รีเซต

ผลการค้นหา “兴业银行支票怎么买假的{官网:bbzz58.com}” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
อ่าน

ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวยวันที่ 16 มิถุนายน 2569 งวดนี้ออกอะไร มา ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 ตรวจเลขท้าย 3 ตัว ตรวจเลขท้าย 2 ตัว และรางวัลอื่นๆ ครบทุกรางวัลกันได้ที่นี่เลย หวยงวดวันที่ 16 มิถุนายน 2569 นี้หวยวันออกอะไรบ้าง TrueID Horoscope มีให้คุณได้ตรวจกันทุกรางวัล พร้อมรายละเอียดครบครัน หากถูกหวย ถูกรางวัลสลากดิจิทัล / สลากทั่วไป ต้องขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท และ จุดจําหน่ายสลากราคา 80 บาท มาเช็คกันได้เลย โดยคุณสามารถติดตามผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ตามเวลาออกอากาศได้ที่ช่องอมรินทร์ทีวีช่องไทยรัฐทีวี ตรวจหวย งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ตรวจหวย รางวัลที่ 1 งวดประจำ วันที่ 16 มิถุนายน 2569 รางวัลละ 6,000,000 บาท 287184 ตรวจหวย รางวัลเลขหน้า 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 758 434 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 007 721 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 2 ตัว 1 รางวัลๆ ละ 2,000 บาท 48 ตรวจหวย รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท 287183 287185 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท 327953 281342 459206 791717 124998 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท 173838 628731 966561 012001 540705 367469 161155 330999 349577 600950 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท 022054 042771 067490 101404 171508 171915 175920 176913 185876 212902 259424 268121 308820 310121 312535 322506 341588 363683 380419 409975 454456 466564 471229 495218 513746 525190 528437 544956 578964 599423 600097 605890 632871 659053 660776 677843 695375 752663 763609 831962 846786 858475 861025 862988 876526 894206 902799 930212 934021 960563 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท 009664 017566 018581 025865 028761 029562 032361 038818 062146 070047 075296 076664 076810 084477 086728 090334 105571 113127 119547 124286 137530 149671 150633 152534 176558 196524 209864 222449 228574 231569 232306 255979 271385 275666 280255 289249 292244 293107 302065 403203 409808 411087 420917 435451 448908 452517 471585 483446 484270 501525 503237 504838 513908 535577 549044 558215 562087 569442 587262 600714 602101 607331 627040 632212 650992 653255 680539 692940 694653 703136 710002 730521 731309 742502 760672 766320 767010 767180 783550 810828 826191 845268 872445 903286 914696 915044 928461 933679 951970 958130 969716 970622 970773 977854 991494 กรุณาตรวจสอบความถูกต้องกับสำนักงานสลาก กินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท เป๋าตัง ถูกหวย ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท เช็ค วิธีขึ้นเงิน และ ค่าธรรมเนียม ได้ที่นี่ สถานที่ขึ้นเงินรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล มีอยู่หลายแห่ง และมีหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งจะมีอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัลแตกต่างกันไป รวมถึงหลายคนคงสงสัยว่า ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท จากเป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว ทั้ง วิธีขึ้นเงิน "สลากดิจิทัล 80 บาท จากแอปฯ เป๋าตังค์" และ "สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ซื้อจากแผงขายลอตเตอรี่" ดังนี้ ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน หักเงินกี่บาท ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ เมื่อถูกหวยสลากดิจิทัล 80 บาท ที่ซื้อผ่านแอปฯ เป๋าตัง เงินรางวัลจะโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชันเป๋าตัง ดังนั้นผู้ที่ซื้อสลากดิจิทัล 80 บาทขึ้นเงินได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ช่องทางที่ 1 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทย ผูกบัญชีเพื่อเข้ารับรางวัลสลากดิจิทัลบนแอปฯ เป๋าตัง โดยเปิดแอปฯ แล้วเลือก อื่นๆ จากนั้นให้เลือก ตั้งค่า ผูกบัญชีรับเงินรางวัล หากถูกรางวัลสลากดิจิทัล แอปฯ เป๋าตังจะแจ้งเตือนว่าคุณถูกรางวัล ภายในไม่เกิน 19.00 น. ของวันที่ออกรางวัลงวดนั้นๆ กดที่แจ้งเตือน หรือไปที่เมนู "สลากของฉัน" ในแอปฯ เป๋าตัง กดเลือก รับรางวัลผ่านบัญชีกรุงไทย ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการผูกบัญชี ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแจ้งว่าขึ้นเงินรางวัลสำเร็จ จากนั้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้ ภายใน 12 ชั่วโมง โดยเสียค่าธรรมเนียม 1% และค่าภาษีอากรสแตมป์ 0.5 % ของเงินรางวัล หมายเหตุ เมื่อถูกรางวัลสลากดิจิทัล จะต้องกดยืนยันวิธีการรับเงินภายใน 15 วัน หากเกินกำหนดจะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น หากถูกสลากดิจิทัลรางวัลที่หนึ่ง จะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น ส่วนรางวัลอื่นๆ สามารถขึ้นเงินผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ตามปกติ ช่องทางที่ 2 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัล ด้วยตัวเอง ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ หากต้องการขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเองที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เมื่อได้รับแจ้งเตือนว่าถูกรางวัลสลากดิจิทัล สามารถกดที่การแจ้งเตือน แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้ เลือก ขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเอง เลือกวันที่ต้องการไปขึ้นรางวัล ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการขึ้นเงินรางวัล ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแสดงว่าทำรายการสำเร็จ เมื่อถึงวันที่เลือกไว้แล้ว ก็สามารถไปขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลได้ที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 คลิกดูแผนที่ได้ที่นี่วิธีนี้จะเสียค่าอากรสแตมป์ 0.5% ของเงินรางวัล ถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไป ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท หากคุณถูกหวยจากสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไปที่ขายตามแผงต่างๆ สามารถนำไปขึ้นเงินได้ตามที่ต่างๆ ดังนี้ 1.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนามบินน้ำ)วันและเวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30-15.00 น. ไม่หยุดพักกลางวัน เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ หรือ กรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) จุดขึ้นเงินรางวัล : ชั้น 1 ห้องจ่ายรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : จะคิดเป็นร้อยละ 50 สตางค์ของมูลค่าเงินรางวัลที่ถูกสลาก หรือ 0.5% ของเงินรางวัล 2. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) และธนาคารออมสิน วันและเวลาทำการ : ตามเวลาทำการของแต่ละสาขา โดยจะจ่ายตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันออกรางวัลในงวดนั้นๆ ไปจนถึงเวลา 12.00 น.ของวันออกรางวัลในงวดถัดไป (ไม่รับขึ้นเงินรางวัลที่หนึ่ง) เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือกรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : ค่าธรรมเนียม 1% และค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของมูลค่าเงินรางวัล รวมเป็น 1.50% ของมูลค่าเงินรางวัล (อาจมีค่าธรรมอื่นๆ เพิ่มเติม โปรดสอบถามธนาคารอีกครั้ง) สำหรับสลากการกุศล ผู้ขอรางวัล ต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1 ของเงินรางวัล 3.แผงล็อตเตอรี่ สำหรับแผงลอตเตอรี่ที่ติดป้าย รับขึ้นเงินรางวัล โดยส่วนใหญ่คิดค่าธรรมเนียม 2 - 3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.50%) ของมูลค่าเงินรางวัล 5.ร้านทอง คิดอัตราค่าธรรมเนียม 1-3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.5%) ทั้งนี้ ไม่ว่าจะถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลใดก็ตาม อย่าลืมรีบไป "ขึ้นเงิน" หรือขอรับเงินรางวัลภายใน 2 ปี สำหรับสลากทั่วไป และภายใน 1 ปีสำหรับสลากดิจิทัล นับจากวันออกรางวัลสลากฯงวดนั้นๆ เพราะหากเกินกำหนดจะถูกนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ตรวจสอบรายชื่อจุดจําหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาท ในโครงการสลาก 80 กองสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเริ่มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาทตามจุดจำหน่ายต่างๆ ในกทม. และนนทบุรี งวดแรก 17 มกราคม 2565 และจะขยายจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 ทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป โดยท่านสามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายได้ดังนี้ วิธีที่ 1 เช็ครายละเอียดจุดจําหน่ายผ่านเว็บไซต์ คลิกดูจุดจำหน่าย คลิกที่นี่โดยสามารถเลือกเขตของจุดจำหน่ายที่คุณสะดวกได้เลย วิธีที่ 2 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เปิดแอปพลิเคชัน แล้วค้นหาจุดจําหน่าย GL0 Official Sellers ตามขั้นตอนดังนี้ เปิดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เลือกเมนู เลือกจุดจําหน่ายสลาก พิมพ์ GOs ในช่องค้นหาสถานที่ ตรวจหวย ย้อนหลัง และ แคปชั่นวันหวยออก ที่น่าสนใจ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2568 ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 30 ธันวาคม 2565 สถิติหวยออกเดือนมีนาคม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันที่ 30 ธันวาคม คม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันพฤหัสบดีย้อนหลัง 10 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกวันพฤหัสบดี 166 แคปชั่นวันหวยออก 2565 มาใหม่! แคปชั่นเลขเด็ด คำคม เพื่อสายอ่อย สายฮา จัดมาครบ เด็ดๆ โดนๆ! 60 แคปชั่นหวยกิน ฮาๆ ขำๆ คำคมเลขเด็ด จัดเซ็ตเพื่อสายอ่อย สายฮา ในวันหวยออก 30 แคปชั่นอ่อย วันหวยออก 2565 มาใหม่! ชอบเลขไหนก็หยิบเอา แต่ถ้าชอบเราก็จีบได้ โพสต์ไปอาจได้แฟน! ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลย้อนหลังรู้ผลทันที หากยังอ่านดวงไม่จุใจ ติดตามอ่านดวงแบบอื่นๆ ได้ที่นี

ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
อ่าน

ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวยวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 งวดนี้ออกอะไร มา ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 ตรวจเลขท้าย 3 ตัว ตรวจเลขท้าย 2 ตัว และรางวัลอื่นๆ ครบทุกรางวัลกันได้ที่นี่เลย หวยงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นี้หวยวันออกอะไรบ้าง TrueID Horoscope มีให้คุณได้ตรวจกันทุกรางวัล พร้อมรายละเอียดครบครัน หากถูกหวย ถูกรางวัลสลากดิจิทัล / สลากทั่วไป ต้องขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท และ จุดจําหน่ายสลากราคา 80 บาท มาเช็คกันได้เลย โดยคุณสามารถติดตามผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ตามเวลาออกอากาศได้ที่ช่องอมรินทร์ทีวีช่องไทยรัฐทีวี ตรวจหวย งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ตรวจหวย รางวัลที่ 1 งวดประจำ วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 รางวัลละ 6,000,000 บาท 751495 ตรวจหวย รางวัลเลขหน้า 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 001 980 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 304 531 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 2 ตัว 1 รางวัลๆ ละ 2,000 บาท 62 ตรวจหวย รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท 751494 751496 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท 902369 699829 418597 476642 370059 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท 222683 231094 520943 478059 046311 445814 660172 234654 406138 300311 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท 984949 668051 263833 986762 587450 488755 253685 200610 814794 554212 217541 771811 384628 949936 775047 310091 814921 252455 404995 388309 342395 507464 636781 075283 065344 889452 835545 150458 482286 979888 449522 878386 638136 327655 467495 051208 284925 627173 019808 553453 464773 403743 552750 322018 797193 061037 690707 789285 333429 956549 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท 275957 576126 383204 507024 341177 698818 714198 926738 240490 411656 608027 430323 822015 905921 224642 261007 689184 405177 149470 638661 829122 286024 709601 756441 402254 513171 812380 848247 362630 078054 498357 589264 446985 525825 763143 070324 713919 402963 959268 427076 863251 848258 723167 314859 564766 188824 731135 851201 493716 273490 616117 517309 477189 491077 138943 522616 081768 992570 462692 787695 957900 499924 527828 905379 410439 807989 952044 289457 435730 997829 950365 876663 544479 359945 682683 365002 463543 496479 750459 755756 385367 416005 426307 617492 624516 990309 586905 329424 392643 296965 924098 640183 041327 677875 250378704495 542344 296560 938287 884564 กรุณาตรวจสอบความถูกต้องกับสำนักงานสลาก กินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท เป๋าตัง ถูกหวย ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท เช็ค วิธีขึ้นเงิน และ ค่าธรรมเนียม ได้ที่นี่ สถานที่ขึ้นเงินรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล มีอยู่หลายแห่ง และมีหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งจะมีอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัลแตกต่างกันไป รวมถึงหลายคนคงสงสัยว่า ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท จากเป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว ทั้ง วิธีขึ้นเงิน "สลากดิจิทัล 80 บาท จากแอปฯ เป๋าตังค์" และ "สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ซื้อจากแผงขายลอตเตอรี่" ดังนี้ ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน หักเงินกี่บาท ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ เมื่อถูกหวยสลากดิจิทัล 80 บาท ที่ซื้อผ่านแอปฯ เป๋าตัง เงินรางวัลจะโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชันเป๋าตัง ดังนั้นผู้ที่ซื้อสลากดิจิทัล 80 บาทขึ้นเงินได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ช่องทางที่ 1 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทย ผูกบัญชีเพื่อเข้ารับรางวัลสลากดิจิทัลบนแอปฯ เป๋าตัง โดยเปิดแอปฯ แล้วเลือก อื่นๆ จากนั้นให้เลือก ตั้งค่า ผูกบัญชีรับเงินรางวัล หากถูกรางวัลสลากดิจิทัล แอปฯ เป๋าตังจะแจ้งเตือนว่าคุณถูกรางวัล ภายในไม่เกิน 19.00 น. ของวันที่ออกรางวัลงวดนั้นๆ กดที่แจ้งเตือน หรือไปที่เมนู "สลากของฉัน" ในแอปฯ เป๋าตัง กดเลือก รับรางวัลผ่านบัญชีกรุงไทย ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการผูกบัญชี ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแจ้งว่าขึ้นเงินรางวัลสำเร็จ จากนั้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้ ภายใน 12 ชั่วโมง โดยเสียค่าธรรมเนียม 1% และค่าภาษีอากรสแตมป์ 0.5 % ของเงินรางวัล หมายเหตุ เมื่อถูกรางวัลสลากดิจิทัล จะต้องกดยืนยันวิธีการรับเงินภายใน 15 วัน หากเกินกำหนดจะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น หากถูกสลากดิจิทัลรางวัลที่หนึ่ง จะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น ส่วนรางวัลอื่นๆ สามารถขึ้นเงินผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ตามปกติ ช่องทางที่ 2 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัล ด้วยตัวเอง ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ หากต้องการขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเองที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เมื่อได้รับแจ้งเตือนว่าถูกรางวัลสลากดิจิทัล สามารถกดที่การแจ้งเตือน แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้ เลือก ขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเอง เลือกวันที่ต้องการไปขึ้นรางวัล ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการขึ้นเงินรางวัล ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแสดงว่าทำรายการสำเร็จ เมื่อถึงวันที่เลือกไว้แล้ว ก็สามารถไปขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลได้ที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 คลิกดูแผนที่ได้ที่นี่วิธีนี้จะเสียค่าอากรสแตมป์ 0.5% ของเงินรางวัล ถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไป ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท หากคุณถูกหวยจากสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไปที่ขายตามแผงต่างๆ สามารถนำไปขึ้นเงินได้ตามที่ต่างๆ ดังนี้ 1.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนามบินน้ำ)วันและเวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30-15.00 น. ไม่หยุดพักกลางวัน เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ หรือ กรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) จุดขึ้นเงินรางวัล : ชั้น 1 ห้องจ่ายรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : จะคิดเป็นร้อยละ 50 สตางค์ของมูลค่าเงินรางวัลที่ถูกสลาก หรือ 0.5% ของเงินรางวัล 2. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) และธนาคารออมสิน วันและเวลาทำการ : ตามเวลาทำการของแต่ละสาขา โดยจะจ่ายตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันออกรางวัลในงวดนั้นๆ ไปจนถึงเวลา 12.00 น.ของวันออกรางวัลในงวดถัดไป (ไม่รับขึ้นเงินรางวัลที่หนึ่ง) เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือกรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : ค่าธรรมเนียม 1% และค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของมูลค่าเงินรางวัล รวมเป็น 1.50% ของมูลค่าเงินรางวัล (อาจมีค่าธรรมอื่นๆ เพิ่มเติม โปรดสอบถามธนาคารอีกครั้ง) สำหรับสลากการกุศล ผู้ขอรางวัล ต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1 ของเงินรางวัล 3.แผงล็อตเตอรี่ สำหรับแผงลอตเตอรี่ที่ติดป้าย รับขึ้นเงินรางวัล โดยส่วนใหญ่คิดค่าธรรมเนียม 2 - 3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.50%) ของมูลค่าเงินรางวัล 5.ร้านทอง คิดอัตราค่าธรรมเนียม 1-3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.5%) ทั้งนี้ ไม่ว่าจะถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลใดก็ตาม อย่าลืมรีบไป "ขึ้นเงิน" หรือขอรับเงินรางวัลภายใน 2 ปี สำหรับสลากทั่วไป และภายใน 1 ปีสำหรับสลากดิจิทัล นับจากวันออกรางวัลสลากฯงวดนั้นๆ เพราะหากเกินกำหนดจะถูกนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ตรวจสอบรายชื่อจุดจําหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาท ในโครงการสลาก 80 กองสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเริ่มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาทตามจุดจำหน่ายต่างๆ ในกทม. และนนทบุรี งวดแรก 17 มกราคม 2565 และจะขยายจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 ทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป โดยท่านสามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายได้ดังนี้ วิธีที่ 1 เช็ครายละเอียดจุดจําหน่ายผ่านเว็บไซต์ คลิกดูจุดจำหน่าย คลิกที่นี่โดยสามารถเลือกเขตของจุดจำหน่ายที่คุณสะดวกได้เลย วิธีที่ 2 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เปิดแอปพลิเคชัน แล้วค้นหาจุดจําหน่าย GL0 Official Sellers ตามขั้นตอนดังนี้ เปิดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เลือกเมนู เลือกจุดจําหน่ายสลาก พิมพ์ GOs ในช่องค้นหาสถานที่ ตรวจหวย ย้อนหลัง และ แคปชั่นวันหวยออก ที่น่าสนใจ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2568 ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 30 ธันวาคม 2565 สถิติหวยออกเดือนมีนาคม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันที่ 30 ธันวาคม คม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันพฤหัสบดีย้อนหลัง 10 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกวันพฤหัสบดี 166 แคปชั่นวันหวยออก 2565 มาใหม่! แคปชั่นเลขเด็ด คำคม เพื่อสายอ่อย สายฮา จัดมาครบ เด็ดๆ โดนๆ! 60 แคปชั่นหวยกิน ฮาๆ ขำๆ คำคมเลขเด็ด จัดเซ็ตเพื่อสายอ่อย สายฮา ในวันหวยออก 30 แคปชั่นอ่อย วันหวยออก 2565 มาใหม่! ชอบเลขไหนก็หยิบเอา แต่ถ้าชอบเราก็จีบได้ โพสต์ไปอาจได้แฟน! ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลย้อนหลังรู้ผลทันที หากยังอ่านดวงไม่จุใจ ติดตามอ่านดวงแบบอื่นๆ ได้ที่นี

ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง
อ่าน

ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง

#ทันหุ้น ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง ย้ำไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ขอให้ติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์กรมบัญชีกลางwww.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูกเท่านั้นนายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่องว่ามีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าหน้าที่ ติดต่อไปทางโทรศัพท์ หรือไลน์ปลอม หรือหนังสือราชการปลอม หลอกให้ผู้รับบำนาญหลงเชื่อและส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้กับมิจฉาชีพทางไลน์ปลอม โดยอ้างว่าเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกในการรับ - ส่งข้อมูล หากผู้รับบำนาญหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อ อาจทำให้สูญเสียทรัพย์สินได้ ดังนั้น ขอให้ท่านตรวจสอบให้แน่ใจก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ ทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทั้งนี้ กรมบัญชีกลางมีมาตรการกำกับดูแลด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 27001) อีกทั้งมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดจากช่องโหว่และภัยคุกคามต่าง ๆ โดยดำเนินการตรวจสอบช่องโหว่อย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ข้าราชการและผู้รับบำนาญมั่นใจได้ว่ามิจฉาชีพไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระบบของกรมบัญชีกลางได้อย่างแน่นอนนอกจากนี้ หากเกิดสถานการณ์เช่นนี้กับท่าน ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ โดยวิธีที่มิจฉาชีพมักจะใช้หลอกเหยื่อให้หลงเชื่อ จะมีลักษณะ ดังนี้1. ติดต่อผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อพูดคุยและโน้มน้าวใจ และขอให้เพิ่มเพื่อนในไลน์ปลอม ซึ่งหากจบที่การให้แอดไลน์ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน2. มิจฉาชีพมักจะอ้างว่าเรื่องที่แจ้งนั้นเป็นความลับ และห้ามบอกบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด หากได้รับแจ้งลักษณะนี้ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน3. หน่วยงานภาครัฐ ไม่มีนโยบายให้โอนเงินมาให้เพื่อตรวจสอบ หรือดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น หากได้รับการติดต่อในลักษณะนี้ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน“กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น และขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด จากช่องทางของกรมบัญชีกลาง ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลางwww.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (Verified) เท่านั้น เพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น หากมีข้อสงสัยหรือได้รับการติดต่อที่ไม่มั่นใจว่ามาจากกรมบัญชีกลางจริงหรือไม่ สามารถสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ”

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
อ่าน

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง

ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================

ธปท.ยันธนบัตรพอลิเมอร์ถูกออกแบบให้มีความทนทานมากกว่าธนบัตรกระดาษ
อ่าน

ธปท.ยันธนบัตรพอลิเมอร์ถูกออกแบบให้มีความทนทานมากกว่าธนบัตรกระดาษ

ธปท.ยันธนบัตรพอลิเมอร์ถูกออกแบบให้มีความทนทานมากกว่าธนบัตรกระดาษ#ทันหุ้น #SET #BOTธปท.ยันธนบัตรพอลิเมอร์ถูกออกแบบให้มีความทนทานมากกว่าธนบัตรกระดาษ จะใช้วัสดุที่มีความทนทาน และก่อนออกใช้จะมีกระบวนการทดสอบความแกร่ง ทนต่อแรงดึง ทนต่อการพับ และการต้านทานการฉีกขาดให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งสามารถนำไปล้างทำความสะอาดได้ โดยหากใช้งานธนบัตรพอลิเมอร์อย่างถูกวิธี จะมีอายุการใช้งานนานกว่าธนบัตรกระดาษ 4 เท่าอย่างไรก็ดี มีข้อควรระวังในการใช้ธนบัตรพอลิเมอร์ คือ ไม่ควรเย็บแม๊กหรือกรีดพับ เพราะจะทำให้ธนบัตรเป็นรูหรือเป็นรอยกรีด ซึ่งจะทำให้ฉีกขาดง่าย นอกจากนี้ ไม่ควรนำธนบัตรวางใกล้ความร้อนสูงมาก เพราะจะทำให้ธนบัตรหดตัว ทั้งนี้ สามารถติดตามชมข้อมูลเกี่ยวกับธนบัตรพอลิเมอร์เพิ่มเติมได้ที่Facebook: ธนบัตรทุกเรื่องLine: https://nav.cx/iVLA6Yr หรือ @BanknoteGuruโทร: 1213 กดเลือก ธนบัตรBOT website : https://www.bot.or.th/th/our-roles/banknotes.html

ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
อ่าน

ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

หวยวันที่ 1 ตุลาคม 2568 งวดนี้ออกอะไร มา ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 ตรวจเลขท้าย 3 ตัว ตรวจเลขท้าย 2 ตัว และรางวัลอื่นๆ ครบทุกรางวัลกันได้ที่นี่เลย หวยงวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นี้หวยวันออกอะไรบ้าง TrueID Horoscope มีให้คุณได้ตรวจกันทุกรางวัล พร้อมรายละเอียดครบครัน หากถูกหวย ถูกรางวัลสลากดิจิทัล / สลากทั่วไป ต้องขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท และ จุดจําหน่ายสลากราคา 80 บาท มาเช็คกันได้เลย โดยคุณสามารถติดตามผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ตามเวลาออกอากาศได้ที่ช่องอมรินทร์ทีวีช่องไทยรัฐทีวี ตรวจหวย งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ตรวจหวย รางวัลที่ 1 งวดประจำ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 รางวัลละ 6,000,000 บาท 876978 ตรวจหวย รางวัลเลขหน้า 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 843 532 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 280 605 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 2 ตัว 1 รางวัลๆ ละ 2,000 บาท 77 ตรวจหวย รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท 876977 876979 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท 421381 371258 970384 998363 153393 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท 045714 906397 911225 963923 929285 403995 749301 049940 096450 013545 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท 545499 956269 669791 266527 479708 663976 904427 209315 291922 501989 561283 360324 266926 171388 132140 139662 844570 644973 278673 473357 549651 148016 523583 147837 006215 828429 067069 354033 597793 723286 932624 682309 047848 098776 672488 273653 157059 495884 945155 482653 164774 921256 290222 610627 493924 787420 904797 948670 553897 925377 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท 193873 694680 963682 981797 096531 723466 821121 684699 908672 684693 750713 805572 620485 190937 708846 860278 893079 896675 596868 952598 235460 124495 799708 945496 097839 788294 405886 214952 409341 720449 326052 200133 159128 927106 922417 333995 936612 108014 239488 086100 308822 283399 716093 539850 190194 206456 890951 763154 053720 742569 497895 138108 757492 787273 506580 176544 736108 337400 723196 227791 241232 611806 569426 345063 288515 927811 037382 953246 868046 764030 222081 548980 877787 923143 835846 958101 785200 611308 826067 960292 041456 423482 790488 629488 237584 872473 579258 432523 002122 918023 411901 195965 031911 278410 215459 042677 645371 080767 531043 239860 กรุณาตรวจสอบความถูกต้องกับสำนักงานสลาก กินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท เป๋าตัง ถูกหวย ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท เช็ค วิธีขึ้นเงิน และ ค่าธรรมเนียม ได้ที่นี่ สถานที่ขึ้นเงินรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล มีอยู่หลายแห่ง และมีหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งจะมีอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัลแตกต่างกันไป รวมถึงหลายคนคงสงสัยว่า ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท จากเป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว ทั้ง วิธีขึ้นเงิน "สลากดิจิทัล 80 บาท จากแอปฯ เป๋าตังค์" และ "สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ซื้อจากแผงขายลอตเตอรี่" ดังนี้ ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน หักเงินกี่บาท ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ เมื่อถูกหวยสลากดิจิทัล 80 บาท ที่ซื้อผ่านแอปฯ เป๋าตัง เงินรางวัลจะโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชันเป๋าตัง ดังนั้นผู้ที่ซื้อสลากดิจิทัล 80 บาทขึ้นเงินได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ช่องทางที่ 1 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทย ผูกบัญชีเพื่อเข้ารับรางวัลสลากดิจิทัลบนแอปฯ เป๋าตัง โดยเปิดแอปฯ แล้วเลือก อื่นๆ จากนั้นให้เลือก ตั้งค่า ผูกบัญชีรับเงินรางวัล หากถูกรางวัลสลากดิจิทัล แอปฯ เป๋าตังจะแจ้งเตือนว่าคุณถูกรางวัล ภายในไม่เกิน 19.00 น. ของวันที่ออกรางวัลงวดนั้นๆ กดที่แจ้งเตือน หรือไปที่เมนู "สลากของฉัน" ในแอปฯ เป๋าตัง กดเลือก รับรางวัลผ่านบัญชีกรุงไทย ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการผูกบัญชี ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแจ้งว่าขึ้นเงินรางวัลสำเร็จ จากนั้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้ ภายใน 12 ชั่วโมง โดยเสียค่าธรรมเนียม 1% และค่าภาษีอากรสแตมป์ 0.5 % ของเงินรางวัล หมายเหตุ เมื่อถูกรางวัลสลากดิจิทัล จะต้องกดยืนยันวิธีการรับเงินภายใน 15 วัน หากเกินกำหนดจะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น หากถูกสลากดิจิทัลรางวัลที่หนึ่ง จะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น ส่วนรางวัลอื่นๆ สามารถขึ้นเงินผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ตามปกติ ช่องทางที่ 2 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัล ด้วยตัวเอง ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ หากต้องการขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเองที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เมื่อได้รับแจ้งเตือนว่าถูกรางวัลสลากดิจิทัล สามารถกดที่การแจ้งเตือน แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้ เลือก ขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเอง เลือกวันที่ต้องการไปขึ้นรางวัล ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการขึ้นเงินรางวัล ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแสดงว่าทำรายการสำเร็จ เมื่อถึงวันที่เลือกไว้แล้ว ก็สามารถไปขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลได้ที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 คลิกดูแผนที่ได้ที่นี่วิธีนี้จะเสียค่าอากรสแตมป์ 0.5% ของเงินรางวัล ถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไป ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท หากคุณถูกหวยจากสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไปที่ขายตามแผงต่างๆ สามารถนำไปขึ้นเงินได้ตามที่ต่างๆ ดังนี้ 1.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนามบินน้ำ)วันและเวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30-15.00 น. ไม่หยุดพักกลางวัน เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ หรือ กรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) จุดขึ้นเงินรางวัล : ชั้น 1 ห้องจ่ายรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : จะคิดเป็นร้อยละ 50 สตางค์ของมูลค่าเงินรางวัลที่ถูกสลาก หรือ 0.5% ของเงินรางวัล 2. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) และธนาคารออมสิน วันและเวลาทำการ : ตามเวลาทำการของแต่ละสาขา โดยจะจ่ายตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันออกรางวัลในงวดนั้นๆ ไปจนถึงเวลา 12.00 น.ของวันออกรางวัลในงวดถัดไป (ไม่รับขึ้นเงินรางวัลที่หนึ่ง) เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือกรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : ค่าธรรมเนียม 1% และค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของมูลค่าเงินรางวัล รวมเป็น 1.50% ของมูลค่าเงินรางวัล (อาจมีค่าธรรมอื่นๆ เพิ่มเติม โปรดสอบถามธนาคารอีกครั้ง) สำหรับสลากการกุศล ผู้ขอรางวัล ต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1 ของเงินรางวัล 3.แผงล็อตเตอรี่ สำหรับแผงลอตเตอรี่ที่ติดป้าย รับขึ้นเงินรางวัล โดยส่วนใหญ่คิดค่าธรรมเนียม 2 - 3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.50%) ของมูลค่าเงินรางวัล 5.ร้านทอง คิดอัตราค่าธรรมเนียม 1-3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.5%) ทั้งนี้ ไม่ว่าจะถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลใดก็ตาม อย่าลืมรีบไป "ขึ้นเงิน" หรือขอรับเงินรางวัลภายใน 2 ปี สำหรับสลากทั่วไป และภายใน 1 ปีสำหรับสลากดิจิทัล นับจากวันออกรางวัลสลากฯงวดนั้นๆ เพราะหากเกินกำหนดจะถูกนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ตรวจสอบรายชื่อจุดจําหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาท ในโครงการสลาก 80 กองสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเริ่มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาทตามจุดจำหน่ายต่างๆ ในกทม. และนนทบุรี งวดแรก 17 มกราคม 2565 และจะขยายจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 ทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป โดยท่านสามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายได้ดังนี้ วิธีที่ 1 เช็ครายละเอียดจุดจําหน่ายผ่านเว็บไซต์ คลิกดูจุดจำหน่าย คลิกที่นี่โดยสามารถเลือกเขตของจุดจำหน่ายที่คุณสะดวกได้เลย วิธีที่ 2 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เปิดแอปพลิเคชัน แล้วค้นหาจุดจําหน่าย GL0 Official Sellers ตามขั้นตอนดังนี้ เปิดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เลือกเมนู เลือกจุดจําหน่ายสลาก พิมพ์ GOs ในช่องค้นหาสถานที่ ตรวจหวย ย้อนหลัง และ แคปชั่นวันหวยออก ที่น่าสนใจ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มีนาคม 2568 ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2565 สถิติหวยออกเดือนมีนาคม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันที่ 1 ตุลาคม คม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันพฤหัสบดีย้อนหลัง 10 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกวันพฤหัสบดี 166 แคปชั่นวันหวยออก 2565 มาใหม่! แคปชั่นเลขเด็ด คำคม เพื่อสายอ่อย สายฮา จัดมาครบ เด็ดๆ โดนๆ! 60 แคปชั่นหวยกิน ฮาๆ ขำๆ คำคมเลขเด็ด จัดเซ็ตเพื่อสายอ่อย สายฮา ในวันหวยออก 30 แคปชั่นอ่อย วันหวยออก 2565 มาใหม่! ชอบเลขไหนก็หยิบเอา แต่ถ้าชอบเราก็จีบได้ โพสต์ไปอาจได้แฟน! ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลย้อนหลังรู้ผลทันที หากยังอ่านดวงไม่จุใจ ติดตามอ่านดวงแบบอื่นๆ ได้ที่นี

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
อ่าน

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์

“ล็อกตั้งแต่ต้นทาง” บทเรียนคดีปลอมประกาศประมูล จ.กาญจนบุรี
อ่าน

“ล็อกตั้งแต่ต้นทาง” บทเรียนคดีปลอมประกาศประมูล จ.กาญจนบุรี

โครงการภาครัฐคือเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศ ตั้งแต่ถนนหนทาง โรงพยาบาล โรงเรียน ไปจนถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ทุกคนควรเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม แต่หลายครั้ง ความฝันของประชาชนกลับไม่เคยเป็นจริง เพราะโครงการที่ควรจะดีตั้งแต่ต้นทาง กลับเต็มไปด้วยรอยรั่วที่มองไม่เห็นเบื้องหลังความล่าช้า งบบานปลาย และคุณภาพต่ำของโครงการจำนวนมาก อาจไม่ได้เกิดจากข้อผิดพลาดในการบริหารจัดการเพียงอย่างเดียว แต่คือโครงสร้างที่เอื้อให้เกิดการทุจริตอย่างเป็นระบบ — ตั้งแต่วันแรกที่โครงการยังไม่ออกจากห้องประชุมแล้วโครงสร้างนี้ทำงานอย่างไร ใครได้ประโยชน์ และใครคือคนเสียโอกาส? ติดตามบทสัมภาษณ์เชิงลึกกับนายสิทธิพร ขันธพร พนักงานไต่สวนระดับกลาง สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดกาญจนบุรี ผู้คลุกคลีอยู่กับคดีทุจริตในภาครัฐมาอย่างต่อเนื่องหลายปี และเคยรับผิดชอบสำนวนสำคัญอย่างคดีของอดีตเจ้าหน้าที่ธุรการ เทศบาลเมืองกาญจนบุรีสิ่งที่เขาเล่าให้ฟัง ไม่เพียงชี้ให้เห็นความซับซ้อนของการโกงที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในระดับกระดาษแผ่นเดียว อาจนำไปสู่ความเสียหายของงบประมาณรัฐนับล้านบาท และกระทบกับประชาชนทั้งเมืองได้อย่างไร“ล็อกสเปก” ก่อนเปิดประมูลนายสิทธิพร ขันธพร พนักงานไต่สวนระดับกลาง สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดกาญจนบุรี เล่าให้ฟังว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดของระบบจัดซื้อจัดจ้าง คือ “การโกงที่เริ่มตั้งแต่ยังไม่ซื้อ” กล่าวคือ มีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของสินค้า หรือสเปกโครงการให้ตรงกับผู้รับเหมารายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ เพื่อให้เจ้าอื่นหมดสิทธิ์เสนอราคาการล็อกสเปกอาจมาในรูปแบบการระบุวัสดุที่หายากในท้องตลาด การตั้งราคากลางแบบผิดปกติ หรือการระบุคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูลให้ตรงกับคุณลักษณะเฉพาะของบริษัทเดียว ทำให้แม้จะมีการเปิดประมูลตามขั้นตอน แต่ความจริงแล้วเป็นการจำกัดการแข่งขันทางอ้อมในบางพื้นที่ มีการกีดกันไม่ให้ผู้สนใจรายอื่นซื้อซองประมูล หรือแม้แต่ส่งเจ้าหน้าที่ปลอมตัวเข้าร่วมยื่นซองทดลองเพื่อตรวจสอบกระบวนการ ก็กลับถูกกันออกไม่ให้เข้าร่วมแข่งขัน บางครั้งเหตุผลก็ง่ายเพียงแค่ “ซื้อซองไม่ทัน” หรือ “คุณสมบัติไม่ครบ” ทั้งที่เป็นเงื่อนไขที่ออกแบบมาอย่างจงใจ เมื่อประกาศ “ไม่ถึงมือ” เพราะตั้งใจไม่ให้ถึง ?หนึ่งในคดีตัวอย่างที่ ป.ป.ช. ยกขึ้นมาดำเนินการ คือกรณีของอดีตเจ้าหน้าที่ธุรการ เทศบาลเมืองกาญจนบุรี ผู้มีหน้าที่จัดส่งเอกสารประกาศประกวดราคาของโครงการก่อสร้างทางระบายน้ำถนนแสงชูโต ไปยังหน่วยงานหรือสื่อที่กฎหมายกำหนด เช่น สำนักงานกลางจัดซื้อจัดจ้าง หรือหน่วยงานไปรษณีย์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถรับรู้และยื่นประมูลแข่งขันราคาได้อย่างเป็นธรรมแต่ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบพบคือ ประกาศดังกล่าวไม่เคยถูกส่งออกไปเผยแพร่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ส่งผลให้การประมูลขาดความโปร่งใส และกลุ่มผู้รับเหมาเข้าถึงข้อมูลได้เพียงบางกลุ่มเท่านั้นจุดเริ่มต้นของการเปิดโปง – เมื่อ สตง. เริ่มตั้งคำถามยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการตรวจพบพฤติการณ์ปลอมแปลงเอกสาร โดยอดีตเจ้าหน้าที่รายนี้ได้จัดทำเอกสารเท็จ ระบุว่าได้นำส่งประกาศไปที่ไปรษณีย์เรียบร้อยแล้ว พร้อมแนบหลักฐานที่มีตราประทับไปรษณีย์ปลอม และปลอมลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เข้าไปในเอกสาร เพื่อให้ดูเหมือนเป็นการส่งประกาศจริงตามขั้นตอน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่เคยมีการนำส่งเอกสารใดเกิดขึ้นเลยเมื่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินประสานไปยังไปรษณีย์ในพื้นที่ กลับได้รับการยืนยันว่า ไม่มีการรับเอกสารฝากส่งจากเทศบาลในช่วงเวลาดังกล่าว และเมื่อเปรียบเทียบกับบันทึกข้อมูลต้นฉบับ ก็ไม่พบรายการใดตรงกันกับเอกสารที่แนบมาในสำนวน อีกทั้งตราประทับที่ใช้ยังไม่ตรงกับรูปแบบที่จดทะเบียนไว้กับระบบราชการพฤติกรรมดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นการปลอมแปลงเอกสารราชการเพื่อปกปิดการไม่ปฏิบัติหน้าที่ และเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับเหมาบางราย โดยปิดกั้นไม่ให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ส่งผลให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างถูกบิดเบือน และเปิดช่องให้เกิดการฮั้วประมูลในท้ายที่สุด จากปลอมตราไปรษณีย์ สู่คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตหลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับรายงานจาก สตง. จึงส่งต่อเรื่องให้สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบ พบว่าพฤติกรรมของอดีตเจ้าหน้าที่ธุรการ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 (ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) และ พ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ มาตรา 12แม้อัยการจะเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นต่าง และใช้สิทธิดำเนินคดีเอง โดยยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตภาค 7 ซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดจริง และลงโทษตามกฎหมายท้ายที่สุด ศาลมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่า แม้การปลอมแปลงเพียงเล็กน้อยในขั้นตอนต้นทาง ก็สามารถทำลายระบบราชการ และทำลายความไว้วางใจของประชาชนได้ในระดับโครงสร้าง“ร้องเรียนเร็ว = ตรวจสอบได้” ข้อมูลของประชาชนคือพลังนายสิทธิพร กล่าวย้ำว่า การไต่สวนและตรวจสอบในลักษณะนี้จะเป็นไปได้ยาก หากไม่มีข้อมูลเบื้องต้นที่ชัดเจนจากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นชื่อโครงการ วันเวลาที่เกิดเหตุ หรือแม้กระทั่งเอกสารที่บ่งชี้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ยิ่งข้อมูลครบเท่าไร กระบวนการตรวจสอบยิ่งทำได้เร็ว และมีโอกาสเอาผิดได้สูงขึ้นแต่หากปล่อยให้เวลาผ่านไปนาน โครงการดำเนินไปจนแล้วเสร็จ หรือไม่มีเอกสารประกอบ จะทำให้การรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปอย่างลำบาก บางครั้งจนอาจไม่สามารถดำเนินคดีได้“ถ้าไม่มีคนกล้าพูด ระบบก็ไม่เปลี่ยน”คดีของอดีตเจ้าหน้าที่ธุรการ ไม่ใช่เพียงการจับผิดคนทำผิดรายหนึ่ง แต่คือภาพสะท้อนของระบบจัดซื้อจัดจ้างที่เต็มไปด้วยช่องว่างให้บิดเบือน ตั้งแต่การกำหนดเงื่อนไขที่อาจเอื้อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไปจนถึงขั้นตอนการประกาศที่ควรเปิดเผยต่อสาธารณะ กลับถูกซุกซ่อนไว้เพียงในวงจำกัดเมื่อกระบวนการเหล่านี้ถูกปล่อยให้ควบคุมได้โดยคนไม่กี่คน โครงการที่ควรโปร่งใสจึงกลายเป็นสนามของการล็อกผล และประชาชน—ในฐานะเจ้าของภาษี—กลับไม่เคยรู้แม้แต่ว่ามีการประมูลเกิดขึ้นถึงเวลาออกแบบใหม่ – ระบบจัดซื้อจัดจ้างที่ตรวจสอบได้จริงคำถามที่สังคมไทยต้องช่วยกันตอบ คือ เราจะปล่อยให้ระบบจัดซื้อจัดจ้างอยู่ภายใต้อิทธิพลของคนไม่กี่คนอีกนานแค่ไหน การปรับปรุงระบบไม่ใช่แค่การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่ต้องเริ่มจาก “เจตจำนง” ของหน่วยงานรัฐทุกระดับ ว่าจะไม่ยอมให้ช่องโหว่เหล่านี้ถูกใช้เพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มอีกต่อไปและที่สำคัญที่สุด คือการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ตรวจสอบการใช้เงินภาษีของตนเองอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ในนาม แต่ต้องมีผลในทางปฏิบัติเพราะหากไม่มีการทุจริต ทุกบาทของภาษีจะถูกใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชน โรงเรียนจะได้อุปกรณ์ที่ดี ถนนจะไม่พังซ้ำซาก และอนาคตของประเทศจะไม่ถูกซื้อขายใต้โต๊ะอีกต่อไป

รวบแม่ค้าหัวใส ขายสินค้าหมดอายุตามตลาดนัด นาน 3 ปี
อ่าน

รวบแม่ค้าหัวใส ขายสินค้าหมดอายุตามตลาดนัด นาน 3 ปี

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปคบ. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.,พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย, พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง รอง ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. ปฏิบัติการทลายแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารแสดงฉลากไม่ถูกต้อง (ลบวันหมดอายุเดือนปีที่ผลิต วันหมดอายุ) สารพัดยี่ห้อ กลางตลาดนัดในพื้นที่ จ.ราชบุรี ตรวจยึดของกลางกว่า 1,531 ชิ้นเจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึด นำโดย พ.ต.ท.หญิง อนุสรา บัวแดง สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ.พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากบริษัทผู้ผลิต “ผลิตภัณฑ์ซุปไก่สกัด ยี่ห้อ ทูน่าเอสเซนส์ และผลิตภัณฑ์ น้ำอัดลม เอสชูการ์ฟรี” และได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนให้ตรวจสอบร้านค้าภายในตลาดนัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี ที่นำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวซึ่งหมดอายุแล้ว จากนั้นทำการลบวันเดือนปีที่ควรบริโภคก่อน หรือวันหมดอายุที่แสดงบนผลิตภัณฑ์ แล้วนำออกจำหน่ายให้กับประชาชน ตามตลาดนัดพื้นที่ จ.ราชบุรี ในราคาถูกเกินกว่าความเป็นจริงซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เลยวันควรบริโภคก่อน หรือวันหมดอายุแล้ว บางอย่างคุณภาพ คุณค่าทางอาหารอาจจะลดลง บูด หรือเน่าเสีย เมื่อนำมารับประทานอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น อาหารเป็นพิษ ปวดท้อง อาเจียน ไข้ บางรายต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่สืบสวนจนทราบถึงสถานที่จำหน่าย และพบว่ามีการนำสินค้าลักษณะดังกล่าวจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปจริง จนนำมาสู่การเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ ต่อมาวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. เข้าตรวจสอบตลาดนัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี พบ นางสายธาร (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น ตรวจยึด ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ยี่ห้อต่างๆ ซึ่งลบวันเดือนปีที่ควรบริโภคก่อน (วันหมดอายุ) ออก เตรียมจำหน่ายให้ลูกค้า จำนวน 1,531 ชิ้น รวม จำนวน 21 ยี่ห้อ อาทิ เครื่องดื่มอัดลมรสนมเปรี้ยว 288 กระป๋อง , ลิปสติก 137 ชิ้น , มาส์กหน้า 107 ชิ้น , น้ำยาปรับผ้านุ่ม , ยาสีฟั นแลเะ เครื่องปรุงรสชนิดต่างๆจากการสอบถาม นางสายธารฯ รับว่า ตนเองอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งใกล้กับบ่อขยะ โดยจะเก็บสินค้าหมดอายุ ที่มีผู้นำมาทิ้งที่บริเวณบ่อขยะ จากนั้นจะเลือกเก็บสินค้าที่หมดอายุที่ตนเห็นว่าสภาพดี โดยจะลบวันหมดอายุ วันเดือนปีที่ผลิตบนภัณฑ์ออก เพื่อปิดบังไม่ให้ลูกค้าสังเกตเห็นก่อนนำมาจำหน่ายให้กับประชาชนตลาดนัดคลองถมในพื้นที่ จ.ราชบุรี สัปดาห์ละ 2 วัน โดยจะขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด และทำมาแล้วประมาณ 2-3 ปีเบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ฐาน “จำหน่ายอาหารแสดงฉลากไม่ถูกต้อง” ระวางโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาทพล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ปคบ. กล่าวฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนว่าระมัดระวังและไตร่ตรองให้รอบคอบ ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ควรตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน อย่าหลงซื้อ เพียงเพราะเห็นแก่ราคาสินค้าที่ถูกกว่าท้องตลาดผิดปกติ โดยอ้างว่าสินค้าราคาถูกเนื่องจากมีตำหนิจากโรงงาน ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยา หากขายในราคาถูกเกินกว่าปกติ ให้ระลึกไว้เสมอว่าท่านกำลังเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อและมีความเสี่ยงจากการบริโภคของไม่มีคุณภาพ ใช้แล้วอาจเกิดอาการแพ้ และขอเน้นย้ำกับผู้จำหน่ายสิ้นค้าทั้งหลายว่าอย่านำสินค้าที่ผิดกฎหมายมาจำหน่ายหรือหลอกลวงผู้บริโภคโดยเด็ดขาด หากพบจะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ผู้ที่พบเห็นการกระทำความผิดกฎหมายในลักษณะอื่นใด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปคบ.1135 หรือ

5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ เตือนระวังกลลวงใหม่ “ชวนลงทุนบริจาคการกุศล”
อ่าน

5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ เตือนระวังกลลวงใหม่ “ชวนลงทุนบริจาคการกุศล”

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 28 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วยเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 2,805,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Tiktok ชักชวนลงทุนเกี่ยวกับการกุศล ByteDance จากนั้นเพิ่มเพื่อนทาง Line และทำการสมัครสมาชิก แล้วให้โอนเงินเพื่อทำการลงทุน รอบแรกที่ทำการกุศลได้เงินคืน หลังจากนั้นให้เพิ่มจำนวนเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้เสียหายสอบถามถึงยอดเงินการกุศล พบว่าไม่มีการตอบกลับ และไม่สามารถถอนเงินออกหรือคืนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 570,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line ชักชวนทำงานหารายได้พิเศษ โดยการให้โอนเงินบริจาคกับคนยากไร้ เพื่อรับผลตอบแทน ผู้เสียหายสนใจจึงโอนเงินไป ระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาผู้เสียหายต้องการได้รับผลตอบแทนเพิ่ม จึงได้โอนเงินไปเรื่อย ๆ เพื่อเลื่อนระดับขั้นให้สูงขึ้น เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน มิจฉาชีพแจ้งว่าไม่สามารถถอนได้ ต้องโอนเงินเข้าไปเพิ่มขึ้นอีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 5,943,210 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทาง Facebook ชักชวนให้โอนเงินลงทุนเกี่ยวกับการเทรดหุ้นตลาดหลักทรัพย์ ช่วงแรกเป็นการลงทุนแบบตามงบประมาณ หลังจากนั้นให้คุยกับเลขาฯ เนื่องจากจะมีการแนะนำให้ซื้อหุ้นในการลงทุนเพิ่ม เมื่อจะทำการถอนเงินออกจากระบบ มิจฉาชีพแจ้งว่าจะต้องชำระค่าส่วนแบ่งกำไร 13% ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป แต่ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ แจ้งว่าผู้เสียหายทำผิดขั้นตอน จะต้องโอนเงินเพื่อแก้ไขข้อมูลและให้โอนเงินเพื่อจ่ายค่าภาษี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 1,031,417 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้พบโฆษณาสินเชื่อบุคคล แคช ทู โก สินเชื่อ ธุรกิจ TTB SME ผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดและเพิ่มเพื่อนทาง Line ได้สอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ธุรการ จากนั้นแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินไปก่อน จึงจะได้รับยอดเงินกู้ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป จากนั้นอ้างว่าหมายเลขบัญชีธนาคารผิด ให้โอนเงินเข้าไปเพื่อแก้ไข และให้โอนเงินเพิ่มอีกหลายครั้งเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่ารับ OTP ค่าแก้ไขข้อมูล ค่ายกเลิกสัญญาเงินกู้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 5 คดีหลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 1,248,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเทรดเงินดิจิทัลผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ที่แสดงหน้าเพจเพื่อสอบถามรายละเอียด จากนั้นมิจฉาชีพจึงชักชวนให้โอนเงินเพื่อลงทุนเทรดเงินดิจิทัล ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ในช่วงแรกได้รับผลตอบแทนเล็กน้อยสามารถถอนเงินได้ ภายหลังโอนเงินเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินคืนได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 11,597,627 บาททั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,681,929 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,064 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 633,201 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,249 บัญชี3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 201,562 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.83 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 149,037 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.53 (3) หลอกลวงลงทุน 92,013 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.53 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 76,855 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 12.14 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 45,500 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.19 (และคดีอื่นๆ 68,234 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.78)จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย โดยชักชวนให้บริจาคการกุศล โอนเงินบริจาคคนยากไร้ ซึ่งถือเป็นวิธีการที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ การหลอกลงทุนเทรดหุ้น หลอกให้กู้เงิน โดยอ้างเป็นสินเชื่อ ธ.ทหารไทยธนชาต ให้โอนจ่ายค่าธรรมเนียมเรื่อยๆ ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด ดังนั้นหากมีการติดต่อเข้ามา ให้ประเมินว่าเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่องหากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเช็กด่วน 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้กู้เงินเปิดสถิติแจ้งเตือนข่าวปลอม-ข่าวบิดเบือนให้ประชาชนแล้วกว่า 10,000 เรื่องเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหว

ตำรวจเตือน! อย่าหลงเชื่ออีเมลปลอมอ้าง ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล
อ่าน

ตำรวจเตือน! อย่าหลงเชื่ออีเมลปลอมอ้าง ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพส่งอีเมลปลอมอ้างเป็น ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล ยันไม่มีนโยบายส่งหมายเรียกหรือหมายจับผ่านทางอีเมลสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกประกาศเตือนภัยประชาชน หลังมีการเผยแพร่ภาพอีเมลปลอมที่อ้างว่าเป็นหมายเรียกจากศาล โดยใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมแนบไฟล์ PDF เพื่อหลอกให้ผู้รับคลิกเปิด โดยในเนื้อหาอ้างว่าเป็นหมายเรียกจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้ผู้รับไปรายงานตัวตามที่อยู่ในเอกสาร จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อีเมลดังกล่าวมีลักษณะเป็นอีเมลปลอมที่จัดทำขึ้นโดยมิจฉาชีพ ซึ่งอาจแฝงมัลแวร์หรือเป็นกลลวงให้ประชาชนหลงเชื่อและคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยพล.ต.ต.ธนศักดิ์ มหาสุรศักดิ์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีนโยบายในการจัดส่งหมายเรียกหรือหมายจับทางอีเมล โดยหมายเรียกจากศาลหรือหมายจับจะถูกส่งผ่านช่องทางราชการเท่านั้น เช่น การส่งโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือส่งทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชน อย่าเชื่อ อย่าคลิก และอย่าตอบกลับอีเมลลักษณะดังกล่าว หากพบการกระทำต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ทางเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่www.thaipoliceonline.go.thทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเน้นย้ำว่า อย่าหลงเชื่อเอกสารใด ๆ ที่แอบอ้างหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะเอกสารที่แนบมากับอีเมล เพราะอาจเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพในการหลอกลวงหรือขโมยข้อมูลส่วนตัว

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
อ่าน

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ

ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ

ดินสอพองปลอม ทำหน้าแหก ปอดพัง แนะวิธีทดสอบของแท้ ง่ายๆ
อ่าน

ดินสอพองปลอม ทำหน้าแหก ปอดพัง แนะวิธีทดสอบของแท้ ง่ายๆ

รู้หรือไม่ ว่าเกือบครึ่งของดินสอพองที่วางขายในท้องตลาด พบว่าเป็นดินสอพองที่มียิปซัมผสม ซึ่งเป็นอันตรายหากสูดดมเข้าไปในปริมาณมาก และเสี่ยงทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนัง คนที่มีแผลอยู่แล้วก่อนติดเชื้อ ก็อาจรุนแรงถึงขั้นเกิดแบคทีเรียกินเนื้อคนหมอเบนซ์ หรือ นพ. โฆษิต เอี้ยวฉาย แพทย์ชำนาญการศัลยกรรมจมูก รพ.มาสเตอร์พีช ได้ให้ความรู้และเตือนภัยก่อนช่วงสงกรานต์ ผ่านทางช่องติ๊กต็อก ถึงอันตรายของดินสอพองปลอม มีอยู่ 2 ข้ออันตรายของดินสอพองปลอม 2 ข้อข้อแรก เมื่อปี 2567 กรมวิทยาศาสตร์บริการ เคยทดสอบดินสอพอง พบว่า กว่า 48% ของดินสอพองไทย มีแบคทีเรีย ยีสต์ และเชื้อรา ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเหมือนอาหารเป็นพิษ คลื่นไส้แต่ไม่อาเจียน เกิดอาการท้องร่วง ซึ่งมักจะเกิด ภายใน 24 ชั่วโมงแรกนอกจากนี้ ยังมีเชื้อโรค ชื่อ Sraohylococcis aureusใครติดเชื้อแบบตื้นๆ จะทำให้เกิดแผลพุพอง แต่คนที่มีแผลอยู่ก่อนติดเชื้อ จะเกิดโรคแบบ "แบคทีเรียกินเนื้อคน"ข้อสอง กรมวิทยาศาสตร์บริการ ยังเคยสุ่มตรวจดินสอพองที่วางขายอยู่ตามท้องตลาด พบว่าเป็น ดินสอพองปลอม 42.6% ที่มีผงยิปซัม ถ้าสูดเข้าไปเกิดทางเดินหายใจอักเสบ ลึกลงไปยังปอด ถ้าสัมผัสโดนหน้า อาจทำให้หน้าแหก ทดสอบดินสอพองปลอมด้วยตัวเองวิธีทดสอบดินสอพองทำได้ง่าย ด้วยการใช้สารที่เป็นกรด เช่น น้ำมะเนาว หรือน้ำส้มสายชู หยดลงไปบนดินสอพอง ถ้าเป็นของแท้ต้องมีพองผุดขึ้นมาข้อสังเกตดินสอพองอีกข้อ คือ ดินสอพองปลอมชอบทำออกมาให้มีสีสันสดใสคำแนะนำคือเลือกดินสอพองที่มีเครื่องหมายอย. หรือผลิตภัณฑ์ชุมชนOTOP จะปลอดภัยมากขึ้น

เตือนภัย "โจรออนไลน์" ส่ง SMS แนบลิงก์ปลอม M-FLOW หลอกดูดเงิน
อ่าน

เตือนภัย "โจรออนไลน์" ส่ง SMS แนบลิงก์ปลอม M-FLOW หลอกดูดเงิน

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 3 เมษายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 837,077 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 599 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 584 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 174 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 82 เรื่อง ข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับอันดับที่ 1 : เรื่อง M-FLOW ส่ง SMS แนบลิงก์ แจ้งมีบิลที่กำลังรอดำเนินการอันดับที่ 2 : เรื่อง ธนาคารออมสิน เปิดบัญชี TikTok gsb.soclal.bank566 ให้บริการสินเชื่ออันดับที่ 3 : เรื่อง สำนักงานสลากฯ ออกใบรับรองสลากกินแบ่งไทยและหุ้นไทยอันดับที่ 4 : เรื่อง จองหุ้น OR ด้วยเงิน 5,400 บาท ทาง TikTok เพื่อเป็นเจ้าของปั๊ม ปตท. หรือคาเฟ่อเมซอนอันดับที่ 5 : เรื่อง เป็นเจ้าของร้านอเมซอนได้ง่าย ๆ ลงทุน 1,000 บาท ปันผล 390 บาท/วัน ผ่านเพจ Cafe Amazon AMZ กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลกอันดับที่ 6 : เรื่อง SET เปิดเพจเฟซบุ๊ก การบริหารจัดการกองทุนหุ้นไทยอันดับที่ 7 : เรื่อง กรมการจัดหางานเปิดรับสมัครแรงงานชาวไทยไปทำงานต่างประเทศ ผ่านเพจ Department of Employmentอันดับที่ 8 : เรื่อง รับสมัครแรงงานไทย รับรองวีซ่าและอบรมผ่านกรมแรงงานอันดับที่ 9 : เรื่อง กรมการจัดหางาน เปิดรับนักพิมพ์อิสระ สมัครง่ายผ่าน TikTok @department.of.empอันดับที่ 10 : เรื่อง ป.ป.ท. เปิดเพจเฟซบุ๊ก การต่อต้านผู้ที่โดนหลอกลวงออนไลน์ Th.“เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการให้บริการและให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ และการชักชวนลงทุนร่วมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการให้บริการและให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ และการชักชวนลงทุนร่วมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าวข่าวที่เกี่ยวข้อง- เตือนภัย “โจรออนไลน์” เปิด 5 เคสประชาชนถูกหลอก เสียหายกว่า 21 ล้าน- ดีอี รุกตัดตอน “โจรออนไลน์” สกัด “บัญชีม้า-สัญญาณเน็ต” ชายแดนไทย-เมียนมา-เปิด 10 "ข่าวปลอมล่าสุด" อันดับ 1 "สัญญาณเตือนสึนามิ" น้ำทะเลภูเก็ตลดฮวบ

เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้
อ่าน

เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งเตือนประชาชนระวังSMS M-Flow ปลอม ซึ่งหลอกแนบลิงก์อ้างว่ามี "บิลรอดำเนินการ" โดยยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรายงานผลการเฝ้าระวังข่าวระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2568 พบข้อความต้องตรวจสอบทั้งหมด 599 ข้อความ จากข้อความที่เข้ามากว่า 837,000 ข้อความ โดยข่าวปลอมอันดับ 1 คือเรื่อง "M-Flow ส่ง SMS แนบลิงก์ แจ้งมีบิลที่กำลังรอดำเนินการ" กระทรวงดีอีได้ประสานกับกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบและยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการแอบอ้างโดยมิจฉาชีพที่ต้องการหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์ปลอม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือหลอกให้โอนเงินประชาชนที่ใช้บริการ M-Flow สามารถตรวจสอบและชำระค่าบริการได้ผ่าน 3 ช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น ได้แก่แอปพลิเคชัน MFlowthaiLine Official : @mflowthaiเว็บไซต์ www.mflowthai.comกระทรวงดิจิทัลฯ ยังเน้นย้ำให้ประชาชนอย่าแชร์หรือหลงเชื่อข่าวปลอมโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมมีความซับซ้อน และแฝงตัวในสื่อออนไลน์จำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลนอกจาก SMS M-Flow ปลอมแล้ว ยังพบข่าวปลอมอื่นที่น่าเป็นห่วง เช่น การเปิดบัญชี TikTok ปลอมอ้างชื่อธนาคาร, การหลอกให้จองหุ้น, รวมถึงการรับสมัครงานผ่านเพจปลอม ซึ่งล้วนมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงประชาชนทั้งสิ้น

“พิชัย”ปัดตอบปม“ซิน เคอ หยวน”ใช้ใบกำกับภาษีปลอม
อ่าน

“พิชัย”ปัดตอบปม“ซิน เคอ หยวน”ใช้ใบกำกับภาษีปลอม

พิชัยปัดตอบปมซิน เคอ หยวนขายเหล็กสร้างตึกสตง.ใช้ใบกำกับภาษีปลอมขอคืนภาษีสรรพากร ระบุ เป็นเรื่องอ่อนไหว ขอศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนก่อน #ทันหุ้น นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีกรมสรรพากรตรวจพบหลักฐานการใช้ใบกำกับภาษีปลอม ของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัดว่า ยังไม่ขอชี้แจงรายละเอียด ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่อนไหว และเกิดขึ้นมานานแล้ว หากไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ผมก็ขออนุญาตยังไม่ตอบเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย.68 อธิบดีกรมสรรพากร ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสรรพากร ภาค 3 มากล่าวโทษ ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินคดีอาญากับ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีลจำกัด และคณะกรรมการบริษัทฯ กรณีเข้าตรวจสอบทางภาษีพบหลักฐานการใช้ใบกำกับภาษีที่มิชอบด้วยกฎหมาย (ใบกำกับภาษีปลอม) ทั้งนี้ กรมสรรพากรภาค 3 ได้ตรวจสอบ บริษัท ซิน เคอหยวน จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทผลิตเหล็กเส้นที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ผลการตรวจสอบ พบว่า บริษัทมีเจตนานำใบกำกับภาษีปลอม หรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตั้งแต่เดือนก.ค. 2558-เดือนมี.ค. 2560 จำนวน 7,426 ฉบับ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท มาใช้ในการเครดิตภาษี อันเป็นความผิดอาญาตามประมวลรัษฎากร โดยตามประกาศ กคพ. (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2568 เรื่อง กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษพ.ศ.2547 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 กำหนดให้ความผิดที่มีบทกำหนดโทษ ตามมาตรา 90/4 แห่งประมวลรัษฎากร

สอบพบ “ซิน เคอ หยวน” ส่อผิดปกติ อาจลักลอบเก็บ “ฝุ่นแดง”
อ่าน

สอบพบ “ซิน เคอ หยวน” ส่อผิดปกติ อาจลักลอบเก็บ “ฝุ่นแดง”

รมว.อุตสาหกรรม ตรวจสอบโรงงานเหล็กระยอง พบฝุ่นแดงอันตราย 43,000 ตัน เตรียมเพิกถอนใบอนุญาตน.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงาน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ได้สั่งการให้ทีมตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ลงพื้นที่ตรวจสอบ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ใน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง หลังพบการลักลอบจัดเก็บ ฝุ่นแดง ซึ่งเป็นกากอุตสาหกรรมอันตรายปนเปื้อนโลหะหนักพบความผิดปกติ “ซิน เคอ หยวน” ลักลอบจัดเก็บ ฝุ่นแดงโดยเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2568 พบว่าบริษัทฯ มีการกองฝุ่นแดงปริมาณมากภายในโรงงาน ต่อมาในวันที่ 3 เม.ย. 2568 ทีมสุดซอยใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรงงาน ตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่าปริมาณฝุ่นแดงที่แจ้งต่อทางการ (2,245 ตัน ระหว่างปี 2559-2565) ไม่ตรงกับที่ตรวจพบจริง (มากกว่า 43,000 ตัน มูลค่ากว่า 1.7 พันล้านบาท)หนึ่งในกรรมการบริษัทฯ อ้างว่า ความคลาดเคลื่อนของตัวเลขเกิดจากการเปลี่ยนพนักงานบันทึกข้อมูลหลายครั้ง งัด 4 มาตรการ - เตรียมดำเนินคดีทางกฏหมายจากกรณีการตรวจพบดังกล่า ได้มีคำสั่งระงับห้ามนำฝุ่นแดงทั้งหมดออกจากโรงงาน จนกว่าจะชี้แจงแหล่งที่มาได้ชัดเจนภายในวันที่ 10 เม.ย. 2568 และ ให้เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างฝุ่นแดงเพื่อตรวจสอบ ล่าสุดได้มีการ เพิกถอนใบอนุญาต ถอนสิทธิ์การนำสิ่งปฏิกูลออกนอกโรงงาน อาจเข้าสู่ขั้นตอนดำเนินคดีอาญา หากบริษัทไม่สามารถชี้แจงที่มา อาจถูกดำเนินคดีและพิจารณาให้เป็น คดีพิเศษภายใต้ DSIข้อมูลคาดเคลื่อน “ข้ออ้างบริษัทสีเทา”น.ส.ฐิติภัสร์ ระบุว่า ข้ออ้างเรื่องข้อมูลคลาดเคลื่อนจากการเปลี่ยนพนักงาน เป็นข้ออ้างที่บริษัทสีเทามักใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และย้ำว่าหากไม่สามารถชี้แจงที่มาของฝุ่นแดงได้ จะต้องเผชิญกับการดำเนินคดีอย่างเข้มงวด

เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ
อ่าน

เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ

กระแสโซเชียลกำลังพุ่งความสนใจไปที่เพจ Kafaak หลังโพสต์เตือนว่า ChatGPT สามารถนำไปใช้ปลอมสลิปโอนเงินแบบแนบเนียนได้ ทั้งการปลอมชื่อบัญชีเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) มหาเศรษฐีชื่อดัง ปลอมจำนวนเงินที่โอน เลขบัญชี และไม่เว้นแม้แต่ลายน้ำ TNN Tech จึงรวบรวม 3 วิธี ในการรับมือสลิปปลอม ที่ไม่ใช่แค่มาจาก ChatGPT หรือ Generative AI ตัวอื่น ๆ แต่ยังไปรวมถึงการตัดต่อภาพด้วยเช่นกัน 3 วิธี รับมือสลิปปลอมจากภาพ ChatGPT, Generative AI และภาพตัดต่อสแกน QR Code บนสลิป (ถ้ามี) สำหรับสลิป (Slip) หรือบันทึกการทำรายการที่แอปพลิเคชันธนาคารออกให้ เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีการทำรายการโอนเงินหรือชำระเงินจริงหรือไม่เปิดแจ้งเตือนการทำธุรกรรม โดยการแจ้งเตือนจะมีทั้งรูปแบบบนแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) แบบ Official ของธนาคาร หรือสมัครรับ SMS สำหรับแจ้งเตือนก็ได้เช่นกันสมัครบริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งมีการทำธุรกรรมจำนวนมากในแต่ละวัน สามารถใช้บริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติเมื่อมีการส่งหลักฐานเข้าไปยังไลน์ หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ เช่น สลิปทูโก (Slip2GO) สลิปโอเค (SlipOK) หรือ อีซี่สลิป (EasySlip) เป็นต้น โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามปริมาณการทำธุรกรรมในแต่ละเดือน และนอกจากทั้ง 3 วิธีหลักแล้ว การสังเกตความผิดปกติบนสลิป เช่น ขนาด และรูปแบบตัวอักษร ลายน้ำ และรวมไปถึงการขอดูสลิปทันทีที่โอนเงินหากทำได้ ก็เป็นอีกตัวช่วยรับมือการปลอมสลิปโอนเงินได้เช่นกัน

M-Flow เตือนภัย! SMS ปลอมแอบอ้างเรียกเก็บเงิน กดลิงก์เสี่ยงสูญเงินในบัญชี
อ่าน

M-Flow เตือนภัย! SMS ปลอมแอบอ้างเรียกเก็บเงิน กดลิงก์เสี่ยงสูญเงินในบัญชี

ปัจจุบันภัยมิจฉาชีพมีหลากหลายรูปแบบที่ต้องระวัง ทั้งการโทรศัพท์ ส่ง SMS อีเมล หรือช่องทางออนไลน์ต่างๆ ล่าสุดพบการแอบอ้างเป็นระบบ M-Flow เพื่อหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์อันตราย เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568 เฟซบุ๊กตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้โพสต์เตือนภัยเกี่ยวกับมิจฉาชีพที่กำลังแอบอ้างเป็น M-Flow ส่งข้อความ SMS มายังผู้ใช้บริการ โดยแจ้งว่ามียอดค้างชำระพร้อมแนบลิงก์ปลอมเพื่อหลอกให้กดเข้าไป ซึ่งเป็นกลลวงที่กำลังระบาดและมีประชาชนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อ วิธีสังเกตข้อความหลอกลวงนี้ไม่ยาก โดย SMS ปลอมจะมีข้อความว่า "คุณมีบิล M-Flow ที่กำลังรอดำเนินการ" พร้อมแนบลิงก์ให้คลิก ซึ่งหากกดเข้าไปอาจนำไปสู่การขโมยข้อมูลส่วนตัวและเงินในบัญชีของผู้ใช้ทางตำรวจสอบสวนกลางได้ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อและอย่ากดลิงก์ปลอมที่แนบมาในข้อความดังกล่าวโดยเด็ดขาด หากไม่แน่ใจว่ามียอดค้างชำระจริงหรือไม่ ให้ตรวจสอบและชำระค่าบริการผ่าน 3 ช่องทางที่เป็นทางการของ M-Flow เท่านั้น ได้แก่:1. แอปพลิเคชัน: MFlowthai2. Line Official: @mflowthai3. เว็บไซต์: mflowthai.com หรือโทร. 1586

อย่าหลงเชื่อ! เช็ก 10 ข่าวปลอมในรอบสัปดาห์ พบเป็นข่าวความมั่นคง-โครงการรัฐบาล
อ่าน

อย่าหลงเชื่อ! เช็ก 10 ข่าวปลอมในรอบสัปดาห์ พบเป็นข่าวความมั่นคง-โครงการรัฐบาล

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ทหารเขมรขับรถถังเคลื่อนพลพร้อมอาวุธ ประชิดชายแดนไทย” รองลงมาคือเรื่อง “แจกเร็วขึ้น! เงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 เลื่อนจ่ายจากเมษายน เป็นมีนาคม 68” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด เกิดความสับสนในสังคม หรือในบางข่าวอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคลนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 14 – 20 มีนาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 833,095 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 598 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 561 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 28 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 1 ข้อความ และผ่านชองทาง Facebook จำนวน 8 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 200 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 64 เรื่อง กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 85 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 77 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 9 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 9 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 20 เรื่องข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ โครงการของรัฐ การให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจเกิดความเสียหายต่อข้อมูลส่วนบุคคล และทรัพย์สิน โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง ทหารเขมรขับรถถังเคลื่อนพลพร้อมอาวุธ ประชิดชายแดนไทยอันดับที่ 2 : เรื่อง แจกเร็วขึ้น! เงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 เลื่อนจ่ายจากเมษายน เป็นมีนาคม 68อันดับที่ 3 : เรื่อง เงินดิจิทัล เฟส 3 โอนเข้าบัญชีแล้วอันดับที่ 4 : เรื่อง ธนาคารออมสินยกเลิกบูโร เปิดให้ลงทะเบียนกู้สินเชื่อ 300,000 บาท ไม่ต้องมีผู้ค้ำอันดับที่ 5 : เรื่อง เขมรส่งโดรนบินสำรวจตอนมืดและขุดบังเกอร์ขนาดใหญ่จุ 40 คนอันดับที่ 6 : เรื่อง ออมสิน ร่วมมือกับ ธ.ก.ส. เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนกู้ วงเงิน 100,000 บาทต่อคนอันดับที่ 7 : เรื่อง อดีต ผกก. โจ้ จัดฉากตาย แอบหนีออกเรือนจำอันดับที่ 8 : เรื่อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดให้ติดต่อผ่านช่องทางไลน์อันดับที่ 9 : เรื่อง หลุดก่อนหวยออก! เลขสลากกินแบ่งฯ 16 มี.ค. 68 ว่อนโซเชียลอันดับที่ 10 : เรื่อง เพจใบขับขี่ออนไลน์ เปิดให้ทำใบขับขี่ถูกกฎหมาย 100% ไม่ต้องสอบ “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงของประเทศ โครงการของรัฐบาล การให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน โดยในส่วนของข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านนั้น อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความสับสนในสังคม ด้านโครงการดิจิทัลวอลเล็ต และการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ขอให้ประชาชนระมัดระวัง การแอบอ้างของมิจฉาชีพ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงทำให้สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล และทรัพย์สินได้ โดยหากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม มีผลทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง” นายเวทางค์ กล่าวสำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ทหารเขมรขับรถถังเคลื่อนพลพร้อมอาวุธ ประชิดชายแดนไทย” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับกองทัพบก กระทรวงกลาโหม ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า กองทัพบกได้ตรวจสอบกับหน่วยทหารในพื้นที่ พบว่า ไม่มีการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับทหารกัมพูชาขับรถถังเคลื่อนพลพร้อมอาวุธมายังชายแดนของประเทศไทยแต่อย่างใด และข่าวสารดังกล่าวไม่สามารถพิสูจน์ทราบแหล่งที่มา หรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “แจกเร็วขึ้น! เงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 เลื่อนจ่ายจากเมษายน เป็นมีนาคม 68” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ปัจจุบันมีการสร้างข่าวปลอม เกี่ยวกับโครงการของรัฐเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสน จึงขอแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการเท่านั้น โดยโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท สามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้1. แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ตรวจสอบสิทธิ์และผลการได้รับเงิน2. เว็บไซต์โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet www.digitalwallet.go.th3. เว็บไซต์กระทรวงการคลัง www.mof.go.th4. Call Center ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน โทร. 1111ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวลือ และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากภาครัฐขอเตือนประชาชน โปรดอย่าหลงเชื่อข่าวลือ และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากภาครัฐเท่านั้นอย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดสามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)| Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com

เช็กสถานะ "เงินดิจิทัล เฟส 3 เฟส 4" ในแอปฯทางรัฐได้แล้ว อย่าเชื่อข่าวปลอม!
อ่าน

เช็กสถานะ "เงินดิจิทัล เฟส 3 เฟส 4" ในแอปฯทางรัฐได้แล้ว อย่าเชื่อข่าวปลอม!

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 7 – 13 กุมภาพันธ์ 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 825,786 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 529 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 492 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 31 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 30 ข้อความ และ ช่องทาง Facebook จำนวน 81 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 175 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 44 เรื่องกระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 88 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 54 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 8 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 3 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 22 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับโครงการของรัฐ เรื่องสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และโครงการสินเชื่อของธนาคารรัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจเกิดความเสียหายต่อข้อมูลส่วนบุคคล และทรัพย์สินข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง เช็กสถานะรับเงินดิจิทัลฯ เฟส 3 เฟส 4 ในแอปฯ ทางรัฐได้แล้วอันดับที่ 2 : เรื่อง ดื่มน้ำมะกรูดโซดา ลดไขมันในเลือด ช่วยให้มองเห็นชัดขึ้นอันดับที่ 3 : เรื่อง เช็กสุขภาพเลือดได้จากเส้นผมอันดับที่ 4 : เรื่อง เครื่องดื่มป้องกันการตั้งครรภ์อันดับที่ 5 : เรื่อง พะยูนไทยจะสูญพันธุ์ ใน 3 เดือน เกยตื้นตายไปแล้ว 29 ตัวอันดับที่ 6 : เรื่อง ภูมิปัญญาชาวบ้านรักษาฟันผุ สมุนไพรช่วยขับหนอนชอนรากฟันได้อันดับที่ 7 : เรื่อง ออมสินยกเลิกแบล็คลิสต์ ปล่อยกู้ 100,000 บาท ผ่อนเพียง 2,167 บาท/เดือนอันดับที่ 8 : เรื่อง ดาวเทียมธีออส-2 ถูกใช้สำรวจพิกัดจุดตำแหน่งวัตถุในคดีแตงโมอันดับที่ 9 : เรื่อง เงินกู้ด่วน ประกันสังคมจับมือเฮงลิสซิ่ง ปล่อยกู้ 30,000 บาท ผ่อนแค่ 238 บาท/เดือนอันดับที่ 10 : เรื่อง เพจ LEASE it PCL 743 ปล่อยสินเชื่อ ธ.ออมสิน วงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องโครงการรัฐบาล และผลิตภัณฑ์สุขภาพ และเรื่องของโครงการสินเชื่อของธนาคารรัฐ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความเชื่อผิดๆ และความวิตกกังวลได้ โดยในส่วนของข่าวปลอมขอให้ประชาชนระมัดระวัง การแอบอ้างของมิจฉาชีพ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงทำให้สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล และทรัพย์สิน ซึ่งหากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม มีผลทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง” นายเวทางค์ กล่าวสำหรับอันดับ 1 เรื่อง “เช็กสถานะรับเงินดิจิทัลฯ เฟส 3 เฟส 4 ในแอปฯ ทางรัฐได้แล้ว” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ DGA สำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ช่องทางที่ให้ข้อมูลข่าวสารดังกล่าว ไม่ใช่ช่องทางการติดต่อสื่อสารเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลการดำเนินงานตามภารกิจที่ถูกต้องอย่างเป็นทางการของ DGA และปัจจุบัน ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 และ เฟส 4 อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากช่องทางที่เป็นทางการของโครงการฯ ต่อไป ในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “ดื่มน้ำมะกรูดโซดา ลดไขมันในเลือด ช่วยให้มองเห็นชัดขึ้น” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันถึงการดื่มน้ำดังกล่าวว่าจะสามารถลดไขมันในเลือด หรือช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นได้ และโซดายังมีฤทธิ์เป็นกรดอาจทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อน แผลในกระเพาะอาหาร หรือปัญหาลำไส้แปรปรวนได้ อีกทั้งอาจทำให้ร่างกายได้รับปริมาณน้ำไม่เพียงพอ หากดื่มแทนน้ำเปล่าอย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด

ออมสินเตือนมุขใหม่มิจฉาชีพส่งจดหมายปลอมหลอกโอนเงิน ย้ำ! ต้องเช็คทุกครั้ง ก่อนหมดตัว
อ่าน

ออมสินเตือนมุขใหม่มิจฉาชีพส่งจดหมายปลอมหลอกโอนเงิน ย้ำ! ต้องเช็คทุกครั้ง ก่อนหมดตัว

ออมสินเตือนอีก มุขใหม่มิจฉาชีพ ปลอมเอกสารเหมือนธนาคารส่งเป็นจดหมาย ย้ำ! ต้องเช็คธนาคารทุกครั้งว่าจริงหรือมั่ว ก่อนสูญเงินหมดตัว #ทันหุ้น ธนาคารออมสินแจ้งว่า ตามที่มีการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ด้วยการส่งจดหมายปลอม แอบอ้างใช้โลโก้ ชื่อธนาคาร รวมถึงชื่อผู้บริหารของธนาคาร ส่งไปยังลูกค้าประชาชนโดยระบุว่า ไม่สามารถโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีของลูกค้าได้ เนื่องจากลูกค้ากรอกข้อมูลบัญชีธนาคารไม่ถูกต้อง ทำให้บัญชีถูกอายัด ไม่สามารถทำธุรกรรมใด ๆ ได้จนกว่าจะดำเนินการตามที่มิจฉาชีพแอบอ้าง หากไม่ปฏิบัติตามจะทำให้ไม่ได้รับวงเงินสินเชื่อ รวมถึงมีความผิดตามกฎหมาย ติดแบล็คลิสต์ และถูกยึดทรัพย์ ธนาคารออมสินขอยืนยันว่า จดหมายดังกล่าวเป็นจดหมายปลอม ธนาคารไม่มีนโยบายส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แจ้งให้ลูกค้าแก้ไขข้อมูลเลขบัญชีทุกกรณี รวมถึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่าง ๆ ตามที่ระบุในจดหมายแอบอ้างดังกล่าว โดยขณะนี้ ธนาคารอยู่ในระหว่างการติดตามสถานการณ์ และดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างและกระทำการข้างต้น ธนาคารออมสิน จึงขอเน้นย้ำลูกค้าประชาชนถึงสิ่งที่ต้องปฏิบัติก่อนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพรายต่อไป เบอร์แปลก หลอกคุย ตัดสายทิ้ง ลิงก์ไม่กด และเมื่อได้รับการติดต่อโดยอ้างชื่อธนาคาร หรือมีความไม่แน่ใจ ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดด้วยตนเองก่อนทุกครั้งกับช่องทางของธนาคารออมสิน อาทิ เว็บไซต์ www.gsb.or.th, แอปพลิเคชัน MyMo, เฟซบุ๊ก GSB Society, LINE Official Account : GSB NOW และ GSB Contact Center โทร. 1115

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
อ่าน

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม

ของฟรีไม่มีในโลก! เตือน 5 กลลวงมิจฉาชีพ หลอกโหลดสติกเกอร์-ทำบุญ
อ่าน

ของฟรีไม่มีในโลก! เตือน 5 กลลวงมิจฉาชีพ หลอกโหลดสติกเกอร์-ทำบุญ

วันนี้ (31 ธันวาคม 2567) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำเตือนประชาชนช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่ขอให้ระมัดระวังมิจฉาชีพแฝงตัว เข้ามาฉวยโอกาสหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้สูญเสียเงิน โดยพฤติกรรมที่มิจฉาชีพมักใช้ 5 การหลอกลวงหลักๆในช่วงเทศกาลปีใหม่ ดังนี้1. หลอกว่าโหลดสติกเกอร์เทศกาลปีใหม่ฟรี! โดยมิจฉาชีพเชิญชวนให้โหลดสติกเกอร์ แต่แฝงตัวส่งลิงก์ปลอมให้โหลด อาจมีการหลอกลวงให้ผู้ใช้ไลน์ใส่ชื่อ และรหัสการเข้าใช้ไลน์ รวมถึงข้อมูลส่วนตัว ซึ่งอาจจะเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพนำชื่อและรหัสการใช้งานของท่านไปทำธุรกรรมต่าง ๆ หรืออาจมีการสวมสิทธิเพื่อกระทำผิดได้2. หลอกรับบริจาค ทำบุญ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ หลายคนต้องการทำบุญเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับชีวิต มิจฉาชีพจะมีการประกาศเชิญชวนให้ร่วมทำบุญ โดยอ้างบุคคลหรือกิจกรรมต่าง ๆ จึงควรตรวจสอบรายละเอียดกิจกรรมที่จะร่วมทำบุญว่าเป็นความจริงหรือไม่ อย่างไร ก่อนจะร่วมบริจาค โดยจำไว้ให้ขึ้นใจว่า มีสติ ก่อนโอนเงินทุกครั้ง3. หลอกให้จัดงานเลี้ยงผ่านการใช้บริการทางออนไลน์ โดยคนร้ายจะมีพฤติกรรมแอบอ้างกับเจ้าของร้านค้าว่า จะจัดงานเลี้ยงโดยให้ส่งของต่าง ๆ ไปไว้ตามสถานที่จัดงาน เมื่อทางร้านค้าส่งของไปที่นัดหมายแล้วคนร้ายจะแอบขนของหลบหนีไป หรือคนร้ายแอบอ้างกับผู้ที่ต้องการจะจัดงานเลี้ยงว่า สามารถสั่งอาหารผ่านทางออนไลน์ได้ในราคาถูกกว่า ส่งผลให้ผู้ที่จะจัดงานเลี้ยงหลงเชื่อยอมจ่ายเงินค่าอาหารให้คนร้าย แต่เมื่อถึงวันจัดเลี้ยงไม่มีการส่งอาหารมาให้แต่อย่างใด4. หลอกให้ซื้อของขวัญผ่านร้านค้าออนไลน์ จ่ายเงินแล้วไม่ได้ของ หรือสินค้าไม่ตรงปก หรือไม่มีคุณภาพ ถ้าไม่อยากตกเป็นเหยื่อ ต้องเลือกดูสินค้าและสังเกตราคาก่อนเข้าร่วมโปรโมชันให้ดี รวมทั้งเปรียบเทียบราคาสินค้าชนิดเดียวกันจากหลายร้านค้าเพื่อให้ได้สินค้าในราคาที่คุ้มค่าที่สุด5. หลอกชวนเล่นการพนันออนไลน์ ลงทุนออนไลน์ มิจฉาชีพจะแอบแฝงหลอกเอาข้อมูลไปใช้ในทางผิดกฎหมาย หรือหลอกล่อให้เสียเงินจนหมดตัว อย่าหลงเชื่อขอให้ระวังกลโกงจากมิจฉาชีพในช่วงเทศกาลปีใหม่ อย่าคลิก อย่าโหลดข้อความจากบุคคลที่ไม่รู้จัก และอย่าให้ข้อมูลส่วนตัว อย่าเชื่อคำชักชวน คำกล่าวอ้าง รวมถึงโฆษณาชวนเชื่อที่ได้รับผลตอบแทนสูงๆ ขอเน้นย้ำของฟรีไม่มีในโลก นายคารม ย้ำ

เปิดลงทะเบียน "เงินดิจิทัล 10,000 รอบใหม่" ดีอี เตือนข่าวปลอมอย่าเชื่อ!
อ่าน

เปิดลงทะเบียน "เงินดิจิทัล 10,000 รอบใหม่" ดีอี เตือนข่าวปลอมอย่าเชื่อ!

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 854,009 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 579 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 564 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 229 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 79 เรื่องทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 97 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 66 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 25 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 14 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 27 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับหน่วยงานรัฐ และนโยบายของรัฐ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต และสิทธิประกันสังคม ทั้งในเรื่องการเปิดสินเชื่อ และเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาล ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ สร้างความเข้าใจผิด สร้างความวิตกกังวล และอาจสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย เปิดลงทะเบียนเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท รอบใหม่อันดับที่ 2 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย ส่งเอกสารแจ้งตรวจพบความผิดปกติแอปพลิเคชัน Krung NEXTอันดับที่ 3 : เรื่อง ผู้ประกันตนสามารถกู้เงินประกันสังคมได้ ผ่านเพจ Carroll Reyesอันดับที่ 4 : เรื่อง ตำรายาแก้โรคมะเร็งหายใน 6 วันอันดับที่ 5 : เรื่อง โรงพยาบาลเอกชน 70 แห่ง เตรียมถอนตัวจากการเป็นคู่สัญญากับประกันสังคม เนื่องจากอัตราการจ่ายปัจจุบันไม่สะท้อนต้นทุน ทำให้ขาดทุนอันดับที่ 6 : เรื่อง จะเกิดทอร์นาโด ระดับ 4 ในพื้นที่ แปดริ้ว กรุงเทพ และปริมณฑลอันดับที่ 7 : เรื่อง สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกเอกสารวงในบอกเลขก่อนวันออกรางวัลอันดับที่ 8 : เรื่อง คลิกลิงก์ เพื่อแก้ไขแอปฯ ทางรัฐค้างอยู่ขั้นตอนที่ 3 และ 4อันดับที่ 9 : เรื่อง ไปรษณีย์ไทยส่งอีเมลแจ้งให้อัปเดตข้อมูลการเรียกเก็บเงิน เพื่อขอจัดส่งพัสดุใหม่อันดับที่ 10 : เรื่อง จำหน่ายบัตรราคาพิเศษพร้อมการเดินทางไม่จำกัดบนระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภทในกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบเป็นเวลา 6 เดือนเมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐและโครงการของรัฐถึง 8 อันดับ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล สำหรับข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการรัฐ โดยเฉพาะสถาบันการเงินของรัฐ สิทธิประกันสังคม และข่าวเกี่ยวกับโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต อาจทำให้ประชาชน ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้ ซึ่งส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม นายเวทางค์ กล่าวสำหรับอันดับ 1 เรื่อง ธนาคารกรุงไทย เปิดลงทะเบียนเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท รอบใหม่ ซึ่งกระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลัง พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยธนาคารไม่ได้เปิดลงทะเบียนดิจิทัลวอลเล็ตแต่อย่างใด เป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่แอบอ้างถึงธนาคารกรุงไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อสร้างความสับสนแก่ประชาชน ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนควรระมัดระวังในการกรอกข้อมูลและไม่ควรกดลิงก์แปลก น่าสงสัยที่ส่งโดยไม่ทราบที่มาชัดเจน สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากธนาคารกรุงไทย ได้ที่ www.krungthai.com หรือติดต่อ Krungthai Contact Center 02-111-1111 หรือแจ้งผ่าน Facebook : Krungthai Careด้านข่าวปลอม อันดับ 2 ธนาคารกรุงไทย ส่งเอกสารแจ้งตรวจพบความผิดปกติแอปพลิเคชัน Krung NEXT โดยกระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลัง พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่แอบอ้างถึงธนาคารกรุงไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมที่ไม่ได้ออกโดยธนาคารกรุงไทยแต่อย่างใด จึงขอเตือนประชาชนควรระมัดระวังในการกรอกข้อมูลและไม่ควรกดลิงก์แปลก น่าสงสัยที่ส่งโดยไม่ทราบที่มาชัดเจนอย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด

10 อันดับ "ข่าวปลอม" ที่คนสนใจสูงสุดช่วง 17 - 23 พฤษภาคม เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์
อ่าน

10 อันดับ "ข่าวปลอม" ที่คนสนใจสูงสุดช่วง 17 - 23 พฤษภาคม เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 17-23 พฤษภาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,202,574 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 255 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 237 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 14 ข้อความ และข้อความที่มาจาก Facebook จำนวน 3 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 233 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 134 เรื่อง ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 122 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 54 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 9 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 28 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 20 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับโดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง รับสมัครพนักงานกดรับไฟล์ทบิน ทางเพจ Thai corporate communicationsอันดับที่ 2 : เรื่อง เว็บไซต์ https://hshtd.cc เป็นเว็บฯ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอันดับที่ 3 : เรื่อง เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ปี 2567 ได้รับ 1,000 บาทอันดับที่ 4 : เรื่อง ลงทะเบียนทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจศูนย์รับทำใบขับขี่ใหม่หรือต่อ ทั่วประเทศอันดับที่ 5 : เรื่อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ชื่อ pea.rkgo.ccอันดับที่ 6 : เรื่อง รับสมัครงานเสริมไปรษณีย์ รายได้ 480 /วัน ทางเพจกรมพัฒนาการจ้างงานไทยอันดับที่ 7 : ทอท. รับสมัครเจ้าหน้าที่กดรับไฟล์ทบินออนไลน์ รายได้ 25,000 บาทอันดับที่ 8 : เรื่อง น้ำมะนาวใช้ล้างไตได้อันดับที่ 9 : เรื่อง ท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่ ชื่อ Don Mueang International Airport-DMKอันดับที่ 10 : เรื่อง สะบัดนิ้ว ช่วยกระตุ้นสมองและความจำ จาก 10 อันดับ พบข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการมากถึง 6 อันดับ โดยส่วนใหญ่รูปแบบการหลอกลวง การแอบอ้างเป็นหน่วยงานของทางภาครัฐ ทำให้ประชาชนส่วนมากหลงเชื่อ และสร้างความเข้าใจผิด จึงคาดว่าอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงความสนใจของผู้รับข่าวสาร โดยกรณีนี้ทำให้เกิดความเสียหาย ตลอดจนอาจทำให้เกิดการสูญเสียทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมทางออนไลน์ นายเวทางค์ กล่าวอย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชนในเรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม หรือกดลิงก์เข้าสู่แพลตฟอร์มที่มีการส่งต่อๆกัน ก็จะทำให้ได้รับข้อมูลผิดๆ และถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งสูญเสียทรัพย์สินได้ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด โดยสามารถตรวจสอบ ติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ไลน์ @antifakenewscenterเว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailandและช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวปลอมอันดับ 1 ปปง.เร่งออกกฎหมายใหม่ คืนเงินจากแก๊งคอลเซนเตอร์ ติดต่อขอเงินคืนผ่านเฟซบุ๊ก
อ่าน

ข่าวปลอมอันดับ 1 ปปง.เร่งออกกฎหมายใหม่ คืนเงินจากแก๊งคอลเซนเตอร์ ติดต่อขอเงินคืนผ่านเฟซบุ๊ก

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 6 12 กันยายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมดกว่า 840,000 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 179 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจากหารดเฝ้าฟังทางโซเชียล (Social Listening) ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Officialและช่องทาง Facebook โดยในจำนวนนี้มีข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด จำนวน 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง คณะกรรมการ ป.ป.ง. เร่งออกกฎหมายใหม่ คืนเงินจากแก๊งคอลเซนเตอร์ ติดต่อขอเงินคืนผ่านเฟซบุ๊กอันดับที่ 2 : เรื่อง เปิดช่องทางให้ทดลองลงทุนสำหรับกองทุนผู้สูงอายุ อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป กำกับดูแลโดย ก.ล.ต.อันดับที่ 3 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดเว็บไซต์ใหม่ชื่อ SET STATIONอันดับที่ 4 : เรื่อง สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมเปิดเพจเฟซบุ๊ก ชื่อว่า สำนักงานช่วยเหลืออันดับที่ 5 : เรื่อง ผู้นำด้านทองคำให้โอกาสเข้าเทรดหุ้นทองคำ เริ่มต้น 1,000 บาท ปันผล 390 บาทต่อวัน รับรองโดย ก.ล.ต.อันดับที่ 6 : เรื่อง กรมประชาสัมพันธ์ เปิดเพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์-แจ้งเตือน เหยื่อมิจฉาชีพทางออนไลน์อันดับที่ 7 : เรื่อง แนะนำเจ้าหน้าที่ให้บริการด้านการลงทุน SET THAILAND รับรองโดย ก.ล.ต.อันดับที่ 8 : เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเปิดเพจเฟซบุ๊ก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ฝ่ายประชาสัมพันธ์อันดับที่ 9 : เรื่อง สำนักงานกิจการยุติธรรมเปิดลงทะเบียนผ่านเพจเฟซบุ๊ก เพื่อรับการชดใช้คืนทรัพย์สินแก่ผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซนเตอร์อันดับที่ 10 : เรื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดช่องทางติดต่อผ่านไลน์ซึ่งข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ ยังคงพบว่า ส่วนใหญ่เป็นข่าวการทำธุรกรรมที่มีการแอบอ้างถึงหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะอันดับแรกที่แอบอ้างว่า คณะกรรมการ ปปง. เร่งออกกฎหมายใหม่ คืนเงินจากแก๊งคอลเซนเตอร์ ติดต่อขอเงินคืนผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งจากการประสานงานตรวจสอบร่วมกับปปง.พบว่าข้อมูลที่มีการอ้างในเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวไม่เป็นความจริง การปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ฝ่ายบริหารสามารถนำเงินไปคืนแก่ผู้เสียหายให้รวดเร็วยิ่งขึ้นยังอยู่ระหว่างการจัดทำร่างฯ และยังต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก่อน ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. ไม่เคยมีการเปิดให้ผู้เสียหายทุกรายคดียื่นคำร้องหรือส่งหลักฐานการถูกหลอกผ่านสื่อสังคมออนไลน์แต่อย่างใดทั้งนี้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด โดยสามารถสอบถามผ่าน สายด่วน 1111 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันกันถูกหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมกันนี้ขอให้ประชาชน ยึด หลัก 4 ไม่ คือ ไม่กดลิงก์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ และ ไม่โอน หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี สายด่วน AOC 1441

สลิปปลอมระบาด! เมียตลกดังหวิดสูญกระเป๋าหรู “ครูเจี๊ยบ TCF” แนะวิธีดูสลิป
อ่าน

สลิปปลอมระบาด! เมียตลกดังหวิดสูญกระเป๋าหรู “ครูเจี๊ยบ TCF” แนะวิธีดูสลิป

สลิปปลอมระบาด! เมียตลกดังหวิดสูญกระเป๋าหรูด้าน ครูเจี๊ยบ TCF แนะวิธีดูสลิป เรียกว่าการซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนมกำลังเป็นที่นิยมและมิจฉาชีพก็มาพร้อมกับสลิปปลอมล่าสุด แจง ปุณณาสา เกือบโดนต้มจากไอจีผู้ซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนมหลอกทำสลิปปลอมลวงเธอ สรุป แจง โพสต์ ขายกระเป๋า CHANEL AIRPODS/BOX NECKLACE แต่จับได้ว่าเป็นสลิปปลอมเลยไม่ส่งของ ด้านหนูเล็กกาก้า โพสต์ขายกระเป๋า Chanel 19 เจอสลิปปลอมเหมือนกันเลยไม่ส่งของ โดยแจงโพสต์ว่า อีหนู พี่กินข้าวนะคะ ไม่ได้กินหญ้า !!!!! เพราะอาจเป็นโจรทำสลิป ปลอม เดี๋ยวนี้เค้าฉลาดกันแล้วจ้าโอ้ย ตื่นลูกกกกกกกก @may_mng พอส่งไปถามรีบลบที่อยู่ ตลก !!! อีง่าวววว @nulek_gaga คนเดียวกันเลยหนูเล็ก จะซื้อขายอะไรเช็คกันให้ดีดีนะคะ โจรเยอะหลากหลายรูปแบบ ต้องรับมือให้ทัน มันเปลี่ยนชื่ออีกละ จากนั้น เป้ย ปานวาด มาคอมเมนต์ว่า นี่ก็เคยโดนปลอมสลิปกันเก่งมาก ด้าน ครูเจี๊ยบ สุนิสา เอกวิทยาเวชนุกูล จาก TCf สถาบันThe catch Fake Brandname โดยการรับรองของกระทรวงศึกษาธิการเผยวิธีโกงมิจฉาชีพ สลิปปลอมมาหน้าร้าน วิธีดูสลิปปลอม 1. การจ่ายบิลสำเร็จ ของปลอมไม่มี วันที่ และเวลา ของแท้มีวันที่และเวลาชัดเจน 2. ของปลอมสแกนคิวอาร์โค๊ด ขึ้นว่าไม่สามารถตรวจสอบได้ ของแท้จะขึ้นรายการการโอน 3. รหัสการอ้างอิง มีวิธีการอ่านดังนี้ 2024 คือปี 07 คือเดือน 06 คือวันที่ ** แต่วันที่ทำการโอนจริงคือ วันที่ 09 / 08 / 2024 วิธีการของมิจฉาชีพ บุคคลนี้ 1. ทำทีว่าดูสินค้าดูราคาไว้ และแอบถ่ายรูปบัญชีการโอนเงินที่ ร้านวางไว้ และขอออกไปเข้าห้องน้ำ ...ระหว่างนี้ หายไปทำการทำสลิปปลอม .... และกลับมาซื้อของ 2 ชิ้น ราคา 140,000 แล้วแจ้งสลิปปลอม 2. เนื่องจาก ครูเอ็ดอยู่บนเครื่องบิน wifi ไม่แรงไม่สามารถสแกนคิวอาร์ได้ เลยไม่ได้เช็คละเอียด 3. พนักงาน ไม่สังหรณ์ใจ เนื่องจากเห็นมาหน้าร้าน และมีกล้องวงจรปิด จึงไม่ได้เชคคิวอาร์โคด *** ข้อมูล เพิ่มเติม ร้านแว่นที่สยามวัน โดนมิจฉาชีพคนนี้ ทำสลิปปลอมไปอีก 90,000 บาท วันที่ 9 สิงหาคม หากใครพบ หญิงสาว ใส่แว่นมัดผมใส่เสื้อสีขาวกางเกงยีนส์ที่สยามวัน แจ้งกลับที่ครูได้

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่
อ่าน

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนของทุกปีประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝน มีผลทำให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลายรายต้องประสบกับปัญหาแผ่นป้ายทะเบียนรถหลุดหายระหว่างทาง รวมถึงจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น อุบัติเหตุทำให้ป้ายหลุด หรือตัวยึดป้ายนั้นเกิดสนิมและทำให้ตัวป้ายหลุดออกไปเองกรมการขนส่งทางบกจึงแนะนำว่าให้เจ้าของรถควรตรวจสอบการยึดติดแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งด้านหน้าและท้ายรถให้มีความมั่นคงแน่นหนา เพื่อป้องกันการหลุดหายระหว่างการขับรถ อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ้าของรถที่ทำแผ่นป้ายทะเบียนรถหล่นหาย สามารถขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งความ โดยติดต่อยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบสำหรับกรณีที่เจ้าของรถเป็นบุคคลธรรมดาใช้หลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ หากเจ้าของรถไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน และต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจมาแสดงส่วนกรณีเป็นนิติบุคคล ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี3) หนังสือมอบอำนาจ4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน5) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับกรณีรถที่ติดไฟแนนซ์ ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี (ไฟแนนซ์)3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้เช่าซื้อ5) หนังสือมอบอำนาจ (ไฟแนนซ์) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับการขอแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนมีค่าธรรมเนียมแผ่นป้าย แผ่นละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาท โดยรถที่จดทะเบียนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 5 วันทำการ และรถที่จดทะเบียนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 10 วันทำการ ซึ่งระหว่างนี้สามารถใช้ใบเสร็จรับเงินแทนแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นการชั่วคราวได้ทั้งนี้ ทันทีที่พบว่าป้ายทะเบียนรถหล่นหายเจ้าของรถควรรีบดำเนินการขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนทันที ห้ามทำแผ่นป้ายทะเบียนรถขึ้นเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท จึงขอให้เจ้าของรถระมัดระวังการใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่ง หรือโทรสายด่วน 1584ภาพจาก กรมขนส่งฯ / TNN Online

เปิด 10 อันดับข่าวปลอม  โยงหลอกออนไลน์ ดูดเงิน
อ่าน

เปิด 10 อันดับข่าวปลอม โยงหลอกออนไลน์ ดูดเงิน

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 9 15 สิงหาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 851,495 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 288 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 270 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 14 ข้อความ และผ่านช่องทาง Facebook จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 168 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 106 เรื่อง โดยในจำนวนนี้มีข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด จำนวน 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย สั่งยกเลิกการเช็กเครดิตบูโร หรือ แบล็กลิสต์อันดับที่ 2 : เรื่อง ออมสินเปิดลงทะเบียนวงเงินให้ยืม ผ่านเพจ Goodlookอันดับที่ 3 : เรื่อง การบินไทยเปิดรับสมัครพนักงานผ่านเพจ การบินไทย รักคุณเท่าฟ้า ดอนเมืองอันดับที่ 4 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊ก HSH Public Company Limited เปิดให้ลงทุนหุ้นทองคำ กำกับดูแลโดย ก.ล.ต.อันดับที่ 5 : เรื่อง แอปฯ ทางรัฐ เปิดช่องทาง TikTok ให้ติดตามข่าวสารเงินดิจิทัลวอลเล็ตอันดับที่ 6 : เรื่อง รับสมัครงานพนักงานจองตั๋วเครื่องบิน รายได้ Part Time 400-1200 บาทต่อวัน และรายได้ Full Time 14,000-24,000 บาทต่อวันอันดับที่ 7 : เรื่อง PTT OR ฉลอง 1 ปี xplore wallet รับคูปองน้ำมัน 480 บาท เติมได้ทั่วประเทศไทยทุกสาขาอันดับที่ 8 : เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพิ่มเพจเฟซบุ๊ก จัดหา งานฝีมืออันดับที่ 9 : เรื่อง สำนักงาน ปปง. รับปรึกษาปัญหาไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านไลน์ ชื่อ สำนักงาน ปปง.อันดับที่ 10 : เรื่อง ป.ป.ท. เปิดเพจเฟซบุ๊ก สำนักงานช่วยเหลือเดินเรื่องแจ้งเรื่องคดีออนไลน์พิเศษ ทั้งนี้ข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ จาก 10 อันดับ ข้างต้น ยังคงพบว่า ส่วนใหญ่เป็นข่าวที่มีการแอบอ้างถึงหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะอันดับ 1 ที่แอบอ้างว่า ธนาคารกรุงไทย สั่งยกเลิกการเช็กเครดิตบูโร หรือ แบล็กลิสต์ นั้น ทั้งนี้ กระทรวง ดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ ธ.กรุงไทย เพื่อตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ ที่มีการเผยแพร่โดยบัญชี TikTok ชื่อ ghutrxsm0m3 ซึ่งบัญชีดังกล่าวไม่ใช่บัญชีของธนาคาร และธนาคารไม่ได้ปล่อยสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งหากหลงเชื่อโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง อาจถูกมิจฉาชีพหลอกลวงดึงข้อมูลส่วนบุคคล และอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินได้ หรือหากมีการแชร์ เผยแพร่ต่อๆกันไป อาจกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมได้ นายเวทางค์ กล่าว อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด โดยสามารถสอบถามผ่าน สายด่วน 1111 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง