TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “办理假肯塔基州公用事业账单{官网:bbzz58.com}-专业办理假肯塔基州公用事业账单{官网:ban58.com}-辉县办理假肯塔基州公用事业账单哪里有-可以找办理假肯塔基州公用事业账单3u” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน 21 มิ.ย.นี้ .ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันที
#ทันหุ้น คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน21มิ.ย.นี้.ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันทีด่วนแจ้งเตือนผู้ถือ"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"รุ่นปัจจุบัน13.18ล้านคนรีบลงทะเบียนรับส่วนลด"ค่าไฟ-ค่าน้ำ"ภายใน19มิ.ย.นี้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงการคลังได้เปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน)ได้ยืนยันตัวตนเพื่อขอรับสิทธิ์การถือบัตรดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.เป็นต้นมา จนถึงขณะนี้ ได้รับรายงานว่า ยังมีผู้ถือบัตรคนจนยังไม่มายืนยันสิทธิ์จำนวนประมาณ 1 ล้านคน หากไม่มายืนยันสิทธิ์ภายในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ จะถือว่า ไม่ประสงค์ขอรับสิทธิ์ถือบัตรคนจน ซึ่งกระทรวงการคลังจะติดสิทธิ์ทันที“เราประเมินว่า ผู้ที่ไม่มายืนยันตัวตน อาจจะไม่ต้องการถือบัตรคนจน เนื่องจาก มีรายได้เกินเกณฑ์แล้ว”ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากระทรวงการคลังได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรุ่นปัจจุบันจำนวน13.18ล้านคนที่ลงทะเบียนตั้งแต่ปี65รีบดำเนินการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคทั้งค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาโดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเป็นวันสุดท้ายในวันที่19มิ.ย.นี้ก่อนเวลา16.30น.เท่านั้นย้ำหากพ้นกำหนดจะไม่สามารถรับสิทธิ์ในรอบนี้ได้ทันที“ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ทันต่อการจัดสรรงบประมาณเยียวยาในช่วงครึ่งปีหลังโดยการลงทะเบียนครั้งนี้จะเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพสำหรับรอบบิลค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาประจำเดือนก.ค.69ถึงรอบบิลส.ค. 69”สำหรับช่องทางลงทะเบียนส่วนลดค่าไฟฟ้า ให้เลือกตามหน่วยงานในพื้นที่ของตัวเอง การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://meaeservice.mea.or.th/welfare สายด่วน: โทร. 1130 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์:https://welfareregis.pea.co.th/Register สายด่วน: โทร. 1129 และกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ (กฟส.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://walfareregis.sea.co.th หรือโทร. 086-848-1284ส่วนช่องทางลงทะเบียนส่วนลดค่าน้ำประปาพื้นที่การประปานครหลวง(กปน.)ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://eservicesapp.mwa.co.th/ES/MWAWelfareServletหรือสายด่วนโทร. 1125และการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://register.pwa.co.th/welfare-register.htmlหรือสายด่วนโทร. 1662
ทันหุ้น • 16 มิ.ย. 69
อ่าน
ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
หวยวันที่ 1 เมษายน 2569 งวดนี้ออกอะไร มา ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 ตรวจเลขท้าย 3 ตัว ตรวจเลขท้าย 2 ตัว และรางวัลอื่นๆ ครบทุกรางวัลกันได้ที่นี่เลย หวยงวดวันที่ 1 เมษายน 2569 นี้หวยวันออกอะไรบ้าง TrueID Horoscope มีให้คุณได้ตรวจกันทุกรางวัล พร้อมรายละเอียดครบครัน หากถูกหวย ถูกรางวัลสลากดิจิทัล / สลากทั่วไป ต้องขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท และ จุดจําหน่ายสลากราคา 80 บาท มาเช็คกันได้เลย โดยคุณสามารถติดตามผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 เมษายน 2569 ตามเวลาออกอากาศได้ที่ช่องอมรินทร์ทีวีช่องไทยรัฐทีวี ตรวจหวย งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 ตรวจหวย รางวัลที่ 1 งวดประจำ วันที่ 1 เมษายน 2569 รางวัลละ 6,000,000 บาท 292514 ตรวจหวย รางวัลเลขหน้า 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 406 113 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 851 098 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 2 ตัว 1 รางวัลๆ ละ 2,000 บาท 47 ตรวจหวย รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท 292513 292515 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท 491941 730992 381790 865308 276356 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท 030158 004579 813180 687640 487893 500244 129247 617221 197088 545393 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท 042330 676520 709110 372875 359109 731246 407928 580059 380592 300280 087837 246542 109229 749940 458151 903204 635067 534193 849259 792441 176304 820763 635350 838541 791935 458029 935926 397622 271839 296599 921227 337839 075461 101818 451401 197553 092869 013473 168852 368651 905611 446249 045400 128592 743917 398495 788225 323800 761829 021194 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท 073445 189029 224323 978092 178232 560876 144902 961660 946965 786008 063019 527304 064264 575825 443538 437489 011457 131887 209872 484187 142533 495163 489851 843454 753194 684611 755515 715385 042727 616595 437053 405436 764199 033938 107309 738578 263052 042268 751589 895575 581870 520468 684178 374934 043015 188600 829189 969503 267956 224460 464963 980041 629646 321191 566905 283793 637544 874151 672322 712328 989259 230826 669930 456060 323975 938158 676838 538210 731068 951109 944944 768138 513096 383606 868974 201857 496887 349831 708860 710743 550380 611148 665874 525809 316043 682252 460073 952713 500201 786782 556681 716818 154464 251253 264086 755992 955113 065689 107453 486789 กรุณาตรวจสอบความถูกต้องกับสำนักงานสลาก กินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท เป๋าตัง ถูกหวย ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท เช็ค วิธีขึ้นเงิน และ ค่าธรรมเนียม ได้ที่นี่ สถานที่ขึ้นเงินรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล มีอยู่หลายแห่ง และมีหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งจะมีอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัลแตกต่างกันไป รวมถึงหลายคนคงสงสัยว่า ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท จากเป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว ทั้ง วิธีขึ้นเงิน "สลากดิจิทัล 80 บาท จากแอปฯ เป๋าตังค์" และ "สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ซื้อจากแผงขายลอตเตอรี่" ดังนี้ ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน หักเงินกี่บาท ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ เมื่อถูกหวยสลากดิจิทัล 80 บาท ที่ซื้อผ่านแอปฯ เป๋าตัง เงินรางวัลจะโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชันเป๋าตัง ดังนั้นผู้ที่ซื้อสลากดิจิทัล 80 บาทขึ้นเงินได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ช่องทางที่ 1 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทย ผูกบัญชีเพื่อเข้ารับรางวัลสลากดิจิทัลบนแอปฯ เป๋าตัง โดยเปิดแอปฯ แล้วเลือก อื่นๆ จากนั้นให้เลือก ตั้งค่า ผูกบัญชีรับเงินรางวัล หากถูกรางวัลสลากดิจิทัล แอปฯ เป๋าตังจะแจ้งเตือนว่าคุณถูกรางวัล ภายในไม่เกิน 19.00 น. ของวันที่ออกรางวัลงวดนั้นๆ กดที่แจ้งเตือน หรือไปที่เมนู "สลากของฉัน" ในแอปฯ เป๋าตัง กดเลือก รับรางวัลผ่านบัญชีกรุงไทย ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการผูกบัญชี ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแจ้งว่าขึ้นเงินรางวัลสำเร็จ จากนั้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้ ภายใน 12 ชั่วโมง โดยเสียค่าธรรมเนียม 1% และค่าภาษีอากรสแตมป์ 0.5 % ของเงินรางวัล หมายเหตุ เมื่อถูกรางวัลสลากดิจิทัล จะต้องกดยืนยันวิธีการรับเงินภายใน 15 วัน หากเกินกำหนดจะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น หากถูกสลากดิจิทัลรางวัลที่หนึ่ง จะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น ส่วนรางวัลอื่นๆ สามารถขึ้นเงินผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ตามปกติ ช่องทางที่ 2 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัล ด้วยตัวเอง ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ หากต้องการขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเองที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เมื่อได้รับแจ้งเตือนว่าถูกรางวัลสลากดิจิทัล สามารถกดที่การแจ้งเตือน แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้ เลือก ขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเอง เลือกวันที่ต้องการไปขึ้นรางวัล ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการขึ้นเงินรางวัล ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแสดงว่าทำรายการสำเร็จ เมื่อถึงวันที่เลือกไว้แล้ว ก็สามารถไปขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลได้ที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 คลิกดูแผนที่ได้ที่นี่วิธีนี้จะเสียค่าอากรสแตมป์ 0.5% ของเงินรางวัล ถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไป ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท หากคุณถูกหวยจากสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไปที่ขายตามแผงต่างๆ สามารถนำไปขึ้นเงินได้ตามที่ต่างๆ ดังนี้ 1.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนามบินน้ำ)วันและเวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30-15.00 น. ไม่หยุดพักกลางวัน เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ หรือ กรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) จุดขึ้นเงินรางวัล : ชั้น 1 ห้องจ่ายรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : จะคิดเป็นร้อยละ 50 สตางค์ของมูลค่าเงินรางวัลที่ถูกสลาก หรือ 0.5% ของเงินรางวัล 2. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) และธนาคารออมสิน วันและเวลาทำการ : ตามเวลาทำการของแต่ละสาขา โดยจะจ่ายตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันออกรางวัลในงวดนั้นๆ ไปจนถึงเวลา 12.00 น.ของวันออกรางวัลในงวดถัดไป (ไม่รับขึ้นเงินรางวัลที่หนึ่ง) เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือกรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : ค่าธรรมเนียม 1% และค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของมูลค่าเงินรางวัล รวมเป็น 1.50% ของมูลค่าเงินรางวัล (อาจมีค่าธรรมอื่นๆ เพิ่มเติม โปรดสอบถามธนาคารอีกครั้ง) สำหรับสลากการกุศล ผู้ขอรางวัล ต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1 ของเงินรางวัล 3.แผงล็อตเตอรี่ สำหรับแผงลอตเตอรี่ที่ติดป้าย รับขึ้นเงินรางวัล โดยส่วนใหญ่คิดค่าธรรมเนียม 2 - 3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.50%) ของมูลค่าเงินรางวัล 5.ร้านทอง คิดอัตราค่าธรรมเนียม 1-3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.5%) ทั้งนี้ ไม่ว่าจะถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลใดก็ตาม อย่าลืมรีบไป "ขึ้นเงิน" หรือขอรับเงินรางวัลภายใน 2 ปี สำหรับสลากทั่วไป และภายใน 1 ปีสำหรับสลากดิจิทัล นับจากวันออกรางวัลสลากฯงวดนั้นๆ เพราะหากเกินกำหนดจะถูกนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ตรวจสอบรายชื่อจุดจําหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาท ในโครงการสลาก 80 กองสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเริ่มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาทตามจุดจำหน่ายต่างๆ ในกทม. และนนทบุรี งวดแรก 17 มกราคม 2565 และจะขยายจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 ทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป โดยท่านสามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายได้ดังนี้ วิธีที่ 1 เช็ครายละเอียดจุดจําหน่ายผ่านเว็บไซต์ คลิกดูจุดจำหน่าย คลิกที่นี่โดยสามารถเลือกเขตของจุดจำหน่ายที่คุณสะดวกได้เลย วิธีที่ 2 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เปิดแอปพลิเคชัน แล้วค้นหาจุดจําหน่าย GL0 Official Sellers ตามขั้นตอนดังนี้ เปิดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เลือกเมนู เลือกจุดจําหน่ายสลาก พิมพ์ GOs ในช่องค้นหาสถานที่ ตรวจหวย ย้อนหลัง และ แคปชั่นวันหวยออก ที่น่าสนใจ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 เมษายน 2568 ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 30 ธันวาคม 2565 สถิติหวยออกเดือนมีนาคม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันที่ 30 ธันวาคม คม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันพฤหัสบดีย้อนหลัง 10 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกวันพฤหัสบดี 166 แคปชั่นวันหวยออก 2565 มาใหม่! แคปชั่นเลขเด็ด คำคม เพื่อสายอ่อย สายฮา จัดมาครบ เด็ดๆ โดนๆ! 60 แคปชั่นหวยกิน ฮาๆ ขำๆ คำคมเลขเด็ด จัดเซ็ตเพื่อสายอ่อย สายฮา ในวันหวยออก 30 แคปชั่นอ่อย วันหวยออก 2565 มาใหม่! ชอบเลขไหนก็หยิบเอา แต่ถ้าชอบเราก็จีบได้ โพสต์ไปอาจได้แฟน! ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลย้อนหลังรู้ผลทันที หากยังอ่านดวงไม่จุใจ ติดตามอ่านดวงแบบอื่นๆ ได้ที่นี
เลขมงคล • 1 เม.ย. 69
อ่าน
ลูกค้าทรูห้ามพลาด ส่วนลด 60 บาท ที่ TrueCoffee พร้อมเช็กสาขาที่ร่วมรายการ
ลูกค้าทรูห้ามพลาด! รับส่วนลดทรูคอฟฟี่ 50% สำหรับเมนู Americano, Clear Matcha และ Boran พร้อมสิทธิ์พิเศษนำใบเสร็จแลกรับส่วนลด Accessories สูงสุด 60 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ เช่น Galaxy Watch7, Buds3 หรือเคส Baseus ที่ True Shop และ dtac Shop 28 สาขาที่กำหนด รีบเช็กเงื่อนไขและพิกัดด่วนเพื่อความคุ้มค่าที่สุด ลูกค้าทรูห้ามพลาด ส่วนลด 60 บาทที่ TrueCoffee พร้อมเช็กสาขาที่ร่วมรายการ ลูกค้าทรู รับส่วนลด 50% สำหรับเครื่องดื่มทรูคอฟฟี่ที่ร่วมรายการ (Americano (Hot/Iced) / Clear Matcha/ Boran) ทุกขนาด และนำใบเสร็จไปเป็นส่วนลด accessories ที่ทรู และ ดีแทค ช้อป คลิกเพื่อรับส่วนลดที่ร้าน TrueCoffee ได้ที่นี่ เงื่อนไข 1.โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย / ภาพบันทึกหน้าจอ ( Screenshot ) สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้ กรุณาแสดงรหัสที่ได้รับที่แคชเชียร์ก่อนใช้สิทธิ์ ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่น และไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือเงินทอนได้ เครื่องดื่มที่ร่วมรายการ : Americano (Hot/Iced) / Clear Matcha/ Boran ทุกขนาด สำหรับสิทธิพิเศษทรูคอฟฟี่ ส่วนลด 50% สำหรับเครื่องดื่มทรูคอฟฟี่ที่ร่วมรายการ สามารถใช้ได้ที่ ทรูคอฟฟี่ทุกสาขา ยกเว้น สาขาน่าน ลูกค้าสามารถนำใบเสร็จรับเงิน จากการซื้อเครื่องดื่มโปรโมชั่นนี้ที่ร้านทรูคอฟฟี่เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ (ใบเสร็จมีอายุการใช้งานภายใน 1 วัน) ไปแสดงเพื่อเป็นส่วนลดสำหรับซื้อสินค้า Accessories ที่ร่วมรายการได้ที่ True และ Dtac Shop ทั่วประเทศ ใบเสร็จทรูคอฟฟี่ 1 ใบเสร็จ ต่อการซื้อสินค้า Accessories ที่ร่วมรายการ 1 ชิ้น โดยรับส่วนลดสูงสุด 60 บาท เท่านั้น ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สาขาทรูคอฟฟี่ที่ร่วมรายการ ดังนี้ True Sphere Happy and Healthy Bike lane True Shop The Mall Bangkapi True Shop The Mall Bangkae True Shop Chamchuri Square True Shop Central World 4Fl. True Branding Shop Emsphere True Shop Emquartier True Shop Terminal 21 True Sphere Retail Branding Siam Paragon True Shop Central Festival East Ville True Shop Central Khonkaen True Shop Central Plaza Udonthani True Shop Central Rama 3 True Shop Central Ladprao True Shop Central Rama 2 True Shop The Mall Nakhonratchasima 3Fl True Shop Central Chaengwattana True Shop Central Pinklao 3Fl. True Shop Central Plaza Westgate True Shop Future Park Rangsit True Shop Mega Bangna True Branding Shop One Bangkok True Shop Central Festival Chiangmai True Shop Central Plaza Rayong True Shop Central Festival Hatyai True Shop Central Plaza Nakhonsithammarat True Shop Central Plaza Nakhonratchasima True Branding Shop CP Tower True Branding Shop Siam Square Soi 2 True Branding Shop Siam Square Soi 3 True Sphere Branding Shop Lotus North Ratchapruek True Branding Shop Central Embassy True Sphere Bluport Huahin True Sphere @ Icon Siam True Sphere Central Festival EastVille True Sphere Central Plaza Nakhonratchasima True Sphere Central West Gate True Sphere Central World True Sphere Emquartier True Sphere Future Park Rangsit True Sphere Mega Bangna True Kiosk The Eight Thonglor True Shop Seacon Square 2 True Branding Shop Dusit Central Park (New shopping mall) True Tower True Tower 28 floor Digital Park (Flagship) Digital Park Fl.1 Digital Park Fl.6 TDPK Phase 2 Fl.3 รายชื่อสินค้าที่ร่วมรายการ ดังนี้ BAND,SS,FIT3,GY BAND,SS,FIT3,PK BAND,SS,FIT3,SL WATCH,WATCH7 ULTRA,GRAY WATCH,WATCH7 ULTRA,SILVER WATCH,WATCH7 ULTRA,WHITE WATCH,WATCH7,44,GREEN WATCH,WATCH7,40,CREAM WATCH,WATCH7,40,GREEN WEAR,SS,BUD3 PRO,SILVER WEAR,SS,BUD3 PRO,WHITE WEAR,SS,BUD3,SILVER WEAR,SS,BUD3,WHITE SAMSUNG,WATCH8,44MM.BT,GRAPHITE SAMSUNG,WATCH8,40MM.BT,GRAPHITE SAMSUNG,WATCH8,40MM.BT,SILVER SAMSUNG,WATCH8 CLASSIC,BT,BLACK SAMSUNG,WATCH8 CLASSIC,BT,WHITE SAMSUNG,BUDS CORE,BLACK SAMSUNG,BUDS CORE,WHITE SAMSUNG,BUDS3 FE,BLACK SAMSUNG,BUDS3 FE,GRAY CASE,BASEUS,SLIM CLEAR,IP17 CASE,SUPLIFE,MAGNET RING,IP17AIR CASE,BASEUS,SLIM MAGNET,IP17P CASE,BASEUS,SLIM MAGNET,IP17PM FILM,BASEUS,ANTI RF LENS,IP17 FILM,BASEUS,ANTI RFLENS,IP17P17M บทความที่คุณอาจสนใจ แจกส่วนลด ชาตรามือ 2026 โปรโมชั่น เครื่องดื่ม ลูกค้าทรูสดชื่น! โปรโมชั่น อเมซอน Cafe Amazon รับส่วนลด 10 บาท เมนูเครื่องดื่ม 22 ร้านบุฟเฟ่ต์ โปรโมชั่นวันเกิด เดือนเกิด กินฟรี ส่วนลดจุกๆ 10 โปรโมชั่นชานมไข่มุก 1 แถม 1 พร้อมส่วนลด 2026 สดชื่นเคี้ยวหนึบ!
