TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “制假Endes智利公用事业账单<网址:ban58.com>-专业制假Endes智利公用事业账单{官网:bbzz58.com}-奉化制假Endes智利公用事业账单哪里有-可以找制假Endes智利公用事业账单oY” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน 21 มิ.ย.นี้ .ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันที
#ทันหุ้น คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน21มิ.ย.นี้.ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันทีด่วนแจ้งเตือนผู้ถือ"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"รุ่นปัจจุบัน13.18ล้านคนรีบลงทะเบียนรับส่วนลด"ค่าไฟ-ค่าน้ำ"ภายใน19มิ.ย.นี้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงการคลังได้เปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน)ได้ยืนยันตัวตนเพื่อขอรับสิทธิ์การถือบัตรดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.เป็นต้นมา จนถึงขณะนี้ ได้รับรายงานว่า ยังมีผู้ถือบัตรคนจนยังไม่มายืนยันสิทธิ์จำนวนประมาณ 1 ล้านคน หากไม่มายืนยันสิทธิ์ภายในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ จะถือว่า ไม่ประสงค์ขอรับสิทธิ์ถือบัตรคนจน ซึ่งกระทรวงการคลังจะติดสิทธิ์ทันที“เราประเมินว่า ผู้ที่ไม่มายืนยันตัวตน อาจจะไม่ต้องการถือบัตรคนจน เนื่องจาก มีรายได้เกินเกณฑ์แล้ว”ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากระทรวงการคลังได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรุ่นปัจจุบันจำนวน13.18ล้านคนที่ลงทะเบียนตั้งแต่ปี65รีบดำเนินการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคทั้งค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาโดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเป็นวันสุดท้ายในวันที่19มิ.ย.นี้ก่อนเวลา16.30น.เท่านั้นย้ำหากพ้นกำหนดจะไม่สามารถรับสิทธิ์ในรอบนี้ได้ทันที“ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ทันต่อการจัดสรรงบประมาณเยียวยาในช่วงครึ่งปีหลังโดยการลงทะเบียนครั้งนี้จะเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพสำหรับรอบบิลค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาประจำเดือนก.ค.69ถึงรอบบิลส.ค. 69”สำหรับช่องทางลงทะเบียนส่วนลดค่าไฟฟ้า ให้เลือกตามหน่วยงานในพื้นที่ของตัวเอง การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://meaeservice.mea.or.th/welfare สายด่วน: โทร. 1130 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์:https://welfareregis.pea.co.th/Register สายด่วน: โทร. 1129 และกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ (กฟส.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://walfareregis.sea.co.th หรือโทร. 086-848-1284ส่วนช่องทางลงทะเบียนส่วนลดค่าน้ำประปาพื้นที่การประปานครหลวง(กปน.)ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://eservicesapp.mwa.co.th/ES/MWAWelfareServletหรือสายด่วนโทร. 1125และการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://register.pwa.co.th/welfare-register.htmlหรือสายด่วนโทร. 1662
ทันหุ้น • 16 มิ.ย. 69
อ่าน
TSE เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมโปรไฟล์หลอกลงทุนโรงไฟฟ้า ยันไม่มีนโยบายชักชวนผ่านโซเชียล
#ทันหุ้น #2026 #SET #TSE เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมโปรไฟล์หลอกลงทุนโรงไฟฟ้า ยันไม่มีนโยบายชักชวนผ่านโซเชียลบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างชื่อ ข้อมูล รูปภาพโครงการ และตราสัญลักษณ์ของบริษัทฯ ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก และอีเมล เพื่อหลอกลวงและชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนผ่านช่องทางดังกล่าว รวมถึงการเข้ากลุ่มไลน์เพื่อร่วมกิจกรรมหารายได้พิเศษ หรือร่วมลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจโรงไฟฟ้าบริษัทฯ จึงขอเรียนแจ้งเตือนประชาชนและนักลงทุนทุกท่าน โปรดอย่าหลงเชื่อการแอบอ้างดังกล่าว และขอความกรุณาอย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือโอนเงินให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าวโดยเด็ดขาดทั้งนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ไม่มีนโยบายในการชักชวนให้ลงทุนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าวตามที่มีการแอบอ้างแต่อย่างใด และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มหรือกิจกรรมการลงทุนหรือกิจกรรมหารายได้พิเศษใด ๆ ตามที่ถูกกล่าวอ้างรวมทั้งไม่เคยอนุญาตหรือสนับสนุนให้มีการนำชื่อ รูปภาพ ตราสัญลักษณ์ หรือข้อมูลของบริษัทฯ ไปใช้เพื่อการโฆษณา หรือชักชวนการลงทุนในลักษณะดังกล่าวสำหรับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ จะถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการของบริษัทฯ เท่านั้น หากท่านพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย หรือเข้าข่ายการหลอกลวง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบ หรือแจ้งข้อมูลมายังหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ (IR) ของบริษัทฯ โทรศัพท์ 02-258-4530 ถึง 3 ต่อ 2311บริษัทฯ ขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส และในการรักษาความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างสูงสุด
ทันหุ้น • 7 เม.ย. 69
อ่าน
10 เคสจริงที่มิจฉาชีพใช้หลอกเหยื่อในพริบตา
ในยุคที่โลกออนไลน์คือวิถีชีวิต การแชท โอนเงิน หรือช้อปปิ้งถือเป็นกิจวัตรที่ง่ายดายเพียงปลายนิ้ว แต่น่าเสียดายที่มันกลับกลายเป็นรอยรั่วให้ มิจฉาชีพ ฉกฉวยโอกาส ทางออนไลน์ เพื่อ หลอกลวง ฉ้อโกง สถิติจากศูนย์ AOC 1441 เผยตัวเลขการแจ้งภัยมิจฉาชีพเฉลี่ยวันละ 3,000 สาย หรือเท่ากับทุกนาทีมีคนไทยอย่างน้อย 2 คนกำลังถูกหลอก โดยช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ความเสียหายรวมจากอาชญากรรมออนไลน์พุ่งทะลุ 13,000 ล้านบาทไปแล้ว ความสูญเสียนี้ไม่ได้หยุดแค่เรื่องทรัพย์สิน แต่ลามไปถึงความเครียดที่บั่นทอนสุขภาวะทั้งกายและใจอย่างน่าเป็นห่วง เมื่อภัยไซเบอร์ กลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตเช่นนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (AOC 1441) จึงชวนกันมาถอดบทเรียนจาก 10 เคสจริง เพื่อแฉกลโกงให้ทุกคน รู้เท่าทันมิจฉาชีพ และสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลไปพร้อมกัน กลโกง#1 ปลอมตัวตน ปล้นความเชื่อใจ มิจฉาชีพจะเริ่มด้วยการปลอมเป็นบุคคลที่ดูน่าเชื่อถือ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจ ทำให้เหยื่อเผลอเชื่อใจและลดการป้องกันตัวลง เคสหลอกให้รักแล้วโอนเงิน: แอบอ้างเป็นพยาบาลต่างประเทศ ทักมาสานสัมพันธ์จนผู้เสียหายตายใจ แล้วหลอกขอค่าขนย้ายทรัพย์สินเพื่อกลับมาแต่งงานที่ไทย สูญเงิน 1,308,000 บาท เคสร้านค้าปลอมหลอกขายของถูก: ปลอมเพจ Facebook ขายปูนซีเมนต์ราคาถูกเกินจริง บีบให้ผู้เสียหายโอนเงินเต็มจำนวน แล้วบล็อกหนีหาย สูญเงิน 1,100,000 บาท เคสเพจที่พักทิพย์: ขโมยรูปวิลล่าหรูมาเปิดเพจปลอม พร้อมเร่งรัดให้โอนจองเต็มจำนวนเพื่อล็อกสิทธิ์ แต่เมื่อไปถึงสถานที่จริงกลับพบว่าไม่มีชื่อในระบบ สูญเงิน 15,000 บาท เคสทหารเรือเก๊หลอกให้ซื้อของ: สวมรอยเป็นทหารเรือสั่งลวดหนามล็อตใหญ่ บีบให้ผู้ประกอบการสั่งของสเป็กพิเศษจาก "ร้านพันธมิตรปลอม" ที่จัดฉากไว้ แล้วเชิดเงินมัดจำหนีไป สูญเงิน 500,000 บาท เคสแอบอ้างเจ้าหน้าที่ PEA: โทรศัพท์มาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เพื่อขอคืนเงินประกันมิเตอร์ไฟฟ้า แล้วหลอกให้ติดตั้งแอปฯ ดูดเงิน จนสูญเงิน 594,570 บาท กลโกง#2 ปั่นอารมณ์ จู่โจมให้ขาดสติ เมื่อเริ่มเชื่อใจ โจรจะเปลี่ยนจังหวะมาจู่โจมที่สมองส่วนอารมณ์ ไม่ว่าจะใช้ความกลัวข่มขู่หรือความรักบีบคั้น เพื่อให้เราสติหลุด ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เคสตำรวจปลอมกับคดีฟอกเงิน: โทรศัพท์มาอ้างเป็นตำรวจ ข่มขู่ว่าบัญชีพัวพันคดีฟอกเงินระดับชาติ บีบให้โอนเงินมาตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เหยื่อตกใจกลัวจึงยอมโอน สูญเงิน 4,102,169 บาท เคสลูกสาวกำมะลอเสียง AI: มิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเลียนเสียงเป็นลูกสาว โทรหาคุณแม่ อ้างว่าต้องใช้เงินด่วนจ่ายค่ากิจกรรมมหาวิทยาลัย คุณแม่เป็นห่วงรีบร้อนโอนไป สูญเงิน 100,000 บาท เคสหนีเสือปะทนายปลอม: หลอกผู้เสียหายที่กำลังทุกข์ใจเพราะถูกโกง ผ่านเพจ "ทนายอาสา" อ้างว่าช่วยตามเงินคืนได้แต่ขอค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ กลายเป็นการสูญเสียซ้ำสองที่เจ็บปวดกว่าเดิม สูญเงินเพิ่ม 363,285 บาท กลโกง#3 วางเหยื่อล่อ ลากเข้าวงจรโอนไม่สิ้นสุด จังหวะสุดท้ายคือการวางเหยื่อล่อ หลอกให้เหยื่อได้กำไรในตอนแรก เพื่อซื้อความตายใจ ก่อนจะล่อให้ทุ่มเงินก้อนใหญ่ และบีบคั้นให้ต้องโอนเพิ่มอย่างไม่จบสิ้น เคสกับดักหุ้น กำไรทิพย์: มิจฉาชีพชักชวนผู้เสียหายให้เทรดหุ้นพลังงานผ่านแอปปลอมที่สร้างกราฟกำไรปลอมขึ้นมาเอง ล่อให้เหยื่อทุ่มเงินเพิ่มไม่หยุด จนสุดท้าย สูญเงิน 8,747,497 บาท เคสงานแพ็กของ รายได้เสริมกลายเป็นหนี้: มิจฉาชีพประกาศรับสมัครงานออนไลน์ ให้ผู้เสียหายทำภารกิจกดรับออเดอร์แลกค่าคอมมิชชัน ยอมให้ถอนยอดน้อยได้จริงในช่วงแรก เพื่อล่อให้ลงเงินก้อนใหญ่ ก่อนจะบล็อกระบบการถอน สูญเงิน 3,023,000 บาท เมื่อตกเป็นเหยื่อต้องทำอย่างไร? เคสตัวอย่างทั้งสิบนี้คือบทเรียนสำคัญที่ย้ำเตือนให้เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล และเท่าทันจังหวะกลโกงอยู่เสมอ แต่หากรู้ตัวว่าพลาดโอนเงินไปแล้ว อย่าเพิ่งหมดหวัง ให้ใช้สูตร "โทร-กด-แจ้ง" ทันที โทร - สายด่วน AOC 1441: ศูนย์ปฏิบัติการนี้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยคุณสกัดกั้นเส้นทางการเงินที่ผิดปกติทันทีที่รู้ตัว กด - เลข 1 เพื่อระงับบัญชีม้า: พยายามทำภายใน "1 ชั่วโมง" เพื่อขอรหัส Bank Case ID และให้ธนาคารล็อกบัญชีปลายทางชั่วคราวเป็นเวลา 7 วัน แจ้ง - ความภายใน 7 วัน: รวบรวมหลักฐาน (แชท, สลิป, ลิงก์โปรไฟล์) แล้วไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อให้การอายัดบัญชีมีผลทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ จำไว้ว่า! แม้อาจไม่ได้เงินคืนในทันที แต่การแจ้งเหตุที่รวดเร็วจะช่วยหยุดความเสียหายไม่ให้เงินถูกโอนต่อ และเป็นการกำจัด "บัญชีม้า" ออกจากระบบ เพื่อไม่ให้คนอื่นต้องตกเป็นเหยื่อรายต่อไป สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มุ่งหวังให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีและปลอดภัยจาก อาชญากรรมออนไลน์ โดยการสร้าง ภูมิคุ้มกันดิจิทัล ให้เป็นเกราะป้องกันที่เข้มแข็ง เพราะเพียงแค่ "หยุดคิด" ก่อนคลิกลิงก์หรือโอนเงินเพียงเสี้ยววินาที ก็ช่วยปกป้องเงินในบัญชีรวมถึงสุขภาพกายและใจของคุณได้ในระยะยาว สสส. ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมเท่าทันและหยุดวงจรมิจฉาชีพผ่านสื่อรณรงค์ชุดล่าสุด: ภาพยนตร์โฆษณา Uncontrol: https://youtu.be/iwOUuQEa1vw คลิปวิดีโอออนไลน์ ป้าข้างบ้านอวดลูก: https://www.youtube.com/watch?v=95NtmiqttBU และลองศึกษาวิธีการป้องกันมิจฉาชีพเพิ่มเติม รวมถึงแนวทางจัดการตัวเองเมื่อพลาดพลั้ง ได้ที่เว็บไซต์ www.creativehealthcampaign.thaihealth.or.th เพราะภูมิคุ้มกันที่ดีเริ่มต้นที่ตัวเรา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยจากทุกภัยมิจฉาชีพ ติดตามข่าวสารสุขภาพจากทาง สสส. ได้ที่Facebook : Social Marketing Thaihealth by สสส. Line : @thaihealththailand Tiktok: @thaihealth Youtube: SocialMarketingTH Website : Social Marketing Thaihealth
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 4 มี.ค. 69
อ่าน
สรรพากรเตือน!! มิจฉาชีพส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี อย่ากดลิงก์เด็ดขาด
สรรพากรแจ้งเตือน!! มิจฉาชีพส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี (Tax Refund) และแนบลิงก์ อย่ากดลิงก์เด็ดขาดกรมสรรพากรแจ้งว่า ขณะนี้ พบมิจฉาชีพได้พัฒนากลโกงในหลายรูปแบบโดยส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี (Tax Refund) เพื่อหลอกให้กดลิงก์ หากได้รับ SMS ดังกล่าว❌ อย่ากดลิงก์❌ อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงิน❌ ให้ลบทิ้งทันทีทั้งนี้ กรมสรรพากร ยืนยัน “ไม่มีนโยบาย” ส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี และแนบลิงก์ หรือให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ทั้งสิ้นหากมีข้อสงสัย สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ ที่www.rd.go.th (เว็บไซต์กรมสรรพากร)☎️ RD Intelligence Center 1161 ช่วยกันแชร์เพื่อเตือนภัย ป้องกันการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
ทันหุ้น • 3 ก.พ. 69
อ่าน
ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง
#ทันหุ้น ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง ย้ำไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ขอให้ติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์กรมบัญชีกลางwww.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูกเท่านั้นนายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่องว่ามีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าหน้าที่ ติดต่อไปทางโทรศัพท์ หรือไลน์ปลอม หรือหนังสือราชการปลอม หลอกให้ผู้รับบำนาญหลงเชื่อและส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้กับมิจฉาชีพทางไลน์ปลอม โดยอ้างว่าเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกในการรับ - ส่งข้อมูล หากผู้รับบำนาญหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อ อาจทำให้สูญเสียทรัพย์สินได้ ดังนั้น ขอให้ท่านตรวจสอบให้แน่ใจก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ ทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทั้งนี้ กรมบัญชีกลางมีมาตรการกำกับดูแลด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 27001) อีกทั้งมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดจากช่องโหว่และภัยคุกคามต่าง ๆ โดยดำเนินการตรวจสอบช่องโหว่อย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ข้าราชการและผู้รับบำนาญมั่นใจได้ว่ามิจฉาชีพไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระบบของกรมบัญชีกลางได้อย่างแน่นอนนอกจากนี้ หากเกิดสถานการณ์เช่นนี้กับท่าน ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ โดยวิธีที่มิจฉาชีพมักจะใช้หลอกเหยื่อให้หลงเชื่อ จะมีลักษณะ ดังนี้1. ติดต่อผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อพูดคุยและโน้มน้าวใจ และขอให้เพิ่มเพื่อนในไลน์ปลอม ซึ่งหากจบที่การให้แอดไลน์ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน2. มิจฉาชีพมักจะอ้างว่าเรื่องที่แจ้งนั้นเป็นความลับ และห้ามบอกบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด หากได้รับแจ้งลักษณะนี้ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน3. หน่วยงานภาครัฐ ไม่มีนโยบายให้โอนเงินมาให้เพื่อตรวจสอบ หรือดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น หากได้รับการติดต่อในลักษณะนี้ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน“กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น และขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด จากช่องทางของกรมบัญชีกลาง ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลางwww.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (Verified) เท่านั้น เพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น หากมีข้อสงสัยหรือได้รับการติดต่อที่ไม่มั่นใจว่ามาจากกรมบัญชีกลางจริงหรือไม่ สามารถสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ”
ทันหุ้น • 18 ธ.ค. 68
อ่าน
9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 29 พ.ย. 68
อ่าน
วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ
ทราเวล ทิปส์ • 18 ก.ย. 68
อ่าน
ก.ล.ต. สั่งตรวจสอบ Bitkub หลังมีข่าวลือถูกโจมตีทางไซเบอร์
#Bitkub #ทันหุ้น - นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก ก.ล.ต. กล่าวว่า “จากกรณีที่มีข้อมูลปรากฏในสื่อออนไลน์ว่า ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งหนึ่งถูกโจมตีทางไซเบอร์ และจากการพิจารณาเบื้องต้นมีลักษณะบ่งชี้และสงสัยว่า กรณีดังกล่าวเป็น บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (BITKUB) หรือไม่ และเป็นเอกสารจริงหรือไม่ นั้นดังนั้น ก.ล.ต. จึงเข้าตรวจสอบ BITKUB โดยให้ความสำคัญลำดับแรกคือทรัพย์สินของลูกค้ามีความปลอดภัย ซึ่งพบว่า สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า ณ วันที่ 8 กันยายน 2568 มีความปลอดภัยและครบถ้วนส่วนกรณีที่มีเอกสารตามที่สื่อออนไลน์อ้างถึงนั้น ก.ล.ต. อยู่ระหว่างเร่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงก.ล.ต. ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจาก ก.ล.ต. และช่องทางการสื่อสารทางการของผู้ประกอบธุรกิจฯ โดยหากพบความผิดปกติกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ฝากไว้ขอให้แจ้งผู้ประกอบธุรกิจฯ ที่ใช้บริการโดยเร็ว รวมทั้ง หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัยโปรดแจ้งที่ “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.ทั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการติดตามข้อมูลที่ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลสื่อสารต่อสาธารณะเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวก.ล.ต. จึงได้รวบรวม link ไว้บนหน้าเว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต.ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ https://www.sec.or.th/TH/Pages/Shortcut/DigitalAssetNews.aspx
ทันหุ้น • 11 ก.ย. 68
อ่าน
เตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นศูนย์ช่วยเหลือเหยื่อ สุดท้ายโดนหลอกให้โอนเงินซ้ำสอง
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่วันนี้ (18 กรกฎาคม 2568) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านรายการ“เสียงจากใจไทยคู่ฟ้า” ว่าปัจจุบันมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่ โดยที่ผ่านมามักจะใช้ช่องทางผ่านการโทรศัพท์หาเหยื่อโดยอ้างว่าเป็นตำรวจบ้าง เป็น หน่วยงานราชการสำคัญบ้าง อ้างว่ามีไปรษณีย์ตกค้างบ้าง รวมทั้งการส่งเอกสารหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสังคมไทยเริ่มคุ้นชินแล้ว ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบพบการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้นปัจจุบันพบว่ามีการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้น โดยเปิดเพจแอบอ้างเป็น มูลนิธิหรือสำนักงานทนายสาธารณะที่ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือ ศูนย์ช่วยเหลือการถูกหลอกลวง โดยปัจจุบันพบว่าในแพลตฟอร์ม Facebook มีชื่อว่า “สำนักงานช่วยเหลือเหยื่อคดีทางออนไลน์” โดยมีกลุ่มเป้าหมายเพื่อหลอกลวงซ้ำกับคนที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีต่าง ๆ หรือกรณีที่ซื้อสินค้าไม่ได้รับสินค้าหรือสินค้าไม่ตรงปกเป็นจำนวนมาก "กระบวนการเหล่านี้จะเปิด Facebook แฟนเพจและขึ้นหน้าเพจว่าเป็นองค์การไม่แสวงหากำไรเพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่โดนหลอกลวงทางออนไลน์โดยจะให้แอด LINE กับทนายความ โดยระบุว่าจะมีทีมทนายให้การช่วยเหลือเมื่อขบวนการมิจฉาชีพได้รับเรื่องจากผู้ที่เป็นเหยื่อก็จะส่งต่อให้กับกลุ่มมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นตำรวจจากหลายหน่วยงานซึ่งจากการตรวจสอบพบมีการส่งบัตรข้าราชการตำรวจให้เหยื่อได้หลงเชื่อ จากนั้นจะทำงานเป็นทีมเพื่อหลอกลวงให้ผู้ที่โชคร้ายอยู่แล้วต้องโชคร้ายซ้ำสอง โดยคณะทำงานได้ ตรวจสอบบัตรประจำตัวตำรวจดังกล่าวไม่ปรากฏว่าเป็นตำรวจจริง และได้ตรวจสอบพบว่าชื่อ ทนายความดังกล่าวไม่ปรากฏอยู่ในสารบบของทะเบียนทนายความ" เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆนายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้คณะทำงานได้ส่งเรื่องให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบและจับกุมกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้อยู่ ทั้งนี้ขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อในกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการแอบอ้างผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok Instagram และ Facebook ซึ่งเป็นช่องทางที่กลุ่มมิจฉาชีพนิยมใช้เพื่อชักจูงให้หลงเชื่อและโอนเงินทั้งนี้ อย่าโอนเงินให้บุคคลหรือเพจที่ไม่น่าเชื่อถือโดยเด็ดขาด และหากพบเบาะแสหรือพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน 1111 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล หรือทาง อีเมล jirayu9000@gmail.com เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว
TNN ช่อง16 • 18 ก.ค. 68
อ่าน
อย่าหลงเชื่อ! สั่งล็อกเลขสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 กรกฎาคม 2568
ออกรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนจากข้อความชวนเชื่อ GLO ประกาศสั่งล็อกเลขสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 ก.ค. 68 ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้ประกาศล็อกเลขในงวดดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งการออกรางวัลของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้น ดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และไม่มีผู้ใดสามารถทราบผลรางวัลล่วงหน้าได้ หรือกำหนดผลสลากกินแบ่งรัฐบาลล่วงหน้าได้ อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่หลอกลวงหรือแอบอ้างทั้งนี้ จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่หลอกลวงหรือแอบอ้างผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย และขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ สามารถตรวจสอบข้อมูลกับช่องทางหลักของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย หรือ โทรสายด่วน 1111 ตลอด 24 ชม. หากพบโพสต์ ข้อความต้องสงสัย สามารถส่งลิงก์หรือภาพหลักฐานเพื่อตรวจสอบ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม และการเผยแพร่ข้อมูลเท็จอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยสามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้วเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอม
TNN ช่อง16 • 16 ก.ค. 68
อ่าน
ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว “บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ” ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ “Your Data” ซึ่งช่วยให้ประชาชนใช้ข้อมูลของตนเองในการเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น บริการดังกล่าว ช่วยให้ประชาชนที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีค่าน้ำหรือค่าไฟ สามารถเรียกดูและดาวน์โหลดประวัติการชำระย้อนหลัง 6 เดือนของตนเองผ่านแอป “ทางรัฐ” ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นช่องทางใหม่ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ที่ไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว สามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมวิธีลงทะเบียนผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” จากนั้นเลือกเมนู “การเงิน/ประกัน” และเข้าสู่ “ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน” เลือกหน่วยงานที่ต้องการ ระบุหมายเลขมิเตอร์ ตรวจสอบข้อมูล และยืนยันคำขอ ระบบจะจัดเก็บเอกสารไว้ในโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ เพื่อนำไปยื่นขอสินเชื่อต่อไปทั้งนี้ การขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์มาก เพราะสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อให้กับผู้มีวินัยในการจ่ายค่าน้ำ - ค่าไฟ เพราะข้อมูลที่แสดงพฤติกรรมการจ่ายที่ดี จะส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อในทางบวก “โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญของรัฐในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูลของตนเอง” เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มที่เคยขาดหลักฐานทางรายได้ในรูปแบบเดิมรัฐบาลเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเปิดประตูการเงินให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเข้าถึงเงินทุนได้อย่างเสมอภาค พร้อมก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ทั้งนี้ บริการดังกล่าวเริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อที่รองรับเอกสารดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th " นางสาวศศิกานต์ กล่าว
TNN ช่อง16 • 13 ก.ค. 68
อ่าน
เตือนภัย! “มิจฉาชีพ” เปิดบัญชี TikTok ปลอม ลวงปล่อยสินเชื่อ
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 4 – 10 กรกฎาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,039,175 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 638 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 606 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 29 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 3 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 209 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 87 เรื่องข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง ธ.กรุงไทย ปล่อยสินเชื่อ ผ่าน TikTok ชื่อ .ktb51อันดับที่ 2 : เรื่อง OR เสนอขายหุ้น IPO ผ่านเพจ Amz Premium Quality Coffeeอันดับที่ 3 : เรื่อง ออมสิน ปล่อยสินเชื่อให้ยืม ขั้นต่ำ 10,000 บาท สูงสุด 1,000,000 บาท ผ่านเพจ LEASE it PCL 471อันดับที่ 4 : เรื่อง OR ให้ร่วมลงทุนหุ้น Café Amazon เปิดพอร์ต เริ่มต้น 1,000 บาท ผลตอบแทน 290 บาทอันดับที่ 5 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย ให้บริการสินเชื่อ ทาง TikTok ktb.thailand92อันดับที่ 6 : เรื่อง OR เสนอขายหุ้นประชาชนทั่วไป เริ่มต้น 1,000 บาท ปันผลสูงสุด 990 บาทต่อวันอันดับที่ 7 : เรื่อง OR เปิดให้ร่วมลงทุนหุ้นธุรกิจค้าปลีก เริ่มต้น 1,000 ปันผล 450 บาท/วันอันดับที่ 8 : เรื่อง ลงทุนหุ้น OR เพื่อร่วมบริหารคาเฟ่ อเมซอน เริ่ม 1,000 บาท รับผลตอบแทน 360 บาทต่อวันอันดับที่ 9 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดให้ลงทุนผ่านบัญชีไลน์ SET SERVICEอันดับที่ 10 : เรื่อง เจ้าหน้าที่ ธารมิกา รับทำใบขับขี่ทุกประเภท เพียงติดต่อผ่านไลน์“เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการชักชวนให้ลงทุนโดยอ้างชื่อหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ข่าวการให้บริการสินเชื่อของธนาคารรัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าวสำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ธ.กรุงไทย ปล่อยสินเชื่อ ผ่าน TikTok ชื่อ .ktb51” กระทรวงดีอี ได้ประสานงาน ธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลัง ตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า บัญชี TikTok ชื่อ .ktb51 ไม่ใช่บัญชีทางการของธนาคารกรุงไทย และได้มีการแอบอ้างนำโลโก้ของธนาคารกรุงไทยไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งนี้ธนาคารไม่มีนโยบายปล่อยสินเชื่อผ่านบัญชี TikTok ใด ๆ ทั้งสิ้น หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ 02-111-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวังในการสมัครขอรับสินเชื่อผ่านทางออนไลน์ ซึ่งเท่ากับเป็นการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่มิจฉาชีพ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดข่าวที่เกี่ยวข้อง- “กระบี่ - ภูเก็ต” ระวังสึนามิ ภูเขาไฟใต้น้ำ ข่าวปลอมมาแรงอันดับ 1- จะเกิดสึนามิ! ดีอี เตือนอย่าเชื่อ เปิด 10 ข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากสุด
TNN ช่อง16 • 13 ก.ค. 68
อ่าน
เตือนภัย! มิจฉาชีพ ลวงข้าราชการบำนาญกรอกข้อมูล-ลงนาม PDPA
นางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ได้รับแจ้งจากอดีตผู้บริหารและข้าราชการบำนาญหลายท่านว่ามีเจ้าหน้าที่ติดต่อให้มาลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยให้มาดำเนินการที่หน่วยงานต้นสังกัด หรือกรมบัญชีกลาง หรือกระทรวงการคลัง แล้วแต่กรณี และในบางกรณีให้ส่งอีเมลยืนยัน กรมบัญชีกลางขอแจ้งว่า “กรมบัญชีกลางไม่มีนโยบายแจ้งให้ผู้รับบำนาญ มาดำเนินการกรอกข้อมูลหรือลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับ PDPA ตามที่มิจฉาชีพอ้าง” ดังนั้น ขอให้ท่านที่ได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว อย่าหลงเชื่อ ไม่ตอบกลับอีเมล หรือกดลิงก์ใด ๆ ตามที่ได้รับแจ้ง “กรมบัญชีกลางขอเน้นย้ำว่า “ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อข้าราชการ ผู้รับบำนาญหรือทายาทโดยตรง เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกรมบัญชีกลาง” ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งช่องทางการติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางที่เชื่อถือได้ ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (verified) เท่านั้น หรือสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ” โฆษกกรมบัญชีกลางกล่าว
TNN ช่อง16 • 2 ก.ค. 68
อ่าน
เปิดขั้นตอนขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ เพื่อใช้ประกอบการสมัครขอสินเชื่อ
สมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ Your Dataภายหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และ การประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว "บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ" ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อใช้ประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ Your Data ที่สนับสนุนให้ประชาชนใช้สิทธิส่งข้อมูลของตนผ่านช่องทางดิจิทัลเพื่อได้รับบริการที่ตอบโจทย์มากขึ้นบริการดังกล่าวมุ่งพัฒนาบริการให้กับประชาชนที่มีชื่อในทะเบียนผู้ใช้น้ำ-ไฟ (คู่สัญญา) สามารถขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟของตนเองบนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้สะดวก ปลอดภัย และไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับนำไปยื่นประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงิน ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลประวัติดังกล่าวจากประชาชนสามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมธปท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์จากข้อมูลประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ และในอนาคตจะสามารถต่อยอดไปใช้กับบริการทางการเงินอื่น ๆ ได้ต่อไปทั้งนี้ ประชาชนสามารถเรียกดู และดาวน์โหลดเอกสารดังกล่าว และนำไปยื่นเพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ด้านสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) แนะนำขั้นตอนการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อได้ ฟรี!สามารถขอเอกสาร “ประวัติการใช้และชำระค่าน้ำค่าไฟรูปแบบดิจิทัล” ที่จ่ายย้อนหลัง 6 เดือนได้ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อได้ ฟรี! ได้รับเอกสารไว นำไปใช้ได้เลยขั้นตอนการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟสำหรับ ผู้ใช้หรือเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า/ประปา1. เข้าสู่แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และเลือกหมวดหมู่ ‘การเงิน/ประกัน’2. เลือกบริการ ‘ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน’ และกดอนุญาต3. เลือกหน่วยงาน และทะเบียน/มิเตอร์ จากหน่วยงานที่ต้องการขอเอกสาร4. ตรวจสอบข้อมูลและกด “ขอเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ” และยืนยันการขอเอกสาร เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อได้เลยดาวน์โหลดแอปฯ ทางรัฐ ผ่าน Google Play App Store และผู้ใช้มือถือ Huawei https://dg.th/kw6uzvdo57 บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ คืออะไรบริการที่ให้ประชาชนสามารถขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟของตนเองบนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” สำหรับส่งผู้ให้บริการทางการเงินเพื่อใช้ประกอบการสมัครบริการทางการเงิน เช่น การสมัครสินเชื่อ โดยประชาชนสามารถใช้บริการได้แล้วตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ปลดล็อกให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองเพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดีขึ้นบริการดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ Your Data ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 6 หน่วยงาน ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค ที่สนับสนุนให้ประชาชนใช้สิทธิส่งข้อมูลของตนผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งจะช่วยปลดล็อกให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองเพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากขึ้นประโยชน์ต่อประชาชนสะดวก: ขอประวัติค่าน้ำ-ค่าไฟ ย้อนหลัง 6 เดือน ในที่เดียว ด้วยรูปแบบดิจิทัลใช้งานง่าย และไม่มีค่าใช้จ่าย: ขอเอกสารประวัติฯ ได้ง่าย ได้รับไว นำไปใช้ได้เลย รวมถึงไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มโอกาสได้สินเชื่อ: พฤติกรรมการจ่ายที่มีวินัย ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อประโยชน์ต่อผู้ให้บริการสินเชื่อผู้ให้บริการทางการเงินหรือสถาบันการเงินที่ได้รับข้อมูลประวัติดังกล่าวจากประชาชนสามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine-readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมใครจะใช้บริการนี้ได้บ้างประชาชนที่มีชื่อในทะเบียนผู้ใช้น้ำ-ไฟ (คู่สัญญา) และลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และยืนยันตัวตนแล้ว
TNN ช่อง16 • 2 ก.ค. 68
อ่าน
สินค้าหนีภาษี! รัฐบาล โชว์ผลงาน 8 เดือนกวาดล้างกว่า 24,000 คดี
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง เดินหน้าป้องกันและปราบปราม การลักลอบจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้นโยบาย “Zero Tolerance : สินค้าหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิตต้องเป็นศูนย์”โดยได้ยกระดับการทำงานเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งการปราบปรามและสืบค้น นำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบการกระทำผิดผ่านศูนย์ปราบปรามสินค้าออนไลน์ของกรมสรรพสามิต รวมถึงยังได้ผนึกกำลังกับหน่วยงานภายนอกเพื่อปราบปรามและจับกุมขบวนการผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 อย่างต่อเนื่อง จากการดำเนินการล่าสุด สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ชลบุรี 1 ได้เข้าตรวจสอบและจับกุมร้านจำหน่ายบุหรี่เถื่อนในจังหวัดชลบุรี โดยสามารถยึดของกลางได้จำนวน 26,360 ซอง คิดเป็นภาษีสรรพสามิตจำนวน 1,279,850.86 บาท และประมาณการค่าปรับรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 19,197,762.90 บาทโดยการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน “มีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี” ตามมาตรา 204 และ “มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี” ตามมาตรา 203 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าว ส่งผลให้ในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 (1 ตุลาคม 2567 – 31 พฤษภาคม 2568) กรมสรรพสามิตสามารถปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายได้รวมทั้งสิ้น 24,550 คดี เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.29 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นค่าปรับ 568.98 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับ 3,749.81 ล้านบาท แบ่งเป็น1. ยาสูบ จำนวน 10,966 คดี จำนวนของกลาง แบ่งเป็นยาสูบในประเทศ 382,680 ซอง และยาสูบต่างประเทศ 3,024,554 ซอง2. สุรา จำนวน 10,585 คดี จำนวนของกลาง แบ่งเป็นสุราในประเทศ 70,990.098 ลิตร และสุราต่างประเทศ 21,893.882 ลิตร3. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 986 คดี จำนวนของกลาง 959,671.700 ลิตร4. รถจักรยานยนต์ จำนวน 846 คดี จำนวนของกลาง 3,661 คัน5. ไพ่ จำนวน 392 คดี จำนวนของกลาง 19,119 สำรับ6. เครื่องหอมและเครื่องสำอาง จำนวน 193 คดี จำนวนของกลาง 124,728 ขวด7. รถยนต์ จำนวน 187 คดี จำนวนของกลาง 951 คัน8. แบตเตอรี่ จำนวน 177 คดี จำนวนของกลาง 409,808 ก้อน9. เครื่องดื่ม จำนวน 141 คดี ของกลาง 56,324.092 ลิตร10. สินค้าอื่น ๆ จำนวน 77 คดี “รัฐบาลขอความร่วมมือจากประชาชนและทุกภาคส่วน ร่วมแจ้งเบาะแสการกระทำผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิต โดยสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ กรมสรรพสามิต สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1713 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ www.excise.go.th ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตจะดำเนินเก็บรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับรัฐบาลมุ่งสร้างระบบภาษีที่โปร่งใส สร้างความเป็นธรรมให้ผู้เสียภาษีถูกต้อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว” นางสาวศศิกานต์ กล่าว
TNN ช่อง16 • 25 มิ.ย. 68
อ่าน
‘โจรออนไลน์’ เพจปลอมอ้าง ธ.ออมสิน หลอกข้อมูล
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 6 – 12 มิถุนายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 819,083 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 551 ข้อความตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ออมสินเปิดบริการสินเชื่อให้ยืมวงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท ผ่านเพจ LEASE it CPT 008” รองลงมาคือเรื่อง “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดเว็บไซต์ใหม่ให้บริการประชาชน” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสูญเสียทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 515 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 30 ข้อความ และผ่าน Facebook จำนวน 6 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 191 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 80 เรื่อง สำหรับเรื่อง “ออมสินเปิดบริการสินเชื่อให้ยืมวงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท ผ่านเพจ LEASE it CPT 008” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ ธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ และขอแจ้งเตือนว่า เพจเฟซบุ๊กดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธนาคารแต่อย่างใด เป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่ทำการแอบอ้างใช้ชื่อและโลโก้ของธนาคารออมสิน เพื่อหลอกลวงประชาชน ขออย่าหลงเชื่อและอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวแก่บัญชีดังกล่าวโดยเด็ดขาด หากมีข้อสงสัยหรือต้องสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 299 8000
TNN ช่อง16 • 16 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์
TNN ช่อง16 • 12 มิ.ย. 68
อ่าน
อย่าหลงเชื่อ! กองสลาก สั่งล็อกเลข แจกรางวัลกระตุ้นเศรษฐกิจ
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการโพสต์และอ้างว่าสลากกินแบ่งฯ เปิดให้ประชาชนติดต่อรับข้อมูลแจ้งผลออกสลาก ผ่านท่านผู้ช่วย ผอ.สนง.สลากกินแบ่งนั้น เป็นการแอบอ้างใช้ชื่อและภาพของผู้อำนวยการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตสำหรับการออกรางวัลของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอน และไม่มีผู้ใดสามารถทราบผลรางวัลล่วงหน้าได้ ซึ่งพฤติกรรมการส่งข้อมูลว่าสามารถให้ผลสลากได้นั้น ไม่เป็นความจริง ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่หลอกลวง หรือแอบอ้างผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่าสามารถให้ตัวเลขที่ถูกรางวัลได้ ท่านอาจถูกหลอกลวงนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่มิชอบ รวมทั้งสูญเสียทรัพย์สินเงินทองได้ทั้งนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ https://www.antifakenewscenter.comเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
TNN ช่อง16 • 6 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือน! ไทยเตรียมรับมือพายุแตตสวด กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากที่มีข้อความเตือนให้เตรียมรับมือพายุแตตสวดนั้น ทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าว ไม่ใช่ข้อมูลที่มาจากกรมอุตุนิยมวิทยา หากมีพายุเกิดขึ้นจริง และมีแนวโน้มที่จะเข้าประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศให้ทราบอย่างน้อย 3 วัน สำหรับพายุแตดสวด นั้น ไม่มีชื่อในระบบชื่อพายุหมุนเขตร้อน รวมถึงในขณะนี้ไม่มีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นในบริเวณมหาสมุทรที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ขอให้ประชาชนติดตามข่าว พยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาเท่านั้น เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกขึ้นในสังคม และหากมีสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพื่อเติม สามารถสอบถามได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th, Facebook กรมอุตุนิยมวิทยา Application Thai weatherสายด่วน 1182 (ตลอด 24 ชั่วโมง( ตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ https://www.antifakenewscenter.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
TNN ช่อง16 • 5 มิ.ย. 68
อ่าน
ดีอี เตือนข่าวปลอมชายแดนไทย-กัมพูชาระบาดหนัก
ดีอีเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอมชายแดนไทย–กัมพูชา หลังพบข้อมูลเท็จระบาดหนัก ย้ำทุกด่านยังเปิดปกติ ขอรับข้อมูลจากหน่วยงานทางการเท่านั้นดีอีเตือนข่าวปลอมชายแดนไทย-กัมพูชาระบาดหนัก ย้ำอย่าแชร์-เชื่อข้อมูลเท็จนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระแสข่าวปลอมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชาแพร่กระจายอย่างหนักในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะภาพและข้อความที่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงจนก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล และความสับสนในสังคมวงกว้างกระทรวงดีอี โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้แล้วมากถึง 33 ข่าว โดยได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐว่าเป็นข่าวเท็จแล้ว 9 ข่าว ซึ่งหนึ่งในข่าวที่แพร่หลายและสร้างความตื่นตระหนกมากที่สุด คือ ข่าวอ้างว่า “รัฐบาลเตรียมปิดด่านชายแดนไทย–กัมพูชา 6 แห่ง” ซึ่งไม่เป็นความจริง ยืนยันด่านชายแดนเปิดปกติ ตรวจสอบพบเป็นข่าวปลอมกระทรวงดีอีได้ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และหน่วยงานด้านความมั่นคงชายแดน ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีคำสั่งปิดด่านแต่อย่างใด ด่านชายแดนยังคงเปิดให้บริการตามปกติ พร้อมดำเนินการปิดกั้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่เกี่ยวข้องแล้วบางส่วนเตือนอย่าแชร์ข้อมูลปลอม หวั่นกระทบความสัมพันธ์สองประเทศนายประเสริฐเตือนว่า เรื่องเขตแดนไทย–กัมพูชาเป็นเรื่องอ่อนไหว หากมีการแชร์ข่าวปลอม จะยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข่าวปลอมที่ใช้ภาพตัดต่อจาก AI หรือการปล่อยข่าวลือ เช่น ข่าวปลดแม่ทัพภาคที่ 3 ล้วนเป็นข้อมูลที่ไม่มีมูลความจริง และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ข้อมูลเท็จมีโทษหนัก แนะตรวจสอบก่อนแชร์ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย หรือแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง หากพบข้อความ รูปภาพ หรือโพสต์ต้องสงสัย ควรส่งหลักฐานเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพราะการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
TNN ช่อง16 • 4 มิ.ย. 68
อ่าน
พายุสุริยะ ทำอินเทอร์เน็ตล่ม! เตือนอย่าเชื่อ เปิด 10 ข่าวปลอมล่าสุดที่ปชช.สนใจ
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 23 – 29 พฤษภาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 839,680 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 741 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 689 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 40 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 12 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 238 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 224 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 120 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 50 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 8 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 6 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 41 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ เป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องปรากฎการณ์ธรรมชาติ การให้บริการของหน่วยงานรัฐ เรื่องของสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องช่องทางการให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง 22 พ.ค. 68 เกิดพายุสุริยะ ทำให้อินเทอร์เน็ตล่มอันดับที่ 2 : เรื่อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดบริการประชาชน ผ่าน Line ID 11299080อันดับที่ 3 : เรื่อง กฟภ. แจ้งให้ลงทะเบียนรับมิเตอร์ฟรีตามโครงการ Meter Health Careอันดับที่ 4 : เรื่อง พายุสุริยะรุนแรง อาจทำให้ระบบธนาคารล่ม เงินหายหมดบัญชีอันดับที่ 5 : เรื่อง เมฆหลากสี เกิดจากสารเคมีที่พ่นทิ้งไว้บนน่านฟ้าอันดับที่ 6 : เรื่อง กฟภ. เปิดให้ลงทะเบียนเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่ฟรี ผ่านบัญชีไลน์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอันดับที่ 7 : เรื่อง โควิด 19 ไม่มีอยู่จริงในรูปของไวรัส แต่เป็นแบคทีเรียที่ได้รับรังสี ทำให้มนุษย์เสียชีวิตจากการแข็งตัวของเลือดอันดับที่ 8 : เรื่อง ติดเชื้อ HIV รักษาให้หายได้ใน 2 เดือน ด้วยการใช้ CDS 2 ขวดอันดับที่ 9 : เรื่อง กฟภ. เปิดไลน์ใหม่ “pea1408.” ติดต่อฝ่ายทะเบียนสะดวกขึ้นอันดับที่ 10 : เรื่อง ไปรษณีย์ไทย ส่ง SMS แจ้งให้ชำระค่าพัสดุผ่านลิงก์ สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “22 พ.ค. 68 เกิดพายุสุริยะ ทำให้อินเทอร์เน็ตล่ม” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า สภาพอวกาศในช่วงดังกล่าว อยู่ในสภาพปกติ ไม่ได้มีการเกิดพายุสุริยะ เพราะฉะนั้นที่ระบบสื่อสารล่มในช่วงที่ผ่านมา จึงไม่เกี่ยวข้องกับพายุสุริยะแต่อย่างใด ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก อย่าเชื่อข่าวจากแหล่งที่ไม่มีที่มาชัดเจน ทั้งนี้ GISTDA ขอให้ประชาชนงดส่งต่อข่าวปลอม และติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการเท่านั้นในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดบริการประชาชน ผ่าน Line ID 11299080” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า บัญชี Line ID 11299080 ไม่ใช่บัญชีของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแต่อย่างใด ซึ่งบัญชีดังกล่าวเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่แอบอ้างสร้างบัญชีปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกลวงประชาชน และ LINE Official Account ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีเพียงบัญชีเดียวเท่านั้น คือ @PEA Thailand และต้องมีโล่สีเขียวยืนยันตัวตน หากประชาชนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามผ่าน 1129 PEA Contact Center หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดข่าวที่เกี่ยวข้อง- เตือนภัย 10 ข่าวปลอมล่าสุด! ที่ประชาชนให้ความสนใจมากสุดในรอบสัปดาห์- พายุหอยหมีเข้าไทย! เตือนอย่าเชื่อ เปิด 10 ข่าวปลอมล่าสุด ที่ประชาชนสนใจ
TNN ช่อง16 • 31 พ.ค. 68
อ่าน
เงินบำนาญไม่เข้า ต้องทำอย่างไร เช็กวิธีแก้ปัญหาได้ที่นี่
เงินเดือน ค่าจ้าง หรือบำเหน็จบำนาญ ไม่เข้าบัญชี ต้องทำอย่างไร?กรมบัญชีกลางแจ้งแนวทางปฏิบัติสำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ หรือผู้รับบำเหน็จบำนาญ หากพบว่าเงินไม่เข้าบัญชีตามกำหนด ควรตรวจสอบและดำเนินการดังนี้: เงินเดือน ค่าจ้าง หรือบำเหน็จบำนาญ ไม่เข้าบัญชี ต้องทำอย่างไร?กรมบัญชีกลางแจ้งแนวทางปฏิบัติสำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ หรือผู้รับบำเหน็จบำนาญ หากพบว่าเงินไม่เข้าบัญชีตามกำหนด ควรตรวจสอบและดำเนินการดังนี้:กรณีเงินบำเหน็จบำนาญไม่เข้าบัญชี1. ตรวจสอบบัญชีธนาคารติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบสาเหตุ เช่น- บัญชีปิด- บัญชีติดอายัด- บัญชีไม่เคลื่อนไหว (ไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 1 ปี)2. บัญชีปิด- เปิดบัญชีใหม่- แจ้งเปลี่ยนเลขที่บัญชีกับส่วนราชการผู้เบิก3. บัญชีถูกต้อง แต่เงินไม่เข้าบัญชี- ติดต่อส่วนราชการผู้เบิก- รอส่วนราชการตั้งเบิกใหม่ในรอบเดือนถัดไปการดำเนินการของส่วนราชการระดับกรม- กรมบัญชีกลางจะส่งคืนเงินให้ส่วนราชการระดับกรม พร้อมแจ้งผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ภายใน 3 วันทำการ- ส่วนราชการต้องตรวจสอบยอดเงินและนำส่งคืนคลัง หากพบว่าเบิกเกิน- แจ้งส่วนราชการผู้เบิกหากรายการโอนเงินถูกปฏิเสธ (REJECT)ส่วนราชการผู้เบิก- ติดต่อผู้มีสิทธิเพื่อแก้ไขเลขที่บัญชี- ตั้งเบิกเงินใหม่ในรอบเดือนถัดไป ผ่านระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension)วิธีตรวจสอบเลขที่เอกสารขอเบิกเงินบำเหน็จบำนาญ1. เข้าระบบ Digital Pension รายงานใบโอนเงิน2. หรือที่เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th เงินเดือนบำนาญ เลขที่เอกสารขอเบิก กรณีเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่เข้าบัญชี1. สาเหตุที่พบบ่อย- บัญชีติดอายัด- บัญชีปิด- บัญชีไม่เคลื่อนไหว2. แนวทางแก้ไข- ติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบ- หากเลขบัญชีผิด ให้แจ้งส่วนราชการผู้เบิกเพื่อแก้ไขเพื่อป้องกันปัญหาควรตรวจสอบบัญชีเงินฝากที่ใช้รับเงินอยู่เสมอว่าเป็นบัญชีที่ถูกต้องและยังคงใช้งานอยู่ขั้นตอนของส่วนราชการ- เมื่อเงินถูกส่งคืน กรมบัญชีกลางจะส่งหนังสือแจ้งไปยังส่วนราชการภายใน 3 วันทำการ- ส่วนราชการตรวจสอบยอดเงินในบัญชีงบประมาณ และดำเนินการจ่ายเงินใหม่ให้ผู้มีสิทธิ
TNN ช่อง16 • 23 พ.ค. 68
อ่าน
ตำรวจเตือน! อย่าหลงเชื่ออีเมลปลอมอ้าง ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพส่งอีเมลปลอมอ้างเป็น ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล ยันไม่มีนโยบายส่งหมายเรียกหรือหมายจับผ่านทางอีเมลสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกประกาศเตือนภัยประชาชน หลังมีการเผยแพร่ภาพอีเมลปลอมที่อ้างว่าเป็นหมายเรียกจากศาล โดยใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมแนบไฟล์ PDF เพื่อหลอกให้ผู้รับคลิกเปิด โดยในเนื้อหาอ้างว่าเป็นหมายเรียกจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้ผู้รับไปรายงานตัวตามที่อยู่ในเอกสาร จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อีเมลดังกล่าวมีลักษณะเป็นอีเมลปลอมที่จัดทำขึ้นโดยมิจฉาชีพ ซึ่งอาจแฝงมัลแวร์หรือเป็นกลลวงให้ประชาชนหลงเชื่อและคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยพล.ต.ต.ธนศักดิ์ มหาสุรศักดิ์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีนโยบายในการจัดส่งหมายเรียกหรือหมายจับทางอีเมล โดยหมายเรียกจากศาลหรือหมายจับจะถูกส่งผ่านช่องทางราชการเท่านั้น เช่น การส่งโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือส่งทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชน อย่าเชื่อ อย่าคลิก และอย่าตอบกลับอีเมลลักษณะดังกล่าว หากพบการกระทำต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ทางเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่www.thaipoliceonline.go.thทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเน้นย้ำว่า อย่าหลงเชื่อเอกสารใด ๆ ที่แอบอ้างหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะเอกสารที่แนบมากับอีเมล เพราะอาจเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพในการหลอกลวงหรือขโมยข้อมูลส่วนตัว
TNN ช่อง16 • 4 พ.ค. 68
อ่าน
เช็ก 10 ข่าวปลอมในรอบสัปดาห์ เตือนอย่าหลงเชื่อระวังโดนหลอกดูดเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “เพจ LEASE it PCL 759 ของ ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อเงินกู้ ฉุกเฉิน วงเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท อนุมัติสูงสุด 1,000,000 บาท” รองลงมาคือเรื่อง “ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านหุ้น เปิดเรียนฟรี ประกาศหุ้นน่าสนใจ 5 ตัว” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสูญเสียทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้างนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 821,891 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 815 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 602 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 2 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 208 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 100 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็น 10 ข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง เพจ LEASE it PCL 759 ของ ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อเงินกู้ ฉุกเฉิน วงเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท อนุมัติสูงสุด 1,000,000 บาทอันดับที่ 2 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านหุ้น เปิดเรียนฟรี ประกาศหุ้นน่าสนใจ 5 ตัวอันดับที่ 3 : เรื่อง ออมสินปล่อยกู้ผ่านเพจ LEASE it PCL 859 เริ่มต้น 10,000 – สูงสุด 1 ล้าน!อันดับที่ 4 : เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง ร่วมมือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดโอกาสเข้าเทรดหุ้นทองคำ เหมาะสำหรับมือใหม่และวัยเกษียณอันดับที่ 5 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก DLT Online 111อันดับที่ 6 : เรื่อง ปปง. เตรียมคืนเงินเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ติดต่อรับสิทธิผ่านเพจ Provide knowledge on law enforcementอันดับที่ 7 : เรื่อง ผู้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพมีโอกาสได้เงินคืน ปรึกษาหรือสอบถาม ผ่านเพจ Assistance with safetyอันดับที่ 8 : เรื่อง ออมสิน ปล่อยสินเชื่ออุ่นใจ ผ่าน TikTok ชื่อ gooaevfsb5cอันดับที่ 9 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญวางแผนหุ้นกระทิง 3 ตัว ผลตอบแทนสูง สนใจแอดไลน์ฟรีอันดับที่ 10 : เรื่อง ธ.ออมสิน ให้บริการสินเชื่อ ผ่าน TikTok ชื่อ gsb.550เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการให้บริการสินเชื่อของ ธ.ออมสิน และการชักชวนลงทุน และให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “เพจ LEASE it PCL 759 ของ ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อเงินกู้ ฉุกเฉิน วงเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท อนุมัติสูงสุด 1,000,000 บาท” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ ธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า โฆษณาสินเชื่อดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับธนาคารออมสิน และเพจเฟซบุ๊ก LEASE it PCL 759 ไม่ใช่เพจเฟซบุ๊กของธนาคารออมสิน โดยธนาคารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น โปรดอย่าหลงเชื่อข้อมูลจากเพจดังกล่าว ทั้งนี้หากพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยส่อไปในทางทุจริตหลอกลวง โปรดแจ้ง GSB Contact Center โทร. 1115 อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดสามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
TNN ช่อง16 • 4 พ.ค. 68
อ่าน
เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ
TNN ช่อง16 • 24 เม.ย. 68
อ่าน
เดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอม
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยาขอย้ำเตือน การเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิ ในปัจจุบันยังไม่มีอุปกรณ์ใดที่สามารถทำนายล่วงหน้าได้ดังนั้นข่าวต่าง ๆ ที่มีการคาดการณ์ระบุ วัน เวลาที่จะเกิดเหตุแผ่นดินไหว หรือ สึนามิ จึงเป็นข่าวปลอม ขอประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการ และอย่าได้ตื่นตระหนกกับข่าวลือจากแหล่งข่าวที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ หากมีสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่เว็บไซต์กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ตลอด 24 ชม. หรือตามช่องทาง https://earthquake.tmd.go.th, Facebook Earthquake TMD, Application EarthquakeTMD สายด่วน 1182, Hotline 24hr. 02-399-4547ทั้งนี้ ขอประชาชนมีสติตรวจสอบข่าว อย่าตื่นตระหนกกับข่าวปลอม อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้วจริงหรือ? เวียนหัวตั้งแต่แผ่นดินไหวยังไม่หาย อาจเกิดจากการไหลเวียนในร่างกายติดขัด
TNN ช่อง16 • 23 เม.ย. 68
อ่าน
เปิด 10 "ข่าวปลอมล่าสุด" ในรอบสัปดาห์ที่ประชาชนสนใจ เตือนระวังถูกหลอก!
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 834,632 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 474 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 455 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 19 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 166 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 51 เรื่อง จำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง โอ้กะจู๋ เสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 159 หุ้น ปันผลเฉลี่ย 5-7% ต่อปี มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.อันดับที่ 2 : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดให้ลงทะเบียนเงินกู้ วงเงิน 200,000 บาทต่อครัวเรือน ไม่เช็กบูโร ไม่ต้องค้ำประกันอันดับที่ 3 : เรื่อง เปิดจองซื้อหุ้น Amazon ผ่านเพจเฟซบุ๊ก เปิดพอร์ตเริ่มต้น 1,000 บาท ปันผล 350 บาท/วันอันดับที่ 4 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดบัญชี TikTok set.traderอันดับที่ 5 : เรื่อง ออมสินเปิดบัญชี TikTok ใหม่เพื่อประชาสัมพันธ์สินเชื่ออันดับที่ 6 : เรื่อง ป.ป.ท. รับเรื่องช่วยติดตามเงินคืน! ส่งหลักฐานผ่านเพจ Law Office for the peopleอันดับที่ 7 : เรื่อง ติดต่อขอรับเงินคืนจากการโดนคอลเซ็นเตอร์หลอก ได้ที่เพจ หยุดเหตุอันดับที่ 8 : เรื่อง ปปง. เปิดลงทะเบียนคืนทรัพย์เหยื่อแก๊งคอลฯ! รับสิทธิผ่านเพจ Anti-Crime Federationอันดับที่ 9 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย ให้บริการสินเชื่อผ่านบัญชี TikTok user3831487566355อันดับที่ 10 : เรื่อง ปตท. เปิดเว็บไซต์ลงทุนใหม่“เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการชักชวนลงทุนร่วมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ การหารายได้พิเศษ และการให้บริการและให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “โอ้กะจู๋ เสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 159 หุ้น ปันผลเฉลี่ย 5-7% ต่อปี มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงโดย ก.ล.ต. ขอเตือนว่า การประชาสัมพันธ์การลงทุนนี้เป็นการแอบอ้างชื่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อหลอกลงทุน สร้างความสับสนให้กับประชาชน จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และโปรดตรวจสอบว่าผู้ชักชวนหรือผู้ให้บริการได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. หรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้ที่ www.sec.or.th/seccheckfirst หรือติดตั้งแอปพลิเคชัน SEC Check First หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1207 กด 22อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดข่าวที่เกี่ยวข้อง- เปิด 10 "ข่าวปลอมล่าสุด" อันดับ 1 "สัญญาณเตือนสึนามิ" น้ำทะเลภูเก็ตลดฮวบ- เตือนภัย "โจรออนไลน์" ส่ง SMS แนบลิงก์ปลอม M-FLOW หลอกดูดเงิน- เตือนภัย 5 กลโกง “โจรออนไลน์” เช็กเลยเรื่องใกล้ตัว อย่าหลงเชื่อ!
TNN ช่อง16 • 20 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งเตือนประชาชนระวังSMS M-Flow ปลอม ซึ่งหลอกแนบลิงก์อ้างว่ามี "บิลรอดำเนินการ" โดยยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรายงานผลการเฝ้าระวังข่าวระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2568 พบข้อความต้องตรวจสอบทั้งหมด 599 ข้อความ จากข้อความที่เข้ามากว่า 837,000 ข้อความ โดยข่าวปลอมอันดับ 1 คือเรื่อง "M-Flow ส่ง SMS แนบลิงก์ แจ้งมีบิลที่กำลังรอดำเนินการ" กระทรวงดีอีได้ประสานกับกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบและยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการแอบอ้างโดยมิจฉาชีพที่ต้องการหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์ปลอม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือหลอกให้โอนเงินประชาชนที่ใช้บริการ M-Flow สามารถตรวจสอบและชำระค่าบริการได้ผ่าน 3 ช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น ได้แก่แอปพลิเคชัน MFlowthaiLine Official : @mflowthaiเว็บไซต์ www.mflowthai.comกระทรวงดิจิทัลฯ ยังเน้นย้ำให้ประชาชนอย่าแชร์หรือหลงเชื่อข่าวปลอมโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมมีความซับซ้อน และแฝงตัวในสื่อออนไลน์จำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลนอกจาก SMS M-Flow ปลอมแล้ว ยังพบข่าวปลอมอื่นที่น่าเป็นห่วง เช่น การเปิดบัญชี TikTok ปลอมอ้างชื่อธนาคาร, การหลอกให้จองหุ้น, รวมถึงการรับสมัครงานผ่านเพจปลอม ซึ่งล้วนมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงประชาชนทั้งสิ้น
TNN ช่อง16 • 6 เม.ย. 68
อ่าน
“พิชัย”ปัดตอบปม“ซิน เคอ หยวน”ใช้ใบกำกับภาษีปลอม
พิชัยปัดตอบปมซิน เคอ หยวนขายเหล็กสร้างตึกสตง.ใช้ใบกำกับภาษีปลอมขอคืนภาษีสรรพากร ระบุ เป็นเรื่องอ่อนไหว ขอศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนก่อน #ทันหุ้น นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีกรมสรรพากรตรวจพบหลักฐานการใช้ใบกำกับภาษีปลอม ของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัดว่า ยังไม่ขอชี้แจงรายละเอียด ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่อนไหว และเกิดขึ้นมานานแล้ว หากไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ผมก็ขออนุญาตยังไม่ตอบเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย.68 อธิบดีกรมสรรพากร ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสรรพากร ภาค 3 มากล่าวโทษ ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินคดีอาญากับ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีลจำกัด และคณะกรรมการบริษัทฯ กรณีเข้าตรวจสอบทางภาษีพบหลักฐานการใช้ใบกำกับภาษีที่มิชอบด้วยกฎหมาย (ใบกำกับภาษีปลอม) ทั้งนี้ กรมสรรพากรภาค 3 ได้ตรวจสอบ บริษัท ซิน เคอหยวน จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทผลิตเหล็กเส้นที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ผลการตรวจสอบ พบว่า บริษัทมีเจตนานำใบกำกับภาษีปลอม หรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตั้งแต่เดือนก.ค. 2558-เดือนมี.ค. 2560 จำนวน 7,426 ฉบับ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท มาใช้ในการเครดิตภาษี อันเป็นความผิดอาญาตามประมวลรัษฎากร โดยตามประกาศ กคพ. (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2568 เรื่อง กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษพ.ศ.2547 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 กำหนดให้ความผิดที่มีบทกำหนดโทษ ตามมาตรา 90/4 แห่งประมวลรัษฎากร
ทันหุ้น • 4 เม.ย. 68
อ่าน
ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท กรมสรรพากร ยืนยันเป็นข่าวปลอม
จากกรณีกระแสข่าวกรมสรรพากร ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษี 5,000 บาท ให้ยืนยันข้อมูลบัญชีธนาคาร เพื่อรับเงิน ทางกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่ทำการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร หลอกส่งอีเมลให้ประชาชนคลิกลิงก์ยืนยันข้อมูลบัญชีอย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้ อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ส่งอีเมลแจ้งสิทธิ์รับเงินคืนภาษีถึงผู้เสียภาษีแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนผู้เสียภาษีอย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์ยืนยันใด ๆ โดยเด็ดขาด อาจทำให้ถูกขโมยข้อมูลสำคัญส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงินได้
TNN ช่อง16 • 20 ก.พ. 68
ดูเพิ่มเติม