TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “做假台湾龙华科技大学毕业证【咨询网:ban58.com】” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดู
DLTV 15
ช่องการศึกษา • 29 มี.ค. 61
อ่าน
TSE เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมโปรไฟล์หลอกลงทุนโรงไฟฟ้า ยันไม่มีนโยบายชักชวนผ่านโซเชียล
#ทันหุ้น #2026 #SET #TSE เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมโปรไฟล์หลอกลงทุนโรงไฟฟ้า ยันไม่มีนโยบายชักชวนผ่านโซเชียลบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างชื่อ ข้อมูล รูปภาพโครงการ และตราสัญลักษณ์ของบริษัทฯ ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก และอีเมล เพื่อหลอกลวงและชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนผ่านช่องทางดังกล่าว รวมถึงการเข้ากลุ่มไลน์เพื่อร่วมกิจกรรมหารายได้พิเศษ หรือร่วมลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจโรงไฟฟ้าบริษัทฯ จึงขอเรียนแจ้งเตือนประชาชนและนักลงทุนทุกท่าน โปรดอย่าหลงเชื่อการแอบอ้างดังกล่าว และขอความกรุณาอย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือโอนเงินให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าวโดยเด็ดขาดทั้งนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ไม่มีนโยบายในการชักชวนให้ลงทุนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าวตามที่มีการแอบอ้างแต่อย่างใด และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มหรือกิจกรรมการลงทุนหรือกิจกรรมหารายได้พิเศษใด ๆ ตามที่ถูกกล่าวอ้างรวมทั้งไม่เคยอนุญาตหรือสนับสนุนให้มีการนำชื่อ รูปภาพ ตราสัญลักษณ์ หรือข้อมูลของบริษัทฯ ไปใช้เพื่อการโฆษณา หรือชักชวนการลงทุนในลักษณะดังกล่าวสำหรับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ จะถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการของบริษัทฯ เท่านั้น หากท่านพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย หรือเข้าข่ายการหลอกลวง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบ หรือแจ้งข้อมูลมายังหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ (IR) ของบริษัทฯ โทรศัพท์ 02-258-4530 ถึง 3 ต่อ 2311บริษัทฯ ขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส และในการรักษาความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างสูงสุด
ทันหุ้น • 7 เม.ย. 69
อ่าน
10 เคสจริงที่มิจฉาชีพใช้หลอกเหยื่อในพริบตา
ในยุคที่โลกออนไลน์คือวิถีชีวิต การแชท โอนเงิน หรือช้อปปิ้งถือเป็นกิจวัตรที่ง่ายดายเพียงปลายนิ้ว แต่น่าเสียดายที่มันกลับกลายเป็นรอยรั่วให้ มิจฉาชีพ ฉกฉวยโอกาส ทางออนไลน์ เพื่อ หลอกลวง ฉ้อโกง สถิติจากศูนย์ AOC 1441 เผยตัวเลขการแจ้งภัยมิจฉาชีพเฉลี่ยวันละ 3,000 สาย หรือเท่ากับทุกนาทีมีคนไทยอย่างน้อย 2 คนกำลังถูกหลอก โดยช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ความเสียหายรวมจากอาชญากรรมออนไลน์พุ่งทะลุ 13,000 ล้านบาทไปแล้ว ความสูญเสียนี้ไม่ได้หยุดแค่เรื่องทรัพย์สิน แต่ลามไปถึงความเครียดที่บั่นทอนสุขภาวะทั้งกายและใจอย่างน่าเป็นห่วง เมื่อภัยไซเบอร์ กลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตเช่นนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (AOC 1441) จึงชวนกันมาถอดบทเรียนจาก 10 เคสจริง เพื่อแฉกลโกงให้ทุกคน รู้เท่าทันมิจฉาชีพ และสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลไปพร้อมกัน กลโกง#1 ปลอมตัวตน ปล้นความเชื่อใจ มิจฉาชีพจะเริ่มด้วยการปลอมเป็นบุคคลที่ดูน่าเชื่อถือ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจ ทำให้เหยื่อเผลอเชื่อใจและลดการป้องกันตัวลง เคสหลอกให้รักแล้วโอนเงิน: แอบอ้างเป็นพยาบาลต่างประเทศ ทักมาสานสัมพันธ์จนผู้เสียหายตายใจ แล้วหลอกขอค่าขนย้ายทรัพย์สินเพื่อกลับมาแต่งงานที่ไทย สูญเงิน 1,308,000 บาท เคสร้านค้าปลอมหลอกขายของถูก: ปลอมเพจ Facebook ขายปูนซีเมนต์ราคาถูกเกินจริง บีบให้ผู้เสียหายโอนเงินเต็มจำนวน แล้วบล็อกหนีหาย สูญเงิน 1,100,000 บาท เคสเพจที่พักทิพย์: ขโมยรูปวิลล่าหรูมาเปิดเพจปลอม พร้อมเร่งรัดให้โอนจองเต็มจำนวนเพื่อล็อกสิทธิ์ แต่เมื่อไปถึงสถานที่จริงกลับพบว่าไม่มีชื่อในระบบ สูญเงิน 15,000 บาท เคสทหารเรือเก๊หลอกให้ซื้อของ: สวมรอยเป็นทหารเรือสั่งลวดหนามล็อตใหญ่ บีบให้ผู้ประกอบการสั่งของสเป็กพิเศษจาก "ร้านพันธมิตรปลอม" ที่จัดฉากไว้ แล้วเชิดเงินมัดจำหนีไป สูญเงิน 500,000 บาท เคสแอบอ้างเจ้าหน้าที่ PEA: โทรศัพท์มาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เพื่อขอคืนเงินประกันมิเตอร์ไฟฟ้า แล้วหลอกให้ติดตั้งแอปฯ ดูดเงิน จนสูญเงิน 594,570 บาท กลโกง#2 ปั่นอารมณ์ จู่โจมให้ขาดสติ เมื่อเริ่มเชื่อใจ โจรจะเปลี่ยนจังหวะมาจู่โจมที่สมองส่วนอารมณ์ ไม่ว่าจะใช้ความกลัวข่มขู่หรือความรักบีบคั้น เพื่อให้เราสติหลุด ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เคสตำรวจปลอมกับคดีฟอกเงิน: โทรศัพท์มาอ้างเป็นตำรวจ ข่มขู่ว่าบัญชีพัวพันคดีฟอกเงินระดับชาติ บีบให้โอนเงินมาตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เหยื่อตกใจกลัวจึงยอมโอน สูญเงิน 4,102,169 บาท เคสลูกสาวกำมะลอเสียง AI: มิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเลียนเสียงเป็นลูกสาว โทรหาคุณแม่ อ้างว่าต้องใช้เงินด่วนจ่ายค่ากิจกรรมมหาวิทยาลัย คุณแม่เป็นห่วงรีบร้อนโอนไป สูญเงิน 100,000 บาท เคสหนีเสือปะทนายปลอม: หลอกผู้เสียหายที่กำลังทุกข์ใจเพราะถูกโกง ผ่านเพจ "ทนายอาสา" อ้างว่าช่วยตามเงินคืนได้แต่ขอค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ กลายเป็นการสูญเสียซ้ำสองที่เจ็บปวดกว่าเดิม สูญเงินเพิ่ม 363,285 บาท กลโกง#3 วางเหยื่อล่อ ลากเข้าวงจรโอนไม่สิ้นสุด จังหวะสุดท้ายคือการวางเหยื่อล่อ หลอกให้เหยื่อได้กำไรในตอนแรก เพื่อซื้อความตายใจ ก่อนจะล่อให้ทุ่มเงินก้อนใหญ่ และบีบคั้นให้ต้องโอนเพิ่มอย่างไม่จบสิ้น เคสกับดักหุ้น กำไรทิพย์: มิจฉาชีพชักชวนผู้เสียหายให้เทรดหุ้นพลังงานผ่านแอปปลอมที่สร้างกราฟกำไรปลอมขึ้นมาเอง ล่อให้เหยื่อทุ่มเงินเพิ่มไม่หยุด จนสุดท้าย สูญเงิน 8,747,497 บาท เคสงานแพ็กของ รายได้เสริมกลายเป็นหนี้: มิจฉาชีพประกาศรับสมัครงานออนไลน์ ให้ผู้เสียหายทำภารกิจกดรับออเดอร์แลกค่าคอมมิชชัน ยอมให้ถอนยอดน้อยได้จริงในช่วงแรก เพื่อล่อให้ลงเงินก้อนใหญ่ ก่อนจะบล็อกระบบการถอน สูญเงิน 3,023,000 บาท เมื่อตกเป็นเหยื่อต้องทำอย่างไร? เคสตัวอย่างทั้งสิบนี้คือบทเรียนสำคัญที่ย้ำเตือนให้เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล และเท่าทันจังหวะกลโกงอยู่เสมอ แต่หากรู้ตัวว่าพลาดโอนเงินไปแล้ว อย่าเพิ่งหมดหวัง ให้ใช้สูตร "โทร-กด-แจ้ง" ทันที โทร - สายด่วน AOC 1441: ศูนย์ปฏิบัติการนี้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยคุณสกัดกั้นเส้นทางการเงินที่ผิดปกติทันทีที่รู้ตัว กด - เลข 1 เพื่อระงับบัญชีม้า: พยายามทำภายใน "1 ชั่วโมง" เพื่อขอรหัส Bank Case ID และให้ธนาคารล็อกบัญชีปลายทางชั่วคราวเป็นเวลา 7 วัน แจ้ง - ความภายใน 7 วัน: รวบรวมหลักฐาน (แชท, สลิป, ลิงก์โปรไฟล์) แล้วไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อให้การอายัดบัญชีมีผลทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ จำไว้ว่า! แม้อาจไม่ได้เงินคืนในทันที แต่การแจ้งเหตุที่รวดเร็วจะช่วยหยุดความเสียหายไม่ให้เงินถูกโอนต่อ และเป็นการกำจัด "บัญชีม้า" ออกจากระบบ เพื่อไม่ให้คนอื่นต้องตกเป็นเหยื่อรายต่อไป สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มุ่งหวังให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีและปลอดภัยจาก อาชญากรรมออนไลน์ โดยการสร้าง ภูมิคุ้มกันดิจิทัล ให้เป็นเกราะป้องกันที่เข้มแข็ง เพราะเพียงแค่ "หยุดคิด" ก่อนคลิกลิงก์หรือโอนเงินเพียงเสี้ยววินาที ก็ช่วยปกป้องเงินในบัญชีรวมถึงสุขภาพกายและใจของคุณได้ในระยะยาว สสส. ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมเท่าทันและหยุดวงจรมิจฉาชีพผ่านสื่อรณรงค์ชุดล่าสุด: ภาพยนตร์โฆษณา Uncontrol: https://youtu.be/iwOUuQEa1vw คลิปวิดีโอออนไลน์ ป้าข้างบ้านอวดลูก: https://www.youtube.com/watch?v=95NtmiqttBU และลองศึกษาวิธีการป้องกันมิจฉาชีพเพิ่มเติม รวมถึงแนวทางจัดการตัวเองเมื่อพลาดพลั้ง ได้ที่เว็บไซต์ www.creativehealthcampaign.thaihealth.or.th เพราะภูมิคุ้มกันที่ดีเริ่มต้นที่ตัวเรา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยจากทุกภัยมิจฉาชีพ ติดตามข่าวสารสุขภาพจากทาง สสส. ได้ที่Facebook : Social Marketing Thaihealth by สสส. Line : @thaihealththailand Tiktok: @thaihealth Youtube: SocialMarketingTH Website : Social Marketing Thaihealth
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 4 มี.ค. 69
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
ตุยเดือนละ 8 รอบ! “ตุ๊กกี้” สุดทน โดนกุข่าวเสียชีวิตซ้ำซาก ย้ำเป็นเฟคนิวส์ อย่าเชื่อ!!
ตุยเดือนละ 8 รอบ! ตุ๊กกี้ สุดทน โดนกุข่าวเสียชีวิตซ้ำซาก ย้ำเป็นเฟคนิวส์ อย่าเชื่อ!! ทำเอานักแสดงอย่าง ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ ต้องออกมาอัดคลิปเตือนแฟนๆ อีกครั้ง หลังจากที่เจ้าตัวถูกกุข่าวปลอมว่าเสียชีวิตวนซ้ำๆ หลายครั้งบนโลกออนไลน์ อย่างใน TikTok และยังถูกแชร์อย่างต่อเนื่อง จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดและแสดงความเสียใจ... งานนี้เจ้าตัวถึงกับทนไม่ไหวออกมาประกาศอย่างชัดเจน โดยเผยว่าข่าวปลอมนี้เป็นวิธีการหากินของมิจฉาชีพที่หลอกให้คนสนใจและกดลิงก์ตามอ่าน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเชื่อมโยงไปถึงเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมายนั้น... ล่าสุดสาว ตุ๊กกี้ เผยว่า... ตุยเดือนละ 8 รอบ ตุยอีกล่ะ ตุยแล้วตุยอีก คิดซะว่ามันต่ออายุให้ค่ะ ไอ้ข่าวพวกนี้อย่าไปเชื่อ เฟค นิวส์ นอกจากนี้ยังเขียนข้อความว่า... อย่าไปเชื่อ อย่ากดไลก์ เดี๋ยวมันได้ยอด #เฟคนิวส์ #ข่าวมั่ว #ข่าวปลอม #เว็บพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย #มั่วได้อีก...
ดาราเดลี่บันเทิง • 7 ต.ค. 68
อ่าน
เช็กก่อนแชร์ภาพ AI วิธีตรวจสอบทำอย่างไร? ในยุคที่โซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยการใช้ AI
ปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่โซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยรูปภาพและวิดีโอที่ถูกสร้างขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ AI ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วจนสามารถสร้างภาพนิ่งหรือแม้แต่วิดีโอได้เสมือนจริงจนเกือบแยกไม่ออกในบางครั้งภาพที่ดูเหมือนจริงเหล่านี้ก็อาจถูกใช้ในทางที่ผิด เช่น การหลอกลวง ข่าวปลอม หรือโฆษณาชวนเชื่อ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรู้จักวิธีสังเกตว่าภาพนั้น ๆ ถูกสร้างจาก AI หรือไม่ AI สร้างภาพเหมือนมนุษย์จริง ๆ ได้อย่างไร?ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจก่อนว่าปัญญาประดิษฐ์ AI สามารถสร้างภาพเหมือนมนุษย์ได้อย่างสมจริงด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Generative Adversarial Networks (GANs) หรือโมเดลสร้างภาพ เช่น Stable Diffusion และ DALL·Eโดยหลักการ คือ AI จะเรียนรู้จากฐานข้อมูลภาพถ่ายมนุษย์จำนวนมหาศาล ทั้งรูปร่าง สีผิว แสงเงา องค์ประกอบใบหน้า และพื้นหลัง จากนั้นจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาสร้างภาพใหม่ที่ไม่เคยมีอยู่จริง แต่ดูเหมือนถ่ายจากกล้องจริง ๆ อย่างไม่น่าเชื่อดังนั้นความสมจริงของภาพที่ AI สร้างขึ้นมาจากกระบวนการปรับแต่งอย่างละเอียด เช่น การเรนเดอร์เส้นผมให้มีความพลิ้ว การจัดแสงให้เหมือนถ่ายในสภาพแสงธรรมชาติ และการผสมรายละเอียดใบหน้าให้เข้ากันได้อย่างกลมกลืน ทำให้แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็อาจแยกไม่ออกในทันทีว่าเป็นภาพปลอมวิธีการตรวจสอบภาพที่ถูกสร้างจาก AI ทำอย่างไร?แม้ขีดความสามารถของ AI จะสามารถสร้างภาพได้เหมือนจริงจนแทบแยกไม่ออก แต่ยังคงมีรายละเอียดเล็ก ๆ ในรูปภาพที่ทำให้เป็นจุดสังเกตและระบุได้ว่าภาพดังกล่าวถูกสร้างจาก AI เช่น นิ้วมือ ที่มีจำนวนผิดปกติ หรือท่าทางไม่สมจริง แสงและเงาของภาพที่ขาดความสมจริงหรือแม้แต่ตำแหน่งของเครื่องประดับ เช่น แว่นตา ต่างหู หรือป้ายชื่อ อาจเบี้ยว ไม่สมมาตร หรือมีตัวอักษรที่อ่านไม่ออก รวมไปถึงภาพสะท้อนในกระจกหรือพื้นผิวเงา มักไม่สอดคล้องกับวัตถุจริง และยังคงเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถสร้างได้แบบเหมือนจริง เครื่องมือตรวจสอบภาพถ่ายจาก AIเว็บไซต์และเครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบได้ เช่น เว็บไซต์ Hive Moderation ซึ่งตรวจจับภาพที่สร้างจาก AI โดยใช้โมเดลการเรียนรู้และจดจำ รวมไปถึงบริษัท Google ที่พัฒนาเครื่องมือชื่อว่า Google Reverse Image Search / TinEye สำหรับค้นหาที่มาของภาพจากอินเทอร์เน็ต เพื่อดูว่ามีการโพสต์ที่ไหนบ้าง เพื่อระบุว่าเป็นแหล่งที่มาจากภาพ AI หรือไม่เช็กก่อนแชร์ภาพ AI ถึงแม้ว่า AI จะสามารถสร้างภาพที่น่าทึ่งและสมจริงได้มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังมีร่องรอยบางอย่างที่เราสามารถจับได้ หากรู้จักสังเกตและใช้เครื่องมือช่วยตรวจสอบ เราจะสามารถปกป้องตัวเองจากการถูกหลอกลวงและใช้งานภาพอย่างมีวิจารณญาณได้มากขึ้นในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
TNN ช่อง16 • 20 ก.ค. 68
อ่าน
เตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นศูนย์ช่วยเหลือเหยื่อ สุดท้ายโดนหลอกให้โอนเงินซ้ำสอง
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่วันนี้ (18 กรกฎาคม 2568) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านรายการ“เสียงจากใจไทยคู่ฟ้า” ว่าปัจจุบันมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่ โดยที่ผ่านมามักจะใช้ช่องทางผ่านการโทรศัพท์หาเหยื่อโดยอ้างว่าเป็นตำรวจบ้าง เป็น หน่วยงานราชการสำคัญบ้าง อ้างว่ามีไปรษณีย์ตกค้างบ้าง รวมทั้งการส่งเอกสารหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสังคมไทยเริ่มคุ้นชินแล้ว ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบพบการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้นปัจจุบันพบว่ามีการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้น โดยเปิดเพจแอบอ้างเป็น มูลนิธิหรือสำนักงานทนายสาธารณะที่ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือ ศูนย์ช่วยเหลือการถูกหลอกลวง โดยปัจจุบันพบว่าในแพลตฟอร์ม Facebook มีชื่อว่า “สำนักงานช่วยเหลือเหยื่อคดีทางออนไลน์” โดยมีกลุ่มเป้าหมายเพื่อหลอกลวงซ้ำกับคนที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีต่าง ๆ หรือกรณีที่ซื้อสินค้าไม่ได้รับสินค้าหรือสินค้าไม่ตรงปกเป็นจำนวนมาก "กระบวนการเหล่านี้จะเปิด Facebook แฟนเพจและขึ้นหน้าเพจว่าเป็นองค์การไม่แสวงหากำไรเพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่โดนหลอกลวงทางออนไลน์โดยจะให้แอด LINE กับทนายความ โดยระบุว่าจะมีทีมทนายให้การช่วยเหลือเมื่อขบวนการมิจฉาชีพได้รับเรื่องจากผู้ที่เป็นเหยื่อก็จะส่งต่อให้กับกลุ่มมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นตำรวจจากหลายหน่วยงานซึ่งจากการตรวจสอบพบมีการส่งบัตรข้าราชการตำรวจให้เหยื่อได้หลงเชื่อ จากนั้นจะทำงานเป็นทีมเพื่อหลอกลวงให้ผู้ที่โชคร้ายอยู่แล้วต้องโชคร้ายซ้ำสอง โดยคณะทำงานได้ ตรวจสอบบัตรประจำตัวตำรวจดังกล่าวไม่ปรากฏว่าเป็นตำรวจจริง และได้ตรวจสอบพบว่าชื่อ ทนายความดังกล่าวไม่ปรากฏอยู่ในสารบบของทะเบียนทนายความ" เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆนายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้คณะทำงานได้ส่งเรื่องให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบและจับกุมกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้อยู่ ทั้งนี้ขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อในกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการแอบอ้างผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok Instagram และ Facebook ซึ่งเป็นช่องทางที่กลุ่มมิจฉาชีพนิยมใช้เพื่อชักจูงให้หลงเชื่อและโอนเงินทั้งนี้ อย่าโอนเงินให้บุคคลหรือเพจที่ไม่น่าเชื่อถือโดยเด็ดขาด และหากพบเบาะแสหรือพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน 1111 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล หรือทาง อีเมล jirayu9000@gmail.com เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว
TNN ช่อง16 • 18 ก.ค. 68
อ่าน
มุกใหม่แก๊งคอลฯ หลอกสมัครสินเชื่อเงินด่วน-ลวงรหัส OTP ฉกเงินซื้อทองคำ สูญ 20 ล้านบาท
พลตำรวจตรี วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปราม นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหา 3 ราย ซึ่งเป็นแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์สัญชาติไทย ที่มีพฤติการณ์ในการหลอกลวงเหยื่อให้สมัครสินเชื่อเงินด่วนผ่านโมบายแบงค์กิ้ง โดยจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเหยื่อในการกู้เงินด่วนออนไลน์ ซึ่งจะมีการหลอกเอาเลข OTP หลังการสมัครเสร็จสิ้น เพื่อนำไปซื้อทองคำ ก่อนชิ่งหนีโดย ผู้บังคับการปราบปราม ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบของธนาคารกรุงไทย โดยมีการแจ้งว่ามีลูกค้าของธนาคารหลายรายมีความสนใจสมัครบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ได้ถูกคนร้ายหลอกลวงให้สมัครบัตรผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งคนร้ายได้มาแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร โดยมีแผนประทุษกรรมในการหลอกลวง โดยผู้ต้องหาจะติดต่อหาซื้อเพจ Facebook ที่มียอดผู้ติดตามสูงตามกลุ่ม LINE หรือเพจ Facebook สายเทา ก่อนที่จะนำมาเปลี่ยนปรับแต่งให้เป็นเหมือนเพจของสถาบันทางการเงิน พร้อมลงข้อความเชิญชวนประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่สนใจต้องการเปิดบัตรเครดิตหรือเดบิต โดยสร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยการใช้รูป ชื่อนามสกุล ของเจ้าหน้าที่ธนาคารตัวจริงมาแอบอ้าง เมื่อมีผู้เสียหายมีความสนใจและกดเข้ามาที่เพจ ก็มีการสนทนากันผ่านทางข้อความ จากนั้นก็จะมีการพูดคุยสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลทั้งอาชีพ รายได้ วงเงินที่ผู้เสียหายต้องการใช้ และหมายเลขโทรศัพท์เพื่อติดต่อกลับ จากนั้นก็จะหลอกลวงให้เหยื่อ ใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง ทำการวิดีโอคอลด้วยการเปิดกล้องในการสมัครสินเชื่อเงินด่วนผ่านโมบายแบงค์กิ้ง ในโทรศัพท์ของเหยื่อ ซึ่งผู้ต้องหาจะเป็นผู้อธิบายขั้นตอนวิธีการสมัคร ตลอดการพูดคุย จึงทำให้สามารถเห็นยอดวงเงินการสมัครสินเชื่อ เลขบัตรเดบิต 16 หลัก เลข CVV และ OTP โดยธนาคารจะใช้ระยะเวลาในการอนุมัติเพียงไม่กี่นาที ระหว่างนั้นผู้ต้องหาก็จะนำข้อมูลดังกล่าวไปกรอกเพื่อซื้อทองคำผ่านออนไลน์ เมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการครบแล้ว ก็ทำการซื้อทองคำทันที และ เมื่อได้ทองคำมาก็นำไปแปลงสภาพเป็นเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับข้อมูลการประสานจากธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และพบว่ามีหนึ่งในเหยื่อที่ถูกหลอกในพื้นที่ดังกล่าว ได้รับข้อมูลและหลักฐานครบถ้วนจึงได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสงขลา เพื่อจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายกรกรต (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี // นายกฤตนัย (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ซึ่งจับกุมได้ที่ห้องพักในคอนโดซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา และจับกุมนายปพนธีร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ได้ที่บ้านพักในจังหวัดลพบุรีในวันเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดของกลางจำนวน 53 รายการ อาทิ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ Mercedes Benz ที่ผู้ต้องหาใช้เงินสดซื้อ // โทรศัพท์มือถือจำนวน 23 เครื่อง // คอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ค จำนวน 6 เครื่อง // เครื่องรับธนบัตรจำนวน 1 เครื่อง // แผ่นทองคำจำนวน 2 แผ่น และซิมการ์ดสมุดบัญชีอื่นอีก 20 รายการ ขณะเดียวกัน ยังพบหลักฐานซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้ต้องหาได้มีการถ่ายทำวิดีโอระหว่างหลอกลวงเหยื่อจำนวนกว่า 130 ไฟล์ และภาพนิ่งอีกกว่า 3,000 ภาพ / ซึ่งพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้ทำการหลอกลวงเหยื่อมาแล้วเกือบ 400 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาทขณะที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ทำการหลอกลวงเหยื่อในลักษณะนี้ มาตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะระยะเวลา 2 ปีแล้ว โดยอ้างว่าวิธีการที่นำมาหลอกลวงเป็นวิธีที่เคยถูกหลอกมาก่อน จึงได้นำวิธีการมาปรับใช้และไปหลอกลวงเหยื่อรายอื่นๆ ขณะที่เงินที่นำมาได้ในการหลอกลวงเหยื่อ ก็ถูกนำไปใช้จ่ายทั้งซื้อรถหรู เช่าคอนโดราคากว่า 30,000 บาทต่อเดือนในย่านสุขุมวิท อีกทั้งได้นำเงินไปเที่ยวกินหรูอยู่สบาย และนำไปเล่นการพนันในคาสิโนประเทศเพื่อนบ้านด้วย ขณะที่เงินคงเหลือติดบัญชีมีจำนวนหลักพันถึงหลักหมื่นบาทเท่านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าเป็นการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนอันมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ อีกทั้งความผิดยังเข้าข่ายฐานฟอกเงินอีกด้วยโดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการขยายผลสืบสวนสอบสวนในกลุ่มดังกล่าวว่ามีการไปหลอกลวงผู้เสียหายรายอื่นๆอีกหรือไม่รวมถึงการประสานข้อมูลร่วมกับธนาคารเพื่อที่จะช่วยเหลือเหยื่อที่เคยถูกหลอกลวงว่าจะดำเนินการอายัดบัตร ประสานกับร้านค้าหรือผู้ให้บริการเพื่อยกเลิกธุรกรรมต่างๆ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนรายอื่นๆที่เคยถูกคนร้ายกลุ่มนี้หลอกลวงในลักษณะเดียวกันสามารถนำหลักฐานมาติดต่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. เพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีเพิ่มเติม
TNN ช่อง16 • 27 มิ.ย. 68
ดู
True 5G Tech Sandbox by Huawei ASEAN Academy
ไอดี สเตชั่น • 22 มิ.ย. 64
อ่าน
ญี่ปุ่นเตือนระวังสแกมเมอร์หลอกขายข้าว หลังผู้เสียหายพุ่งสูง
สำนักงานกิจการผู้บริโภคของญี่ปุ่นเปิดเผยว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาจำนวนคำปรึกษาจากประชาชนเกี่ยวกับเว็บไซต์ปลอมที่โฆษณาขายข้าวมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นโดยเตือนว่าเว็บไซต์เหล่านี้อาจเพิ่มจำนวนมากขึ้นอีกท่ามกลางสถานการณ์ราคาข้าวที่สูงขึ้นในประเทศรายงานจากศูนย์ให้คำปรึกษาผู้บริโภคทั่วญี่ปุ่นระบุว่า มีกรณีร้องเรียนเว็บไซต์หลอกขายข้าวมากถึง 335 รายในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนนี้เกือบเท่ากับจำนวนทั้งหมดของปีงบประมาณ 2024 ที่อยู่ที่ 337 ราย หนึ่งในกรณีที่ได้รับรายงานคือผู้บริโภครายหนึ่งไม่สามารถยกเลิกคำสั่งซื้อข้าวได้หลังจากไม่ได้รับอีเมลยืนยันคำสั่งซื้อแม้ชำระเงินด้วยบัตรเครดิตไปแล้วขณะที่อีกรายได้รับใบเสร็จเป็นรายการแว่นกันแดดแทนข้าวที่สั่งซื้อไว้ศูนย์กิจการผู้บริโภคแห่งชาติของญี่ปุ่นแนะนำให้ผู้บริโภรตรวจสอบราคาว่าไม่ถูกผิดปกติ และดูว่ามีการแสดงข้อมูลการติดต่อของบริษัทอย่างถูกต้องหรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของเว็บไซต์ปลอม พร้อมกับแนะนำให้ผู้บริโภคเก็บภาพหน้าจอยืนยันคำสั่งซื้อขั้นสุดท้ายไว้เป็นหลักฐาน เผื่อเกิดปัญหาภายหลังหน่วยงานยังเตือนว่าเว็บไซต์ปลอมอาจเพิ่มขึ้นอีก หลังจากที่รัฐบาลเริ่มจำหน่ายข้าวสำรองแก่ประชาชนทั่วไป ยูตากะ อะราอิ กรรมาธิการสำนักงานกิจการผู้บริโภค ระบุในการแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาหวังว่าประชาชนจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ที่ใช้นั้นเชื่อถือได้ก่อนทำการซื้อสินค้าใด ๆ
TNN ช่อง16 • 15 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์
TNN ช่อง16 • 12 มิ.ย. 68
อ่าน
ลงดาบ 3 ล้ง โยงทุเรียนสวมสิทธิ์ที่ จ.อุตรดิตถ์
พันเอก รวิรักษ์ สัตตบุศย์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช (ฉก.พญานาคราช) เปิดเผย ภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินการออกใบรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ของหน่วยงานภายใต้สังกัดกรมวิชาการเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการสวมสิทธิ์ GAP ของเกษตรกรภายในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ว่า ได้มีการประชุมหารือกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการสวมสิทธิ์ใบรับรอง GAP พร้อมหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเร่งยกระดับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสวมสิทธิ์ใบรับรอง GAP ทุเรียนส่งออกไปจีน โดยเตรียมติดตั้งระบบ Digital Traceability Platform เป็นแพลตฟอร์มกลางเชื่อมโยงข้อมูลจากสวนทุเรียน โรงคัดบรรจุ (ล้ง) ไปถึงระบบปลายทางของ GACC ของจีน เพื่อเสริมความเข้มแข็งในการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในทุกกระบวนการผลิต ขณะเดียวกันจะจัดโครงการตรวจประเมินและอบรมโรงคัดบรรจุ (Factory Audit) ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลส่งออก เพื่อยกระดับมาตรฐานโรงคัดบรรจุและเสริมความรู้ด้านการควบคุมคุณภาพ รวมทั้งจัดตั้ง Task Force พิเศษ ร่วมปฏิบัติการเชิงรุกกับหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราชลงพื้นที่ตรวจสอบ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการสืบสวน ป้องกัน และปราบปรามการปลอมแปลงเอกสาร และขบวนการผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสวมสิทธิ์ ส่งเสริมให้การส่งออกทุเรียนไทยมีมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและคู่ค้าในตลาดโลกอย่างยั่งยืนซึ่งภายหลังการประชุมได้มีการแบ่งทีมออกเป็น 4 ทีม เพื่อตรวจการดำเนินกิจการและตรวจเอกสารของล้ง 3 แห่ง คือ 1) ทุเรียนในตำนาน 2) พร้อมพงศ์ และ 3) เจ้อ้อย จากนั้นได้มีการประชุมหารือสรุปผลการตรวจสอบล้งทั้ง 3 แห่ง พบว่า มีการสวมสิทธิ์ GAP จริง ทั้งจากการซื้อจากผู้รวบรวม หรือซื้อจากร้านตั้งแผง นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเอกสารพบว่ามีความพยายามจะปลอมแปลงเอกสารเพื่อสวมสิทธิ์ ทั้งนี้ จากข้อมูลทั้งหมดจึงมีความจำเป็นต้องให้ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 บังคับใช้กฎหมายระงับหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืชของโรงงานผลิตสินค้าพืช (ล้ง) (ใบ DOA) ชั่วคราวเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม - 6 มิถุนายน 68 และให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างเคร่งครัดต่อไป
TNN ช่อง16 • 9 มิ.ย. 68
อ่าน
อย่าหลงเชื่อ! แผ่นดินไหวทุกวัน เกิดจากการย้ายขั้วแม่เหล็กโลก
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า กรณีมีผู้โพสต์คลิปเตือนภัยระบุ แผ่นดินไหวทุกวันเกิดจากการย้ายขั้วแม่เหล็กโลก ในอนาคตจะสลับขั้วโลกเหนือไปใต้นั้น ทางกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชี้แจงว่า การเกิดแผ่นดินไหวนั้น เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของแผ่นเปลือกโลก แรงเคลื่อนไหวเหล่านี้สะสมพลังงานไว้ในแผ่นเปลือกโลก จนในที่สุดเกิดการปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาอย่างฉับพลันทำให้เกิดการสั่นสะเทือน มิใช่เกิดจากการย้ายขั้วแม่เหล็กโลกแต่อย่างใด ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนอย่าแชร์หรือส่งต่อข่าวลือนี้ และติดตามข่าว พยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาเท่านั้น เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกขึ้นในสังคม และหากมีสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพื่อเติม สามารถสอบถามได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th, Facebook กรมอุตุนิยมวิทยา Application Thai weatherสายด่วน 1182 (ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวลวงหรือแชร์ต่อ โดยไม่ตรวจสอบ หากได้รับข่าวที่น่าสงสัย ควรตรวจสอบกับหน่วยงานทางการก่อนเผยแพร่ตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ https://www.antifakenewscenter.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
TNN ช่อง16 • 4 มิ.ย. 68
อ่าน
“ล็อกตั้งแต่ต้นทาง” บทเรียนคดีปลอมประกาศประมูล จ.กาญจนบุรี
โครงการภาครัฐคือเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศ ตั้งแต่ถนนหนทาง โรงพยาบาล โรงเรียน ไปจนถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ทุกคนควรเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม แต่หลายครั้ง ความฝันของประชาชนกลับไม่เคยเป็นจริง เพราะโครงการที่ควรจะดีตั้งแต่ต้นทาง กลับเต็มไปด้วยรอยรั่วที่มองไม่เห็นเบื้องหลังความล่าช้า งบบานปลาย และคุณภาพต่ำของโครงการจำนวนมาก อาจไม่ได้เกิดจากข้อผิดพลาดในการบริหารจัดการเพียงอย่างเดียว แต่คือโครงสร้างที่เอื้อให้เกิดการทุจริตอย่างเป็นระบบ — ตั้งแต่วันแรกที่โครงการยังไม่ออกจากห้องประชุมแล้วโครงสร้างนี้ทำงานอย่างไร ใครได้ประโยชน์ และใครคือคนเสียโอกาส? ติดตามบทสัมภาษณ์เชิงลึกกับนายสิทธิพร ขันธพร พนักงานไต่สวนระดับกลาง สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดกาญจนบุรี ผู้คลุกคลีอยู่กับคดีทุจริตในภาครัฐมาอย่างต่อเนื่องหลายปี และเคยรับผิดชอบสำนวนสำคัญอย่างคดีของอดีตเจ้าหน้าที่ธุรการ เทศบาลเมืองกาญจนบุรีสิ่งที่เขาเล่าให้ฟัง ไม่เพียงชี้ให้เห็นความซับซ้อนของการโกงที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในระดับกระดาษแผ่นเดียว อาจนำไปสู่ความเสียหายของงบประมาณรัฐนับล้านบาท และกระทบกับประชาชนทั้งเมืองได้อย่างไร“ล็อกสเปก” ก่อนเปิดประมูลนายสิทธิพร ขันธพร พนักงานไต่สวนระดับกลาง สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดกาญจนบุรี เล่าให้ฟังว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดของระบบจัดซื้อจัดจ้าง คือ “การโกงที่เริ่มตั้งแต่ยังไม่ซื้อ” กล่าวคือ มีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของสินค้า หรือสเปกโครงการให้ตรงกับผู้รับเหมารายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ เพื่อให้เจ้าอื่นหมดสิทธิ์เสนอราคาการล็อกสเปกอาจมาในรูปแบบการระบุวัสดุที่หายากในท้องตลาด การตั้งราคากลางแบบผิดปกติ หรือการระบุคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูลให้ตรงกับคุณลักษณะเฉพาะของบริษัทเดียว ทำให้แม้จะมีการเปิดประมูลตามขั้นตอน แต่ความจริงแล้วเป็นการจำกัดการแข่งขันทางอ้อมในบางพื้นที่ มีการกีดกันไม่ให้ผู้สนใจรายอื่นซื้อซองประมูล หรือแม้แต่ส่งเจ้าหน้าที่ปลอมตัวเข้าร่วมยื่นซองทดลองเพื่อตรวจสอบกระบวนการ ก็กลับถูกกันออกไม่ให้เข้าร่วมแข่งขัน บางครั้งเหตุผลก็ง่ายเพียงแค่ “ซื้อซองไม่ทัน” หรือ “คุณสมบัติไม่ครบ” ทั้งที่เป็นเงื่อนไขที่ออกแบบมาอย่างจงใจ เมื่อประกาศ “ไม่ถึงมือ” เพราะตั้งใจไม่ให้ถึง ?หนึ่งในคดีตัวอย่างที่ ป.ป.ช. ยกขึ้นมาดำเนินการ คือกรณีของอดีตเจ้าหน้าที่ธุรการ เทศบาลเมืองกาญจนบุรี ผู้มีหน้าที่จัดส่งเอกสารประกาศประกวดราคาของโครงการก่อสร้างทางระบายน้ำถนนแสงชูโต ไปยังหน่วยงานหรือสื่อที่กฎหมายกำหนด เช่น สำนักงานกลางจัดซื้อจัดจ้าง หรือหน่วยงานไปรษณีย์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถรับรู้และยื่นประมูลแข่งขันราคาได้อย่างเป็นธรรมแต่ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบพบคือ ประกาศดังกล่าวไม่เคยถูกส่งออกไปเผยแพร่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ส่งผลให้การประมูลขาดความโปร่งใส และกลุ่มผู้รับเหมาเข้าถึงข้อมูลได้เพียงบางกลุ่มเท่านั้นจุดเริ่มต้นของการเปิดโปง – เมื่อ สตง. เริ่มตั้งคำถามยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการตรวจพบพฤติการณ์ปลอมแปลงเอกสาร โดยอดีตเจ้าหน้าที่รายนี้ได้จัดทำเอกสารเท็จ ระบุว่าได้นำส่งประกาศไปที่ไปรษณีย์เรียบร้อยแล้ว พร้อมแนบหลักฐานที่มีตราประทับไปรษณีย์ปลอม และปลอมลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เข้าไปในเอกสาร เพื่อให้ดูเหมือนเป็นการส่งประกาศจริงตามขั้นตอน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่เคยมีการนำส่งเอกสารใดเกิดขึ้นเลยเมื่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินประสานไปยังไปรษณีย์ในพื้นที่ กลับได้รับการยืนยันว่า ไม่มีการรับเอกสารฝากส่งจากเทศบาลในช่วงเวลาดังกล่าว และเมื่อเปรียบเทียบกับบันทึกข้อมูลต้นฉบับ ก็ไม่พบรายการใดตรงกันกับเอกสารที่แนบมาในสำนวน อีกทั้งตราประทับที่ใช้ยังไม่ตรงกับรูปแบบที่จดทะเบียนไว้กับระบบราชการพฤติกรรมดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นการปลอมแปลงเอกสารราชการเพื่อปกปิดการไม่ปฏิบัติหน้าที่ และเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับเหมาบางราย โดยปิดกั้นไม่ให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ส่งผลให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างถูกบิดเบือน และเปิดช่องให้เกิดการฮั้วประมูลในท้ายที่สุด จากปลอมตราไปรษณีย์ สู่คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตหลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับรายงานจาก สตง. จึงส่งต่อเรื่องให้สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบ พบว่าพฤติกรรมของอดีตเจ้าหน้าที่ธุรการ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 (ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) และ พ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ มาตรา 12แม้อัยการจะเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นต่าง และใช้สิทธิดำเนินคดีเอง โดยยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตภาค 7 ซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดจริง และลงโทษตามกฎหมายท้ายที่สุด ศาลมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่า แม้การปลอมแปลงเพียงเล็กน้อยในขั้นตอนต้นทาง ก็สามารถทำลายระบบราชการ และทำลายความไว้วางใจของประชาชนได้ในระดับโครงสร้าง“ร้องเรียนเร็ว = ตรวจสอบได้” ข้อมูลของประชาชนคือพลังนายสิทธิพร กล่าวย้ำว่า การไต่สวนและตรวจสอบในลักษณะนี้จะเป็นไปได้ยาก หากไม่มีข้อมูลเบื้องต้นที่ชัดเจนจากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นชื่อโครงการ วันเวลาที่เกิดเหตุ หรือแม้กระทั่งเอกสารที่บ่งชี้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ยิ่งข้อมูลครบเท่าไร กระบวนการตรวจสอบยิ่งทำได้เร็ว และมีโอกาสเอาผิดได้สูงขึ้นแต่หากปล่อยให้เวลาผ่านไปนาน โครงการดำเนินไปจนแล้วเสร็จ หรือไม่มีเอกสารประกอบ จะทำให้การรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปอย่างลำบาก บางครั้งจนอาจไม่สามารถดำเนินคดีได้“ถ้าไม่มีคนกล้าพูด ระบบก็ไม่เปลี่ยน”คดีของอดีตเจ้าหน้าที่ธุรการ ไม่ใช่เพียงการจับผิดคนทำผิดรายหนึ่ง แต่คือภาพสะท้อนของระบบจัดซื้อจัดจ้างที่เต็มไปด้วยช่องว่างให้บิดเบือน ตั้งแต่การกำหนดเงื่อนไขที่อาจเอื้อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไปจนถึงขั้นตอนการประกาศที่ควรเปิดเผยต่อสาธารณะ กลับถูกซุกซ่อนไว้เพียงในวงจำกัดเมื่อกระบวนการเหล่านี้ถูกปล่อยให้ควบคุมได้โดยคนไม่กี่คน โครงการที่ควรโปร่งใสจึงกลายเป็นสนามของการล็อกผล และประชาชน—ในฐานะเจ้าของภาษี—กลับไม่เคยรู้แม้แต่ว่ามีการประมูลเกิดขึ้นถึงเวลาออกแบบใหม่ – ระบบจัดซื้อจัดจ้างที่ตรวจสอบได้จริงคำถามที่สังคมไทยต้องช่วยกันตอบ คือ เราจะปล่อยให้ระบบจัดซื้อจัดจ้างอยู่ภายใต้อิทธิพลของคนไม่กี่คนอีกนานแค่ไหน การปรับปรุงระบบไม่ใช่แค่การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่ต้องเริ่มจาก “เจตจำนง” ของหน่วยงานรัฐทุกระดับ ว่าจะไม่ยอมให้ช่องโหว่เหล่านี้ถูกใช้เพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มอีกต่อไปและที่สำคัญที่สุด คือการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ตรวจสอบการใช้เงินภาษีของตนเองอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ในนาม แต่ต้องมีผลในทางปฏิบัติเพราะหากไม่มีการทุจริต ทุกบาทของภาษีจะถูกใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชน โรงเรียนจะได้อุปกรณ์ที่ดี ถนนจะไม่พังซ้ำซาก และอนาคตของประเทศจะไม่ถูกซื้อขายใต้โต๊ะอีกต่อไป
TNN ช่อง16 • 3 มิ.ย. 68
อ่าน
"ดีอี"เตือนภัย เปิดเพจปลอม อ้าง "SET" สอนลงทุน
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 16-22 พฤษภาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 826,061 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 685 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 663 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 22 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 226 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 122 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ โดย 7 อันดับเป็นเรื่องการลงทุน ได้แก่ 1.เรื่อง SET เปิดกลุ่มสอนลงทุนหุ้นออนไลน์ฟรี พร้อมแนะนำการตั้ง SL/TP ตามด้วย ///2. เรื่อง เพจ ฟอรั่มการลงทุนประเทศไทย เป็นเพจเฟซบุ๊กใหม่ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดทำขึ้น3. เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง ให้เทรดหุ้นทองคำ เริ่มง่ายได้กำไร กำกับดูแลโดย ก.ล.ต. 5. เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเพจเฟซบุ๊ก สอนหุ้น SET4. เรื่อง SET เปิดคอร์สสอนเทรดหุ้น พร้อมที่ปรึกษาตลอดชีพ มีกลุ่มไลน์ VIP5. เรื่อง SET เปิดคอร์สสอนลงทุนแบบมืออาชีพ ลงทะเบียนผ่านเพจ สอนเลือกหุ้นโดยเซียนดัง VI สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ "SET เปิดกลุ่มสอนลงทุนหุ้นออนไลน์ฟรี พร้อมแนะนำการตั้ง SL/TP ให้ได้เปรียบ" กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ และขอยืนยันว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างใช้โลโก้ของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต และการโพสต์ข้อความหลอกลวงประชาชน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
TNN ช่อง16 • 26 พ.ค. 68
อ่าน
“รีวิวหมวก สูบ 3 แสน” เปิดแชตลวง โกงแนบเนียนผ่านไลน์
แค่คอมเมนต์ว่า “สนใจค่ะ” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเงินทั้งบัญชี มิจฉาชีพแฝงกลุ่มรีวิว ลวงให้โอนซ้ำซ้อนผ่านระบบปลอม ใช้ภาษาหว่านล้อม-รูปแบบเหมือนจริงทุกขั้นตอน เจาะทุกกลโกงจากแชตลับที่กลายเป็นฝันร้ายหญิงสาวคนหนึ่งคิดว่าเธอกำลังจะได้รับงานรีวิวสินค้าชิ้นแรกในชีวิต สิ่งที่เธอไม่รู้คือการคอมเมนต์เพียงประโยคเดียวในกลุ่มหางานรีวิว จะเป็นจุดเริ่มต้นของกับดักที่ซับซ้อนและบีบคั้นที่สุดในชีวิต ยอดเงินในบัญชีของเธอค่อย ๆ หายไปทีละขั้น ภายใต้คำพูดเรียบง่ายที่ว่า “ทำภารกิจให้ครบ แล้วจะได้เงินคืน”ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง เงินเก็บที่เธอสะสมมาตลอดชีวิตกว่า 307,000 บาท หายวับไปจากระบบที่ไม่มีอยู่จริงเริ่มจากหมวกใบเดียวโพสต์ที่ปรากฏในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “หางานอินฟลู/รีวิว/ไลฟ์สด-KOL” มีข้อความชักชวนให้รีวิวหมวก 1 คลิป ความยาวไม่เกิน 1 นาที ค่าจ้าง 1,000 บาท พร้อมระบุว่าไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามมากมาย ขอเพียงตั้งใจและทำคลิปส่งตามกำหนดหญิงสาวคนนั้นคอมเมนต์ “สนใจค่ะ” และได้รับการตอบกลับให้แอดไลน์ โดยแสดงตัวว่าเป็นแอดมินดูแลงานรีวิวเธอคิดว่านี่คือโอกาสของคนธรรมดา แต่ปลายทางกลับเป็นแชตที่ค่อย ๆ ล่อเธอเข้าสู่กับดักการโอนเงินที่จบไม่ลง ระบบภารกิจลวงในแอปไลน์หลังการทักแชต มิจฉาชีพเริ่มต้นด้วยคำพูดว่า “ขอชวนเข้าร่วมภารกิจโปรโมตสินค้า” โดยอ้างว่าแค่ทำตามขั้นตอนง่าย ๆ เช่น กดสินค้าใส่ตะกร้าในแอปช้อปปิ้งชื่อดัง ก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่นและโบนัส รวมถึงเงินที่โอนสำรองคืนกลับมาพร้อมผลตอบแทนเธอเริ่มจากการโอน 3,000 บาท และได้รับเงินคืนกลับมาจริง 3,400 บาท สิ่งนั้นทำให้เธอเชื่อสนิทใจว่า นี่คืองานที่ให้ผลตอบแทนจริงแต่หลังจากนั้น ทุกครั้งที่เธอทำตาม ภารกิจใหม่จะถูกส่งต่อมาพร้อมคำอธิบายว่า “เงินยังไม่สามารถถอนได้ ต้องทำเพิ่มอีกหนึ่งขั้นเพื่อปลดล็อก”เธอโอนอีก 5,500 บาท ถัดมา 10,500 บาท ต่อด้วย 35,900 บาท และตามด้วยยอดใหญ่ 75,900 บาท ก่อนจะจบด้วยการโอน 120,900 บาทในครั้งสุดท้าย เพราะเชื่อว่านั่นจะทำให้ได้เงินทั้งหมดคืนแต่สิ่งที่เธอได้รับคือข้อความใหม่ที่บอกว่า ระบบขัดข้อง ต้องทำต่อให้เสร็จอีกครั้งมิจฉาชีพในคราบอินฟลูในช่วงปี 2567–2568 มีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นผู้ว่าจ้างงานรีวิวสินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อดังที่มีเป้าหมายเป็นผู้เริ่มต้นทำงานออนไลน์เพจ Drama-addict ได้เตือนภัยไว้อย่างชัดเจนว่า กลุ่มเหล่านี้จะอ้างว่ารับรีวิวสินค้า เช่น หมวก เสื้อผ้า หรือผลไม้ เมื่อมีคนสนใจจะถูกชักชวนให้แอดไลน์ จากนั้นเข้าสู่ระบบ “ภารกิจแฝงค่าใช้จ่าย” ที่ไม่มีอยู่จริงพฤติกรรมร่วมของกลุ่มมิจฉาชีพนี้คือ• ใช้คำพูดที่เหมือนระบบอัตโนมัติ• ส่งภาพหน้าจอการโอนเงินปลอม• ส่งตารางคอมมิชชั่นแบบกราฟิก• อ้างว่าระบบกำลังตรวจสอบ เพื่อบีบให้เหยื่อรอและโอนต่อในหลายกรณีมีการใช้โปรไฟล์ปลอมเป็นเพจร้านค้า เช่น “เมดีสส์ กาแฟเพื่อสุขภาพ” หรือ “แบรนด์แว่นตาออนไลน์” แล้วโพสต์แจกของฟรีเดือนแรก ก่อนจะดึงเหยื่อเข้าไลน์แล้วหลอกให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกลไกหลอกลวงแบบดิจิทัลการใช้คำว่า “ระบบ” คือหัวใจของการหลอกลวงที่เกิดขึ้น พวกเขาไม่ได้ข่มขู่ แต่ใช้อำนาจของสิ่งที่ดูเหมือนอัตโนมัติมาข่มขวัญแทนเหยื่อถูกบังคับโดยกลไกที่ดูเหมือน “ถ้าไม่ทำ จะเสียทั้งหมด” และนั่นคือจุดที่ใครหลายคนหมดแรงจะถอนตัวไม่มีใครอยากยอมเสียตั้งแต่ 3,000 บาทแรก พวกเขาจึงยอมโอนซ้ำเพื่อพยายามเอาเงินคืนในรอบถัดไปแต่ระบบนี้ไม่ได้มีไว้ให้ใครได้คืน คู่มือเอาตัวรอดจากกับดักงานออนไลน์1. งานจริงไม่ขอให้โอนเงินก่อนผู้ว่าจ้างที่ชอบธรรมจะไม่ขอค่าล่วงหน้า หากมีการขอเงินเพื่อปลดล็อกระบบ ถือเป็นสัญญาณอันตราย2. ตรวจสอบโปรไฟล์ผ่านเว็บไซต์ใช้เว็บไซต์เช่น blacklistseller.com หรือ 1212occ.com เพื่อตรวจสอบเลขบัญชีหรือเบอร์โทร3. อย่าเร่งรีบตามคำสั่งของระบบปลอมหากแชตเร่งรัดให้โอน “ก่อนหมดเวลา” หรือข่มขู่ว่า “ระบบจะรีเซ็ต” ให้หยุดทันที4. ใช้สามัญสำนึกเป็นเกราะป้องกันหากอะไรฟังดูดีเกินจริง ก็อาจเป็นเพราะมันไม่จริงหากคุณตกเป็นเหยื่อ ต้องทำอย่างไรขั้นตอนแจ้งความและอายัดบัญชี1. รวบรวมหลักฐาน• แชตสนทนา• สลิปโอนเงิน• โพสต์ต้นทาง• รายละเอียดบัญชีปลายทาง2. แจ้งความ• ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือ• แจ้งผ่าน thaipoliceonline.com3. แจ้งธนาคาร• โทรไปยังธนาคารของบัญชีที่โอนเข้า• ขออายัดเงินตามมาตรการ Fraud Alert4. แจ้ง ปปง.• หากมีการโอนข้ามหลายบัญชี หรือมูลค่าสูง• แจ้งผ่าน amlo.go.th หรือสายด่วน 17105. ร้องเรียน สคบ. หรือ 1212 OCC• โทร. 1166 หรือกรอกฟอร์มออนไลน์แบบฟอร์มร้องเรียนเบื้องต้นชื่อ-นามสกุลผู้ร้องเรียน: ………………………………………เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น:ข้าพเจ้าได้แสดงความสนใจรับงานรีวิวสินค้า ผ่านโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก และถูกเชิญให้ติดต่อผ่านไลน์ จากนั้นถูกขอให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมภารกิจโปรโมตสินค้า โดยอ้างว่าจะได้รับเงินคืนพร้อมค่าคอมมิชชั่นแต่เมื่อทำครบกลับไม่สามารถถอนเงินได้ และมีการอ้างว่าต้องโอนเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบยอดรวมที่สูญไปทั้งสิ้น ………………… บาทสิ่งที่ต้องการให้หน่วยงานดำเนินการ:• ตรวจสอบบัญชีผู้กระทำความผิด• อายัดเงินในระบบ• ดำเนินคดีตามกฎหมายลงชื่อ ……………………… วันที่ ……………………ก่อนจะคลิกแอดไลน์หรือโอนเงินแม้เพียงไม่กี่ร้อยบาท ลองหยุดคิดอีกนิดว่าเราได้ตรวจสอบข้อมูลเพียงพอหรือยัง เพราะในโลกที่มิจฉาชีพสามารถสวมบทผู้ว่าจ้างได้แนบเนียนกว่าที่เคย ความไว้ใจเพียงเสี้ยววินาทีอาจแลกมาด้วยการสูญเสียทั้งชีวิตไม่มีงานไหน ที่ต้องจ่ายเงินก่อนจะได้ทำงานจริง และไม่มีความหวังใดควรต้องจ่ายด้วยเงินก้อนสุดท้ายของเราเอง
TNN ช่อง16 • 9 พ.ค. 68
ดู
ใครโกหกยกมือขึ้น
ทรูวิชั่นส์ • 1 พ.ค. 68
อ่าน
ประวัติหมอเกศกมล สว.คะแนนสูงสุด สู่ดรามาวุฒิ ป.เอกแคลิฟอร์เนีย
เปิดประวัติ รศ.ดร.พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภาคะแนนสูงสุด ปี 2567 กับกระแสดรามาวุฒิการศึกษา ป.เอกจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศเปิดประวัติ “หมอเกศกมล” จาก สว.คะแนนอันดับ 1 สู่ข้อครหาวุฒิปริญญาเอกรศ.ดร.พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือที่รู้จักในชื่อ “หมอเกศกมล” ปัจจุบันอายุ 45 ปี เป็นแพทย์หญิง นักธุรกิจ และสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งสูงสุดทั่วประเทศในการเลือกตั้ง ส.ว. ปี 2567 ด้วยภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและบทบาทด้านสาธารณสุขและสังคม ทำให้เธอกลายเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างรวดเร็ว นอกจากตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภา หมอเกศกมลยังดำรงตำแหน่งผู้บริหารธุรกิจคลินิกและแลบอราทอรีหลายแห่ง ได้แก่ เกศกมล คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป, เกศกมล เด็นทัล คลินิก และอินเตอร์ เดอร์มา แลบอราทอรี รวมถึงทำหน้าที่ที่ปรึกษากรรมาธิการในรัฐสภาและภาคประชาชนหลายองค์กรเธอยังเคยทำหน้าที่พิธีกรรายการโทรทัศน์ด้านสุขภาพ อาทิ “คุณหมอขอถาม” และ “สุขภาพดี” ทางช่อง JKN 18 และได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ผ่านช่องทาง Facebook, Instagram และ TikTok ในชื่อ @dr.kes_keskamolการศึกษา และดรามาวุฒิปริญญาเอกในใบสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ว. ปี 2567 พญ.เกศกมลระบุว่าตนเองจบการศึกษาระดับปริญญาเอกจาก California University และยังได้รับตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ซึ่งภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่มีหน่วยงานรับรองสถาบันนี้ในประเทศไทย และลักษณะการศึกษานั้นเป็นการเทียบโอนและส่งรายงาน ไม่ตรงตามมาตรฐานสากลของปริญญาเอกทั่วไปต่อมาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 กกต.มีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ พญ.เกศกมล เป็นเวลา 20 ปี โดยเห็นว่าเข้าข่ายการกระทำหลอกลวงตามมาตรา 77(4) ของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ว. ซึ่งมีโทษสูงทั้งจำคุกและปรับพญ.เกศกมลได้ออกมาชี้แจงต่อสังคมว่า วุฒิการศึกษาที่ระบุเป็นของจริง และผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานในสหรัฐอเมริกา พร้อมยืนยันว่าต้องการตอบแทนสังคม และไม่ได้มีเจตนาหลอกลวง โปรไฟล์โดดเด่นทางสังคมหมอเกศกมลเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตชุมชน มีบทบาทในงานช่วยเหลือประชาชนหลายด้าน ทั้งการดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วม การช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรง และการตั้งมูลนิธิส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือสังคมในระยะยาวเธอยังเคยดำรงตำแหน่งอาจารย์พิเศษและเป็นที่ปรึกษาในหลายหน่วยงานด้านยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และความมั่นคง ทั้งยังได้รับการอบรมวิทยุโทรทัศน์ระดับสูง ประเด็นที่ต้องติดตามต่อแม้ พญ.เกศกมล จะมีบทบาทที่น่าจับตามองในสภาสูง แต่ประเด็นวุฒิการศึกษากลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเส้นทางการเมือง หากศาลฎีการับฟ้องและมีคำพิพากษา เธออาจถูกตัดสิทธิทางการเมืองอย่างสิ้นเชิงพร้อมกันนี้ ยังมีข้อร้องเรียนเพิ่มเติมเรื่องการฮั้วกันเลือก ส.ว. ซึ่งอยู่ในระหว่างการสอบสวนร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบวุฒิสภาทั้งระบบด้วย
TNN ช่อง16 • 30 เม.ย. 68
อ่าน
2 นักศึกษาอเมริกาสร้าง AI ช่วยโกงทุกอย่างบนโลก จนหนึ่งในนั้นโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัย ! แต่ระดมทุนได้กว่า 180 ล้านบาท
ลี รอย ชุง อิน (Chungin “Roy” Lee) นักศึกษาสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เชื้อสายเกาหลี ร่วมกับเพื่อนนักศึกษาพัฒนา คลูลี (Cluely) ผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เคลมว่าสามารถช่วยโกงทุกอย่างในชีวิต (Cheat on Everything) ตั้งแต่ข้อสอบ ไปจนถึงการคุยระหว่างออกเดต แต่ทำให้เขาโดนพักการเรียนจากมหาวิทยาลัย !"> ความสามารถของ AI ช่วยโกงCluely เปิดตัวในรูปแบบโฆษณาจำลองสถานการณ์ระหว่างการออกเดตในร้านอาหาร โดยเป็นภาพของลีที่กำลังสนทนากับผู้หญิง และแสดงการทำงานของ Cluely ว่าฟังสิ่งที่คู่สนทนาของลีถาม และให้ "คำแนะนำ" แบบเรียลไทม์กับลีว่าต้องตอบหรือต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยในตอนจบของโฆษณานั้นปรากฏว่าลีไม่สามารถพิชิตใจหญิงสาวได้เพราะพึ่งพาผู้ช่วยมากเกินความจำเป็นอย่างไรก็ตาม Cluely มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และช่วยแนะนำคำตอบหรือแนวทางรับมือในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ เช่น การทำข้อสอบ การแนะนำบทสนทนา รวมไปถึงการสัมภาษณ์งานโดยก่อนหน้านี้ลีอ้างว่าได้พัฒนาอินเทอร์วิว โคดเดอร์ (Interview Coder) ผู้ช่วย AI ซึ่งมีโครงสร้างการออกแบบคล้ายกับ Cluely ที่เคยพัฒนาก่อนหน้านี้ไปใช้งานด้วยตัวเองระหว่างสัมภาษณ์ฝึกงานกับแอมะซอน (Amazon) บริษัทเทคโนโลยีชื่อดัง ซึ่งมีลักษณะการสัมภาษณ์โดยการให้โจทย์ปัญหาด้านการเขียนโปรแกรม ซึ่งลีได้ใช้ Interview Coder ช่วยเขียนจนผ่านการสัมภาษณ์ฝึกงานและอัปโหลดหลักฐานขึ้นเว็บไซต์ของบริการตัวเอง ผลที่ตามมาจากการสร้าง AI ช่วยโกงเทคครันช์ (Techcrunch) สำนักข่าวเทคโนโลยีชื่อดังในสหรัฐฯ ได้สอบถาม Amazon ต่อกรณีของลี ซึ่งทางบริษัทไม่ได้ให้ความเห็นใดเป็นพิเศษ กล่าวแต่เพียงว่า การสัมภาษณ์งานโดยทั่วไปไม่ได้อนุญาตให้มีการใช้เครื่องมือใด ๆ ระหว่างการสัมภาษณ์ในขณะเดียวกัน การกระทำของลีส่งผลให้ทางมหาวิทยาลัยพิจารณาว่าเป็นการละเมิดนโยบายด้านจริยธรรมของมหาวิทยาลัย และสั่งพักการเรียนลี แต่ทางเจ้าตัวเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวไม่ได้ละเมิดกฎใด ๆ ของมหาวิทยาลัย และยังคงเดินหน้าโพสต์โฆษณาบริการผู้ช่วย AI ของตัวเองกับเพื่อน รวมถึงเปิดตัว Cluely ตลอดจนเปิดเผยเอกสารสั่งพักการเรียน และในที่สุดทางมหาวิทยาลัยก็มีเอกสารแจ้งว่าให้ลีพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาในที่สุดส่วนนีล ชานมูกัม (Neel Shanmugam) เพื่อนสนิทและผู้ร่วมก่อตั้ง Cluely ในฐานประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operation Officer: COO) เองก็โดนสั่งพักการเรียนเช่นกัน ซึ่ง Techcrunch รายงานว่าเจ้าตัวตัดสินใจลาออกแทนและมาทำงานกับลีที่ Cluely ต่อไปแต่ลีก็ยังคงเชื่อว่าการกระทำของตัวเองไม่ได้ผิดอะไร และเดินหน้าพัฒนา Cluely โดยเปรียบเปรยว่าเครื่องมือต่าง ๆ ในอดีตที่ผ่านมา เช่น เครื่องคิดเลข ระบบตรวจสอบหลักภาษา (Spellcheck) หรือแม้แต่บริการของกูเกิล (Google) ในการค้นหาหน้าเว็บเองต่างก็โดนมองว่าเป็นเครื่องมือโกงมาแล้ว และ Cluely ของตนกับเพื่อนก็จะเติบโตไปเป็นบรรทัดฐานใหม่เช่นเดียวกันเครื่องมือที่ยกมาเปรียบเทียบ พร้อมทั้งระดมทุนพัฒนาระบบได้มากกว่า 5.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 180 ล้านบาท ในปัจจุบัน">
TNN ช่อง16 • 25 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย SMS M-Flow ปลอม! ขึ้นแท่นข่าวปลอมอันดับ 1 สัปดาห์นี้
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แจ้งเตือนประชาชนระวังSMS M-Flow ปลอม ซึ่งหลอกแนบลิงก์อ้างว่ามี "บิลรอดำเนินการ" โดยยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมรายงานผลการเฝ้าระวังข่าวระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2568 พบข้อความต้องตรวจสอบทั้งหมด 599 ข้อความ จากข้อความที่เข้ามากว่า 837,000 ข้อความ โดยข่าวปลอมอันดับ 1 คือเรื่อง "M-Flow ส่ง SMS แนบลิงก์ แจ้งมีบิลที่กำลังรอดำเนินการ" กระทรวงดีอีได้ประสานกับกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบและยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการแอบอ้างโดยมิจฉาชีพที่ต้องการหลอกให้ประชาชนคลิกลิงก์ปลอม เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือหลอกให้โอนเงินประชาชนที่ใช้บริการ M-Flow สามารถตรวจสอบและชำระค่าบริการได้ผ่าน 3 ช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น ได้แก่แอปพลิเคชัน MFlowthaiLine Official : @mflowthaiเว็บไซต์ www.mflowthai.comกระทรวงดิจิทัลฯ ยังเน้นย้ำให้ประชาชนอย่าแชร์หรือหลงเชื่อข่าวปลอมโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวปลอมมีความซับซ้อน และแฝงตัวในสื่อออนไลน์จำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลนอกจาก SMS M-Flow ปลอมแล้ว ยังพบข่าวปลอมอื่นที่น่าเป็นห่วง เช่น การเปิดบัญชี TikTok ปลอมอ้างชื่อธนาคาร, การหลอกให้จองหุ้น, รวมถึงการรับสมัครงานผ่านเพจปลอม ซึ่งล้วนมีเป้าหมายเพื่อหลอกลวงประชาชนทั้งสิ้น
TNN ช่อง16 • 6 เม.ย. 68
อ่าน
“พิชัย”ปัดตอบปม“ซิน เคอ หยวน”ใช้ใบกำกับภาษีปลอม
พิชัยปัดตอบปมซิน เคอ หยวนขายเหล็กสร้างตึกสตง.ใช้ใบกำกับภาษีปลอมขอคืนภาษีสรรพากร ระบุ เป็นเรื่องอ่อนไหว ขอศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนก่อน #ทันหุ้น นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีกรมสรรพากรตรวจพบหลักฐานการใช้ใบกำกับภาษีปลอม ของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัดว่า ยังไม่ขอชี้แจงรายละเอียด ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่อนไหว และเกิดขึ้นมานานแล้ว หากไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ผมก็ขออนุญาตยังไม่ตอบเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย.68 อธิบดีกรมสรรพากร ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสรรพากร ภาค 3 มากล่าวโทษ ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินคดีอาญากับ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีลจำกัด และคณะกรรมการบริษัทฯ กรณีเข้าตรวจสอบทางภาษีพบหลักฐานการใช้ใบกำกับภาษีที่มิชอบด้วยกฎหมาย (ใบกำกับภาษีปลอม) ทั้งนี้ กรมสรรพากรภาค 3 ได้ตรวจสอบ บริษัท ซิน เคอหยวน จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทผลิตเหล็กเส้นที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ผลการตรวจสอบ พบว่า บริษัทมีเจตนานำใบกำกับภาษีปลอม หรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตั้งแต่เดือนก.ค. 2558-เดือนมี.ค. 2560 จำนวน 7,426 ฉบับ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท มาใช้ในการเครดิตภาษี อันเป็นความผิดอาญาตามประมวลรัษฎากร โดยตามประกาศ กคพ. (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2568 เรื่อง กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษพ.ศ.2547 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 กำหนดให้ความผิดที่มีบทกำหนดโทษ ตามมาตรา 90/4 แห่งประมวลรัษฎากร
ทันหุ้น • 4 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย 5 มุกมิจฉาชีพ ฉวยโอกาสเหตุแผ่นดินไหว ซ้ำเติมประชาชน
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือนร้อนจากเหตุแผ่นดินไหว มาเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงพี่น้องประชาชนสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเตือนให้พี่น้องประชาชนทราบถึง 5 มุกมิจฉาชีพ หลอกลวงประชาชน หลังเกิดแผ่นดินไหว ดังนี้1. หลอกขโมยข้อมูลส่วนบุคคล - แอบอ้างเป็นหน่วยงานต่าง ๆ ให้ลงทะเบียนเพื่อขอรับการช่วยเหลือ หลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคล เช่น บัตรประชาชน บัตรเครดิต บัญชีธนาคาร2. หลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันดูดเงิน - ส่งลิงก์หลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อรับความช่วยเหลือ สุดท้ายเป็นแอปพลิเคชันควบคุมเครื่องระยะไกล ดูดเงินจากบัญชีธนาคาร3. หลอกรับบริจาค - อาศัยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทย หลอกเปิดรับบริจาคจากพี่น้องประชาชน4. แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หลอกเอาเงิน - อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ติดต่อมาว่าจะให้ความช่วยเหลือ แต่หลอกให้โอนเงินมาเป็นค่าดำเนินการ หรือยืนยันตัวตน ซึ่งไม่เป็นความจริง5. ข่าวปลอม สร้างความตื่นตระหนก - เผยแพร่ข่าวปลอมหรือบิดเบือนเกี่ยวกับเหตุแผ่นดินไหว โดยอาจมีการนำภาพเก่า ภาพจากเหตุการณ์อื่น มาประกอบกับข้อความเพื่อให้คนตื่นตกใจ ขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังในการส่งต่อข้อมูลข่าวสาร และขอให้ตรวจสอบก่อนว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ก่อนที่จะส่งต่อ หรือกรอกข้อมูลส่วนบุคคลหากพี่น้องประชาชนพบเห็น หรือได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงขณะที่ยอดผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ สูญหาย ล่าสุดเวลา 15.00 น.- ผู้เสียชีวิต 11 ราย- บาดเจ็บ 8 ราย- ผู้สูญหาย 96 ราย ข่าวที่เกี่ยวข้อง- สตง. ชี้แจงสร้างตึกโปร่งใส ตรวจสอบได้ ปัดแก้แบบโครงสร้างให้เล็กลง- คปภ. แถลงมาตรการช่วยเหลือ-เยียวยาด้านประกันภัยเหตุแผ่นดินไหว- GISTDA เผยภาพถ่ายดาวเทียม ก่อน-หลังเกิด "แผ่นดินไหว" ในเมียนมา
TNN ช่อง16 • 30 มี.ค. 68
อ่าน
เตือนภัย ChatGPT ปลอมสลิปโอนเงินได้ !? รวม 3 วิธี รับมือสลิปปลอมทั้งจาก ChatGPT, GenAI และภาพตัดต่อ
กระแสโซเชียลกำลังพุ่งความสนใจไปที่เพจ Kafaak หลังโพสต์เตือนว่า ChatGPT สามารถนำไปใช้ปลอมสลิปโอนเงินแบบแนบเนียนได้ ทั้งการปลอมชื่อบัญชีเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) มหาเศรษฐีชื่อดัง ปลอมจำนวนเงินที่โอน เลขบัญชี และไม่เว้นแม้แต่ลายน้ำ TNN Tech จึงรวบรวม 3 วิธี ในการรับมือสลิปปลอม ที่ไม่ใช่แค่มาจาก ChatGPT หรือ Generative AI ตัวอื่น ๆ แต่ยังไปรวมถึงการตัดต่อภาพด้วยเช่นกัน 3 วิธี รับมือสลิปปลอมจากภาพ ChatGPT, Generative AI และภาพตัดต่อสแกน QR Code บนสลิป (ถ้ามี) สำหรับสลิป (Slip) หรือบันทึกการทำรายการที่แอปพลิเคชันธนาคารออกให้ เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีการทำรายการโอนเงินหรือชำระเงินจริงหรือไม่เปิดแจ้งเตือนการทำธุรกรรม โดยการแจ้งเตือนจะมีทั้งรูปแบบบนแอปพลิเคชันของธนาคาร หรือแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) แบบ Official ของธนาคาร หรือสมัครรับ SMS สำหรับแจ้งเตือนก็ได้เช่นกันสมัครบริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งมีการทำธุรกรรมจำนวนมากในแต่ละวัน สามารถใช้บริการตรวจสอบสลิปอัตโนมัติเมื่อมีการส่งหลักฐานเข้าไปยังไลน์ หรือแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ เช่น สลิปทูโก (Slip2GO) สลิปโอเค (SlipOK) หรือ อีซี่สลิป (EasySlip) เป็นต้น โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามปริมาณการทำธุรกรรมในแต่ละเดือน และนอกจากทั้ง 3 วิธีหลักแล้ว การสังเกตความผิดปกติบนสลิป เช่น ขนาด และรูปแบบตัวอักษร ลายน้ำ และรวมไปถึงการขอดูสลิปทันทีที่โอนเงินหากทำได้ ก็เป็นอีกตัวช่วยรับมือการปลอมสลิปโอนเงินได้เช่นกัน
TNN ช่อง16 • 28 มี.ค. 68
อ่าน
สั่งสอบ ปลอมเอกสาราชการ ลอบนำเข้าฝุ่นแดง 10,000 ตัน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่า พบการปลอมแปลงเอกสารของทางราชการเพื่อใช้เป็นใบเปิดทางในการนำเข้าฝุ่นแดงจากต่างประเทศเข้ามายังประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จึงได้สั่งการให้ “ทีมตรวจการสุดซอยกระทรวงอุตสาหกรรม” นำโดย นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนิติ รมยานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบจากการตรวจสอบบริษัท เคเอ็มซี 1953 จำกัด พบว่า บริษัทฯ เป็นผู้นำเข้าและยอมรับว่ามีการนำเข้าฝุ่นแดงจริง พร้อมแสดงข้อมูลใบขนสินค้าระหว่างเดือนกรกฎาคม 2567 ถึง มกราคม 2568 จำนวนการนำเข้า 33 ใบขน โดยสำแดงเป็นฝุ่นสังกะสี (Zinc dust) และผงสังกะสี (Zinc concentrate) จำนวน 10,262 ตัน จากประเทศอินโดนีเซีย เม็กซิโก แอฟริกาใต้ โรมาเนีย โมร็อคโก และตุรกีโดยจากการตรวจสอบพบว่าสินค้าที่สำแดงว่าเป็นฝุ่นและผงสังกะสีนั้นคือ “ฝุ่นแดง” เป็นกากอุตสาหกรรมที่เกิดจากกระบวนการหลอมเหล็ก มีการปนเปื้อนด้วยโลหะหนัก เข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่เป็นของเสียเคมีวัตถุตามบัญชี 5.2 ของประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 รวมทั้งเข้าข่ายเป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซล การนำเข้ามาในประเทศไทยต้องได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Competent Authority : CA) ของประเทศไทยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ไม่มีการขออนุญาตและไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าฝุ่นแดงดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ กลับพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ด้วยการแก้ไขและดัดแปลงข้อความว่า สินค้าที่นำเข้านั้นไม่เข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และไม่เข้าข่ายเป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซล โดยการนำหนังสือที่ปลอมแปลงนั้นไปแสดงเพื่อใช้เป็นใบเปิดทางในการนำเข้าฝุ่นแดงจากต่างประเทศเข้ามายังประเทศไทยโดยไม่ต้องขออนุญาต ซึ่งผิดกฎหมาย คาดว่าการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวมีการวางแผนทำกันเป็นขบวนการ โดยอาจมีเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าวด้วย ทีมตรวจการสุดซอยกระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้ตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่า หนังสือราชการที่ออกโดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ตอบข้อหารือของกรมศุลกากร ในประเด็นสินค้าที่จะนำเข้า เข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายหรือของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซลหรือไม่ มีความผิดปกติในหลายประเด็น อาจส่งผลให้มีการนำเข้าขยะและของเสียอันตรายเข้ามาสู่ประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมจึงสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้รายงานผลการตรวจสอบภายใน 15 วัน หากพบว่า เจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดให้ดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาด พร้อมทั้งสั่งการให้ขยายผลขบวนการปลอมแปลงเอกสารราชการเพื่อใช้ในการลักลอบนำเข้าของเสียอันตรายโดยไม่ถูกต้อง หากเชื่อมโยงถึงผู้ใดให้ดำเนินคดีทั้งหมด
TNN ช่อง16 • 25 มี.ค. 68
อ่าน
ซีพีลั่น! ฟ้องถึงที่สุด กลุ่มมิจฉาชีพหลอกลงทุน ใช้ชื่อ ‘ธนินท์ เจียรวนนท์’
จากกรณีที่กลุ่มมิจฉาชีพได้แอบอ้างชื่อและภาพของ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เผยแพร่ในเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมทั้งจัดทำภาพและข้อความหลอกลวงให้ดูเหมือนเป็นข่าวจากสื่อชั้นนำระดับโลก โดยมีเป้าหมายล่อลวงประชาชนให้ร่วมลงทุนด้วยการโฆษณาผลตอบแทนสูงเมื่อไม่นานมานี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ส่งตัวแทนเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดในคดีดังกล่าว โดยยื่นหลักฐานชัดเจนที่ชี้ให้เห็นว่า เป็นการกระทำของกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ นายธนินท์ เจียรวนนท์ แต่อย่างใดเครือเจริญโภคภัณฑ์ ขอยืนยันจุดยืนอย่างเด็ดขาด ที่จะดำเนินคดีถึงที่สุด และจะไม่ยอมให้เครือข่ายหลอกลวงเหล่านี้ลอยนวล! พร้อมทั้งขอเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อ หรือทำธุรกรรมใด ๆ กับข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันหากพบข้อความหรือโฆษณาที่เข้าข่ายหลอกลวง ขอความร่วมมือแจ้ง สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 เพื่อร่วมกันหยุดยั้งพฤติกรรมอันตรายเหล่านี้ ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากมิจฉาชีพหลอกลงทุน สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือแจ้งความออนไลน์ได้ที่ https://thaipoliceonline.com
TNN ช่อง16 • 16 ม.ค. 68
อ่าน
ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม
TNN ช่อง16 • 14 ม.ค. 68
อ่าน
ของฟรีไม่มีในโลก! เตือน 5 กลลวงมิจฉาชีพ หลอกโหลดสติกเกอร์-ทำบุญ
วันนี้ (31 ธันวาคม 2567) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำเตือนประชาชนช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่ขอให้ระมัดระวังมิจฉาชีพแฝงตัว เข้ามาฉวยโอกาสหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้สูญเสียเงิน โดยพฤติกรรมที่มิจฉาชีพมักใช้ 5 การหลอกลวงหลักๆในช่วงเทศกาลปีใหม่ ดังนี้1. หลอกว่าโหลดสติกเกอร์เทศกาลปีใหม่ฟรี! โดยมิจฉาชีพเชิญชวนให้โหลดสติกเกอร์ แต่แฝงตัวส่งลิงก์ปลอมให้โหลด อาจมีการหลอกลวงให้ผู้ใช้ไลน์ใส่ชื่อ และรหัสการเข้าใช้ไลน์ รวมถึงข้อมูลส่วนตัว ซึ่งอาจจะเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพนำชื่อและรหัสการใช้งานของท่านไปทำธุรกรรมต่าง ๆ หรืออาจมีการสวมสิทธิเพื่อกระทำผิดได้2. หลอกรับบริจาค ทำบุญ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ หลายคนต้องการทำบุญเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับชีวิต มิจฉาชีพจะมีการประกาศเชิญชวนให้ร่วมทำบุญ โดยอ้างบุคคลหรือกิจกรรมต่าง ๆ จึงควรตรวจสอบรายละเอียดกิจกรรมที่จะร่วมทำบุญว่าเป็นความจริงหรือไม่ อย่างไร ก่อนจะร่วมบริจาค โดยจำไว้ให้ขึ้นใจว่า มีสติ ก่อนโอนเงินทุกครั้ง3. หลอกให้จัดงานเลี้ยงผ่านการใช้บริการทางออนไลน์ โดยคนร้ายจะมีพฤติกรรมแอบอ้างกับเจ้าของร้านค้าว่า จะจัดงานเลี้ยงโดยให้ส่งของต่าง ๆ ไปไว้ตามสถานที่จัดงาน เมื่อทางร้านค้าส่งของไปที่นัดหมายแล้วคนร้ายจะแอบขนของหลบหนีไป หรือคนร้ายแอบอ้างกับผู้ที่ต้องการจะจัดงานเลี้ยงว่า สามารถสั่งอาหารผ่านทางออนไลน์ได้ในราคาถูกกว่า ส่งผลให้ผู้ที่จะจัดงานเลี้ยงหลงเชื่อยอมจ่ายเงินค่าอาหารให้คนร้าย แต่เมื่อถึงวันจัดเลี้ยงไม่มีการส่งอาหารมาให้แต่อย่างใด4. หลอกให้ซื้อของขวัญผ่านร้านค้าออนไลน์ จ่ายเงินแล้วไม่ได้ของ หรือสินค้าไม่ตรงปก หรือไม่มีคุณภาพ ถ้าไม่อยากตกเป็นเหยื่อ ต้องเลือกดูสินค้าและสังเกตราคาก่อนเข้าร่วมโปรโมชันให้ดี รวมทั้งเปรียบเทียบราคาสินค้าชนิดเดียวกันจากหลายร้านค้าเพื่อให้ได้สินค้าในราคาที่คุ้มค่าที่สุด5. หลอกชวนเล่นการพนันออนไลน์ ลงทุนออนไลน์ มิจฉาชีพจะแอบแฝงหลอกเอาข้อมูลไปใช้ในทางผิดกฎหมาย หรือหลอกล่อให้เสียเงินจนหมดตัว อย่าหลงเชื่อขอให้ระวังกลโกงจากมิจฉาชีพในช่วงเทศกาลปีใหม่ อย่าคลิก อย่าโหลดข้อความจากบุคคลที่ไม่รู้จัก และอย่าให้ข้อมูลส่วนตัว อย่าเชื่อคำชักชวน คำกล่าวอ้าง รวมถึงโฆษณาชวนเชื่อที่ได้รับผลตอบแทนสูงๆ ขอเน้นย้ำของฟรีไม่มีในโลก นายคารม ย้ำ
TNN ช่อง16 • 31 ธ.ค. 67
อ่าน
“สมศักดิ์”สั่งจัดการเด็ดขาด รพ.ไหนปลอมใบรับรองแพทย์ให้ต่างด้าว ต้องเจอคุก
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีการปลอมใบรับรองแพทย์ของสถานพยาบาล ให้กับแรงงานข้ามชาติว่า หากมีการปลอมแปลงเกิดขึ้น จะแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุข หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบก็ได้ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเน้นเรื่องการตรวจสุขภาพของแรงงานข้ามชาติว่า ต้องมีความละเอียด เพราะโรคบางชนิดหายไปจากประเทศไทยนานแล้ว แต่ก็โผล่ออกมาอีก เช่น โรคอหิวาตกโรคที่ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ที่มีแรงงาน หรือคนที่เดินทางเข้าออกประเทศไทย ไปติดเชื้อคนไทย 2 คน ที่นั่งรับประทานอาหารด้วยกัน แต่เป็นเชื้อที่ไม่ได้รุนแรง โดยกระทรวงสาธารณสุขก็ติดตามเฝ้าระวังอยู่ไม่ให้เข้ามา ซึ่งตอนนี้เราก็ป้องกันบริเวณพื้นที่ชายแดน โดยเราได้ฝ่ายปกครอง, ทหาร และตำรวจช่วยดูแลอยู่ ส่วนวัคซีนที่มีอยู่ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 1,400 กว่าโดสจะมอบให้ฝ่ายที่ดูแลป้องกัน และบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ใกล้กลุ่มเสี่ยง พร้อมกับถ่ายทอดความรู้การรักษาไปยังบริเวณพื้นที่ชายแดน และหากรัฐบาลเมียนมาขอบุคลากรทางการแพทย์ของไทยอย่างเป็นทางการ เราก็จะส่งบุคลากรข้ามไปช่วย ซึ่งต้องมีการร้องขอเมื่อถามถึงกรณีที่โรงพยาบาลออกใบรับรองแพทย์ให้ แต่ไม่มีแรงงานข้ามชาติไปตรวจสุขภาพจริง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้แจ้งมาจะไปจับให้ และจะจัดการให้เรียบร้อยภายใน 1-2 วัน ขอให้เอาข้อมูลมาให้ตน เพราะกำลังตามหาอยู่ ซึ่งอยากจะจัดการดำเนินการ ซึ่งตนไม่ชอบเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว เพราะกลัวว่า หากโรคระบาดเข้ามาในประเทศไทยแล้ว ตนเองจะเหนื่อย และหากเราป้องกันไว้ดีแล้ว เจ็บป่วยขึ้นมาก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าไปรู้เห็นเป็นใจ ก็ขอรายละเอียดตรงนี้ และคงไม่จัดทีมสุ่มตรวจโรงพยาบาล เพราะมีโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก คงทำแบบนั้นไม่ไหว ขอแค่ส่งข้อมูลมาจะไปจัดการให้ ยืนยันว่า เรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการอย่างรวดเร็วนายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า หากข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เรื่องนี้จะต้องมีคนติดคุก และรัฐบาลจะปรับแนวทางในการดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งเรื่องแรงงานข้ามชาติ ขอย้ำว่าหากมีข้อมูล ให้รีบส่งเข้ามาภายใน 1-2 วันนี้
TNN ช่อง16 • 25 ธ.ค. 67
อ่าน
รัฐบาลเตือนอย่าเชื่อข่าวปลอม เปิดให้ผู้เสียหายคดีฉ้อโกงออนไลน์ลงทะเบียนขอรับเงินคืน
วันนี้ (18 ธันวาคม 2567) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความระบุว่า ปปง. ร่วมกับ สอท. เปิดให้ผู้เสียหายคดีฉ้อโกงออนไลน์ลงทะเบียนขอรับเงินคืน เพียง 3 ขั้นตอน ผ่านเพจ Maintain security online จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จนายคารม กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อความทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า ปปง. ร่วมกับ สอท. เปิดให้ผู้เสียหายคดีฉ้อโกงออนไลน์ลงทะเบียนขอรับเงินคืน เพียง 3 ขั้นตอน ผ่านเพจ Maintain security online นั้น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า สำนักงาน ปปง. ไม่เคยเปิดเพจเฟซบุ๊กอื่นเพื่อรับคำร้องหรือช่วยเหลือผู้เสียหายทุกกรณี อีกทั้งเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นเพจปลอมที่มีการนำสัญลักษณ์ของสำนักงาน ปปง. มาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยใช้รูปแบบและเนื้อหาตามเพจจริงของสำนักงาน ปปง. ซึ่งสำนักงาน ปปง. มีเพจเฟซบุ๊กเดียวชื่อ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปปง. โดยมีสัญลักษณ์ ติ๊กถูกสีฟ้า (Meta Verified) อยู่ด้านหลังชื่อเพจ ซึ่งผ่านการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ https://www.amlo.go.th/index.php/th/ หรือ โทร. 02-219-3600 นายคารม ย้ำภาพจาก AFP
TNN ช่อง16 • 18 ธ.ค. 67
อ่าน
ผ่านไป 2 ปี มิจฉาชีพออนไลน์หลอกคนไทยสูญเงินกว่า 7.7 หมื่นล้าน
p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 8.0px 0.0px; font: 24.0px 'Helvetica Neue'; color: #262626} p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 24.0px 'Helvetica Neue'; color: #262626; min-height: 29.0px} p.p3 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 24.0px 'Helvetica Neue'; color: #262626; background-color: #ffffff} p.p4 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 24.0px 'Helvetica Neue'; color: #262626; background-color: #ffffff; min-height: 29.0px} span.s1 {font: 32.0px 'Helvetica Neue'; font-kerning: none; background-color: #ffffff} span.s2 {font-kerning: none; background-color: #ffffff} span.s3 {font-kerning: none}วันนี้ ( 15 ธ.ค. 67 )นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยยอดแจ้งความออนไลน์สะสม ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 - 30 พฤศจิกายน 2567 ผ่าน thaipoliceonlineมีจำนวน 739,494 เรื่อง มูลค่าความเสียหายรวม 77,360,070,295 บาท เฉลี่ยความเสียหายวันละ 77 ล้านบาท ผลการอายัดบัญชี จำนวน 560,412 บัญชี ยอดอายัดได้ จำนวน 8,627,715,890 บาททั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 - 30 พฤศจิกายน 2567 ผลการแจ้งความออนไลน์ รวม 31,353 เรื่อง มูลค่าความเสียหายรวม 2,540,251,400 บาท เฉลี่ยวันละ 85 ล้านบาท ผลการอายัดบัญชี จำนวน 16,229 บัญชี ยอดขออายัด จำนวน 1,864,371,518 บาท ยอดอายัดได้ จำนวน 383,933,622 บาทสำหรับประเภทคดีออนไลน์ที่มีการแจ้งความมากที่สุด 5 อันดับแรก ดังนี้ 1. หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ (ไม่เป็นขบวนการ) มูลค่าความเสียหาย 146,876,439 บาท 2. หลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 526,791,217 บาท3. ข่มขู่ทางโทรศัพท์ (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 444,379,386 บาท 4. หลอกให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 99,885,464 บาท และ 5. หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่น มูลค่าความเสียหาย 221,723,880 บาทp.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px '.ThonburiUI'} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก: AFP
TNN ช่อง16 • 15 ธ.ค. 67
ดูเพิ่มเติม