TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “制作爱沙尼亚居留证【咨询网:ban58.com】” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
สิทธิพิเศษ
บริการอำนวยความสะดวกด้านไลฟสไตล์
บริการอำนวยความสะดวกด้านไลฟสไตล์ - บริการจองโรงแรมที่พัก โรงแรมชั้นนำทั้งภายในและต่างประเทศ และบริการจองที่นั่งสำหรับร้านอาหารชั้นนำ- บริการจัดจองตั๋วเพื่อความบันเทิงต่าง ๆ บริการจองตั๋วภาพยนตร์, บัตรชมคอนเสิร์ต, งานแสดงต่าง ๆ- บริการสั่งดอกไม้- บริการจองรถกอล์ฟไฟฟ้า รับ-ส่งภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่ประตูทางออกเครื่องจนถึงจุดตรวจคนเข้าเมืองหรือจุดต่อเครื่อง- บริการจองล้างรถฟรี ที่ศูนย์บริการล้างรถโปรคลีน ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ- U Drink I Drive Service : บริการช่วยจัดหาพนักงานขับรถส่งถึงบ้านสามารถติดต่อขอให้บริการผ่าน TrueBlack Call Center 1236 หรือ +6699 998 1236 จากต่างประเทศ 1. บริการพิเศษประสานงานเพื่อช่วยเหลือดูแล อำนวยความสะดวก ให้กับลูกค้าเฉพาะบุคคล (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)2. บริการอํานวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์ ที่ทรูเป็นผู้ประสานงานจัดหาเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น3. ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าบริการและสินค้าเอง
บริการทั่วไป • 2 ต.ค. 66
อ่าน
พาลูกเที่ยว เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ขึ้นเครื่องบิน ต้องใช้เอกสารอะไร ทำยังไงบ้าง
คุณพ่อ คุณแม่ ใครกำลังมีแพลน พาลูกเที่ยว ต่างประเทศ หรือ ในประเทศ กันอยู่ และไม่รู้ว่าต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ตามเรามาดูกันเลยค่ะว่า สำหรับ เด็กอายุต่ำกว่า 7 ขวบ ขึ้นเครื่องบิน ต้องทำยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ เด็กอายุน้อยกว่า 7 ปี ขึ้นเครื่องบินต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ใช้เอกสารอะไร ยืนยันตัวตน ต้องแสดง Boarding Pass ร่วมกับเอกสารยืนยันตนอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ สูติบัตร ฉบับจริง หนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง หรือ เอกสารแทนหนังสือเดินทางที่กระทรวงการต่างประเทศออกให้ ทะเบียนบ้าน ฉบับจริง หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร ฉบับจริง บัตรประจำตัวคนพิการ ฉบับจริง เอกสารต้องใช้ฉบับจริงเท่านั้น ยกเว้น สูติบัตร และ ทะเบียนบ้าน อนุโลมให้ใช้สำเนาได้ในกรณีต่อไปนี้ ผู้เยาว์เดินทางพร้อมกับบิดาหรือมารดาที่มีชื่อระบุตามเอกสาร และบิดาหรือมารดาต้องแสดงเอกสารระบุตัวตนกับเจ้าหน้าที่ เดินทางพร้อมผู้ปกครองผู้เยาว์ตามกฎหมายนอกเหนือจากบิดาและมารดา โดยผู้ปกครองผู้เยาว์ต้องแสดงเอกสารทางกฎหมายที่ระบุความเป็นผู้ปกครอง เช่น คำสั่งศาล เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี การจองตั๋วเครื่องบิน ชื่อ-นามสกุล ใน Boarding Pass ต้องตรงตามสูติบัตร หรือ พาสปอร์ต เท่านั้น เคล็ดลับเพิ่มเติม พาลูกบินราบรื่นแบบมือโปร (สำหรับเด็ก 1 ปีขึ้นไป) นอกจากเอกสารที่คุณแม่สายเที่ยวต้องเตรียมให้ครบแล้ว สิ่งที่คุณแม่นักเดินทางมีความกังวลมากที่สุดก็คือ ช่วงเวลาที่อยู่บนเครื่องบินค่ะ ซึ่งพื้นที่บนเครื่องบินที่มีจำกัด ทำให้การเตรียมอุปกรณ์ชงนมผง อาจไม่สะดวกเท่าไหร่นัก คุณแม่ยุคใหม่จึงนิยม นมที่สามารถพกพาขึ้นเครื่องได้ง่าย และสะดวกสบาย เมื่อต้องชงนมให้ลูกน้อย เพียงบิดแล้วเท ก็พร้อมให้ลูกดื่มได้ทันที ตอบโจทย์ทั้งมื้อดึก และตอนเดินทาง ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกน้อยจะได้รับสารอาหารสำคัญเทียบเคียงนมผงอย่างแน่นอนค่ะ ทำไมคุณแม่สายเที่ยว ต้องพก S-26 Gold นมเด็กพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ติดกระเป๋า ประหยัดพื้นที่ : นมรูปแบบใหม่เอาใจคุณแม่สายเที่ยว พกพาสะดวก ช่วยประหยัดพื้นที่ เพราะไม่ต้องพกกระติกน้ำร้อนหรือกระบอกแบ่งนมผงให้วุ่นวาย สะดวกง่าย : ลูกพร้อมดื่มได้ทันที เพียงแค่บิดฝาและเท เพื่อความยืดหยุ่นในทุกสถานการณ์ มีสารอาหารที่มีประโยชน์ : "S-26 Gold" นมเด็กพร้อมใช้ ไม่ต้องชง มีสารอาหารหลากหลายเทียบเคียงนมผง ผสมแอลฟา สฟิงโกไมอีลิน (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.s-momclub.com/sphingomyelin-speed-brain), DHA, Omega 369 พร้อมวิตามินบี 12 สูง มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง, โคลีน และลูทีน มั่นใจในความสะอาดและปริมาณสารอาหาร : หมดกังวลเรื่องปัญหาการชงนม ทั้งเรื่องความสะอาดหรือปริมาณสารอาหารที่ไม่สม่ำเสมอ ไม่ว่าคุณแม่หรือใครเป็นคนเตรียมชงนมให้ลูก ก็มั่นใจได้ในมาตรฐานเดียวกัน S-26 Gold นมเด็กพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ที่คุณแม่มั่นใจได้ว่าสารอาหารเหมือนกันทุกหยด และสามารถพกพาและใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ การเก็บรักษา : เมื่อเปิดแล้ว แนะนำให้ลูกดื่มให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง แต่หากดื่มไม่หมด สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานถึง 24 ชั่วโมง สำหรับคุณแม่ที่ต้องการความสะดวก ปลอดภัย และลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการชงนมระหว่างการท่องเที่ยว S-26 Gold นมเด็กพร้อมใช้ ไม่ต้องชง นมรูปแบบใหม่นี้จะตอบโจทย์คุณแม่สายเที่ยวได้อย่างดีมากๆ เลยค่ะ รับรองว่าทริปครอบครัวคราวนี้สนุก ไม่มีสะดุดแน่นอน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.s-momclub.com/products/s-26-gold-3-ready-to-use Checklist ของต้องมีเมื่อพาเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป ขึ้นเครื่องบิน เอกสารยืนยันตัวตน (ตามที่ระบุข้างต้น)เด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป จำเป็นต้องมีเอกสารยืนยันตัวตนสำหรับการเช็กอิน และผ่านด่านตรวจ เช่น พาสปอร์ตสำหรับเที่ยวบินต่างประเทศ หรือ เอกสารตามที่สายการบินกำหนด ในเที่ยวบินภายในประเทศ ควรตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ - นามสกุลให้ตรงกับตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในวันเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน Boarding Pass คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียม ตั๋วเครื่องบิน หรือ Boarding Pass ให้พร้อม ทั้งในรูปแบบดิจิทัล และเอกสารสำรอง เผื่อกรณีโทรศัพท์แบตหมดหรือระบบขัดข้อง การจัดเก็บเอกสารไว้ในที่หยิบง่ายจะช่วยให้การผ่านขั้นตอนสนามบินรวดเร็วและลดความวุ่นวาย ของเล่นชิ้นโปรด สมุดระบายสี แก้เบื่อของเล่น หรือกิจกรรมที่ลูกคุ้นเคย จะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจ ลดอาการงอแงระหว่างรอขึ้นเครื่องหรือระหว่างบิน ควรเลือก ของเล่นขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และไม่มีเสียงดัง เช่น สมุดระบายสี สติกเกอร์ หรือของเล่นชิ้นโปรดของลูก สมุดวัคซีน เอกสารแพทย์ (หากลูกน้อยมีโรคประจำตัว)สมุดวัคซีน และเอกสารแพทย์ เป็นสิ่งสำคัญในกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะเด็กที่มีโรคประจำตัว หรือจำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะ เอกสารเหล่านี้ช่วยให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่สามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างเหมาะสม หากต้องเข้ารับการรักษาระหว่างเดินทาง เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของลูกน้อยควรเตรียมเสื้อผ้าสำรองอย่างน้อย 1-2 ชุด เผื่อกรณีเลอะ อาเจียน หรืออุบัติเหตุเล็กๆ ระหว่างเดินทาง รวมถึงเสื้อกันหนาวหรือผ้าห่มบางๆ เนื่องจากอุณหภูมิบนเครื่องบินมักค่อนข้างเย็น เด็กเล็กอาจหนาวได้ง่าย อาหารและนมสำหรับเด็กควรพกอาหารและนมที่ลูกคุ้นเคยไปด้วย เพื่อให้ลูกกินได้ตามเวลาและลดความเสี่ยงจากการแพ้อาหาร อาหารว่างหรือขนมเด็กยังช่วยให้ลูกสงบและอารมณ์ดีระหว่างการเดินทาง ขอบคุณข้อมูลจาก CAAT สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
ทราเวล ทิปส์ • 12 พ.ค. 69
อ่าน
ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 เม.ย. 69
อ่าน
วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 4 ธ.ค. 66
อ่าน
ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ทราเวล ทิปส์ • 17 มี.ค. 69
อ่าน
2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง
ทราเวล ทิปส์ • 13 ม.ค. 69
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
ญี่ปุ่นเข้มงวด! เตรียมเปิดระบบ JESTA คัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ขึ้นเครื่อง
