับส่วนลดค่าธรรมเนียมการออกบัตรและค่าธรรมเนียมรายปีปีแรก สูงสุด 200บาท เปิดบัญชีเงินฝาก Krungthai Care Savings ขั้นต่ำ 1,000 บาท คุ้มครองอุบัติเหตุ 24ชั่วโมงทั่วโลก 25 เท่าของยอดเงินฝากคงเหลือ 1 วัน ก่อน ประสบอุบัติเหตุ สูงสุด 2.5 ล้านบาท รับประกันภัยโดย บมจ.แอกซ่า ประกันภัย เอาใจผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ด้วยบัตร Krungthai Travel Debit Card ร่วมกับบัญชี Global Savings มอบประสบการณ์เหนือระดับ ด้วยสิทธิประโยชน์โดนใจ แลกเงินเก็บในบัญชีสกุลต่างประเทศ Global Savings รับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 2.5% ต่อปี ครอบคลุมแลกเงินเรทดี 20 สกุลเงินทรัพย์สินพร้อมขายKrungthai NPA Mega Sale 2568ลดราคาพิเศษ ส่งท้ายปีกว่า2,000รายการ มูลค่ารวมกว่า9,000ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ถึง16ธันวาคม2568กรณีซื้อที่อยู่อาศัย หรืออาคารพาณิชย์ หรือห้องชุด ที่มีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ ไม่เกิน7ล้านบาท จะได้ลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อชำระเพียง0.005% และลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจำนอง ผู้ซื้อชำระเพียง0.01% โดยเงื่อนไขเป็นไปตาม มาตรการของภาครัฐ มีผลตั้งแต่วันนี้จนถึง30มิถุนายน2569นอกจากนี้ ยังมี โปรโมชันพิเศษรับเทศกาลการวางแผนภาษี กับ "Krungthai Tax Festival 2025 วางแผนดี ภาษีไม่แรง" นำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนและประกัน เพื่อสร้างโอกาสความมั่นคงทางการเงิน ตอบโจทย์การวางแผนสิทธิทางภาษีเงินในช่วงปลายปี เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ KTX ผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXTและมียอดซื้อขายครบ 50,000 บาท ภายใน 30 วัน รับ Tops e-Voucherมูลค่า 200บาท ตามเงื่อนไขของ KTX ลงทุนกองทุนรวม KTAM ภายในงาน รับของสมนาคุณ ตามเงื่อนไขที่กำหนด สมัครบัตรเครดิต KTC รับบัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 200 บาท เมื่อได้รับอนุมัติและใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนดใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปีคาราวานตรวจสุขภาพกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต พร้อมรับสิทธิพิเศษ เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตภายในงาน และรับของที่ระลึกตามเงื่อนไขที่กำหนดเมื่อซื้อประกันวินาศภัยทุกผลิตภัณฑ์ของบมจ.ชับบ์สามัคคีประกันภัยค่าเบี้ยประกันภัย5,000บาทขึ้นไป รับแก้วเก็บอุณหภูมิ1ใบซื้อประกันวินาศภัยทุกผลิตภัณฑ์ของบมจ.กรุงไทยพานิชประกันภัยค่าเบี้ยประกันภัย3,000บาทขึ้นไป รับซองใส่บัตร ระดับพรีเมียมซื้อประกันวินาศภัยทุกผลิตภัณฑ์ของ บมจ.ทิพยประกันภัยค่าเบี้ยประกันภัย5,000บาทขึ้นไป รับTIP Shopping Bagทั้งนี้ ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ ทำประกันภัยทุกครั้งธนาคารกรุงไทย ยึดมั่นในแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมให้ความรู้สร้างวินัยทางการเงิน กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว เพื่อเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกันทาง การเงิน สร้างความมั่นคงและอิสระทางการเงินอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย และอัตราแลกเปลี่ยน เป็นไปตามที่ธนาคารกรุงไทยและบริษัทในเครือที่เข้าร่วมโครงการกำหนด ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุนที่กรมสรรพากรกำหนด ผู้ถือหน่วยลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับพร้อมเงินเพิ่ม
ทันหุ้น • 18 พ.ย. 68
สิทธิพิเศษ
สมัครคอร์ส ONLINE ทุกคอร์ส รับสิทธิ์เรียนเพิ่มเป็น 1 ปี/คอร์ส
ลูกค้าทรู สมัครคอร์ส ONLINE ทุกคอร์ส รับสิทธิ์เรียนเพิ่มเป็น 1 ปี/คอร์ส จากปกติระยะเวลาเรียน 6 เดือน/คอร์สสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-731-0147 เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ แสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับสิทธิ์2. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. สิทธิพิเศษเฉพาะคอร์สออนไลน์เท่านั้น
สถาบันกวดวิชา • 1 มิ.ย. 65
อ่าน
คลังพร้อมแล้ว “คนละครึ่งพลัส” เริ่ม 29 ต.ค.นึ้ ลงทะเบียนครบ 20 ล้าน
