TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “制假上法兰西理工大学毕业证[办证网:ban58.com]” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
TSE เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมโปรไฟล์หลอกลงทุนโรงไฟฟ้า ยันไม่มีนโยบายชักชวนผ่านโซเชียล
#ทันหุ้น #2026 #SET #TSE เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมโปรไฟล์หลอกลงทุนโรงไฟฟ้า ยันไม่มีนโยบายชักชวนผ่านโซเชียลบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างชื่อ ข้อมูล รูปภาพโครงการ และตราสัญลักษณ์ของบริษัทฯ ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก และอีเมล เพื่อหลอกลวงและชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนผ่านช่องทางดังกล่าว รวมถึงการเข้ากลุ่มไลน์เพื่อร่วมกิจกรรมหารายได้พิเศษ หรือร่วมลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจโรงไฟฟ้าบริษัทฯ จึงขอเรียนแจ้งเตือนประชาชนและนักลงทุนทุกท่าน โปรดอย่าหลงเชื่อการแอบอ้างดังกล่าว และขอความกรุณาอย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือโอนเงินให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าวโดยเด็ดขาดทั้งนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ไม่มีนโยบายในการชักชวนให้ลงทุนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าวตามที่มีการแอบอ้างแต่อย่างใด และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มหรือกิจกรรมการลงทุนหรือกิจกรรมหารายได้พิเศษใด ๆ ตามที่ถูกกล่าวอ้างรวมทั้งไม่เคยอนุญาตหรือสนับสนุนให้มีการนำชื่อ รูปภาพ ตราสัญลักษณ์ หรือข้อมูลของบริษัทฯ ไปใช้เพื่อการโฆษณา หรือชักชวนการลงทุนในลักษณะดังกล่าวสำหรับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ จะถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการของบริษัทฯ เท่านั้น หากท่านพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย หรือเข้าข่ายการหลอกลวง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบ หรือแจ้งข้อมูลมายังหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ (IR) ของบริษัทฯ โทรศัพท์ 02-258-4530 ถึง 3 ต่อ 2311บริษัทฯ ขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส และในการรักษาความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างสูงสุด
ทันหุ้น • 7 เม.ย. 69
อ่าน
เจาะสถิติแท็กซี่ไทย ติดอันดับ 3 ของโลก โกงเงินผู้โดยสาร
ขอเหมาจ่ายนะพี่ มิเตอร์เสียฉวยสัมภาระเราไปใส่ท้ายรถ เร่งให้เรารีบขึ้นรถ จ่ายเหมาแพง ๆถึงที่หมายโอนจ่ายไม่ได้ ไม่มีเงินทอน เก็บส่วนต่างแบบเนียน ๆนี่คือข้อร้องเรียนของชาวต่างชาติต่อพฤติกรรมฉ้อโกงของคนขับแท็กซี่ โดยมีคนขับแท็กซี่ไทย ถูกร้องเรียนมากที่สุดเป็นอันดับ 3บริษัท All Clear ด้านประกันภัยการเดินทางได้สำรวจความเห็นและข้อร้องเรียนออนไลน์ ของผู้ใช้บริการแท็กซี่กว่า 30,000 ความเห็น พบว่า ประเทศไทย ติดอันดับ 3 เกิดกรณีคนขับแท็กซี่ฉ้อโกงมากที่สุด รองจากตุรกี และอินเดียแต่เมื่อมาดูลิสต์ประเทศที่พบการฉ้อโกง ยังมีเวียดนาม อันดับ 4 อียิปต์ อันดับ 5 ออสเตรเลีย เม็กซิโก โมร็อกโก อเมริกา แม้แต่แคนาดา ฝรั่งเศส ฟิลิปปินส์ อิตาลี และนอร์เวย์ ด้วยพฤติกรรมการฉ้อโกงที่พบมากที่สุด มี 5 ประการด้วยกัน ไม่เปิดมิเตอร์โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยว และขอจ่ายเหมาทั้งที่เดินทางเป็นระยะสั้น ๆ เท่านั้นแย่งสัมภาระมาใส่ท้ายรถในพื้นที่พลุกพล่าน คนขับแท็กซี่แย่งสัมภาระมาใส่ท้ายรถ เพื่อกดดันให้ตัดสินใจ ในราคาโดยสารแพง ๆโอนจ่ายไม่ได้ ไม่มีเงินทอนเป็นกรณีที่เกิดขึ้นบ่อย คนขับอ้างว่าโอนจ่ายไม่ได้ ไม่มีเงินทอน เพื่อเก็บเงินส่วนต่างเอาไว้เองขับวน อ้อมโลกอีกประเด็นที่พบเห็นมาก คนขับแท็กซี่ขับอ้อมไปไกล เพื่อเพิ่มค่าโดยสารมาเฟียสนามบินมักปรี่เข้าหา บอกให้ไปขึ้นแท็กซี่ แล้วคิดราคาแพง บอกว่า เป็นราคาปกติ ทั้งที่ พวกเขาไม่ใช่แท็กซี่ตามระบบของสนามบิน หากย้อนไปดูข้อมูลการศึกษษของกรมการขนส่งทางบกและ TDRI พบว่า คนขับแท็กซี่ไทย มีรายได้อาจดูสูงถึง 1,500-1,600 บาทต่อวัน แต่เมื่อหักต้นทุน ค่าส่งรถ ค่าเชื้อเพลิง และอื่น ๆ ทำให้เหลือ 350-450 บาทเท่านั้น ถ้าขยันหน่อยรับงานแอปควบคู่ก็อาจได้ถึง 900 บาท แต่ก็ต้องทำงานค่อนข้างหนักงานแท็กซี่ ไม่ใช่งานประจำ สิทธิการคุ้มครองประกันสังคมจึงไม่เท่าพนักงานประจำ หากวิ่งรอบน้อย เงินก็น้อยตามนี่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ คนขับบางส่วนมองว่า เปิดมิเตอร์ไม่คุ้ม ยิ่งเจอการจราจรติดขัด ก็ยิ่งเสียโอกาสหารายได้ คนขับบางรายจึงมองว่าการคิดเหมาเป็นวิธีเพิ่มรายได้ต่อเที่ยวมากขึ้น แม้จะเป็นการเอาเปรียบประชาชน และเสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ
TNN ช่อง16 • 25 ก.พ. 69
อ่าน
ด่วน! อัยการยื่นฟ้อง “นานา-เวย์” ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม
ด่วน! อัยการยื่นฟ้อง นานา-เวย์ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม วันนี้ (23 ก.พ. 69) อัยการยื่นฟ้อง นานา ไรบีนา, .เวย์ ปริญญา , บริษัท ฟลิค ออฟ เดอะ ไลท์ โปรดักชั่นส์ จำกัด โดย นางไรบีนา อินทชัย กรรมการผู้มีอำนาจ และ บริษัท ไรบีนา ๒๐๑๖ จำกัด โดย นางไรบีนา อินทชัย กรรมการผู้มีอำนาจ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ก่อนหน้านี้ นานา ไรบีนา ภายหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) จับกุมเมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์และความผิดตามกฎหมายแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 195 ล้านบาท ก่อนถูกนำตัวฝากขังต่อศาลอาญา โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
ดาราเดลี่บันเทิง • 23 ก.พ. 69
อ่าน
สรรพากรเตือน!! มิจฉาชีพส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี อย่ากดลิงก์เด็ดขาด
สรรพากรแจ้งเตือน!! มิจฉาชีพส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี (Tax Refund) และแนบลิงก์ อย่ากดลิงก์เด็ดขาดกรมสรรพากรแจ้งว่า ขณะนี้ พบมิจฉาชีพได้พัฒนากลโกงในหลายรูปแบบโดยส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี (Tax Refund) เพื่อหลอกให้กดลิงก์ หากได้รับ SMS ดังกล่าว❌ อย่ากดลิงก์❌ อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงิน❌ ให้ลบทิ้งทันทีทั้งนี้ กรมสรรพากร ยืนยัน “ไม่มีนโยบาย” ส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี และแนบลิงก์ หรือให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ทั้งสิ้นหากมีข้อสงสัย สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ ที่www.rd.go.th (เว็บไซต์กรมสรรพากร)☎️ RD Intelligence Center 1161 ช่วยกันแชร์เพื่อเตือนภัย ป้องกันการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
ทันหุ้น • 3 ก.พ. 69
อ่าน
“เปิ้ล นาคร” เข้าแจ้งความ หลังถูกตัดต่อภาพโปรโมตเว็บพนัน
