TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “买个阿拉斯加驾驶执照{官网:ban58.com}-专业买个阿拉斯加驾驶执照(证件网:bbzz58.com)-富锦买个阿拉斯加驾驶执照哪里有-可以找买个阿拉斯加驾驶执照1h” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต เดินช้อป ชิมสตรีทฟู้ด ไปดูวง น้องเนเน่ เปิดหมวก
ก่อนมา เที่ยวภูเก็ต หากกำลังมองหาสถานที่เดินเล่นยามเย็น ที่รวมทั้งของกิน ของช้อป และบรรยากาศท้องถิ่นไว้ในที่เดียว เราขอแนะนำ ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต หรือที่หลายคนเรียกว่า Naka Market คือหนึ่งในแลนด์มาร์คที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ เพราะเป็น ตลาดนัดกลางคืน ภูเก็ต ขนาดใหญ่ ที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ อีกทั้งยังมีวงดนตรีต่างๆ หมุนเวียนมา เล่นดนตรีสด โดยเฉพาะ วงเปิดหมวกที่กำลังมาแรงในขณะนี้ วง Ozone ของ น้องเนเน่ หรือ Nene Royal จากเวที อเมริกาก็อตทาเลนต์ นั่นเอง AB_Production / Shutterstock.com ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต จบในที่เดียวสตรีทฟู้ด ของฝาก ดนตรีสด ครบๆ ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต คือที่ไหน? ตลาดท้ายรถนาคา หรือ Naka Market เป็น ตลาดนัดกลางคืน ขนาดใหญ่ ของภูเก็ต ที่ตั้งอยู่บน ถนนวิรัชหงษ์หยก ใกล้กับศูนย์การค้า เซ็นทรัล ภูเก็ต ภายในตลาดแบ่งออกเป็นหลายโซน ทั้ง โซนอาหาร โซนเสื้อผ้า ของใช้ ของฝาก งานแฮนด์เมด และสินค้าวินเทจ จนได้รับฉายาว่าเป็น "จตุจักรแห่งภูเก็ต" เพราะมีร้านค้าให้เลือกเดินมากมายหลายร้านเลยทีเดียวค่ะ ibrahim mihcioglu / Shutterstock.com จุดเด่นของตลาดท้ายรถนาคา 1. สวรรค์ของสายกิน ใครเป็นสายสตรีทฟู้ดต้องถูกใจ เพราะมีอาหารให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ซีฟู้ดย่างสด โรตีภูเก็ต น้ำผลไม้ปั่น ขนมพื้นเมืองภูเก็ต ขนมหวานไทย อาหารนานาชาติ ของทอด และของกินเล่น ราคาเริ่มต้นไม่แพง เหมาะกับการเดินชิมไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งตลาด เรียกว่าทำให้เพลินๆ อิ่มอร่อย ในราคาสบายกระเป๋า Carlos Huang / Shutterstock.com 2. แหล่งช้อปปิ้งราคาประหยัด ภายในตลาดมีร้านขายสินค้าให้เลือกจำนวนมาก เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ ของแต่งบ้าน ของเล่น เคสมือถือ ของสะสม ของมือสอง มาที่นี่ เราสามารถเดินเลือกซื้อสินค้าได้หลายร้านในที่เดียว เรียกได้ว่า มาเดินเที่ยวที่เดียว ได้ของครบๆ อย่างที่อยากได้เลยล่ะค่ะ Carlos Huang / Shutterstock.com 3. ของฝากจากภูเก็ตครบ สำหรับสายเที่ยว ใครที่กำลังหาซื้อของฝากกลับบ้าน ซื้อได้ครบในที่เดียว ที่นี่มีให้เลือกมากมายเลยทั้ง เสื้อยืดลายภูเก็ต ผ้าบาติก ขนมพื้นเมือง ของที่ระลึก งานแฮนด์เมด สินค้าท้องถิ่น belonchreature / Shutterstock.com 4. ดนตรีสด บรรยากาศคึกคัก ช่วงเย็นถึงค่ำ ตลาดจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ มีดนตรีสด และร้านอาหารเรียงรายตลอดทาง ทำให้เดินได้เพลินหลายชั่วโมงเลยค่ะ โดยเฉพาะวงดนตรีสดที่จะมาหมุนเวียนสลับกันไป โดยที่กำลังไวรัลสุดๆ ในตอนนี้ คงหนีไม่พ้น วง Ozone ของ น้องเนเน่ หรือ Nene Royal จากเวที อเมริกาก็อตทาเลนต์ที่เรียกยอดวิวกว่าร้อยล้านจากทั่วโลกได้ในไม่กี่ชั่วโมง สำหรับใครที่อยากมาดูการแสดง ดนตรี เปิดหมวด ของน้องๆ วง Ozone และมาให้กำลังใจน้องเนเน่ ก็สามารถมาที่ ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต นี้ได้เลยค่ะ โดยในแต่ละวัน วงจะขึ้นเล่นกี่โมง แนะนำให้ดูจาก เพจ FB Nakamarket-ตลาดท้ายรถนาคา-ภูเก็ต หรือ FB Nene Royal โดยทางเพจของตลาดมักจะมีการไลฟ์สดการแสดงให้ได้ชมอีกด้วยค่ะ ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต เวลาเปิด - ปิด 📆 เปิดเฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ ⏰ เวลา 16.00-23.00 น. Iryna Rasko / Shutterstock.com การเดินทางไป ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต 🚗 รถยนต์ส่วนตัว ค้นหาใน Google Maps ว่า Naka Market ตลาดอยู่บนถนนวิรัชหงษ์หยก ใกล้เซ็นทรัล ภูเก็ต มีพื้นที่จอดรถบริเวณตลาด และพื้นที่ใกล้เคียง 🚗 รถแท็กซี่ / Grab สามารถเรียก Grab หรือแท็กซี่จาก ตัวเมืองภูเก็ต / หาดป่าตอง / กะตะ / กะรน / กะมลา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-40 นาที ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้น 🚌 รถสองแถว สามารถนั่งรถสองแถวเข้าตัวเมืองภูเก็ต แล้วต่อ รถแท็กซี่หรือ Grab มายังตลาดได้สะดวก ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต เป็นตลาดนัดกลางคืนยอดนิยมที่รวมทั้งอาหารอร่อย สินค้าแฟชั่น ของฝาก และบรรยากาศสุดคึกคักไว้ในที่เดียว เหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตคนภูเก็ต และสายช้อปที่กำลังมองหาของดีราคาย่อมเยา หากมีโอกาสมาเที่ยวภูเก็ตในช่วงสุดสัปดาห์ ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในพิกัดที่ไม่ควรพลาดเลยนะ! AB_Production / Shutterstock.com ข้อมูล ตลาดท้ายรถนาคา ภูเก็ต ✨ ที่อยู่ : ถนนวิรัชหงษ์หยก อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/MWrFf7goi3PBbfKN8 ⏰ เปิดให้เข้าชม : เปิดเฉพาะ วันเสาร์ - อาทิตย์ 16.00-23.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/ChaofaVarietyWeekendMarket ที่เที่ยวภูเก็ต ที่น่าสนใจอื่นๆ 25 ที่เที่ยวภูเก็ต 2569 ทะเล เมืองเก่า วัดสวย ครบๆ เที่ยวฉ่ำๆ 5 จุดเช็กอิน ที่เที่ยวภูเก็ต ธรรมชาติ สุดชิล บรรยากาศดี ถ่ายรูปสวย
ที่เที่ยวดัง • 5 วันที่แล้ว
Ford สายลุยน้ำ เขากระโจม
ขับ Ford สายลุยน้ำ ณ เขากระโจม สวนผึ่ง จังหวัดราชบุรี ที่นี่เหมาะสำหรับรถโฟร์วิว ขับเคลื่อน 4 ล้อนะ
TheKING • 2 ก.พ. 69
ZTZ96A(P) สุดยอดรถพรีเมียมเปิดสายจีน คุ้มแน่นอน ! | WAR THUNDER
#LazyCUTx fb : https://www.facebook.com/LazyCUTx discord : https://discord.gg/7YWjyNvKr3 - โดเนทได้เลยจ้า ทำช่องทางใหม่แล้ว อิอิ : https://tipme.in.th/lazycutx - My Hardware : -Ryzen 5 2600 -RTX3060ti -16 GB of Ram -120GB of SSD \ 1TB of HDD WIN 10 HOME
Online Station • 22 มี.ค. 67
สิทธิพิเศษ
บริการส่งเอกสาร
บริการส่งเอกสาร (Messenger Service) สามารถติดต่อขอให้บริการผ่าน TrueBlack Call Center 1236 หรือ +6699 998 1236 จากต่างประเทศ 1. ทรูมอบสิทธิ์ให้กับลูกค้า จำนวน 2 ครั้ง/1 บัตรประชาชน / ปีปฎิทิน โดย- สิทธิ์ครั้งที่ 1 ระหว่าง มกราคม - มิถุนายน- สิทธิ์ครั้งที่ 2 ระหว่าง กรกฎาคม - ธันวาคม2. บริการรับ-ส่งเอกสารฟรี ระหว่างจุด 2 จุดเท่านั้น3. ลูกค้าสามารถขอรับบริการล่วงหน้าได้ไม่เกิน 5 วันทำการ4. พื้นที่ให้บริการ: เขตกรุงเทพและปริมณฑลเท่านั้น (นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ)5. เฉพาะสินค้าน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม, ไม่แตกหัก หรือต้องใช้ความระมัดระวังพิเศษ และขนส่งได้ด้วยมอเตอร์ไซค์
บริการทั่วไป • 2 ต.ค. 66
อ่าน
บขส. ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขั้นตอนใช้สิทธิ์ ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส.
บขส. หรือ BKS เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ประชาชนใช้สิทธิ์เดินทางด้วย รถโดยสารสาธารณะ ได้! โดย รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ 60% ส่วนประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ และกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ วิธีใช้ ไทยช่วยไทยพลัส 2569 เติมเงินเท่าไหร่ ซื้ออะไร คนละครึ่งพลัส Narin Nonthamand / Shutterstock.com ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส. ขั้นตอนการใช้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส รถโดยสาร บขส. มีเงื่อนไขดังนี้ สามารถใช้สิทธิผ่าน แอปพลิเคชัน เป๋าตัง ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ระยะเวลา 4 เดือน ในช่วง เวลา 06.00-23.00 น. ณ ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสารของสถานีเดินรถ BKS จำนวน 139 แห่งทั่วประเทศ ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ภายในวงเงินที่ได้รับสิทธิจากรัฐ 200 บาทต่อวัน กรณีที่ค่าโดยสารเกินวงเงินที่ได้รับต้องจ่ายส่วนต่างเป็นเงินสด หรือใช้วงเงินในแอปฯ เป๋าตัง จ่ายก็ได้ ซื้อตั๋วรถโดยสารได้ทุกมาตรฐาน ทุกเส้นทาง ใช้ร่วมกับ สิทธิส่วนลดค่าโดยสารของ สมาชิก BKS Member ได้ 5-10% ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด เมื่อซื้อตั๋วโดยสารแล้วไม่สามารถคืนตั๋วได้ทุกกรณี กรณีผู้ใช้สิทธิซื้อตั๋วรถโดยสารโดยไม่ได้เดินทางเอง ต้องแจ้งชื่อผู้เดินทาง พร้อมเลขที่บัตรประชาชนของผู้เดินทางก่อนการออกตั๋วรถโดยสาร Wanolan Sriboonkam / Shutterstock.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และจองตั๋ว BKS ได้ที่ เว็บไซต์ BKS https://tcl99web.transport.co.th Application : BKS E ticket Facebook Page : บขส. https://www.facebook.com/BorKorSor99 ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร BKS ทั่วประเทศ โทร. 0-2936-3660
ทราเวล ทิปส์ • 28 พ.ค. 69
อ่าน
วิริยะประกันภัย – ขนส่งทางบก จัดอบรมใบขับขี่ ปี 2569 เสริมทักษะผู้ขับขี่มือใหม่ มุ่งสู่ถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืน
วิริยะประกันภัย จับมือ กรมการขนส่งทางบก ร่วมเสริมสร้างรากฐานความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับทักษะการขับขี่ พร้อมปลูกฝังพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้น 4 รอบ ได้แก่ รอบกรุงเทพฯ “27 - 28 มิ.ย. และ 22 – 23 ส.ค.” รอบนครนายก “11 - 12 ก.ค.” และระยอง “5 - 6 ส.ค.” เปิดรับเฉพาะผู้ไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ยังคงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของบริษัทฯ ที่ดำเนินควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงภัยให้กับประชาชน โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันกิจกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนในหลากหลายมิติ อันนำไปสู่การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนในภาพรวม ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างรากฐานความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มาอย่างต่อเนื่องกว่า 35 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 โดยมุ่งหวังให้กลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์มือใหม่ และผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจรที่ถูกต้อง มีทักษะการขับขี่ที่ดี ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานการใช้รถใช้ถนนของสังคมไทยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ปี 2569 นี้ บริษัทฯ มีกำหนดจัดโครงการอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ทั้งหมด 4 รุ่น แบ่งเป็น “รอบส่วนกลาง” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 381 วันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 และ รุ่นที่ 382 วันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร และ “รอบส่วนภูมิภาค” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 165 วันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก และ รุ่นที่ 166 วันที่ 5-6 กันยายน 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง โดยผู้เข้ารับอบรมฯ จะได้รับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขับรถ จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ ตลอดจนข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งภายหลังอบรมเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้าอบรมฯ จะมีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) และทดสอบปฏิบัติขับรถยนต์ ตามมาตรฐานความปลอดภัยและระเบียบเดียวกับการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ในวันเวลาราชการ หากสอบผ่านจะได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ทันที ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายพิการ หรือมีโรคประจำตัวที่อาจก่อให้เกิดอันตรายขณะขับขี่ยานพาหนะ และต้องไม่อยู่ระหว่างการถูกยึด หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ พร้อมเตรียมเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ตามแบบแพทยสภารับรอง (อายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ออกเอกสารจนถึงวันเข้าอบรม) โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) แผนกกิจกรรมเพื่อสังคม โทรศัพท์หมายเลข 02-129-8888 ต่อ 7419, 7422, 7443
ทันหุ้น • 8 พ.ค. 69
อ่าน
ออมสินปล่อยกู้โซลาร์ 3.5% หนุน EV วงเงิน 5 พันล้าน สู้วิกฤตพลังงาน
#ทันหุ้น ออมสินหนุนรัฐช่วยคนไทยรับมือวิกฤตพลังงานเปิดให้กู้ติดโซลาร์เซลล์ดอกเบี้ยเริ่มต้น3.5%ต่อปีด้านสินเชื่อEVให้กู้ผ่านNon-Bankวงเงินรวม5,000ลบ.ภายใต้โครงการGSB Soft Loanนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ธนาคารออมสินจัดทำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย เพื่อเสริมสภาพคล่องช่วยประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงสนับสนุนการขยายธุรกิจของ SMEs วงเงินโครงการ 100,000 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งให้จัดสรรสำหรับปล่อยสินเชื่อที่สนับสนุนการปรับตัวของประชาชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้านพลังงาน ในช่วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน ได้แก่ สินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ สินเชื่อเพื่อการซื้อยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท รวมวงเงินทั้ง 2 สินเชื่อที่ได้รับจัดสรรตามวัตถุประสงค์นี้ เป็นเงิน 5,000 ล้านบาท โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำSoft Loan GSBพลิกฟื้นธุรกิจไทย:กรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชนวงเงิน5,000ล้านบาทประกอบด้วย1.สินเชื่อเพื่อการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สนับสนุนการลงทุนในพลังงานทางเลือกเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวโดยประชาชนสามารถยื่นกู้โดยตรงกับธนาคารออมสินทั้งแบบไม่มีหลักประกัน(Clean Loan)วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน500,000บาทมีเงินดาวน์20%อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น2ปีแรกเท่ากับ3.50%ต่อปีและแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันวงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน1ล้านบาทสามารถกู้แบบมีเงินดาวน์10%และ20%อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น5ปีแรกเท่ากับ3.25%ต่อปี(กรณีเงินดาวน์20%)และ3.50%ต่อปี(กรณีเงินดาวน์10%)ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกำหนดระยะเวลาผ่อนสูงสุดไม่เกิน7ปีและสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามมาตรการภาครัฐผู้สนใจสามารถติดต่อยื่นขอกู้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปหมดเขตวันที่31มีนาคม2570หรือจนกว่าจะมีผู้ขอกู้ครบตามวงเงินโครงการ2.สินเชื่อเพื่อการจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า: EVสนับสนุนการปรับตัวด้านการขนส่งการเดินทางการประกอบอาชีพและธุรกิจที่ใช้พลังงานทดแทนเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนกิจการด้านขนส่งโดยธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ประชาชนยื่นกู้กับผู้ให้บริการทางการเงินอื่นๆที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน(Non – Bank)และสถาบันการเงินที่ทำธุรกิจสินเชื่อรถยนต์และจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมโครงการSoft Loan GSBพลิกฟื้นธุรกิจไทยสำหรับการกู้ซื้อยานยนต์ไฟฟ้ามือแรก(ป้ายแดง)ในประเภทรถยนต์เช่นBEV, PHEV, HEV, FCEVคิดอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน5%ต่อปีส่วนประเภทรถจักรยานยนต์คิดอัตราดอกเบี้ยผู้กู้ไม่เกิน10%ต่อปีเงื่อนไขอื่นเป็นไปตามที่สถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินอื่นๆที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน(Non-Bank)เป็นผู้กำหนดขึ้นตามนโยบายของแต่ละแห่งผู้สนใจสามารถติดต่อเลือกใช้บริการได้ตามที่สะดวกตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปสอบถามข้อมูลโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำSoft Loan GSBพลิกฟื้นธุรกิจไทย(โครงการย่อยกรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน–ติดตั้งโซลาร์เซลล์และจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า)ได้ที่ธนาคารออมสินGSB Contact Centerโทร. 1115และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.gsb.or.th
ทันหุ้น • 20 เม.ย. 69
อ่าน
7 ข้อควรรู้ เช่ารถขับที่โอกินาว่า ข้อควรระวังและกฏจราจร
ถ้ากำลังคิดจะเช่ารถขับเที่ยวโอกินาว่าแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นยังไงดี เราจะพาคุณไปดู 7 ข้อควรรู้ ที่ควรทราบก่อนขับรถเที่ยวในโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นข้อควรระวังเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้การเดินทางปลอดภัยมากขึ้น หรือกฏจราจรที่อาจแตกต่างจากที่บ้านเรา เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกผจญภัยบนท้องถนนของเกาะนี้กัน 7 ข้อควรรู้ เช่ารถขับที่โอกินาว่า ข้อควรระวังและกฏจราจร 1. เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ต้องใช้คาร์ซีท ที่ญี่ปุ่น การให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบนั่งในรถ กำหนดให้ผู้ขับขี้ต้องใช้คาร์ซีทในรถยนต์ ดังนั้นเมื่อจองรถ อย่าลืมจองคาร์ซีทด้วย 2. ระวังเลนรถบัสช่วงเช้าและเย็นในชั่วโมงเร่งด่วน ที่โอกินาว่ามีกฎข้อบังคับของเลนรถบัส เพื่อให้รถบัสวิ่งได้ก่อนในช่วงเวลาเช้า และเย็น กำหนดให้ใช้ในถนนหลวงหมายเลข 58 ของโอกินาว่า และถนนโคคุไซโดริ ช่วงเวลานี้ห้ามรถยนต์ทั่วไปวิ่งผ่านเลนนี้ โปรดใช้ความระมัดระวังเพื่อป้องกันการถูกเรียกตรวจสอบ 3. วิธีการใช้ที่จอดรถระบบไม้กั้นรถยนต์ รับบัตรจอดรถจากเครื่องออกบัตร และเข้าสู่ที่จอดรถ จอดรถบริเวณที่ว่างภายในลานจอด เมื่อต้องการออกจากที่จอดรถ ขับไปที่ประตูทางออก เสียบบัตรจอดรถ และชำระเงิน หากต้องการใบเสร็จรับเงิน กดปุ่มเพื่อออกใบเสร็จรับเงิน เมื่อไม้กั้นรถยนต์เปิด ตรวจสอบว่าไม่มีคนหรือรถยนต์อยู่รอบๆ ก่อนออกจากที่จอดรถ 4. วิธีการใช้ที่จอดรถระบบล็อคล้อ จอดรถบริเวณที่ว่างภายในลานจอด เมื่อต้องการออกจากที่จอดรถ กดหมายเลขช่องจอดรถที่เครื่องชำระเงิน เครื่องจะคำนวนค่าที่จอดให้ หากต้องการใบเสร็จรับเงิน กดปุ่มเพื่อออกใบเสร็จรับเงิน ตรวจสอบว่าแผ่นล็อคเลื่อนลงมาระนาบกับพื้น ค่อยขับรถออกจากที่จอด*ปัจจุบัน มีประเภทที่ให้ชำระเงินก่อน กรุญาตรวจสอบเมื่อทำการจอดรถ* 5. ทางด่วนมี 2 ประเภท ช่องสำหรับ ETC และช่องทางปกติ ทางด่วนของญี่ปุ่น มีช่องสำหรับ ETC และช่องทางปกติ รถที่ติดตั้ง ETC ระบบจะชำระค่าผ่านทางอัตโนมัติ ทำให้ผ่านได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องหยุดรถ สำหรับช่องทางปกติ ต้องหยุดรถ และชำระเงินด้วยเงินสดหรือบัตร การใช้งาน ETC ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า และติดตั้งอุปกรณ์เฉพาะทาง สามารถสอบทางกับทางบริษัทให้เช่ารถได้เมื่อต้องการใช้บริการนี้ 6. ใช้ระบบนำทางที่ติดตั้งมากับรถยนต์ แทนระบบนำทางบนสมาร์ทโฟน สำหรับที่ญี่ปุ่นนั้น เราอยากแนะนำให้ใช้ระบบนำทางเฉพาะของรถยนต์แทนระบบนำทางบนสมาร์ทโฟนในขณะขับขี่ การใช้สมาร์ทโฟนขณะขับรถถือเป็นสิ่งผิดกฏหมาย และเป็นอันตราย ระบบนำทางของรถยนต์ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีประสิทธิภาพ สามารถค้นหาจุดหมายปลายทางจากชื่อสถานที่ ที่อยู่ หรือหมายเลขโทรศัพท์ ถือว่าสะดวก และปลอดภัยมากๆ 7. ลองใช้บริการ Drive-in กัน! ระบบสั่งอาหารแบบ Drive-in เป็นระบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ นิยมใช้ในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในโอกินาว่า เพียงจอดรถในช่องจอด ดูเมนูผ่านหน้าต่าง พอเลือกได้แล้วให้กดปุ่มเพื่อสั่งอาหาร พนักงานจะนำอาหารที่ทำใหม่ๆ มาเสิร์ฟถึงรถ ร้าน AW และ Jef ในญี่ปุ่นได้ใช้ระบบนี้อยู่ ลองแวะไปใช้บริการกันได้ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 15 เม.ย. 69
อ่าน
วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 4 ธ.ค. 66
อ่าน
สะดวกกว่าเดิม! ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ ไม่ต้องไปขนส่ง เริ่ม 4 มีนาคม 2569
ข่าวดีสำหรับคนขับรถที่ไม่อยากเสียเวลาต่อคิว กฎกระทรวงฉบับใหม่เปิดทางให้สามารถ ต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) ได้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 มีนาคม 2569โดยไม่ต้องประเมินสมรรถภาพ หรือสุขภาพเพิ่มเติม ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้แล้ว เริ่ม 4 มีนาคม 2569 สำหรับกลุ่มหลักที่เข้าเกณฑ์คือผู้ที่ อายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ และ ใบขับขี่เดิมยังไม่หมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี ผู้ที่เข้าเกณฑ์สามารถยื่นขอต่อผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และไม่ต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายแบบเดิม (เช่น ทดสอบสายตา/ปฏิกิริยา) ตามที่กฎกระทรวงกำหนด โดยขั้นตอนหลักๆ มีดังนี้ อบรมออนไลน์ (DLT e-Learning) - ลงทะเบียน ดูเนื้อหา และผ่านแบบทดสอบออนไลน์ เพื่อรับหลักฐานผลการอบรม (ควรเก็บภาพหน้าจอ/ไฟล์ผลการอบรมไว้)เว็บไซต์ : www.dlt-elearning.com จองคิวผ่าน DLT Smart Queue - ใช้สำหรับจองคิวล่วงหน้า หรือตรวจสอบสถานะการสมัคร (ในระบบใหม่ปี 69 จะเน้นการทำผ่านแอปเป็นหลัก)เว็บไซต์: gecc.dlt.go.thแอปพลิเคชัน: ค้นหาคำว่า "DLT Smart Queue" ได้ทั้งใน App Store และ Play Store *ยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaID เพื่อความปลอดภัย* เงื่อนไขการต่อใบขับขี่ออนไลน์ ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุ ไม่เกิน 1 ปี อายุไม่เกิน 55 ปี สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุเกิน 1 ปี หรือมีอายุมากกว่า 55 ปี จะต้องไปรับการทดสอบสมรรถภาพเพิ่มเติมที่กรมขนส่ง ====================
ทราเวล ทิปส์ • 2 มี.ค. 69
อ่าน
Sung Kang ตำนาน Tokyo Drift เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับเกม Forza Horizon 6
หากใครที่เป็นแฟนภาพยนตร์ Fast Furious คงจะต้องรู้นักนักแสดงมากความสามารถอย่างคุณ Sung Kang (ผู้รับบทเป็น "ฮาน") อย่างแน่นอน และในคราวนี้ทาง Xbox Game Studios ได้ประกาศนำตัวนักแสดงรายนี้มาเป็นพรีเซนเตอร์เกม Forza Horizon 6 พร้อมเปิดตัว Horizon Passport Sweeptakes แคมเปญทริปทัวร์ญี่ปุ่นHorizon Passport Sweeptakes แคมเปญทริปทัวร์ญี่ปุ่นจะเลือกผู้โชคดีจำนวน 1 คน พร้อมผู้ติดตาม 1 คน ผจญภัยสุดเร้าใจในญี่ปุ่น อัดแน่นด้วยกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ได้แก่- ขับรถ JDM ตอนกลางคืน- คลาสสอนดริฟต์กับนักดริฟต์ระดับตำนาน- ปรับแต่งรถและออกแบบลวดลายที่ Liberty Walk- ทัวร์ร้านจำหน่ายรถยนต์และพิพิธภัณฑ์- ทัวร์สถานที่ถ่ายทำ Tokyo Drift — พร้อมรถจาก Tokyo Drift- ทัวร์เดินเที่ยวและชิมอาหารกับ Sung Kang- ดวลซูโม่แบบตัวต่อตัว- ชมภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ Sung Kang “Drifter” แบบเอ็กซ์คลูซีฟล่วงหน้า สำหรับกติกาเข้าร่วมสนุกต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป กด Forza Horizon 6 เข้าสู่ Wishlist และกดรายละเอียดลงในแบบฟอร์มเข้าร่วมแคมเปญ แต่น่าเสียดายที่เกมเมอร์ชาวไทยไม่สามารถเข้าร่วมสนุกได้ เพราะไม่มีรายชื่อประเทศไทยให้เลือกในแบบฟอร์มอ้างอิงข้อมูลจากhttps://news.xbox.comhttps://www.forzahorizonsweepstakes.com/