#ทันหุ้น - ปลัดคลังเผย คนละครึ่งพลัสพร้อมเริ่มโครงการแล้ว โดยจะเริ่มใช้วันแรก 6 โมงเช้า ในวันที่ 29 ต.ค.นี้ ล่าสุดคนลงทะเบียนครบสิทธิครบ 20 ล้านคนนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลมีความพร้อมแล้วสำหรับการดำเนินการโครงการคนละครึ่งพลัส โดยจะเริ่มใช้จ่ายวันแรกผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ตั้งแต่ 6 โมงเช้าของวันที่ 29 ต.ค.เป็นต้นไป โดยมีผู้ได้สิทธิ 20 ล้านคนเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็นคนที่ยื่นภาษีได้รับเงิน 2,400 บาท จำนวน 7.93 ล้านคน และคนที่ไม่ยื่นภาษีได้รับ 2,000 บาท จำนวน 12.07 ล้านคน ซึ่งจะใช้ได้จนถึง 31 ธ.ค.68 “ในการเปิดลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสรอบนี้ มีคนลงทะเบียนทั้งสิ้น 20.19 ล้านคน และได้รับสิทธิ 20 ล้านคน ในจำนวนนี้ลงทะเบียนไม่สำเร็จ 194,210 คน เนื่องจากเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการ 192,920 คน เสียชีวิต 758 คน เคยทำผิดเงื่อนไข 191 คน และเกี่ยวข้องบัญชีม้า 341 คน“ ส่วนความพร้อมของร้านค้า ปัจจุบันมีร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสสำเร็จแล้วมากกว่า 5.6 แสนราย และมีอีกจำนวนหนึ่งรอการตรวจสอบคุณสมบัติอยู่ โดยรัฐบาลยืนยันว่า ร้านที่เข้าร่วมครั้งนี้จะไม่มีการส่งข้อมูลยอดขายให้กับกรมสรรพากร สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจ สมัครเข้าร่วมได้ถึงวันที่ 19 ธ.ค.68 และเปิดรับสแกนรับเงินจากประชาชนได้จริงในวันที่ 29 ต.ค.68 ถึง 31 ธ.ค.68 รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับเงื่อนไขการใช้จ่าย จะต้องใช้จ่ายซื้อสินค้าผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งรัฐบาลช่วยจ่ายให้ 50%และผู้ได้รับสิทธิ์ต้องจ่ายเอง 50% กำหนดให้ใช้วงเงินคนละครึ่งพลัสไม่เกินวันละ 200 บาท เมื่อรวมกับเงินของตัวเอง ไม่เกินวันละ 400 บาท แต่หากใช้เกินกว่านั้น ผู้ได้สิทธิจะต้องจ่ายเองโดยรัฐจะจ่ายให้ไม่เกินวันละ 200 บาท โดยใช้จ่ายได้กับร้านค้าที่เข้าร่วมตั้งแต่ 06.00-23.00 น. ของทุกวัน ห้ามรับหรือแลกเป็นเงินสดเด็ดขาดสำหรับสินค้าและบริการที่สามารถใช้สิทธิได้ จะต้องเป็นร้านที่เข้าร่วมคนละครึ่งพลัสเท่านั้น ได้แก่ ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ขายสินค้าทั่วไป ของกินของใช้ในชีวิตประจำวัน ร้านคาเฟ่ บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม บริการขนส่งสาธารณะ เช่น แท็กซี่มิเตอร์ รถตู้โดยสาร สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถไฟฟ้า รวมถึงบริการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีทั้งแกร็บ ไลน์แมน โรบินฮูด และชอปปีฟู้ด ส่วนสินค้าและบริการต้องห้ามที่ไม่สามารถใช้คนละครึ่งพลัสซื้อได้ คือ สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ ไวน์ ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด เป็นต้น
ทันหุ้น • 28 ต.ค. 68
อ่าน
คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 26 ต.ค. 68
อ่าน
เริ่มแล้ว! ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ร้านอาหาร ฟู้ดเดลิเวอรี่ มาเพียบ
เริ่มแล้ววันนี้ ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส โครงการคนละครึ่ง 2568 กินอะไรได้บ้าง บอกเลยว่าเป็นโครงการที่หลายคนรอคอย เพราะเหมือนเราจะได้รับส่วนลดเริ่มต้น 50% ในการนำไปใช้จ่ายทั้งของกิน ของใช้ กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ สูงสุดวันละ 200 บาทต่อคน บอกเลยว่าคุ้มสุดๆ โดยระยะเวลาโครงการ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568 ประชาชนทั่วไปเริ่มลงทะเบียนวันแรก 20 ตุลาคม 2568 ถ้าอยากรู้แล้วว่ารายละเอียดโครงการมีอะไรบ้าง เราสรุปมาให้แล้วแบบง่ายๆ วิธีลงทะเบียน คนละครึ่ง พลัส 2568 ข้อมูลการลงทะเบียน สำหรับประชาชน เริ่มลงทะเบียนสำหรับประชาชน ผ่านแอปฯ เป๋าตัง วันที่ 20 - 26 ต.ค. 2568 เวลา 06.00 - 22.00 น. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน เป็นผู้มีสัญชาติไทย มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่(1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 ขั้นตอนการลงทะเบียน ดาวน์โหลด แอปฯ เป๋าตัง (อัปเดตให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด) สมัครและเปิดใช้บริการ G Wallet เข้าหน้า G Wallet กดลงทะเบียนรับสิทธิ ได้ตั้งแต่ วันที่ 20 ต.ค. - 26 ต.ค. 2568 เวลา 06.00 - 22.00 น. ผู้ที่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง ผู้ได้รับสิทธิเข้าแอปฯเป๋าตัง และกดแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อเริ่มใช้จ่าย วันที่ 29 ต.ค. - 31 ธ.ค. 2568 เวลา 06.00 - 23.00 น. คนละครึ่งพลัส ใครได้บ้าง สิทธิประโยชน์ ภาครัฐจ่าย 50% (สูงสุดไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน) ผู้ยื่นแบบภาษี : รับสิทธิใช้จ่าย 2,400 บาท/คน ผู้ไม่ยื่นแบบภาษี : รับสิทธิใช้จ่าย 2,000 บาท/คน กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ 2,400 บาท หมายถึง ประชาชนที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับปีภาษี 2567 ได้แก่ : แบบ ภ.ง.ด. 90 (ผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป) แบบ ภ.ง.ด. 91 (ผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงาน ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร ประเภทเดียว) แบบ ภ.ง.ด. 95 (ผู้ได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา) โดยอิงตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ 2,000 บาท หมายถึง ประชาชนที่ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามที่ระบุไว้ข้างต้น ระยะเวลาโครงการ คนละครึ่ง พลัส ใช้ได้ถึงเมื่อไหร่ ระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ระยะเวลาลงทะเบียน 20 ต.ค. 2568 - 26 ต.ค. 2568 คนละครึ่ง พลัส ใช้ได้วันไหน เงินเข้าเมื่อไหร่ ระยะเวลาใช้สิทธิ เริ่มใช้จ่ายได้ ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2568 - 31 ธ.ค. 2568 เวลา 06.00 - 23.00 น. โดยใช้จ่ายผ่าน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง(ใช้สิทธิ์ครั้งแรกภายในวันที่ 11 พ.ย. 2568 ก่อนเวลา 23.00 น. จำนวนสิทธิโดยประมาณ 20 ล้านสิทธิหรือจนกว่าจะครบวงเงินสิทธิในวงเงินไม่เกิน 44,000 ล้านบาท หรือถึงปิดลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่ 26 ตุลาคม 2568 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน ภาพจาก www.คนละครึ่งพลัส.com คนละครึ่งพลัส ใช้ซื้ออะไรได้บ้าง สินค้าที่ร่วมโครงการ อาหารและเครื่องดื่ม (รวมบริการฟู้ดเดลิเวอรี่) สินค้าทั่วไป บริการขนส่งสาธารณะ บริการนวด สปา ทําเล็บทําผม สินค้าที่ไม่ร่วมโครงการ สลากกินแบ่ง เครื่อดื่มแอลกอฮอล์ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกํานัล บัตรเงินสด บริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระสินค้าหรือบริการล่วงหน้า ติดตามรายชื่อร้านอาหาร ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ได้เร็วๆ นี้ ขอบคุณข้อมูลจาก www.คนละครึ่งพลัส.com
ฟู้ด ทิปส์ • 20 ต.ค. 68
อ่าน
ใครลง“คนละครึ่งพลัส”ไม่ทัน เช็คสิทธิคงเหลือได้ตั้งแต่ 21-26 ต.ค.นี้
#ทันหุ้น ใครลง“คนละครึ่งพลัส”ไม่ทัน เช็คสิทธิคงเหลือได้ตั้งแต่21-26ต.ค.นี้กรณีมีสิทธิคงเหลือสามารถลงทะเบียนได้ทางแอปเป๋าตังผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสเตรียมเช็กสิทธิคงเหลือได้ตั้งแต่วันที่21-26ตุลาคม2568เวลา06.00น.เป็นต้นไปที่www.คนละครึ่งพลัส.comกรณีมีสิทธิคงเหลือสามารถลงทะเบียนได้ทางแอปฯเป๋าตังสำหรับวันแรกของการลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสที่รัฐบาลได้เปิดให้ลงทะเบียนเมื่อวานนี้(20 ต.ค.)นายวินิจ วิเศษสุวรณภูมิ โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวว่ามีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯครบภายในวงเงินงบประมาณ44,000ล้านบาทเมื่อเวลาประมาณ16.00น.โดยเป็นการคำนวณวงเงินสิทธิจากจำนวนผู้ลงทะเบียนภายใต้สมมติฐานเบื้องต้นว่าผู้เข้าร่วมโครงการฯแต่ละรายอาจได้รับวงเงินสิทธิสูงสุดที่2,400บาทนอกจากนี้กระทรวงการคลังจะมีการนำข้อมูลของผู้ลงทะเบียนไปตรวจสอบคุณสมบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นมีอายุตั้งแต่16ปีบริบูรณ์ขึ้นไปณวันที่ลงทะเบียนไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลังณวันที่1ตุลาคม2568เป็นต้นเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าวงเงินงบประมาณหรือจำนวนสิทธิคงเหลือกระทรวงการคลังจะนำวงเงินสิทธิคงเหลือมาเปิดให้ลงทะเบียนใหม่จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯตรวจสอบสิทธิคงเหลือจากหน้าแรกของเว็บไซต์www.คนละครึ่งพลัส.comและเข้าไปลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯผ่านแอปพลิเคชัน“เป๋าตัง”ได้ใหม่ในวันนี้คือวันอังคารที่21ตุลาคม2568ในระหว่างเวลา06.00 - 22.00น.สำหรับประชาชนที่ต้องการตรวจสอบคุณสมบัติในส่วนของการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยจะต้องเป็นการยื่นแบบภ.ง.ด. 90,ภ.ง.ด. 91,หรือภ.ง.ด. 95ของปีภาษี2567เท่านั้นและจะต้องยื่นแบบดังกล่าวภายในวันที่30มิถุนายน2568โดยสามารถตรวจสอบวันที่ยื่นแบบได้ด้วยตนเองดังนี้(1)กรณียื่นแบบณสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาสามารถตรวจสอบข้อมูลวันที่ยื่นแบบได้จากใบเสร็จรับเงินที่ได้รับณวันยื่นแบบภาษีเงินได้หรือ(2)กรณียื่นแบบทางอินเทอร์เน็ตสามารถตรวจสอบวันที่ยื่นแบบภาษีเงินได้บนเว็บไซต์ของกรมสรรพากร(https://efiling.rd.go.th/rd-cms/)สำหรับความคืบหน้าของการลงทะเบียนผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯในช่วงที่ผ่านมามีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากข้อมูลสะสมณวันจันทร์ที่20ตุลาคม2568เวลา14.00น.มีร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯดังตารางร้านที่ค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน(ราย)1.ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 223,088 1.1ร้านค้ารายเดิม 86,224 1.2ร้านค้ารายใหม่ 136,8642.ร้านค้าที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการสมัคร 87,976 2.1รอให้ร้านค้าเข้ามากดยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการฯ 82,450 2.2รอดำเนินการตรวจสอบ 5,526ทั้งนี้ผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจและมีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการฯกำหนดสามารถทยอยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯได้อย่างต่อเนื่องเนื่องจากโครงการฯจะเปิดให้เริ่มสแกนรับเงินจากประชาชนได้จริงในวันที่29ตุลาคม2568และร้านค้ายังสามารถลงทะเบียนได้จนกว่ากระทรวงการคลังจะปิดรับสมัครร้านค้าในวันที่19ธันวาคม2568ทั้งนี้ผู้ประกอบการร้านค้าและประชาชนสามารถตรวจสอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯและรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติมได้ทางwww.คนละครึ่งพลัส.com
ทันหุ้น • 21 ต.ค. 68
อ่าน
รัฐบาลเล็งขยายสิทธิ์เพิ่ม“คนละครึ่งพลัส”หลังยอดลงทะเบียนใกล้เต็ม 20 ล้าน
รัฐบาลเล็งขยายสิทธิ์เพิ่ม“คนละครึ่งพลัส”หลังยอดลงทะเบียนใกล้เต็ม 20 ล้าน#ทันหุ้น #คนละครึ่งพลัส รัฐบาลเล็งขยายสิทธิ์เพิ่ม“คนละครึ่งพลัส”หลังยอดลงทะเบียนใกล้เต็ม 20 ล้าน ล่าสุดยอดลงทะเบียนทะลุ 17 ล้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเปิดลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัส ตั้งแต่เวลา 06.00 น. พบว่าล่าสุด ข้อมูล ณ เวลา 10.30 น. มียอดการลงทะเบียนแล้วกว่า 17 ล้านสิทธิ และมีสิทธิคงเหลือประมาณ 3 ล้านสิทธิส่วนกรณีที่ประชาชนมีความต้องการมาก จะมีการข้อเสนอขยายจำนวนสิทธิออกไปหรือไม่นั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า พร้อมรับข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีสิทธิเหลืออยู่ขณะเดียวกัน หากยอดลงทะเบียนครบ 20 ล้านสิทธิภายในวันนี้แล้ว เราจะพิจาณารายละเอียดอีกครั้ง โดยอาจจะมีบางท่านที่ลงทะเบียนไปแล้ว และอาจไม่มีการใช้จ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งต้องมีการใช้จ่ายครั้งแรกภายใน 11 พ.ย.นี้ และเมื่อยอดดังกล่าวเหลือก็จะนำมาเปิดลงทะเบียนอีกครั้ง“ขอขอบคุณประชาชนที่เข้ามาลงทะเบียนอย่างล้นหลาม และระบบของธนาคารกรุงไทย แอปพลิเคชันเป๋าตัง ถือว่ารองรับได้อย่างดีมาก จากการรองรับได้ 1 แสนรายการ/วินาที ขยับเพิ่มเติมเป็นรองรับได้กว่า 3 แสนรายการ/วินาที ตอนนี้อุปสรรคไม่ได้ติดขัดอะไร”สำหรับประชาชนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเป็นผู้ยื่นภาษี แต่ได้รับสิทธิวงเงิน 2,000 บาทนั้น กรณีดังกล่าวจะต้องพิจารณาว่าเป็นผู้ยื่นแบบภาษีปีใด โดยกระทรวงการคลังใช้ฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ในการยื่นแบบภาษีปีปัจจุบัน ฉะนั้น จะต้องตรวจสอบข้อมูลว่าท่านยื่นแบบภาษีในปีใดด้านการเปิดลงทะเบียนร้านค้านั้น ขณะนี้มียอดลงทะเบียนแล้วกว่า 3 แสนราย โดยธนาคารกรุงไทยได้อำนวยความสะดวกเปิดให้บริการช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาด้วย ทั้งนี้ สำหรับสาเหตุที่ต้องมีการยืนยันตัวตนร้านค้า เพื่อป้องกันความปลอดภัย เนื่องจากปัจจุบันมีมิจฉาชีพ สแกมเมอร์ และบัญชีม้า จำนวนมาก///
ทันหุ้น • 20 ต.ค. 68
อ่าน
เปิดเงื่อนไขร้านค้าลงทะเบียนโครงการ”คนละครึ่งพลัส”
#ทันหุ้น โครงการคนละครึ่ง พลัส (โครงการฯ) เปิดลงทะเบียนผู้ประกอบการร้านค้าในวันนี้เป็นวันแรก (วันพุธที่ 15 ตุลาคม 2568) จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568สำหรับรายละเอียดประเภทร้านค้า และการลงทะเบียนร้านค้า ดังนี้1. ประเภทร้านค้า 1.1 เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการร้านค้าฯ) ดังนี้ 1.1.1 ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ 1.1.2 ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านค้าธงฟ้าฯ) ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ 1.1.3 ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 (พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ 1.1.4 ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ) ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ และต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้ 1.2 เป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการบริการฯ) ดังนี้ 1.2.1 ผู้ประกอบการบริการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ 1.2.2 ผู้ประกอบการบริการของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตาม พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ หรือ 1.2.3 ผู้ประกอบการบริการของวิสาหกิจชุมชนตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ ทั้งนี้ ต้องมีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้ และกรณีเป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา จะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย 1.3. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ดังนี้ 1.3.1 ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย 1.3.2 ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น 1.4 เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ) 1.5 เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567 ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการนวด สปา หรือผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย 1.6 ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกสำนักงานเศรษฐกิจการคลังระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 - 52. การลงทะเบียนร้านค้า 2.1 กรณีเป็นผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” 2.2 กรณีเป็นผู้ประกอบการร้านค้าฯ ผู้ประกอบการบริการฯ หรือผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านสาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธ. กรุงไทยฯ) 2.3 กรณีเป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ด้วยการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยตรงกับธนาคารกรุงไทย ทั้งนี้ กรณีผู้ประกอบการตามข้อ 2.1 และข้อ 2.2 หากไม่ปรากฏข้อมูลการประกอบกิจการของผู้ประกอบการดังกล่าวในฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ (ไม่มีแบนเนอร์ “คนละครึ่ง พลัส” ขึ้นแสดงในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”) จะต้องได้รับการยืนยันว่าร้านค้ามีการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทยหรือกรุงเทพมหานครมอบหมาย แล้วแต่กรณี ก่อน จึงนำใบสมัครไปยื่นผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยข้อมูลเพิ่มเติม1. เว็บไซต์โครงการฯ: ติดตามรายละเอียดโครงการฯ และข้อมูลข่าวสารได้ทาง www.คนละครึ่งพลัส.com2. ศูนย์ช่วยเหลือสำหรับประชาชน:2.1 ติดต่อสอบถาม โทร. 0 2111 1122 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง2.2 ตรวจสอบผลการลงทะเบียนหรือวงเงินคงเหลือ โทร. 0 2111 1122 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง3. ศูนย์ช่วยเหลือสำหรับร้านค้า:3.1 ติดต่อเกี่ยวกับรายการรับเงินภาครัฐ และการใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โทร. 0 2111 1111 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง3.2 ตรวจสอบสถานะลงทะเบียนร้านค้า โทร. 0 2111 1122 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง4. สอบถามข้อมูลโครงการฯ: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 0 2273 9020 ต่อ 3510 3238 3313 3512 3532 หรือ 3502 ตั้งแต่วันจันทร์ - ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 - 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
ทันหุ้น • 15 ต.ค. 68
สิทธิพิเศษ
ทรูมูฟเอช
บริษัทสมาชิก เป็น ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จำหน่ายสินค้าและบริการภายใต้ตราสินค้า ทรูมูฟ เอช
Voice/Data • 1 ม.ค. 67
สิทธิพิเศษ
ทรูมูฟเอช
บริษัทสมาชิก เป็น ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จำหน่ายสินค้าและบริการภายใต้ตราสินค้า ทรูมูฟ เอช
Voice/Data • 1 มิ.ย. 67
อ่าน
วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ
ทราเวล ทิปส์ • 18 ก.ย. 68
อ่าน
ตลท.รับจดทะเบียน 4 DR ใหม่อ้างอิงหุ้น- ETF สหรัฐฯ เริ่มซื้อขาย 15 ก.ย.นี้
#ทันหุ้น - ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รับจดทะเบียนDR4หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นและETFที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด (Yuanta)เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย15กันยายน2568นี้ ผู้สนใจศึกษารายละเอียด DR ใหม่ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th หรือบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์คือ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด https://dr.yuanta.co.th หรือศึกษาผลิตภัณฑ์ DR เพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th/dr
ทันหุ้น • 12 ก.ย. 68
อ่าน
คู่มือโอนรถปี 2568: เตรียมพร้อมไว้ ไม่เสียเวลา ไม่เสียเงิน!
ปี 2568 นี้ สำหรับใครที่กำลังจะซื้อหรือขายรถยนต์มือสอง เรื่องหนึ่งที่ต้องรู้ไว้เลยก็คือ "ค่าโอนรถยนต์" ครับ! อย่าเพิ่งคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าเบื่อ เพราะถ้าไม่รู้หรือไม่เตรียมตัวให้พร้อม อาจมีเรื่องวุ่นวายตามมาได้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องนี้แบบเข้าใจง่ายๆ พร้อมเคล็ดลับที่จะทำให้การโอนรถของคุณราบรื่นเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม: จ่ายอะไรบ้าง? หลายคนอาจคิดว่าค่าโอนรถก็แค่ค่าโอน แต่จริงๆ แล้วมันมีค่าใช้จ่ายยิบย่อยที่เราต้องรู้ครับ ค่าธรรมเนียมการโอน: อันนี้ถูกสุดๆ แค่ 100 บาท ค่าคำขอโอน: จิ๊บๆ เพียง 5 บาท ค่าอากรแสตมป์: อันนี้แหละตัวสำคัญ! คิดเป็น 500 บาท ต่อราคารถยนต์ 100,000 บาท ถ้าซื้อรถมา 500,000 บาท ก็ต้องจ่าย 2,500 บาท แต่ถ้าซื้อมาแค่ 80,000 บาทก็จ่ายแค่ 400 บาท ค่าตรวจสภาพรถยนต์: ถ้าเจ้ารถคู่ใจของคุณมีอายุเกิน 7 ปี (สำหรับรถยนต์) หรือเกิน 5 ปี (สำหรับมอเตอร์ไซค์) ต้องเข้าตรวจสภาพที่กรมการขนส่งฯ ก่อน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 150 - 200 บาท เอกสารพร้อม! โอนรถได้เลย! เตรียมเอกสารให้ครบ รับรองว่าไม่เสียเที่ยวแน่นอนครับ! สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ฉบับจริง: ตัวจริงเท่านั้นนะครับ! ห้ามใช้สำเนาเด็ดขาด บัตรประชาชน: ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย อย่างละฉบับ หนังสือมอบอำนาจ: ถ้าใครคนใดคนหนึ่งไม่ว่างมา ก็ต้องมีหนังสือนี้พร้อมติดอากรแสตมป์ด้วย เอกสารอื่นๆ: เช่น สัญญาซื้อขาย หรือใบเสร็จรับเงิน (มีไว้ก็ดีครับ อุ่นใจกว่า) ขั้นตอนง่ายๆ ไปกรมการขนส่งฯ ได้เลย! ไปตรวจสภาพ: สำหรับรถที่เข้าเกณฑ์ ก็ขับไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพก่อนเลย (รถยนต์ส่วนบุคคลที่มีอายุเกิน 7 ปี, รถจักรยานยนต์เกิน 5 ปี หรือรถที่มีการดัดแปลงสภาพ) ยื่นเอกสาร: นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่แผนกรับคำขอโอนรถ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องให้ จ่ายเงิน: เมื่อเอกสารผ่าน เจ้าหน้าที่จะแจ้งค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก็จ่ายตามยอดนั้นได้เลย รอรับสมุดใหม่: ขั้นตอนสุดท้ายคือการรอเจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขข้อมูลในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ และลงชื่อเจ้าของคนใหม่ เท่านี้ก็เรียบร้อย! บทสรุป: โอนง่าย ถ้าเตรียมพร้อม! การโอนรถยนต์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ หากคุณเตรียมเอกสารและทำความเข้าใจเรื่องค่าใช้จ่ายให้ดี การเดินทางไปกรมการขนส่งฯ ก็จะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใช้เวลาไม่นาน ที่สำคัญคือการทำเรื่องให้ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณสบายใจ หายห่วงเรื่องปัญหากฎหมายที่อาจตามมาในอนาคตครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 10 ก.ย. 68
อ่าน
ลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย เริ่ม 25 สิงหาคม ทำง่ายๆ แค่ 2 ขั้นตอน
กระทรวงคมนาคมร่วมกับกรุงเทพมหานคร เตรียมเปิดให้ประชาชน ลงทะเบียนใช้สิทธิค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไปวิธีการลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย - ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งรองรับทั้งระบบ iOS และ Android- เพียงกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก พร้อมข้อมูลบัตร Rabbit หรือบัตร EMV (Visa/Mastercard) ที่จะใช้เดินทางผู้ที่ลงทะเบียน สามารถรับสิทธิ์โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำ และหากไม่ลงทะเบียนจะต้องจ่ายอัตราปกติ “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” เริ่มเปิดบริการเมื่อไร - มีสายอะไรบ้างเริ่มใช้งานจริง 1 ตุลาคม 2568 ครอบคลุมรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 8 สาย 13 เส้นทาง 194 สถานี ระยะทางรวม 276.84 กม.4 สายแรกที่ใช้ Rabbit Card ได้: สายสีเขียว, สีทอง, สีเหลือง และสีชมพู6 สายที่ใช้บัตร EMV ได้: สายสีแดง, สีน้ำเงิน, สีม่วง, สีชมพู, สีเหลือง และ ARL (แอร์พอร์ต เรล ลิงค์)ข้ามสายต้องใช้ 2 บัตร แต่จ่ายไม่เกิน 20 บาท/เที่ยวระบบจะพัฒนาเพิ่มการจ่ายผ่าน QR Code เพื่อความสะดวกในอนาคต นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า ระบบการลงทะเบียนจะไม่ล่ม พร้อมชี้ว่า มาตรการนี้เป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลที่มุ่งลดค่าครองชีพและสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่างเท่าเทียม ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่า จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าขึ้นอย่างน้อย 20% และลดรถยนต์บนถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
TNN ช่อง16 • 23 ก.ค. 68
อ่าน
ขั้นตอนการย้ายสิทธิบัตรทอง 2568 ทำออนไลน์ง่าย ใช้สิทธิได้ทันที
ขั้นตอนการย้ายสิทธิบัตรทอง 2568 ฉบับเข้าใจง่ายการย้ายสิทธิบัตรทอง หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (UC) เป็นบริการจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่เปิดให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนหน่วยบริการประจำได้สะดวก โดยไม่ต้องย้ายทะเบียนบ้าน และสามารถดำเนินการได้ถึง 4 ครั้งต่อปีปัจจุบันสามารถดำเนินการได้ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมเริ่มใช้สิทธิใหม่ได้ทันทีหลังระบบอนุมัติช่องทางการย้ายสิทธิบัตรทอง1. ช่องทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน “สปสช.” (Android/iOS)ผ่าน LINE Official Account พิมพ์ค้นหา @nhso2. ช่องทางออฟไลน์โรงพยาบาลรัฐใกล้บ้าน / รพ.สต. / ศูนย์สุขภาพชุมชนสำนักงาน สปสช. อาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ (กรุงเทพฯ) เอกสารที่ใช้ในการย้ายสิทธิบัตรประชาชนตัวจริงถ้าที่อยู่ตรงกับบัตรประชาชน ใช้เพียงบัตรประชาชนถ้าที่อยู่ไม่ตรง ต้องแนบเอกสารเพิ่มเติม เช่นหนังสือรับรองจากเจ้าบ้านหรือผู้นำชุมชนสำเนาทะเบียนบ้านสัญญาเช่าหรือใบเสร็จค่าน้ำไฟที่มีชื่อผู้ขอหากมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประชาชนของทั้งผู้มอบและผู้รับมอบวิธีดำเนินการผ่านแอปฯ สปสช. หรือ LINE1. ลงทะเบียนหรือล็อกอินผ่านแอปฯ หรือ LINE @nhso2. กรอกเลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และยืนยันตัวตน3. เลือกเมนู “เปลี่ยนหน่วยบริการ”ถ้าที่อยู่ตรงกับบัตร อัปโหลดภาพบัตรประชาชน + เซลฟี่ถ้าที่อยู่ไม่ตรง แนบเอกสารเพิ่มเติม4. เลือกหน่วยบริการใหม่ เช่น โรงพยาบาลที่ใกล้ที่พัก5. ยืนยันข้อมูล และส่งคำขอ6. ตรวจสอบสถานะในเมนู “ตรวจสอบสิทธิ” กรณีเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ใบสูติบัตรเด็ก หรือบัตรประชาชนทะเบียนบ้าน หรือหลักฐานแสดงที่พักสำเนาบัตรประชาชนผู้ปกครองสามารถให้ผู้ปกครองดำเนินการแทนได้ทั้งออนไลน์และที่หน่วยบริการข้อควรรู้เกี่ยวกับการย้ายสิทธิบัตรทองย้ายสิทธิได้สูงสุด 4 ครั้งต่อปีไม่จำเป็นต้องย้ายทะเบียนบ้านสิทธิใหม่มีผลทันทีหลังส่งคำขอสำเร็จย้ายได้ทั้งกรณีในจังหวัดเดียวกันหรือข้ามจังหวัดโทร. 1330 สายด่วน สปสช. ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
TNN ช่อง16 • 23 ก.ค. 68
อ่าน
รายชื่อ 8 โรงพยาบาลเอกชนในกทม. เปิดรับลงทะเบียน-ย้ายสิทธิบัตรทอง
นพ.วีระพันธ์ ลีธนะกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า กรุงเทพมหานครนอกเหนือจากการเป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนในการเข้าถึงบริการ ยังมีหน่วยบริการที่จำกัด โดยเฉพาะในส่วนของหน่วยบริการภาครัฐ เมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรในกทม. ที่มีจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ส่งผลต่อการเข้าถึงบริการของประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง 30 บาท8 โรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ กทม. เปิดรับลงทะเบียน/ย้ายสิทธิบัตรทอง 30 บาท ดังนั้น ที่ผ่านมา สปสช.จึงได้ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มให้กับประชาชนผู้ใช้สิทธิ โดยล่าสุดในส่วนของหน่วยบริการปฐมภูมิ สปสช. ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่เพิ่มเป็น 8 แห่ง ในการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วสปสช. จึงขอเชิญชวนประชาชนที่ต้องการลงทะเบียนหรือย้ายหน่วยบริการปฐมภูมิ สามารถเลือกโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมนี้ได้ ซึ่งขณะนี้มีผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้ลงทะเบียนแล้วเป็นจำนวน 46,339 คนแล้ว โรงพยาบาลเอกชน 8 แห่งที่เข้าร่วมระบบบัตรทองทั้งนี้ โรงพยาบาลเอกชน 8 แห่งที่เข้าร่วมระบบบัตรทอง มีดังนี้1. โรงพยาบาลเพชรเวช (เขตห้วยขวาง) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 14,642 คนโทร. 13902. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช ธนบุรี (เขตราษฎร์บูรณะ)มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 11,300 คนโทร. 02-427-9966 ต่อ 512,515 มือถือ 064-183-32373. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช สีลม (เขตบางรัก) มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 7,129 คนโทร. 02-635-7123 /มือถือ 083-945-85914. โรงพยาบาลบางนา 1 (เขตบางนา)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 6,602 คนโทร. 02-746-8630-85. โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา (เขตสวนหลวง) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 4,269 คนโทร. 02-314-07276. โรงพยาบาลเดอะซีพลัส ประเวศ (เขตประเวศ)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 1,178 คนโทร. 02-322-95557. โรงพยาบาลมิตรประชา (เขตภาษีเจริญ) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 910 คนโทร. 02-455-55998. โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 3 (เขตบางนา)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 282 คนโทร. 064-569-9098 ลงทะเบียนเรียบร้อยเข้ารับบริการโดยตรงได้ที่โรงพยาบาลลงทะเบียนนพ.วีระพันธ์ กล่าวต่อว่า สปสช. ขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งผู้ที่มีทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ หรือผู้ที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนมาในพื้นที่ สามารถลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการปฐมภูมิและหน่วยบริการประจำได้ ติดต่อได้ที่โรงพยาบาลเอกชนทั้ง 8 แห่งข้างต้นนี้ เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วสามารถเข้ารับบริการโดยตรงได้ที่โรงพยาบาลลงทะเบียน หรือดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน สปสช. หรือ ไลน์ OA สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) เลือกเปลี่ยนหน่วยบริการและดำเนินการตามขั้นตอน โดยสามารถเปลี่ยนหน่วยบริการได้ถึง 4 ครั้งต่อปี และจะได้รับสิทธิทันที ไม่ต้องรอนาน 15 วันเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้สำหรับเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ คือบัตรประชาชน สำหรับเด็กเล็กที่ไม่มีบัตรประชาชนใช้สูติบัตรคู่กับบัตรประชาชนของผู้ปกครอง อย่างไรก็ดีหากไม่สะดวกก็สามารถมาย้ายหน่วยบริการด้วยตนเองได้ที่ ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพ สปสช. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารบี ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. หรือ โทร. สายด่วน สปสช. 1330 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการส่วนกรณีผู้ที่มีทะเบียนบ้านไม่ตรงกับที่พักอาศัยในปัจจุบัน ให้แสดงหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ หนังสือรับรองของเจ้าบ้าน ผู้นำชุมชน ผู้ว่าจ้าง นายจ้าง หรือทำหนังสือรับรองตนเอง รวมไปถึงเอกสารหรือหลักฐานที่มีชื่อของผู้ที่ต้องการเปลี่ยนหน่วยบริการ เช่น ใบเสร็จค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเช่าที่พัก สัญญาเช่าที่พัก เป็นต้นอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเจ็บป่วยเล็กน้อย 42 อาการ หาหมอออนไลน์ด้วยสิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่ครบ 6 เดือนรัฐบาลแพทองธาร ประชาชนชื่นชมหลายนโยบาย พอใจ “30 บาท รักษาทุกที่” มากสุดนายกฯ ยืนยัน 30 บาทรักษาทุกที่ ไม่มีทางปล่อยให้โครงการล้มแน่นอน
TNN ช่อง16 • 21 ก.ค. 68
อ่าน
"ETDA" คุมเข้ม 19 แพลตฟอร์ม"ออนไลน์"ชื่อดัง
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ ธพด. 4/2568 เรื่อง กำหนดรายชื่อบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้า ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 20 แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ.2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไปสาระสำค้ญคือ การให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้า ตามบัญชีแนบท้ายประกาศฉบับนี้ เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะอันเนื่องมาจากความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางการเงินและพาณิชย์ ความน่าเชื่อถือและยอมรับในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสาธารณชน และมีผลกระทบในระดับสูงที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ตามมาตรา 18 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 และมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 20 แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 สำหรับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้าที่มีหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรา 20 แห่งพระราชกฤษฎีกา การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 มีดังนี้1.ช้อปปี้ (Shopee)2.ลาซาด้า (Lazada)3.ประกาศซื้อขายรถยนต์มือสอง (One2car.com)4.Grab5.ขายดี (Kaidee.com)6.SIA E-AUCTION SYSTEM7.LINE SHOPPING8.อาลีบาบา (Alibaba)9.Nocnoc10.อลีเอ็กซ์เพรส (AliExpress)11.ดิสช็อป (Thisshop)12.รักเหมา (Rakmao) 13.Taobao14.เอสซีจีโฮม (SCGHome)15.วันสยาม แอพพลิเคชั่น (ONESIAM Application)16.เรดดี้พลาสติก อ๊อคชั่น (ReadyPlastic Auction)17.รูทส์แพลตฟอร์ม (ROOTS platform)18.เทอมู (TEMU)19.eBayสำหรับประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
TNN ช่อง16 • 14 ก.ค. 68
อ่าน
ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว “บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ” ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ “Your Data” ซึ่งช่วยให้ประชาชนใช้ข้อมูลของตนเองในการเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น บริการดังกล่าว ช่วยให้ประชาชนที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีค่าน้ำหรือค่าไฟ สามารถเรียกดูและดาวน์โหลดประวัติการชำระย้อนหลัง 6 เดือนของตนเองผ่านแอป “ทางรัฐ” ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นช่องทางใหม่ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ที่ไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว สามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมวิธีลงทะเบียนผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” จากนั้นเลือกเมนู “การเงิน/ประกัน” และเข้าสู่ “ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน” เลือกหน่วยงานที่ต้องการ ระบุหมายเลขมิเตอร์ ตรวจสอบข้อมูล และยืนยันคำขอ ระบบจะจัดเก็บเอกสารไว้ในโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ เพื่อนำไปยื่นขอสินเชื่อต่อไปทั้งนี้ การขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์มาก เพราะสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อให้กับผู้มีวินัยในการจ่ายค่าน้ำ - ค่าไฟ เพราะข้อมูลที่แสดงพฤติกรรมการจ่ายที่ดี จะส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อในทางบวก “โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญของรัฐในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูลของตนเอง” เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มที่เคยขาดหลักฐานทางรายได้ในรูปแบบเดิมรัฐบาลเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเปิดประตูการเงินให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเข้าถึงเงินทุนได้อย่างเสมอภาค พร้อมก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ทั้งนี้ บริการดังกล่าวเริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อที่รองรับเอกสารดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th " นางสาวศศิกานต์ กล่าว
TNN ช่อง16 • 13 ก.ค. 68
ดูเพิ่มเติม