เปิ้ล นาคร เข้าแจ้งความ หลังถูกตัดต่อภาพโปรโมตเว็บพนัน เมื่อช่วงเย็นวันนี้ 6 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง เปิ้ล นาคร ศิลาชัย เดินทางมายังกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เพื่อเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน กรณีถูกมิจฉาชีพนำภาพไปตัดต่อด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อหปใช้ในการโปรโมตเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดเป็นอย่างมาก โดยเจ้าตัวเปิดใจให้ฟังว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนแอบอ้าง แต่ครั้งนี้เทคโนโลยีมีความแนบเนียนขึ้นมากจนน่าตกใจ เราโดนมาหลายรอบ เหมือนไปท้าทายมัน ยิ่งฟ้องตำรวจยิ่งเอาเรา ไม่รู้จะทำยังไง เอามันติดคุกไม่ได้ ผมยอมติดคุกเองได้นะ กูจะได้ไม่โดนมึง เรามานั่งดู ตกใจ มันโครตเนียน เราเชื่อว่าคนดูไม่เชื่อหรอก คนดูสมัยนี้รู้ว่ามัน AI แต่เพจมันได้เอนเกจเพราะมีดาราหลายคนที่โดนเรื่องนี้ เราว่ามันฉวยโอกาสเกินไป ไม่เสียหายเราเล่นไม่เป็น เราไม่เสียชื่อเสียงหรอก แม่จูน ให้เรามามอบตัว ช่วยออกมาเป็นสื่อ ยังไงต้องแชร์ให้โลกรู้ เพื่อคนไทย เยาวชน จะได้เห็นว่ามันเป็นของปลอม ไม่ใช่เรื่องดี อย่าไปตามมัน มันปลอมหมด คงต้องฝากพี่ ๆ ตำรวจ โดยเฉพาะรัฐบาลต้องจริงจัง เอาหนักกับมัน วันนี้ตามที่พี่ตำรวจแนะนำ ไปให้ปากคำ ลงบันทึกประจำวัน แจ้งความไว้ให้ เขาบอกจับมันให้แน่นอนทาง ให้ทีมงานจัดการรีพอร์ตแล้ว สบายใจขึ้นถ้าทุกคนช่วยกันแชร์ มันเฮงซวย เตือนคนที่ไม่เล่นให้ระวัง ใครเล่นก็รวยยาก บอกไว้ก่อนเลย ทำมาหากินสุจริตดีกว่า ฝากเตือนทุกคน Al พวกนี้อย่าไปหลงเชื่อมัน เวลาจะดูอะไร กดแชร์แต่เรื่องดี ๆ ละกัน
ดาราเดลี่บันเทิง • 7 ม.ค. 69
อ่าน
พี่มหาบัณฑิตเก่งมาก “จิมมี่ จิตรพล” เตรียมรับปริญญาโท มกราคมนี้
พี่มหาบัณฑิตเก่งมาก จิมมี่ จิตรพล เตรียมรับปริญญาโท มกราคมนี้ ตั้งใจทำทั้งงานในวงการ รวมถึงการเรียนเอง จิมมี่ จิตรพล ก็ไม่เคยทิ้ง ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่าการเรียนหมอนั้นไม่ง่ายเลย แต่เจ้าตัวก็จัดสรรเวลาและรับผิดชอบทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แถมก่อนหน้านี้ก็สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ล่าสุดเตรียมเป็นพี่มหาบัณฑิตสุดหล่อแล้ว เพราะเจ้าตัวได้ออกมาลงภาพใส่ชุดครุยเตรียมรับปริญญาแช้วจ้า ซึ่ง จิมมี่ ได้ลงแคปชั่นที่แปลเป็นไทยว่า ภูมิใจที่ได้ทําเครื่องหมายเหตุการณ์สําคัญนี้ เชิญทุกร่วมยินดีกับผมในวันที่ 18 มกราคมนี้ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต พวกคุณทุกคนได้รับเชิญให้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลานี้นะครับ ดาราเดลี่ต้องขอแสดงความยินดีกับ จิมมี่ ด้วย พร้อมทำงานในวงการควบคู่กับการเป็นพี่หมอจิมมี่แล้ว ปรบมือคร้าบบบบ
ดาราเดลี่บันเทิง • 4 ม.ค. 69
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
เตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นศูนย์ช่วยเหลือเหยื่อ สุดท้ายโดนหลอกให้โอนเงินซ้ำสอง
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่วันนี้ (18 กรกฎาคม 2568) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านรายการ“เสียงจากใจไทยคู่ฟ้า” ว่าปัจจุบันมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่ โดยที่ผ่านมามักจะใช้ช่องทางผ่านการโทรศัพท์หาเหยื่อโดยอ้างว่าเป็นตำรวจบ้าง เป็น หน่วยงานราชการสำคัญบ้าง อ้างว่ามีไปรษณีย์ตกค้างบ้าง รวมทั้งการส่งเอกสารหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสังคมไทยเริ่มคุ้นชินแล้ว ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบพบการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้นปัจจุบันพบว่ามีการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้น โดยเปิดเพจแอบอ้างเป็น มูลนิธิหรือสำนักงานทนายสาธารณะที่ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือ ศูนย์ช่วยเหลือการถูกหลอกลวง โดยปัจจุบันพบว่าในแพลตฟอร์ม Facebook มีชื่อว่า “สำนักงานช่วยเหลือเหยื่อคดีทางออนไลน์” โดยมีกลุ่มเป้าหมายเพื่อหลอกลวงซ้ำกับคนที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีต่าง ๆ หรือกรณีที่ซื้อสินค้าไม่ได้รับสินค้าหรือสินค้าไม่ตรงปกเป็นจำนวนมาก "กระบวนการเหล่านี้จะเปิด Facebook แฟนเพจและขึ้นหน้าเพจว่าเป็นองค์การไม่แสวงหากำไรเพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่โดนหลอกลวงทางออนไลน์โดยจะให้แอด LINE กับทนายความ โดยระบุว่าจะมีทีมทนายให้การช่วยเหลือเมื่อขบวนการมิจฉาชีพได้รับเรื่องจากผู้ที่เป็นเหยื่อก็จะส่งต่อให้กับกลุ่มมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นตำรวจจากหลายหน่วยงานซึ่งจากการตรวจสอบพบมีการส่งบัตรข้าราชการตำรวจให้เหยื่อได้หลงเชื่อ จากนั้นจะทำงานเป็นทีมเพื่อหลอกลวงให้ผู้ที่โชคร้ายอยู่แล้วต้องโชคร้ายซ้ำสอง โดยคณะทำงานได้ ตรวจสอบบัตรประจำตัวตำรวจดังกล่าวไม่ปรากฏว่าเป็นตำรวจจริง และได้ตรวจสอบพบว่าชื่อ ทนายความดังกล่าวไม่ปรากฏอยู่ในสารบบของทะเบียนทนายความ" เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆนายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้คณะทำงานได้ส่งเรื่องให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบและจับกุมกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้อยู่ ทั้งนี้ขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อในกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการแอบอ้างผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok Instagram และ Facebook ซึ่งเป็นช่องทางที่กลุ่มมิจฉาชีพนิยมใช้เพื่อชักจูงให้หลงเชื่อและโอนเงินทั้งนี้ อย่าโอนเงินให้บุคคลหรือเพจที่ไม่น่าเชื่อถือโดยเด็ดขาด และหากพบเบาะแสหรือพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน 1111 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล หรือทาง อีเมล jirayu9000@gmail.com เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว
TNN ช่อง16 • 18 ก.ค. 68
อ่าน
ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือน! มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดข้อมูลมุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี จะขออายัดบัญชีธนาคาร! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงทำงานอย่างหนักไม่หยุดหย่อน..ล่าสุดปลอมเป็นธนาคาร หรือศูนย์ราชการ หรือ DSI โทรหลอกเหยื่อว่า มีคนอ้างว่าเหยื่อได้ทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมแนบบัตรประชาชน มาที่ธนาคารเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งอาจจะเป็นในลักษณะของบัญชีม้าได้ โดยมิจฉาชีพจะมีการบอกข้อมูลส่วนตัวของเราได้อย่างถูกต้อง และหากเหยื่อปฏิเสธว่าไม่ได้ให้ใครมาเปิดบัญชีธนาคารดังกล่าว มิจฉาชีพก็จะบอกว่าขออายัดบัญชีเพื่อตรวจสอบ ซึ่งหากเหยื่อหลงเชื่อทำตามที่มิจฉาชีพบอกก็อาจทำให้สูญเงินในบัญชีได้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงขอเตือนภัยประชาชนว่าหากพบมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว ขอให้ประชาชนตั้งสติ อย่าตกใจ ไม่หลงเชื่ออุบายของมิจฉาชีพ เพราะการเปิดบัญชีธนาคารจะไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปทำแทนได้ จะต้องใช้บัตรประชาชนตัวจริงเท่านั้น อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
TNN ช่อง16 • 29 พ.ค. 68
อ่าน
รัฐบาลทรัมป์เผยแผนถอนวีซ่านักเรียนจีนในสหรัฐฯ อย่างเข้มงวด
