รีเซต

ผลการค้นหา “办假民生银行ATM机存款凭条【咨询网:ban58.com】-专业办假民生银行ATM机存款凭条(证件网:bbzz58.com)-肇东办假民生银行ATM机存款凭条哪里有-可以找办假民生银行ATM机存款凭条Gq” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
อ่าน

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!

ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง
อ่าน

ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง

#ทันหุ้น ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง ย้ำไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ขอให้ติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์กรมบัญชีกลางwww.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูกเท่านั้นนายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่องว่ามีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าหน้าที่ ติดต่อไปทางโทรศัพท์ หรือไลน์ปลอม หรือหนังสือราชการปลอม หลอกให้ผู้รับบำนาญหลงเชื่อและส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้กับมิจฉาชีพทางไลน์ปลอม โดยอ้างว่าเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกในการรับ - ส่งข้อมูล หากผู้รับบำนาญหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อ อาจทำให้สูญเสียทรัพย์สินได้ ดังนั้น ขอให้ท่านตรวจสอบให้แน่ใจก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ ทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทั้งนี้ กรมบัญชีกลางมีมาตรการกำกับดูแลด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 27001) อีกทั้งมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดจากช่องโหว่และภัยคุกคามต่าง ๆ โดยดำเนินการตรวจสอบช่องโหว่อย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ข้าราชการและผู้รับบำนาญมั่นใจได้ว่ามิจฉาชีพไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระบบของกรมบัญชีกลางได้อย่างแน่นอนนอกจากนี้ หากเกิดสถานการณ์เช่นนี้กับท่าน ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ โดยวิธีที่มิจฉาชีพมักจะใช้หลอกเหยื่อให้หลงเชื่อ จะมีลักษณะ ดังนี้1. ติดต่อผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อพูดคุยและโน้มน้าวใจ และขอให้เพิ่มเพื่อนในไลน์ปลอม ซึ่งหากจบที่การให้แอดไลน์ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน2. มิจฉาชีพมักจะอ้างว่าเรื่องที่แจ้งนั้นเป็นความลับ และห้ามบอกบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด หากได้รับแจ้งลักษณะนี้ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน3. หน่วยงานภาครัฐ ไม่มีนโยบายให้โอนเงินมาให้เพื่อตรวจสอบ หรือดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น หากได้รับการติดต่อในลักษณะนี้ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน“กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น และขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด จากช่องทางของกรมบัญชีกลาง ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลางwww.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (Verified) เท่านั้น เพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น หากมีข้อสงสัยหรือได้รับการติดต่อที่ไม่มั่นใจว่ามาจากกรมบัญชีกลางจริงหรือไม่ สามารถสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ”

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
อ่าน

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง

ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

เริ่มวันนี้! Krungthai NEXT - เป๋าตัง ใช้ไม่ได้หาก "ชื่อไม่ตรงกับซิม"
อ่าน

เริ่มวันนี้! Krungthai NEXT - เป๋าตัง ใช้ไม่ได้หาก "ชื่อไม่ตรงกับซิม"

ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า ตามนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่บังคับให้ชื่อบัญชี “โมบายแบงก์กิ้ง” ต้องตรงกับ “ชื่อเจ้าของซิม” ใน ลูกค้ากลุ่ม Phase 1 ที่ได้รับ Notification ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ผู้ที่ไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือยกเว้น จะไม่สามารถใช้งานแอปฯ Krungthai NEXT และ เป๋าตัง ได้ เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้1. ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายของท่าน ขอเปลี่ยนชื่อเจ้าของซิมให้ตรงกับชื่อบัญชี และขอหนังสือรับรองสิทธิในการใช้บริการ2. นำหนังสือรับรองสิทธิในการใช้บริการ ติดต่อธนาคารกรุงไทย สาขาใดก็ได้ เพื่ออัปเดตข้อมูลและปลดระงับการใช้งานทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการขอยกเว้น (กลุ่มบุคคลในครอบครัว / ผู้ไร้ความสามารถ / ผู้เสมือนไร้ความสามารถ / ผู้พิการ / กลุ่มนิติบุคคล) สามารถติดต่อได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาใดก็ได้ เพื่อแสดงเอกสารการยืนยันตัวตน เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ และเอกสารที่ระบุความเป็นเจ้าของหมายเลขรายละเอียดเพิ่มเติม https://krungthai.com/.../krungt.../announcement-detail/3181หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Contact Center 02 111 1111

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
อ่าน

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์

เตือน! มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี
อ่าน

เตือน! มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดข้อมูลมุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี จะขออายัดบัญชีธนาคาร! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงทำงานอย่างหนักไม่หยุดหย่อน..ล่าสุดปลอมเป็นธนาคาร หรือศูนย์ราชการ หรือ DSI โทรหลอกเหยื่อว่า มีคนอ้างว่าเหยื่อได้ทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมแนบบัตรประชาชน มาที่ธนาคารเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งอาจจะเป็นในลักษณะของบัญชีม้าได้ โดยมิจฉาชีพจะมีการบอกข้อมูลส่วนตัวของเราได้อย่างถูกต้อง และหากเหยื่อปฏิเสธว่าไม่ได้ให้ใครมาเปิดบัญชีธนาคารดังกล่าว มิจฉาชีพก็จะบอกว่าขออายัดบัญชีเพื่อตรวจสอบ ซึ่งหากเหยื่อหลงเชื่อทำตามที่มิจฉาชีพบอกก็อาจทำให้สูญเงินในบัญชีได้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงขอเตือนภัยประชาชนว่าหากพบมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว ขอให้ประชาชนตั้งสติ อย่าตกใจ ไม่หลงเชื่ออุบายของมิจฉาชีพ เพราะการเปิดบัญชีธนาคารจะไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปทำแทนได้ จะต้องใช้บัตรประชาชนตัวจริงเท่านั้น อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว

เตือนภัย! ร่างใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตำรวจ แจ้งเปิดบัญชีม้าขาย
อ่าน

เตือนภัย! ร่างใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตำรวจ แจ้งเปิดบัญชีม้าขาย