จากกระแสนักท่องเที่ยวล้นประเทศ ทำให้ญี่ปุ่นเตรียมปรับขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองใหม่ สำหรับผู้เดินทางจาก 71 ประเทศ รวมถึงภูมิภาคที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า ต้องให้ผู้เดินทางกรอกข้อมูลส่วนตัวทางออนไลน์ก่อนเดินทางเข้าประเทศ แน่นอนว่าประเทศไทยเองก็เป็น 1 ในนั้นด้วย ดังนั้นเรามาลองทำความรู้จักกับระบบนี้ก่อนถึงวันจริงไว้ดีกว่า ญี่ปุ่นเตรียมใช้ระบบ JESTAคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ขึ้นเครื่อง ระบบ Jesta คืออะไร? โดยระบบใหม่นี้จะมีลักษณะคล้ายกับระบบ ESTA (Electronic System for Travel Authorisation) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้คัดกรองความเสี่ยงด้านการก่อการร้าย โดยระบบของญี่ปุ่น มีชื่อเรียกชั่วคราวว่า JESTA จะทำหน้าที่ตรวจสอบผู้เดินทางล่วงหน้าเช่นเดียวกันผ่านระบบออนไลน์ เป้าหมายของระบบใหม่นี้คือ ลดจำนวนผู้ที่ลักลอบอยู่ต่อเกินกำหนดจากประเทศ และภูมิภาคที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า ซึ่งปัจจุบันกำหนดระยะพำนักได้ระหว่าง 14-90 วัน ขึ้นอยู่กับหนังสือเดินทาง ภายใต้ระบบปัจจุบัน สายการบินต้องส่งข้อมูลผู้โดยสารให้รัฐบาลหลังจากเครื่องบินออกเดินทางแล้ว ทำให้ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองยังเดินทางถึงญี่ปุ่น และแม้จะถูกสั่งให้ออกจากประเทศ แต่หลายคนก็ไม่ปฏิบัติตาม ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า จำนวนผู้ที่ลักลอบอาศัยอยู่ต่อเกินกำหนด ณ เดือนมกราคม 2024 จากนักท่องเที่ยวระยะสั้นที่อยู่เกินกำหนดรวม 49,801 คน มากกว่า 28,000 คนมาจากประเทศ และภูมิภาคที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า ภายใต้ JESTA ชาวต่างชาติที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าจะต้องกรอกจุดประสงค์การเดินทาง และสถานที่พำนักทางออนไลน์ เพื่อให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบก่อนออกเดินทาง หากระบบประเมินว่ามีความเสี่ยงต่อการอยู่เกินกำหนด จะไม่อนุญาตให้เดินทาง และแนะนำให้ยื่นขอวีซ่าอย่างเป็นทางการผ่านสถานทูตแทน ประเทศและภูมิภาคไหนบ้างที่ต้องใช้ระบบ Jesta? ผู้เดินทางจาก 71 ประเทศ และภูมิภาคต่อไปนี้ จะต้องกรอกข้อมูลผ่าน JESTA เมื่อระบบเริ่มใช้งาน Andorra Argentina Australia Austria Bahamas Barbados Belgium Brazil Brunei Bulgaria Canada Chile Costa Rica Croatia Cyprus Czech Republic Denmark Dominican Republic El Salvador Estonia Finland France Germany Greece Guatemala Honduras Hong Kong Hungary Iceland Indonesia Ireland Israel Italy Latvia Lesotho Liechtenstein Lithuania Luxembourg Macao Malaysia Malta Mauritius Mexico Monaco Netherlands New Zealand North Macedonia Norway Panama Poland Portugal Qatar Republic of Korea Romania San Marino Serbia Singapore Slovakia Slovenia Spain Suriname Sweden Switzerland Taiwan Thailand Tunisia Trkiye United Arab Emirates United Kingdom United States Uruguay ทางญี่ปุ่นตั้งเป้าจัดสรรงบประมาณสำหรับวิจัยระบบ JESTA ในปีงบประมาณหน้า ทั้งนี้ยังไม่มีแพลนชัดเจนว่าจะเริ่มบังคับใช้จริงในวันไหน นอกจากนี้ จะมีการทดสอบระบบใหม่อีกแบบภายในปีงบประมาณนี้ ซึ่งจะให้สายการบินส่งข้อมูลผู้โดยสารหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนเช็กอิน ข้อมูลดังกล่าวจะถูกตรวจสอบกับ บัญชีดำ ของผู้เดินทาง ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังหรือมีประวัติอาชญากรรม และจะแจ้งเตือนให้สายการบินปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เดินทางเข้าญี่ปุ่น แม้ว่า JESTA จะถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของประเทศ และผู้เดินทาง แต่อาจสร้างความยุ่งยากให้ผู้ที่คุ้นชินกับการเดินทางแบบไร้ขั้นตอนภายใต้การยกเว้นวีซ่า อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของระบบ ขั้นตอนการสมัคร และข้อมูลส่วนตัวที่ต้องใช้ จะถูกเปิดเผยเพิ่มเติมเมื่อใกล้ถึงวันเปิดใช้งานจริง ==================== ที่มาข่าว : www.sankei.com
ทราเวล ทิปส์ • 20 พ.ย. 68
อ่าน
อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน
ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือต้องการ ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เพื่อที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ตามเรามาอัปเดตได้เลยค่ะกับ สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ใกล้ๆ บ้าน ต่ออายุพาสปอร์ต หรือ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็สะดวกสบายและรวดเร็ว มาดูกันว่า สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง ที่ไหนใกล้ๆ บ้านกันบ้างค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ ปริมณฑลต่ออายุพาสปอร์ต ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่ไหนดี 1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J9ZRCjeMsCxV64H89 โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุลCall Center 0-2572-8442 ================ 2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น) วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nQvYqW148Ke6FbYK6 โทร : 0-2143-7680 ================ 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xj3deaM46uimNmKs6 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 ================ 4. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ธัญญาพาร์ค วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wPLg8BXJ9WF6D56h9 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sMWUka4czBWsg3No7 โทร : 0-2422-3431 ================ 6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XfnE6JraSGTRs7uG8 โทร : 0-2024-8362-64 ================ 7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N9VYesYmAW8GujVw8 โทร : 0-2024-8896, 09-3010-5247 ================ 8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rJygy7Xd9hvqFBfH9 โทร : 0-2126-7612 ================ 9. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk MBK Center วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NTWhFGMgg6P2yYam9 โทร : 0-2126-7612เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 10. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9EfZXed9bb9JM3Jp9 โทร : 0-2150-9002 ================ 11. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว)เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B71gP3UbhwPTBkCj6 โทร : 0-2194-2643 ================ 12. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FHsKeQMKXJbZ4sZdA โทร : 0-2194-2643เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ ค่าทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท เล่ม 5 ปี 1,500 บาท เล่ม 10 ปี สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 2-3 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท เล่ม 5 ปี 3,500 บาท เล่ม 10 ปี *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น.สถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consular.mfa.go.th กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572 8442 และ 0-2203 5000 ต่อ 32301อีเมล : consular05@mfa.go.thเว็บไซต์ : https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 26 พ.ย. 68
อ่าน
พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก 2025 สิงคโปร์ยืน 1 สหรัฐฯ หลุด Top 10
พาสปอร์ต (Passport) ถือเป็นเอกสารสำคัญสู่การเดินทางข้ามประเทศทั่วโลก ทุกปีเราเลยจะมีการจัดอันดับพาสปอร์ตที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก หรือ The Henley Passport Index โดยวัดจากจำนวนประเทศที่สามารถเดินทางเข้าได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า หรือสามารถขอวีซ่าเมื่อเดินทางถึง (Visa on Arrival) ปี 2025 นี้เป็นยังไงบ้างมาดูกัน พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก 2025Henley Passport Index 2025 จากการจัดอันดับของ Henley Passport Index ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีชื่อเสียงในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลพาสปอร์ตทั่วโลก ได้เผยว่าในปี 2025 ประเทศที่ครองตำแหน่งพาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุด ได้แก่ สิงคโปร์ ที่ครองแชมป์เป็นปีที่ 7 ติดต่อกันแล้ว สามารถเดินทางเข้าประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าหรือขอวีซ่าเมื่อเดินทางมาถึง (Visa on Arrival) มากถึง 193 ประเทศ ด้านอันดับที่ 2 นั้นได้แก่ เกาหลีใต้ เดินทางได้ 190 ประเทศ ตามมาด้วยอันดับ 3 ญี่ปุ่น เดินทางได้ 189 ประเทศ และยังพบว่า ปีล่าสุดนี้ประเทศอย่าง สหรัฐอเมริกา หลุดจากรายชื่อประเทศใน 10 อันดับแรกในการจัดอันดับ ร่วงจากอันดับที่ 7 เมื่อปี 2024 มาอยู่อันดับที่ 12 ร่วมกับประเทศมาเลเซีย สามารถใช้เข้าได้ 180 ประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 66 ร่วมกับเบลารุส ซึ่งร่วงลงมาจากอันดับ 63 ในปี 2024 จากที่สามารถเดินทางเข้าประเทศต่างๆ ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า 82 ประเทศ เหลือเพียง 80 ประเทศ การจัดอันดับพาสปอร์ตทรงอิทธิพลนั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความสัมพันธ์ทางการทูต เศรษฐกิจและความมั่นคงภายในประเทศ รวมถึงนโยบายวีซ่าระหว่างประเทศของที่นั้นๆ ด้วย 10 อันดับ พาสปอร์ตที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก 2025 สิงคโปร์ (193 ประเทศ) เกาหลีใต้ (190 ประเทศ) ญี่ปุ่น (189 ประเทศ) เยอรมนี อิตาลี ลักเซมเบิร์ก สเปน สวิตเซอร์แลนด์ (188 ประเทศ) ออสเตรีย เบลเยียม เดนมาร์ค ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ (187 ประเทศ) กรีซ ฮังการี นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส สวีเดน (186 ประเทศ) ออสเตรเลีย เช็คเกีย มอลตา (185 ประเทศ) โครเอเชีย เอสโตเนีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร (184 ประเทศ) แคนาดา (183 ประเทศ) ลัตเวีย ลิกเตนสไตน์ (182 ประเทศ) 10 พาสปอร์ตที่เดินทางได้น้อยที่สุดในโลก 2025 อัฟกานิสถาน (24 ประเทศ) ซีเรีย (26 ประเทศ) อิรัก (29 ประเทศ) เยเมน ปากีสถาน (31 ประเทศ) โซมาเลีย (33 ประเทศ) เนปาล (36 ประเทศ) บังกลาเทศ เกาหลีเหนือ (38 ประเทศ) รัฐปาเลสไตน์ ลิเบีย เอริเทรีย (39 ประเทศ) ซูดาน ศรีลังกา อิหร่าน (41 ประเทศ) ซูดานใต้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (43 ประเทศ) ข้อมูล : The Official Passport Index Ranking | Henley Partners (henleyglobal.com) ====================
29 ต.ค. 68
อ่าน
เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก Taiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ?
