รีเซต

ผลการค้นหา “伯尔尼办理假毕业证<网址:bbzz58.com>-专业伯尔尼办理假毕业证[办证网:ban58.com]-唐山伯尔尼办理假毕业证哪里有-可以找伯尔尼办理假毕业证bZ” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
กยศ.ประสานนายจ้างกว่า 5.2 พันแห่ง หักเงินเดือนชำระหนี้ เริ่ม พ.ค.69
อ่าน

กยศ.ประสานนายจ้างกว่า 5.2 พันแห่ง หักเงินเดือนชำระหนี้ เริ่ม พ.ค.69

#ทันหุ้น #กยศ. ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างเพิ่มเติมกว่า 5,200 แห่ง เริ่มหักเงินเดือนผู้กู้ยืมเงินตั้งแต่เดือนพ.ค.69 นี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างกว่า5,200แห่งที่จะเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินคืนกองทุนผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร(e-PaySLF)ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2569สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ที่เว็บไซต์กยศ.เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ.ขอแจ้งว่าขณะนี้กยศ.ได้จัดส่งหนังสือแจ้งองค์กรนายจ้างที่มีพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมเงินเพิ่มเติมกว่า5,200แห่งให้เริ่มหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินคืนกยศ.ผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร(e-PaySLF)ซึ่งเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2569เป็นต้นไปโดยขอให้ดำเนินการนำส่งเงินภายในวันที่15มิถุนายน2569และนำส่งเงินครั้งถัดไปภายในวันที่15ของทุกเดือนสำหรับผู้กู้ยืมเงินที่มีภาระหนี้ค้างชำระก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการหักเงินเดือนขอให้ชำระยอดค้างด้วยตนเองให้เสร็จสิ้นโดยเร็วทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ.ขอเชิญองค์กรนายจ้างลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมสัมมนาเพื่อศึกษารายละเอียดขั้นตอนและวิธีการใช้งานระบบe-PaySLFได้ที่เว็บไซต์www.studentloan.or.thและหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางไลน์บัญชีทางการ“กยศ.องค์กรนายจ้าง”กยศ.ขอขอบคุณองค์กรนายจ้างทุกแห่งที่ให้ความร่วมมือในการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่องแล้วยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งต่อทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
อ่าน

วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์

เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
อ่าน

ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!

ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
อ่าน

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง

สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
อ่าน

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง

ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================

ลด 5% ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ลด 5% ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับส่วนลด 5% เมื่อสมัครคอร์สเรียนที่สถาบันสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 080-243-1111 หรือ www.brightuptutor.com เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ รับสิทธิ์ได้ที่สถาบันฯ สาขาที่ร่วมรายการสาขาที่ไม่เข้าร่วมแคมเปญ- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาห้างTerminal21, โคราช- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาทุ่งสง, นครศรีธรรมราช- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาสัมมากรเพลส รามคำแหง110, กรุงเทพฯ2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน
อ่าน

อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน

ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือต้องการ ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เพื่อที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ตามเรามาอัปเดตได้เลยค่ะกับ สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ใกล้ๆ บ้าน ต่ออายุพาสปอร์ต หรือ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็สะดวกสบายและรวดเร็ว มาดูกันว่า สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง ที่ไหนใกล้ๆ บ้านกันบ้างค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ ปริมณฑลต่ออายุพาสปอร์ต ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่ไหนดี 1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J9ZRCjeMsCxV64H89 โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุลCall Center 0-2572-8442 ================ 2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น) วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nQvYqW148Ke6FbYK6 โทร : 0-2143-7680 ================ 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xj3deaM46uimNmKs6 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 ================ 4. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ธัญญาพาร์ค วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wPLg8BXJ9WF6D56h9 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sMWUka4czBWsg3No7 โทร : 0-2422-3431 ================ 6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XfnE6JraSGTRs7uG8 โทร : 0-2024-8362-64 ================ 7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N9VYesYmAW8GujVw8 โทร : 0-2024-8896, 09-3010-5247 ================ 8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rJygy7Xd9hvqFBfH9 โทร : 0-2126-7612 ================ 9. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk MBK Center วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NTWhFGMgg6P2yYam9 โทร : 0-2126-7612เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 10. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9EfZXed9bb9JM3Jp9 โทร : 0-2150-9002 ================ 11. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว)เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B71gP3UbhwPTBkCj6 โทร : 0-2194-2643 ================ 12. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FHsKeQMKXJbZ4sZdA โทร : 0-2194-2643เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ ค่าทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท เล่ม 5 ปี 1,500 บาท เล่ม 10 ปี สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 2-3 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท เล่ม 5 ปี 3,500 บาท เล่ม 10 ปี *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น.สถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consular.mfa.go.th กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572 8442 และ 0-2203 5000 ต่อ 32301อีเมล : consular05@mfa.go.thเว็บไซต์ : https://consular.mfa.go.th