เมื่อวานนี้ (28 พฤษภาคม) ตามเวลาสหรัฐฯ รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนการ “เพิกถอน” วีซ่านักเรียนและนักศึกษาชาวจีนในสหรัฐฯ “อย่างเข้มงวด” โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือกำลังศึกษาในสาขาที่สหรัฐฯ มองว่าเป็น "สาขาวิชาสำคัญ" ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า จะมีการปรับเกณฑ์การขอวีซ่าใหม่ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้สมัครขอวีซ่าจากจีนและเขตบริหารพิเศษฮ่องกงในอนาคตยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับความสัมพันธ์ของจีนและสหรัฐฯ ที่ร้อนระอุมากอยู่แล้วจากการขึ้นภาษีของทรัมป์ ให้ตึงเครียดมากขึ้นไปอีกรูบิโอกล่าวในแถลงการณ์ว่า ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะร่วมมือกับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิในการเพิกถอนวีซ่านักเรียนจีนอย่างเข้มงวดมากกว่าเดิม ซึ่งจากข้อมูลระบุว่า ในปีที่ผ่านมา มีนักเรียนจีนประมาณ 280,000 คนที่กำลังศึกษาในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามรูบิโอเพิ่งสั่งการให้สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกหยุดการนัดหมายสำหรับการขอวีซ่านักเรียน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเตรียมขยายการตรวจสอบโซเชียลมีเดียของผู้สมัครเหล่านี้ รัฐบาลทรัมป์ยังได้ดำเนินการเนรเทศนักเรียนต่างชาติหลายคน และเพิกถอนวีซ่าหลายพันฉบับแม้ว่าหลายกรณีถูกศาลสั่งระงับ นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังสั่งระงับเงินทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์สำหรับมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ อาทิ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ทรัมป์มองว่าพวกเขามีแนวคิดเชิงเสรีมากเกินไป และล้มเหลวในการต่อสู้กับกลุ่มต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัย จากเหตุนี้ทำให้นักเรียนต่างชาติหลายคนรู้สึกผิดหวังกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายวีซ่า โดยบางคนระบุว่าพวกเขาเสียใจที่เลือกมาศึกษาในสหรัฐฯ
TNN ช่อง16 • 29 พ.ค. 68
อ่าน
หายนะอุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ? ทรัมป์สั่งสถานทูตหยุดออกวีซานักเรียนต่างชาติ
มาตรการใหม่แกะกล่อง พุ่งเป้าคัดกรองนศ.ต่างชาติเข้าสหรัฐฯรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีคำสั่งให้สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกหยุดการนัดหมายสัมภาษณ์ขอวีซ่านักเรียนนักศึกษาชั่วคราว พร้อมทั้งเตรียมขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สมัครขอวีซ่าดังกล่าวด้วยแต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดในบันทึกภายในที่ส่งไปยังสถานทูตทั่วโลก รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ระบุว่า การระงับการนัดหมายนี้จะดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ขณะที่ แทมมี่ บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า “เราจริงจังอย่างยิ่งกับกระบวนการตรวจสอบผู้ที่จะเดินทางเข้าสหรัฐฯ และเราจะเดินหน้าดำเนินการต่อไป”บันทึกจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถูกเปิดเผยโดยสำนักข่าว CBS News ระบุว่าสถานทูตสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งเมื่อวันอังคาร (27 พฤษภาคม) ให้ลบรายการนัดหมายวีซ่านักเรียนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันทั้งหมดออกจากระบบ ยกเว้นการนัดหมายที่ได้รับการยืนยันแล้ว ซึ่งยังสามารถดำเนินต่อไปได้เอกสารยังเผยด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังเตรียมการ “ขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการ” สำหรับผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนทั้งหมด แต่ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดทั้งนี้ ปกติแล้ว นักเรียนต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในสหรัฐฯ จำเป็นต้องนัดสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯในประเทศต้นทางก่อนการอนุมัติวีซ่า ขณะที่ มหาวิทยาลัยจำนวนมากในสหรัฐฯ พึ่งพารายได้จากนักเรียนต่างชาติ ซึ่งมักต้องจ่ายค่าเล่าเรียนในอัตราสูงกว่านักเรียนท้องถิ่น ‘หายนะ’ ต่ออุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ?เดวิด เลโอโพล ทนายความด้านการเข้าเมืองระบุว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลทรัมป์อาจเป็นหายนะของนักเรียนต่างชาติและมหาวิทยาลัยสหรัฐฯที่พึ่งพารายได้จากนักศึกษาต่างชาติ ผบกระทบทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอาจมหาศาลเลโอโพลระบุว่า การขอวีซาสำหรับการนักศึกษาต่างชาติมีกระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดอยู่แล้ว โดยผู้สมัครต้องมีเอกสารรับรองความแข็งแกร่งด้านวิชาการ หลักฐานสนับสนุนทางการเงิน ต้องแสดงสายสัมพันธ์ที่มีกับประเทศของตนและเจตนารมย์ที่จะเดินทางกลับประเทศภูมิลำเนาหลังเรียนจบสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การระงับหรือการชะลอกระบวนการอนุมัติวีซาจะส่งผลกระทบโยงไปยังนักศึกษาหลายแสนคนทั่วโลก และสถาบันการศึกษาจำนวนมากทั่วสหรัฐฯ ที่มีอันดับสูงขึ้นจากการดึงบุคคลที่มีความสามารถจากต่างประเทศเข้ามาในสหรัฐฯทั้งนี้ นักศึกษาต่างชาติมีสัดส่วนร้อยละ 5.9 ของจำนวนนักศึกษาเกือบ 19 ล้านคนในสถาบันการศึกษาขั้นสูงของสหรัฐฯ เฉพาะในช่วงปี 2023-2024 มีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนในสหรัฐฯมากกว่า 1.1 ล้านคน โดยอันดับหนึ่งมาจากอินเดีย ตามมาด้วยจีนหากเจาะลึกลงไป นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ เลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ โดยร้อยละ 25 เข้ามาเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และอีกเกือบหนึ่งในห้า เลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์นอกจากนี้ นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่จ่ายค่าเรียนเต็ม ทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ มีงบประมาณมากขึ้นในการเอาไปช่วยนักศึกษาอเมริกันเองรายงานจาก Open Doors Report พบว่า มหาวิทยาลัยนิวยอร์กมีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด คือ มากกว่า 21,000 คน ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยนอร์ธอีสเทิร์น และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับมหาวิทยาลัยไร้แววถอยมาตรการล่าสุดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างทรัมป์กับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐฯ ซึ่งเขากล่าวหาว่ามีแนวคิดเอนเอียงไปทางซ้ายมากเกินไป และเปิดทางให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัย รวมถึงการมีนโยบายรับนักศึกษาที่ไม่เป็นธรรมทำเนียบขาวยังกล่าวหามหาวิทยาลัยบางแห่งว่า ปล่อยให้กิจกรรมสนับสนุนปาเลสไตน์บนมหาวิทยาลัยถูกครอบงำโดยแนวคิดต่อต้านชาวยิว ขณะที่หลายมหาวิทยาลัยตอบโต้ว่า รัฐบาลกำลังพยายามละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกรัฐบาลทรัมป์เคยสั่งระงับงบประมาณจำนวนหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่จัดสรรให้มหาวิทยาลัยบางแห่ง และพยายามผลักดันการเนรเทศนักเรียนต่างชาติ รวมถึงเพิกถอนวีซ่าหลายพันราย แต่บางมาตรการถูกศาลสั่งระงับไว้ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเคยแสดงทัศนะถึงกรณีของ ‘รูเมซา ออสเติร์ค’ นักศึกษาต่างชาติที่เรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Tufts ซึ่งเขียนบทความแสดงความเห็นสนับสนุนปาเลสไตน์ จนถูกจับกุมหน้าบ้านพักของเธอตอนนั้นรูบิโอกล่าวว่า “หากคุณสมัครของวีซามาสหรัฐฯเพื่อเป็นนักเรียน และคุณบอกเราว่าเหตุผลที่คุณมาสหรัฐฯ ไม่ได้เพราะคุณอยากมาเขียนบทความแสดงความเห็นเท่านั้น แต่คุณยังอยากเข้าร่วมการเคลื่อนไหวที่ทำลายข้าวของมหาวิทยาลัย คุกคามนักศึกษาคนอื่นๆ ยึดอาคาร สร้างความวุ่นวาย เราก็จะไม่ให้วีซากับคุณ”ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เควิน โอ แลรี พันธมิตรของทรัมป์ กล่าวกับ Fox Business ว่าเขาแนะนำให้สหรัฐฯใช้กระบวนการนักศึกษาต่างชาติ และเขาก็ชื่นชมนักศึกษาที่ฉลาดและมีความรักชาติเช่นกัน... “นักศึกษาเหล่านี้เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากและพวกเขาไม่ได้เกลียดอเมริกา” “ทำไมเราไม่คัดกรองเขาก่อน ตรวจสอบประวัติ ทำให้ชัดเจน และก็บอกพวกเขาว่า คุณคือคนที่จบจากฮารวาร์ด คุณคือวิศวกรหรืออะไรก็ตาม คุณอยู่ที่นี่ได้ คุณเริ่มธุรกิจที่นี่ได้ และคุณก็จะได้รับเงินทุนที่นี่ คุณจะสร้างงานที่นี่ นี่คือเหตุผลที่คุณมาที่นี่แต่แรก”ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังรัฐบาลทรัมป์ได้เพิกถอนสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในการรับนักศึกษาต่างชาติและนักวิจัยจากต่างประเทศ แต่ศาลรัฐบาลกลางมีคำสั่งระงับมาตรการดังกล่าว ซึ่งหากนโยบายนี้มีผลบังคับใช้จริง อาจสร้างผลกระทบอย่างหนักต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมีนักศึกษาต่างชาติกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดอย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ยังไม่ยอมถอยเช่นกัน และกำลังหาทางยกเลิกสัญญาที่เหลือทั้งหมดระหว่างฮาร์วาร์ดกับรัฐบาลกลาง ซึ่งมีมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์คงต้องติดตามกันต่อไปว่าศึกนี้ ใครจะยอมถอยก่อนกัน แต่ที่แน่ๆ...นักเรียนนักศึกษา นักวิจัย และคณาจารย์ ล้วนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าแล้วบทความโดย...ธันย์ชนก จงยศยิ่ง
TNN ช่อง16 • 28 พ.ค. 68
อ่าน
อย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”
ภารกิจรายได้เสริม หรือ กับดักหมดตัว?กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ออกมาแจ้งเตือนประชาชนผ่านเฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. โดยระบุว่า ภารกิจรายได้เสริม หรือ กับดักหมดตัว?ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย อย่าหลงเชื่อ! ขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ลวงให้โอนเงิน โดยมิจฉาชีพวางแผนหลอกเหยื่ออย่างเป็นระบบ ตั้งแต่สร้างแชทปลอม ดึงเข้ากลุ่มที่มีหน้าม้า จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยอ้างว่า “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่” 7 ขั้นตอนขบวนการหลอกให้ทำภารกิจปลอม1.ล่อเหยื่อด้วยโฆษณา มีการยิงแอด โพสต์ปลอม แล้วทักแชตตรง2.สร้างฉากลวงในกลุ่มแชต มีหน้าม้าปั้นสถานการณ์ให้ดูน่าเชื่อถือ3.หลอกให้ทำภารกิจง่ายๆ ดูคลิป กดไลก์ รีวิวสินค้า4.ปั้นรายได้ปลอมให้เห็น มีเงินรอในระบบแต่ยังถอนออกมาไม่ได้5.บีบให้โอนซ้ำเพื่อปลดล็อก อ้างขั้นตอนผิดต้องโอนเพิ่ม6.ใช้จิตวิทยากลุ่มกดดัน หน้าม้าหลอกว่าเคยได้เงิน เพื่อให้เหยื่อตาม7.หลอกซ้ำด้วยความกลัว-สงสาร ข่มขู่ทางกฎหมายหรือขอความเห็นใจให้โอนอีก สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมงอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์เช็กด่วน 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้กู้เงินเช็ก 10 ข่าวปลอมในรอบสัปดาห์ เตือนอย่าหลงเชื่อระวังโดนหลอกดูดเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล
TNN ช่อง16 • 13 พ.ค. 68
อ่าน
“รีวิวหมวก สูบ 3 แสน” เปิดแชตลวง โกงแนบเนียนผ่านไลน์
แค่คอมเมนต์ว่า “สนใจค่ะ” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเงินทั้งบัญชี มิจฉาชีพแฝงกลุ่มรีวิว ลวงให้โอนซ้ำซ้อนผ่านระบบปลอม ใช้ภาษาหว่านล้อม-รูปแบบเหมือนจริงทุกขั้นตอน เจาะทุกกลโกงจากแชตลับที่กลายเป็นฝันร้ายหญิงสาวคนหนึ่งคิดว่าเธอกำลังจะได้รับงานรีวิวสินค้าชิ้นแรกในชีวิต สิ่งที่เธอไม่รู้คือการคอมเมนต์เพียงประโยคเดียวในกลุ่มหางานรีวิว จะเป็นจุดเริ่มต้นของกับดักที่ซับซ้อนและบีบคั้นที่สุดในชีวิต ยอดเงินในบัญชีของเธอค่อย ๆ หายไปทีละขั้น ภายใต้คำพูดเรียบง่ายที่ว่า “ทำภารกิจให้ครบ แล้วจะได้เงินคืน”ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง เงินเก็บที่เธอสะสมมาตลอดชีวิตกว่า 307,000 บาท หายวับไปจากระบบที่ไม่มีอยู่จริงเริ่มจากหมวกใบเดียวโพสต์ที่ปรากฏในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “หางานอินฟลู/รีวิว/ไลฟ์สด-KOL” มีข้อความชักชวนให้รีวิวหมวก 1 คลิป ความยาวไม่เกิน 1 นาที ค่าจ้าง 1,000 บาท พร้อมระบุว่าไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามมากมาย ขอเพียงตั้งใจและทำคลิปส่งตามกำหนดหญิงสาวคนนั้นคอมเมนต์ “สนใจค่ะ” และได้รับการตอบกลับให้แอดไลน์ โดยแสดงตัวว่าเป็นแอดมินดูแลงานรีวิวเธอคิดว่านี่คือโอกาสของคนธรรมดา แต่ปลายทางกลับเป็นแชตที่ค่อย ๆ ล่อเธอเข้าสู่กับดักการโอนเงินที่จบไม่ลง ระบบภารกิจลวงในแอปไลน์หลังการทักแชต มิจฉาชีพเริ่มต้นด้วยคำพูดว่า “ขอชวนเข้าร่วมภารกิจโปรโมตสินค้า” โดยอ้างว่าแค่ทำตามขั้นตอนง่าย ๆ เช่น กดสินค้าใส่ตะกร้าในแอปช้อปปิ้งชื่อดัง ก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่นและโบนัส รวมถึงเงินที่โอนสำรองคืนกลับมาพร้อมผลตอบแทนเธอเริ่มจากการโอน 3,000 บาท และได้รับเงินคืนกลับมาจริง 3,400 บาท สิ่งนั้นทำให้เธอเชื่อสนิทใจว่า นี่คืองานที่ให้ผลตอบแทนจริงแต่หลังจากนั้น ทุกครั้งที่เธอทำตาม ภารกิจใหม่จะถูกส่งต่อมาพร้อมคำอธิบายว่า “เงินยังไม่สามารถถอนได้ ต้องทำเพิ่มอีกหนึ่งขั้นเพื่อปลดล็อก”เธอโอนอีก 5,500 บาท ถัดมา 10,500 บาท ต่อด้วย 35,900 บาท และตามด้วยยอดใหญ่ 75,900 บาท ก่อนจะจบด้วยการโอน 120,900 บาทในครั้งสุดท้าย เพราะเชื่อว่านั่นจะทำให้ได้เงินทั้งหมดคืนแต่สิ่งที่เธอได้รับคือข้อความใหม่ที่บอกว่า ระบบขัดข้อง ต้องทำต่อให้เสร็จอีกครั้งมิจฉาชีพในคราบอินฟลูในช่วงปี 2567–2568 มีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นผู้ว่าจ้างงานรีวิวสินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อดังที่มีเป้าหมายเป็นผู้เริ่มต้นทำงานออนไลน์เพจ Drama-addict ได้เตือนภัยไว้อย่างชัดเจนว่า กลุ่มเหล่านี้จะอ้างว่ารับรีวิวสินค้า เช่น หมวก เสื้อผ้า หรือผลไม้ เมื่อมีคนสนใจจะถูกชักชวนให้แอดไลน์ จากนั้นเข้าสู่ระบบ “ภารกิจแฝงค่าใช้จ่าย” ที่ไม่มีอยู่จริงพฤติกรรมร่วมของกลุ่มมิจฉาชีพนี้คือ• ใช้คำพูดที่เหมือนระบบอัตโนมัติ• ส่งภาพหน้าจอการโอนเงินปลอม• ส่งตารางคอมมิชชั่นแบบกราฟิก• อ้างว่าระบบกำลังตรวจสอบ เพื่อบีบให้เหยื่อรอและโอนต่อในหลายกรณีมีการใช้โปรไฟล์ปลอมเป็นเพจร้านค้า เช่น “เมดีสส์ กาแฟเพื่อสุขภาพ” หรือ “แบรนด์แว่นตาออนไลน์” แล้วโพสต์แจกของฟรีเดือนแรก ก่อนจะดึงเหยื่อเข้าไลน์แล้วหลอกให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกลไกหลอกลวงแบบดิจิทัลการใช้คำว่า “ระบบ” คือหัวใจของการหลอกลวงที่เกิดขึ้น พวกเขาไม่ได้ข่มขู่ แต่ใช้อำนาจของสิ่งที่ดูเหมือนอัตโนมัติมาข่มขวัญแทนเหยื่อถูกบังคับโดยกลไกที่ดูเหมือน “ถ้าไม่ทำ จะเสียทั้งหมด” และนั่นคือจุดที่ใครหลายคนหมดแรงจะถอนตัวไม่มีใครอยากยอมเสียตั้งแต่ 3,000 บาทแรก พวกเขาจึงยอมโอนซ้ำเพื่อพยายามเอาเงินคืนในรอบถัดไปแต่ระบบนี้ไม่ได้มีไว้ให้ใครได้คืน คู่มือเอาตัวรอดจากกับดักงานออนไลน์1. งานจริงไม่ขอให้โอนเงินก่อนผู้ว่าจ้างที่ชอบธรรมจะไม่ขอค่าล่วงหน้า หากมีการขอเงินเพื่อปลดล็อกระบบ ถือเป็นสัญญาณอันตราย2. ตรวจสอบโปรไฟล์ผ่านเว็บไซต์ใช้เว็บไซต์เช่น blacklistseller.com หรือ 1212occ.com เพื่อตรวจสอบเลขบัญชีหรือเบอร์โทร3. อย่าเร่งรีบตามคำสั่งของระบบปลอมหากแชตเร่งรัดให้โอน “ก่อนหมดเวลา” หรือข่มขู่ว่า “ระบบจะรีเซ็ต” ให้หยุดทันที4. ใช้สามัญสำนึกเป็นเกราะป้องกันหากอะไรฟังดูดีเกินจริง ก็อาจเป็นเพราะมันไม่จริงหากคุณตกเป็นเหยื่อ ต้องทำอย่างไรขั้นตอนแจ้งความและอายัดบัญชี1. รวบรวมหลักฐาน• แชตสนทนา• สลิปโอนเงิน• โพสต์ต้นทาง• รายละเอียดบัญชีปลายทาง2. แจ้งความ• ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือ• แจ้งผ่าน thaipoliceonline.com3. แจ้งธนาคาร• โทรไปยังธนาคารของบัญชีที่โอนเข้า• ขออายัดเงินตามมาตรการ Fraud Alert4. แจ้ง ปปง.• หากมีการโอนข้ามหลายบัญชี หรือมูลค่าสูง• แจ้งผ่าน amlo.go.th หรือสายด่วน 17105. ร้องเรียน สคบ. หรือ 1212 OCC• โทร. 1166 หรือกรอกฟอร์มออนไลน์แบบฟอร์มร้องเรียนเบื้องต้นชื่อ-นามสกุลผู้ร้องเรียน: ………………………………………เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น:ข้าพเจ้าได้แสดงความสนใจรับงานรีวิวสินค้า ผ่านโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก และถูกเชิญให้ติดต่อผ่านไลน์ จากนั้นถูกขอให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมภารกิจโปรโมตสินค้า โดยอ้างว่าจะได้รับเงินคืนพร้อมค่าคอมมิชชั่นแต่เมื่อทำครบกลับไม่สามารถถอนเงินได้ และมีการอ้างว่าต้องโอนเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบยอดรวมที่สูญไปทั้งสิ้น ………………… บาทสิ่งที่ต้องการให้หน่วยงานดำเนินการ:• ตรวจสอบบัญชีผู้กระทำความผิด• อายัดเงินในระบบ• ดำเนินคดีตามกฎหมายลงชื่อ ……………………… วันที่ ……………………ก่อนจะคลิกแอดไลน์หรือโอนเงินแม้เพียงไม่กี่ร้อยบาท ลองหยุดคิดอีกนิดว่าเราได้ตรวจสอบข้อมูลเพียงพอหรือยัง เพราะในโลกที่มิจฉาชีพสามารถสวมบทผู้ว่าจ้างได้แนบเนียนกว่าที่เคย ความไว้ใจเพียงเสี้ยววินาทีอาจแลกมาด้วยการสูญเสียทั้งชีวิตไม่มีงานไหน ที่ต้องจ่ายเงินก่อนจะได้ทำงานจริง และไม่มีความหวังใดควรต้องจ่ายด้วยเงินก้อนสุดท้ายของเราเอง
TNN ช่อง16 • 9 พ.ค. 68
ดู
ใครโกหกยกมือขึ้น
ทรูวิชั่นส์ • 1 พ.ค. 68
อ่าน
ตำรวจเตือน! อย่าหลงเชื่ออีเมลปลอมอ้าง ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพส่งอีเมลปลอมอ้างเป็น ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล ยันไม่มีนโยบายส่งหมายเรียกหรือหมายจับผ่านทางอีเมลสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกประกาศเตือนภัยประชาชน หลังมีการเผยแพร่ภาพอีเมลปลอมที่อ้างว่าเป็นหมายเรียกจากศาล โดยใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมแนบไฟล์ PDF เพื่อหลอกให้ผู้รับคลิกเปิด โดยในเนื้อหาอ้างว่าเป็นหมายเรียกจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้ผู้รับไปรายงานตัวตามที่อยู่ในเอกสาร จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อีเมลดังกล่าวมีลักษณะเป็นอีเมลปลอมที่จัดทำขึ้นโดยมิจฉาชีพ ซึ่งอาจแฝงมัลแวร์หรือเป็นกลลวงให้ประชาชนหลงเชื่อและคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยพล.ต.ต.ธนศักดิ์ มหาสุรศักดิ์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีนโยบายในการจัดส่งหมายเรียกหรือหมายจับทางอีเมล โดยหมายเรียกจากศาลหรือหมายจับจะถูกส่งผ่านช่องทางราชการเท่านั้น เช่น การส่งโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือส่งทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชน อย่าเชื่อ อย่าคลิก และอย่าตอบกลับอีเมลลักษณะดังกล่าว หากพบการกระทำต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ทางเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่www.thaipoliceonline.go.thทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเน้นย้ำว่า อย่าหลงเชื่อเอกสารใด ๆ ที่แอบอ้างหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะเอกสารที่แนบมากับอีเมล เพราะอาจเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพในการหลอกลวงหรือขโมยข้อมูลส่วนตัว
TNN ช่อง16 • 4 พ.ค. 68
อ่าน
ยึดสินค้าปลอม 100,000 ชิ้น เสียหายกว่า 20 ล้าน
พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้ ร้อยตำรวจเอก พลสัณห์ เทิดสงวน ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองคดีทรัพย์สินทางปัญญา และเจ้าหน้าที่กองปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกันนำหมายค้นของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าทำการตรวจค้นร้านค้าและโกดังต้องสงสัยว่าถูกใช้ในการลักลอบจำหน่าย และเก็บสินค้าประเภทเสื้อ กางเกงกีฬา กระเป๋า แว่นตา รองเท้า และแก้วน้ำ ที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า จำนวน 19 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีตัวแทนของผู้เสียหายเข้าร่วมสังเกตการณ์ย่านห้างสรรพสินค้าดังในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผลการตรวจค้นพบสินค้าประเภทเสื้อ กางเกงกีฬา กระเป๋า แว่นตา รองเท้า และแก้วน้ำ ที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าของบริษัทชั้นนำต่าง ๆ เช่น Nike Under Armour Adidas Louis Vuitton Hermes Chanel และ Gucci โดยสามารถตรวจยึดสินค้าของกลางได้มากกว่า 100,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 20 ล้านบาท กรณีดังกล่าวเป็นการดำเนินการในคดีพิเศษที่ 105/2567 อันอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ยึดสินค้าดังกล่าวและนำส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษของกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อตรวจสอบและเป็นพยานหลักฐานในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เตรียมขยายผลขบวนการลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศต่อไป และเตรียมขยายผลไปยังบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการป้องกันปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจและปกป้องประชาชนมิให้ได้รับอันตรายจากการใช้สินค้าปลอมยี่ห้อต่าง ๆ ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยมีสถานการณ์จัดอันดับการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในระดับที่ดีขึ้น โดยการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญานอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ยังเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โปรดแจ้งเบาะแสได้ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โทร. 1202 (โทร.ฟรีทั่วประเทศ)
TNN ช่อง16 • 28 เม.ย. 68
อ่าน
เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ
TNN ช่อง16 • 24 เม.ย. 68
อ่าน
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบผลได้ผ่านเว็บ www.mytcas.comสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศผลสอบ A-Level ประจำปี 2568 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศสามารถเข้าตรวจสอบผลสอบผ่านระบบ MyTCAS ได้ทันที วิธีตรวจสอบผลสอบ A-Level 68ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบผ่านเว็บไซต์ของ ทปอ. ได้ที่ https://www.mytcas.com โดยมีขั้นตอนดังนี้:1.เข้าสู่ระบบที่ https://student.mytcas.com ด้วยบัญชีผู้สมัคร2.เลือกเมนู “ประกาศผลสอบ A-Level” เพื่อดูผลสอบรายวิชา3.หากต้องการดาวน์โหลดเอกสาร สามารถเลือก “หนังสือรับรองผลการสอบแยกรายวิชา” ได้ทันที4.หากต้องการยื่นขอทบทวนผลคะแนน ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วกด “ขอทบทวนผลคะแนนสอบ” ยื่นขอทบทวนผลคะแนนสอบได้ถึง 25 เม.ย. 68สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนสอบ หรือเชื่อว่าคะแนนอาจมีความคลาดเคลื่อน สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนผลคะแนนได้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 25 เมษายน 2568 ผ่านระบบ MyTCASค่าธรรมเนียมในการทบทวนคะแนนสอบ• ค่าธรรมเนียมรายวิชา: 100 บาท/วิชา• เหมาจ่ายทุกวิชา: 300 บาทโดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องเลือกวิชาที่ต้องการทบทวน อ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน และทำการชำระเงินผ่านระบบตามขั้นตอนที่กำหนดสรุป• ประกาศผลสอบ A-Level 68 แล้วตั้งแต่ 17 เม.ย. 68• ตรวจสอบผลได้ที่ student.mytcas.com• ขอทบทวนผลสอบได้ระหว่าง 18–25 เม.ย. 68• ค่าธรรมเนียม: รายวิชา 100 บาท, เหมาจ่าย 300 บาท
TNN ช่อง16 • 18 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งเตือนประชาชนระวังSMS M-Flow ปลอม ซึ่งหลอกแนบลิงก์อ้างว่ามี "บิลรอดำเนินการ" โดยยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรายงานผลการเฝ้าระวังข่าวระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2568 พบข้อความต้องตรวจสอบทั้งหมด 599 ข้อความ จากข้อความที่เข้ามากว่า 837,000 ข้อความ โดยข่าวปลอมอันดับ 1 คือเรื่อง "M-Flow ส่ง SMS แนบลิงก์ แจ้งมีบิลที่กำลังรอดำเนินการ" กระทรวงดีอีได้ประสานกับกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบและยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการแอบอ้างโดยมิจฉาชีพที่ต้องการหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์ปลอม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือหลอกให้โอนเงินประชาชนที่ใช้บริการ M-Flow สามารถตรวจสอบและชำระค่าบริการได้ผ่าน 3 ช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น ได้แก่แอปพลิเคชัน MFlowthaiLine Official : @mflowthaiเว็บไซต์ www.mflowthai.comกระทรวงดิจิทัลฯ ยังเน้นย้ำให้ประชาชนอย่าแชร์หรือหลงเชื่อข่าวปลอมโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมมีความซับซ้อน และแฝงตัวในสื่อออนไลน์จำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลนอกจาก SMS M-Flow ปลอมแล้ว ยังพบข่าวปลอมอื่นที่น่าเป็นห่วง เช่น การเปิดบัญชี TikTok ปลอมอ้างชื่อธนาคาร, การหลอกให้จองหุ้น, รวมถึงการรับสมัครงานผ่านเพจปลอม ซึ่งล้วนมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงประชาชนทั้งสิ้น
TNN ช่อง16 • 6 เม.ย. 68
อ่าน
DSI เตือนภัย! มิจฉาชีพหลอกคดีฟอกเงิน พูดชื่อ - เลขบัตรประชาชนถูกหมด
กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI โพสต์เตือนภัย โดยระบุว่า มีพี่น้องประชาชนโทรที่เบอร์สายด่วน DSI 1202 เป็นจำนวนมาก โทรมาในเรื่องเดียวกันหมดว่า ได้รับสายติดต่อจากเจ้าหน้าที่ DSI ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน พูดชื่อถูก เลขบัตรประชาชนถูกหมด แต่เบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ ขึ้นต้นด้วย 08…., 09…. เป็นเบอร์ทั่วไป ไม่ใช่เบอร์ของหน่วยงานแถมสร้างความน่าเชื่อถือโดยทำเป็นโอนสายไปหาเจ้าหน้าที่คนต่อไปหลายๆทอด และถ้าเราวางก็จะใช้เบอร์อื่นโทรมาตื้ออีก เพื่อสร้างความน่าเชื่อ สร้างความสับสนวุ่นวาย ทั้งนี้ ความน่าเชื่อถืออีกอย่างคือทำเป็นพูดให้ประชาชนมาพบเจ้าตัวที่ DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษได้เลย ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ทำให้น่าเชื่อถือเข้าไปอีก สุดท้ายเลยคือถ้าเราตอบว่า ไม่สะดวกไป มันจะหลอกให้ทุกคนแอดไลน์ แล้วทำเป็นวิดีโอคอลกับเจ้าหน้าที่สร้างความน่าเชื่อถือ และให้โอนเงินไปตรวจสอบในที่สุด วิธีที่ทำได้ง่ายที่สุดคือไม่เชื่อ ตัดสายทิ้ง ส่วนด้านการปราบปราม DSI กำลังดำเนินการ ขอใช้ช่องทาง Facebook เป็นอีกหนึ่งช่องทางการเตือนภัยประชาชนว่า-DSI ถ้าโดนคดีจริง จะไม่ติดต่อประชาชนผ่านทางโทรศัพท์ หรือทางไลน์แน่นอน-DSI จะไม่มีการเรียกรับเงิน หรือให้ประชาชนโอนเงินให้แน่นอน-ถ้าเจอแบบนี้ วางทันที-ไม่ต้องตกใจ มีอะไรโทรมาที่เบอร์ DSI โดยตรง ที่เบอร์ 1202 ในเวลาราชการ
TNN ช่อง16 • 7 เม.ย. 68
อ่าน
“พิชัย”ปัดตอบปม“ซิน เคอ หยวน”ใช้ใบกำกับภาษีปลอม
พิชัยปัดตอบปมซิน เคอ หยวนขายเหล็กสร้างตึกสตง.ใช้ใบกำกับภาษีปลอมขอคืนภาษีสรรพากร ระบุ เป็นเรื่องอ่อนไหว ขอศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนก่อน #ทันหุ้น นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีกรมสรรพากรตรวจพบหลักฐานการใช้ใบกำกับภาษีปลอม ของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัดว่า ยังไม่ขอชี้แจงรายละเอียด ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่อนไหว และเกิดขึ้นมานานแล้ว หากไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ผมก็ขออนุญาตยังไม่ตอบเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย.68 อธิบดีกรมสรรพากร ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสรรพากร ภาค 3 มากล่าวโทษ ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินคดีอาญากับ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีลจำกัด และคณะกรรมการบริษัทฯ กรณีเข้าตรวจสอบทางภาษีพบหลักฐานการใช้ใบกำกับภาษีที่มิชอบด้วยกฎหมาย (ใบกำกับภาษีปลอม) ทั้งนี้ กรมสรรพากรภาค 3 ได้ตรวจสอบ บริษัท ซิน เคอหยวน จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทผลิตเหล็กเส้นที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ผลการตรวจสอบ พบว่า บริษัทมีเจตนานำใบกำกับภาษีปลอม หรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตั้งแต่เดือนก.ค. 2558-เดือนมี.ค. 2560 จำนวน 7,426 ฉบับ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท มาใช้ในการเครดิตภาษี อันเป็นความผิดอาญาตามประมวลรัษฎากร โดยตามประกาศ กคพ. (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2568 เรื่อง กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษพ.ศ.2547 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 กำหนดให้ความผิดที่มีบทกำหนดโทษ ตามมาตรา 90/4 แห่งประมวลรัษฎากร
ทันหุ้น • 4 เม.ย. 68
อ่าน
สลิปปลอม สมจริง! ระวังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ แนะเช็กยอดเงินโอนทุกครั้ง
วันนี้ (3 เมษายน 2568) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตือนภัยมิจฉาชีพ ใช้เครื่องมือ AI ยอดฮิต Chat GPT สร้างสลิปโอนเงินปลอมได้ แนะประชาชนคนทำงาน คนทำธุรกิจ ร้านค้าดูให้ดี เช็กยอดเงินเข้าในบัญชีทุกครั้งที่มีการโอน ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยี AI เข้ามาตอบสนองความต้องการ และมีบทบาทต่อการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก เช่น ChatGPT หรือ OpenAI GPT ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายวงการ เนื่องจากความสามารถในการสื่อสารและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วนายคารม กล่าวว่า ChatGPT เป็น AI ที่มีความสามารถในการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing - NLP) ได้อย่างรวดเร็ว และเข้าใจภาษาของมนุษย์ ออกแบบมาเพื่อการสนทนาโต้ตอบกับผู้ใช้ สามารถตอบคำถาม ให้ข้อมูล สร้างสรรค์ข้อความ และสนทนาในรูปแบบต่าง ๆ ได้รับการฝึกฝนด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล ทำให้มีความรู้ในหลากหลายหัวข้อ และสามารถสร้างข้อความที่คล้ายกับมนุษย์เขียนสามารถใช้ในการตอบคำถามทั่วไป แก้ปัญหา เขียนโค้ด สร้างสรรค์เนื้อหา เช่น บทความ บทกวี เรื่องตลก เป็นต้น โดยโมเดลล่าสุดของ ChatGPT อย่างโมเดล GPT-40 มีความสามารถในการสร้างภาพ (Image Generation) ให้มีความสมจริงได้ กำลังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือใหม่ของเหล่ามิจฉาชีพทำสลิปโอนเงินปลอม ทั้งในรูปแบบข้อความภาษาอังกฤษและภาษาไทย ซึ่งไม่เพียงแต่สลิปโอนเงินปลอมของธนาคาร แต่ยังสามารถปลอมใบรับรองแพทย์ หรือเอกสารราชการต่าง ๆ ได้เสมือนจริงแทบจะแยกจากของจริงไม่ได้ สร้างความเสียหายในวงกว้างเป็นอย่างมาก “แนะเช็กยอดเงินโอนทุกครั้ง เตือนการปลอมแปลงเอกสารทางการเงินหรือเอกสารราชการ ถือเป็นความผิดทางกฎหมายที่มีโทษร้ายแรง และหากมีการนำไปใช้หลอกลวงผู้อื่นจนได้รับความเสียหายจะยิ่งมีความผิดซ้อนหลายกระทง ตามบทบัญญัติในความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมตาม ป.อ. มาตรา 264 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 และมาตรา 268 วรรคแรก” นายคารม ย้ำข่าวที่เกี่ยวข้อง- เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ- เตือนภัย! "สลิปปลอม" โอนเงินผ่านมือถือ เปิดพฤติกรรมมิจฉาชีพ-วิธีป้องกัน- สลิปปลอมระบาด! เปิด 4 วิธีสังเกต ทำแบบนี้รู้เลยยังไม่ได้โอนเงิน
TNN ช่อง16 • 3 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ
กระแสโซเชียลกำลังพุ่งความสนใจไปที่เพจ Kafaak หลังโพสต์เตือนว่า ChatGPT สามารถนำไปใช้ปลอมสลิปโอนเงินแบบแนบเนียนได้ ทั้งการปลอมชื่อบัญชีเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) มหาเศรษฐีชื่อดัง ปลอมจำนวนเงินที่โอน เลขบัญชี และไม่เว้นแม้แต่ลายน้ำ TNN Tech จึงรวบรวม 3 วิธี ในการรับมือสลิปปลอม ที่ไม่ใช่แค่มาจาก ChatGPT หรือ Generative AI ตัวอื่น ๆ แต่ยังไปรวมถึงการตัดต่อภาพด้วยเช่นกัน 3 วิธี รับมือสลิปปลอมจากภาพ ChatGPT, Generative AI และภาพตัดต่อสแกน QR Code บนสลิป (ถ้ามี) สำหรับสลิป (Slip) หรือบันทึกการทำรายการที่แอปพลิเคชันธนาคารออกให้ เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีการทำรายการโอนเงินหรือชำระเงินจริงหรือไม่เปิดแจ้งเตือนการทำธุรกรรม โดยการแจ้งเตือนจะมีทั้งรูปแบบบนแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) แบบ Official ของธนาคาร หรือสมัครรับ SMS สำหรับแจ้งเตือนก็ได้เช่นกันสมัครบริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งมีการทำธุรกรรมจำนวนมากในแต่ละวัน สามารถใช้บริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติเมื่อมีการส่งหลักฐานเข้าไปยังไลน์ หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ เช่น สลิปทูโก (Slip2GO) สลิปโอเค (SlipOK) หรือ อีซี่สลิป (EasySlip) เป็นต้น โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามปริมาณการทำธุรกรรมในแต่ละเดือน และนอกจากทั้ง 3 วิธีหลักแล้ว การสังเกตความผิดปกติบนสลิป เช่น ขนาด และรูปแบบตัวอักษร ลายน้ำ และรวมไปถึงการขอดูสลิปทันทีที่โอนเงินหากทำได้ ก็เป็นอีกตัวช่วยรับมือการปลอมสลิปโอนเงินได้เช่นกัน
TNN ช่อง16 • 28 มี.ค. 68
อ่าน
เตือนภัย! SMS แผ่นดินไหวปลอม แฝงลิงก์หลอกดูดข้อมูล
วันที่ 29 มีนาคม 2568 – ขณะนี้เริ่มมีรายงานว่ามิจฉาชีพใช้สถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งข้อความ SMS หลอกลวงในรูปแบบ "แจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน" โดยแฝงลิงก์หลอกให้ผู้รับกดเข้าไป ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือถูกติดตั้งมัลแวร์ในอุปกรณ์ทันทีที่กดลิงก์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยืนยันว่า ปภ.ไม่มีการส่ง SMS แนบลิงก์ใด ๆ เพื่อแจ้งเตือนเหตุภัยพิบัติ หากประชาชนพบข้อความลักษณะนี้ ขอให้ อย่ากดลิงก์เด็ดขาด และรีบลบทิ้งทันทีการแจ้งเตือนจากหน่วยงานรัฐจะมีเพียงการแจ้งผ่านแอปพลิเคชันทางการ หรือช่องทางสื่อสารหลัก ได้แก่Facebook: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPMX (Twitter): @DDPMNewsLine Official: @1784DDPMหรือสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์เตือนว่า การกดลิงก์จาก SMS ที่ไม่ทราบที่มา อาจทำให้โทรศัพท์มือถือถูกแฮก ข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคารรั่วไหล รวมถึงอาจถูกนำไปใช้ในการโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มเติมข่าวที่เกี่ยวข้องแผ่นดินไหวล่าสุด กทม. ออกประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ระดับ 2รอยเลื่อนสกายคืออะไร? จุดเสี่ยงแผ่นดินไหวใหญ่ในเมียนมาที่ไทยต้องรู้‘แผ่นดินไหวกรุงเทพฯ’ ตึกถล่มย่านจตุจักร มีคนติดภายใน 43 ราย ช่วยได้แล้ว 7แผ่นดินไหว กทม. ‘สุริยะ’ สั่งหยุดเดินรถไฟฟ้า-ขนส่งทุกสถานีวิธีเอาตัวรอดหลังแผ่นดินไหว ปลอดภัยไว้ก่อนทุกสถานการณ์
TNN ช่อง16 • 29 มี.ค. 68
อ่าน
เร่งปราบเฟซบุ๊คหลอกทำงาน ตปท. หลังผุดแล้วกว่า 100 เพจ
นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางานได้กำหนดมาตรการป้องกันมิจฉาชีพที่หลอกลวงคนไทยให้ไปทำงานต่างประเทศ โดยสั่งการให้ชุดปฏิบัติการเฝ้าระวัง ติดตามโพสต์เฟซบุ๊กที่กระทำการโฆษณาชักชวนคนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือบริษัทจัดหางานที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 152 แห่ง ทั่วประเทศ ให้ช่วยแจ้งเบาะแสกรณีมีการแอบอ้างใช้ชื่อบริษัทจัดหางาน เพื่อให้กรมการจัดหางานประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ดำเนินการปิดเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวล่าสุด กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งระงับการเผยแพร่ข้อมูลหรือการลบเพจเฟซบุ๊กเพิ่มเติมจำนวน 20 URLs ทั้งนี้ กรมการจัดหางานให้ความสำคัญกับการป้องกันการหลอกลวงคนหางานต่างประเทศอย่างมาก โดยชุดตรวจสอบ เฝ้าระวัง จะตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ช่องทางต่างๆ ทันทีที่พบเห็นผู้มีพฤติการณ์หลอกลวง โดยนำภาพและข้อความแจ้งเตือนใต้โพสต์ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์วิธีการไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ช่องทางการตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย และเผยแพร่ข่าวให้ประชาชนทราบถึงพฤติการณ์ของผู้ที่หลอกลวงลวงคนหางานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ แต่ก็ยังมีคนหางานตกเป็นเหยื่อจำนวนมากโดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (1 ต.ค. 2567 - 28 ก.พ. 2568) มีการดำเนินคดีโฆษณาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วจำนวน 14 คดี ประสานกระทรวงดิจิทัลปิดเพจเฟซบุ๊กทั้งหมด จำนวน 117 URLs โพสต์ตอบโต้ ชี้แจง พร้อมประชาสัมพันธ์ จำนวน 1,626 ครั้ง ประชาชนเข้าถึงโพสต์ได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร จำนวน 823,716 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีหนังสือถึงสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ และสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการหลอกลวงคนหางานในพื้นที่ พร้อมประสานสื่อมวลชน อาทิ สื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อกระจายข่าวสารไปยังคนหางาน นายสมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า มิจฉาชีพในปัจจุบันหันมาใช้ช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะเพจเฟซบุ๊กที่พิสูจน์ตัวตนได้ยาก ทำให้การหลอกลวงมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยมักตั้งฐานการหลอกลวงในต่างประเทศในรูปแบบคล้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ พร้อมทั้งใช้บัญชีม้าในการรับโอนเงิน นอกจากนี้ ยังใช้การโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กเพื่อดึงดูดคนหางานต่างประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของมิจฉาชีพเห็นโพสต์จนหลงเชื่อและได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง“ผมขอย้ำเตือนอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจโอนเงินให้สายนายหน้าหรือผู้แทนบริษัทรายใด ขอให้ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศจากกรมการจัดหางาน ที่เว็บไซต์ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน doe.go.th/ipd เสียก่อนและควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่จะเดินทางไปทำงาน เพื่อป้องกันการหลอกลวง” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว
TNN ช่อง16 • 27 มี.ค. 68
อ่าน
M-Flow เตือนภัย! SMS ปลอมแอบอ้างเรียกเก็บเงิน กดลิงก์เสี่ยงสูญเงินในบัญชี
ปัจจุบันภัยมิจฉาชีพมีหลากหลายรูปแบบที่ต้องระวัง ทั้งการโทรศัพท์ ส่ง SMS อีเมล หรือช่องทางออนไลน์ต่างๆ ล่าสุดพบการแอบอ้างเป็นระบบ M-Flow เพื่อหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์อันตราย เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568 เฟซบุ๊กตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้โพสต์เตือนภัยเกี่ยวกับมิจฉาชีพที่กำลังแอบอ้างเป็น M-Flow ส่งข้อความ SMS มายังผู้ใช้บริการ โดยแจ้งว่ามียอดค้างชำระพร้อมแนบลิงก์ปลอมเพื่อหลอกให้กดเข้าไป ซึ่งเป็นกลลวงที่กำลังระบาดและมีประชาชนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อ วิธีสังเกตข้อความหลอกลวงนี้ไม่ยาก โดย SMS ปลอมจะมีข้อความว่า "คุณมีบิล M-Flow ที่กำลังรอดำเนินการ" พร้อมแนบลิงก์ให้คลิก ซึ่งหากกดเข้าไปอาจนำไปสู่การขโมยข้อมูลส่วนตัวและเงินในบัญชีของผู้ใช้ทางตำรวจสอบสวนกลางได้ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและอย่ากดลิงก์ปลอมที่แนบมาในข้อความดังกล่าวโดยเด็ดขาด หากไม่แน่ใจว่ามียอดค้างชำระจริงหรือไม่ ให้ตรวจสอบและชำระค่าบริการผ่าน 3 ช่องทางที่เป็นทางการของ M-Flow เท่านั้น ได้แก่:1. แอปพลิเคชัน: MFlowthai2. Line Official: @mflowthai3. เว็บไซต์: mflowthai.com หรือโทร. 1586
TNN ช่อง16 • 27 มี.ค. 68
อ่าน
ข่าวปลอมล่าสุด! เตือนภัย อันดับ 1 “ทางรัฐ เปิด TikTok thangratnew”
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 10 – 16 มกราคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 837,172 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 510 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 474 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 30 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 3 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 3 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 207 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 64 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง ทางรัฐ เปิด TikTok thangratnew สำหรับแจ้งข่าวสวัสดิการแห่งรัฐอันดับที่ 2 : เรื่อง กฟภ. เปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์ใช้ไฟฟรีผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ และแอปพลิเคชันอันดับที่ 3 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดกลุ่มแบ่งปันหุ้น เรียนรู้ฟรีอันดับที่ 4 : เรื่อง ธนาคารออมสินส่งเอกสาร แจ้งเตือนการกรอกหมายเลขบัญชีธนาคารไม่ถูกต้องอันดับที่ 5 : เรื่อง ติดต่อ กฟภ. ผ่านไลน์ เพิ่มเพื่อนด้วยหมายเลข 099-191-3170อันดับที่ 6 : เรื่อง ทางรัฐ เปิด TikTok ใหม่สำหรับประชาสัมพันธ์ข่าวดิจิทัลวอลเล็ตอันดับที่ 7 : เรื่อง ธ.กรุงไทย ปล่อยเงินกู้ผ่านไลน์ วงเงิน 5,000-500,000 บาท ไม่จำกัดอาชีพอันดับที่ 8 : เรื่อง เปิดจองนักเทรดมือใหม่ สอนปั้นพอร์ตจากหลักพันสู่หลักแสน โดย ก.ล.ต.อันดับที่ 9 : เรื่อง ออมสิน ออกสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ และใช้หนี้นอกระบบอันดับที่ 10 : เรื่อง ออมสินปล่อยสินเชื่อเพื่อประชาชน ผ่าน TikTok kmnvcuotu1pttamosin“เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการสวัสดิการของรัฐบาล โครงการสินเชื่อของธนาคารรัฐ การชักชวนให้ลงทุนร่วมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจส่งผลให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อ และแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไป อาจส่งผลกระทบต่อเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน และอาจทำให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ทางรัฐ เปิด TikTok thangratnew สำหรับแจ้งข่าวสวัสดิการแห่งรัฐ” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานตรวจสอบร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ DGA สำนักนายกรัฐมนตรี พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า บัญชี Tiktok ดังกล่าว ไม่ใช่บัญชีของ DGAทั้งนี้ DGA มีช่องทาง Tiktok อย่างเป็นทางการ คือ DGAThailand (https://www.tiktok.com/@dgathailand) เท่านั้น ส่วนบัญชีอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากนี้ไม่ใช่ช่องทางการติดต่อสื่อสารอย่างเป็นทางการของ สพร. หากประชาชนหลงเชื่อ เข้าไปกดติดตาม อาจทำให้ได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดสามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)| Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
TNN ช่อง16 • 19 ม.ค. 68
อ่าน
ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม
TNN ช่อง16 • 14 ม.ค. 68
อ่าน
6 วิธีป้องกันตัว จากมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านแอปฯ กู้เงินเถื่อน
ปัจจุบัน การขอสินเชื่อและเงินกู้ผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันกลับเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชน จนทำให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ออกคำเตือนพร้อมแนะนำ 6 วิธีในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อของแอปพลิเคชันเงินกู้ปลอม ดังนี้:1. หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ มิจฉาชีพมักสร้างแอปพลิเคชันปลอมที่มีลักษณะคล้ายกับแอปพลิเคชันของธนาคารหรือสถาบันการเงิน ก่อนดาวน์โหลดควรตรวจสอบรายละเอียดให้ถี่ถ้วน เช่น ชื่อผู้พัฒนา ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน และความน่าเชื่อถือโดยรวม2. อย่ากดลิงก์จาก SMS หรืออีเมลที่ไม่น่าไว้ใจ การส่งข้อความที่มีลิงก์แนบมาทาง SMS หรืออีเมลเป็นกลวิธีที่มิจฉาชีพนิยมใช้เพื่อดึงดูดความสนใจ อย่ากดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือเด็ดขาด3. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก Apple Store หรือ Google Play เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย ควรติดตั้งแอปพลิเคชันผ่านช่องทางที่ได้รับการตรวจสอบมาตรฐานแล้ว เช่น Apple Store และ Google Play อย่าดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งอื่นที่ไม่ผ่านการรับรอง4. หลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน การเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะอาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพล้วงข้อมูลสำคัญ หากจำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ให้ใช้เครือข่ายที่เชื่อถือได้ เช่น เครือข่ายมือถือส่วนตัว5. ระมัดระวังในการกรอกข้อมูลส่วนตัว การสมัครสินเชื่อออนไลน์มักต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือแนบเอกสารสำคัญ ให้แน่ใจว่าได้เซ็นสำเนาถูกต้อง และระบุวัตถุประสงค์การใช้งานข้อมูลอย่างชัดเจนก่อนส่งข้อมูล6. สังเกตวงเงินที่แอปพลิเคชันกำหนด แอปพลิเคชันเงินกู้ปลอมหรือผิดกฎหมายมักกำหนดวงเงินกู้ในแต่ละวันอยู่ที่ 2,000 - 4,000 บาท เพราะมิจฉาชีพทราบดีว่าผู้ที่เดือดร้อนเรื่องการเงินมักจะตัดสินใจกู้เงินโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบคำแนะนำเพิ่มเติมจากตำรวจสอบสวนกลาง ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อหรือกู้เงินออนไลน์ ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ และติดต่อสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือเพื่อความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ใช้วิธีหลอกลวงผ่านแอปพลิเคชันเงินกู้ปลอม แม้ว่าการขอสินเชื่อออนไลน์จะอำนวยความสะดวกมากมาย แต่ความเสี่ยงจากมิจฉาชีพก็มีสูงเช่นกัน การปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นจะช่วยป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อและเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้งานแอปพลิเคชันทางการเงินออนไลน์p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px '.ThonburiUI'} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก:AFP
TNN ช่อง16 • 15 ม.ค. 68
ดูเพิ่มเติม