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย การไปเที่ยว ไต้หวัน นั้นเราคงรู้กันอยู่ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า แต่ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป จะมีเอกสารสำคัญอีกอย่างที่เราต้องเตรียมตัวก่อนเดินทาง นั่นก็คือ Taiwan Arrival Card (TWAC) หรือ บัตรผู้โดยสารขาเข้าไต้หวัน เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นเรื่องง่าย และรวดเร็วขึ้นเยอะครับ เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก TWACTaiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ? Taiwan Arrival Card คืออะไร? ทำไมต้องกรอก? Taiwan Arrival Card คือเอกสารที่ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกไต้หวันของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คล้ายกับการกรอก ใบขาเข้า-ขาออก (Departure/Arrival Card) แบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่ความพิเศษของมันคือสามารถ กรอกออนไลน์ล่วงหน้า ได้อย่างสะดวกสบาย เริ่มใช้ระบบนี้ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 วัตถุประสงค์หลักของการใช้ Arrival Card คือเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) ของไต้หวันสามารถตรวจสอบและประมวลผลข้อมูลผู้เดินทางได้รวดเร็วขึ้น ทำให้ขั้นตอนการเข้าประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น ลดการต่อคิว และที่สำคัญคือ ช่วยลดการใช้กระดาษ ได้อีกด้วย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติ (NIA) ของไต้หวันระบุว่า TWAC ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาท้องถิ่นรวม 7 ภาษา เช่น ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย พร้อมฟังก์ชันใหม่ที่สามารถดึงข้อมูลจากหนังสือเดินทางอัตโนมัติ และรองรับการกรอกแบบกลุ่มสูงสุดถึง 16 คนในครั้งเดียว นักเดินทางจะได้รับอีเมลยืนยันหลังลงทะเบียนสำเร็จ โดยแนะนำให้กรอกแบบฟอร์มล่วงหน้าภายใน 3 วันก่อนเดินทาง ใครต้องทำ Taiwan Arrival Card บ้าง? ผู้ที่จำเป็นต้องกรอก Taiwan Arrival Card ล่วงหน้า คือ ชาวต่างชาติที่ไม่ถือสัญชาติไต้หวัน : และไม่มีถิ่นที่อยู่ในไต้หวัน (รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทย) ผู้ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า (Visa-Exempt Entry) : ซึ่งปัจจุบันคนไทยสามารถเดินทางเข้าไต้หวันได้โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า และต้องพำนักไม่เกิน 90 วัน ผู้ที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว : หรือติดต่อธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตพำนักระยะยาว ข้อควรรู้ : ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถขอใบ Arrival Card ฉบับกระดาษมากรอกที่สนามบินได้ แต่การกรอกออนไลน์ล่วงหน้าถือเป็นทางเลือกที่ สะดวกและรวดเร็วที่สุด ต้องกรอกข้อมูลอะไรบ้าง? เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนกดส่ง การกรอก Taiwan Arrival Card ออนไลน์นั้นใช้เวลาไม่นานครับ เพียงแค่เตรียมข้อมูลพื้นฐานให้ครบถ้วนตามรายการเหล่านี้ 1. ข้อมูลส่วนตัว : ชื่อ-นามสกุล: ตามที่ปรากฏในหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด สัญชาติ: (Thai) เพศ หมายเลขหนังสือเดินทาง (Passport Number) ที่อยู่อีเมล์ที่ถูกต้อง อาชีพ และหมายเลขโทรศัพท์ 2. ข้อมูลการเดินทาง : หมายเลขเที่ยวบิน (Flight/Vessel No.): เช่น TG634 หรือ VZ560 วันที่คาดว่าจะเดินทางมาถึงไต้หวัน (Arrival Date) วัตถุประสงค์ในการเยือน (Purpose of Visit): เช่น Tourism (ท่องเที่ยว) หรือ Business (ธุรกิจ) 3. ข้อมูลที่พักในไต้หวัน : ที่อยู่/ชื่อโรงแรม (Address/Hotel Name): กรุณากรอกชื่อโรงแรมหรือที่พักแห่งแรกให้ชัดเจน เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบ ข้อแนะนำ : เราสามารถเข้าสู่เว็บไซต์ของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน (National Immigration Agency) เพื่อกรอกข้อมูลล่วงหน้าได้เลย ข้อมูลที่บันทึกไว้จะถูกส่งเข้าสู่ระบบทันที ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการกรอกเอกสารที่สนามบินอีกต่อไป ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 ต.ค. 68
อ่าน
วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ
ทราเวล ทิปส์ • 18 ก.ย. 68
อ่าน
เที่ยวยุโรป ไม่ต้องปั๊มพาสปอร์ตแล้ว เริ่ม 12 ตุลาคม 2568 ระบบใหม่คนไทยต้องรู้
กำลังมีแพลนเที่ยวยุโรปช่วงปลายปี 2025 กันอยู่รึเปล่า? ถ้าใครมีเตรียมตัวให้พร้อมครับ! เพราะสหภาพยุโรปประกาศใช้ระบบใหม่ที่เรียกว่า EES (Entry/Exit System) ซึ่งประกอบด้วย 29 ประเทศในยุโรป เชงเก้น ในวันที่ 12 ตุลาคม 2025 ระบบนี้จะเข้ามาแทนที่การปั๊มตราบนพาสปอร์ตแบบเดิม ทำให้ขั้นตอนการเข้า-ออกยุโรปทันสมัย และรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่การปรับตัวในช่วงแรกก็มีเรื่องให้เราต้องทำความเข้าใจกันอยู่บ้าง เที่ยวยุโรป ไม่ต้องปั๊มพาสปอร์ตแล้ว เริ่ม 12 ตุลาคม 2568 EES คืออะไร และทำไมต้องใช้? EES หรือ Entry/Exit System คือระบบดิจิทัลที่จะบันทึกข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกของนักท่องเที่ยวจากนอกเขต EU/Schengen โดยอัตโนมัติ ซึ่งรวมถึงข้อมูลสำคัญอย่าง วันเวลาที่เดินทางเข้า-ออก ประเทศที่ใช้ผ่านแดน รวมถึงข้อมูลทางชีวมิติ (Biometrics) เช่น ลายนิ้วมือ และรูปถ่ายใบหน้าของเรา ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัย และทำให้การควบคุมการเข้า-ออกมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกจัดเก็บไว้ใช้ได้เป็นเวลา 3 ปี ทำให้การเดินทางครั้งต่อไปสะดวกและรวดเร็วขึ้น ไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำทุกครั้ง แม้กระทั่งผู้ที่เคยยื่นขอวีซ่าเชงเกนและให้ข้อมูล Biometric มาแล้ว ก็ยังต้องลงทะเบียนใหม่อีกครั้งเมื่อถึงยุโรปเพื่อเชื่อมเข้าระบบ EES อย่างเป็นทางการ ข้อมูลจาก BBC ระบุว่า ระบบ EES จะเริ่มใช้งานในวันที่ 12 ตุลาคม 2025 และจะทยอยติดตั้งตามจุดผ่านแดนสำคัญต่างๆ เช่น สนามบิน ท่าเรือ และด่านรถไฟ จนครบ 29 ประเทศในเขตเชงเก้น ภายในเดือนเมษายน 2026 ประเทศไหนที่ใช้ระบบ EES บ้าง? ระบบนี้ครอบคลุมประเทศสมาชิกเชงเก้น 29 ประเทศ ได้แก่ 25 ประเทศสมาชิก EU (ยกเว้นไซปรัส และไอร์แลนด์) และ 4 ประเทศนอก EU คือ ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ คาดว่าจะใช้งานเต็มรูปแบบในทุกจุดผ่านแดนภายในเดือนเมษายน 2026 EES เกี่ยวข้องกับ ETIAS ยังไง? ทีนี้หลายคนอาจสับสนระหว่าง EES และ ETIAS (European Travel Information and Authorisation System) แต่ทั้งสองระบบมีหน้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง EES : เป็นระบบสำหรับ "บันทึกข้อมูลการเดินทางเข้า-ออก" ของนักท่องเที่ยวหลังจากเดินทางมาถึง ETIAS : เป็นระบบ "ขออนุญาตเดินทางออนไลน์" สำหรับพลเมืองที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า ซึ่งคนไทยยังคงต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้นตามปกติ และระบบ ETIAS มีกำหนดจะเริ่มใช้ในปลายปี 2026 *ETIAS เริ่มใช้ปลายปี 2026 ค่าธรรมเนียม 20 ยูโรต่อการสมัคร (อายุใช้งาน 3 ปี) ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 และมากกว่า 70 ปี สมัครได้ฟรี* สรุปแล้วถึงแม้จะมีระบบใหม่เข้ามา แต่คนไทยก็ยังคงต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้นเพื่อเดินทางไปยุโรปเหมือนเดิมนะครับ EES เป็นเพียงระบบที่จะเข้ามาช่วยให้ขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองรวดเร็วและเป็นดิจิทัลมากขึ้นเท่านั้น ต้องทำอะไรบ้างเมื่อใช้ EES ครั้งแรก? สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางเข้ายุโรปเป็นครั้งแรกหลังจากระบบนี้เริ่มใช้ จะต้องทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ สแกนพาสปอร์ต : ที่ตู้ Kiosk หรือกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เก็บข้อมูลชีวมิติ : ถ่ายรูปใบหน้าและสแกนลายนิ้วมือ (เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีไม่ต้องสแกนลายนิ้วมือ) ตอบคำถามสั้นๆ : เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการเดินทาง ที่พัก และงบประมาณ ข้อมูลที่เรากรอกในครั้งแรกจะถูกเก็บไว้ในระบบนานถึง 3 ปี ทำให้การเดินทางครั้งต่อไปง่ายขึ้นมาก เพราะแค่ยืนยันข้อมูลเดิมก็สามารถผ่านด่านได้เลย ทั้งนี้ในช่วงเริ่มต้นระหว่างวันที่ 12 ตุลาคม 2568 - 10 เมษายน 2569 อาจยังมีบางสนามบินที่ใช้การประทับตราพาสปอร์ตควบคู่ไปกับระบบใหม่ และคาดว่าจะมีปัญหาคิวยาวในช่วงแรก เนื่องจากผู้โดยสารทุกคนต้องลงทะเบียนพร้อมกัน แต่เมื่อเข้าสู่วันที่ 10 เมษายน 2569 เป็นต้นไป EU จะบังคับใช้ระบบนี้เต็มรูปแบบ จึงน่าจะเกิดความรวดเร็วลื่นไหลมากขึ้น ข้อมูล : What is the EU's new border system EES - and how does it work? ====================
ทราเวล ทิปส์ • 12 ก.ย. 68
อ่าน
เที่ยวลาว ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2025 ต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเข้า-ออกประเทศ
ใครมีแพลนจะไป เที่ยวลาว ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพิ่มขึ้นอีกขั้นตอนครับ เพราะ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป รัฐบาลลาวจะเริ่มใช้ระบบใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว นั่นคือ ระบบลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเดินทางเข้า-ออกประเทศลาว เพื่อให้การเดินทางของเราง่าย และรวดเร็วขึ้น บอกไว้ตรงนี้ก่อนว่าสำหรับคนไทยไม่ต้องลงทะเบียนเหมือนเดิมนะ รู้ไว้เผื่อพาเพื่อนต่างชาติไปเที่ยวลาวแล้วกัน 9 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยว สปป.ลาว ยังไงให้ม่วนหลายๆ ไปลาวยังไงดี มีรถไฟวิ่งตรงกี่เส้นทาง? เที่ยวลาว ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2025ต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเข้า-ออกประเทศ ทำไมต้องลงทะเบียนก่อนเที่ยวลาว? ประเทศลาวเริ่มทดลองระบบลงทะเบียนเดินทางเข้าออกออนไลน์ ของกรมตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สปป.ลาว ภายใต้กระทรวงสันติภาพ ซึ่งระบบใหม่นี้จะช่วยให้ ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวเพื่อกรอกเอกสารกระดาษที่ด่านอีกต่อไป แค่กรอกข้อมูลล่วงหน้า พอไปถึงก็แค่ยื่น QR Code กับพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ดู จัดการข้อมูลได้ได้ง่ายขึ้น เพราะมีข้อมูลของเราในระบบล่วงหน้าแล้ว จะได้ดูแลเรื่องความปลอดภัย และลดความแออัดที่ด่านได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัย เป็นการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวแบบเบื้องต้น ใช้ที่ด่านไหนบ้าง? ช่วงแรกจะมีการลองใช้ระบบนี้ที่ 4 ด่านหลักก่อน ซึ่งเป็นด่านที่นักท่องเที่ยวไปกันเยอะที่สุด ทั้งทางเครื่องบิน และทางรถยนต์ ดังต่อไปนี้ สนามบินนานาชาติวัดไต (เวียงจันทน์) สนามบินนานาชาติหลวงพระบาง สนามบินนานาชาติปากเซ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (เวียงจันทน์) หลังจากใช้ได้ดีแล้ว เชื่อว่าในอนาคตก็จะขยายไปใช้ที่ด่านอื่นๆ ทั่วประเทศ ต้องลงทะเบียนก่อนเข้าลาวที่ไหน? สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ใช้ พาสปอร์ต ในการเดินทางสามารถลงทะเบียนที่เว็บไซต์ของกรมตรวจคนเข้าเมืองลาว www.immigration.gov.la ขั้นตอนง่ายมาก แค่กรอกข้อมูลส่วนตัว พาสปอร์ต ข้อมูลเที่ยวบิน วันเดินทาง และที่อยู่ จากนั้นก็จะได้ QR Code มาใช้ได้ 3 วัน ซึ่งเจ้า QR Code นี่แหละที่จะใช้แทนใบขาเข้า-ขาออกที่เราต้องเคยเขียน ใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจได้เลย บุคคลที่ได้ยกเว้นการลงทะเบียนออนไลน์ พลเมืองลาว ชาวต่างชาติที่พำนักถาวรในลาว พลเมืองประเทศที่มีพรมแดนติดลาว (ในช่วงทดลองนี้ = คนไทย) ที่ใช้พาสปอร์ต หรือเอกสารแทนพาสปอร์ต ว่าง่ายๆ สำหรับคนไทยนั้น ยังใช้แค่ หนังสือผ่านแดน (Border Pass) ไม่ต้องลงทะเบียนออนไลน์เหมือนเดิม เพราะเป็นข้อตกลงพิเศษระหว่างสองประเทศจ้า! ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 ก.ย. 68
อ่าน
"ยุโรป"เล็งขึ้น"ค่าธรรมเนียม"เข้าเมือง 3 เท่า
CNBC รายงานว่า นักเดินทางบางส่วนอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าเมืองเพิ่มขึ้น 3 เท่า เพื่อเดินทางเข้ายุโรป หลังคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ประกาศค่าธรรมเนียมใหม่ในการขออนุญาตเดินทางออนไลน์ (European Travel Information and Authorisation System-ETIAS) เป็น 20 ยูโร จากเดิมที่ 7 ยูโรทั้งนี้ ETIAS เป็นระบบลงทะเบียนก่อนเดินทางเข้า EU สำหรับพลเมืองจากประเทศที่ได้รับยกเว้นวีซ่าแล้วเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้นำมาใช้ แต่มีแผนจะเริ่มใช้ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 หลังจากก่อนหน้านี้เลื่อนมาหลายครั้งคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า ต้นทุนการดำเนินการและภาวะเงินเฟ้อเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัดสินใจขยับขึ้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว ค่าธรรมเนียมใหม่ของ EU จะอยู่ในระดับเดียวกับระบบการขออนุญาตเดินทางของประเทศอื่น ๆ อาทิ ETA (Electronic Travel Authorisation) ของอังกฤษที่อยู่ที่ 16 ปอนด์ และ ESTA (Electronic System for Travel Authorization) ของสหรัฐฯ ที่อยู่ที่ราว 21 ดอลลาร์สำหรับการยื่นขออนุญาตเดินทางผ่านระบบ ETIAS ของยุโรปจะใช้กับนักเดินทางที่ได้รับยกเว้นวีซ่าในการเยือน 30 ประเทศในยุโรป สามารถพำนักได้ไม่เกิน 90 วัน ในระยะเวลา 180 วัน แต่มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือสูงกว่า 70 ปี รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของพลเมือง EU ผู้ที่จะยื่นขอเดินทางล่วงหน้าผ่านระบบ ETIAS ครอบคลุม 59 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า อาทิ ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และอังกฤษอย่างไรก็ตาม ไทยยังไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องขออนุญาตผ่านระบบ ETIAS โดยยังต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น ขณะที่ EU เตรียมทดลองใช้ระบบบันทึกข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกเขตเชงเก้นแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Entry/Exit System-EES) ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ภาพถ่ายใบหน้า ลายนิ้วมือ
TNN ช่อง16 • 24 ก.ค. 68
อ่าน
“สิงคโปร์” ยังครองแชมป์พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ไทยอยู่ที่เท่าไร?
“เฮนลี่ย์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ส” (Henley Partners) ระบุว่า “สิงคโปร์” ยังคงรักษาแชมป์พาสปอร์ตทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกประจำปีนี้ สามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางทั่วโลกได้ 193 แห่ง โดยไม่ต้องขอวีซ่าอันดับพาสปอร์ตโลกปี 2567 ไทยไปได้ 81 ประเทศทั้งนี้ ในปี 2567 สิงคโปร์ครองอันดับ 1 ร่วมกับญี่ปุ่น เยอรมนี อิตาลี สเปน และฝรั่งเศส ส่วนอันดับ 2 ในปีนี้ ได้แก่ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ 190 แห่งอันดับ 3 ได้แก่ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน และไอร์แลนด์ เดินทางไปจุดหมายปลายทางแบบไม่ต้องขอวีซ่าได้ 189 แห่งอันดับ 4 เดินทางไปปลายทางได้ 188 แห่ง ประกอบด้วย ออสเตรีย เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส และสวีเดน และอันดับ 5 เดินทางได้ 187 แห่ง ได้แก่ กรีซ นิวซีแลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ด้านสหรัฐฯ ร่วงจากอันดับ 9 มาอยู่ในอันดับ 10 เช่นเดียวกับอังกฤษที่หล่นจากอันดับ 5 มาอยู่อันดับ 6 สะท้อนแนวโน้มขาลงระยะยาวจากที่เคยอยู่อันดับต้น ๆขณะที่ไทยติดในอันดับ 62 เดินทางไปปลายทางโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ 81 แห่ง
TNN ช่อง16 • 23 ก.ค. 68
อ่าน
ปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย รัฐย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว
ครม. เร่งปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย ตามมติครม.น.ส. ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการแก้ปัญหาสัญชาติ ตามมติ ครม. วันที่ 29 ตุลาคม 2567 โดยประกาศหลักเกณฑ์ให้คนเกิดในราชอาณาจักรแต่ยัง “ไร้สัญชาติ” ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 30 มิถุนายน 2568 กลุ่มเป้าหมาย “ชนกลุ่มน้อย/ชาติพันธุ์” เฉพาะที่อยู่ในไทยมานาน- กลุ่มเป้าหมายราว 140,000 คน เป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติไว้ก่อนแล้ว มีข้อมูลภาพถ่าย ลายนิ้วมือ และเลข 13 หลักขึ้นต้น 5, 6 หรือ 8- ครอบคลุมบุตรหลานที่เกิดในไทยของผู้ถือบัตรสีชมพู กลุ่มเลข 6 - 50 ถึง 6 - 72 และผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ขึ้นต้น 5 หรือ 8)- รวมถึงผู้ที่อยู่ในทะเบียนประวัติ “บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน” ตามมติ ครม. 18 ม.ค. 2548 เช่น ชาวมอร์แกน (เลขบัตรขึ้นต้น 0 และหลักที่ 6–7 เป็น 89)ย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว - ผู้ลี้ภัยในค่ายพักพิงรัฐบาลย้ำว่ามาตรการนี้ ไม่ครอบคลุมแรงงานข้ามชาติ ผู้มีสัญชาติอื่น หรือผู้หนีภัยในค่ายพักพิง แต่เป็นการแก้ปัญหาสิทธิสถานะของคนที่เกิดและเติบโตในไทยมาอย่างยาวนาน โดยมีหลักเกณฑ์ “เข้มงวด‑ตรวจสอบได้” เพื่อลดช่องโหว่ในการสวมสิทธิ ยกระดับคุณภาพชีวิตบนหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นโยบายดังกล่าวจะเปิดทางให้กลุ่มชาติพันธุ์เข้าถึงสวัสดิการรัฐ การศึกษา และโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ พร้อมยืนยันเดินหน้ากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การให้สัญชาติไทยเป็นไปอย่างโปร่งใส และเกิดประโยชน์กับผู้มีสิทธิอย่างแท้จริง.
TNN ช่อง16 • 12 ก.ค. 68
อ่าน
น.ค.1 คืออะไร? เปิดสิทธิครอบครองที่ดินในนิคมสร้างตนเอง
น.ค.1 คืออะไร?น.ค.1 หรือ หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเอง เป็นเอกสารทางราชการที่ออกโดย กรมประชาสงเคราะห์ (ปัจจุบันคือ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ) เพื่อให้บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิกโครงการนิคมสร้างตนเอง มีสิทธิใช้พื้นที่ของรัฐในการอยู่อาศัยและประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สิทธิที่ได้จากเอกสาร น.ค.1ผู้ถือเอกสาร น.ค.1 มีสิทธิ เข้าใช้และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ตามขอบเขตที่ระบุไว้ในโครงการนิคมสร้างตนเอง เช่น การอยู่อาศัย ทำการเกษตร หรือพัฒนาอาชีพอื่นที่สอดคล้องกับแผนของรัฐ อย่างไรก็ตาม เอกสารฉบับนี้ ยังไม่ใช่โฉนดที่ดิน หรือ หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ ผู้ถือจึงยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เงื่อนไขสู่การถือครองถาวรแม้ น.ค.1 จะเป็นเพียง “สิทธิครอบครองชั่วคราว” แต่หากผู้ถือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่นทำประโยชน์ในที่ดินตามระยะเวลาที่รัฐกำหนดปฏิบัติตามระเบียบและไม่ละเมิดเงื่อนไขของโครงการชำระหนี้ค้างชำระ (ถ้ามี)ก็สามารถยื่นขอ น.ค.3 ได้ในลำดับถัดไป ซึ่งเป็น หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดิน และเมื่อผ่านเกณฑ์ต่อเนื่อง ก็สามารถยื่นเรื่องขอ โฉนดที่ดิน ได้ในภายหลัง ทำไมเอกสาร น.ค.1 จึงสำคัญ?เป็นจุดเริ่มต้นของสิทธิในการใช้ที่ดินอย่างถูกกฎหมายในพื้นที่นิคมช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลมีที่อยู่อาศัยและทำกินเป็นเครื่องมือของรัฐในการกระจายการถือครองที่ดิน และสนับสนุนการพัฒนาชนบทเป็นพื้นฐานสำคัญของการขอเอกสารสิทธิ์ที่ดินในลำดับต่อไป เช่น น.ค.3 หรือโฉนด
TNN ช่อง16 • 8 ก.ค. 68
อ่าน
น.ค.3 ออกโฉนดได้ไหม? เจาะลึกสิทธิที่ดินนิคมสร้างตนเอง
เมื่อพูดถึง “ที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเอง” หลายคนอาจนึกถึงพื้นที่ห่างไกลซึ่งรัฐจัดสรรให้ประชาชนเข้าไปบุกเบิกทำกิน แต่สำหรับผู้ที่ถือเอกสาร น.ค.3 ซึ่งเป็นหนังสือแสดงการทำประโยชน์ในนิคมฯ คำถามสำคัญที่ตามมาคือ“สามารถเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดินได้หรือไม่?”กรมที่ดินได้ชี้แจงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า สามารถออกเป็นโฉนดได้ หากเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ถือ น.ค.3 หลายหมื่นรายทั่วประเทศ เข้าใจโครงสร้างสิทธิ: จาก น.ค.1 ถึง น.ค.3การได้มาซึ่ง น.ค.3 ไม่ใช่แค่ถือครองเอกสาร แต่สะท้อนถึงกระบวนการสร้างตัวและสร้างชุมชนภายใต้ พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 โดยมีขั้นตอนเริ่มจากน.ค.1 หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินนิคมฯ ซึ่งออกให้โดยกรมประชาสงเคราะห์เมื่อทำประโยชน์ตามระยะเวลาเกิน 5 ปี และชำระหนี้ให้รัฐแล้วจึงได้น.ค.3 หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในนิคมฯน.ค.3 ขอออกโฉนดได้หรือไม่?คำตอบคือ ได้ ภายใต้ 2 เงื่อนไขหลัก ตามกฎหมายที่ดิน1. การออกโฉนดเฉพาะราย (มาตรา 59 ประมวลกฎหมายที่ดิน)ต้องยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินจังหวัดที่ที่ดินตั้งอยู่ต้องมีน.ค.3 เป็นหลักฐานผ่านการพิสูจน์การใช้ประโยชน์โดยเจ้าหน้าที่นิคม2. การออกโฉนดโดยการเดินสำรวจ (มาตรา 58 ทวิ วรรคสอง)เมื่อเจ้าหน้าที่รังวัดสำรวจพื้นที่ หากเจ้าของที่ดินมีน.ค.3 ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานออกโฉนดได้อย่างไรก็ดี กฎหมายยังคงมีเงื่อนไขสำคัญคือ โฉนดที่ดินที่ได้จาก น.ค.3จะถูกห้ามโอน 5 ปี ยกเว้นการตกทอดทางมรดก และจะไม่สามารถถูกบังคับคดีได้ในช่วงเวลาดังกล่าว ตัวเลขที่อยู่เบื้องหลัง สิทธิที่รอการปลดล็อกข้อมูลจากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีนิคมสร้างตนเองจำนวน 43 แห่ง ครอบคลุม 32 จังหวัด โดยมีประชาชนกว่า 150,000 ครัวเรือน ที่อาศัยและทำกินอยู่ในเขตนิคมเหล่านี้ จุดร่วมของหลายครัวเรือนคือการถือครอง เอกสาร น.ค.3 ซึ่งเป็นหนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐแม้จะผ่านเกณฑ์การอยู่อาศัยและชำระหนี้ตามระบบ แต่ครอบครัวเหล่านี้จำนวนไม่น้อยยัง ไม่ได้รับโฉนดที่ดิน ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิที่แท้จริง และสามารถนำไปใช้เป็นหลักทรัพย์หรือมรดกทางกฎหมายได้วัตถุประสงค์ดั้งเดิมของโครงการนิคมสร้างตนเองคือ การจัดสรรที่ดินให้ผู้ขาดแคลนได้มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินอย่างยั่งยืน แต่ในทางปฏิบัติ ความล่าช้าในการออกโฉนดกลับทำให้ “สิทธิ” ยังไม่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมขณะที่รัฐเริ่มมีความพยายามเร่งรัดให้เกิดการออกเอกสารสิทธิที่มั่นคงมากขึ้นในอนาคต ก็ยังมีคำถามสำคัญว่า จะมีมาตรการใดที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านจาก น.ค.3 สู่โฉนดเป็นไปได้รวดเร็ว โปร่งใส และทั่วถึงจริงหรือไม่คำถามต่อไป กฎหมายพร้อมรองรับหรือยัง?แม้จะเปิดทางให้ น.ค.3 แปลงเป็นโฉนดได้ แต่ในทางปฏิบัติยังคงต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ซับซ้อน และต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองนิคม รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ดินซึ่งมีภาระงานสูง การปรับปรุงระบบให้โปร่งใส รวดเร็ว และไม่สร้างภาระให้ประชาชนจึงเป็นโจทย์ถัดไปที่ภาครัฐต้องรับไปคิด---เรื่องของ“สิทธิในที่ดิน” สำหรับคนธรรมดาไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะที่ดินคือชีวิต ที่ดินคือโอกาส และที่ดินคือหลักประกันแห่งอนาคต การที่รัฐเปิดทางให้ น.ค.3 ออกโฉนดได้ จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานะเอกสาร แต่คือการคืนความมั่นคงให้คนตัวเล็กที่เคยอยู่ชายขอบของระบบคำถามที่ยังค้างอยู่คือ เราจะทำให้ “สิทธิ” เหล่านี้เกิดขึ้นได้จริงกับทุกครอบครัวที่ทำตามกติกาแล้วหรือไม่? เพราะความชัดเจนทางกฎหมาย อาจยังไม่เพียงพอ หากระบบยังไม่เคลื่อนตามความหวังของประชาชน
TNN ช่อง16 • 8 ก.ค. 68
อ่าน
เปิดรับคำร้องขอสัญชาติไทยให้คนต่างด้าว 2 กลุ่ม ใครบ้างมีสิทธิ ?
เปิดรับคำร้องขอสัญชาติไทยให้คนต่างด้าว 2 กลุ่ม ใครบ้างมีสิทธิ - บุคคลใดไม่เข้าเงื่อนไข ?ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศหลักเกณฑ์เร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติ สำหรับผู้ที่เกิดในประเทศไทยแต่ไม่ได้รับสัญชาติไทย โดยมีบิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าว ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง เพื่อปลดล็อกปัญหาสถานะบุคคล และเปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายสามารถยื่นขอสัญชาติไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย กำหนดให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจวินิจฉัยและแก้ไขอุปสรรคประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ทันทีเป็นเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมอบหมายให้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้มีอำนาจหลักในการดำเนินการ แก้ไขปัญหา และวินิจฉัยอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินงาน หากจำเป็นสามารถขยายระยะเวลาออกไปได้ตามมติของคณะรัฐมนตรีกลุ่มเป้าหมายที่มีสิทธิตามประกาศนี้1. บุคคลที่เกิดในประเทศไทย โดยมีบิดาหรือมารดาเป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์- ได้รับการสำรวจและมีชื่อในทะเบียนบ้าน- มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เริ่มต้นด้วยเลข 6 (โดยหลักที่ 6 และ 7 อยู่ระหว่าง 50–72)- หรือมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 5 หรือ 8 หากมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่และมีชื่อในทะเบียนบ้าน 2. บุคคลที่เกิดในประเทศไทย โดยมีบิดาหรือมารดาเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน- ได้รับการสำรวจตามมติ ครม. วันที่ 18 มกราคม 2548- รวมถึง กลุ่มชาวมอร์แกน ที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เริ่มต้นด้วยเลข 0 (โดยหลักที่ 6 และ 7 เป็นเลข 89)กลุ่มที่ไม่เข้าเกณฑ์บุคคลต่างด้าวทั่วไป เช่นแรงงานข้ามชาติผู้ลี้ภัยจากการสู้รบในค่ายพักพิงชั่วคราวผู้ถือหนังสือเดินทาง (Passport) ที่ไม่มีคุณสมบัติตามประกาศไม่สามารถยื่นขอสัญชาติไทยตามประกาศฉบับนี้ได้เป้าหมายเพื่อความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำประกาศฉบับนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการแก้ปัญหา บุคคลไร้สัญชาติในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิขั้นพื้นฐาน และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างยั่งยืน
TNN ช่อง16 • 4 ก.ค. 68
อ่าน
ปลัดมท. ย้ำการให้สัญชาติตามมติครม. 29 ต.ค. 67 มีเป้าหมายที่ชัดเจน
วันนี้ (29 มิ.ย. 68) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีการเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติตามมติ ครม. 29 ต.ค. 67 ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (30 มิ.ย. 68) น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติ และการสั่งให้คนที่เกิดในราชอาณาจักรไทยและไม่ได้รับสัญชาติไทย โดยมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป และจะมีผลใช้บังคับเมื่อประกาศราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 30 มิ.ย. 68 เป็นต้นไปนายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า การดำเนินการแก้ไขปัญหาสัญชาติตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 67 ในสมัยของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ถือเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ประเทศไทยที่มีการขับเคลื่อนเร่งรัดแก้ไขเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม กระทั่งได้รับคำชื่นชมจากองค์การระหว่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก และในขณะนี้รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนระเบียบกฎหมาย โดยมติ ครม. ดังกล่าว ได้มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน คือ ชนกลุ่มน้อย/กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน และได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติและมีข้อมูลในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรไว้แล้ว อาทิ ภาพถ่ายใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ ประมาณ 1.4 แสนราย "ไม่ใช่บุคคลต่างด้าวหรือผู้หลบหนีเข้าเมืองแต่อย่างใด" สำหรับกลุ่มเป้าหมายการแก้ไขปัญหาสัญชาติตามมติ ครม. นี้ ได้แก่ 1. บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักร โดยมีบิดาหรือมารดาเป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับการสำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติกลุ่มต่าง ๆ มีชื่อในทะเบียนบ้าน มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ขึ้นต้นหลักแรกด้วยเลข 6 และเลขหลักที่หกและเจ็ดเป็นเลข 50 ถึงเลข 72 รวมถึงคนที่มีบิดาหรือมารดาเป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ มีชื่อในทะเบียนบ้าน มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ขึ้นต้นหลักแรกด้วยเลข 5 หรือเลข 8 ด้วยและ 2. บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักร โดยมีบิดาหรือมารดาได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2548 รวมถึงชาวมอร์แกน โดยคนกลุ่มนี้จะมีชื่อในทะเบียนประวัติ มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักที่ขึ้นต้นหลักแรกด้วยเลข 0 และเลขหลักที่หกและเจ็ดเป็นเลข 89 "ในส่วนของคนต่างด้าวอื่น ๆ อาทิ แรงงานต่างด้าว ผู้หนีภัยการสู้รบที่อาศัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ และคนต่างด้าวทั่วไปที่มี Passport ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย และไม่มีสิทธิยื่นคำขอตามมติ ครม. นี้ แต่อย่างใด" นายอรรษิษฐ์ กล่าวเน้นย้ำสำหรับบุคคลกลุ่มเป้าหมายทั้ง 2 กลุ่ม ที่มีความประสงค์จะขอมีสัญชาติไทย ต้องมีลักษณะเป็นไปตามเงื่อนไขของประกาศ และต้องปฏิบัติตามขั้นตอน โดยยื่นคำขอต่อนายทะเบียน กรณีมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กรณีมีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอใด ให้ยื่นต่อนายอำเภอนั้น
TNN ช่อง16 • 29 มิ.ย. 68
อ่าน
นายกฯ มอบบัตรปชช. กลุ่มชาติพันธุ์เชียงราย ย้ำความเสมอภาค - มีศักดิ์ศรี
วันนี้ (28 มิ.ย. 2568) เวลา 13.20 น. ที่โรงเรียนแม่จันวิทยาคม อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่พบปะกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับสัญชาติไทยตามมติคณะรัฐมนตรี โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ และผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯ กรมการปกครอง ปภ. และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เข้าร่วม แก้ปัญหาบุคคลไร้รัฐอย่างเป็นระบบนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้รับฟังรายงานความคืบหน้าในการแก้ไขสถานะบุคคลไร้รัฐจากกรมการปกครอง ซึ่งขณะนี้มีบุคคลที่อพยพเข้ามาก่อนปี 2542 และมีทะเบียนประวัติแล้วกว่า 340,000 คน และบุตรอีกกว่า 140,000 คน ที่อยู่ในข่ายสามารถยื่นคำร้องขอสัญชาติได้ โดยต้องมีคุณสมบัติเช่น พำนักในไทยไม่น้อยกว่า 15 ปี ไม่มีสัญชาติอื่น และ มีเลขบัตรประชาชน 13 หลักลดขั้นตอน–ยื่นขอสัญชาติได้ง่ายขึ้นรัฐบาลมีการลดขั้นตอนการพิจารณาจากเดิม 270 วัน เหลือเพียง 5 วัน และให้อำนาจนายอำเภอพิจารณาอนุมัติได้โดยตรง ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2568 มีการลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทยให้สถานะทางกฎหมายแก่คนต่างด้าวที่มีถิ่นพำนักในราชอาณาจักรตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 28 มิ.ย. 2568 นายกฯ ย้ำ “สิทธิความเป็นไทยต้องเสมอภาค”น.ส.แพทองธาร มอบบัตรประชาชนให้กลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมกล่าวว่า “ทุกคนมีสิทธิในฐานะคนไทยอย่างเท่าเทียม” โดยเล่าย้อนว่าเคยลงพื้นที่เมื่อ 3 ปีก่อน และรู้สึกสะเทือนใจที่ประชาชนบางกลุ่มยังไม่มีบัตรประชาชน ทำให้เข้าไม่ถึงสิทธิพื้นฐาน จึงตั้งใจผลักดันนโยบายนี้จนประสบความสำเร็จนายกฯ เน้นย้ำว่า รัฐบาลต้องการให้พี่น้องชาติพันธุ์มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีสิทธิในบริการจากรัฐ และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นใจในฐานะประชาชนไทย พร้อมถ่ายภาพร่วมกับประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ
TNN ช่อง16 • 28 มิ.ย. 68
อ่าน
Border Pass แตกต่างกับ Passport อย่างไร?ใช้งานในกรณีไหนได้บ้าง
ไขข้อสงสัย Border Pass แตกต่างกับ Passport อย่างไร? เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ณ ที่ประชุมนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนการยกเว้นค่าผ่านแดน รวมถึงมีการพูดคุยถึงประเด็น Border Pass ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในบริบทของการเดินทางข้ามชายแดน ขณะที่ในโลกโซเชียลมีการถกเถียงและเข้าใจผิดเกี่ยวกับลักษณะและการใช้งานของ Border Pass อย่างแพร่หลาย เมื่อพูดถึงการเดินทางข้ามประเทศ เรามักจะคุ้นเคยกับเอกสารสำคัญอย่าง หนังสือเดินทาง (Passport) แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ยังมีเอกสารอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า Border Pass ซึ่งมีบทบาทสำคัญสำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานบริเวณชายแดนและต้องเดินทางข้ามแดนกับประเทศเพื่อนบ้านบ่อยๆวันนี้เราจะมาอธิบายความแตกต่างระหว่าง Border Pass และ Passport เพื่อให้คุณเข้าใจได้ชัดเจนขึ้นว่า เอกสารทั้งสองนี้มีหน้าที่อย่างไร ใช้งานได้ในกรณีใดบ้าง และเหมาะกับใคร1. รูปแบบและลักษณะของเอกสาร- Passport (หนังสือเดินทาง)หนังสือเดินทางเป็นเอกสารทางราชการที่ออกให้กับพลเมืองของแต่ละประเทศเพื่อใช้ในการเดินทางระหว่างประเทศทั่วโลก มีรูปแบบเป็นเล่มเล็ก มีข้อมูลส่วนบุคคล รูปถ่าย และข้อมูลการออกหนังสือเดินทาง รวมถึงที่สำหรับประทับตราวีซ่าหรือประทับตราผ่านแดนจากประเทศต่างๆ- Border Pass (บัตรผ่านแดน)Border Pass เป็นเอกสารที่ออกให้กับบุคคลที่อาศัยหรือมีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ชายแดน เพื่อใช้เดินทางข้ามเขตแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น ลักษณะอาจเป็นเล่มเล็กคล้ายหนังสือเดินทางหรือเป็นบัตรที่มีข้อมูลส่วนตัวและระบุเขตที่สามารถใช้เดินทางได้ โดยมักมีข้อจำกัดด้านระยะทางและระยะเวลาการใช้งาน2. วัตถุประสงค์การใช้งาน- Passportใช้สำหรับการเดินทางข้ามประเทศทั่วไป ไม่จำกัดเขตหรือระยะทาง สามารถใช้ในการเดินทางท่องเที่ยว ทำงาน หรือพำนักอาศัยในต่างประเทศตามกฎหมายและเงื่อนไขของแต่ละประเทศ สามารถเดินทางได้ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ- Border Passออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนที่อาศัยหรือทำงานในพื้นที่ชายแดน สามารถเดินทางข้ามแดนกับประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้นในพื้นที่จำกัด เช่น พื้นที่ชายแดนที่มีระยะห่างไม่เกิน 3-30 กิโลเมตร โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางปกติ หรือขอวีซ่าที่ซับซ้อนเหมือนการเดินทางทั่วไป ใช้สำหรับเข้าออกเขตแดนแบบชั่วคราวหรือถาวรในบริเวณชายแดนเท่านั้น 3. ขอบเขตการเดินทาง- Passportเดินทางได้ทั่วโลก ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดวีซ่าของประเทศปลายทางและเงื่อนไขการเดินทางระหว่างประเทศ- Border Passจำกัดพื้นที่เดินทางเฉพาะชายแดนเท่านั้น เช่น ใช้เดินทางระหว่างจังหวัดชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว กัมพูชา เมียนมา และมาเลเซีย ไม่สามารถใช้เดินทางเข้าพื้นที่ภายในประเทศของอีกฝ่ายหรือเดินทางไปยังเมืองอื่น ๆ ได้4. ประเทศที่ไทยมีข้อตกลงใช้ Border Passประเทศไทยมีข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านในการใช้ Border Pass สำหรับการเดินทางข้ามแดนในบริเวณชายแดน ได้แก่- สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ลาว)- ราชอาณาจักรกัมพูชา (กัมพูชา)- สหภาพเมียนมา (เมียนมา)- มาเลเซียโดย Border Pass เหล่านี้จะออกให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่มีความสัมพันธ์และความจำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตแดนในระยะสั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าขาย การทำงาน หรือเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องในบริเวณพื้นที่ชายแดน5. ระยะเวลาการใช้งานและการต่ออายุ- Passportมีอายุประมาณ 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ สามารถต่ออายุได้ตามกฎหมาย- Border Passมีทั้งแบบถาวรและชั่วคราว เช่น แบบถาวรมีอายุประมาณ 1 ปี ใช้เข้าออกได้หลายครั้ง ส่วนแบบชั่วคราวมีอายุสั้น อาจใช้ได้ 7 วัน หรือใช้เข้าออกได้ครั้งเดียว ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละประเทศ6. กระบวนการขอและการลงทะเบียน- Passportผู้ขอต้องยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ (กรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง) พร้อมส่งเอกสารและรูปถ่ายตามที่กำหนด- Border Passมักจะมีขั้นตอนการลงทะเบียนที่ง่ายและรวดเร็วกว่า เพื่อให้คนในพื้นที่ชายแดนสามารถใช้เดินทางได้สะดวก โดยต้องยื่นคำขอที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ชายแดน และมักมีข้อกำหนดจำเพาะ เช่น ต้องเป็นผู้มีถิ่นฐานในพื้นที่ชายแดน และใช้ได้เฉพาะด่านผ่านแดนที่ระบุไว้7. ตัวอย่างการใช้งานในประเทศไทย- ชาวไทยที่อาศัยตามชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา เมียนมา และมาเลเซีย สามารถใช้ Border Pass ในการเดินทางเข้า-ออกด่านชายแดนได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางปกติ- ในกรณีเดินทางไกลหรือเดินทางเข้าพื้นที่อื่นๆ นอกเขตชายแดน ต้องใช้ Passport และปฏิบัติตามข้อกำหนดวีซ่าของประเทศปลายทางBorder Pass จึงเป็นเอกสารสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางข้ามแดนระยะสั้นในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ Passport เหมาะกับการเดินทางระยะไกลทั่วโลกถ้าคุณอาศัยในพื้นที่ชายแดนหรือมีความจำเป็นต้องข้ามแดนบ่อยในระยะสั้น Border Pass จะช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้น แต่ถ้าต้องเดินทางทั่วไป ต้องใช้ Passport เท่านั้น
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือนล่าสุด! กต. ขอให้คนไทยในอิสราเอล-อิหร่านออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด
กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand ประกาศเตือน! คนไทยที่พำนักและทำงานในอิสราเอลและอิหร่านเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอลและอิหร่าน มีแนวโน้มอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงขอให้คนไทยที่พำนักอยู่ในอิสราเอลและอิหร่านพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุดทั้งนี้ สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือหรือข้อมูลเพิ่มเติมจากสถานเอกอัครราชทูตทั้งสองแห่งได้ตลอดเวลา ข่าวที่เกี่ยวข้อง- "ทรัมป์" ประกาศอิสราเอล-อิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง มีผลใน 6 ชม.ข้างหน้า- สหรัฐฯ เรียกร้องจีนยับยั้งอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางส่งน้ำมันโลก- เปิดปฏิบัติการ Midnight Hammer ที่สหรัฐฯ ใช้โจมตีโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน- อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในกาตาร์
TNN ช่อง16 • 24 มิ.ย. 68
อ่าน
สถานทูตฯ เตือนฉบับที่ 6 ขอให้คนไทยในบาห์เรน เตรียมกระเป๋าฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน ออกประกาศแจ้งให้คนไทยเตรียมพร้อม จากเหตุการณ์ความขัดแย้ง ภายหลังสหรัฐอเมริกาโจมตีฐานทัพนิวเคลียร์ในประเทศอิหร่านโดยระบุว่า สถานทูตขอแนะนำคนไทยในบาห์เรนทุกคนเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่ปกติใด ๆ โดยขอให้จัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินไว้ล่วงหน้าและเพียงพอสำหรับระยะเวลา 1-3 วัน ดังนี้ 1. เอกสารสำคัญ (พาสปอร์ต CPR)2. เงินสด3. เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์/Power Bank/สายชาร์จแบต4. อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน น้ำดื่ม (เท่าที่จำเป็น)5. เสื้อผ้า อุปกรณ์ส่วนตัว/ผ้าห่มบาง6. ยาสามัญประจำบ้าน/ยารักษาโรคประจำตัว7. สมุดพก/ปากกา/ไฟฉาย/เชือก/มีดพับ/ไฟแช็ค/ถุงพลาสติก/อื่น ๆเนื่องด้วยสถานการณ์มีความละเอียดอ่อน จึงขอให้ทุกท่านติดตามคำแนะนำของทางการบาห์เรนและสถานทูตอย่างใกล้ชิดต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง- หวั่นอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำราคาน้ำมันพุ่ง- BBC เผย 3 แนวทางอิหร่านอาจเลือกใช้เพื่อตอบโต้กลับสหรัฐฯ- อิหร่านเตือนสหรัฐฯ ผลการโจมตี "จะไม่สิ้นสุด" พร้อมงัดทุดทางปกป้องอธิปไตย
TNN ช่อง16 • 23 มิ.ย. 68
อ่าน
รมว.ต่างประเทศเตือนคนไทยในอิสราเอลและอิหร่าน ให้พิจารณาออกจากพื้นที่อันตราย
20 มิถุนายน 2568 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดอิสราเอล-อิหร่านที่ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ว่า ตามที่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ผมขอเรียกร้องให้พี่น้องคนไทยออกจากพื้นที่เป้าหมายการโจมตีและบริเวณใกล้เคียง โดยในระยะเร่งด่วน ผมได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงนำคณะจากส่วนกลางไปสนับสนุนภารกิจของสถานเอกอัครราชทูตไทยในอิสราเอลและอิหร่าน เพื่อให้สามารถช่วยเหลือคนไทยได้อย่างทันท่วงทีครับ ตลอด 2 วันที่ผ่านมา ผมได้ประชุมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดกับผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อประเมินสถานการณ์ และได้รับรายงานว่า ขณะนี้ในอิหร่านมีคนไทยที่เข้าพักในศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้ว 35 คน และมีผู้แสดงความประสงค์จะเดินทางออกจากอิหร่าน 5 คน ในอิสราเอลมีคนไทยแสดงความประสงค์จะเดินทางออกจากอิสราเอล 3 คน ซึ่งผมได้กำชับให้สถานเอกอัครราชทูตในทั้งสองประเทศช่วยอำนวยความสะดวกให้คนไทยทุกคนเดินทางออกมาจากพื้นที่ทันทีที่ปลอดภัย ผมขอย้ำว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมดูแลพี่น้องคนไทยในต่างแดน แต่อยากขอให้พิจารณาออกจากพื้นที่อันตรายในขณะที่ยังสามารถเดินทางออกมาได้ อย่าประวิงเวลารอจนสถานการณ์จวนตัว และขอให้รีบติดต่อสถานทูตในอิสราเอลและอิหร่านที่สายด่วนทันทีครับสถานทูต ณ กรุงเทลอาลีฟ หมายเลข +972 546 368150 และ +972 503 673195สถานทูต ณ กรุงเตหะราน หมายเลข +98 912 159 5699 และ +98 912 500 7933 และ call center หมายเลข 02 572 8442 ของกระทรวงการต่างประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง">
TNN ช่อง16 • 20 มิ.ย. 68
อ่าน
สงครามอิสราเอล-อิหร่าน รุนแรงต่อเนื่อง! ขอคนไทยเร่งอพยพออกจากพื้นที่
นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-อิหร่านว่า ได้รับรายงานว่า สถานการณ์มีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนมากขึ้น ซึ่งประเทศอื่น ๆ เช่น สหรัฐฯ และจีนได้ประกาศให้ประชาชนของตน "เดินทางออกนอกพื้นที่" ตั้งแต่เมื่อวาน (17 มิ.ย.) แล้ว ดังนั้น จึงขอให้คนไทยในอิสราเอล และอิหร่าน พิจารณาเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ในทันทีที่สามารถกระทำได้อย่างปลอดภัยโดยสามารถติดต่อสถานทูตในอิสราเอลและอิหร่านได้ที่:- สายด่วนสถานทูต ณ กรุงเทลอาลีฟ หมายเลข +972 546 368150 และ +972 503 673195- สายด่วนสถานทูต ณ กรุงเตหะราน หมายเลข +98 912 159 5699 และ +98 912 500 7933- Call Center กระทรวงการต่างประเทศ หมายเลข 02 572 8442 ตลอด 24 ชั่วโมงนายมาริษ ยังย้ำว่า ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย. 68 สถานทูต ณ กรุงเตหะราน ได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับคนไทยที่เมือง Amol ในจังหวัด Mazandaran ทางเหนือของอิหร่าน ซึ่งเป็นจุดที่ปลอดภัย และห่างจากจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร หรือนิวเคลียร์ของอิหร่าน สามารถรองรับคนไทยได้ถึง 200 คน โดยขณะนี้มีคนไทยไปพำนักอยู่แล้ว 35 คน หากสถานการณ์ยกระดับขึ้นอีก หากจำเป็นต้องอพยพประชาชนออกจากประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ จะเร่งแจ้งประชาชนต่อไป พร้อมขอให้ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ของทางการท้องถิ่นและสถานทูต อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามกฎระเบียบของทางการอย่างเคร่งครัดข่าวที่เกี่ยวข้อง- สถานทูตไทยออกประกาศให้คนไทยออกจากกรุงเตหะราน เพื่อความปลอดภัย- รัฐบาลเร่งปรับแผนสำรองน้ำมัน รับมือผลกระทบจากเหตุสู้รบอิสราเอล–อิหร่าน- แรงงานไทยในอิสราเอลปลอดภัยทุกคน แม้สถานการณ์สู้รบตึงเครียด- อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน สถานทูตฯเตือนคนไทยได้ยินเสียงไซเรนรีบเข้าห้องนิรภัย
TNN ช่อง16 • 18 มิ.ย. 68
อ่าน
แรงงานไทยในอิหร่านยังปลอดภัย พร้อมยกระดับหากสถานการณ์ตึงเครียด
วันนี้ ( 17 มิ.ย. 68 )นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานได้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานแรงงานไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด โดยแรงงานไทยในทั้งสองประเทศยังคงปลอดภัยดี แรงงานไทยในอิสราเอลกว่า 39,000 คน อยู่ในระบบถูกกฎหมายเกินครึ่งจากข้อมูลล่าสุด พบว่าแรงงานไทยในอิสราเอลมีจำนวนประมาณ 39,500 คน แบ่งเป็นแรงงานที่อยู่ในระบบถูกกฎหมายราว 33,000 คน และแรงงานนอกระบบประมาณ 6,500 คน โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตร ก่อสร้าง และอุตสาหกรรมอื่น ๆ กระทรวงแรงงานได้ชะลอการส่งแรงงานชุดใหม่เข้าไปทำงานในอิสราเอลเป็นการชั่วคราวแล้ว เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้านในอิหร่าน แรงงานไทยยังปลอดภัยดีสำหรับประเทศอิหร่าน มีชาวไทยพำนักทั้งแบบถาวรและชั่วคราวรวมประมาณ 250–300 คน โดยในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยในระบบราว 39 คน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในกรุงเตหะรานและเมืองอิสฟาฮาน ยังไม่มีรายงานว่าแรงงานไทยได้รับผลกระทบ หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงโดยตรงจากเหตุการณ์ความไม่สงบ กระทรวงแรงงานยกระดับความพร้อม จัดตั้ง “หน่วยเฉพาะกิจ 16 จุด” รับมือฉุกเฉินเพื่อปกป้องความปลอดภัยของแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยง กระทรวงแรงงานได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกและเข้มข้น โดยได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยตรวจคนเข้าเมืองอิสราเอล (PIBA) และจัดตั้ง “หน่วยเฉพาะกิจ” จำนวน 16 จุดทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์รับแจ้งปัญหาและให้ความช่วยเหลือแรงงานอย่างทันท่วงทีนอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือจากนายจ้างในการจัดตั้ง“พื้นที่ปลอดภัย(Safe Zone)”สำหรับแรงงานและวางแผนอพยพฉุกเฉินในกรณีที่สถานการณ์เลวร้ายลงเตรียมพร้อมทุกช่องทาง ทั้งทางบกและทางอากาศกระทรวงแรงงานยังได้จัดทำ “แผนปฏิบัติการฉุกเฉิน” ซึ่งครอบคลุมการตรวจสอบพิกัดแรงงานรายบุคคลการประเมินพื้นที่เสี่ยงจากข้อมูลสถานเอกอัครราชทูตการฝึกอบรมแรงงานให้รู้จักเส้นทางและอุปกรณ์หลบภัยการเปิดสายด่วนประสานงานฉุกเฉินตลอด24ชั่วโมงการจัดเตรียมเส้นทางอพยพทางบกโดยเฉพาะเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านเช่นจอร์แดนรวมถึงประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อรองรับการอพยพทางอากาศหากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายแรงงานไทยออกจากพื้นที่นายพิพัฒน์ย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของแรงงานไทยในต่างแดน พร้อมเร่งประสานทุกฝ่ายเพื่อดูแลพี่น้องแรงงานอย่างเต็ม
TNN ช่อง16 • 17 มิ.ย. 68
อ่าน
นายกฯ สั่งติดตามสถานการณ์อิสราเอล-อิหร่าน ตลอด 24 ชม. ต้องพร้อมอพยพทันที
วันนี้ (17 มิถุนายน 2568) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าใน ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ได้รายงานสถานการณ์คนไทยในประเทศอิสราเอล และอิหร่าน โดย กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตทั้ง 2 ประเทศ ในการดูแลและเตรียมความพร้อมในทุกมิติ หากมีความจำเป็นต้องอพยพ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมตรีได้สั่งการให้มีความพร้อมตลอดเวลา ซึ่งได้รับรายงานว่า คนไทยใน 2 ประเทศ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บต่อการโจมตีแต่อย่างใด แต่ให้เตรียมการไว้ให้พร้อมตลอดเวลา อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเตือน! คนไทยในอิสราเอล งดแชร์ภาพ-คลิปที่พัก ใกล้พื้นที่ได้รับผลกระทบจากขีปนาวุธนายกฯ สั่งรับมือสถานการณ์สู้รบอิสราเอล-อิหร่านทุกมิติ ดูแลคนไทยพื้นที่เสี่ยงปฏิบัติการสิงโตผงาด (Operation Rising Lion) คืออะไร ? ทำไมอิสราเอลต้องชิงโจมตีก่อน
TNN ช่อง16 • 17 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือน! คนไทยในอิสราเอล งดแชร์ภาพ-คลิปที่พัก ใกล้พื้นที่ได้รับผลกระทบจากขีปนาวุธ
17 มิถนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, Tel Aviv (ทุกเรื่องเมืองยิว) โดยระบุว่า ข้อแนะนำเพื่อความปลอดภัยของคนไทยในอิสราเอล ประกาศสำหรับคนไทยในอิสราเอล สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอแจ้งแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยตามที่ทางการอิสราเอลขอความร่วมมือ ดังนี้- เพื่อความปลอดภัย ขอให้งดเว้นการแชร์ภาพหรือคลิปวีดีโอที่พักของท่านหรืออาคารหรือพื้นที่ใกล้ที่พักหรือที่ทำงานที่ได้รับผลกระทบจากขีปนาวุธ- อย่าหลงเชื่อหรือแชร์ข่าวใด ๆ ที่ส่งต่อกันมา แต่ไม่ได้รับการยืนยันจากทางการอิสราเอล และอย่าตื่นตระหนก เมื่อได้รับข่าวหรือข้อความที่ส่งต่อกันมาทางไลน์และโซเชียล ซึ่งอาจเป็นข่าวปลอม ลวงให้เชื่อ หลอกให้แชร์ ฝ่ายกงสุล โทร +972 546368150 +972 503673195ฝ่ายแรงงาน โทร. +972 99548431 + 972 544693476 โอดีไลน์ 0544693476ด้วยความห่วงใย จากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องนายกฯ สั่งรับมือสถานการณ์สู้รบอิสราเอล-อิหร่านทุกมิติ ดูแลคนไทยพื้นที่เสี่ยงปฏิบัติการสิงโตผงาด (Operation Rising Lion) คืออะไร ? ทำไมอิสราเอลต้องชิงโจมตีก่อนอิสราเอลโจมตีอิหร่าน! สายการบินแห่เปลี่ยนเส้นทาง - ปิดน่านฟ้าเพื่อความปลอดภัยผู้บัญชาการทหารระดับสูง-นักวิทย์หลายคนถูกสังหารในการโจมตีของอิสราเอล
TNN ช่อง16 • 17 มิ.ย. 68
ดูเพิ่มเติม