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
อ่าน

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย

การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
อ่าน

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ

ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ

สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร
อ่าน

สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประกาศเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยสามารถสมัครสอบผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 22.00 น.รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2568 การรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้ประสงค์จะสมัครสอบแข่งขัน สามารถสมัครสอบผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เพียงทางเดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 9 -15 กรกฎาคม 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ยกเว้นวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ระบบจะปิดรับสมัคร เวลา 16.30 น. โดยสมัครสอบ ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.comเอกสารที่ใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568- สำเนาปริญญาบัตร หรือ สำเนาใบรับรองคุณวุฒิ- สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript)- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน- สำเนาทะเบียนบ้าน- รูปถ่ายหน้าตรง (ขนาดและจำนวนรอประกาศอย่างเป็นทางการ)- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือ หลักฐานจากคุรุสภา ที่อนุญาตให้ปฏิบัติการสอน- สำเนาหนังสือรับรองคุณวุฒิ (กรณีจบใหม่/รอรับปริญญา)- ใบรับรองแพทย์กรณีเป็นข้าราชการ/พนักงานท้องถิ่น- สำเนาบัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ- หนังสืออนุญาตให้สมัครสอบ- เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล- สำเนาประกาศนียบัตรบัณฑิตขั้นตอนการกรอกใบสมัครสอบครูผู้ช่วย 25681. อ่านประกาศรับสมัครสอบเข้าสู่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com คลิกเลือกเมนู สมัครสอบ อ่านขั้นตอนการสมัครและคลิกที่ปุ่ม [ดำเนินการต่อคลิกที่นี่] (อยู่ด้านล่าง) เพื่อสมัครสอบ2. กรอกข้อมูลใบสมัครกรอกข้อมูลลงใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" ให้ครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อกรอกครบถ้วนแล้วคลิกปุ่ม [ต่อไป] จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลที่ท่านได้กรอกไว้ใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" กรุณาตรวจทานข้อมูลของท่านว่าครบถ้วน และถูกต้อง3. ชำระเงินค่าสมัครสอบผ่าน QR Codeคลิกปุ่ม ตรวจสถานะการสมัครสอบ ระบบจะแสดงหน้าเว็บที่มีข้อมูลของท่านตามที่ท่านระบุ และแบบฟอร์มชำระเงิน- หากท่านต้องการ ตรวจสอบข้อมูล กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบตรวจสอบข้อมูล]- หากท่านไม่ต้องการดำเนินการใดๆ กรุณากดปุ่ม [กลับหน้าหลัก]4. พิมพ์ใบสมัครหากท่านต้องการพิมพ์เอกสาร ใบสมัครสอบ กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบสมัคร] ข้อควรระวัง การสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้สมัครสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียว และสมัครได้เพียงเขตการศึกษาเดียวเท่านั้นชื่อ และนามสกุล ที่ท่านกรอกลงใน "ใบสมัครออนไลน์" จะต้องเป็นชื่อและนามสกุลที่ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนกรุณาตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชนของท่านให้ถูกต้อง เนื่องจากเลขประจำตัวประชาชนของท่านจะใช้เป็นเลขที่อ้างอิงตลอดการสอบการกรอกข้อมูลในใบสมัคร จะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงทุกประการ ดังนั้นกรุณาตรวจทานข้อมูลให้ละเอียดก่อนคลิกปุ่ม[ส่ง ใบสมัคร] เพราะเมื่อท่านส่งใบสมัครไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้อีก และหากข้อมูลผิดพลาดอันเกิดจากการกรอกข้อมูลของท่านเองจะถือว่าใบสมัครนั้น เป็นโมฆะ และหากตรวจพบว่าท่านมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กรอกไว้ หรือขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามประกาศ จะถือว่าท่านขาดคุณสมบัติและท่านจะไม่สามารถเรียกร้องใด ๆ ได้ทั้งสิ้น

เตือนภัย! มิจฉาชีพ ลวงข้าราชการบำนาญกรอกข้อมูล-ลงนาม PDPA
อ่าน

เตือนภัย! มิจฉาชีพ ลวงข้าราชการบำนาญกรอกข้อมูล-ลงนาม PDPA

นางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ได้รับแจ้งจากอดีตผู้บริหารและข้าราชการบำนาญหลายท่านว่ามีเจ้าหน้าที่ติดต่อให้มาลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยให้มาดำเนินการที่หน่วยงานต้นสังกัด หรือกรมบัญชีกลาง หรือกระทรวงการคลัง แล้วแต่กรณี และในบางกรณีให้ส่งอีเมลยืนยัน กรมบัญชีกลางขอแจ้งว่า “กรมบัญชีกลางไม่มีนโยบายแจ้งให้ผู้รับบำนาญ มาดำเนินการกรอกข้อมูลหรือลงนามในแบบฟอร์มใหม่ของกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับ PDPA ตามที่มิจฉาชีพอ้าง” ดังนั้น ขอให้ท่านที่ได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว อย่าหลงเชื่อ ไม่ตอบกลับอีเมล หรือกดลิงก์ใด ๆ ตามที่ได้รับแจ้ง “กรมบัญชีกลางขอเน้นย้ำว่า “ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อข้าราชการ ผู้รับบำนาญหรือทายาทโดยตรง เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกรมบัญชีกลาง” ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งช่องทางการติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางที่เชื่อถือได้ ได้แก่ เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th และสื่อโซเชียลของกรมบัญชีกลางที่มีเครื่องหมายถูก (verified) เท่านั้น หรือสอบถามโดยตรงได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ” โฆษกกรมบัญชีกลางกล่าว

ประกันสังคม เพิ่มเงินว่างงานกรณี ผู้ประกันตน "ถูกเลิกจ้าง" เป็น 60 % เช็กเลยที่นี่!
อ่าน

ประกันสังคม เพิ่มเงินว่างงานกรณี ผู้ประกันตน "ถูกเลิกจ้าง" เป็น 60 % เช็กเลยที่นี่!

นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวถึง กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ที่ปรับเพิ่มให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างรายวัน และได้รับครั้งละไม่เกิน 180 วัน จากเดิมได้รับในอัตราร้อยละ 50 เพื่อให้ผู้ประกันตนที่ว่างงานจากการถูกเลิกจ้างได้รับประโยชน์ทดแทนเพียงพอต่อการดำรงชีวิตจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันโดยการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน นอกจากจะให้การดูแลลูกจ้างที่สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกรณีถูกเลิกจ้างแล้ว ยังครอบคลุมถึงการว่างงานจากกรณีลาออก หรือสิ้นสุดสัญญาจ้างอีกด้วย โดยผู้ประกันตนที่ลาออกจากงานหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง จะได้รับเงินทดแทนในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างรายวัน และได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วันต่อปีปฏิทิน ซึ่งการรับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานของผู้ประกันตนมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข คือ จะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงานโดยมีระยะเวลาการว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป พร้อมทั้งต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานผ่านเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน https://unemploy.doe.go.th และรายงานตัวผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้งทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง “สำนักงานประกันสังคมมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ด้าน ด้วยการให้ความสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประกันตน และมองถึงประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ” เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวในตอนท้าย

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ดีอี เตือนข่าวปลอมชายแดนไทย-กัมพูชาระบาดหนัก
อ่าน

ดีอี เตือนข่าวปลอมชายแดนไทย-กัมพูชาระบาดหนัก

ดีอีเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอมชายแดนไทย–กัมพูชา หลังพบข้อมูลเท็จระบาดหนัก ย้ำทุกด่านยังเปิดปกติ ขอรับข้อมูลจากหน่วยงานทางการเท่านั้นดีอีเตือนข่าวปลอมชายแดนไทย-กัมพูชาระบาดหนัก ย้ำอย่าแชร์-เชื่อข้อมูลเท็จนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระแสข่าวปลอมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชาแพร่กระจายอย่างหนักในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะภาพและข้อความที่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงจนก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล และความสับสนในสังคมวงกว้างกระทรวงดีอี โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้แล้วมากถึง 33 ข่าว โดยได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐว่าเป็นข่าวเท็จแล้ว 9 ข่าว ซึ่งหนึ่งในข่าวที่แพร่หลายและสร้างความตื่นตระหนกมากที่สุด คือ ข่าวอ้างว่า “รัฐบาลเตรียมปิดด่านชายแดนไทย–กัมพูชา 6 แห่ง” ซึ่งไม่เป็นความจริง ยืนยันด่านชายแดนเปิดปกติ ตรวจสอบพบเป็นข่าวปลอมกระทรวงดีอีได้ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และหน่วยงานด้านความมั่นคงชายแดน ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีคำสั่งปิดด่านแต่อย่างใด ด่านชายแดนยังคงเปิดให้บริการตามปกติ พร้อมดำเนินการปิดกั้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่เกี่ยวข้องแล้วบางส่วนเตือนอย่าแชร์ข้อมูลปลอม หวั่นกระทบความสัมพันธ์สองประเทศนายประเสริฐเตือนว่า เรื่องเขตแดนไทย–กัมพูชาเป็นเรื่องอ่อนไหว หากมีการแชร์ข่าวปลอม จะยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข่าวปลอมที่ใช้ภาพตัดต่อจาก AI หรือการปล่อยข่าวลือ เช่น ข่าวปลดแม่ทัพภาคที่ 3 ล้วนเป็นข้อมูลที่ไม่มีมูลความจริง และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ข้อมูลเท็จมีโทษหนัก แนะตรวจสอบก่อนแชร์ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย หรือแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง หากพบข้อความ รูปภาพ หรือโพสต์ต้องสงสัย ควรส่งหลักฐานเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพราะการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เตือน! มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี
อ่าน

เตือน! มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดข้อมูลมุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี จะขออายัดบัญชีธนาคาร! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงทำงานอย่างหนักไม่หยุดหย่อน..ล่าสุดปลอมเป็นธนาคาร หรือศูนย์ราชการ หรือ DSI โทรหลอกเหยื่อว่า มีคนอ้างว่าเหยื่อได้ทำหนังสือมอบอำนาจพร้อมแนบบัตรประชาชน มาที่ธนาคารเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งอาจจะเป็นในลักษณะของบัญชีม้าได้ โดยมิจฉาชีพจะมีการบอกข้อมูลส่วนตัวของเราได้อย่างถูกต้อง และหากเหยื่อปฏิเสธว่าไม่ได้ให้ใครมาเปิดบัญชีธนาคารดังกล่าว มิจฉาชีพก็จะบอกว่าขออายัดบัญชีเพื่อตรวจสอบ ซึ่งหากเหยื่อหลงเชื่อทำตามที่มิจฉาชีพบอกก็อาจทำให้สูญเงินในบัญชีได้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงขอเตือนภัยประชาชนว่าหากพบมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว ขอให้ประชาชนตั้งสติ อย่าตกใจ ไม่หลงเชื่ออุบายของมิจฉาชีพ เพราะการเปิดบัญชีธนาคารจะไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปทำแทนได้ จะต้องใช้บัตรประชาชนตัวจริงเท่านั้น อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว

เช็กรายละเอียด-เงื่อนไข ถูกเลิกจ้าง-ลาออก มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือจากประกันสังคม
อ่าน

เช็กรายละเอียด-เงื่อนไข ถูกเลิกจ้าง-ลาออก มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือจากประกันสังคม

ลาออก หรือถูกเลิกจ้าง สามารถลงทะเบียนผู้ว่างงานวันนี้ (15 พฤษภาคม 2568) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาล โดย สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานแนะผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ลาออก หรือถูกเลิกจ้าง สามารถลงทะเบียนผู้ว่างงานผ่านเว็บไซต์ https://e-service.doe.go.th ภายใน 30 วัน นับจากวันที่สิ้นสุดการจ้างงาน โดยแบ่งออกเป็น 3 กรณี ดังนี้1) กรณีถูกเลิกจ้าง จะได้เงินช่วยเดือนละ 50% ของเงินเดือนเฉลี่ย อย่างเช่น ถ้าเคยได้เงินเดือน 10,000 บาท ก็จะได้เดือนละ 5,000 บาท โดยจะจ่ายให้ไม่เกิน 6 เดือนใน 1 ปี (รวมกันไม่เกิน 180 วัน)2) กรณี ลาออกเอง หรือหมดสัญญาจ้าง จะได้ 30% ของเงินเดือนเฉลี่ย เช่น ถ้าเคยได้เงินเดือน 10,000 บาท จะได้เดือนละ 3,000 บาท และจะจ่ายให้ ไม่เกิน 3 เดือนใน 1 ปี (รวมกันไม่เกิน 90 วัน) 3) ในส่วนของคนที่ว่างงานหลายครั้งในปีเดียว เช่น ถูกเลิกจ้าง 1 รอบ แล้วต่อมาก็ถูกเลิกจ้างอีกหรือลาออกอีกครั้ง สามารถขอรับสิทธิได้ทุกรอบ แต่เงินรวมที่ได้รับในปีนั้น จะได้ไม่เกิน 180 วันสำหรับกรณีเลิกจ้าง และไม่เกิน 90 วันสำหรับกรณีลาออก เงื่อนไขการขอรับสิทธิสำหรับเงื่อนไขการขอรับสิทธิ มีดังนี้1. ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในช่วง 15 เดือนก่อนว่างงาน2. ว่างงานต่อเนื่อง อย่างน้อย 8 วัน3. ต้อง ลงทะเบียนผู้ว่างงานผ่านเว็บไซต์ https://e-service.doe.go.th ภายใน 30 วันหลังออกจากงาน4. รายงานตัวผ่านระบบออนไลน์เดือนละ 1 ครั้ง จนกว่าจะมีงานทำ5. พร้อมทำงานและไม่ปฏิเสธการฝึกอาชีพที่จัดหาให้6. ไม่ถูกเลิกจ้างเพราะความผิดร้ายแรง เช่น ทุจริต ละทิ้งหน้าที่ ฯลฯ7. ไม่ได้รับสิทธิซ้ำในกรณีชราภาพทั้งนี้ เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอรับสิทธิ ประกอบด้วย แบบคำขอ สปส. 2-01/7 หนังสือรับรองออกจากงาน หรือ สปส.6-09 (ถ้าไม่มีสามารถขึ้นทะเบียนได้) สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร (เฉพาะธนาคารที่กำหนด) หนังสือคำสั่งเลิกจ้าง (ถ้ามี) ยื่นขอรับเงินผ่านระบบออนไลน์ หรือยื่นแบบฟอร์มที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดทั่วประเทศ“ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่มีสิทธิ สามารถยื่นขอรับเงินผ่านระบบออนไลน์ และสามารถขึ้นทะเบียนและรายงานตัวผ่านเว็บไซต์ https://e-service.doe.go.th หรือยื่นแบบฟอร์มที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดทั่วประเทศ (ยกเว้นสำนักงานใหญ่ในกระทรวงสาธารณสุข) กรณีเงินทดแทนว่างงาน ไม่สามารถขอย้อนหลังได้ ต้องยื่นขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันหลังลาออกหรือถูกเลิกจ้าง หากลาออกหรือถูกเลิกจ้างหลายครั้งในปีเดียว จะนับรวมวันรับเงินสูงสุดไม่เกินที่กำหนด (90 วันสำหรับลาออก / 180 วันสำหรับเลิกจ้าง)หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทรสายด่วนประกันสังคม 1694 ในวันและเวลาราชการ”อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเช็กด่วน! ไฟเขียวเพิ่มเงินชดเชย ผู้ประกันตน ประกันสังคม ม.33 กรณีว่างงานเพราะถูกเลิกจ้างเช็กด่วน! ไฟเขียวเพิ่มเงินชดเชย ผู้ประกันตน ประกันสังคม ม.33 กรณีว่างงานเพราะถูกเลิกจ้างประกันสังคม ชี้แจงสิทธิประโยชน์ พร้อมเยียวยาลูกจ้างจากเหตุแผ่นดินไหว

เตือน! นายจ้าง อย่าลืมขึ้นทะเบียนหรือแจ้งออกลูกจ้าง ตามกฎหมาย
อ่าน

เตือน! นายจ้าง อย่าลืมขึ้นทะเบียนหรือแจ้งออกลูกจ้าง ตามกฎหมาย

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เผยสถิติ การแจ้งขึ้นทะเบียนและแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ของสถานประกอบการในระบบประกันสังคม ตั้งแต่เดือนตุลาคม – ธันวาคม 2567 พบสถานประกอบการทั่วประเทศ ที่แจ้งขึ้นทะเบียนและแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนล่าช้าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จำนวน 32,604 แห่ง มีผู้ประกันตน จำนวน 140,071 ราย ทั้งนี้ การแจ้งขึ้นทะเบียนและแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 หรือล่าช้าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด นั้น จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกันตน ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนในกรณีต่าง ๆ ล่าช้า และในบางกรณียังทำให้สำนักงานประกันสังคมจ่ายสิทธิประโยชน์เกินสิทธิ รวมถึงการจ่ายค่ารักษาพยาบาลเกินจากความเป็นจริงโดยกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ ทั้ง 138 แห่ง ดำเนินการออกหนังสือเชิญให้นายจ้างทั้ง 32,604 แห่ง เพื่อมาชี้แจง พบสาเหตุการขึ้นทะเบียนและแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนล่าช้าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายกรณี เช่น ผู้ประกันตนลาออกจากงานโดยไม่ได้แจ้งนายจ้าง รวมถึงการที่นายจ้างส่งเงินสมทบแต่ไม่ได้แจ้งขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนให้ลูกจ้าง ในการนี้ สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับนายจ้างทั้งหมด 17 แห่ง ปรับรวมกว่า 2 แสนบาท “การขึ้นทะเบียนและแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยให้นายจ้างแจ้งขึ้นทะเบียนลูกจ้างทุกครั้งที่ลูกจ้างมีการเข้าทำงานภายใน 30 วัน และแจ้งออกจากงาน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ซึ่งในปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้อำนวยความสะดวกแก่นายจ้าง โดยการเพิ่มช่องทางให้สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคม ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ สายด่วน 1506 ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง” นายคารม กล่าว

ตำรวจเตือน! อย่าหลงเชื่ออีเมลปลอมอ้าง ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล
อ่าน

ตำรวจเตือน! อย่าหลงเชื่ออีเมลปลอมอ้าง ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพส่งอีเมลปลอมอ้างเป็น ผบ.ตร. ส่งหมายเรียกจากศาล ยันไม่มีนโยบายส่งหมายเรียกหรือหมายจับผ่านทางอีเมลสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกประกาศเตือนภัยประชาชน หลังมีการเผยแพร่ภาพอีเมลปลอมที่อ้างว่าเป็นหมายเรียกจากศาล โดยใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมแนบไฟล์ PDF เพื่อหลอกให้ผู้รับคลิกเปิด โดยในเนื้อหาอ้างว่าเป็นหมายเรียกจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้ผู้รับไปรายงานตัวตามที่อยู่ในเอกสาร จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อีเมลดังกล่าวมีลักษณะเป็นอีเมลปลอมที่จัดทำขึ้นโดยมิจฉาชีพ ซึ่งอาจแฝงมัลแวร์หรือเป็นกลลวงให้ประชาชนหลงเชื่อและคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยพล.ต.ต.ธนศักดิ์ มหาสุรศักดิ์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีนโยบายในการจัดส่งหมายเรียกหรือหมายจับทางอีเมล โดยหมายเรียกจากศาลหรือหมายจับจะถูกส่งผ่านช่องทางราชการเท่านั้น เช่น การส่งโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือส่งทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชน อย่าเชื่อ อย่าคลิก และอย่าตอบกลับอีเมลลักษณะดังกล่าว หากพบการกระทำต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ทางเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่www.thaipoliceonline.go.thทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเน้นย้ำว่า อย่าหลงเชื่อเอกสารใด ๆ ที่แอบอ้างหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะเอกสารที่แนบมากับอีเมล เพราะอาจเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพในการหลอกลวงหรือขโมยข้อมูลส่วนตัว

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
อ่าน

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ

ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com
อ่าน

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบผลได้ผ่านเว็บ www.mytcas.comสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศผลสอบ A-Level ประจำปี 2568 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศสามารถเข้าตรวจสอบผลสอบผ่านระบบ MyTCAS ได้ทันที วิธีตรวจสอบผลสอบ A-Level 68ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบผ่านเว็บไซต์ของ ทปอ. ได้ที่ https://www.mytcas.com โดยมีขั้นตอนดังนี้:1.เข้าสู่ระบบที่ https://student.mytcas.com ด้วยบัญชีผู้สมัคร2.เลือกเมนู “ประกาศผลสอบ A-Level” เพื่อดูผลสอบรายวิชา3.หากต้องการดาวน์โหลดเอกสาร สามารถเลือก “หนังสือรับรองผลการสอบแยกรายวิชา” ได้ทันที4.หากต้องการยื่นขอทบทวนผลคะแนน ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วกด “ขอทบทวนผลคะแนนสอบ” ยื่นขอทบทวนผลคะแนนสอบได้ถึง 25 เม.ย. 68สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนสอบ หรือเชื่อว่าคะแนนอาจมีความคลาดเคลื่อน สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนผลคะแนนได้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 25 เมษายน 2568 ผ่านระบบ MyTCASค่าธรรมเนียมในการทบทวนคะแนนสอบ• ค่าธรรมเนียมรายวิชา: 100 บาท/วิชา• เหมาจ่ายทุกวิชา: 300 บาทโดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องเลือกวิชาที่ต้องการทบทวน อ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน และทำการชำระเงินผ่านระบบตามขั้นตอนที่กำหนดสรุป• ประกาศผลสอบ A-Level 68 แล้วตั้งแต่ 17 เม.ย. 68• ตรวจสอบผลได้ที่ student.mytcas.com• ขอทบทวนผลสอบได้ระหว่าง 18–25 เม.ย. 68• ค่าธรรมเนียม: รายวิชา 100 บาท, เหมาจ่าย 300 บาท