ตำรวจสอบสวนกลาง เตือนภัย ขณะนี้มีมิจฉาชีพโทรหลอกลวงอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่าคุณเป็นผู้ต้องสงสัยเปิดบัญชีม้าขายให้ผู้ต้องหา โดยจะจงใจให้ผู้เสียหายเดินทางไปดำเนินการที่สถานีตำรวจในที่ห่างไกล เพื่อให้ผู้เสียหายไม่สามารถเดินทางไปได้ จากนั้นมิจฉาชีพจะหลอกให้แอดไลน์ และพูดคุยผ่านวิดีโอคอล อ้างเป็นการอำนวยความสะดวกจากนั้นมิจฉาชีพจะขอข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย อ้างว่าจะติดต่อธนาคาร หรือศูนย์ AOC เพื่อขอระงับการใช้งานบัญชีชั่วคราวให้ นอกจากนี้ยังมีการขอให้ผู้เสียหายโอนเงินมาเพื่อตรวจสอบ หากผู้เสียหายหลงเชื่อ ก็จะทำให้ตกเป็นเหยื่อในที่สุด ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนภัย ตำรวจจริงจะไม่มีการแอดไลน์ พูดคุยผ่านวิดีโอคอล หรือระงับแอปธนาคาร หรือแจ้งให้โอนเงินมาตรวจสอบโดยเด็ดขาด ซึ่งหากพบมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว ขอให้รีบตัดสายทิ้งทันทีท้้งนี้ หากท่านใดพบเจอมิจฉาชีพในลักษณะนี้ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนศูนย์ AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมงธปท.ปรับเกณฑ์บัญชีเงินฝาก สกัดบัญชีม้าตามที่ พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าว กรณีพนักงานธนาคารสนับสนุนการเปิดบัญชี ที่ใช้ในการกระทำผิดของขบวนการคอลเซ็นเตอร์ และสามารถขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่นได้อีกหลายราย เมื่อวันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2568 นั้นนางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้สั่งให้ธนาคารดังกล่าวเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงรายละเอียดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วเนื่องจากในกรณีชาวต่างชาติมีความประสงค์จะเปิดบัญชีในประเทศไทย ธปท. กำหนดให้ธนาคารต้องมีกระบวนการพิจารณาเอกสารการระบุตัวตนและพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างรัดกุม ซึ่งหากไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ธนาคารต้องแก้ไขในทันทีนอกจากนี้ หากพบว่า พนักงานของธนาคารมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดดังกล่าว ธนาคารต้องลงโทษขั้นเด็ดขาด ทั้งนี้ ธปท. และสำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกทางหนึ่ง หากพบการดำเนินการที่ขัดกับข้อกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ของ ธปท. ทางการจะดำเนินการทางกฎหมายกับธนาคารต่อไป ทั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อประชาชนที่อาจตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางการเงิน ธปท. อยู่ระหว่างออกหลักเกณฑ์การบริหารจัดการภัยทุจริตดิจิทัล ซึ่งครอบคลุมการยกระดับกระบวนการรู้จักลูกค้า (KYC) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าโดยกำหนดให้ธนาคารตรวจสอบข้อมูลลูกค้าที่มาขอเปิดบัญชีจากฐานข้อมูลอื่น นอกเหนือจากเอกสารแสดงตัวตนที่ลูกค้านำมาให้ เช่น ต้องตรวจสอบชื่อกับฐานข้อมูลบัญชีม้าของสำนักงาน ปปง. และต้องประเมินความเสี่ยงที่ลูกค้าจะนำไปใช้บัญชีไปใช้เป็นบัญชีม้ารวมถึงต้องจัดกลุ่มลูกค้าตามระดับความเสี่ยง และใช้มาตรการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมกับกลุ่ม เช่น จำกัดวงเงินการทำธุรกรรมต่อวันให้เหมาะสม ลดเพดานวงเงินที่ต้องใช้การสแกนใบหน้าสำหรับบัญชีใหม่ เป็นต้น โดยการปรับปรุงหลักเกณฑ์คาดว่าจะบังคับใช้ในเดือนมิถุนายนนี้ข่าวที่เกี่ยวข้อง- แบงก์ชาติยกระดับปรับปรุงเกณฑ์เปิดบัญชีใหม่ "สกัดบัญชีม้า"- บัญชีม้าไม่ใช่เรื่องเล็ก เมื่อความเสียหายทะลุ 2,200 ล้านบาท- เตือนภัย! กลโกง "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" หลอกคุยโทรศัพท์ 7 วัน 7 คืน สูญเงินกว่า 8 ล้าน

5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ เตือนระวังกลลวงใหม่ “ชวนลงทุนบริจาคการกุศล”
อ่าน

5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ เตือนระวังกลลวงใหม่ “ชวนลงทุนบริจาคการกุศล”

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 28 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วยเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 2,805,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Tiktok ชักชวนลงทุนเกี่ยวกับการกุศล ByteDance จากนั้นเพิ่มเพื่อนทาง Line และทำการสมัครสมาชิก แล้วให้โอนเงินเพื่อทำการลงทุน รอบแรกที่ทำการกุศลได้เงินคืน หลังจากนั้นให้เพิ่มจำนวนเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้เสียหายสอบถามถึงยอดเงินการกุศล พบว่าไม่มีการตอบกลับ และไม่สามารถถอนเงินออกหรือคืนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 570,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line ชักชวนทำงานหารายได้พิเศษ โดยการให้โอนเงินบริจาคกับคนยากไร้ เพื่อรับผลตอบแทน ผู้เสียหายสนใจจึงโอนเงินไป ระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาผู้เสียหายต้องการได้รับผลตอบแทนเพิ่ม จึงได้โอนเงินไปเรื่อย ๆ เพื่อเลื่อนระดับขั้นให้สูงขึ้น เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน มิจฉาชีพแจ้งว่าไม่สามารถถอนได้ ต้องโอนเงินเข้าไปเพิ่มขึ้นอีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 5,943,210 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทาง Facebook ชักชวนให้โอนเงินลงทุนเกี่ยวกับการเทรดหุ้นตลาดหลักทรัพย์ ช่วงแรกเป็นการลงทุนแบบตามงบประมาณ หลังจากนั้นให้คุยกับเลขาฯ เนื่องจากจะมีการแนะนำให้ซื้อหุ้นในการลงทุนเพิ่ม เมื่อจะทำการถอนเงินออกจากระบบ มิจฉาชีพแจ้งว่าจะต้องชำระค่าส่วนแบ่งกำไร 13% ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป แต่ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ แจ้งว่าผู้เสียหายทำผิดขั้นตอน จะต้องโอนเงินเพื่อแก้ไขข้อมูลและให้โอนเงินเพื่อจ่ายค่าภาษี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 1,031,417 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้พบโฆษณาสินเชื่อบุคคล แคช ทู โก สินเชื่อ ธุรกิจ TTB SME ผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดและเพิ่มเพื่อนทาง Line ได้สอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ธุรการ จากนั้นแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินไปก่อน จึงจะได้รับยอดเงินกู้ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป จากนั้นอ้างว่าหมายเลขบัญชีธนาคารผิด ให้โอนเงินเข้าไปเพื่อแก้ไข และให้โอนเงินเพิ่มอีกหลายครั้งเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่ารับ OTP ค่าแก้ไขข้อมูล ค่ายกเลิกสัญญาเงินกู้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 5 คดีหลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 1,248,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเทรดเงินดิจิทัลผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ที่แสดงหน้าเพจเพื่อสอบถามรายละเอียด จากนั้นมิจฉาชีพจึงชักชวนให้โอนเงินเพื่อลงทุนเทรดเงินดิจิทัล ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ในช่วงแรกได้รับผลตอบแทนเล็กน้อยสามารถถอนเงินได้ ภายหลังโอนเงินเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินคืนได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 11,597,627 บาททั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,681,929 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,064 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 633,201 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,249 บัญชี3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 201,562 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.83 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 149,037 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.53 (3) หลอกลวงลงทุน 92,013 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.53 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 76,855 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 12.14 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 45,500 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.19 (และคดีอื่นๆ 68,234 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.78)จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย โดยชักชวนให้บริจาคการกุศล โอนเงินบริจาคคนยากไร้ ซึ่งถือเป็นวิธีการที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ การหลอกลงทุนเทรดหุ้น หลอกให้กู้เงิน โดยอ้างเป็นสินเชื่อ ธ.ทหารไทยธนชาต ให้โอนจ่ายค่าธรรมเนียมเรื่อยๆ ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด ดังนั้นหากมีการติดต่อเข้ามา ให้ประเมินว่าเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่องหากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเช็กด่วน 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้กู้เงินเปิดสถิติแจ้งเตือนข่าวปลอม-ข่าวบิดเบือนให้ประชาชนแล้วกว่า 10,000 เรื่องเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหว

วิธีถอนเงินสด ตู้  ATM ในญี่ปุ่น ด้วยบัตร Travel Card จากไทย
อ่าน

วิธีถอนเงินสด ตู้ ATM ในญี่ปุ่น ด้วยบัตร Travel Card จากไทย

ไปเที่ยวญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้ การใช้จ่ายสะดวกกว่าเดิมมากแล้ว แค่มีบัตร Travel Card จากไทยติดตัวไป นอกจากจะใช้รูดเครื่องได้แล้ว เรายังสามารถถอนเงินสดได้ง่ายๆ จากตู้ ATM ในญี่ปุ่นเลยด้วย ไม่ต้องพกเงินสดก้อนโตให้เสี่ยง มาดูขั้นตอนง่ายๆ ที่ควรรู้ก่อนใช้งานจริง วิธีถอนเงินสด ตู้ ATM ในญี่ปุ่น ด้วยบัตร Travel Card จากไทย 1. เลือกตู้ ATM ที่รองรับบัตรต่างประเทศ ไม่ใช่ทุกตู้ ATM ในญี่ปุ่นจะรองรับบัตรจากต่างประเทศ ยกตัวอย่างตู้ที่ใช้ได้ เช่น ตู้ ATM ของ 7-Eleven (7-Bank) ตู้ของ Japan Post Bank (ไปรษณีย์ญี่ปุ่น) ตู้ Lawson Bank, FamilyMart ATM ข้อควรรู้: ตู้ธนาคารทั่วไป เช่น Mitsubishi UFJ หรือ Mizuho อาจไม่รองรับบัตรต่างชาติทุกรูปแบบ 2. ตรวจสอบบัตร Travel Card ก่อนเดินทาง ให้เช็กว่าบัตร Travel Card ของเรามีโลโก้ VISA, Mastercard, หรือ JCB ซึ่งจำเป็นสำหรับการใช้งานในญี่ปุ่น นอกจากนี้ ต้องเปิดใช้ฟีเจอร์ถอนเงินสด (Cash Advance) ด้วย ซึ่งปกติแล้วจะกดเปิด/ปิดผ่านแอปพลิเคชันธนาคารเลย 3. ขั้นตอนการถอนเงินที่ตู้ ATM Photo : sevenbank.co.jp สอดบัตรเข้าเครื่อง เลือกภาษาอังกฤษ (English) หรือ ไทย (Thai) ตามต้องการ Photo : sevenbank.co.jp เลือก "Withdrawal" หรือ "Cash Advance" Photo : sevenbank.co.jp เลือกบัญชี "Credit (สินเชื่อ)" หรือ "Savings (ออมทรัพย์)" ตามที่บัตรของเรากำหนด (จากประสบการณ์ ผู้เขียน เลือก Credit สามารถถอนเงินได้ปกติครับ) Photo : sevenbank.co.jp ใส่รหัส PIN 4-6 หลัก (ตั้งผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร) Photo : sevenbank.co.jp ใส่จำนวนเงินที่ต้องการถอน (ส่วนใหญ่กำหนดขั้นต่ำ 1,000 เยน) Photo : sevenbank.co.jp รอรับเงินและสลิป 4. ค่าธรรมเนียมที่ควรรู้ ค่าธรรมเนียมจากตู้ ATM ประมาณ 110 - 220 เยนต่อครั้ง ค่าธรรมเนียมจากผู้ให้บริการบัตร Travel Card (แล้วแต่เงื่อนไขแต่ละเจ้า) อัตราแลกเปลี่ยนมักจะบวกค่าธรรมเนียมเล็กน้อย แนะนำ: ถอนเงินจำนวนมากในครั้งเดียว เพื่อลดค่าธรรมเนียมต่อครั้ง 5. ข้อควรระวังเพิ่มเติม ตู้ ATM บางแห่งอาจจำกัดวงเงินถอน เช่น ไม่เกิน 100,000 เยนต่อครั้ง ใช้ตู้ในห้าง ร้านสะดวกซื้อ หรือธนาคารใหญ่ จะปลอดภัยกว่าตู้นอกถนน เก็บสลิปทุกครั้ง เผื่อมีปัญหาจะได้ติดต่อธนาคารได้ง่าย ====================

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
อ่าน

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ

ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ

เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมเป็นตำรวจ หลอกล็อกแอป SCB EASY
อ่าน

เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมเป็นตำรวจ หลอกล็อกแอป SCB EASY

ผู้เสียหายแชร์ประสบการณ์หลอกลวงแนวใหม่ มิจฉาชีพปลอมเป็นตำรวจ ล็อกแอป SCB EASY ผ่านข้อมูลส่วนตัว ทำเหยื่อหลงเชื่อสนิทมิจฉาชีพแฝงตัวเป็นตำรวจ ล็อกแอปธนาคาร หลอกเหยื่อโอนเงินผู้ใช้รายหนึ่งออกมาเตือนภัยผ่านโซเชียล หลังตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทรแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน พร้อมทั้งขอให้เดินทางไปให้ปากคำที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือสถานีตำรวจแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรีเมื่อผู้เสียหายแจ้งว่าไม่สามารถเดินทางได้ทันในวันดังกล่าว มิจฉาชีพจึงเสนอทางเลือกใหม่ให้ติดต่อสอบสวนผ่านแอปพลิเคชัน LINE โดยแอดไลน์และพูดคุยผ่านวิดีโอคอลทันที เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ ล็อกแอปจริง ส่ง SMS ปลอม หลอกเหยื่อสำเร็จระหว่างการสนทนา มิจฉาชีพได้ขอข้อมูลทางการเงิน เช่น จำนวนบัญชีธนาคาร และเสนอว่าต้อง "ระงับการใช้งานแอป SCB EASY ชั่วคราว" เพื่อป้องกันเงินรั่วไหล และขอให้ผู้เสียหายโอนเงินออกมาก่อนที่แอปจะถูกล็อกหลังจากนั้นไม่กี่นาที ผู้เสียหายก็ได้รับ SMS แจ้งว่าแอป SCB EASY ถูกระงับการใช้งานจริง และไม่สามารถเข้าใช้งานได้ตามปกติ ทำให้เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ๆ และเชื่อว่ามิจฉาชีพคือเจ้าหน้าที่รัฐใช้ข้อมูลเหยื่อยื่นเรื่องเองผ่านธนาคารผู้เสียหายเปิดเผยว่า มิจฉาชีพมีข้อมูลส่วนตัวครบถ้วน ทั้งชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ และช่องทางติดต่อ จึงสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการแจ้งธนาคารเพื่อ "ขอระงับการใช้งานแอป" ได้ โดยอ้างว่าเจ้าของบัญชีทำโทรศัพท์หายหรือต้องการความปลอดภัยเพิ่มเติมหลังจากโทรสอบถามธนาคารจึงพบความจริงว่า บัญชีไม่ได้ถูกอายัด แต่เป็นแอป SCB EASY ที่ถูกล็อกโดยคำขอผ่านช่องทางบริการของธนาคาร ซึ่งมิจฉาชีพดำเนินการแทนด้วยข้อมูลเหยื่อ ช่องโหว่ที่ต้องระวัง และวิธีป้องกันกรณีนี้แสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ด้านการตรวจสอบสิทธิ์ตัวตนในการแจ้งระงับแอปพลิเคชันผ่านระบบธนาคาร ที่อาจถูกใช้โดยผู้ไม่หวังดี หากมีข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของบัญชีครบถ้วนข้อควรระวังตำรวจไม่มีนโยบายแอดไลน์หรือวิดีโอคอลสอบสวนคดีธนาคารไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นแจ้งระงับแอปแทนเจ้าของบัญชีหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัวผ่านโทรศัพท์หรือโซเชียลหากได้รับ SMS หรือโทรศัพท์ต้องสงสัย ให้ติดต่อธนาคารด้วยตนเองหากสงสัยว่าเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ โทรแจ้ง 1441 หรือ www.thaipoliceonline.com

วันหยุดธนาคาร สงกรานต์ 2568 เช็กที่นี่ธนาคารแต่ละแห่ง เปิด-ปิดทำการวันใดบ้าง
อ่าน

วันหยุดธนาคาร สงกรานต์ 2568 เช็กที่นี่ธนาคารแต่ละแห่ง เปิด-ปิดทำการวันใดบ้าง

วันหยุด เดือนเมษายน 2568 มีวันหยุดยาวให้ได้พักผ่อนกันหลายวัน หลายๆ คนต่างวางแผนเดินทางท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงวันหยุดยาวทั้งนี้ สำหรับวันหยุดธนาคารเนื่องในวันสงกรานต์ 2568 ตรงกับวันไหนบ้าง เพื่อที่ประชาชนควรวางแผนการทำธุรกรรมทางการเงินล่วงหน้า TNN ONLINE ได้รวบรวมข้อมูลไว้ให้แล้ว วันหยุดสงกรานต์ 2568 ธนาคารแต่ละแห่ง เปิด-ปิดทำการวันใดบ้างธนาคารกรุงไทยธนาคารกรุงไทย แจ้งวันปิด-เปิดทำการสาขาช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2568สาขาในห้าง และสาขาเปิดทำการ 7 วันปิดทำการวันที่ 14 เมษายน 2568เปิดทำการวันที่ 15 เมษายน 2568สาขาทั่วไปปิดทำการวันที่ 12-15 เม.ย. 68เปิดทำการวันที่ 16 เม.ย. 68ทั้งนี้ ท่านสามารถทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT และ ตู้ ATM / เครื่องปรับสมุดเงินฝากอัตโนมัติสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Contact Center 02 111 1111 ตลอด 24 ชั่วโมงธนาคารอาคารสงเคราะห์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ แจ้งวันหยุดทำการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 256813 - 14 เมษายน 2568 ปิดให้บริการทุกสาขา15 เมษายน 2568 เปิดให้บริการเฉพาะสาขาในห้างสรรพสินค้า16 เมษายน 2568 เปิดให้บริการทุกสาขาลูกค้าสามารถใช้บริการช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารได้ตามปกติ ดังนี้- Mobile Application : GHB ALL GEN- Line @GHBBUDDY- ตู้ ADM, CDM / ATM- เครื่องชำระเงินกู้ LRM- Website https://www.ghbank.co.th/- สร้าง QR code ชำระเงินกู้ออนไลน์ที่ https://bit.ly/3mNJhhKธนาคารไทยพาณิชย์ธนาคารไทยพาณิชย์ ขอแจ้งวันเปิด-ปิด สาขาช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ค่ะ โดยวันที่สาขาปิดทำการสามารถใช้บริการจาก ตู้ ATM, ตู้ CDM และ SCB EASY APP ได้ตามปกติ ธนาคารกรุงเทพธนาคารกรุงเทพ แจ้งวันหยุดทำการ เนื่องในวันสงกรานต์ 12-15 เมษายน 2568ทั้งนี้ท่านสามารถใช้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ของธนาคาร รวมถึงบริการตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บัวหลวงโฟน 1333 หรือ 0 2645 5555ธนาคารกรุงศรีอยุธยาธนาคารกรุงศรีอยุธยา แจ้งวันหยุดธนาคาร ในช่วงช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ค่ะทั้งนี้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ผ่านช่องทาง- Krungsri ATM- Krungsri Online / Krungsri Biz- krungsri app- โทร 1572

เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้
อ่าน

เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งเตือนประชาชนระวังSMS M-Flow ปลอม ซึ่งหลอกแนบลิงก์อ้างว่ามี "บิลรอดำเนินการ" โดยยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรายงานผลการเฝ้าระวังข่าวระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2568 พบข้อความต้องตรวจสอบทั้งหมด 599 ข้อความ จากข้อความที่เข้ามากว่า 837,000 ข้อความ โดยข่าวปลอมอันดับ 1 คือเรื่อง "M-Flow ส่ง SMS แนบลิงก์ แจ้งมีบิลที่กำลังรอดำเนินการ" กระทรวงดีอีได้ประสานกับกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบและยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการแอบอ้างโดยมิจฉาชีพที่ต้องการหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์ปลอม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือหลอกให้โอนเงินประชาชนที่ใช้บริการ M-Flow สามารถตรวจสอบและชำระค่าบริการได้ผ่าน 3 ช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น ได้แก่แอปพลิเคชัน MFlowthaiLine Official : @mflowthaiเว็บไซต์ www.mflowthai.comกระทรวงดิจิทัลฯ ยังเน้นย้ำให้ประชาชนอย่าแชร์หรือหลงเชื่อข่าวปลอมโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมมีความซับซ้อน และแฝงตัวในสื่อออนไลน์จำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลนอกจาก SMS M-Flow ปลอมแล้ว ยังพบข่าวปลอมอื่นที่น่าเป็นห่วง เช่น การเปิดบัญชี TikTok ปลอมอ้างชื่อธนาคาร, การหลอกให้จองหุ้น, รวมถึงการรับสมัครงานผ่านเพจปลอม ซึ่งล้วนมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงประชาชนทั้งสิ้น

เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ
อ่าน

เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ

กระแสโซเชียลกำลังพุ่งความสนใจไปที่เพจ Kafaak หลังโพสต์เตือนว่า ChatGPT สามารถนำไปใช้ปลอมสลิปโอนเงินแบบแนบเนียนได้ ทั้งการปลอมชื่อบัญชีเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) มหาเศรษฐีชื่อดัง ปลอมจำนวนเงินที่โอน เลขบัญชี และไม่เว้นแม้แต่ลายน้ำ TNN Tech จึงรวบรวม 3 วิธี ในการรับมือสลิปปลอม ที่ไม่ใช่แค่มาจาก ChatGPT หรือ Generative AI ตัวอื่น ๆ แต่ยังไปรวมถึงการตัดต่อภาพด้วยเช่นกัน 3 วิธี รับมือสลิปปลอมจากภาพ ChatGPT, Generative AI และภาพตัดต่อสแกน QR Code บนสลิป (ถ้ามี) สำหรับสลิป (Slip) หรือบันทึกการทำรายการที่แอปพลิเคชันธนาคารออกให้ เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีการทำรายการโอนเงินหรือชำระเงินจริงหรือไม่เปิดแจ้งเตือนการทำธุรกรรม โดยการแจ้งเตือนจะมีทั้งรูปแบบบนแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) แบบ Official ของธนาคาร หรือสมัครรับ SMS สำหรับแจ้งเตือนก็ได้เช่นกันสมัครบริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งมีการทำธุรกรรมจำนวนมากในแต่ละวัน สามารถใช้บริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติเมื่อมีการส่งหลักฐานเข้าไปยังไลน์ หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ เช่น สลิปทูโก (Slip2GO) สลิปโอเค (SlipOK) หรือ อีซี่สลิป (EasySlip) เป็นต้น โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามปริมาณการทำธุรกรรมในแต่ละเดือน และนอกจากทั้ง 3 วิธีหลักแล้ว การสังเกตความผิดปกติบนสลิป เช่น ขนาด และรูปแบบตัวอักษร ลายน้ำ และรวมไปถึงการขอดูสลิปทันทีที่โอนเงินหากทำได้ ก็เป็นอีกตัวช่วยรับมือการปลอมสลิปโอนเงินได้เช่นกัน

ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท กรมสรรพากร ยืนยันเป็นข่าวปลอม
อ่าน

ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท กรมสรรพากร ยืนยันเป็นข่าวปลอม

จากกรณีกระแสข่าวกรมสรรพากร ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท ให้ยืนยันข้อมูลบัญชีธนาคาร เพื่อรับเงิน ทางกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่ทำการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร หลอกส่งอีเมลให้ประชาชนคลิกลิงก์ยืนยันข้อมูลบัญชีอย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้ อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้

ออมสินเตือนมุขใหม่มิจฉาชีพส่งจดหมายปลอมหลอกโอนเงิน ย้ำ! ต้องเช็คทุกครั้ง ก่อนหมดตัว
อ่าน

ออมสินเตือนมุขใหม่มิจฉาชีพส่งจดหมายปลอมหลอกโอนเงิน ย้ำ! ต้องเช็คทุกครั้ง ก่อนหมดตัว

ออมสินเตือนอีก มุขใหม่มิจฉาชีพ ปลอมเอกสารเหมือนธนาคารส่งเป็นจดหมาย ย้ำ! ต้องเช็คธนาคารทุกครั้งว่าจริงหรือมั่ว ก่อนสูญเงินหมดตัว #ทันหุ้น ธนาคารออมสินแจ้งว่า ตามที่มีการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ด้วยการส่งจดหมายปลอม แอบอ้างใช้โลโก้ ชื่อธนาคาร รวมถึงชื่อผู้บริหารของธนาคาร ส่งไปยังลูกค้าประชาชนโดยระบุว่า ไม่สามารถโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีของลูกค้าได้ เนื่องจากลูกค้ากรอกข้อมูลบัญชีธนาคารไม่ถูกต้อง ทำให้บัญชีถูกอายัด ไม่สามารถทำธุรกรรมใด ๆ ได้จนกว่าจะดำเนินการตามที่มิจฉาชีพแอบอ้าง หากไม่ปฏิบัติตามจะทำให้ไม่ได้รับวงเงินสินเชื่อ รวมถึงมีความผิดตามกฎหมาย ติดแบล็คลิสต์ และถูกยึดทรัพย์ ธนาคารออมสินขอยืนยันว่า จดหมายดังกล่าวเป็นจดหมายปลอม ธนาคารไม่มีนโยบายส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แจ้งให้ลูกค้าแก้ไขข้อมูลเลขบัญชีทุกกรณี รวมถึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่าง ๆ ตามที่ระบุในจดหมายแอบอ้างดังกล่าว โดยขณะนี้ ธนาคารอยู่ในระหว่างการติดตามสถานการณ์ และดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างและกระทำการข้างต้น ธนาคารออมสิน จึงขอเน้นย้ำลูกค้าประชาชนถึงสิ่งที่ต้องปฏิบัติก่อนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพรายต่อไป เบอร์แปลก หลอกคุย ตัดสายทิ้ง ลิงก์ไม่กด และเมื่อได้รับการติดต่อโดยอ้างชื่อธนาคาร หรือมีความไม่แน่ใจ ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดด้วยตนเองก่อนทุกครั้งกับช่องทางของธนาคารออมสิน อาทิ เว็บไซต์ www.gsb.or.th, แอปพลิเคชัน MyMo, เฟซบุ๊ก GSB Society, LINE Official Account : GSB NOW และ GSB Contact Center โทร. 1115

ธ.ก.ส. ชวนลูกค้าทำ e-KYC ป้องกันภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ
อ่าน

ธ.ก.ส. ชวนลูกค้าทำ e-KYC ป้องกันภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ

ธ.ก.ส. ชวนลูกค้าทำ e-KYC ป้องกันภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ เพียงนำบัตรประชาชนและสมาร์ทโฟนเข้ารับบริการเพื่อจัดเก็บใบหน้าสำหรับการยืนยันตัวตน #ทันหุ้น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เชิญชวนลูกค้า ผู้ใช้บริการแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ที่ยังไม่ลงทะเบียนยืนยันตัวตน e-KYC หรือ Electronic Know Your Customer ซึ่งเป็นกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและตัวตนของลูกค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะเป็นประโยชน์ในการทำธุรกรรมทางการเงินหรือการลงทุนต่าง ๆ อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ลูกค้าเพียงนำบัตรประจำตัวประชาชน และสมาร์ทโฟน เข้ารับบริการเพื่อจัดเก็บใบหน้าสำหรับยืนยันตัวตนในการเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรม ผ่าน BAAC Mobile ป้องกันการถูกฉ้อโกงเลี่ยงภัยคุกคามจากมิจฉาชีพ อาชญากรรมทางการเงิน ลดความเสี่ยงในการถูกนำบัญชีไปใช้ในธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ลูกค้า ธ.ก.ส. ที่สนใจลงทะเบียน e-KYC สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
อ่าน

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม

รัฐบาลเตือนอย่าเชื่อข่าวปลอม เปิดให้ผู้เสียหายคดีฉ้อโกงออนไลน์ลงทะเบียนขอรับเงินคืน
อ่าน

รัฐบาลเตือนอย่าเชื่อข่าวปลอม เปิดให้ผู้เสียหายคดีฉ้อโกงออนไลน์ลงทะเบียนขอรับเงินคืน

วันนี้ (18 ธันวาคม 2567) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความระบุว่า ปปง. ร่วมกับ สอท. เปิดให้ผู้เสียหายคดีฉ้อโกงออนไลน์ลงทะเบียนขอรับเงินคืน เพียง 3 ขั้นตอน ผ่านเพจ Maintain security online จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จนายคารม กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อความทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า ปปง. ร่วมกับ สอท. เปิดให้ผู้เสียหายคดีฉ้อโกงออนไลน์ลงทะเบียนขอรับเงินคืน เพียง 3 ขั้นตอน ผ่านเพจ Maintain security online นั้น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า สำนักงาน ปปง. ไม่เคยเปิดเพจเฟซบุ๊กอื่นเพื่อรับคำร้องหรือช่วยเหลือผู้เสียหายทุกกรณี อีกทั้งเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นเพจปลอมที่มีการนำสัญลักษณ์ของสำนักงาน ปปง. มาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยใช้รูปแบบและเนื้อหาตามเพจจริงของสำนักงาน ปปง. ซึ่งสำนักงาน ปปง. มีเพจเฟซบุ๊กเดียวชื่อ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปปง. โดยมีสัญลักษณ์ ติ๊กถูกสีฟ้า (Meta Verified) อยู่ด้านหลังชื่อเพจ ซึ่งผ่านการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ https://www.amlo.go.th/index.php/th/ หรือ โทร. 02-219-3600 นายคารม ย้ำภาพจาก AFP

อย่าหลงเชื่อ! โรงพยาบาลเอกชน 70 แห่ง เตรียมถอนตัวจากประกันสังคม
อ่าน

อย่าหลงเชื่อ! โรงพยาบาลเอกชน 70 แห่ง เตรียมถอนตัวจากประกันสังคม

ตามที่การบอกต่อข้อมูลเรื่องโรงพยาบาลเอกชน 70 แห่ง เตรียมถอนตัวจากการเป็นคู่สัญญากับประกันสังคม เนื่องจากอัตราการจ่ายปัจจุบันไม่สะท้อนต้นทุน ทำให้ขาดทุน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จกรณีที่มีข่าวสารระบุว่า โรงพยาบาลเอกชน 70 แห่ง เตรียมถอนตัวจากการเป็นคู่สัญญากับประกันสังคม เนื่องจากอัตราการจ่ายปัจจุบันไม่สะท้อนต้นทุน ทำให้ขาดทุน ทางสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากการทําสัญญาให้บริการทางการแพทย์กับสํานักงานประกันสังคม จะเป็นการทําสัญญาปีต่อปี ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายและความประสงค์ของสถานพยาบาล โดยในทุกปีที่ผ่านมาจะมีทั้งสถานพยาบาลที่ต่อสัญญา ไม่ต่อสัญญา และสมัครใหม่ ซึ่งทุกแห่งจะต้องผ่านเงื่อนไข และหลักเกณฑ์การเป็นคู่สัญญาตามที่สํานักงานประกันสังคมกําหนดดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจาก สำนักงานประกันสังคม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506ภาพจาก AFP

อย่าหลงเชื่อ เพจแอบอ้างรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด
อ่าน

อย่าหลงเชื่อ เพจแอบอ้างรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด

ตามที่มีประเด็นในเรื่องรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด ผ่านเพจ carloslantigua786 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จกรณีการโฆษณาชวนเชื่อโดยโพสต์ระบุรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด ผ่านเพจ carloslantigua786 ทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เพจเฟซบุ๊กดังกล่าวที่ใช้ชื่อว่า carloslantigua786 ไม่ได้เป็นเพจทางการที่ถูกสร้างขึ้นโดยกรมการขนส่งทางบกแต่อย่างใด ไม่มีการรับทำหรือต่อใบขับขี่ออนไลน์ เนื่องจากการขอรับใบอนุญาตขับรถทุกชนิดมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ คือ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องดำเนินการด้วยตนเองทุกขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ตั้งแต่การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย การอบรม การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ และการถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับรถดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.dlt.go.th หรือ โทร. 02-271-8888ภาพจาก TNN ONLINE

โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง เตรียมถอนตัว ประกันสังคมชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
อ่าน

โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง เตรียมถอนตัว ประกันสังคมชี้แจงประเด็นนี้แล้ว

ตามที่มีผู้เผยแพร่ข้อมูลเรื่อง โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง เตรียมถอนตัวจากประกันสังคม หลังโดนตัดงบลง 40% ทำให้ขาดทุน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จกรณีที่มีการส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับ โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง เตรียมถอนตัวจากประกันสังคม หลังโดนตัดงบลง 40% ทำให้ขาดทุน ทางสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากการทำสัญญาให้บริการทางการแพทย์กับสำนักงานประกันสังคมนั้น จะเป็นการทำสัญญาปีต่อปี ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายและความประสงค์ของสถานพยาบาลแต่ละแห่ง โดยในทุกปีที่ผ่านมาจะมีทั้งสถานพยาบาลที่ต่อสัญญา ไม่ต่อสัญญา และสมัครใหม่ ซึ่งทุกแห่งจะต้องผ่านเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การเป็นคู่สัญญาตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานประกันสังคม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th หรือติดต่อสายด่วน 1506ภาพจาก Getty Images

ข่าวปลอมอันดับ 1 ปปง.เร่งออกกฎหมายใหม่ คืนเงินจากแก๊งคอลเซนเตอร์ ติดต่อขอเงินคืนผ่านเฟซบุ๊ก
อ่าน

ข่าวปลอมอันดับ 1 ปปง.เร่งออกกฎหมายใหม่ คืนเงินจากแก๊งคอลเซนเตอร์ ติดต่อขอเงินคืนผ่านเฟซบุ๊ก

