รีเซต

ผลการค้นหา “制作造价工程师证[办证网:ban58.com]-专业制作造价工程师证<网址:ban58.com>-黑河制作造价工程师证哪里有-可以找制作造价工程师证O5” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
บัญชีกลางคุมเข้ม! ลดชั้น-เพิกถอนผู้รับเหมาทำรัฐเสียหาย เริ่ม 10 ก.ค.นี้
อ่าน

บัญชีกลางคุมเข้ม! ลดชั้น-เพิกถอนผู้รับเหมาทำรัฐเสียหาย เริ่ม 10 ก.ค.นี้

#ทันหุ้น บัญชีกลางเข้มออกเกณฑ์ใหม่ "ลดชั้น-เพิกถอน" ผู้รับเหมาทำรัฐเสียหาย หวังยกระดับงานก่อสร้างภาครัฐผ่านระบบตัดคะแนนสะสม เริ่มตั้งแต่ 10 ก.ค.นี้ เผยตั้งแต่ต้นปีมีผู้รับเหมาเข้าข่ายทิ้งงาน 458 รายนางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลางเปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางประกาศใช้ระเบียบและกฎกระทรวงฉบับใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมินผลผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่รับงานกับภาครัฐ โดยเน้นมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาด ตั้งแต่การระงับการเสนอราคาไปจนถึงการ "ลดชั้น" และ "เพิกถอนทะเบียน" สำหรับรายที่สร้างความเสียหายหรือทิ้งงาน เพื่อสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและงบประมาณแผ่นดิน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.นี้บังคับใช้ตั้งแต่วงเงินสัญญา 5 ล้านบาทขึ้นไปอธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวว่า สำหรับเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานนี้จะบังคับใช้กับโครงการก่อสร้างที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ใน 6 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมชลประทาน, กรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท, กรมเจ้าท่า, กรมทรัพยากรน้ำ และกรมโยธาธิการและผังเมือง นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงงานก่อสร้างอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่ หรืออาคารที่เป็นจุดรวมกลุ่มของประชาชนของทุกหน่วยงานรัฐ รวมถึงงานก่อสร้างที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป“การประเมินนี้ ยังได้นับรวมโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการรับงานจากภาครัฐในขณะนี้ แม้จะมีการเซ็นสัญญาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม”ตัดคะแนนสะสม จากระงับงานสู่การ "ลดชั้น"ทั้งนี้ กลไกสำคัญของมาตรการนี้ คือ การตัดคะแนนสะสม ซึ่งจะพิจารณาจากพฤติกรรมการทำงานใน 2 ช่วง คือ ระหว่างปฏิบัติงาน และช่วงรับประกันความชำรุดบกพร่อง โดยมีเกณฑ์การตัดคะแนนที่สำคัญ การปฏิบัติงานล่าช้าจนมีค่าปรับเกิน 10% ของวงเงินค่าจ้าง การถูกบอกเลิกสัญญาโดยหน่วยงานของรัฐ การปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาช่างหรือมีความประมาทเลินเล่อ และการเพิกเฉยต่อความชำรุดบกพร่อง โดยเฉพาะในส่วนที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างหลัก“เกณฑ์การประเมินและคะแนนความเสียหาย แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงระหว่างการปฏิบัติงานตามสัญญา และช่วงรับประกันความชำรุดบกพร่อง โดยกำหนดคะแนนความเสียหายในกรณีต่าง ๆ เช่น ถูกบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) คะแนนความเสียหาย 60 คะแนน ปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานของหลักวิชาช่างในงานก่อสร้าง หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง อันมีผลกระทบให้ถึงแก่ความตาย คะแนนความเสียหาย 60 คะแนน หรืออันตรายสาหัส คะแนนความเสียหาย 30 คะแนน เป็นต้น”สำหรับบทลงโทษจะทวีความรุนแรงตามคะแนนสะสม หากมีคะแนนสูงตั้งแต่ 120 ถึง 179 คะแนน จะถูกปรับลดชั้นผู้ประกอบการ ซึ่งแต่เดิมผู้รับเหมาอาจอยู่ในชั้นพิเศษหรือชั้นสูงสุด อย่างไรก็ดี เมื่อถูกลดชั้นแล้วจะไม่สามารถกลับขึ้นสู่ชั้นเดิมได้โดยอัตโนมัติ แต่ต้องสะสมผลงานใหม่เพื่อไต่กลับขึ้นไป และหากยังคงทำงานไม่มีประสิทธิภาพจนถึงขั้นสุดจะถูกเพิกถอนทะเบียนทันที“การระงับการยื่นข้อเสนอและระงับการลงนามในสัญญา คะแนนความเสียหายจะถูกสะสมเพื่อนำมาใช้ประเมินผู้ประกอบการ ซึ่งหากคะแนนความเสียหายสะสมอยู่ในเกณฑ์การระงับ ผู้ประกอบการรายนั้นจะถูกระงับการเข้ายื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐในโครงการถัดไป ซึ่งกำหนดโทษสูงสุด 720 วัน ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ประกอบการเคยถูกระงับไปแล้วไม่เกิน 2 ปี และมีคะแนนความเสียหายเพิ่มขึ้น ให้นำจำนวนวันที่ถูกระงับไปแล้ว มาหักออกจากจำนวนวันที่ถูกระงับในครั้งใหม่”ผู้ประกอบการใช้สิทธิอุทธรณ์ได้ภายใน 7 วันเธอกล่าวว่า เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและมีระบบ Check and Balance หน่วยงานรัฐจะเป็นผู้พิจารณาและกรอกข้อมูลผ่านระบบ e-GP หากผู้ประกอบการเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อหน่วยงานได้ภายใน 7 วันทำการ ซึ่งการพิจารณาอุทธรณ์จะมีผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไปอีกหนึ่งชั้นเป็นผู้ร่วมพิจารณา ทั้งนี้ คะแนนสะสมจะอยู่ติดตัวผู้ประกอบการเป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะถูกล้างคะแนนหากไม่มีความผิดเพิ่ม หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าไม่ใช่ความผิดของผู้ประกอบการหน่วยงานของรัฐจะต้องลบคะแนนความเสียหายทันที“มาตรการดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการคัดกรองผู้ประกอบการที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากงานก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานหรือการทิ้งงานจากผู้รับเหมา ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 2 ก.ค.นี้ มีผู้รับเหมาที่ทำให้รัฐเสียหายแล้วรวม 458 ราย”

คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน 21 มิ.ย.นี้ .ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันที
อ่าน

คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน 21 มิ.ย.นี้ .ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันที

#ทันหุ้น คลังเร่งคนจนยืนยันตัวตนก่อน21มิ.ย.นี้.ใครไม่ทันติดสิทธิ์ทันทีด่วนแจ้งเตือนผู้ถือ"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"รุ่นปัจจุบัน13.18ล้านคนรีบลงทะเบียนรับส่วนลด"ค่าไฟ-ค่าน้ำ"ภายใน19มิ.ย.นี้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงการคลังได้เปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน)ได้ยืนยันตัวตนเพื่อขอรับสิทธิ์การถือบัตรดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.เป็นต้นมา จนถึงขณะนี้ ได้รับรายงานว่า ยังมีผู้ถือบัตรคนจนยังไม่มายืนยันสิทธิ์จำนวนประมาณ 1 ล้านคน หากไม่มายืนยันสิทธิ์ภายในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ จะถือว่า ไม่ประสงค์ขอรับสิทธิ์ถือบัตรคนจน ซึ่งกระทรวงการคลังจะติดสิทธิ์ทันที“เราประเมินว่า ผู้ที่ไม่มายืนยันตัวตน อาจจะไม่ต้องการถือบัตรคนจน เนื่องจาก มีรายได้เกินเกณฑ์แล้ว”ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากระทรวงการคลังได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรุ่นปัจจุบันจำนวน13.18ล้านคนที่ลงทะเบียนตั้งแต่ปี65รีบดำเนินการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคทั้งค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาโดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเป็นวันสุดท้ายในวันที่19มิ.ย.นี้ก่อนเวลา16.30น.เท่านั้นย้ำหากพ้นกำหนดจะไม่สามารถรับสิทธิ์ในรอบนี้ได้ทันที“ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ทันต่อการจัดสรรงบประมาณเยียวยาในช่วงครึ่งปีหลังโดยการลงทะเบียนครั้งนี้จะเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพสำหรับรอบบิลค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาประจำเดือนก.ค.69ถึงรอบบิลส.ค. 69”สำหรับช่องทางลงทะเบียนส่วนลดค่าไฟฟ้า ให้เลือกตามหน่วยงานในพื้นที่ของตัวเอง การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://meaeservice.mea.or.th/welfare สายด่วน: โทร. 1130 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์:https://welfareregis.pea.co.th/Register  สายด่วน: โทร. 1129  และกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ (กฟส.) ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://walfareregis.sea.co.th หรือโทร. 086-848-1284ส่วนช่องทางลงทะเบียนส่วนลดค่าน้ำประปาพื้นที่การประปานครหลวง(กปน.)ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://eservicesapp.mwa.co.th/ES/MWAWelfareServletหรือสายด่วนโทร. 1125และการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์: https://register.pwa.co.th/welfare-register.htmlหรือสายด่วนโทร. 1662