โปรโมชั่นอาหาร • 25 ก.พ. 69
อ่าน
KBANK แจ้งปิดระบบชั่วคราว 01.00–06.00 น. วันที่ 8 ก.พ.นี้
#ทันหุ้น - ธนาคารกสิกรไทยแจ้งปิดให้บริการชั่วคราว เพื่อพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 01:00 น. – 06:00 น. โดยช่องทางและบริการที่ไม่สามารถใช้งานได้ ดังนี้• รายการฝาก ถอน โอน เติมเงิน และชำระบิลที่เกี่ยวข้องกับบัญชีของธนาคารกสิกรไทยในทุกช่องทาง• การรับโอนเงินจากทุกธนาคารในทุกช่องทาง• การสแกน QR เพื่อชำระค่าสินค้า หรือบริการในทุกช่องทาง• การเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิตกสิกรไทย หรือบัตรเงินด่วน Xpress Cashทั้งนี้ บัตรเครดิตกสิกรไทยทุกประเภทสามารถชำระค่าสินค้าและบริการได้ตามปกติกรุณาวางแผนการทำธุรกรรมล่วงหน้า ธนาคารขออภัยในความไม่สะดวกสอบถามข้อมูลได้ที่ LINE KBank Live แอดไลน์พิมพ์ @kbanklive (ของแท้ต้องมีแบดจ์ดาวสีเขียวหน้าชื่อ) หรือ K-Contact Center โทร.02-8888888 ตลอด 24 ชั่วโมง
ทันหุ้น • 2 ก.พ. 69
อ่าน
ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง
#ทันหุ้น ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง ย้ำไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ขอให้ติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์กรมบัญชีกลางwww.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูกเท่านั้นนายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่องว่ามีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าหน้าที่ ติดต่อไปทางโทรศัพท์ หรือไลน์ปลอม หรือหนังสือราชการปลอม หลอกให้ผู้รับบำนาญหลงเชื่อและส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้กับมิจฉาชีพทางไลน์ปลอม โดยอ้างว่าเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกในการรับ - ส่งข้อมูล หากผู้รับบำนาญหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อ อาจทำให้สูญเสียทรัพย์สินได้ ดังนั้น ขอให้ท่านตรวจสอบให้แน่ใจก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ ทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทั้งนี้ กรมบัญชีกลางมีมาตรการกำกับดูแลด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 27001) อีกทั้งมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดจากช่องโหว่และภัยคุกคามต่าง ๆ โดยดำเนินการตรวจสอบช่องโหว่อย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ข้าราชการและผู้รับบำนาญมั่นใจได้ว่ามิจฉาชีพไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระบบของกรมบัญชีกลางได้อย่างแน่นอนนอกจากนี้ หากเกิดสถานการณ์เช่นนี้กับท่าน ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ โดยวิธีที่มิจฉาชีพมักจะใช้หลอกเหยื่อให้หลงเชื่อ จะมีลักษณะ ดังนี้1. ติดต่อผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อพูดคุยและโน้มน้าวใจ และขอให้เพิ่มเพื่อนในไลน์ปลอม ซึ่งหากจบที่การให้แอดไลน์ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน2. มิจฉาชีพมักจะอ้างว่าเรื่องที่แจ้งนั้นเป็นความลับ และห้ามบอกบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด หากได้รับแจ้งลักษณะนี้ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน3. หน่วยงานภาครัฐ ไม่มีนโยบายให้โอนเงินมาให้เพื่อตรวจสอบ หรือดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น หากได้รับการติดต่อในลักษณะนี้ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน“กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น และขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด จากช่องทางของกรมบัญชีกลาง ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลางwww.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (Verified) เท่านั้น เพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น หากมีข้อสงสัยหรือได้รับการติดต่อที่ไม่มั่นใจว่ามาจากกรมบัญชีกลางจริงหรือไม่ สามารถสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ”
ทันหุ้น • 18 ธ.ค. 68
อ่าน
ก.ล.ต. สั่งตรวจสอบ Bitkub หลังมีข่าวลือถูกโจมตีทางไซเบอร์
#Bitkub #ทันหุ้น - นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก ก.ล.ต. กล่าวว่า “จากกรณีที่มีข้อมูลปรากฏในสื่อออนไลน์ว่า ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งหนึ่งถูกโจมตีทางไซเบอร์ และจากการพิจารณาเบื้องต้นมีลักษณะบ่งชี้และสงสัยว่า กรณีดังกล่าวเป็น บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (BITKUB) หรือไม่ และเป็นเอกสารจริงหรือไม่ นั้นดังนั้น ก.ล.ต. จึงเข้าตรวจสอบ BITKUB โดยให้ความสำคัญลำดับแรกคือทรัพย์สินของลูกค้ามีความปลอดภัย ซึ่งพบว่า สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า ณ วันที่ 8 กันยายน 2568 มีความปลอดภัยและครบถ้วนส่วนกรณีที่มีเอกสารตามที่สื่อออนไลน์อ้างถึงนั้น ก.ล.ต. อยู่ระหว่างเร่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงก.ล.ต. ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจาก ก.ล.ต. และช่องทางการสื่อสารทางการของผู้ประกอบธุรกิจฯ โดยหากพบความผิดปกติกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ฝากไว้ขอให้แจ้งผู้ประกอบธุรกิจฯ ที่ใช้บริการโดยเร็ว รวมทั้ง หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัยโปรดแจ้งที่ “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.ทั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการติดตามข้อมูลที่ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลสื่อสารต่อสาธารณะเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวก.ล.ต. จึงได้รวบรวม link ไว้บนหน้าเว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต.ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ https://www.sec.or.th/TH/Pages/Shortcut/DigitalAssetNews.aspx
ทันหุ้น • 11 ก.ย. 68
อ่าน
ระวัง! มิจฉาชีพฉวยโอกาสเรี่ยไรเงินอ้างนำไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ชายแดนไทย
เตือนภัยระวังมิจฉาชีพรับเรี่ยไรเงินบริจาค อ้างนำไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยหลอกรับบริจาค ในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่คนไทยรวมใจไปชายแดน มิจฉาชีพมักฉวยโอกาสสร้างเพจปลอม ข้อมูลเท็จ โพสต์รับเรี่ยไรเงินบริจาค อ้างนำไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ อ้างไปช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อย่าเพิ่งเชื่อ เช็กก่อนเชื่อจากแหล่งข้อมูลทางการของหน่วยงานรัฐ หรือองค์กรมูลนิธิที่เชื่อถือได้เท่านั้นไม่รีบไม่โอน สอบถามโทร. 1441 หรือ 1599 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกองทัพบก ชวนคนไทยร่วมประดับธงชาติ เพื่อแสดงสัญลักษณ์แห่งความเป็นไทยกองทัพบกยืนยันไม่มีการโจมตีพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ชี้ฝ่ายกัมพูชาบิดเบือนข้อเท็จจริงกสม. หวังสถานการณ์ความขัดแย้งจะคลี่คลายโดยเร็วบนหนทางแห่งสันติภาพ“แพทองธาร” ประณามกัมพูชาใช้ความรุนแรง พร้อมหนุนทุกมาตรการตอบโต้ภายใต้กรอบกฎหมาย
TNN ช่อง16 • 25 ก.ค. 68
อ่าน
ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว “บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ” ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ “Your Data” ซึ่งช่วยให้ประชาชนใช้ข้อมูลของตนเองในการเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น บริการดังกล่าว ช่วยให้ประชาชนที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีค่าน้ำหรือค่าไฟ สามารถเรียกดูและดาวน์โหลดประวัติการชำระย้อนหลัง 6 เดือนของตนเองผ่านแอป “ทางรัฐ” ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นช่องทางใหม่ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ที่ไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว สามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมวิธีลงทะเบียนผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” จากนั้นเลือกเมนู “การเงิน/ประกัน” และเข้าสู่ “ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน” เลือกหน่วยงานที่ต้องการ ระบุหมายเลขมิเตอร์ ตรวจสอบข้อมูล และยืนยันคำขอ ระบบจะจัดเก็บเอกสารไว้ในโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ เพื่อนำไปยื่นขอสินเชื่อต่อไปทั้งนี้ การขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์มาก เพราะสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อให้กับผู้มีวินัยในการจ่ายค่าน้ำ - ค่าไฟ เพราะข้อมูลที่แสดงพฤติกรรมการจ่ายที่ดี จะส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อในทางบวก “โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญของรัฐในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูลของตนเอง” เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มที่เคยขาดหลักฐานทางรายได้ในรูปแบบเดิมรัฐบาลเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเปิดประตูการเงินให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเข้าถึงเงินทุนได้อย่างเสมอภาค พร้อมก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ทั้งนี้ บริการดังกล่าวเริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อที่รองรับเอกสารดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th " นางสาวศศิกานต์ กล่าว
TNN ช่อง16 • 13 ก.ค. 68
อ่าน
เปิดขั้นตอนขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ เพื่อใช้ประกอบการสมัครขอสินเชื่อ
สมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ Your Dataภายหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และ การประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว "บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ" ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อใช้ประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ Your Data ที่สนับสนุนให้ประชาชนใช้สิทธิส่งข้อมูลของตนผ่านช่องทางดิจิทัลเพื่อได้รับบริการที่ตอบโจทย์มากขึ้นบริการดังกล่าวมุ่งพัฒนาบริการให้กับประชาชนที่มีชื่อในทะเบียนผู้ใช้น้ำ-ไฟ (คู่สัญญา) สามารถขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟของตนเองบนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้สะดวก ปลอดภัย และไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับนำไปยื่นประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงิน ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลประวัติดังกล่าวจากประชาชนสามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมธปท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์จากข้อมูลประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ และในอนาคตจะสามารถต่อยอดไปใช้กับบริการทางการเงินอื่น ๆ ได้ต่อไปทั้งนี้ ประชาชนสามารถเรียกดู และดาวน์โหลดเอกสารดังกล่าว และนำไปยื่นเพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ด้านสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) แนะนำขั้นตอนการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อได้ ฟรี!สามารถขอเอกสาร “ประวัติการใช้และชำระค่าน้ำค่าไฟรูปแบบดิจิทัล” ที่จ่ายย้อนหลัง 6 เดือนได้ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อได้ ฟรี! ได้รับเอกสารไว นำไปใช้ได้เลยขั้นตอนการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟสำหรับ ผู้ใช้หรือเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า/ประปา1. เข้าสู่แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และเลือกหมวดหมู่ ‘การเงิน/ประกัน’2. เลือกบริการ ‘ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน’ และกดอนุญาต3. เลือกหน่วยงาน และทะเบียน/มิเตอร์ จากหน่วยงานที่ต้องการขอเอกสาร4. ตรวจสอบข้อมูลและกด “ขอเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ” และยืนยันการขอเอกสาร เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อได้เลยดาวน์โหลดแอปฯ ทางรัฐ ผ่าน Google Play App Store และผู้ใช้มือถือ Huawei https://dg.th/kw6uzvdo57 บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ คืออะไรบริการที่ให้ประชาชนสามารถขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟของตนเองบนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” สำหรับส่งผู้ให้บริการทางการเงินเพื่อใช้ประกอบการสมัครบริการทางการเงิน เช่น การสมัครสินเชื่อ โดยประชาชนสามารถใช้บริการได้แล้วตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ปลดล็อกให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองเพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดีขึ้นบริการดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ Your Data ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 6 หน่วยงาน ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค ที่สนับสนุนให้ประชาชนใช้สิทธิส่งข้อมูลของตนผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งจะช่วยปลดล็อกให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองเพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากขึ้นประโยชน์ต่อประชาชนสะดวก: ขอประวัติค่าน้ำ-ค่าไฟ ย้อนหลัง 6 เดือน ในที่เดียว ด้วยรูปแบบดิจิทัลใช้งานง่าย และไม่มีค่าใช้จ่าย: ขอเอกสารประวัติฯ ได้ง่าย ได้รับไว นำไปใช้ได้เลย รวมถึงไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มโอกาสได้สินเชื่อ: พฤติกรรมการจ่ายที่มีวินัย ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อประโยชน์ต่อผู้ให้บริการสินเชื่อผู้ให้บริการทางการเงินหรือสถาบันการเงินที่ได้รับข้อมูลประวัติดังกล่าวจากประชาชนสามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine-readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมใครจะใช้บริการนี้ได้บ้างประชาชนที่มีชื่อในทะเบียนผู้ใช้น้ำ-ไฟ (คู่สัญญา) และลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และยืนยันตัวตนแล้ว
TNN ช่อง16 • 2 ก.ค. 68
อ่าน
เตือนภัย! มิจฉาชีพ ลวงข้าราชการบำนาญกรอกข้อมูล-ลงนาม PDPA
นางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ได้รับแจ้งจากอดีตผู้บริหารและข้าราชการบำนาญหลายท่านว่ามีเจ้าหน้าที่ติดต่อให้มาลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยให้มาดำเนินการที่หน่วยงานต้นสังกัด หรือกรมบัญชีกลาง หรือกระทรวงการคลัง แล้วแต่กรณี และในบางกรณีให้ส่งอีเมลยืนยัน กรมบัญชีกลางขอแจ้งว่า “กรมบัญชีกลางไม่มีนโยบายแจ้งให้ผู้รับบำนาญ มาดำเนินการกรอกข้อมูลหรือลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับ PDPA ตามที่มิจฉาชีพอ้าง” ดังนั้น ขอให้ท่านที่ได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว อย่าหลงเชื่อ ไม่ตอบกลับอีเมล หรือกดลิงก์ใด ๆ ตามที่ได้รับแจ้ง “กรมบัญชีกลางขอเน้นย้ำว่า “ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อข้าราชการ ผู้รับบำนาญหรือทายาทโดยตรง เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกรมบัญชีกลาง” ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งช่องทางการติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางที่เชื่อถือได้ ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (verified) เท่านั้น หรือสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ” โฆษกกรมบัญชีกลางกล่าว
TNN ช่อง16 • 2 ก.ค. 68
อ่าน
เบิกเอง ตรวจเอง โกงซ้ำ 11 ครั้ง เขย่าศรัทธาระบบราชการไทย
เบิกเอง ตรวจเอง โกงซ้ำ 11 ครั้ง คดีค่าเช่าบ้านที่เขย่าศรัทธาระบบราชการในสังคมที่การทุจริตอาจแฝงตัวอยู่ในรูปแบบเรียบง่ายจนแทบไม่สะดุดตา การเบิกค่าเช่าบ้านโดยมิชอบของข้าราชการอาจถูกมองว่าเป็นเพียง “เรื่องเล็ก” ในระบบราชการขนาดใหญ่ แต่สำหรับหน่วยงานอย่างสำนักงาน ป.ป.ช. การปล่อยให้เรื่องเล็กหลุดรอด นั่นหมายถึงจุดเริ่มต้นของการสั่นคลอนต่อหลักธรรมาภิบาลในภาครัฐคดีเบิกค่าเช่าบ้านเท็จของปลัดเทศบาลในจังหวัดกาฬสินธุ์ คือกรณีศึกษาหนึ่งที่สะท้อนความซับซ้อนของการใช้อำนาจหน้าที่อย่างบิดเบี้ยว โดยบุคคลเดียวกันสวมสองบทบาท ทั้งในฐานะผู้ขอเบิก และผู้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารตนเอง การกระทำซึ่งนำไปสู่การเบิกงบประมาณแผ่นดินอย่างไม่ชอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าบทความนี้ถอดรหัสเบื้องหลังคดีดังกล่าวผ่านสายตาของ “นายนันทวัฒน์ นักษัตรจอมพล” พนักงานไต่สวนระดับสูง สังกัดสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ทำหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น เพื่อพิสูจน์ว่าความผิดเล็กน้อยในสายตาบางคน อาจซุกซ่อนโครงสร้างการทุจริตที่ขยายตัวอย่างเงียบงันในระบบราชการไทย.เริ่มต้นจากการตรวจสอบบัญชี สู่เงื่อนงำของการเบิกจ่ายอันไม่ชอบนายนันทวัฒน์ นักษัตรจอมพล พนักงานไต่สวนระดับสูง สำนักคดี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึง รายละเอียดของคดีเบิกค่าเช่าบ้านอันเป็นเท็จ โดยชี้ว่าคดีนี้เริ่มต้นขึ้นจากการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภูมิภาคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 2547 ซึ่งพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของข้าราชการในเทศบาลตำบลกมลาไสย และเทศบาลตำบลหนองแปน จังหวัดกาฬสินธุ์การตรวจสอบฎีกาเบิกเงินจากทั้งสองเทศบาลพบว่ามีการเบิกค่าเช่าบ้านที่ปรากฏหลักฐานครบถ้วนตามระเบียบทางราชการ แต่เมื่อตรวจสอบลึกลงไปกลับพบข้อเท็จจริงว่าเอกสารหลายฉบับที่ใช้ในการเบิกจ่ายนั้นเป็นเท็จ ซึ่งนำไปสู่การสืบสวนโดยสำนักงาน ป.ป.ช.เจ้าของบ้านเช่าตัวจริง คือ ภรรยาผู้เบิกประเด็นสำคัญที่ป.ป.ช. ตรวจสอบพบคือ ปลัดเทศบาลผู้ถูกกล่าวหาได้อ้างว่าเช่าบ้านเลขที่หนึ่งในจังหวัดขอนแก่นจากหญิงรายหนึ่งในราคา 2,000 บาทต่อเดือน แต่เมื่อไต่สวนข้อเท็จจริงกลับพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของภรรยาปลัดเทศบาลเอง ซึ่งซื้อพร้อมที่ดินผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์และจดจำนองไว้เรียบร้อย พฤติการณ์ทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการปลอมแปลงสถานะบ้านเช่าเพื่อเบิกงบประมาณแผ่นดินนอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังตรวจสอบพบว่าปลัดเทศบาลได้แนบเอกสารสัญญาเช่าที่มีลายเซ็นปลอมของผู้ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของบ้าน รวมถึงใบเสร็จรับเงินที่ไม่เคยมีการออกจริง ขณะที่ผู้หญิงคนดังกล่าวก็ให้การยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่เคยให้บ้านใครเช่า ไม่เคยรู้จักผู้เบิก และไม่เคยได้รับเงินจำนวนใดเลยจากการเช่าบ้านนั้น ผู้เบิกคือผู้ตรวจสอบเอง ซ้อนบทบาทผิดจริยธรรมความซับซ้อนของคดีนี้อยู่ที่บทบาททับซ้อนของปลัดเทศบาล ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้ยื่นขอเบิกค่าเช่าบ้าน ยังดำรงตำแหน่ง “ประธานกรรมการตรวจสอบการขอรับเงินค่าเช่าบ้าน” ตามคำสั่งเทศบาลอีกด้วยคณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วยปลัดเทศบาล, นายช่างโยธา และเจ้าหน้าที่ธุรการ รวม 3 คน ซึ่งมีหน้าที่ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเช่า ตรวจสอบกรรมสิทธิ์บ้าน ความเหมาะสมของราคาค่าเช่า และตรวจสอบว่าผู้ขอเบิกพักอาศัยอยู่จริงหรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่มีใครในคณะกรรมการลงตรวจพื้นที่จริง ทุกคนกลับลงนามรับรองว่าบ้านหลังนั้นเป็นของผู้ให้เช่าตามที่ระบุในเอกสาร ซึ่งกลายเป็นข้อมูลเท็จทั้งหมดเจตนาทุจริตอย่างเป็นระบบ 11 ครั้งซ้อนนายนันทวัฒน์ชี้ว่า ความผิดของจำเลยรายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่มีการยื่นเบิกเงินต่อเนื่อง 11 ครั้ง ทุกครั้งจะมีการแนบเอกสารที่ปลอมแปลงข้อมูลกรรมสิทธิ์และปลอมลายมือชื่อของผู้ให้เช่า รวมทั้งมีการลงนามรับรองโดยตนเองในฐานะหัวหน้าส่วนราชการว่าการเบิกจ่ายถูกต้องตามระเบียบการกระทำเช่นนี้จึงเป็นความผิดซ้ำซ้อนทั้งในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และในฐานะหัวหน้าส่วนราชการผู้รับรองความถูกต้องของเอกสาร ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. มองว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาทุจริตชัดเจนหลักฐานมัดแน่น ทั้งพยานบุคคลและเอกสารจากธนาคารในทางพยานหลักฐาน ป.ป.ช. ได้สอบปากคำผู้หญิงที่ถูกอ้างชื่อเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งให้การยืนยันว่าสัญญาเช่าและลายเซ็นไม่ใช่ของตน พร้อมทั้งตรวจสอบกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ซึ่งออกหนังสือยืนยันว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของปลัดเทศบาลและภรรยาเองหลักฐานทั้งหมดจึงชี้ชัดว่าไม่มีการเช่าบ้านเกิดขึ้นจริง อีกทั้งยังมีความพยายามจัดทำเอกสารเท็จเพื่อเบิกงบประมาณของรัฐโดยมิชอบ ผลเสียต่อระบบ และจริยธรรมราชการแม้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในคดีนี้จะอยู่ที่ 22,000 บาท แต่สำหรับนายนันทวัฒน์ เงินทุกบาทคือเงินภาษีของประชาชน และการกระทำเช่นนี้ส่งผลร้ายต่อระบบราชการในภาพรวม เพราะเมื่อผู้บังคับบัญชาเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง การตรวจสอบจากผู้ใต้บังคับบัญชาจึงแทบไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริงนอกจากนี้ ความกลัวอำนาจที่สามารถให้คุณให้โทษในสายบังคับบัญชา อาจทำให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างไม่กล้าเปิดเผยความจริง ปล่อยให้การทุจริตดำเนินต่อไปโดยไม่มีใครหยุดยั้งบทลงโทษจากศาล และการอุทธรณ์ของ ป.