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 6 12 กันยายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมดกว่า 840,000 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 179 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจากหารดเฝ้าฟังทางโซเชียล (Social Listening) ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Officialและช่องทาง Facebook โดยในจำนวนนี้มีข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด จำนวน 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง คณะกรรมการ ป.ป.ง. เร่งออกกฎหมายใหม่ คืนเงินจากแก๊งคอลเซนเตอร์ ติดต่อขอเงินคืนผ่านเฟซบุ๊กอันดับที่ 2 : เรื่อง เปิดช่องทางให้ทดลองลงทุนสำหรับกองทุนผู้สูงอายุ อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป กำกับดูแลโดย ก.ล.ต.อันดับที่ 3 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดเว็บไซต์ใหม่ชื่อ SET STATIONอันดับที่ 4 : เรื่อง สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมเปิดเพจเฟซบุ๊ก ชื่อว่า สำนักงานช่วยเหลืออันดับที่ 5 : เรื่อง ผู้นำด้านทองคำให้โอกาสเข้าเทรดหุ้นทองคำ เริ่มต้น 1,000 บาท ปันผล 390 บาทต่อวัน รับรองโดย ก.ล.ต.อันดับที่ 6 : เรื่อง กรมประชาสัมพันธ์ เปิดเพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์-แจ้งเตือน เหยื่อมิจฉาชีพทางออนไลน์อันดับที่ 7 : เรื่อง แนะนำเจ้าหน้าที่ให้บริการด้านการลงทุน SET THAILAND รับรองโดย ก.ล.ต.อันดับที่ 8 : เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเปิดเพจเฟซบุ๊ก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ฝ่ายประชาสัมพันธ์อันดับที่ 9 : เรื่อง สำนักงานกิจการยุติธรรมเปิดลงทะเบียนผ่านเพจเฟซบุ๊ก เพื่อรับการชดใช้คืนทรัพย์สินแก่ผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซนเตอร์อันดับที่ 10 : เรื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดช่องทางติดต่อผ่านไลน์ซึ่งข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ ยังคงพบว่า ส่วนใหญ่เป็นข่าวการทำธุรกรรมที่มีการแอบอ้างถึงหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะอันดับแรกที่แอบอ้างว่า คณะกรรมการ ปปง. เร่งออกกฎหมายใหม่ คืนเงินจากแก๊งคอลเซนเตอร์ ติดต่อขอเงินคืนผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งจากการประสานงานตรวจสอบร่วมกับปปง.พบว่าข้อมูลที่มีการอ้างในเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวไม่เป็นความจริง การปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ฝ่ายบริหารสามารถนำเงินไปคืนแก่ผู้เสียหายให้รวดเร็วยิ่งขึ้นยังอยู่ระหว่างการจัดทำร่างฯ และยังต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก่อน ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. ไม่เคยมีการเปิดให้ผู้เสียหายทุกรายคดียื่นคำร้องหรือส่งหลักฐานการถูกหลอกผ่านสื่อสังคมออนไลน์แต่อย่างใดทั้งนี้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด โดยสามารถสอบถามผ่าน สายด่วน 1111 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันกันถูกหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมกันนี้ขอให้ประชาชน ยึด หลัก 4 ไม่ คือ ไม่กดลิงก์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ และ ไม่โอน หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี สายด่วน AOC 1441

เตือนข่าวปลอม อย่าเชื่อ วิธีกดเงินสดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ออกจากตู้ ATM
อ่าน

เตือนข่าวปลอม อย่าเชื่อ วิธีกดเงินสดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ออกจากตู้ ATM

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง วิธีกดเงินสดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ออกจากตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย รองลงมาคือเรื่อง พื้นที่ในเขต กทม. ที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 2567 โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสับสน เข้าใจผิด และส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้างนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม 5 กันยายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 838,194 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 235 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 207 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 20 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 172 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 84 เรื่อง.ทั้งนี้ กระทรวง ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 70 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 40 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 10 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 5 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 47 เรื่องเมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความมั่นคง ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐบาล อย่างโครงการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ แอปพลิเคชัน ทางรัฐ รวมทั้งข่าวที่เกี่ยวข้องกับอุทกภัย น้ำท่วม มากถึง 6 อันดับ โดยเป็นข่าวที่มีผลกระทบต่อประชาชน ขณะที่ข่าวอื่นๆ เป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง วิธีกดเงินสดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ออกจากตู้ ATM ธนาคารกรุงไทยอันดับที่ 2 : เรื่อง พื้นที่ในเขต กทม. ที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 2567อันดับที่ 3 : เรื่อง กินเม็ดมังคุดวันละ 1 กก. ช่วยรักษาอาการปวดเข่าได้อันดับที่ 4 : เรื่อง เขื่อนประเทศจีนแตก ส่งผลน้ำทะลักเข้าท่วมประเทศไทยอันดับที่ 5 : เรื่อง แถบสีท้ายหลอดยาสีฟัน บอกถึงส่วนประกอบที่ใช้ผลิตอันดับที่ 6 : เรื่อง ดื่มน้ำเย็นเป็นสาเหตุทำให้ผู้หญิงอ้วนลงพุงได้อันดับที่ 7 : เรื่อง ยืนยันตัวตนรับเงินดิจิทัลผ่านทางไลน์ฝ่ายทะเบียน ทางรัฐอันดับที่ 8 : เรื่อง อีกไม่เกิน 8 ปี กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีโอกาสจมทะเลได้ น้ำทะเลหนุนสูงขึ้น พื้นดินทรุดตัวลงอันดับที่ 9 : เรื่อง โรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศไทย ให้นักเรียนเข้าแถวร้องเพลงชาติเมียนมาทุกเช้าอันดับที่ 10 : เรื่อง เตือนภัยประชาชนเตรียมรับมือมวลน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักตอนบน จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากมีฝนตกหนักนานต่อเนื่องเมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่า เป็นข่าวเกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐ และหน่วยงานของรัฐ มากถึง 6 อันดับ โดยเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และแอปพลิเคชัน ทางรัฐ 2 อันดับ และข่าวแจ้งเตือนภัยน้ำท่วม อุทกภัย ถึง 4 อันดับ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง อาจเกิดความเสียหาย ความตื่นตระหนกให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคมสำหรับอันดับ 1 เรื่อง วิธีกดเงินสดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ออกจากตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย เป็นข้อมูลเท็จ โดยกระทรวงดีอี ได้ประสานงานกับ ธนาคารกรุงไทย ตรวจสอบและชี้แจงข้อมูลจริงว่า ข้อมูลที่มีการเผยแพร่เป็นข่าวเก่า เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปเป็นการใช้บัตรประชาชนแทน การกดถอนเงินสดจึงต้องใช้บัตร ATM ของธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนในการถอนเงินด้านข่าวปลอม อันดับ 2 พื้นที่ในเขต กทม. ที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 2567 พบว่าเป็น ข้อมูลเท็จ โดยกระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเป็นการสร้างข้อมูลที่ทำให้เกิดความแตกตื่น ซึ่งถูกนำมาเผยแพร่อีกครั้งในช่วงนี้ซึ่งเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขึ้นในหลายพื้นที่ จึงขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำจากข่าวสารข้อมูลภาครัฐและตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและน่าเชื่อถือเท่านั้นอย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดภาพจาก AFP

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่
อ่าน

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนของทุกปีประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝน มีผลทำให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลายรายต้องประสบกับปัญหาแผ่นป้ายทะเบียนรถหลุดหายระหว่างทาง รวมถึงจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น อุบัติเหตุทำให้ป้ายหลุด หรือตัวยึดป้ายนั้นเกิดสนิมและทำให้ตัวป้ายหลุดออกไปเองกรมการขนส่งทางบกจึงแนะนำว่าให้เจ้าของรถควรตรวจสอบการยึดติดแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งด้านหน้าและท้ายรถให้มีความมั่นคงแน่นหนา เพื่อป้องกันการหลุดหายระหว่างการขับรถ อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ้าของรถที่ทำแผ่นป้ายทะเบียนรถหล่นหาย สามารถขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งความ โดยติดต่อยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบสำหรับกรณีที่เจ้าของรถเป็นบุคคลธรรมดาใช้หลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ หากเจ้าของรถไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน และต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจมาแสดงส่วนกรณีเป็นนิติบุคคล ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี3) หนังสือมอบอำนาจ4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน5) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับกรณีรถที่ติดไฟแนนซ์ ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี (ไฟแนนซ์)3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้เช่าซื้อ5) หนังสือมอบอำนาจ (ไฟแนนซ์) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับการขอแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนมีค่าธรรมเนียมแผ่นป้าย แผ่นละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาท โดยรถที่จดทะเบียนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 5 วันทำการ และรถที่จดทะเบียนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 10 วันทำการ ซึ่งระหว่างนี้สามารถใช้ใบเสร็จรับเงินแทนแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นการชั่วคราวได้ทั้งนี้ ทันทีที่พบว่าป้ายทะเบียนรถหล่นหายเจ้าของรถควรรีบดำเนินการขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนทันที ห้ามทำแผ่นป้ายทะเบียนรถขึ้นเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท จึงขอให้เจ้าของรถระมัดระวังการใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่ง หรือโทรสายด่วน 1584ภาพจาก กรมขนส่งฯ / TNN Online

เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อไลน์ปลอมอ้างเป็นสำนักงาน ปปง. รับปรึกษาปัญหา
อ่าน

เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อไลน์ปลอมอ้างเป็นสำนักงาน ปปง. รับปรึกษาปัญหา

วันนี้ (11 ส.ค.67) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการส่งต่อข้อมูลแอบอ้างว่า สำนักงาน ปปง. รับปรึกษาปัญหาไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านไลน์ชื่อ สำนักงาน ปปง. ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า บัญชีไลน์ดังกล่าว ไม่ใช่ไลน์ของสำนักงาน ปปง. แต่เป็นไลน์ปลอมที่คนร้ายสร้างขึ้นโดยใช้ภาพตราสัญลักษณ์ของสำนักงาน ปปง. เป็นภาพโปรไฟล์นายคารม ย้ำ สำนักงาน ปปง. มีบัญชีไลน์บัญชีเดียว ชื่อ Inside AMLO ประชาชนสามารถเพิ่มบัญชีไลน์ของสำนักงาน ปปง. โดยเพิ่มเพื่อนด้วยไอดี @insideamlo เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายฟอกเงินได้ทางช่องทางบัญชีไลน์ชื่อนี้เท่านั้น และสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ที่เว็บไซต์ https://www.amlo.go.th/index.php/th/ หรือ โทร. 02-219-3600เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อไลน์ชื่อ สำนักงาน ปปง. และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ยืนยัน บัญชีไลน์ ชื่อ สำนักงาน ปปง. เป็นไลน์ปลอมที่คนร้ายสร้างขึ้นโดยใช้ภาพตราสัญลักษณ์ของสำนักงาน ปปง. เป็นภาพโปรไฟล์ นายคารม ย้ำภาพจาก AFP

ประชาชนอย่าหลงเชื่อ เปิดให้โหลดแอปพลิเคชัน ทางรัฐ ผ่านเว็บไซต์
อ่าน

ประชาชนอย่าหลงเชื่อ เปิดให้โหลดแอปพลิเคชัน ทางรัฐ ผ่านเว็บไซต์

ตามที่มีการส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง รัฐบาลเปิดให้โหลดแอปฯ ทางรัฐ ผ่านเว็บไซต์ https://dga-thai.com/ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จกรณีที่มีผู้เผยแพร่ข้อมูลว่า รัฐบาลเปิดให้โหลดแอปพลิเคชัน ทางรัฐ ผ่านเว็บไซต์ https://dga-thai.com/ ทางสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เว็บไซต์ดังกล่าวเป็นเว็บปลอม หลอกให้ดาวน์โหลดแอปฯ อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินหรือถูกหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวของประชาชน ทั้งนี้ การดาวน์โหลดแอปฯ ทางรัฐ ต้องดาวน์โหลดผ่าน App store หรือ Google play store เท่านั้นดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.dga.or.th หรือ โทร. 02-612-6060ภาพจาก AFP

10 "ข่าวปลอม" ประชาชนสนใจสูงสุดช่วง 5 - 11 กรกฎาคม มีเรื่องอะไรบ้าง?
อ่าน

10 "ข่าวปลอม" ประชาชนสนใจสูงสุดช่วง 5 - 11 กรกฎาคม มีเรื่องอะไรบ้าง?

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 5 - 11 กรกฎาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 904,649 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 259 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 226 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 33 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 218 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 84 เรื่อง โดยในจำนวนนี้มีข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด จำนวน 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง เพจศูนย์ออกบัตรใบขับขี่ จาก กรมการขนส่ง รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ออนไลน์อันดับที่ 2 : เรื่อง กระทรวงสาธารณสุขเปิดเพจเฟซบุ๊ก ชื่อกระทรวงสาธารณสุขอันดับที่ 3 : เรื่อง กองทุนผู้สูงอายุ รับปันผลทันที รายได้บางส่วนจากกองทุนนำไปช่วยเหลือโรงพยาบาลอันดับที่ 4 : เรื่อง เปิดโอกาสให้ร่วมเป็นหุ้นส่วนของอมตะอันดับที่ 5 : เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่เพื่อรับสมัครงานออนไลน์อันดับที่ 6 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊ก Aurora Gold Trading. เปิดขาย SET 50 กองทุนรวมทองคำไทยอันดับที่ 7 : เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง เปิดให้เทรดทองคำ ก้าวสู่สนามเทรดทองคำระดับโลก รับรองโดย ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯอันดับที่ 8 : เรื่อง เปิดซื้อขาย SET 50/100 ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ฮั่วเซ่งเฮง HGF Gold futureอันดับที่ 9 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊ก Hua Seng Seng Gold Trade รับรองโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอันดับที่ 10 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊ก Trade Thai stocks จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ จาก 10 อันดับ ข้างต้น พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวที่มีการอ้างถึงหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะอันดับ 1 เรื่องการแอบอ้างดำเนินการรับทำใบขับขี่ และต่อใบขับขี่ออนไลน์ ซึ่งเป็นข่าวปลอมที่มีการตรวจสอบและแจ้งเตือนเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยข้อมูลจากกรมขนส่งทางบก พบว่า เพจที่แอบอ้างดังกล่าว เป็นเพจปลอมซึ่งมิจฉาชีพจงใจทำขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเอาเงินประชาชน ซึ่งหากหลงเชื่อโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง อาจทำให้เกิดความเสียหายทั้งในส่วนบุคคล หรือหากมีการแชร์ เผยแพร่ต่อๆกันไป อาจกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมได้ นายเวทางค์กล่าวอย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด