TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “假会计证【咨询网:bbzz58.com】-专业假会计证<网址:bbzz58.com>-大石桥假会计证哪里有-可以找假会计证E9” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
TSE เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมโปรไฟล์หลอกลงทุนโรงไฟฟ้า ยันไม่มีนโยบายชักชวนผ่านโซเชียล
#ทันหุ้น #2026 #SET #TSE เตือนภัย! มิจฉาชีพปลอมโปรไฟล์หลอกลงทุนโรงไฟฟ้า ยันไม่มีนโยบายชักชวนผ่านโซเชียลบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างชื่อ ข้อมูล รูปภาพโครงการ และตราสัญลักษณ์ของบริษัทฯ ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก และอีเมล เพื่อหลอกลวงและชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนผ่านช่องทางดังกล่าว รวมถึงการเข้ากลุ่มไลน์เพื่อร่วมกิจกรรมหารายได้พิเศษ หรือร่วมลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจโรงไฟฟ้าบริษัทฯ จึงขอเรียนแจ้งเตือนประชาชนและนักลงทุนทุกท่าน โปรดอย่าหลงเชื่อการแอบอ้างดังกล่าว และขอความกรุณาอย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือโอนเงินให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าวโดยเด็ดขาดทั้งนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ไม่มีนโยบายในการชักชวนให้ลงทุนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าวตามที่มีการแอบอ้างแต่อย่างใด และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มหรือกิจกรรมการลงทุนหรือกิจกรรมหารายได้พิเศษใด ๆ ตามที่ถูกกล่าวอ้างรวมทั้งไม่เคยอนุญาตหรือสนับสนุนให้มีการนำชื่อ รูปภาพ ตราสัญลักษณ์ หรือข้อมูลของบริษัทฯ ไปใช้เพื่อการโฆษณา หรือชักชวนการลงทุนในลักษณะดังกล่าวสำหรับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ จะถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการของบริษัทฯ เท่านั้น หากท่านพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย หรือเข้าข่ายการหลอกลวง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบ หรือแจ้งข้อมูลมายังหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ (IR) ของบริษัทฯ โทรศัพท์ 02-258-4530 ถึง 3 ต่อ 2311บริษัทฯ ขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส และในการรักษาความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างสูงสุด
ทันหุ้น • 7 เม.ย. 69
อ่าน
สรรพากรเตือน!! มิจฉาชีพส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี อย่ากดลิงก์เด็ดขาด
สรรพากรแจ้งเตือน!! มิจฉาชีพส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี (Tax Refund) และแนบลิงก์ อย่ากดลิงก์เด็ดขาดกรมสรรพากรแจ้งว่า ขณะนี้ พบมิจฉาชีพได้พัฒนากลโกงในหลายรูปแบบโดยส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี (Tax Refund) เพื่อหลอกให้กดลิงก์ หากได้รับ SMS ดังกล่าว❌ อย่ากดลิงก์❌ อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงิน❌ ให้ลบทิ้งทันทีทั้งนี้ กรมสรรพากร ยืนยัน “ไม่มีนโยบาย” ส่ง SMS แจ้งคืนเงินภาษี และแนบลิงก์ หรือให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ทั้งสิ้นหากมีข้อสงสัย สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ ที่www.rd.go.th (เว็บไซต์กรมสรรพากร)☎️ RD Intelligence Center 1161 ช่วยกันแชร์เพื่อเตือนภัย ป้องกันการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
ทันหุ้น • 3 ก.พ. 69
อ่าน
ต่างชาติขายสุทธิ 877.73 ลบ. สถาบัน-รายย่อยเก็บ
ทันหุ้น • 30 ม.ค. 69
อ่าน
ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง
#ทันหุ้น ผู้รับบำนาญระวังมิจฉาชีพ!! บัญชีกลางแนะ 3 วิธีสังเกตกลลวง ย้ำไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ขอให้ติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์กรมบัญชีกลางwww.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูกเท่านั้นนายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่องว่ามีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าหน้าที่ ติดต่อไปทางโทรศัพท์ หรือไลน์ปลอม หรือหนังสือราชการปลอม หลอกให้ผู้รับบำนาญหลงเชื่อและส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้กับมิจฉาชีพทางไลน์ปลอม โดยอ้างว่าเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกในการรับ - ส่งข้อมูล หากผู้รับบำนาญหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อ อาจทำให้สูญเสียทรัพย์สินได้ ดังนั้น ขอให้ท่านตรวจสอบให้แน่ใจก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ ทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทั้งนี้ กรมบัญชีกลางมีมาตรการกำกับดูแลด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 27001) อีกทั้งมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดจากช่องโหว่และภัยคุกคามต่าง ๆ โดยดำเนินการตรวจสอบช่องโหว่อย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ข้าราชการและผู้รับบำนาญมั่นใจได้ว่ามิจฉาชีพไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากระบบของกรมบัญชีกลางได้อย่างแน่นอนนอกจากนี้ หากเกิดสถานการณ์เช่นนี้กับท่าน ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ โดยวิธีที่มิจฉาชีพมักจะใช้หลอกเหยื่อให้หลงเชื่อ จะมีลักษณะ ดังนี้1. ติดต่อผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อพูดคุยและโน้มน้าวใจ และขอให้เพิ่มเพื่อนในไลน์ปลอม ซึ่งหากจบที่การให้แอดไลน์ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน2. มิจฉาชีพมักจะอ้างว่าเรื่องที่แจ้งนั้นเป็นความลับ และห้ามบอกบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด หากได้รับแจ้งลักษณะนี้ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน3. หน่วยงานภาครัฐ ไม่มีนโยบายให้โอนเงินมาให้เพื่อตรวจสอบ หรือดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น หากได้รับการติดต่อในลักษณะนี้ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน“กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น และขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด จากช่องทางของกรมบัญชีกลาง ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลางwww.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (Verified) เท่านั้น เพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น หากมีข้อสงสัยหรือได้รับการติดต่อที่ไม่มั่นใจว่ามาจากกรมบัญชีกลางจริงหรือไม่ สามารถสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ”
ทันหุ้น • 18 ธ.ค. 68
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 29 พ.ย. 68
อ่าน
CGSI เตือน! มิจฉาชีพอ้างชื่อหลอกลงทุน ยันไม่เกี่ยวข้อง “แก๊งสแกมเมอร์”
CGSI ระบุ ตามที่รายการโหนกระแส ซึ่งออกอากาศในวันนี้ (23 ตุลาคม 2568) นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับกลโกงของกลุ่มมิจฉาชีพ แก๊งสแกมเมอร์ โดยกลุ่มมิจฉาชีพได้แอบอ้างชื่อบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ไปใช้หลอกลวงเงินจากประชาชนนั้นCGSI ขอชี้แจงว่า บริษัทไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ในทุกกรณี ในทางตรงกันข้าม CGSI เป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่เป็นผู้เสียหายจากการกระทำของแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ โดยบริษัทถูกแอบอ้างชื่อไปใช้ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ และตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทมิได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัทได้ดำเนินการโพสต์เตือนผู้ลงทุนและประชาชนทั่วไป ผ่านทาง social media ทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการ takedown line, app, web ปลอม รวมทั้งแจ้งสายด่วนหลอกลงทุนกับสำนักงาน ก.ล.ต. ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สำหรับการดำเนินการทางกฎหมายนั้นบริษัทได้แจ้งความลงบันทึกประจำวัน รวมทั้งการแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่นำโลโก้ หรือชื่อบริษัทไปใช้โดยทุจริตและทำให้บริษัทได้รับความเสียหายนอกจากนี้ บริษัทยังมีทีมรักษาความปลอดภัยที่คอยสอดส่องดูแล โดยหากพบเว็บไซต์หรือบัญชีที่น่าสงสัยว่าเป็นการหลอกลวง สามารถแจ้ง ฝ่ายบริการลูกค้า โทร. 0 2841 9000 ได้ทันที”
ทันหุ้น • 24 ต.ค. 68
อ่าน
ก.ล.ต.-บช.สอท.จับผู้ต้องสงสัยให้บริการรับแลกเหรียญ WLD ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้รับอนุญาต
ก.ล.ต.-บช.สอท.จับผู้ต้องสงสัยให้บริการรับแลกเหรียญ WLD ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้รับอนุญาต#ทันหุ้น #SET #WLD ก.ล.ต. ร่วมกับ บช.สอท. เข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องสงสัยให้บริการรับแลกเหรียญ Worldcoin (WLD) เข้าข่ายประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เข้าตรวจสอบการให้บริการรับแลกเหรียญ Worldcoin (WLD) ณ จุดสแกนม่านตา พร้อมจับกุมผู้ต้องสงสัย ซึ่งเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อป้องกันความเสี่ยงของผู้ใช้บริการจากการถูกหลอกลวงและความเสี่ยงด้านการฟอกเงินเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ก.ล.ต. ร่วมกับ บช.สอท. เข้าตรวจสอบการให้บริการรับแลกเหรียญ Worldcoin (WLD) ณ จุดสแกนม่านตา พบผู้ให้บริการรับแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยไม่ได้รับใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจตามมาตรา 26 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 66 แห่งพระราชกำหนดฉบับเดียวกัน* โดยพนักงานสอบสวนได้จับกุมผู้ต้องสงสัยในการกระทำความผิด ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปนางสาวจอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับ บช.สอท. ภายหลังการเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องสงสัยกรณีดังกล่าวในวันเดียวกัน ว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายในการดำเนินคดีให้มีประสิทธิภาพต่อการป้องกันและปราบปรามผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการปกป้องผู้ใช้บริการจากการไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และป้องกันความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน”ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้แจ้งเตือนประชาชนระมัดระวังการกระทำที่อาจเข้าข่ายประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต และระมัดระวังการแลกเหรียญ WLD กับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งได้ติดตามการดำเนินการของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยกำชับให้ปฏิบัติตามเกณฑ์เกี่ยวกับการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาให้บริการและการส่งเสริมการขาย โดยจะต้องไม่กระทำผิดกฎหมายและต้องไม่กระทำหรือสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากพบว่ามีการฝ่าฝืน ก.ล.ต. จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อไป**พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ขอเตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th หรือทางแอปพลิเคชัน “SEC Check First” และสามารถตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้ที่ investor alert ลิงก์ https://market.sec.or.th/public/idisc/th/InvestorAlertทั้งนี้ หากมีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัยโปรดแจ้งที่ “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.หมายเหตุ:* มาตรา 66 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 – 5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 – 500,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่** ข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 211/2568 เรื่อง “ก.ล.ต. เตือนประชาชนระมัดระวังการกระทำที่อาจเข้าข่ายประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต” เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568https://www.sec.or.th/TH/Pages/News_Detail.aspx?SECID=11988ข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 257/2568 เรื่อง “ก.ล.ต. เตือนประชาชนระมัดระวังการแลกเหรียญ WLD กับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งย้ำให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องปฏิบัติตามเกณฑ์การนำสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการ” เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568https://www.sec.or.th/TH/Pages/News_Detail.aspx?SECID=12132
ทันหุ้น • 24 ต.ค. 68
อ่าน
ก.ล.ต. เตือนระวัง! แลก WLD กับผู้ไม่ได้รับอนุญาต เสี่ยงโดนหลอก
#WLD #ทันหุ้น - ก.ล.ต. ขอให้ประชาชนระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลก่อนใช้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลจากผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้มั่นใจว่าใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องปฏิบัติตามเกณฑ์การนำสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจพบว่า มีการใช้เทคโนโลยีสแกนม่านตาเพื่อแลกรับเหรียญ Worldcoin (WLD) และมีผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหลายรายให้บริการเหรียญดังกล่าว นั้นนายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก ก.ล.ต. กล่าวว่า “ในกรณีดังกล่าว ก.ล.ต. ได้มีการติดตามการดำเนินการของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง และขอย้ำว่า ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลทุกรายที่ให้บริการเหรียญ WLD ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์เกี่ยวกับการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาให้บริการและการส่งเสริมการขาย โดยจะต้องไม่กระทำผิดกฎหมาย และต้องไม่กระทำหรือสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากพบว่ามีการฝ่าฝืน ก.ล.ต. จะดำเนินการบังคับใช้ทางกฎหมายต่อไปนอกจากนี้ กรณีที่มีผู้ให้บริการรับแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลที่อาจเป็นการประกอบธุรกิจตามมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยไม่ได้รับใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจตามมาตรา 26 อาจมีโทษตามมาตรา 66 แห่งพระราชกำหนดฉบับเดียวกัน หากพบข้อเท็จจริงว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิด ก.ล.ต. จะพิจารณาดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่ต่อไปรวมทั้ง ขอให้ประชาชนและผู้ลงทุนระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฏหมายไทย ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. เนื่องจากผู้ใช้บริการจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน”ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th หรือทางแอปพลิเคชัน “SEC Check First” และสามารถตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้ที่ investor alert ลิงก์ https://market.sec.or.th/public/idisc/th/InvestorAlert หากมีเบาะแสที่น่าสงสัย แจ้งได้ที่ “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.
ทันหุ้น • 14 ต.ค. 68
อ่าน
วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ
ทราเวล ทิปส์ • 18 ก.ย. 68
อ่าน
ก.ล.ต. สั่งตรวจสอบ Bitkub หลังมีข่าวลือถูกโจมตีทางไซเบอร์
#Bitkub #ทันหุ้น - นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก ก.ล.ต. กล่าวว่า “จากกรณีที่มีข้อมูลปรากฏในสื่อออนไลน์ว่า ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งหนึ่งถูกโจมตีทางไซเบอร์ และจากการพิจารณาเบื้องต้นมีลักษณะบ่งชี้และสงสัยว่า กรณีดังกล่าวเป็น บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (BITKUB) หรือไม่ และเป็นเอกสารจริงหรือไม่ นั้นดังนั้น ก.ล.ต. จึงเข้าตรวจสอบ BITKUB โดยให้ความสำคัญลำดับแรกคือทรัพย์สินของลูกค้ามีความปลอดภัย ซึ่งพบว่า สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า ณ วันที่ 8 กันยายน 2568 มีความปลอดภัยและครบถ้วนส่วนกรณีที่มีเอกสารตามที่สื่อออนไลน์อ้างถึงนั้น ก.ล.ต. อยู่ระหว่างเร่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงก.ล.ต. ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจาก ก.ล.ต. และช่องทางการสื่อสารทางการของผู้ประกอบธุรกิจฯ โดยหากพบความผิดปกติกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ฝากไว้ขอให้แจ้งผู้ประกอบธุรกิจฯ ที่ใช้บริการโดยเร็ว รวมทั้ง หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัยโปรดแจ้งที่ “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.ทั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการติดตามข้อมูลที่ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลสื่อสารต่อสาธารณะเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวก.ล.ต. จึงได้รวบรวม link ไว้บนหน้าเว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต.ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ https://www.sec.or.th/TH/Pages/Shortcut/DigitalAssetNews.aspx
ทันหุ้น • 11 ก.ย. 68
อ่าน
ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 กันยายน 2568 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
หวยวันที่ 1 กันยายน 2568 งวดนี้ออกอะไร มา ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 ตรวจเลขท้าย 3 ตัว ตรวจเลขท้าย 2 ตัว และรางวัลอื่นๆ ครบทุกรางวัลกันได้ที่นี่เลย หวยงวดวันที่ 1 กันยายน2568 นี้หวยวันออกอะไรบ้าง TrueID Horoscope มีให้คุณได้ตรวจกันทุกรางวัล พร้อมรายละเอียดครบครัน หากถูกหวย ถูกรางวัลสลากดิจิทัล / สลากทั่วไป ต้องขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท และ จุดจําหน่ายสลากราคา 80 บาท มาเช็คกันได้เลย โดยคุณสามารถติดตามผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 กันยายน 2568 ตามเวลาออกอากาศได้ที่ช่องอมรินทร์ทีวีช่องไทยรัฐทีวี ตรวจหวย งวดวันที่ 1 กันยายน 2568 ตรวจหวย รางวัลที่ 1 งวดประจำ วันที่ 1 กันยายน2568 รางวัลละ 6,000,000 บาท 506356 ตรวจหวย รางวัลเลขหน้า 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 131 012 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 022 209 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 2 ตัว 1 รางวัลๆ ละ 2,000 บาท 31 ตรวจหวย รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท 506355 506357 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท 046135 445869 372408 469250 533819 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท 335233 882984 702603 845523 016078 700546 078655 161206 239209 141752 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท 395512 702058 058677 865975 067355 733647 762137 242188 274926 311543 920183 259364 206160 572020 250404 132636 252570 233742 890558 645396 322168 710669 594485 813489 876047 051783 968685 059415 880384 555392 588611 189854 235593 922630 