เทคนิครับมือ เมื่อไปพบญาติช่วงสงกรานต์ และการตอบคำถามป้าข้างบ้าน
อ่าน

เทคนิครับมือ เมื่อไปพบญาติช่วงสงกรานต์ และการตอบคำถามป้าข้างบ้าน

กลับบ้านช่วงสงกรานต์ทั้งที รู้สึกว่ามีแต่คนรัก... เอ๊ะ! ที่ญาติ ๆ ชอบทักเพราะเป็นห่วงเราจริงเหรอ?เรียนจบยัง ทำงานไหน เงินเดือนเท่าไหร่ แต่งงานกับใครหรือยัง? คำถามฮิตติดปาก จากญาติ ๆ ที่คอยห่วงใย ถ้าเรารู้สึกไม่สบายใจ จะรับมืออย่างไรดี? วันนี้ ‘ฟิวส์ ธีรวรรณ ดีบ้านคลอง’ นักจิตวิทยาคลินิก Me Center มีคำแนะนำมาฝาก1.สร้างขอบเขตของเราให้ชัดโดยให้ดูว่าเราโอเคกับอะไร ไม่โอเคกับอะไร หากมีคนถามในสิ่งที่เราสะดวกใจตอบ เราสามารถตอบออกไปได้ แต่หากถูกถามในเรื่องที่ไม่สะดวกใจที่จะตอบ อาจตอบไปว่า “ขอโทษด้วยนะคะ/ครับ ยังไม่พร้อมจะตอบเรื่องนี้/ยังไม่พร้อมจะเล่า ขอบคุณมากนะคะ/ครับ ที่เป็นห่วงหรือถามเรื่องนี้ ไว้พร้อมเมื่อไรจะตอบหรือจะเป็นคนแจ้งเรื่องนี้ให้ทราบเอง2.ขอความช่วยเหลือจากบุคคลที่สนิทใจในครอบครัวเช่น ขอความช่วยเหลือจากพี่ น้อง พ่อ แม่ ว่าเราคาดการณ์มาว่าจะต้องถูกญาติถามเรื่องที่เราไม่สะดวกใจที่จะตอบตอนนี้ เวลาที่ญาติจะถาม ช่วยอยู่ใกล้ ๆ เรา แล้วช่วยเราแก้สถานการณ์ ช่วยเราตอบคำถาม หรือพาเราหลีกเลี่ยงไม่อยู่กับญาติคนนี้ เพื่อไม่ให้มีโอกาสได้ถามในวงสนทนา3.เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาโดยให้สอบถามเรื่องอื่น เช่น อากาศวันนี้แจ่มใสดี มี pm2.5 หรือเปล่า วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ/ครับ? คุณ…ได้ทานอะไรหรือยังคะ/ครับ? 4.สอบถามเรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับคนในครอบครัวหรือสอบถามผู้ถามกลับ เมื่อถูกถามแล้วเราไม่แน่ใจว่าจะตอบว่าอย่างไร สามารถถามกลับผู้ที่ถามเรามาได้ว่าเรื่องนี้คิดเห็นอย่างไร หรือเปลี่ยนโดยการถามเรื่องเกี่ยวกับคนในครอบครัวคนอื่น เช่น คุณอาว่าคุณปู่เป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้?5.ตอบคำถามสั้น ๆ โดยหลีกเลี่ยงการให้รายละเอียดเช่น ไม่ใช่ค่ะ/ครับ ไม่แน่ใจ ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย ยังไม่มีอะไรใหม่6.ใช้อารมณ์ขันเข้ามาช่วยด้วยการเล่นมุกตลก หรือตอบแบบตลก ๆ การใช้อารมณ์ขันจะช่วยให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดเบาบางลงไปได้ และอาจจะทำให้ผู้ถามไม่ได้ให้ความสนใจอยู่เฉพาะการรอคำตอบของเราเท่านั้น วิธีดังกล่าวเป็นวิธีการเบื้องต้นในการรับมือกับญาติที่ชอบมาทักเราให้รู้สึกเสียความมั่นใจ หรือกระตุ้นให้เรามีอารมณ์และความรู้สึกติดลบ แต่ทั้งนี้อาจต้องดูบริบท รวมถึงนิสัยของคู่สนทนาของเรา เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการรับมือแต่หากพบว่าเรื่องนี้กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ทำให้รู้สึกแย่ ท้อแท้ มีพฤติกรรมแยกตัวออกจากสังคม และกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน การขอคำปรึกษาโดยการเข้าพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิก ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้หากสนใจปรึกษาจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาคลินิก ติดต่อได้ที่Me Center คริสตัล ดีไซน์ เซนเตอร์ (CDC) ชั้น 2โทร 085-355-2255Me Center ศูนย์สมองและสุขภาพจิต ชั้น 8 โรงพยาบาลอินทรารัตน์โทร 02-481-5555 ต่อ 8300Line Official: @mecenter (https://lin.ee/mCheDsu)

เร่งปราบเฟซบุ๊คหลอกทำงาน ตปท. หลังผุดแล้วกว่า 100 เพจ
อ่าน

เร่งปราบเฟซบุ๊คหลอกทำงาน ตปท. หลังผุดแล้วกว่า 100 เพจ

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางานได้กำหนดมาตรการป้องกันมิจฉาชีพที่หลอกลวงคนไทยให้ไปทำงานต่างประเทศ โดยสั่งการให้ชุดปฏิบัติการเฝ้าระวัง ติดตามโพสต์เฟซบุ๊กที่กระทำการโฆษณาชักชวนคนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือบริษัทจัดหางานที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 152 แห่ง ทั่วประเทศ ให้ช่วยแจ้งเบาะแสกรณีมีการแอบอ้างใช้ชื่อบริษัทจัดหางาน เพื่อให้กรมการจัดหางานประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ดำเนินการปิดเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวล่าสุด กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งระงับการเผยแพร่ข้อมูลหรือการลบเพจเฟซบุ๊กเพิ่มเติมจำนวน 20 URLs ทั้งนี้ กรมการจัดหางานให้ความสำคัญกับการป้องกันการหลอกลวงคนหางานต่างประเทศอย่างมาก โดยชุดตรวจสอบ เฝ้าระวัง จะตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ช่องทางต่างๆ ทันทีที่พบเห็นผู้มีพฤติการณ์หลอกลวง โดยนำภาพและข้อความแจ้งเตือนใต้โพสต์ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์วิธีการไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ช่องทางการตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย และเผยแพร่ข่าวให้ประชาชนทราบถึงพฤติการณ์ของผู้ที่หลอกลวงลวงคนหางานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ แต่ก็ยังมีคนหางานตกเป็นเหยื่อจำนวนมากโดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (1 ต.ค. 2567 - 28 ก.พ. 2568) มีการดำเนินคดีโฆษณาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วจำนวน 14 คดี ประสานกระทรวงดิจิทัลปิดเพจเฟซบุ๊กทั้งหมด จำนวน 117 URLs โพสต์ตอบโต้ ชี้แจง พร้อมประชาสัมพันธ์ จำนวน 1,626 ครั้ง ประชาชนเข้าถึงโพสต์ได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร จำนวน 823,716 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีหนังสือถึงสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ และสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการหลอกลวงคนหางานในพื้นที่ พร้อมประสานสื่อมวลชน อาทิ สื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ เพื่อกระจายข่าวสารไปยังคนหางาน นายสมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า มิจฉาชีพในปัจจุบันหันมาใช้ช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะเพจเฟซบุ๊กที่พิสูจน์ตัวตนได้ยาก ทำให้การหลอกลวงมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยมักตั้งฐานการหลอกลวงในต่างประเทศในรูปแบบคล้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ พร้อมทั้งใช้บัญชีม้าในการรับโอนเงิน นอกจากนี้ ยังใช้การโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กเพื่อดึงดูดคนหางานต่างประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของมิจฉาชีพเห็นโพสต์จนหลงเชื่อและได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง“ผมขอย้ำเตือนอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจโอนเงินให้สายนายหน้าหรือผู้แทนบริษัทรายใด ขอให้ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศจากกรมการจัดหางาน ที่เว็บไซต์ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน doe.go.th/ipd เสียก่อนและควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่จะเดินทางไปทำงาน เพื่อป้องกันการหลอกลวง” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว

ประกันสังคม เข้ม! นายจ้าง แจ้งเข้า - ออกลูกจ้าง ล่าช้า ระวังโทษทั้งจำและปรับ
อ่าน

ประกันสังคม เข้ม! นายจ้าง แจ้งเข้า - ออกลูกจ้าง ล่าช้า ระวังโทษทั้งจำและปรับ

นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า มีนายจ้างแจ้งลูกจ้างเข้าทำงานและแจ้งออกจากงานล่าช้าไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้ลูกจ้างไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ เสียสิทธิที่พึงได้รับ หรือได้รับประโยชน์ทดแทนเกินสิทธิ สำนักงานประกันสังคมจึงจำเป็นต้องมีการปรับแนวทางการดำเนินการกับนายจ้าง ที่ได้มีการแจ้งเข้า - ออกล่าช้า หากพบว่านายจ้างมีเจตนาแจ้งเข้าออกล่าช้า ให้ดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ซึ่งมีโทษทางอาญา คือ การเปรียบเทียบปรับ และโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับนางมารศรี กล่าวเตือนให้นายจ้างแจ้งขึ้นทะเบียนลูกจ้างทุกครั้งที่ลูกจ้างมีการเข้าทำงานภายใน 30 วัน และแจ้งออกจากงาน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยส่งข้อมูลผ่านระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคม ทั้งนี้ ขอความร่วมมือนายจ้างซึ่งมีลูกจ้างทำงานในสถานประกอบการตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส. 1-03) สำหรับผู้ที่ไม่เคยขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาก่อน หรือขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน สำหรับผู้ที่เคยขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนแล้วโดยนายจ้างที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นแบบได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำหรับนายจ้างที่มีสำนักงานใหญ่ในส่วนภูมิภาคให้ยื่นแบบขึ้นทะเบียนได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ทั้งนี้ นายจ้างมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนลูกจ้างภายใน 30 วัน กรณีที่มีลูกจ้างลาออกจากงาน ให้นายจ้างแจ้งการออกจากงาน พร้อมระบุสาเหตุการออกจากงาน โดยใช้หนังสือแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (สปส. 6-09) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากที่ลูกจ้างลาออกจากงานอย่างไรก็ตาม สำนักงานประกันสังคมยังมีช่องทางอำนวยความสะดวกแก่นายจ้าง ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือ e-Payment โดยนายจ้างสามารถใช้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตดังกล่าว ได้แก่ งานขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-03) การแจ้งลาออก (สปส.6-09) การแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงผู้ประกันตน (สปส. 6-10) และการส่งข้อมูลเงินสมทบ (สปส.1-10) ซึ่งเมื่อนายจ้างทำการลงทะเบียนผ่านระบบเรียบร้อยแล้ว จะมี e mail ตอบกลับให้พิมพ์แบบ สปส. 1-05 แล้วนำกลับมายื่นที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด/สาขาก่อน เจ้าหน้าที่จึงจะทำการอนุมัติ USER PASSWORD ให้แก่นายจ้าง โดยจะตอบกลับอัตโนมัติ หลังจากนั้น นายจ้างสามารถเข้าใช้บริการได้ทันที เพื่ออำนวยความสะดวก และรวดเร็วแก่นายจ้างในการชำระเงินสมทบ โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปยังสำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด/สาขา

รู้จักแอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย!
อ่าน

รู้จักแอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย!

สำหรับคนไทยที่กำลังเดินทางไปต่างประเทศ หรืออาศัยอยู่ในต่างแดน การเตรียมตัวให้พร้อมเรื่องเอกสารสำคัญอย่าง พาสปอร์ต ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก็มีแอปพลิเคชันที่ชื่อ Thai Consular ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ช่วยเหลือที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาเกี่ยวกับพาสปอร์ต บอกเลยว่าสะดวก และใช้งานง่ายสุดๆ! แอป Thai Consular พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ แจ้งทำเล่มใหม่ได้เลย! ฟีเจอร์ของแอป Thai Consular 1. หาจุดทำพาสปอร์ตได้ในไม่กี่คลิก ไม่ต้องเสียเวลาหาเองอีกต่อไป เพราะแอปนี้จะแสดงจุดบริการทำพาสปอร์ตที่ใกล้ที่สุด ทั้งในไทย และต่างประเทศ 2. ติดต่อสถานทูตไทยทั่วโลก ฟรี! มีปัญหาเร่งด่วน ไม่ว่าจะพาสปอร์ตหายหรือเรื่องอื่นๆ สามารถติดต่อสถานทูตไทยได้ทันทีผ่านแอป โดยใช้การโทรแบบอินเทอร์เน็ต (VoIP) ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าโทรแบบ Roaming สามารถโทรผ่านแอปนี้ได้เลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อสถานทูตนั้นๆ เพื่อทำการช่วยเหลือ 3. แจ้งพาสปอร์ตหายได้ง่ายๆ หมดยุคที่ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ! หากพาสปอร์ตหายในต่างแดน คุณสามารถไปที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในพื้นที่เพื่อแจ้งข้อมูลสูญหาย และขอทำเล่มใหม่หรือเอกสารเดินทางฉุกเฉินได้ทันที แต่ก่อนใครเคยทำพาสปอร์ตหาย และจะไปขอทำเล่มใหม่ คงรู้กันดีว่าจะต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก่อน แล้วจึงนำใบแจ้งความไปขอทำเล่มใหม่ ซึ่งคนที่เคยทำหายจะเข้าใจว่าการไปติดต่อสถานีตำรวจในต่างแดนนั้นยุ่งยาก และลำบากในการสื่อสารขนาดไหน ซึ่งทางกรมการกงสุลได้จัดทำแบบฟอร์มเพื่อบันทึกข้อมูลพาสปอร์ตสูญหาย สามารถไปที่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลทุกแห่งในต่างประเทศ และสำนักงานหนังสือเดินทางทั่วไทยได้เองโดยตรง ไม่ต้องไปสถานีตำรวจอีกต่อไปแล้ว โดยไปกรอกในวันที่ไปติดต่อขอทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ หรือขอเอกสารเดินทางฉุกเฉิน เพื่อเดินทางกลับไทย 4. เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง ทีมเจ้าหน้าที่มืออาชีพพร้อมช่วยเหลือทุกสถานการณ์ เพียงแค่ติดต่อผ่านแอป คุณก็จะได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว ทำไมต้องใช้ Thai Consular? สะดวก : ลดขั้นตอนยุ่งยาก เช่น การไปแจ้งความในต่างแดน ที่บางครั้งอาจเป็นเรื่องซับซ้อน และใช้เวลานาน ปลอดภัย : พาสปอร์ตเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องระมัดระวัง หากสูญหาย แอปนี้ช่วยจัดการเรื่องเอกสารได้รวดเร็ว ฟรี : ทุกการติดต่อผ่านแอปไม่มีค่าใช้จ่าย แค่มีอินเทอร์เน็ตก็เพียงพอ ข้อแนะนำในการเก็บรักษาพาสปอร์ต ถึงแม้แอป Thai Consular จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า อย่าลืมเก็บพาสปอร์ตในที่ปลอดภัย หมั่นตรวจสอบว่าอยู่ในสภาพดีเสมอ เพราะหากมีมิจฉาชีพนำพาสปอร์ตไปใช้ในทางผิดกฎหมาย เจ้าของอาจเดือดร้อนในภายหลังได้ ไม่ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวหรือใช้ชีวิตในต่างประเทศ โหลดแอป Thai Consular ไว้จะช่วยให้เราอุ่นใจในทุกสถานการณ์ ดาวน์โหลดแอปได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android ====================

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
อ่าน

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม

6 วิธีป้องกันตัว จากมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านแอปฯ กู้เงินเถื่อน
อ่าน

6 วิธีป้องกันตัว จากมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านแอปฯ กู้เงินเถื่อน

ปัจจุบัน การขอสินเชื่อและเงินกู้ผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันกลับเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชน จนทำให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ออกคำเตือนพร้อมแนะนำ 6 วิธีในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อของแอปพลิเคชันเงินกู้ปลอม ดังนี้:1. หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ
มิจฉาชีพมักสร้างแอปพลิเคชันปลอมที่มีลักษณะคล้ายกับแอปพลิเคชันของธนาคารหรือสถาบันการเงิน ก่อนดาวน์โหลดควรตรวจสอบรายละเอียดให้ถี่ถ้วน เช่น ชื่อผู้พัฒนา ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน และความน่าเชื่อถือโดยรวม2. อย่ากดลิงก์จาก SMS หรืออีเมลที่ไม่น่าไว้ใจ
การส่งข้อความที่มีลิงก์แนบมาทาง SMS หรืออีเมลเป็นกลวิธีที่มิจฉาชีพนิยมใช้เพื่อดึงดูดความสนใจ อย่ากดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือเด็ดขาด3. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก Apple Store หรือ Google Play เท่านั้น
เพื่อความปลอดภัย ควรติดตั้งแอปพลิเคชันผ่านช่องทางที่ได้รับการตรวจสอบมาตรฐานแล้ว เช่น Apple Store และ Google Play อย่าดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งอื่นที่ไม่ผ่านการรับรอง4. หลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
การเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะอาจเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพล้วงข้อมูลสำคัญ หากจำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ให้ใช้เครือข่ายที่เชื่อถือได้ เช่น เครือข่ายมือถือส่วนตัว5. ระมัดระวังในการกรอกข้อมูลส่วนตัว
การสมัครสินเชื่อออนไลน์มักต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือแนบเอกสารสำคัญ ให้แน่ใจว่าได้เซ็นสำเนาถูกต้อง และระบุวัตถุประสงค์การใช้งานข้อมูลอย่างชัดเจนก่อนส่งข้อมูล6. สังเกตวงเงินที่แอปพลิเคชันกำหนด
แอปพลิเคชันเงินกู้ปลอมหรือผิดกฎหมายมักกำหนดวงเงินกู้ในแต่ละวันอยู่ที่ 2,000 - 4,000 บาท เพราะมิจฉาชีพทราบดีว่าผู้ที่เดือดร้อนเรื่องการเงินมักจะตัดสินใจกู้เงินโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบคำแนะนำเพิ่มเติมจากตำรวจสอบสวนกลาง
ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อหรือกู้เงินออนไลน์ ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ และติดต่อสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือเพื่อความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ใช้วิธีหลอกลวงผ่านแอปพลิเคชันเงินกู้ปลอม
แม้ว่าการขอสินเชื่อออนไลน์จะอำนวยความสะดวกมากมาย แต่ความเสี่ยงจากมิจฉาชีพก็มีสูงเช่นกัน การปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นจะช่วยป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อและเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้งานแอปพลิเคชันทางการเงินออนไลน์p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px '.ThonburiUI'} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก:AFP

สมัครสอบ ก.พ. 2568 ตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการสมัครได้ที่นี่
อ่าน

สมัครสอบ ก.พ. 2568 ตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการสมัครได้ที่นี่

สมัครสอบ ก.พ. 2568 สำนักงาน ก.พ. จะเปิดรับสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประจำปี 2568 (e-Exam) ในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท 22 ศูนย์สอบ รวมทั้งสิ้น 181,170 ที่นั่งสอบตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2568 เวลา 08.30 น. (จนกว่าที่นั่งสอบจะเต็ม) กรณีไม่เต็มจำนวน จะปิดรับสมัครในวันที่ 28 มกราคม 2568 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)กรุณาอ่านประกาศการรับสมัครสอบอย่างละเอียดได้ที่เว็บไซต์: https://job3.ocsc.go.th(หัวข้อ ประกาศสำนักงาน ก.พ. เรื่อง รับสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประจำปี 2568)เงื่อนไขการสมัครสอบ1. ผู้สมัครสอบ e-Exam เลือกได้ 1 รอบสอบ 1 ศูนย์สอบเท่านั้น2. สมัครสอบ e-Exam แล้วจะไม่ถูกจำกัดสิทธิ์ในการสมัครสอบภาค ก. ในรูปแบบอื่น ๆ ประจำปี 25683. จะเปิดรับสมัครรอบสอบที่ 1 5 ก่อน และเมื่อศูนย์สอบใดมีการจองที่นั่งสอบเต็มทั้ง 5 รอบสอบแล้ว จะเปิดรอบสอบที่ 6 - 10 ของศูนย์สอบนั้นให้เลือกสมัครโดยอัตโนมัติ และเมื่อศูนย์สอบใดมีการจองที่นั่งสอบเต็มทั้ง 5 รอบสอบอีก ก็จะเปิดรอบสอบที่ 11 - 15ภาพจาก TNN ONLINE

ปีใหม่ 2568 เปิดให้บริการ "งานทะเบียน-บัตรประชาชน" 28 ธ.ค. 2567 -  1 ม.ค. 2568
อ่าน

ปีใหม่ 2568 เปิดให้บริการ "งานทะเบียน-บัตรประชาชน" 28 ธ.ค. 2567 - 1 ม.ค. 2568

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดให้บริการงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568 ในวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2567 ถึง วันพุธที่ 1 มกราคม 2568 ระหว่างเวลา 08.30 16.30 น. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ขอรับบริการที่มีความจำเป็น ต้องใช้เอกสารในการติดต่อราชการหรือเพื่อขอความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ และในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568เน้นย้ำ ให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ นายทะเบียนผู้รับแจ้งประจำสำนักทะเบียน และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้งประจำหมู่บ้าน ให้ปฏิบัติหน้าที่ รับแจ้งการเกิด หรือการตาย กรณีที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นในพื้นที่หมู่บ้านที่รับผิดชอบในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ด้วย ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบ สำนักทะเบียนที่ให้บริการช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง https://www.bora.dopa.go.th/home/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมการทะเบียนและบัตร สำนักบริหารการทะเบียน โทร 0 2791 7046 Call Center 1548

“สมศักดิ์”สั่งจัดการเด็ดขาด รพ.ไหนปลอมใบรับรองแพทย์ให้ต่างด้าว ต้องเจอคุก
อ่าน

“สมศักดิ์”สั่งจัดการเด็ดขาด รพ.ไหนปลอมใบรับรองแพทย์ให้ต่างด้าว ต้องเจอคุก

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีการปลอมใบรับรองแพทย์ของสถานพยาบาล ให้กับแรงงานข้ามชาติว่า หากมีการปลอมแปลงเกิดขึ้น จะแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุข หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบก็ได้ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเน้นเรื่องการตรวจสุขภาพของแรงงานข้ามชาติว่า ต้องมีความละเอียด เพราะโรคบางชนิดหายไปจากประเทศไทยนานแล้ว แต่ก็โผล่ออกมาอีก เช่น โรคอหิวาตกโรคที่ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ที่มีแรงงาน หรือคนที่เดินทางเข้าออกประเทศไทย ไปติดเชื้อคนไทย 2 คน ที่นั่งรับประทานอาหารด้วยกัน แต่เป็นเชื้อที่ไม่ได้รุนแรง โดยกระทรวงสาธารณสุขก็ติดตามเฝ้าระวังอยู่ไม่ให้เข้ามา ซึ่งตอนนี้เราก็ป้องกันบริเวณพื้นที่ชายแดน โดยเราได้ฝ่ายปกครอง, ทหาร และตำรวจช่วยดูแลอยู่ ส่วนวัคซีนที่มีอยู่ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 1,400 กว่าโดสจะมอบให้ฝ่ายที่ดูแลป้องกัน และบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ใกล้กลุ่มเสี่ยง พร้อมกับถ่ายทอดความรู้การรักษาไปยังบริเวณพื้นที่ชายแดน และหากรัฐบาลเมียนมาขอบุคลากรทางการแพทย์ของไทยอย่างเป็นทางการ เราก็จะส่งบุคลากรข้ามไปช่วย ซึ่งต้องมีการร้องขอเมื่อถามถึงกรณีที่โรงพยาบาลออกใบรับรองแพทย์ให้ แต่ไม่มีแรงงานข้ามชาติไปตรวจสุขภาพจริง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้แจ้งมาจะไปจับให้ และจะจัดการให้เรียบร้อยภายใน 1-2 วัน ขอให้เอาข้อมูลมาให้ตน เพราะกำลังตามหาอยู่ ซึ่งอยากจะจัดการดำเนินการ ซึ่งตนไม่ชอบเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว เพราะกลัวว่า หากโรคระบาดเข้ามาในประเทศไทยแล้ว ตนเองจะเหนื่อย และหากเราป้องกันไว้ดีแล้ว เจ็บป่วยขึ้นมาก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าไปรู้เห็นเป็นใจ ก็ขอรายละเอียดตรงนี้ และคงไม่จัดทีมสุ่มตรวจโรงพยาบาล เพราะมีโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก คงทำแบบนั้นไม่ไหว ขอแค่ส่งข้อมูลมาจะไปจัดการให้ ยืนยันว่า เรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการอย่างรวดเร็วนายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า หากข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เรื่องนี้จะต้องมีคนติดคุก และรัฐบาลจะปรับแนวทางในการดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งเรื่องแรงงานข้ามชาติ ขอย้ำว่าหากมีข้อมูล ให้รีบส่งเข้ามาภายใน 1-2 วันนี้