รีเซต

ผลการค้นหา “事业单位学历证书不带原件可以吗” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ธนารักษ์เปิดฟีเจอร์ใหม่ D-Value รับรองสำเนาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ฟรีค่าใช้จ่าย
อ่าน

ธนารักษ์เปิดฟีเจอร์ใหม่ D-Value รับรองสำเนาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ฟรีค่าใช้จ่าย

#ทันหุ้น กรมธนารักษ์” เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่การรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ D-Value เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ชูแนวคิด“สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย” ส่งตรงผ่านอีเมล์ผู้ขอได้ภายใน 10 นาทีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการผลักดันการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางข้อมูล เพิ่มความโปร่งใส และลดต้นทุนการเข้ารับบริการของประชาชน กระทรวงการคลังจึงได้วางแนวทางการขับเคลื่อนประเทศผ่าน Engine 6 เสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ การสร้างคน การสร้างธุรกิจใหม่ การเสริมเงินทุน การเสริมเทคโนโลยี การมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการยกระดับภาครัฐให้เป็น Effective Governmentวันนี้ D-Value คือ หนึ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ต่อยอดจากการบริการเดิมและอยู่ใน Effective Government ซึ่งเป็น Engine ตัวสุดท้ายอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด เพื่อให้รัฐเป็น Enabler ทำงานเร็ว โปร่งใส และ ใช้ Data AI เพื่อเปิดทางให้เศรษฐกิจเดินหน้า เป็นตัวอย่างรูปธรรมของการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงานในด้านการประเมินราคาทรัพย์สินให้ทันสมัยและตอบโจทย์ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น“D-Value มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต้องใช้ข้อมูลราคาประเมินทรัพย์สินในการประกอบธุรกรรมทางการเงินและใช้ประกอบการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ การทำให้ข้อมูลเหล่านี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถูกต้อง โปร่งใส และไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงาน ถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะการให้บริการรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัล เลือกแปลงที่ต้องการ และรับเอกสารที่มีสถานะ “สำเนาถูกต้อง” ส่งตรงทางอีเมลได้ทันที โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ถือเป็นการยกระดับบริการของรัฐให้ทันสมัย สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง” นายเอกนิติ กล่าวนายอัครุตม์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมธนารักษ์ได้ปรับโฉมหน้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชันใหม่ทั้งหมด ให้ทันสมัยและใช้งานง่าย พร้อมชูฟังก์ชันเด่นคือ “การสืบค้นราคาประเมินที่ดินจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม” ทำให้ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลจากการพิมพ์ชื่อสถานที่ ถนน หรือจุดสังเกตใกล้เคียง และการเลือกตำแหน่งแปลงที่ดินบนแผนที่ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องทราบเลขที่โฉนดหรือเลขที่ น.ส.3ก นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวบริการขอรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดออนไลน์เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย”สำหรับขั้นตอนการใช้งานประชาชนสามารถรับบริการได้ง่าย ๆ เพียง 4 ขั้นตอน1.เข้าใช้งานระบบฯ ด้วยการเข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือ เป๋าตัง2.สืบค้นข้อมูลราคาประเมิน โดยสามารถเลือกตำแหน่งจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม หรือกรอกข้อมูลเลขที่โฉนด/เลขที่ น.ส. 3ก. สำหรับที่ดิน หรือกรอกชื่ออาคารชุดสำหรับห้องชุด3.ตรวจสอบรายการตามคำขอ และระบุอีเมล (e-mail) ที่ใช้ในการรับข้อมูล4.รับข้อมูลสำเนาบัญชีราคาประเมิน ที่มีการรับรองสำเนาถูกต้องอิเล็กทรอนิกส์ส่งตรงถึงอีเมลภายใน 10 นาที ซึ่งเอกสารนี้สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางราชการและประกอบธุรกรรมต่าง ๆ ได้ทันทีสำหรับการพัฒนาฟีเจอร์ของ D-Value ในครั้งนี้ นอกจากจะเพิ่มความสะดวกรวดเร็วแบบไร้รอยต่อแล้ว ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการขอเอกสารแบบเดิม และประหยัดค่าเดินทางให้กับประชาชน ภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมธนารักษ์ในการขับเคลื่อนภารกิจให้ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนผู้ที่สนใจสามารถเข้าใช้งานระบบได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ https://assessprice.treasury.go.th หรือแอปพลิเคชัน TRD Property Valuation บนอุปกรณ์เคลื่อนที่

ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
อ่าน

ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา

จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================

สะดวกกว่าเดิม! ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ ไม่ต้องไปขนส่ง เริ่ม 4 มีนาคม 2569
อ่าน

สะดวกกว่าเดิม! ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ ไม่ต้องไปขนส่ง เริ่ม 4 มีนาคม 2569

ข่าวดีสำหรับคนขับรถที่ไม่อยากเสียเวลาต่อคิว กฎกระทรวงฉบับใหม่เปิดทางให้สามารถ ต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) ได้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 มีนาคม 2569โดยไม่ต้องประเมินสมรรถภาพ หรือสุขภาพเพิ่มเติม ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้แล้ว เริ่ม 4 มีนาคม 2569 สำหรับกลุ่มหลักที่เข้าเกณฑ์คือผู้ที่ อายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ และ ใบขับขี่เดิมยังไม่หมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี ผู้ที่เข้าเกณฑ์สามารถยื่นขอต่อผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และไม่ต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายแบบเดิม (เช่น ทดสอบสายตา/ปฏิกิริยา) ตามที่กฎกระทรวงกำหนด โดยขั้นตอนหลักๆ มีดังนี้ อบรมออนไลน์ (DLT e-Learning) - ลงทะเบียน ดูเนื้อหา และผ่านแบบทดสอบออนไลน์ เพื่อรับหลักฐานผลการอบรม (ควรเก็บภาพหน้าจอ/ไฟล์ผลการอบรมไว้)เว็บไซต์ : www.dlt-elearning.com จองคิวผ่าน DLT Smart Queue - ใช้สำหรับจองคิวล่วงหน้า หรือตรวจสอบสถานะการสมัคร (ในระบบใหม่ปี 69 จะเน้นการทำผ่านแอปเป็นหลัก)เว็บไซต์: gecc.dlt.go.thแอปพลิเคชัน: ค้นหาคำว่า "DLT Smart Queue" ได้ทั้งใน App Store และ Play Store *ยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaID เพื่อความปลอดภัย* เงื่อนไขการต่อใบขับขี่ออนไลน์ ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุ ไม่เกิน 1 ปี อายุไม่เกิน 55 ปี สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุเกิน 1 ปี หรือมีอายุมากกว่า 55 ปี จะต้องไปรับการทดสอบสมรรถภาพเพิ่มเติมที่กรมขนส่ง ====================

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ
อ่าน

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ

ขั้นตอนสมัครสอบคัดเลือกบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นคณาจารย์ประจำ เพื่อสนับสนุนภารกิจทางวิชาการและขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยอ้างอิงมติที่ประชุมกรรมการบริหารงานบุคคลตลอดปี 2567 ถึงกลางปี 2568ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือกระบุไว้ตามข้อ 7 ของประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีหลากหลายระดับและสาขาให้เลือกสมัครตามคุณวุฒิคุณสมบัติผู้สมัครผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย และไม่เป็นผู้เสพสารเสพติด รวมถึงสามารถปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างเหมาะสม เฉพาะสายคณาจารย์ปริญญาตรี วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในรอบ 5 ปีปริญญาโท วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง โดยอย่างน้อย 1 เรื่องเป็นงานวิจัยปริญญาเอก ต้องมีผลงานวิจัยเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในรอบ 5 ปีเอกสารประกอบใบสมัคร1. สำเนาปริญญาบัตรและ Transcript2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน3. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว4. หนังสือรับรองผลภาษาอังกฤษ (MCU-GET, TOEFL, IELTS, TOEIC, TU-GET, CU-TEP)5. ใบรับรองแพทย์ออกภายใน 30 วัน6. ผลตรวจประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ7. หนังสือรับรองประสบการณ์ (ถ้ามี)8. แบบ บค 01 และ บค 02 ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์9. สลิปการโอนเงินค่าสมัครหมายเหตุ แนบไฟล์เฉพาะ .PDF หรือ .JPG ค่าธรรมเนียมการสมัครต่ำกว่าปริญญาตรี 100 บาทปริญญาตรี 200 บาทปริญญาโท 300 บาทปริญญาเอก 400 บาทโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาเสือป่า เลขที่บัญชี 046 2 73791 7รายละเอียดการสอบสอบข้อเขียนเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย 100 คะแนนสอบปฏิบัติด้านดิจิทัล (เฉพาะสายปฏิบัติการ) 100 คะแนนสอบข้อเขียนเฉพาะสาขาวิชา 100 คะแนนสอบสัมภาษณ์ ประเมินความเหมาะสม 200 คะแนนเกณฑ์การตัดสินต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การตัดสินของคณะกรรมการสอบคัดเลือกถือเป็นที่สิ้นสุดติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสมัครเข้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ https://www.mcu.ac.th/news/detail/59013

รายชื่อ 8 โรงพยาบาลเอกชนในกทม. เปิดรับลงทะเบียน-ย้ายสิทธิบัตรทอง
อ่าน

รายชื่อ 8 โรงพยาบาลเอกชนในกทม. เปิดรับลงทะเบียน-ย้ายสิทธิบัตรทอง

นพ.วีระพันธ์ ลีธนะกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า กรุงเทพมหานครนอกเหนือจากการเป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนในการเข้าถึงบริการ ยังมีหน่วยบริการที่จำกัด โดยเฉพาะในส่วนของหน่วยบริการภาครัฐ เมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรในกทม. ที่มีจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ส่งผลต่อการเข้าถึงบริการของประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง 30 บาท8 โรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ กทม. เปิดรับลงทะเบียน/ย้ายสิทธิบัตรทอง 30 บาท ดังนั้น ที่ผ่านมา สปสช.จึงได้ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มให้กับประชาชนผู้ใช้สิทธิ โดยล่าสุดในส่วนของหน่วยบริการปฐมภูมิ สปสช. ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่เพิ่มเป็น 8 แห่ง ในการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วสปสช. จึงขอเชิญชวนประชาชนที่ต้องการลงทะเบียนหรือย้ายหน่วยบริการปฐมภูมิ สามารถเลือกโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมนี้ได้ ซึ่งขณะนี้มีผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้ลงทะเบียนแล้วเป็นจำนวน 46,339 คนแล้ว โรงพยาบาลเอกชน 8 แห่งที่เข้าร่วมระบบบัตรทองทั้งนี้ โรงพยาบาลเอกชน 8 แห่งที่เข้าร่วมระบบบัตรทอง มีดังนี้1. โรงพยาบาลเพชรเวช (เขตห้วยขวาง) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 14,642 คนโทร. 13902. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช ธนบุรี (เขตราษฎร์บูรณะ)มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 11,300 คนโทร. 02-427-9966 ต่อ 512,515 มือถือ 064-183-32373. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช สีลม (เขตบางรัก) มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 7,129 คนโทร. 02-635-7123 /มือถือ 083-945-85914. โรงพยาบาลบางนา 1 (เขตบางนา)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 6,602 คนโทร. 02-746-8630-85. โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา (เขตสวนหลวง) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 4,269 คนโทร. 02-314-07276. โรงพยาบาลเดอะซีพลัส ประเวศ (เขตประเวศ)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 1,178 คนโทร. 02-322-95557. โรงพยาบาลมิตรประชา (เขตภาษีเจริญ) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 910 คนโทร. 02-455-55998. โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 3 (เขตบางนา)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 282 คนโทร. 064-569-9098 ลงทะเบียนเรียบร้อยเข้ารับบริการโดยตรงได้ที่โรงพยาบาลลงทะเบียนนพ.วีระพันธ์ กล่าวต่อว่า สปสช. ขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งผู้ที่มีทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ หรือผู้ที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนมาในพื้นที่ สามารถลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการปฐมภูมิและหน่วยบริการประจำได้ ติดต่อได้ที่โรงพยาบาลเอกชนทั้ง 8 แห่งข้างต้นนี้ เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วสามารถเข้ารับบริการโดยตรงได้ที่โรงพยาบาลลงทะเบียน หรือดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน สปสช. หรือ ไลน์ OA สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) เลือกเปลี่ยนหน่วยบริการและดำเนินการตามขั้นตอน โดยสามารถเปลี่ยนหน่วยบริการได้ถึง 4 ครั้งต่อปี และจะได้รับสิทธิทันที ไม่ต้องรอนาน 15 วันเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้สำหรับเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ คือบัตรประชาชน สำหรับเด็กเล็กที่ไม่มีบัตรประชาชนใช้สูติบัตรคู่กับบัตรประชาชนของผู้ปกครอง อย่างไรก็ดีหากไม่สะดวกก็สามารถมาย้ายหน่วยบริการด้วยตนเองได้ที่ ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพ สปสช. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารบี ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. หรือ โทร. สายด่วน สปสช. 1330 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการส่วนกรณีผู้ที่มีทะเบียนบ้านไม่ตรงกับที่พักอาศัยในปัจจุบัน ให้แสดงหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ หนังสือรับรองของเจ้าบ้าน ผู้นำชุมชน ผู้ว่าจ้าง นายจ้าง หรือทำหนังสือรับรองตนเอง รวมไปถึงเอกสารหรือหลักฐานที่มีชื่อของผู้ที่ต้องการเปลี่ยนหน่วยบริการ เช่น ใบเสร็จค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเช่าที่พัก สัญญาเช่าที่พัก เป็นต้นอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเจ็บป่วยเล็กน้อย 42 อาการ หาหมอออนไลน์ด้วยสิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่ครบ 6 เดือนรัฐบาลแพทองธาร ประชาชนชื่นชมหลายนโยบาย พอใจ “30 บาท รักษาทุกที่” มากสุดนายกฯ ยืนยัน 30 บาทรักษาทุกที่ ไม่มีทางปล่อยให้โครงการล้มแน่นอน

ปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย รัฐย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว
อ่าน

ปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย รัฐย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว

ครม. เร่งปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย ตามมติครม.น.ส. ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการแก้ปัญหาสัญชาติ ตามมติ ครม. วันที่  29  ตุลาคม  2567 โดยประกาศหลักเกณฑ์ให้คนเกิดในราชอาณาจักรแต่ยัง “ไร้สัญชาติ” ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่  30  มิถุนายน  2568 กลุ่มเป้าหมาย “ชนกลุ่มน้อย/ชาติพันธุ์” เฉพาะที่อยู่ในไทยมานาน- กลุ่มเป้าหมายราว 140,000 คน เป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติไว้ก่อนแล้ว มีข้อมูลภาพถ่าย ลายนิ้วมือ และเลข 13 หลักขึ้นต้น 5, 6 หรือ 8- ครอบคลุมบุตรหลานที่เกิดในไทยของผู้ถือบัตรสีชมพู กลุ่มเลข 6 - 50 ถึง  6 - 72 และผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ขึ้นต้น 5 หรือ 8)- รวมถึงผู้ที่อยู่ในทะเบียนประวัติ “บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน” ตามมติ ครม. 18 ม.ค. 2548 เช่น ชาวมอร์แกน (เลขบัตรขึ้นต้น 0 และหลักที่ 6–7 เป็น 89)ย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว - ผู้ลี้ภัยในค่ายพักพิงรัฐบาลย้ำว่ามาตรการนี้ ไม่ครอบคลุมแรงงานข้ามชาติ ผู้มีสัญชาติอื่น หรือผู้หนีภัยในค่ายพักพิง แต่เป็นการแก้ปัญหาสิทธิสถานะของคนที่เกิดและเติบโตในไทยมาอย่างยาวนาน โดยมีหลักเกณฑ์ “เข้มงวด‑ตรวจสอบได้” เพื่อลดช่องโหว่ในการสวมสิทธิ ยกระดับคุณภาพชีวิตบนหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นโยบายดังกล่าวจะเปิดทางให้กลุ่มชาติพันธุ์เข้าถึงสวัสดิการรัฐ การศึกษา และโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ พร้อมยืนยันเดินหน้ากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การให้สัญชาติไทยเป็นไปอย่างโปร่งใส และเกิดประโยชน์กับผู้มีสิทธิอย่างแท้จริง.

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ย้อนเส้นทาง “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ก่อนลุ้นคุม “มหาดไทย”
อ่าน

ย้อนเส้นทาง “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ก่อนลุ้นคุม “มหาดไทย”

ประเสริฐ จันทรรวงทอง จากอดีตรัฐมนตรีช่วยคมนาคม สู่รองนายกรัฐมนตรี ล่าสุดมีชื่อเป็นบุคคลที่อาจได้รับมอบหมายดูแลงานกระทรวงมหาดไทยประวัติประเสริฐ จันทรรวงทอง นักการเมืองพรรคเพื่อไทยประเสริฐ จันทรรวงทอง หรือชื่อเล่น ไก่ เกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน พุทธศักราช 2503 ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในนามพรรคเพื่อไทยในด้านการศึกษา จบมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร ระดับปริญญาตรีเป็นวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านรัฐประศาสนศาสตร์จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เส้นทางทางการเมืองเริ่มจากการเป็นสมาชิกสภาจังหวัดนครราชสีมาสองสมัย ก่อนจะได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครราชสีมา ในนามพรรคไทยรักไทย ทั้งในการเลือกตั้งปี 2544 และ 2548 ภายหลังการยุบพรรคไทยรักไทย ได้ย้ายเข้าสู่พรรคพลังประชาชน และในเวลาต่อมา สังกัดพรรคเพื่อไทยเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระหว่างปี 2554 ถึง 2556 และได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการพรรคเพื่อไทยในปี 2563 ปัจจุบันมีบทบาทสำคัญทั้งในฝ่ายบริหารและการเมืองภายในพรรคกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี กับบทบาทใหม่ของประเสริฐ จันทรรวงทองต้นเดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2568 มีรายงานข่าวจากหลายสำนักเกี่ยวกับการเตรียมปรับคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โดยมีกระแสว่าอาจมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล มาเป็นประเสริฐ จันทรรวงทองข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อยู่ภายใต้เป้าหมายของแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการผลักดันนโยบายของพรรคผ่านกระทรวงมหาดไทยโดยตรง ทั้งด้านการแก้ปัญหายาเสพติดและการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชนเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ประเสริฐ จันทรรวงทอง ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อว่า ยังไม่ได้รับการแจ้งจากนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งดังกล่าว พร้อมกล่าวว่า ไม่ว่าหน้าที่จะอยู่ตรงจุดใดก็พร้อมทำงานเต็มที่ในทุกบทบาท สรุปความเคลื่อนไหวประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นนักการเมืองมากประสบการณ์จากพรรคเพื่อไทย เคยทำงานทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขณะที่กระแสข่าวการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่เจ้าตัวยืนยันว่าพร้อมทำงานในทุกบทบาทที่ได้รับมอบหมาย

เจาะต้นตอ ‘นิคมศูนย์เหรียญ’ ปลวกแดง : ใบ รง.4 โอนง่าย ข้าราชการไทยมีเอี่ยว? | TNN Story Teller
อ่าน

เจาะต้นตอ ‘นิคมศูนย์เหรียญ’ ปลวกแดง : ใบ รง.4 โอนง่าย ข้าราชการไทยมีเอี่ยว? | TNN Story Teller