836773 440936 171919 099452 974962 929392 440861 985819 005368 734099 731497 068162 351429 267650 457625 625925 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท 606289 999673 347742 090225 160030 938943 518471 716496 679796 285110 775543 451131 398999 218132 947334 818904 221219 838857 974467 970939 639842 063559 982645 408972 074447 605752 150393 519637 466544 426773 082759 115074 170744 438910 908290 319442 130667 318144 533412 371853 292788 793933 485436 231801 828145 694007 064957 448698 220565 261959 642349 723834 088703 240693 401057 361888 195552 006077 711333 188522 252013 401787 097173 635409 892597 737264 386238 013759 816651 125911 426209 186990 018306 447679 508385 001769 064242 029139 779074 928426 646545 681763 224761 009636 488393 387662 479386 737894 242761 869025 188493 575457 853441 450233 929336 702106 687930 490074 333621 344506 กรุณาตรวจสอบความถูกต้องกับสำนักงานสลาก กินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท เป๋าตัง ถูกหวย ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท เช็ค วิธีขึ้นเงิน และ ค่าธรรมเนียม ได้ที่นี่ สถานที่ขึ้นเงินรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล มีอยู่หลายแห่ง และมีหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งจะมีอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัลแตกต่างกันไป รวมถึงหลายคนคงสงสัยว่า ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท จากเป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว ทั้ง วิธีขึ้นเงิน "สลากดิจิทัล 80 บาท จากแอปฯ เป๋าตังค์" และ "สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ซื้อจากแผงขายลอตเตอรี่" ดังนี้ ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน หักเงินกี่บาท ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ เมื่อถูกหวยสลากดิจิทัล 80 บาท ที่ซื้อผ่านแอปฯ เป๋าตัง เงินรางวัลจะโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชันเป๋าตัง ดังนั้นผู้ที่ซื้อสลากดิจิทัล 80 บาทขึ้นเงินได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ช่องทางที่ 1 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทย ผูกบัญชีเพื่อเข้ารับรางวัลสลากดิจิทัลบนแอปฯ เป๋าตัง โดยเปิดแอปฯ แล้วเลือก อื่นๆ จากนั้นให้เลือก ตั้งค่า ผูกบัญชีรับเงินรางวัล หากถูกรางวัลสลากดิจิทัล แอปฯ เป๋าตังจะแจ้งเตือนว่าคุณถูกรางวัล ภายในไม่เกิน 19.00 น. ของวันที่ออกรางวัลงวดนั้นๆ กดที่แจ้งเตือน หรือไปที่เมนู "สลากของฉัน" ในแอปฯ เป๋าตัง กดเลือก รับรางวัลผ่านบัญชีกรุงไทย ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการผูกบัญชี ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแจ้งว่าขึ้นเงินรางวัลสำเร็จ จากนั้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้ ภายใน 12 ชั่วโมง โดยเสียค่าธรรมเนียม 1% และค่าภาษีอากรสแตมป์ 0.5 % ของเงินรางวัล หมายเหตุ เมื่อถูกรางวัลสลากดิจิทัล จะต้องกดยืนยันวิธีการรับเงินภายใน 15 วัน หากเกินกำหนดจะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น หากถูกสลากดิจิทัลรางวัลที่หนึ่ง จะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น ส่วนรางวัลอื่นๆ สามารถขึ้นเงินผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ตามปกติ ช่องทางที่ 2 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัล ด้วยตัวเอง ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ หากต้องการขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเองที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เมื่อได้รับแจ้งเตือนว่าถูกรางวัลสลากดิจิทัล สามารถกดที่การแจ้งเตือน แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้ เลือก ขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเอง เลือกวันที่ต้องการไปขึ้นรางวัล ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการขึ้นเงินรางวัล ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแสดงว่าทำรายการสำเร็จ เมื่อถึงวันที่เลือกไว้แล้ว ก็สามารถไปขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลได้ที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 คลิกดูแผนที่ได้ที่นี่วิธีนี้จะเสียค่าอากรสแตมป์ 0.5% ของเงินรางวัล ถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไป ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท หากคุณถูกหวยจากสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไปที่ขายตามแผงต่างๆ สามารถนำไปขึ้นเงินได้ตามที่ต่างๆ ดังนี้ 1.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนามบินน้ำ)วันและเวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30-15.00 น. ไม่หยุดพักกลางวัน เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ หรือ กรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) จุดขึ้นเงินรางวัล : ชั้น 1 ห้องจ่ายรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : จะคิดเป็นร้อยละ 50 สตางค์ของมูลค่าเงินรางวัลที่ถูกสลาก หรือ 0.5% ของเงินรางวัล 2. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) และธนาคารออมสิน วันและเวลาทำการ : ตามเวลาทำการของแต่ละสาขา โดยจะจ่ายตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันออกรางวัลในงวดนั้นๆ ไปจนถึงเวลา 12.00 น.ของวันออกรางวัลในงวดถัดไป (ไม่รับขึ้นเงินรางวัลที่หนึ่ง) เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือกรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : ค่าธรรมเนียม 1% และค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของมูลค่าเงินรางวัล รวมเป็น 1.50% ของมูลค่าเงินรางวัล (อาจมีค่าธรรมอื่นๆ เพิ่มเติม โปรดสอบถามธนาคารอีกครั้ง) สำหรับสลากการกุศล ผู้ขอรางวัล ต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1 ของเงินรางวัล 3.แผงล็อตเตอรี่ สำหรับแผงลอตเตอรี่ที่ติดป้าย รับขึ้นเงินรางวัล โดยส่วนใหญ่คิดค่าธรรมเนียม 2 - 3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.50%) ของมูลค่าเงินรางวัล 5.ร้านทอง คิดอัตราค่าธรรมเนียม 1-3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.5%) ทั้งนี้ ไม่ว่าจะถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลใดก็ตาม อย่าลืมรีบไป "ขึ้นเงิน" หรือขอรับเงินรางวัลภายใน 2 ปี สำหรับสลากทั่วไป และภายใน 1 ปีสำหรับสลากดิจิทัล นับจากวันออกรางวัลสลากฯงวดนั้นๆ เพราะหากเกินกำหนดจะถูกนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ตรวจสอบรายชื่อจุดจําหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาท ในโครงการสลาก 80 กองสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเริ่มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาทตามจุดจำหน่ายต่างๆ ในกทม. และนนทบุรี งวดแรก 17 มกราคม 2565 และจะขยายจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 ทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป โดยท่านสามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายได้ดังนี้ วิธีที่ 1 เช็ครายละเอียดจุดจําหน่ายผ่านเว็บไซต์ คลิกดูจุดจำหน่าย คลิกที่นี่โดยสามารถเลือกเขตของจุดจำหน่ายที่คุณสะดวกได้เลย วิธีที่ 2 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เปิดแอปพลิเคชัน แล้วค้นหาจุดจําหน่าย GL0 Official Sellers ตามขั้นตอนดังนี้ เปิดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เลือกเมนู เลือกจุดจําหน่ายสลาก พิมพ์ GOs ในช่องค้นหาสถานที่ ตรวจหวย ย้อนหลัง และ แคปชั่นวันหวยออก ที่น่าสนใจ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มีนาคม 2568 ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 กันยายน 2565 สถิติหวยออกเดือนมีนาคม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันที่ 1 กันยายนคม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันพฤหัสบดีย้อนหลัง 10 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกวันพฤหัสบดี 166 แคปชั่นวันหวยออก 2565 มาใหม่! แคปชั่นเลขเด็ด คำคม เพื่อสายอ่อย สายฮา จัดมาครบ เด็ดๆ โดนๆ! 60 แคปชั่นหวยกิน ฮาๆ ขำๆ คำคมเลขเด็ด จัดเซ็ตเพื่อสายอ่อย สายฮา ในวันหวยออก 30 แคปชั่นอ่อย วันหวยออก 2565 มาใหม่! ชอบเลขไหนก็หยิบเอา แต่ถ้าชอบเราก็จีบได้ โพสต์ไปอาจได้แฟน! ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลย้อนหลังรู้ผลทันที หากยังอ่านดวงไม่จุใจ ติดตามอ่านดวงแบบอื่นๆ ได้ที่นี
เลขมงคล • 1 ก.ย. 68
อ่าน
สำนักงานสลากเตือนอย่าหลงเชื่อ TikTok หลอกลวงเลขหลุด-เลขล็อก
#สำนักงานสลากเตือนอย่าหลงเชื่อTikTokหลอกลวงเลขหลุด-เลขล็อกพร้อมเดินหน้าเอาผิดตามกฎหมายตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะแพลตฟอร์มTikTokโดยแอบอ้างใช้ภาพของผู้อำนวยการหรือผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอมแปลงภาพเสียงหรือเนื้อหาว่าสามารถล็อกเลขให้เลขหลุดหรือมีการให้เลขเด็ดพันโทหนุนศันสนาคมผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล(GLO)ขอชี้แจงว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงเป็นการหลอกลวงจากมิจฉาชีพทั้งสิ้นจึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่ออย่าตกเป็นเหยื่ออย่าแชร์ต่อและแชร์ต่อซึ่งอาจทำให้ท่านต้องสูญเสียข้อมูลส่วนตัวหรือทรัพย์สินได้นอกจากนี้การโพสต์หรือแชร์ข้อมูลอันเป็นเท็จอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ซึ่งขณะนี้สำนักงานฯอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุดต่อไปทั้งนี้สำนักงานฯมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบปฏิบัติงานและการบริหารจัดการในกระบวนการออกรางวัลให้มีมาตรฐานเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากลISO 9001:2015ที่แสดงถึงความโปร่งใสตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนมีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับแก่ผู้ซื้อสลากมาอย่างต่อเนื่อง
ทันหุ้น • 27 ส.ค. 68
อ่าน
ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ดูสดผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
หวยวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 งวดนี้ออกอะไร มา ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 ตรวจเลขท้าย 3 ตัว ตรวจเลขท้าย 2 ตัว และรางวัลอื่นๆ ครบทุกรางวัลกันได้ที่นี่เลย หวยงวดวันที่ 16 กรกฎาคม2568 นี้หวยวันออกอะไรบ้าง TrueID Horoscope มีให้คุณได้ตรวจกันทุกรางวัล พร้อมรายละเอียดครบครัน หากถูกหวย ถูกรางวัลสลากดิจิทัล / สลากทั่วไป ต้องขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท และ จุดจําหน่ายสลากราคา 80 บาท มาเช็คกันได้เลย โดยคุณสามารถติดผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ตามเวลาออกอากาศได้ที่ช่องอมรินทร์ทีวีช่องไทยรัฐทีวี ตรวจหวย งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ตรวจหวย รางวัลที่ 1 งวดประจำ วันที่ 16 กรกฎาคม2568 รางวัลละ 6,000,000 บาท 245324 ตรวจหวย รางวัลเลขหน้า 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 995 171 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 3 ตัว 2 รางวัลๆ ละ 4,000 บาท 084 336 ตรวจหวย รางวัลเลขท้าย 2 ตัว 1 รางวัลๆ ละ 2,000 บาท 26 ตรวจหวย รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท 245323 245325 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท 256051 844480 844010 115709 814956 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท 350225 629192 385755 828884 750911 905994 154167 105797 518522 801720 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท 919511 535130 011545 770120 007372 226866 714779 367218 720123 016018 180198 764485 844067 159307 232904 388722 860628 299326 002116 494991 820009 626972 289468 962845 990091 266671 945021 116613 812085 055511 019693 815738 046215 497443 772115 380485 355962 601882 091768 499018 560719 656693 174880 205250 095041 390621 822024 050007 097623 697773 ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท 647642 746667 393207 542950 659868 128026 307433 759338 080861 118352 735702 532517 980070 744470 105540 688515 876415 254594 425320 213929 280183 814426 016179 094222 007144 425939 149619 640226 842048 424203 855521 097664 731083 932741 711493 426860 704157 246647 144671 636361 111887 696136 663981 890358 015640 934805 168451 432227 448700 078976 833037 899160 500170 546361 694969 194027 305674 520693 194095 303267 169262 338354 687765 804898 367718 358534 684527 587133 615712 618898 810563 241055 808215 919913 497983 481418 692894 069539 162287 738529 584314 775144 037112 339237 893580 255525 946717 746981 417929 457698 802249 917434 770121 608327 033776 617152 388005 231338 679518 241761 กรุณาตรวจสอบความถูกต้องกับสำนักงานสลาก กินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท เป๋าตัง ถูกหวย ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักเงินกี่บาท เช็ค วิธีขึ้นเงิน และ ค่าธรรมเนียม ได้ที่นี่ สถานที่ขึ้นเงินรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล มีอยู่หลายแห่ง และมีหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งจะมีอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัลแตกต่างกันไป รวมถึงหลายคนคงสงสัยว่า ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท จากเป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว ทั้ง วิธีขึ้นเงิน "สลากดิจิทัล 80 บาท จากแอปฯ เป๋าตังค์" และ "สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ซื้อจากแผงขายลอตเตอรี่" ดังนี้ ถูกสลากดิจิทัล 80 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ขึ้นเงินที่ไหน หักเงินกี่บาท ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ เมื่อถูกหวยสลากดิจิทัล 80 บาท ที่ซื้อผ่านแอปฯ เป๋าตัง เงินรางวัลจะโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชันเป๋าตัง ดังนั้นผู้ที่ซื้อสลากดิจิทัล 80 บาทขึ้นเงินได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ช่องทางที่ 1 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทย ผูกบัญชีเพื่อเข้ารับรางวัลสลากดิจิทัลบนแอปฯ เป๋าตัง โดยเปิดแอปฯ แล้วเลือก อื่นๆ จากนั้นให้เลือก ตั้งค่า ผูกบัญชีรับเงินรางวัล หากถูกรางวัลสลากดิจิทัล แอปฯ เป๋าตังจะแจ้งเตือนว่าคุณถูกรางวัล ภายในไม่เกิน 19.00 น. ของวันที่ออกรางวัลงวดนั้นๆ กดที่แจ้งเตือน หรือไปที่เมนู "สลากของฉัน" ในแอปฯ เป๋าตัง กดเลือก รับรางวัลผ่านบัญชีกรุงไทย ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการผูกบัญชี ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแจ้งว่าขึ้นเงินรางวัลสำเร็จ จากนั้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้ ภายใน 12 ชั่วโมง โดยเสียค่าธรรมเนียม 1% และค่าภาษีอากรสแตมป์ 0.5 % ของเงินรางวัล หมายเหตุ เมื่อถูกรางวัลสลากดิจิทัล จะต้องกดยืนยันวิธีการรับเงินภายใน 15 วัน หากเกินกำหนดจะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น หากถูกสลากดิจิทัลรางวัลที่หนึ่ง จะต้องไปขึ้นเงินที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เท่านั้น ส่วนรางวัลอื่นๆ สามารถขึ้นเงินผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ตามปกติ ช่องทางที่ 2 ขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัล ด้วยตัวเอง ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ หากต้องการขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเองที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เมื่อได้รับแจ้งเตือนว่าถูกรางวัลสลากดิจิทัล สามารถกดที่การแจ้งเตือน แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้ เลือก ขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเอง เลือกวันที่ต้องการไปขึ้นรางวัล ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง แล้วกดยืนยันการขึ้นเงินรางวัล ใส่หมายเลข PIN 6 หลัก ระบบจะแสดงว่าทำรายการสำเร็จ เมื่อถึงวันที่เลือกไว้แล้ว ก็สามารถไปขึ้นเงินรางวัลสลากดิจิทัลได้ที่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 คลิกดูแผนที่ได้ที่นี่วิธีนี้จะเสียค่าอากรสแตมป์ 0.5% ของเงินรางวัล ถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไป ขึ้นเงินที่ไหน โดนหักกี่บาท หากคุณถูกหวยจากสลากกินแบ่งรัฐบาลทั่วไปที่ขายตามแผงต่างๆ สามารถนำไปขึ้นเงินได้ตามที่ต่างๆ ดังนี้ 1.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สนามบินน้ำ)วันและเวลาทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.30-15.00 น. ไม่หยุดพักกลางวัน เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ หรือ กรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) จุดขึ้นเงินรางวัล : ชั้น 1 ห้องจ่ายรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เลขที่ 359 ถนน นนทบุรี ท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000 ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : จะคิดเป็นร้อยละ 50 สตางค์ของมูลค่าเงินรางวัลที่ถูกสลาก หรือ 0.5% ของเงินรางวัล 2. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) และธนาคารออมสิน วันและเวลาทำการ : ตามเวลาทำการของแต่ละสาขา โดยจะจ่ายตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันออกรางวัลในงวดนั้นๆ ไปจนถึงเวลา 12.00 น.ของวันออกรางวัลในงวดถัดไป (ไม่รับขึ้นเงินรางวัลที่หนึ่ง) เอกสารที่ต้องเตรียม : บัตรประชาชน ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล พร้อมค่าอากรแสตมป์ สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือกรณีชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ค่าธรรมเนียมการขึ้นเงินรางวัล : ค่าธรรมเนียม 1% และค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของมูลค่าเงินรางวัล รวมเป็น 1.50% ของมูลค่าเงินรางวัล (อาจมีค่าธรรมอื่นๆ เพิ่มเติม โปรดสอบถามธนาคารอีกครั้ง) สำหรับสลากการกุศล ผู้ขอรางวัล ต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1 ของเงินรางวัล 3.แผงล็อตเตอรี่ สำหรับแผงลอตเตอรี่ที่ติดป้าย รับขึ้นเงินรางวัล โดยส่วนใหญ่คิดค่าธรรมเนียม 2 - 3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.50%) ของมูลค่าเงินรางวัล 5.ร้านทอง คิดอัตราค่าธรรมเนียม 1-3% (รวมค่าอากรแสตมป์ 0.5%) ทั้งนี้ ไม่ว่าจะถูกหวย ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลใดก็ตาม อย่าลืมรีบไป "ขึ้นเงิน" หรือขอรับเงินรางวัลภายใน 2 ปี สำหรับสลากทั่วไป และภายใน 1 ปีสำหรับสลากดิจิทัล นับจากวันออกรางวัลสลากฯงวดนั้นๆ เพราะหากเกินกำหนดจะถูกนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ตรวจสอบรายชื่อจุดจําหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาท ในโครงการสลาก 80 กองสลากกินแบ่งรัฐบาลจะเริ่มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลราคา 80 บาทตามจุดจำหน่ายต่างๆ ในกทม. และนนทบุรี งวดแรก 17 มกราคม 2565 และจะขยายจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 ทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป โดยท่านสามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายได้ดังนี้ วิธีที่ 1 เช็ครายละเอียดจุดจําหน่ายผ่านเว็บไซต์ คลิกดูจุดจำหน่าย คลิกที่นี่โดยสามารถเลือกเขตของจุดจำหน่ายที่คุณสะดวกได้เลย วิธีที่ 2 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เปิดแอปพลิเคชัน แล้วค้นหาจุดจําหน่าย GL0 Official Sellers ตามขั้นตอนดังนี้ เปิดแอปพลิเคชัน GLO Lottery เลือกเมนู เลือกจุดจําหน่ายสลาก พิมพ์ GOs ในช่องค้นหาสถานที่ ตรวจหวย ย้อนหลัง และ แคปชั่นวันหวยออก ที่น่าสนใจ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มีนาคม 2568 ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2565 สถิติหวยออกเดือนมีนาคม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันที่ 16 กรกฎาคมคม ย้อนหลัง 29 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล สถิติหวยออกวันพฤหัสบดีย้อนหลัง 10 ปี สถิติสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกวันพฤหัสบดี 166 แคปชั่นวันหวยออก 2565 มาใหม่! แคปชั่นเลขเด็ด คำคม เพื่อสายอ่อย สายฮา จัดมาครบ เด็ดๆ โดนๆ! 60 แคปชั่นหวยกิน ฮาๆ ขำๆ คำคมเลขเด็ด จัดเซ็ตเพื่อสายอ่อย สายฮา ในวันหวยออก 30 แคปชั่นอ่อย วันหวยออก 2565 มาใหม่! ชอบเลขไหนก็หยิบเอา แต่ถ้าชอบเราก็จีบได้ โพสต์ไปอาจได้แฟน! ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาลย้อนหลังรู้ผลทันที หากยังอ่านดวงไม่จุใจ ติดตามอ่านดวงแบบอื่นๆ ได้ที่นี
เลขมงคล • 16 ก.ค. 68
อ่าน
เตือนภัย! มิจฉาชีพ ลวงข้าราชการบำนาญกรอกข้อมูล-ลงนาม PDPA
นางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ได้รับแจ้งจากอดีตผู้บริหารและข้าราชการบำนาญหลายท่านว่ามีเจ้าหน้าที่ติดต่อให้มาลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยให้มาดำเนินการที่หน่วยงานต้นสังกัด หรือกรมบัญชีกลาง หรือกระทรวงการคลัง แล้วแต่กรณี และในบางกรณีให้ส่งอีเมลยืนยัน กรมบัญชีกลางขอแจ้งว่า “กรมบัญชีกลางไม่มีนโยบายแจ้งให้ผู้รับบำนาญ มาดำเนินการกรอกข้อมูลหรือลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับ PDPA ตามที่มิจฉาชีพอ้าง” ดังนั้น ขอให้ท่านที่ได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว อย่าหลงเชื่อ ไม่ตอบกลับอีเมล หรือกดลิงก์ใด ๆ ตามที่ได้รับแจ้ง “กรมบัญชีกลางขอเน้นย้ำว่า “ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อข้าราชการ ผู้รับบำนาญหรือทายาทโดยตรง เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกรมบัญชีกลาง” ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งช่องทางการติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางที่เชื่อถือได้ ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (verified) เท่านั้น หรือสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ” โฆษกกรมบัญชีกลางกล่าว
TNN ช่อง16 • 2 ก.ค. 68
อ่าน
ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
“บิ๊กกุ้ง” แม่ทัพภาค 2 เตือนประชาชน ระวังแอบอ้างโซเชียลปลอม
“บิ๊กกุ้ง” แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำชัด ไม่มีบัญชีโซเชียล เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อบัญชีปลอมเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ออกแถลงยืนยันว่า ตนไม่มีบัญชีผู้ใช้ส่วนตัวในแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใด ๆ ทั้ง Facebook, Line, TikTok, Instagram หรือ X (Twitter) พร้อมเตือนประชาชนให้ระมัดระวังต่อการแอบอ้างที่อาจนำไปสู่การถูกหลอกลวงโดยมิจฉาชีพ แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ขณะนี้ปรากฏบัญชีโซเชียลมีเดียปลอมที่แอบอ้างชื่อ รูปภาพ หรือข้อมูลของตนบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งอาจใช้เพื่อหวังผลในทางมิชอบ เช่น หลอกขอข้อมูลส่วนตัว ชักชวนบริจาค หรือปลุกปั่นความเข้าใจผิดทางสังคม ทั้งนี้ กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้ประสานหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการตรวจสอบและติดตามแหล่งที่มาของบัญชีปลอมดังกล่าว พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนให้หยุดแชร์ หยุดส่งต่อ และหากพบการแอบอ้างในลักษณะนี้ สามารถแจ้งเบาะแสได้ทันทีผ่านช่องทางของกองทัพภาคที่ 2
TNN ช่อง16 • 19 มิ.ย. 68
อ่าน
‘โจรออนไลน์’ เพจปลอมอ้าง ธ.ออมสิน หลอกข้อมูล
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 6 – 12 มิถุนายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 819,083 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 551 ข้อความตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ออมสินเปิดบริการสินเชื่อให้ยืมวงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท ผ่านเพจ LEASE it CPT 008” รองลงมาคือเรื่อง “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดเว็บไซต์ใหม่ให้บริการประชาชน” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสูญเสียทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 515 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 30 ข้อความ และผ่าน Facebook จำนวน 6 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 191 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 80 เรื่อง สำหรับเรื่อง “ออมสินเปิดบริการสินเชื่อให้ยืมวงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท ผ่านเพจ LEASE it CPT 008” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ ธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ และขอแจ้งเตือนว่า เพจเฟซบุ๊กดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธนาคารแต่อย่างใด เป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่ทำการแอบอ้างใช้ชื่อและโลโก้ของธนาคารออมสิน เพื่อหลอกลวงประชาชน ขออย่าหลงเชื่อและอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวแก่บัญชีดังกล่าวโดยเด็ดขาด หากมีข้อสงสัยหรือต้องสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 299 8000
TNN ช่อง16 • 16 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงคนใกล้ตัวหลอกโอนเงิน
14 มิถุนายน 2568 – ตำรวจไซเบอร์ออกเตือนประชาชนระวังกลโกงรูปแบบใหม่ หลังพบมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปลอมเสียงของบุคคลใกล้ชิด เช่น ลูกหลาน ญาติ หรือหัวหน้างาน โทรศัพท์หาเหยื่อผ่านเบอร์แปลก พร้อมอ้างสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อหลอกให้โอนเงินจากข้อมูลเบื้องต้น กลุ่มมิจฉาชีพจะสร้างสถานการณ์ เช่น อุบัติเหตุ ติดคดี หรือการเจ็บป่วย โดยใช้เสียงเลียนแบบคนรู้จักมาขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยมักพูดว่า “ไม่มีเวลาชี้แจง ขอให้รีบโอน” หรือ “อย่าบอกใคร เชื่อใจได้” เพื่อเร่งการตัดสินใจ ผู้เสียหายหลายรายให้ข้อมูลว่า เสียงที่ได้ยินคล้ายกับบุคคลใกล้ชิดมากจนไม่สามารถแยกแยะได้ทัน จึงหลงเชื่อและโอนเงินไปยังบัญชีที่คนร้ายให้ไว้ โดยเพิ่งรู้ตัวภายหลังว่าเป็นการหลอกลวงรูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อย1. ใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบคนรู้จัก2. โทรจาก เบอร์แปลก ไม่ใช่เบอร์ที่ผู้เสียหายเคยบันทึกไว้3. อ้างเหตุ ฉุกเฉิน เพื่อเร่งให้โอนเงินทันที4. ไม่ให้เวลาสอบถามหรือพิสูจน์ตัวตน แนวทางป้องกัน• อย่าตัดสินใจโอนเงินโดยไม่ตรวจสอบ• โทรกลับหาบุคคลที่ถูกอ้างชื่อ โดยใช้เบอร์ที่เคยติดต่อ• สังเกตความผิดปกติ เช่น คำพูดเร่งรัด น้ำเสียงไม่เป็นธรรมชาติ• ตรวจสอบชื่อบัญชีผู้รับโอนว่าเป็นของคนรู้จักจริงหรือไม่หากตกเป็นเหยื่อ• แจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th• ติดต่อสายด่วน 1441 ของตำรวจไซเบอร์ ตลอด 24 ชั่วโมงสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า กลโกงลักษณะนี้กำลังแพร่กระจายเพิ่มขึ้น โดยใช้เทคโนโลยี AI ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในการปลอมเสียงอย่างแนบเนียน และย้ำเตือนประชาชนให้ใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนโอนเงินในทุกกรณี แม้ปลายสายจะอ้างว่าเป็นคนในครอบครัวหรือผู้บังคับบัญกา
TNN ช่อง16 • 14 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์
TNN ช่อง16 • 12 มิ.ย. 68
อ่าน
อย่าหลงเชื่อ! กองสลาก สั่งล็อกเลข แจกรางวัลกระตุ้นเศรษฐกิจ
ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการโพสต์และอ้างว่าสลากกินแบ่งฯ เปิดให้ประชาชนติดต่อรับข้อมูลแจ้งผลออกสลาก ผ่านท่านผู้ช่วย ผอ.สนง.สลากกินแบ่งนั้น เป็นการแอบอ้างใช้ชื่อและภาพของผู้อำนวยการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตสำหรับการออกรางวัลของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอน และไม่มีผู้ใดสามารถทราบผลรางวัลล่วงหน้าได้ ซึ่งพฤติกรรมการส่งข้อมูลว่าสามารถให้ผลสลากได้นั้น ไม่เป็นความจริง ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่หลอกลวง หรือแอบอ้างผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่าสามารถให้ตัวเลขที่ถูกรางวัลได้ ท่านอาจถูกหลอกลวงนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่มิชอบ รวมทั้งสูญเสียทรัพย์สินเงินทองได้ทั้งนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ https://www.antifakenewscenter.comเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว
TNN ช่อง16 • 6 มิ.ย. 68
อ่าน
"ดีอี"เตือนภัย เปิดเพจปลอม อ้าง "SET" สอนลงทุน
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 16-22 พฤษภาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 826,061 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 685 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 663 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 22 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 226 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 122 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ โดย 7 อันดับเป็นเรื่องการลงทุน ได้แก่ 1.เรื่อง SET เปิดกลุ่มสอนลงทุนหุ้นออนไลน์ฟรี พร้อมแนะนำการตั้ง SL/TP ตามด้วย ///2. เรื่อง เพจ ฟอรั่มการลงทุนประเทศไทย เป็นเพจเฟซบุ๊กใหม่ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดทำขึ้น3. เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง ให้เทรดหุ้นทองคำ เริ่มง่ายได้กำไร กำกับดูแลโดย ก.ล.ต. 5. เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเพจเฟซบุ๊ก สอนหุ้น SET4. เรื่อง SET เปิดคอร์สสอนเทรดหุ้น พร้อมที่ปรึกษาตลอดชีพ มีกลุ่มไลน์ VIP5. เรื่อง SET เปิดคอร์สสอนลงทุนแบบมืออาชีพ ลงทะเบียนผ่านเพจ สอนเลือกหุ้นโดยเซียนดัง VI สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ "SET เปิดกลุ่มสอนลงทุนหุ้นออนไลน์ฟรี พร้อมแนะนำการตั้ง SL/TP ให้ได้เปรียบ" กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ และขอยืนยันว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างใช้โลโก้ของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต และการโพสต์ข้อความหลอกลวงประชาชน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
TNN ช่อง16 • 26 พ.ค. 68
อ่าน
อย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”
ภารกิจรายได้เสริม หรือ กับดักหมดตัว?กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ออกมาแจ้งเตือนประชาชนผ่านเฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. โดยระบุว่า ภารกิจรายได้เสริม หรือ กับดักหมดตัว?ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย อย่าหลงเชื่อ! ขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ลวงให้โอนเงิน โดยมิจฉาชีพวางแผนหลอกเหยื่ออย่างเป็นระบบ ตั้งแต่สร้างแชทปลอม ดึงเข้ากลุ่มที่มีหน้าม้า จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยอ้างว่า “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่” 7 ขั้นตอนขบวนการหลอกให้ทำภารกิจปลอม1.ล่อเหยื่อด้วยโฆษณา มีการยิงแอด โพสต์ปลอม แล้วทักแชตตรง2.สร้างฉากลวงในกลุ่มแชต มีหน้าม้าปั้นสถานการณ์ให้ดูน่าเชื่อถือ3.หลอกให้ทำภารกิจง่ายๆ ดูคลิป กดไลก์ รีวิวสินค้า4.ปั้นรายได้ปลอมให้เห็น มีเงินรอในระบบแต่ยังถอนออกมาไม่ได้5.บีบให้โอนซ้ำเพื่อปลดล็อก อ้างขั้นตอนผิดต้องโอนเพิ่ม6.ใช้จิตวิทยากลุ่มกดดัน หน้าม้าหลอกว่าเคยได้เงิน เพื่อให้เหยื่อตาม7.หลอกซ้ำด้วยความกลัว-สงสาร ข่มขู่ทางกฎหมายหรือขอความเห็นใจให้โอนอีก สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมงอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์เช็กด่วน 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้กู้เงินเช็ก 10 ข่าวปลอมในรอบสัปดาห์ เตือนอย่าหลงเชื่อระวังโดนหลอกดูดเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล
TNN ช่อง16 • 13 พ.ค. 68
อ่าน
“รีวิวหมวก สูบ 3 แสน” เปิดแชตลวง โกงแนบเนียนผ่านไลน์
แค่คอมเมนต์ว่า “สนใจค่ะ” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเงินทั้งบัญชี มิจฉาชีพแฝงกลุ่มรีวิว ลวงให้โอนซ้ำซ้อนผ่านระบบปลอม ใช้ภาษาหว่านล้อม-รูปแบบเหมือนจริงทุกขั้นตอน เจาะทุกกลโกงจากแชตลับที่กลายเป็นฝันร้ายหญิงสาวคนหนึ่งคิดว่าเธอกำลังจะได้รับงานรีวิวสินค้าชิ้นแรกในชีวิต สิ่งที่เธอไม่รู้คือการคอมเมนต์เพียงประโยคเดียวในกลุ่มหางานรีวิว จะเป็นจุดเริ่มต้นของกับดักที่ซับซ้อนและบีบคั้นที่สุดในชีวิต ยอดเงินในบัญชีของเธอค่อย ๆ หายไปทีละขั้น ภายใต้คำพูดเรียบง่ายที่ว่า “ทำภารกิจให้ครบ แล้วจะได้เงินคืน”ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง เงินเก็บที่เธอสะสมมาตลอดชีวิตกว่า 307,000 บาท หายวับไปจากระบบที่ไม่มีอยู่จริงเริ่มจากหมวกใบเดียวโพสต์ที่ปรากฏในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “หางานอินฟลู/รีวิว/ไลฟ์สด-KOL” มีข้อความชักชวนให้รีวิวหมวก 1 คลิป ความยาวไม่เกิน 1 นาที ค่าจ้าง 1,000 บาท พร้อมระบุว่าไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามมากมาย ขอเพียงตั้งใจและทำคลิปส่งตามกำหนดหญิงสาวคนนั้นคอมเมนต์ “สนใจค่ะ” และได้รับการตอบกลับให้แอดไลน์ โดยแสดงตัวว่าเป็นแอดมินดูแลงานรีวิวเธอคิดว่านี่คือโอกาสของคนธรรมดา แต่ปลายทางกลับเป็นแชตที่ค่อย ๆ ล่อเธอเข้าสู่กับดักการโอนเงินที่จบไม่ลง ระบบภารกิจลวงในแอปไลน์หลังการทักแชต มิจฉาชีพเริ่มต้นด้วยคำพูดว่า “ขอชวนเข้าร่วมภารกิจโปรโมตสินค้า” โดยอ้างว่าแค่ทำตามขั้นตอนง่าย ๆ เช่น กดสินค้าใส่ตะกร้าในแอปช้อปปิ้งชื่อดัง ก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่นและโบนัส รวมถึงเงินที่โอนสำรองคืนกลับมาพร้อมผลตอบแทนเธอเริ่มจากการโอน 3,000 บาท และได้รับเงินคืนกลับมาจริง 3,400 บาท สิ่งนั้นทำให้เธอเชื่อสนิทใจว่า นี่คืองานที่ให้ผลตอบแทนจริงแต่หลังจากนั้น ทุกครั้งที่เธอทำตาม ภารกิจใหม่จะถูกส่งต่อมาพร้อมคำอธิบายว่า “เงินยังไม่สามารถถอนได้ ต้องทำเพิ่มอีกหนึ่งขั้นเพื่อปลดล็อก”เธอโอนอีก 5,500 บาท ถัดมา 10,500 บาท ต่อด้วย 35,900 บาท และตามด้วยยอดใหญ่ 75,900 บาท ก่อนจะจบด้วยการโอน 120,900 บาทในครั้งสุดท้าย เพราะเชื่อว่านั่นจะทำให้ได้เงินทั้งหมดคืนแต่สิ่งที่เธอได้รับคือข้อความใหม่ที่บอกว่า ระบบขัดข้อง ต้องทำต่อให้เสร็จอีกครั้งมิจฉาชีพในคราบอินฟลูในช่วงปี 2567–2568 มีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นผู้ว่าจ้างงานรีวิวสินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อดังที่มีเป้าหมายเป็นผู้เริ่มต้นทำงานออนไลน์เพจ Drama-addict ได้เตือนภัยไว้อย่างชัดเจนว่า กลุ่มเหล่านี้จะอ้างว่ารับรีวิวสินค้า เช่น หมวก เสื้อผ้า หรือผลไม้ เมื่อมีคนสนใจจะถูกชักชวนให้แอดไลน์ จากนั้นเข้าสู่ระบบ “ภารกิจแฝงค่าใช้จ่าย” ที่ไม่มีอยู่จริงพฤติกรรมร่วมของกลุ่มมิจฉาชีพนี้คือ• ใช้คำพูดที่เหมือนระบบอัตโนมัติ• ส่งภาพหน้าจอการโอนเงินปลอม• ส่งตารางคอมมิชชั่นแบบกราฟิก• อ้างว่าระบบกำลังตรวจสอบ เพื่อบีบให้เหยื่อรอและโอนต่อในหลายกรณีมีการใช้โปรไฟล์ปลอมเป็นเพจร้านค้า เช่น “เมดีสส์ กาแฟเพื่อสุขภาพ” หรือ “แบรนด์แว่นตาออนไลน์” แล้วโพสต์แจกของฟรีเดือนแรก ก่อนจะดึงเหยื่อเข้าไลน์แล้วหลอกให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกลไกหลอกลวงแบบดิจิทัลการใช้คำว่า “ระบบ” คือหัวใจของการหลอกลวงที่เกิดขึ้น พวกเขาไม่ได้ข่มขู่ แต่ใช้อำนาจของสิ่งที่ดูเหมือนอัตโนมัติมาข่มขวัญแทนเหยื่อถูกบังคับโดยกลไกที่ดูเหมือน “ถ้าไม่ทำ จะเสียทั้งหมด” และนั่นคือจุดที่ใครหลายคนหมดแรงจะถอนตัวไม่มีใครอยากยอมเสียตั้งแต่ 3,000 บาทแรก พวกเขาจึงยอมโอนซ้ำเพื่อพยายามเอาเงินคืนในรอบถัดไปแต่ระบบนี้ไม่ได้มีไว้ให้ใครได้คืน คู่มือเอาตัวรอดจากกับดักงานออนไลน์1. งานจริงไม่ขอให้โอนเงินก่อนผู้ว่าจ้างที่ชอบธรรมจะไม่ขอค่าล่วงหน้า หากมีการขอเงินเพื่อปลดล็อกระบบ ถือเป็นสัญญาณอันตราย2. ตรวจสอบโปรไฟล์ผ่านเว็บไซต์ใช้เว็บไซต์เช่น blacklistseller.com หรือ 1212occ.com เพื่อตรวจสอบเลขบัญชีหรือเบอร์โทร3. อย่าเร่งรีบตามคำสั่งของระบบปลอมหากแชตเร่งรัดให้โอน “ก่อนหมดเวลา” หรือข่มขู่ว่า “ระบบจะรีเซ็ต” ให้หยุดทันที4. ใช้สามัญสำนึกเป็นเกราะป้องกันหากอะไรฟังดูดีเกินจริง ก็อาจเป็นเพราะมันไม่จริงหากคุณตกเป็นเหยื่อ ต้องทำอย่างไรขั้นตอนแจ้งความและอายัดบัญชี1. รวบรวมหลักฐาน• แชตสนทนา• สลิปโอนเงิน• โพสต์ต้นทาง• รายละเอียดบัญชีปลายทาง2. แจ้งความ• ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือ• แจ้งผ่าน thaipoliceonline.com3. แจ้งธนาคาร• โทรไปยังธนาคารของบัญชีที่โอนเข้า• ขออายัดเงินตามมาตรการ Fraud Alert4. แจ้ง ปปง.• หากมีการโอนข้ามหลายบัญชี หรือมูลค่าสูง• แจ้งผ่าน amlo.go.th หรือสายด่วน 17105. ร้องเรียน สคบ. หรือ 1212 OCC• โทร. 1166 หรือกรอกฟอร์มออนไลน์แบบฟอร์มร้องเรียนเบื้องต้นชื่อ-นามสกุลผู้ร้องเรียน: ………………………………………เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น:ข้าพเจ้าได้แสดงความสนใจรับงานรีวิวสินค้า ผ่านโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก และถูกเชิญให้ติดต่อผ่านไลน์ จากนั้นถูกขอให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมภารกิจโปรโมตสินค้า โดยอ้างว่าจะได้รับเงินคืนพร้อมค่าคอมมิชชั่นแต่เมื่อทำครบกลับไม่สามารถถอนเงินได้ และมีการอ้างว่าต้องโอนเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบยอดรวมที่สูญไปทั้งสิ้น ………………… บาทสิ่งที่ต้องการให้หน่วยงานดำเนินการ:• ตรวจสอบบัญชีผู้กระทำความผิด• อายัดเงินในระบบ• ดำเนินคดีตามกฎหมายลงชื่อ ……………………… วันที่ ……………………ก่อนจะคลิกแอดไลน์หรือโอนเงินแม้เพียงไม่กี่ร้อยบาท ลองหยุดคิดอีกนิดว่าเราได้ตรวจสอบข้อมูลเพียงพอหรือยัง เพราะในโลกที่มิจฉาชีพสามารถสวมบทผู้ว่าจ้างได้แนบเนียนกว่าที่เคย ความไว้ใจเพียงเสี้ยววินาทีอาจแลกมาด้วยการสูญเสียทั้งชีวิตไม่มีงานไหน ที่ต้องจ่ายเงินก่อนจะได้ทำงานจริง และไม่มีความหวังใดควรต้องจ่ายด้วยเงินก้อนสุดท้ายของเราเอง
TNN ช่อง16 • 9 พ.ค. 68
อ่าน
5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ เตือนระวังกลลวงใหม่ “ชวนลงทุนบริจาคการกุศล”
นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 28 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วยเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 2,805,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Tiktok ชักชวนลงทุนเกี่ยวกับการกุศล ByteDance จากนั้นเพิ่มเพื่อนทาง Line และทำการสมัครสมาชิก แล้วให้โอนเงินเพื่อทำการลงทุน รอบแรกที่ทำการกุศลได้เงินคืน หลังจากนั้นให้เพิ่มจำนวนเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้เสียหายสอบถามถึงยอดเงินการกุศล พบว่าไม่มีการตอบกลับ และไม่สามารถถอนเงินออกหรือคืนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 570,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line ชักชวนทำงานหารายได้พิเศษ โดยการให้โอนเงินบริจาคกับคนยากไร้ เพื่อรับผลตอบแทน ผู้เสียหายสนใจจึงโอนเงินไป ระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาผู้เสียหายต้องการได้รับผลตอบแทนเพิ่ม จึงได้โอนเงินไปเรื่อย ๆ เพื่อเลื่อนระดับขั้นให้สูงขึ้น เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน มิจฉาชีพแจ้งว่าไม่สามารถถอนได้ ต้องโอนเงินเข้าไปเพิ่มขึ้นอีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 5,943,210 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทาง Facebook ชักชวนให้โอนเงินลงทุนเกี่ยวกับการเทรดหุ้นตลาดหลักทรัพย์ ช่วงแรกเป็นการลงทุนแบบตามงบประมาณ หลังจากนั้นให้คุยกับเลขาฯ เนื่องจากจะมีการแนะนำให้ซื้อหุ้นในการลงทุนเพิ่ม เมื่อจะทำการถอนเงินออกจากระบบ มิจฉาชีพแจ้งว่าจะต้องชำระค่าส่วนแบ่งกำไร 13% ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป แต่ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ แจ้งว่าผู้เสียหายทำผิดขั้นตอน จะต้องโอนเงินเพื่อแก้ไขข้อมูลและให้โอนเงินเพื่อจ่ายค่าภาษี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 1,031,417 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้พบโฆษณาสินเชื่อบุคคล แคช ทู โก สินเชื่อ ธุรกิจ TTB SME ผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดและเพิ่มเพื่อนทาง Line ได้สอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ธุรการ จากนั้นแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินไปก่อน จึงจะได้รับยอดเงินกู้ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป จากนั้นอ้างว่าหมายเลขบัญชีธนาคารผิด ให้โอนเงินเข้าไปเพื่อแก้ไข และให้โอนเงินเพิ่มอีกหลายครั้งเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่ารับ OTP ค่าแก้ไขข้อมูล ค่ายกเลิกสัญญาเงินกู้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 5 คดีหลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 1,248,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเทรดเงินดิจิทัลผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ที่แสดงหน้าเพจเพื่อสอบถามรายละเอียด จากนั้นมิจฉาชีพจึงชักชวนให้โอนเงินเพื่อลงทุนเทรดเงินดิจิทัล ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ในช่วงแรกได้รับผลตอบแทนเล็กน้อยสามารถถอนเงินได้ ภายหลังโอนเงินเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินคืนได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 11,597,627 บาททั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,681,929 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,064 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 633,201 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,249 บัญชี3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 201,562 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.83 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 149,037 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.53 (3) หลอกลวงลงทุน 92,013 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.53 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 76,855 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 12.14 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 45,500 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.19 (และคดีอื่นๆ 68,234 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.78)จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย โดยชักชวนให้บริจาคการกุศล โอนเงินบริจาคคนยากไร้ ซึ่งถือเป็นวิธีการที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ การหลอกลงทุนเทรดหุ้น หลอกให้กู้เงิน โดยอ้างเป็นสินเชื่อ ธ.ทหารไทยธนชาต ให้โอนจ่ายค่าธรรมเนียมเรื่อยๆ ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด ดังนั้นหากมีการติดต่อเข้ามา ให้ประเมินว่าเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่องหากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเช็กด่วน 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้กู้เงินเปิดสถิติแจ้งเตือนข่าวปลอม-ข่าวบิดเบือนให้ประชาชนแล้วกว่า 10,000 เรื่องเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหว
TNN ช่อง16 • 6 พ.ค. 68
อ่าน
เช็ก 10 ข่าวปลอมในรอบสัปดาห์ เตือนอย่าหลงเชื่อระวังโดนหลอกดูดเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “เพจ LEASE it PCL 759 ของ ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อเงินกู้ ฉุกเฉิน วงเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท อนุมัติสูงสุด 1,000,000 บาท” รองลงมาคือเรื่อง “ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านหุ้น เปิดเรียนฟรี ประกาศหุ้นน่าสนใจ 5 ตัว” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสูญเสียทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้างนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 821,891 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 815 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 602 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 2 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 208 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 100 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็น 10 ข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง เพจ LEASE it PCL 759 ของ ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อเงินกู้ ฉุกเฉิน วงเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท อนุมัติสูงสุด 1,000,000 บาทอันดับที่ 2 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านหุ้น เปิดเรียนฟรี ประกาศหุ้นน่าสนใจ 5 ตัวอันดับที่ 3 : เรื่อง ออมสินปล่อยกู้ผ่านเพจ LEASE it PCL 859 เริ่มต้น 10,000 – สูงสุด 1 ล้าน!อันดับที่ 4 : เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง ร่วมมือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดโอกาสเข้าเทรดหุ้นทองคำ เหมาะสำหรับมือใหม่และวัยเกษียณอันดับที่ 5 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก DLT Online 111อันดับที่ 6 : เรื่อง ปปง. เตรียมคืนเงินเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ติดต่อรับสิทธิผ่านเพจ Provide knowledge on law enforcementอันดับที่ 7 : เรื่อง ผู้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพมีโอกาสได้เงินคืน ปรึกษาหรือสอบถาม ผ่านเพจ Assistance with safetyอันดับที่ 8 : เรื่อง ออมสิน ปล่อยสินเชื่ออุ่นใจ ผ่าน TikTok ชื่อ gooaevfsb5cอันดับที่ 9 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญวางแผนหุ้นกระทิง 3 ตัว ผลตอบแทนสูง สนใจแอดไลน์ฟรีอันดับที่ 10 : เรื่อง ธ.ออมสิน ให้บริการสินเชื่อ ผ่าน TikTok ชื่อ gsb.550เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการให้บริการสินเชื่อของ ธ.ออมสิน และการชักชวนลงทุน และให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “เพจ LEASE it PCL 759 ของ ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อเงินกู้ ฉุกเฉิน วงเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท อนุมัติสูงสุด 1,000,000 บาท” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ ธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า โฆษณาสินเชื่อดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับธนาคารออมสิน และเพจเฟซบุ๊ก LEASE it PCL 759 ไม่ใช่เพจเฟซบุ๊กของธนาคารออมสิน โดยธนาคารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น โปรดอย่าหลงเชื่อข้อมูลจากเพจดังกล่าว ทั้งนี้หากพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยส่อไปในทางทุจริตหลอกลวง โปรดแจ้ง GSB Contact Center โทร. 1115 อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดสามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
TNN ช่อง16 • 4 พ.ค. 68
อ่าน
เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ
TNN ช่อง16 • 24 เม.ย. 68
อ่าน
เปิด 10 "ข่าวปลอมล่าสุด" ในรอบสัปดาห์ที่ประชาชนสนใจ เตือนระวังถูกหลอก!
