TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “办假上爱荷华大学文凭毕业证【咨询网:ban58.com】” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดู
DLTV 8
ช่องการศึกษา • 29 มี.ค. 61
อ่าน
ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 เม.ย. 69
อ่าน
ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ทราเวล ทิปส์ • 17 มี.ค. 69
อ่าน
ประวัติ นานา ไรบีนา
ประวัติ นานา ไรบีนา นานา ไรบีนา หรือ ไรบีนา ตันวิมล ต่อมาได้เปลี่ยนนามสกุลหลังแต่งงานเป็น ไรบีนา อินทชัย เกิดวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2523 ที่จังหวัดสงขลา มีพี่น้องทั้งหมด 2 คน โดยมีน้องสาว 1 คน ด้านการศึกษา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปัจจุบันนานารับหน้าที่เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ ดูแลครอบครัวและธุรกิจของครอบครัว และยังเป็นพี่ใหญ่ของแก๊งนางฟ้า แก๊งสาวสวยคนดังในตำนาน ที่ปัจจุบันกำลังมีปัญหาเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ จากกรณีที่มีกระแสข่าวดาราสาว น. ติดหนี้ 400 ร้อยล้าน ต่อมา นานา ได้ออกมายอมรับว่าเป็นเธอเอง พร้อมขอโทษและขอโอกาสปรับปรุงตัวเอง แก้ไขปัญหา รวมถึงขอโอกาสจากเพื่อนรัก เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณส่วนความสัมพันธ์ของแก๊งนางฟ้าตอนนี้ ทุกคนได้อันฟอลโลว์นานาหมดแล้ว เหลือเพียง แอน อลิชา หิรัญพฤกษ์ ที่ยังติดตามเธออยู่ ต่อมาเช้าวันที่ 3 ธ.ค.2568 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผกก.4.บก.ปอศ.) ได้เข้าควบคุมตัวนานา ไรบีนาที่บ้านพักย่านพระโขนง ในข้อหาฉ้อโกง และ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน แก๊งนางฟ้าสะเทือน! เงินบาดมิตรภาพ หลัง "นานา" ตัวแม่กาวใจ มีปัญหาเรื่องเงิน! ประวัติ นานา ไรบีนา ด้านชีวิตในวงการบันเทิง นานา ไรบีนา เคยมีผลงานในวงการบันเทิงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น วีเจ ดีเจ พิธีกร นักแสดง รวมถึงนักแข่งรถที่สร้างชื่อให้เธอมาก ๆ ในส่วนของงานดีเจ นานา จัดรายการอยู่ที่คลื่น VirginHitz อยู่นานหลายปี ก่อนจะผันตัวทำธุรกิจและเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ แต่ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในวงการบันเทิงอยู่เรื่อย ๆ ด้านชีวิตส่วนตัว นานา ไรบีนา แต่งงานกับศิลปินฮิปฮอปชื่อดัง เวย์ ไทเทเนียม หรือ ปริญญา อินทชัย มีบุตร-ธิดาเป็นฝาแฝดชาย-หญิง ชื่อ น้องบีน่า และ น้องบรู๊คลิน ปัจจุบันนานาและเวย์ซื้อที่ ที่ต่างจังหวัดและทำเป็นบ้านพักตากอากาศ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจมากมายหลายอย่าง อาทิ ร้านตัดผม, ร้านเสื้อผ้าเด็ก เป็นต้น ในส่วนของเพื่อนสนิท นานาเป็นพี่ใหญ่ของแก๊งนางฟ้า แก๊งสาวสวยคนดังในตำนาน ที่ปัจจุบันกำลังมีปัญหาเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ จากกรณีที่มีกระแสข่าวดาราสาว น. ติดหนี้ 400 ร้อยล้าน ต่อมา นานา ได้ออกมายอมรับว่าเป็นเธอเอง พร้อมขอโทษและขอโอกาสปรับปรุงตัวเอง แก้ไขปัญหา รวมถึงขอโอกาสจากเพื่อนรัก เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณส่วนความสัมพันธ์ของแก๊งนางฟ้าตอนนี้ ทุกคนได้อันฟอลโลว์นานาหมดแล้ว เหลือเพียง แอน อลิชา หิรัญพฤกษ์ ที่ยังติดตามเธออยู่ ต่อมาเช้าวันที่ 3 ธ.ค.2568 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผกก.4.บก.ปอศ.) ได้เข้าควบคุมตัวนานา ไรบีนาที่บ้านพักย่านพระโขนง ในข้อหาฉ้อโกง และ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ผลงานละครโทรทัศน์ แก้ว ทางไอทีวี ดีเจ VirginHitz ไอจี นานา ไรบีนา @nanarybena https://www.instagram.com/nanarybena/ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : แก๊งนางฟ้าสะเทือน! เงินบาดมิตรภาพ หลัง "นานา" ตัวแม่กาวใจ มีปัญหาเรื่องเงิน! นานา ร้องไห้อยากให้เพื่อนรับโทรศัพท์ เจนี่ เสียใจเพราะไม่บอกความจริง ลั่นเพื่อนคนนี้ผิดไปแล้ว! นานา เคลื่อนไหว!! ขอโอกาสโพสต์ขายบ้าน หลังทำผิดพลาด ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม nanarybena
ประวัติดารา • 24 ก.พ. 69
สิทธิพิเศษ
Student Project
True - Student Team เจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็น target: student & university (aging under 25--) ทำโปรที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม มี internet speed ที่แรง และมี fix high speed internet สำหรับใช้แอปต่างๆได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ ทำมาเพื่อ เป็น counter promotion again AIS package for student segment
บริการทั่วไป • 1 พ.ย. 68
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 29 พ.ย. 68
อ่าน
วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ
ทราเวล ทิปส์ • 18 ก.ย. 68
อ่าน
สหรัฐอเมริกา เตรียมขึ้นค่าวีซ่าเพิ่ม 250 ดอลลาร์ เริ่ม 1 ตุลาคม 2568
แพลน เที่ยวอเมริกา ปีหน้าต้องคิดหนักขึ้น! สหรัฐอเมริกากำลังเตรียมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ Visa Integrity Fee สูงถึง 250 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 8,000 บาท) ซึ่งจะ เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป นั่นหมายความว่าค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นวีซ่านักเรียน ท่องเที่ยว หรือทำงาน จะพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัวเลยทีเดียว สหรัฐฯ เตรียมขึ้นค่าวีซ่าเพิ่ม 250 ดอลลาร์ บังคับใช้ 1 ตุลาคม 2568 ค่าธรรมเนียมใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้น และเพิ่มรายได้จากผู้เดินทางเข้าอเมริกาอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ กฎหมาย One Big Beautiful Bill Actโดยเงินค่าธรรมเนียมนี้สามารถขอคืนได้ภายใต้เงื่อนไขการปฏิบัติตามกฎที่เข้มงวดมากๆ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายกังวลว่ากระบวนการขอคืนเงินอาจไม่ชัดเจน และสร้างความกังวลให้กับผู้สมัครได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างความกังวลอย่างมาก โดยเฉพาะในหมู่นักเรียนนักศึกษา และผู้ที่ต้องการไปทำงานในสหรัฐฯ เพราะภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล สำหรับชาวต่างชาติที่ยื่นขอวีซ่าชั่วคราว เช่น วีซ่าท่องเที่ยว,ธุรกิจ (B1/B2) , นักเรียน หรือวีซ่าทำงาน เมื่อรวมกับค่าวีซ่าเดิม 185 ดอลลาร์ ผู้ยื่นวีซ่าจะต้องจ่ายรวม 435 ดอลลาร์ (ประมาณ 14,000 บาท) สรุปใครบ้างที่ต้องจ่ายเพิ่ม และต้องจ่ายเท่าไหร่? ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่ามาตรฐาน : 185 ดอลลาร์ (คงเดิม) ค่าธรรมเนียมของวีซ่า : 250 ดอลลาร์ (ใหม่) ค่าธรรมเนียมแบบฟอร์มการมาถึง/ออกเดินทาง I-94 : 24 ดอลลาร์ ประเภทวีซ่าที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่: B-1/B-2 นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจ, F-1 นักเรียน , H-1B ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง, J-1 ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน หากต้องการขอค่าธรรมเนียมนี้คืน ต้องทำอย่างไร? สำหรับนักเดินทางหากต้องการรับเงินคืน ผู้ถือวีซ่าจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของวีซ่า ซึ่งรวมถึง "ไม่ยอมรับการจ้างงานที่ไม่ได้รับอนุญาต" และต้องอยู่เกินวันที่วีซ่ามีผลบังคับใช้เกินกว่า 5 วัน ตามบทบัญญัติ หากปฏิบัติตามครบ การคืนเงินจะเกิดขึ้น หลังจากวีซ่าหมดอายุ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 19 ส.ค. 68
ดู
รีวิวสินค้าน่าช้อป by Online Station
Online Station • 5 พ.ค. 63
อ่าน
สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ
ขั้นตอนสมัครสอบคัดเลือกบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นคณาจารย์ประจำ เพื่อสนับสนุนภารกิจทางวิชาการและขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยอ้างอิงมติที่ประชุมกรรมการบริหารงานบุคคลตลอดปี 2567 ถึงกลางปี 2568ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือกระบุไว้ตามข้อ 7 ของประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีหลากหลายระดับและสาขาให้เลือกสมัครตามคุณวุฒิคุณสมบัติผู้สมัครผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย และไม่เป็นผู้เสพสารเสพติด รวมถึงสามารถปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างเหมาะสม เฉพาะสายคณาจารย์ปริญญาตรี วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในรอบ 5 ปีปริญญาโท วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง โดยอย่างน้อย 1 เรื่องเป็นงานวิจัยปริญญาเอก ต้องมีผลงานวิจัยเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในรอบ 5 ปีเอกสารประกอบใบสมัคร1. สำเนาปริญญาบัตรและ Transcript2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน3. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว4. หนังสือรับรองผลภาษาอังกฤษ (MCU-GET, TOEFL, IELTS, TOEIC, TU-GET, CU-TEP)5. ใบรับรองแพทย์ออกภายใน 30 วัน6. ผลตรวจประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ7. หนังสือรับรองประสบการณ์ (ถ้ามี)8. แบบ บค 01 และ บค 02 ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์9. สลิปการโอนเงินค่าสมัครหมายเหตุ แนบไฟล์เฉพาะ .PDF หรือ .JPG ค่าธรรมเนียมการสมัครต่ำกว่าปริญญาตรี 100 บาทปริญญาตรี 200 บาทปริญญาโท 300 บาทปริญญาเอก 400 บาทโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาเสือป่า เลขที่บัญชี 046 2 73791 7รายละเอียดการสอบสอบข้อเขียนเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย 100 คะแนนสอบปฏิบัติด้านดิจิทัล (เฉพาะสายปฏิบัติการ) 100 คะแนนสอบข้อเขียนเฉพาะสาขาวิชา 100 คะแนนสอบสัมภาษณ์ ประเมินความเหมาะสม 200 คะแนนเกณฑ์การตัดสินต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การตัดสินของคณะกรรมการสอบคัดเลือกถือเป็นที่สิ้นสุดติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสมัครเข้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ https://www.mcu.ac.th/news/detail/59013
TNN ช่อง16 • 23 ก.ค. 68
อ่าน
เตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นศูนย์ช่วยเหลือเหยื่อ สุดท้ายโดนหลอกให้โอนเงินซ้ำสอง
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่วันนี้ (18 กรกฎาคม 2568) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านรายการ“เสียงจากใจไทยคู่ฟ้า” ว่าปัจจุบันมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่ โดยที่ผ่านมามักจะใช้ช่องทางผ่านการโทรศัพท์หาเหยื่อโดยอ้างว่าเป็นตำรวจบ้าง เป็น หน่วยงานราชการสำคัญบ้าง อ้างว่ามีไปรษณีย์ตกค้างบ้าง รวมทั้งการส่งเอกสารหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสังคมไทยเริ่มคุ้นชินแล้ว ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบพบการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้นปัจจุบันพบว่ามีการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้น โดยเปิดเพจแอบอ้างเป็น มูลนิธิหรือสำนักงานทนายสาธารณะที่ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือ ศูนย์ช่วยเหลือการถูกหลอกลวง โดยปัจจุบันพบว่าในแพลตฟอร์ม Facebook มีชื่อว่า “สำนักงานช่วยเหลือเหยื่อคดีทางออนไลน์” โดยมีกลุ่มเป้าหมายเพื่อหลอกลวงซ้ำกับคนที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีต่าง ๆ หรือกรณีที่ซื้อสินค้าไม่ได้รับสินค้าหรือสินค้าไม่ตรงปกเป็นจำนวนมาก "กระบวนการเหล่านี้จะเปิด Facebook แฟนเพจและขึ้นหน้าเพจว่าเป็นองค์การไม่แสวงหากำไรเพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่โดนหลอกลวงทางออนไลน์โดยจะให้แอด LINE กับทนายความ โดยระบุว่าจะมีทีมทนายให้การช่วยเหลือเมื่อขบวนการมิจฉาชีพได้รับเรื่องจากผู้ที่เป็นเหยื่อก็จะส่งต่อให้กับกลุ่มมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นตำรวจจากหลายหน่วยงานซึ่งจากการตรวจสอบพบมีการส่งบัตรข้าราชการตำรวจให้เหยื่อได้หลงเชื่อ จากนั้นจะทำงานเป็นทีมเพื่อหลอกลวงให้ผู้ที่โชคร้ายอยู่แล้วต้องโชคร้ายซ้ำสอง โดยคณะทำงานได้ ตรวจสอบบัตรประจำตัวตำรวจดังกล่าวไม่ปรากฏว่าเป็นตำรวจจริง และได้ตรวจสอบพบว่าชื่อ ทนายความดังกล่าวไม่ปรากฏอยู่ในสารบบของทะเบียนทนายความ" เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆนายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้คณะทำงานได้ส่งเรื่องให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบและจับกุมกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้อยู่ ทั้งนี้ขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อในกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการแอบอ้างผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok Instagram และ Facebook ซึ่งเป็นช่องทางที่กลุ่มมิจฉาชีพนิยมใช้เพื่อชักจูงให้หลงเชื่อและโอนเงินทั้งนี้ อย่าโอนเงินให้บุคคลหรือเพจที่ไม่น่าเชื่อถือโดยเด็ดขาด และหากพบเบาะแสหรือพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน 1111 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล หรือทาง อีเมล jirayu9000@gmail.com เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว
TNN ช่อง16 • 18 ก.ค. 68
อ่าน
“กระบี่ - ภูเก็ต” ระวังสึนามิ ภูเขาไฟใต้น้ำ ข่าวปลอมมาแรงอันดับ 1
“กระบี่ - ภูเก็ต” ระวังสึนามิ ภูเขาไฟใต้น้ำ ข่าวปลอมมาแรงอันดับ 1 รอบสัปดาห์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยสถานการณ์ข่าวปลอมรายสัปดาห์ โดยข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด คือข่าวปลอมเกี่ยวกับ “ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ เฝ้าระวังสึนามิ และแผ่นดินไหวรุนแรงจากภูเขาไฟใต้น้ำ” นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริง โดยตรวจสอบแล้วไม่พบสัญญาณการปะทุของภูเขาไฟในบริเวณที่กล่าวถึง และไม่มีแผ่นดินไหวผิดปกติจากข้อมูลของ Global Volcanism Program หรือจากกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวของกรมอุตุนิยมวิทยาไทย ปฏิบัติการฝนหลวงไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับสองคือ “รัฐบาลใช้ฝนเทียมเพื่อสลายการชุมนุม” ซึ่งทางกระทรวงดีอีได้ประสานกับกรมฝนหลวงฯ แล้ว ยืนยันว่าไม่มีการปฏิบัติการใดในพื้นที่ชุมนุม โดยฝนหลวงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นมีเพียงภารกิจช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ลพบุรี เพชรบูรณ์ และนครสวรรค์เท่านั้นตัวเลขข่าวปลอมพุ่ง ตรวจสอบกว่า 1 ล้านข้อความในช่วงวันที่ 4 -10 กรกฎาคม 2568 มีข้อความจากโซเชียลมีเดียกว่า 1,039,000 ข้อความเข้าสู่ระบบตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ซึ่งต้องดำเนินการตรวจสอบจริง 638 ข้อความ และพบว่า 209 เรื่องเป็นข่าวที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ช่องทางที่พบเบาะแสมากที่สุด ได้แก่ Social Listening 606 ข้อความ, Line Official 29 ข้อความ และ Facebook อีก 3 ข้อความ 5 กลุ่มข่าวปลอมหลักที่ต้องเฝ้าระวังกระทรวงดีอีจำแนกข่าวปลอมที่พบออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่1. ข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐและความมั่นคงภายใน 98 เรื่อง2. ข่าวสินค้า สุขภาพ และบริการผิดกฎหมาย 31 เรื่อง3. ข่าวภัยพิบัติ 14 เรื่อง4. ข่าวด้านเศรษฐกิจ 7 เรื่อง5.ข่าวอาชญากรรมออนไลน์ 59 เรื่อง10 อันดับข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด1. ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ เฝ้าระวังสึนามิ และ แผ่นดินไหวรุนแรง ที่ภูเขาไฟใต้น้ำ2.รัฐบาลใช้ฝนเทียมสลายการชุมนุม3.คนชุมพร-นราธิวาสจะตายเป็นแสนเพราะสึนามิ4.แผ่นดินไหวในวงแหวนแห่งไฟ5.ผู้ว่าฯ 7 จังหวัดเตรียมอพยพประชาชน6.แผ่นดินไหวล้อมประเทศไทย7.คนต่างด้าวทำบัตรประชาชนได้แล้ว8.กัมพูชาห้ามไทยส่งยาให้ผู้ป่วยผ่านชายแดน9.ธนาคารออมสินให้กู้เงินออนไลน์ 70,000 บาท10.เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสนิทเจ้าของร้านอาหารจีน
TNN ช่อง16 • 12 ก.ค. 68
อ่าน
เตือนภัย! มิจฉาชีพ ลวงข้าราชการบำนาญกรอกข้อมูล-ลงนาม PDPA
นางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ได้รับแจ้งจากอดีตผู้บริหารและข้าราชการบำนาญหลายท่านว่ามีเจ้าหน้าที่ติดต่อให้มาลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยให้มาดำเนินการที่หน่วยงานต้นสังกัด หรือกรมบัญชีกลาง หรือกระทรวงการคลัง แล้วแต่กรณี และในบางกรณีให้ส่งอีเมลยืนยัน กรมบัญชีกลางขอแจ้งว่า “กรมบัญชีกลางไม่มีนโยบายแจ้งให้ผู้รับบำนาญ มาดำเนินการกรอกข้อมูลหรือลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับ PDPA ตามที่มิจฉาชีพอ้าง” ดังนั้น ขอให้ท่านที่ได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว อย่าหลงเชื่อ ไม่ตอบกลับอีเมล หรือกดลิงก์ใด ๆ ตามที่ได้รับแจ้ง “กรมบัญชีกลางขอเน้นย้ำว่า “ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อข้าราชการ ผู้รับบำนาญหรือทายาทโดยตรง เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกรมบัญชีกลาง” ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งช่องทางการติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางที่เชื่อถือได้ ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (verified) เท่านั้น หรือสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ” โฆษกกรมบัญชีกลางกล่าว
TNN ช่อง16 • 2 ก.ค. 68
อ่าน
ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์
TNN ช่อง16 • 12 มิ.ย. 68
อ่าน
สภาพัฒน์ฯ เผยหนี้ครัวเรือนลดลง - แต่จ้างงานชะลอเด็กจบใหม่เสี่ยงตกงานสูง
สภาพัฒน์เผยภาวะสังคมไทยไตรมาสแรก 2568: หนี้ครัวเรือนชะลอ-จ้างงานลด-เด็กจบใหม่เสี่ยงตกงานสูงนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เปิดเผยภาวะสังคมไทยในไตรมาส 1 ปี 2568 โดยระบุว่า หนี้สินครัวเรือนยังคงขยายตัว แต่ในอัตราที่ชะลอลง เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อเข้มงวดมากขึ้น ขณะเดียวกัน ภาพรวมการจ้างงานลดลงเหลือ 39.4 ล้านคน หดตัว 0.5% จากปีก่อน จากการจ้างงานภาคเกษตรที่อ่อนแรงต่อเนื่อง 5 เดือน แต่ยังเห็นสัญญาณบวกในตลาดแรงงานจากอัตราการว่างงานที่ลดลงอยู่ที่ 0.88% จากเดิม 1.01% อย่างไรก็ตาม เด็กจบใหม่ยังเผชิญความเสี่ยงตกงานสูง เนื่องจากขาดประสบการณ์ ทักษะ และทัศนคติที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประกอบการเริ่มหันไปจ้างงานฟรีแลนซ์หรือคนมีประสบการณ์แทนด้านสาธารณสุข พบการเจ็บป่วยด้วยโรคเฝ้าระวังอย่างไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบเพิ่มขึ้น 64.1% พร้อมทั้งต้องติดตามโรคระบาดอื่น ๆ เช่น COVID-19, ซิฟิลิส, โรคไข้ดำไข้แดงในเด็ก และแอนแทรกซ์ ขณะที่ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินลดลง โดยเฉพาะอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำในเด็ก และการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงความไม่พร้อมของระบบเตือนภัยพิบัติ ขณะที่ด้านการบริโภค มีการร้องเรียนเพิ่มขึ้นในเรื่องสินค้าและบริการ โดยเฉพาะประเด็นเพจที่พักปลอม ค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนที่แพงเกินควร และความน่ากังวลเรื่องการใช้ AI เพื่อสร้างภาพโฆษณาหลอกลวง แม้ว่าการร้องเรียนด้านโทรคมนาคมผ่านสำนักงาน กสทช. จะลดลง ทั้งนี้ ภาครัฐควรเร่งพัฒนาทักษะและเตรียมความพร้อมของนักศึกษาจบใหม่ให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ขณะเดียวกัน ภาคการศึกษาควรเร่งปรับปรุงหลักสูตรและวิธีการเรียนการสอนให้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว
TNN ช่อง16 • 10 มิ.ย. 68
อ่าน
ศาลสหรัฐฯ สั่งระงับคำสั่ง "โดนัลด์ ทรัมป์" ห้ามต่างชาติเรียนต่อที่ฮาร์วาร์ด
อัลลิสัน เบอร์โรห์ส ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในเมืองบอสตัน มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเมื่อวันพฤหัสบดี (5 มิ.ย.) ระงับคำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ห้ามนักศึกษาต่างชาติเข้าศึกษาหรือร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด คำสั่งนี้ออกมาตามคำร้องของฮาร์วาร์ด และจะมีผลจนกว่าศาลจะพิจารณาคดีนี้อย่างละเอียด ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างฮาร์วาร์ดกับทรัมป์ผู้พิพากษาเบอร์โรห์สให้เหตุผลว่า คำประกาศของทรัมป์ ซึ่งอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติในการห้ามชาวต่างชาติเข้าศึกษาที่ฮาร์วาร์ดเป็นเวลา 6 เดือน (อาจขยายเวลาได้) และสั่งให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาเพิกถอนวีซ่านักศึกษาฮาร์วาร์ดที่เข้าข่ายนั้น จะก่อให้เกิด "ความเสียหายที่เกิดขึ้นทันทีและไม่สามารถแก้ไขได้" ก่อนที่ศาลจะพิจารณาคดีอย่างถี่ถ้วน คำประกาศของทรัมป์เมื่อวันพุธ (4 มิ.ย.) ยังระบุว่า ฮาร์วาร์ด "แสดงให้เห็นประวัติความเชื่อมโยงกับต่างชาติและแนวคิดสุดโต่งที่น่ากังวล" มี "ความพัวพันอย่างกว้างขวางกับศัตรูต่างชาติ" รวมถึงจีน มี "อาชญากรรมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว" และล้มเหลวในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับ "กิจกรรมที่ผิดกฎหมายหรือเป็นอันตรายที่ทราบกันดี" ของนักศึกษาต่างชาติฮาร์วาร์ดได้ยื่นแก้ไขคำฟ้องเมื่อวันพฤหัสบดี โดยโต้แย้งว่าคำประกาศล่าสุดของทรัมป์ละเมิดคำตัดสินก่อนหน้าของผู้พิพากษาเบอร์โรห์ส และเป็นการละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลางโดยไม่มีหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวอ้างด้านความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งยังระบุว่า ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ในคำประกาศของทรัมป์ไม่มีมูลความจริง มหาวิทยาลัยเชื่อว่ารัฐบาลกำลังตอบโต้ที่ไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องในการควบคุมการบริหาร หลักสูตร และแนวคิด"คำประกาศนี้ปฏิเสธสิทธิของนักศึกษาฮาร์วาร์ดหลายพันคนที่จะเดินทางมายังประเทศนี้เพื่อมาศึกษาและไล่ตามความฝัน และยังปฏิเสธสิทธิของฮาร์วาร์ดที่จะสอนพวกเขา หากไม่มีนักศึกษาต่างชาติ ฮาร์วาร์ดก็ไม่ใช่ฮาร์วาร์ด" มหาวิทยาลัยระบุในคำฟ้อง"คำประกาศนี้ไม่ได้ระบุว่าการเข้าเมืองของชาวต่างชาติหรือกลุ่มคนต่างด้าวกลุ่มใดจะเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา เพราะผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองซึ่งได้รับผลกระทบจากคำประกาศนี้ยังสามารถเข้าสหรัฐฯ ได้ ตราบใดที่พวกเขาไปที่อื่นที่ไม่ใช่ฮาร์วาร์ด" ฮาร์วาร์ดกล่าวความขัดแย้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเผชิญหน้าอย่างต่อเนื่องระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับฮาร์วาร์ด โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. คริสตี โนเอม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ประกาศเพิกถอนใบรับรองโครงการนักศึกษาและโครงการแลกเปลี่ยน (SEVP) ของฮาร์วาร์ด แต่ผู้พิพากษาเบอร์โรห์สได้สั่งระงับชั่วคราวเกือบจะในทันที ต่อมา DHS เปลี่ยนท่าทีว่าจะคัดค้านใบรับรองผ่านกระบวนการทางปกครองแทน นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ผู้พิพากษาเบอร์โรห์สยังเคยออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับคำสั่งอีกฉบับของทรัมป์ที่จำกัดการรับนักศึกษาต่างชาติของฮาร์วาร์ด รัฐบาลทรัมป์ยังได้ดำเนินการอื่น ๆ เช่น ระงับเงินช่วยเหลือและเสนอให้ยกเลิกสถานะการยกเว้นภาษีของมหาวิทยาลัยก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี อบิเกล แจ็คสัน โฆษกทำเนียบขาว กล่าวหาว่า ฮาร์วาร์ดเป็น "แหล่งเพาะเชื้อของพวกต่อต้านอเมริกา ต่อต้านชาวยิว และสนับสนุนผู้ก่อการร้าย" ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ทางฮาร์วาร์ดเคยปฏิเสธไปแล้ว"พฤติกรรมของฮาร์วาร์ดได้บ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของระบบวีซ่านักเรียนและโครงการแลกเปลี่ยนทั้งหมดของสหรัฐฯ และเสี่ยงต่อการกระทบความมั่นคงของชาติ ตอนนี้ฮาร์วาร์ดต้องเผชิญผลจากการกระทำของตนเอง" แจ็คสันระบุในแถลงการณ์ผู้พิพากษาเบอร์โรห์สยังระบุด้วยว่า เธอมีแผนที่จะออกคำสั่งก่อนชี้ขาดตัดสินคดี (preliminary injunction) ซึ่งจะมีผลระยะยาวกว่า ตามคำร้องขอของฮาร์วาร์ด เพื่อให้ความคุ้มครองแก่นักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัยข่าวที่เกี่ยวข้อง- มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ถูกถอนสิทธิ์รับนักศึกษาต่างชาติ เพราะอะไร?- “ทรัมป์” จี้ “ฮาร์วาร์ด” เปิดชื่อ-ประเทศ น.ศ.ต่างชาติทุกคน- ฮ่องกงเปิดรับนักศึกษาทุกคนที่ได้รับผลกระทบจาก "ฮาร์วาร์ด" ให้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยของฮ่องกง
TNN ช่อง16 • 6 มิ.ย. 68
อ่าน
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ตรวจสอบวีซ่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดทั้งหมด
เจ้าหน้าที่ระดับสูงเปิดเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า ตอนนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กำลังดำเนินการตรวจสอบสถานะของผู้ถือวีซ่าทั้งหมดที่มีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ไม่จำกัดเฉพาะนักศึกษาหรือผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนการเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็น การยกระดับความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยพยายามเพิกถอนสิทธิ์ของฮาร์วาร์ดในการรับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งต่อมาศาลได้มีคำสั่งระงับคำสั่งดังกล่าวไว้ชั่วคราว มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดให้เหตุผลว่าการเพิกถอนสิทธิดังกล่าวเป็น“การแก้แค้นโดยมีแรงจูงใจทางอุดมการณ์”หลังจากมหาวิทยาลัยปฏิเสธข้อเรียกร้องของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายบางอย่างโดยล่าสุดรัฐบาลยังได้มีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐยกเลิกสัญญาทางการเงินทั้งหมดกับฮาร์วาร์ดซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ100ล้านดอลลาร์หรือราว3,300ล้านบาทเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้เปิดเผยเหตุผลของการตรวจสอบครั้งนี้ โดยรายงานจาก Fox News เป็นผู้เปิดเผยเรื่องนี้ก่อนเป็นครั้งแรก ขณะนี้ CNN ได้ติดต่อขอความคิดเห็นจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดแล้วก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศเคยระบุว่าการตรวจสอบความมั่นคงของผู้สมัครวีซ่า “ดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มสมัคร จนถึงการพิจารณา และตลอดช่วงเวลาที่วีซ่ายังมีผลบังคับใช้”มาตรการล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงต่อผู้ที่ต้องการมาเรียนต่อในสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งให้สถานทูตระงับการนัดหมายขอวีซ่านักเรียนและแลกเปลี่ยนทั้งหมด ขณะที่เตรียมขยายมาตรการตรวจสอบข้อมูลโซเชียลมีเดีย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการตรวจสอบนี้จะเข้มงวดเพียงใด มาร์โกรูบิโอรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯประกาศว่าสหรัฐฯจะ“ยกเลิกวีซ่าอย่างจริงจังสำหรับนักเรียนจีน”ซึ่งเป็นการยกระดับความตึงเครียดกับปักกิ่งอย่างมีนัยสำคัญโดยจะมุ่งเป้าผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือกำลังศึกษาในสาขาที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์การดำเนินการของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้สร้างความวุ่นวายต่อชีวิตของนักเรียนต่างชาติที่เรียนอยู่ในฮาร์วาร์ด ซึ่งคิดเป็น 27% ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดของมหาวิทยาลัย โดยเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเปิดเผยต่อศาลว่า นักเรียนบางคนถึงกับกลัวว่าจะไม่สามารถเข้าร่วมพิธีรับปริญญาได้ขณะเดียวกันการตรวจสอบวีซ่าครั้งใหม่นี้อาจขยายผลกระทบไปยังบุคคลทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับฮาร์วาร์ด ไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์ นักวิจัย หรือบุคลากรที่ถือวีซ่าในเครือข่ายของมหาวิทยาลัย
TNN ช่อง16 • 29 พ.ค. 68
อ่าน
หายนะอุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ? ทรัมป์สั่งสถานทูตหยุดออกวีซานักเรียนต่างชาติ
มาตรการใหม่แกะกล่อง พุ่งเป้าคัดกรองนศ.ต่างชาติเข้าสหรัฐฯรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีคำสั่งให้สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกหยุดการนัดหมายสัมภาษณ์ขอวีซ่านักเรียนนักศึกษาชั่วคราว พร้อมทั้งเตรียมขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สมัครขอวีซ่าดังกล่าวด้วยแต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดในบันทึกภายในที่ส่งไปยังสถานทูตทั่วโลก รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ระบุว่า การระงับการนัดหมายนี้จะดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ขณะที่ แทมมี่ บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า “เราจริงจังอย่างยิ่งกับกระบวนการตรวจสอบผู้ที่จะเดินทางเข้าสหรัฐฯ และเราจะเดินหน้าดำเนินการต่อไป”บันทึกจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถูกเปิดเผยโดยสำนักข่าว CBS News ระบุว่าสถานทูตสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งเมื่อวันอังคาร (27 พฤษภาคม) ให้ลบรายการนัดหมายวีซ่านักเรียนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันทั้งหมดออกจากระบบ ยกเว้นการนัดหมายที่ได้รับการยืนยันแล้ว ซึ่งยังสามารถดำเนินต่อไปได้เอกสารยังเผยด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังเตรียมการ “ขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการ” สำหรับผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนทั้งหมด แต่ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดทั้งนี้ ปกติแล้ว นักเรียนต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในสหรัฐฯ จำเป็นต้องนัดสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯในประเทศต้นทางก่อนการอนุมัติวีซ่า ขณะที่ มหาวิทยาลัยจำนวนมากในสหรัฐฯ พึ่งพารายได้จากนักเรียนต่างชาติ ซึ่งมักต้องจ่ายค่าเล่าเรียนในอัตราสูงกว่านักเรียนท้องถิ่น ‘หายนะ’ ต่ออุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ?เดวิด เลโอโพล ทนายความด้านการเข้าเมืองระบุว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลทรัมป์อาจเป็นหายนะของนักเรียนต่างชาติและมหาวิทยาลัยสหรัฐฯที่พึ่งพารายได้จากนักศึกษาต่างชาติ ผบกระทบทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอาจมหาศาลเลโอโพลระบุว่า การขอวีซาสำหรับการนักศึกษาต่างชาติมีกระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดอยู่แล้ว โดยผู้สมัครต้องมีเอกสารรับรองความแข็งแกร่งด้านวิชาการ หลักฐานสนับสนุนทางการเงิน ต้องแสดงสายสัมพันธ์ที่มีกับประเทศของตนและเจตนารมย์ที่จะเดินทางกลับประเทศภูมิลำเนาหลังเรียนจบสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การระงับหรือการชะลอกระบวนการอนุมัติวีซาจะส่งผลกระทบโยงไปยังนักศึกษาหลายแสนคนทั่วโลก และสถาบันการศึกษาจำนวนมากทั่วสหรัฐฯ ที่มีอันดับสูงขึ้นจากการดึงบุคคลที่มีความสามารถจากต่างประเทศเข้ามาในสหรัฐฯทั้งนี้ นักศึกษาต่างชาติมีสัดส่วนร้อยละ 5.9 ของจำนวนนักศึกษาเกือบ 19 ล้านคนในสถาบันการศึกษาขั้นสูงของสหรัฐฯ เฉพาะในช่วงปี 2023-2024 มีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนในสหรัฐฯมากกว่า 1.1 ล้านคน โดยอันดับหนึ่งมาจากอินเดีย ตามมาด้วยจีนหากเจาะลึกลงไป นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ เลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ โดยร้อยละ 25 เข้ามาเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และอีกเกือบหนึ่งในห้า เลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์นอกจากนี้ นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่จ่ายค่าเรียนเต็ม ทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ มีงบประมาณมากขึ้นในการเอาไปช่วยนักศึกษาอเมริกันเองรายงานจาก Open Doors Report พบว่า มหาวิทยาลัยนิวยอร์กมีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด คือ มากกว่า 21,000 คน ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยนอร์ธอีสเทิร์น และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับมหาวิทยาลัยไร้แววถอยมาตรการล่าสุดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างทรัมป์กับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐฯ ซึ่งเขากล่าวหาว่ามีแนวคิดเอนเอียงไปทางซ้ายมากเกินไป และเปิดทางให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัย รวมถึงการมีนโยบายรับนักศึกษาที่ไม่เป็นธรรมทำเนียบขาวยังกล่าวหามหาวิทยาลัยบางแห่งว่า ปล่อยให้กิจกรรมสนับสนุนปาเลสไตน์บนมหาวิทยาลัยถูกครอบงำโดยแนวคิดต่อต้านชาวยิว ขณะที่หลายมหาวิทยาลัยตอบโต้ว่า รัฐบาลกำลังพยายามละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกรัฐบาลทรัมป์เคยสั่งระงับงบประมาณจำนวนหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่จัดสรรให้มหาวิทยาลัยบางแห่ง และพยายามผลักดันการเนรเทศนักเรียนต่างชาติ รวมถึงเพิกถอนวีซ่าหลายพันราย แต่บางมาตรการถูกศาลสั่งระงับไว้ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเคยแสดงทัศนะถึงกรณีของ ‘รูเมซา ออสเติร์ค’ นักศึกษาต่างชาติที่เรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Tufts ซึ่งเขียนบทความแสดงความเห็นสนับสนุนปาเลสไตน์ จนถูกจับกุมหน้าบ้านพักของเธอตอนนั้นรูบิโอกล่าวว่า “หากคุณสมัครของวีซามาสหรัฐฯเพื่อเป็นนักเรียน และคุณบอกเราว่าเหตุผลที่คุณมาสหรัฐฯ ไม่ได้เพราะคุณอยากมาเขียนบทความแสดงความเห็นเท่านั้น แต่คุณยังอยากเข้าร่วมการเคลื่อนไหวที่ทำลายข้าวของมหาวิทยาลัย คุกคามนักศึกษาคนอื่นๆ ยึดอาคาร สร้างความวุ่นวาย เราก็จะไม่ให้วีซากับคุณ”ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เควิน โอ แลรี พันธมิตรของทรัมป์ กล่าวกับ Fox Business ว่าเขาแนะนำให้สหรัฐฯใช้กระบวนการนักศึกษาต่างชาติ และเขาก็ชื่นชมนักศึกษาที่ฉลาดและมีความรักชาติเช่นกัน... “นักศึกษาเหล่านี้เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากและพวกเขาไม่ได้เกลียดอเมริกา” “ทำไมเราไม่คัดกรองเขาก่อน ตรวจสอบประวัติ ทำให้ชัดเจน และก็บอกพวกเขาว่า คุณคือคนที่จบจากฮารวาร์ด คุณคือวิศวกรหรืออะไรก็ตาม คุณอยู่ที่นี่ได้ คุณเริ่มธุรกิจที่นี่ได้ และคุณก็จะได้รับเงินทุนที่นี่ คุณจะสร้างงานที่นี่ นี่คือเหตุผลที่คุณมาที่นี่แต่แรก”ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังรัฐบาลทรัมป์ได้เพิกถอนสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในการรับนักศึกษาต่างชาติและนักวิจัยจากต่างประเทศ แต่ศาลรัฐบาลกลางมีคำสั่งระงับมาตรการดังกล่าว ซึ่งหากนโยบายนี้มีผลบังคับใช้จริง อาจสร้างผลกระทบอย่างหนักต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมีนักศึกษาต่างชาติกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดอย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ยังไม่ยอมถอยเช่นกัน และกำลังหาทางยกเลิกสัญญาที่เหลือทั้งหมดระหว่างฮาร์วาร์ดกับรัฐบาลกลาง ซึ่งมีมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์คงต้องติดตามกันต่อไปว่าศึกนี้ ใครจะยอมถอยก่อนกัน แต่ที่แน่ๆ...นักเรียนนักศึกษา นักวิจัย และคณาจารย์ ล้วนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าแล้วบทความโดย...ธันย์ชนก จงยศยิ่ง
TNN ช่อง16 • 28 พ.ค. 68
อ่าน
ฮ่องกงเปิดรับนักศึกษาทุกคนที่ได้รับผลกระทบจาก "ฮาร์วาร์ด" ให้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยของฮ่องกง
“จอห์น ลี” ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ประกาศเชิญชวนนักศึกษาต่างชาติจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ ให้เข้ามาศึกษาต่อที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง หลังจากสหรัฐฯ ซึ่งนำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการไปยังมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดให้จํากัดการลงทะเบียนเข้าศึกษาของนักศึกษาต่างชาติสำหรับในปีการศึกษา 2025-2026 จนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่เกิดการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจอห์น ลี กล่าวคำประกาศของเขาในวันนี้ (27 พฤษภาคม) ระหว่างการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ว่า ฮ่องกงยินดีที่จะรับนักศึกษาทุกคนที่กำลัง “ถูกแบ่งแยก” โดยนโยบายของสหรัฐฯ หรือกำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบากในการศึกษาและการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจากมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ โดยที่ฮ่องกงเปิดประตูสำหรับนักศึกษาทุกคนพวกเขาสามารถมาเรียนในมหาวิทยาลัยของฮ่องกงที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการของเขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้เรียกร้องไปถึงมหาวิทยาลัยในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ให้ปกป้องผลประโยชน์ของนักศึกษาและหาวิธีดึงดูดใจนักศึกษาชั้นนำที่มีความสามารถจากนานาชาติให้เข้ามาศึกษาต่อในจีนเพื่อตอบกลับนโยบายของทรัมป์ที่มีต่อฮาร์วาร์ด ข้อกำหนดของทรัมป์ต่อนักศึกษาต่างชาติในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกส่งผลกระทบนักศึกษาต้องย้ายไปศึกษาในสถาบันอื่นที่อาจทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับการสูญเสียสถานะทางกฎหมาย แม้ว่าคณะผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางจะมีคำสั่งให้ระงับนโยบายสั่งห้ามนี้เป็นการชั่วคราวแต่สถานะของนักศึกษาต่างชาติในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยังคงอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอน ซึ่งฝ่ายบริหารของทรัมป์กล่าวหาว่าฮาร์วาร์ดส่งเสริมการต่อต้านชาวยิวและให้ความร่วมมือกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยอ้างไปถึงสถิติเมื่อปี 2024 ว่าในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดมีนักศึกษาชาวจีนมากถึง 1 ใน 5 ของจำนวนนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด
TNN ช่อง16 • 27 พ.ค. 68
อ่าน
ทรัมป์สั่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ห้ามรับนักศึกษาต่างชาติเพิ่ม
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิกถอนสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในการรับนักศึกษาต่างชาติอย่างเป็นทางการ โดยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS)ระบุว่า“ฮาร์วาร์ดจะไม่สามารถรับนักศึกษาต่างชาติรายใหม่ได้อีก และนักศึกษาต่างชาติที่มีอยู่ต้องหาทางโอนย้ายออก หรือไม่ก็สูญเสียสถานะทางกฎหมายในสหรัฐฯ”นโยบายนี้มาจากคำสั่งของ คริสตี โนเอม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ซึ่งกล่าวหาฮาร์วาร์ดว่าไม่ยอมส่งมอบบันทึกพฤติกรรมของนักศึกษาต่างชาติที่รัฐบาลร้องขอเมื่อเดือนที่แล้ว โดยให้เหตุผลว่า ฮาร์วาร์ด “มีบรรยากาศที่ไม่ปลอดภัยสำหรับนักเรียนชาวยิว สนับสนุนแนวคิดนิยมฮามาส และยังคงใช้นโยบายความหลากหลายที่เหยียดเชื้อชาติ”การเพิกถอนสิทธิ์นี้หมายถึงการยุติการรับนักเรียนต่างชาติ รวมถึงการคุ้มครองทางกฎหมายผ่านโครงการ SEVP หรือโครงการนักศึกษาผู้เยี่ยมชมและโครงการแลกเปลี่ยน(Student and Exchange Visitor Program) ซึ่งอาจกระทบถึงนักศึกษาต่างชาติประมาณ 27.2% ของนักศึกษาฮาร์วาร์ดทั้งหมดในปีการศึกษา 2024–2025 หรือกว่า 6,700 คนก่อนหน้านี้ ฮาร์วาร์ดและรัฐบาลทรัมป์มีข้อพิพาทเรื้อรังเรื่องนโยบายความหลากหลาย การคัดเลือกบุคลากร การแสดงออกทางการเมืองของนักเรียนเกี่ยวกับสงครามอิสราเอล–ฮามาส โดยรัฐบาลได้เรียกร้องให้มหาวิทยาลัยปรับเปลี่ยนนโยบายด้านDEIหรือนโยบายความแตกต่าง ความเท่าเทียม และความมีส่วนร่วม(Diversity, Equity, Inclusion)ด้านเจสัน นิวตันโฆษกมหาวิทยาลัยออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า นี่เป็นการกระทำเชิงตอบโต้ที่ผิดกฎหมายและจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อชุมชนฮาร์วาร์ดและประเทศชาติเขาย้ำว่า ฮาร์วาร์ดจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องสถานะของนักศึกษาต่างชาติ และกำลังเร่งให้คำแนะนำและความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ มหาวิทยาลัยยังเตรียมดำเนินการทางกฎหมายเพื่อยับยั้งการตัดเงินทุนสนับสนุนกว่า2,200ล้านดอลลาร์ หรือกว่า72,000ล้านบาท และยังต้องเผชิญกับความเป็นไปได้ที่กรมสรรพากรสหรัฐฯ อาจเพิกถอนสถานะการไม่เสียภาษีของมหาวิทยาลัยข่าวนี้แพร่กระจายไปในกลุ่มนักศึกษานานาชาติอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดความกลัวและความหงุดหงิดในหมู่นักศึกษาหลายพันคนที่อนาคตของพวกเขาตกอยู่ในความไม่แน่นอนอย่างกะทันหัน เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและทรัมป์มีเรื่องขัดแย้งกันมานานหลายเดือน โดยฝ่ายบริหารเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยทำการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมนโยบาย การจ้างงาน และการรับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เพื่อขจัดลัทธิต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัย และขจัดสิ่งที่เรียกว่า "แนวทาง 'ความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม' ที่เหยียดเชื้อชาติ" ฝ่ายบริหารได้เน้นไปที่นักศึกษาและเจ้าหน้าที่ต่างชาติที่เชื่อว่าเข้าร่วมการประท้วงในมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับสงครามอิสราเอล-ฮามาสแต่ผู้นำของมหาวิทยาลัยโต้แย้งว่าคำร้องขอหลายประการ รวมทั้งการตรวจสอบมุมมองของนักศึกษาและเจ้าหน้าที่นั้น เกินเลยบทบาทของรัฐบาลกลางไปไกล และอาจละเมิดสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในเดือนเมษายนที่ผ่านมากระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิขู่ว่า จะเพิกถอนการเข้าถึงโปรแกรมวีซ่านักศึกษาของมหาวิทยาลัย หากไม่ปฏิบัติตามคำขอให้เปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียดจากฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษาต่างชาติ
TNN ช่อง16 • 23 พ.ค. 68
อ่าน
สอบ TCAS68 ประกาศผลแล้ว เปิด 15 หลักสูตร มีผู้สมัครมากที่สุด รอบ 3 Admission
การสอบ TCAS (Thai University Cantral Admission) คือ การสอบเพื่อการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา หรือเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีประกาศผลครั้งที่ 1 สมัครแอดมิชชั่น (Admission) ทั้งนี้ วันนี้ 20 พฤษภาคม 2568 เป็นการประกาศผลครั้งที่ 1 ทุกคนที่สมัครแอดมิชชั่น (Admission) โดยยืนยันสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2568จากนั้นระบบจะมีการประกาศผลอีกครั้งวันที่ 25 พฤษภาคมและสามารถสละสิทธิ์ได้ถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2568ผู้สมัครแต่ละคนสามารถ สละสิทธิ์ได้สูงสุดเพียง 1 ครั้ง และต้องดำเนินการในช่วงเวลาที่เปิดให้เท่านั้น เพื่อจะสมัครรอบถัดไปได้26 พฤษภาคม 2568 เฉพาะผู้ที่ยืนยันสิทธิ์รอบ 3 Admission และไม่เคยสละสิทธิ์มาก่อนเท่านั้นประกาศจำนวนที่นั่งรอบ 4 Direct Admission ที่ mytcas.com วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 15 หลักสูตร สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admissionทั้งนี้ 15 หลักสูตร ที่มีจำนวนผู้สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้ สถิติการรับสมัครรอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิทินสอบ TCAS68 เตรียมความพร้อมเพื่อศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา
TNN ช่อง16 • 20 พ.ค. 68
อ่าน
Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================
ทราเวล ทิปส์ • 13 พ.ค. 68
อ่าน
อย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”
ภารกิจรายได้เสริม หรือ กับดักหมดตัว?กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ออกมาแจ้งเตือนประชาชนผ่านเฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. โดยระบุว่า ภารกิจรายได้เสริม หรือ กับดักหมดตัว?ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย อย่าหลงเชื่อ! ขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ลวงให้โอนเงิน โดยมิจฉาชีพวางแผนหลอกเหยื่ออย่างเป็นระบบ ตั้งแต่สร้างแชทปลอม ดึงเข้ากลุ่มที่มีหน้าม้า จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยอ้างว่า “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่” 7 ขั้นตอนขบวนการหลอกให้ทำภารกิจปลอม1.ล่อเหยื่อด้วยโฆษณา มีการยิงแอด โพสต์ปลอม แล้วทักแชตตรง2.สร้างฉากลวงในกลุ่มแชต มีหน้าม้าปั้นสถานการณ์ให้ดูน่าเชื่อถือ3.หลอกให้ทำภารกิจง่ายๆ ดูคลิป กดไลก์ รีวิวสินค้า4.ปั้นรายได้ปลอมให้เห็น มีเงินรอในระบบแต่ยังถอนออกมาไม่ได้5.บีบให้โอนซ้ำเพื่อปลดล็อก อ้างขั้นตอนผิดต้องโอนเพิ่ม6.ใช้จิตวิทยากลุ่มกดดัน หน้าม้าหลอกว่าเคยได้เงิน เพื่อให้เหยื่อตาม7.หลอกซ้ำด้วยความกลัว-สงสาร ข่มขู่ทางกฎหมายหรือขอความเห็นใจให้โอนอีก สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมงอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์เช็กด่วน 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้กู้เงินเช็ก 10 ข่าวปลอมในรอบสัปดาห์ เตือนอย่าหลงเชื่อระวังโดนหลอกดูดเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล
TNN ช่อง16 • 13 พ.ค. 68
อ่าน
เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ
TNN ช่อง16 • 24 เม.ย. 68
อ่าน
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบผลได้ผ่านเว็บ www.mytcas.comสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศผลสอบ A-Level ประจำปี 2568 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศสามารถเข้าตรวจสอบผลสอบผ่านระบบ MyTCAS ได้ทันที วิธีตรวจสอบผลสอบ A-Level 68ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบผ่านเว็บไซต์ของ ทปอ. ได้ที่ https://www.mytcas.com โดยมีขั้นตอนดังนี้:1.เข้าสู่ระบบที่ https://student.mytcas.com ด้วยบัญชีผู้สมัคร2.เลือกเมนู “ประกาศผลสอบ A-Level” เพื่อดูผลสอบรายวิชา3.หากต้องการดาวน์โหลดเอกสาร สามารถเลือก “หนังสือรับรองผลการสอบแยกรายวิชา” ได้ทันที4.หากต้องการยื่นขอทบทวนผลคะแนน ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วกด “ขอทบทวนผลคะแนนสอบ” ยื่นขอทบทวนผลคะแนนสอบได้ถึง 25 เม.ย. 68สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนสอบ หรือเชื่อว่าคะแนนอาจมีความคลาดเคลื่อน สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนผลคะแนนได้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 25 เมษายน 2568 ผ่านระบบ MyTCASค่าธรรมเนียมในการทบทวนคะแนนสอบ• ค่าธรรมเนียมรายวิชา: 100 บาท/วิชา• เหมาจ่ายทุกวิชา: 300 บาทโดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องเลือกวิชาที่ต้องการทบทวน อ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน และทำการชำระเงินผ่านระบบตามขั้นตอนที่กำหนดสรุป• ประกาศผลสอบ A-Level 68 แล้วตั้งแต่ 17 เม.ย. 68• ตรวจสอบผลได้ที่ student.mytcas.com• ขอทบทวนผลสอบได้ระหว่าง 18–25 เม.ย. 68• ค่าธรรมเนียม: รายวิชา 100 บาท, เหมาจ่าย 300 บาท
TNN ช่อง16 • 18 เม.ย. 68
อ่าน
ศาลอาญาออกหมายจับ “ฮอต” ไฮโซปลอม 4 ข้อหา ม.112-ฉ้อโกง
ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ “ฮอต” ชายแอบอ้างเป็นไฮโซ 4 ข้อหา หนักรวม ม.112, ปลอมเอกสาร, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฉ้อโกงประชาชน ตำรวจอายัดตัวจากเรือนจำพิเศษธนบุรีวันที่ 11 เมษายน 2568 ศาลอาญามีคำสั่งอนุมัติออกหมายจับชายคนหนึ่งที่ใช้ชื่อในสังคมออนไลน์ว่า “ฮอต” ซึ่งมีพฤติกรรมแอบอ้างเป็นบุคคลมีชื่อเสียงหรือเป็น “ไฮโซ” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนก่อเหตุหลอกลวงผู้คนในหลายรูปแบบ พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับต่อศาล หลังจากมีผู้เสียหายยื่นหลักฐานชัดเจนว่า ผู้ต้องสงสัยได้กระทำการหลอกลวงจนได้รับความเสียหายทั้งในเชิงทรัพย์สินและชื่อเสียงศาลพิจารณาหลักฐานแล้วเห็นว่ามีน้ำหนักเพียงพอ จึงอนุมัติออกหมายจับใน 4 ข้อหา ได้แก่1. ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ2. ความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม3. ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์4. ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อายัดตัวผู้ต้องหาแล้วที่เรือนจำพิเศษธนบุรี เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเพิ่มเติมตามกฎหมายรายงานระบุว่าคดีนี้เกิดจากการที่ผู้ต้องหาได้แสดงตัวเป็นบุคคลมีฐานะ และอ้างความสัมพันธ์กับบุคคลในระดับสูง เพื่อโน้มน้าวใจให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จนนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงกับผู้เสียหายรายอื่นที่อาจตกเป็นเหยื่อเช่นกัน
TNN ช่อง16 • 11 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งเตือนประชาชนระวังSMS M-Flow ปลอม ซึ่งหลอกแนบลิงก์อ้างว่ามี "บิลรอดำเนินการ" โดยยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรายงานผลการเฝ้าระวังข่าวระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2568 พบข้อความต้องตรวจสอบทั้งหมด 599 ข้อความ จากข้อความที่เข้ามากว่า 837,000 ข้อความ โดยข่าวปลอมอันดับ 1 คือเรื่อง "M-Flow ส่ง SMS แนบลิงก์ แจ้งมีบิลที่กำลังรอดำเนินการ" กระทรวงดีอีได้ประสานกับกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบและยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการแอบอ้างโดยมิจฉาชีพที่ต้องการหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์ปลอม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือหลอกให้โอนเงินประชาชนที่ใช้บริการ M-Flow สามารถตรวจสอบและชำระค่าบริการได้ผ่าน 3 ช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น ได้แก่แอปพลิเคชัน MFlowthaiLine Official : @mflowthaiเว็บไซต์ www.mflowthai.comกระทรวงดิจิทัลฯ ยังเน้นย้ำให้ประชาชนอย่าแชร์หรือหลงเชื่อข่าวปลอมโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมมีความซับซ้อน และแฝงตัวในสื่อออนไลน์จำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลนอกจาก SMS M-Flow ปลอมแล้ว ยังพบข่าวปลอมอื่นที่น่าเป็นห่วง เช่น การเปิดบัญชี TikTok ปลอมอ้างชื่อธนาคาร, การหลอกให้จองหุ้น, รวมถึงการรับสมัครงานผ่านเพจปลอม ซึ่งล้วนมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงประชาชนทั้งสิ้น
TNN ช่อง16 • 6 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ
กระแสโซเชียลกำลังพุ่งความสนใจไปที่เพจ Kafaak หลังโพสต์เตือนว่า ChatGPT สามารถนำไปใช้ปลอมสลิปโอนเงินแบบแนบเนียนได้ ทั้งการปลอมชื่อบัญชีเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) มหาเศรษฐีชื่อดัง ปลอมจำนวนเงินที่โอน เลขบัญชี และไม่เว้นแม้แต่ลายน้ำ TNN Tech จึงรวบรวม 3 วิธี ในการรับมือสลิปปลอม ที่ไม่ใช่แค่มาจาก ChatGPT หรือ Generative AI ตัวอื่น ๆ แต่ยังไปรวมถึงการตัดต่อภาพด้วยเช่นกัน 3 วิธี รับมือสลิปปลอมจากภาพ ChatGPT, Generative AI และภาพตัดต่อสแกน QR Code บนสลิป (ถ้ามี) สำหรับสลิป (Slip) หรือบันทึกการทำรายการที่แอปพลิเคชันธนาคารออกให้ เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีการทำรายการโอนเงินหรือชำระเงินจริงหรือไม่เปิดแจ้งเตือนการทำธุรกรรม โดยการแจ้งเตือนจะมีทั้งรูปแบบบนแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) แบบ Official ของธนาคาร หรือสมัครรับ SMS สำหรับแจ้งเตือนก็ได้เช่นกันสมัครบริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งมีการทำธุรกรรมจำนวนมากในแต่ละวัน สามารถใช้บริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติเมื่อมีการส่งหลักฐานเข้าไปยังไลน์ หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ เช่น สลิปทูโก (Slip2GO) สลิปโอเค (SlipOK) หรือ อีซี่สลิป (EasySlip) เป็นต้น โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามปริมาณการทำธุรกรรมในแต่ละเดือน และนอกจากทั้ง 3 วิธีหลักแล้ว การสังเกตความผิดปกติบนสลิป เช่น ขนาด และรูปแบบตัวอักษร ลายน้ำ และรวมไปถึงการขอดูสลิปทันทีที่โอนเงินหากทำได้ ก็เป็นอีกตัวช่วยรับมือการปลอมสลิปโอนเงินได้เช่นกัน
TNN ช่อง16 • 28 มี.ค. 68
ดูเพิ่มเติม