TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “做个圣克拉拉大学毕业证(证件网:ban58.com)-专业做个圣克拉拉大学毕业证<网址:bbzz58.com>-哈密做个圣克拉拉大学毕业证哪里有-可以找做个圣克拉拉大学毕业证R0” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
มหาลัยมะกันจัดหนัก! แจกทุนสูงสุดเกือบ 5 แสนบาทต่อปี ถ้ามี Achievement เกมระดับแรร์
ดูเหมือนว่ามหาวิทยาลัย University of Silicon Valley (USV) จากรัฐแคลิฟอร์เนีย จะเป็นที่ฮือฮาหลังผุดโครงการแจกทุนการศึกษาสุดแหวกแนวที่มีชื่อว่า 'Max Achievement Scholarship' ซึ่งจะให้เงินสนับสนุนแก่นักศึกษาที่สามารถพิสูจน์ความเทพในการเล่นเกมของตัวเองได้หากครอบครอง Achievement หายากจากเกมต่าง ๆ ได้สำเร็จ โดยอาจแจกให้สูงสุดเกือบ 5 แสนบาทต่อปีเลยทีเดียวแม้ว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งจะมีหลักสูตรอีสปอร์ตหรือการพัฒนาเกมอยู่แล้ว แต่ทาง USV นั้นดูเหมือนจะมอบเงินทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาที่เล่นเกมเก่งแบบเข้าขั้นเซียนหรือขยันหมั่นเพียรแบบสุด ๆ โดยเปิดรับผลงานจากเกมหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น MMORPG อย่าง Final Fantasy XIV และ World of Warcraft เกมแนว Roguelike อย่าง Hades และ Risk of Rain 2 เกม Sandbox อย่าง Minecraft หรือแม้กระทั่งเก็บถ้วยหรือ Achievement ของแพลตฟอร์ม PlayStation, Xbox และ Steam ได้หลายอัน และอื่นๆ อีกมากมายโดยเงื่อนไขที่จะได้รับเงินทุนก้อนนี้ นักศึกษาจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าตัวเองปลดล็อกความสำเร็จหรือ Achievement ในเกม ตามเงื่อนไขที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้บนหน้าเว็บไซต์ได้สำเร็จ โดยแบ่งระดับรางวัลออกเป็นสองขั้นคือ Mastery และ Legendary สำหรับระดับ Mastery นักศึกษาจะได้รับเงินสูงสุด 2,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อเทอม (ประมาณ 83,700 บาท) และระดับ Legendary จะได้รับสูงสุดถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเทอม (ประมาณ 167,400 บาท) โดยในหนึ่งปีการศึกษาจะมีทั้งหมดสามเทอม ดังนั้นมูลค่าสูงสุดของทุนจึงอยู่ที่ประมาณ 500,000 บาทต่อปีเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้จะต้องรักษาเกรดเฉลี่ยให้มากกว่า 3.0 ในแต่ละปี และต้องเขียนเรียงความประกอบการขอทุนด้วยยกตัวอย่างเช่น การยื่นขอทุนโดยใช้ Achievement จากเกม Final Fantasy XIV ผู้เล่นสามารถยื่นขอทุนระดับ Legendary ได้ด้วยการเก็บเลเวลสายต่อสู้ทั้ง 20 อาชีพ และสายคราฟต์กับรวบรวมทรัพยากรอีก 8 อาชีพให้ถึงเลเวล 100 โดยจะต้องแสดงหลักฐานเป็นหน้าโปรไฟล์ Lodestone ของตัวละครนักศึกษา โดยเหตุผลด้านการศึกษาคือผู้ที่ทำสำเร็จนั้นมีความสามารถในระบบและวิชาชีพที่แตกต่างกัน 28 ด้านส่วนใครที่เล่น Genshin Impact นั้นก็สามารถยื่นขอทุนระดับ Mastery ได้หากทำเควส Archon ครบและมีระดับมิตรภาพ 10 กับตัวละคร 8 ตัว แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นมีทักษะการจัดการทรัพยากรและดำเนินเกมในระยะยาวหรือถ้าเป็นการเก็บถ้วยบนแพลตฟอร์ม PlayStation ผู้เล่นก็สามารถขอยื่นรับทุนระดับ Mastery ได้ หากเก็บถ้วย Platinum ได้ 5 เกม และ Legendary หากสามารถเก็บได้ 10 เกมขึ้นไป โดยที่ 3 เกมจะต้องมีอัตราการครอบครองถ้วยนั้นในระดับ Ultra Rare มีอัตราผู้ที่ครอบครองน้อยกว่า 1% ซึ่งเหตุผลด้านการศึกษาคือผู้เล่นมีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับแนวเกมที่แตกต่างกัน และแสดงความเป็นเลิศในเกมหลากหลายแนวนั่นเองแม้ว่าการแจกทุนด้วยวิธีนี้อาจจะดูเป็นช่องทางการช่วยเหลือทางการเงินที่แปลกไปสักหน่อย แต่ทาง USV ให้เหตุผลว่าทุนนี้เป็นการยกย่องคุณสมบัติแบบเดียวกับที่ใช้ผลักดันความเป็นเลิศทางวิชาการ นั่นก็คือการฝึกฝนอย่างมีวินัย การแก้ปัญหาเชิงกลยุทธ์ และการมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศที่เหนือกว่าความต้องการขั้นต่ำทางเว็บไซต์ของมหาลัยยังระบุด้วยว่าคุณสมบัติเหล่านี้คือสิ่งเดียวกับที่ใช้กำหนดหมวดวิชา Polymathic Domains ซึ่งรวมถึงการคิดเชิงระบบและวิศวกรรม ความคล่องแคล่วทางคอมพิวเตอร์ และการทำงานร่วมกับ AI โดยทางมหาลัยเชื่อว่าความเชี่ยวชาญก็คือความเชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านการเขียนโค้ด งานศิลปะ งานออกแบบ หรือในโลกเสมือนจริงก็ตามทั้งนี้ แม้ว่าทางมหาวิทยาลัยจะมีรายชื่อเกมที่รองรับการขอทุนอยู่พอสมควร แต่ทางมหาลัยก็เปิดกว้างให้นักศึกษาสามารถนำเสนอเกมอื่นที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อบนเว็บไซต์ได้เช่นกัน แต่ต้องมีมีเอกสารหลักฐานยืนยันความหายากของ Achievement นั้น โดยระบุไว้ว่าต้องมีอัตราการสำเร็จน้อยกว่า 5% พร้อมกับอธิบายถึงความเชี่ยวชาญที่ใช้ในการปลดล็อกความสำเร็จดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาทุนจะตรวจสอบใบสมัครกันเป็นรายบุคคลไปทุน Max Achievement Scholarship เพิ่งเปิดตัวเป็นปีแรก โดยตั้งเป้าที่จะมอบทุนให้กับนักศึกษาจำนวน 10 ถึง 15 คนสำหรับปีการศึกษา 2026 - 2027 และอาจพิจารณาขยายโครงการในอนาคตได้ โดยจะประเมินจากคุณภาพของผู้สมัครและความสำเร็จโดยรวมของตัวโครงการใครที่สนใจอยากรู้ว่าทุนการศึกษานี้มี Achievement ของเกมไหนบ้างและมีเงื่อนไขอะไรก็สามารถเข้าไปดูที่หน้าเว็บไซต์ของทางมหาลัยได้เลย ลองดูเล่น ๆ แล้วลองนับรวมกันครับว่าเรานั้นเข้าข่ายรับทุนไปแล้วกี่ข้อกี่เกม เพราะงานนี้ไม่ได้วัดความสำเร็จกันที่ทักษะการเล่นเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความพากเพียร เล่นจนครบจบสมบูรณ์ในด้านต่าง ๆ ด้วย ไม่แน่อาจจะได้ทุนเยอะกว่าที่คิด!ข้อมูลอ้างอิงจากIGNUniversity of Silicon Valley
Online Station • 3 วันที่แล้ว
รีวิวเกม Police cop simulator 3D
เกมนี้สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.mobgames3d.policecopsi
Gamercreaterslect • 16 ธ.ค. 68
สิทธิพิเศษ
โรงพยาบาลซีจีเอช สายไหม
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 10 พ.ค. 69
อ่าน
ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 เม.ย. 69
อ่าน
วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 4 ธ.ค. 66
อ่าน
สะดวกกว่าเดิม! ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ ไม่ต้องไปขนส่ง เริ่ม 4 มีนาคม 2569
ข่าวดีสำหรับคนขับรถที่ไม่อยากเสียเวลาต่อคิว กฎกระทรวงฉบับใหม่เปิดทางให้สามารถ ต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) ได้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 มีนาคม 2569โดยไม่ต้องประเมินสมรรถภาพ หรือสุขภาพเพิ่มเติม ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้แล้ว เริ่ม 4 มีนาคม 2569 สำหรับกลุ่มหลักที่เข้าเกณฑ์คือผู้ที่ อายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ และ ใบขับขี่เดิมยังไม่หมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี ผู้ที่เข้าเกณฑ์สามารถยื่นขอต่อผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และไม่ต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายแบบเดิม (เช่น ทดสอบสายตา/ปฏิกิริยา) ตามที่กฎกระทรวงกำหนด โดยขั้นตอนหลักๆ มีดังนี้ อบรมออนไลน์ (DLT e-Learning) - ลงทะเบียน ดูเนื้อหา และผ่านแบบทดสอบออนไลน์ เพื่อรับหลักฐานผลการอบรม (ควรเก็บภาพหน้าจอ/ไฟล์ผลการอบรมไว้)เว็บไซต์ : www.dlt-elearning.com จองคิวผ่าน DLT Smart Queue - ใช้สำหรับจองคิวล่วงหน้า หรือตรวจสอบสถานะการสมัคร (ในระบบใหม่ปี 69 จะเน้นการทำผ่านแอปเป็นหลัก)เว็บไซต์: gecc.dlt.go.thแอปพลิเคชัน: ค้นหาคำว่า "DLT Smart Queue" ได้ทั้งใน App Store และ Play Store *ยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaID เพื่อความปลอดภัย* เงื่อนไขการต่อใบขับขี่ออนไลน์ ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุ ไม่เกิน 1 ปี อายุไม่เกิน 55 ปี สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุเกิน 1 ปี หรือมีอายุมากกว่า 55 ปี จะต้องไปรับการทดสอบสมรรถภาพเพิ่มเติมที่กรมขนส่ง ====================
ทราเวล ทิปส์ • 2 มี.ค. 69
อ่าน
รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง
เจาะลึก 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 อนุมัติไว ไม่ต้องเสี่ยงหนี้นอกระบบ ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจมีความผันผวน การมองหาช่องทางเสริมสภาพคล่องด้วยการกู้สินเชื่อถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกแหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้ อนุมัติไว และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณก้าวผ่านวิกฤตทางการเงินในปี 2569 ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับหนี้นอกระบบที่อันตราย สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมายคืออะไร สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย คือ บริการทางการเงินจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) โดยมีลักษณะเด่นคือการระบุอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน โปร่งใส มีหลักฐานการชำระเงินที่ตรวจสอบได้ และดอกเบี้ยต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ทำให้ผู้กู้มั่นใจได้ว่าจะได้รับความเป็นธรรมตลอดอายุสัญญา 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยทางการเงินที่วางใจได้ ในปี 2569 นี้มีแหล่งเงินทุนถูกกฎหมายที่ตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายรูปแบบ ดังนี้ 1. สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นสินเชื่อที่เน้นความอเนกประสงค์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนไปจัดการภาระต่าง ๆ จุดเด่นคือไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน การพิจารณาจะดูจากฐานรายได้และความมั่นคงทางการเงินเป็นหลัก ปัจจุบันมีการพัฒนาให้ขอได้สะดวกขึ้นผ่านช่องทางต่าง ๆ ของสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ 2. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนมีรถแต่ไม่อยากจอดรถทิ้งไว้ เพียงใช้เล่มทะเบียนรถเป็นหลักประกันในการกู้สินเชื่อ ก็สามารถรับเงินสดไปหมุนเวียนได้ทันที โดยที่คุณยังคงมีรถไว้ขับไปทำงานหรือประกอบอาชีพตามปกติ ที่สำคัญคืออาชีพอิสระที่ไม่มีสลิปเงินเดือนก็สามารถยื่นขอสินเชื่อประเภทนี้ได้ไม่ยาก 3. บัตรกดเงินสด เป็นวงเงินสำรองพร้อมใช้ที่เน้นความคล่องตัวสูง เมื่อได้รับอนุมัติวงเงินแล้วคุณสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM หรือโอนเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อดีคือคิดดอกเบี้ยตามยอดที่ใช้จริง และเมื่อชำระคืน วงเงินก็จะหมุนเวียนกลับมาให้คุณใช้ใหม่ได้ทันทีในยามฉุกเฉิน 4. สินเชื่อที่ดินแลกเงิน สินเชื่อสำหรับผู้ที่มีสินทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเปล่า หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยการนำโฉนดมาเป็นหลักประกันแลกเงินก้อน วิธีนี้มักจะได้วงเงินที่ค่อนข้างสูงและดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสินเชื่อบางประเภท แต่อยากให้พิจารณาเป็นทางเลือกท้าย ๆ หากที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยเพียงแห่งเดียวของคุณ 5. สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ นวัตกรรมการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลที่สุด เพราะสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ 100% บางผู้ให้บริการทราบผลอนุมัติไวมากภายใน 10-30 นาที ใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ในการพิจารณาแทนเอกสารกระดาษ ทำให้ผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ยากมีโอกาสได้รับเงินทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น ข้อควรระวังที่ต้องรู้ แม้จะเป็นแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย แต่การกู้สินเชื่อก็มีข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อสุขภาวะทางการเงินที่ดี ตรวจสอบผู้ให้บริการ: ก่อนตัดสินใจสมัคร ควรตรวจสอบรายชื่อแอปพลิเคชันหรือสถาบันการเงินผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยเสมอเพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง ประเมินความสามารถในการชำระ: ไม่ควรกู้เกินกำลังรายได้ที่มี เพราะภาระหนี้ที่สูงเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อเครดิตในระยะยาว อ่านสัญญาให้ละเอียด: ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแฝงต่าง ๆ ให้แน่ใจว่าถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้ก่อนกดยืนยัน ผู้เชี่ยวชาญจาก Promise เน้นย้ำถึงการกู้สินเชื่ออย่างปลอดภัยว่า ควรตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ พร้อมทั้งควรประเมินรายได้เพื่อไม่ให้กู้เกินกำลังจนกระทบต่อเครดิตในระยะยาว และที่สำคัญต้องตรวจสอบรายละเอียดสัญญา อัตราดอกเบี้ย รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วนก่อนกดยืนยันเพื่อให้มั่นใจว่าได้รับเงื่อนไขที่เป็นธรรม สรุปบทความ การเลือกใช้บริการทางการเงินจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมายในปี 2569 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การจัดการปัญหาการเงินมีความมั่นคงและปลอดภัย การเข้าถึงสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือด้วยเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นธรรม จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางที่สะดวกทั้งรูปแบบสาขาหรือแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำเตือน: ควรเลือกกู้เงินจากแหล่งที่ถูกกฎหมายและตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์แบงก์ชาติทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย ควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้และกู้เท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาเครดิตทางการเงินและป้องกันปัญหาหนี้สินเกินตัวในอนาคต
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 23 ก.พ. 69
สิทธิพิเศษ
จิมโบรี เพลย์ แอนด์ มิวสิค
สถาบันเสริมพัฒนาการเด็กเล็กตั้งแต่ 0-5 ปี เป็นสถาบันอันดับ 1 จากสหรัฐอเมริกา ที่มีกว่า 800 สาขาในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก
โรงเรียนเสริมทักษะ • 1 มี.ค. 68
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 29 พ.ย. 68
สิทธิพิเศษ
สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ
Bright Up Kids แฟรนไชส์การศึกษา มาตรฐานสูง หลัดสูตรดีเยี่ยม
สถาบันกวดวิชา • 1 มี.ค. 67
อ่าน
อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน
ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือต้องการ ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เพื่อที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ตามเรามาอัปเดตได้เลยค่ะกับ สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ใกล้ๆ บ้าน ต่ออายุพาสปอร์ต หรือ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็สะดวกสบายและรวดเร็ว มาดูกันว่า สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง ที่ไหนใกล้ๆ บ้านกันบ้างค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ ปริมณฑลต่ออายุพาสปอร์ต ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่ไหนดี 1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J9ZRCjeMsCxV64H89 โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุลCall Center 0-2572-8442 ================ 2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น) วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nQvYqW148Ke6FbYK6 โทร : 0-2143-7680 ================ 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xj3deaM46uimNmKs6 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 ================ 4. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ธัญญาพาร์ค วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wPLg8BXJ9WF6D56h9 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sMWUka4czBWsg3No7 โทร : 0-2422-3431 ================ 6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XfnE6JraSGTRs7uG8 โทร : 0-2024-8362-64 ================ 7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N9VYesYmAW8GujVw8 โทร : 0-2024-8896, 09-3010-5247 ================ 8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rJygy7Xd9hvqFBfH9 โทร : 0-2126-7612 ================ 9. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk MBK Center วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NTWhFGMgg6P2yYam9 โทร : 0-2126-7612เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 10. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9EfZXed9bb9JM3Jp9 โทร : 0-2150-9002 ================ 11. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว)เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B71gP3UbhwPTBkCj6 โทร : 0-2194-2643 ================ 12. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FHsKeQMKXJbZ4sZdA โทร : 0-2194-2643เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ ค่าทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท เล่ม 5 ปี 1,500 บาท เล่ม 10 ปี สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 2-3 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท เล่ม 5 ปี 3,500 บาท เล่ม 10 ปี *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น.สถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consular.mfa.go.th กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572 8442 และ 0-2203 5000 ต่อ 32301อีเมล : consular05@mfa.go.thเว็บไซต์ : https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 26 พ.ย. 68
สิทธิพิเศษ
โรงเรียนศูนย์คณิตศาสตร์อาจารย์ชวพัฒน์
โรงเรียนกวดวิชาเทคนิคลัดอันดับ 1 ของประเทศ
สถาบันกวดวิชา • 1 มิ.ย. 65
อ่าน
คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 26 ต.ค. 68
อ่าน
ตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้หญิงอายุ 30+ ควรตรวจอะไรบ้าง?
เมื่อผู้หญิงก้าวเข้าสู่วัย 30 ปีขึ้นไป ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตในวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับความเครียด พักผ่อนน้อย พฤติกรรมการรับประทานอาหาร หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนตามธรรมชาติ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์เพิ่มสูงขึ้น การใส่ใจสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สุดในการดูแลตัวเองคือ การตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้หญิงอายุ 30+ ไม่ใช่เพียงแค่การตรวจวัดพื้นฐานทั่วไปเท่านั้น แต่ควรเน้นไปที่การคัดกรองโรคเฉพาะทางที่พบบ่อยในวัยนี้ รวมถึงการประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การทราบผลการตรวจแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดความเสี่ยง และเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที หากคุณกำลังมองหาแนวทางว่าในแต่ละปีควรตรวจอะไรบ้างเพื่อคงไว้ซึ่งสุขภาพที่ดี วันนี้เราได้รวบรวมรายการตรวจที่จำเป็นและสำคัญที่สุดมาให้คุณแล้ว เพื่อให้คุณมีชีวิตที่สมดุลและแข็งแรงในทุกๆ วัน ตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้หญิงอายุ 30+ 1. การตรวจสุขภาพพื้นฐาน (The Essentials) การตรวจวัดทั่วไปที่ช่วยประเมินภาวะสุขภาพโดยรวม และคัดกรองความเสี่ยงของโรคที่พบบ่อย 1.1 การตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์: การวัดความดันโลหิต ชีพจร ส่วนสูง น้ำหนัก และค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงภาวะอ้วน 1.2 ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC): เพื่อดูภาวะโลหิตจาง การติดเชื้อ และความผิดปกติของเม็ดเลือด 1.3 ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar: FBS): คัดกรองโรคเบาหวาน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้นในวัยนี้ 1.4 ตรวจระดับไขมันในเลือด (Lipid Profile): ตรวจหาคอเลสเตอรอลรวม, ไขมันดี (HDL-C), ไขมันไม่ดี (LDL-C), และไตรกลีเซอไรด์ เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด 1.5 ตรวจการทำงานของตับและไต: ดูค่าเอนไซม์ตับ (SGOT, SGPT, Alk Phos) และค่าการทำงานของไต (BUN, Creatinine) 1.6 ตรวจปัสสาวะและอุจจาระ: เพื่อคัดกรองการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ความผิดปกติของไต หรือความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ในเบื้องต้น 2. การตรวจคัดกรองโรคเฉพาะทางสำหรับผู้หญิง (Women's Specific Screening) รายการตรวจที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่เข้าสู่วัย 30 ปีขึ้นไป โดยมุ่งเน้นที่ระบบสืบพันธุ์และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน 2.1 ตรวจภายในและคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear / ThinPrep / HPV Testing): ความสำคัญ: มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิง การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์เป็นสิ่งจำเป็น คำแนะนำ: ควรตรวจเป็นประจำทุก 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับวิธีการตรวจและผลการตรวจครั้งล่าสุด 2.2 ตรวจเต้านม (Breast Examination): การคลำเต้านมโดยแพทย์: ตรวจหาสิ่งผิดปกติ เช่น ก้อนเนื้อ การถ่ายภาพรังสีเต้านม (Mammogram) และ/หรือ อัลตราซาวด์เต้านม (Ultrasound Breast): แนะนำให้เริ่มพิจารณาการตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์เมื่ออายุ 35-40 ปี หรือตามประวัติความเสี่ยงของแต่ละบุคคล 2.3 อัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง (Ultrasound Lower Abdomen): เพื่อตรวจดูความผิดปกติของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เช่น มดลูก รังไข่ เพื่อคัดกรองภาวะถุงน้ำรังไข่ เนื้องอกมดลูก หรือความผิดปกติอื่นๆ 3. การตรวจอื่นๆ ที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม (Optional but Recommended) รายการตรวจที่อาจพิจารณาเพิ่มตามความเสี่ยง ประวัติครอบครัว และพฤติกรรมการใช้ชีวิต 3.1 ตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram: EKG/ECG): สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจ หรือมีประวัติความดันโลหิตสูง 3.2 ตรวจเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray): คัดกรองความผิดปกติของปอด เช่น วัณโรค หรือมะเร็งปอด (โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่) 3.3 ตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor Markers): เช่น CA-125 (มะเร็งรังไข่), CA 15-3 (มะเร็งเต้านม) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตรวจ เนื่องจากค่าที่สูงขึ้นไม่ได้บ่งชี้ถึงมะเร็งเสมอไป 3.4 ตรวจระดับวิตามิน D และฮอร์โมนไทรอยด์: สำหรับผู้ที่รู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการเผาผลาญ การตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับผู้หญิงอายุ 30+ คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่ออนาคตของคุณ โปรดจำไว้ว่าเช็กลิสต์ข้างต้นเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อออกแบบโปรแกรมการตรวจสุขภาพที่เหมาะสมกับคุณที่สุด โดยพิจารณาจาก: ประวัติสุขภาพส่วนตัวและครอบครัว: หากมีคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง หรือโรคหัวใจ อาจต้องตรวจคัดกรองที่เจาะจงมากขึ้น พฤติกรรมการใช้ชีวิต: เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และการออกกำลังกาย ผลการตรวจครั้งก่อนๆ: เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงของค่าต่างๆ การดูแลสุขภาพที่ดีเริ่มจากการรู้เท่าทันร่างกายของตนเอง อย่ารอให้มีอาการป่วยจึงจะมาใส่ใจ แต่จงก้าวเข้าสู่วัย 30+ ด้วยความมั่นใจในสุขภาพที่แข็งแรงผ่านการตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอ บทความที่คุณอาจสนใจ คู่มือตรวจสุขภาพประจำปี แต่ละช่วงวัย 20+, 30+, 40+ ควรตรวจอะไรบ้างนะ 3 ประโยชน์ของการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ตรวจสุขภาพประจำปี ดีอย่างไร
เทรนด์สุขภาพ • 20 ต.ค. 68
อ่าน
ธรรมศาสตร์ VS สุราษฎร์ธานี : พรีวิว MEA ฟุตซอลไทยลีก 2025 (ลิ้งก์ดูบอลสด)
วิเคราะห์บอล : ธรรมศาสตร์ VS สุราษฎร์ธานี รายการ : MEA ฟุตซอลไทยลีก 2025 แมตช์การแข่งขัน : ธรรมศาสตร์ สแตลเลี่ยน พบ สุราษฎร์ธานี วัน/เวลาแข่งขัน : วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2568 เวลา 20.30 น. สนาม : ยิมเนเซียม 6 ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี ถ่ายทอดสด :True Sports 2 , True Ball Thai 9 ฟอร์มการเล่น 5 นัดหลังสุด ธรรมศาสตร์ สแตลเลี่ยน 11/10/25 แพ้ ชลบุรี บลูเวฟ 2-4 (เยือน) ฟุตซอลไทยลีก 05/10/25 เสมอ นนทบุรี ฟุตซอลคลับ 2-2 (เหย้า) ฟุตซอลไทยลีก 31/08/25 แพ้ ห้องเย็นท่าข้าม 3-7 (เยือน) ฟุตซอลไทยลีก 23/08/25 ชนะ ราชนาวี 4-1 (เหย้า) ฟุตซอลไทยลีก 21/08/25 ชนะ เอสแบค-นอร์ทกรุงเทพ 8-4 (เยือน) ฟุตซอลไทยลีก สุราษฎร์ธานี 12/10/25 ชนะ นนทบุรี 2-1 (เหย้า) ฟุตซอลไทยลีก 04/10/25 แพ้ ราชนาวี 3-5 (เยือน) ฟุตซอลไทยลีก 30/08/25 ชนะ วายเอฟเอ ศรีราชา 3-2 (เหย้า) ฟุตซอลไทยลีก 23/08/25 แพ้ การท่าเรือ เอเอสเอ็ม 1-6 (เยือน) ฟุตซอลไทยลีก 20/08/25 แพ้ แบล็คเพิร์ล ยูไนเต็ด 1-2 (เหย้า) ฟุตซอลไทยลีก ชมฟุตซอลไทยลีก สดครบทุกแมตช์!!เพียงสมัครแพ็กเกจ NOW POP เพียง 119 บาท / เดือน ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรม MEA ฟุตซอลไทยลีก 2025 ลิ้งก์ดูสด ฟุตซอลไทยลีก 2025 อันดับตารางคะแนน MEA ฟุตซอล ไทยลีก 2025 อัปเดตล่าสุด OFFICIAL : ทรูวิชั่นส์ คว้าสิทธิ์ ถ่ายทอดสด ฟุตซอลไทยลีก 2025/26
ฟุตซอล • 12 ต.ค. 68
อ่าน
Sleep Test คืออะไร หยุดหายใจขณะหลับ ตรวจอย่างไร เบิกประกันสังคมได้จริงไหม
คุณเคยไหม ทั้งที่นอนครบ 8 ชั่วโมง แต่ตื่นเช้ามาแล้วยังรู้สึกเพลีย ง่วง งุนงง เหมือนไม่ได้พักจริง ๆอาการแบบนี้อาจไม่ใช่แค่ นอนดึก หรือ นอนไม่พอ แต่เป็นสัญญาณของภาวะความผิดปกติขณะนอนหลับ (Sleep Disorder) ซึ่งในหลายกรณีเกี่ยวข้องกับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea OSA) ที่อันตรายกว่าที่คิด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันสูง และโรคหลอดเลือดสมองได้ หนึ่งในวิธีวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดคือ Sleep Test หรือ การตรวจการนอนหลับ ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมเพื่อเบิกค่าใช้จ่ายได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด Sleep Test คืออะไร ตรวจอะไรบ้าง ทำไมถึงต้องตรวจ Sleep Test หรือชื่อทางการแพทย์ว่า Polysomnography คือการตรวจวิเคราะห์คุณภาพการนอนหลับโดยละเอียด เพื่อค้นหาความผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างการนอน เช่น การหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) การนอนกรน นอนละเมอ หรือ นอนไม่หลับเรื้อรัง การตรวจนี้จะมีเจ้าหน้าที่แพทย์ติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์ไว้ตามร่างกาย เช่น ศีรษะ หน้าอก และขา เพื่อบันทึกสัญญาณชีพต่าง ๆ ขณะหลับ อาทิ คลื่นสมอง (EEG) เพื่อดูวงจรการหลับลึกและหลับฝัน การหายใจและการเคลื่อนไหวของทรวงอก เพื่อประเมินการไหลเวียนของอากาศ จังหวะการเต้นของหัวใจ (ECG) และระดับออกซิเจนในเลือด การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและดวงตา เพื่อดูว่ามีการกระตุกหรือละเมอขณะหลับหรือไม่ ข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกนำไปวิเคราะห์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อระบุว่ามีภาวะผิดปกติใด เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ระดับออกซิเจนต่ำ หรือคุณภาพการนอนไม่เพียงพอ ซึ่งผลการตรวจนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการวางแผนรักษา เช่น การใช้เครื่องช่วยหายใจ CPAP หรือการปรับพฤติกรรมการนอนให้เหมาะสมมากขึ้น กล่าวง่าย ๆ คือ Sleep Test ช่วยให้เราเข้าใจคุณภาพการนอนของตัวเองอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่ นอนนานหรือไม่นาน แต่รู้ว่าร่างกายได้พักจริงหรือเปล่า และมีภาวะที่ซ่อนอยู่หรือไม่ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หยุดหายใจ หรือสมองไม่เข้าสู่ช่วงหลับลึก ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจ Sleep Test Sleep Test ไม่ได้มีไว้เฉพาะสำหรับคนกรนเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับผู้ที่มีอาการเหล่านี้ด้วย กรนเสียงดังจนคนข้าง ๆ ต้องสะกิด หรือมีคนบอกว่าคุณหยุดหายใจขณะหลับ ง่วงมากผิดปกติในตอนกลางวัน แม้จะนอนเพียงพอ หลับยาก ตื่นกลางดึกบ่อย หรือหลับไม่สนิท มีพฤติกรรมแปลก ๆ ตอนนอน เช่น ละเมอ เดินหลับ ขากระตุก หรือพูดตอนหลับ รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจติดขัด หรือสะดุ้งตื่นกลางดึก หากคุณมีอาการใดอาการหนึ่งในนี้เป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการตรวจ Sleep Test โดยเร็ว เพราะหากปล่อยไว้อาจเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพระยะยาว เช่น ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือโรคหลอดเลือดสมอง ตรวจ Sleep Test เบิกประกันสังคมได้ไหม คำตอบคือ ได้ แต่ต้องอยู่ในกรณีที่แพทย์เห็นว่า มีความจำเป็นทางการแพทย์ หากผู้ประกันตนมีอาการเข้าเกณฑ์ เช่น กรนเสียงดังผิดปกติ หยุดหายใจขณะหลับ หรือมีภาวะง่วงมากในเวลากลางวัน แพทย์สามารถออกใบส่งตรวจ Sleep Test เพื่อขอเบิกได้ โดยต้องเข้ารับการตรวจที่ โรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคม หรือ สถานพยาบาลที่ได้รับการรับรอง เท่านั้น อัตราค่าชดเชยที่เบิกได้ตามสิทธิ์ รายการ วงเงินสูงสุดที่เบิกได้ Sleep Test แบบเต็มรูปแบบ (Polysomnography Type 1) ไม่เกิน 7000 บาท Sleep Test แบบไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้า (Type 2) ไม่เกิน 6000 บาท เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) ไม่เกิน 20000 บาท หน้ากากสำหรับเครื่อง CPAP ไม่เกิน 4000 บาท/ชิ้น ส่วนค่าอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น แผ่นกรองอากาศและอุปกรณ์สิ้นเปลือง จะรวมอยู่ในค่าบริการของโรงพยาบาลตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด เตรียมตัวก่อนตรวจ Sleep Test อย่างไรให้ผลแม่นยำ การตรวจจะใช้เวลาประมาณ 1 คืน ผู้เข้ารับการตรวจจึงควรเตรียมตัวให้พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมีข้อควรปฏิบัติดังนี้ 1. งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนตรวจ2. อาบน้ำและสระผมให้สะอาด เพื่อให้ติดอุปกรณ์ได้แน่นและไม่เกิดการรบกวนสัญญาณ3. งดใช้ครีม โลชั่น หรือเจลใส่ผม เพราะอาจทำให้แผ่นตรวจหลุดง่าย4. แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยานอนหลับหรือยากล่อมประสาท5. หลีกเลี่ยงการงีบระหว่างวัน เพื่อให้ร่างกายสามารถเข้าสู่การหลับลึกในช่วงตรวจ6. รับประทานอาหารมื้อเย็นก่อนตรวจ 45 ชั่วโมง และไม่ควรทานอาหารมื้อหนัก7. นำของใช้ส่วนตัวติดตัวไปด้วย เช่น หมอน ผ้าห่ม หรือตุ๊กตาที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย การนอนที่ดีเริ่มจากการรู้จักตัวเอง Sleep Test คือการตรวจที่ช่วยให้เราเข้าใจ คุณภาพของการนอน มากกว่าปริมาณชั่วโมงที่นอน หากพบความผิดปกติและเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง คุณจะรู้สึกสดชื่นขึ้น มีสมาธิ และลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในระยะยาว และที่สำคัญ หากคุณอยู่ในระบบ ประกันสังคม ก็สามารถใช้สิทธิ์ เบิกค่าตรวจ Sleep Test และอุปกรณ์ CPAP ได้จริง ตามเกณฑ์ที่แพทย์วินิจฉัยและโรงพยาบาลในเครือข่ายรองรับ เพราะ การนอนหลับที่ดี ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความสบาย แต่คือ รากฐานของสุขภาพและคุณภาพชีวิต ที่ทุกคนควรใส่ใจตั้งแต่วันนี้นั่นเอง บทความที่คุณอาจสนใจ ผอมง่ายแค่หลับตา เคล็ดลับลดน้ำหนักด้วยการนอนฉบับผู้ชายเวลาน้อย นอนดึกทําให้อ้วน จริงไหม เหตุผลที่ผู้ชายอ้วนง่ายควรรู้!
ไลฟ์สไตล์ • 9 ต.ค. 68
อ่าน
วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ
ทราเวล ทิปส์ • 18 ก.ย. 68
อ่าน
12 ร้านสั่งของไหว้เจ้า วันสารทจีน 2568 ครบจบทั้งคาวหวาน !
อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ เทศกาลวันสารทจีน 2568 กันแล้ว เหล่าลูกหลานน่าจะกำลังมองหาอาหารไหว้เข้าแบบครบถ้วนเต็มโต๊ะกันอยู่แน่ๆ เราเลยไม่รอช้าชี้พิกัด 12 ร้านสั่งของไหว้เจ้า วันสารทจีน 2568 ครบจบทั้งคาวหวาน แบบไม่ต้องไปซื้อเอง ! รวบรวมมาให้ทั้งร้านค้าใหญ่ ร้านค้าเล็ก ล้วนเป็นร้านดังที่สามารถสั่งอาหารจีนตามแบบฉบับต้นตำรับ บอกเลยว่าถ้าตามลิสต์ด้านล่างของเรา ไม่ต้องไปหาที่ไหนอีกแล้ว เพราะเราคัดมาให้ครบทุกแบบของอาหารที่ควรมีตั้งโต๊ะไหว้สารทจีนเลยจ้า ตามมาสั่งกันเลย! ร้านสั่งของไหว้เจ้า เดลิเวอรี่ วันสารทจีน 2568 1. CP Fresh Mart ถ้าพูดถึงเซตของไหว้ตรุษจีน ต้องนึกถึงที่นี่เป็นที่แรกแน่ๆ CP Fresh Mart เนื่องจากสะดวกสบาย มีสาขาเพียบ แถมตอนนี้ยังสั่งออนไลน์มาส่งที่บ้านได้อีกด้วยนะ โดยปีนี้ CP จัดชุดไหว้มหามงคล ขนมาทั้งหมู ไก่ เป็ด ปลา กุ้ง แบบจัดเต็ม มีทั้งซื้อแยกเดี่ยว หรือจัดเป็นเซตไว้แบบสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นชุดซาแซไก่ต้ม ซาแซหมูพะโล้ เป็นต้น *จองสินค้าตั้งแต่วันที่ 18 - 27 ส.ค. 2566 *รับสินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 28 - 30 ส.ค. 2566 สั่งเดลิเวอรี่ 🛵 : www.cpfreshmartshop.com/ LINE IDคลิ๊ก โทร : 1788 ร้านเปิดบริการ : ไม่ระบุ เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/cpfreshmart.page 2. Makro แมคโคร จัดโปรโมชั่นเทศกาลสารทจีน ของไหว้หลากหลาย ครบครันที่แม็คโคร ต้อนรับเทศกาลสารทจีน ขอนำเสนอของเซ่นไหว้ที่ ครบครัน ปลอดภัย และมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น ชุดเป็ดพะโล้ ไก่ต้มทั้งตัว เปาเฮง หมั่นโถว ซาลาเปาส้มเฮง และอื่นอีกเพียบ เข้าไปดูสินค้าที่ต้องการสั่งได้เลย สั่งเดลิเวอรี่ 🛵 : Makro Clickคลิ๊ก โทร : 0-2067-8999 ร้านเปิดบริการ : 06.00 - 22.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/siammakro/ 3. Gormet Market กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ โฮม เฟรช มาร์ท ซูเปอร์มาร์เก็ต กลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป คัดสรรชุดไหว้และของไหว้คุณภาพ ครบครันตามธรรมเนียมจีนการันตีความสด สะอาด ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น ชุดไหว้มหามงคลซาแซเสริมสุข S-Pure , ชุดไหว้โหงวแซ และอีกมากมาย ตามไปสั่งกันได้จ้า สั่งเดลิเวอรี่ 🛵 : คลิก คลิ๊ก โทร : 0-2239-1234 ร้านเปิดบริการ : ไม่ระบุ เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/GourmetMarketThailand 4. ซ้งเป็ดพะโล้ เป็นร้านอาหารชื่อดังประจำย่านวังหินเลยก็ว่าได้ จุดเด่นของร้านอยู่ที่เป็ดพะโล้รสเด็ด เนื้อเป็ดไม่สาบ นุ่ม และมีกลิ่นหอมจากเครื่องเทศที่หมักมาอย่างดี น้ำเป็ดพะโล้กลมกล่อม นอกจากนั้นยังมีเมนูเด็ดอื่นๆ เช่น ซุปเปอร์ขาไก่, ยำปลาสลิด, ไข่ยู่ยี่, ปูนิ่มผัดผงกะหรี่ เป็นต้น ราคากันเอง เริ่มต้นเพียง 40 บาท ในช่วงตรุษจีนที่ร้านก็รับสั่งเป็ดพะโล้ทั้งตัวด้วยนะ สั่งเดลิเวอรี่ 🛵 : สั่งโดยตรงที่ 0-2570-4080, 09-2514-5757 โทร : 0-2570-4080, 09-2514-5757 ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 04.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/ZhongPedpalowWanghin 5. รื่นรสภัตตาคาร ภาพจาก ทรูไอดี ครีเอเตอร์ : bppsnaps ความอร่อยระดับตำนานที่อยู่คู่คนไทยเชื้อสายจีนมานานกว่า 40 ปี รื่นรสภัตตาคารเป็นอาหารจีนสไตล์แต้จิ๋วโบราณ ซึ่งปัจจุบันหาทานได้ยาก มีตั้งแต่เมนูแรกอย่าง แพะตุ๋นยาจีน กับหูฉลามน้ำแดง ผัดโหงวก้วย ข้าวผัดคะน้าปลาแห้ง เป็นต้น บอกเลยว่ารสชาติดีไม่เหมือนใคร ตอนนี้ทางร้านจัดเซตเดลิเวอรี่สำหรับครอบครัวไว้ด้วย ใครกำลังมองหากับข้าวตั้งโต๊ะสำหรับไหว้เจ้าอยู่ ตามไปสั่งกันได้ ดูบทความรีวิว ที่ :รีวิวร้านอาหารจีน รื่นรส ภัตตาคาร พระราม 3 อาหารจีนแต้จิ๋วสูตรโบราณ อร่อยระดับมิชลินไกด์ ภาพจาก ทรูไอดี ครีเอเตอร์ : bppsnaps สั่งเดลิเวอรี่ 🛵 : LINE : @ruenros1976 โทร : 06-44040-222, 09-7160-0004 ร้านเปิดบริการ : 11.00-14.30 น. / 17.00-22.99 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Ruenros1976/ 6. HoHo Kitchen ร้านอาหารจีนชื่อดังHoHo Kitchen (โหว์ โหว์ คิทเช่น) ร้านอาหารจีน สไตล์ฮ่องกงรสชาติต้นตำรับ มาเปิดสาขาใหม่ล่าสุดแล้วที่เดอะมอลล์ ท่าพระจากสาขาต้นตำรับบนถนนบรรทัดทอง ที่เปิดมายาวนานกว่า 23 ปี กับเมนูอาหารจีนแท้ๆ คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี มารังสรรค์เป็นเมนูสุดอร่อย ที่สามารถกินได้ทั้งครอบครัว บอกเลยว่าสายกินทั้งหลายห้ามพลาด อ่านรีวิวเพิ่มเติม :เปิดแล้ว! HoHo Kitchen ร้านอาหารจีน สไตล์ฮ่องกง เดอะมอลล์ ท่าพระ สั่งเดลิเวอรี่ 🛵 : 0-2129-6712 ร้านเปิดบริการ : 11.00 - 21.00 น. โทร : 0-2225-9079 เว็บไซต์ :https://www.facebook.com/HoHoKitchen 7. วราภรณ์ ซาลาเปา ร้านวราภรณ์ซาลาเปา เป็นร้านซาลาเปาชื่อดัง มีสาขาครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทั้งหมด 75 สาขา ส่วนใหญ่อยู่ในห้างสรรพสินค้า มีเมนูซาลาเปา ขนมจีบให้เลือกมากมายหลายไส้ ซึ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีน เราสามารถสั่งเดลิเวอรี่ซาลาเปาสำหรับไหว้เจ้าได้เช่นกัน บอกเลยเมนูเพียบ สั่งเดลิเวอรี่ 🛵 : 08-6342-2928 / Grab, Lineman โทร : 08-6342-2928 ร้านเปิดบริการ : แล้วแต่สาขา (เช็คสาขาได้ที่หน้าเพจ) เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/warapornsalapao.th 8. ศุภชัย ซาลาเปา ภาพจาก ทรูไอดี ครีเอเตอร์ : Natnapin อีกหนึ่งร้านซาลาเปาชื่อดัง ที่มีบริการเดลิเวอรี่มาอย่างยาวนาน แถมยังทำชุดสำหรับเทศกาลไหว้เจ้า สารทจีน ตรุษจีน ทุกปีอีกด้วย จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่ไส้แปลกใหม่ไม่เหมือนใครอย่างไส้ฟักทอง ครีมฟักทองบดเนียน ๆ รสฟักทองมาเต็ม และไส้งาดำ หอมงาดำเนื้อเนียน ตรุษจีนปีนี้ ต้องสั่งแล้วละ ดูบทความรีวิว ที่ :" ศุภชัย ซาลาเปา " ปากซอยประดิพัทธ์ 8 แป้งบางเบา จัดจ้านด้วยรสชาติ ภาพจาก ทรูไอดี ครีเอเตอร์ : Natnapin สั่งเดลิเวอรี่ 🛵 : LINE ID : @suppachaipao หรือคลิ๊ก โทร : 0-2278-3306 ร้านเปิดบริการ : ไม่ระบุ เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/suppachaisalapao1978 9. ขนมเทียนแม่อรุณ บุญเดช ถ้าพูดถึงเทศกาลตรุษจีน จะขาดขนมชนิดนี้ไปไม่ได้แน่นอน โดยเราขอแนะนำร้านขนมเทียนแม่อรุณ บุญเดช ที่เปิดตำนานการขายมายาวนานกว่า 65 ปีแล้ว จุดเด่นอยู่ที่แป้งเหนียวนุ่ม บางกำลังดี ไส้แน่น รสชาติจัดจ้านเข้มข้น บอกเลยว่าใครได้ลองก็ต้องติดใจ สั่งมาไหว้เจ้า รับรองไม่ผิดหวัง สั่งเดลิเวอรี่ 🛵 : LINE ID : @kanomtien โทร : 09-5478-8600, 09-5478-8598 ร้านเปิดบริการ : 08.00 - 22.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/kanomtienboondej 10. แต้เล่าจิ้นเส็ง ภาพจาก Facebook : แต้เล่าจิ้นเส็ง ใครกำลังมองหาขนมไหว้เจ้าในวันตรุษจีน สารทจีน บอกเลยต้องห้ามพลาดร้านนี้ เพราะเป็นร้านขนมที่หาซื้อยาก หากินยาก ไม่ว่าจะเป็น เลาฮวยงากรอบ ขนมเหม่งทึ้งงาอ่อน ขนมหน้าแตก ขนมโหวงเปี๊ยะ ขนมเตงเท้า ขนมลูกเต๋า ขนมเต่ายงไส้เค็ม ขนมกุ้ยซือ และอีกมากมาย บอกเลยว่าซื้อไปไหว้เจ้า รับรองเฮง สั่งเดลิเวอรี่ 🛵 : LINE ID : @TLCS99 / inbox facebook โทร : 0-2236-4641 ร้านเปิดบริการ : 08.00 - 17.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/taelaochinseng/ 11. ขนมไหว้เจ้า จึงจิบไถ่ เยาวราช ภาพจาก Facebook : ขนมไหว้เจ้า จึงจิบไถ่ เยาวราช มาที่อีกหนึ่งร้านขนมสัญชาติจีน หากินยาก เหมาะสำหรับนำไปไหว้เจ้าวันสารทจีน วันตรุษจีน ซึ่งที่นี่มีเมนู ขนมเทียน ขนมเข่ง มาลัยก๊อ ไชเถ้าอี้ ฮ่อยจ๊อ อั่งก้วย ฮวกก้วย เป็นต้น เรียกว่าเป็นรสชาติที่หากินยาก ใครสนใจสามารถเข้าไปเลือกเมนูได้ที่เฟสบุคเลยจ้า บอกเลยว่าไม่ควรพลาด ภาพจาก Facebook : ขนมไหว้เจ้า จึงจิบไถ่ เยาวราช สั่งเดลิเวอรี่ 🛵 : Facebook :คลิ๊ก โทร : 0-2223-5530, 09-4546-5165 ร้านเปิดบริการ : 07.00 - 18.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/jibtai 12.Fruit Farm ร้านผลไม้เกรดพรีเมียมที่จำหน่ายผลไม้ตามฤดูกาลทั้งผลไม้ไทยและผลไม้ต่างประเทศ คัดมาแล้วเน้นๆ ที่ความสดใหม่วันต่อวัน มั่นใจได้เลยว่าทุกชิ้น ทุกลูกมีคุณภาพอร่อยเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิลเอนวี่, มะยงชิด, ส้มไต้หวัน, องุ่นดำแม่มด, ทุเรียน, มะม่วงแดงจักรพรรดิ, ทับทิมอินเดีย และมังคุด เป็นต้น จัดมาในรูปแบบแพคเกจสวยงาม ราคาน่ารักสุดๆ สั่งเดลิเวอรี่ 🛵 : LINE :@fruitfarm(คลิก) IG @fruitandfarm ร้านเปิดบริการ : 06.00 24.00 โทร : 08-1146-6785, 09-8284-0566 Website :www.fruitsnfarm.com Facebook :http://www.facebook.com/FruitFarm - ผลไม้ เดลิเวอรี่ บทความที่คุณอาจสนใจ สารทจีนไหว้อะไรบ้าง? รวมของไหว้ความหมายดีๆ สำหรับไหว้ วันสารทจีน 2566 แจก 20 สูตรเมนู อาหารวันสารทจีน ไอเดียหลากหลาย ทำอาหารไหว้แบบจัดเต็ม! วิธีเก็บรักษา ของไหว้เจ้า อาหารวันสารทจีน ให้เก็บไว้กินได้นานกว่าปกติ!
ร้านอาหารในกรุงเทพ • 22 ส.ค. 66
อ่าน
สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ
ขั้นตอนสมัครสอบคัดเลือกบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นคณาจารย์ประจำ เพื่อสนับสนุนภารกิจทางวิชาการและขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยอ้างอิงมติที่ประชุมกรรมการบริหารงานบุคคลตลอดปี 2567 ถึงกลางปี 2568ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือกระบุไว้ตามข้อ 7 ของประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีหลากหลายระดับและสาขาให้เลือกสมัครตามคุณวุฒิคุณสมบัติผู้สมัครผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย และไม่เป็นผู้เสพสารเสพติด รวมถึงสามารถปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างเหมาะสม เฉพาะสายคณาจารย์ปริญญาตรี วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในรอบ 5 ปีปริญญาโท วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง โดยอย่างน้อย 1 เรื่องเป็นงานวิจัยปริญญาเอก ต้องมีผลงานวิจัยเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในรอบ 5 ปีเอกสารประกอบใบสมัคร1. สำเนาปริญญาบัตรและ Transcript2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน3. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว4. หนังสือรับรองผลภาษาอังกฤษ (MCU-GET, TOEFL, IELTS, TOEIC, TU-GET, CU-TEP)5. ใบรับรองแพทย์ออกภายใน 30 วัน6. ผลตรวจประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ7. หนังสือรับรองประสบการณ์ (ถ้ามี)8. แบบ บค 01 และ บค 02 ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์9. สลิปการโอนเงินค่าสมัครหมายเหตุ แนบไฟล์เฉพาะ .PDF หรือ .JPG ค่าธรรมเนียมการสมัครต่ำกว่าปริญญาตรี 100 บาทปริญญาตรี 200 บาทปริญญาโท 300 บาทปริญญาเอก 400 บาทโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาเสือป่า เลขที่บัญชี 046 2 73791 7รายละเอียดการสอบสอบข้อเขียนเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย 100 คะแนนสอบปฏิบัติด้านดิจิทัล (เฉพาะสายปฏิบัติการ) 100 คะแนนสอบข้อเขียนเฉพาะสาขาวิชา 100 คะแนนสอบสัมภาษณ์ ประเมินความเหมาะสม 200 คะแนนเกณฑ์การตัดสินต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การตัดสินของคณะกรรมการสอบคัดเลือกถือเป็นที่สิ้นสุดติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสมัครเข้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ https://www.mcu.ac.th/news/detail/59013
TNN ช่อง16 • 23 ก.ค. 68
อ่าน
วิ่งฟรี 5 วัน! มอเตอร์เวย์ M81 บางใหญ่ - กาญจนบุรี รับวันหยุดยาว 10-14 ก.ค.นี้
กรมทางหลวง (ทล.) กระทรวงคมนาคม ขอประชาสัมพันธ์การเปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี (M81) ระยะทาง 96 กิโลเมตรบางส่วน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกและลดระยะเวลาการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึงนี้ การเปิดทดลองให้บริการ M81 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 เวลา 00.01 น. ไปจนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 น. ซึ่งครอบคลุมระยะเวลาการเดินทางช่วงวันหยุดยาว มีจุดเข้า - ออกที่เปิดให้บริการ คือ ด่านบางใหญ่ ด่านนครชัยศรี ด่านนครปฐมฝั่งตะวันออก ด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก ด่านท่ามะกา ด่านท่าม่วง ด่านกาญจนบุรี ยกเว้นด่านศีรษะทอง โดยเปิดทดลองให้บริการเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ และจำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทล. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการจราจรในช่วงวันหยุดยาว เพื่อลดความแออัดบนเส้นทางหลักและยกระดับคุณภาพการเดินทางของประชาชน การเปิดให้บริการ M81 จึงเป็นการบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนกาญจนาภิเษกและถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางคมนาคมสำคัญในภาคตะวันตก และเป็นทางเลือกในการเดินทางสู่ภาคใต้ ขอให้ผู้ใช้เส้นทางโปรดศึกษาข้อมูลการเดินทาง ตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งาน ปฏิบัติตามกฎจราจร ป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางบน M81 ได้ที่สายด่วน ทล. โทร. 1586 และศูนย์บริการข้อมูลทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway Call Center) โทร. 1586 กด 7 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทางเว็บไซต์ www.motorway.go.thข่าวที่เกี่ยวข้อง- ขึ้นทางด่วนฟรี วันอาสาฬหบูชา-วันเข้าพรรษา 10-11 กรกฎาคม 2568 รวม 61 ด่าน- วันอาสาฬหบูชา-วันเข้าพรรษา! ขนส่งฯ ขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงขนส่งสินค้า 10 - 13 ก.ค.- วันเข้าพรรษา 2568 ตรงกับวันที่เท่าไร ธนาคารหยุดไหม? เปิดประวัติความเป็นมา
TNN ช่อง16 • 9 ก.ค. 68
อ่าน
สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประกาศเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยสามารถสมัครสอบผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 22.00 น.รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2568 การรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้ประสงค์จะสมัครสอบแข่งขัน สามารถสมัครสอบผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เพียงทางเดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 9 -15 กรกฎาคม 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ยกเว้นวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ระบบจะปิดรับสมัคร เวลา 16.30 น. โดยสมัครสอบ ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.comเอกสารที่ใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568- สำเนาปริญญาบัตร หรือ สำเนาใบรับรองคุณวุฒิ- สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript)- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน- สำเนาทะเบียนบ้าน- รูปถ่ายหน้าตรง (ขนาดและจำนวนรอประกาศอย่างเป็นทางการ)- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือ หลักฐานจากคุรุสภา ที่อนุญาตให้ปฏิบัติการสอน- สำเนาหนังสือรับรองคุณวุฒิ (กรณีจบใหม่/รอรับปริญญา)- ใบรับรองแพทย์กรณีเป็นข้าราชการ/พนักงานท้องถิ่น- สำเนาบัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ- หนังสืออนุญาตให้สมัครสอบ- เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล- สำเนาประกาศนียบัตรบัณฑิตขั้นตอนการกรอกใบสมัครสอบครูผู้ช่วย 25681. อ่านประกาศรับสมัครสอบเข้าสู่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com คลิกเลือกเมนู สมัครสอบ อ่านขั้นตอนการสมัครและคลิกที่ปุ่ม [ดำเนินการต่อคลิกที่นี่] (อยู่ด้านล่าง) เพื่อสมัครสอบ2. กรอกข้อมูลใบสมัครกรอกข้อมูลลงใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" ให้ครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อกรอกครบถ้วนแล้วคลิกปุ่ม [ต่อไป] จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลที่ท่านได้กรอกไว้ใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" กรุณาตรวจทานข้อมูลของท่านว่าครบถ้วน และถูกต้อง3. ชำระเงินค่าสมัครสอบผ่าน QR Codeคลิกปุ่ม ตรวจสถานะการสมัครสอบ ระบบจะแสดงหน้าเว็บที่มีข้อมูลของท่านตามที่ท่านระบุ และแบบฟอร์มชำระเงิน- หากท่านต้องการ ตรวจสอบข้อมูล กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบตรวจสอบข้อมูล]- หากท่านไม่ต้องการดำเนินการใดๆ กรุณากดปุ่ม [กลับหน้าหลัก]4. พิมพ์ใบสมัครหากท่านต้องการพิมพ์เอกสาร ใบสมัครสอบ กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบสมัคร] ข้อควรระวัง การสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้สมัครสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียว และสมัครได้เพียงเขตการศึกษาเดียวเท่านั้นชื่อ และนามสกุล ที่ท่านกรอกลงใน "ใบสมัครออนไลน์" จะต้องเป็นชื่อและนามสกุลที่ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนกรุณาตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชนของท่านให้ถูกต้อง เนื่องจากเลขประจำตัวประชาชนของท่านจะใช้เป็นเลขที่อ้างอิงตลอดการสอบการกรอกข้อมูลในใบสมัคร จะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงทุกประการ ดังนั้นกรุณาตรวจทานข้อมูลให้ละเอียดก่อนคลิกปุ่ม[ส่ง ใบสมัคร] เพราะเมื่อท่านส่งใบสมัครไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้อีก และหากข้อมูลผิดพลาดอันเกิดจากการกรอกข้อมูลของท่านเองจะถือว่าใบสมัครนั้น เป็นโมฆะ และหากตรวจพบว่าท่านมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กรอกไว้ หรือขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามประกาศ จะถือว่าท่านขาดคุณสมบัติและท่านจะไม่สามารถเรียกร้องใด ๆ ได้ทั้งสิ้น
TNN ช่อง16 • 9 ก.ค. 68
อ่าน
ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
หายนะอุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ? เมื่อทรัมป์สั่งสถานทูต หยุดพิจารณาวีซานักเรียนต่างชาติ
ทรัมป์เปิดศึกสถาบันการศึกษาไม่หยุด ล่าสุดสั่งสถานทูตทั่วโลกหยุดสัมภาษณ์วีซานักเรียนต่างชาติ และให้ตรวจสอบการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของผู้ยื่นขอวีซานักเรียนด้วย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่า จะส่งผลกระทบต่อนักศึกษาหลายแสนคน และมหาวิทยาลัยจำนวนมากของสหรัฐฯเองมาตรการใหม่แกะกล่อง พุ่งเป้าคัดกรองนศ.ต่างชาติเข้าสหรัฐฯรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีคำสั่งให้สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกหยุดการนัดหมายสัมภาษณ์ขอวีซ่านักเรียนนักศึกษาชั่วคราว พร้อมทั้งเตรียมขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สมัครขอวีซ่าดังกล่าวด้วยแต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดในบันทึกภายในที่ส่งไปยังสถานทูตทั่วโลก รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ระบุว่า การระงับการนัดหมายนี้จะดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ขณะที่ แทมมี่ บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า “เราจริงจังอย่างยิ่งกับกระบวนการตรวจสอบผู้ที่จะเดินทางเข้าสหรัฐฯ และเราจะเดินหน้าดำเนินการต่อไป”บันทึกจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถูกเปิดเผยโดยสำนักข่าว CBS News ระบุว่าสถานทูตสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งเมื่อวันอังคาร (27 พฤษภาคม) ให้ลบรายการนัดหมายวีซ่านักเรียนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันทั้งหมดออกจากระบบ ยกเว้นการนัดหมายที่ได้รับการยืนยันแล้ว ซึ่งยังสามารถดำเนินต่อไปได้เอกสารยังเผยด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังเตรียมการ “ขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการ” สำหรับผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนทั้งหมด แต่ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดทั้งนี้ ปกติแล้ว นักเรียนต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในสหรัฐฯ จำเป็นต้องนัดสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯในประเทศต้นทางก่อนการอนุมัติวีซ่า ขณะที่ มหาวิทยาลัยจำนวนมากในสหรัฐฯ พึ่งพารายได้จากนักเรียนต่างชาติ ซึ่งมักต้องจ่ายค่าเล่าเรียนในอัตราสูงกว่านักเรียนท้องถิ่น ‘หายนะ’ ต่ออุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ?เดวิด เลโอโพล ทนายความด้านการเข้าเมืองระบุว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลทรัมป์อาจเป็นหายนะของนักเรียนต่างชาติและมหาวิทยาลัยสหรัฐฯที่พึ่งพารายได้จากนักศึกษาต่างชาติ ผบกระทบทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอาจมหาศาลเลโอโพลระบุว่า การขอวีซาสำหรับการนักศึกษาต่างชาติมีกระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดอยู่แล้ว โดยผู้สมัครต้องมีเอกสารรับรองความแข็งแกร่งด้านวิชาการ หลักฐานสนับสนุนทางการเงิน ต้องแสดงสายสัมพันธ์ที่มีกับประเทศของตนและเจตนารมย์ที่จะเดินทางกลับประเทศภูมิลำเนาหลังเรียนจบสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การระงับหรือการชะลอกระบวนการอนุมัติวีซาจะส่งผลกระทบโยงไปยังนักศึกษาหลายแสนคนทั่วโลก และสถาบันการศึกษาจำนวนมากทั่วสหรัฐฯ ที่มีอันดับสูงขึ้นจากการดึงบุคคลที่มีความสามารถจากต่างประเทศเข้ามาในสหรัฐฯทั้งนี้ นักศึกษาต่างชาติมีสัดส่วนร้อยละ 5.9 ของจำนวนนักศึกษาเกือบ 19 ล้านคนในสถาบันการศึกษาขั้นสูงของสหรัฐฯ เฉพาะในช่วงปี 2023-2024 มีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนในสหรัฐฯมากกว่า 1.1 ล้านคน โดยอันดับหนึ่งมาจากอินเดีย ตามมาด้วยจีนหากเจาะลึกลงไป นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ เลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ โดยร้อยละ 25 เข้ามาเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และอีกเกือบหนึ่งในห้า เลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์นอกจากนี้ นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่จ่ายค่าเรียนเต็ม ทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ มีงบประมาณมากขึ้นในการเอาไปช่วยนักศึกษาอเมริกันเองรายงานจาก Open Doors Report พบว่า มหาวิทยาลัยนิวยอร์กมีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด คือ มากกว่า 21,000 คน ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยนอร์ธอีสเทิร์น และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับมหาวิทยาลัยไร้แววถอยมาตรการล่าสุดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างทรัมป์กับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐฯ ซึ่งเขากล่าวหาว่ามีแนวคิดเอนเอียงไปทางซ้ายมากเกินไป และเปิดทางให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัย รวมถึงการมีนโยบายรับนักศึกษาที่ไม่เป็นธรรมทำเนียบขาวยังกล่าวหามหาวิทยาลัยบางแห่งว่า ปล่อยให้กิจกรรมสนับสนุนปาเลสไตน์บนมหาวิทยาลัยถูกครอบงำโดยแนวคิดต่อต้านชาวยิว ขณะที่หลายมหาวิทยาลัยตอบโต้ว่า รัฐบาลกำลังพยายามละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกรัฐบาลทรัมป์เคยสั่งระงับงบประมาณจำนวนหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่จัดสรรให้มหาวิทยาลัยบางแห่ง และพยายามผลักดันการเนรเทศนักเรียนต่างชาติ รวมถึงเพิกถอนวีซ่าหลายพันราย แต่บางมาตรการถูกศาลสั่งระงับไว้ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเคยแสดงทัศนะถึงกรณีของ ‘รูเมซา ออสเติร์ค’ นักศึกษาต่างชาติที่เรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Tufts ซึ่งเขียนบทความแสดงความเห็นสนับสนุนปาเลสไตน์ จนถูกจับกุมหน้าบ้านพักของเธอตอนนั้นรูบิโอกล่าวว่า “หากคุณสมัครของวีซามาสหรัฐฯเพื่อเป็นนักเรียน และคุณบอกเราว่าเหตุผลที่คุณมาสหรัฐฯ ไม่ได้เพราะคุณอยากมาเขียนบทความแสดงความเห็นเท่านั้น แต่คุณยังอยากเข้าร่วมการเคลื่อนไหวที่ทำลายข้าวของมหาวิทยาลัย คุกคามนักศึกษาคนอื่นๆ ยึดอาคาร สร้างความวุ่นวาย เราก็จะไม่ให้วีซากับคุณ”ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เควิน โอ แลรี พันธมิตรของทรัมป์ กล่าวกับ Fox Business ว่าเขาแนะนำให้สหรัฐฯใช้กระบวนการนักศึกษาต่างชาติ และเขาก็ชื่นชมนักศึกษาที่ฉลาดและมีความรักชาติเช่นกัน... “นักศึกษาเหล่านี้เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากและพวกเขาไม่ได้เกลียดอเมริกา” “ทำไมเราไม่คัดกรองเขาก่อน ตรวจสอบประวัติ ทำให้ชัดเจน และก็บอกพวกเขาว่า คุณคือคนที่จบจากฮารวาร์ด คุณคือวิศวกรหรืออะไรก็ตาม คุณอยู่ที่นี่ได้ คุณเริ่มธุรกิจที่นี่ได้ และคุณก็จะได้รับเงินทุนที่นี่ คุณจะสร้างงานที่นี่ นี่คือเหตุผลที่คุณมาที่นี่แต่แรก”ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังรัฐบาลทรัมป์ได้เพิกถอนสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในการรับนักศึกษาต่างชาติและนักวิจัยจากต่างประเทศ แต่ศาลรัฐบาลกลางมีคำสั่งระงับมาตรการดังกล่าว ซึ่งหากนโยบายนี้มีผลบังคับใช้จริง อาจสร้างผลกระทบอย่างหนักต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมีนักศึกษาต่างชาติกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดอย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ยังไม่ยอมถอยเช่นกัน และกำลังหาทางยกเลิกสัญญาที่เหลือทั้งหมดระหว่างฮาร์วาร์ดกับรัฐบาลกลาง ซึ่งมีมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์คงต้องติดตามกันต่อไปว่าศึกนี้ ใครจะยอมถอยก่อนกัน แต่ที่แน่ๆ...นักเรียนนักศึกษา นักวิจัย และคณาจารย์ ล้วนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าแล้วบทความโดย...ธันย์ชนก จงยศยิ่ง
TNN ช่อง16 • 29 พ.ค. 68
อ่าน
หายนะอุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ? ทรัมป์สั่งสถานทูตหยุดออกวีซานักเรียนต่างชาติ
มาตรการใหม่แกะกล่อง พุ่งเป้าคัดกรองนศ.ต่างชาติเข้าสหรัฐฯรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีคำสั่งให้สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกหยุดการนัดหมายสัมภาษณ์ขอวีซ่านักเรียนนักศึกษาชั่วคราว พร้อมทั้งเตรียมขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์ของผู้สมัครขอวีซ่าดังกล่าวด้วยแต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดในบันทึกภายในที่ส่งไปยังสถานทูตทั่วโลก รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ระบุว่า การระงับการนัดหมายนี้จะดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม ขณะที่ แทมมี่ บรูซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า “เราจริงจังอย่างยิ่งกับกระบวนการตรวจสอบผู้ที่จะเดินทางเข้าสหรัฐฯ และเราจะเดินหน้าดำเนินการต่อไป”บันทึกจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถูกเปิดเผยโดยสำนักข่าว CBS News ระบุว่าสถานทูตสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งเมื่อวันอังคาร (27 พฤษภาคม) ให้ลบรายการนัดหมายวีซ่านักเรียนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันทั้งหมดออกจากระบบ ยกเว้นการนัดหมายที่ได้รับการยืนยันแล้ว ซึ่งยังสามารถดำเนินต่อไปได้เอกสารยังเผยด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังเตรียมการ “ขยายมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการ” สำหรับผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนทั้งหมด แต่ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการตรวจสอบจะครอบคลุมถึงเนื้อหาหรือกิจกรรมประเภทใดทั้งนี้ ปกติแล้ว นักเรียนต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในสหรัฐฯ จำเป็นต้องนัดสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯในประเทศต้นทางก่อนการอนุมัติวีซ่า ขณะที่ มหาวิทยาลัยจำนวนมากในสหรัฐฯ พึ่งพารายได้จากนักเรียนต่างชาติ ซึ่งมักต้องจ่ายค่าเล่าเรียนในอัตราสูงกว่านักเรียนท้องถิ่น ‘หายนะ’ ต่ออุตสาหกรรมการศึกษาสหรัฐฯ ?เดวิด เลโอโพล ทนายความด้านการเข้าเมืองระบุว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลทรัมป์อาจเป็นหายนะของนักเรียนต่างชาติและมหาวิทยาลัยสหรัฐฯที่พึ่งพารายได้จากนักศึกษาต่างชาติ ผบกระทบทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอาจมหาศาลเลโอโพลระบุว่า การขอวีซาสำหรับการนักศึกษาต่างชาติมีกระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดอยู่แล้ว โดยผู้สมัครต้องมีเอกสารรับรองความแข็งแกร่งด้านวิชาการ หลักฐานสนับสนุนทางการเงิน ต้องแสดงสายสัมพันธ์ที่มีกับประเทศของตนและเจตนารมย์ที่จะเดินทางกลับประเทศภูมิลำเนาหลังเรียนจบสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การระงับหรือการชะลอกระบวนการอนุมัติวีซาจะส่งผลกระทบโยงไปยังนักศึกษาหลายแสนคนทั่วโลก และสถาบันการศึกษาจำนวนมากทั่วสหรัฐฯ ที่มีอันดับสูงขึ้นจากการดึงบุคคลที่มีความสามารถจากต่างประเทศเข้ามาในสหรัฐฯทั้งนี้ นักศึกษาต่างชาติมีสัดส่วนร้อยละ 5.9 ของจำนวนนักศึกษาเกือบ 19 ล้านคนในสถาบันการศึกษาขั้นสูงของสหรัฐฯ เฉพาะในช่วงปี 2023-2024 มีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนในสหรัฐฯมากกว่า 1.1 ล้านคน โดยอันดับหนึ่งมาจากอินเดีย ตามมาด้วยจีนหากเจาะลึกลงไป นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ เลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ โดยร้อยละ 25 เข้ามาเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และอีกเกือบหนึ่งในห้า เลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์นอกจากนี้ นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่จ่ายค่าเรียนเต็ม ทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ มีงบประมาณมากขึ้นในการเอาไปช่วยนักศึกษาอเมริกันเองรายงานจาก Open Doors Report พบว่า มหาวิทยาลัยนิวยอร์กมีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด คือ มากกว่า 21,000 คน ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยนอร์ธอีสเทิร์น และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับมหาวิทยาลัยไร้แววถอยมาตรการล่าสุดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างทรัมป์กับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในสหรัฐฯ ซึ่งเขากล่าวหาว่ามีแนวคิดเอนเอียงไปทางซ้ายมากเกินไป และเปิดทางให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านชาวยิวในมหาวิทยาลัย รวมถึงการมีนโยบายรับนักศึกษาที่ไม่เป็นธรรมทำเนียบขาวยังกล่าวหามหาวิทยาลัยบางแห่งว่า ปล่อยให้กิจกรรมสนับสนุนปาเลสไตน์บนมหาวิทยาลัยถูกครอบงำโดยแนวคิดต่อต้านชาวยิว ขณะที่หลายมหาวิทยาลัยตอบโต้ว่า รัฐบาลกำลังพยายามละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกรัฐบาลทรัมป์เคยสั่งระงับงบประมาณจำนวนหลายร้อยล้านดอลลาร์ที่จัดสรรให้มหาวิทยาลัยบางแห่ง และพยายามผลักดันการเนรเทศนักเรียนต่างชาติ รวมถึงเพิกถอนวีซ่าหลายพันราย แต่บางมาตรการถูกศาลสั่งระงับไว้ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเคยแสดงทัศนะถึงกรณีของ ‘รูเมซา ออสเติร์ค’ นักศึกษาต่างชาติที่เรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Tufts ซึ่งเขียนบทความแสดงความเห็นสนับสนุนปาเลสไตน์ จนถูกจับกุมหน้าบ้านพักของเธอตอนนั้นรูบิโอกล่าวว่า “หากคุณสมัครของวีซามาสหรัฐฯเพื่อเป็นนักเรียน และคุณบอกเราว่าเหตุผลที่คุณมาสหรัฐฯ ไม่ได้เพราะคุณอยากมาเขียนบทความแสดงความเห็นเท่านั้น แต่คุณยังอยากเข้าร่วมการเคลื่อนไหวที่ทำลายข้าวของมหาวิทยาลัย คุกคามนักศึกษาคนอื่นๆ ยึดอาคาร สร้างความวุ่นวาย เราก็จะไม่ให้วีซากับคุณ”ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เควิน โอ แลรี พันธมิตรของทรัมป์ กล่าวกับ Fox Business ว่าเขาแนะนำให้สหรัฐฯใช้กระบวนการนักศึกษาต่างชาติ และเขาก็ชื่นชมนักศึกษาที่ฉลาดและมีความรักชาติเช่นกัน... “นักศึกษาเหล่านี้เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากและพวกเขาไม่ได้เกลียดอเมริกา” “ทำไมเราไม่คัดกรองเขาก่อน ตรวจสอบประวัติ ทำให้ชัดเจน และก็บอกพวกเขาว่า คุณคือคนที่จบจากฮารวาร์ด คุณคือวิศวกรหรืออะไรก็ตาม คุณอยู่ที่นี่ได้ คุณเริ่มธุรกิจที่นี่ได้ และคุณก็จะได้รับเงินทุนที่นี่ คุณจะสร้างงานที่นี่ นี่คือเหตุผลที่คุณมาที่นี่แต่แรก”ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังรัฐบาลทรัมป์ได้เพิกถอนสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในการรับนักศึกษาต่างชาติและนักวิจัยจากต่างประเทศ แต่ศาลรัฐบาลกลางมีคำสั่งระงับมาตรการดังกล่าว ซึ่งหากนโยบายนี้มีผลบังคับใช้จริง อาจสร้างผลกระทบอย่างหนักต่อมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมีนักศึกษาต่างชาติกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดอย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ยังไม่ยอมถอยเช่นกัน และกำลังหาทางยกเลิกสัญญาที่เหลือทั้งหมดระหว่างฮาร์วาร์ดกับรัฐบาลกลาง ซึ่งมีมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์คงต้องติดตามกันต่อไปว่าศึกนี้ ใครจะยอมถอยก่อนกัน แต่ที่แน่ๆ...นักเรียนนักศึกษา นักวิจัย และคณาจารย์ ล้วนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าแล้วบทความโดย...ธันย์ชนก จงยศยิ่ง
TNN ช่อง16 • 28 พ.ค. 68
อ่าน
ฮ่องกงเปิดรับนักศึกษาทุกคนที่ได้รับผลกระทบจาก "ฮาร์วาร์ด" ให้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยของฮ่องกง
“จอห์น ลี” ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ประกาศเชิญชวนนักศึกษาต่างชาติจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ ให้เข้ามาศึกษาต่อที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง หลังจากสหรัฐฯ ซึ่งนำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการไปยังมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดให้จํากัดการลงทะเบียนเข้าศึกษาของนักศึกษาต่างชาติสำหรับในปีการศึกษา 2025-2026 จนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่เกิดการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจอห์น ลี กล่าวคำประกาศของเขาในวันนี้ (27 พฤษภาคม) ระหว่างการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ว่า ฮ่องกงยินดีที่จะรับนักศึกษาทุกคนที่กำลัง “ถูกแบ่งแยก” โดยนโยบายของสหรัฐฯ หรือกำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบากในการศึกษาและการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมจากมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ โดยที่ฮ่องกงเปิดประตูสำหรับนักศึกษาทุกคนพวกเขาสามารถมาเรียนในมหาวิทยาลัยของฮ่องกงที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการของเขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้เรียกร้องไปถึงมหาวิทยาลัยในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ให้ปกป้องผลประโยชน์ของนักศึกษาและหาวิธีดึงดูดใจนักศึกษาชั้นนำที่มีความสามารถจากนานาชาติให้เข้ามาศึกษาต่อในจีนเพื่อตอบกลับนโยบายของทรัมป์ที่มีต่อฮาร์วาร์ด ข้อกำหนดของทรัมป์ต่อนักศึกษาต่างชาติในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกส่งผลกระทบนักศึกษาต้องย้ายไปศึกษาในสถาบันอื่นที่อาจทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับการสูญเสียสถานะทางกฎหมาย แม้ว่าคณะผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางจะมีคำสั่งให้ระงับนโยบายสั่งห้ามนี้เป็นการชั่วคราวแต่สถานะของนักศึกษาต่างชาติในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยังคงอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอน ซึ่งฝ่ายบริหารของทรัมป์กล่าวหาว่าฮาร์วาร์ดส่งเสริมการต่อต้านชาวยิวและให้ความร่วมมือกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยอ้างไปถึงสถิติเมื่อปี 2024 ว่าในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดมีนักศึกษาชาวจีนมากถึง 1 ใน 5 ของจำนวนนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด
TNN ช่อง16 • 27 พ.ค. 68
อ่าน
สอบ TCAS68 ประกาศผลแล้ว เปิด 15 หลักสูตร มีผู้สมัครมากที่สุด รอบ 3 Admission
การสอบ TCAS (Thai University Cantral Admission) คือ การสอบเพื่อการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา หรือเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีประกาศผลครั้งที่ 1 สมัครแอดมิชชั่น (Admission) ทั้งนี้ วันนี้ 20 พฤษภาคม 2568 เป็นการประกาศผลครั้งที่ 1 ทุกคนที่สมัครแอดมิชชั่น (Admission) โดยยืนยันสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2568จากนั้นระบบจะมีการประกาศผลอีกครั้งวันที่ 25 พฤษภาคมและสามารถสละสิทธิ์ได้ถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2568ผู้สมัครแต่ละคนสามารถ สละสิทธิ์ได้สูงสุดเพียง 1 ครั้ง และต้องดำเนินการในช่วงเวลาที่เปิดให้เท่านั้น เพื่อจะสมัครรอบถัดไปได้26 พฤษภาคม 2568 เฉพาะผู้ที่ยืนยันสิทธิ์รอบ 3 Admission และไม่เคยสละสิทธิ์มาก่อนเท่านั้นประกาศจำนวนที่นั่งรอบ 4 Direct Admission ที่ mytcas.com วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 15 หลักสูตร สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admissionทั้งนี้ 15 หลักสูตร ที่มีจำนวนผู้สมัครมากที่สุด รอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้ สถิติการรับสมัครรอบที่ 3 Admission ปีการศึกษา 2568อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิทินสอบ TCAS68 เตรียมความพร้อมเพื่อศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา
TNN ช่อง16 • 20 พ.ค. 68
อ่าน
Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================
ทราเวล ทิปส์ • 13 พ.ค. 68
อ่าน
ประวัติหมอเกศกมล สว.คะแนนสูงสุด สู่ดรามาวุฒิ ป.เอกแคลิฟอร์เนีย
เปิดประวัติ รศ.ดร.พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภาคะแนนสูงสุด ปี 2567 กับกระแสดรามาวุฒิการศึกษา ป.เอกจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศเปิดประวัติ “หมอเกศกมล” จาก สว.คะแนนอันดับ 1 สู่ข้อครหาวุฒิปริญญาเอกรศ.ดร.พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือที่รู้จักในชื่อ “หมอเกศกมล” ปัจจุบันอายุ 45 ปี เป็นแพทย์หญิง นักธุรกิจ และสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งสูงสุดทั่วประเทศในการเลือกตั้ง ส.ว. ปี 2567 ด้วยภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและบทบาทด้านสาธารณสุขและสังคม ทำให้เธอกลายเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างรวดเร็ว นอกจากตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภา หมอเกศกมลยังดำรงตำแหน่งผู้บริหารธุรกิจคลินิกและแลบอราทอรีหลายแห่ง ได้แก่ เกศกมล คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป, เกศกมล เด็นทัล คลินิก และอินเตอร์ เดอร์มา แลบอราทอรี รวมถึงทำหน้าที่ที่ปรึกษากรรมาธิการในรัฐสภาและภาคประชาชนหลายองค์กรเธอยังเคยทำหน้าที่พิธีกรรายการโทรทัศน์ด้านสุขภาพ อาทิ “คุณหมอขอถาม” และ “สุขภาพดี” ทางช่อง JKN 18 และได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ผ่านช่องทาง Facebook, Instagram และ TikTok ในชื่อ @dr.kes_keskamolการศึกษา และดรามาวุฒิปริญญาเอกในใบสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ว. ปี 2567 พญ.เกศกมลระบุว่าตนเองจบการศึกษาระดับปริญญาเอกจาก California University และยังได้รับตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ซึ่งภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่มีหน่วยงานรับรองสถาบันนี้ในประเทศไทย และลักษณะการศึกษานั้นเป็นการเทียบโอนและส่งรายงาน ไม่ตรงตามมาตรฐานสากลของปริญญาเอกทั่วไปต่อมาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 กกต.มีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ พญ.เกศกมล เป็นเวลา 20 ปี โดยเห็นว่าเข้าข่ายการกระทำหลอกลวงตามมาตรา 77(4) ของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ว. ซึ่งมีโทษสูงทั้งจำคุกและปรับพญ.เกศกมลได้ออกมาชี้แจงต่อสังคมว่า วุฒิการศึกษาที่ระบุเป็นของจริง และผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานในสหรัฐอเมริกา พร้อมยืนยันว่าต้องการตอบแทนสังคม และไม่ได้มีเจตนาหลอกลวง โปรไฟล์โดดเด่นทางสังคมหมอเกศกมลเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตชุมชน มีบทบาทในงานช่วยเหลือประชาชนหลายด้าน ทั้งการดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วม การช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรง และการตั้งมูลนิธิส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือสังคมในระยะยาวเธอยังเคยดำรงตำแหน่งอาจารย์พิเศษและเป็นที่ปรึกษาในหลายหน่วยงานด้านยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และความมั่นคง ทั้งยังได้รับการอบรมวิทยุโทรทัศน์ระดับสูง ประเด็นที่ต้องติดตามต่อแม้ พญ.เกศกมล จะมีบทบาทที่น่าจับตามองในสภาสูง แต่ประเด็นวุฒิการศึกษากลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเส้นทางการเมือง หากศาลฎีการับฟ้องและมีคำพิพากษา เธออาจถูกตัดสิทธิทางการเมืองอย่างสิ้นเชิงพร้อมกันนี้ ยังมีข้อร้องเรียนเพิ่มเติมเรื่องการฮั้วกันเลือก ส.ว. ซึ่งอยู่ในระหว่างการสอบสวนร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบวุฒิสภาทั้งระบบด้วย
TNN ช่อง16 • 30 เม.ย. 68
อ่าน
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com
ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบผลได้ผ่านเว็บ www.mytcas.comสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศผลสอบ A-Level ประจำปี 2568 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศสามารถเข้าตรวจสอบผลสอบผ่านระบบ MyTCAS ได้ทันที วิธีตรวจสอบผลสอบ A-Level 68ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบผ่านเว็บไซต์ของ ทปอ. ได้ที่ https://www.mytcas.com โดยมีขั้นตอนดังนี้:1.เข้าสู่ระบบที่ https://student.mytcas.com ด้วยบัญชีผู้สมัคร2.เลือกเมนู “ประกาศผลสอบ A-Level” เพื่อดูผลสอบรายวิชา3.หากต้องการดาวน์โหลดเอกสาร สามารถเลือก “หนังสือรับรองผลการสอบแยกรายวิชา” ได้ทันที4.หากต้องการยื่นขอทบทวนผลคะแนน ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วกด “ขอทบทวนผลคะแนนสอบ” ยื่นขอทบทวนผลคะแนนสอบได้ถึง 25 เม.ย. 68สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนสอบ หรือเชื่อว่าคะแนนอาจมีความคลาดเคลื่อน สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนผลคะแนนได้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 25 เมษายน 2568 ผ่านระบบ MyTCASค่าธรรมเนียมในการทบทวนคะแนนสอบ• ค่าธรรมเนียมรายวิชา: 100 บาท/วิชา• เหมาจ่ายทุกวิชา: 300 บาทโดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องเลือกวิชาที่ต้องการทบทวน อ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน และทำการชำระเงินผ่านระบบตามขั้นตอนที่กำหนดสรุป• ประกาศผลสอบ A-Level 68 แล้วตั้งแต่ 17 เม.ย. 68• ตรวจสอบผลได้ที่ student.mytcas.com• ขอทบทวนผลสอบได้ระหว่าง 18–25 เม.ย. 68• ค่าธรรมเนียม: รายวิชา 100 บาท, เหมาจ่าย 300 บาท
TNN ช่อง16 • 18 เม.ย. 68
ดูเพิ่มเติม