Online Station • 25 ก.พ. 69
อ่าน
รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง
เจาะลึก 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 อนุมัติไว ไม่ต้องเสี่ยงหนี้นอกระบบ ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจมีความผันผวน การมองหาช่องทางเสริมสภาพคล่องด้วยการกู้สินเชื่อถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกแหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้ อนุมัติไว และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณก้าวผ่านวิกฤตทางการเงินในปี 2569 ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับหนี้นอกระบบที่อันตราย สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมายคืออะไร สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย คือ บริการทางการเงินจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) โดยมีลักษณะเด่นคือการระบุอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน โปร่งใส มีหลักฐานการชำระเงินที่ตรวจสอบได้ และดอกเบี้ยต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ทำให้ผู้กู้มั่นใจได้ว่าจะได้รับความเป็นธรรมตลอดอายุสัญญา 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยทางการเงินที่วางใจได้ ในปี 2569 นี้มีแหล่งเงินทุนถูกกฎหมายที่ตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายรูปแบบ ดังนี้ 1. สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นสินเชื่อที่เน้นความอเนกประสงค์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนไปจัดการภาระต่าง ๆ จุดเด่นคือไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน การพิจารณาจะดูจากฐานรายได้และความมั่นคงทางการเงินเป็นหลัก ปัจจุบันมีการพัฒนาให้ขอได้สะดวกขึ้นผ่านช่องทางต่าง ๆ ของสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ 2. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนมีรถแต่ไม่อยากจอดรถทิ้งไว้ เพียงใช้เล่มทะเบียนรถเป็นหลักประกันในการกู้สินเชื่อ ก็สามารถรับเงินสดไปหมุนเวียนได้ทันที โดยที่คุณยังคงมีรถไว้ขับไปทำงานหรือประกอบอาชีพตามปกติ ที่สำคัญคืออาชีพอิสระที่ไม่มีสลิปเงินเดือนก็สามารถยื่นขอสินเชื่อประเภทนี้ได้ไม่ยาก 3. บัตรกดเงินสด เป็นวงเงินสำรองพร้อมใช้ที่เน้นความคล่องตัวสูง เมื่อได้รับอนุมัติวงเงินแล้วคุณสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM หรือโอนเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อดีคือคิดดอกเบี้ยตามยอดที่ใช้จริง และเมื่อชำระคืน วงเงินก็จะหมุนเวียนกลับมาให้คุณใช้ใหม่ได้ทันทีในยามฉุกเฉิน 4. สินเชื่อที่ดินแลกเงิน สินเชื่อสำหรับผู้ที่มีสินทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเปล่า หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยการนำโฉนดมาเป็นหลักประกันแลกเงินก้อน วิธีนี้มักจะได้วงเงินที่ค่อนข้างสูงและดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสินเชื่อบางประเภท แต่อยากให้พิจารณาเป็นทางเลือกท้าย ๆ หากที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยเพียงแห่งเดียวของคุณ 5. สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ นวัตกรรมการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลที่สุด เพราะสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ 100% บางผู้ให้บริการทราบผลอนุมัติไวมากภายใน 10-30 นาที ใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ในการพิจารณาแทนเอกสารกระดาษ ทำให้ผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ยากมีโอกาสได้รับเงินทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น ข้อควรระวังที่ต้องรู้ แม้จะเป็นแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย แต่การกู้สินเชื่อก็มีข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อสุขภาวะทางการเงินที่ดี ตรวจสอบผู้ให้บริการ: ก่อนตัดสินใจสมัคร ควรตรวจสอบรายชื่อแอปพลิเคชันหรือสถาบันการเงินผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยเสมอเพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง ประเมินความสามารถในการชำระ: ไม่ควรกู้เกินกำลังรายได้ที่มี เพราะภาระหนี้ที่สูงเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อเครดิตในระยะยาว อ่านสัญญาให้ละเอียด: ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแฝงต่าง ๆ ให้แน่ใจว่าถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้ก่อนกดยืนยัน ผู้เชี่ยวชาญจาก Promise เน้นย้ำถึงการกู้สินเชื่ออย่างปลอดภัยว่า ควรตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ พร้อมทั้งควรประเมินรายได้เพื่อไม่ให้กู้เกินกำลังจนกระทบต่อเครดิตในระยะยาว และที่สำคัญต้องตรวจสอบรายละเอียดสัญญา อัตราดอกเบี้ย รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วนก่อนกดยืนยันเพื่อให้มั่นใจว่าได้รับเงื่อนไขที่เป็นธรรม สรุปบทความ การเลือกใช้บริการทางการเงินจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมายในปี 2569 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การจัดการปัญหาการเงินมีความมั่นคงและปลอดภัย การเข้าถึงสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือด้วยเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นธรรม จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางที่สะดวกทั้งรูปแบบสาขาหรือแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำเตือน: ควรเลือกกู้เงินจากแหล่งที่ถูกกฎหมายและตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์แบงก์ชาติทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย ควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้และกู้เท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาเครดิตทางการเงินและป้องกันปัญหาหนี้สินเกินตัวในอนาคต
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 23 ก.พ. 69
อ่าน
เกาะกวม ที่เที่ยวอเมริกา กลางแปซิฟิก สาย Introvert น่าไปลอง
เกาะกวม เป็นที่เที่ยวที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงเท่าไหร่ในหมู่คนไทยนัก แต่ก็นับว่าน่าสนใจสำหรับคนที่อยากปลีกวิเวกไปอยู่เกาะกลางแปซิฟิกแบบสวยจัดๆ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองเล็กสไตล์อเมริกัน เกาะกวม ที่เที่ยวอเมริกา กลางแปซิฟิก เกาะกวมคือที่ไหน? ไปยังไง? กวม (Guam) กวมเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ทางใต้สุดของหมู่เกาะมาเรียนา มีเมืองหลวงคือ ฮากัตญา (Hagta) เป็นดินแดนปกครองตนเองของสหรัฐอเมริกา อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก ถือว่าใกล้ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์มากกว่าสหรัฐฯ เองด้วยซ้ำ สำหรับคนไทยการไปเที่ยวเข้าเกาะกวม จะต้องยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐฯ ก่อน ไฟลต์บินจากไทยจะต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 1 ครั้ง เช่น ที่ญี่ปุ่น เกาหลี หรือฟิลิปปินส์ ใช้เวลาเดินทางรวมๆ ประมาณ 7-9 ชั่วโมง แล้วแต่สายการบิน กวมมีอะไร ทำไมถึงน่าไป? ถ้าชอบทะเล ชอบความชิล และไม่อยากเจอฝูงนักท่องเที่ยวเยอะๆ กวมคือตอบโจทย์สุดๆ ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนบาหลีผสมฮาวายแต่คนน้อยกว่าครึ่งนึง แถมยังมีความเป็นอเมริกันผสมเอเชีย มีห้างใหญ่ ร้านแฟชั่น อาหารญี่ปุ่น-เกาหลี-อเมริกันครบ แต่บรรยากาศยังคงความเป็นท้องถิ่น และเงียบสงบอยู่มาก พักที่ไหนได้? แนะนำพักแถว Tumon Bay เพราะเป็นย่านหลักของการท่องเที่ยว มีโรงแรมตั้งแต่ 3 ดาวยัน 5 ดาวให้เลือกเยอะสุด ที่สำคัญคือใกล้ทะเล เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงหาด น้ำใสจนต้องหยิบกล้องมาถ่ายทุกครั้งที่ออกจากห้องพัก ที่สำคัญที่นี่มีที่พักที่คนไทยรู้จักดีอย่าง Dusit Thani Guam ด้วยนะ Bossa Art / Shutterstock.com เช่ารถขับรอบเกาะ สนุกกว่าที่คิด! ถ้ามาเที่ยวกัน 2-3 คนขึ้นไป แนะนำเช่ารถขับได้เลย เพราะบนเกาะถนนดี ขับง่าย แต่ว่ารถจะขับพวงมาลัยซ้ายแบบอเมริกัน ไม่มีรถติด (ยกเว้นมีงานอีเวนท์) และวิวระหว่างทางถือว่าดีมากๆ เส้นทางรอบเกาะประมาณ 1 วันก็ขับครบ จุดแวะระหว่างทางที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ Two Lovers Point จุดชมวิวบนหน้าผา เห็นอ่าว Tumon ทั้งอ่าว มีตำนานความรักพื้นเมือง Inarajan Natural Pools บ่อน้ำทะเลธรรมชาติที่คนท้องถิ่นชอบมาเล่นน้ำกัน Umatac Village หมู่บ้านเล็กๆ สไตล์สเปนโบราณ มีซากป้อมปราการเก่าให้เดินชม Talofofo Falls น้ำตกกลางป่า เหมาะกับสายธรรมชาติ กวม มีกิจกรรมอะไรให้ทำบ้าง? 1. ดำน้ำดูปะการัง กวมคือสวรรค์ของคนชอบดำน้ำตื้น (snorkeling) และดำน้ำลึก (scuba diving) ปะการังหลากหลาย น้ำใสเหมือนกระจก จุดยอดฮิต เช่น Gun Beach, Ypao Beach, หรือจะซื้อทริปออกเรือไปดำน้ำก็มีให้เลือกเพียบ 2. พาราเซล เจ็ตสกี บานาน่าโบ๊ท กิจกรรมทางน้ำคือจัดเต็ม มีครบทุกอย่าง ใครสายแอดเวนเจอร์ต้องลองพาราเซล เพราะเห็นวิวเกาะจากมุมสูงคือสวยจัด 3. ช้อปปิ้งของแบรนด์เนมปลอดภาษี เพราะกวมเป็นดินแดนปลอดภาษี (duty free) จะซื้อกระเป๋า รองเท้า นาฬิกา แบรนด์ดังต่างๆ ราคาจะถูกกว่าที่อื่น มีทั้ง DFS Galleria, Micronesia Mall, และร้านแบรนด์ในโรงแรม 4. ลองกินอาหารท้องถิ่น ต้องลอง BBQ ชามอร์โร รสชาติออกเค็มนิด หอมกลิ่นรมควันสุดๆ กินกับข้าวแดง (red rice) และน้ำจิ้มแบบท้องถิ่น อร่อยแบบติดใจเลย กวมนับเป็น Hidden Gem ของแปซิฟิกที่ไม่ควรมองข้ามเลย ทั้งธรรมชาติที่ยังสดใส อาหารอร่อย ความผสมผสานทางวัฒนธรรมที่ลงตัว และที่สำคัญคือผู้คนน่ารักและเป็นมิตร ใครอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากเกาหลี ญี่ปุ่น หรือยุโรป ไปลองหาประสบการณ์ใหม่ๆ กวมคือตัวเลือกที่ดี ====================
เที่ยวต่างประเทศ • 2 ม.ค. 69
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
คู่มือเลือก "หมวกกันน็อค" คู่ใจ เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ใส่แล้วเท่ และเหมาะกับเราที่สุด!
"หมวกกันน็อค" ไม่ใช่แค่เครื่องประดับหรืออุปกรณ์กันตำรวจจับ แต่มันคือ "อุปกรณ์ช่วยชีวิต" ชิ้นสำคัญที่สุดสำหรับชาวสองล้อ เพราะศีรษะของเรามีค่าประเมินราคาไม่ได้ และไม่มีอะไหล่เปลี่ยน การเลือกหมวกกันน็อคที่ "ใช่" จึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกประเภทของหมวกกันน็อค เทคนิคการเลือกให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ และเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดที่สุด 1. รู้จักประเภทของหมวกกันน็อค (Helmet Types) หมวกกันน็อคในท้องตลาดไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้: 1.1 หมวกกันน็อคเต็มใบ (Full Face) 🏆 แนะนำที่สุด นี่คือหมวกที่มีความปลอดภัยสูงสุด เพราะครอบคลุมศีรษะทั้งหมด ตั้งแต่ท้ายทอยไปจนถึงคาง มีชิลด์ (Visor) ปิดหน้ากันลมและแมลง เหมาะกับใคร: สายซิ่ง, สายออกทริปทางไกล, ผู้ที่ขับขี่บิ๊กไบค์ หรือใครก็ตามที่รักชีวิตและต้องการความปลอดภัยสูงสุด การใช้งาน: ขับขี่ด้วยความเร็วสูง, ขับขี่บนถนนใหญ่ที่มีความเสี่ยง 1.2 หมวกกันน็อคเปิดหน้า (Open Face / Jet) หมวกที่ครอบคลุมศีรษะด้านหลังและด้านข้าง แต่เปิดโล่งบริเวณใบหน้าและคาง มักมีชิลด์หน้ายาวลงมา เหมาะกับใคร: สายชิล, ผู้ใช้รถสกู๊ตเตอร์ (Scooter/Vespa), การขับขี่ในเมืองที่รถติด, คนที่ใส่แว่นสายตา (สวมใส่ง่าย) การใช้งาน: ขับขี่ระยะสั้นในเมือง, ความเร็วต่ำถึงปานกลาง, ต้องการความคล่องตัวและการระบายอากาศที่ดี 1.3 หมวกกันน็อคยกคาง (Modular / Flip-up) ลูกผสมระหว่าง Full Face และ Open Face สามารถกดปุ่มเพื่อยกส่วนคางขึ้นไปด้านบนได้ ทำให้เปิดหน้าได้โดยไม่ต้องถอดหมวก เหมาะกับใคร: สายทัวร์ริ่ง (Touring), ไรเดอร์ส่งของ/อาหาร, ผู้ที่ต้องสื่อสาร จิบน้ำ หรือสูบบุหรี่ระหว่างพักรถบ่อยๆ โดยไม่อยากถอดหมวก การใช้งาน: เดินทางไกลที่เน้นความสะดวกสบาย 1.4 หมวกกันน็อควิบาก (Motocross / Dirt Bike) รูปทรงโฉบเฉี่ยว มีส่วนคางยื่นยาวเพื่อป้องกันการกระแทกและหายใจสะดวก มีแก๊ป (Peak) ด้านบนบังแดดและกิ่งไม้ ไม่มีชิลด์หน้า (ต้องใส่แว่น Goggles แยก) เหมาะกับใคร: สายลุยป่า, นักแข่งวิบาก, สาย Adventure (บางรุ่นมีชิลด์หน้าเรียกว่า Dual Sport) การใช้งาน: ขับขี่ Off-road, ทางฝุ่น, ทางวิบาก 1.5 หมวกกันน็อคครึ่งใบ (Half Helmet) ครอบคลุมแค่ส่วนบนของศีรษะ เปิดท้ายทอยและหู เหมาะกับใคร: สายวินเทจ, รถ Chopper/Cruiser ที่ขับขี่ช้าๆ การใช้งาน: ไม่แนะนำสำหรับการขับขี่ทั่วไป เนื่องจากความปลอดภัยต่ำที่สุด หากล้มมักจะได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและท้ายทอย 2. ตารางเปรียบเทียบ: แบบไหนดี? ข้อดี vs ข้อเสีย เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาดูตารางเปรียบเทียบกันครับ 3. เทคนิคการเลือกซื้อ: ต้องดูอะไรบ้าง? เมื่อรู้ประเภทที่ชอบแล้ว อย่าเพิ่งรีบควักเงินจ่ายครับ ต้องเช็คลิสต์สิ่งเหล่านี้ก่อน: 3.1 มาตรฐานความปลอดภัย (Safety Standard) นี่คือหัวใจสำคัญ ห้ามซื้อหมวกที่ไม่มีมาตรฐานรับรองเด็ดขาด มอก. (TIS): มาตรฐานขั้นต่ำที่ต้องมีในไทย ECE 22.06 (ยุโรป): มาตรฐานสากลใหม่ล่าสุดที่เข้มงวดและปลอดภัยสูงมาก (แนะนำให้มองหาตัวนี้) DOT (สหรัฐฯ), SNELL (สนามแข่ง), JIS (ญี่ปุ่น): มาตรฐานอื่นๆ ที่เชื่อถือได้ 3.2 ขนาดและความกระชับ (Fit Size) หมวกที่แพงที่สุด ถ้าไซส์ผิด ก็ไร้ค่าครับ วัดรอบศีรษะ: ใช้สายวัดวัดรอบหัวเหนือคิ้ว แล้วเทียบตารางไซส์ของแต่ละยี่ห้อ (S, M, L, XL) กฏ "แก้มบุ๋ม": เมื่อลองสวมหมวกเต็มใบ นวมแก้มต้องบีบแก้มเราจนปากจู๋เล็กน้อย (กัดกระพุ้งแก้มเบาๆ) ถึงจะเรียกว่าพอดี ทดสอบสะบัด: ลองสวมแล้วสะบัดหน้าซ้าย-ขวา หมวกต้อง ไม่หมุนตาม หรือขยับน้อยที่สุด ถ้าหมวกเลื่อนไปมาได้แสดงว่าหลวมไป (อันตรายเวลาเกิดอุบัติเหตุหมวกจะหลุด) อย่าเผื่อโต: นวมภายในจะยุบตัวลงอีก 10-20% หลังใช้งาน ให้เลือกที่คับนิดๆ ตอนซื้อดีกว่าหลวม 3.3 สายรัดคาง (Chin Strap) Double D-Ring (DD-Ring): แบบห่วงคู่ ปลอดภัยที่สุด ไม่หลุดง่าย นิยมในหมวกตัวท็อปและสายสนาม Stepped Lock (Grip Lock): แบบเสียบกริ๊ก สะดวก รวดเร็ว เหมาะกับการใช้งานในเมืองที่ต้องถอดบ่อย 3.4 ฟังก์ชันเสริม (Features) ช่องเว้าใส่แว่น: สำหรับคนสายตาสั้น ดูว่านวมมีร่องให้ขาแว่นเสียบไหม แว่นกันแดดในตัว (Sun Visor): มีแว่นดำซ่อนด้านใน กดเลื่อนลงมาได้ สะดวกมากตอนขี่รถกลางวัน น้ำหนัก: ลองถือดูว่าหนักเกินไปไหม (หมวกที่ดีไม่ควรเกิน 1,500 - 1,600 กรัม สำหรับเต็มใบ) เพื่อลดอาการปวดคอ บทสรุป: เลือกให้ "คุ้ม" ที่สุด การเลือกหมวกกันน็อคที่ดีที่สุด ไม่ใช่หมวกที่แพงที่สุด แต่คือหมวกที่ "พอดีหัว" และ "เหมาะกับการใช้งาน" ของคุณ ถ้าคุณขี่ Bigbike ออกทริป ไป Full Face มาตรฐาน ECE เท่านั้น ถ้าคุณขี่ Scooter ไปซื้อแกงหน้าปากซอย Open Face ก็เพียงพอ (แต่ถ้าได้ Full Face ก็ยิ่งดี) ถ้าคุณเป็น Rider วิ่งงานทั้งวัน Modular จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเยอะ อย่าเสียดายเงินไม่กี่พันบาทแลกกับความปลอดภัยของสมอง เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ขอให้ทุกคนเจอหมวกใบเก่งที่ถูกใจและขับขี่ปลอดภัยนะครับ! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 29 พ.ย. 68
อ่าน
อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน
ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือต้องการ ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เพื่อที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ตามเรามาอัปเดตได้เลยค่ะกับ สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ใกล้ๆ บ้าน ต่ออายุพาสปอร์ต หรือ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็สะดวกสบายและรวดเร็ว มาดูกันว่า สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง ที่ไหนใกล้ๆ บ้านกันบ้างค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ ปริมณฑลต่ออายุพาสปอร์ต ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่ไหนดี 1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J9ZRCjeMsCxV64H89 โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุลCall Center 0-2572-8442 ================ 2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น) วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nQvYqW148Ke6FbYK6 โทร : 0-2143-7680 ================ 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xj3deaM46uimNmKs6 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 ================ 4. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ธัญญาพาร์ค วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wPLg8BXJ9WF6D56h9 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sMWUka4czBWsg3No7 โทร : 0-2422-3431 ================ 6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XfnE6JraSGTRs7uG8 โทร : 0-2024-8362-64 ================ 7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N9VYesYmAW8GujVw8 โทร : 0-2024-8896, 09-3010-5247 ================ 8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rJygy7Xd9hvqFBfH9 โทร : 0-2126-7612 ================ 9. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk MBK Center วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NTWhFGMgg6P2yYam9 โทร : 0-2126-7612เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 10. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9EfZXed9bb9JM3Jp9 โทร : 0-2150-9002 ================ 11. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว)เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B71gP3UbhwPTBkCj6 โทร : 0-2194-2643 ================ 12. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FHsKeQMKXJbZ4sZdA โทร : 0-2194-2643เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ ค่าทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท เล่ม 5 ปี 1,500 บาท เล่ม 10 ปี สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 2-3 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท เล่ม 5 ปี 3,500 บาท เล่ม 10 ปี *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น.สถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consular.mfa.go.th กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572 8442 และ 0-2203 5000 ต่อ 32301อีเมล : consular05@mfa.go.thเว็บไซต์ : https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 26 พ.ย. 68
อ่าน
ข้อควรรู้ก่อนเช่ารถ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ขับเองง่าย ปรับตัวไม่เยอะ!
การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยรถไฟอาจสะดวก และคลาสสิก แต่ถ้าอยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่ลึกกว่าเดิม ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาขับรถเที่ยวกันดูไหม? 🚗✨ การขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (Japan Road Trip) ถือว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับนักเดินทางยุคนี้ ที่อยากออกไปสำรวจมุมเล็กๆ ของที่นี่ในแบบที่รถไฟไปไม่ถึง แถมยังไม่ต้องรีบ ไม่ต้องต่อคิวขึ้นรถไฟ ได้สัมผัสธรรมชาติระหว่างทางอย่างใกล้ชิด เรียกว่าเป็นอีกมิติหนึ่งของการเที่ยวญี่ปุ่นที่อิสระอย่างแท้จริง ส่วนใครที่ยังกังวลว่าจะขับยากกว่าในไทยมั้ย เราได้รวมเอาข้อควรรู้ก่อนเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นมาฝากกันครับ ข้อควรรู้ก่อนเช่ารถ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น 2025ขับเองง่าย ปรับตัวไม่เยอะ! ก่อนเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น ต้องเตรียมอะไรบ้าง การเช่ารถขับในญี่ปุ่นไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดเลย แค่เตรียมเอกสารให้พร้อมก็ขับเที่ยวได้สบาย สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ใบขับขี่สากล (International Driving Permit) ซึ่งสามารถทำได้ที่กรมการขนส่งทางบกในประเทศไทย ใช้เวลาไม่นาน และค่าธรรมเนียมไม่แพง พอถึงวันเดินทางอย่าลืมพกใบขับขี่ตัวจริงของไทยไปด้วย เพื่อแสดงคู่กันกับใบขับขี่สากลเมื่อรับรถเช่า ญี่ปุ่นขับรถพวงมาลัยขวา และชิดซ้าย เหมือนประเทศไทย ทำให้คนไทยขับได้ไม่ยาก ที่สำคัญ ป้ายบอกทางส่วนใหญ่มีภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วย ทำให้ขับเที่ยวต่างเมืองได้อย่างมั่นใจ สิ่งที่ควรรู้เมื่อขับรถในญี่ปุ่น 🚦 ห้ามดื่มแล้วขับเด็ดขาด กฎหมายญี่ปุ่นเข้มงวดมากในเรื่องนี้ หากตรวจพบว่ามีแอลกอฮอล์ในเลือดแม้เพียงเล็กน้อยก็ถือว่าผิดทันที มีโทษทั้งจำและปรับสูงสุดถึงหลักล้านเยน! 🛣 จำกัดความเร็วชัดเจนในเขตเมืองควรขับประมาณ 3040 กม./ชม. นอกเมืองราว 5060 กม./ชม. และบนทางด่วนระหว่าง 80100 กม./ชม. ระบบกล้องจับความเร็วของญี่ปุ่นมีอยู่ทั่วประเทศ จึงควรขับตามกฎอย่างเคร่งครัด 🚘 ให้ทางคนเดินและจักรยานเสมอเมื่อเห็นคนเดินใกล้ทางม้าลายต้องชะลอและหยุดให้ข้ามทันที คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนถนนมาก โดยเฉพาะจักรยานที่มักวิ่งอยู่ริมทางซ้ายสุดของถนน 🚦 ไฟแดงคือหยุดทุกกรณีหากไม่มีป้ายอนุญาตให้เลี้ยวซ้าย ต้องรอไฟเขียวเท่านั้น การฝ่าไฟแดงถือเป็นความผิดร้ายแรง 🚉 ทางรถไฟต้องหยุดสนิทก่อนข้ามทุกครั้ง มองซ้ายขวาให้แน่ใจว่าปลอดภัยแล้วค่อยขับผ่าน หากละเลยอาจถูกปรับหนักและถูกตัดคะแนนใบขับขี่ทันที Tupungato / Shutterstock.com เคล็ดลับขับรถเที่ยวญี่ปุ่นให้สนุก และคุ้มค่าที่สุด 🚗 หลีกเลี่ยงการขับในเมืองใหญ่ เช่น โตเกียว โอซาก้า หรือเกียวโต เพราะรถเยอะและจราจรซับซ้อน แนะนำขับเที่ยวในต่างจังหวัดหรือเมืองชนบทแทน เช่น ฮอกไกโด นางาโนะ หรือคิวชู ที่มีถนนโล่ง วิวสวย และอากาศดีมาก 🅿️ เตรียมเงินไว้จอดรถ ในเมืองใหญ่ค่าจอดมักอยู่ที่ 200600 เยนต่อชั่วโมง แต่เมื่อออกไปต่างจังหวัดราคาจะถูกลงมาก หรือบางแห่งจอดฟรี โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ⛽ การเติมน้ำมันมีทั้งแบบบริการตนเอง (Self-Service) และแบบพนักงานบริการ (Full Service) ถ้าไม่แน่ใจ สามารถเรียกพนักงานให้ช่วยได้ทุกเวลา พนักงานญี่ปุ่นพร้อมช่วยเหลืออย่างสุภาพ 💡 ประเภทของน้ำมันในญี่ปุ่น มี 3 แบบเหมือนกันทั่วประเทศ ได้แก่ เบนซินธรรมดา (Regular สีแดง) เบนซินออกเทนสูง (High Octane สีเหลือง) ดีเซล (Diesel สีเขียว) สีของหัวจ่ายจะเหมือนกันทุกปั๊ม ช่วยลดความสับสนได้มาก 🗺 ใช้ระบบนำทาง (GPS) หรือ Google Maps ช่วยให้ขับง่ายขึ้น ปัจจุบันรถเช่าส่วนใหญ่มีระบบนำทางภาษาอังกฤษ หรือจะใช้โทรศัพท์เชื่อม Wi-Fi Pocket ก็สะดวกสุด ๆ Ned Snowman / Shutterstock.com เส้นทางขับรถยอดนิยมในญี่ปุ่น ฮอกไกโด (Hokkaido) - ถนนโล่งตลอดปี เหมาะกับคนชอบขับรถชมวิวโดยเฉพาะฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาว เส้นทางจากซัปโปโรไปฟุราโนะหรือบิเอะเป็นที่นิยมมาก วิวสวยเหมือนโปสการ์ด! คิวชู (Kyushu) - เส้นทางโรแมนติกที่ผ่านภูเขาไฟอะโสะ เมืองน้ำพุร้อนเบปปุ และหมู่บ้านยูฟูอิน แหล่งท่องเที่ยวที่รวมทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมไว้ครบ ชิซุโอกะ (Shizuoka) - เส้นทางขับรถชมภูเขาไฟฟูจิจากหลายมุม ถ่ายรูปได้ไม่มีเบื่อ โดยเฉพาะแถวทะเลสาบโมโตสุโกะที่เห็นฟูจิสะท้อนบนผิวน้ำสุดอลังการ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 30 ต.ค. 68
อ่าน
คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 26 ต.ค. 68
อ่าน
Sleep Test คืออะไร หยุดหายใจขณะหลับ ตรวจอย่างไร เบิกประกันสังคมได้จริงไหม
คุณเคยไหม ทั้งที่นอนครบ 8 ชั่วโมง แต่ตื่นเช้ามาแล้วยังรู้สึกเพลีย ง่วง งุนงง เหมือนไม่ได้พักจริง ๆอาการแบบนี้อาจไม่ใช่แค่ นอนดึก หรือ นอนไม่พอ แต่เป็นสัญญาณของภาวะความผิดปกติขณะนอนหลับ (Sleep Disorder) ซึ่งในหลายกรณีเกี่ยวข้องกับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea OSA) ที่อันตรายกว่าที่คิด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันสูง และโรคหลอดเลือดสมองได้ หนึ่งในวิธีวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดคือ Sleep Test หรือ การตรวจการนอนหลับ ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมเพื่อเบิกค่าใช้จ่ายได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด Sleep Test คืออะไร ตรวจอะไรบ้าง ทำไมถึงต้องตรวจ Sleep Test หรือชื่อทางการแพทย์ว่า Polysomnography คือการตรวจวิเคราะห์คุณภาพการนอนหลับโดยละเอียด เพื่อค้นหาความผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างการนอน เช่น การหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) การนอนกรน นอนละเมอ หรือ นอนไม่หลับเรื้อรัง การตรวจนี้จะมีเจ้าหน้าที่แพทย์ติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์ไว้ตามร่างกาย เช่น ศีรษะ หน้าอก และขา เพื่อบันทึกสัญญาณชีพต่าง ๆ ขณะหลับ อาทิ คลื่นสมอง (EEG) เพื่อดูวงจรการหลับลึกและหลับฝัน การหายใจและการเคลื่อนไหวของทรวงอก เพื่อประเมินการไหลเวียนของอากาศ จังหวะการเต้นของหัวใจ (ECG) และระดับออกซิเจนในเลือด การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและดวงตา เพื่อดูว่ามีการกระตุกหรือละเมอขณะหลับหรือไม่ ข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกนำไปวิเคราะห์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อระบุว่ามีภาวะผิดปกติใด เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ระดับออกซิเจนต่ำ หรือคุณภาพการนอนไม่เพียงพอ ซึ่งผลการตรวจนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการวางแผนรักษา เช่น การใช้เครื่องช่วยหายใจ CPAP หรือการปรับพฤติกรรมการนอนให้เหมาะสมมากขึ้น กล่าวง่าย ๆ คือ Sleep Test ช่วยให้เราเข้าใจคุณภาพการนอนของตัวเองอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่ นอนนานหรือไม่นาน แต่รู้ว่าร่างกายได้พักจริงหรือเปล่า และมีภาวะที่ซ่อนอยู่หรือไม่ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หยุดหายใจ หรือสมองไม่เข้าสู่ช่วงหลับลึก ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจ Sleep Test Sleep Test ไม่ได้มีไว้เฉพาะสำหรับคนกรนเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับผู้ที่มีอาการเหล่านี้ด้วย กรนเสียงดังจนคนข้าง ๆ ต้องสะกิด หรือมีคนบอกว่าคุณหยุดหายใจขณะหลับ ง่วงมากผิดปกติในตอนกลางวัน แม้จะนอนเพียงพอ หลับยาก ตื่นกลางดึกบ่อย หรือหลับไม่สนิท มีพฤติกรรมแปลก ๆ ตอนนอน เช่น ละเมอ เดินหลับ ขากระตุก หรือพูดตอนหลับ รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจติดขัด หรือสะดุ้งตื่นกลางดึก หากคุณมีอาการใดอาการหนึ่งในนี้เป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการตรวจ Sleep Test โดยเร็ว เพราะหากปล่อยไว้อาจเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพระยะยาว เช่น ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือโรคหลอดเลือดสมอง ตรวจ Sleep Test เบิกประกันสังคมได้ไหม คำตอบคือ ได้ แต่ต้องอยู่ในกรณีที่แพทย์เห็นว่า มีความจำเป็นทางการแพทย์ หากผู้ประกันตนมีอาการเข้าเกณฑ์ เช่น กรนเสียงดังผิดปกติ หยุดหายใจขณะหลับ หรือมีภาวะง่วงมากในเวลากลางวัน แพทย์สามารถออกใบส่งตรวจ Sleep Test เพื่อขอเบิกได้ โดยต้องเข้ารับการตรวจที่ โรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคม หรือ สถานพยาบาลที่ได้รับการรับรอง เท่านั้น อัตราค่าชดเชยที่เบิกได้ตามสิทธิ์ รายการ วงเงินสูงสุดที่เบิกได้ Sleep Test แบบเต็มรูปแบบ (Polysomnography Type 1) ไม่เกิน 7000 บาท Sleep Test แบบไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้า (Type 2) ไม่เกิน 6000 บาท เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) ไม่เกิน 20000 บาท หน้ากากสำหรับเครื่อง CPAP ไม่เกิน 4000 บาท/ชิ้น ส่วนค่าอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น แผ่นกรองอากาศและอุปกรณ์สิ้นเปลือง จะรวมอยู่ในค่าบริการของโรงพยาบาลตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด เตรียมตัวก่อนตรวจ Sleep Test อย่างไรให้ผลแม่นยำ การตรวจจะใช้เวลาประมาณ 1 คืน ผู้เข้ารับการตรวจจึงควรเตรียมตัวให้พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมีข้อควรปฏิบัติดังนี้ 1. งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนตรวจ2. อาบน้ำและสระผมให้สะอาด เพื่อให้ติดอุปกรณ์ได้แน่นและไม่เกิดการรบกวนสัญญาณ3. งดใช้ครีม โลชั่น หรือเจลใส่ผม เพราะอาจทำให้แผ่นตรวจหลุดง่าย4. แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยานอนหลับหรือยากล่อมประสาท5. หลีกเลี่ยงการงีบระหว่างวัน เพื่อให้ร่างกายสามารถเข้าสู่การหลับลึกในช่วงตรวจ6. รับประทานอาหารมื้อเย็นก่อนตรวจ 45 ชั่วโมง และไม่ควรทานอาหารมื้อหนัก7. นำของใช้ส่วนตัวติดตัวไปด้วย เช่น หมอน ผ้าห่ม หรือตุ๊กตาที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย การนอนที่ดีเริ่มจากการรู้จักตัวเอง Sleep Test คือการตรวจที่ช่วยให้เราเข้าใจ คุณภาพของการนอน มากกว่าปริมาณชั่วโมงที่นอน หากพบความผิดปกติและเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง คุณจะรู้สึกสดชื่นขึ้น มีสมาธิ และลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในระยะยาว และที่สำคัญ หากคุณอยู่ในระบบ ประกันสังคม ก็สามารถใช้สิทธิ์ เบิกค่าตรวจ Sleep Test และอุปกรณ์ CPAP ได้จริง ตามเกณฑ์ที่แพทย์วินิจฉัยและโรงพยาบาลในเครือข่ายรองรับ เพราะ การนอนหลับที่ดี ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความสบาย แต่คือ รากฐานของสุขภาพและคุณภาพชีวิต ที่ทุกคนควรใส่ใจตั้งแต่วันนี้นั่นเอง บทความที่คุณอาจสนใจ ผอมง่ายแค่หลับตา เคล็ดลับลดน้ำหนักด้วยการนอนฉบับผู้ชายเวลาน้อย นอนดึกทําให้อ้วน จริงไหม เหตุผลที่ผู้ชายอ้วนง่ายควรรู้!
ไลฟ์สไตล์ • 9 ต.ค. 68
อ่าน
AUCT ผนึกไฟแนนซ์ เคาะประมูล 66 รอบ
#AUCT #ทันหุ้น - AUCT จับมือไฟแนนซ์เปิดประมูลขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์มือสองทั่วประเทศในเดือนตุลาคมจำนวน 66 รอบ เผยความต้องการซื้อในภูมิภาคต่างๆ ยังคงมีต่อเนื่อง ยืนยันปริมาณรถยึดทั่วประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังมาตรการ “คุณสู้เราช่วย” สิ้นสุดนายสุธี สมาธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในเดือนตุลาคม 2568 AUCT ได้จัดให้มีการประมูลรถยนต์และรถจักรยานยนต์มือสองในภูมิภาคต่างๆ จำนวน 66 รอบ โดยภาคเหนือประมูลที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 1, 4, 11, 18, 23 และ 25 ภาคใต้ประมูลที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวันที่ 8, 12, 19, 20 และ 22 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมูลที่จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 3, 6, 10, 15, 17, 20, 24, 27 และ 31 ประมูลที่จังหวัดอุบลราชธานีวันที่ 6, 8, 16, 22, 27 และ 31** เดินสายประมูลประมูลที่จังหวัดขอนแก่น วันที่ 8 และ 22 ประมูลที่จังหวัดอุดรธานี วันที่ 29 ภาคตะวันออกประมูลที่จังหวัดระยอง วันที่ 2 และ 30 ประมูลที่จังหวัดชลบุรีวันที่ 14 และ 28 นอกจากนี้แล้วยังมีประมูลภาคกลางที่กรุงเทพฯ สำนักงานใหญ่ในวันที่ 2 , 4, 5, 7, 9, 11, 14, 16, 18, 21, 23, 25, 28 และ 30 ประมูลที่สาขารังสิต วันที่ 1, 3, 5, 8, 10, 11, 12, 15, 17, 18,19, 22, 24, 26, 29 และ 31 ประมูลที่จังหวัดราชบุรี วันที่ 6 ตุลาคม 2568นายสุธี กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดประมูลขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์มือสองในภูมิภาคต่างๆ ยังคงได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี เพราะรถยึดจากไฟแนนซ์ต่างๆ ในต่างจังหวัดยังคงทยอยเข้าสู่ลานประมูลอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในระดับราคาที่ลูกค้าในต่างจังหวัดเข้าถึง เนื่องจากยังคงมั่นใจว่าหากเปรียบเทียบกับแหล่งอื่นๆ แล้วรถจากไฟแนนซ์มีราคาที่ยุติธรรม ในขณะเดียวกันสหการประมูลได้ให้ความสำคัญกับบริการข้อมูล ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ได้มีการจัดเกรดเพื่อให้ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบข้อมูลด้านราคาและคุณภาพรถ ซึ่งถือว่าเป็นบริการที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจในการตัดสินใจประมูลซื้อได้เป็นอย่างดี** ตลาดขยายตัว“การประมูลรถยนต์และรถจักรยานยนต์มือสองที่สาขาต่างๆ มีแนวโน้มว่าตลาดจะมีการขยายตัวในทิศทางที่ดี เพราะนอกจากปัจจัยด้านความต้องการซื้อและการลงทุนในภูมิภาคต่างๆ ยังมีอย่างต่อเนื่องแล้ว คาดว่าปริมาณรถยึดน่าจะมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทได้ประเมินว่าหากโครงการ “คุณสู้เราช่วย” สิ้นสุดลงจะทำให้หนี้เสียเข้าสู่ภาวะปกติ และมีผลต่อปริมาณรถยึดเข้าสู่ตลาดมือสองมากยิ่งขึ้น” นายสุธีกล่าวอย่างไรก็ตาม AUCT มีความพร้อมในทุกๆ ด้านเพื่อรับมือกับภาวะดังกล่าว เพราะได้ให้ความสำคัญกับการบริการใหม่ๆ รวมทั้งมีพื้นที่จอดรถเพื่อบริการไฟแนนซ์ต่างๆ ทั่วประเทศจำนวน 43 แห่งและสาขาบริการลูกค้าจำนวน 13 สาขาทั่วประเทศ สำหรับผู้ที่ต้องการประมูลรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0-2033-6555 หรือดูรายการประมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.auct.co.th
ทันหุ้น • 5 ต.ค. 68
อ่าน
คู่มือโอนรถปี 2568: เตรียมพร้อมไว้ ไม่เสียเวลา ไม่เสียเงิน!
ปี 2568 นี้ สำหรับใครที่กำลังจะซื้อหรือขายรถยนต์มือสอง เรื่องหนึ่งที่ต้องรู้ไว้เลยก็คือ "ค่าโอนรถยนต์" ครับ! อย่าเพิ่งคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าเบื่อ เพราะถ้าไม่รู้หรือไม่เตรียมตัวให้พร้อม อาจมีเรื่องวุ่นวายตามมาได้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องนี้แบบเข้าใจง่ายๆ พร้อมเคล็ดลับที่จะทำให้การโอนรถของคุณราบรื่นเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม: จ่ายอะไรบ้าง? หลายคนอาจคิดว่าค่าโอนรถก็แค่ค่าโอน แต่จริงๆ แล้วมันมีค่าใช้จ่ายยิบย่อยที่เราต้องรู้ครับ ค่าธรรมเนียมการโอน: อันนี้ถูกสุดๆ แค่ 100 บาท ค่าคำขอโอน: จิ๊บๆ เพียง 5 บาท ค่าอากรแสตมป์: อันนี้แหละตัวสำคัญ! คิดเป็น 500 บาท ต่อราคารถยนต์ 100,000 บาท ถ้าซื้อรถมา 500,000 บาท ก็ต้องจ่าย 2,500 บาท แต่ถ้าซื้อมาแค่ 80,000 บาทก็จ่ายแค่ 400 บาท ค่าตรวจสภาพรถยนต์: ถ้าเจ้ารถคู่ใจของคุณมีอายุเกิน 7 ปี (สำหรับรถยนต์) หรือเกิน 5 ปี (สำหรับมอเตอร์ไซค์) ต้องเข้าตรวจสภาพที่กรมการขนส่งฯ ก่อน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 150 - 200 บาท เอกสารพร้อม! โอนรถได้เลย! เตรียมเอกสารให้ครบ รับรองว่าไม่เสียเที่ยวแน่นอนครับ! สมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ฉบับจริง: ตัวจริงเท่านั้นนะครับ! ห้ามใช้สำเนาเด็ดขาด บัตรประชาชน: ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย อย่างละฉบับ หนังสือมอบอำนาจ: ถ้าใครคนใดคนหนึ่งไม่ว่างมา ก็ต้องมีหนังสือนี้พร้อมติดอากรแสตมป์ด้วย เอกสารอื่นๆ: เช่น สัญญาซื้อขาย หรือใบเสร็จรับเงิน (มีไว้ก็ดีครับ อุ่นใจกว่า) ขั้นตอนง่ายๆ ไปกรมการขนส่งฯ ได้เลย! ไปตรวจสภาพ: สำหรับรถที่เข้าเกณฑ์ ก็ขับไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพก่อนเลย (รถยนต์ส่วนบุคคลที่มีอายุเกิน 7 ปี, รถจักรยานยนต์เกิน 5 ปี หรือรถที่มีการดัดแปลงสภาพ) ยื่นเอกสาร: นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่แผนกรับคำขอโอนรถ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องให้ จ่ายเงิน: เมื่อเอกสารผ่าน เจ้าหน้าที่จะแจ้งค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก็จ่ายตามยอดนั้นได้เลย รอรับสมุดใหม่: ขั้นตอนสุดท้ายคือการรอเจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขข้อมูลในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ และลงชื่อเจ้าของคนใหม่ เท่านี้ก็เรียบร้อย! บทสรุป: โอนง่าย ถ้าเตรียมพร้อม! การโอนรถยนต์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ หากคุณเตรียมเอกสารและทำความเข้าใจเรื่องค่าใช้จ่ายให้ดี การเดินทางไปกรมการขนส่งฯ ก็จะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใช้เวลาไม่นาน ที่สำคัญคือการทำเรื่องให้ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณสบายใจ หายห่วงเรื่องปัญหากฎหมายที่อาจตามมาในอนาคตครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 10 ก.ย. 68
อ่าน
รถหลุดจำนำ ราคาถูก ซื้อได้มั้ย ผิดกฏหมายหรือไม่
สำหรับใครที่กำลังหารถยนต์คันใหม่ เชื่อว่าเปิดโซเชียลเน็ตเวิร์คน่าจะเจอ รถหลุดจำนำ ผ่านตากันบ้าง และด้วยจุดเด่นที่รถประเภทนี้มีราคาค่อนข้างถูกมาก บางทีเห็นรถรุ่นใหม่ๆ ในราคาหลักหมื่น ซึ่งถือว่าล่อตาล่อใจมาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การซื้อรถหลุดจำนำนั้นสามารถทำได้หรือไม่ ถูกกฎหมายหรือไม่ วันนี้ TrueID จะมาเล่าให้ฟังกันครับ การซื้อรถหลุดจำนำที่โฆษณาว่าราคาถูกผิดปกตินั้น มีความเสี่ยงสูงมากที่จะผิดกฎหมาย และมีปัญหาตามมาอีกมากมายครับ ไม่แนะนำให้ซื้อรถประเภทนี้โดยเด็ดขาด มาทำความเข้าใจกันเป็นข้อๆ ดังนี้เลย: 1. รถหลุดจำนำคืออะไร? รถหลุดจำนำ คือ รถที่เจ้าของเดิมนำไปจำนำไว้กับบุคคลหรือแหล่งรับจำนำเพื่อแลกกับเงินสด โดยที่เล่มทะเบียนรถยังคงอยู่ที่ไฟแนนซ์ (หากยังผ่อนไม่หมด) หรืออยู่กับเจ้าของเดิมที่นำมาจำนำ แต่ไม่ได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้อง เมื่อเจ้าของเดิมไม่สามารถไถ่ถอนรถคืนได้ตามกำหนด ผู้รับจำนำก็จะนำรถคันนั้นมาประกาศขายต่อในราคาถูกกว่าตลาดทั่วไป 2. ซื้อได้ไหม? ผิดกฎหมายหรือไม่? การซื้อขายโดยตรงอาจไม่ผิดกฎหมายหลักๆ ของการซื้อขาย: ในแง่ของการส่งมอบรถและรับเงิน การซื้อขายรถหลุดจำนำ "ตัวเปล่า" ที่ไม่มีเล่มทะเบียนมาด้วย อาจไม่ได้ผิดกฎหมายในขั้นตอนการซื้อขายโดยตรง แต่การนำมาใช้งาน ผิดกฎหมายอย่างแน่นอน: นี่คือประเด็นสำคัญที่สุด! เมื่อคุณซื้อรถหลุดจำนำที่ไม่มีเล่มทะเบียน (หรือเล่มทะเบียนอยู่กับไฟแนนซ์/เจ้าของเดิม) คุณจะไม่สามารถดำเนินการดังต่อไปนี้ได้เลย: โอนกรรมสิทธิ์: รถยังคงเป็นชื่อของเจ้าของเดิม หรือไฟแนนซ์ ผู้ซื้อจึงไม่มีสิทธิ์ในรถอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย ต่อทะเบียน/ต่อภาษีรถประจำปี: ไม่สามารถทำได้ เพราะต้องใช้เล่มทะเบียน ทำ พ.ร.บ. (ประกันภัยภาคบังคับ): ไม่สามารถทำได้ ทำประกันภัยภาคสมัครใจ: บริษัทประกันส่วนใหญ่จะไม่รับทำประกันให้กับรถที่ไม่มีเล่มทะเบียนถูกต้อง ดังนั้น การนำรถหลุดจำนำที่ไม่มีเล่มทะเบียนไปขับขี่บนท้องถนน ถือว่าผิดกฎหมาย พ.ร.บ. รถยนต์ และ พ.ร.บ. จราจร คุณอาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจและดำเนินคดีได้ หากตรวจพบว่าป้ายทะเบียนไม่ตรงกับข้อมูลผู้ครอบครอง หรือรถไม่มีการต่อทะเบียน/ต่อภาษี เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี "รับของโจร": รถหลุดจำนำส่วนใหญ่มักเป็นรถที่ยังติดไฟแนนซ์อยู่ ซึ่งหมายความว่ากรรมสิทธิ์ที่แท้จริงยังเป็นของบริษัทไฟแนนซ์ การที่เจ้าของเดิมนำรถไปจำนำโดยพลการ ถือเป็นการ ยักยอกทรัพย์ หากคุณซื้อรถที่รู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาจากการกระทำความผิด (เช่น ราคารถถูกผิดปกติจนน่าสงสัย, ไม่มีเล่มทะเบียนตัวจริง) คุณอาจเข้าข่าย รับของโจร ซึ่งเป็นความผิดอาญา มีโทษทั้งจำคุกและปรับ ไฟแนนซ์หรือเจ้าของรถที่แท้จริงมีสิทธิ์ตามยึดรถคืนได้ตลอดเวลา ไม่ว่ารถจะไปอยู่ที่ใคร และคุณจะเสียเงินที่จ่ายไปฟรีๆ ไม่สามารถเรียกร้องใดๆ ได้ เสี่ยงเป็นรถผิดกฎหมายอื่นๆ: บางครั้งรถหลุดจำนำอาจเป็นรถที่ถูกขโมยมา สวมทะเบียน หรือเป็นรถที่เคยใช้ก่ออาชญากรรม ซึ่งคุณจะกลายเป็นผู้ครอบครองรถที่ผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว 3. ปัญหาอื่นๆ ที่อาจตามมา: โดนยึดรถคืน: ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ไฟแนนซ์หรือเจ้าของเดิมมีสิทธิ์ตามยึดรถคืนได้เสมอ คุณจะเสียเงินเปล่า ไม่มีหลักฐานความเป็นเจ้าของ: ไม่สามารถขายต่อ หรือนำไปทำธุรกรรมใดๆ ได้ อันตรายหากเกิดอุบัติเหตุ: หากเกิดอุบัติเหตุ คุณจะไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. หรือประกันภัย (ถ้ามี) และต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดด้วยตัวเอง รถอาจมี GPS ติดตาม: ผู้ขายหรือเจ้าของเดิมอาจแอบติด GPS ไว้เพื่อติดตามรถและขโมยคืนในภายหลังได้ ไม่สามารถซ่อมที่ศูนย์ได้: อะไหล่บางชิ้นอาจต้องใช้ข้อมูลรถจากเล่มทะเบียน ข้อควรจำ: รถที่ถูกกฎหมายและสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามปกติ ไม่มีใครนำมาขายในราคาที่ถูกจนน่าตกใจ เว้นแต่รถจะมีปัญหาใหญ่ๆ หรือเป็นรถหลุดจำนำที่ไม่ถูกต้อง คำแนะนำ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อรถหลุดจำนำที่ไม่มีเล่มทะเบียน หรือมีเล่มทะเบียนแต่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย การเสียเงินเปล่า และความเสี่ยงต่างๆ ที่จะตามมา หากต้องการรถราคาถูกจริงๆ ควรเลือกรถมือสองที่สามารถตรวจสอบประวัติได้ มีเล่มทะเบียนตัวจริง และสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอนของกรมการขนส่งทางบกครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 25 ก.ค. 68
อ่าน
คู่มือเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์สำหรับผู้เริ่มต้น ปี 2025
การเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์คันแรกสำหรับผู้เริ่มต้นในปี 2025 เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นแต่ก็ต้องใช้ความรอบคอบอย่างมากครับ เพราะมอเตอร์ไซค์แต่ละประเภท แต่ละรุ่น มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป การเลือกให้ "ตรงใจ" และ "เหมาะสม" กับเราที่สุดจะช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยและสนุกสนานในระยะยาว และนี่คือคู่มือและคำแนะนำสำหรับมือใหม่ในการเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์ที่ทีมงาน TrueID เราแนะนำ ดังนี้เลย มอเตอร์ไซค์สำหรับผู้เริ่มต้น: สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ ก่อนที่คุณจะพุ่งตัวไปที่โชว์รูม มีหลายปัจจัยที่คุณควรพิจารณาเพื่อค้นหามอเตอร์ไซค์คันแรกที่ใช่สำหรับเราก่อน วัตถุประสงค์ในการใช้งานหลัก: ใช้ในชีวิตประจำวัน/เดินทางในเมือง: ต้องการความคล่องตัวสูง, ขับขี่ง่าย, มีพื้นที่เก็บของ, ประหยัดน้ำมัน ขับขี่ระยะใกล้/จ่ายตลาด: เน้นความเบา, คล่องตัว, จอดง่าย เดินทางออกทริป/ระยะไกล: ต้องการความสบายในการขับขี่, เครื่องยนต์มีกำลังเพียงพอ, ถังน้ำมันใหญ่ เพื่อความสนุก/สปอร์ต: เน้นสมรรถนะ, ดีไซน์สปอร์ต, อาจยอมแลกกับความสบายเล็กน้อย สรีระของผู้ขับขี่: ความสูง: สำคัญมาก! เราควรสามารถวางเท้าทั้งสองข้างลงบนพื้นได้เต็มฝ่าเท้า หรือเกือบเต็ม เพื่อการทรงตัวที่ดีขณะจอดหรือติดไฟแดง น้ำหนักตัว: รถที่เบาจะช่วยให้ควบคุมง่ายกว่าสำหรับผู้เริ่มต้น ความแข็งแรง: บางรุ่นอาจมีน้ำหนักมากหรือต้องใช้แรงในการควบคุมมากกว่า งบประมาณ: ราคารถ: กำหนดงบประมาณสูงสุดที่เราพร้อมจ่าย ค่าใช้จ่ายแฝง: อย่าลืมงบสำหรับ หมวกกันน็อก (เต็มใบมาตรฐาน มอก.), ถุงมือ, เสื้อการ์ด, รองเท้าหุ้มข้อ, ค่าประกันภัย, ค่าบำรุงรักษา, ค่าน้ำมัน เป็นต้น ค่าเรียนขับขี่: ถ้ายังไม่มีใบขับขี่ ควรมีงบสำหรับเรียนขับขี่ที่โรงเรียนสอนขับรถโดยเฉพาะ ประสบการณ์และทักษะการขับขี่: ไม่เคยขับเลย: ควรเริ่มจากรถที่ขับง่ายที่สุด เช่น เกียร์ออโต้ หรือรถครอบครัว (เกียร์วน/คลัตช์อัตโนมัติ) เคยขับบ้างแต่ไม่ชำนาญ: อาจขยับไปรถที่มีคลัตช์มือขนาดเล็กได้ มีใบขับขี่แล้วแต่ยังไม่มั่นใจ: การลงเรียนคอร์สขับขี่เพิ่มเติมเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยมครับ ประเภทของมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น (พร้อมข้อดี-ข้อเสียสำหรับมือใหม่) มอเตอร์ไซค์เกียร์ออโต้ (Automatic / Scooter): ลักษณะ: ไม่มีคลัตช์ ไม่มีเกียร์มือ แค่บิดคันเร่งแล้วไปได้เลย ข้อดี: ขับง่ายที่สุด: ไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนเกียร์ เหมาะกับมือใหม่ 100% คล่องตัวในเมือง: เหมาะกับการจราจรติดขัดในเมือง สะดวกสบาย: นั่งสบาย มีพื้นที่วางเท้า มีช่องเก็บของใต้เบาะ (ส่วนใหญ่) แฟชั่น/ดีไซน์: มีให้เลือกหลากหลายดีไซน์ ทั้งแนวโมเดิร์นและวินเทจ ข้อเสีย: ฟิลลิ่งการขับขี่: บางคนอาจรู้สึกว่าขาดอารมณ์ร่วมในการควบคุมรถ การบำรุงรักษา: ระบบสายพานอาจมีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนตามระยะทาง เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุด, ขับในเมืองเป็นหลัก, ผู้หญิง, และผู้ที่ไม่เคยขับมอเตอร์ไซค์มาก่อน มอเตอร์ไซค์ครอบครัว (Underbone / Moped / เกียร์วน / คลัตช์อัตโนมัติ): ลักษณะ: มีเกียร์เท้า แต่ไม่มีคลัตช์มือ แค่กดเปลี่ยนเกียร์แล้วบิดคันเร่งได้เลย ข้อดี: ทนทาน ประหยัดน้ำมัน: เป็นรถที่ขึ้นชื่อเรื่องความอึด ทนทาน ประหยัดค่าใช้จ่าย ขับง่าย (รองจากเกียร์ออโต้): ไม่ต้องใช้คลัตช์มือ ทำให้เรียนรู้ได้ไม่ยาก บำรุงรักษาง่าย: ค่าบำรุงรักษาพื้นฐานไม่แพง อะไหล่หาง่าย คล่องตัว: ขนาดกะทัดรัด เหมาะกับการใช้งานในเมือง ข้อเสีย: ฟิลลิ่ง: อาจไม่มันส์เท่ารถสปอร์ต (แต่ก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน) พื้นที่เก็บของ: มีน้อย หรือไม่มีเลยใต้เบาะ (ต้องติดกล่องเพิ่ม) การออกแบบ: อาจดูเป็นรถใช้งานทั่วไป ไม่หวือหวา เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการรถใช้งานประจำวันที่เน้นความประหยัด ทนทาน และเรียนรู้การใช้เกียร์ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคลัตช์ มอเตอร์ไซค์สปอร์ต/เน็คเก็ตขนาดเล็ก (Lightweight Sport/Naked Bike): ลักษณะ: มีคลัตช์มือ และเกียร์เท้า (เข้าเกียร์ 1 ลง, ที่เหลือขึ้น) ข้อดี: ความสนุกในการขับขี่: ได้ฟิลลิ่งการควบคุมรถอย่างเต็มที่ บิด/เปลี่ยนเกียร์ได้ดั่งใจ สมรรถนะ: เครื่องยนต์มีกำลังที่ดีกว่ารถครอบครัว สามารถออกทริปได้สบายขึ้น ดีไซน์: สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ดูทันสมัย ท่านั่ง: บางรุ่นอาจไม่ก้มมาก ทำให้ไม่เมื่อยมากนัก ข้อเสีย: ต้องใช้ทักษะ: ต้องเรียนรู้การใช้คลัตช์และเกียร์ ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝน ไม่เหมาะกับรถติด: การบีบคลัตช์/เปลี่ยนเกียร์บ่อยๆ ในเมืองอาจทำให้เมื่อยมือ ราคา/ค่าบำรุงรักษา: สูงกว่า 2 ประเภทแรกเล็กน้อย เหมาะกับ: ผู้ที่อยากพัฒนาทักษะการขับขี่, ชื่นชอบความสนุกสนานในการควบคุมรถ, และต้องการสมรรถนะที่สูงขึ้น ฟีเจอร์และสเปกสำคัญที่ควรพิจารณาสำหรับมือใหม่: ขนาดเครื่องยนต์ (CCs): เกียร์ออโต้/รถครอบครัว: 110cc - 160cc ถือว่าเพียงพอและควบคุมง่าย สปอร์ต/เน็คเก็ต (คลัตช์มือ): 150cc - 300cc เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ไม่แรงเกินไป และมีกำลังพอตัว หลีกเลี่ยงรุ่นที่เกิน 400cc สำหรับคันแรก: เพราะมีน้ำหนักมากและกำลังสูงเกินไปสำหรับผู้เริ่มต้น ระบบเบรก (Braking System): ABS (Anti-lock Braking System): สำคัญที่สุด! ควรเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่พิจารณา เพราะช่วยป้องกันล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน ทำให้รถไม่เสียการควบคุม เพิ่มความปลอดภัยอย่างมหาศาล โดยเฉพาะบนพื้นถนนลื่น CBS (Combi Brake System): ระบบกระจายแรงเบรก (สำหรับบางรุ่น) ช่วยให้เบรกทั้งหน้าและหลังพร้อมกันเมื่อบีบเบรกข้างเดียว ความสูงเบาะนั่ง: ลองนั่งบนรถจริง เพื่อให้มั่นใจว่าเท้าของคุณสามารถวางลงบนพื้นได้อย่างมั่นคง น้ำหนักรถ: รถที่เบาจะช่วยให้ควบคุมง่ายขึ้นเวลาเข็น ถอยรถ หรือทรงตัวในความเร็วต่ำ ระบบไฟส่องสว่าง: LED: ให้ความสว่างที่ชัดเจน สวยงาม และประหยัดพลังงาน รุ่นมอเตอร์ไซค์แนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น (ปี 2025): กลุ่มเกียร์ออโต้ (Scooter): Honda PCX 160: ดีไซน์พรีเมียม ขับขี่สบาย ฟีเจอร์ครบ (ABS ในบางรุ่นย่อย) Yamaha NMAX 155 / Aerox 155: สมรรถนะดี ดีไซน์สปอร์ต (มี ABS ให้เลือก) Honda Click 160: คล่องตัว ขนาดกะทัดรัด (มี ABS ให้เลือก) Yamaha Grand Filano Hybrid / Honda Scoopy: ดีไซน์ทันสมัย/คลาสสิก ใช้งานง่ายในเมือง กลุ่มรถครอบครัว (Underbone): Honda Wave 110i / Wave 125i: รถขวัญใจมหาชน ทนทาน ประหยัดน้ำมัน อะไหล่หาง่าย Yamaha Finn: เน้นความประหยัด ทนทาน คล่องตัว Honda Super Cub: ดีไซน์วินเทจ มีสไตล์ ใช้งานง่าย กลุ่มสปอร์ต/เน็คเก็ตขนาดเล็ก (Manual Clutch): Honda CB150R / CBR150R: ดีไซน์สปอร์ต ขับขี่สนุก มี ABS ให้เลือก Yamaha MT-15 / YZF-R15: ดีไซน์ดุดัน สมรรถนะดี (มี ABS ให้เลือก) Kawasaki Z125 / Ninja 250SL: ตัวเล็ก คล่องตัว เหมาะกับการเริ่มต้นเรียนคลัตช์ (อาจเป็นรถมือสอง) GPX Demon GR150GR / CR5 200R: ดีไซน์สปอร์ต ราคาเป็นมิตร สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น: เรียนขับขี่และทำใบขับขี่ให้ถูกต้อง: นี่คือสิ่งแรกที่คุณต้องทำ ไม่ควรหัดขับเองบนถนนสาธารณะ ลงทุนกับอุปกรณ์ป้องกันที่ได้มาตรฐาน: หมวกกันน็อกเต็มใบ (Full Face), ถุงมือ, เสื้อการ์ด, รองเท้าหุ้มข้อ คือสิ่งจำเป็น ไม่ใช่แค่ของตกแต่ง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง: เคารพกฎจราจร ไม่ประมาท และเผื่อพื้นที่ให้รถคันอื่นเสมอ ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ: เริ่มจากพื้นที่ปลอดภัย ค่อยๆ เพิ่มระยะทางและความเร็วเมื่อมั่นใจ หวังว่าคู่มือนี้จะเป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์คันแรกที่ "ตรงใจ" และ "เหมาะสม" กับเพื่อนๆ นะครับ ขอให้สนุกกับการขับขี่อย่างปลอดภัย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 11 ก.ค. 68
อ่าน
วิ่งฟรี 5 วัน! มอเตอร์เวย์ M81 บางใหญ่ - กาญจนบุรี รับวันหยุดยาว 10-14 ก.ค.นี้
กรมทางหลวง (ทล.) กระทรวงคมนาคม ขอประชาสัมพันธ์การเปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี (M81) ระยะทาง 96 กิโลเมตรบางส่วน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกและลดระยะเวลาการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึงนี้ การเปิดทดลองให้บริการ M81 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 เวลา 00.01 น. ไปจนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 น. ซึ่งครอบคลุมระยะเวลาการเดินทางช่วงวันหยุดยาว มีจุดเข้า - ออกที่เปิดให้บริการ คือ ด่านบางใหญ่ ด่านนครชัยศรี ด่านนครปฐมฝั่งตะวันออก ด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก ด่านท่ามะกา ด่านท่าม่วง ด่านกาญจนบุรี ยกเว้นด่านศีรษะทอง โดยเปิดทดลองให้บริการเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ และจำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทล. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการจราจรในช่วงวันหยุดยาว เพื่อลดความแออัดบนเส้นทางหลักและยกระดับคุณภาพการเดินทางของประชาชน การเปิดให้บริการ M81 จึงเป็นการบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนกาญจนาภิเษกและถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางคมนาคมสำคัญในภาคตะวันตก และเป็นทางเลือกในการเดินทางสู่ภาคใต้ ขอให้ผู้ใช้เส้นทางโปรดศึกษาข้อมูลการเดินทาง ตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งาน ปฏิบัติตามกฎจราจร ป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางบน M81 ได้ที่สายด่วน ทล. โทร. 1586 และศูนย์บริการข้อมูลทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway Call Center) โทร. 1586 กด 7 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทางเว็บไซต์ www.motorway.go.thข่าวที่เกี่ยวข้อง- ขึ้นทางด่วนฟรี วันอาสาฬหบูชา-วันเข้าพรรษา 10-11 กรกฎาคม 2568 รวม 61 ด่าน- วันอาสาฬหบูชา-วันเข้าพรรษา! ขนส่งฯ ขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงขนส่งสินค้า 10 - 13 ก.ค.- วันเข้าพรรษา 2568 ตรงกับวันที่เท่าไร ธนาคารหยุดไหม? เปิดประวัติความเป็นมา
TNN ช่อง16 • 9 ก.ค. 68
อ่าน
สิ่งควรระวังเมื่อซื้อรถยนต์มือสอง ควรตรอจสอบอะไรบ้าง
การซื้อรถยนต์มือสอง เป็นการลงทุนที่ต้องใช้ความรอบคอบสูงครับ เพราะคุณจะได้รถในราคาที่คุ้มค่ากว่ามือหนึ่งก็จริง แต่ก็มีความเสี่ยงแฝงอยู่มาก ทั้งจากสภาพรถที่อาจถูกย้อมแมว หรือเอกสารที่ไม่ถูกต้อง การตรวจสอบอย่างละเอียดรอบด้านจะช่วยให้คุณได้รถที่ดีและคุ้มค่าที่สุดครับ ดังนั้นพวกเราทีมงาน TrueID ขอรวบรวมสิ่งที่ควรระวังและตรวจสอบอย่างละเอียดเมื่อตัดสินใจซื้อรถยนต์มือสอง 1. สภาพภายนอกรถยนต์ (ตัวถัง, สี, รอยบุบ/ชน) เริ่มต้นที่ภายนอกรถที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า สภาพภายนอกสามารถบอกเล่าเรื่องราวของรถได้เยอะ: ร่องรอยการชน/ทำสี: สีรถ: ลองมองสีรถจากหลายๆ มุม สังเกตความสม่ำเสมอของสีรถทั้งคัน ถ้าสีบางส่วนดูเงาผิดปกติ หรือมีเฉดสีที่ต่างออกไป อาจบ่งบอกถึงการทำสีใหม่จากการชน ช่องว่างรอยต่อ: ตรวจสอบช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ ของตัวถัง เช่น ฝากระโปรงกับบังโคลน, ประตูกับตัวถัง, ฝากระโปรงท้ายกับบังโคลนท้าย ถ้าช่องว่างไม่เท่ากัน หรือเบี้ยวไปจากปกติ อาจเคยมีการถอดประกอบหรือเปลี่ยนชิ้นส่วน น็อตยึดชิ้นส่วน: เปิดฝากระโปรงหน้า, ฝากระโปรงท้าย, และประตูทั้ง 4 บาน สังเกตหัวน็อตยึด เช่น น็อตฝากระโปรง, น็อตยึดบานพับประตู ถ้ามีร่องรอยการขัน หรือสีถลอก อาจเคยมีการถอดเปลี่ยนหรือซ่อมแซมชิ้นส่วนนั้นๆ รอยเชื่อม/คาน: ตรวจสอบคานหน้า คานหลัง และรอยเชื่อมต่างๆ ของตัวถัง ถ้าเห็นรอยเชื่อมที่ไม่เป็นระเบียบ หรือมีรอยสนิมในจุดที่ไม่ควรมี อาจเป็นรถที่เคยเกิดอุบัติเหตุชนหนัก กระจกและไฟส่องสว่าง: ตรวจสอบรอยร้าว รอยแตกของกระจกทุกบาน และความสมบูรณ์ของชุดไฟหน้า ไฟท้าย และไฟเลี้ยว ยางรถยนต์และล้อแม็ก: ดอกยาง: ดอกยางควรมีความลึกสม่ำเสมอทั้ง 4 เส้น (ไม่ควรสึกหรอไม่เท่ากัน) และไม่ควรมีรอยฉีกขาดหรือบวม ปีที่ผลิตยาง: ตรวจสอบตัวเลข 4 หลักบนแก้มยาง (สัปดาห์ที่ผลิต/ปีที่ผลิต) เช่น 2024 หมายถึง สัปดาห์ที่ 20 ปี 2024 ถ้าผลิตนานเกิน 2-3 ปี หรือต่างกันมากในแต่ละเส้น อาจถึงเวลาต้องเปลี่ยน ล้อแม็ก: ตรวจสอบรอยคด รอยแตก หรือรอยเบียดขอบถนน 2. ห้องเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ส่วนนี้คือหัวใจของรถยนต์ การตรวจสอบอย่างละเอียดสำคัญมาก: คราบน้ำมัน/น้ำหล่อเย็น: มองหารอยรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ หรือน้ำหล่อเย็น บริเวณรอบๆ เครื่องยนต์ ท่อน้ำ และใต้ท้องรถ ระดับของเหลว: ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ และน้ำในหม้อน้ำว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ สีของของเหลวควรอยู่ในสภาพดี ไม่ขุ่นดำผิดปกติ สายพาน/ท่อยาง: ตรวจสอบสภาพของสายพานต่างๆ ว่ามีการแตกลายงา หรือเสียงดังผิดปกติหรือไม่ รวมถึงท่อยางต่างๆ ว่าแข็งกระด้างหรือมีรอยร้าว แบตเตอรี่: ตรวจสอบขั้วแบตเตอรี่ว่ามีคราบขี้เกลือเกาะหรือไม่ และสภาพแบตเตอรี่โดยรวม ร่องรอยการซ่อม: สังเกตว่าเครื่องยนต์เคยถูกถอดหรือซ่อมแซมใหญ่ๆ หรือไม่ เช่น น็อตฝาสูบมีรอยขัน หรือปะเก็นมีรอยรั่วซึม เสียงเครื่องยนต์: สตาร์ทเครื่องยนต์ฟังเสียง ควรเดินเรียบ ไม่สั่น หรือมีเสียงแปลกๆ เช่น เสียงดังแก๊กๆ, เสียงหอบ, เสียงดังอีดๆ (เสียงสายพาน) ระบบเกียร์: เกียร์ออโต้: ลองเข้าเกียร์ D, R และ N สลับไปมา ควรเข้าได้นุ่มนวล ไม่กระตุกหรือมีเสียงดัง เกียร์ธรรมดา: ลองเข้าเกียร์แต่ละตำแหน่ง ควรเข้าได้ง่าย ไม่ติดขัด และลองปล่อยคลัตช์เบาๆ เพื่อดูว่ารถมีการออกตัวที่ดีหรือไม่ 3. ภายในห้องโดยสาร ภายในรถสามารถบอกถึงการดูแลรักษาและลักษณะการใช้งานของเจ้าของเดิมได้ สภาพเบาะ: ตรวจสอบรอยฉีกขาด รอยเปื้อน หรือการยุบตัวของเบาะ โดยเฉพาะเบาะคนขับ อุปกรณ์ไฟฟ้า: ลองเปิด-ปิดระบบไฟฟ้าทั้งหมด เช่น ไฟส่องสว่างภายในรถ, แอร์ (ความเย็นและพัดลม), เครื่องเสียง, กระจกไฟฟ้าทุกบาน, ที่ปัดน้ำฝน, แตร, ระบบล็อกประตู, ปุ่มควบคุมต่างๆ ว่าใช้งานได้ปกติหรือไม่ ไมล์สะสม (เลขไมล์): ตรวจสอบว่าไมล์สะสมสมเหตุสมผลกับสภาพรถและปีที่ผลิตหรือไม่ และควรระวังการกรอไมล์ (อาจดูได้จากร่องรอยการถอดประกอบแผงหน้าปัด หรือบันทึกการเข้ารับบริการครั้งล่าสุด) กลิ่นภายในรถ: สังเกตกลิ่นอับชื้น กลิ่นบุหรี่ หรือกลิ่นไหม้ ซึ่งอาจบ่งบอกถึงปัญหาภายใน เช่น รถเคยจมน้ำ หรือมีปัญหาระบบไฟฟ้า พวงมาลัย/แป้นเหยียบ: สังเกตความสึกหรอของพวงมาลัย หัวเกียร์ และแป้นเหยียบ (คันเร่ง เบรก คลัตช์) ว่าสมเหตุสมผลกับเลขไมล์หรือไม่ แผงหน้าปัด: ลองสตาร์ทรถและสังเกตไฟเตือนต่างๆ บนแผงหน้าปัด ว่ามีไฟโชว์ผิดปกติหรือไม่ (เช่น ไฟ Check Engine) 4. เอกสารและประวัติรถ เอกสารที่ถูกต้องและครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับความเป็นเจ้าของและความถูกต้องตามกฎหมาย เล่มทะเบียนรถ (สมุดคู่มือจดทะเบียน): ชื่อผู้ครอบครอง: ตรวจสอบว่าชื่อผู้ครอบครองตรงกับผู้ขายหรือไม่ ข้อมูลรถ: ตรวจสอบเลขเครื่องยนต์, เลขตัวถัง ว่าตรงกับรถจริง และตรงกับที่ระบุในเล่มทะเบียน ประวัติการโอน: ดูประวัติการโอนกรรมสิทธิ์ว่ามีการเปลี่ยนมือบ่อยเกินไปหรือไม่ วันจดทะเบียน: ดูปีที่จดทะเบียนรถ ประวัติการชำระภาษี: ดูว่าภาษีขาดต่อหรือไม่ การแจ้งเปลี่ยนเครื่องยนต์/สี: ถ้ามีการดัดแปลง ต้องมีการแจ้งลงในเล่มทะเบียน เอกสารการโอนกรรมสิทธิ์: เตรียมเอกสารการโอนให้พร้อม ตรวจสอบความถูกต้องของลายเซ็น และเอกสารบัตรประชาชนของผู้ขาย ประวัติการซ่อมบำรุง: หากผู้ขายมีสมุดคู่มือการซ่อมบำรุง หรือใบเสร็จจากการเข้าศูนย์บริการ จะเป็นข้อมูลที่ดีมากในการตรวจสอบประวัติรถ 5. การทดลองขับ (Test Drive) นี่คือขั้นตอนสำคัญที่สุดที่จะทำให้คุณสัมผัสถึงปัญหาของรถได้จริง สตาร์ทเครื่อง: ฟังเสียงเครื่องยนต์ตอนสตาร์ท ต้องติดง่าย ไม่ใช้เวลานาน เกียร์: ลองขับทั้งในความเร็วต่ำและสูง สลับเกียร์ขึ้นลง (สำหรับเกียร์ธรรมดา) และลองเข้าเกียร์ D, R (สำหรับเกียร์ออโต้) สังเกตการเปลี่ยนเกียร์ว่าลื่นไหล ไม่กระตุกหรือมีเสียงดังผิดปกติ ช่วงล่าง: ลองขับผ่านลูกระนาด ทางขรุขระ ฟังเสียงช่วงล่างว่ามีเสียงดังผิดปกติหรือไม่ (เช่น เสียงกุกกัก เสียงโครมคราม) เบรก: ลองเหยียบเบรกดูว่าผ้าเบรกจับตัวดี ไม่มีการสั่นที่พวงมาลัยหรือแป้นเบรก และรถไม่กินซ้ายกินขวาเมื่อเบรก พวงมาลัย: ลองเลี้ยวซ้าย-ขวา สุดๆ ดูว่ามีเสียงดังหรือติดขัดหรือไม่ พวงมาลัยควรจะควบคุมง่ายและไม่หลวมคลอน ความเร็วสูง: ถ้าเป็นไปได้ ลองขับที่ความเร็วสูงขึ้น เพื่อดูว่ารถมีการทรงตัวดีหรือไม่ และมีเสียงลม เสียงยางผิดปกติหรือไม่ 6. พาผู้เชี่ยวชาญ/ช่างไปช่วยดู หากคุณไม่มีความรู้เรื่องรถยนต์มากพอ หรืออาจยังไม่มั่นใจ การพาช่างยนต์ที่ไว้ใจได้ หรือผู้เชี่ยวชาญไปช่วยตรวจสอบรถ จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก ช่างจะสามารถตรวจสอบจุดต่างๆ ที่คนทั่วไปมองข้ามได้ และประเมินสภาพเครื่องยนต์และช่วงล่างได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นครับ คำแนะนำเพิ่มเติม: ระวังรถที่ราคาถูกเกินจริง: ถ้าสเปกรถดี แต่ราคาถูกกว่าตลาดมาก อาจมีอะไรผิดปกติ ควรระวังเป็นพิเศษ พยายามซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ: เช่น เต็นท์รถมือสองที่มีชื่อเสียงและมีการรับประกัน หรือเจ้าของรถโดยตรงที่คุณสามารถสอบถามประวัติรถได้อย่างละเอียด ขอเอกสารการซื้อขายให้ครบถ้วน: เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต การซื้อรถมือสองไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใช้เวลาและความละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบครับ ถ้าทำตามขั้นตอนเหล่านี้ เพื่อนๆ ก็จะได้รถที่ถูกใจและคุ้มค่าอย่างแน่นอน ! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 3 ก.ค. 68
อ่าน
ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
จักรยานไฟฟ้าสายลุย ! Heybike Alpha ราคาโดนใจ พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ขับได้บนทุกสภาพภูมิประเทศ
เฮย์ไบค์ (Heybike) แบรนด์จักรยานไฟฟ้าจากประเทศจีน เปิดตัว แอลฟ่า (Alpha) จักรยานไฟฟ้ารุ่นใหม่ ผสานกับเทคโนโลยีอเนกประสงค์ที่น่าสนใจเช่น เทคโนโลยีขับเคลื่อน Galaxy eDrive หรือ ระบบช่วยปั่น (pedal assist) ทั้งหมดนี้ในราคาเข้าถึงได้ง่าย เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้าอเนกประสงค์ สำหรับทุกสภาพภูมิประเทศ ดีไซน์ภายนอกของ Heybike Alphaเฮย์ไบค์แอลฟ่า (Heybike Alpha) ออกแบบมาให้มีดีไซน์แบบง่ายต่อการขึ้นและลงจากจักรยาน เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทุกวัยและทุกสรีระ ผลิตด้วยเฟรมอลูมิเนียมอัลลอยด์ที่แข็งแรง แต่มีน้ำหนักเบาเพียง 32.2 กิโลกรัม และ ยางขนาด 26 x 4 นิ้ว ที่มีขนาดใหญ่ ช่วยให้สามารถขับขี่ผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นพื้นกรวด หิน รากไม้ หรือแม้แต่หลุมบ่อบนท้องถนนในเมืองอีกทั้งจักรยานคันนี้ยังมาพร้อมกับ ระบบกันสะเทือนหน้าแบบไฮดรอลิก ที่ช่วยซับแรงกระแทก ทำให้การขับขี่บนพื้นผิวขรุขระเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังมี ตะแกรงท้าย ที่แข็งแรง รองรับน้ำหนักบรรทุกได้ถึง 181.44 กิโลกรัม ทำให้แอลฟ่า (Alpha) สามารถใช้งานเป็นจักรยานบรรทุกสำหรับการซื้อของ หรือแม้แต่การขนส่งขนาดเล็กได้อีกด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อน Galaxy eDriveระบบขับเคลื่อน Galaxy eDrive ที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กรเป็นครั้งแรก ถือเป็นหัวใจสำคัญของเฮย์ไบค์แอลฟ่า (Heybike Alpha) ระบบนี้ประกอบด้วยมอเตอร์ขับกลาง (Mivice mid-drive motor) ขนาด 500 วัตต์ซึ่งแตกต่างจากจักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ในตลาด ที่มักใช้มอเตอร์ติดตั้งที่ดุมล้อ และรูปแบบการวางตำแหน่งของมอเตอร์อยู่ใกล้กับแป้นถีบ พร้อมด้วย เซ็นเซอร์แรงบิด (Torque Sensor) ทำให้การขับขี่มีความนุ่มนวลและตอบสนองต่อการปั่นของผู้ขับขี่ได้อย่างเป็นธรรมชาตินอกจากนี้ แอลฟ่า (Alpha) ยังมี แบตเตอรี่ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน UL มาตรฐานรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ขนาด 680Whทำให้สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 96.56 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และด้วยระบบเบรกแบบชาร์จไฟกลับ (Regenerative Braking) ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Galaxy eDrive ทำให้สามารถเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้อีกกว่า 8% เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ที่มีความจุเท่ากันฟีเจอร์ที่น่าสนใจเฮย์ไบค์ แอลฟ่า (Heybike Alpha) มี ระบบช่วยปั่น (pedal assist) ที่มีถึง 5 ระดับ และคันเร่งที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม คันเร่งจะทำงานเมื่อจักรยานมีความเร็วอย่างน้อย 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วสูงสุดขณะใช้คันเร่งจะถูกจำกัดไว้ที่ 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมี เกียร์ Shimano Altus 8 สปีด ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับอัตราทดเกียร์ให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง และ สัญญาณไฟเลี้ยว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนน เฮย์ไบค์ แอลฟ่า (Heybike Alpha) มีราคาเพียง 1,699 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 56,000 บาทข้อสังเกตที่น่ากังวลมีผู้ทดสอบได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความยุ่งยากในการประกอบจักรยานในครั้งแรก และปัญหาเกี่ยวกับฝาครอบแบตเตอรี่ที่ไม่แน่นหนา อีกทั้งมีเสียงแตรที่ดังเกินไป รวมถึงแอปพลิเคชันที่ยังขาดฟังก์ชันที่จำเป็น เช่น การติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ และระบบป้องกันการโจรกรรม ตามรายงานจากสำนักข่าว TechCrunch
TNN ช่อง16 • 21 พ.ค. 68
อ่าน
ทะเบียนรถขาดได้ไม่เกินกี่ปี และจะมีค่าปรับอย่างไร
ในการใช้รถใช้ถนน นอกจากเราจะต้องเรียนขับรถให้คล่องเพื่อไปสอบใบขับขี่แล้ว การต่อทะเบียนรถยนต์ยังเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้ ซึ่งในวันนี้ทีมงาน TrueID จะขอให้คำแนะนำเกี่ยวกับการต่อทะเบียนรถยนต์ เนื่องจากหากเราไม่ต่อทะเบียนรถยนต์ จะทำให้ต้องเสียค่าปรับ รวมถึงเราสามารถขาดการต่อได้ไม่เกินกี่ปี การต่อทะเบียนรถยนต์ รวมถึงการต่อ พ.ร.บ. เป็นหน้าที่ตามกฏหมายที่เจ้าของรถทุกคนต้องปฏิบัติ โดยหากไม่ต่อทะเบียนรถยนต์ จะมีผลเสียและบทลงโทษตามมาดังนี้: เป็นความผิดทางกฎหมาย: มีโทษปรับ: หากปล่อยให้ป้ายทะเบียนขาดเกินกำหนด จะมีโทษปรับตามกฎหมาย โดยอัตราค่าปรับจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ขาดต่อ อาจถูกระงับการใช้รถ: หากปล่อยให้ทะเบียนขาดเป็นเวลานาน เจ้าพนักงานอาจมีอำนาจสั่งระงับการใช้รถเป็นการชั่วคราว หรือเพิกถอนทะเบียนรถได้ ไม่มีเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของรถที่ถูกต้อง: ไม่สามารถซื้อขาย โอน หรือจำนำรถได้: หากทะเบียนรถหมดอายุ จะไม่สามารถดำเนินการทางทะเบียนต่างๆ เกี่ยวกับรถได้ อาจมีปัญหาเมื่อถูกตรวจสอบ: หากเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจสอบเอกสาร และพบว่าทะเบียนรถหมดอายุ อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย: ขาด พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ: การต่อทะเบียนรถยนต์ส่วนหนึ่งคือการซื้อ พ.ร.บ. ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประสบภัยจากรถ หากไม่ต่อทะเบียน ก็จะไม่มีความคุ้มครองในส่วนนี้ หากเกิดอุบัติเหตุ จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเองทั้งหมด อาจมีปัญหาในการเคลมประกันภัย (หากมีประกันภัยภาคสมัครใจ): บริษัทประกันภัยอาจปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน หากรถยนต์ไม่มีการต่อทะเบียนและไม่มี พ.ร.บ. ที่ถูกต้อง ทะเบียนรถขาดได้ไม่เกินกี่ปี หากปล่อยให้ทะเบียนรถยนต์ขาดเกิน 3 ปี จะถือว่าทะเบียนรถนั้นถูกระงับ ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 โดยผลที่ตามมาเมื่อทะเบียนรถขาดเกิน 3 ปี มีดังนี้: ป้ายทะเบียนถูกยกเลิก: ไม่สามารถใช้ป้ายทะเบียนเดิมได้อีกต่อไป ต้องขอทะเบียนใหม่: เจ้าของรถต้องดำเนินการขอทะเบียนรถใหม่ทั้งหมด ต้องคืนป้ายทะเบียนและสมุดคู่มือ: ต้องนำป้ายทะเบียนเก่าและสมุดคู่มือจดทะเบียนรถไปคืนกรมการขนส่งทางบกภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ทะเบียนถูกระงับ หากไม่ดำเนินการ จะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท เสียค่าปรับภาษีย้อนหลัง: ต้องชำระภาษีรถยนต์ที่ค้างชำระย้อนหลังสูงสุด 3 ปี เสียค่าธรรมเนียมใหม่: มีค่าธรรมเนียมในการขอทะเบียนรถใหม่ ดังนั้น ทะเบียนรถยนต์ไม่ควรปล่อยให้ขาดเกิน 3 ปี เพราะจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก ทางที่ดีควรต่อตามกำหนดเพื่อให้ถูกกฏหมาย และไม่ต้องยุ่งยากในการดำเนินการขอทะเบียนรถใหม่ ทะเบียนรถขาด เสียค่าปรับเท่าไหร่ ณ ปัจจุบัน ค่าปรับทะเบียนรถยนต์ขาด จะคิดดังนี้: ค่าปรับฐานไม่ต่อทะเบียน: หากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจและพบว่าทะเบียนขาด จะมีโทษปรับ ไม่เกิน 2,000 บาท ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ค่าปรับภาษีล่าช้า: นอกเหนือจากค่าปรับฐานไม่ต่อทะเบียนแล้ว หากไปดำเนินการต่อทะเบียนล่าช้า จะต้องเสีย ค่าปรับเพิ่มร้อยละ 1 ต่อเดือน ของค่าภาษีรถยนต์ประจำปีที่ต้องชำระ นับตั้งแต่วันที่เลยกำหนด จนถึงวันที่ไปชำระ ตัวอย่าง: สมมติว่าภาษีรถยนต์ประจำปีของคุณคือ 1,000 บาท และคุณปล่อยให้ทะเบียนขาดไป 5 เดือน เมื่อไปต่อทะเบียน คุณจะต้องเสีย: ค่าภาษีรถยนต์: 1,000 บาท ค่าปรับภาษีล่าช้า: (1,000 บาท x 1%) x 5 เดือน = 50 บาท รวมค่าใช้จ่ายในการต่อทะเบียน (ไม่รวมค่า พ.ร.บ. และค่าตรวจสภาพรถหากจำเป็น): 1,050 บาท และหากถูกตำรวจปรับฐานไม่ต่อทะเบียน ก็อาจมีค่าปรับเพิ่มอีกไม่เกิน 2,000 บาท สิ่งที่ควรทราบ: พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ: การต่อทะเบียนรถยนต์จำเป็นต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ หาก พ.ร.บ. หมดอายุ จะต้องซื้อ พ.ร.บ. ใหม่ก่อนทำการต่อทะเบียน การตรวจสภาพรถ: รถยนต์ที่มีอายุเกิน 7 ปี หรือรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกิน 5 ปี จะต้องผ่านการตรวจสภาพรถก่อนทำการต่อทะเบียน ทะเบียนขาดเกิน 3 ปี: หากปล่อยให้ทะเบียนรถขาดเกิน 3 ปี จะถูกระงับทะเบียน และมีขั้นตอนการดำเนินการที่ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายมากกว่า ดังนั้น ควรรีบดำเนินการต่อทะเบียนรถยนต์ทันทีที่ทราบว่าทะเบียนใกล้หมดอายุ หรือหากทะเบียนขาดไปแล้ว ควรรีบดำเนินการต่อทะเบียนโดยเร็วที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับที่เพิ่มขึ้นและปัญหาทางกฎหมายอื่นๆ ครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 16 พ.ค. 68
อ่าน
Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================
ทราเวล ทิปส์ • 13 พ.ค. 68
ดูเพิ่มเติม