ธนารักษ์เปิดฟีเจอร์ใหม่ D-Value รับรองสำเนาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ฟรีค่าใช้จ่าย
อ่าน

ธนารักษ์เปิดฟีเจอร์ใหม่ D-Value รับรองสำเนาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ฟรีค่าใช้จ่าย

#ทันหุ้น กรมธนารักษ์” เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่การรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ D-Value เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ชูแนวคิด“สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย” ส่งตรงผ่านอีเมล์ผู้ขอได้ภายใน 10 นาทีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการผลักดันการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางข้อมูล เพิ่มความโปร่งใส และลดต้นทุนการเข้ารับบริการของประชาชน กระทรวงการคลังจึงได้วางแนวทางการขับเคลื่อนประเทศผ่าน Engine 6 เสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ การสร้างคน การสร้างธุรกิจใหม่ การเสริมเงินทุน การเสริมเทคโนโลยี การมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการยกระดับภาครัฐให้เป็น Effective Governmentวันนี้ D-Value คือ หนึ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ต่อยอดจากการบริการเดิมและอยู่ใน Effective Government ซึ่งเป็น Engine ตัวสุดท้ายอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด เพื่อให้รัฐเป็น Enabler ทำงานเร็ว โปร่งใส และ ใช้ Data AI เพื่อเปิดทางให้เศรษฐกิจเดินหน้า เป็นตัวอย่างรูปธรรมของการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงานในด้านการประเมินราคาทรัพย์สินให้ทันสมัยและตอบโจทย์ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น“D-Value มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต้องใช้ข้อมูลราคาประเมินทรัพย์สินในการประกอบธุรกรรมทางการเงินและใช้ประกอบการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ การทำให้ข้อมูลเหล่านี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถูกต้อง โปร่งใส และไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงาน ถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะการให้บริการรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัล เลือกแปลงที่ต้องการ และรับเอกสารที่มีสถานะ “สำเนาถูกต้อง” ส่งตรงทางอีเมลได้ทันที โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ถือเป็นการยกระดับบริการของรัฐให้ทันสมัย สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง” นายเอกนิติ กล่าวนายอัครุตม์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมธนารักษ์ได้ปรับโฉมหน้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชันใหม่ทั้งหมด ให้ทันสมัยและใช้งานง่าย พร้อมชูฟังก์ชันเด่นคือ “การสืบค้นราคาประเมินที่ดินจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม” ทำให้ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลจากการพิมพ์ชื่อสถานที่ ถนน หรือจุดสังเกตใกล้เคียง และการเลือกตำแหน่งแปลงที่ดินบนแผนที่ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องทราบเลขที่โฉนดหรือเลขที่ น.ส.3ก นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวบริการขอรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดออนไลน์เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย”สำหรับขั้นตอนการใช้งานประชาชนสามารถรับบริการได้ง่าย ๆ เพียง 4 ขั้นตอน1.เข้าใช้งานระบบฯ ด้วยการเข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือ เป๋าตัง2.สืบค้นข้อมูลราคาประเมิน โดยสามารถเลือกตำแหน่งจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม หรือกรอกข้อมูลเลขที่โฉนด/เลขที่ น.ส. 3ก. สำหรับที่ดิน หรือกรอกชื่ออาคารชุดสำหรับห้องชุด3.ตรวจสอบรายการตามคำขอ และระบุอีเมล (e-mail) ที่ใช้ในการรับข้อมูล4.รับข้อมูลสำเนาบัญชีราคาประเมิน ที่มีการรับรองสำเนาถูกต้องอิเล็กทรอนิกส์ส่งตรงถึงอีเมลภายใน 10 นาที ซึ่งเอกสารนี้สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางราชการและประกอบธุรกรรมต่าง ๆ ได้ทันทีสำหรับการพัฒนาฟีเจอร์ของ D-Value ในครั้งนี้ นอกจากจะเพิ่มความสะดวกรวดเร็วแบบไร้รอยต่อแล้ว ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการขอเอกสารแบบเดิม และประหยัดค่าเดินทางให้กับประชาชน ภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมธนารักษ์ในการขับเคลื่อนภารกิจให้ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนผู้ที่สนใจสามารถเข้าใช้งานระบบได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ https://assessprice.treasury.go.th หรือแอปพลิเคชัน TRD Property Valuation บนอุปกรณ์เคลื่อนที่

บัญชีกลางมอบ“ปตท.-มกอช.”เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อดีเด่น
อ่าน

บัญชีกลางมอบ“ปตท.-มกอช.”เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อดีเด่น

#ทันหุ้น กรมบัญชีกลางยกระดับการเปิดเผยข้อมูลในการก่อสร้างภาครัฐสู่มาตรฐานสากล พร้อมมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรให้กับหน่วยงานที่เข้าโครงการCoSTปี68 โดยมกอช.และปตท.เป็นสองหน่วยงานที่มีร้อยละการเปิดเผยข้อมูลในระดับดีเด่นนางแพตริเซียมงคลวนิชอธิบดีกรมบัญชีกลางเปิดเผยว่ากรมบัญชีกลางได้จัดพิธีมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรให้กับหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ(Infrastructure Transparency: CoST)ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2568เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่หน่วยงานที่มีจำนวนโครงการก่อสร้างที่เข้าร่วมโครงการCoSTสูงสุด3ลำดับแรกได้แก่1.องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี2.องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานีและ3.กรุงเทพมหานครนอกจากนี้ ยังมอบประกาศนียบัตรให้กับหน่วยงานที่มีร้อยละการเปิดเผยข้อมูลในระดับดีเด่นประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2568ในส่วนกลางรวมทั้งสิ้น25โครงการประกอบด้วยหน่วยงานภายใต้กรุงเทพมหานครจำนวน22โครงการ(จาก19หน่วยงาน)สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.)จำนวน2โครงการและบริษัทปตท.จำกัด(มหาชน)จำนวน1โครงการทั้งนี้ภายในงานมีปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ“การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการป้องกันการทุจริตโดยโครงการCoST”โดยอธิบดีกรมบัญชีกลางและปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ“พลังแห่งการเปิดเผยข้อมูลงานก่อสร้างภาครัฐ”โดยรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(นายศานนท์หวังสร้างบุญ)นอกจากนี้ยังมีการสัมมนาเพื่อเผยแพร่รายงานผลการตรวจสอบข้อมูลโครงการCoSTประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2568จากคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญหลากหลายวิชาชีพมาทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบวิเคราะห์ตลอดจนประเมินผลโครงการก่อสร้างที่เข้าร่วมโครงการCoSTเพื่อนำข้อมูลมาจัดทำรายงานประจำปีเผยแพร่สู่สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศทุกปีโดยคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลได้นำเสนอและเผยแพร่รายงานผลการตรวจสอบข้อมูล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และเปิดโอกาสให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ ได้แสดงความคิดเห็นตลอดจนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผลการตรวจสอบข้อมูลในการดำเนินงานของโครงการ CoST ด้วย อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวเพิ่มเติมว่าประเทศไทยได้นำแนวทางโครงการCoSTมาใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตั้งแต่ปีพ.ศ. 2558โดยโครงการCoSTเป็นโครงการที่ริเริ่มโดยDepartment for International Developmentของประเทศอังกฤษภายใต้การสนับสนุนจาธนาคารโลกปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน21สมาชิกจาก19ประเทศมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความโปร่งใสในโครงการก่อสร้างภาครัฐโดยกำหนดให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างสู่สาธารณะตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการนั้นๆสำหรับโครงการCoSTในประเทศไทยมีคณะอนุกรรมการCoSTในการขับเคลื่อนและกำกับดูแลการดำเนินงานโครงการCoSTในประเทศไทยซึ่งมีผู้แทนจากภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาสังคมโดยกรมบัญชีกลางทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการฯทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2558 - 2568 ประเทศไทยมีงานก่อสร้างที่เข้าร่วมโครงการ CoST ทั้งสิ้น 7,255 โครงการ คิดเป็นวงเงินงบประมาณ 417,000 ล้านบาท อีกทั้งปัจจุบันกรมบัญชีกลางได้พัฒนาเว็บไซต์CoST ใหม่ ให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้างตามมาตรฐาน OC4IDS ของ CoST International เพื่อให้นักพัฒนาระบบสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อยอด และตรวจสอบข้อมูลความสัมพันธ์ของผู้เข้าร่วมเสนอราคาได้ นอกจากนี้มีการแสดงผลสถิติต่าง ๆ ในรูปของกราฟ แผนภูมิ และแผนที่ประเทศไทย ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูโครงการก่อสร้างที่เข้าร่วมโครงการ CoST ที่อยู่ในระยะ10 15 และ 20 กิโลเมตรรอบตัว ตลอดจนสามารถค้นหาโครงการก่อสร้างที่เข้าร่วมโครงการ CoST ได้ตามภูมิภาค จังหวัด ประเภทโครงการ ประเภทหน่วยงาน และชื่อหน่วยงาน รวมทั้งแสดงผลระดับร้อยละการเปิดเผยข้อมูลเฉลี่ยตามจังหวัดในแผนที่ประเทศไทยได้ ผ่านเว็บไซต์https://costthailand.gprocurement.go.th  

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

ลด 5% ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ลด 5% ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับส่วนลด 5% เมื่อสมัครคอร์สเรียนที่สถาบันสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 080-243-1111 หรือ www.brightuptutor.com เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ รับสิทธิ์ได้ที่สถาบันฯ สาขาที่ร่วมรายการสาขาที่ไม่เข้าร่วมแคมเปญ- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาห้างTerminal21, โคราช- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาทุ่งสง, นครศรีธรรมราช- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาสัมมากรเพลส รามคำแหง110, กรุงเทพฯ2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

รวมเบอร์โทรฉุกเฉิน น้ำท่วม สายด่วนกู้ภัย-เทศบาล-แอปพลิเคชันที่ต้องมีติดเครื่อง
อ่าน

รวมเบอร์โทรฉุกเฉิน น้ำท่วม สายด่วนกู้ภัย-เทศบาล-แอปพลิเคชันที่ต้องมีติดเครื่อง

สถานการณ์ฝนตกหนัก และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ในไทย ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านในพื้นที่ หรือนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทาง การเตรียมพร้อมรับมือคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เราได้รวบรวม List เบอร์โทรฉุกเฉิน น้ำท่วม 2568 สายด่วนกู้ภัย และช่องทางขอความช่วยเหลือ ทั้งแบบส่วนกลาง และเจาะจงพื้นที่ภาคใต้ (หาดใหญ่-สงขลา) อย่าลืมเซฟเก็บไว้ หรือแชร์ต่อได้เลยครับ รวมเบอร์โทรฉุกเฉิน น้ำท่วม 2568 สายด่วนกู้ภัย-เทศบาล 🆘 สายด่วนกู้ภัย และหน่วยงานหลัก (โทรฟรี/24 ชม.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.): โทร 1784 (แจ้งเตือนภัยและขอความช่วยเหลือหลัก) บริการแพทย์ฉุกเฉิน (เจ็บป่วยฉุกเฉิน): โทร 1669 เหตุด่วนเหตุร้าย (ตำรวจ): โทร 191 สายด่วนกู้ภัย: โทร 1163 ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.): โทร 1111 กด 5 สภากาชาดไทย: โทร 1664 ร่วมด้วยช่วยกัน: โทร 1677 จส.100 (JS100 Radio): โทร 1137 (แจ้งเหตุจราจรและขอความช่วยเหลือ) 🌧️ เช็คสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ กรมอุตุนิยมวิทยา: โทร 1182 ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ICT): โทร 192 กรมชลประทาน (สถานการณ์น้ำ): โทร 1460 ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม.: โทร 0-2248-5115 (สำหรับประสานงานหรือกรณีพื้นที่ กทม. เกี่ยวเนื่อง) 🚗 สายด่วนคนเดินทาง (คมนาคม) ใครที่กำลังเดินทางลงใต้ หรือติดอยู่บนท้องถนน ต้องมีเบอร์เหล่านี้ ตำรวจทางหลวง: โทร 1193 กรมทางหลวง: โทร 1586 กรมทางหลวงชนบท (แจ้งถนนขาด/ชำรุด): โทร 1146 ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม: โทร 1356 กรมเจ้าท่า (ช่วยเหลือทางน้ำ/เรือ): โทร 1199 🚩 เบอร์ฉุกเฉินท้องถิ่น (พื้นที่หาดใหญ่ - สงขลา) สำหรับพี่น้องชาวหาดใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียง โทรตรงเข้าเทศบาลเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ได้เร็วที่สุด เทศบาลนครหาดใหญ่: 074-200-000 เทศบาลเมืองคอหงส์: 074-280-004 เทศบาลเมืองคลองแห: 074-305-343 เทศบาลตำบลน้ำน้อย: 074-333-222 เทศบาลเมืองควนลัง: 074-552-412 เทศบาลตำบลคลองแงะ: 074-541-543 เทศบาลตำบลปริก: 074-298-015 เทศบาลตำบลพะตง: 074-291-999 เทศบาลตำบลสะเดา: 074-411-015 เทศบาลตำบลคูเต่า: 081-277-1447 ⚡ แจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้อง เรื่องไฟฟ้ากับน้ำเป็นเรื่องอันตราย หากพบเสาไฟล้ม หรือไฟรั่ว ขอให้รีบแจ้งทันที การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA - พื้นที่ต่างจังหวัด): โทร 1129 การไฟฟ้านครหลวง (MEA): โทร 1130 การไฟฟ้าฝ่ายผลิต: โทร 1416 📱 แอปพลิเคชัน และ LINE ที่ควรโหลดติดเครื่อง ช่องทาง LINE Line ID @1784DDPM: ปภ.รับแจ้งเหตุ (แจ้งเหตุภัยพิบัติทั่วไทย) Line OA @HelpT: แจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือน้ำท่วม Application เช็คน้ำท่วม ThaiWater: เช็คสถานการณ์น้ำและเขื่อน Thai DisAster Alert: แอปเตือนภัยพิบัติ DPM Reporter: แจ้งข่าวสาธารณภัย โดยกรม ปภ. RainViewer: เช็คเรดาร์ฝน Water4Thai: ติดตามสถานการณ์น้ำ DWR4THAI: ข้อมูลทรัพยากรน้ำ (กรมทรัพยากรน้ำ) นอกจากนี้ยังมี ศูนย์จิตอาสาช่วยเหลือประชาชน โทร 1510 และ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา โทร 1102 ที่พร้อมประสานงานช่วยเหลืออีกแรง ขอให้พี่น้องชาวใต้ทุกคนปลอดภัย ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี หากพบเห็นผู้เดือดร้อน อย่าลืมช่วยกันแจ้งพิกัดผ่านเบอร์โทรข้างต้นนะครับ ====================

สมัครคอร์ส ONLINE ทุกคอร์ส รับสิทธิ์เรียนเพิ่มเป็น 1 ปี/คอร์ส
สิทธิพิเศษ

สมัครคอร์ส ONLINE ทุกคอร์ส รับสิทธิ์เรียนเพิ่มเป็น 1 ปี/คอร์ส

ลูกค้าทรู สมัครคอร์ส ONLINE ทุกคอร์ส รับสิทธิ์เรียนเพิ่มเป็น 1 ปี/คอร์ส จากปกติระยะเวลาเรียน 6 เดือน/คอร์สสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-731-0147 เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ แสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับสิทธิ์2. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. สิทธิพิเศษเฉพาะคอร์สออนไลน์เท่านั้น

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
อ่าน

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย

การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
อ่าน

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ

ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ

ก.ล.ต. สั่งตรวจสอบ Bitkub หลังมีข่าวลือถูกโจมตีทางไซเบอร์
อ่าน

ก.ล.ต. สั่งตรวจสอบ Bitkub หลังมีข่าวลือถูกโจมตีทางไซเบอร์

#Bitkub #ทันหุ้น - นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก ก.ล.ต. กล่าวว่า “จากกรณีที่มีข้อมูลปรากฏในสื่อออนไลน์ว่า ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งหนึ่งถูกโจมตีทางไซเบอร์ และจากการพิจารณาเบื้องต้นมีลักษณะบ่งชี้และสงสัยว่า กรณีดังกล่าวเป็น บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (BITKUB) หรือไม่ และเป็นเอกสารจริงหรือไม่ นั้นดังนั้น ก.ล.ต. จึงเข้าตรวจสอบ BITKUB โดยให้ความสำคัญลำดับแรกคือทรัพย์สินของลูกค้ามีความปลอดภัย ซึ่งพบว่า สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า ณ วันที่ 8 กันยายน 2568 มีความปลอดภัยและครบถ้วนส่วนกรณีที่มีเอกสารตามที่สื่อออนไลน์อ้างถึงนั้น ก.ล.ต. อยู่ระหว่างเร่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงก.ล.ต. ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจาก ก.ล.ต. และช่องทางการสื่อสารทางการของผู้ประกอบธุรกิจฯ โดยหากพบความผิดปกติกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ฝากไว้ขอให้แจ้งผู้ประกอบธุรกิจฯ ที่ใช้บริการโดยเร็ว รวมทั้ง หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัยโปรดแจ้งที่ “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.ทั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการติดตามข้อมูลที่ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลสื่อสารต่อสาธารณะเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวก.ล.ต. จึงได้รวบรวม link ไว้บนหน้าเว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต.ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ https://www.sec.or.th/TH/Pages/Shortcut/DigitalAssetNews.aspx

ฝึกงานญี่ปุ่น! เปิดรับ "สาวไทย" เงินเดือนดี สมัครออนไลน์ ฟรี 21-27 ก.ค. นี้
อ่าน

ฝึกงานญี่ปุ่น! เปิดรับ "สาวไทย" เงินเดือนดี สมัครออนไลน์ ฟรี 21-27 ก.ค. นี้

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ประกาศรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นผ่านองค์กร IM Japan ปี 2568 ครั้งที่ 5 (เพศหญิง)ในตำแหน่ง ผู้ฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิค ประเภทงานอุตสาหกรรมการผลิต อาทิ งานหล่อกลึงโลหะ งานพ่นสี งานปั้มขึ้นรูปโลหะ งานหล่อพลาสติก และงานผลิตอาหารสำเร็จรูป ระหว่างวันที่ 21 - 27 กรกฎาคม 2568 ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่เว้นวันหยุดราชการ ฟรีค่าตั๋วเครื่องบินไป - กลับ เมื่อฝึกปฏิบัติงานครบ 3 ปี ผู้ผ่านการคัดเลือกเดือนแรกจะได้รับเบี้ยเลี้ยง 80,000 เยน หรือประมาณ 17,800 บาท ฟรี ค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 36 จะได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนดเมื่อสำเร็จการฝึกปฏิบัติครบ 3 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงานทางเทคนิค และเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพจำนวน 600,000 เยน หรือประมาณ 134,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2568) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเมื่อเดินทางกลับประเทศไทยผู้ที่สนใจสามารถสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ลงทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนคนหางาน และดำเนินการสมัครไปทำงาน โดยเลือกหัวข้อ "สมัครไปทำงานโดยรัฐจัดส่ง สมัครไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น"คุณสมบัติเบื้องต้นต้องเป็นเพศหญิง อายุ 20 - 30 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ไม่จำกัดสาขาวิชา สูงไม่ต่ำกว่า 150 เซนติเมตร สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีรอยสักบนร่างกาย ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่เคยทำงานหรือเข้าเมืองหรือพำนักโดยผิดกฎหมายหรือต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น เป็นต้นการสอบคัดเลือกสำหรับการสอบคัดเลือกจะใช้วิธีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และสอบข้อเขียนภาษาญี่ปุ่น ณ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร โดยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ทางเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน doe.go.th/prd หรือเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas และ facebook: IMthailand ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่นกับกรมการจัดหางาน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน โทร. 0 2245 9428 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางานข่าวที่เกี่ยวข้อง- ฝึกงานญี่ปุ่น! รับสมัครชาย-หญิงไทย ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เช็กช่องทางสมัครที่นี่- ฝึกงานญี่ปุ่น! เปิดรับชายไทย 18 - 30 ปี สมัครออนไลน์ฟรี เช็กที่นี่

สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร
อ่าน

สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประกาศเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยสามารถสมัครสอบผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 22.00 น.รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2568 การรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้ประสงค์จะสมัครสอบแข่งขัน สามารถสมัครสอบผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เพียงทางเดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 9 -15 กรกฎาคม 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ยกเว้นวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ระบบจะปิดรับสมัคร เวลา 16.30 น. โดยสมัครสอบ ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.comเอกสารที่ใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568- สำเนาปริญญาบัตร หรือ สำเนาใบรับรองคุณวุฒิ- สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript)- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน- สำเนาทะเบียนบ้าน- รูปถ่ายหน้าตรง (ขนาดและจำนวนรอประกาศอย่างเป็นทางการ)- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือ หลักฐานจากคุรุสภา ที่อนุญาตให้ปฏิบัติการสอน- สำเนาหนังสือรับรองคุณวุฒิ (กรณีจบใหม่/รอรับปริญญา)- ใบรับรองแพทย์กรณีเป็นข้าราชการ/พนักงานท้องถิ่น- สำเนาบัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ- หนังสืออนุญาตให้สมัครสอบ- เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล- สำเนาประกาศนียบัตรบัณฑิตขั้นตอนการกรอกใบสมัครสอบครูผู้ช่วย 25681. อ่านประกาศรับสมัครสอบเข้าสู่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com คลิกเลือกเมนู สมัครสอบ อ่านขั้นตอนการสมัครและคลิกที่ปุ่ม [ดำเนินการต่อคลิกที่นี่] (อยู่ด้านล่าง) เพื่อสมัครสอบ2. กรอกข้อมูลใบสมัครกรอกข้อมูลลงใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" ให้ครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อกรอกครบถ้วนแล้วคลิกปุ่ม [ต่อไป] จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลที่ท่านได้กรอกไว้ใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" กรุณาตรวจทานข้อมูลของท่านว่าครบถ้วน และถูกต้อง3. ชำระเงินค่าสมัครสอบผ่าน QR Codeคลิกปุ่ม ตรวจสถานะการสมัครสอบ ระบบจะแสดงหน้าเว็บที่มีข้อมูลของท่านตามที่ท่านระบุ และแบบฟอร์มชำระเงิน- หากท่านต้องการ ตรวจสอบข้อมูล กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบตรวจสอบข้อมูล]- หากท่านไม่ต้องการดำเนินการใดๆ กรุณากดปุ่ม [กลับหน้าหลัก]4. พิมพ์ใบสมัครหากท่านต้องการพิมพ์เอกสาร ใบสมัครสอบ กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบสมัคร] ข้อควรระวัง การสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้สมัครสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียว และสมัครได้เพียงเขตการศึกษาเดียวเท่านั้นชื่อ และนามสกุล ที่ท่านกรอกลงใน "ใบสมัครออนไลน์" จะต้องเป็นชื่อและนามสกุลที่ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนกรุณาตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชนของท่านให้ถูกต้อง เนื่องจากเลขประจำตัวประชาชนของท่านจะใช้เป็นเลขที่อ้างอิงตลอดการสอบการกรอกข้อมูลในใบสมัคร จะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงทุกประการ ดังนั้นกรุณาตรวจทานข้อมูลให้ละเอียดก่อนคลิกปุ่ม[ส่ง ใบสมัคร] เพราะเมื่อท่านส่งใบสมัครไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้อีก และหากข้อมูลผิดพลาดอันเกิดจากการกรอกข้อมูลของท่านเองจะถือว่าใบสมัครนั้น เป็นโมฆะ และหากตรวจพบว่าท่านมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กรอกไว้ หรือขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามประกาศ จะถือว่าท่านขาดคุณสมบัติและท่านจะไม่สามารถเรียกร้องใด ๆ ได้ทั้งสิ้น

ฝึกงานญี่ปุ่น! รับสมัครชาย-หญิงไทย ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เช็กช่องทางสมัครที่นี่
อ่าน

ฝึกงานญี่ปุ่น! รับสมัครชาย-หญิงไทย ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เช็กช่องทางสมัครที่นี่

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดย กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทย เพื่อเดินทางไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กร IM Japan ประจำปี 2568 ซึ่งจุดเด่นของโครงการ คือสมัครฟรี ไม่เสียค่าธรรมเนียม และได้รับการอบรมภาษาญี่ปุ่นก่อนเดินทาง 4 เดือน (รวมอาหาร ที่พัก ฟรี) ทั้งนี้ เมื่อสำเร็จการฝึกงานจากประเทศญี่ปุ่นจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิค พร้อมเงินสนับสนุนประกอบอาชีพ 600,000 เยน นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการสมัครในครั้งที่ 4 /2568 จะเปิดรับสมัครเฉพาะเพศชาย โดยแบ่งเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2568 และรอบที่ 2 เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2568 ผู้สมัครต้องเข้าสอบคัดเลือกที่ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ สามารถสมัครได้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์บริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ (E-Service) ทางเว็บไซต์ https://toea.doe.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนเฉพาะตามรอบสมัครปัจจุบันนอกจากนี้ ยังมีประกาศการรับสมัครในครั้งที่ 5/2568 สำหรับเพศหญิง สามารถสมัครผ่านระบบ E-Service ที่เว็บไซต์เดียวกัน ระหว่างวันที่ 21–27 กรกฎาคม 2568 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้สมัครต้องเข้าสอบคัดเลือกที่ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 ซึ่งประกอบด้วยการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และ การสอบข้อเขียน “การฝึกงานภายใต้โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับแรงงานไทยในการพัฒนาทักษะวิชาชีพ เรียนรู้เทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น และสามารถนำความรู้กลับมาพัฒนาตนเองและประเทศได้ในอนาคต ทั้งนี้ ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าสมัครใด ๆ ทั้งสิ้น และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมัครสอบ ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ วัน เวลา และสถานที่สอบคัดเลือก ได้ทางเว็บไซต์กรมการจัดหางาน: www.doe.go.th/prd เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ: www.doe.go.th/overseas และFacebook: IMthailand” นายจิรายุ กล่าว

ประกันสังคม เพิ่มเงินว่างงานกรณี ผู้ประกันตน "ถูกเลิกจ้าง" เป็น 60 % เช็กเลยที่นี่!
อ่าน

ประกันสังคม เพิ่มเงินว่างงานกรณี ผู้ประกันตน "ถูกเลิกจ้าง" เป็น 60 % เช็กเลยที่นี่!

นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวถึง กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ที่ปรับเพิ่มให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างรายวัน และได้รับครั้งละไม่เกิน 180 วัน จากเดิมได้รับในอัตราร้อยละ 50 เพื่อให้ผู้ประกันตนที่ว่างงานจากการถูกเลิกจ้างได้รับประโยชน์ทดแทนเพียงพอต่อการดำรงชีวิตจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันโดยการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน นอกจากจะให้การดูแลลูกจ้างที่สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกรณีถูกเลิกจ้างแล้ว ยังครอบคลุมถึงการว่างงานจากกรณีลาออก หรือสิ้นสุดสัญญาจ้างอีกด้วย โดยผู้ประกันตนที่ลาออกจากงานหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง จะได้รับเงินทดแทนในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างรายวัน และได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วันต่อปีปฏิทิน ซึ่งการรับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานของผู้ประกันตนมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข คือ จะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงานโดยมีระยะเวลาการว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป พร้อมทั้งต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานผ่านเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน https://unemploy.doe.go.th และรายงานตัวผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้งทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง “สำนักงานประกันสังคมมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ด้าน ด้วยการให้ความสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกันตน และมองถึงประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ” เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวในตอนท้าย

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ตำรวจเตือน! อย่าหลงเชื่ออีเมลปลอมอ้าง ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล
อ่าน

ตำรวจเตือน! อย่าหลงเชื่ออีเมลปลอมอ้าง ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพส่งอีเมลปลอมอ้างเป็น ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล ยันไม่มีนโยบายส่งหมายเรียกหรือหมายจับผ่านทางอีเมลสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกประกาศเตือนภัยประชาชน หลังมีการเผยแพร่ภาพอีเมลปลอมที่อ้างว่าเป็นหมายเรียกจากศาล โดยใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมแนบไฟล์ PDF เพื่อหลอกให้ผู้รับคลิกเปิด โดยในเนื้อหาอ้างว่าเป็นหมายเรียกจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้ผู้รับไปรายงานตัวตามที่อยู่ในเอกสาร จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อีเมลดังกล่าวมีลักษณะเป็นอีเมลปลอมที่จัดทำขึ้นโดยมิจฉาชีพ ซึ่งอาจแฝงมัลแวร์หรือเป็นกลลวงให้ประชาชนหลงเชื่อและคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยพล.ต.ต.ธนศักดิ์ มหาสุรศักดิ์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีนโยบายในการจัดส่งหมายเรียกหรือหมายจับทางอีเมล โดยหมายเรียกจากศาลหรือหมายจับจะถูกส่งผ่านช่องทางราชการเท่านั้น เช่น การส่งโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือส่งทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชน อย่าเชื่อ อย่าคลิก และอย่าตอบกลับอีเมลลักษณะดังกล่าว หากพบการกระทำต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ทางเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่www.thaipoliceonline.go.thทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเน้นย้ำว่า อย่าหลงเชื่อเอกสารใด ๆ ที่แอบอ้างหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะเอกสารที่แนบมากับอีเมล เพราะอาจเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพในการหลอกลวงหรือขโมยข้อมูลส่วนตัว

เผลอให้ข้อมูลมิจฉาชีพ เสี่ยงโดนเปิดบัญชีม้า ควรทำอย่างไร?
อ่าน

เผลอให้ข้อมูลมิจฉาชีพ เสี่ยงโดนเปิดบัญชีม้า ควรทำอย่างไร?

ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ประชาชนเผลอให้ข้อมูลมิจฉาชีพไป เสี่ยงโดนเปิดบัญชีม้า ควรทำอย่างไร โดยระบุว่า1. แจ้งความและลงบันทึกประจำวัน ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อเป็นหลักฐานป้องกันความผิดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต2. กรณีส่งภาพบัตรประชาชน (ทั้งด้านหน้าและหลัง) ควรดำเนินการขอทำบัตรประชาชนใบใหม่ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด3. รีบแจ้งธนาคารเพื่อปิดบัญชี และตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินทั้งหมด หากพบความผิดปกติควรแจ้งธนาคารทันที4. หากเคยกดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากมิจฉาชีพ แนะนำให้ทำการรีเซ็ตเครื่อง (reset factory) เพื่อล้างระบบทั้งหมด ลดความเสี่ยงจากโปรแกรมที่อาจแฝงตัวอยู่ตำรวจไซเบอร์พึ่งพาได้ ลดภัยอาชญากรรมออนไลน์ สร้างความอุ่นใจให้ประชาชน- แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th- หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

ผลตรวจเหล็กตึก สตง. พบบางส่วนไม่ผ่านมาตรฐาน มอก.​
อ่าน

ผลตรวจเหล็กตึก สตง. พบบางส่วนไม่ผ่านมาตรฐาน มอก.​

กระทรวงอุตสาหกรรมเผยผลทดสอบเหล็กจากตึก สตง.พบ 3 ชนิดไม่ผ่านมาตรฐาน มอก. เตรียมตรวจสอบเพิ่มเติม 21 เม.ย. นี้ พร้อมดำเนินคดีหากพบความผิดนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรณีการตรวจสอบเหล็กเส้นที่เก็บตัวอย่างมาจากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม นั้น นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องดำเนินการด้วย "ความโปร่งใส" ต้องถูกต้องตามกระบวนการ เปิดเผยข้อมูลทุกขั้นตอน และสามารถตรวจสอบได้ นายพงศ์พล กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้รับแจ้งผลการทดสอบเหล็กเส้น sky จากตึก สตง. เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 โดยสถาบันเหล็กฯ มีผลเป็นไปตามข่าวก่อนหน้านี้คือ มีเหล็ก 3 ชนิดที่ตกค่ามาตรฐาน มอก. ได้แก่ 1. เหล็กข้ออ้อย 12 มิลลิเมตร ตกทดสอบความสูงของบั้ง (การยึดเกาะกับปูน) 2. เหล็กข้ออ้อย 20 มิลลิเมตร ตกทดสอบค่าเหล็กเบา (มวลต่อเมตร) 3. เหล็กข้ออ้อย 32 มิลลิเมตร ตกทดสอบค่าแรงดึง (การรับแรง)และเมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา กระทรวงฯ โดยทีมสุดซอย ได้ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และผู้แทนอิตาเลียนไทย ได้เข้าเก็บตัวอย่างเหล็กเพิ่มเติมจากบริเวณตึก สตง. ถล่ม ซึ่งการเก็บตัวอย่างเหล็กเส้นหลายจุดหลากหลายชนิดและขนาดจำเป็นต้องเลือกชุดตัวอย่างให้ครบ 5 เส้น/ชั้นคุณภาพ/ขนาด/ยี่ห้อ เพื่อให้เป็นไปตามหลักวิชาการเรื่องการชักตัวอย่างและการตัดสิน โดยได้ตัวอย่างเหล็กเส้นเพิ่มจำนวน 8 ชนิด ชนิดละ 5 ท่อน รวมทั้งสิ้น 40 ท่อน และจะทำการตรวจสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ในวันที่ 21 เมษายนนี้ โดยสถาบันเหล็กฯ เพื่อให้ได้ข้อมูลในการดำเนินการเอาผิดต่อผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของการตรวจสอบหากพบเจ้าหน้าที่คนใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องได้รับโทษด้วย ไม่มีการช่วยเหลือใดๆ ในวันที่ 21 เมษายนนี้ สถาบันเหล็กฯ จะทดสอบทุกรายการตามมาตรฐาน มอก. 24-2559 ดังนี้ 1. มวลต่อเมตร 2. ช่วงระหว่างบั้ง ส่วนสูงของบั้ง และความกว้างครีบ 3. ส่วนประกอบทางเคมี 4. ความต้านแรงดึง (Tensile) 5. ความต้านแรงดึงที่จุดคราก (Yield strength) 6. ความยืด (Elongation) และ 7. ความดัดโค้ง (Bending) 8. มุมระหว่างบั้งครีบแกนของเหล็ก 9. เครื่องหมายที่เหล็กข้ออ้อย"ผลการตรวจสอบหากผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก ทุกอย่างเป็นไปตามกติกา ไม่ควรมีระบบสอบตก ขอครูสอบใหม่ ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะผ่าน อันนั้นไม่ถูกต้อง สิ่งที่สำคัญคือความปลอดภัยของประชาชน หากผู้ผลิตมีความผิด ก็ต้องรับโทษ-ยึดใบอนุญาต-ปิดโรงงาน ตามขั้นตอน เพราะสังคมคาดหวัง และเราจะไม่ให้ที่ยืนกับโรงงานไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอีกต่อไป" นายพงศ์พลกล่าว

ตำรวจแนะ “5 เช็ก” ก่อนเดินทางช่วงสงกรานต์ 2568 รู้ไว้ ปลอดภัยแน่นอน
อ่าน

ตำรวจแนะ “5 เช็ก” ก่อนเดินทางช่วงสงกรานต์ 2568 รู้ไว้ ปลอดภัยแน่นอน

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจร ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ “5 เช็ก” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนการเดินทาง หรือ “5 เช็ก” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความปลอดภัยของท่านและคนในครอบครัว รวมไปถึงเพื่อนร่วมทาง ดังนี้“เช็กคน”ตรวจสอบความพร้อมของผู้ขับขี่ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ หากรู้สึกง่วงหรือไม่สบาย อย่าฝืนขับรถต่อ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ“เช็กรถ” ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน เช่น เบรก ยาง ลมยาง น้ำมันเครื่อง ไฟส่องสว่าง และอุปกรณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง“เช็กบ้าน” ก่อนออกเดินทางควรตรวจสอบบ้านให้เรียบร้อย เช่น ปิดประตูหน้าต่าง ปิดแก๊ส ปิดไฟ และที่สำคัญ อย่าลืม “ฝากบ้านไว้กับตำรวจ”“เช็กทาง” วางแผนเส้นทางล่วงหน้า เช็คสภาพการจราจร สภาพอากาศ พื้นที่ที่มีการก่อสร้าง รวมถึงจุดแวะพักต่าง ๆ ในกรณีที่ต้องเดินทางไกล“เช็กบัญชี”ระวังมิจฉาชีพหลอกขายตั๋วเดินทางหรือที่พักปลอม ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขาย และตรวจสอบบัญชีธนาคารให้ถูกต้องก่อนโอนเงินหากพี่น้องประชาชนปฏิบัติตาม “5 เช็ก” ที่กล่าวมาข้างต้น ท่านก็จะสามารถใช้เวลาพักผ่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างมีความสุข สนุกสนาน และปลอดภัย อย่างแน่นอน ต้องการแจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนต้องการแจ้งเหตุ หรือขอความช่วยเหลือ สามารถโทรศัพท์มาที่ สายด่วน 191 สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 หรือ สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร (กรุงเทพมหานคร) 1197และหากพี่น้องประชาชนพบเห็น หรือได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ ทางเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เบอร์โทรฉุกเฉินสงกรานต์ 2568 รวมเบอร์สำคัญที่ควรบันทึกไว้
อ่าน

เบอร์โทรฉุกเฉินสงกรานต์ 2568 รวมเบอร์สำคัญที่ควรบันทึกไว้

สงกรานต์ 2568 ถือเป็นช่วงเทศกาลที่คนไทยเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรคับคั่งและมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยและรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ได้ทันเวลา การบันทึกเบอร์โทรฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำรวมเบอร์โทรฉุกเฉินสงกรานต์ 2568 ที่ควรบันทึกไว้• แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย โทร 191ใช้แจ้งเหตุอาชญากรรม หรือสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องการความช่วยเหลือจากตำรวจทันที• แจ้งอุบัติเหตุ-เหตุฉุกเฉิน โทร 1669ศูนย์บริการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ให้บริการส่งรถพยาบาลและทีมแพทย์ฉุกเฉิน• สายด่วนตำรวจทางหลวง โทร 1193สำหรับรายงานอุบัติเหตุบนทางหลวง หรือขอความช่วยเหลือจากตำรวจทางหลวง• สายด่วนกรมทางหลวง โทร 1586ให้ข้อมูลเส้นทาง ปิดถนน ซ่อมแซมถนน จุดให้บริการช่วงเทศกาล• สายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร 1584ตรวจสอบข้อมูลรถโดยสารสาธารณะ ร้องเรียนบริการไม่ปลอดภัย• แจ้งไฟไหม้ โทร 199สำหรับเหตุไฟไหม้หรือเหตุที่เกี่ยวข้องกับหน่วยดับเพลิง• ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม โทร 1356ศูนย์กลางรายงานเหตุและรับแจ้งข้อมูลด้านความปลอดภัยในการเดินทาง• ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โทร 192สำหรับแจ้งเตือนภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม ดินถล่มข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับเดินทางสงกรานต์• ตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทาง• วางแผนเส้นทางล่วงหน้า• งดดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่• หมั่นพักผ่อนระหว่างเดินทางไกล• ติดตามข่าวสารและสภาพอากาศการมีเบอร์ฉุกเฉินติดตัวไว้ จะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างรวดเร็ว อุ่นใจทุกเส้นทาง เที่ยวปลอดภัยในช่วง สงกรานต์ 2568

ผู้ว่าฯ กทม. ขอความร่วมมือเจ้าของอาคาร ตรวจสอบความเสียหาย หลังแผ่นดินไหว
อ่าน

ผู้ว่าฯ กทม. ขอความร่วมมือเจ้าของอาคาร ตรวจสอบความเสียหาย หลังแผ่นดินไหว

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงนามในหนังสือ ขอความร่วมมือเจ้าของอาคาร หรือผู้ครอบครองอาคาร ประสานผู้ตรวจสอบอาคารเข้าทำการตรวจสอบความเสียหาย เพื่อประเมินวิธีการปรับปรุง แก้ไข ซ่อมแซ่ม หรือเสริมกำลังของอาคาร เพื่อให้อาคารมีความปลอดภัย มั่นคง แข็งแรง ต่อการใช้งานตามหลักวิศวกรรม และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปทั้งนี้ ขอให้รายงานผลต่อกรุงเทพมหานครทุกวัน ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนสามารถกลับเข้าใช้อาคารได้อย่างปลอดภัย โดยให้เจ้าของอาคาร หรือผู้ครอบครองอาคารสามารถรายงานผลให้กรุงเทพมหานครทราบทุกวัน ผ่านระบบ Google form ตามลิงก์ https://forms.gle/4dxiHsZCZZpbiGkQA หรือ QR code ด้านล่างโดยมุ่งเน้นไปที่ เจ้าของอาคาร 9 ประเภท ที่เข้าข่ายต้องทำการตรวจสอบอาคารเป็นประจำทุกปี ได้แก่ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคน โรงมหรสพ โรงแรม สถานบริการ อาคารชุด อาคารอยู่อาศัยรวม โรงงาน ป้าย ซึ่งการให้รายงานในระยะเวลา 2 สัปดาห์ ก็เพื่อให้สามารถเฝ้าติดตามจุดเสี่ยง ร้อยร้าว ความเสียหายของอาคาร มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น ยังใช้สอยได้อย่างปลอดภัยหรือไม่โดยใน Google Form จะให้ระบุชื่อเจ้าของอาคาร ชื่อผู้ตรวจสอบอาคาร เลขที่ผู้ตรวจสอบอาคาร และความคิดเห็นผู้ตรวจสอบอาคาร ว่าอาคารปลอดภัย หรือต้องปรับปรุง เพื่อให้กรุงเทพมหานครได้ทราบภาพรวมของอาคารในกรุงเทพฯ ผ่านความร่วมมือของผู้ตรวจสอบอาคาร เจ้าของอาคาร 9 ประเภท ที่เข้าข่ายต้องทำการตรวจสอบอาคารเป็นประจำทุกปี1. อาคารสูง (ความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป)2. อาคารขนาดใหญ่พิเศษ (อาคารที่มีเนื้อที่อาคารรวมกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตร ขึ้นไป)3. อาคารชุมนุมคน ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตร ขึ้นไป หรือจำนวนคนตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป4. โรงมหรสพ5. โรงแรม ที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้อง ขึ้นไป6. สถานบริการ ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตร ขึ้นไป7. อาคารชุด หรืออาคารอยู่อาศัยรวม (หอพัก อะพาร์ตเม้นต์) ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตร ขึ้นไป8. โรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1 ชั้น และมีพื้นที่ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตร ขึ้นไป9. ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย ซึ่งมีความสูงจากพื้นดิน ตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตร ขึ้นไป หรือป้ายที่ติดตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้า ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตารางเมตร ขึ้นไป พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้ง จึงขอให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้แจ้งต้องตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของปั้นจั่นหอสูงและเดอริกเครนในสถานที่ก่อสร้างก่อนการใช้งาน เพื่อป้องกันมิให้เกิดภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สินข่าวที่เกี่ยวข้อง- แผ่นดินไหวล่าสุด! ปภ. เผยมีพื้นที่ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 18 จังหวัด- รฟม. แจ้งเปิดให้บริการ "รถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง" ปกติ เริ่มเที่ยงวันนี้- GISTDA เผยภาพถ่ายดาวเทียม ก่อน-หลังเกิด "แผ่นดินไหว" ในเมียนมา

บัญชีกลางจี้ต้นสังกัดบังคับใช้กฎหมายเอาผิดผู้รับเหมางานรัฐทำผิดซ้ำซาก
อ่าน

บัญชีกลางจี้ต้นสังกัดบังคับใช้กฎหมายเอาผิดผู้รับเหมางานรัฐทำผิดซ้ำซาก

บัญชีกลางจี้ต้นสังกัดบังคับใช้กฎหมายเอาผิดผู้รับเหมางานรัฐทำผิดซ้ำซาก หลังเกิดกรณีคานเหล็ทรุดตัวจากการก่อสร้างบริเวณถนนพระราม 2 #ทันหุ้น นางแพตริเซีย มงคลวณิช อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวถึงกรณีการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซากจากการก่อสร้างบริเวณถนนพระราม 2 โดยล่าสุดเกิดเหตุคานเหล็กทรุดตัวทำให้มีประชาชนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บว่า กรมบัญชีกลางได้นำเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรีไปว่า หน่วยงานที่เป็นต้นสังกัดจะต้องไปดูว่าเขามีเครื่องมืออะไรในการกำกับต่อผู้รับเหมาได้บ้าง ซึ่งในแง่ของกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างก็มีบทลงโทษ และ รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่า มีหลายข้อกฎหมายที่จะหยิบมาพิจารณาได้ กรณีความผิดซ้ำซากของผู้รับเหมานั้น ต้องย้อนกลับไปว่า กฎหมายกลางที่มีอยู่นั้น ท่าน(หน่วยงานต้นสังกัด)พร้อมแอพพลายใช้ได้ไหม เชื่อว่า มีอะไรที่ทำได้ แต่หน่วยงานต้องไปพิจารณาว่า เข้าตรงไหน เพราะในพ.ร.บ.จัดซื้อฯเอง ก็มีโทษแรงสุดที่เกิดจากการทิ้งงาน คือ กรรมการที่มีอำนาจลงนามห้ามรับงาน2 ปี ส่วนที่เกิดความเสียหายที่เกิดกับประชาชนนั้น เธอกล่าวว่า ไม่ว่า ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับประชาชนหรือเศรษฐกิจ ทางหน่วยงานต้นสังกัดต้องไปไล่บี้ความเสียหายและชดเชยอย่างไร และไปดูว่า ผู้รับจ้างทั้งหมดปฏิบัติตามกฎหมายทุกข้อไหม การรับเหมาช่วงขอนุญาติหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ขอ ก็มีบทบัญญัติลงโทษก็ทำกันไป อย่ารอเรื่องสมุดพก ซึ่งเป็นเรื่องข้างหน้า ทางกรมบัญชีกลางก็ทำเต็มที่ สำหรับความคืบหน้าของการแก้ไขร่างกฎกระทรวงสำหรับผู้มีสิทธิ์ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการนั้นขณะนี้ กรมบัญชีกลางได้เสนอร่างแก้ไขดังกล่าว เพื่อเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้วโดยจะปรับปรุงให้สามารถปรับลดชั้นผู้รับเหมางานภาครัฐ ซึ่งกฏหมายปัจจุบัน มีคณะกรรมการฯ ปรับชั้นขึ้นเพียงอย่างเดียว เพื่อรองรับเงื่อนไขผู้รับเหมางานภาครัฐ ด้านการก่อสร้างขนาดใหญ่ ต้องอยู่ในชั้นที่กำหนด หรือ มีการสะสมประสบการณ์งานภาครัฐหลายโครงการจึงจะมีสิทธิ์ การแก้ไขจะเป็นเรื่องการให้คะแนนให้ผู้รับเหมา กรณีที่มีการตัดแต้มก็ดูว่า มีคะแนนระดับไหนต้องโดนระงับอะไรบ้าง เช่น ห้ามรับงาน 3 เดือน หรือ ห้ามรับงาน 1 ปี แรงสุดเทียบเท่าทิ้งงาน คือ ห้ามรับงาน2 ปี ส่วนค่าปรับต้องดูตามสัญญา

RTกางแผนปี68รายได้โต25% ลุยอัพมาร์จิ้น-บุกตลาดภูมิภาค
อ่าน

RTกางแผนปี68รายได้โต25% ลุยอัพมาร์จิ้น-บุกตลาดภูมิภาค

#RT #ทันหุ้น RT เผยทิศทางธุรกิจปี 2568 เดินหน้ารับงานภาครัฐ-เอกชนหลากหลาย มุ่งเน้นงานโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค เสริมความแข็งแกร่ง Backlog รับรู้รายได้ต่อเนื่องทุกไตรมาส ตั้งเป้าโต 25%พร้อมเพิ่มความสามารถทำกำไร เตรียมงบลงทุน 252 ล้านบาท อัพเกรดเครื่องจักรและระบบการดำเนินงาน พร้อมจับมือพันธมิตรเพิ่มโอกาสรับงานใหม่ เล็งใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทุกมิติ ดร.ชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิศวกรรมโยธา งานขุดเจาะอุโมงค์ และ ธรณีเทคนิคครบวงจร เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจปี 2568 ว่า บริษัทมุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเข้ารับงานโครงการก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปีนี้ไว้ที่ 25%รับรู้รายได้จากการส่งมอบงานอย่างสม่ำเสมอทุกไตรมาส และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้อยู่ในเกณฑ์ดีอย่างต่อเนื่อง สำหรับกลยุทธ์ของ RT จะมุ่งเน้นการเสริมปริมาณมูลค่า Backlog ให้มีความแข็งแกร่ง คัดเลือกงานที่สะท้อนราคาต้นทุนจริง-มีอัตรากำไรในระดับที่เหมาะสม และเพิ่มสัดส่วนงานโครงการก่อสร้างในระดับภูมิภาคที่รับรู้รายได้เร็วมากขึ้น อาทิ งานถนน งานเขื่อน ระบบชลประทาน ระบบบริหารจัดการน้ำ งาน Slope Protection ฯลฯ *บริหารต้นทุนดันมาร์จิ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุน และเพิ่มมาตรฐานการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนจำนวน 252 ล้านบาท เพื่อจัดเตรียมเครื่องจักร, ยานพาหนะ, เครื่องมือเครื่องใช้, ระบบการบริหารงานก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพสูง พร้อมรองรับโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งบริษัทยังเพิ่มความร่วมมือกับพันธมิตรก่อสร้างในงานโครงการต่าง ๆ ทั้งในรูปแบบผู้รับเหมาหลักและผู้รับเหมาช่วง เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้ารับงานและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ RT ยังมีแผนระยะยาวในการยกระดับศักยภาพการดำเนินงาน โดยนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ขั้นตอนการดำเนินงาน ติดตามความก้าวหน้าของโครงการ ลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย รวมถึงการจัดการด้านราคาวัสดุ และด้านแรงงานก่อสร้าง เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการดำเนินงาน แบ่งเป็นงานในประเทศจำนวน 89%โดยรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างในมือที่อยู่ระหว่างดำเนินการ อาทิ งาน ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว และสัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย โดยงานดังกล่าวสามารถรับรู้รายได้จนถึงปี 2570 ด้านงานโครงการก่อสร้างในต่างประเทศที่มีสัดส่วนจำนวน 11% ได้แก่ งานโยธาสำหรับโครงสร้างถาวร โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเขื่อนหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรก่อสร้างเพื่อเพิ่มโอกาสเข้ารับงานมากขึ้น *รุกรับงานระดับภูมิภาค สำหรับสัดส่วนแยกตามประเภทงานก่อสร้างในปัจจุบันแบ่งเป็น งานอุโมงค์และโครงสร้างใต้ดิน 63%, งานเขื่อนและระบบชลประทาน 16%, งานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 11%, งานท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน 5 % และ งานอื่น ๆ 5% อาทิ งานก่อสร้างถนน, งาน Slope Protection โดยทั้งหมดเป็นงานสะท้อนราคาต้นทุนใหม่ที่พร้อมรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง RT ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในงานก่อสร้างเฉพาะทาง โดยมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการทำงานในทุกมิติ ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน โดยในปีนี้เราได้ขยายขอบเขตการรับงานก่อสร้างไปสู่ระดับภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการรับรู้รายได้เท่านั้น แต่ยังมั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลกำไรในระดับที่มั่นคงและยั่งยืน เชื่อมั่นว่าการเดินหน้าพัฒนาและขยายศักยภาพในลักษณะนี้ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทตามเป้าหมายที่วางไว้ ดร.ชวลิต กล่าว

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
อ่าน

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม

สมัครสอบ ก.พ. 2568 ตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการสมัครได้ที่นี่
อ่าน

สมัครสอบ ก.พ. 2568 ตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการสมัครได้ที่นี่

สมัครสอบ ก.พ. 2568 สำนักงาน ก.พ. จะเปิดรับสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประจำปี 2568 (e-Exam) ในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท 22 ศูนย์สอบ รวมทั้งสิ้น 181,170 ที่นั่งสอบตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2568 เวลา 08.30 น. (จนกว่าที่นั่งสอบจะเต็ม) กรณีไม่เต็มจำนวน จะปิดรับสมัครในวันที่ 28 มกราคม 2568 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)กรุณาอ่านประกาศการรับสมัครสอบอย่างละเอียดได้ที่เว็บไซต์: https://job3.ocsc.go.th(หัวข้อ ประกาศสำนักงาน ก.พ. เรื่อง รับสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประจำปี 2568)เงื่อนไขการสมัครสอบ1. ผู้สมัครสอบ e-Exam เลือกได้ 1 รอบสอบ 1 ศูนย์สอบเท่านั้น2. สมัครสอบ e-Exam แล้วจะไม่ถูกจำกัดสิทธิ์ในการสมัครสอบภาค ก. ในรูปแบบอื่น ๆ ประจำปี 25683. จะเปิดรับสมัครรอบสอบที่ 1 5 ก่อน และเมื่อศูนย์สอบใดมีการจองที่นั่งสอบเต็มทั้ง 5 รอบสอบแล้ว จะเปิดรอบสอบที่ 6 - 10 ของศูนย์สอบนั้นให้เลือกสมัครโดยอัตโนมัติ และเมื่อศูนย์สอบใดมีการจองที่นั่งสอบเต็มทั้ง 5 รอบสอบอีก ก็จะเปิดรอบสอบที่ 11 - 15ภาพจาก TNN ONLINE

โค้งสุดท้าย! นายจ้างแรงงานข้ามชาติ เร่งยื่นบัญชีรายชื่อ ภายใน 30 ธ.ค. 67
อ่าน

โค้งสุดท้าย! นายจ้างแรงงานข้ามชาติ เร่งยื่นบัญชีรายชื่อ ภายใน 30 ธ.ค. 67

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน เปิดให้นายจ้างและสถานประกอบการที่จ้างแรงงานข้ามชาติที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 ยื่นบัญชีรายชื่อความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว พร้อมรูปถ่าย ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่เว็บไซต์ workpermit2024.doe.go.thหรือ ยื่นเอกสารด้วยตัวเองได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด/สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 ในท้องที่ซึ่งเป็นที่ตั้งสถานที่ทำงานของนายจ้าง ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2567 หากเลยกำหนดนี้จะไม่สามารถดำเนินการในระยะต่อไปได้หลังจากนั้น นายจ้างต้องยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอ (บต. 50 อ. 6) อาทิ ใบรับรองแพทย์ เอกสารประกันสุขภาพ/เอกสารประกันสังคม และเอกสารนายจ้าง ภายในวันที่ 30 มีนาคม 2568 พร้อมชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน และเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานแล้ว จะต้องจัดเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล และจัดทำหรือปรับปรุงทะเบียนประวัติต่อไปนายสมชาย กล่าวต่อไปว่า ขอให้นายจ้าง สถานประกอบการ และแรงงานข้ามชาติ เร่งดำเนินการทุกขั้นตอนให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดมิฉะนั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานอย่างถูกกฎหมาย เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด หากกรมการจัดหางานตรวจสอบพบคนต่างชาติทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน จะดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดทั้งนายจ้างคนไทยและลูกจ้างต่างชาติ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 10 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร 1506 กด 2 กรมการจัดหางานหรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694

ปีใหม่ 2568 เปิดให้บริการ "งานทะเบียน-บัตรประชาชน" 28 ธ.ค. 2567 -  1 ม.ค. 2568
อ่าน

ปีใหม่ 2568 เปิดให้บริการ "งานทะเบียน-บัตรประชาชน" 28 ธ.ค. 2567 - 1 ม.ค. 2568

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดให้บริการงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568 ในวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2567 ถึง วันพุธที่ 1 มกราคม 2568 ระหว่างเวลา 08.30 16.30 น. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ขอรับบริการที่มีความจำเป็น ต้องใช้เอกสารในการติดต่อราชการหรือเพื่อขอความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ และในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568เน้นย้ำ ให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ นายทะเบียนผู้รับแจ้งประจำสำนักทะเบียน และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้งประจำหมู่บ้าน ให้ปฏิบัติหน้าที่ รับแจ้งการเกิด หรือการตาย กรณีที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นในพื้นที่หมู่บ้านที่รับผิดชอบในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ด้วย ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบ สำนักทะเบียนที่ให้บริการช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง https://www.bora.dopa.go.th/home/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมการทะเบียนและบัตร สำนักบริหารการทะเบียน โทร 0 2791 7046 Call Center 1548

ปภ. เผยธนาคารออมสินโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว 102,115 ครัวเรือน
อ่าน

ปภ. เผยธนาคารออมสินโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว 102,115 ครัวเรือน

วันนี้ (25 ต.ค. 67) นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2567 เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 และวันที่ 8 ตุลาคม 2567 และได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยรับงบประมาณและดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่ง ปภ. ได้ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับจังหวัดที่ประสบภัยในการเร่งดำเนินการให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุดข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 67 เวลา 16.30 น. ธนาคารออมสินได้โอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัยสำเร็จแล้วจำนวน 11 ครั้ง (เมื่อวันที่ 27, 30 ก.ย. 67 และวันที่ 2, 4, 8, 9, 17, 18, 21, 22,24 ต.ค. 67) รวม 102,115 ครัวเรือน เป็นเงิน 918,971,000 บาท โดยคาดว่าจะทำการโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งที่ 12 ประมาณ 17,000 ครัวเรือน เป็นเงิน 155,664,000 บาท ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตาก สระบุรี ฉะเชิงเทรา ตราด บึงกาฬ เชียงใหม่ และนครราชสีมา ได้ในวันที่ 25 ต.ค. 67 และครั้งที่ 13 ประมาณ 20,000 ครัวเรือน เป็นเงิน 184,266,000บาท ในวันที่ 28 ต.ค. 67 ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ลำปาง มหาสารคาม พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา อุดรธานี เลย หนองคาย แพร่ และอ่างทองทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยได้รับเงินช่วยเหลือโดยเร็ว ปภ. ได้เน้นย้ำให้ 57 จังหวัดที่ได้รับการจัดสรรเงินช่วยเหลือตามมติ ครม. เร่งรัดดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2567 โดยเร็ว โดยผู้ที่ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือเข้ามาก่อนวันที่ 16 ต.ค. 67 ต้องได้รับเงินช่วยเหลือภายในวันที่ 31 ต.ค. 67 ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ขั้นตอน และระยะเวลาการดำเนินงานรวมไปถึงวิธีการกรอกข้อมูลยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือ ได้ที่กองช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปภ. หมายเลขโทรศัพท์ 0-2637-3508 - 10,12 หรือ 089-600-6777 และ 084-874-7387 และหากต้องการสอบถามเรื่องการยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือ ผ่านระบบออนไลน์ https://flood67.disaster.go.th หรือพบปัญหาในการใช้งาน สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปภ. ได้ที่หมายเลข 0-2637-3604-06 และ 089-968-1232ภาพจาก TNN ONLINE

กทม.- ปริมณฑล เตรียมรับมือค่า ฝุ่น PM2.5 แนวโน้มสูงขึ้นถึง 27 ต.ค.
อ่าน

กทม.- ปริมณฑล เตรียมรับมือค่า ฝุ่น PM2.5 แนวโน้มสูงขึ้นถึง 27 ต.ค.

นายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) กทม. กล่าวว่า จากกรณีกรมควบคุมมลพิษเตือนกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เตรียมรับมือฝุ่น PM2.5 ช่วงวันที่ 24 -27 ตุลาคมนี้ กทม. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2568 พร้อมประสานทุกหน่วยงานขับเคลื่อนแผนฯ ทั้งในสภาวะปกติ และช่วงวิกฤตอย่างต่อเนื่องตามอำนาจหน้าที่ เพื่อรองรับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพอนามัยของประชาชนประกอบด้วย มาตรการติดตามเฝ้าระวัง กำจัดต้นตอ และป้องกันประชาชน โดยเฉพาะการควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 ทั้งจากสถานประกอบการ โรงงาน สถานที่ก่อสร้างทุกขนาด ถมดิน และท่าทราย ซึ่ง กทม. ได้ประสานความร่วมมือระหว่าง สสล. สำนักงานเขต สำนักอนามัย และสำนักการโยธา เข้มงวดตรวจสอบการตรวจแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 ตามแผนการตรวจฯ แห่งละ 2 ครั้ง/เดือนพร้อมกำชับผู้ประกอบกิจการและผู้รับเหมาก่อสร้างให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด รวมทั้งตรวจสอบยานพาหนะในสถานที่ต้นทางและริมเส้นทางจราจรร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก และกรมควบคุมมลพิษด้าน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ได้จัดทำ มาตรการรับมือสถานการณ์ ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 โดยจะขับเคลื่อนผ่านกลไกการบริหารจัดการ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับชาติ ระดับภาคหรือข้ามเขตป่าหรือเขตปกครอง และระดับจังหวัด โดยจัดทำแผนที่เสี่ยงการเผา จัดการไฟในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ โดยตั้งจุดตรวจ, จุดสกัด, จุดเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง, จัดการไฟในพื้นที่เกษตร หากฝ่าฝืนจะถูกบังคับใช้กฎหมาย ตัดสิทธิความช่วยเหลือจากภาครัฐ ไม่ให้สิทธิหรือเพิกถอนสิทธิ ส.ป.ก. นิคมสหกรณ์ กับเกษตรกรที่ไม่ร่วมมือควบคุมฝุ่นละอองในเขตเมือง ออกประกาศห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าเขตเมืองช่วงวิกฤต จัดการหมอกควันข้ามแดน ส่งเสริมการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรแบบไม่เผา จัดการหารือระดับรัฐมนตรีก่อนเริ่มฤดูหมอกควัน ตั้งศูนย์ข้อมูลและศูนย์บัญชาการเฝ้าระวัง ควบคุมและดับไฟ ในประเทศเพื่อนบ้านขณะที่การบริหารจัดการภาพรวม จะเร่งรัดของบกลางสนับสนุนให้สิทธิประโยชน์กับภาคเอกชน ยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ PM2.5 มีนโยบายการ Work From Home ดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มข้นทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจวัดรถยนต์ที่มีควันดำ จำนวน 161,175 คัน ผลการตรวจสอบไม่ผ่านและสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข 945 คันp.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px Thonburi} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก: TNN