รีเซต

ผลการค้นหา “做假玛丽华盛顿大学文凭毕业证<网址:ban58.com>-做假玛丽华盛顿大学文凭毕业证K1[办证网:bbzz58.com]-临江做假玛丽华盛顿大学文凭毕业证-可以找做假玛丽华盛顿大学文凭毕业证8Y” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
โรงพยาบาลพญาไท 2 อินเตอร์เนชันแนล
สิทธิพิเศษ

โรงพยาบาลพญาไท 2 อินเตอร์เนชันแนล

โรงพยาบาล

คลินิก หาดใหญ่ สูตินรีเวช
สิทธิพิเศษ

คลินิก หาดใหญ่ สูตินรีเวช

-

ทรู สเปซ
สิทธิพิเศษ

ทรู สเปซ

ทรู สเปซ (True Space Co., Ltd.)

เตือนภัย! มิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอมหลอกขายสิทธิ์เข้าเล่นเกม GTA 6 ล่วงหน้า
อ่าน

เตือนภัย! มิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอมหลอกขายสิทธิ์เข้าเล่นเกม GTA 6 ล่วงหน้า

กลายเป็นประเด็น! เมื่อทางเว็บไซต์ malwarebytes.com ได้ออกโรงเตือนเหล่าเกมเมอร์ให้ระวังตัวให้ดี เพราะในตอนนี้ได้มีมิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์หลอกลวงขายสิทธิ์พิเศษได้เข้าเล่นเกม Grand Theft Auto VI (GTA 6) แบบ VIP Early Access ก่อนวันวางจำหน่าย เพียงจ่ายเงินไม่กี่ร้อยดอลลาร์ผ่านสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซี โดยให้กรอกยืนยันการชำระเงิน จากนั้นก็ได้เล่นเกมก่อนใคร หากเห็นเว็บไซต์แนว ๆ นี้ บอกเลยว่าอย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาด!เว็บไซต์เหล่านี้จะถูกออกแบบมาให้ดูหรูหรา มีสไตล์และให้รู้สึกถึงความเอ็กซ์คลูซีฟ เช่นการออกแบบภาพสไตล์ Vice City ที่แปะโลโก้ GTA 6 และภาพตัวละครที่เจนด้วย AI พร้อมโฆษณาชวนเชื่ออย่าง "VIP Digital Access" หรือ "Exclusive Early Access Preview" แถมเรียกเก็บเงินสูงถึง 250 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8,XXX บาท) เพื่อเข้ารับสิทธิ์ และที่สำคัญรับชำระเฉพาะ Bitcoin, USDT หรือ Ethereum เท่านั้นด้วย และหลังจากที่เหยื่อโอนชำระไปเรียบร้อยก็จะได้รับหมายเลขธุรกรรม (Transaction ID) ไปกรอกเพื่อดาวน์โหลดเกม ซึ่งความจริง มันไม่มีเกมจริง ๆ ให้ดาาวน์โหลดเลย เนื่องจาก Grand Theft Auto นั้นเป็นซีรีส์เกมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ดังนั้นการหลอกลวงประเภทนี้จึงเริ่มปรากฏอยู่บนสื่ออินเทอร์เน็ต ด้วยการโฆษณาที่เว็บเหล่านี้มักใช้ก็คือ "ก่อนใคร" "สิทธิ์พิเศษ" หรือ "ปลดล็อกได้ในหนึ่งนาที" ซึ่งคำเหล่านี้มักจะกระตุ้นต่อมความอยากและทำให้เหล่าแฟน ๆ ไม่ทันยั้งคิดและหลงเชื่อ ดังนั้นหากเจอเว็บไซต์แนว ๆ เพื่อน ๆ อย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาดนะครับอ้างอิงข้อมูลจากhttps://www.malwarebytes.com

ใช้ 39 ทรูพอยท์ แลกเน็ตไม่อั้น 1Mbps 24 ชม.
สิทธิพิเศษ

ใช้ 39 ทรูพอยท์ แลกเน็ตไม่อั้น 1Mbps 24 ชม.

ประหยัด ฿25.00ที่ ทรูมูฟเอช ใช้ 39 ทรูพอยท์ แลกรับเน็ตไม่อั้น 1Mbps 24ชม. (เติมเงิน) ข้อกำหนดและเงื่อนไขแพ็กเกจเสริม1. สำหรับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทรูมูฟเอช บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (บริษัท) ในระบบเติมเงินในนามบุคคลธรรมดา (ผู้ใช้บริการ)2. วิธีการสมัครใช้บริการ: ผู้ใช้บริการสามารถสมัครใช้บริการแพ็กเกจเสริม นี้ โดยผ่านแอพพลิเคชั่น ทรูไอดี ซึ่งผู้ใช้บริการจะเริ่มใช้แพ็กเกจเสริมนี้ได้ หลังจากได้รับข้อความ (SMS) ยืนยันการสมัครใช้บริการเรียบร้อยแล้วเท่านั้น2.1. จำกัดจำนวนสิทธิ์อยู่ที่ 50,000 สิทธิ์ / เดือน3. สิทธิการใช้บริการทั้งหมดครอบคลุมเฉพาะ ค่าโทรและค่าบริการ 5G/4G อัตราตามที่ระบุไว้เท่านั้น ไม่รวมถึงค่าบริการอื่นๆ เช่น บริการดาวน์โหลดข้อมูลเนื้อหาต่างๆ, ค่าบริการข่าวสารข้อมูล, ค่าบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ, ค่าโทรศัพท์ข้ามแดนและบริการเสริมอื่นๆ จะคิดตามอัตราของรายการส่งเสริมการขายหลักที่ผู้ใช้บริการเลือกใช้และตามอัตราที่ระบุไว้เท่านั้น4. สิทธิใด ๆ ตามที่ได้ระบุไว้ในรายการส่งเสริมการขายนี้ ไม่สามารถแลก คืน หรือเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือของอื่นใดได้ รวมตลอดทั้งไม่สามารถโอนไปให้บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นใดได้ด้วย หากผู้ใช้บริการกระทำการอันเป็นการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทมีสิทธิในการยกเลิกการให้บริการตามสัญญาได้ทันที4.1 กระทำการฝ่าฝืนข้อห้ามในสัญญา: หากผู้ใช้บริการกระทำผิดวัตถุประสงค์แห่งสัญญา ให้ถือเป็นการ ฝ่าฝืนข้อห้ามในสัญญา วัตถุประสงค์แห่งสัญญา ผู้ใช้บริการจะต้อง(ก.) ใช้บริการตามรายการส่งเสริมการขายนี้เพื่อการสื่อสารเฉพาะตนโดยมีเจตนาสุจริตตามวิธีการใช้บริการเยี่ยงปกติประเพณีของบุคคลธรรมดาทั่วไปที่จะพึงกระทำเท่านั้น มิใช่เพื่อประโยชน์ หรือสิ่งอื่นใดที่อาจถือเอาประโยชน์ได้ และจะไม่นำบริการไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือให้บริการต่อ(ข.) ผู้ใช้บริการต้องไม่ใช้ ไม่นำบริการมาใช้ ไม่ดัดแปลง หรือไม่กระทำการใดๆ ในเทคโนโลยีหรือระบบหรือสิ่งอื่นใดเพื่อเชื่อมต่อ หรือเกี่ยวข้องกับการใช้บริการดังกล่าว รวมทั้งไม่กระทำการอันมีลักษณะหรือคาดหมายได้ หรือเชื่อได้ว่าจะก่อให้เกิดการผิดศีลธรรม หรือเกิดความเสียหาย หรือเกิดความไม่เป็นธรรมต่อบริษัท หรือบุคคลอื่นใด ทั้งในทางตรงและทางอ้อม หรือไม่ทำการรบกวน หรือก่อความไม่สะดวก หรือเป็นอันตรายต่อเครือข่าย หรือทำให้ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเครือข่ายหรือส่วนใด ๆ ของเครือข่ายเกิดความขัดข้องไม่เป็นไปตามปกติ4.2 กระทำการที่มีเหตุผลอันเชื่อได้ว่าผู้ใช้บริการทุจริต หรือมีการปลอมแปลงเอกสารในการสมัครใช้ หรือรับข้อเสนอของบริการ หรือมีพฤติกรรมฉ้อฉลในการใช้บริการ หรือนำบริการไปใช้โดยผิดกฎหมายบริษัทมีสิทธิที่จะแก้ไข เปลี่ยนแปลง ระงับ หรือยกเลิกได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หากมีข้อกำหนด คำสั่ง หรือนโยบายของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกำหนดให้มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง ระงับ หรือยกเลิกเงื่อนไขของบริการนี้หรือคำสั่งดังกล่าวเป็นการเพิ่มภาระในการดำเนินการของบริษัท เว้นแต่จะได้ระบุไว้โดยชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น5. บริษัทมีสิทธิในการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระงับหรือยกเลิกข้อกำหนดนี้ได้ตามความเหมาะสมโดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันผ่านช่องทางที่บริษัทพิจารณาเห็นสมควร6. แพ็กเกจนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ผู้ใช้บริการจะต้องศึกษาข้อมูล สำหรับการตั้งค่าเชื่อมต่อระบบ 4G/3G/EDGE/GPRS ทรูมูฟ เอช แคร์ โทร 1242 หรือสอบถามพนักงานขาย

คลินิกแพทย์หญิงปรารีญา
สิทธิพิเศษ

คลินิกแพทย์หญิงปรารีญา

-

True Visions
สิทธิพิเศษ

True Visions

0

โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์
สิทธิพิเศษ

โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์

-

โรงพยาบาลพญาไทบ่อวิน
สิทธิพิเศษ

โรงพยาบาลพญาไทบ่อวิน

-

ใช้ 9 ทรูพอยท์ แลกเน็ต 4 Mbps 1GB 6 ชม.
สิทธิพิเศษ

ใช้ 9 ทรูพอยท์ แลกเน็ต 4 Mbps 1GB 6 ชม.

ประหยัด ฿10.00ที่ ทรูมูฟเอช ใช้ 9 ทรูพอยท์ แลกเน็ต 4 Mbps 1GB 6 ช.ม (ระบบเติมเงิน) ข้อกำหนดและเงื่อนไขแพ็กเกจเสริม1. สำหรับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทรูมูฟเอช บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (บริษัท) ในระบบเติมเงินในนามบุคคลธรรมดา (ผู้ใช้บริการ)2. วิธีการสมัครใช้บริการ: ผู้ใช้บริการสามารถสมัครใช้บริการแพ็กเกจเสริม นี้ โดยผ่านแอพพลิเคชั่น ทรูไอดี ซึ่งผู้ใช้บริการจะเริ่มใช้แพ็กเกจเสริมนี้ได้ หลังจากได้รับข้อความ (SMS) ยืนยันการสมัครใช้บริการเรียบร้อยแล้วเท่านั้น2.1. จำกัดจำนวนสิทธิ์อยู่ที่ 700,000 สิทธิ์ / เดือน3. สิทธิการใช้บริการทั้งหมดครอบคลุมเฉพาะ ค่าโทรและค่าบริการ 5G/4G อัตราตามที่ระบุไว้เท่านั้น ไม่รวมถึงค่าบริการอื่นๆ เช่น บริการดาวน์โหลดข้อมูลเนื้อหาต่างๆ, ค่าบริการข่าวสารข้อมูล, ค่าบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ, ค่าโทรศัพท์ข้ามแดนและบริการเสริมอื่นๆ จะคิดตามอัตราของรายการส่งเสริมการขายหลักที่ผู้ใช้บริการเลือกใช้และตามอัตราที่ระบุไว้เท่านั้น4. สิทธิใด ๆ ตามที่ได้ระบุไว้ในรายการส่งเสริมการขายนี้ ไม่สามารถแลก คืน หรือเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือของอื่นใดได้ รวมตลอดทั้งไม่สามารถโอนไปให้บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นใดได้ด้วย หากผู้ใช้บริการกระทำการอันเป็นการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทมีสิทธิในการยกเลิกการให้บริการตามสัญญาได้ทันที4.1 กระทำการฝ่าฝืนข้อห้ามในสัญญา: หากผู้ใช้บริการกระทำผิดวัตถุประสงค์แห่งสัญญา ให้ถือเป็นการ ฝ่าฝืนข้อห้ามในสัญญา วัตถุประสงค์แห่งสัญญา ผู้ใช้บริการจะต้อง(ก.) ใช้บริการตามรายการส่งเสริมการขายนี้เพื่อการสื่อสารเฉพาะตนโดยมีเจตนาสุจริตตามวิธีการใช้บริการเยี่ยงปกติประเพณีของบุคคลธรรมดาทั่วไปที่จะพึงกระทำเท่านั้น มิใช่เพื่อประโยชน์ หรือสิ่งอื่นใดที่อาจถือเอาประโยชน์ได้ และจะไม่นำบริการไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือให้บริการต่อ(ข.) ผู้ใช้บริการต้องไม่ใช้ ไม่นำบริการมาใช้ ไม่ดัดแปลง หรือไม่กระทำการใดๆ ในเทคโนโลยีหรือระบบหรือสิ่งอื่นใดเพื่อเชื่อมต่อ หรือเกี่ยวข้องกับการใช้บริการดังกล่าว รวมทั้งไม่กระทำการอันมีลักษณะหรือคาดหมายได้ หรือเชื่อได้ว่าจะก่อให้เกิดการผิดศีลธรรม หรือเกิดความเสียหาย หรือเกิดความไม่เป็นธรรมต่อบริษัท หรือบุคคลอื่นใด ทั้งในทางตรงและทางอ้อม หรือไม่ทำการรบกวน หรือก่อความไม่สะดวก หรือเป็นอันตรายต่อเครือข่าย หรือทำให้ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเครือข่ายหรือส่วนใด ๆ ของเครือข่ายเกิดความขัดข้องไม่เป็นไปตามปกติ4.2 กระทำการที่มีเหตุผลอันเชื่อได้ว่าผู้ใช้บริการทุจริต หรือมีการปลอมแปลงเอกสารในการสมัครใช้ หรือรับข้อเสนอของบริการ หรือมีพฤติกรรมฉ้อฉลในการใช้บริการ หรือนำบริการไปใช้โดยผิดกฎหมายบริษัทมีสิทธิที่จะแก้ไข เปลี่ยนแปลง ระงับ หรือยกเลิกได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หากมีข้อกำหนด คำสั่ง หรือนโยบายของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกำหนดให้มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง ระงับ หรือยกเลิกเงื่อนไขของบริการนี้หรือคำสั่งดังกล่าวเป็นการเพิ่มภาระในการดำเนินการของบริษัท เว้นแต่จะได้ระบุไว้โดยชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น5. บริษัทมีสิทธิในการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ระงับหรือยกเลิกข้อกำหนดนี้ได้ตามความเหมาะสมโดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันผ่านช่องทางที่บริษัทพิจารณาเห็นสมควร6. แพ็กเกจนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ผู้ใช้บริการจะต้องศึกษาข้อมูล สำหรับการตั้งค่าเชื่อมต่อระบบ 4G/3G/EDGE/GPRS ทรูมูฟ เอช แคร์ โทร 1242 หรือสอบถามพนักงานขาย

กยศ.ประสานนายจ้างกว่า 5.2 พันแห่ง หักเงินเดือนชำระหนี้ เริ่ม พ.ค.69
อ่าน

กยศ.ประสานนายจ้างกว่า 5.2 พันแห่ง หักเงินเดือนชำระหนี้ เริ่ม พ.ค.69

#ทันหุ้น #กยศ. ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างเพิ่มเติมกว่า 5,200 แห่ง เริ่มหักเงินเดือนผู้กู้ยืมเงินตั้งแต่เดือนพ.ค.69 นี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างกว่า5,200แห่งที่จะเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินคืนกองทุนผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร(e-PaySLF)ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2569สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ที่เว็บไซต์กยศ.เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ.ขอแจ้งว่าขณะนี้กยศ.ได้จัดส่งหนังสือแจ้งองค์กรนายจ้างที่มีพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมเงินเพิ่มเติมกว่า5,200แห่งให้เริ่มหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินคืนกยศ.ผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร(e-PaySLF)ซึ่งเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2569เป็นต้นไปโดยขอให้ดำเนินการนำส่งเงินภายในวันที่15มิถุนายน2569และนำส่งเงินครั้งถัดไปภายในวันที่15ของทุกเดือนสำหรับผู้กู้ยืมเงินที่มีภาระหนี้ค้างชำระก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการหักเงินเดือนขอให้ชำระยอดค้างด้วยตนเองให้เสร็จสิ้นโดยเร็วทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ.ขอเชิญองค์กรนายจ้างลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมสัมมนาเพื่อศึกษารายละเอียดขั้นตอนและวิธีการใช้งานระบบe-PaySLFได้ที่เว็บไซต์www.studentloan.or.thและหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางไลน์บัญชีทางการ“กยศ.องค์กรนายจ้าง”กยศ.ขอขอบคุณองค์กรนายจ้างทุกแห่งที่ให้ความร่วมมือในการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่องแล้วยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งต่อทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน

ปะกาน มเย เมียนมาร์ ฟู้ด เฮาส์
สิทธิพิเศษ

ปะกาน มเย เมียนมาร์ ฟู้ด เฮาส์

..

ครูหนึ่งสอนพิเศษ
สิทธิพิเศษ

ครูหนึ่งสอนพิเศษ

-

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
อ่าน

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง

ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================

รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม เพจปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์
อ่าน

รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม เพจปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์

ในยุคที่การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การจองที่พักออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก แต่ท่ามกลางความสะดวกสบายนี้ ก็มีมิจฉาชีพที่คอยแฝงตัวมาในรูปแบบของเว็บไซต์ปลอม เพจปลอม หรือแอปพลิเคชันจองที่พักปลอม เพื่อหลอกให้เราเสียเงิน และข้อมูลส่วนตัว วันนี้เราจะพาคุณมา รู้ทันกลลวงออนไลน์พร้อมวิธีตรวจสอบความน่าเชื่อถือของที่พักที่คุณกำลังจะจอง รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์ 1. ตรวจสอบ URL และชื่อเว็บไซต์ให้ดี เว็บไซต์ปลอมมักมีชื่อคล้ายกับเว็บไซต์จองที่พักชื่อดัง แต่จะมีความผิดปกติเล็กน้อย เช่น ตัวอักษรผิดหรือมีสัญลักษณ์แปลกๆ ใน URL เช่น "bo0king.com" แทน "booking.com" ดังนั้นก่อนกดจอง ควรตรวจสอบ URL ให้แน่ใจว่าเป็นเว็บไซต์จริง 2. สังเกตการันตีความปลอดภัย (SSL) เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือควรมี SSL Certificate ซึ่งสังเกตได้จากไอคอนรูปกุญแจหรือคำว่า "https://" ที่อยู่หน้าชื่อเว็บไซต์ หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ แสดงว่าเว็บไซต์นั้นอาจไม่ปลอดภัย และเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูล 3. อ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง รีวิวเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณรู้จักที่พัก และเว็บไซต์นั้นๆ มากขึ้น ลองค้นหารีวิวจากหลายๆ แหล่ง เช่น Google, TripAdvisor หรือ Pantip เพื่อดูว่ามีใครเคยใช้บริการ และประสบการณ์เป็นอย่างไร หากพบรีวิวแย่ๆ หรือรีวิวที่ดูไม่น่าเชื่อถือ ให้ระวังไว้ก่อน 4. เปรียบเทียบราคา หากพบว่าที่พักแห่งหนึ่งมีราคาถูกกว่าปกติมากๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับที่พักอื่นในบริเวณใกล้เคียง นี่อาจเป็นสัญญาณของกลลวง ลองเปรียบเทียบราคากับเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่โดนหลอก 5. ตรวจสอบข้อมูลติดต่อ เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือควรมีช่องทางติดต่อที่ชัดเจน เช่น เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, หรือที่อยู่จริง หากเว็บไซต์ไม่มีข้อมูลเหล่านี้หรือข้อมูลไม่ชัดเจน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นเว็บไซต์ปลอม 6. อย่าเชื่อข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง ข้อเสนอแบบ "จองวันนี้ฟรี!" หรือ "ส่วนลดสูงสุด 90%" มักเป็นกลลวงที่ใช้ล่อลวงผู้ใช้งาน ให้ลองตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีก่อนตัดสินใจจอง เพราะบางครั้งอาจมีค่าธรรมเนียมแอบแฝงหรือเงื่อนไขที่ทำให้คุณเสียเงินมากกว่าที่คิด 7. ใช้ช่องทางการจองที่ปลอดภัย ควรจองที่พักผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่มีชื่อเสียง และเชื่อถือได้ เช่น Booking.com, Agoda, หรือ Airbnb หลีกเลี่ยงการจองผ่านลิงก์แปลกๆ ที่ส่งมาในอีเมลหรือข้อความ 8. ตรวจสอบนโยบายการคืนเงิน ก่อนจองที่พัก ควรอ่านนโยบายการคืนเงินให้เข้าใจ หากเว็บไซต์ไม่มีนโยบายนี้หรือเงื่อนไขไม่ชัดเจน อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเจอกับเว็บไซต์ปลอม 9. อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น เว็บไซต์ปลอมมักขอข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป เช่น หมายเลขบัตรเครดิต, รหัสผ่าน, หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร โดยไม่มีเหตุผลสมควร ควรให้ข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลสำคัญในเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ 10. ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับกลลวงออนไลน์ มิจฉาชีพมักเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอยู่เสมอ ดังนั้นการอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับกลลวงออนไลน์จะช่วยให้คุณรู้เท่าทันและป้องกันตัวเองได้ดีขึ้น ====================