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 834,632 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 474 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 455 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 19 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 166 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 51 เรื่อง จำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง โอ้กะจู๋ เสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 159 หุ้น ปันผลเฉลี่ย 5-7% ต่อปี มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.อันดับที่ 2 : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดให้ลงทะเบียนเงินกู้ วงเงิน 200,000 บาทต่อครัวเรือน ไม่เช็กบูโร ไม่ต้องค้ำประกันอันดับที่ 3 : เรื่อง เปิดจองซื้อหุ้น Amazon ผ่านเพจเฟซบุ๊ก เปิดพอร์ตเริ่มต้น 1,000 บาท ปันผล 350 บาท/วันอันดับที่ 4 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดบัญชี TikTok set.traderอันดับที่ 5 : เรื่อง ออมสินเปิดบัญชี TikTok ใหม่เพื่อประชาสัมพันธ์สินเชื่ออันดับที่ 6 : เรื่อง ป.ป.ท. รับเรื่องช่วยติดตามเงินคืน! ส่งหลักฐานผ่านเพจ Law Office for the peopleอันดับที่ 7 : เรื่อง ติดต่อขอรับเงินคืนจากการโดนคอลเซ็นเตอร์หลอก ได้ที่เพจ หยุดเหตุอันดับที่ 8 : เรื่อง ปปง. เปิดลงทะเบียนคืนทรัพย์เหยื่อแก๊งคอลฯ! รับสิทธิผ่านเพจ Anti-Crime Federationอันดับที่ 9 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย ให้บริการสินเชื่อผ่านบัญชี TikTok user3831487566355อันดับที่ 10 : เรื่อง ปตท. เปิดเว็บไซต์ลงทุนใหม่“เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการชักชวนลงทุนร่วมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ การหารายได้พิเศษ และการให้บริการและให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “โอ้กะจู๋ เสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 159 หุ้น ปันผลเฉลี่ย 5-7% ต่อปี มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงโดย ก.ล.ต. ขอเตือนว่า การประชาสัมพันธ์การลงทุนนี้เป็นการแอบอ้างชื่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อหลอกลงทุน สร้างความสับสนให้กับประชาชน จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และโปรดตรวจสอบว่าผู้ชักชวนหรือผู้ให้บริการได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. หรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้ที่ www.sec.or.th/seccheckfirst หรือติดตั้งแอปพลิเคชัน SEC Check First หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1207 กด 22อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดข่าวที่เกี่ยวข้อง- เปิด 10 "ข่าวปลอมล่าสุด" อันดับ 1 "สัญญาณเตือนสึนามิ" น้ำทะเลภูเก็ตลดฮวบ- เตือนภัย "โจรออนไลน์" ส่ง SMS แนบลิงก์ปลอม M-FLOW หลอกดูดเงิน- เตือนภัย 5 กลโกง “โจรออนไลน์” เช็กเลยเรื่องใกล้ตัว อย่าหลงเชื่อ!
TNN ช่อง16 • 20 เม.ย. 68
อ่าน
เปิด 5 คดีประชาชนถูก “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ลวงโอนเงิน สูญกว่า 40 ล้านบาท
นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 31 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วยคดีที่ 1 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 25,950,795 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา แจ้งว่าผู้เสียหายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฟอกเงินและคดียาเสพติด ซึ่งจะต้องเข้ารายงานตัวต่อเจ้าพนักงานสอบสวน และเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย พร้อมทั้งให้ดำเนินการโอนเงินในบัญชีธนาคารเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน ภายหลังการตรวจสอบความบริสุทธิ์เสร็จสิ้นแล้ว จะดำเนินการคืนเงินให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อให้ความร่วมมือโอนเงินไป หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้และไม่ได้รับเงินคืน ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 6,721,681 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ แจ้งให้ผู้เสียหายรับเอกสารจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากได้ที่ทำการไปรษณีย์ แนะนำให้ผู้เสียหายยืนยันการรับเอกสารโดยดำเนินการตามขั้นตอนที่มิจฉาชีพแจ้ง ผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร เมื่อทำรายการเสร็จพบว่าเงินถูกโอนออกไปจากบัญชีจนหมด และไม่สามารถติดต่อกลับได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ 3,045,402 บาท โดยผู้เสียหายโพสต์ขายเสื้อผ้าผ่านช่องทาง Facebook มิจฉาชีพติดต่อเข้ามาแจ้งว่าสนใจจะขอซื้อสินค้า จากนั้นเพิ่มเพื่อนผ่าน Line ต่อมาได้ชักชวนให้ผู้เสียหายลงทะเบียนร้านค้าเพื่อเพิ่มยอดขาย ในช่วงแรกมีการซื้อสินค้าและได้รับเงินจริง มิจฉาชีพแจ้งให้โอนเงินเพื่อเปิดระบบ เปิดการมองเห็นร้านค้าและทำกิจกรรมให้เลือกสินค้า ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทำการโอนเงินไป ภายหลังไม่สามารถถอนเงินออกได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 4 คดีหลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 3,171,232 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายพบเห็นโฆษณาเทรดเหรียญดิจิทัล ลงทุนง่ายผลตอบแทนสูง ผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงสอบถามผ่าน Messenger Facebook จากนั้นเพิ่มเพื่อนผ่าน Line สอบถามพูดคุยรายละเอียดการเทรดเหรียญดิจิทัล มิจฉาชีพแจ้งว่าได้ผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินร่วมเทรดหุ้นเป็นจำนวนมาก ในช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริง ภายหลังผู้เสียหายลงทุนโอนเงินเพื่อเทรดเหรียญดิจิทัลจำนวนมากขึ้น แต่ไม่สามารถทำรายการถอนออกได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 1,470,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แจ้งว่าจะคืนเงินค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าให้ โดยให้เพิ่มเพื่อนผ่าน Line พร้อมทั้งส่ง QR Code ให้ผู้เสียหายสแกนเพื่อรับเงินคืน หลังจากสแกนและทำตามขั้นตอนพบว่าเงินในบัญชีถูกโอนออกไป เมื่อสอบถามกลับไปได้รับการแจ้งว่าเกิดจากระบบผิดพลาดให้ทำรายการใหม่อีกครั้ง แล้วจะดำเนินการโอนเงินคืนให้ทั้งหมด ผู้เสียหายหลงเชื่อทำรายการซ้ำไปเรื่อย ๆ จนเงินหมดบัญชี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกสำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 40,359,110 บาท ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 4 เมษายน 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,608,587 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,087 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 589,009 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,230 บัญชี3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 186,735 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.70 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 139,986 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.77 (3) หลอกลวงลงทุน 87,004 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.77 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 66,662 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 11.32 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 42,496 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.21 (และคดีอื่นๆ 66,126 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 11.23)“จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย โดยข่มขู่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลอกลวงเหยื่อว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และคดียาเสพติด โดยให้เหยื่อโอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี กว่า 25 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด ดังนั้นหากมีการติดต่อเข้ามา ให้ประเมินว่าเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบ และติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าวอย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวง ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง
TNN ช่อง16 • 7 เม.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย "โจรออนไลน์" ส่ง SMS แนบลิงก์ปลอม M-FLOW หลอกดูดเงิน
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 3 เมษายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 837,077 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 599 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 584 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 174 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 82 เรื่อง ข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับอันดับที่ 1 : เรื่อง M-FLOW ส่ง SMS แนบลิงก์ แจ้งมีบิลที่กำลังรอดำเนินการอันดับที่ 2 : เรื่อง ธนาคารออมสิน เปิดบัญชี TikTok gsb.soclal.bank566 ให้บริการสินเชื่ออันดับที่ 3 : เรื่อง สำนักงานสลากฯ ออกใบรับรองสลากกินแบ่งไทยและหุ้นไทยอันดับที่ 4 : เรื่อง จองหุ้น OR ด้วยเงิน 5,400 บาท ทาง TikTok เพื่อเป็นเจ้าของปั๊ม ปตท. หรือคาเฟ่อเมซอนอันดับที่ 5 : เรื่อง เป็นเจ้าของร้านอเมซอนได้ง่าย ๆ ลงทุน 1,000 บาท ปันผล 390 บาท/วัน ผ่านเพจ Cafe Amazon AMZ กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลกอันดับที่ 6 : เรื่อง SET เปิดเพจเฟซบุ๊ก การบริหารจัดการกองทุนหุ้นไทยอันดับที่ 7 : เรื่อง กรมการจัดหางานเปิดรับสมัครแรงงานชาวไทยไปทำงานต่างประเทศ ผ่านเพจ Department of Employmentอันดับที่ 8 : เรื่อง รับสมัครแรงงานไทย รับรองวีซ่าและอบรมผ่านกรมแรงงานอันดับที่ 9 : เรื่อง กรมการจัดหางาน เปิดรับนักพิมพ์อิสระ สมัครง่ายผ่าน TikTok @department.of.empอันดับที่ 10 : เรื่อง ป.ป.ท. เปิดเพจเฟซบุ๊ก การต่อต้านผู้ที่โดนหลอกลวงออนไลน์ Th.“เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการให้บริการและให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ และการชักชวนลงทุนร่วมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการให้บริการและให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ และการชักชวนลงทุนร่วมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าวข่าวที่เกี่ยวข้อง- เตือนภัย “โจรออนไลน์” เปิด 5 เคสประชาชนถูกหลอก เสียหายกว่า 21 ล้าน- ดีอี รุกตัดตอน “โจรออนไลน์” สกัด “บัญชีม้า-สัญญาณเน็ต” ชายแดนไทย-เมียนมา-เปิด 10 "ข่าวปลอมล่าสุด" อันดับ 1 "สัญญาณเตือนสึนามิ" น้ำทะเลภูเก็ตลดฮวบ
TNN ช่อง16 • 6 เม.ย. 68
ดูเพิ่มเติม