ป.ช.คดีนี้ถูกส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 โดยจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ศาลพิพากษาจำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 5,000 บาท และเมื่อพิจารณาประวัติว่าไม่เคยต้องโทษมาก่อนจึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 6 เดือน ปรับ 2,500 บาท และให้รอลงอาญาอย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. ได้ยื่นอุทธรณ์เพิ่มเติมในส่วนของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นปลัดเทศบาล เพื่อให้ศาลพิจารณาเพิ่มโทษอีก 11 กระทงตามจำนวนครั้งที่มีการเบิกโดยมิชอบ ซึ่งศาลอุทธรณ์เห็นพ้องว่าเป็นความผิดแยกกระทง และวินิจฉัยตามคำอุทธรณ์ของ ป.ป.ช.เปิดช่องทางแจ้งเบาะแส สร้างกลไกตรวจสอบในสังคมในตอนท้าย นายนันทวัฒน์กล่าวว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐพบเห็นพฤติกรรมไม่ชอบธรรม แต่ไม่สามารถเปิดเผยตัวเองได้ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ก็สามารถแจ้งเบาะแสต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ได้โดยตรงผ่านสายด่วน 1205 หรือส่งเอกสารโดยไม่ระบุตัวตน เพียงแจ้งพฤติการณ์และแนบพยานหลักฐานที่เพียงพอให้สามารถดำเนินการไต่สวนต่อได้“แม้จะเป็นเงิน 2,000 บาท แต่ถ้ามาจากการโกง นั่นไม่ใช่แค่ความเสียหายเชิงงบประมาณ แต่มันทำให้คนดีๆ ในระบบรู้สึกสิ้นหวัง และระบบราชการก็ไร้หลักยึด”คดีนี้ จึงไม่ใช่เพียงเป็นบทเรียนของการเบิกเงินโดยมิชอบเท่านั้น แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงรากของปัญหาที่แทรกซึมอยู่ในระบบราชการไทย เมื่อการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนตนสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีใครกล้าท้วงติงความเสียหายจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวเลข แต่ลุกลามไปถึงศรัทธาของประชาชนที่มีต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ความเชื่อมั่นที่ถูกบั่นทอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือ ความสูญเสียที่ไม่อาจตีราคาได้ และการปล่อยให้การทุจริต “เล็กน้อย” กลายเป็นเรื่องปกติ ก็คือจุดเริ่มต้นของการล่มสลายทางจริยธรรมในระบบราชการโดยไม่รู้ตัว
TNN ช่อง16 • 30 มิ.ย. 68
อ่าน
เริ่มวันนี้! Krungthai NEXT - เป๋าตัง ใช้ไม่ได้หาก "ชื่อไม่ตรงกับซิม"
ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า ตามนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่บังคับให้ชื่อบัญชี “โมบายแบงก์กิ้ง” ต้องตรงกับ “ชื่อเจ้าของซิม” ใน ลูกค้ากลุ่ม Phase 1 ที่ได้รับ Notification ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ผู้ที่ไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือยกเว้น จะไม่สามารถใช้งานแอปฯ Krungthai NEXT และ เป๋าตัง ได้ เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้1. ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายของท่าน ขอเปลี่ยนชื่อเจ้าของซิมให้ตรงกับชื่อบัญชี และขอหนังสือรับรองสิทธิในการใช้บริการ2. นำหนังสือรับรองสิทธิในการใช้บริการ ติดต่อธนาคารกรุงไทย สาขาใดก็ได้ เพื่ออัปเดตข้อมูลและปลดระงับการใช้งานทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการขอยกเว้น (กลุ่มบุคคลในครอบครัว / ผู้ไร้ความสามารถ / ผู้เสมือนไร้ความสามารถ / ผู้พิการ / กลุ่มนิติบุคคล) สามารถติดต่อได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาใดก็ได้ เพื่อแสดงเอกสารการยืนยันตัวตน เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ และเอกสารที่ระบุความเป็นเจ้าของหมายเลขรายละเอียดเพิ่มเติม https://krungthai.com/.../krungt.../announcement-detail/3181หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Contact Center 02 111 1111
TNN ช่อง16 • 23 มิ.ย. 68
อ่าน
“บิ๊กกุ้ง” แม่ทัพภาค 2 เตือนประชาชน ระวังแอบอ้างโซเชียลปลอม
“บิ๊กกุ้ง” แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำชัด ไม่มีบัญชีโซเชียล เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อบัญชีปลอมเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ออกแถลงยืนยันว่า ตนไม่มีบัญชีผู้ใช้ส่วนตัวในแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใด ๆ ทั้ง Facebook, Line, TikTok, Instagram หรือ X (Twitter) พร้อมเตือนประชาชนให้ระมัดระวังต่อการแอบอ้างที่อาจนำไปสู่การถูกหลอกลวงโดยมิจฉาชีพ แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ขณะนี้ปรากฏบัญชีโซเชียลมีเดียปลอมที่แอบอ้างชื่อ รูปภาพ หรือข้อมูลของตนบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งอาจใช้เพื่อหวังผลในทางมิชอบ เช่น หลอกขอข้อมูลส่วนตัว ชักชวนบริจาค หรือปลุกปั่นความเข้าใจผิดทางสังคม ทั้งนี้ กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้ประสานหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการตรวจสอบและติดตามแหล่งที่มาของบัญชีปลอมดังกล่าว พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนให้หยุดแชร์ หยุดส่งต่อ และหากพบการแอบอ้างในลักษณะนี้ สามารถแจ้งเบาะแสได้ทันทีผ่านช่องทางของกองทัพภาคที่ 2
TNN ช่อง16 • 19 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์
TNN ช่อง16 • 12 มิ.ย. 68
อ่าน
อย่าหลงเชื่อ! กองสลาก สั่งล็อกเลข แจกรางวัลกระตุ้นเศรษฐกิจ
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการโพสต์และอ้างว่าสลากกินแบ่งฯ เปิดให้ประชาชนติดต่อรับข้อมูลแจ้งผลออกสลาก ผ่านท่านผู้ช่วย ผอ.สนง.สลากกินแบ่งนั้น เป็นการแอบอ้างใช้ชื่อและภาพของผู้อำนวยการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตสำหรับการออกรางวัลของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอน และไม่มีผู้ใดสามารถทราบผลรางวัลล่วงหน้าได้ ซึ่งพฤติกรรมการส่งข้อมูลว่าสามารถให้ผลสลากได้นั้น ไม่เป็นความจริง ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่หลอกลวง หรือแอบอ้างผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่าสามารถให้ตัวเลขที่ถูกรางวัลได้ ท่านอาจถูกหลอกลวงนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่มิชอบ รวมทั้งสูญเสียทรัพย์สินเงินทองได้ทั้งนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ https://www.antifakenewscenter.comเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
TNN ช่อง16 • 6 มิ.ย. 68
อ่าน
พายุสุริยะ ทำอินเทอร์เน็ตล่ม! เตือนอย่าเชื่อ เปิด 10 ข่าวปลอมล่าสุดที่ปชช.สนใจ
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 23 – 29 พฤษภาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 839,680 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 741 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 689 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 40 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 12 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 238 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 224 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 120 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 50 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 8 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 6 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 41 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ เป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องปรากฎการณ์ธรรมชาติ การให้บริการของหน่วยงานรัฐ เรื่องของสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องช่องทางการให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง 22 พ.ค. 68 เกิดพายุสุริยะ ทำให้อินเทอร์เน็ตล่มอันดับที่ 2 : เรื่อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดบริการประชาชน ผ่าน Line ID 11299080อันดับที่ 3 : เรื่อง กฟภ. แจ้งให้ลงทะเบียนรับมิเตอร์ฟรีตามโครงการ Meter Health Careอันดับที่ 4 : เรื่อง พายุสุริยะรุนแรง อาจทำให้ระบบธนาคารล่ม เงินหายหมดบัญชีอันดับที่ 5 : เรื่อง เมฆหลากสี เกิดจากสารเคมีที่พ่นทิ้งไว้บนน่านฟ้าอันดับที่ 6 : เรื่อง กฟภ. เปิดให้ลงทะเบียนเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่ฟรี ผ่านบัญชีไลน์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอันดับที่ 7 : เรื่อง โควิด 19 ไม่มีอยู่จริงในรูปของไวรัส แต่เป็นแบคทีเรียที่ได้รับรังสี ทำให้มนุษย์เสียชีวิตจากการแข็งตัวของเลือดอันดับที่ 8 : เรื่อง ติดเชื้อ HIV รักษาให้หายได้ใน 2 เดือน ด้วยการใช้ CDS 2 ขวดอันดับที่ 9 : เรื่อง กฟภ. เปิดไลน์ใหม่ “pea1408.” ติดต่อฝ่ายทะเบียนสะดวกขึ้นอันดับที่ 10 : เรื่อง ไปรษณีย์ไทย ส่ง SMS แจ้งให้ชำระค่าพัสดุผ่านลิงก์ สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “22 พ.ค. 68 เกิดพายุสุริยะ ทำให้อินเทอร์เน็ตล่ม” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า สภาพอวกาศในช่วงดังกล่าว อยู่ในสภาพปกติ ไม่ได้มีการเกิดพายุสุริยะ เพราะฉะนั้นที่ระบบสื่อสารล่มในช่วงที่ผ่านมา จึงไม่เกี่ยวข้องกับพายุสุริยะแต่อย่างใด ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก อย่าเชื่อข่าวจากแหล่งที่ไม่มีที่มาชัดเจน ทั้งนี้ GISTDA ขอให้ประชาชนงดส่งต่อข่าวปลอม และติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการเท่านั้นในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดบริการประชาชน ผ่าน Line ID 11299080” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า บัญชี Line ID 11299080 ไม่ใช่บัญชีของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแต่อย่างใด ซึ่งบัญชีดังกล่าวเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่แอบอ้างสร้างบัญชีปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกลวงประชาชน และ LINE Official Account ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีเพียงบัญชีเดียวเท่านั้น คือ @PEA Thailand และต้องมีโล่สีเขียวยืนยันตัวตน หากประชาชนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามผ่าน 1129 PEA Contact Center หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดข่าวที่เกี่ยวข้อง- เตือนภัย 10 ข่าวปลอมล่าสุด! ที่ประชาชนให้ความสนใจมากสุดในรอบสัปดาห์- พายุหอยหมีเข้าไทย! เตือนอย่าเชื่อ เปิด 10 ข่าวปลอมล่าสุด ที่ประชาชนสนใจ
TNN ช่อง16 • 31 พ.ค. 68
อ่าน
เงินบำนาญไม่เข้า ต้องทำอย่างไร เช็กวิธีแก้ปัญหาได้ที่นี่
