TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “做个西安大略大学毕业证【咨询网:ban58.com】” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ทราเวล ทิปส์ • 17 มี.ค. 69
อ่าน
สะดวกกว่าเดิม! ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ ไม่ต้องไปขนส่ง เริ่ม 4 มีนาคม 2569
ข่าวดีสำหรับคนขับรถที่ไม่อยากเสียเวลาต่อคิว กฎกระทรวงฉบับใหม่เปิดทางให้สามารถ ต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) ได้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 มีนาคม 2569โดยไม่ต้องประเมินสมรรถภาพ หรือสุขภาพเพิ่มเติม ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้แล้ว เริ่ม 4 มีนาคม 2569 สำหรับกลุ่มหลักที่เข้าเกณฑ์คือผู้ที่ อายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ และ ใบขับขี่เดิมยังไม่หมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี ผู้ที่เข้าเกณฑ์สามารถยื่นขอต่อผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และไม่ต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายแบบเดิม (เช่น ทดสอบสายตา/ปฏิกิริยา) ตามที่กฎกระทรวงกำหนด โดยขั้นตอนหลักๆ มีดังนี้ อบรมออนไลน์ (DLT e-Learning) - ลงทะเบียน ดูเนื้อหา และผ่านแบบทดสอบออนไลน์ เพื่อรับหลักฐานผลการอบรม (ควรเก็บภาพหน้าจอ/ไฟล์ผลการอบรมไว้)เว็บไซต์ : www.dlt-elearning.com จองคิวผ่าน DLT Smart Queue - ใช้สำหรับจองคิวล่วงหน้า หรือตรวจสอบสถานะการสมัคร (ในระบบใหม่ปี 69 จะเน้นการทำผ่านแอปเป็นหลัก)เว็บไซต์: gecc.dlt.go.thแอปพลิเคชัน: ค้นหาคำว่า "DLT Smart Queue" ได้ทั้งใน App Store และ Play Store *ยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaID เพื่อความปลอดภัย* เงื่อนไขการต่อใบขับขี่ออนไลน์ ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุ ไม่เกิน 1 ปี อายุไม่เกิน 55 ปี สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุเกิน 1 ปี หรือมีอายุมากกว่า 55 ปี จะต้องไปรับการทดสอบสมรรถภาพเพิ่มเติมที่กรมขนส่ง ====================
ทราเวล ทิปส์ • 2 มี.ค. 69
อ่าน
กยศ.ดึงผู้กู้ 1.2 แสนราย เข้าหักเงินเดือนผ่านนายจ้าง มี.ค.69
#ทันหุ้น กยศ.เตรียมความพร้อมนายจ้างกว่า 8 หมื่นแห่ง ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษา เริ่มหักเงินเดือนผู้กู้ยืม 1.2 แสนรายมีนาคม 2569นางสาวนันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า ขณะนี้ กยศ. ได้มีการส่งหนังสือแจ้งองค์กรนายจ้าง จำนวนกว่า 80,000 แห่ง เพื่อทำการหักเงินเดือนของพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมเงินเพื่อชำระหนี้ จำนวนกว่า 120,000 ราย ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป และ กยศ. จะส่งหนังสือแจ้งให้ผู้กู้ยืมทราบในเดือนกุมภาพันธ์นี้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 ผู้กู้ยืมทุกรายที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ ทั้งสัญญารายปี/สัญญารายเดือน หรือทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ มีหน้าที่ให้นายจ้างหักเงินเดือนทั้งนี้ กยศ. ได้จัดประชุมสัมมนาออนไลน์ให้แก่องค์กรนายจ้างที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กยศ. เพื่อให้องค์กรนายจ้างเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจในการทำหน้าที่ รวมถึงการใช้งานระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาผ่านกรมสรรพากร (ระบบ e-PaySLF) ได้อย่างถูกต้อง จึงขอเชิญชวนองค์กรนายจ้างลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมได้ที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th และเลือกวันและเวลาที่สะดวก หรือสแกน QR Code ที่ปรากฏด้านล่าง หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทีไลน์บัญชีทางการ “กยศ.องค์กรนายจ้าง”ปัจจุบัน มีผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการหักเงินเดือนจำนวน 1,418,640 ราย“กยศ. ขอขอบคุณองค์กรนายจ้างทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเงินกู้ยืมของ กยศ. เป็นเงินงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชน ซึ่งเงินที่ได้รับชำระคืนจะนำไปหมุนเวียน เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษารุ่นต่อไป”
ทันหุ้น • 21 ม.ค. 69
อ่าน
“เซ้นต์ ศุภพงษ์” อวดลุคหล่อชุดครุย เรียนจบปริญญาโทแล้ว 15 มกราคม 2569 มาเจอกัน!
เซ้นต์ ศุภพงษ์ อวดลุคหล่อชุดครุย เรียนจบปริญญาโทแล้ว 15 มกราคม 2569 มาเจอกัน! เป็นนักแสดงหนุ่ม เซ้นต์ ศุภพงษ์ ที่หล่อไม่พอ ความสามารถยังไม่ธรรมดาด้วย เรื่องการเรียนก็ไม่ทิ้ง เพราะล่าสุดเรียนจบปริญญาโทอย่างเป็นทางการวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มศว. (COSCI) สาขาวิชา ออกแบบเพื่อธุรกิจ (Design for Business) เซ้นต์ ศุภพงษ์ ได้อวดลุคหล่อชุดครุย ท่าทางการโพสต์ไม่ธรรมดา เพราะหล่อเท่ราวนายแบบตัวท็อป พร้อมเขียนแคปชั่นว่า..... จบปริญญาโทแล้วค้าบบบบบบ มาเจอกับเซ้นต์ได้ที่ ชั้น 1 ใต้ตึก COSCI มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร วันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา : 16.00 น. เป็นต้นไปครับ ซึ่งก็มีแฟนๆเข้ามาคอมเมนต์ร่วมแสดงความยินดีกับหนุ่มคนนี้กันมากมาย ที่ประสบความสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว.
ดาราเดลี่บันเทิง • 23 ธ.ค. 68
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
แสดงความยินดี “ปันปัน สุทัตตา” จบโทแล้ว นั่งแท่นมหาบัณฑิตสาขา Anti-aging
แสดงความยินดี ปันปัน สุทัตตา จบโทแล้ว นั่งแท่นมหาบัณฑิตสาขา Anti-aging เดินหน้าเรียนต่อปริญญาโทด้าน Anti-aging อย่างขะมักเขม้น สำหรับนักแสดงสาวมากฝีมืออย่าง ปันปัน สุทัตตา ที่จะเห็นได้เลยว่าหลังจากศึกษาหาความรู้จนล้นมือแล้ว เจ้าตัวก็นำมาใช้กับตัวเองและครอบครัว จะเห็นได้เลยว่าทั้งสุขภาพดีและหุ่นดีกว่าเดิมเข้าไปอีก แน่นอนว่าทุ่มเทให้กับการเรียนแล้ว ตอนนี้เจ้าตัวก็ได้เรียนจบเรียบร้อยแล้วจ้า ซึ่ง ปันปัน ก็ได้มาโพสต์ภาพตัวเองในชุดครุย พร้อมแคปชั่นว่า เรียนจบ ปโท ละค้าาาา เป็นมหาบัณฑิตสาขา Anti-aging เฉยย ไม่อยากเชื่อเลยว่าผ่านมาได้ยังไง เรียนทุกเสาร์อาทิตย์ มา 2 ปีรวด + ทำวิทยานิพนธ์อีกปี เย้ๆๆ #finallygraduated งานนี้ก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวมีแพลนจะต่อปริญญาเอกเลยหรือไม่ สงสัยต้องรีบควงแขนมาสัมภาษณ์แล้วนะคะ แต่ยังไงดาราเดลี่ก็ต้องขอแสดงความบินดีกับคุณมหาบัณฑิตคนเก่งด้วย สวย สดใส ลัคกี้อินเกมส์ ลัคกี้อินเลิฟนะค๊า
ดาราเดลี่บันเทิง • 1 ธ.ค. 68
อ่าน
“บุญรอด” โพสต์ภาพใบปริญญาหลังจบ ป.โท ลั่นไม่ว่าร่างกายแบบไหน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน
บุญรอด โพสต์ภาพใบปริญญาหลังจบ ป.โท ลั่นไม่ว่าร่างกายแบบไหน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน เป็นอีกหนึ่งยูทูบเบอร์มากความสามารถ สำหรับ บุญรอด อารีย์วงษ์ ที่แม้เจ้าตัวจะเคยตรวจพบมะเร็งตั้งแต่อายุ 3 เดือน ส่งผลให้เขามีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจนถึงปัจจุบัน แต่เขาก็ก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ มาได้ ด้วยพลังจากครอบครัวและคนรอบข้างล่าสุด บุญรอด อารีย์วงษ์ ได้โพสต์ภาพคู่กับใบปริญญาหลังเรียนจบ ป.โท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนมาแล้ว 2 ปี และเพิ่งจะมีโอกาสได้มาเอาใบปริญญา โดยเจ้าตัวระบุข้อความว่า เรียนจบปริญญาโทแล้ว2ปี เพิ่งจะได้มาเอาใบปริญญา การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ บุญรอดพูดเสมอว่าเมื่อมีโอกาสได้เรียนหนังสือ อยากให้ทุกคนคว้าโอกาสนั้นไว้ การเรียนปริญญาโทเป็นเครื่องยืนยันว่าไม่ว่าเราจะร่างกายแบบไหน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนเลย ขอแค่ทุกคนมีความพยายาม และคว้าโอกาสนั้นไว้ ขอบคุณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ครูบาอาจารย์ทุกคน พี่เจ้าหน้าที่ เพื่อนเพื่อนร่วมคลาส ที่คอยชัพพอร์ตกันมาจนวันนี้
ดาราเดลี่บันเทิง • 8 พ.ย. 68
อ่าน
คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 26 ต.ค. 68
อ่าน
ทำถึง!! “เอ็ม บุษราคัม” ขอความช่วยเหลือชาวเน็ต สานฝัน “พ่อหม่ำ” หลังเรียนจบ
ทำถึง!! เอ็ม บุษราคัม ขอความช่วยเหลือชาวเน็ต สานฝัน พ่อหม่ำ หลังเรียนจบ ก่อนหน้านี้ตลกรุ่นใหญ่ หม่ำ จ๊กมก รับปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) และเข้ารับพระราช ทานปริญญาบัตรเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดลูกสาว เอ็ม บุษราคัม เข้ามาขอความช่วยเหลือจากชาวเน็ตผ่านทางเพจ Lightroom ซึ่งเป็นเพจที่ขอให้คนในเพจช่วยแต่งภาพให้สวยงามตามที่ต้องการ โดย เอ็ม ได้โพสต์รูป พ่อหม่ำ ใส่ชุดครุย และรูปคุณปู่ พร้อมเขียนข้อความว่า... ฝากทำภาพแห่งความทรงจำให้คุณพ่อหน่อยค่า อยากให้คุณปู่อยู่ร่วมเฟรมกับคุณพ่อในวันที่คุณพ่อรับปริญญาค่ะ ซึ่งมีชาวเน็ตที่มีฝีมือเข้ามาส่งรูปแห่งความทรงจำของ หม่ำ และคุณพ่ออย่างมากมาย ในขณะที่ เอ็ม เข้ามาคอมเมนต์ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันแต่งภาพให้คุณพ่ออย่างสวยงามว่า... "ดูดีทุกรูปเลยค่ะ พ่อหม่ำพูดเสมอว่า เสียดาย ที่พ่อและแม่ไม่ได้เห็นหม่ำในวันนี้ เอาไว้หารูปย่าเจอ จะมารบกวนอีกนะคะ" เพื่อนๆ รอชมรีแอคอยู่นะคะ พ่อหม่ำ ดูสิว่าภาพเหล่านี้จะทำ พ่อหม่ำ ซึ้งสักแค่ไหน
ดาราเดลี่บันเทิง • 19 ก.ย. 68
อ่าน
สำเร็จอีกก้าว! “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” บอกข่าวดี เรียนจบปริญญาโท ที่ประเทศอังกฤษแล้ว
สำเร็จอีกก้าว! บิวกิ้น พุฒิพงศ์ บอกข่าวดี เรียนจบปริญญาโท ที่ประเทศอังกฤษแล้ว ยกให้เป็นหนุ่มหล่อสุดขยัน สำหรับ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ เพราะถึงงานจะยุ่งขนาดไหน แต่ก็ไม่ทิ้งความฝันเรื่องการเรียน ตั้งใจต่อปริญญาโทด้านผู้ประกอบการ เพื่อนำความรู้กลับมาต่อยอดค่ายของตัวเอง ที่ผ่านมาถึง บิวกิ้น จะไปเรียนต่อที่เมืองลอนดอน แต่แฟนคลับก็ไม่มีเหงาตามที่เจ้าตัวบอกไว้เป๊ะๆ เพราะมีผลงานออกมาให้ติดตามเรื่อยๆ ทั้งผลงานเพลง คอนเสิร์ต และภาพยนตร์ ล่าสุด บิวกิ้น ได้ออกมาบอกข่าวดีว่าเรียนจบปริญญาโทที่ University College London UCL เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในสาขา Entrepreneurship เรียบร้อยแล้วจ้า โดย บิวกิ้น ได้โพสต์ภาพวิวในเมืองลอนดอน พร้อมเขียนแคปชั่นประกอบว่า Gonna miss this view Masters graduated หรือแปลว่า คงคิดถึงวิวนี้ จบปริญญาโทแล้ว ทางด้านแฟนคลับเองก็ปลื้มสุดๆ พากันแสดงความยินดีให้ บิวกิ้น ผ่าน #บิวกิ้นพี่ปอโทจบแล้วจ้า กันมากมาย ขอปรบมือให้หนุ่มหล่อคนนี้เลยจ้าเพราะสำเร็จไปอีกก้าวแล้ว
ดาราเดลี่บันเทิง • 6 ก.ย. 68
อ่าน
สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ
ขั้นตอนสมัครสอบคัดเลือกบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นคณาจารย์ประจำ เพื่อสนับสนุนภารกิจทางวิชาการและขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยอ้างอิงมติที่ประชุมกรรมการบริหารงานบุคคลตลอดปี 2567 ถึงกลางปี 2568ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือกระบุไว้ตามข้อ 7 ของประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีหลากหลายระดับและสาขาให้เลือกสมัครตามคุณวุฒิคุณสมบัติผู้สมัครผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย และไม่เป็นผู้เสพสารเสพติด รวมถึงสามารถปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างเหมาะสม เฉพาะสายคณาจารย์ปริญญาตรี วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในรอบ 5 ปีปริญญาโท วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง โดยอย่างน้อย 1 เรื่องเป็นงานวิจัยปริญญาเอก ต้องมีผลงานวิจัยเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในรอบ 5 ปีเอกสารประกอบใบสมัคร1. สำเนาปริญญาบัตรและ Transcript2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน3. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว4. หนังสือรับรองผลภาษาอังกฤษ (MCU-GET, TOEFL, IELTS, TOEIC, TU-GET, CU-TEP)5. ใบรับรองแพทย์ออกภายใน 30 วัน6. ผลตรวจประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ7. หนังสือรับรองประสบการณ์ (ถ้ามี)8. แบบ บค 01 และ บค 02 ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์9. สลิปการโอนเงินค่าสมัครหมายเหตุ แนบไฟล์เฉพาะ .PDF หรือ .JPG ค่าธรรมเนียมการสมัครต่ำกว่าปริญญาตรี 100 บาทปริญญาตรี 200 บาทปริญญาโท 300 บาทปริญญาเอก 400 บาทโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาเสือป่า เลขที่บัญชี 046 2 73791 7รายละเอียดการสอบสอบข้อเขียนเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย 100 คะแนนสอบปฏิบัติด้านดิจิทัล (เฉพาะสายปฏิบัติการ) 100 คะแนนสอบข้อเขียนเฉพาะสาขาวิชา 100 คะแนนสอบสัมภาษณ์ ประเมินความเหมาะสม 200 คะแนนเกณฑ์การตัดสินต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การตัดสินของคณะกรรมการสอบคัดเลือกถือเป็นที่สิ้นสุดติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสมัครเข้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ https://www.mcu.ac.th/news/detail/59013
TNN ช่อง16 • 23 ก.ค. 68
ดู
พี่พาไป : พลอยเรียนจบแล้วทำไรต่อ? : ทรูปลูกปัญญา Station
ทรูปลูกปัญญา Station นำเสนอพี่พาไป พลอยเรียนจบแล้วทำไรต่อ? เป็นคำถามวัยรุ่นสุดฮิตว่าค้นหาตัวเองยังไง เรียนอะไรดี ชวนมาค้นหาตัวเองในแบบฉบับของ "พลอย เจ้าของเพจ พลอยเรียนจบแล้วทำไรต่อ?"
ทรูปลูกปัญญา • 29 ก.ค. 64
อ่าน
สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประกาศเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยสามารถสมัครสอบผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 22.00 น.รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2568 การรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้ประสงค์จะสมัครสอบแข่งขัน สามารถสมัครสอบผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เพียงทางเดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 9 -15 กรกฎาคม 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ยกเว้นวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ระบบจะปิดรับสมัคร เวลา 16.30 น. โดยสมัครสอบ ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.comเอกสารที่ใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568- สำเนาปริญญาบัตร หรือ สำเนาใบรับรองคุณวุฒิ- สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript)- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน- สำเนาทะเบียนบ้าน- รูปถ่ายหน้าตรง (ขนาดและจำนวนรอประกาศอย่างเป็นทางการ)- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือ หลักฐานจากคุรุสภา ที่อนุญาตให้ปฏิบัติการสอน- สำเนาหนังสือรับรองคุณวุฒิ (กรณีจบใหม่/รอรับปริญญา)- ใบรับรองแพทย์กรณีเป็นข้าราชการ/พนักงานท้องถิ่น- สำเนาบัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ- หนังสืออนุญาตให้สมัครสอบ- เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล- สำเนาประกาศนียบัตรบัณฑิตขั้นตอนการกรอกใบสมัครสอบครูผู้ช่วย 25681. อ่านประกาศรับสมัครสอบเข้าสู่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com คลิกเลือกเมนู สมัครสอบ อ่านขั้นตอนการสมัครและคลิกที่ปุ่ม [ดำเนินการต่อคลิกที่นี่] (อยู่ด้านล่าง) เพื่อสมัครสอบ2. กรอกข้อมูลใบสมัครกรอกข้อมูลลงใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" ให้ครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อกรอกครบถ้วนแล้วคลิกปุ่ม [ต่อไป] จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลที่ท่านได้กรอกไว้ใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" กรุณาตรวจทานข้อมูลของท่านว่าครบถ้วน และถูกต้อง3. ชำระเงินค่าสมัครสอบผ่าน QR Codeคลิกปุ่ม ตรวจสถานะการสมัครสอบ ระบบจะแสดงหน้าเว็บที่มีข้อมูลของท่านตามที่ท่านระบุ และแบบฟอร์มชำระเงิน- หากท่านต้องการ ตรวจสอบข้อมูล กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบตรวจสอบข้อมูล]- หากท่านไม่ต้องการดำเนินการใดๆ กรุณากดปุ่ม [กลับหน้าหลัก]4. พิมพ์ใบสมัครหากท่านต้องการพิมพ์เอกสาร ใบสมัครสอบ กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบสมัคร] ข้อควรระวัง การสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้สมัครสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียว และสมัครได้เพียงเขตการศึกษาเดียวเท่านั้นชื่อ และนามสกุล ที่ท่านกรอกลงใน "ใบสมัครออนไลน์" จะต้องเป็นชื่อและนามสกุลที่ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนกรุณาตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชนของท่านให้ถูกต้อง เนื่องจากเลขประจำตัวประชาชนของท่านจะใช้เป็นเลขที่อ้างอิงตลอดการสอบการกรอกข้อมูลในใบสมัคร จะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงทุกประการ ดังนั้นกรุณาตรวจทานข้อมูลให้ละเอียดก่อนคลิกปุ่ม[ส่ง ใบสมัคร] เพราะเมื่อท่านส่งใบสมัครไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้อีก และหากข้อมูลผิดพลาดอันเกิดจากการกรอกข้อมูลของท่านเองจะถือว่าใบสมัครนั้น เป็นโมฆะ และหากตรวจพบว่าท่านมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กรอกไว้ หรือขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามประกาศ จะถือว่าท่านขาดคุณสมบัติและท่านจะไม่สามารถเรียกร้องใด ๆ ได้ทั้งสิ้น
TNN ช่อง16 • 9 ก.ค. 68
อ่าน
อย่าลืม! กยศ. ชวนผู้กู้ยืมชำระเงินคืนกยศ. ภายใน 5 กรกฎาคมนี้
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันครบกำหนดชำระเงินคืน กยศ. สำหรับการผ่อนชำระรายปี ซึ่งในปีนี้มีผู้กู้ยืมที่จะต้องชำระเงินคืนประมาณ 3.5 ล้านบัญชี กยศ. จึงขอเชิญชวนให้ผู้กู้ยืมชำระเงินคืน กยศ. ภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ กยศ. จะมีการส่งหนังสือแจ้งภาระหนี้ รวมถึงมีข้อความแจ้งทาง SMS และ Notification ผ่านแอปพลิเคชัน กยศ. Connect ให้ผู้กู้ยืมทราบ โดยผู้กู้ยืมสามารถชำระเงินผ่านช่องทาง Mobile Banking ของทุกธนาคารด้วยการสแกน QR code ซึ่งจ่ายได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา และผู้กู้ยืมสามารถดูช่องทางการชำระอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th ปัจจุบันกองทุนมีนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาไปแล้วจำนวนกว่า 7.1 ล้านราย คิดเป็นเงินกู้ยืมกว่า 8 แสนล้านบาท กยศ. ขอขอบคุณผู้กู้ยืมรุ่นพี่ทุกท่านที่ชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนเพื่อมอบอนาคตทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษารุ่นน้องต่อไป
TNN ช่อง16 • 2 ก.ค. 68
อ่าน
ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
สำรวจตลาดแรงงาน ทำไมต้องจ้างเด็กจบใหม่ เมื่อพนักงาน Out Source ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่
สถานการณ์แรงงานไทย: ความเสี่ยงที่มากขึ้นสำหรับเด็กจบใหม่ในไตรมาส 1 ของปี 2568 ตลาดแรงงานไทยเผชิญความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะสำหรับแรงงานจบใหม่ ซึ่งมีความเสี่ยงในการตกงานสูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มแรงงานอื่น ๆข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า อัตราการว่างงานของผู้จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาอยู่ที่ 1.84% หรือประมาณ 131,600 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราว่างงานสูงที่สุด ข้อมูลจาก Hult International Business School ร่วมกับ Workplace Intelligence สะท้อนมุมมองของนายจ้างทั่วโลกที่มีต่อเด็กจบใหม่ โดยพบว่า:89% ของผู้บริหาร มีแนวโน้มจะเลี่ยงการจ้างเด็กจบใหม่60% เห็นว่าเด็กจบใหม่ ขาดประสบการณ์จริง55% ขาดทักษะการทำงานเป็นทีม51% ขาดทักษะเฉพาะทางที่เหมาะสม50% ขาดมารยาททางธุรกิจที่เหมาะสมผลการวิเคราะห์ของ TDRI จากประกาศรับสมัครงานออนไลน์ในไทย พบว่า มีเพียง 22.3% ของตำแหน่งงานเท่านั้นที่ไม่ระบุว่าต้องการประสบการณ์ แสดงให้เห็นว่านายจ้างไทยก็ให้ความสำคัญกับ "ความพร้อมในการทำงาน" เช่นเดียวกันเมื่อพนักงานประจำ ไม่ตอบโจทย์เทรนด์การจ้างงานยุคใหม่ไม่เพียงแค่สถิติที่ชี้ว่าเด็กจบใหม่กำลังมีความเสี่ยงต่อการตกงาน และ อาจไม่เป็นที่ต้องการของนายจ้าง และ ตลาดแรงงาน TNN สัมภาษณ์ ผู้จัดการฝ่าย HR ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งให้ข้อมูลว่าองค์กรเอกชนในปัจจุบัน มีเทรนด์การจ้างงานที่มุ่งไปที่ผลลัพธ์ประสิทธิภาพสูง โดยมีค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล และ มักจะหลีกเลี่ยงการจ้างพนักงานประจำที่มีค่าใช้จ่ายระยะยาวทั้งเรื่องสวัสดิการ โบนัส การปรับเงินเดือน ไปจนถึงค่าชดเชยจากการเลิกจ้างโดยเฉพาะองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) ที่พบว่ากำลังปรับแนวทางการจ้างงานอย่างเห็นได้ชัด โดยพบแนวโน้มการจ้างพนักงานสัญญาจ้างระยะสั้น เฉพาะโปรเจกต์ หรือซับคอนแทรกเตอร์เพิ่มขึ้นนอกจากนี้ยังรวมถึงการใช้บริษัทOut Sourceเพื่อเข้ามาสนับสนุนงานทั่วไป เช่น แอดมิน หรือIT Helpdeskที่ถูกมองว่าไม่จำเป็นต้องมีพนักงานประจำอีกต่อไป“งานธุรการ งานทั่วไป ที่เป็นงานความรับผิดชอบไม่สูง ซึ่งเป็นพื้นที่ของเด็กจบใหม่ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานในช่วงเริ่มต้น ไม่ค่อยจำเป็นในยุคปัจจุบัน เมื่อหลายองค์กรมองว่างานในส่วนนี้สามารถจ้างบริษัท Out Source เข้ามาสนับสนุนได้ หรือ บางงานทีต้องการใช้ทักษะเฉพาะ แต่เป็นโปรเจคต์ระยะสั้นก็ปรับมาใช้ Sub contract แทน ทำให้ในอนาคตคาดว่าพนักงานประจำจะเหลือเพียงในส่วนที่เป็นยุทธศาสตร์ของบริษัท หรือ งานที่มีทักษะวิชาชีพเฉพาะเท่านั้น” ผู้จัดการฝ่าย HR อธิบายถึงแนวโน้มการจ้างงานในปัจจุบัน ปรับกฎหมายแรงงาน ให้เท่าทันเทรนด์จ้างพนักงาน ผู้จัดการฝ่าย HR รายนี้มองว่าไม่เพียงความเสี่ยงของเด็กจบใหม่ที่มีความเสี่ยง เพราะเทรนด์การจ้างงานดังกล่าวยังส่งผลต่อพนักงานที่มีประสบการณ์ แต่อาจไม่ตอบโจทย์ขององค์กรด้วย ซึ่งในอนาคตประเทศไทยอาจต้องมีการปรับกฎหมายแรงงานให้สอดคล้องกับการจ้างงานที่หลากหลายรูปแบบมากขึ้น เพราะองค์กรมีแนวโน้มที่จะจ้างพนักงานประจำลดลง“เมื่อเทียบเคียงกับรูปแบบของบริษัทแม่ในเยอรมัน พบว่าที่นั่นมีการจ้างงานที่หลากหลาย รองรับการจ้างงานหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ หรือ Sub contract ก็มีสวัสดิการรองรับตามกฎหมายทั้งประกันสังคม หรือ ประกันสุขภาพ ขณะที่ไทยเองในบางองค์กรมีความพยายามในการลดค่าใช้จ่ายเป็นการจ้างงานแฝง เป็นลักษณะการจ้างแบบผิดกฎหมาย โดยทำเป็นสัญญาจ้างทำของแทน” ผู้จัดการฝ่าย HR ระบุนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สะท้อนผลการสำรวจผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล ในสหรัฐอเมริกา ของ Hult International Business School ร่วมกับ Workplace Intelligence พบว่า ผู้บริหาร กว่า 89% มีแนวโน้มที่จะเลี่ยงการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่ นั่นหมายความว่าเด็กจบใหม่อาจเสี่ยงต่อการตกงานสูงดังนั้น แรงงานจบใหม่ควรเตรียมความพร้อมตนเองให้เหมาะสม ทั้งในด้านทักษะที่จำเป็นต่อสายงานและทัศนคติต่อโลกการทำงาน ขณะที่ภาคการศึกษาต้องเร่งปรับการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด รวมถึงส่งเสริมการฝึกงาน เพื่อสร้างประสบการณ์ทำงานจริงให้แก่นักศึกษาจะเห็นได้ว่าการเข้าสู่ตลาดแรงงานของเด็กจบใหม่ในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องของวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต แต่เป็นเรื่องของ การปรับตัว ทักษะ และทัศนคติ การเข้าใจความคาดหวังของนายจ้างจะช่วยให้สามารถสร้างโอกาสของตนเองได้ดีกว่าส่วนภาคการศึกษาต้องเป็นสะพาน ไม่ใช่แค่ผู้สอน ส่วนภาคธุรกิจอาจต้องเปิดใจมากขึ้นในการร่วมสร้าง "คนทำงานจริง" ไม่ใช่แค่คัดเลือกจากประสบการณ์เท่านั้น
TNN ช่อง16 • 11 มิ.ย. 68
อ่าน
รัฐบาลทรัมป์เผยแผนถอนวีซ่านักเรียนจีนในสหรัฐฯ อย่างเข้มงวด
เมื่อวานนี้ (28 พฤษภาคม) ตามเวลาสหรัฐฯ รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนการ “เพิกถอน” วีซ่านักเรียนและนักศึกษาชาวจีนในสหรัฐฯ “อย่างเข้มงวด” โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือกำลังศึกษาในสาขาที่สหรัฐฯ มองว่าเป็น "สาขาวิชาสำคัญ" ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า จะมีการปรับเกณฑ์การขอวีซ่าใหม่ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้สมัครขอวีซ่าจากจีนและเขตบริหารพิเศษฮ่องกงในอนาคตยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับความสัมพันธ์ของจีนและสหรัฐฯ ที่ร้อนระอุมากอยู่แล้วจากการขึ้นภาษีของทรัมป์ ให้ตึงเครียดมากขึ้นไปอีกรูบิโอกล่าวในแถลงการณ์ว่า ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะร่วมมือกับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิในการเพิกถอนวีซ่านักเรียนจีนอย่างเข้มงวดมากกว่าเดิม ซึ่งจากข้อมูลระบุว่า ในปีที่ผ่านมา มีนักเรียนจีนประมาณ 280,000 คนที่กำลังศึกษาในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามรูบิโอเพิ่งสั่งการให้สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกหยุดการนัดหมายสำหรับการขอวีซ่านักเรียน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเตรียมขยายการตรวจสอบโซเชียลมีเดียของผู้สมัครเหล่านี้ รัฐบาลทรัมป์ยังได้ดำเนินการเนรเทศนักเรียนต่างชาติหลายคน และเพิกถอนวีซ่าหลายพันฉบับแม้ว่าหลายกรณีถูกศาลสั่งระงับ นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังสั่งระงับเงินทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์สำหรับมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ อาทิ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ทรัมป์มองว่าพวกเขามีแนวคิดเชิงเสรีมากเกินไป และล้มเหลวในการต่อสู้กับกลุ่มต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัย จากเหตุนี้ทำให้นักเรียนต่างชาติหลายคนรู้สึกผิดหวังกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายวีซ่า โดยบางคนระบุว่าพวกเขาเสียใจที่เลือกมาศึกษาในสหรัฐฯ
TNN ช่อง16 • 29 พ.ค. 68
อ่าน
โค้งสุดท้าย! ชำระหนี้ ปิดบัญชีกยศ. รับส่วนลดเงินต้น ลงทะเบียนรับสิทธิภายใน 31 พ.ค. นี้
ชำระหนี้รับส่วนลดเงินต้น 5% หรือปิดบัญชีรับส่วนลดเงินต้นสูงสุด 10%กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เชิญชวนผู้กู้ยืมใช้สิทธิมาตรการลดหย่อนหนี้ ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างระยะเวลาปลอดหนี้และอยู่ระหว่างการชำระหนี้ ที่ กยศ. ยังไม่ฟ้องคดี โดยจะได้รับส่วนลดเงินต้น 5 – 10% และส่วนลดเบี้ยปรับ 100% เมื่อชำระหนี้ปิดบัญชีในคราวเดียว ผู้กู้ยืมสามารถตรวจรายละเอียดและลงทะเบียนขอรับสิทธิได้ที่ www.studentloan.or.th ผู้กู้ยืมใช้สิทธิตามมาตรการนี้ได้ถึง 31 พฤษภาคม 2568 เท่านั้น มาตรการลดหย่อนหนี้เพื่อจูงใจให้ผู้กู้ยืมชำระเงินคืนกยศ. ประชาสัมพันธ์ว่า กยศ. ได้ออกมาตรการลดหย่อนหนี้เพื่อจูงใจให้ผู้กู้ยืมชำระเงินคืน กยศ. ซึ่งเป็นมาตรการที่ให้สิทธิประโยชน์ทั้งผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างระยะเวลาปลอดหนี้และอยู่ระหว่างการชำระหนี้ที่ กยศ. ยังไม่ฟ้องคดี โดยผู้กู้ยืมสามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2568 โดยมีรายละเอียด ดังนี้1. ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างระยะเวลาปลอดหนี้ (ภายในระยะเวลา 2 ปี นับแต่สำเร็จการศึกษา) - ลดเงินต้น 10% ของเงินต้นคงเหลือ สำหรับผู้กู้ยืมที่ชำระหนี้ปิดบัญชีในคราวเดียว นอกจากนี้ กยศ. ยังให้ส่วนลด 5% ของเงินชำระหนี้ สำหรับผู้กู้ยืมที่ชำระหนี้บางส่วนระหว่างระยะเวลาปลอดหนี้ ซึ่งได้ชำระหนี้ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2568 โดยไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิและเมื่อหมดระยะเวลามาตรการแล้ว กยศ. จะนำส่วนลดที่ได้ทั้งหมดไปลดหนี้ให้กับผู้กู้ยืม2. ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ ที่ กยศ. ยังไม่ฟ้องคดี- ลดเงินต้น 10% ของเงินต้นคงเหลือ สำหรับผู้กู้ยืมที่ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้และชำระหนี้ปิดบัญชีในคราวเดียว- ลดเงินต้น 7% ของเงินต้นคงเหลือ สำหรับผู้กู้ยืมที่เคยผิดนัดชำระหนี้ แต่ได้ชำระหนี้จนปัจจุบันอยู่ในสถานะไม่ผิดนัดชำระหนี้ และชำระหนี้ปิดบัญชีในคราวเดียว- ลดเงินต้น 5% ของเงินต้นคงเหลือ และลดเบี้ยปรับ 100% สำหรับผู้กู้ยืมที่มีสถานะผิดนัดชำระหนี้และชำระหนี้ปิดบัญชีในคราวเดียว ลงทะเบียนรับสิทธิได้ที่ www.studentloan.or.thดังนั้น กยศ. จึงขอเชิญชวนผู้กู้ยืมใช้สิทธิตามมาตรการลดหย่อนหนี้ โดยสามารถลงทะเบียนรับสิทธิได้ที่ www.studentloan.or.th และจะหมดเขตในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 นี้เท่านั้น ซึ่งมาตรการลดหย่อนหนี้ไม่รวมผู้กู้ยืมโครงการ Human Capital และไม่รวมกลุ่มผู้กู้ยืมที่ปรับโครงสร้างหนี้แล้วอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกยศ. หักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท เช็กเลยใครโดนหักบ้าง-พร้อมแนะวิธีแก้ให้ผู้กู้ยืมลูกหนี้ กยศ. มีสิทธิได้เงินชำระเกินคืน เช็กขั้นตอน - วิธีการตรวจสอบที่นี่
TNN ช่อง16 • 26 พ.ค. 68
อ่าน
ลูกหนี้ กยศ. มีสิทธิได้เงินชำระเกินคืน เช็กขั้นตอน - วิธีการตรวจสอบที่นี่
มาตรการช่วยลูกหนี้กยศ. : ลดภาระหนี้ ปรับโครงสร้างใหม่ คืนเงินชำระหนี้ส่วนเกิน เช็กขั้นตอนที่นี่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)เผยความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติฉบับใหม่พ.ศ. 2566ซึ่งมีเป้าหมายหลักเพื่อลดภาระหนี้ของผู้กู้เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและคืนเงินส่วนเกินให้แก่ผู้กู้ยืมพร้อมทั้งออกมาตรการต่างๆเพื่อสนับสนุนให้ผู้กู้สามารถชำระหนี้ได้อย่างเหมาะสมตามกำลังกยศ. ได้ปรับเปลี่ยนลำดับการชำระหนี้ใหม่จากเดิมเป็น "เงินต้น – ดอกเบี้ย – เบี้ยปรับ" ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยสะสมให้กับผู้กู้ยืม พร้อมกับลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือเพียง 1% ต่อปี และลดเบี้ยปรับจากสูงสุด 18% เหลือเพียง 0.5% ต่อปีเท่านั้น ลดดอกเบี้ย-เบี้ยปรับ เพิ่มโอกาสผ่อนชำระมาตรการใหม่เปิดโอกาสให้ผู้กู้สามารถผ่อนชำระได้นานถึง15ปีโดยผู้กู้สามารถปลดภาระผู้ค้ำประกันได้ทันทีเมื่อทำสัญญาใหม่หากผู้กู้สามารถผ่อนชำระได้ครบตามกำหนดจะได้รับการยกเว้นเบี้ยปรับที่ตั้งพักไว้100%แต่หากผิดนัดชำระสะสมเกิน6งวดจะถือว่าสัญญาสิ้นสุดลงทันทีข้อมูลณวันที่12พฤษภาคม2568มีผู้กู้ยืมที่ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้วรวม598,334รายแบ่งเป็นสัญญาแบบกระดาษ261,110รายและสัญญาออนไลน์337,224รายโดยสามารถทำสัญญาออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์www.studentloan.or.th และยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันThaiDลูกหนี้กยศ. มีสิทธิได้รับเงินคืนจากการชำระเกินกว่า 2.8 แสนราย เช็กวิธีที่นี่ จากการคำนวณยอดหนี้ใหม่ (Recalculation) กยศ. พบว่ามีผู้กู้ 286,362 รายที่มีสิทธิ์ได้รับเงินคืน ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้ว 26,463 ราย และได้รับเงินคืนแล้ว 2,602 ราย คิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 73.70 ล้านบาท การคืนเงินดำเนินการผ่านระบบพร้อมเพย์ โดยคืนเป็น 2 งวด ได้แก่ งวดแรก 70% ของยอด และงวดที่สองจะคืนหลังระบบคำนวณแล้วเสร็จ วิธีขอรับเงินชำระเกินจาก กยศ. (กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา)หากคุณเป็นผู้กู้ยืมที่มีสิทธิขอรับเงินคืนจากการชำระหนี้เกินตามพ.ร.บ.กยศ.ฉบับใหม่พ.ศ. 2566สามารถดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้:1. ตรวจสอบสิทธิเข้าเว็บไซต์www.studentloan.or.thเข้าสู่ระบบบัญชีผู้กู้ยืมเงิน(SLF)เลือกเมนู"ตรวจสอบสิทธิขอรับเงินคืน"ระบบจะแสดงสถานะบัญชีและแจ้งหากคุณมีสิทธิได้รับเงินคืน2. ลงทะเบียนขอรับเงินคืนหากมีสิทธิให้กด“ยืนยันการขอรับเงินคืน”กรอกข้อมูลบัญชีพร้อมเพย์ ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน13หลักตรวจสอบความถูกต้องและกดยืนยันอีกครั้ง3. รอรับเงินคืนกยศ.จะแบ่งคืนเงินเป็น2งวด: -งวดที่1: 70%ของยอดเงินที่ชำระเกิน -งวดที่2:ส่วนที่เหลือหลังจากระบบDSLคำนวณเสร็จสมบูรณ์การโอนเงินจะดำเนินการภายในเดือนพฤษภาคม2568หมายเหตุหากได้รับเงินคืนเกินสิทธิกยศ.มีสิทธิเรียกคืนเงินส่วนนั้นการคืนเงินดำเนินผ่านบัญชีพร้อมเพย์เท่านั้น หากยังไม่ผูกบัญชีให้ดำเนินการโดยเร็วการหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท และ แนวทางช่วยเหลือสำหรับกรณีการหักเงินเดือนเพิ่ม3,000บาทกยศ.ได้แบ่งแนวทางดูแลผู้กู้เป็น2กลุ่ม:กลุ่มที่ทำสัญญาใหม่แล้ว:ต้องชำระงวดแรกด้วยตนเองและแจ้งนายจ้างไม่ให้หักเงินเพิ่มเริ่มหักจากงวดที่สองตามสัญญาใหม่กลุ่มที่ยังไม่ได้ทำสัญญาใหม่:สามารถยื่นขอปรับลดการหักเงินเดือนทางเว็บไซต์กยศ.ได้ภายในวันที่24พฤษภาคม2568สำหรับงวดพฤษภาคมและภายใน14มิถุนายน2568สำหรับงวดมิถุนายนมาตรการลดหย่อนหนี้ ช่วยปิดบัญชีเร็ว พร้อมส่วนลดผู้กู้ที่ประสงค์จะปิดบัญชีหนี้สามารถรับส่วนลดพิเศษได้หากดำเนินการภายในช่วง1มีนาคม– 31พฤษภาคม2568โดยกยศ.มอบส่วนลดเงินต้น5–10%และยกเว้นเบี้ยปรับ100%ให้แก่ผู้กู้ที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีความช่องทางดำเนินการและตรวจสอบสิทธิ์ผู้กู้สามารถทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ตรวจสอบสิทธิ์คืนเงิน และดำเนินการอื่น ๆ ได้ทางเว็บไซต์ www.studentloan.or.th โดยยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaiD สำหรับแอปพลิเคชัน กยศ. Connect ยังไม่สามารถรองรับระบบใหม่ได้เต็มที่ อยู่ระหว่างการพัฒนาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเว็บไซต์: www.studentloan.or.thCall Center: 02-016-4888
TNN ช่อง16 • 22 พ.ค. 68
อ่าน
สอบ TCAS68 ประกาศผลแล้ว เปิด 15 หลักสูตร มีผู้สมัครมากที่สุด รอบ 3 Admission
การสอบ TCAS (Thai University Cantral Admission) คือ การสอบเพื่อการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา หรือเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีประกาศผลครั้งที่ 1 สมัครแอดมิชชั่น (Admission) ทั้งนี้ วันนี้ 20 พฤษภาคม 2568 เป็นการประกาศผลครั้งที่ 1 ทุกคนที่สมัครแอดมิชชั่น (Admission) โดยยืนยันสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2568จากนั้นระบบจะมีการประกาศผลอีกครั้งวันที่ 25 พฤษภาคมและสามารถสละสิทธิ์ได้ถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2568ผู้สมัครแต่ละคนสามารถ สละสิทธิ์ได้สูงสุดเพียง 1 ครั้ง และต้องดำเนินการในช่วงเวลาที่เปิดให้เท่านั้น เพื่อจะสมัครรอบถัดไปได้26 พฤษภาคม 2568 เฉพาะผู้ที่ยืนยันสิทธิ์รอบ 3 Admission และไม่เคยสละสิทธิ์มาก่อนเท่านั้นประกาศจำนวนที่นั่งรอบ 4 Direct Admission ที่ mytcas.com วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 15 หลักสูตร สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admissionทั้งนี้ 15 หลักสูตร ที่มีจำนวนผู้สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้ สถิติการรับสมัครรอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิทินสอบ TCAS68 เตรียมความพร้อมเพื่อศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา
TNN ช่อง16 • 20 พ.ค. 68
อ่าน
Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================
ทราเวล ทิปส์ • 13 พ.ค. 68
อ่าน
เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ
TNN ช่อง16 • 24 เม.ย. 68
อ่าน
ยกเว้นเครื่องแบบลูกเสือ ลดภาระผู้ปกครอง ประกาศใช้เมษายนนี้
ศธ. เตรียมประกาศยกเว้น "เครื่องแบบลูกเสือ" ลดภาระผู้ปกครอง ชี้แต่งชุดนักเรียน - ชุดพละได้นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) เตรียมออกประกาศยกเว้นการแต่งเครื่องแบบลูกเสือแบบเต็มรูปแบบในสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยคาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการภายในเดือนเมษายน 2 นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงที่ค่าครองชีพยังสูง และเพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ทั้งด้านเศรษฐกิจและภูมิอากาศ โดยสถานศึกษาสามารถกำหนดแนวทางการแต่งกายของนักเรียนให้สอดคล้องกับกิจกรรมได้ เช่น ในชั้นเรียนวิชาลูกเสือ อาจให้แต่งชุดพละหรือชุดนักเรียนปกติ พร้อมสวมผ้าพันคอลูกเสือเป็นสัญลักษณ์แทนการสวมเครื่องแบบเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ รูปแบบเครื่องแบบลูกเสือที่อยู่ในประกาศแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่1.เครื่องแบบลูกเสือปกติ2.ชุดลูกเสือปฏิบัติการณ์ – เน้นความคล่องตัว คล้ายชุดปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ3.ชุดลำลอง – สามารถใช้ชุดนักเรียนหรือชุดทั่วไป โดยเพิ่มเครื่องหมายแสดงสัญลักษณ์ลูกเสือ เช่น หมวกหรือผ้าพันคออย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีการจัดกิจกรรมทางการ อาทิ "วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ" นักเรียนยังคงต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบลูกเสือปกติตามระเบียบการผ่อนปรนครั้งนี้คาดว่าจะช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักเรียนในกิจกรรมลูกเสือได้มากขึ้น โดยไม่สร้างภาระเพิ่มให้กับครอบครัวในช่วงเศรษฐกิจที่เปราะบาง
TNN ช่อง16 • 23 เม.ย. 68
อ่าน
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบผลได้ผ่านเว็บ www.mytcas.comสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศผลสอบ A-Level ประจำปี 2568 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศสามารถเข้าตรวจสอบผลสอบผ่านระบบ MyTCAS ได้ทันที วิธีตรวจสอบผลสอบ A-Level 68ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบผ่านเว็บไซต์ของ ทปอ. ได้ที่ https://www.mytcas.com โดยมีขั้นตอนดังนี้:1.เข้าสู่ระบบที่ https://student.mytcas.com ด้วยบัญชีผู้สมัคร2.เลือกเมนู “ประกาศผลสอบ A-Level” เพื่อดูผลสอบรายวิชา3.หากต้องการดาวน์โหลดเอกสาร สามารถเลือก “หนังสือรับรองผลการสอบแยกรายวิชา” ได้ทันที4.หากต้องการยื่นขอทบทวนผลคะแนน ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วกด “ขอทบทวนผลคะแนนสอบ” ยื่นขอทบทวนผลคะแนนสอบได้ถึง 25 เม.ย. 68สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนสอบ หรือเชื่อว่าคะแนนอาจมีความคลาดเคลื่อน สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนผลคะแนนได้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 25 เมษายน 2568 ผ่านระบบ MyTCASค่าธรรมเนียมในการทบทวนคะแนนสอบ• ค่าธรรมเนียมรายวิชา: 100 บาท/วิชา• เหมาจ่ายทุกวิชา: 300 บาทโดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องเลือกวิชาที่ต้องการทบทวน อ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน และทำการชำระเงินผ่านระบบตามขั้นตอนที่กำหนดสรุป• ประกาศผลสอบ A-Level 68 แล้วตั้งแต่ 17 เม.ย. 68• ตรวจสอบผลได้ที่ student.mytcas.com• ขอทบทวนผลสอบได้ระหว่าง 18–25 เม.ย. 68• ค่าธรรมเนียม: รายวิชา 100 บาท, เหมาจ่าย 300 บาท
TNN ช่อง16 • 18 เม.ย. 68
อ่าน
เทคนิครับมือ เมื่อไปพบญาติช่วงสงกรานต์ และการตอบคำถามป้าข้างบ้าน
กลับบ้านช่วงสงกรานต์ทั้งที รู้สึกว่ามีแต่คนรัก... เอ๊ะ! ที่ญาติ ๆ ชอบทักเพราะเป็นห่วงเราจริงเหรอ?เรียนจบยัง ทำงานไหน เงินเดือนเท่าไหร่ แต่งงานกับใครหรือยัง? คำถามฮิตติดปาก จากญาติ ๆ ที่คอยห่วงใย ถ้าเรารู้สึกไม่สบายใจ จะรับมืออย่างไรดี? วันนี้ ‘ฟิวส์ ธีรวรรณ ดีบ้านคลอง’ นักจิตวิทยาคลินิก Me Center มีคำแนะนำมาฝาก1.สร้างขอบเขตของเราให้ชัดโดยให้ดูว่าเราโอเคกับอะไร ไม่โอเคกับอะไร หากมีคนถามในสิ่งที่เราสะดวกใจตอบ เราสามารถตอบออกไปได้ แต่หากถูกถามในเรื่องที่ไม่สะดวกใจที่จะตอบ อาจตอบไปว่า “ขอโทษด้วยนะคะ/ครับ ยังไม่พร้อมจะตอบเรื่องนี้/ยังไม่พร้อมจะเล่า ขอบคุณมากนะคะ/ครับ ที่เป็นห่วงหรือถามเรื่องนี้ ไว้พร้อมเมื่อไรจะตอบหรือจะเป็นคนแจ้งเรื่องนี้ให้ทราบเอง2.ขอความช่วยเหลือจากบุคคลที่สนิทใจในครอบครัวเช่น ขอความช่วยเหลือจากพี่ น้อง พ่อ แม่ ว่าเราคาดการณ์มาว่าจะต้องถูกญาติถามเรื่องที่เราไม่สะดวกใจที่จะตอบตอนนี้ เวลาที่ญาติจะถาม ช่วยอยู่ใกล้ ๆ เรา แล้วช่วยเราแก้สถานการณ์ ช่วยเราตอบคำถาม หรือพาเราหลีกเลี่ยงไม่อยู่กับญาติคนนี้ เพื่อไม่ให้มีโอกาสได้ถามในวงสนทนา3.เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาโดยให้สอบถามเรื่องอื่น เช่น อากาศวันนี้แจ่มใสดี มี pm2.5 หรือเปล่า วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ/ครับ? คุณ…ได้ทานอะไรหรือยังคะ/ครับ? 4.สอบถามเรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับคนในครอบครัวหรือสอบถามผู้ถามกลับ เมื่อถูกถามแล้วเราไม่แน่ใจว่าจะตอบว่าอย่างไร สามารถถามกลับผู้ที่ถามเรามาได้ว่าเรื่องนี้คิดเห็นอย่างไร หรือเปลี่ยนโดยการถามเรื่องเกี่ยวกับคนในครอบครัวคนอื่น เช่น คุณอาว่าคุณปู่เป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้?5.ตอบคำถามสั้น ๆ โดยหลีกเลี่ยงการให้รายละเอียดเช่น ไม่ใช่ค่ะ/ครับ ไม่แน่ใจ ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย ยังไม่มีอะไรใหม่6.ใช้อารมณ์ขันเข้ามาช่วยด้วยการเล่นมุกตลก หรือตอบแบบตลก ๆ การใช้อารมณ์ขันจะช่วยให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดเบาบางลงไปได้ และอาจจะทำให้ผู้ถามไม่ได้ให้ความสนใจอยู่เฉพาะการรอคำตอบของเราเท่านั้น วิธีดังกล่าวเป็นวิธีการเบื้องต้นในการรับมือกับญาติที่ชอบมาทักเราให้รู้สึกเสียความมั่นใจ หรือกระตุ้นให้เรามีอารมณ์และความรู้สึกติดลบ แต่ทั้งนี้อาจต้องดูบริบท รวมถึงนิสัยของคู่สนทนาของเรา เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการรับมือแต่หากพบว่าเรื่องนี้กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ทำให้รู้สึกแย่ ท้อแท้ มีพฤติกรรมแยกตัวออกจากสังคม และกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน การขอคำปรึกษาโดยการเข้าพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิก ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้หากสนใจปรึกษาจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาคลินิก ติดต่อได้ที่Me Center คริสตัล ดีไซน์ เซนเตอร์ (CDC) ชั้น 2โทร 085-355-2255Me Center ศูนย์สมองและสุขภาพจิต ชั้น 8 โรงพยาบาลอินทรารัตน์โทร 02-481-5555 ต่อ 8300Line Official: @mecenter (https://lin.ee/mCheDsu)
TNN ช่อง16 • 3 เม.ย. 68
อ่าน
กสศ. ปั้นแรงงานทักษะสูง! นศ.ทุน 2,603 คน จบพร้อมลุย ชี้การศึกษาคุ้มค่าเทียบหุ้น Super Stock
วันที่ 16 มีนาคม 2568 อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ห้องแซฟไฟร์ 204-205 เมืองทองธานี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศให้กับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงที่สำเร็จการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 2,603 คน จากสถานศึกษาสายอาชีพในโครงการฯ จำนวน 78 แห่ง ครอบคลุม 39 จังหวัด โดยจัดพร้อมกัน 10 จังหวัด สำหรับสาขาที่จบเป็นสาขาเป้าหมายหลักในการพัฒนาประเทศ สาขาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและเทคโนโลยีดิจิทัล (STEM) เช่น ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ เทคโนโลยีเกษตรนวัต เมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ ช่างอากาศยาน เทคนิคระบบขนส่งทางราง เทคนิคยานยนต์ไฟฟ้า การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ช่างไฟฟ้ากำลัง ช่างผลิตเครื่องมือและแม่พิมพ์ อาหารและโภชนาการ การจัดประชุมและนิทรรศการดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า การดำเนินงานของกสศ. มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดหลักประกันการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้เต็มตามศักยภาพ สำหรับเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส ให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อระดับที่สูงกว่าการศึกษาภาคบังคับ(ม.3) เพิ่มขึ้น เพื่อโอกาสในการก้าวออกจากกับดักความยากจนข้ามรุ่น โครงการนี้ทดลองดำเนินงานมาแล้ว 6 รุ่น พบว่า การสนับสนุนทุนการศึกษาระยะสั้น เช่น หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ และสาขาเป้าหมายหลักในการพัฒนาประเทศ คือรูปแบบการเรียนรู้ที่แก้ปัญหาความยากจนให้แก่เยาวชนกลุ่มนี้ได้ผลมากที่สุด เปลี่ยนชีวิต มีอาชีพ สร้างรายได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ช่วยยกระดับทางสังคม (Social Mobility) และขจัดความยากจนข้ามชั่วคนได้ในรุ่นของตนเอง“กสศ. ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังได้ประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม จากการลงทุน (Social Return on Investment : SROI) ในโครงการนี้ โดยประเมินรายได้ตลอดช่วงชีวิต พบว่า ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง โดยเฉลี่ย SROI ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 2- 4 เท่า ถือว่าเป็นการลงทุนที่มีผลตอบแทนทางสังคมที่สูงมาก แต่ความคุ้มค่าที่สุดของการลงทุนไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่เป็นความคุ้มค่าที่เราสร้างคนที่มีทักษะชีวิต มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคม มากกว่าเศรษฐกิจของตนเองและครอบครัวเพียงอย่างเดียว แต่อยากทำเพื่อผู้อื่น สัญญาทุนเราอาจจบในวันนี้ แต่สัญญาใจที่จะร่วมกันพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและประเทศไทยจะไม่มีวันสิ้นสุดตลอดไป”ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ที่จบการศึกษารุ่นนี้ มีภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมสนับสนุนงบประมาณลงทุนร่วมกับ กสศ. ในลักษณะทุนการศึกษา เช่น สลากการกุศลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2567 ที่รัฐบาลสนับสนุนให้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สนับสนุนเยาวชนอีกจำนวน 456 คน ได้ทุนเรียนต่อหลักสูตรระยะสั้น 1 ปี ในสาขาผู้ช่วยพยาบาล และผู้ช่วยทันตแพทย์ใน 15 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ “ตามนิยามของ ดร.นิเวศน์ กูรูการลงทุนหุ้นสายคุณค่า (VI ) หุ้น Super Stock คือหุ้นที่มีการเติบโตอย่างน้อย 10 เท่า ภายในระยะเวลา 10 ปี การลงทุนในนักเรียนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงเหมือนการลงทุนในหุ้น Super Stock ของคนไทยทุกคนที่มีส่วนได้สนับสนุนการพัฒนาน้องๆ จากเด็กในครัวเรือนยากจน สู่การเป็นผู้ประกอบอาชีพผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ ช่างไฟฟ้า ช่างเทคนิคระบบราง ช่างแมคคาทรอนิสค์และหุ่นยนต์ ที่มีการเติบโตทั้งความรู้ความสามารถ และชีวิตที่มุ่งช่วยเหลือผู้อื่นและประเทศชาติ เป็นการเติบโตรอบด้านมากกว่า 10 เท่า ปัจจุบันมีหน่วยงานมาร่วมลงทุนในเด็ก Super Stock เหล่านี้กับ กสศ. จำนวนมาก นอกจากสลากการกุศล ยังมี มูลนิธิ 50 ปีธนาคารแห่งประเทศ มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย”ดร.ไกรยส ระบุว่า จากข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนปีที่เข้ารับการศึกษาโดยเฉลี่ย (Average years of schooling) และรายได้ต่อหัวประชากร (GDP per capita) พบว่าประเทศที่มีประชากรที่ได้รับการศึกษาได้ในระดับที่สูง จะมีแนวโน้มมีรายได้ต่อหัวประชากรที่สูงด้วยเช่นกัน โดยหากเปรียบเทียบในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะพบว่าประชากรในประเทศไทยได้รับการศึกษาโดยเฉลี่ย 9.32 ปี หรือราวระดับการศึกษาบังคับ(ม.3) ซึ่งสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่มีระดับรายได้ต่อหัวประชากรต่ำกว่าอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย ขณะที่่ประเทศที่มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าไทย เช่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ หรือในประเทศเสือเศรษฐกิจในเอเชียอื่น ๆ เช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน ต่างมีประชากรที่มีระดับการศึกษาสูงกว่าการศึกษาภาคบังคับ อยู่ที่ 11 - 13 ปีทั้งสิ้น สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของทุนมนุษย์ในการยกระดับรายได้และเศรษฐกิจของประเทศ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การต่อสู้ และการใช้ชีวิต ให้แก่นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง กล่าวว่า การลงทุนกับการเรียนการศึกษาเป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผลตอบแทนดี คุ้มค่า ความมั่งคั่งของความรู้ ในที่สุดแปลงเป็นเงินได้ทั้งหมด นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ซึ่งแต่ละคนมีฐานะทางบ้านยากจนแต่กลับอยากเรียนหนังสือ อยากเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น ถือว่าทุกคนเป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะความคิดสร้างสรรค์ คือการไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมจำนนต่อชะตากรรม และพยายามคิดมุมใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง พาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ทำให้มีเครื่องมือ ซึ่งหมายถึงการศึกษามาช่วยเปลี่ยนแนวทางในการดำรงชีวิต หาทางทำให้ชีวิตดีขึ้น การตัดสินใจเรียนต่อแม้จะมีฐานะยากจน คือความคิดสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่มากนางสาวบุหงา หาญณรงค์ นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง กสศ. โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ได้ทำงานที่โรงแรม แมนดาริน กรุงเทพฯ ห้องอาหารเดอะ เวอรันดา กล่าวว่า ในช่วงที่เรียน ได้ฝึกงานถึง 1 ปี ทำให้เราสามารถโชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่ ทุ่มเททำงานทุกอย่างที่ได้รับคำสั่ง ทุ่มเททำงานมากกว่าที่สั่ง เพราะคิดว่าคือการเรียนรู้ เราพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา “โอกาสการศึกษาจาก กสศ. ไม่ได้เปลี่ยนแค่ตัวหนู แต่เปลี่ยนครอบครัวหนูด้วย ทำให้ครอบครัวมีความคล่องในสภาพการเงิน หนูสามารถเรียนจบโดยไม่ต้องใช้เงินจากที่บ้าน เข้าถึงการศึกษาที่ดี มีคุณภาพ หนูมีเงินเก็บ ครอบครัวไม่ได้ลำบาก และยังสามารถสนับสนุนที่บ้านได้ด้วย ทุกการสนับสนุนของ กสศ. และครู ไม่ใช่แค่ให้เราเรียนจบ แต่ทำให้เรามีอนาคตที่ดี เป็นความหวัง เป็นที่พึ่งพา ในวันที่หนูไม่มีใคร ”นอกจากนี้ตลอดระยะเวลาสองปี ได้รับการแนะแนวการใช้เงินอย่างถูกวิธี ได้นำเงินจากทุน กสศ.ส่วนหนึ่ง เก็บเป็นเงินออม เรียนจบจึงมีเงินก้อน มาใช้ชีวิตในช่วงหางาน ปัจจุบันยังเก็บเงินออมทุกเดือน เพราะเราเห็นคุณค่า ว่าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้จริง ความฝันสูงสุดคืออยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง และอยากจะตอบแทนสู่สังคม ช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ด้วย เมื่อเรามีโอกาส ได้รับ วันหนึ่งที่มีกำลังพอ การตอบแทนคือสิ่งที่ดีที่สุดนายวรรธนะ แดงมงคล นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง วิชาแมคคาทรอนิคและหุ่นยนต์ สาขางานแมคคาทรอนิคและระบบอัตโนมัติ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ กล่าวว่า ตนเติบโตมาในครอบครัวที่อุปการะ และวันหนึ่งพ่อบุญธรรม ถูกออกจากงาน ไม่สามารถส่งให้เรียนต่อ จึงต้องเสียสละให้พี่ชายเรียนจบปริญญาตรี แต่อาจารย์แนะนำว่ามีทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง วินาทีที่ได้รู้ว่าได้รับทุนจาก กสศ. รู้สึกดีใจมากที่ได้รับโอกาส ได้เป็นส่วนหนึ่งของเพชรที่รอการเจิดจรัสในอนาคต ตั้งเป้าหมายว่าเมื่อได้รับทุน จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น สมกับโอกาสที่ได้รับ “ในวันนี้หลังเรียนจบปวส. ผมได้ทำงานกับบริษัท AIC ที่ได้มี MOU กับบริษัทมิชลินประเทศไทย และหลังจากทำงานปีหนึ่ง ตั้งเป้าไว้ว่า จะเรียนต่อคณะครุศาสตร์เพราะอยากเป็นครู เพราะอาจารย์ที่คอยดูแล ให้โอกาสผมมากๆ ผมจึงอยากเป็นครูคนหนึ่งที่ให้โอกาสคนอื่นด้วยแหมือนกัน”
TNN ช่อง16 • 16 มี.ค. 68
อ่าน
คนเก่งจบแล้ว! “เซียงเซียง” สุดภูมิใจ เรียนจบเตรียมรับปริญญาตรี
คนเก่งจบแล้ว! เซียงเซียง สุดภูมิใจ เรียนจบเตรียมรับปริญญาตรี ขอแสดงความยินดีกับนางเอกสาวคนเก่ง เซียงเซียง พรสรวง รวยรื่น นางเอกสาวของช่องวัน 31 ที่เรียนจบแล้ว โดยเจ้าตัวนั้นทั้งเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยจนประสบความสำเร็จเป็นว่าที่บัณฑิตแล้ว โดยสาว เซียงเซียง ได้โพสต์ภาพใส่ชุดครุยพร้อมกับระบุข้อ ความว่า... Officially Graduated from Faculty of Fine and Applied Arts, Thammasat University You're all invited to my graduation ceremony Sun 26th January 14:00 - 18:00 At Thammasat University Theatre (Rangsit) Hope to see you all (สำเร็จการศึกษาอย่างเป็นทางการจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมพิธีรับปริญญาของฉัน วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 14:00 -18:00 น. ที่โรงละครมหาวิทยา ลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) หวังว่าจะได้พบทุกท่าน) ท่ามกลางเพื่อนพี่น้องคนในวงการรวมไปถึงแฟนๆ เข้ามาแสดงความยินดีกับนางเอกสาวมากฝีมือคนนี้
ดาราเดลี่บันเทิง • 21 ม.ค. 68
อ่าน
ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม
TNN ช่อง16 • 14 ม.ค. 68
อ่าน
คิกออฟ 30 บาทรักษาทุกที่เฟสทุดท้าย31 จังหวัด เริ่ม 1 ม.ค. 68 ครอบคลุมทั่วประเทศ
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Kick off 30 บาท รักษาทุกที่ เพื่อคนไทย สุขภาพดีถ้วนหน้า ระยะที่ 4 ครอบคลุมทั่วประเทศ 1 มกราคม 2568 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ได้เปิดเฟส 4 ตามที่เคยสัญญาไว้ว่าจะเปิดให้ทุกจังหวัด เพื่อลดภาระให้กับประชาชน โดยวันที่ 1 มกราคม 2568 จะสามารถใช้ 30 บาทได้ทั่วทุกจังหวัดของประเทศไทย หลังจากเริ่มดำเนินโครงการมา 1 ปี จาก 2 ทศวรรษในการพัฒนานโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคเป็น 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลง มีเทคโนโลยีเข้ามีบทบาทมากขึ้น นับว่าเป็นนโยบายที่แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ไม่ต้องกู้หนี้สินเพื่อจ่ายค่ารักษาในการผ่าตัด จนกลายเป็นปัญหาครอบครัว ขณะเดียวกันใช้เทคโนโลยีมาใช้ทำให้ประชาชนไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปเข้าคิวเป็นเวลานาน ทำให้การรักษาพยาบาลสะดวกรวมทั้งหาหมอออนไลน์ มีการส่งยาไปถึงบ้าน สำหรับผู้ป่วยที่ติดเตียง รวมถึงมีเครื่องล้างไตอัตโนมัติ สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ให้ยืมใช้ที่บ้านด้วย เป็นมาตรการเชิงรุกมากยิ่งขึ้นให้พี่น้องประชาชนที่ป่วย หรือป่วยติดเตียงลำบากในการเดินทาง ก็สามารถรับการรักษาที่บ้านได้ นอกจากนี้ยังปฏิรูประบบสาธารณสุข ด้วยการเปิดร้านยา และคลินิกเอกชนเข้ามาร่วมเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ เพื่อที่จะดูแลพี่น้องประชาชน เสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบบริการปฐมภูมิให้มากยิ่งขึ้น เพิ่มความสะดวก ลดการเดินทาง ลดระยะเวลารอคอย ลดความแออัดในโรงพยาบาล ประชาชนมีการป่วยเล็กน้อยนโยบายของ 30 บาทมีทางเลือกให้เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับยากับเภสัชใกล้บ้าน ร้านขายยาใกล้บ้าน การทำแผลคลินิกพยาบาลต่างๆ ที่ใกล้บ้าน ทำฟันไม่ต้องรอคิวนาน สามารถนัดตรงขอใช้บริการได้ รวมทั้งยังมีแนวทางในการพัฒนาระบบของสาธารณสุข เรื่องระบบบริการสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยเพิ่มเรื่องการดูแลผู้ป่วยติดเตียงแล้วก็จัดตั้งสถานชีวาภิบาลนะคะให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อที่จะดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย รัฐบาล มีการสร้าง care giver เน้นนักบริบาลผู้สูงอายุ 15,000 ตำแหน่งทั่วประเทศ ทำให้เกิดการจ้างงานที่มากขึ้น โดยจะเน้นไปที่ 2 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มนิสิตนักศึกษาที่จบใหม่ ที่กำลังหางาน โดยเพิ่มเรื่องการเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุ ดูแลคนป่วยได้ และอีกกลุ่ม คือ กลุ่มที่พึ่งเกษียณ ไม่มีงานทำอายุ 60 ปีแล้วรู้สึกว่าอยู่บ้านเฉยๆ อยากจะทำงานหารายได้เพิ่มให้กับครอบครัว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้มีการพัฒนาเรื่องของการดูแลสุขภาพของประชาชน ด้วยการตรวจคัดกรองด้วยตนเองรูปแบบใหม่ ที่ประชาชนใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียวไปขอรับได้ที่ร้านขายยา ทั้งชุดตรวจมะเร็งปากมดลูก ชุดตรวจการติดเชื้อ hiv และชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับ และมะเร็งท่อน้ำดี และปีนี้จะเพิ่มอีก 1 โรค คือ ชุดตรวจไมโครอาบูมินในปัสสาวะป้องกันโรคไตเสื่อมที่เกิดจากเบาหวาน ค่ะนอกจากสุขภาพทั้งหมดแล้วนะคะเราก็ยังเน้นย้ำในเรื่องของสุขภาพ นอกจากนี้ปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติ หรือ global warming ที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รัฐบาล เห็นว่า เรื่องของสุขภาพจิตเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ทำให้ถ้าเราจิตใจแข็งแรง เราก็จะสามารถต่อสู้กับเหตุการณ์ต่างๆได้ พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์อุทกภัย ต้องมีการปรับในเรื่องของจิตใจ โดยสาธารณสุข ได้ส่งนักบำบัดไปนั่งคุย เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้ปรับสุขภาพจิตกลับมาสู่ภาวะปกติ ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี อวยพรทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง ทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวเราเมื่อเราสุขภาพดี ก็จะมีแรงทำงาน มีแรงพัฒนาตัวเอง ครอบครัว รวมไปถึงบริษัทและประเทศชาติต่อไป ขอให้ทุกคนปีใหม่นี้ แข็งแรงสดใส มีความสุขทั้งสุขกาย ทั้งสบายใจ และขอให้ปีหน้าเป็นปีที่เป็นปีแห่งโอกาสแล้วก็เป็นปีที่ทุกท่านทำอะไรก็ขอให้ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ ภายหลังพิธีเปิดงาน นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมนิทรรศการ ณ บริเวณโถงกลาง ตึกสันติไมตรีที่มาข่าว:TNN
TNN ช่อง16 • 25 ธ.ค. 67
อ่าน
แก๊งเพื่อนเซอร์ไพรส์! “โจริญ-แฮนน่า 4EVE” บัณฑิตจบใหม่ป้ายแดง
แก๊งเพื่อนเซอร์ไพรส์! โจริญ-แฮนน่า 4EVE บัณฑิตจบใหม่ป้ายแดง ทำเอาแฟนๆ ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งสองสาวเสียงดีอย่าง โจริญ-แฮนน่า จากวง 4EVE หลัง เข้ารับพิธีประสาทปริญญาบัตร จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยเพจ 4EVE ได้โพสต์รูปภาพบรรยากาศภายในงานของสาว แฮนน่า พร้อมเขียนข้อความว่า ขอบคุณทุกๆ คน ที่มาแสดงความยินดีกับบัณฑิตจบใหม่ป้ายแดงคนนี้ด้วยนะคะ อิอิ 4EVE ทุกคน เพื่อนๆ จาก XOXO และ For aye แฟนคลับทุกคนที่มาร่วมยินดีกับ Hannah ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ อบอุ่นที่สุดเลยยย และต่อมา เพจ 4EVE ได้โพสต์รูปภาพบรรยากาศภายในงานของสาว โจริญ พร้อมเขียนข้อความว่า โจริญจ้าเรียนจบแล้วจ้า ขอบคุณทุก ๆ คน ที่มาแสดงความยินดีกับบัณฑิต Jorin ในวันนี้ด้วยนะคะ น่ารักมาก! ทุกคนเลย! รวมถึงทุก ๆ คำอวยพรด้วยน้า 4EVE , ค่าย XOXO และ For aye ขอบคุณมาก ๆ เลยค่าาา แถมงานนี้เพื่อนๆ ยังเซอร์ไพรส์จัดเต็มยินดีบันฑิตใหม่ด้วย
ดาราเดลี่บันเทิง • 14 ธ.ค. 67
ดูเพิ่มเติม