รีเซต

ผลการค้นหา “办浙商银行转账凭条(证件网:ban58.com)-专业办浙商银行转账凭条<网址:ban58.com>-宜昌办浙商银行转账凭条哪里有-可以找办浙商银行转账凭条TW” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน 21 มิ.ย.นี้ .ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันที
อ่าน

คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน 21 มิ.ย.นี้ .ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันที

#ทันหุ้น คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน21มิ.ย.นี้.ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันทีด่วนแจ้งเตือนผู้ถือ"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"รุ่นปัจจุบัน13.18ล้านคนรีบลงทะเบียนรับส่วนลด"ค่าไฟ-ค่าน้ำ"ภายใน19มิ.ย.นี้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงการคลังได้เปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน)ได้ยืนยันตัวตนเพื่อขอรับสิทธิ์การถือบัตรดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.เป็นต้นมา จนถึงขณะนี้ ได้รับรายงานว่า ยังมีผู้ถือบัตรคนจนยังไม่มายืนยันสิทธิ์จำนวนประมาณ 1 ล้านคน หากไม่มายืนยันสิทธิ์ภายในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ จะถือว่า ไม่ประสงค์ขอรับสิทธิ์ถือบัตรคนจน ซึ่งกระทรวงการคลังจะติดสิทธิ์ทันที“เราประเมินว่า ผู้ที่ไม่มายืนยันตัวตน อาจจะไม่ต้องการถือบัตรคนจน เนื่องจาก มีรายได้เกินเกณฑ์แล้ว”ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากระทรวงการคลังได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรุ่นปัจจุบันจำนวน13.18ล้านคนที่ลงทะเบียนตั้งแต่ปี65รีบดำเนินการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคทั้งค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาโดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเป็นวันสุดท้ายในวันที่19มิ.ย.นี้ก่อนเวลา16.30น.เท่านั้นย้ำหากพ้นกำหนดจะไม่สามารถรับสิทธิ์ในรอบนี้ได้ทันที“ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ทันต่อการจัดสรรงบประมาณเยียวยาในช่วงครึ่งปีหลังโดยการลงทะเบียนครั้งนี้จะเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพสำหรับรอบบิลค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาประจำเดือนก.ค.69ถึงรอบบิลส.ค. 69”สำหรับช่องทางลงทะเบียนส่วนลดค่าไฟฟ้า ให้เลือกตามหน่วยงานในพื้นที่ของตัวเอง การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://meaeservice.mea.or.th/welfare สายด่วน: โทร. 1130 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์:https://welfareregis.pea.co.th/Register  สายด่วน: โทร. 1129  และกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ (กฟส.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://walfareregis.sea.co.th หรือโทร. 086-848-1284ส่วนช่องทางลงทะเบียนส่วนลดค่าน้ำประปาพื้นที่การประปานครหลวง(กปน.)ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://eservicesapp.mwa.co.th/ES/MWAWelfareServletหรือสายด่วนโทร. 1125และการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://register.pwa.co.th/welfare-register.htmlหรือสายด่วนโทร. 1662

กยศ.ประสานนายจ้างกว่า 5.2 พันแห่ง หักเงินเดือนชำระหนี้ เริ่ม พ.ค.69
อ่าน

กยศ.ประสานนายจ้างกว่า 5.2 พันแห่ง หักเงินเดือนชำระหนี้ เริ่ม พ.ค.69

#ทันหุ้น #กยศ. ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างเพิ่มเติมกว่า 5,200 แห่ง เริ่มหักเงินเดือนผู้กู้ยืมเงินตั้งแต่เดือนพ.ค.69 นี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างกว่า5,200แห่งที่จะเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินคืนกองทุนผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร(e-PaySLF)ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2569สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ที่เว็บไซต์กยศ.เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ.ขอแจ้งว่าขณะนี้กยศ.ได้จัดส่งหนังสือแจ้งองค์กรนายจ้างที่มีพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมเงินเพิ่มเติมกว่า5,200แห่งให้เริ่มหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินคืนกยศ.ผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร(e-PaySLF)ซึ่งเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2569เป็นต้นไปโดยขอให้ดำเนินการนำส่งเงินภายในวันที่15มิถุนายน2569และนำส่งเงินครั้งถัดไปภายในวันที่15ของทุกเดือนสำหรับผู้กู้ยืมเงินที่มีภาระหนี้ค้างชำระก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการหักเงินเดือนขอให้ชำระยอดค้างด้วยตนเองให้เสร็จสิ้นโดยเร็วทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ.ขอเชิญองค์กรนายจ้างลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมสัมมนาเพื่อศึกษารายละเอียดขั้นตอนและวิธีการใช้งานระบบe-PaySLFได้ที่เว็บไซต์www.studentloan.or.thและหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางไลน์บัญชีทางการ“กยศ.องค์กรนายจ้าง”กยศ.ขอขอบคุณองค์กรนายจ้างทุกแห่งที่ให้ความร่วมมือในการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่องแล้วยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งต่อทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
อ่าน

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์

เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th

KBANK แจ้งปิดระบบชั่วคราว 01.00–06.00 น. วันที่ 8 ก.พ.นี้
อ่าน

KBANK แจ้งปิดระบบชั่วคราว 01.00–06.00 น. วันที่ 8 ก.พ.นี้

#ทันหุ้น - ธนาคารกสิกรไทยแจ้งปิดให้บริการชั่วคราว เพื่อพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569  เวลา 01:00 น. – 06:00 น. โดยช่องทางและบริการที่ไม่สามารถใช้งานได้ ดังนี้• รายการฝาก ถอน โอน เติมเงิน และชำระบิลที่เกี่ยวข้องกับบัญชีของธนาคารกสิกรไทยในทุกช่องทาง• การรับโอนเงินจากทุกธนาคารในทุกช่องทาง• การสแกน QR เพื่อชำระค่าสินค้า หรือบริการในทุกช่องทาง• การเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิตกสิกรไทย หรือบัตรเงินด่วน Xpress Cashทั้งนี้ บัตรเครดิตกสิกรไทยทุกประเภทสามารถชำระค่าสินค้าและบริการได้ตามปกติกรุณาวางแผนการทำธุรกรรมล่วงหน้า ธนาคารขออภัยในความไม่สะดวกสอบถามข้อมูลได้ที่ LINE KBank Live แอดไลน์พิมพ์ @kbanklive (ของแท้ต้องมีแบดจ์ดาวสีเขียวหน้าชื่อ) หรือ K-Contact Center โทร.02-8888888 ตลอด 24 ชั่วโมง

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
สิทธิพิเศษ

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

เปิดประกาศธปท.รายงานทุกธุรกรรม”เงินนำเข้า”ตั้งแต่ 2 แสนเหรียญ สกัดบาทแข็ง
อ่าน

เปิดประกาศธปท.รายงานทุกธุรกรรม”เงินนำเข้า”ตั้งแต่ 2 แสนเหรียญ สกัดบาทแข็ง

#ทันหุ้น เปิดประกาศธปท.รายงานทุกธุรกรรม”เงินนำเข้า”ตั้งแต่ 2 แสนเหรียญ หลังเงินทุนไหลเข้าเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า ประกาศดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.เป็นต้นไปผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้ลงนามประกาศธปท.วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ส่งถึง ผู้จัดการ ธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่ ธปท.ว. 8434/2568 เรื่อง การซักซ้อมวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศกับลูกค้าในประกาศระบุว่า เนื่องด้วยในช่วงที่ผ่านมามีเงินตราต่างประเทศไหลเข้าออกประเทศในปริมาณสูง ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินบาทมีความผันผวนสูง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงขอความร่วมมือนิติบุคคลรับอนุญาต ในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานกรณีการรับซื้อหรือรับฝากเงินตราต่างประเทศที่มาจากต่างประเทศ ของลูกค้าที่เป็นบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ เพื่อให้การทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศดังกล่าวเป็นไป เพื่อการค้าการลงทุนและตรงตามวัตถุประสงค์ที่แจ้ง ดังนี้1. การรับซื้อเงินตราต่างประเทศที่ได้รับมาจากต่างประเทศ1.1 ในการรับซื้อเงินตราต่างประเทศที่เป็นธุรกรรมทันที ให้นิติบุคคลรับอนุญาต ถือปฏิบัติดังนี้1.1.1 กรณีเงินตราต่างประเทศที่ไม่เกี่ยวกับค่าทองคำและธนบัตรเงินตราต่างประเทศ และมีจำนวนเงินตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า ให้นิติบุคคลรับอนุญาต ต้องเรียกเอกสารจากลูกค้าในทุกธุรกรรมเป็นรายธุรกรรมในวันทำธุรกรรม (trade date) หรือไม่เกินวันครบกำหนดชำระเงิน (settlement date) หากมีเหตุจำเป็น ยกเว้นกรณีที่เป็นการทำธุรกรรมปกติของลูกค้า ที่นิติบุคคลรับอนุญาตรู้จักดีและมีการทำKnow Your Customer (KYC) และ Customer Due Diligence (CDD) อย่างต่อเนื่อง ให้สามารถใช้กระบวนการ Know Your Business (KYB) ได้อย่างไรก็ดี หากการทำธุรกรรมมีวัตถุประสงค์ตาม 4 ข้อด้านล่างและมีจำนวนเงินตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกเอกสารประกอบการทำธุรกรรมโดยไม่สามารถใช้กระบวนการ KYB ได้ คือ(1) เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทย(2) ค่าสินทรัพย์ดิจิทัล(3) เงินทุนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินลงทุนในเครือ/สาขา เงินลงทุนในหลักทรัพย์ เงินกู้ เงินให้กู้ยืม และเงินส่วนต่างธุรกรรมอนุพันธ์(4) วัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ค่าสินค้า บริการ รายได้ และเงินโอนและ บริจาคเงินลงทุน ธนบัตรและเงินฝากอนึ่ง การทำธุรกรรมเพื่อวัตถุประสงค์ค่าสินทรัพย์ดิจิทัล ให้เรียกเอกสาร แสดงแหล่งที่มาของสินทรัพย์ดิจิทัล หรือแหล่งที่มาของเงินที่นำไปซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มเติมด้วย1.1.2 กรณีเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวกับค่าทองคำ ให้เรียกเอกสารที่แสดงว่า ลูกค้ามีการขายทองคำในต่างประเทศทุกจำนวนเป็นรายธุรกรรมในวันทำธุรกรรม เว้นแต่เป็นการทำธุรกรรม นอกเวลาทำการ ให้เรียกเอกสารดังกล่าวภายในวันทำการถัดไปได้ รวมทั้งให้เรียกเอกสารเรียกเก็บเงิน และเอกสารใบขนทองคำไม่เกิน 2 วันทำการนับจากวันครบกำหนดชำระเงิน1.1.3 กรณีธนบัตรเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนเงินตั้งแต่ 15,000 ดอลลาร์ สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า ให้เรียกเอกสารที่แสดงว่าเป็นการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศ1.2 ในการรับซื้อเงินตราต่างประเทศที่ได้รับมาจากต่างประเทศที่เป็นธุรกรรมล่วงหน้า ให้นิติบุคคลรับอนุญาตถือปฏิบัติตามข้อ 17 (2) ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 และที่แก้ไข เพิ่มเติม เช่นเดิมทั้งนี้ ไม่รวมถึงการทำธุรกรรมล่วงหน้าเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ 1.1.1 (1) – (4) ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกเอกสารประกอบการทำธุรกรรมโดยไม่สามารถใช้กระบวนการ KYB ได้2. การรับฝากเงินที่ได้รับจากต่างประเทศเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของ บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตถือปฏิบัติเช่นเดียวกับการรับซื้อเงินตราต่างประเทศที่เป็น ธุรกรรมทันทีตามแต่ละกรณีที่กล่าวข้างต้นด้วยจึงเรียนมาเพื่อทราบและขอความร่วมมือปฏิบัติตามวิธีการข้างต้นตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป และโปรดแจ้งให้ลูกค้าทราบโดยทั่วกัน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

ธปท. ขยายช่องทางแลกธนบัตรชำรุดหลังน้ำท่วม
อ่าน

ธปท. ขยายช่องทางแลกธนบัตรชำรุดหลังน้ำท่วม

ธปท. ขยายช่องทางแลกธนบัตรชำรุดหลังน้ำท่วม#ทันหุ้น #SET #ธปทนางบุษกร ธีระปัญญาชัย ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายโครงสร้างพื้นฐานและบริการระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า แบงก์ชาติได้เตรียมธนบัตรไว้รองรับความต้องการใช้เงินสดของประชาชนในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ให้เพียงพอรองรับการเบิกจ่ายในช่วงที่มีความต้องการสูงกว่าปกติรวมทั้ง ได้สำรองธนบัตรเพิ่มที่ศูนย์จัดการธนบัตรจังหวัดใกล้เคียง พร้อมนำมาสมทบที่หาดใหญ่หากมีความต้องการมากขึ้น นอกจากนี้ ได้ประสานให้สถาบันการเงินเตรียมกระจายธนบัตรไปถึงมือประชาชนผ่านสาขาและตู้ ATM ที่เปิดให้บริการด้วยสำหรับธนบัตรที่เสียหายหรือชำรุดจากน้ำท่วมจนไม่สามารถนำไปใช้จ่ายหรือทำธุรกรรมได้ตามปกติ ประชาชนสามารถนำมาแลกที่ธนาคารออมสินทุกสาขาที่เปิดทำการได้ทุกวัน นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ในพื้นที่จังหวัดสงขลาและบริเวณใกล้เคียงที่เปิดให้บริการได้ให้ความร่วมมือในการเปิดรับแลกธนบัตรชำรุดได้ทุกวันตลอดเดือนธันวาคม 2568 (จากเดิมที่เปิดให้แลกเฉพาะวันพุธ)รวมทั้งแบงก์ชาติจะจัด “คลินิกธนบัตร” เดินสายลงพื้นที่ให้ประชาชนนำธนบัตรชำรุดมาแลกได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยจะแจ้งวันเวลาและจุดรับแลกให้ทราบต่อไป สำหรับธนบัตรพอลิเมอร์ซึ่งได้ออกแบบมาให้มีความทนทานมากขึ้นนั้น ประชาชนสามารถนำมาล้างทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งก็จะสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่หากยังชำรุดเสียหายสามารถนำมาแลกได้ตามที่แจ้งไว้ข้างต้น

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
อ่าน

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง

ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================

คู่มือโอนรถปี 2568: เตรียมพร้อมไว้ ไม่เสียเวลา ไม่เสียเงิน!
อ่าน

คู่มือโอนรถปี 2568: เตรียมพร้อมไว้ ไม่เสียเวลา ไม่เสียเงิน!

ปี 2568 นี้ สำหรับใครที่กำลังจะซื้อหรือขายรถยนต์มือสอง เรื่องหนึ่งที่ต้องรู้ไว้เลยก็คือ "ค่าโอนรถยนต์" ครับ! อย่าเพิ่งคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าเบื่อ เพราะถ้าไม่รู้หรือไม่เตรียมตัวให้พร้อม อาจมีเรื่องวุ่นวายตามมาได้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องนี้แบบเข้าใจง่ายๆ พร้อมเคล็ดลับที่จะทำให้การโอนรถของคุณราบรื่นเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม: จ่ายอะไรบ้าง? หลายคนอาจคิดว่าค่าโอนรถก็แค่ค่าโอน แต่จริงๆ แล้วมันมีค่าใช้จ่ายยิบย่อยที่เราต้องรู้ครับ ค่าธรรมเนียมการโอน: อันนี้ถูกสุดๆ แค่ 100 บาท ค่าคำขอโอน: จิ๊บๆ เพียง 5 บาท ค่าอากรแสตมป์: อันนี้แหละตัวสำคัญ! คิดเป็น 500 บาท ต่อราคารถยนต์ 100,000 บาท ถ้าซื้อรถมา 500,000 บาท ก็ต้องจ่าย 2,500 บาท แต่ถ้าซื้อมาแค่ 80,000 บาทก็จ่ายแค่ 400 บาท ค่าตรวจสภาพรถยนต์: ถ้าเจ้ารถคู่ใจของคุณมีอายุเกิน 7 ปี (สำหรับรถยนต์) หรือเกิน 5 ปี (สำหรับมอเตอร์ไซค์) ต้องเข้าตรวจสภาพที่กรมการขนส่งฯ ก่อน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 150 - 200 บาท เอกสารพร้อม! โอนรถได้เลย! เตรียมเอกสารให้ครบ รับรองว่าไม่เสียเที่ยวแน่นอนครับ! สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ฉบับจริง: ตัวจริงเท่านั้นนะครับ! ห้ามใช้สำเนาเด็ดขาด บัตรประชาชน: ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย อย่างละฉบับ หนังสือมอบอำนาจ: ถ้าใครคนใดคนหนึ่งไม่ว่างมา ก็ต้องมีหนังสือนี้พร้อมติดอากรแสตมป์ด้วย เอกสารอื่นๆ: เช่น สัญญาซื้อขาย หรือใบเสร็จรับเงิน (มีไว้ก็ดีครับ อุ่นใจกว่า) ขั้นตอนง่ายๆ ไปกรมการขนส่งฯ ได้เลย! ไปตรวจสภาพ: สำหรับรถที่เข้าเกณฑ์ ก็ขับไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพก่อนเลย (รถยนต์ส่วนบุคคลที่มีอายุเกิน 7 ปี, รถจักรยานยนต์เกิน 5 ปี หรือรถที่มีการดัดแปลงสภาพ) ยื่นเอกสาร: นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่แผนกรับคำขอโอนรถ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องให้ จ่ายเงิน: เมื่อเอกสารผ่าน เจ้าหน้าที่จะแจ้งค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก็จ่ายตามยอดนั้นได้เลย รอรับสมุดใหม่: ขั้นตอนสุดท้ายคือการรอเจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขข้อมูลในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ และลงชื่อเจ้าของคนใหม่ เท่านี้ก็เรียบร้อย! บทสรุป: โอนง่าย ถ้าเตรียมพร้อม! การโอนรถยนต์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ หากคุณเตรียมเอกสารและทำความเข้าใจเรื่องค่าใช้จ่ายให้ดี การเดินทางไปกรมการขนส่งฯ ก็จะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใช้เวลาไม่นาน ที่สำคัญคือการทำเรื่องให้ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณสบายใจ หายห่วงเรื่องปัญหากฎหมายที่อาจตามมาในอนาคตครับ Photo Credit : AI Generated

ขั้นตอนการย้ายสิทธิบัตรทอง 2568 ทำออนไลน์ง่าย ใช้สิทธิได้ทันที
อ่าน

ขั้นตอนการย้ายสิทธิบัตรทอง 2568 ทำออนไลน์ง่าย ใช้สิทธิได้ทันที

ขั้นตอนการย้ายสิทธิบัตรทอง 2568 ฉบับเข้าใจง่ายการย้ายสิทธิบัตรทอง หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (UC) เป็นบริการจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่เปิดให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนหน่วยบริการประจำได้สะดวก โดยไม่ต้องย้ายทะเบียนบ้าน และสามารถดำเนินการได้ถึง 4 ครั้งต่อปีปัจจุบันสามารถดำเนินการได้ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมเริ่มใช้สิทธิใหม่ได้ทันทีหลังระบบอนุมัติช่องทางการย้ายสิทธิบัตรทอง1. ช่องทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน “สปสช.” (Android/iOS)ผ่าน LINE Official Account พิมพ์ค้นหา @nhso2. ช่องทางออฟไลน์โรงพยาบาลรัฐใกล้บ้าน / รพ.สต. / ศูนย์สุขภาพชุมชนสำนักงาน สปสช. อาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ (กรุงเทพฯ) เอกสารที่ใช้ในการย้ายสิทธิบัตรประชาชนตัวจริงถ้าที่อยู่ตรงกับบัตรประชาชน ใช้เพียงบัตรประชาชนถ้าที่อยู่ไม่ตรง ต้องแนบเอกสารเพิ่มเติม เช่นหนังสือรับรองจากเจ้าบ้านหรือผู้นำชุมชนสำเนาทะเบียนบ้านสัญญาเช่าหรือใบเสร็จค่าน้ำไฟที่มีชื่อผู้ขอหากมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประชาชนของทั้งผู้มอบและผู้รับมอบวิธีดำเนินการผ่านแอปฯ สปสช. หรือ LINE1. ลงทะเบียนหรือล็อกอินผ่านแอปฯ หรือ LINE @nhso2. กรอกเลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และยืนยันตัวตน3. เลือกเมนู “เปลี่ยนหน่วยบริการ”ถ้าที่อยู่ตรงกับบัตร อัปโหลดภาพบัตรประชาชน + เซลฟี่ถ้าที่อยู่ไม่ตรง แนบเอกสารเพิ่มเติม4. เลือกหน่วยบริการใหม่ เช่น โรงพยาบาลที่ใกล้ที่พัก5. ยืนยันข้อมูล และส่งคำขอ6. ตรวจสอบสถานะในเมนู “ตรวจสอบสิทธิ” กรณีเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ใบสูติบัตรเด็ก หรือบัตรประชาชนทะเบียนบ้าน หรือหลักฐานแสดงที่พักสำเนาบัตรประชาชนผู้ปกครองสามารถให้ผู้ปกครองดำเนินการแทนได้ทั้งออนไลน์และที่หน่วยบริการข้อควรรู้เกี่ยวกับการย้ายสิทธิบัตรทองย้ายสิทธิได้สูงสุด 4 ครั้งต่อปีไม่จำเป็นต้องย้ายทะเบียนบ้านสิทธิใหม่มีผลทันทีหลังส่งคำขอสำเร็จย้ายได้ทั้งกรณีในจังหวัดเดียวกันหรือข้ามจังหวัดโทร. 1330 สายด่วน สปสช. ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

รายชื่อ 8 โรงพยาบาลเอกชนในกทม. เปิดรับลงทะเบียน-ย้ายสิทธิบัตรทอง
อ่าน

รายชื่อ 8 โรงพยาบาลเอกชนในกทม. เปิดรับลงทะเบียน-ย้ายสิทธิบัตรทอง

นพ.วีระพันธ์ ลีธนะกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า กรุงเทพมหานครนอกเหนือจากการเป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนในการเข้าถึงบริการ ยังมีหน่วยบริการที่จำกัด โดยเฉพาะในส่วนของหน่วยบริการภาครัฐ เมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรในกทม. ที่มีจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ส่งผลต่อการเข้าถึงบริการของประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง 30 บาท8 โรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ กทม. เปิดรับลงทะเบียน/ย้ายสิทธิบัตรทอง 30 บาท ดังนั้น ที่ผ่านมา สปสช.จึงได้ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มให้กับประชาชนผู้ใช้สิทธิ โดยล่าสุดในส่วนของหน่วยบริการปฐมภูมิ สปสช. ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่เพิ่มเป็น 8 แห่ง ในการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วสปสช. จึงขอเชิญชวนประชาชนที่ต้องการลงทะเบียนหรือย้ายหน่วยบริการปฐมภูมิ สามารถเลือกโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมนี้ได้ ซึ่งขณะนี้มีผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้ลงทะเบียนแล้วเป็นจำนวน 46,339 คนแล้ว โรงพยาบาลเอกชน 8 แห่งที่เข้าร่วมระบบบัตรทองทั้งนี้ โรงพยาบาลเอกชน 8 แห่งที่เข้าร่วมระบบบัตรทอง มีดังนี้1. โรงพยาบาลเพชรเวช (เขตห้วยขวาง) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 14,642 คนโทร. 13902. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช ธนบุรี (เขตราษฎร์บูรณะ)มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 11,300 คนโทร. 02-427-9966 ต่อ 512,515 มือถือ 064-183-32373. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช สีลม (เขตบางรัก) มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 7,129 คนโทร. 02-635-7123 /มือถือ 083-945-85914. โรงพยาบาลบางนา 1 (เขตบางนา)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 6,602 คนโทร. 02-746-8630-85. โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา (เขตสวนหลวง) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 4,269 คนโทร. 02-314-07276. โรงพยาบาลเดอะซีพลัส ประเวศ (เขตประเวศ)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 1,178 คนโทร. 02-322-95557. โรงพยาบาลมิตรประชา (เขตภาษีเจริญ) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 910 คนโทร. 02-455-55998. โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 3 (เขตบางนา)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 282 คนโทร. 064-569-9098 ลงทะเบียนเรียบร้อยเข้ารับบริการโดยตรงได้ที่โรงพยาบาลลงทะเบียนนพ.วีระพันธ์ กล่าวต่อว่า สปสช. ขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งผู้ที่มีทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ หรือผู้ที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนมาในพื้นที่ สามารถลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการปฐมภูมิและหน่วยบริการประจำได้ ติดต่อได้ที่โรงพยาบาลเอกชนทั้ง 8 แห่งข้างต้นนี้ เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วสามารถเข้ารับบริการโดยตรงได้ที่โรงพยาบาลลงทะเบียน หรือดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน สปสช. หรือ ไลน์ OA สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) เลือกเปลี่ยนหน่วยบริการและดำเนินการตามขั้นตอน โดยสามารถเปลี่ยนหน่วยบริการได้ถึง 4 ครั้งต่อปี และจะได้รับสิทธิทันที ไม่ต้องรอนาน 15 วันเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้สำหรับเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ คือบัตรประชาชน สำหรับเด็กเล็กที่ไม่มีบัตรประชาชนใช้สูติบัตรคู่กับบัตรประชาชนของผู้ปกครอง อย่างไรก็ดีหากไม่สะดวกก็สามารถมาย้ายหน่วยบริการด้วยตนเองได้ที่ ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพ สปสช. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารบี ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. หรือ โทร. สายด่วน สปสช. 1330 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการส่วนกรณีผู้ที่มีทะเบียนบ้านไม่ตรงกับที่พักอาศัยในปัจจุบัน ให้แสดงหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ หนังสือรับรองของเจ้าบ้าน ผู้นำชุมชน ผู้ว่าจ้าง นายจ้าง หรือทำหนังสือรับรองตนเอง รวมไปถึงเอกสารหรือหลักฐานที่มีชื่อของผู้ที่ต้องการเปลี่ยนหน่วยบริการ เช่น ใบเสร็จค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเช่าที่พัก สัญญาเช่าที่พัก เป็นต้นอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเจ็บป่วยเล็กน้อย 42 อาการ หาหมอออนไลน์ด้วยสิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่ครบ 6 เดือนรัฐบาลแพทองธาร ประชาชนชื่นชมหลายนโยบาย พอใจ “30 บาท รักษาทุกที่” มากสุดนายกฯ ยืนยัน 30 บาทรักษาทุกที่ ไม่มีทางปล่อยให้โครงการล้มแน่นอน

ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!
อ่าน

ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว “บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ” ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ “Your Data” ซึ่งช่วยให้ประชาชนใช้ข้อมูลของตนเองในการเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น บริการดังกล่าว ช่วยให้ประชาชนที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีค่าน้ำหรือค่าไฟ สามารถเรียกดูและดาวน์โหลดประวัติการชำระย้อนหลัง 6 เดือนของตนเองผ่านแอป “ทางรัฐ” ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นช่องทางใหม่ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ที่ไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว สามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมวิธีลงทะเบียนผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” จากนั้นเลือกเมนู “การเงิน/ประกัน” และเข้าสู่ “ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน” เลือกหน่วยงานที่ต้องการ ระบุหมายเลขมิเตอร์ ตรวจสอบข้อมูล และยืนยันคำขอ ระบบจะจัดเก็บเอกสารไว้ในโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ เพื่อนำไปยื่นขอสินเชื่อต่อไปทั้งนี้ การขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์มาก เพราะสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อให้กับผู้มีวินัยในการจ่ายค่าน้ำ - ค่าไฟ เพราะข้อมูลที่แสดงพฤติกรรมการจ่ายที่ดี จะส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อในทางบวก “โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญของรัฐในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูลของตนเอง” เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มที่เคยขาดหลักฐานทางรายได้ในรูปแบบเดิมรัฐบาลเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเปิดประตูการเงินให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเข้าถึงเงินทุนได้อย่างเสมอภาค พร้อมก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ทั้งนี้ บริการดังกล่าวเริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อที่รองรับเอกสารดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th " นางสาวศศิกานต์ กล่าว

เปิดขั้นตอนขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ เพื่อใช้ประกอบการสมัครขอสินเชื่อ
อ่าน

เปิดขั้นตอนขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ เพื่อใช้ประกอบการสมัครขอสินเชื่อ

สมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ Your Dataภายหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และ การประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว "บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ" ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อใช้ประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ Your Data ที่สนับสนุนให้ประชาชนใช้สิทธิส่งข้อมูลของตนผ่านช่องทางดิจิทัลเพื่อได้รับบริการที่ตอบโจทย์มากขึ้นบริการดังกล่าวมุ่งพัฒนาบริการให้กับประชาชนที่มีชื่อในทะเบียนผู้ใช้น้ำ-ไฟ (คู่สัญญา) สามารถขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟของตนเองบนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้สะดวก ปลอดภัย และไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับนำไปยื่นประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงิน ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลประวัติดังกล่าวจากประชาชนสามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมธปท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์จากข้อมูลประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ และในอนาคตจะสามารถต่อยอดไปใช้กับบริการทางการเงินอื่น ๆ ได้ต่อไปทั้งนี้ ประชาชนสามารถเรียกดู และดาวน์โหลดเอกสารดังกล่าว และนำไปยื่นเพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ด้านสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) แนะนำขั้นตอนการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อได้ ฟรี!สามารถขอเอกสาร “ประวัติการใช้และชำระค่าน้ำค่าไฟรูปแบบดิจิทัล” ที่จ่ายย้อนหลัง 6 เดือนได้ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อได้ ฟรี! ได้รับเอกสารไว นำไปใช้ได้เลยขั้นตอนการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟสำหรับ ผู้ใช้หรือเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า/ประปา1. เข้าสู่แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และเลือกหมวดหมู่ ‘การเงิน/ประกัน’2. เลือกบริการ ‘ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน’ และกดอนุญาต3. เลือกหน่วยงาน และทะเบียน/มิเตอร์ จากหน่วยงานที่ต้องการขอเอกสาร4. ตรวจสอบข้อมูลและกด “ขอเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ” และยืนยันการขอเอกสาร เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อได้เลยดาวน์โหลดแอปฯ ทางรัฐ ผ่าน Google Play App Store และผู้ใช้มือถือ Huawei https://dg.th/kw6uzvdo57 บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ คืออะไรบริการที่ให้ประชาชนสามารถขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟของตนเองบนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” สำหรับส่งผู้ให้บริการทางการเงินเพื่อใช้ประกอบการสมัครบริการทางการเงิน เช่น การสมัครสินเชื่อ โดยประชาชนสามารถใช้บริการได้แล้วตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ปลดล็อกให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองเพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดีขึ้นบริการดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ Your Data ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 6 หน่วยงาน ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค ที่สนับสนุนให้ประชาชนใช้สิทธิส่งข้อมูลของตนผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งจะช่วยปลดล็อกให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองเพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากขึ้นประโยชน์ต่อประชาชนสะดวก: ขอประวัติค่าน้ำ-ค่าไฟ ย้อนหลัง 6 เดือน ในที่เดียว ด้วยรูปแบบดิจิทัลใช้งานง่าย และไม่มีค่าใช้จ่าย: ขอเอกสารประวัติฯ ได้ง่าย ได้รับไว นำไปใช้ได้เลย รวมถึงไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มโอกาสได้สินเชื่อ: พฤติกรรมการจ่ายที่มีวินัย ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อประโยชน์ต่อผู้ให้บริการสินเชื่อผู้ให้บริการทางการเงินหรือสถาบันการเงินที่ได้รับข้อมูลประวัติดังกล่าวจากประชาชนสามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine-readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมใครจะใช้บริการนี้ได้บ้างประชาชนที่มีชื่อในทะเบียนผู้ใช้น้ำ-ไฟ (คู่สัญญา) และลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และยืนยันตัวตนแล้ว

เริ่มวันนี้! Krungthai NEXT - เป๋าตัง ใช้ไม่ได้หาก "ชื่อไม่ตรงกับซิม"
อ่าน

เริ่มวันนี้! Krungthai NEXT - เป๋าตัง ใช้ไม่ได้หาก "ชื่อไม่ตรงกับซิม"

ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า ตามนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่บังคับให้ชื่อบัญชี “โมบายแบงก์กิ้ง” ต้องตรงกับ “ชื่อเจ้าของซิม” ใน ลูกค้ากลุ่ม Phase 1 ที่ได้รับ Notification ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ผู้ที่ไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือยกเว้น จะไม่สามารถใช้งานแอปฯ Krungthai NEXT และ เป๋าตัง ได้ เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้1. ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายของท่าน ขอเปลี่ยนชื่อเจ้าของซิมให้ตรงกับชื่อบัญชี และขอหนังสือรับรองสิทธิในการใช้บริการ2. นำหนังสือรับรองสิทธิในการใช้บริการ ติดต่อธนาคารกรุงไทย สาขาใดก็ได้ เพื่ออัปเดตข้อมูลและปลดระงับการใช้งานทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการขอยกเว้น (กลุ่มบุคคลในครอบครัว / ผู้ไร้ความสามารถ / ผู้เสมือนไร้ความสามารถ / ผู้พิการ / กลุ่มนิติบุคคล) สามารถติดต่อได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาใดก็ได้ เพื่อแสดงเอกสารการยืนยันตัวตน เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ และเอกสารที่ระบุความเป็นเจ้าของหมายเลขรายละเอียดเพิ่มเติม https://krungthai.com/.../krungt.../announcement-detail/3181หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Contact Center 02 111 1111

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
อ่าน

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์

เตือน! มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี
อ่าน

เตือน! มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดข้อมูลมุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี จะขออายัดบัญชีธนาคาร! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงทำงานอย่างหนักไม่หยุดหย่อน..ล่าสุดปลอมเป็นธนาคาร หรือศูนย์ราชการ หรือ DSI โทรหลอกเหยื่อว่า มีคนอ้างว่าเหยื่อได้ทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมแนบบัตรประชาชน มาที่ธนาคารเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งอาจจะเป็นในลักษณะของบัญชีม้าได้ โดยมิจฉาชีพจะมีการบอกข้อมูลส่วนตัวของเราได้อย่างถูกต้อง และหากเหยื่อปฏิเสธว่าไม่ได้ให้ใครมาเปิดบัญชีธนาคารดังกล่าว มิจฉาชีพก็จะบอกว่าขออายัดบัญชีเพื่อตรวจสอบ ซึ่งหากเหยื่อหลงเชื่อทำตามที่มิจฉาชีพบอกก็อาจทำให้สูญเงินในบัญชีได้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงขอเตือนภัยประชาชนว่าหากพบมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว ขอให้ประชาชนตั้งสติ อย่าตกใจ ไม่หลงเชื่ออุบายของมิจฉาชีพ เพราะการเปิดบัญชีธนาคารจะไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปทำแทนได้ จะต้องใช้บัตรประชาชนตัวจริงเท่านั้น อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว

“กรุงไทย-กสิกรไทย” เพิ่มช่องถอนเงิน ไม่ใช้บัตรข้ามแบงก์ที่ตู้ ATM ได้แล้ววันนี้!
อ่าน

“กรุงไทย-กสิกรไทย” เพิ่มช่องถอนเงิน ไม่ใช้บัตรข้ามแบงก์ที่ตู้ ATM ได้แล้ววันนี้!

#ทันหุ้น - ธนาคารกรุงไทย เพิ่มช่องทางอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ด้วยบริการถอนเงินไม่ใช้บัตรแบบข้ามธนาคาร(Cross Bank Cardless ATM Withdrawal)สามารถถอนเงินไม่ใช้บัตร ผ่านแอปพลิเคชันKrungthai NEXTและK PLUSได้ทั้งตู้ATM/CDMของธนาคารกรุงไทย และธนาคารกสิกรไทย จำนวนรวมกว่า16,000ตู้ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยลูกค้าธนาคารกรุงไทยสามารถใช้บริการถอนเงินไม่ใช้บัตร โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม เมื่อทำรายการถอนเงินที่ตู้ATMของธนาคารกรุงไทย ทั่วประเทศ สำหรับการใช้บริการถอนเงินไม่ใช้บัตรแบบข้ามธนาคารลูกค้าธนาคารกรุงไทยสามารถทำรายการผ่านKrungthai NEXTเพื่อสร้างรหัสถอนเงิน และนำไปใช้ถอนเงินสดที่ตู้ATM/CDMของธนาคารกสิกรไทย และลูกค้าธนาคารกสิกรไทยสามารถทำรายการผ่านแอปพลิเคชันK PLUSโดยสแกนQR Codeที่หน้าจอ ตู้ATM/CDMของธนาคารกรุงไทย ทั้งนี้ การใช้บริการถอนเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคาร มีค่าธรรมเนียมตามที่แต่ละธนาคารกำหนด

“กรุงไทย-กสิกรไทย” ถอนเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคารที่ตู้ ATM
อ่าน

“กรุงไทย-กสิกรไทย” ถอนเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคารที่ตู้ ATM

ธนาคารกรุงไทย เพิ่มช่องทางอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ด้วย บริการถอนเงินไม่ใช้บัตรแบบข้ามธนาคาร (Cross Bank Cardless ATM Withdrawal) สามารถถอนเงินไม่ใช้บัตร ผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT และ K PLUS ได้ทั้งตู้ ATM/CDM ของธนาคารกรุงไทย และธนาคารกสิกรไทย จำนวนรวมกว่า 16,000 ตู้ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยลูกค้าธนาคารกรุงไทยสามารถใช้บริการถอนเงินไม่ใช้บัตร โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม เมื่อทำรายการถอนเงินที่ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย ทั่วประเทศ สำหรับการใช้บริการถอนเงินไม่ใช้บัตรแบบข้ามธนาคาร ลูกค้าธนาคารกรุงไทย สามารถทำรายการผ่าน Krungthai NEXT เพื่อสร้างรหัสถอนเงิน และนำไปใช้ถอนเงินสดที่ตู้ ATM/CDM ของธนาคารกสิกรไทย และ ลูกค้าธนาคารกสิกรไทย สามารถทำรายการผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS โดยสแกน QR Code ที่หน้าจอตู้ ATM/CDM ของธนาคารกรุงไทย ทั้งนี้ การใช้บริการถอนเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคาร มีค่าธรรมเนียมตามที่แต่ละธนาคารกำหนด ธนาคารกรุงไทย มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ ทั้งด้านความสะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงบริการได้ทุกที่ ทุกเวลา

เงินบำนาญไม่เข้า ต้องทำอย่างไร เช็กวิธีแก้ปัญหาได้ที่นี่
อ่าน

เงินบำนาญไม่เข้า ต้องทำอย่างไร เช็กวิธีแก้ปัญหาได้ที่นี่

เงินเดือน ค่าจ้าง หรือบำเหน็จบำนาญ ไม่เข้าบัญชี ต้องทำอย่างไร?กรมบัญชีกลางแจ้งแนวทางปฏิบัติสำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ หรือผู้รับบำเหน็จบำนาญ หากพบว่าเงินไม่เข้าบัญชีตามกำหนด ควรตรวจสอบและดำเนินการดังนี้: เงินเดือน ค่าจ้าง หรือบำเหน็จบำนาญ ไม่เข้าบัญชี ต้องทำอย่างไร?กรมบัญชีกลางแจ้งแนวทางปฏิบัติสำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ หรือผู้รับบำเหน็จบำนาญ หากพบว่าเงินไม่เข้าบัญชีตามกำหนด ควรตรวจสอบและดำเนินการดังนี้:กรณีเงินบำเหน็จบำนาญไม่เข้าบัญชี1. ตรวจสอบบัญชีธนาคารติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบสาเหตุ เช่น- บัญชีปิด- บัญชีติดอายัด- บัญชีไม่เคลื่อนไหว (ไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 1 ปี)2. บัญชีปิด- เปิดบัญชีใหม่- แจ้งเปลี่ยนเลขที่บัญชีกับส่วนราชการผู้เบิก3. บัญชีถูกต้อง แต่เงินไม่เข้าบัญชี- ติดต่อส่วนราชการผู้เบิก- รอส่วนราชการตั้งเบิกใหม่ในรอบเดือนถัดไปการดำเนินการของส่วนราชการระดับกรม- กรมบัญชีกลางจะส่งคืนเงินให้ส่วนราชการระดับกรม พร้อมแจ้งผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ภายใน 3 วันทำการ- ส่วนราชการต้องตรวจสอบยอดเงินและนำส่งคืนคลัง หากพบว่าเบิกเกิน- แจ้งส่วนราชการผู้เบิกหากรายการโอนเงินถูกปฏิเสธ (REJECT)ส่วนราชการผู้เบิก- ติดต่อผู้มีสิทธิเพื่อแก้ไขเลขที่บัญชี- ตั้งเบิกเงินใหม่ในรอบเดือนถัดไป ผ่านระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension)วิธีตรวจสอบเลขที่เอกสารขอเบิกเงินบำเหน็จบำนาญ1. เข้าระบบ Digital Pension รายงานใบโอนเงิน2. หรือที่เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th เงินเดือนบำนาญ เลขที่เอกสารขอเบิก กรณีเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่เข้าบัญชี1. สาเหตุที่พบบ่อย- บัญชีติดอายัด- บัญชีปิด- บัญชีไม่เคลื่อนไหว2. แนวทางแก้ไข- ติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบ- หากเลขบัญชีผิด ให้แจ้งส่วนราชการผู้เบิกเพื่อแก้ไขเพื่อป้องกันปัญหาควรตรวจสอบบัญชีเงินฝากที่ใช้รับเงินอยู่เสมอว่าเป็นบัญชีที่ถูกต้องและยังคงใช้งานอยู่ขั้นตอนของส่วนราชการ- เมื่อเงินถูกส่งคืน กรมบัญชีกลางจะส่งหนังสือแจ้งไปยังส่วนราชการภายใน 3 วันทำการ- ส่วนราชการตรวจสอบยอดเงินในบัญชีงบประมาณ และดำเนินการจ่ายเงินใหม่ให้ผู้มีสิทธิ

ไทยพาณิชย์ เก็บค่าธรรมเนียมโอนเงิน 5 บาท? รู้ทันก่อนตกใจ
อ่าน

ไทยพาณิชย์ เก็บค่าธรรมเนียมโอนเงิน 5 บาท? รู้ทันก่อนตกใจ

SCB แจงค่าธรรมเนียมโอนเงิน 5 บาท มีผลเฉพาะลูกค้าธุรกิจหลังจากมีการแชร์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดียว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างธนาคาร 5 บาทต่อรายการ ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป จนสร้างความสับสนในหมู่ผู้ใช้บริการนั้น ล่าสุด ธนาคารได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวเฉพาะบริการ SCB Business Anywhere เท่านั้นตามเอกสารประกาศอัตราค่าธรรมเนียมที่เปิดเผยโดย SCB ระบุชัดว่า การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมโอนเงินข้ามธนาคารเริ่มต้น 5 บาทต่อรายการ จะมีผลเฉพาะผู้ใช้บริการ SCB Business Anywhere ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับลูกค้าธุรกิจ ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีลูกค้ารายย่อยแต่อย่างใด โดยค่าธรรมเนียมจะครอบคลุมกรณีต่างๆ เช่นโอนเงินไปยังบัญชีต่างธนาคารแบบทันที (พร้อมเพย์) หรือโอนแบบมีระยะเวลา (NEXT DAY, SAME DAY)การโอนผ่านระบบ e-Withholding Tax, e-Filing, หรือบริการโอนเงินต่างประเทศ ฯลฯ ลูกค้าบุคคล-พร้อมเพย์ยังคงโอนฟรีSCB ย้ำว่า บริการสำหรับลูกค้าทั่วไป เช่น การโอนเงินภายใน SCB หรือโอนข้ามธนาคารผ่านแอป SCB Easy ยังคงฟรีค่าธรรมเนียมเหมือนเดิม รวมถึงการโอนผ่าน พร้อมเพย์ ก็ไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมแนะตรวจสอบค่าธรรมเนียมก่อนใช้งานธนาคารแนะนำให้ลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าธุรกิจ ตรวจสอบรายละเอียดอัตราค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางทางการของ SCB เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และเพื่อวางแผนการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เงื่อนไขค่าบริการจะมีผลถึงวันที่ 31 มกราคม 2569

กรมพัฒน์ ยืนยัน ระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist)  สะดวก ปลอดภัย
อ่าน

กรมพัฒน์ ยืนยัน ระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist) สะดวก ปลอดภัย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า“กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เปิดให้บริการระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist) ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 จนถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2568) มีภาคธุรกิจเข้าใช้งานผ่านระบบการจดทะเบียนนิติบุคคลออนไลน์(DBD Biz Regist) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร คิดเป็นสัดส่วน53.67%ของผู้ใช้บริการทั้งหมด ขณะที่ผ่านช่องทางเดินทางมาจดทะเบียนฯที่สำนักงานฯ(walk in)เป็น46.33% ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าใช้งานผ่านระบบ DBD Biz Registเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆในอนาคต เนื่องจากระบบ DBD Biz Registเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน ง่าย สะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนผ่านระบบฯ ได้จากทุกสถานที่ ทุกวันตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการที่สำคัญสามารถเลือกวันที่ต้องการจดทะเบียนฯ ได้ตามฤกษ์ที่ดีของผู้ประกอบการอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าวต่อว่า การให้บริการของกรมฯผ่านระบบการจดทะเบียนแบบออนไลน์ยังเป็นทางออกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการตื่นเช้าเพื่อมารอคิวเนื่องจากที่ผ่านมากรมฯรับทราบปัญหาที่ผู้ขอใช้บริการบางส่วนต้องมารอคิวตั้งแต่กลางดึกหรือเช้าตรู่จากความวิตกว่าจะไม่ได้รับคิวเพื่อสามารถยื่นจดทะเบียนฯในวันที่ได้ตั้งใจไว้ โดยเฉพาะช่วงที่เป็นวันฤกษ์ดีและมีผู้ต้องการยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นจำนวนมาก เป็นปัญหาที่กรมฯได้พยายามแก้ไขมาอย่างต่อเนื่องนำมาสู่ทางออกด้วยการจัดทำระบบจดทะเบียนนิติบุคคลแบบออนไลน์มาใช้ในการให้บริการ ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้ใช้บริการไม่ต้องตื่นมาจองคิวยื่นคำขอจดทะเบียนฯกันตั้งแต่กลางดึกอีกต่อไปดังนั้น หากผู้ขอรับบริการที่เดินทางมายังสำนักงานจดทะเบียนแล้ว แต่ไม่ได้คิวยื่นจดทะเบียนฯ หากท่านมีเอกสารที่จะใช้ในการจดทะเบียนครบถ้วนติดต่อพบเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับคำแนะนำและดำเนินการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านออนไลน์ หรือ DBD Biz Registณ สำนักงานได้เลย เพราะจะมีการจัดเตรียมคอมพิวเตอร์ไว้รองรับและเจ้าหน้าที่คอยแนะนำอำนวยความสะดวกการจดทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจะสามารถดำเนินการจดทะเบียนฯ ให้แล้วเสร็จได้เลยในวันนั้น นอกจากนี้กรมฯ ได้เตรียมเจ้าหน้าที่สำหรับให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่สำหรับผู้ที่กังวลว่าระบบจดทะเบียนออนไลน์ใช้งานยากหรือไม่ปลอดภัยโดยได้จัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ให้คำปรึกษา และช่วยสอนใช้งานระบบฯ ทั้งสำนักงานส่วนกลาง (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สนามบินน้ำ) และสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าในกรุงเทพมหานครทั้ง 6 เขต และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้งานระบบฯ แต่ไม่เข้าใจหรือใช้งานไม่สะดวก สามารถเข้ามาขอให้เจ้าหน้าที่สอนใช้ระบบได้ทันที จนเสร็จสิ้นกระบวนการจดทะเบียนฯซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเข้าใช้งานระบบฯ และสามารถเข้าใช้งานระบบฯ ได้ด้วยตนเองในครั้งถัดไปรวมทั้งได้จัดช่องทางให้คำปรึกษาผ่าน LINE OA: @dbd1570 และ Call Center โทร. 1570 รวมถึงจัดอบรมและให้คำแนะนำแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องสำหรับประเด็นที่มีผู้กังวลว่าต้องใช้‘เลขหลังบัตรประชาชน’ ในการยืนยันตัวตนผ่านทางออนไลน์ของกรรมการหรือผู้มีอำนาจลงนาม เพื่อใช้ประกอบการจดทะเบียนผ่านทางออนไลน์ กรมฯได้แก้ปัญหาสำหรับผู้ที่เป็นกังวลเรื่องดังกล่าวแล้วโดยให้มี3ทางเลือกในการยืนยันตัวตนเพื่อสมัครสมาชิกคือ1) ทำ e-KYC ผ่านแอปพลิเคชัน DBD e-Serviceกรณีนี้จะต้องใส่เลขหลังบัตรประชาชน2) ยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน THAID ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยกรณีนี้สามารถทำเองได้โดยดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า THAID ผ่านระบบ IOS และ Androidเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน ไม่ต้องให้เลขหลังบัตรประชาชนไปกับผู้อื่น และ 3)เดินทางไปยืนยันตัวตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ณ สถานที่ตามที่กรมฯกำหนดไว้ทั้งนี้ เมื่อสมัครเป็นสมาชิกแล้ว ท่านที่เป็นหุ้นส่วน ผู้เริ่มก่อการ หรือกรรมการ ก็จะมี Username Password สำหรับใช้ในการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้โดยไม่ต้องใช้ข้อมูลหลังบัตรประชาชนอีกต่อไป กล่าวทิ้งท้ายว่า การเดินหน้าเข้าสู่การนำระบบออนไลน์มาใช้แบบ 100% โดยกำหนดเป้าหมายในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมศกนี้เป็นต้นไป เพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพการให้บริการและเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่การให้บริการดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ อาจทำให้ผู้เกี่ยวข้องต้องปรับตัวในระยะแรก แต่ในระยะยาวจะช่วยให้ประชาชนสามารถจดทะเบียนนิติบุคคลได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยกรมฯ พร้อมรับฟังความคิดเห็นและปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและภาคธุรกิจ”ขอเชิญชวนภาคธุรกิจและประชาชนให้บริการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist)ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้การเริ่มต้นประกอบธุรกิจหรือระหว่างการดำเนินธุรกิจมีความรวดเร็ว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมและพัฒนาระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล กองทะเบียนธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทร 0 2547 5995-8 e-Mail : bizregist@dbd.go.th, Call Center1570 และwww.dbd.go.th

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
อ่าน

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ

ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ “นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย” ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6 ล่วงหน้า
อ่าน

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ “นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย” ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6 ล่วงหน้า

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เตรียมเปิดบริการระบบดิจิทัลสำหรับการลงทะเบียนเดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) โดยระบบนี้จะใช้สำหรับการลงทะเบียนของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าหรือออกจากประเทศไทยทุกช่องทาง ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ โดยจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ ระบบ TDAC จะเปิดให้ชาวต่างชาติสามารถกรอกข้อมูลได้ล่วงหน้า 3 วัน ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย โดยต้องกรอกข้อมูลเอกสารเดินทาง เช่น หนังสือเดินทาง ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทาง และสถานะทางสุขภาพ ซึ่งไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบบัตรขาเข้าออนไลน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับมาตรการของหลายประเทศการลงทะเบียนผ่านระบบ TDAC สามารถทำได้ที่เว็บไซต์ http://tdac.immigration.go.th หรือสแกน QR code โดยผู้ที่ลงทะเบียนจะได้รับอีเมลยืนยันและต้องแสดงเอกสารยืนยันการลงทะเบียนเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย นอกจากนี้ เว็บไซต์ยังรองรับการใช้งานใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เกาหลี รัสเซีย และญี่ปุ่น และได้มีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น แผ่นพับและคลิปวิดีโอแนะนำการใช้งานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ E-Visa ของกรมการกงสุล และระบบคัดกรองโรคของกรมควบคุมโรค เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางเข้าประเทศไทย

วันหยุดธนาคาร สงกรานต์ 2568 เช็กที่นี่ธนาคารแต่ละแห่ง เปิด-ปิดทำการวันใดบ้าง
อ่าน

วันหยุดธนาคาร สงกรานต์ 2568 เช็กที่นี่ธนาคารแต่ละแห่ง เปิด-ปิดทำการวันใดบ้าง

วันหยุด เดือนเมษายน 2568 มีวันหยุดยาวให้ได้พักผ่อนกันหลายวัน หลายๆ คนต่างวางแผนเดินทางท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงวันหยุดยาวทั้งนี้ สำหรับวันหยุดธนาคารเนื่องในวันสงกรานต์ 2568 ตรงกับวันไหนบ้าง เพื่อที่ประชาชนควรวางแผนการทำธุรกรรมทางการเงินล่วงหน้า TNN ONLINE ได้รวบรวมข้อมูลไว้ให้แล้ว วันหยุดสงกรานต์ 2568 ธนาคารแต่ละแห่ง เปิด-ปิดทำการวันใดบ้างธนาคารกรุงไทยธนาคารกรุงไทย แจ้งวันปิด-เปิดทำการสาขาช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2568สาขาในห้าง และสาขาเปิดทำการ 7 วันปิดทำการวันที่ 14 เมษายน 2568เปิดทำการวันที่ 15 เมษายน 2568สาขาทั่วไปปิดทำการวันที่ 12-15 เม.ย. 68เปิดทำการวันที่ 16 เม.ย. 68ทั้งนี้ ท่านสามารถทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT และ ตู้ ATM / เครื่องปรับสมุดเงินฝากอัตโนมัติสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Contact Center 02 111 1111 ตลอด 24 ชั่วโมงธนาคารอาคารสงเคราะห์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ แจ้งวันหยุดทำการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 256813 - 14 เมษายน 2568 ปิดให้บริการทุกสาขา15 เมษายน 2568 เปิดให้บริการเฉพาะสาขาในห้างสรรพสินค้า16 เมษายน 2568 เปิดให้บริการทุกสาขาลูกค้าสามารถใช้บริการช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารได้ตามปกติ ดังนี้- Mobile Application : GHB ALL GEN- Line @GHBBUDDY- ตู้ ADM, CDM / ATM- เครื่องชำระเงินกู้ LRM- Website https://www.ghbank.co.th/- สร้าง QR code ชำระเงินกู้ออนไลน์ที่ https://bit.ly/3mNJhhKธนาคารไทยพาณิชย์ธนาคารไทยพาณิชย์ ขอแจ้งวันเปิด-ปิด สาขาช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ค่ะ โดยวันที่สาขาปิดทำการสามารถใช้บริการจาก ตู้ ATM, ตู้ CDM และ SCB EASY APP ได้ตามปกติ ธนาคารกรุงเทพธนาคารกรุงเทพ แจ้งวันหยุดทำการ เนื่องในวันสงกรานต์ 12-15 เมษายน 2568ทั้งนี้ท่านสามารถใช้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ของธนาคาร รวมถึงบริการตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บัวหลวงโฟน 1333 หรือ 0 2645 5555ธนาคารกรุงศรีอยุธยาธนาคารกรุงศรีอยุธยา แจ้งวันหยุดธนาคาร ในช่วงช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ค่ะทั้งนี้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ผ่านช่องทาง- Krungsri ATM- Krungsri Online / Krungsri Biz- krungsri app- โทร 1572

วิธีขอเงินคืนภาษี ปี 2568 สำหรับรายได้ปีภาษี 2567
อ่าน

วิธีขอเงินคืนภาษี ปี 2568 สำหรับรายได้ปีภาษี 2567

เช็กขั้นตอนขอคืนภาษีปี 2568 สำหรับรายได้ปีภาษี 2567 ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร ทำง่าย รวดเร็ว รู้ผลไว ได้เงินคืนตรงบัญชีวิธีขอเงินคืนภาษี ปี 2568 สำหรับรายได้ปีภาษี 2567เข้าสู่ช่วงยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกครั้ง โดยในปี 2568 นี้ เป็นการยื่นภาษีสำหรับ รายได้ที่เกิดขึ้นในปีภาษี 2567 หลายคนอาจพบว่าตนเองชำระภาษีไว้เกินกว่าที่ควร ไม่ว่าจะมาจากการถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเกิน หรือมีค่าลดหย่อนต่าง ๆ ที่ช่วยให้ภาษีที่ต้องจ่ายจริงน้อยลง หากเป็นเช่นนั้น ผู้เสียภาษีสามารถ ยื่นขอคืนภาษี ได้ โดยมีขั้นตอนที่สะดวก รวดเร็ว ผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร ขั้นตอนขอคืนภาษี ปี 25681. เตรียมเอกสารให้พร้อม• หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)• เอกสารค่าลดหย่อนต่าง ๆ เช่น ประกันชีวิต เบี้ยประกันสุขภาพ เงินสะสมกองทุน ฯลฯ• เลขบัญชีธนาคาร (แนะนำให้ใช้บัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน)2. เข้าสู่ระบบ e-Filing• เข้าเว็บไซต์ www.rd.go.th ของกรมสรรพากร• ลงชื่อเข้าใช้ระบบยื่นแบบภาษีออนไลน์ (e-Filing)3. ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91• กรอกข้อมูลรายได้ทั้งหมด• ระบุข้อมูลการหัก ณ ที่จ่าย และค่าลดหย่อนต่าง ๆ• ระบบจะคำนวณภาษีที่ต้องชำระ หากผลออกมาเป็นยอดเงินลบ แปลว่าท่านมีสิทธิขอเงินคืน4. เลือกวิธีรับเงินคืน• พร้อมเพย์ (เร็วที่สุด)• โอนเข้าบัญชีธนาคาร (ต้องแนบสำเนาหน้าสมุดบัญชี)• รับเช็คทางไปรษณีย์ (ช้าที่สุด)5. รอตรวจสอบสถานะ• สามารถตรวจสอบสถานะการคืนภาษีได้ในระบบของกรมสรรพากร• หากไม่มีเอกสารขาดตกบกพร่อง จะได้รับเงินคืนภายใน 3 สัปดาห์ – 3 เดือน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของข้อมูล คำแนะนำเพิ่มเติม• หากมีการตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม กรมสรรพากรอาจติดต่อขอข้อมูลเพิ่มผ่านระบบ หรือโทรศัพท์• แนะนำให้ใช้บัญชีพร้อมเพย์ผูกกับเลขบัตรประชาชน เพราะจะได้รับเงินคืนเร็วที่สุด• หากยื่นล่าช้า อาจไม่ได้รับดอกเบี้ยจากเงินภาษีที่ชำระเกิน

ยื่นภาษี โค้งสุดท้าย! หมดเขตยื่นแบบออนไลน์  8 เมษายนนี้
อ่าน

ยื่นภาษี โค้งสุดท้าย! หมดเขตยื่นแบบออนไลน์ 8 เมษายนนี้

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ใกล้สิ้นสุดกำหนดเวลาการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91 ประจำปี 2567 ซึ่งวันที่ 8 เมษายน 2568 เป็นวันสุดท้ายสำหรับช่องทางการยื่นแบบออนไลน์ ผ่านทาง www.rd.go.th (ระบบ D-MyTax) e-Filing หรือแอปพลิเคชัน RD Smart Tax โดยหลังจากยื่นแบบฯ ยังมีขั้นตอนสำคัญ อาทิ การอัปโหลดเอกสารประกอบ (กรณีที่ต้องยื่นเพิ่มเติม) การตรวจสอบสถานะเงินคืนผ่านพร้อมเพย์ การผ่อนชำระภาษี สำหรับผู้ที่ต้องการแบ่งจ่าย รวมทั้งการตรวจสอบย้อนหลังจากกรมสรรพากรสำหรับวิธีตรวจสอบสถานะคืนภาษี ผู้เสียภาษีสามารถติดตามความคืบหน้าของการพิจารณาคืนภาษีได้ด้วยตนเองผ่านทาง www.rd.go.th (ระบบ D-MyTax) เช็กเงินคืนภาษีทำได้ผ่านเว็บไซต์และมือถือ โดยมีขั้นตอน ดังนี้1) เข้าเว็บไซต์ rd.go.th เลือกระบบ Digital MyTax (D-MyTax) 2) เข้าสู่ระบบด้วย RD ID พร้อมรหัส Laser ID จากด้านหลังบัตรประชาชน3) เลือกเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลที่ลงทะเบียนไว้เพื่อรับ OTP4) กรอก OTP เพื่อยืนยันตัวตน5) เลือก “ติดตามสถานะขอคืน/นำส่งเอกสาร” นายอนุกูล กล่าวต่อว่า ระยะเวลาการดำเนินการคืนภาษีหากไม่ติดเกณฑ์ตรวจสอบ ผู้ยื่นแบบภาษีจะได้รับเงินผ่านพร้อมเพย์ภายใน 3-5 วันทำการ หากติดเกณฑ์ตรวจสอบผู้ยื่นแบบภาษี เจ้าหน้าที่จะติดต่อขอเอกสารเพิ่มเติม โดยสามารถอัปโหลดไฟล์ข้อมูลผ่านระบบ D-MyTax และส่งทางไปรษณีย์ หรือโทรสารตามที่อยู่ในใบนำส่งเอกสารทั้งนี้ การผ่อนชำระภาษี กรมสรรพากร เปิดให้ผ่อนชำระได้ถึง 3 งวด โดยไม่คิดดอกเบี้ยและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ครอบคลุมทั้ง ผู้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ภายใต้เงื่อนไข คือ มีภาษีที่ต้องชำระจำนวนตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป (ทั้งภาษีครึ่งปี และภาษีสิ้นปี) โดยขอผ่อนชำระภาษีได้เป็น 3 งวด เท่าๆ กันสามารถติดต่อขอผ่อนชำระได้ที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาโดยใช้แบบ บ.ช.35 จำนวน 1 ชุด (กรณียื่นแบบกระดาษ) หรือขอผ่อนชำระผ่านทางเว็บไซต์สรรพากร (กรณียื่นภาษีออนไลน์) “สำหรับปีภาษี 2567 ขณะนี้ เหลือเพียงการยื่นแบบออนไลน์เท่านั้น ซึ่งจะหมดเขตในวันที่ 8 เมษายน 2568 นี้ ขอย้ำเตือนให้ผู้มีเงินได้ทุกคน รีบดำเนินการยื่นภาษีให้เรียบร้อย ภายในกำหนดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและบทลงโทษทางกฎหมาย หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสำนักงานสรรพากรใกล้บ้านหรือสถานประกอบการได้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ RD Intelligence Center 1161” นายอนุกูล กล่าวข่าวที่เกี่ยวข้อง- ยื่นภาษี! รัฐบาลเตือนเจตนาหลบเลี่ยงภาษี ถูกจำคุก - ปรับไม่เกิน 200,000 บาท- เปิดบทลงโทษ "พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ - ยูทูบเบอร์" อย่าลืมยื่นภาษี หมดเขต 31 มีนาคม

วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน อัปเดต 2025 ซื้อตั๋วรถไฟจีนยังไง จองตั๋วผ่านแอป
อ่าน

วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน อัปเดต 2025 ซื้อตั๋วรถไฟจีนยังไง จองตั๋วผ่านแอป

เที่ยวจีน ต้องรู้อะไรบ้าง? สายเที่ยวคนไหนอยาก เที่ยวจีนด้วยตัวเอง จำเป็นต้องทราบ วิธีเดินทางด้วยรถไฟจีน ไว้ก่อนเลย เพราะการเดินทางด้วยรถไฟ ถือเป็นระบบขนส่งสาธารณะหลักๆ ของจีนเลยก็ว่าได้ เราจึงขอแชร์ วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน อัปเดต 2025 มาช่วยให้การขึ้นรถไฟของนักท่องเที่ยวมือใหม่ราบรื่นมากขึ้น ตอนนี้ก็ถึงเวลาตามมาส่องกันแล้วค่ะว่า ซื้อตั๋วรถไฟแบบไหนได้บ้าง จองตั๋วผ่านแอปยังไง รู้แล้วเที่ยวได้สบายคอนเฟิร์ม! วิธีเดินทางในจีน รถไฟจีน 2025วิธีเดินทางด้วยรถไฟที่จีน ขึ้นรถไฟจีน 1. วิธีซื้อตั๋วโดยสาร 1.1 ซื้อตั๋วกับเจ้าหน้าที่ เริ่มด้วยวิธีซื้อตั๋วด้วยเงินสดแบบเบสิกที่สุด นั่นก็คือ ซื้อตั๋วรถไฟกับเจ้าหน้าที่ขายตั๋ว ค่ะ ใครไม่มั่นใจกลัวสื่อสารไม่ได้ แนะนำแคปหน้าจอตารางวันเวลา เที่ยวรถไฟ จากสถานีไหนไปที่ไหนให้ครบถ้วน แล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่พร้อมพาสปอร์ตได้เลยค่ะ สำหรับใครที่มีทริปเซี่ยงไฮ้จะซื้อบัตรเดินทางแบบเติมเงิน อย่าง Shanghai Pass ก็สะดวกไปอีกแบบ เพราะบัตรใบนี้สามารถใช้จ่ายค่า รถไฟใต้ดิน รถประจำทาง แท็กซี่ ที่เที่ยว รวมถึงร้านช้อปปิ้งต่างๆ ได้ค่อนข้างครอบคลุมเลยค่ะ 1.2 ซื้อตั๋วผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ มาถึงการ ซื้อตั๋วผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ คุณสามารถซื้อเป็นรายเที่ยวหรือซื้อ บัตร Metro Pass แบบเหมาทั้งวันไม่จำกัดเที่ยว บอกเลยว่า เหมาะกับคนที่ต้องเดินทางหลายๆ ครั้งต่อวันสุดๆ ค่ะ สำหรับขั้นตอนการซื้อตั๋วรายเที่ยวสามารถทำตามนี้ได้เลย สำหรับใครที่ไม่ถนัดภาษาจีน ก็ให้กดเปลี่ยนภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษได้เลยค่ะ ค้นหาสถานีปลายทางที่จะไป แล้วกดเลือก (ควรตรวจสอบเส้นทางรถไฟและการเปลี่ยนสถานีไว้ล่วงหน้า) เลือกจำนวนบัตรโดยสารที่ต้องการซื้อ กดเลือกวิธีการชำระเงิน ซึ่งสามารถจ่ายได้ทั้งเงินสด และสแกนจ่ายผ่านแอป Alipay, Wechat ได้ รับบัตรโดยสาร 1.3 จองตั๋วออนไลน์ผ่านแอป วันนี้เรา การซื้อตั๋วด้วย Alipay กับ Wechat ควรมีแอปนี้ติดเครื่องไว้เลย เพราะที่จีนใช้ 2 แอปนี้เป็นหลัก สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟ เราขอแนะนำ Alipay ค่ะ แต่ต้องสมัครและผูกบัตรเครดิตหรือ Travel card ไว้ก่อนนะคะ และวิธีใช้ Alipay กับการเดินทางด้วยรถไฟจีน ทำได้ 2 วิธีดังนี้ การเดินทางภายในเมือง วิธีแรกคือ สแกนเข้าสถานีด้วย Alipay เหมาะจะใช้กับการเดินทางด้วยรถไฟภายในเมือง เริ่มด้วยเข้าสู่แอปหน้าหลัก แล้วเลือก หมวด Transport Metro แล้วกด เมนู Transport ด้านบนเพื่อเลือกเมืองที่จะไป จากนั้นกด View จะขึ้นเมนู Select Metro Card กด Activate แล้วจึงกดยอมรับเงื่อนไขต่างๆ ก่อนเลือก Agree and obtain Card ค่ะ ต่อมาใส่รหัสชำระเงินที่เคยลงทะเบียนไว้ Use now เท่านี้ก็จะได้ QR Code ของเมืองปลายทางแล้ว ซึ่งวิธีใช้ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วย เพียงสแกน QR Code ผ่านช่องตรวจตั๋วในสถานีรถไฟในเมืองนั้นๆ ก็เป็นอันเสร็จ ซื้อตั๋วเดินทางระหว่างเมือง สำหรับการซื้อตั๋วรถไฟข้ามเมือง แอป Alipay ก็ทำได้เช่นเดียวกันค่ะ เพียงเข้าสู่หน้าหลักเลือก Trip Airline Ticket Trains จากนั้นใส่ วันที่ สถานีต้นทาง ปลายทาง เลือกแบบขาไปเที่ยวเดียวหรือขากลับแล้ว กด Search ก็จะขึ้นเวลาและเที่ยวรถไฟให้เลือก ตรงนี้ควรดูสถานีต้นทางให้แม่นยำด้วยนะคะ พอกดเลือกเวลาที่ต้องการก็จะขึ้นที่นั่งให้เลือกจอง จากนั้น กด Book ได้เลย รอสักครู่ก็จะเข้าสู่หน้าเพิ่มผู้โดยสาร กด Add/Edit Passengers แล้วกรอกข้อมูลให้ครบ โดยต้องตรงกับ Passport ของเราด้วยนะคะ ก็จะมาสู่หน้า Passenger info ใครไปหลายคนก็สามารถกรอกรายละเอียดผู้โดยสารเพิ่มได้อีก แล้วจึงกด OK ในส่วนของ Contact info ให้ใส่ ชื่อ อีเมล เบอร์โทร ให้ครบได้เลย จากนั้นให้เลื่อนลงมาเลือกตำแหน่งที่นั่ง กด Continue และ Pay now เพื่อชำระเงินตามลำดับ 2. สแกนกระเป๋าเข้าสถานี ก่อนจะขึ้นรถไฟจะต้องผ่านการตรวจสแกนสัมภาระกับเจ้าหน้าที่ก่อนค่ะ โดยเฉพาะรถไฟใต้ดิน ความเข้มมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือ สัมภาระที่เป็นของเหลว ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ น้ำ ต้อง ไม่เกิน 120-150 ml. นะคะ ไม่อย่างนั้นต้องทิ้งนะทุกคน แต่ขอกระซิบว่า บางเคสถ้าเป็นน้ำดื่ม เจ้าหน้าที่อาจให้ดื่มจนหมดก่อนก็มี! 3. เช็กทางออก ชานชาลา และ จุดเชื่อมขบวนต่างๆ การเช็กชานชาลา ทางออก และจุดเชื่อมขบวน ข้อนี้สำคัญมาก! เพราะหากเราตรวจสอบมาก่อนอย่างถูกต้อง รู้ทางออกที่แน่ชัด จะช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยค่ะ ทั้งไม่เสี่ยงกับการขึ้นรถไฟผิดขบวนอีกด้วย 4. เผื่อเวลาในการเดินทาง เที่ยวจีนฉบับมือใหม่ ยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์การนั่งรถไฟในจีน ควรเผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อย 40-45 นาทีค่ะ เพื่อได้มีเวลาตรวจสอบตั๋ว เส้นทางรถไฟ สถานีที่ต้องแวะ จบปัญหาขึ้นรถไฟผิดสาย ตกขบวนรถไฟไปได้เลย! 5. ขึ้นรถไฟ พร้อมเช็กสถานีปลายทาง ขณะเดินทางด้วยรถไฟ แนะนำว่า ควรเช็กสถานีปลายทางหรือสถานีที่ต้องแวะไว้ด้วยค่ะ จะได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนลงสถานีปลายทางที่ต้องการ ================= ที่เที่ยวจีน ที่น่าสนใจอื่นๆ เที่ยวจีน เช็กอิน 7 ที่เที่ยวปักกิ่ง Beijing อัปเดต 2025 ไปปักกิ่ง เที่ยวไหนดี 7 เมืองน่าเที่ยวในจีน สำหรับมือใหม่ ไปจีนครั้งแรกเที่ยวไหนดี?

ธ.ก.ส. ชวนลูกค้าทำ e-KYC ป้องกันภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ
อ่าน

ธ.ก.ส. ชวนลูกค้าทำ e-KYC ป้องกันภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ

ธ.ก.ส. ชวนลูกค้าทำ e-KYC ป้องกันภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ เพียงนำบัตรประชาชนและสมาร์ทโฟนเข้ารับบริการเพื่อจัดเก็บใบหน้าสำหรับการยืนยันตัวตน #ทันหุ้น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เชิญชวนลูกค้า ผู้ใช้บริการแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ที่ยังไม่ลงทะเบียนยืนยันตัวตน e-KYC หรือ Electronic Know Your Customer ซึ่งเป็นกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและตัวตนของลูกค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะเป็นประโยชน์ในการทำธุรกรรมทางการเงินหรือการลงทุนต่าง ๆ อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ลูกค้าเพียงนำบัตรประจำตัวประชาชน และสมาร์ทโฟน เข้ารับบริการเพื่อจัดเก็บใบหน้าสำหรับยืนยันตัวตนในการเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรม ผ่าน BAAC Mobile ป้องกันการถูกฉ้อโกงเลี่ยงภัยคุกคามจากมิจฉาชีพ อาชญากรรมทางการเงิน ลดความเสี่ยงในการถูกนำบัญชีไปใช้ในธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ลูกค้า ธ.ก.ส. ที่สนใจลงทะเบียน e-KYC สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555

รู้จักแอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย!
อ่าน

รู้จักแอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย!

สำหรับคนไทยที่กำลังเดินทางไปต่างประเทศ หรืออาศัยอยู่ในต่างแดน การเตรียมตัวให้พร้อมเรื่องเอกสารสำคัญอย่าง พาสปอร์ต ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก็มีแอปพลิเคชันที่ชื่อ Thai Consular ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ช่วยเหลือที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาเกี่ยวกับพาสปอร์ต บอกเลยว่าสะดวก และใช้งานง่ายสุดๆ! แอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย! ฟีเจอร์ของแอป Thai Consular 1. หาจุดทำพาสปอร์ตได้ในไม่กี่คลิก ไม่ต้องเสียเวลาหาเองอีกต่อไป เพราะแอปนี้จะแสดงจุดบริการทำพาสปอร์ตที่ใกล้ที่สุด ทั้งในไทย และต่างประเทศ 2. ติดต่อสถานทูตไทยทั่วโลก ฟรี! มีปัญหาเร่งด่วน ไม่ว่าจะพาสปอร์ตหายหรือเรื่องอื่นๆ สามารถติดต่อสถานทูตไทยได้ทันทีผ่านแอป โดยใช้การโทรแบบอินเทอร์เน็ต (VoIP) ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าโทรแบบ Roaming สามารถโทรผ่านแอปนี้ได้เลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อสถานทูตนั้นๆ เพื่อทำการช่วยเหลือ 3. แจ้งพาสปอร์ตหายได้ง่ายๆ หมดยุคที่ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ! หากพาสปอร์ตหายในต่างแดน คุณสามารถไปที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในพื้นที่เพื่อแจ้งข้อมูลสูญหาย และขอทำเล่มใหม่หรือเอกสารเดินทางฉุกเฉินได้ทันที แต่ก่อนใครเคยทำพาสปอร์ตหาย และจะไปขอทำเล่มใหม่ คงรู้กันดีว่าจะต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก่อน แล้วจึงนำใบแจ้งความไปขอทำเล่มใหม่ ซึ่งคนที่เคยทำหายจะเข้าใจว่าการไปติดต่อสถานีตำรวจในต่างแดนนั้นยุ่งยาก และลำบากในการสื่อสารขนาดไหน ซึ่งทางกรมการกงสุลได้จัดทำแบบฟอร์มเพื่อบันทึกข้อมูลพาสปอร์ตสูญหาย สามารถไปที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลทุกแห่งในต่างประเทศ และสำนักงานหนังสือเดินทางทั่วไทยได้เองโดยตรง ไม่ต้องไปสถานีตำรวจอีกต่อไปแล้ว โดยไปกรอกในวันที่ไปติดต่อขอทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ หรือขอเอกสารเดินทางฉุกเฉิน เพื่อเดินทางกลับไทย 4. เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง ทีมเจ้าหน้าที่มืออาชีพพร้อมช่วยเหลือทุกสถานการณ์ เพียงแค่ติดต่อผ่านแอป คุณก็จะได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว ทำไมต้องใช้ Thai Consular? สะดวก : ลดขั้นตอนยุ่งยาก เช่น การไปแจ้งความในต่างแดน ที่บางครั้งอาจเป็นเรื่องซับซ้อน และใช้เวลานาน ปลอดภัย : พาสปอร์ตเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องระมัดระวัง หากสูญหาย แอปนี้ช่วยจัดการเรื่องเอกสารได้รวดเร็ว ฟรี : ทุกการติดต่อผ่านแอปไม่มีค่าใช้จ่าย แค่มีอินเทอร์เน็ตก็เพียงพอ ข้อแนะนำในการเก็บรักษาพาสปอร์ต ถึงแม้แอป Thai Consular จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า อย่าลืมเก็บพาสปอร์ตในที่ปลอดภัย หมั่นตรวจสอบว่าอยู่ในสภาพดีเสมอ เพราะหากมีมิจฉาชีพนำพาสปอร์ตไปใช้ในทางผิดกฎหมาย เจ้าของอาจเดือดร้อนในภายหลังได้ ไม่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวหรือใช้ชีวิตในต่างประเทศ โหลดแอป Thai Consular ไว้จะช่วยให้เราอุ่นใจในทุกสถานการณ์ ดาวน์โหลดแอปได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android ====================