เงินเดือน ค่าจ้าง หรือบำเหน็จบำนาญ ไม่เข้าบัญชี ต้องทำอย่างไร?กรมบัญชีกลางแจ้งแนวทางปฏิบัติสำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ หรือผู้รับบำเหน็จบำนาญ หากพบว่าเงินไม่เข้าบัญชีตามกำหนด ควรตรวจสอบและดำเนินการดังนี้: เงินเดือน ค่าจ้าง หรือบำเหน็จบำนาญ ไม่เข้าบัญชี ต้องทำอย่างไร?กรมบัญชีกลางแจ้งแนวทางปฏิบัติสำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ หรือผู้รับบำเหน็จบำนาญ หากพบว่าเงินไม่เข้าบัญชีตามกำหนด ควรตรวจสอบและดำเนินการดังนี้:กรณีเงินบำเหน็จบำนาญไม่เข้าบัญชี1. ตรวจสอบบัญชีธนาคารติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบสาเหตุ เช่น- บัญชีปิด- บัญชีติดอายัด- บัญชีไม่เคลื่อนไหว (ไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 1 ปี)2. บัญชีปิด- เปิดบัญชีใหม่- แจ้งเปลี่ยนเลขที่บัญชีกับส่วนราชการผู้เบิก3. บัญชีถูกต้อง แต่เงินไม่เข้าบัญชี- ติดต่อส่วนราชการผู้เบิก- รอส่วนราชการตั้งเบิกใหม่ในรอบเดือนถัดไปการดำเนินการของส่วนราชการระดับกรม- กรมบัญชีกลางจะส่งคืนเงินให้ส่วนราชการระดับกรม พร้อมแจ้งผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ภายใน 3 วันทำการ- ส่วนราชการต้องตรวจสอบยอดเงินและนำส่งคืนคลัง หากพบว่าเบิกเกิน- แจ้งส่วนราชการผู้เบิกหากรายการโอนเงินถูกปฏิเสธ (REJECT)ส่วนราชการผู้เบิก- ติดต่อผู้มีสิทธิเพื่อแก้ไขเลขที่บัญชี- ตั้งเบิกเงินใหม่ในรอบเดือนถัดไป ผ่านระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension)วิธีตรวจสอบเลขที่เอกสารขอเบิกเงินบำเหน็จบำนาญ1. เข้าระบบ Digital Pension รายงานใบโอนเงิน2. หรือที่เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th เงินเดือนบำนาญ เลขที่เอกสารขอเบิก กรณีเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่เข้าบัญชี1. สาเหตุที่พบบ่อย- บัญชีติดอายัด- บัญชีปิด- บัญชีไม่เคลื่อนไหว2. แนวทางแก้ไข- ติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบ- หากเลขบัญชีผิด ให้แจ้งส่วนราชการผู้เบิกเพื่อแก้ไขเพื่อป้องกันปัญหาควรตรวจสอบบัญชีเงินฝากที่ใช้รับเงินอยู่เสมอว่าเป็นบัญชีที่ถูกต้องและยังคงใช้งานอยู่ขั้นตอนของส่วนราชการ- เมื่อเงินถูกส่งคืน กรมบัญชีกลางจะส่งหนังสือแจ้งไปยังส่วนราชการภายใน 3 วันทำการ- ส่วนราชการตรวจสอบยอดเงินในบัญชีงบประมาณ และดำเนินการจ่ายเงินใหม่ให้ผู้มีสิทธิ
TNN ช่อง16 • 23 พ.ค. 68
อ่าน
“รีวิวหมวก สูบ 3 แสน” เปิดแชตลวง โกงแนบเนียนผ่านไลน์
แค่คอมเมนต์ว่า “สนใจค่ะ” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเงินทั้งบัญชี มิจฉาชีพแฝงกลุ่มรีวิว ลวงให้โอนซ้ำซ้อนผ่านระบบปลอม ใช้ภาษาหว่านล้อม-รูปแบบเหมือนจริงทุกขั้นตอน เจาะทุกกลโกงจากแชตลับที่กลายเป็นฝันร้ายหญิงสาวคนหนึ่งคิดว่าเธอกำลังจะได้รับงานรีวิวสินค้าชิ้นแรกในชีวิต สิ่งที่เธอไม่รู้คือการคอมเมนต์เพียงประโยคเดียวในกลุ่มหางานรีวิว จะเป็นจุดเริ่มต้นของกับดักที่ซับซ้อนและบีบคั้นที่สุดในชีวิต ยอดเงินในบัญชีของเธอค่อย ๆ หายไปทีละขั้น ภายใต้คำพูดเรียบง่ายที่ว่า “ทำภารกิจให้ครบ แล้วจะได้เงินคืน”ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง เงินเก็บที่เธอสะสมมาตลอดชีวิตกว่า 307,000 บาท หายวับไปจากระบบที่ไม่มีอยู่จริงเริ่มจากหมวกใบเดียวโพสต์ที่ปรากฏในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “หางานอินฟลู/รีวิว/ไลฟ์สด-KOL” มีข้อความชักชวนให้รีวิวหมวก 1 คลิป ความยาวไม่เกิน 1 นาที ค่าจ้าง 1,000 บาท พร้อมระบุว่าไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามมากมาย ขอเพียงตั้งใจและทำคลิปส่งตามกำหนดหญิงสาวคนนั้นคอมเมนต์ “สนใจค่ะ” และได้รับการตอบกลับให้แอดไลน์ โดยแสดงตัวว่าเป็นแอดมินดูแลงานรีวิวเธอคิดว่านี่คือโอกาสของคนธรรมดา แต่ปลายทางกลับเป็นแชตที่ค่อย ๆ ล่อเธอเข้าสู่กับดักการโอนเงินที่จบไม่ลง ระบบภารกิจลวงในแอปไลน์หลังการทักแชต มิจฉาชีพเริ่มต้นด้วยคำพูดว่า “ขอชวนเข้าร่วมภารกิจโปรโมตสินค้า” โดยอ้างว่าแค่ทำตามขั้นตอนง่าย ๆ เช่น กดสินค้าใส่ตะกร้าในแอปช้อปปิ้งชื่อดัง ก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่นและโบนัส รวมถึงเงินที่โอนสำรองคืนกลับมาพร้อมผลตอบแทนเธอเริ่มจากการโอน 3,000 บาท และได้รับเงินคืนกลับมาจริง 3,400 บาท สิ่งนั้นทำให้เธอเชื่อสนิทใจว่า นี่คืองานที่ให้ผลตอบแทนจริงแต่หลังจากนั้น ทุกครั้งที่เธอทำตาม ภารกิจใหม่จะถูกส่งต่อมาพร้อมคำอธิบายว่า “เงินยังไม่สามารถถอนได้ ต้องทำเพิ่มอีกหนึ่งขั้นเพื่อปลดล็อก”เธอโอนอีก 5,500 บาท ถัดมา 10,500 บาท ต่อด้วย 35,900 บาท และตามด้วยยอดใหญ่ 75,900 บาท ก่อนจะจบด้วยการโอน 120,900 บาทในครั้งสุดท้าย เพราะเชื่อว่านั่นจะทำให้ได้เงินทั้งหมดคืนแต่สิ่งที่เธอได้รับคือข้อความใหม่ที่บอกว่า ระบบขัดข้อง ต้องทำต่อให้เสร็จอีกครั้งมิจฉาชีพในคราบอินฟลูในช่วงปี 2567–2568 มีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นผู้ว่าจ้างงานรีวิวสินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อดังที่มีเป้าหมายเป็นผู้เริ่มต้นทำงานออนไลน์เพจ Drama-addict ได้เตือนภัยไว้อย่างชัดเจนว่า กลุ่มเหล่านี้จะอ้างว่ารับรีวิวสินค้า เช่น หมวก เสื้อผ้า หรือผลไม้ เมื่อมีคนสนใจจะถูกชักชวนให้แอดไลน์ จากนั้นเข้าสู่ระบบ “ภารกิจแฝงค่าใช้จ่าย” ที่ไม่มีอยู่จริงพฤติกรรมร่วมของกลุ่มมิจฉาชีพนี้คือ• ใช้คำพูดที่เหมือนระบบอัตโนมัติ• ส่งภาพหน้าจอการโอนเงินปลอม• ส่งตารางคอมมิชชั่นแบบกราฟิก• อ้างว่าระบบกำลังตรวจสอบ เพื่อบีบให้เหยื่อรอและโอนต่อในหลายกรณีมีการใช้โปรไฟล์ปลอมเป็นเพจร้านค้า เช่น “เมดีสส์ กาแฟเพื่อสุขภาพ” หรือ “แบรนด์แว่นตาออนไลน์” แล้วโพสต์แจกของฟรีเดือนแรก ก่อนจะดึงเหยื่อเข้าไลน์แล้วหลอกให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกลไกหลอกลวงแบบดิจิทัลการใช้คำว่า “ระบบ” คือหัวใจของการหลอกลวงที่เกิดขึ้น พวกเขาไม่ได้ข่มขู่ แต่ใช้อำนาจของสิ่งที่ดูเหมือนอัตโนมัติมาข่มขวัญแทนเหยื่อถูกบังคับโดยกลไกที่ดูเหมือน “ถ้าไม่ทำ จะเสียทั้งหมด” และนั่นคือจุดที่ใครหลายคนหมดแรงจะถอนตัวไม่มีใครอยากยอมเสียตั้งแต่ 3,000 บาทแรก พวกเขาจึงยอมโอนซ้ำเพื่อพยายามเอาเงินคืนในรอบถัดไปแต่ระบบนี้ไม่ได้มีไว้ให้ใครได้คืน คู่มือเอาตัวรอดจากกับดักงานออนไลน์1. งานจริงไม่ขอให้โอนเงินก่อนผู้ว่าจ้างที่ชอบธรรมจะไม่ขอค่าล่วงหน้า หากมีการขอเงินเพื่อปลดล็อกระบบ ถือเป็นสัญญาณอันตราย2. ตรวจสอบโปรไฟล์ผ่านเว็บไซต์ใช้เว็บไซต์เช่น blacklistseller.com หรือ 1212occ.com เพื่อตรวจสอบเลขบัญชีหรือเบอร์โทร3. อย่าเร่งรีบตามคำสั่งของระบบปลอมหากแชตเร่งรัดให้โอน “ก่อนหมดเวลา” หรือข่มขู่ว่า “ระบบจะรีเซ็ต” ให้หยุดทันที4. ใช้สามัญสำนึกเป็นเกราะป้องกันหากอะไรฟังดูดีเกินจริง ก็อาจเป็นเพราะมันไม่จริงหากคุณตกเป็นเหยื่อ ต้องทำอย่างไรขั้นตอนแจ้งความและอายัดบัญชี1. รวบรวมหลักฐาน• แชตสนทนา• สลิปโอนเงิน• โพสต์ต้นทาง• รายละเอียดบัญชีปลายทาง2. แจ้งความ• ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือ• แจ้งผ่าน thaipoliceonline.com3. แจ้งธนาคาร• โทรไปยังธนาคารของบัญชีที่โอนเข้า• ขออายัดเงินตามมาตรการ Fraud Alert4. แจ้ง ปปง.• หากมีการโอนข้ามหลายบัญชี หรือมูลค่าสูง• แจ้งผ่าน amlo.go.th หรือสายด่วน 17105. ร้องเรียน สคบ. หรือ 1212 OCC• โทร. 1166 หรือกรอกฟอร์มออนไลน์แบบฟอร์มร้องเรียนเบื้องต้นชื่อ-นามสกุลผู้ร้องเรียน: ………………………………………เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น:ข้าพเจ้าได้แสดงความสนใจรับงานรีวิวสินค้า ผ่านโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก และถูกเชิญให้ติดต่อผ่านไลน์ จากนั้นถูกขอให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมภารกิจโปรโมตสินค้า โดยอ้างว่าจะได้รับเงินคืนพร้อมค่าคอมมิชชั่นแต่เมื่อทำครบกลับไม่สามารถถอนเงินได้ และมีการอ้างว่าต้องโอนเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบยอดรวมที่สูญไปทั้งสิ้น ………………… บาทสิ่งที่ต้องการให้หน่วยงานดำเนินการ:• ตรวจสอบบัญชีผู้กระทำความผิด• อายัดเงินในระบบ• ดำเนินคดีตามกฎหมายลงชื่อ ……………………… วันที่ ……………………ก่อนจะคลิกแอดไลน์หรือโอนเงินแม้เพียงไม่กี่ร้อยบาท ลองหยุดคิดอีกนิดว่าเราได้ตรวจสอบข้อมูลเพียงพอหรือยัง เพราะในโลกที่มิจฉาชีพสามารถสวมบทผู้ว่าจ้างได้แนบเนียนกว่าที่เคย ความไว้ใจเพียงเสี้ยววินาทีอาจแลกมาด้วยการสูญเสียทั้งชีวิตไม่มีงานไหน ที่ต้องจ่ายเงินก่อนจะได้ทำงานจริง และไม่มีความหวังใดควรต้องจ่ายด้วยเงินก้อนสุดท้ายของเราเอง
TNN ช่อง16 • 9 พ.ค. 68
อ่าน
เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ
TNN ช่อง16 • 24 เม.ย. 68
อ่าน
ยื่นภาษี โค้งสุดท้าย! หมดเขตยื่นแบบออนไลน์ 8 เมษายนนี้
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ใกล้สิ้นสุดกำหนดเวลาการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91 ประจำปี 2567 ซึ่งวันที่ 8 เมษายน 2568 เป็นวันสุดท้ายสำหรับช่องทางการยื่นแบบออนไลน์ ผ่านทาง www.rd.go.th (ระบบ D-MyTax) e-Filing หรือแอปพลิเคชัน RD Smart Tax โดยหลังจากยื่นแบบฯ ยังมีขั้นตอนสำคัญ อาทิ การอัปโหลดเอกสารประกอบ (กรณีที่ต้องยื่นเพิ่มเติม) การตรวจสอบสถานะเงินคืนผ่านพร้อมเพย์ การผ่อนชำระภาษี สำหรับผู้ที่ต้องการแบ่งจ่าย รวมทั้งการตรวจสอบย้อนหลังจากกรมสรรพากรสำหรับวิธีตรวจสอบสถานะคืนภาษี ผู้เสียภาษีสามารถติดตามความคืบหน้าของการพิจารณาคืนภาษีได้ด้วยตนเองผ่านทาง www.rd.go.th (ระบบ D-MyTax) เช็กเงินคืนภาษีทำได้ผ่านเว็บไซต์และมือถือ โดยมีขั้นตอน ดังนี้1) เข้าเว็บไซต์ rd.go.th เลือกระบบ Digital MyTax (D-MyTax) 2) เข้าสู่ระบบด้วย RD ID พร้อมรหัส Laser ID จากด้านหลังบัตรประชาชน3) เลือกเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลที่ลงทะเบียนไว้เพื่อรับ OTP4) กรอก OTP เพื่อยืนยันตัวตน5) เลือก “ติดตามสถานะขอคืน/นำส่งเอกสาร” นายอนุกูล กล่าวต่อว่า ระยะเวลาการดำเนินการคืนภาษีหากไม่ติดเกณฑ์ตรวจสอบ ผู้ยื่นแบบภาษีจะได้รับเงินผ่านพร้อมเพย์ภายใน 3-5 วันทำการ หากติดเกณฑ์ตรวจสอบผู้ยื่นแบบภาษี เจ้าหน้าที่จะติดต่อขอเอกสารเพิ่มเติม โดยสามารถอัปโหลดไฟล์ข้อมูลผ่านระบบ D-MyTax และส่งทางไปรษณีย์ หรือโทรสารตามที่อยู่ในใบนำส่งเอกสารทั้งนี้ การผ่อนชำระภาษี กรมสรรพากร เปิดให้ผ่อนชำระได้ถึง 3 งวด โดยไม่คิดดอกเบี้ยและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ครอบคลุมทั้ง ผู้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ภายใต้เงื่อนไข คือ มีภาษีที่ต้องชำระจำนวนตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป (ทั้งภาษีครึ่งปี และภาษีสิ้นปี) โดยขอผ่อนชำระภาษีได้เป็น 3 งวด เท่าๆ กันสามารถติดต่อขอผ่อนชำระได้ที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาโดยใช้แบบ บ.ช.35 จำนวน 1 ชุด (กรณียื่นแบบกระดาษ) หรือขอผ่อนชำระผ่านทางเว็บไซต์สรรพากร (กรณียื่นภาษีออนไลน์) “สำหรับปีภาษี 2567 ขณะนี้ เหลือเพียงการยื่นแบบออนไลน์เท่านั้น ซึ่งจะหมดเขตในวันที่ 8 เมษายน 2568 นี้ ขอย้ำเตือนให้ผู้มีเงินได้ทุกคน รีบดำเนินการยื่นภาษีให้เรียบร้อย ภายในกำหนดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและบทลงโทษทางกฎหมาย หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสำนักงานสรรพากรใกล้บ้านหรือสถานประกอบการได้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ RD Intelligence Center 1161” นายอนุกูล กล่าวข่าวที่เกี่ยวข้อง- ยื่นภาษี! รัฐบาลเตือนเจตนาหลบเลี่ยงภาษี ถูกจำคุก - ปรับไม่เกิน 200,000 บาท- เปิดบทลงโทษ "พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ - ยูทูบเบอร์" อย่าลืมยื่นภาษี หมดเขต 31 มีนาคม
TNN ช่อง16 • 3 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ
กระแสโซเชียลกำลังพุ่งความสนใจไปที่เพจ Kafaak หลังโพสต์เตือนว่า ChatGPT สามารถนำไปใช้ปลอมสลิปโอนเงินแบบแนบเนียนได้ ทั้งการปลอมชื่อบัญชีเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) มหาเศรษฐีชื่อดัง ปลอมจำนวนเงินที่โอน เลขบัญชี และไม่เว้นแม้แต่ลายน้ำ TNN Tech จึงรวบรวม 3 วิธี ในการรับมือสลิปปลอม ที่ไม่ใช่แค่มาจาก ChatGPT หรือ Generative AI ตัวอื่น ๆ แต่ยังไปรวมถึงการตัดต่อภาพด้วยเช่นกัน 3 วิธี รับมือสลิปปลอมจากภาพ ChatGPT, Generative AI และภาพตัดต่อสแกน QR Code บนสลิป (ถ้ามี) สำหรับสลิป (Slip) หรือบันทึกการทำรายการที่แอปพลิเคชันธนาคารออกให้ เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีการทำรายการโอนเงินหรือชำระเงินจริงหรือไม่เปิดแจ้งเตือนการทำธุรกรรม โดยการแจ้งเตือนจะมีทั้งรูปแบบบนแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) แบบ Official ของธนาคาร หรือสมัครรับ SMS สำหรับแจ้งเตือนก็ได้เช่นกันสมัครบริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งมีการทำธุรกรรมจำนวนมากในแต่ละวัน สามารถใช้บริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติเมื่อมีการส่งหลักฐานเข้าไปยังไลน์ หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ เช่น สลิปทูโก (Slip2GO) สลิปโอเค (SlipOK) หรือ อีซี่สลิป (EasySlip) เป็นต้น โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามปริมาณการทำธุรกรรมในแต่ละเดือน และนอกจากทั้ง 3 วิธีหลักแล้ว การสังเกตความผิดปกติบนสลิป เช่น ขนาด และรูปแบบตัวอักษร ลายน้ำ และรวมไปถึงการขอดูสลิปทันทีที่โอนเงินหากทำได้ ก็เป็นอีกตัวช่วยรับมือการปลอมสลิปโอนเงินได้เช่นกัน
TNN ช่อง16 • 28 มี.ค. 68
อ่าน
ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท กรมสรรพากร ยืนยันเป็นข่าวปลอม
จากกรณีกระแสข่าวกรมสรรพากร ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท ให้ยืนยันข้อมูลบัญชีธนาคาร เพื่อรับเงิน ทางกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่ทำการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร หลอกส่งอีเมลให้ประชาชนคลิกลิงก์ยืนยันข้อมูลบัญชีอย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้ อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้
TNN ช่อง16 • 20 ก.พ. 68
อ่าน
กงสุลใหญ่แอลเอ ไม่เปิดรับบริจาคช่วยไฟป่า ระวังมิจฯ แอบอ้าง
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ออกประกาศเตือนประชาชน กรณีพบกลุ่มบุคคลใช้ชื่อสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ในการเปิดรับเงินบริจาคช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยจากไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ว่า สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเปิดรับเงินบริจาคดังกล่าว และไม่มีนโยบายที่จะเปิดรับเงินบริจาคจากประชาชนเพื่อนำไปบริหาร แจกจ่ายช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า เนื่องจากระดับความรุนแรงของผลกระทบที่แต่ละบุคคลได้รับ มีความแตกต่างหลากหลาย ดังนั้น การจัดสรรเงินบริจาคให้ผู้ประสบภัย แต่ละรายอย่างเป็นธรรม จำเป็นต้องนำปัจจัยและความแตกต่างข้างต้นมาประกอบการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งและการโต้เถียงระหว่างผู้ได้รับผลกระทบด้วยกัน ทั้งนี้ หากสถานการณ์เลวร้ายลง สถานกงสุลใหญ่ฯ ขอยืนยันว่า ได้เตรียมแผนรองรับเพื่อดูแลสวัสดิภาพของคนไทยไว้แล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับช่องทาง ในการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐฯสำหรับการมาตรการฟื้นฟูในระยะยาว ซึ่งจะเริ่มมีความชัดเจนขึ้นหลังจากสถานการณ์ไฟป่าคลี่คลายลง ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าสามารถติดต่อแจ้งเหตุ ขอคำแนะนำ และขอความช่วยเหลือเฉพาะหน้าได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของสถานกงสุลใหญ่ฯ โทร 323-962-9574 และ 323-580-4222ภาพจาก:AFP
TNN ช่อง16 • 16 ม.ค. 68
อ่าน
ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม
TNN ช่อง16 • 14 ม.ค. 68
อ่าน
รัฐบาลเตือนอย่าเชื่อข่าวปลอม เปิดให้ผู้เสียหายคดีฉ้อโกงออนไลน์ลงทะเบียนขอรับเงินคืน
วันนี้ (18 ธันวาคม 2567) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความระบุว่า ปปง. ร่วมกับ สอท. เปิดให้ผู้เสียหายคดีฉ้อโกงออนไลน์ลงทะเบียนขอรับเงินคืน เพียง 3 ขั้นตอน ผ่านเพจ Maintain security online จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จนายคารม กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อความทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า ปปง. ร่วมกับ สอท. เปิดให้ผู้เสียหายคดีฉ้อโกงออนไลน์ลงทะเบียนขอรับเงินคืน เพียง 3 ขั้นตอน ผ่านเพจ Maintain security online นั้น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า สำนักงาน ปปง. ไม่เคยเปิดเพจเฟซบุ๊กอื่นเพื่อรับคำร้องหรือช่วยเหลือผู้เสียหายทุกกรณี อีกทั้งเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นเพจปลอมที่มีการนำสัญลักษณ์ของสำนักงาน ปปง. มาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยใช้รูปแบบและเนื้อหาตามเพจจริงของสำนักงาน ปปง. ซึ่งสำนักงาน ปปง. มีเพจเฟซบุ๊กเดียวชื่อ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปปง. โดยมีสัญลักษณ์ ติ๊กถูกสีฟ้า (Meta Verified) อยู่ด้านหลังชื่อเพจ ซึ่งผ่านการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ https://www.amlo.go.th/index.php/th/ หรือ โทร. 02-219-3600 นายคารม ย้ำภาพจาก AFP
TNN ช่อง16 • 18 ธ.ค. 67
อ่าน
เปิดลงทะเบียน "เงินดิจิทัล 10,000 รอบใหม่" ดีอี เตือนข่าวปลอมอย่าเชื่อ!
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 854,009 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 579 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 564 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 229 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 79 เรื่องทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 97 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 66 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 25 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 14 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 27 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับหน่วยงานรัฐ และนโยบายของรัฐ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต และสิทธิประกันสังคม ทั้งในเรื่องการเปิดสินเชื่อ และเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาล ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ สร้างความเข้าใจผิด สร้างความวิตกกังวล และอาจสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย เปิดลงทะเบียนเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท รอบใหม่อันดับที่ 2 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย ส่งเอกสารแจ้งตรวจพบความผิดปกติแอปพลิเคชัน Krung NEXTอันดับที่ 3 : เรื่อง ผู้ประกันตนสามารถกู้เงินประกันสังคมได้ ผ่านเพจ Carroll Reyesอันดับที่ 4 : เรื่อง ตำรายาแก้โรคมะเร็งหายใน 6 วันอันดับที่ 5 : เรื่อง โรงพยาบาลเอกชน 70 แห่ง เตรียมถอนตัวจากการเป็นคู่สัญญากับประกันสังคม เนื่องจากอัตราการจ่ายปัจจุบันไม่สะท้อนต้นทุน ทำให้ขาดทุนอันดับที่ 6 : เรื่อง จะเกิดทอร์นาโด ระดับ 4 ในพื้นที่ แปดริ้ว กรุงเทพ และปริมณฑลอันดับที่ 7 : เรื่อง สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกเอกสารวงในบอกเลขก่อนวันออกรางวัลอันดับที่ 8 : เรื่อง คลิกลิงก์ เพื่อแก้ไขแอปฯ ทางรัฐค้างอยู่ขั้นตอนที่ 3 และ 4อันดับที่ 9 : เรื่อง ไปรษณีย์ไทยส่งอีเมลแจ้งให้อัปเดตข้อมูลการเรียกเก็บเงิน เพื่อขอจัดส่งพัสดุใหม่อันดับที่ 10 : เรื่อง จำหน่ายบัตรราคาพิเศษพร้อมการเดินทางไม่จำกัดบนระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภทในกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบเป็นเวลา 6 เดือนเมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐและโครงการของรัฐถึง 8 อันดับ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล สำหรับข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการรัฐ โดยเฉพาะสถาบันการเงินของรัฐ สิทธิประกันสังคม และข่าวเกี่ยวกับโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต อาจทำให้ประชาชน ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้ ซึ่งส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม นายเวทางค์ กล่าวสำหรับอันดับ 1 เรื่อง ธนาคารกรุงไทย เปิดลงทะเบียนเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท รอบใหม่ ซึ่งกระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลัง พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยธนาคารไม่ได้เปิดลงทะเบียนดิจิทัลวอลเล็ตแต่อย่างใด เป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่แอบอ้างถึงธนาคารกรุงไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อสร้างความสับสนแก่ประชาชน ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนควรระมัดระวังในการกรอกข้อมูลและไม่ควรกดลิงก์แปลก น่าสงสัยที่ส่งโดยไม่ทราบที่มาชัดเจน สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากธนาคารกรุงไทย ได้ที่ www.krungthai.com หรือติดต่อ Krungthai Contact Center 02-111-1111 หรือแจ้งผ่าน Facebook : Krungthai Careด้านข่าวปลอม อันดับ 2 ธนาคารกรุงไทย ส่งเอกสารแจ้งตรวจพบความผิดปกติแอปพลิเคชัน Krung NEXT โดยกระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลัง พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่แอบอ้างถึงธนาคารกรุงไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมที่ไม่ได้ออกโดยธนาคารกรุงไทยแต่อย่างใด จึงขอเตือนประชาชนควรระมัดระวังในการกรอกข้อมูลและไม่ควรกดลิงก์แปลก น่าสงสัยที่ส่งโดยไม่ทราบที่มาชัดเจนอย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด
TNN ช่อง16 • 9 พ.ย. 67
อ่าน
พายุเข้าไทยแล้ว 11 ลูก คาดทั้งปีจะเข้ามาทั้งหมด 24 ลูก ล่าสุด ดีอี ชี้แจงแล้ว!
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 11-17 ตุลาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 821,389 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 399 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 365 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 24 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 10 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 229 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 87 เรื่องทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 104 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 50 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 30 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 6 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 39 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวเรื่องภัยพิบัติ และข่าวด้านนโยบายรัฐ หน่วยงานรัฐ ซึ่งเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องต่อการใช้ชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง ตั้งแต่ต้นปีมีพายุเข้าไทยมาแล้ว 11 ลูก คาดการณ์ว่าทั้งปีจะเข้ามาทั้งหมด 24 ลูกอันดับที่ 2 : เรื่อง ข้อมูลพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ที่จะถูกน้ำท่วมอันดับที่ 3 : เรื่อง ติดต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ทางไอดีไลน์ pea1125อันดับที่ 4 : เรื่อง ผู้พิการที่ลงทะเบียนเงิน 10,000 บาท ไม่ทัน สามารถลงทะเบียนได้ในวันที่ 10 ต.ค. และรับเงินวันที่ 22 ต.ค.อันดับที่ 5 : เรื่อง หากเกิดอาการหัวใจวาย ให้เคี้ยวยาแอสไพริน ช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเลือด และป้องกันการแข็งตัวของเลือดเพิ่มขึ้นอันดับที่ 6 : เรื่อง โครงการตรวจเช็กมิเตอร์ไฟประจำปี โดยดำเนินการติดต่อทางไลน์ PEA.E-Serviceอันดับที่ 7 : เรื่อง เตือนให้อพยพทันที เนื่องจากพายุมิลตันทวีกำลัง กลายเป็นพายุรุนแรงที่สุดในโลกของปีนี้อันดับที่ 8 : เรื่อง PEA แจ้งเปลี่ยนมิเตอร์ไฟ ลงทะเบียนรับสิทธิเงินประกันคืน 3,500 บาท ผ่านไลน์ส่วนตัว PEA THAILANDอันดับที่ 9 : เรื่อง น้ำทะเลชายฝั่ง จ.สงขลา และ จ.สุราษฎร์ธานี ลดลงเป็นระยะทาง 2 กม. อาจทำให้เกิดสึนามิอันดับที่ 10 : เรื่อง เตรียมเฝ้าระวังภัยสึนามิบริเวณอ่าวไทยเมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ มากถึง 5 อันดับ และข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ PEA รวมทั้งข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการสวัสดิการ สุขภาพ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน อาจทำให้เกิดความวิตกกังวล ความสับสน สร้างความเสียหาย การเข้าใจผิด ให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม นายเวทางค์ กล่าวสำหรับอันดับ 1 เรื่อง ตั้งแต่ต้นปีมีพายุเข้าไทยมาแล้ว 11 ลูก คาดการณ์ว่าทั้งปีจะเข้ามาทั้งหมด 24 ลูก พบเป็นข้อมูลเท็จ โดยกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวเป็นการนำข้อมูลจากแบบจำลอง (ในคลิปวิดีโอไม่ได้กล่าวถึงแหล่งข้อมูล) มานำเสนอ ซึ่งแบบจำลองได้คาดการณ์จำนวนพายุที่เกิดขึ้นบริเวณฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก (ด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ ) แต่ในความเป็นจริงแล้วพายุที่เกิดขึ้นบริเวณดังกล่าวเคลื่อนที่ตามทิศทางลมที่พัดในขณะนั้น ไม่ได้เคลื่อนมาประเทศไทยทั้งหมด โดยมีพายุหมุนเขตร้อนที่เข้าประเทศไทยตั้งแต่ต้นปี 2567 ถึงปัจจุบัน เพียงมี 1 ลูก คือ พายุโซนร้อน ซูลิก (SOULIK,2415) และได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันก่อนเคลื่อนเข้าประเทศไทยบริเวณจังหวัดนครพนม ในช่วงเช้าของวันที่ 20 ก.ย. 67 จากนั้นได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในช่วงเย็นของวันเดียวกัน และจากการคาดการณ์คาดว่าในปี 2567 จะมีพายุหมุนเขตร้อน เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยจำนวน 1-2 ลูกดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าได้แชร์หรือส่งต่อข่าวปลอมนี้ และติดตามข่าว พยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาเท่านั้น ซึ่งสามารถติดตามได้ที่ www.tmd.go.th, Facebook กรมอุตุนิยมวิทยา Application Thai weather หรือสายด่วน 1182 (ตลอด 24 ชั่วโมง)ด้านข่าวปลอม อันดับ 2 ข้อมูลพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ที่จะถูกน้ำท่วม พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยกระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับสำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า สืบเนื่องจากวันที่ 10 ตุลาคม 2567 กทม. มีการแจ้งเตือนประชาชนเฉพาะชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำจำนวน 7 เขต เท่านั้น ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ โดยประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร ได้ที่เว็บไซต์ www.prbangkok.com หรือโทร 0-2221-2141-69อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด
TNN ช่อง16 • 20 ต.ค. 67
อ่าน
อย่าหลงเชื่อ! โรงพยาบาลเอกชน 70 แห่ง เตรียมถอนตัวจากประกันสังคม
ตามที่การบอกต่อข้อมูลเรื่องโรงพยาบาลเอกชน 70 แห่ง เตรียมถอนตัวจากการเป็นคู่สัญญากับประกันสังคม เนื่องจากอัตราการจ่ายปัจจุบันไม่สะท้อนต้นทุน ทำให้ขาดทุน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จกรณีที่มีข่าวสารระบุว่า โรงพยาบาลเอกชน 70 แห่ง เตรียมถอนตัวจากการเป็นคู่สัญญากับประกันสังคม เนื่องจากอัตราการจ่ายปัจจุบันไม่สะท้อนต้นทุน ทำให้ขาดทุน ทางสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากการทําสัญญาให้บริการทางการแพทย์กับสํานักงานประกันสังคม จะเป็นการทําสัญญาปีต่อปี ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายและความประสงค์ของสถานพยาบาล โดยในทุกปีที่ผ่านมาจะมีทั้งสถานพยาบาลที่ต่อสัญญา ไม่ต่อสัญญา และสมัครใหม่ ซึ่งทุกแห่งจะต้องผ่านเงื่อนไข และหลักเกณฑ์การเป็นคู่สัญญาตามที่สํานักงานประกันสังคมกําหนดดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจาก สำนักงานประกันสังคม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506ภาพจาก AFP
TNN ช่อง16 • 4 พ.ย. 67
อ่าน
เช็กข่าวปลอม! อย่าแชร์ “แอปฯ ทางรัฐ” แสดงเครดิตบูโร-ใบสั่ง หลังลงทะเบียนเงินดิจิทัล
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 2 8 สิงหาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 848,755 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 205 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 174 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 26 ข้อความ และผ่านช่องทาง Facebook จำนวน 5 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 168 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 86 เรื่องทั้งนี้ กระทรวง ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 90 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 34 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 6 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 16 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 22 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความมั่นคง ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐบาล อย่างโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน มากถึง 9 อันดับแรก ซึ่งแสดงว่าประชาชนให้ความสนใจต่อโครงการนี้มากที่สุดโดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง แอปฯ ทางรัฐ แสดงข้อมูลเครดิตบูโร บัญชีติดหนี้ ใบสั่งจราจร ข้อมูลโดนฟ้องศาล หลังลงทะเบียน 10,000 บาทอันดับที่ 2 : เรื่อง ปชช. ที่สมัครบัญชีผ่านแอปฯ ทางรัฐไม่ได้ จะไม่สามารถลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาทอันดับที่ 3 : เรื่อง ธปท. เตือน แอปฯ ทางรัฐ ไร้ความปลอดภัยในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอันดับที่ 4 : เรื่อง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตีตกเงินดิจิตอลวอลเล็ตอันดับที่ 5 : เรื่อง รัฐบาลเปิดให้โหลดแอปฯ ทางรัฐ ผ่านเว็บไซต์ https://dga-thai.com/อันดับที่ 6 : เรื่อง สามารถเปิดรับแลกเงินดิจิทัล 10,000 บาท และนำเงินสดไปใช้ได้อันดับที่ 7 : เรื่อง สมัครแอปฯ ทางรัฐด้วยบัตร ปปช. และสแกนใบหน้า เสี่ยงถูกแฮ็ก เพราะเป็นระบบเปิดเชื่อมไปยังบัญชีธนาคารอันดับที่ 8 : เรื่อง ให้บริการรับสมัครแอปฯ ทางรัฐ เพื่อใช้ลงทะเบียนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตอันดับที่ 9 : เรื่อง ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐแล้วถูกแฮกข้อมูล รวมถึงข้อมูลของญาติจะถูกดึงมาทั้งหมดอันดับที่ 10 : เรื่อง ต้มน้ำประปา สามารถลดความเค็มได้ เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับ ข้างต้น พบว่าเป็นข่าวเกี่ยวข้องกับโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต มากถึง 9 อันดับแรก โดยโครงการดังกล่าวมีผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอันดับ 1 เรื่อง แอปฯ ทางรัฐ แสดงข้อมูลเครดิตบูโร บัญชีติดหนี้ ใบสั่งจราจร ข้อมูลโดนฟ้องศาล หลังลงทะเบียน 10,000 บาท ซึ่งเป็นการสร้างข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน นายเวทางค์ กล่าวกระทรวง ดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ DGA ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงข้อมูลจริงว่า แอปฯ ทางรัฐ ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลไปที่หน่วยงานเจ้าของบริการและข้อมูลนั้น ๆ เท่านั้น และจะไม่มีการเก็บข้อมูลของประชาชนไว้ที่แอปฯ ทางรัฐ แต่อย่างใดสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่แสดงในแอปฯ ทางรัฐ สามารถเข้าถึงได้เฉพาะเจ้าของข้อมูลและผู้มีอำนาจตามกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลเท่านั้น จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ โดยประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th หรือพิมพ์เป็นภาษาไทยว่า www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย หรือสามารถสอบถามผ่านศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (Call Center) สายด่วน โทร. 1111 ซึ่งหากหลงเชื่อโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง อาจทำให้เกิดความเสียหายทั้งในส่วนตัวบุคคล หรือหากมีการแชร์ เผยแพร่ ต่อๆกันไป อาจกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้างได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด
TNN ช่อง16 • 10 ส.ค. 67
อ่าน
อย่าหลงเชื่อ เพจแอบอ้างรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด
ตามที่มีประเด็นในเรื่องรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด ผ่านเพจ carloslantigua786 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จกรณีการโฆษณาชวนเชื่อโดยโพสต์ระบุรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด ผ่านเพจ carloslantigua786 ทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เพจเฟซบุ๊กดังกล่าวที่ใช้ชื่อว่า carloslantigua786 ไม่ได้เป็นเพจทางการที่ถูกสร้างขึ้นโดยกรมการขนส่งทางบกแต่อย่างใด ไม่มีการรับทำหรือต่อใบขับขี่ออนไลน์ เนื่องจากการขอรับใบอนุญาตขับรถทุกชนิดมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ คือ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องดำเนินการด้วยตนเองทุกขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ตั้งแต่การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย การอบรม การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ และการถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับรถดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.dlt.go.th หรือ โทร. 02-271-8888ภาพจาก TNN ONLINE
TNN ช่อง16 • 17 ต.ค. 67
ดูเพิ่มเติม