นิคมศูนย์เหรียญ คืออะไร ?เป็นโมเดลธุรกิจที่เอาเปรียบคนไทยในทุกมิติคือ โรงงานในไทย แต่กระทำการโดยชาวต่างชาติ 100%ทำแบบครบวงจร ผลิต ประกอบ ส่งออก ค้าขายโดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมายกำไรขนออกไปหมด เหลือให้ไทยไว้เพียง ค่าแรงขั้นต่ำ ขยะอุตสาหกรรม มลพิษสิ่งแวดล้อมทำร้ายธุรกิจไทย เพราะส่งกลับมาขายตัดราคารัฐไม่ได้อะไรเพราะส่วนใหญ่หลบเลี่ยงไม่จ่ายภาษีเป็นอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาวนี่จึงเป็นวาระเร่งด่วนที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังเร่งปราบปราม และ น่าชื่นชมมากๆแต่นอกจากจับกุม สิ่งที่เป็นต้นตอที่สมควรถูกแก้ไขด้วยอาจเป็นการ จัดการ ภายในบ้าน นั่นคือ แก้ไขกฎหมาย และ ขยายผลว่ามีข้าราชการไทย สมรู้ร่วมคิด ด้วยหรือไม่? ไม่เช่นนั้นเพราะเหตุใด ขั้นตอนอะไร ๆในการขออนุญาตจัดตั้งโรงงาน จึงดูง่ายเหลือเกินเหมือนเคสที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง หลังนายเอกนัฏ รมว.อุตสาหกรรม ได้รับการประสานจาก นายชุติพงศ์ สส.พรรคประชาชนว่ามีนิคมโรงงานหนึ่งในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ต้องสงสัยว่าอาจเข้าข่ายโรงงานนิคมศูนย์เหรียญ ประกอบกิจการโรงงานโดยไม่เป็นไปตามที่ขอจึงส่งม้าเร็ว ชุดตรวจสุดซอย ไปตรวจสอบ และ ได้พบว่ามีการทำผิดกฎหมายจริงในพื้นที่จะมี 4 โกดัง เจ้าของโกดัง คือ บริษัท ซีเอสเค เอสเตรทที่มี นายหว่าน ชิว เฉิน รับเป็นเจ้าของแต่ปล่อยให้ บริษัทจีนอีก 3-5 บริษัทเช่า เพื่อทำเป็นโรงงานและทำกิจการไม่ตรงกับตอนขอใบ รง. 4 เช่นขอว่า เป็นโรงงานผลิตเชือก สลิง แต่เป็นโรงงานผลิตสายรัดของแจ้งว่าเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ แต่กลับแบ่งพื้นที่ให้บริษัทผลิตแม่แรงไฮดรอลิกส์อยู่ร่วมผลิตด้วย โดยไม่ได้ขออนุญาตซึ่งเคสนี้พบพฤติการณ์ฉลาดแกมโกง คือ การเสนอ “ แพ็กเกจสำเร็จรูป ”ปล่อยให้เช่าโกดัง + โอนใบ รง.4 ทันที ใบ รง. 4 คืออะไร? คือ ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535ออกโดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมพูดง่าย ๆ ถ้าใครจะ “ตั้งโรงงาน” หรือ ทำธุรกิจที่ต้องใช้ เครื่องจักรตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือ แรงงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป หรือ กิจการเข้าข่ายเสี่ยงต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เสียง กลิ่น ควัน ต้องขอใบอนุญาตนี้ก่อน ซึ่งต้องระบุชัดเจนว่าจะประกอบกิจการใดแต่มีช่องโหว่ คือ ถ้ามีการงอกประเภทกิจการทีหลัง มันก็ไปขอเพิ่มได้ และ ไม่มีวันหมดอายุและ การตรวจสอบย้อนกลับซับซ้อน ทำได้ยากจึงเกิดพฤติการณ์ ฉลาดแกมโกง คือนายหว่าน ชิว เฉิน เจ้าของโกดัง เป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวจีนจะมองหา ทำเลดีในไทย ที่เหมาะแก่การทำโรงงานจากนั้นเขาจะสร้างเป็นโกดังเปล่าขึ้นมา เพื่อรอปล่อยเช่า โดยไม่ได้คิดจะทำโรงงานเองแต่แรกจากนั้นจะไปขอใบ รง.4 มารอไว้เลยโดยระบุประเภทกิจการเอาไว้หลวมๆไว้ และ ติดป้าย ให้เช่าโกดัง พร้อมโอนใบ รง.4 ถ้ากิจการไม่ตรง → ไปขอ “เพิ่มประเภทกิจการ” เอาทีหลังอาจไม่ผิดกฎหมาย เพราะมีช่องโหว่ที่ไม่ได้ระบุว่า คนขอ กับ คนดำเนินกิจการต้องคนเดียวกันแต่หากมองดีๆจะเห็นว่า มันผิดเจตนาของกฎหมายฉบับนี้ ที่ตั้งจะออกให้กับคนที่ต้องการทำกิจการโรงงานจริงๆ ไม่ใช่ให้เพื่อนำไปส่งเสริมการขายแต่ที่ทำได้ก็เพราะ ใบ รง.4 นั้นยังคงมีช่องโหว่ ดังนี้✅ ขอมารอก่อนได้ แล้วค่อยทำโรงงานทีหลัง แค่แจ้งประเภทกิจการ ✅ หลังการขอเสร็จสิ้น มักไม่ค่อยมีการตรวจสอบเชิงลึกว่า คนขอทำเองจริงหรือไม่✅ มีกระบวนการให้ “โอนใบ รง.4” ไปให้คนอื่นได้✅ ไม่มีระบบติดตามว่า “ผู้รับโอน” นำไปใช้ประกอบกิจการถูกต้องตามที่ขอหรือไม่?คำถามคือ ทำไมการขอใบ รง.4 ของชาวต่างชาติตั้งโรงงานจึงดูง่าย รู้ช่องโหว่ทางกฎหมายเป็นไปหรือไม่ ว่าเคสนี้จะไม่มีคนไทย หรือ คนในกระทรวงเอง คอยช่วยเหลือ ?เรื่องนี้ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าทีมสุดซอย ของรมว.เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ระบุว่า“กรณีของบริษัท ซีเอสเค มีใบ รง.4 ประเภทเดียวกัน 3-4 ใบแถมยังโอนไปยังผู้เช่าโกดังในห้วงเวลาเดียวกันได้อีกต้องไปไล่ดูว่า มีช่องโหว่ในกระบวนการขออนุญาตของ กรอ.หรือ มีเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เอื้อประโยชน์ หรือสนับสนุนผู้ประกอบการ ในการกระทำความผิด ด้วยหรือไม่? ..."ดังนั้นก็แสดงว่าที่เราสงสัยก็อาจจะมีมูล📉นิคมศูนย์เหรียญ ทำประเทศไทยเสียอะไรบ้าง?“เสียรายได้เข้ารัฐ…เพราะธุรกิจพวกนี้มีช่องทางเลี่ยงภาษี“เสียการแข่งขันการค้า…เพราะสินค้าเขาผลิตด้วยต้นทุนต่ำ ขายถูกกว่า”“เสียสิ่งแวดล้อม…น้ำเสีย ขยะอิเล็กทรอนิกส์ กลิ่นไม่พึงประสงค์เพราะมักจัดการไม่ดี”“เสียความมั่นคงทางเศรษฐกิจ…ไม่มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ”เสียโอกาสคนไทย…แรงงานไทยได้แค่ค่าแรงขั้นต่ำ เสียพื้นที่ในประเทศไปฟรีๆ ในขณะที่คนไทยไม่มีที่ทาง และ ไม่มีเงินมากพอจะซื้อที่มาทำธุรกิจ หรือต่อให้มี ก็รวยไม่ทันเศรษฐีจีน คนไทยช่วยกันได้ยังไง เพื่อหยุดนิคมศูนย์เหรียญ✅ อย่าเงียบ ถ้าเห็นอะไรผิดปกติในละแวกบ้านคุณโกดังใหม่ที่มีคนต่างชาติเข้า-ออกแปลกๆโรงงานในพื้นที่ชุมชนที่ส่งกลิ่น/น้ำเสีย แจ้งสายด่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรม 02-202-4000✅ สนับสนุนสินค้าไทยไม่สนับสนุนสินค้าราคาถูก จากต่างชาติที่ล้วนแล้วอาจมีที่มาไม่โปร่งใส และ สินค้าไม่ได้มาตรฐาน อาจเป็นอันตราย✅ ร่วมลงชื่อ / สนับสนุนกลไกแก้ไขกฎหมายถึงเวลาที่กระทรวงอุตสาหกรรมต้อง แก้กฎหมาย รง.4 ให้ชัดเจน:ผู้ขอต้องมีเจตนา “ทำกิจการเอง” เท่านั้นห้ามโอนใบอนุญาตแบบเสรีมีระบบตรวจสอบย้อนหลัง-ติดตามการใช้จริง“มาสร้างปัญหา และขนกำไรกลับบ้าน ทิ้งไว้แต่ของเสียให้คนไทยดูต่างหน้าถ้าคนไทยรับรู้ แต่ยังไม่ช่วยกัน สอดส่อง ปกป้องบ้านตัวเองอีกไม่นาน…คนไทยอย่างพวกเราอาจกลายเป็นแค่ ผู้ให้เช่าบ้าน ในประเทศของตัวเอง”

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
อ่าน

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA

ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================

ไกด์เถื่อน-ทัวร์เถื่อน! รัฐบาลเดินหน้าจับหนัก ปรับสูงสุด 5 แสน จำคุก 2 ปี
อ่าน

ไกด์เถื่อน-ทัวร์เถื่อน! รัฐบาลเดินหน้าจับหนัก ปรับสูงสุด 5 แสน จำคุก 2 ปี

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง” (ศปต.) เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาทัวร์นอมินีและมัคคุเทศก์เถื่อนอย่างจริงจัง โดยเน้นการตรวจสอบบริษัทนำเที่ยวและการปฏิบัติหน้าที่ของมัคคุเทศก์ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ถึงมีนาคม 2568 ได้มีการสุ่มตรวจสถานประกอบการของบริษัทนำเที่ยวจำนวน 940 ราย และมัคคุเทศก์ 338 ราย พบการกระทำความผิดของบริษัทนำเที่ยว ได้แก่ การประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต การไม่แสดงใบอนุญาต และการไม่ทำประกันให้นักท่องเที่ยวความผิดของมัคคุเทศก์ ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีใบอนุญาต และการไม่แสดงใบสั่งงาน ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ไม่มีใบอนุญาตจะมีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับส่วนผู้ปฏิบัติหน้าที่มัคคุเทศก์โดยไม่มีใบอนุญาตจะมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยในการโฆษณาขายทัวร์ไม่ว่าช่องทางใด ต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาต ชื่อ และที่ตั้งให้นักท่องเที่ยวทราบ และต้องใช้มัคคุเทศก์ที่มีใบอนุญาตถูกต้องเท่านั้น“รัฐบาลขอยืนยันความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยการดำเนินการอย่างเข้มงวดและต่อเนื่องในการปราบปรามทัวร์เถื่อนและมัคคุเทศก์เถื่อน ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเวทีโลก จึงขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่กระทำผิด สามารถแจ้งผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจกรมการท่องเที่ยว หรืออีเมล tgtcenter@tourism.go.th และ DOT-TGIS@tourism.go.th” นางสาวศศิกานต์ ระบุ

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
อ่าน

เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ

ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ

ไฟเขียวร่างกฏกระทรวง “ต่อใบขับขี่ระบบอิเล็กทรอนิกส์” ไม่ต้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
อ่าน

ไฟเขียวร่างกฏกระทรวง “ต่อใบขับขี่ระบบอิเล็กทรอนิกส์” ไม่ต้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ (ฉบับใหม่) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งนี้ กฎกระทรวงปัจจุบัน (พ.ศ. 2563) กำหนดให้ประชาชนต้องเดินทางไปตรวจสมรรถภาพร่างกายด้วยตนเองทุกครั้งที่ขอต่ออายุใบขับขี่ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้มีสาระสำคัญ ได้แก่:1.ยกเว้นการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย สำหรับผู้ขอต่ออายุใบขับขี่ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ และไม่มีเงื่อนไขทางสุขภาพตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด2.ยังคงการทดสอบสมรรถภาพ สำหรับผู้ที่มีอายุ หรือมีเงื่อนไขทางสุขภาพต้องเฝ้าระวัง โดยต้องทดสอบปฏิกิริยาและสายตา รวมถึงผ่านการอบรม3.กฎกระทรวงนี้จะมีผลใช้บังคับหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 90 วัน มาตรการใหม่นี้จะช่วยให้ประชาชนสามารถต่ออายุใบขับขี่ผ่านระบบออนไลน์ได้ ลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง ขณะเดียวกันยังคงมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการตรวจคัดกรองผู้ขับขี่อย่างเข้มงวด

อนุทิน ปัดช่วยผู้ว่าฯ สตง. ปมตึกถล่ม ยันสอบตรงไปตรงมา
อ่าน

อนุทิน ปัดช่วยผู้ว่าฯ สตง. ปมตึกถล่ม ยันสอบตรงไปตรงมา

“อนุทิน” ยืนยันไม่มีการช่วยเหลือผู้ว่าฯ สตง. ปมตึกถล่มจากแผ่นดินไหว ชี้ผู้ว่าฯ เข้ารับตำแหน่งหลังลงนามก่อสร้าง ย้ำการสอบสวนเป็นธรรม โปร่งใส เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวหาว่าตนให้ความช่วยเหลือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มระหว่างการก่อสร้าง หลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยยืนยันว่าไม่มีการแทรกแซงหรือช่วยเหลือใดๆ และข่าวที่ออกมาเป็นข้อมูลเท็จ นายอนุทินกล่าวว่า แม้ตนจะมีความสนิทสนมกับผู้ว่าฯ สตง.คนปัจจุบัน เนื่องจากเคยเรียนหลักสูตรเดียวกัน ตนเป็นประธานรุ่น ส่วนผู้ว่าฯ เป็นเลขาฯ รุ่น แต่ความสัมพันธ์ส่วนตัวไม่มีผลต่อกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งต้องเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง “การที่มีคนโยงความสัมพันธ์ส่วนตัวของผมกับผู้ว่าฯ สตง.มาสร้างเป็นข่าว เป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น ผู้ว่าฯ สตง.เพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่นาน ขณะที่โครงการก่อสร้างอาคาร สตง.ได้ลงนามไปก่อนหน้าหลายปี ไม่มีทางเกี่ยวข้องกัน” นายอนุทิน กล่าว รองนายกรัฐมนตรีระบุอีกว่า คณะกรรมการสอบสวนกรณีตึกถล่ม ประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานวิชาชีพ เช่น สภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และคณะวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งมีความเป็นอิสระและไม่สามารถถูกแทรกแซงได้ “เหตุการณ์นี้ไม่มีใครอยากให้เกิด และไม่มีใครสามารถช่วยเหลือกันได้ ข้อเท็จจริงต้องปรากฏให้ชัดเจน เพราะอาคารในกรุงเทพฯ มีเป็นแสน แต่มีเพียงอาคารเดียวที่ถล่ม จึงต้องหาสาเหตุให้ได้ว่าเกิดจากปัจจัยใด และดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น” นายอนุทินกล่าวย้ำ

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
อ่าน

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม

"จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม" ดีเดย์ 23 ม.ค. เตรียมตัวอย่างไร - เอกสารมีอะไรบ้าง
อ่าน

"จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม" ดีเดย์ 23 ม.ค. เตรียมตัวอย่างไร - เอกสารมีอะไรบ้าง

p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 14.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p3 {margin: 0.0px 0.0px 15.9px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} p.p5 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 36.0px; text-indent: -36.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} li.li1 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000} li.li4 {margin: 0.0px 0.0px 12.0px 0.0px; font: 18.0px Times; -webkit-text-stroke: #000000; min-height: 23.0px} span.s1 {font-kerning: none} ol.ol1 {list-style-type: decimal}กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของสังคมไทยที่เปิดโอกาสให้ทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียม ไม่จำกัดเพียงชาย-หญิงอีกต่อไปการให้บริการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นไป คู่สมรสทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้ที่ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตทุกแห่งทั่วประเทศ โดยผู้ที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรสต้องมีคุณสมบัติและเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้:คุณสมบัติของผู้จดทะเบียนสมรส1. บุคคลทั้ง 2 จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์ กรณีผู้เยาว์ต้องนำบิดามารดา หรือ ผู้ปกตรองมาให้ความยินยอม กรณีต่ำกว่า 18 ปีต้องได้รับอนุญาตจากศาล2. ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือ ไร้ความสามารถ3. ไม่เป็นญาติใกล้ชิดทางสายโลหิตหรือพี่น้องร่วมบิดามารดา4. ไม่เป็นผู้ที่มีสถานภาพสมรสอยู่ในขณะยื่นจดทะเบียน หรือเป็นคู่สมรสของคนอื่น5. หญิง ชายผู้เป็นคู่สมรสตาย หรือ การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะสมรสใหม่ได้ต่อเมื่อสิ้นสุดการสมรสไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่- คลอดบุตรแล้วในขณะนั้น- ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้- มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์- สมรสกับคู่สมรสเดิม** เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับเพศหญิง **หากผู้เข้าร่วมเป็นเพศหญิงและเคยผ่านการสมรสมาก่อน จะต้องผ่านการหย่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน หากยังไม่ครบกำหนด 310 วัน จะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ยืนยันสถานะการไม่ตั้งครรภ์ ณ วันที่ลงทะเบียนเอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนสมรสกรณีคนไทย1. บัตรประชาชน2. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะกรณีคนไทยกับต่างชาติ1.บัตรประชาชน และ หนังสือเดินทางพาสปอร์ต2. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ3. หนังสือรับรองการหย่า (กรณีที่เคยสมรสมาก่อน)กรณีต่างชาติกับต่างชาติ1. หนังสือเดินทางพาสปอร์ต2. หนังสือรับรองการหย่า (กรณีที่เคยสมรสมาก่อน)3. พยาน 2 คน ต้องเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะความสำคัญของกฎหมายสมรสเท่าเทียมกฎหมายฉบับนี้สะท้อนถึงการยอมรับความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยเปิดโอกาสให้คู่รักทุกเพศสามารถสร้างครอบครัวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเท่าเทียมกับคู่สมรสชาย-หญิง เช่น สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิทางการแพทย์ และสิทธิในการรับมรดกข้อแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินการจดทะเบียนสมรส ผู้ที่สนใจควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและตรวจสอบรายละเอียดล่วงหน้ากับที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตในพื้นที่ของตน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานทะเบียนในพื้นที่ใกล้เคียงp.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px '.ThonburiUI'} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก: AFP

“สมศักดิ์”สั่งจัดการเด็ดขาด รพ.ไหนปลอมใบรับรองแพทย์ให้ต่างด้าว ต้องเจอคุก
อ่าน

“สมศักดิ์”สั่งจัดการเด็ดขาด รพ.ไหนปลอมใบรับรองแพทย์ให้ต่างด้าว ต้องเจอคุก

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีการปลอมใบรับรองแพทย์ของสถานพยาบาล ให้กับแรงงานข้ามชาติว่า หากมีการปลอมแปลงเกิดขึ้น จะแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุข หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบก็ได้ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเน้นเรื่องการตรวจสุขภาพของแรงงานข้ามชาติว่า ต้องมีความละเอียด เพราะโรคบางชนิดหายไปจากประเทศไทยนานแล้ว แต่ก็โผล่ออกมาอีก เช่น โรคอหิวาตกโรคที่ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ที่มีแรงงาน หรือคนที่เดินทางเข้าออกประเทศไทย ไปติดเชื้อคนไทย 2 คน ที่นั่งรับประทานอาหารด้วยกัน แต่เป็นเชื้อที่ไม่ได้รุนแรง โดยกระทรวงสาธารณสุขก็ติดตามเฝ้าระวังอยู่ไม่ให้เข้ามา ซึ่งตอนนี้เราก็ป้องกันบริเวณพื้นที่ชายแดน โดยเราได้ฝ่ายปกครอง, ทหาร และตำรวจช่วยดูแลอยู่ ส่วนวัคซีนที่มีอยู่ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 1,400 กว่าโดสจะมอบให้ฝ่ายที่ดูแลป้องกัน และบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ใกล้กลุ่มเสี่ยง พร้อมกับถ่ายทอดความรู้การรักษาไปยังบริเวณพื้นที่ชายแดน และหากรัฐบาลเมียนมาขอบุคลากรทางการแพทย์ของไทยอย่างเป็นทางการ เราก็จะส่งบุคลากรข้ามไปช่วย ซึ่งต้องมีการร้องขอเมื่อถามถึงกรณีที่โรงพยาบาลออกใบรับรองแพทย์ให้ แต่ไม่มีแรงงานข้ามชาติไปตรวจสุขภาพจริง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้แจ้งมาจะไปจับให้ และจะจัดการให้เรียบร้อยภายใน 1-2 วัน ขอให้เอาข้อมูลมาให้ตน เพราะกำลังตามหาอยู่ ซึ่งอยากจะจัดการดำเนินการ ซึ่งตนไม่ชอบเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว เพราะกลัวว่า หากโรคระบาดเข้ามาในประเทศไทยแล้ว ตนเองจะเหนื่อย และหากเราป้องกันไว้ดีแล้ว เจ็บป่วยขึ้นมาก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าไปรู้เห็นเป็นใจ ก็ขอรายละเอียดตรงนี้ และคงไม่จัดทีมสุ่มตรวจโรงพยาบาล เพราะมีโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก คงทำแบบนั้นไม่ไหว ขอแค่ส่งข้อมูลมาจะไปจัดการให้ ยืนยันว่า เรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการอย่างรวดเร็วนายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า หากข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เรื่องนี้จะต้องมีคนติดคุก และรัฐบาลจะปรับแนวทางในการดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งเรื่องแรงงานข้ามชาติ ขอย้ำว่าหากมีข้อมูล ให้รีบส่งเข้ามาภายใน 1-2 วันนี้ 

ต่ออายุใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว รัฐคุมเข้ม! เจอ "จับ-ปรับ-ผลักดัน" แรงงานเถื่อน
อ่าน

ต่ออายุใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว รัฐคุมเข้ม! เจอ "จับ-ปรับ-ผลักดัน" แรงงานเถื่อน

วันนี้ (5 ธันวาคม 2567) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีหลายฝ่ายกังวล ถึงการรวมกลุ่มกันของแรงงานข้ามชาติ บริเวณห้างสรรพสินค้าดัง ย่านสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ และในหลาย ๆ พื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่นั้น รัฐบาล โดยกระทรวงแรงงานสั่งการกรมการจัดหางาน หน่วยงานในกำกับเข้าตรวจสอบข้อมูลทันที เพื่อมิให้กระทบต่อประชาชนในพื้นที่ รวมถึงกระทบต่อการทำงานของคนไทย พร้อมกับเน้นย้ำ ถึงข้อปฏิบัติในการทำงานในประเทศไทย จะต้องมีเอกสารประจำตัวบุคคลและใบอนุญาตทำงานถูกต้อง รวมทั้งต้องทำงานตามสิทธิ ที่ระบุไว้ในประกาศกระทรวงแรงงานนายคารม กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของกระทรวงแรงงาน และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จังหวัดสมุทรปราการ พบว่า แรงงานต่างชาติที่รวมกลุ่มเป็นชาวเมียนมา ส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร และกรุงเทพมหานคร โดยส่วนใหญ่จะรวมกลุ่มกันในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดทำงาน อย่างไรก็ดี ไม่พบการรวมกลุ่มของแรงงานต่างชาติที่ส่งผลเชื่อมโยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนในพื้นที่แต่อย่างใดก่อนจะถึงวันเปิดการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงาน 4 สัญชาติ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งจะครบกำหนดวันอนุญาตให้ทำงาน ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 รัฐบาลเน้นย้ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงลงพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะย่านธุรกิจ ที่มีสถานประกอบการจำนวนมาก เพื่อตรวจแนะนำการจ้างแรงงานข้ามชาติที่ถูกต้อง แก่นายจ้าง สถานประกอบการ และประชาสัมพันธ์การดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ตามมติ ครม. เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามกระบวนการ ขั้นตอน ที่กระทรวงแรงงานกำหนดได้อย่างถูกต้อง นายคารม ระบุ

นายกฯ ขอขยายเวลายื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน เหตุเตรียมเอกสารไม่ทัน
อ่าน

นายกฯ ขอขยายเวลายื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน เหตุเตรียมเอกสารไม่ทัน

วันนี้ (5 พฤศจิกายน 2567) เวลา 11.45 น. ณ บริเวณโถงกลาง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีขอขยายระยะเวลายื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. โดยยอมรับว่าเตรียมเอกสารไม่ทัน เพราะงานทุกอย่างเข้ามารุมเร้ามาก และได้เคยระบุว่าจำเป็นต้องชี้แจงบัญชีทรัพย์สิน แต่ขอขยายระยะเวลา เพราะว่าจะทำให้มีความละเอียดและครบถ้วนมากยิ่งขึ้น ขณะนี้ทางครอบครัวได้ช่วยเหลืออยู่ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการโอนหุ้นอีก 16 บริษัทไปแล้วใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าดำเนินการจัดการแล้ว ซึ่งดำเนินการทุกอย่างตามข้อกฎหมายในส่วนของสามีและพี่สาว ก็ได้ดูในเรื่องนี้และนำกฎหมายมาเทียบกัน

ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ
อ่าน

ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ

สำหรับ คุณพ่อคุณแม่ หรือ ผู้ปกครอง ที่วางแผน พาลูกเที่ยวต่างประเทศ หรือต้อง เดินทางต่างประเทศ สิ่งที่ต้องเตรียมลำดับแรกๆ ก็คือ พาสปอร์ตสำหรับเด็ก หรือ หนังสือเดินทางสำหรับเด็ก นั่นเอง ดังนั้นมาเตรียมพร้อม เอกสารต่างๆ ที่ ต้องใช้ในการ ทำพาสปอร์ตเด็ก (ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ - อายุต่ำกว่า 20 ปี) ได้ตามนี้ได้เลยค่ะ พาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ที่ต้องใช้เตรียมพร้อมก่อน พาลูกเที่ยวต่างประเทศ 1. กรณี บิดา มารดา อยู่ด้วยกัน อาจจะจดหรือไม่จดทะเบียนสมรส แต่มีอำนาจปกครองบุตรร่วมกัน เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร หมายเหตุ ทั้งบิดาและมารดา ต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) หากทั้งบิดามารดา ไม่สามารถไปแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมจากทั้งบิดาและมารดา (อาจทำในฉบับเดียวกัน) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 2. กรณี บิดา มารดา หย่าร้าง เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา หรือ มารดา ผู้มีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร ทะเบียนหย่า และบันทึกการหย่าร้าง ที่ระบุว่าผู้ใดมีอำนาจปกครองบุตรให้ผู้นั้นพาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง และกรณ๊ที่มีอำนาจปกครองบุตรร่วมกัน ทั้งบิดาและมารดาจะต้องลงนามยินยอม หมายเหตุ ผู้ที่มีอำนาจปกครองบุตรเพียงฝ่ายเดียวต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากผู้ที่มีอำนาจปกครองบุตรเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์อายุ 15 ปีขึ้นไป) หากบิดามารดา ยังมีอำนาจปกครองบุตรร่วมกันหลังการหย่า ทั้งบิดาและมารดาต้องมาแสดงตน ================= 3. กรณี บิดา มารดา จดทะเบียนสมรส แต่แยกกันอยู่ ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร หากไม่สามารถติดต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ จะต้องมีคำสั่งศาลให้อีกฝ่ายหนึ่งมีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว หมายเหตุ ทั้งบิดาและมารดา ต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) หากทั้งบิดามารดา ไม่สามารถไปแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมจากทั้งบิดาและมารดา (อาจทำในฉบับเดียวกัน) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 4. กรณี บิดา เป็นผู้เลี้ยงดูบุตร ไม่มีจดทะเบียนสมรส และแยกกันอยู่ (ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้) เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) คำสั่งศาลให้บิดามีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว หมายเหตุ บิดาต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากบิดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 5. กรณี มารดา เป็นผู้เลี้ยงดูบุตร ไม่มีจดทะเบียนสมรส และแยกกันอยู่ (ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้) เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) หนังสือรับรองการใช้อำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว (ปค.14) จากสำนักงานเขต / ที่ทำการอำเภอ โดยกรณีไม่มี ปค.14 สามารถใช้เอกสาร 2 รายการนี้แทน ซึ่งเป็นเอกสารที่ออกโดยสำนักงานเขต / ที่ทำการอำเภอ ได้แก่- หลักฐานยืนยันว่ามารดาไม่เคยจดทะเบียนสมรส- เอกสารทางทะเบียนว่า บิดาไม่เคยจดทะเบียนรับรองบุตร หมายเหตุ มารดาต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากมารดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 6. กรณี บุคคลที่ 3 เป็นผู้ปกครอง ติดต่อบิดา มารดา ไม่ได้ เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ปกครอง คำสั่งศาลให้ผู้ปกครองมีอำนาจปกครองเด็กแทนบิดามารดา หมายเหตุ กรณีที่ผู้เยาว์ไม่มีผู้ปกครองตามกฎหมาย เช่น เด็กกำพร้าซึ่งอยู่ในหน่วยงาน / องค์กร แต่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อแข่งขันกีฬา หรือ แข่งขันด้านวิชาการ หน่วยงานที่ดูแลเด็กต้องทำหนังสือถึงผู้อำนวยการกองหนังสือเดินทาง เพื่อพิจารณาเป็นรายกรณี หากมีผู้ปกครองตามกฎหมาย และไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) ================= 7. กรณี จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) ใบเปลี่ยนชื่อสกลุ (หากมี) ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม (คร.14) ฉบับจริง หมายเหตุ หากบิดา หรือมารดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) ข้อมูลจาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ อัปเดต 18 สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล 10 เทคนิคเตรียมตัวเที่ยวต่างประเทศ ขึ้นเครื่องบิน สำหรับมือใหม่ มั่นใจไม่ตกเครื่อง

เปิดลงทะเบียนกลุ่มไม่มีสมาร์ตโฟนรับเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาท เดือน ต.ค.นี้
อ่าน

เปิดลงทะเบียนกลุ่มไม่มีสมาร์ตโฟนรับเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาท เดือน ต.ค.นี้

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการการคลัง เปิดเผยว่า เตรียมเปิดลงทะเบียนโครงการแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาท สำหรับกลุ่มไม่มีสมาร์ตโฟน ผ่านธนาคารของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ทุกสาขาทั่วประเทศ ภายในเดือนตุลาคม นี้ โดยรอบนี้จะไม่เลื่อนลงทะเบียนออกไปอีก เพราะเป็นช่วงโอนเงินให้กลุ่มเปราะบาง 14 ล้าน 5 แสนคนเสร็จแล้ว ส่วนกำหนดวันลงทะเบียนที่ชัดเจน ให้รอหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่ง จะประชุมนัดแรก ต้นสัปดาห์หน้า สำหรับกรอบเวลารับลงทะเบียน กลุ่มไม่มีสมาร์ตโฟนนั้น จะกำหนดระยะเวลาอยู่ที่ 1 เดือน เหมือนกับกลุ่มที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ และจะไม่ขยายวันเพิ่มอีก ส่วนการโอนเงินไปยังประชาชน จะดำเนินการผ่านระบบวอลเล็ต ที่อยู่ในระบบกลางของรัฐบาล โดยรัฐบาลจะโอนตรงไปยังบัญชีธนาคารของประชาชนผู้มีสิทธิ์ แต่บัญชีธนาคารจะต้องเป็น 3 สถาบันการเงินของรัฐ คือ ออมสิน ธ.ก.ส. และธอส.เท่านั้น โดย ขั้นตอนเมื่อลงทะเบียนแล้วจะใช้เวลาตรวจสอบคุณสมบัติ รวมถึงใช้เวลาในการประกาศผลไม่นาน ส่วนเงินที่ประชาชนระยะ 2 จะได้รับเมื่อไหร่นั้น ต้องรอความพร้อมของระบบ นายจุลพันธ์ กล่าวด้วยว่า ธนาคารของรัฐ 3 แห่ง มีความพร้อมรับลงทะเบียน หากรัฐบาลประกาศเริ่มดำเนินการ ทั้ง 3 แห่งจะสามารถดำเนินการ และมีระบบรองรับได้ทันที เนื่องจากกระทรวงการคลัง และสถาบันการเงินของรัฐดังกล่าว ได้หารือ และฝึกซ้อมระบบร่วมกันนานแล้ว เชื่อว่า เมื่อถึงวันเปิดรับลงทะเบียนตามสาขาธนาคารจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น ส่วนบรรยากาศที่ธนาคารกรุงไทยสาขาชัยนาท คึกคักไปด้วยประชาชนกลุ่มเปราะบาง ที่พากันมาต่อคิวเข้าใช้บริการผูกบัญชีพรอมเพย์ เพื่อรับเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาทของรัฐบาล โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกจัดลำดับคิว เพื่อลดความแออัดและเหตุวุ่นวาย โดยจะเรียกคิวเข้าใช้บริการครั้งละ 10 คิว เมื่อถึงเวลาธนาคารเปิดเทำการ 08.30 น.ซึ่งทางธนาคารได้เปิดเคาเตอร์เพื่อให้บริการผู้บัญชีพรอมเพย์แยกกับลูกค้าที่ทำธุรกรรมอื่นๆ ทำให้การบริการรวดเร็วไม่มีปัญหาแออัดเกิดขึ้น นางพิมลมาศ สาคล้าย คิวแรกวันนี้ บอกว่า ออกจากบ้านมารอตั้งแต่ 6 โมงเช้า เพื่อขอรับบัตรคิวที่หน้าธนาคารเวลา 6 โมงครึ่ง ดีใจที่จะได้เงิน 10,000 บาท ซึ่งสำหรับตนเองแล้วเป็นจำนวนไม่น้อย ตั้งใจจะเอาไปซื้อของกินของใช้ในบ้าน ข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กะปิ น้ำปลา ผงชูรส ซึ่งเงินจำนวนนี้น่าจะช่วยให้ความเป็นอยู่ในครอบครัวดีขึ้นได้ระยะหนึ่ง เพราะตนอายุมากแล้วรายได้ก็ไม่ค่อยมี มีโครงการนี้มาช่วยก็ถือว่าดีมากๆ ขณะที่ธนาคารออมสินสาขาชัยนาท คึกคักไม่แพ้กัน มีประชาชนมารอคิวใช้บริการผูกบัญชีพรอมเย์จำนวนมาก แต่ละคนมาด้วยความหวังว่าจะได้เงิน 10,000 บาทมาใช้จ่ายลดภาระในครัวเรือน ด้านคุณลุงพร เส็งพรม ให้ลูกสาวพามาติดต่อทางธนาคาร แต่ต้องผิดหวังไม่สามารถทำการผูกบัญชีพรอมเพย์ได้ เพราะไม่มีสมาร์ตโฟน ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร เพราะจะให้ไปกู้ยืมเงินมาซื้อสมาร์ตโฟนเพื่อมาผูกบุญชีก็ดูแล้วไม่น่าจะคุ้มค่า ขอบ้านไปปรึกษากันก่อนว่าจะเอายังไงต่อดี หรือจะต้องยอมจำใจสละสิทธิ์ไปเลยเพราะไม่มีสมาร์ตโฟน ด้าน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเลย เปิดเผยว่า รัฐบาล โดย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขยายเวลาขึ้นทะเบียนคนพิการถึง 3 ธันวาคม นี้ ฝากไปถึงพี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ หรือที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นคนพิการ ขอให้เร่งมาขึ้นทะเบียน ออกบัตรประจำตัวคนพิการ เพื่อที่จะรักษาสิทธิ ภาพ : TNN

กรณี "ครูเบญ": บทเรียนและฉากทัศน์อนาคตของระบบการสอบครูไทย
อ่าน

กรณี "ครูเบญ": บทเรียนและฉากทัศน์อนาคตของระบบการสอบครูไทย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ครูเบญ หรือนางสาวเบญญาภา เย็นอุดม ในการสอบพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่งครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) สระแก้ว ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการศึกษาไทยอย่างมาก การที่ผู้สอบได้อันดับหนึ่งกลับมีชื่อหายไปจากประกาศผลสอบในภายหลัง ไม่เพียงแต่สร้างความสงสัยต่อความโปร่งใสของกระบวนการสอบเท่านั้น แต่ยังเป็นการตั้งคำถามต่อระบบการคัดเลือกบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบในการพิจารณาเหตุการณ์นี้ เราสามารถมองได้สองฉากทัศน์หลัก ฉากทัศน์แรกคือ หากเปิดกระดาษคำตอบแล้วนำมาตรวจใหม่ พบว่า ครูเบญสอบไม่ผ่านจริงซึ่งจะสะท้อนถึงความบกพร่องในระบบการตรวจข้อสอบและประกาศผล อันอาจนำไปสู่การสูญเสียความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อระบบการสอบครู ในกรณีนี้ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบกระบวนการอย่างละเอียด ปรับปรุงระบบโดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ควรเพิ่มความโปร่งใสโดยเปิดโอกาสให้ผู้สมัครสามารถตรวจสอบกระดาษคำตอบของตนเองได้ฉากทัศน์ที่สอง คือกรณีที่มีการทุจริตในกระบวนการสอบ ซึ่งจะส่งผลกระทบรุนแรงยิ่งกว่า โดยอาจนำไปสู่การตั้งคำถามต่อความซื่อสัตย์และจริยธรรมของผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการคัดเลือกครู หากเป็นกรณีนี้ จำเป็นต้องมีการดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด ปฏิรูประบบการสอบครูทั้งหมด โดยอาจนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อกำกับดูแลกระบวนการสอบ และอาจต้องจัดสอบใหม่ทั้งหมดเพื่อสร้างความเป็นธรรมไม่ว่าผลการตรวจสอบจะออกมาเป็นอย่างไรเหตุการณ์นี้ควรนำไปสู่การปรับปรุงระบบการสอบครูอย่างจริงจัง ควรมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอบให้ครอบคลุมทักษะที่จำเป็นสำหรับครูในยุคปัจจุบันมากขึ้น เช่น การทดสอบทักษะการสอน การใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอน หรือการประเมินจิตวิทยาความเป็นครู นอกจากนี้ ควรสร้างระบบตรวจสอบและถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการสอบ และพัฒนาระบบอุทธรณ์ให้มีความชัดเจนและเป็นธรรมมากขึ้นการให้ความรู้แก่ผู้สมัครเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของตนในกระบวนการสอบ รวมถึงช่องทางในการร้องเรียนหากพบความไม่ชอบมาพากล ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ควรดำเนินการ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและความเข้าใจที่ถูกต้องในกระบวนการสอบท้ายที่สุด กรณีของครูเบญควรเป็นจุดเริ่มต้นของการทบทวนและปรับปรุงระบบการคัดเลือกครูทั้งระบบ การสร้างมาตรฐานที่เข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับ จะช่วยยกระดับคุณภาพของครูและการศึกษาไทยในระยะยาว เหตุการณ์นี้อาจเป็นบทเรียนราคาแพง แต่หากนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก ก็จะเป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษาไทยอย่างมหาศาลในอนาคต การสร้างความเชื่อมั่นในระบบการคัดเลือกครูไม่เพียงแต่จะดึงดูดคนเก่งและคนดีให้เข้ามาสู่วิชาชีพครูเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการพัฒนาการศึกษาของชาติในอนาคตอีกด้วยภาพ Freepik

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่
อ่าน

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนของทุกปีประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝน มีผลทำให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลายรายต้องประสบกับปัญหาแผ่นป้ายทะเบียนรถหลุดหายระหว่างทาง รวมถึงจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น อุบัติเหตุทำให้ป้ายหลุด หรือตัวยึดป้ายนั้นเกิดสนิมและทำให้ตัวป้ายหลุดออกไปเองกรมการขนส่งทางบกจึงแนะนำว่าให้เจ้าของรถควรตรวจสอบการยึดติดแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งด้านหน้าและท้ายรถให้มีความมั่นคงแน่นหนา เพื่อป้องกันการหลุดหายระหว่างการขับรถ อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ้าของรถที่ทำแผ่นป้ายทะเบียนรถหล่นหาย สามารถขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งความ โดยติดต่อยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบสำหรับกรณีที่เจ้าของรถเป็นบุคคลธรรมดาใช้หลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ หากเจ้าของรถไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน และต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจมาแสดงส่วนกรณีเป็นนิติบุคคล ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี3) หนังสือมอบอำนาจ4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน5) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับกรณีรถที่ติดไฟแนนซ์ ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี (ไฟแนนซ์)3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้เช่าซื้อ5) หนังสือมอบอำนาจ (ไฟแนนซ์) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับการขอแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนมีค่าธรรมเนียมแผ่นป้าย แผ่นละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาท โดยรถที่จดทะเบียนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 5 วันทำการ และรถที่จดทะเบียนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 10 วันทำการ ซึ่งระหว่างนี้สามารถใช้ใบเสร็จรับเงินแทนแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นการชั่วคราวได้ทั้งนี้ ทันทีที่พบว่าป้ายทะเบียนรถหล่นหายเจ้าของรถควรรีบดำเนินการขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนทันที ห้ามทำแผ่นป้ายทะเบียนรถขึ้นเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท จึงขอให้เจ้าของรถระมัดระวังการใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่ง หรือโทรสายด่วน 1584ภาพจาก กรมขนส่งฯ / TNN Online

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่
อ่าน

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนของทุกปีประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝน มีผลทำให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลายรายต้องประสบกับปัญหาแผ่นป้ายทะเบียนรถหลุดหายระหว่างทาง รวมถึงจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น อุบัติเหตุทำให้ป้ายหลุด หรือตัวยึดป้ายนั้นเกิดสนิมและทำให้ตัวป้ายหลุดออกไปเองกรมการขนส่งทางบกจึงแนะนำว่าให้เจ้าของรถควรตรวจสอบการยึดติดแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งด้านหน้าและท้ายรถให้มีความมั่นคงแน่นหนา เพื่อป้องกันการหลุดหายระหว่างการขับรถ อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ้าของรถที่ทำแผ่นป้ายทะเบียนรถหล่นหาย สามารถขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งความ โดยติดต่อยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบสำหรับกรณีที่เจ้าของรถเป็นบุคคลธรรมดาใช้หลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ หากเจ้าของรถไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน และต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจมาแสดงส่วนกรณีเป็นนิติบุคคล ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี3) หนังสือมอบอำนาจ4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน5) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับกรณีรถที่ติดไฟแนนซ์ ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี (ไฟแนนซ์)3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้เช่าซื้อ5) หนังสือมอบอำนาจ (ไฟแนนซ์) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับการขอแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนมีค่าธรรมเนียมแผ่นป้าย แผ่นละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาท โดยรถที่จดทะเบียนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 5 วันทำการ และรถที่จดทะเบียนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 10 วันทำการ ซึ่งระหว่างนี้สามารถใช้ใบเสร็จรับเงินแทนแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นการชั่วคราวได้ทั้งนี้ ทันทีที่พบว่าป้ายทะเบียนรถหล่นหายเจ้าของรถควรรีบดำเนินการขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนทันที ห้ามทำแผ่นป้ายทะเบียนรถขึ้นเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท จึงขอให้เจ้าของรถระมัดระวังการใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่ง หรือโทรสายด่วน 1584ภาพจาก กรมขนส่งฯ / TNN Online

รัฐบาลยืนยันแอปฯ “ทางรัฐ” มีมาตรการป้องกันโจรกรรมข้อมูล อย่ากังวลถูกแฮ็ก
อ่าน

รัฐบาลยืนยันแอปฯ “ทางรัฐ” มีมาตรการป้องกันโจรกรรมข้อมูล อย่ากังวลถูกแฮ็ก

วันนี้ (4 สิงหาคม 2567) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเรื่องสมัคร แอปพลิเคชัน ทางรัฐ ด้วยบัตรประชาชนและสแกนใบหน้า เสี่ยงถูกแฮ็ก เพราะเป็นระบบเปิดเชื่อมไปยังบัญชีธนาคาร นั้นนายคารม กล่าวว่า สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า แอปพลิเคชัน ทางรัฐ ที่ สพร. หรือ DGA ได้พัฒนาขึ้น เพื่อเป็นศูนย์รวมบริการต่าง ๆ ที่รวบรวมบริการภาครัฐ ง่าย จบ ครบทุกช่วงวัย ในแอปพลิเคชันเดียว เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ช่วยอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน ลดการใช้กระดาษ ตอบรับสังคม Paper less รวมถึงทำให้การทำงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดการเกิดปัญหาคอร์รัปชัน โดยได้รับความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ในการนำข้อมูลและบริการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐมาให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน ทางรัฐ ซึ่งข้อมูลและบริการต่าง ๆ เหล่านี้จะได้รับการเชื่อมโยงไปยังหน่วยงานรัฐผู้รับผิดชอบข้อมูลและบริการนั้น ๆ โดยตรง ไม่ได้มีการคัดลอกหรือสำเนาข้อมูล มาไว้ที่ สพร. แต่อย่างใดทั้งนี้ สพร. ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลไปที่หน่วยงานเจ้าของบริการและข้อมูลนั้น ๆ เท่านั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเรียกดูข้อมูลส่วนตัว ซึ่งแอปพลิเคชัน ทางรัฐ เป็นเพียงช่องทางในการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังหน่วยงานต้นทาง และจะไม่มีการเก็บข้อมูลของประชาชนไว้ที่แอปพลิเคชัน ทางรัฐ แต่อย่างใดการเชื่อมโยงไปยังระบบดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มที่ติดตั้งอยู่บนระบบคลาวด์ภาครัฐ (Government Cloud) มีระดับเสถียรภาพ (SLA) ไม่น้อยกว่า 99.5% และเป็นระบบที่มีมาตรการป้องกันการโจรกรรมข้อมูลอย่างรัดกุม มีความปลอดภัยสูง ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 ระบบการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Management Systems ISMS)ตลอดจนแอปพลิเคชัน ทางรัฐ และระบบงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีการดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ดังนั้น ข้อมูลส่วนบุคคลที่แสดงในแอปพลิเคชัน ทางรัฐ สามารถเข้าถึงได้เฉพาะเจ้าของข้อมูลและผู้มีอำนาจตามกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลเท่านั้นรัฐบาลยืนยันแอปพลิเคชัน ทางรัฐ และระบบงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการโจรกรรมข้อมูลอย่างรัดกุม มีความปลอดภัยสูง ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 ระบบการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Management Systems ISMS) มั่นใจได้ว่า ข้อมูลจะไม่ถูกเปิดเผยไปภายนอกได้ภาพจาก AFP / TNN ONLINE

ข่าวดี! เปิดรับคนไทยฝึกงานญี่ปุ่น มีเบี้ยเลี้ยง ยื่นใบสมัครออนไลน์ฟรี เช็กเลยที่นี่
อ่าน

ข่าวดี! เปิดรับคนไทยฝึกงานญี่ปุ่น มีเบี้ยเลี้ยง ยื่นใบสมัครออนไลน์ฟรี เช็กเลยที่นี่

วันนี้ (31 กรกฎาคม 2567) นายคารม พรพลกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ประกาศรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นผ่านองค์กร IM Japan ปี 2567 ครั้งที่ 6 (เพศชาย) ในตำแหน่งผู้ฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิค ประเภทงานอุตสาหกรรมการผลิตและงานก่อสร้าง อาทิ งานหล่อแบบ กลึง / ขึ้นรูป / ชุบ / เชื่อมโลหะ ประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บำรุงรักษาเครื่องจักร บำรุงรักษารถยนต์ แปรรูปอาหาร ก่อสร้างแบบหล่อ ก่อสร้างโครงเหล็ก เดินท่อ เป็นต้นโดยเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 31 สิงหาคม 2567 ไม่เว้นวันหยุดราชการ ฟรีค่าตั๋วเครื่องบินไป - กลับ เมื่อฝึกปฏิบัติงานครบ 3 ปี โดยผู้ผ่านการคัดเลือก เดือนแรกจะได้รับเบี้ยเลี้ยง 80,000 เยน หรือประมาณ 18,420 บาท ฟรี ค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 36 จะได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนด เมื่อสำเร็จการฝึกปฏิบัติครบ 3 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงานทางเทคนิค และเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพจำนวน 600,000 เยน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเมื่อเดินทางกลับประเทศไทยผู้ที่สนใจสามารถสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ลงทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนคนหางาน และดำเนินการสมัครไปทำงาน โดยเลือกหัวข้อ สมัครไปทำงานโดยรัฐจัดส่ง สมัครไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นสำหรับ คุณสมบัติเบื้องต้นเป็นเพศชาย อายุ 18 - 30 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือปริญญาตรีไม่จำกัดสาขาวิชา สูงไม่ต่ำกว่า 160 เซนติเมตร สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ พ้นภาระทางทหาร ไม่มีรอยสักบนร่างกาย ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่เคยทำงานหรือเข้าเมืองหรือพำนักโดยผิดกฎหมายหรือต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น เป็นต้น สำหรับการสอบคัดเลือกจะใช้วิธีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และประเมินภาษาญี่ปุ่น ณ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร โดยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภายในวันที่ 6 กันยายน 2567 ทางเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas และ facebook: IMthailandผู้สนใจสามารถศึกษาวิธีการลงทะเบียน คุณสมบัติผู้สมัครและเอกสารที่เกี่ยวข้องที่เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ toea.doe.go.th รายการ ข่าวประกาศรับสมัคร หัวข้อ ประกาศคณะอนุกรรมการจัดส่งผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น เรื่อง การรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น โดยผ่านองค์กร IM Japan ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ครั้งที่ 6 (เพศชาย) ณ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 - 10 หรือกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน โทร. 0 2245 9428 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน น

ทำงานญี่ปุ่น! รับสมัครคนไทย ยื่นใบสมัครทางออนไลน์ฟรี เช็กเลยที่นี่
อ่าน

ทำงานญี่ปุ่น! รับสมัครคนไทย ยื่นใบสมัครทางออนไลน์ฟรี เช็กเลยที่นี่

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ประกาศรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นผ่านองค์กร IM Japan ปี 2567 ครั้งที่ 6 (เพศชาย) ในตำแหน่ง ผู้ฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิค ประเภทงานอุตสาหกรรมการผลิตและงานก่อสร้าง อาทิ งานหล่อแบบ กลึง / ขึ้นรูป / ชุบ / เชื่อมโลหะ ประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บำรุงรักษาเครื่องจักร บำรุงรักษารถยนต์ แปรรูปอาหาร ก่อสร้างแบบหล่อ ก่อสร้างโครงเหล็ก เดินท่อ เป็นต้นโดยเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 31 สิงหาคม 2567 ไม่เว้นวันหยุดราชการ ฟรีค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ เมื่อฝึกปฏิบัติงานครบ 3 ปี โดยผู้ผ่านการคัดเลือก เดือนแรกจะได้รับเบี้ยเลี้ยง 80,000 เยน หรือประมาณ 18,420 บาท ฟรี ค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 36 จะได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนด เมื่อสำเร็จการฝึกปฏิบัติครบ 3 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงานทางเทคนิค และเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพจำนวน 600,000 เยน หรือประมาณ 138,200 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2567) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเมื่อเดินทางกลับประเทศไทยผู้ที่สนใจสามารถสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ลงทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนคนหางาน และดำเนินการสมัครไปทำงาน โดยเลือกหัวข้อ สมัครไปทำงานโดยรัฐจัดส่ง สมัครไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นคุณสมบัติเบื้องต้นเป็นเพศชาย อายุ 18 - 30 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือปริญญาตรีไม่จำกัดสาขาวิชา สูงไม่ต่ำกว่า 160 เซนติเมตร สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ พ้นภาระทางทหาร ไม่มีรอยสักบนร่างกาย ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่เคยทำงานหรือเข้าเมืองหรือพำนักโดยผิดกฎหมายหรือต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น เป็นต้น สำหรับการสอบคัดเลือกจะใช้วิธีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และประเมินภาษาญี่ปุ่น ณ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร โดยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภายในวันที่ 6 กันยายน 2567 ทางเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas และ facebook: IMthailandทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษาวิธีการลงทะเบียน คุณสมบัติผู้สมัครและเอกสารที่เกี่ยวข้องที่เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ toea.doe.go.th รายการ ข่าวประกาศรับสมัคร หัวข้อ ประกาศคณะอนุกรรมการจัดส่งผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น เรื่อง การรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น โดยผ่านองค์กร IM Japan ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ครั้งที่ 6 (เพศชาย) ณ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 - 10 หรือกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน โทร. 0 2245 9428 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

ทำความรู้จัก “โรงสีปริญญา” โรงงานผลิตวุฒิการศึกษา ที่เกลื่อนเป็นพันในสหรัฐฯ
อ่าน

ทำความรู้จัก “โรงสีปริญญา” โรงงานผลิตวุฒิการศึกษา ที่เกลื่อนเป็นพันในสหรัฐฯ

p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px 'Helvetica Neue'} p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px 'Helvetica Neue'; min-height: 15.0px} p.p3 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px Thonburi} p.p4 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px 'Helvetica Neue'; min-height: 16.0px} p.p5 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px Thonburi; min-height: 18.0px} li.li1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px 'Helvetica Neue'} span.s1 {font: 13.0px Thonburi} span.s2 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'} span.s3 {font: 9.0px Menlo} ul.ul1 {list-style-type: disc}วุฒิปริญญาเอกของเธอที่ระบุในใบสมัคร สว. เขียนว่า Doctor of Philosophy (PhD) Associate Professor in Business Administration California Universityเมื่อเข้าไปตรวจสอบกลับพบว่าเป็นชื่อสถานที่ที่กล่าวอ้างเป็นมหาวิทยาลัยที่เคยตกเป็นข่าวมาแล้วในอดีตอาจารย์อ๊อด หรือ รศ.ดร.วีรชัยพุทธวงศ์อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลกับทีมข่าวทีเอ็นเอ็น พร้อมส่งภาพอาคารของสถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนคลินิทันตกรรมที่มีป้ายชื่อ California University อยู่ไม่เพียงเท่านั้นอาจารย์อ๊อดยังโพสต์ต่อว่ามหาวิทยาลัยนี้ไม่อยู่ในสารบบของสหรัฐอเมริกาแต่อย่างไรแต่เป็นห้องแถวอยู่ในเขตย่านคนจนเป็นของคนฟิลิปปินส์คนไทยคนหนึ่งพาเข้าไปชมข้างในมหาวิทยาลัยเลยครับจะพบว่ามีโต๊ะอยู่โต๊ะเดียวแล้วก็ให้เบอร์โทรไปซื้อขายกันเองในตึกนี้ก็เป็นที่ทำฟันเป็นที่เลี้ยงเด็กอาจารย์อ๊อดระบุต่อสำหรับสื่ออเมริกันนั้นเรียกธุรกิจเช่นนี้ว่าDiploma Millหรือโรงสีปริญญาคือนิติบุคคลจดทะเบียนในลักษณะสถาบันการศึกษาที่มอบวุฒิปริญญาให้ผู้ใช้บริการได้แทบทุกด้านตั้งแต่วิชาชีพเฉพาะด้านปริญญาตรีและปริญญาเอกในไทยใช้คำว่าปริญญาห้องแถวโดยในรัฐแคลิฟอร์เนียจากผลการตรวจสอบย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนพบว่ามีธุรกิจเช่นนี้มากที่สุดในประเทศถึง134แห่งโดยเว็บไซต์Get Educatedอธิบายว่าเพราะกฎหมายของรัฐเอื้อให้ธุรกิจเหล่านี้ได้รับใบอนุญาตประกอบสถานศึกษาแต่ไม่ถือเป็นสถาบันศึกษาที่ผ่านการรับรองในการออกใบปริญญาที่ถูกต้อง---ซื้อปริญญาง่ายกว่าเข้าเรียน---โรงสีปริญญา(Diploma Mill)หมายถึงบริษัทหรือองค์กรที่อ้างว่าตัวเองเป็นสถาบันการศึกษาขั้นสูงแต่สิ่งที่ผลิตออกมาก็คือปริญญาหรือประกาศนียบัตรที่อ้างว่าบุคคลที่ได้รับไปนั้นมีความโดดเด่นจากประสบการณ์ในชีวิตหรือประสบการณ์ทางสังคมโดยได้ไปประเมินผลงานในอดีตของบุคคลนั้นๆและให้ผ่านเกณฑ์ขององค์กรตนซึ่งจะออกปริญญาหรือประกาศนียบัตรบางอย่างเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตอาทิการไปสมัครงานการประกอบวิชาชีพขั้นสูงหรือใช้เทียบวุฒิทางการเมืองที่มาของศัพท์นี้หมายถึงการเน้นผลิตเพียงแต่กระดาษแผ่นเดียวออกมาให้การรับรองบุคคลที่มีทุนทรัพย์มากพอที่จะจ่ายให้องค์กรเท่านั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาหรือการสั่งสมองค์ความรู้ไม่ต่างอะไรกับโรงสีที่เน้นแต่สีธัญพืชออมาให้ได้จำนวนมากๆโดยไม่สนคุณภาพแต่อย่างใดส่วนสาเหตุที่ธุรกิจชนิดนี้เพิ่มมากขึ้นจากมาตรการของรัฐดังที่อ.อ๊อดเสนอมานั้นพบว่าด้วยการปกครองแบบมลรัฐหรือรัฐรวมทำให้รัฐบาลกลางไม่สามารถที่จะRegulatedระเบียบแบบแผนทางการศึกษาให้เป็นเนื้อเดียวกันได้ดังนั้นการใช้ศัพท์ว่าUniversityจึงไม่ได้หมายความว่าเป็นมหาวิทยาลัยหรือที่ที่ให้การศึกษาขั้นสูงต้องเข้าเรียนCrossworksหรือทำวิทยานิพนธ์(Dissertation/Thesis)เพื่อให้ได้ศักดิ์และสิทธิทางปริญญาเรื่องนี้แม้แต่อำนาจตุลาการสหรัฐฯก็ยังออกมาให้การสนับสนุนเนื่องจากการศึกษาของอเมริกานั้นไม่ได้มีแต่เพียงทางโลก(Secular)แต่ยังมีทางศาสนา(Religion)อย่างการศึกษาไบเบิลการศึกษาคำสอนของพระเจ้าหรือการศึกษาพระคำภีร์เรื่องเหล่านี้หากรัฐบาลกลางมีมาตรฐานทางการศึกษาแบบครอบคลุมก็จะทำให้หายไปเพราะการศึกษาเหล่านี้เรียนไม่เหมือนกับที่เราคุ้นเคยอย่างการสอบโดยการตีความคำสอนของพระผู้เป็นเจ้าหรือการแสดงตนเป็นคริสเตียนได้มากน้อยเพียงใดดังนั้นองค์กรที่ให้การรับรองปริญญาบัตรจึงสามารถที่จะใช้ศัพท์ว่าUniversityต่อท้ายได้โดยไม่มีความผิดฐานหลอกลวงและยังสามารถที่จะให้การรับรองปริญญาหรือถึงขั้นออกใบปริญญาให้ได้หากลูกค้าจ่ายเงินตามจำนวนทั้งยังได้รับอานิสงส์จากการคุ้มครองด้านการศึกษาทางศาสนาแม้จะไม่เกี่ยวกันโดยตรงแต่ตรงนี้คือช่องโหว่ให้สามารถดำเนินการทางธุรกิจได้เมื่อมาตรการควบคุมโดยรัฐไม่สามารถทำอะไรDiploma Millได้แบบนี้จะทำอย่างไรดี?งานศึกษา Degrees of Doubt: Legitimate, real and fake qualifications in a global marketได้เสนอว่า เราไม่สามารถที่จะห้ามไม่ให้ผู้คนซื้อการศึกษาได้ดังนั้นนายจ้างและตลาดแรงงานควรหันมาโฟกัสที่การตรวจสอบว่าแรงงานเหล่านั้นใช้บริการDiploma Millหรือไม่จะดีกว่าหากนายจ้างต้องการตรวจสอบเฉพาะปริญญาในสหรัฐฯให้ยึด4ฐานข้อมูลนี้ไว้ได้แก่Association of Commonwealth Universities (2005) Commonwealth Universities Yearbook (London: Association of Commonwealth Universities).Bear, J. Bear, M. (2003) Bears Guide to Earning Degrees by Distance Learning (Berkeley, CA: Ten Speed Press).International Association of Universities (2003) International Handbook of Universities (Paris: International Association of Universities; Stockton Press).National Office of Overseas Skills Recognition/Australian Education International Country Education Profiles available online at: http://aei.dest.gov.au/AEI/ PublicationsAndResearch/CEP/CEPs.htm.อีกอย่างหนึ่งคือต้องตรวจสอบงานวิจัย/วิทยานิพนธ์ในฐานะส่วนหนึ่งของการสำเร็จการศึกษาว่าได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนักล่า(Predatory Journals)หรือวารสารหลอกลวง(Pseudo journals)หรือไม่?ยกตัวอย่างงานวิจัยของสว.สาวท่านนี้ชื่อว่าThe Concepts for Development of Thai Public Organization in the New World System ซึ่งหัวเรื่องคือการศึกษาองค์กรอิสระของไทยแต่กลับตีพิมพ์ในวารสารอนุรักษ์วัตถุโบราณของจีน(Journal of Sciences of Conservation and Archaeology)ตรงนี้ถือว่าแปลกอย่างมากยังไม่รวมกับการที่DOI: 10.57030/sci-arch-36.3.24.11ของวารสารนี้ไม่ปรากฏบนฐานข้อมูลวารสารต่างประเทศหรือหลักฐานการอ้างอิงที่ไม่เกี่ยวข้องกับขอบข่ายงานวิจัยรวมถึงงานวิจัยที่อ้างอิงก็มีการอ้างอิงทับซ้อนกันไปมาอีกด้วย---ปริญญาห้องแถวดีกรีอเมริกัน---ข้อมูลจากUS News Educationระบุว่าCalifornia University FCEเป็นโรงเรียนมัธยมที่มีนักเรียนประมาณ100คนส่วนใหญ่เป็นนักเรียนที่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์หรือเชื้อชาติที่ไม่ใช่คนผิวขาวขณะเดียวกันก็มีข้อมูลส่วนหนึ่งว่าCalifornia University FCEเป็นองค์กรที่ให้บริการประเมินคุณวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศเพื่อให้ได้การเทียบเท่ากับคุณวุฒิในสหรัฐอเมริกาFCE ในชื่อ California University FCE หมายถึง Foreign Credential Evaluation หรือการประเมินคุณวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศเนื่องจากองค์กรนี้ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์กร National Association of Credential Evaluation Services (NACES) หรือ Association of International Credential Evaluators (AICE) NACES ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำในด้านการประเมินคุณวุฒิ จึงถูกตั้งคำถามถึงความมั่นใจในมาตรฐานและความน่าเชื่อถือขององค์กรแหล่งอ้างอิงบทความ Degrees of Doubt: Legitimate, real and fake qualifications in a global markethttps://www.geteducated.com/college-degree-mills/347-top-10-states-diploma-mill-degree-mills/#/