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
อ่าน

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ

ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ

สหรัฐอเมริกา เตรียมขึ้นค่าวีซ่าเพิ่ม 250 ดอลลาร์ เริ่ม 1 ตุลาคม 2568
อ่าน

สหรัฐอเมริกา เตรียมขึ้นค่าวีซ่าเพิ่ม 250 ดอลลาร์ เริ่ม 1 ตุลาคม 2568

แพลน เที่ยวอเมริกา ปีหน้าต้องคิดหนักขึ้น! สหรัฐอเมริกากำลังเตรียมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ Visa Integrity Fee สูงถึง 250 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 8,000 บาท) ซึ่งจะ เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป นั่นหมายความว่าค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นวีซ่านักเรียน ท่องเที่ยว หรือทำงาน จะพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัวเลยทีเดียว สหรัฐฯ เตรียมขึ้นค่าวีซ่าเพิ่ม 250 ดอลลาร์ บังคับใช้ 1 ตุลาคม 2568 ค่าธรรมเนียมใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้น และเพิ่มรายได้จากผู้เดินทางเข้าอเมริกาอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ กฎหมาย One Big Beautiful Bill Actโดยเงินค่าธรรมเนียมนี้สามารถขอคืนได้ภายใต้เงื่อนไขการปฏิบัติตามกฎที่เข้มงวดมากๆ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายกังวลว่ากระบวนการขอคืนเงินอาจไม่ชัดเจน และสร้างความกังวลให้กับผู้สมัครได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างความกังวลอย่างมาก โดยเฉพาะในหมู่นักเรียนนักศึกษา และผู้ที่ต้องการไปทำงานในสหรัฐฯ เพราะภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล สำหรับชาวต่างชาติที่ยื่นขอวีซ่าชั่วคราว เช่น วีซ่าท่องเที่ยว,ธุรกิจ (B1/B2) , นักเรียน หรือวีซ่าทำงาน เมื่อรวมกับค่าวีซ่าเดิม 185 ดอลลาร์ ผู้ยื่นวีซ่าจะต้องจ่ายรวม 435 ดอลลาร์ (ประมาณ 14,000 บาท) สรุปใครบ้างที่ต้องจ่ายเพิ่ม และต้องจ่ายเท่าไหร่? ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่ามาตรฐาน : 185 ดอลลาร์ (คงเดิม) ค่าธรรมเนียมของวีซ่า : 250 ดอลลาร์ (ใหม่) ค่าธรรมเนียมแบบฟอร์มการมาถึง/ออกเดินทาง I-94 : 24 ดอลลาร์ ประเภทวีซ่าที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่: B-1/B-2 นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจ, F-1 นักเรียน , H-1B ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง, J-1 ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน หากต้องการขอค่าธรรมเนียมนี้คืน ต้องทำอย่างไร? สำหรับนักเดินทางหากต้องการรับเงินคืน ผู้ถือวีซ่าจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของวีซ่า ซึ่งรวมถึง "ไม่ยอมรับการจ้างงานที่ไม่ได้รับอนุญาต" และต้องอยู่เกินวันที่วีซ่ามีผลบังคับใช้เกินกว่า 5 วัน ตามบทบัญญัติ หากปฏิบัติตามครบ การคืนเงินจะเกิดขึ้น หลังจากวีซ่าหมดอายุ ====================

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ
อ่าน

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ

ขั้นตอนสมัครสอบคัดเลือกบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นคณาจารย์ประจำ เพื่อสนับสนุนภารกิจทางวิชาการและขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยอ้างอิงมติที่ประชุมกรรมการบริหารงานบุคคลตลอดปี 2567 ถึงกลางปี 2568ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือกระบุไว้ตามข้อ 7 ของประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีหลากหลายระดับและสาขาให้เลือกสมัครตามคุณวุฒิคุณสมบัติผู้สมัครผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย และไม่เป็นผู้เสพสารเสพติด รวมถึงสามารถปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างเหมาะสม เฉพาะสายคณาจารย์ปริญญาตรี วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในรอบ 5 ปีปริญญาโท วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง โดยอย่างน้อย 1 เรื่องเป็นงานวิจัยปริญญาเอก ต้องมีผลงานวิจัยเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในรอบ 5 ปีเอกสารประกอบใบสมัคร1. สำเนาปริญญาบัตรและ Transcript2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน3. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว4. หนังสือรับรองผลภาษาอังกฤษ (MCU-GET, TOEFL, IELTS, TOEIC, TU-GET, CU-TEP)5. ใบรับรองแพทย์ออกภายใน 30 วัน6. ผลตรวจประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ7. หนังสือรับรองประสบการณ์ (ถ้ามี)8. แบบ บค 01 และ บค 02 ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์9. สลิปการโอนเงินค่าสมัครหมายเหตุ แนบไฟล์เฉพาะ .PDF หรือ .JPG ค่าธรรมเนียมการสมัครต่ำกว่าปริญญาตรี 100 บาทปริญญาตรี 200 บาทปริญญาโท 300 บาทปริญญาเอก 400 บาทโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาเสือป่า เลขที่บัญชี 046 2 73791 7รายละเอียดการสอบสอบข้อเขียนเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย 100 คะแนนสอบปฏิบัติด้านดิจิทัล (เฉพาะสายปฏิบัติการ) 100 คะแนนสอบข้อเขียนเฉพาะสาขาวิชา 100 คะแนนสอบสัมภาษณ์ ประเมินความเหมาะสม 200 คะแนนเกณฑ์การตัดสินต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การตัดสินของคณะกรรมการสอบคัดเลือกถือเป็นที่สิ้นสุดติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสมัครเข้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ https://www.mcu.ac.th/news/detail/59013

อย่าลืม! กยศ. ชวนผู้กู้ยืมชำระเงินคืนกยศ. ภายใน 5 กรกฎาคมนี้
อ่าน

อย่าลืม! กยศ. ชวนผู้กู้ยืมชำระเงินคืนกยศ. ภายใน 5 กรกฎาคมนี้

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันครบกำหนดชำระเงินคืน กยศ. สำหรับการผ่อนชำระรายปี ซึ่งในปีนี้มีผู้กู้ยืมที่จะต้องชำระเงินคืนประมาณ 3.5 ล้านบัญชี กยศ. จึงขอเชิญชวนให้ผู้กู้ยืมชำระเงินคืน กยศ. ภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ กยศ. จะมีการส่งหนังสือแจ้งภาระหนี้ รวมถึงมีข้อความแจ้งทาง SMS และ Notification ผ่านแอปพลิเคชัน กยศ. Connect ให้ผู้กู้ยืมทราบ โดยผู้กู้ยืมสามารถชำระเงินผ่านช่องทาง Mobile Banking ของทุกธนาคารด้วยการสแกน QR code ซึ่งจ่ายได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา และผู้กู้ยืมสามารถดูช่องทางการชำระอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th ปัจจุบันกองทุนมีนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาไปแล้วจำนวนกว่า 7.1 ล้านราย คิดเป็นเงินกู้ยืมกว่า 8 แสนล้านบาท กยศ. ขอขอบคุณผู้กู้ยืมรุ่นพี่ทุกท่านที่ชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนเพื่อมอบอนาคตทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษารุ่นน้องต่อไป

สถานทูตสหรัฐฯ ประกาศ ขอวีซ่าอเมริกา F, M, J ต้องตั้งค่าโซเชียลมีเดียเป็นสาธารณะ
อ่าน

สถานทูตสหรัฐฯ ประกาศ ขอวีซ่าอเมริกา F, M, J ต้องตั้งค่าโซเชียลมีเดียเป็นสาธารณะ

ใครอยากไปเรียนต่อ สหรัฐอเมริกา หรือไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ต้องการไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การเตรียมตัวเรื่อง ขอวีซ่าอมเริกา ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะ วีซ่าประเภท F, M, และ J ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดี แต่รู้หรือไม่ว่า ตอนนี้เรื่อง โซเชียลมีเดีย ของเราเองก็เป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาวีซ่าด้วยนะ! ขอวีซ่าอเมริกา F, M, J ต้องตั้งค่าโซเชียลมีเดียเป็นสาธารณะ วีซ่า F, M, J คืออะไร? มาทำความเข้าใจกันก่อน! ก่อนจะไปถึงเรื่องโซเชียลมีเดีย เรามาทบทวนกันก่อนว่า วีซ่าทั้ง 3 ประเภทนี้แตกต่างกัน อย่างไรบ้าง : วีซ่า F-1 (Student Visa): สำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการไปเรียนในสถาบันการศึกษาต่างๆ ของอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย วิทยาลัย หรือโรงเรียนสอนภาษาที่ได้รับการรับรอง วีซ่า M-1 (Vocational Student Visa): สำหรับผู้ที่ต้องการไปเรียนสายอาชีพ หรือหลักสูตรที่ไม่ใช่วิชาการ เช่น โรงเรียนสอนทำอาหาร โรงเรียนสอนศิลปะ หรือหลักสูตรอื่นๆ ที่เน้นการฝึกฝนทักษะ วีซ่า J-1 (Exchange Visitor Visa): สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่างๆ ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลสหรัฐฯ เช่น Work and Travel, Au Pair, Visiting Scholar หรือนักศึกษาแพทย์ฝึกหัด เรียนต่ออเมริกา โซเชียลมีเดียต้องตั้งสาธารณะ! จากการประกาศของ U.S. Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาวีซ่า มีสิทธิ์ในการขอตรวจสอบข้อมูลโซเชียลมีเดียของคุณได้ และผู้สมัครจำเป็นต้องตั้งค่าบัญชีโซเชียลมีเดียทั้งหมดให้เป็นสาธารณะ (Public) เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึง และตรวจสอบข้อมูลได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น ทำไมต้องตรวจสอบโซเชียลมีเดีย? จุดประสงค์หลักคือเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือ และความเหมาะสมของผู้สมัคร โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏบนโปรไฟล์ของคุณ ทั้งกิจกรรม และพฤติกรรม เพื่อดูว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่อาจขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายของสหรัฐฯ หรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบเครือข่ายความสัมพันธ์ เพื่อดูความเชื่อมโยงกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่อาจเป็นภัย และยังประเมินเจตนาที่แท้จริง เพื่อยืนยันว่าวัตถุประสงค์ในการเดินทางของคุณตรงกับประเภทวีซ่าที่ขอหรือไม่ สุดท้าย เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูล เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลในโซเชียลมีเดียของตรงกับที่กรอกในแบบฟอร์มขอวีซ่า ข้อมูล :www.facebook.com/usembassybkk/posts ====================

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
อ่าน

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สะกดจิตเหยื่อได้ไหม? หลังเหิมเกริมหลอกนักศึกษา มช.ตกเป็นเหยื่อนับ 10 รายใน 1 สัปดาห์
อ่าน

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สะกดจิตเหยื่อได้ไหม? หลังเหิมเกริมหลอกนักศึกษา มช.ตกเป็นเหยื่อนับ 10 รายใน 1 สัปดาห์

แม้ว่าปัจจุบัน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะยังคงใช้กลอุบายเดิมในการ โทรศัพท์มาหลอกเหยื่อ เช่น-อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ข่มขู่ว่าเหยื่อทำผิดกฎหมายบัญชีพัวพันบัญชีม้า ส่งยาเสพติด มีพัสดุผิดกฎหมาย-มีการใช้เบอร์โทรศัพท์ไปใช้ทำผิดกฎหมาย ต้องทำการตรวจสอบทรัพย์สินด้วยการโอนเงินไปให้ตรวจสอบให้ครบจำนวน-ข่มขู่ปล่อยคลิปลับ วิดีโอคอล ขอให้เหยื่อ ถอดเสื้อผ้าและจะบันทึกภาพไว้ blackmail ทีหลัง-หลอกว่าได้รับทุนฟรีที่ต่างประเทศ แต่จะต้องโอนเงินไปก่อนเพื่อใช้เป็นสเตจเม้นท์ สร้างความน่าเชื่อถือโดยระหว่างพูดคุย มีเงื่อนไขว่าต้องวิดีโอคอล 24 ชั่วโมงเปิดกล้อง และต้องอยู่คนเดียว ห้ามติดต่อใคร แถมมีบอกสคริป แนะนำวิธีให้เหยื่อ ไปขอเงินพ่อแม่คำถามคือ ทำไมเราถึงยอม ทำตามมันทุกอย่าง คล้ายโดนล้างสมอง หรือ ถูกสะกดจิต ?คำตอบจากเพจมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พูดถึงเทคนิคที่มิจฉาชีพใช้กับเหยื่อว่า สิ่งที่ทำให้เหยื่อ หลงเชื่อ ยอมทำทุกอย่างไม่ใช่สะกดจิต แต่มันคือ Emotional Hijack คือการเล่นกับ สมองและจิตใจเรา ด้วยความกลัวและความเครียดชั่วขณะจนสมองส่วนอารมณ์ Amygdala ทำงาน เหนือ สมองส่วนเหตุและผล มัวแต่กลัว เครียด จนไม่ได้ฉุกคิดว่า นี่คือเรื่องจริงไหม เช่นสวัสดีครับ ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนะครับ คุณใช่คุณ……(บอกชื่อและข้อมูลที่ถูกต้องของเรา)เราตรวจสอบพบว่า บัญชีของคุณ ไปพัวพันกับ การขนส่งพัสดุผิดกฎหมายเพื่อแสดงความบริสุทธ์ ทางเราต้องการให้คุณ โอนเงินมา เพื่อตรวจสอบ นะครับแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เพิ่มความมีอำนาจ ให้เหยื่อรู้สึกตัวเล็ก ต้องยอมทำตามใช้ข้อมูลส่วนตัวเหยื่อที่ขโมยมา เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ว่าใช่เราจริงทั้งหมดจึงหลอกให้เหยื่อ ตกใจ รีบทำตาม ไม่งั้นเรื่องราวจะบานปลาย🎓 ทำไม นักศึกษามหาวิทยาลัย จึงกลายเป็น เป้าหมายหลัก ?ประสบการณ์ชีวิตน้อย ยังไม่เคยเจออะไรแบบนี้โครงสร้างสังคม สอนให้เด็กเชื่อผู้ใหญ่ หรือ เจ้าหน้าที่รัฐ โดยไม่ต้องตั้งคำถามความมั่นใจในตัวเอง ว่าเป็นแบบที่ฉันคิดแหละถูกต้องแล้ว ไม่กล้าพูดคุยกับพ่อแม่เมื่อมีปัญหา ผลคือ โดนหลอกวิธีเอาตัวรอดจาก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (1) ตั้งสติ หายใจเข้า-ออกลึก ๆ 3 ครั้งและบอกว่า “เจ้าหน้าที่จริงจะไม่ให้เราโอนเงิน”(2) ขอเบอร์ติดต่อกลับ เชื่อมั่นว่าเราไม่ได้ทำผิด และเรามีสิทธิ “ปฏิเสธ” และ “รอ” (3) เมื่อเริ่มรู้สึกถูกกดดัน ให้โอนเงิน ให้รีบวางสาย และ ติดต่อหาคนใกล้ตัว หรือ 191

รัฐบาลทรัมป์เผยแผนถอนวีซ่านักเรียนจีนในสหรัฐฯ อย่างเข้มงวด
อ่าน

รัฐบาลทรัมป์เผยแผนถอนวีซ่านักเรียนจีนในสหรัฐฯ อย่างเข้มงวด

เมื่อวานนี้ (28 พฤษภาคม) ตามเวลาสหรัฐฯ รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนการ “เพิกถอน” วีซ่านักเรียนและนักศึกษาชาวจีนในสหรัฐฯ “อย่างเข้มงวด” โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือกำลังศึกษาในสาขาที่สหรัฐฯ มองว่าเป็น "สาขาวิชาสำคัญ" ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า จะมีการปรับเกณฑ์การขอวีซ่าใหม่ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้สมัครขอวีซ่าจากจีนและเขตบริหารพิเศษฮ่องกงในอนาคตยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับความสัมพันธ์ของจีนและสหรัฐฯ ที่ร้อนระอุมากอยู่แล้วจากการขึ้นภาษีของทรัมป์ ให้ตึงเครียดมากขึ้นไปอีกรูบิโอกล่าวในแถลงการณ์ว่า ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะร่วมมือกับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิในการเพิกถอนวีซ่านักเรียนจีนอย่างเข้มงวดมากกว่าเดิม ซึ่งจากข้อมูลระบุว่า ในปีที่ผ่านมา มีนักเรียนจีนประมาณ 280,000 คนที่กำลังศึกษาในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามรูบิโอเพิ่งสั่งการให้สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกหยุดการนัดหมายสำหรับการขอวีซ่านักเรียน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเตรียมขยายการตรวจสอบโซเชียลมีเดียของผู้สมัครเหล่านี้ รัฐบาลทรัมป์ยังได้ดำเนินการเนรเทศนักเรียนต่างชาติหลายคน และเพิกถอนวีซ่าหลายพันฉบับแม้ว่าหลายกรณีถูกศาลสั่งระงับ นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังสั่งระงับเงินทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์สำหรับมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ อาทิ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ทรัมป์มองว่าพวกเขามีแนวคิดเชิงเสรีมากเกินไป และล้มเหลวในการต่อสู้กับกลุ่มต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัย จากเหตุนี้ทำให้นักเรียนต่างชาติหลายคนรู้สึกผิดหวังกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายวีซ่า โดยบางคนระบุว่าพวกเขาเสียใจที่เลือกมาศึกษาในสหรัฐฯ

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ตรวจสอบวีซ่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดทั้งหมด
อ่าน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ตรวจสอบวีซ่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดทั้งหมด

เจ้าหน้าที่ระดับสูงเปิดเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า ตอนนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กำลังดำเนินการตรวจสอบสถานะของผู้ถือวีซ่าทั้งหมดที่มีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ไม่จำกัดเฉพาะนักศึกษาหรือผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนการเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็น การยกระดับความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยพยายามเพิกถอนสิทธิ์ของฮาร์วาร์ดในการรับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งต่อมาศาลได้มีคำสั่งระงับคำสั่งดังกล่าวไว้ชั่วคราว มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดให้เหตุผลว่าการเพิกถอนสิทธิดังกล่าวเป็น“การแก้แค้นโดยมีแรงจูงใจทางอุดมการณ์”หลังจากมหาวิทยาลัยปฏิเสธข้อเรียกร้องของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายบางอย่างโดยล่าสุดรัฐบาลยังได้มีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐยกเลิกสัญญาทางการเงินทั้งหมดกับฮาร์วาร์ดซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ100ล้านดอลลาร์หรือราว3,300ล้านบาทเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้เปิดเผยเหตุผลของการตรวจสอบครั้งนี้ โดยรายงานจาก Fox News เป็นผู้เปิดเผยเรื่องนี้ก่อนเป็นครั้งแรก ขณะนี้ CNN ได้ติดต่อขอความคิดเห็นจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดแล้วก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศเคยระบุว่าการตรวจสอบความมั่นคงของผู้สมัครวีซ่า “ดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มสมัคร จนถึงการพิจารณา และตลอดช่วงเวลาที่วีซ่ายังมีผลบังคับใช้”มาตรการล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงต่อผู้ที่ต้องการมาเรียนต่อในสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งให้สถานทูตระงับการนัดหมายขอวีซ่านักเรียนและแลกเปลี่ยนทั้งหมด ขณะที่เตรียมขยายมาตรการตรวจสอบข้อมูลโซเชียลมีเดีย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการตรวจสอบนี้จะเข้มงวดเพียงใด มาร์โกรูบิโอรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯประกาศว่าสหรัฐฯจะ“ยกเลิกวีซ่าอย่างจริงจังสำหรับนักเรียนจีน”ซึ่งเป็นการยกระดับความตึงเครียดกับปักกิ่งอย่างมีนัยสำคัญโดยจะมุ่งเป้าผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือกำลังศึกษาในสาขาที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์การดำเนินการของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้สร้างความวุ่นวายต่อชีวิตของนักเรียนต่างชาติที่เรียนอยู่ในฮาร์วาร์ด ซึ่งคิดเป็น 27% ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดของมหาวิทยาลัย โดยเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเปิดเผยต่อศาลว่า นักเรียนบางคนถึงกับกลัวว่าจะไม่สามารถเข้าร่วมพิธีรับปริญญาได้ขณะเดียวกันการตรวจสอบวีซ่าครั้งใหม่นี้อาจขยายผลกระทบไปยังบุคคลทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับฮาร์วาร์ด ไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์ นักวิจัย หรือบุคลากรที่ถือวีซ่าในเครือข่ายของมหาวิทยาลัย

หายนะอุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ? ทรัมป์สั่งสถานทูตหยุดออกวีซานักเรียนต่างชาติ
อ่าน

หายนะอุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ? ทรัมป์สั่งสถานทูตหยุดออกวีซานักเรียนต่างชาติ

มาตรการใหม่แกะกล่อง พุ่งเป้าคัดกรองนศ.ต่างชาติเข้าสหรัฐฯรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีคำสั่งให้สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกหยุดการนัดหมายสัมภาษณ์ขอวีซ่านักเรียนนักศึกษาชั่วคราว พร้อมทั้งเตรียมขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สมัครขอวีซ่าดังกล่าวด้วยแต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดในบันทึกภายในที่ส่งไปยังสถานทูตทั่วโลก รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ระบุว่า การระงับการนัดหมายนี้จะดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ขณะที่ แทมมี่ บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า “เราจริงจังอย่างยิ่งกับกระบวนการตรวจสอบผู้ที่จะเดินทางเข้าสหรัฐฯ และเราจะเดินหน้าดำเนินการต่อไป”บันทึกจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถูกเปิดเผยโดยสำนักข่าว CBS News ระบุว่าสถานทูตสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งเมื่อวันอังคาร (27 พฤษภาคม) ให้ลบรายการนัดหมายวีซ่านักเรียนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันทั้งหมดออกจากระบบ ยกเว้นการนัดหมายที่ได้รับการยืนยันแล้ว ซึ่งยังสามารถดำเนินต่อไปได้เอกสารยังเผยด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังเตรียมการ “ขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการ” สำหรับผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนทั้งหมด แต่ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดทั้งนี้ ปกติแล้ว นักเรียนต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในสหรัฐฯ จำเป็นต้องนัดสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯในประเทศต้นทางก่อนการอนุมัติวีซ่า ขณะที่ มหาวิทยาลัยจำนวนมากในสหรัฐฯ พึ่งพารายได้จากนักเรียนต่างชาติ ซึ่งมักต้องจ่ายค่าเล่าเรียนในอัตราสูงกว่านักเรียนท้องถิ่น ‘หายนะ’ ต่ออุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ?เดวิด เลโอโพล ทนายความด้านการเข้าเมืองระบุว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลทรัมป์อาจเป็นหายนะของนักเรียนต่างชาติและมหาวิทยาลัยสหรัฐฯที่พึ่งพารายได้จากนักศึกษาต่างชาติ ผบกระทบทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอาจมหาศาลเลโอโพลระบุว่า การขอวีซาสำหรับการนักศึกษาต่างชาติมีกระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดอยู่แล้ว โดยผู้สมัครต้องมีเอกสารรับรองความแข็งแกร่งด้านวิชาการ หลักฐานสนับสนุนทางการเงิน ต้องแสดงสายสัมพันธ์ที่มีกับประเทศของตนและเจตนารมย์ที่จะเดินทางกลับประเทศภูมิลำเนาหลังเรียนจบสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การระงับหรือการชะลอกระบวนการอนุมัติวีซาจะส่งผลกระทบโยงไปยังนักศึกษาหลายแสนคนทั่วโลก และสถาบันการศึกษาจำนวนมากทั่วสหรัฐฯ ที่มีอันดับสูงขึ้นจากการดึงบุคคลที่มีความสามารถจากต่างประเทศเข้ามาในสหรัฐฯทั้งนี้ นักศึกษาต่างชาติมีสัดส่วนร้อยละ 5.9 ของจำนวนนักศึกษาเกือบ 19 ล้านคนในสถาบันการศึกษาขั้นสูงของสหรัฐฯ เฉพาะในช่วงปี 2023-2024 มีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนในสหรัฐฯมากกว่า 1.1 ล้านคน โดยอันดับหนึ่งมาจากอินเดีย ตามมาด้วยจีนหากเจาะลึกลงไป นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ เลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ โดยร้อยละ 25 เข้ามาเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และอีกเกือบหนึ่งในห้า เลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์นอกจากนี้ นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่จ่ายค่าเรียนเต็ม ทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ มีงบประมาณมากขึ้นในการเอาไปช่วยนักศึกษาอเมริกันเองรายงานจาก Open Doors Report พบว่า มหาวิทยาลัยนิวยอร์กมีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด คือ มากกว่า 21,000 คน ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยนอร์ธอีสเทิร์น และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับมหาวิทยาลัยไร้แววถอยมาตรการล่าสุดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างทรัมป์กับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐฯ ซึ่งเขากล่าวหาว่ามีแนวคิดเอนเอียงไปทางซ้ายมากเกินไป และเปิดทางให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัย รวมถึงการมีนโยบายรับนักศึกษาที่ไม่เป็นธรรมทำเนียบขาวยังกล่าวหามหาวิทยาลัยบางแห่งว่า ปล่อยให้กิจกรรมสนับสนุนปาเลสไตน์บนมหาวิทยาลัยถูกครอบงำโดยแนวคิดต่อต้านชาวยิว ขณะที่หลายมหาวิทยาลัยตอบโต้ว่า รัฐบาลกำลังพยายามละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกรัฐบาลทรัมป์เคยสั่งระงับงบประมาณจำนวนหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่จัดสรรให้มหาวิทยาลัยบางแห่ง และพยายามผลักดันการเนรเทศนักเรียนต่างชาติ รวมถึงเพิกถอนวีซ่าหลายพันราย แต่บางมาตรการถูกศาลสั่งระงับไว้ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเคยแสดงทัศนะถึงกรณีของ ‘รูเมซา ออสเติร์ค’ นักศึกษาต่างชาติที่เรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Tufts ซึ่งเขียนบทความแสดงความเห็นสนับสนุนปาเลสไตน์ จนถูกจับกุมหน้าบ้านพักของเธอตอนนั้นรูบิโอกล่าวว่า “หากคุณสมัครของวีซามาสหรัฐฯเพื่อเป็นนักเรียน และคุณบอกเราว่าเหตุผลที่คุณมาสหรัฐฯ ไม่ได้เพราะคุณอยากมาเขียนบทความแสดงความเห็นเท่านั้น แต่คุณยังอยากเข้าร่วมการเคลื่อนไหวที่ทำลายข้าวของมหาวิทยาลัย คุกคามนักศึกษาคนอื่นๆ ยึดอาคาร สร้างความวุ่นวาย เราก็จะไม่ให้วีซากับคุณ”ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เควิน โอ แลรี พันธมิตรของทรัมป์ กล่าวกับ Fox Business ว่าเขาแนะนำให้สหรัฐฯใช้กระบวนการนักศึกษาต่างชาติ และเขาก็ชื่นชมนักศึกษาที่ฉลาดและมีความรักชาติเช่นกัน... “นักศึกษาเหล่านี้เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากและพวกเขาไม่ได้เกลียดอเมริกา” “ทำไมเราไม่คัดกรองเขาก่อน ตรวจสอบประวัติ ทำให้ชัดเจน และก็บอกพวกเขาว่า คุณคือคนที่จบจากฮารวาร์ด คุณคือวิศวกรหรืออะไรก็ตาม คุณอยู่ที่นี่ได้ คุณเริ่มธุรกิจที่นี่ได้ และคุณก็จะได้รับเงินทุนที่นี่ คุณจะสร้างงานที่นี่ นี่คือเหตุผลที่คุณมาที่นี่แต่แรก”ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังรัฐบาลทรัมป์ได้เพิกถอนสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในการรับนักศึกษาต่างชาติและนักวิจัยจากต่างประเทศ แต่ศาลรัฐบาลกลางมีคำสั่งระงับมาตรการดังกล่าว ซึ่งหากนโยบายนี้มีผลบังคับใช้จริง อาจสร้างผลกระทบอย่างหนักต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมีนักศึกษาต่างชาติกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดอย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ยังไม่ยอมถอยเช่นกัน และกำลังหาทางยกเลิกสัญญาที่เหลือทั้งหมดระหว่างฮาร์วาร์ดกับรัฐบาลกลาง ซึ่งมีมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์คงต้องติดตามกันต่อไปว่าศึกนี้ ใครจะยอมถอยก่อนกัน แต่ที่แน่ๆ...นักเรียนนักศึกษา นักวิจัย และคณาจารย์ ล้วนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าแล้วบทความโดย...ธันย์ชนก จงยศยิ่ง

สหรัฐฯ สั่งสถานทูตทั่วโลก งดรับนัดทำวีซ่านักเรียนต่างชาติ
อ่าน

สหรัฐฯ สั่งสถานทูตทั่วโลก งดรับนัดทำวีซ่านักเรียนต่างชาติ

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีคำสั่งให้สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกหยุดการนัดหมายขอวีซ่านักเรียนนักศึกษาชั่วคราว พร้อมทั้งเตรียมขยายมาตรการตรวจสอบโซเชียลมีเดียของผู้สมัครขอวีซ่าดังกล่าว ในบันทึกภายในที่ส่งไปยังสถานทูตทั่วโลกรัฐมนตรีต่างประเทศมาร์โกรูบิโอระบุว่าการระงับการนัดหมายนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมบันทึกดังกล่าวระบุว่าการตรวจสอบข้อมูลบนโซเชียลมีเดียจะเข้มงวดขึ้นสำหรับผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนนักศึกษาและวีซ่าแลกเปลี่ยน ซึ่งจะมี “ผลกระทบอย่างมาก” ต่อการดำเนินงานของสถานทูตและสถานกงสุลมาตรการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างทรัมป์กับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐฯ ซึ่งเขากล่าวหาว่ามีแนวคิดเอนเอียงไปทางซ้ายมากเกินไป และเปิดทางให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านชาวยิวบนมหาวิทยาลัย รวมถึงการมีนโยบายรับนักศึกษาที่ไม่เป็นธรรมในบันทึกจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถูกเปิดเผยโดยสำนักข่าว CBS News ระบุว่าสถานทูตสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งเมื่อวันอังคาร (27 พ.ค.) ให้ลบรายการนัดหมายวีซ่านักเรียนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันทั้งหมดออกจากระบบ ยกเว้นการนัดหมายที่ได้รับการยืนยันแล้ว ซึ่งยังสามารถดำเนินต่อไปได้เอกสารยังเผยด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังเตรียมการ “ขยายมาตรการตรวจสอบโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ” สำหรับผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนทั้งหมด แต่ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดโดยปกติแล้ว นักเรียนต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในสหรัฐฯ จำเป็นต้องนัดสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถานทูตในประเทศของตนก่อนการอนุมัติวีซ่า มหาวิทยาลัยจำนวนมากในสหรัฐฯ พึ่งพารายได้จากนักเรียนต่างชาติ ซึ่งมักต้องจ่ายค่าเล่าเรียนในอัตราสูงกว่านักเรียนท้องถิ่นแทมมี่ บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราจริงจังอย่างยิ่งกับกระบวนการตรวจสอบผู้ที่จะเดินทางเข้าสหรัฐฯ และเราจะเดินหน้าดำเนินการต่อไป” รัฐบาลทรัมป์เคยสั่งระงับงบประมาณจำนวนหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่จัดสรรให้มหาวิทยาลัยและพยายามผลักดันการเนรเทศนักเรียนต่างชาติรวมถึงเพิกถอนวีซ่าหลายพันรายโดยบางมาตรการถูกศาลสั่งระงับไว้ทำเนียบขาวยังกล่าวหามหาวิทยาลัยบางแห่งว่า ปล่อยให้กิจกรรมสนับสนุนปาเลสไตน์บนมหาวิทยาลัยถูกครอบงำโดยแนวคิดต่อต้านชาวยิว ขณะที่หลายมหาวิทยาลัยตอบโต้ว่า รัฐบาลกำลังพยายามละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดตกเป็นเป้าหมายหลักของทรัมป์ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลของเขาได้เพิกถอนสิทธิ์ของฮาร์วาร์ดในการรับนักเรียนต่างชาติและนักวิจัยจากต่างประเทศ แต่ศาลรัฐบาลกลางมีคำสั่งระงับมาตรการดังกล่าวหากนโยบายนี้มีผลบังคับใช้ อาจสร้างผลกระทบอย่างหนักต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมีนักศึกษาต่างชาติกว่า 25% ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด

ฮ่องกงเปิดรับนักศึกษาทุกคนที่ได้รับผลกระทบจาก "ฮาร์วาร์ด" ให้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยของฮ่องกง
อ่าน

ฮ่องกงเปิดรับนักศึกษาทุกคนที่ได้รับผลกระทบจาก "ฮาร์วาร์ด" ให้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยของฮ่องกง

“จอห์น ลี” ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ประกาศเชิญชวนนักศึกษาต่างชาติจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ ให้เข้ามาศึกษาต่อที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง หลังจากสหรัฐฯ ซึ่งนำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการไปยังมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดให้จํากัดการลงทะเบียนเข้าศึกษาของนักศึกษาต่างชาติสำหรับในปีการศึกษา 2025-2026 จนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่เกิดการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจอห์น ลี กล่าวคำประกาศของเขาในวันนี้ (27 พฤษภาคม) ระหว่างการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ว่า ฮ่องกงยินดีที่จะรับนักศึกษาทุกคนที่กำลัง “ถูกแบ่งแยก” โดยนโยบายของสหรัฐฯ หรือกำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบากในการศึกษาและการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจากมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ โดยที่ฮ่องกงเปิดประตูสำหรับนักศึกษาทุกคนพวกเขาสามารถมาเรียนในมหาวิทยาลัยของฮ่องกงที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการของเขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้เรียกร้องไปถึงมหาวิทยาลัยในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ให้ปกป้องผลประโยชน์ของนักศึกษาและหาวิธีดึงดูดใจนักศึกษาชั้นนำที่มีความสามารถจากนานาชาติให้เข้ามาศึกษาต่อในจีนเพื่อตอบกลับนโยบายของทรัมป์ที่มีต่อฮาร์วาร์ด ข้อกำหนดของทรัมป์ต่อนักศึกษาต่างชาติในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกส่งผลกระทบนักศึกษาต้องย้ายไปศึกษาในสถาบันอื่นที่อาจทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับการสูญเสียสถานะทางกฎหมาย แม้ว่าคณะผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางจะมีคำสั่งให้ระงับนโยบายสั่งห้ามนี้เป็นการชั่วคราวแต่สถานะของนักศึกษาต่างชาติในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยังคงอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอน ซึ่งฝ่ายบริหารของทรัมป์กล่าวหาว่าฮาร์วาร์ดส่งเสริมการต่อต้านชาวยิวและให้ความร่วมมือกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยอ้างไปถึงสถิติเมื่อปี 2024 ว่าในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดมีนักศึกษาชาวจีนมากถึง 1 ใน 5 ของจำนวนนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด