รีเซต

ผลการค้นหา “做个康乃尔大学毕业证【咨询网:ban58.com】-做个康乃尔大学毕业证uC[办证网:bbzz58.com]-丽水做个康乃尔大学毕业证-可以找做个康乃尔大学毕业证W1” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
กยศ.ประสานนายจ้างกว่า 5.2 พันแห่ง หักเงินเดือนชำระหนี้ เริ่ม พ.ค.69
อ่าน

กยศ.ประสานนายจ้างกว่า 5.2 พันแห่ง หักเงินเดือนชำระหนี้ เริ่ม พ.ค.69

#ทันหุ้น #กยศ. ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างเพิ่มเติมกว่า 5,200 แห่ง เริ่มหักเงินเดือนผู้กู้ยืมเงินตั้งแต่เดือนพ.ค.69 นี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างกว่า5,200แห่งที่จะเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินคืนกองทุนผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร(e-PaySLF)ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2569สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ที่เว็บไซต์กยศ.เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ.ขอแจ้งว่าขณะนี้กยศ.ได้จัดส่งหนังสือแจ้งองค์กรนายจ้างที่มีพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมเงินเพิ่มเติมกว่า5,200แห่งให้เริ่มหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินคืนกยศ.ผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร(e-PaySLF)ซึ่งเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2569เป็นต้นไปโดยขอให้ดำเนินการนำส่งเงินภายในวันที่15มิถุนายน2569และนำส่งเงินครั้งถัดไปภายในวันที่15ของทุกเดือนสำหรับผู้กู้ยืมเงินที่มีภาระหนี้ค้างชำระก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการหักเงินเดือนขอให้ชำระยอดค้างด้วยตนเองให้เสร็จสิ้นโดยเร็วทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ.ขอเชิญองค์กรนายจ้างลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมสัมมนาเพื่อศึกษารายละเอียดขั้นตอนและวิธีการใช้งานระบบe-PaySLFได้ที่เว็บไซต์www.studentloan.or.thและหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางไลน์บัญชีทางการ“กยศ.องค์กรนายจ้าง”กยศ.ขอขอบคุณองค์กรนายจ้างทุกแห่งที่ให้ความร่วมมือในการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่องแล้วยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งต่อทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน

สวย เก่ง ครบ!! “แอลลี่” เรียนจบคว้าเกียรตินิยมจาก Berklee College of Music
อ่าน

สวย เก่ง ครบ!! “แอลลี่” เรียนจบคว้าเกียรตินิยมจาก Berklee College of Music

สวย เก่ง ครบ!! แอลลี่ เรียนจบคว้าเกียรตินิยมจาก Berklee College of Music ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตป้ายแดง แอลลี่ อชิรญา นิติพน ศิลปินจาก 411Music ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คว้าเกียรตินิยม สาขา music business จาก Berklee College of Music มหาวิทยาลัยที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอันดับ 1 ของโลกด้านการบริหารธุรกิจ ดนตรี (music business) ณ เมืองบอสตัน รัฐแมสชาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยบัณฑิตป้ายแดงโพสต์ภาพความประทับใจว่า... graduated@berkleecollege26 ทั้งนี้มี คุณแม่จอย และครอบครัวร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของสาว แอลลี่ ด้วย บอกเลยว่าเป็นบรรยากาศสุดอบอุ่น ส่องลุคบัณฑิตสาวสวยแล้ว ออร่าพุ่งจริงๆ เก่ง สวย ครบเครื่องเลยจริงๆ ยินดีด้วยนะคะ

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
อ่าน

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์

เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th

80 แคปชั่นรับปริญญา แคปชั่นเรียนจบฮาๆ วันปัจฉิม ยินดีวันรับปริญญากับบัณฑิตใหม่
อ่าน

80 แคปชั่นรับปริญญา แคปชั่นเรียนจบฮาๆ วันปัจฉิม ยินดีวันรับปริญญากับบัณฑิตใหม่

แปปๆ ก็เข้าสู่เทศกาลรับปริญญากันอีกแล้ว จะโพสต์รูปก็ต้องมี แคปชั่นรับปริญญา แคปชั่นเรียนจบ กันซะหน่อย เรียนหนักมาตั้งหลายปี มาคลายเครียด ลงรูปเตรียมรับปริญญา พร้อมแคปชั่นฮาๆ กันดีกว่า! ใครที่มองหาแคปชั่นรับปริญญา แคปชั่นเรียนจบฮาๆ เอาไว้โพสต์ขำๆ ในวันรับปริญญา วันนี้เราก็จัดเต็มมาให้เหล่าบัณฑิตทั้งหลายได้เลือกไปใช้กันเพียบเลยค่า เรียนจบทั้งที ก็ต้องมีแคปชั่นฮาๆ ไปโพสต์กันหน่อย งานนี้บอกเลยว่าจะเป็นแคปชั่นเรียนจบสายตลกก็มี แคปชั่นเรียนจบสไตล์สายอ่อยก็มา โพสต์ทีได้ไลก์ถล่มทลายแน่นอน! แคปชั่นเรียน แคปชั่นเรียนจบฮาๆ กวนๆ เรียนพร้อมเพื่อน จบพร้อมเเพทย์ ไม่เน้นเรียนเก่ง เรียนเด่น เน้นเรียนจบ เรียนไม่ดี เรียนไม่เก่ง เน้นกลับบ้าน แต่สุดท้ายก็จบ! เน้นเข้าเรียน แต่ไม่เข้าใจ ทีมไม่เคยเท แต่ A ไม่เคยได้ เรียนจบมาได้แบบไม่เน้นอ่าน เน้นไหว้อาจารย์กับสวดมนต์ ใจอยากเรียนต่อ แต่สมองบอกให้พอเถอะ ระดับนี้หนังสือไม่เคยอ่าน เน้นอธิษฐานและพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เห็นคะแนนสอบแล้วลังเล ว่าจะดื่มวีต้าแล้วไปนอน หรือจะดื่มวิกซอลแล้วไปตาย เส้นทางสู่ใบปริญญา กับเส้นทางสู่ศรีธัญญา มีเพียงเส้นบางๆ ที่กั้นอยู่ ทีมเกรดไม่ดี แต่หน้าตาดีนะ ทำ D แล้วได้ D คงจะมีแต่เกรดนี่ล่ะ เรื่องรักไม่ค่อยเซียน ส่วนเรื่องเรียนก็ไม่รู้เรื่องเลย สอบ GATPAT ชนะคนนับแสนแล้วได้เข้ามหาลัย งั้นต้องชนะใครแล้วจะได้เข้าไปในใจเธอ ตอนเรียนดูแต่ซีรีส์ ตอนนี้เลยมีซีรีส์เป็นของตัวเอง : ข้อสอบตัวร้ายกับควายตัวหนึ่ง มั่วข้อสอบอย่างมีสเต็ป เลยจบแบบเจ็บๆ อย่างมีสไตล์ กราฟพาราโบลาหรือจะสู้เรียนจนเป็นบ้า คุกกี้อาจจะเสี่ยงทาย ส่วนเรากว่าจะจบมาได้ก็เสี่ยงตายเหมือนกัน เรื่องเรียนไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องผู้ชาย น่าจะได้เกียรตินิยม เรื่องรักไม่ค่อยเซียน ส่วนเรื่องเรียนไม่รู้เรื่องเลย เป็นคนเงียบๆ แต่เรียบร้อย เข้าเรียนไม่บ่อย แต่จบน้าา อย่าเรียกว่าเรียนจบแล้วตกงาน ให้เรียกว่าอยู่ในช่วงหาประสบการณ์ชีวิต ทีมเกรดไม่ค่อยจะดี เเต่หน้าตาดีมากค่ะ เข้ามหาลัย ไม่ยากเท่าออกจากมหาลัยหรอก เรียนไปเรื่อยเฉื่อยบ้างบางเวลา สามสี่ปีต่อมารับปริญญาเฉยเลย ถึงจะเหลวไหล แต่ใจรักการเรียนมากกก เรียนแพทย์ได้เป็นหมอ เรียนจบบ่น้อคือขี้คร้านแท้ ไม่ร้องไห้เรื่องความรักแล้ว มาร้องไห้เรื่องเรียนแทน เรียนไหนเท่หมด เรียนจบเท่กว่า แน่นมากกกก เสื้อค่ะ ไม่ใช่ความรู้ แคปชั่นเรียน แคปชั่นเรียนจบ สำหรับสายอ่อย จบแล้วชีวิตมหาลัย ต่อไปก็หาสามี ที่สอบผ่านเพราะมีความรู้ แต่ที่ยิ้มอยู่เพราะมีความรัก เรื่องคิดเลขอ่ะเกรดหนึ่ง เรื่องคิดถึงอ่ะเกรดสี่ เรียนวิชาการอาจจะเหนื่อย เรียนรู้กันไปเรื่อยๆ อาจจะรัก อ่านหนังสือ 10 รอบ ไม่เคยจำ เจอหน้าเธอ 1 ครั้ง จำไม่เคยลืม ไม่ต้องเก่งเคมีมากมาย ก็รู้ว่าตัวทำละลายใจเราคือเธอ รักเรียนอาจจะมีความรู้ แต่ถ้ารักหนูอาจจะมีความรัก ยากกว่าเดาข้อสอบ คือเดาคำตอบจากใจเธอ อ่านหนังสือจะได้ความรู้ อ่านใจเราดูจะได้ความรัก ข้อสอบต้องมีโจทย์ แต่ถ้าเธอโสดต้องมีจีบ เรียนแพทย์ได้เป็นหมอ เรียนอะไรหนอได้เป็นแฟนเธอ เกรดมีไว้ลุ้น ส่วนคุณมีไว้รัก ในกระเป๋ามีแต่หนังสือ ในมือถือมีแต่รูปเธอ ไม่ว่าจะผ่านมากี่สนามสอบ แต่คำตอบก็ยังเป็นเธอ เรื่องเรียนอ่ะเกรด A แต่เรื่องคิดถึงเพ่ เกียรตินิยมไปเล้ยย อยากมีชีวิตที่ดีต้องจบวิศวะ แต่ถ้าอยากมีรักที่ดีล่ะคะ ต้องจบอะไร ตอนเรียนเราทำได้แค่ sin กับ cos เพราะเราไม่ใช่แฟน เลยทำ tan ไม่ได้ เรียนแพทย์ได้เป็นหมอ แต่ถ้าอยากเป็นแฟนหมอต้องเรียนอะไร เรียนประวัติศาสตร์เค้าบอกไทยเป็นเอกราช แต่ตอนนี้ใจเราตกเป็นทาสของเธอ อ่านหนังสือไปตั้งหลายหน้า แทบจะบ้า เพราะมันจำแต่หน้าเธอ แคปชั่นขอบคุณพ่อแม่ วันรับปริญญา ปริญญาใบนี้มีชื่อพ่อแม่อยู่ด้วยเสมอ 🤍 ปริญญาใบนี้ มีหัวใจของพ่อแม่อยู่ในนั้น ความสำเร็จของลูก เริ่มจากความเสียสละของพ่อแม่ วันนี้ลูกทำได้แล้ว เพราะพ่อแม่ไม่เคยปล่อยมือ ทุกก้าวที่ลูกเดินมา มีพ่อแม่คอยประคองเสมอ ความสำเร็จของลูก อาจมีชื่อของลูกคนเดียว แต่ในความจริง มีชื่อพ่อแม่อยู่เต็มหัวใจ ปริญญาใบนี้ ไม่ได้เกิดจากความเก่งของลูกคนเดียว แต่เกิดจากความรักของพ่อแม่ด้วย ปริญญาใบนี้ คือผลของหยาดเหงื่อ น้ำตา และความรักของพ่อแม่ ความสำเร็จของลูก เริ่มต้นจากความรักของพ่อแม่ วันนี้ลูกสำเร็จแล้ว เพราะมีพ่อแม่อยู่เบื้องหลังเสมอ แคปชั่นรับปริญญา แคปชั่นเรียนจบ ภาษาอังกฤษ On to my next adventure. สู่การผจญภัยครั้งต่อไปของฉัน Time to go be great. ได้เวลาออกไปเป็นคนที่ยอดเยี่ยมแล้วจ่ะ To new beginnings. สู่การเริ่มต้นใหม่ Con-grad-ulationswe did it! แสดงความยินดีด้วย - เราทำสำเร็จแล้ว! School's out forever! ออกจากโรงเรียนตลอดไป! One step closer. ใกล้เข้าไปอีกก้าว Very proud, very tired. ภูมิใจมาก เหนื่อยมากเช่นกัน To infinity and beyond! สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น! I can and I did. ฉันสามารถและฉันก็ทำได้ Thank you Mom, Dad, and coffee. ขอบคุณ คุณพ่อ คุณแม่ และกาแฟ ที่ทำให้มีวันนี้ แคปชั่นยินดีวันรับปริญญา วันปัจฉิม ยินดีกับบัณฑิตใหม่ Best of luck on your new beginnings! ขอให้โชคดีกับการเริ่มต้นใหม่ของคุณ! Caps off to you, Graduate! ยินดีให้กับคุณบัณฑิต! Cheers to four years! ฉลองให้กับสี่ปีของคุณ! Happy Graduation Day! สุขสันต์วันรับปริญญา! This calls for celebrating! Congratulations! งานนี้ต้องฉลอง! ยินดีด้วย! Be glad youre a grad! Congrats! ดีใจกับบัณฑิตใหม่! ยินดีด้วย! Happy graduation and welcome to the real world! สุขสันต์วันสำเร็จการศึกษาและยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความเป็นจริง! You did it! Congrats! คุณทำมันได้! ยินดีด้วย! What a proud day! Congratulations! ช่างเป็นวันที่น่าภาคภูมิใจ! ยินดีด้วย! What an impressive achievement! ช่างเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจ! บทความที่คุณอาจสนใจ 60 แคปชั่นเพื่อนฮาๆ แคปชั่นเพื่อนสนิทซึ้งๆ แคปชั่นเกี่ยวกับเพื่อน เด็ดๆ รวม 270 แคปชั่นอ่อย แคปชั่นโสด ปี 2026 รูปคู่ไม่มีโพสต์แบบนี้ก็ได้! อัปเดตใหม่! 300 แคปชั่นฮาๆ กวนๆ 2026 ลงทวิต ลงเฟซบุ๊ก เรียกไลก์

รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง
อ่าน

รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง

เจาะลึก 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 อนุมัติไว ไม่ต้องเสี่ยงหนี้นอกระบบ ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจมีความผันผวน การมองหาช่องทางเสริมสภาพคล่องด้วยการกู้สินเชื่อถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกแหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้ อนุมัติไว และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณก้าวผ่านวิกฤตทางการเงินในปี 2569 ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับหนี้นอกระบบที่อันตราย สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมายคืออะไร สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย คือ บริการทางการเงินจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) โดยมีลักษณะเด่นคือการระบุอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน โปร่งใส มีหลักฐานการชำระเงินที่ตรวจสอบได้ และดอกเบี้ยต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ทำให้ผู้กู้มั่นใจได้ว่าจะได้รับความเป็นธรรมตลอดอายุสัญญา 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยทางการเงินที่วางใจได้ ในปี 2569 นี้มีแหล่งเงินทุนถูกกฎหมายที่ตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายรูปแบบ ดังนี้ 1. สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นสินเชื่อที่เน้นความอเนกประสงค์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนไปจัดการภาระต่าง ๆ จุดเด่นคือไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน การพิจารณาจะดูจากฐานรายได้และความมั่นคงทางการเงินเป็นหลัก ปัจจุบันมีการพัฒนาให้ขอได้สะดวกขึ้นผ่านช่องทางต่าง ๆ ของสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ 2. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนมีรถแต่ไม่อยากจอดรถทิ้งไว้ เพียงใช้เล่มทะเบียนรถเป็นหลักประกันในการกู้สินเชื่อ ก็สามารถรับเงินสดไปหมุนเวียนได้ทันที โดยที่คุณยังคงมีรถไว้ขับไปทำงานหรือประกอบอาชีพตามปกติ ที่สำคัญคืออาชีพอิสระที่ไม่มีสลิปเงินเดือนก็สามารถยื่นขอสินเชื่อประเภทนี้ได้ไม่ยาก 3. บัตรกดเงินสด เป็นวงเงินสำรองพร้อมใช้ที่เน้นความคล่องตัวสูง เมื่อได้รับอนุมัติวงเงินแล้วคุณสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM หรือโอนเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อดีคือคิดดอกเบี้ยตามยอดที่ใช้จริง และเมื่อชำระคืน วงเงินก็จะหมุนเวียนกลับมาให้คุณใช้ใหม่ได้ทันทีในยามฉุกเฉิน 4. สินเชื่อที่ดินแลกเงิน สินเชื่อสำหรับผู้ที่มีสินทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเปล่า หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยการนำโฉนดมาเป็นหลักประกันแลกเงินก้อน วิธีนี้มักจะได้วงเงินที่ค่อนข้างสูงและดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสินเชื่อบางประเภท แต่อยากให้พิจารณาเป็นทางเลือกท้าย ๆ หากที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยเพียงแห่งเดียวของคุณ 5. สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ นวัตกรรมการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลที่สุด เพราะสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ 100% บางผู้ให้บริการทราบผลอนุมัติไวมากภายใน 10-30 นาที ใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ในการพิจารณาแทนเอกสารกระดาษ ทำให้ผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ยากมีโอกาสได้รับเงินทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น ข้อควรระวังที่ต้องรู้ แม้จะเป็นแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย แต่การกู้สินเชื่อก็มีข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อสุขภาวะทางการเงินที่ดี ตรวจสอบผู้ให้บริการ: ก่อนตัดสินใจสมัคร ควรตรวจสอบรายชื่อแอปพลิเคชันหรือสถาบันการเงินผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยเสมอเพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง ประเมินความสามารถในการชำระ: ไม่ควรกู้เกินกำลังรายได้ที่มี เพราะภาระหนี้ที่สูงเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อเครดิตในระยะยาว อ่านสัญญาให้ละเอียด: ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแฝงต่าง ๆ ให้แน่ใจว่าถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้ก่อนกดยืนยัน ผู้เชี่ยวชาญจาก Promise เน้นย้ำถึงการกู้สินเชื่ออย่างปลอดภัยว่า ควรตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ พร้อมทั้งควรประเมินรายได้เพื่อไม่ให้กู้เกินกำลังจนกระทบต่อเครดิตในระยะยาว และที่สำคัญต้องตรวจสอบรายละเอียดสัญญา อัตราดอกเบี้ย รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วนก่อนกดยืนยันเพื่อให้มั่นใจว่าได้รับเงื่อนไขที่เป็นธรรม สรุปบทความ การเลือกใช้บริการทางการเงินจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมายในปี 2569 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การจัดการปัญหาการเงินมีความมั่นคงและปลอดภัย การเข้าถึงสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือด้วยเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นธรรม จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางที่สะดวกทั้งรูปแบบสาขาหรือแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำเตือน: ควรเลือกกู้เงินจากแหล่งที่ถูกกฎหมายและตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์แบงก์ชาติทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย ควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้และกู้เท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาเครดิตทางการเงินและป้องกันปัญหาหนี้สินเกินตัวในอนาคต

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
อ่าน

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง

สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
อ่าน

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย

การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated

ตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้หญิงอายุ 30+ ควรตรวจอะไรบ้าง?
อ่าน

ตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้หญิงอายุ 30+ ควรตรวจอะไรบ้าง?

เมื่อผู้หญิงก้าวเข้าสู่วัย 30 ปีขึ้นไป ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตในวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับความเครียด พักผ่อนน้อย พฤติกรรมการรับประทานอาหาร หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนตามธรรมชาติ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์เพิ่มสูงขึ้น การใส่ใจสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สุดในการดูแลตัวเองคือ การตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้หญิงอายุ 30+ ไม่ใช่เพียงแค่การตรวจวัดพื้นฐานทั่วไปเท่านั้น แต่ควรเน้นไปที่การคัดกรองโรคเฉพาะทางที่พบบ่อยในวัยนี้ รวมถึงการประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การทราบผลการตรวจแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดความเสี่ยง และเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที หากคุณกำลังมองหาแนวทางว่าในแต่ละปีควรตรวจอะไรบ้างเพื่อคงไว้ซึ่งสุขภาพที่ดี วันนี้เราได้รวบรวมรายการตรวจที่จำเป็นและสำคัญที่สุดมาให้คุณแล้ว เพื่อให้คุณมีชีวิตที่สมดุลและแข็งแรงในทุกๆ วัน ตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้หญิงอายุ 30+ 1. การตรวจสุขภาพพื้นฐาน (The Essentials) การตรวจวัดทั่วไปที่ช่วยประเมินภาวะสุขภาพโดยรวม และคัดกรองความเสี่ยงของโรคที่พบบ่อย 1.1 การตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์: การวัดความดันโลหิต ชีพจร ส่วนสูง น้ำหนัก และค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงภาวะอ้วน 1.2 ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC): เพื่อดูภาวะโลหิตจาง การติดเชื้อ และความผิดปกติของเม็ดเลือด 1.3 ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar: FBS): คัดกรองโรคเบาหวาน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้นในวัยนี้ 1.4 ตรวจระดับไขมันในเลือด (Lipid Profile): ตรวจหาคอเลสเตอรอลรวม, ไขมันดี (HDL-C), ไขมันไม่ดี (LDL-C), และไตรกลีเซอไรด์ เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด 1.5 ตรวจการทำงานของตับและไต: ดูค่าเอนไซม์ตับ (SGOT, SGPT, Alk Phos) และค่าการทำงานของไต (BUN, Creatinine) 1.6 ตรวจปัสสาวะและอุจจาระ: เพื่อคัดกรองการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ความผิดปกติของไต หรือความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ในเบื้องต้น 2. การตรวจคัดกรองโรคเฉพาะทางสำหรับผู้หญิง (Women's Specific Screening) รายการตรวจที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่เข้าสู่วัย 30 ปีขึ้นไป โดยมุ่งเน้นที่ระบบสืบพันธุ์และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน 2.1 ตรวจภายในและคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear / ThinPrep / HPV Testing): ความสำคัญ: มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิง การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์เป็นสิ่งจำเป็น คำแนะนำ: ควรตรวจเป็นประจำทุก 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับวิธีการตรวจและผลการตรวจครั้งล่าสุด 2.2 ตรวจเต้านม (Breast Examination): การคลำเต้านมโดยแพทย์: ตรวจหาสิ่งผิดปกติ เช่น ก้อนเนื้อ การถ่ายภาพรังสีเต้านม (Mammogram) และ/หรือ อัลตราซาวด์เต้านม (Ultrasound Breast): แนะนำให้เริ่มพิจารณาการตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์เมื่ออายุ 35-40 ปี หรือตามประวัติความเสี่ยงของแต่ละบุคคล 2.3 อัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง (Ultrasound Lower Abdomen): เพื่อตรวจดูความผิดปกติของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เช่น มดลูก รังไข่ เพื่อคัดกรองภาวะถุงน้ำรังไข่ เนื้องอกมดลูก หรือความผิดปกติอื่นๆ 3. การตรวจอื่นๆ ที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม (Optional but Recommended) รายการตรวจที่อาจพิจารณาเพิ่มตามความเสี่ยง ประวัติครอบครัว และพฤติกรรมการใช้ชีวิต 3.1 ตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram: EKG/ECG): สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจ หรือมีประวัติความดันโลหิตสูง 3.2 ตรวจเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray): คัดกรองความผิดปกติของปอด เช่น วัณโรค หรือมะเร็งปอด (โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่) 3.3 ตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor Markers): เช่น CA-125 (มะเร็งรังไข่), CA 15-3 (มะเร็งเต้านม) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตรวจ เนื่องจากค่าที่สูงขึ้นไม่ได้บ่งชี้ถึงมะเร็งเสมอไป 3.4 ตรวจระดับวิตามิน D และฮอร์โมนไทรอยด์: สำหรับผู้ที่รู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการเผาผลาญ การตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้หญิงอายุ 30+ คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่ออนาคตของคุณ โปรดจำไว้ว่าเช็กลิสต์ข้างต้นเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อออกแบบโปรแกรมการตรวจสุขภาพที่เหมาะสมกับคุณที่สุด โดยพิจารณาจาก: ประวัติสุขภาพส่วนตัวและครอบครัว: หากมีคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง หรือโรคหัวใจ อาจต้องตรวจคัดกรองที่เจาะจงมากขึ้น พฤติกรรมการใช้ชีวิต: เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และการออกกำลังกาย ผลการตรวจครั้งก่อนๆ: เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงของค่าต่างๆ การดูแลสุขภาพที่ดีเริ่มจากการรู้เท่าทันร่างกายของตนเอง อย่ารอให้มีอาการป่วยจึงจะมาใส่ใจ แต่จงก้าวเข้าสู่วัย 30+ ด้วยความมั่นใจในสุขภาพที่แข็งแรงผ่านการตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอ บทความที่คุณอาจสนใจ คู่มือตรวจสุขภาพประจำปี แต่ละช่วงวัย 20+, 30+, 40+ ควรตรวจอะไรบ้างนะ 3 ประโยชน์ของการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ตรวจสุขภาพประจำปี ดีอย่างไร

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
อ่าน

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ

ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ

เที่ยวลาว ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2025 ต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเข้า-ออกประเทศ
อ่าน

เที่ยวลาว ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2025 ต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเข้า-ออกประเทศ

ใครมีแพลนจะไป เที่ยวลาว ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพิ่มขึ้นอีกขั้นตอนครับ เพราะ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป รัฐบาลลาวจะเริ่มใช้ระบบใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว นั่นคือ ระบบลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเดินทางเข้า-ออกประเทศลาว เพื่อให้การเดินทางของเราง่าย และรวดเร็วขึ้น บอกไว้ตรงนี้ก่อนว่าสำหรับคนไทยไม่ต้องลงทะเบียนเหมือนเดิมนะ รู้ไว้เผื่อพาเพื่อนต่างชาติไปเที่ยวลาวแล้วกัน 9 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยว สปป.ลาว ยังไงให้ม่วนหลายๆ ไปลาวยังไงดี มีรถไฟวิ่งตรงกี่เส้นทาง? เที่ยวลาว ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2025ต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อนเข้า-ออกประเทศ ทำไมต้องลงทะเบียนก่อนเที่ยวลาว? ประเทศลาวเริ่มทดลองระบบลงทะเบียนเดินทางเข้าออกออนไลน์ ของกรมตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สปป.ลาว ภายใต้กระทรวงสันติภาพ ซึ่งระบบใหม่นี้จะช่วยให้ ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวเพื่อกรอกเอกสารกระดาษที่ด่านอีกต่อไป แค่กรอกข้อมูลล่วงหน้า พอไปถึงก็แค่ยื่น QR Code กับพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ดู จัดการข้อมูลได้ได้ง่ายขึ้น เพราะมีข้อมูลของเราในระบบล่วงหน้าแล้ว จะได้ดูแลเรื่องความปลอดภัย และลดความแออัดที่ด่านได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัย เป็นการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวแบบเบื้องต้น ใช้ที่ด่านไหนบ้าง? ช่วงแรกจะมีการลองใช้ระบบนี้ที่ 4 ด่านหลักก่อน ซึ่งเป็นด่านที่นักท่องเที่ยวไปกันเยอะที่สุด ทั้งทางเครื่องบิน และทางรถยนต์ ดังต่อไปนี้ สนามบินนานาชาติวัดไต (เวียงจันทน์) สนามบินนานาชาติหลวงพระบาง สนามบินนานาชาติปากเซ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (เวียงจันทน์) หลังจากใช้ได้ดีแล้ว เชื่อว่าในอนาคตก็จะขยายไปใช้ที่ด่านอื่นๆ ทั่วประเทศ ต้องลงทะเบียนก่อนเข้าลาวที่ไหน? สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ใช้ พาสปอร์ต ในการเดินทางสามารถลงทะเบียนที่เว็บไซต์ของกรมตรวจคนเข้าเมืองลาว www.immigration.gov.la ขั้นตอนง่ายมาก แค่กรอกข้อมูลส่วนตัว พาสปอร์ต ข้อมูลเที่ยวบิน วันเดินทาง และที่อยู่ จากนั้นก็จะได้ QR Code มาใช้ได้ 3 วัน ซึ่งเจ้า QR Code นี่แหละที่จะใช้แทนใบขาเข้า-ขาออกที่เราต้องเคยเขียน ใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจได้เลย บุคคลที่ได้ยกเว้นการลงทะเบียนออนไลน์ พลเมืองลาว ชาวต่างชาติที่พำนักถาวรในลาว พลเมืองประเทศที่มีพรมแดนติดลาว (ในช่วงทดลองนี้ = คนไทย) ที่ใช้พาสปอร์ต หรือเอกสารแทนพาสปอร์ต ว่าง่ายๆ สำหรับคนไทยนั้น ยังใช้แค่ หนังสือผ่านแดน (Border Pass) ไม่ต้องลงทะเบียนออนไลน์เหมือนเดิม เพราะเป็นข้อตกลงพิเศษระหว่างสองประเทศจ้า! ====================

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ
อ่าน

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ

ขั้นตอนสมัครสอบคัดเลือกบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นคณาจารย์ประจำ เพื่อสนับสนุนภารกิจทางวิชาการและขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยอ้างอิงมติที่ประชุมกรรมการบริหารงานบุคคลตลอดปี 2567 ถึงกลางปี 2568ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือกระบุไว้ตามข้อ 7 ของประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีหลากหลายระดับและสาขาให้เลือกสมัครตามคุณวุฒิคุณสมบัติผู้สมัครผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย และไม่เป็นผู้เสพสารเสพติด รวมถึงสามารถปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างเหมาะสม เฉพาะสายคณาจารย์ปริญญาตรี วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในรอบ 5 ปีปริญญาโท วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง โดยอย่างน้อย 1 เรื่องเป็นงานวิจัยปริญญาเอก ต้องมีผลงานวิจัยเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในรอบ 5 ปีเอกสารประกอบใบสมัคร1. สำเนาปริญญาบัตรและ Transcript2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน3. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว4. หนังสือรับรองผลภาษาอังกฤษ (MCU-GET, TOEFL, IELTS, TOEIC, TU-GET, CU-TEP)5. ใบรับรองแพทย์ออกภายใน 30 วัน6. ผลตรวจประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ7. หนังสือรับรองประสบการณ์ (ถ้ามี)8. แบบ บค 01 และ บค 02 ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์9. สลิปการโอนเงินค่าสมัครหมายเหตุ แนบไฟล์เฉพาะ .PDF หรือ .JPG ค่าธรรมเนียมการสมัครต่ำกว่าปริญญาตรี 100 บาทปริญญาตรี 200 บาทปริญญาโท 300 บาทปริญญาเอก 400 บาทโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาเสือป่า เลขที่บัญชี 046 2 73791 7รายละเอียดการสอบสอบข้อเขียนเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย 100 คะแนนสอบปฏิบัติด้านดิจิทัล (เฉพาะสายปฏิบัติการ) 100 คะแนนสอบข้อเขียนเฉพาะสาขาวิชา 100 คะแนนสอบสัมภาษณ์ ประเมินความเหมาะสม 200 คะแนนเกณฑ์การตัดสินต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การตัดสินของคณะกรรมการสอบคัดเลือกถือเป็นที่สิ้นสุดติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสมัครเข้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ https://www.mcu.ac.th/news/detail/59013

สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร
อ่าน

สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประกาศเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยสามารถสมัครสอบผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 22.00 น.รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2568 การรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้ประสงค์จะสมัครสอบแข่งขัน สามารถสมัครสอบผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เพียงทางเดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 9 -15 กรกฎาคม 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ยกเว้นวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ระบบจะปิดรับสมัคร เวลา 16.30 น. โดยสมัครสอบ ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.comเอกสารที่ใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568- สำเนาปริญญาบัตร หรือ สำเนาใบรับรองคุณวุฒิ- สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript)- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน- สำเนาทะเบียนบ้าน- รูปถ่ายหน้าตรง (ขนาดและจำนวนรอประกาศอย่างเป็นทางการ)- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือ หลักฐานจากคุรุสภา ที่อนุญาตให้ปฏิบัติการสอน- สำเนาหนังสือรับรองคุณวุฒิ (กรณีจบใหม่/รอรับปริญญา)- ใบรับรองแพทย์กรณีเป็นข้าราชการ/พนักงานท้องถิ่น- สำเนาบัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ- หนังสืออนุญาตให้สมัครสอบ- เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล- สำเนาประกาศนียบัตรบัณฑิตขั้นตอนการกรอกใบสมัครสอบครูผู้ช่วย 25681. อ่านประกาศรับสมัครสอบเข้าสู่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com คลิกเลือกเมนู สมัครสอบ อ่านขั้นตอนการสมัครและคลิกที่ปุ่ม [ดำเนินการต่อคลิกที่นี่] (อยู่ด้านล่าง) เพื่อสมัครสอบ2. กรอกข้อมูลใบสมัครกรอกข้อมูลลงใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" ให้ครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อกรอกครบถ้วนแล้วคลิกปุ่ม [ต่อไป] จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลที่ท่านได้กรอกไว้ใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" กรุณาตรวจทานข้อมูลของท่านว่าครบถ้วน และถูกต้อง3. ชำระเงินค่าสมัครสอบผ่าน QR Codeคลิกปุ่ม ตรวจสถานะการสมัครสอบ ระบบจะแสดงหน้าเว็บที่มีข้อมูลของท่านตามที่ท่านระบุ และแบบฟอร์มชำระเงิน- หากท่านต้องการ ตรวจสอบข้อมูล กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบตรวจสอบข้อมูล]- หากท่านไม่ต้องการดำเนินการใดๆ กรุณากดปุ่ม [กลับหน้าหลัก]4. พิมพ์ใบสมัครหากท่านต้องการพิมพ์เอกสาร ใบสมัครสอบ กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบสมัคร] ข้อควรระวัง การสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้สมัครสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียว และสมัครได้เพียงเขตการศึกษาเดียวเท่านั้นชื่อ และนามสกุล ที่ท่านกรอกลงใน "ใบสมัครออนไลน์" จะต้องเป็นชื่อและนามสกุลที่ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนกรุณาตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชนของท่านให้ถูกต้อง เนื่องจากเลขประจำตัวประชาชนของท่านจะใช้เป็นเลขที่อ้างอิงตลอดการสอบการกรอกข้อมูลในใบสมัคร จะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงทุกประการ ดังนั้นกรุณาตรวจทานข้อมูลให้ละเอียดก่อนคลิกปุ่ม[ส่ง ใบสมัคร] เพราะเมื่อท่านส่งใบสมัครไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้อีก และหากข้อมูลผิดพลาดอันเกิดจากการกรอกข้อมูลของท่านเองจะถือว่าใบสมัครนั้น เป็นโมฆะ และหากตรวจพบว่าท่านมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กรอกไว้ หรือขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามประกาศ จะถือว่าท่านขาดคุณสมบัติและท่านจะไม่สามารถเรียกร้องใด ๆ ได้ทั้งสิ้น

ฝึกงานญี่ปุ่น! รับสมัครชาย-หญิงไทย ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เช็กช่องทางสมัครที่นี่
อ่าน

ฝึกงานญี่ปุ่น! รับสมัครชาย-หญิงไทย ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม เช็กช่องทางสมัครที่นี่

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดย กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทย เพื่อเดินทางไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กร IM Japan ประจำปี 2568 ซึ่งจุดเด่นของโครงการ คือสมัครฟรี ไม่เสียค่าธรรมเนียม และได้รับการอบรมภาษาญี่ปุ่นก่อนเดินทาง 4 เดือน (รวมอาหาร ที่พัก ฟรี) ทั้งนี้ เมื่อสำเร็จการฝึกงานจากประเทศญี่ปุ่นจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิค พร้อมเงินสนับสนุนประกอบอาชีพ 600,000 เยน นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการสมัครในครั้งที่ 4 /2568 จะเปิดรับสมัครเฉพาะเพศชาย โดยแบ่งเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2568 และรอบที่ 2 เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2568 ผู้สมัครต้องเข้าสอบคัดเลือกที่ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ สามารถสมัครได้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์บริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ (E-Service) ทางเว็บไซต์ https://toea.doe.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนเฉพาะตามรอบสมัครปัจจุบันนอกจากนี้ ยังมีประกาศการรับสมัครในครั้งที่ 5/2568 สำหรับเพศหญิง สามารถสมัครผ่านระบบ E-Service ที่เว็บไซต์เดียวกัน ระหว่างวันที่ 21–27 กรกฎาคม 2568 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้สมัครต้องเข้าสอบคัดเลือกที่ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2568 ซึ่งประกอบด้วยการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และ การสอบข้อเขียน “การฝึกงานภายใต้โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับแรงงานไทยในการพัฒนาทักษะวิชาชีพ เรียนรู้เทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น และสามารถนำความรู้กลับมาพัฒนาตนเองและประเทศได้ในอนาคต ทั้งนี้ ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าสมัครใด ๆ ทั้งสิ้น และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมัครสอบ ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ วัน เวลา และสถานที่สอบคัดเลือก ได้ทางเว็บไซต์กรมการจัดหางาน: www.doe.go.th/prd เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ: www.doe.go.th/overseas และFacebook: IMthailand” นายจิรายุ กล่าว

อย่าลืม! กยศ. ชวนผู้กู้ยืมชำระเงินคืนกยศ. ภายใน 5 กรกฎาคมนี้
อ่าน

อย่าลืม! กยศ. ชวนผู้กู้ยืมชำระเงินคืนกยศ. ภายใน 5 กรกฎาคมนี้

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันครบกำหนดชำระเงินคืน กยศ. สำหรับการผ่อนชำระรายปี ซึ่งในปีนี้มีผู้กู้ยืมที่จะต้องชำระเงินคืนประมาณ 3.5 ล้านบัญชี กยศ. จึงขอเชิญชวนให้ผู้กู้ยืมชำระเงินคืน กยศ. ภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ กยศ. จะมีการส่งหนังสือแจ้งภาระหนี้ รวมถึงมีข้อความแจ้งทาง SMS และ Notification ผ่านแอปพลิเคชัน กยศ. Connect ให้ผู้กู้ยืมทราบ โดยผู้กู้ยืมสามารถชำระเงินผ่านช่องทาง Mobile Banking ของทุกธนาคารด้วยการสแกน QR code ซึ่งจ่ายได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา และผู้กู้ยืมสามารถดูช่องทางการชำระอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th ปัจจุบันกองทุนมีนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาไปแล้วจำนวนกว่า 7.1 ล้านราย คิดเป็นเงินกู้ยืมกว่า 8 แสนล้านบาท กยศ. ขอขอบคุณผู้กู้ยืมรุ่นพี่ทุกท่านที่ชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนเพื่อมอบอนาคตทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษารุ่นน้องต่อไป

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

สอบ TCAS68 ประกาศผลแล้ว เปิด 15 หลักสูตร มีผู้สมัครมากที่สุด รอบ 3 Admission
อ่าน

สอบ TCAS68 ประกาศผลแล้ว เปิด 15 หลักสูตร มีผู้สมัครมากที่สุด รอบ 3 Admission

การสอบ TCAS (Thai University Cantral Admission) คือ การสอบเพื่อการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา หรือเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีประกาศผลครั้งที่ 1 สมัครแอดมิชชั่น (Admission) ทั้งนี้ วันนี้ 20 พฤษภาคม 2568 เป็นการประกาศผลครั้งที่ 1 ทุกคนที่สมัครแอดมิชชั่น (Admission) โดยยืนยันสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2568จากนั้นระบบจะมีการประกาศผลอีกครั้งวันที่ 25 พฤษภาคมและสามารถสละสิทธิ์ได้ถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2568ผู้สมัครแต่ละคนสามารถ สละสิทธิ์ได้สูงสุดเพียง 1 ครั้ง และต้องดำเนินการในช่วงเวลาที่เปิดให้เท่านั้น เพื่อจะสมัครรอบถัดไปได้26 พฤษภาคม 2568 เฉพาะผู้ที่ยืนยันสิทธิ์รอบ 3 Admission และไม่เคยสละสิทธิ์มาก่อนเท่านั้นประกาศจำนวนที่นั่งรอบ 4 Direct Admission ที่ mytcas.com วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 15 หลักสูตร สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admissionทั้งนี้ 15 หลักสูตร ที่มีจำนวนผู้สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้ สถิติการรับสมัครรอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิทินสอบ TCAS68 เตรียมความพร้อมเพื่อศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
อ่าน

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA

ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================

ค่าเทอม ม.รังสิต 2568 เท่าไร? รวมค่าใช้จ่ายแต่ละคณะที่ต้องรู้
อ่าน

ค่าเทอม ม.รังสิต 2568 เท่าไร? รวมค่าใช้จ่ายแต่ละคณะที่ต้องรู้

อัปเดตค่าเทอมมหาวิทยาลัยรังสิต ปี 2568 ครบทุกคณะ ทั้งหลักสูตรไทยและอินเตอร์ พร้อมข้อมูลค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจเรียนค่าเทอม ม.รังสิต 2568 รวมทุกคณะ หลักสูตรไทย-อินเตอร์ ครบจบในที่เดียวมหาวิทยาลัยรังสิต (Rangsit University) ถือเป็นหนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนชั้นนำของประเทศไทย ที่มีชื่อเสียงทั้งในด้านวิชาการและสิ่งอำนวยความสะดวก โดยมีหลักสูตรหลากหลาย ทั้งสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิศวกรรม สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรม ซึ่งแต่ละหลักสูตรมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญสำหรับปีการศึกษา 2568 ค่าเทอมของมหาวิทยาลัยรังสิตถูกแบ่งตามคณะและรูปแบบของหลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรภาษาไทย และ หลักสูตรนานาชาติ (International Program) โดยมีรายละเอียดโดยประมาณดังนี้ ค่าเทอมโดยประมาณ มหาวิทยาลัยรังสิต ปี 2568 (ต่อปี)1. กลุ่มคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ• แพทยศาสตร์: 900,000–1,200,000 บาท• ทันตแพทยศาสตร์: 600,000–800,000 บาท• เภสัชศาสตร์: 250,000–300,000 บาท• พยาบาลศาสตร์: 120,000–150,000 บาท2. กลุ่มวิศวกรรมและเทคโนโลยี• วิศวกรรมศาสตร์: 90,000–130,000 บาท• เทคโนโลยีสารสนเทศ: 85,000–120,000 บาท3. กลุ่มสังคมศาสตร์-มนุษยศาสตร์• นิติศาสตร์: 90,000–110,000 บาท• บริหารธุรกิจ: 100,000–130,000 บาท• สื่อสารมวลชน: 100,000–140,000 บาท4. กลุ่มศิลปะและการออกแบบ• ดิจิทัลอาร์ต / ดนตรี / แฟชั่น: 130,000–160,000 บาท5. หลักสูตรนานาชาติ (International Program)• บริหารอินเตอร์: 180,000–250,000 บาท• การบิน: 280,000–400,000 บาท (ขึ้นกับชั่วโมงบิน)• อังกฤษ-จีน: 160,000–200,000 บาทหมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยโดยตรงเพื่อความถูกต้อง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ควรเตรียม• ค่าธรรมเนียมแรกเข้า: 10,000–20,000 บาท (ครั้งเดียว)• ค่าประกันอุบัติเหตุ/ของเสียหาย: 1,000–2,000 บาทต่อปี• ค่าหอพักในมหาวิทยาลัย: ประมาณ 3,000–6,000 บาทต่อเดือนมหาวิทยาลัยรังสิตมีค่าใช้จ่ายหลากหลายตามแต่ละคณะและประเภทหลักสูตร โดยเฉพาะสาขาวิชาสุขภาพและหลักสูตรอินเตอร์ที่มีค่าใช้จ่ายสูง การเตรียมแผนการเงินอย่างรอบคอบเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
อ่าน

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ

ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ “นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย” ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6 ล่วงหน้า
อ่าน

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ “นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย” ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6 ล่วงหน้า

เริ่ม 1 พ.ค.นี้ นทท.ชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ต้องลงทะเบียนบัตรตม.6นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เตรียมเปิดบริการระบบดิจิทัลสำหรับการลงทะเบียนเดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) โดยระบบนี้จะใช้สำหรับการลงทะเบียนของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าหรือออกจากประเทศไทยทุกช่องทาง ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ โดยจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ ระบบ TDAC จะเปิดให้ชาวต่างชาติสามารถกรอกข้อมูลได้ล่วงหน้า 3 วัน ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย โดยต้องกรอกข้อมูลเอกสารเดินทาง เช่น หนังสือเดินทาง ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเดินทาง และสถานะทางสุขภาพ ซึ่งไม่ใช่วีซ่า แต่เป็นระบบบัตรขาเข้าออนไลน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับมาตรการของหลายประเทศการลงทะเบียนผ่านระบบ TDAC สามารถทำได้ที่เว็บไซต์ http://tdac.immigration.go.th หรือสแกน QR code โดยผู้ที่ลงทะเบียนจะได้รับอีเมลยืนยันและต้องแสดงเอกสารยืนยันการลงทะเบียนเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย นอกจากนี้ เว็บไซต์ยังรองรับการใช้งานใน 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เกาหลี รัสเซีย และญี่ปุ่น และได้มีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น แผ่นพับและคลิปวิดีโอแนะนำการใช้งานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ E-Visa ของกรมการกงสุล และระบบคัดกรองโรคของกรมควบคุมโรค เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางเข้าประเทศไทย

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com
อ่าน

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบผลได้ผ่านเว็บ www.mytcas.comสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศผลสอบ A-Level ประจำปี 2568 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศสามารถเข้าตรวจสอบผลสอบผ่านระบบ MyTCAS ได้ทันที วิธีตรวจสอบผลสอบ A-Level 68ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบผ่านเว็บไซต์ของ ทปอ. ได้ที่ https://www.mytcas.com โดยมีขั้นตอนดังนี้:1.เข้าสู่ระบบที่ https://student.mytcas.com ด้วยบัญชีผู้สมัคร2.เลือกเมนู “ประกาศผลสอบ A-Level” เพื่อดูผลสอบรายวิชา3.หากต้องการดาวน์โหลดเอกสาร สามารถเลือก “หนังสือรับรองผลการสอบแยกรายวิชา” ได้ทันที4.หากต้องการยื่นขอทบทวนผลคะแนน ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วกด “ขอทบทวนผลคะแนนสอบ” ยื่นขอทบทวนผลคะแนนสอบได้ถึง 25 เม.ย. 68สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนสอบ หรือเชื่อว่าคะแนนอาจมีความคลาดเคลื่อน สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนผลคะแนนได้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 25 เมษายน 2568 ผ่านระบบ MyTCASค่าธรรมเนียมในการทบทวนคะแนนสอบ• ค่าธรรมเนียมรายวิชา: 100 บาท/วิชา• เหมาจ่ายทุกวิชา: 300 บาทโดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องเลือกวิชาที่ต้องการทบทวน อ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน และทำการชำระเงินผ่านระบบตามขั้นตอนที่กำหนดสรุป• ประกาศผลสอบ A-Level 68 แล้วตั้งแต่ 17 เม.ย. 68• ตรวจสอบผลได้ที่ student.mytcas.com• ขอทบทวนผลสอบได้ระหว่าง 18–25 เม.ย. 68• ค่าธรรมเนียม: รายวิชา 100 บาท, เหมาจ่าย 300 บาท

เทคนิครับมือ เมื่อไปพบญาติช่วงสงกรานต์ และการตอบคำถามป้าข้างบ้าน
อ่าน

เทคนิครับมือ เมื่อไปพบญาติช่วงสงกรานต์ และการตอบคำถามป้าข้างบ้าน

กลับบ้านช่วงสงกรานต์ทั้งที รู้สึกว่ามีแต่คนรัก... เอ๊ะ! ที่ญาติ ๆ ชอบทักเพราะเป็นห่วงเราจริงเหรอ?เรียนจบยัง ทำงานไหน เงินเดือนเท่าไหร่ แต่งงานกับใครหรือยัง? คำถามฮิตติดปาก จากญาติ ๆ ที่คอยห่วงใย ถ้าเรารู้สึกไม่สบายใจ จะรับมืออย่างไรดี? วันนี้ ‘ฟิวส์ ธีรวรรณ ดีบ้านคลอง’ นักจิตวิทยาคลินิก Me Center มีคำแนะนำมาฝาก1.สร้างขอบเขตของเราให้ชัดโดยให้ดูว่าเราโอเคกับอะไร ไม่โอเคกับอะไร หากมีคนถามในสิ่งที่เราสะดวกใจตอบ เราสามารถตอบออกไปได้ แต่หากถูกถามในเรื่องที่ไม่สะดวกใจที่จะตอบ อาจตอบไปว่า “ขอโทษด้วยนะคะ/ครับ ยังไม่พร้อมจะตอบเรื่องนี้/ยังไม่พร้อมจะเล่า ขอบคุณมากนะคะ/ครับ ที่เป็นห่วงหรือถามเรื่องนี้ ไว้พร้อมเมื่อไรจะตอบหรือจะเป็นคนแจ้งเรื่องนี้ให้ทราบเอง2.ขอความช่วยเหลือจากบุคคลที่สนิทใจในครอบครัวเช่น ขอความช่วยเหลือจากพี่ น้อง พ่อ แม่ ว่าเราคาดการณ์มาว่าจะต้องถูกญาติถามเรื่องที่เราไม่สะดวกใจที่จะตอบตอนนี้ เวลาที่ญาติจะถาม ช่วยอยู่ใกล้ ๆ เรา แล้วช่วยเราแก้สถานการณ์ ช่วยเราตอบคำถาม หรือพาเราหลีกเลี่ยงไม่อยู่กับญาติคนนี้ เพื่อไม่ให้มีโอกาสได้ถามในวงสนทนา3.เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาโดยให้สอบถามเรื่องอื่น เช่น อากาศวันนี้แจ่มใสดี มี pm2.5 หรือเปล่า วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ/ครับ? คุณ…ได้ทานอะไรหรือยังคะ/ครับ? 4.สอบถามเรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับคนในครอบครัวหรือสอบถามผู้ถามกลับ เมื่อถูกถามแล้วเราไม่แน่ใจว่าจะตอบว่าอย่างไร สามารถถามกลับผู้ที่ถามเรามาได้ว่าเรื่องนี้คิดเห็นอย่างไร หรือเปลี่ยนโดยการถามเรื่องเกี่ยวกับคนในครอบครัวคนอื่น เช่น คุณอาว่าคุณปู่เป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้?5.ตอบคำถามสั้น ๆ โดยหลีกเลี่ยงการให้รายละเอียดเช่น ไม่ใช่ค่ะ/ครับ ไม่แน่ใจ ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย ยังไม่มีอะไรใหม่6.ใช้อารมณ์ขันเข้ามาช่วยด้วยการเล่นมุกตลก หรือตอบแบบตลก ๆ การใช้อารมณ์ขันจะช่วยให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดเบาบางลงไปได้ และอาจจะทำให้ผู้ถามไม่ได้ให้ความสนใจอยู่เฉพาะการรอคำตอบของเราเท่านั้น วิธีดังกล่าวเป็นวิธีการเบื้องต้นในการรับมือกับญาติที่ชอบมาทักเราให้รู้สึกเสียความมั่นใจ หรือกระตุ้นให้เรามีอารมณ์และความรู้สึกติดลบ แต่ทั้งนี้อาจต้องดูบริบท รวมถึงนิสัยของคู่สนทนาของเรา เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการรับมือแต่หากพบว่าเรื่องนี้กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ทำให้รู้สึกแย่ ท้อแท้ มีพฤติกรรมแยกตัวออกจากสังคม และกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน การขอคำปรึกษาโดยการเข้าพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิก ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้หากสนใจปรึกษาจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาคลินิก ติดต่อได้ที่Me Center คริสตัล ดีไซน์ เซนเตอร์ (CDC) ชั้น 2โทร 085-355-2255Me Center ศูนย์สมองและสุขภาพจิต ชั้น 8 โรงพยาบาลอินทรารัตน์โทร 02-481-5555 ต่อ 8300Line Official: @mecenter (https://lin.ee/mCheDsu)

กยศ. เชิญชวนทำปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามที่ผู้กู้ยืมเงินสะดวก
อ่าน

กยศ. เชิญชวนทำปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามที่ผู้กู้ยืมเงินสะดวก

ดร.นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้เปิดเผยว่า “จากการที่ กยศ. ได้เปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมเงินทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ที่สำนักงาน กยศ. และลงพื้นที่ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่จะถูกดำเนินคดีหรือบังคับคดีเพื่อให้โอกาสขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้และปลดภาระผู้ค้ำประกันซึ่งมีผู้กู้ยืมเงินเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับกองทุนฯ แล้วกว่า 253,000 รายอย่างไรก็ดี เพื่อให้ผู้กู้ยืมเงินได้รับโอกาสในการทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จึงได้จัดให้มีการทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผู้กู้ยืมเงินที่ประสงค์จะทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่สำนักงาน กยศ. หรือเดินทางไปยังจังหวัดที่มีการทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้อีกต่อไป โดยผู้กู้ยืมเงินสามารถดำเนินการทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ www.studentloan.or.th และยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD กยศ. จึงขอเชิญชวนผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ทั้งที่ กยศ. ยังไม่ฟ้องคดีและฟ้องคดีแล้วหรืออยู่ระหว่างการบังคับคดีมาทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ทุกราย เพื่อปลดภาระผู้ค้ำประกันได้ทันที โดยผู้กู้ยืมเงินสามารถผ่อนชำระเงินคืน กยศ. เป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน และสามารถชำระให้เสร็จสิ้นได้นานถึง 15 ปี โดยในการชำระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมเงินต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ และเมื่อชำระหนี้งวดสุดท้ายเสร็จสิ้น กยศ. จะให้ส่วนลดเบี้ยปรับเดิมที่ตั้งพักไว้ทั้งหมด 100%”