รีเซต

ผลการค้นหา “买个假的尼加拉瓜假护照<网址:bbzz58.com>-买个假的尼加拉瓜假护照Vj【咨询网:ban58.com】-冀州买个假的尼加拉瓜假护照-可以找买个假的尼加拉瓜假护照8S” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คนไทยไปต่อ! ไต้หวันขยายฟรีวีซ่าคนไทยเริ่ม 1 สิงหาคม 2569 ส่วนกัมพูชาต้องขอวีซ่าเท่านั้น
อ่าน

คนไทยไปต่อ! ไต้หวันขยายฟรีวีซ่าคนไทยเริ่ม 1 สิงหาคม 2569 ส่วนกัมพูชาต้องขอวีซ่าเท่านั้น

กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ประกาศขยายมาตรการฟรีวีซ่าให้กับประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และบรูไน ไปอีกเป็นระยะเวลา 1 ปี จากมาตรการในปัจจุบันจะสิ้นสุดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 ไปมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2026 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2027 โดยมีข่าวดีสำหรับสายนทท. ชาวไทย พร้อมอัปเดตมาตรการสำคัญ ดังนี้ ขยายต่ออีกปี! ไต้หวันขยายฟรีวีซ่าคนไทยเริ่ม 1 สิงหาคม 2569 - 31 กรกฎาคม 2570 ขยายเวลาฟรีวีซ่าไทย-ฟิลิปปินส์-บรูไน ไต้หวันประกาศขยายมาตรการยกเว้นวีซ่า (ฟรีวีซ่า) ให้กับประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และบรูไน ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถเดินทางเข้าไต้หวันได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถพำนักอยู่ได้ไม่เกิน 14 วัน รัฐบาลไต้หวันเริ่มใช้มาตรการฟรีวีซ่ากับประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2016 รวมระยะเวลา 10 ปีแล้ว โดยในปี 2024 และ 2025 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันเดินทางมาไทยมากกว่า 1 ล้านครั้ง ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปไต้หวันมากกว่า 500,000 ครั้ง ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงสุดในรอบหลายปี มาตรการสิทธิ์วีซ่าผ่อนปรนพิเศษในกลุ่มประเทศอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีการประกาศมาตรการสิทธิ์วีซ่าผ่อนปรนพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบางประเทศเพิ่มเติม ดังนี้ ประเทศที่ได้รับสิทธิ์: อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา และ สปป.ลาว รูปแบบการผ่อนปรน: ปรับลดเงื่อนไขในการเดินทางเข้าไต้หวันสำหรับประเภทกรุ๊ปทัวร์ สิทธิ์ยกเว้นวีซ่าเพิ่มเติม: ผู้ที่มีวีซ่าและสิทธิ์พำนักของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (ได้แก่ สหรัฐฯ, แคนาดา, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ หรือกลุ่มประเทศเชงเกน) จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่าเข้าไต้หวันด้วย โครงการกวนหง (Kuan Hong Project): สำหรับนักท่องเที่ยวแบบกลุ่มของบางประเทศ ได้รับการต่ออายุมาตรการผ่อนปรนนี้ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคมปีหน้า (2027) ยกเลิกสิทธิ์ผ่อนปรนพิเศษ "กัมพูชา" พร้อมประกาศเตือนภัยขั้นสูง ในทางกลับกัน กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันได้ประกาศยกเลิกสิทธิ์วีซ่าผ่อนปรนพิเศษของประเทศกัมพูชามีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดสำคัญคือ ยกเลิกสิทธิ์การเดินทางเข้าประเทศภายใต้ระบบ Travel Authorization Certificate (TAC) หรือระบบอนุญาตเดินทางเข้าประเทศแบบไม่ต้องขอวีซ่าแต่มีเงื่อนไข ส่งผลให้พลเมืองกัมพูชาที่จะไปไต้หวันจะต้องยื่นขอวีซ่าตามขั้นตอนปกติ และต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวด ประกาศเตือนภัย : รัฐบาลไต้หวันได้ประกาศเตือนพลเมืองชาวไต้หวันให้ระมัดระวังขั้นสูงสุด หรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา เนื่องจากเป็นจุดหมายปลายทางที่มีความเสี่ยงสูงในเรื่องการหลอกลวงชาวต่างชาติ และชาวไต้หวันไปทำงานในขบวนการคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันระบุว่า การตัดสินใจปรับเปลี่ยนนโยบายในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการประเมินประสิทธิภาพของมาตรการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยหลังจากนี้รัฐบาลจะยังคงทบทวน และปรับปรุงนโยบายวีซ่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการท่องเที่ยว การกระชับความสัมพันธ์กับประเทศคู่มิตร ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของสังคมเป็นสำคัญ ====================

เตือนภัย! มิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอมหลอกขายสิทธิ์เข้าเล่นเกม GTA 6 ล่วงหน้า
อ่าน

เตือนภัย! มิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอมหลอกขายสิทธิ์เข้าเล่นเกม GTA 6 ล่วงหน้า

กลายเป็นประเด็น! เมื่อทางเว็บไซต์ malwarebytes.com ได้ออกโรงเตือนเหล่าเกมเมอร์ให้ระวังตัวให้ดี เพราะในตอนนี้ได้มีมิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์หลอกลวงขายสิทธิ์พิเศษได้เข้าเล่นเกม Grand Theft Auto VI (GTA 6) แบบ VIP Early Access ก่อนวันวางจำหน่าย เพียงจ่ายเงินไม่กี่ร้อยดอลลาร์ผ่านสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซี โดยให้กรอกยืนยันการชำระเงิน จากนั้นก็ได้เล่นเกมก่อนใคร หากเห็นเว็บไซต์แนว ๆ นี้ บอกเลยว่าอย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาด!เว็บไซต์เหล่านี้จะถูกออกแบบมาให้ดูหรูหรา มีสไตล์และให้รู้สึกถึงความเอ็กซ์คลูซีฟ เช่นการออกแบบภาพสไตล์ Vice City ที่แปะโลโก้ GTA 6 และภาพตัวละครที่เจนด้วย AI พร้อมโฆษณาชวนเชื่ออย่าง "VIP Digital Access" หรือ "Exclusive Early Access Preview" แถมเรียกเก็บเงินสูงถึง 250 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8,XXX บาท) เพื่อเข้ารับสิทธิ์ และที่สำคัญรับชำระเฉพาะ Bitcoin, USDT หรือ Ethereum เท่านั้นด้วย และหลังจากที่เหยื่อโอนชำระไปเรียบร้อยก็จะได้รับหมายเลขธุรกรรม (Transaction ID) ไปกรอกเพื่อดาวน์โหลดเกม ซึ่งความจริง มันไม่มีเกมจริง ๆ ให้ดาาวน์โหลดเลย เนื่องจาก Grand Theft Auto นั้นเป็นซีรีส์เกมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ดังนั้นการหลอกลวงประเภทนี้จึงเริ่มปรากฏอยู่บนสื่ออินเทอร์เน็ต ด้วยการโฆษณาที่เว็บเหล่านี้มักใช้ก็คือ "ก่อนใคร" "สิทธิ์พิเศษ" หรือ "ปลดล็อกได้ในหนึ่งนาที" ซึ่งคำเหล่านี้มักจะกระตุ้นต่อมความอยากและทำให้เหล่าแฟน ๆ ไม่ทันยั้งคิดและหลงเชื่อ ดังนั้นหากเจอเว็บไซต์แนว ๆ เพื่อน ๆ อย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาดนะครับอ้างอิงข้อมูลจากhttps://www.malwarebytes.com

ฟอลคอนประกันภัย
สิทธิพิเศษ

ฟอลคอนประกันภัย

-

93 ประเทศ ยกเลิกฟรีวีซ่าเที่ยวไทย 60 วัน เตรียมกลับไปใช้เกณฑ์เดิม ยกระดับการท่องเที่ยว
อ่าน

93 ประเทศ ยกเลิกฟรีวีซ่าเที่ยวไทย 60 วัน เตรียมกลับไปใช้เกณฑ์เดิม ยกระดับการท่องเที่ยว

หลังจากที่เกิดปัญหามากมายรายวัน ในที่สุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มีมติเห็นชอบให้ ยกเลิกมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา หรือ ฟรีวีซ่า 60 วัน (ผ.60) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาจาก 93 ประเทศและดินแดน ซึ่งเคยประกาศใช้เมื่อช่วงกลางปี 2567 ที่ผ่านมา โดยจะให้กลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิมชั่วคราว ระหว่างรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาหลักเกณฑ์คัดกรองใหม่อีกครั้งครับ ยกเลิกเกณฑ์ฟรีวีซ่า 60 วัน รวม 93 ประเทศ 🔄 ทำไมถึงต้องยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน? การยกเลิกครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ที่รัฐบาลต้องการเน้น "การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและมูลค่าสูง" มากกว่าเน้นปริมาณตัวเลขนักท่องเที่ยว โดยการคัดกรองนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้มงวดมากขึ้นจะช่วยป้องกันกลุ่มแอบแฝงที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมาย หรือเข้ามาด้วยวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับความปลอดภัย และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยให้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว 🗺️ เปิดรายชื่อ 93 ประเทศ/ดินแดน ที่ถูกยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน สำหรับประเทศและดินแดนทั้ง 93 แห่งที่ถูกปรับลดระยะเวลาการพำนัก และกลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิม (ตามแต่ละประเภทข้อตกลงและสิทธิ์การเข้าเมืองเดิมก่อนวันที่ 15 กรกฎาคม 2567) มีรายชื่อดังต่อไปนี้ครับ ทวีปเอเชีย (Asia) - 27 ประเทศ 1.บาห์เรน 2.ภูฏาน 3.บรูไน 4.กัมพูชา 5.จีน 6.ฮ่องกง 7.อินเดีย 8.อินโดนีเซีย 9.อิสราเอล 10.ญี่ปุ่น 11.จอร์แดน 12.เกาหลีใต้ 13.คูเวต 14.ลาว 15.มาเก๊า 16.มาเลเซีย 17.มัลดีฟส์ 18.มองโกเลีย 19.โอมาน 20.ฟิลิปปินส์ 21.กาตาร์ 22.ซาอุดีอาระเบีย 23.สิงคโปร์ 24.ศรีลังกา 25.ไต้หวัน 26.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 27.เวียดนาม ทวีปยุโรป (Europe) - 38 ประเทศ 28.แอลเบเนีย 29.อันดอร์รา 30.ออสเตรีย 31.เบลเยียม 32.บัลแกเรีย 33.โครเอเชีย 34.ไซปรัส (ในทางภูมิศาสตร์อยู่เอเชีย แต่ในทางเมือง/วัฒนธรรมนับเป็นยุโรป) 35.เช็กเกีย 36.เดนมาร์ก 37.เอสโตเนีย 38.ฟินแลนด์ 39.ฝรั่งเศส 40.เยอรมนี 41.กรีซ 42.ฮังการี 43.ไอซ์แลนด์ 44.ไอร์แลนด์ 45.อิตาลี 46.คอซอวอ 47.ลัตเวีย 48.ลิกเตนสไตน์ 49.ลิทัวเนีย 50.ลักเซมเบิร์ก 51.มอลตา 52.โมนาโก 53.เนเธอร์แลนด์ 54.นอร์เวย์ 55.โปแลนด์ 56.โปรตุเกส 57.โรมาเนีย 58.ซานมารีโน 59.สโลวาเกีย 60.สโลวีเนีย 61.สเปน 62.สวีเดน 63.สวิตเซอร์แลนด์ 64.ยูเครน 65.สหราชอาณาจักร ทวีปอเมริกาเหนือ (North America) - 9 ประเทศ 66.แคนาดา 67.คิวบา 68.โดมินิกา 69.สาธารณรัฐโดมินิกัน 70.กัวเตมาลา 71.จาเมกา 72.เม็กซิโก 73.ปานามา 74.สหรัฐอเมริกา ทวีปอเมริกาใต้ (South America) - 6 ประเทศ 75.บราซิล 76.โคลอมเบีย 77.เอกวาดอร์ 78.เปรู 79.ตรินิแดดและโตเบโก 80.อุรุกวัย ทวีปโอเชียเนีย (Oceania) - 5 ประเทศ 81.ออสเตรเลีย 82.ฟิจิ 83.นิวซีแลนด์ 84.ปาปัวนิวกินี 85.ตองกา ทวีปแอฟริกา (Africa) - 3 ประเทศ 86.มอริเชียส 87.โมร็อกโก 88.แอฟริกาใต้ กลุ่มประเทศข้ามทวีป (Transcontinental Countries) - 5 ประเทศเป็นประเทศที่มีพื้นที่คาบเกี่ยวอยู่มากกว่า 1 ทวีป (เอเชีย และ ยุโรป) 89.จอร์เจีย (ยูเรเชีย) 90.คาซัคสถาน (เอเชีย / ยุโรปตะวันออก) 91.รัสเซีย (เอเชียเหนือ / ยุโรปตะวันออก) 92.ตุรกี (เอเชียตะวันตก / ยุโรปตะวันออก) 93.อุซเบกิสถาน (เอเชียกลาง / มีพื้นที่ส่วนน้อยในยุโรป) ====================

ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
อ่าน

ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา

จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================

ไม่มีแล้วน้องเจแปน ญี่ปุ่นให้ซื้อยาคุมฉุกเฉินเองได้ ไม่ต้องง้อใบสั่งแพทย์แล้ว
อ่าน

ไม่มีแล้วน้องเจแปน ญี่ปุ่นให้ซื้อยาคุมฉุกเฉินเองได้ ไม่ต้องง้อใบสั่งแพทย์แล้ว

ใครมีแพลนไป เที่ยวญี่ปุ่น มีเรื่องอยากให้อัปเดต นั่นคือ ทางการญี่ปุ่นประกาศให้เราสามารถหาซื้อ ยาคุมฉุกเฉิน ได้ง่ายๆ ตามร้านขายยาทั่วไปกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศแล้ว ที่สำคัญคือเดินเข้าไปซื้อได้เลย จากแต่ก่อนที่ จำเป็นต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น นับว่าสะดวกสำหรับใครที่เกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างทริปแล้วไม่อยากไปวุ่นวายกับขั้นตอนเยอะๆ ที่โรงพยาบาลญี่ปุ่นครับ ญี่ปุ่นให้ซื้อยาคุมฉุกเฉินเองได้ ไม่ต้องง้อใบสั่งแพทย์แล้ว ยาที่ให้ขายตามร้านยาจะเป็นยี่ห้อ NorLevo ซึ่งตัวนี้เป็นยาที่ไว้ใจได้ และมีมาตรฐานดี แต่กฎเหล็กที่ต้องจำไว้ให้แม่นก็คือ ยาตัวนี้จะได้ผลดีที่สุดถ้าเรากินภายใน 72 ชั่วโมง หรือไม่เกิน 3 วันหลังจากเกิดเรื่องนะ ยิ่งกินเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งช่วยป้องกันได้ดีขึ้นเท่านั้นครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาเมื่อไหร่ ให้รีบมองหาร้านขายยาที่มีเภสัชกร แล้วเข้าไปปรึกษาได้เลย เรื่องราคาก็แอบสูงกว่าที่บ้านเรานิดนึง ยา NorLevo ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 7,480 เยน หรือตีเป็นเงินไทยก็ราวๆ 1,5xx - 1,8xx บาท (แล้วแต่ค่าเงินในช่วงนั้น) ถึงจะดูแพงหน่อยแต่เพื่อความปลอดภัย และความถูกต้องตามกฎหมายญี่ปุ่นก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่ แต่! ยานี้ห้ามสั่งซื้อออนไลน์เด็ดขาด และไม่มีขายในเซเว่นหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไปด้วย ต้องไปที่หน้าร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ขั้นตอนและเงื่อนไขการซื้อ เพื่อให้การซื้อยาเป็นไปอย่างถูกต้อง เภสัชกรญี่ปุ่นจะมีระเบียบปฏิบัติที่ค่อนข้างเคร่งครัดดังนี้ ผู้ใช้ต้องไปซื้อด้วยตัวเองเท่านั้นไม่สามารถฝากเพื่อน แฟน หรือบุคคลที่สามไปซื้อให้ได้ (เภสัชกรจะไม่ขายให้ผู้ชายเด็ดขาด) ต้องกินต่อหน้าเภสัชกร เภสัชกรจะให้ทานยาต่อหน้าทันที ณ ร้านที่ซื้อ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ให้มั่นใจว่าเราใช้ยาถูกวิธี และทันเวลาจริงๆ ไม่มีจำกัดอายุ ไม่ต้องขอความยินยอมจากผู้ปกครอง แต่สำหรับบุคคลอายุต่ำกว่า 16 ปี เภสัชกรอาจแนะนำให้ปรึกษาสูตินรีแพทย์เพิ่มเติม การประเมินโดยเภสัชกรเภสัชกรที่ผ่านการอบรมจะใช้ Check-list สอบถามข้อมูลเบื้องต้นเพื่อยืนยันว่าคุณสามารถทานยานี้ได้ (แนะนำให้ใช้ Google Translate ช่วยสื่อสารหากไม่สันทัดภาษาญี่ปุ่น) สุดท้ายนี้ต้องบอกก่อนนะว่ายาคุมฉุกเฉินไม่ได้ป้องกันได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ พอจบทริปกลับถึงไทยแล้ว แนะนำให้ลองตรวจเช็กหรือไปหาหมออีกรอบหลังจากผ่านไปสัก 3 สัปดาห์เพื่อความชัวร์ครับ และถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันรุนแรงถึงขั้นโดนล่วงละเมิดมา ให้บอกเภสัชกรได้ทันที เขาพร้อมจะช่วยประสานงานกับหน่วยงานช่วยเหลือในพื้นที่ให้เราด้วยครับ ==================== ข้อมูล : ญี่ปุ่นเริ่มจำหน่ายยาคุมฉุกเฉินแบบไม่ต้องมีใบสั่งยาแล้ว | NHK WORLD-JAPAN News

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
อ่าน

2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง

สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
อ่าน

9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง

ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================

รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม เพจปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์
อ่าน

รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม เพจปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์

ในยุคที่การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การจองที่พักออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก แต่ท่ามกลางความสะดวกสบายนี้ ก็มีมิจฉาชีพที่คอยแฝงตัวมาในรูปแบบของเว็บไซต์ปลอม เพจปลอม หรือแอปพลิเคชันจองที่พักปลอม เพื่อหลอกให้เราเสียเงิน และข้อมูลส่วนตัว วันนี้เราจะพาคุณมา รู้ทันกลลวงออนไลน์พร้อมวิธีตรวจสอบความน่าเชื่อถือของที่พักที่คุณกำลังจะจอง รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์ 1. ตรวจสอบ URL และชื่อเว็บไซต์ให้ดี เว็บไซต์ปลอมมักมีชื่อคล้ายกับเว็บไซต์จองที่พักชื่อดัง แต่จะมีความผิดปกติเล็กน้อย เช่น ตัวอักษรผิดหรือมีสัญลักษณ์แปลกๆ ใน URL เช่น "bo0king.com" แทน "booking.com" ดังนั้นก่อนกดจอง ควรตรวจสอบ URL ให้แน่ใจว่าเป็นเว็บไซต์จริง 2. สังเกตการันตีความปลอดภัย (SSL) เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือควรมี SSL Certificate ซึ่งสังเกตได้จากไอคอนรูปกุญแจหรือคำว่า "https://" ที่อยู่หน้าชื่อเว็บไซต์ หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ แสดงว่าเว็บไซต์นั้นอาจไม่ปลอดภัย และเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูล 3. อ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง รีวิวเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณรู้จักที่พัก และเว็บไซต์นั้นๆ มากขึ้น ลองค้นหารีวิวจากหลายๆ แหล่ง เช่น Google, TripAdvisor หรือ Pantip เพื่อดูว่ามีใครเคยใช้บริการ และประสบการณ์เป็นอย่างไร หากพบรีวิวแย่ๆ หรือรีวิวที่ดูไม่น่าเชื่อถือ ให้ระวังไว้ก่อน 4. เปรียบเทียบราคา หากพบว่าที่พักแห่งหนึ่งมีราคาถูกกว่าปกติมากๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับที่พักอื่นในบริเวณใกล้เคียง นี่อาจเป็นสัญญาณของกลลวง ลองเปรียบเทียบราคากับเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่โดนหลอก 5. ตรวจสอบข้อมูลติดต่อ เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือควรมีช่องทางติดต่อที่ชัดเจน เช่น เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, หรือที่อยู่จริง หากเว็บไซต์ไม่มีข้อมูลเหล่านี้หรือข้อมูลไม่ชัดเจน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นเว็บไซต์ปลอม 6. อย่าเชื่อข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง ข้อเสนอแบบ "จองวันนี้ฟรี!" หรือ "ส่วนลดสูงสุด 90%" มักเป็นกลลวงที่ใช้ล่อลวงผู้ใช้งาน ให้ลองตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีก่อนตัดสินใจจอง เพราะบางครั้งอาจมีค่าธรรมเนียมแอบแฝงหรือเงื่อนไขที่ทำให้คุณเสียเงินมากกว่าที่คิด 7. ใช้ช่องทางการจองที่ปลอดภัย ควรจองที่พักผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่มีชื่อเสียง และเชื่อถือได้ เช่น Booking.com, Agoda, หรือ Airbnb หลีกเลี่ยงการจองผ่านลิงก์แปลกๆ ที่ส่งมาในอีเมลหรือข้อความ 8. ตรวจสอบนโยบายการคืนเงิน ก่อนจองที่พัก ควรอ่านนโยบายการคืนเงินให้เข้าใจ หากเว็บไซต์ไม่มีนโยบายนี้หรือเงื่อนไขไม่ชัดเจน อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเจอกับเว็บไซต์ปลอม 9. อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น เว็บไซต์ปลอมมักขอข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป เช่น หมายเลขบัตรเครดิต, รหัสผ่าน, หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร โดยไม่มีเหตุผลสมควร ควรให้ข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลสำคัญในเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ 10. ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับกลลวงออนไลน์ มิจฉาชีพมักเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอยู่เสมอ ดังนั้นการอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับกลลวงออนไลน์จะช่วยให้คุณรู้เท่าทันและป้องกันตัวเองได้ดีขึ้น ====================

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
อ่าน

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย

การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
อ่าน

วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ

ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ

ระวัง! มิจฉาชีพฉวยโอกาสเรี่ยไรเงินอ้างนำไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ชายแดนไทย
อ่าน

ระวัง! มิจฉาชีพฉวยโอกาสเรี่ยไรเงินอ้างนำไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ชายแดนไทย

เตือนภัยระวังมิจฉาชีพรับเรี่ยไรเงินบริจาค อ้างนำไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยหลอกรับบริจาค ในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่คนไทยรวมใจไปชายแดน มิจฉาชีพมักฉวยโอกาสสร้างเพจปลอม ข้อมูลเท็จ โพสต์รับเรี่ยไรเงินบริจาค อ้างนำไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ อ้างไปช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อย่าเพิ่งเชื่อ เช็กก่อนเชื่อจากแหล่งข้อมูลทางการของหน่วยงานรัฐ หรือองค์กรมูลนิธิที่เชื่อถือได้เท่านั้นไม่รีบไม่โอน สอบถามโทร. 1441 หรือ 1599 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกองทัพบก ชวนคนไทยร่วมประดับธงชาติ เพื่อแสดงสัญลักษณ์แห่งความเป็นไทยกองทัพบกยืนยันไม่มีการโจมตีพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ชี้ฝ่ายกัมพูชาบิดเบือนข้อเท็จจริงกสม. หวังสถานการณ์ความขัดแย้งจะคลี่คลายโดยเร็วบนหนทางแห่งสันติภาพ“แพทองธาร” ประณามกัมพูชาใช้ความรุนแรง พร้อมหนุนทุกมาตรการตอบโต้ภายใต้กรอบกฎหมาย

รถหลุดจำนำ ราคาถูก ซื้อได้มั้ย ผิดกฏหมายหรือไม่
อ่าน

รถหลุดจำนำ ราคาถูก ซื้อได้มั้ย ผิดกฏหมายหรือไม่

สำหรับใครที่กำลังหารถยนต์คันใหม่ เชื่อว่าเปิดโซเชียลเน็ตเวิร์คน่าจะเจอ รถหลุดจำนำ ผ่านตากันบ้าง และด้วยจุดเด่นที่รถประเภทนี้มีราคาค่อนข้างถูกมาก บางทีเห็นรถรุ่นใหม่ๆ ในราคาหลักหมื่น ซึ่งถือว่าล่อตาล่อใจมาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การซื้อรถหลุดจำนำนั้นสามารถทำได้หรือไม่ ถูกกฎหมายหรือไม่ วันนี้ TrueID จะมาเล่าให้ฟังกันครับ การซื้อรถหลุดจำนำที่โฆษณาว่าราคาถูกผิดปกตินั้น มีความเสี่ยงสูงมากที่จะผิดกฎหมาย และมีปัญหาตามมาอีกมากมายครับ ไม่แนะนำให้ซื้อรถประเภทนี้โดยเด็ดขาด มาทำความเข้าใจกันเป็นข้อๆ ดังนี้เลย: 1. รถหลุดจำนำคืออะไร? รถหลุดจำนำ คือ รถที่เจ้าของเดิมนำไปจำนำไว้กับบุคคลหรือแหล่งรับจำนำเพื่อแลกกับเงินสด โดยที่เล่มทะเบียนรถยังคงอยู่ที่ไฟแนนซ์ (หากยังผ่อนไม่หมด) หรืออยู่กับเจ้าของเดิมที่นำมาจำนำ แต่ไม่ได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้อง เมื่อเจ้าของเดิมไม่สามารถไถ่ถอนรถคืนได้ตามกำหนด ผู้รับจำนำก็จะนำรถคันนั้นมาประกาศขายต่อในราคาถูกกว่าตลาดทั่วไป 2. ซื้อได้ไหม? ผิดกฎหมายหรือไม่? การซื้อขายโดยตรงอาจไม่ผิดกฎหมายหลักๆ ของการซื้อขาย: ในแง่ของการส่งมอบรถและรับเงิน การซื้อขายรถหลุดจำนำ "ตัวเปล่า" ที่ไม่มีเล่มทะเบียนมาด้วย อาจไม่ได้ผิดกฎหมายในขั้นตอนการซื้อขายโดยตรง แต่การนำมาใช้งาน ผิดกฎหมายอย่างแน่นอน: นี่คือประเด็นสำคัญที่สุด! เมื่อคุณซื้อรถหลุดจำนำที่ไม่มีเล่มทะเบียน (หรือเล่มทะเบียนอยู่กับไฟแนนซ์/เจ้าของเดิม) คุณจะไม่สามารถดำเนินการดังต่อไปนี้ได้เลย: โอนกรรมสิทธิ์: รถยังคงเป็นชื่อของเจ้าของเดิม หรือไฟแนนซ์ ผู้ซื้อจึงไม่มีสิทธิ์ในรถอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย ต่อทะเบียน/ต่อภาษีรถประจำปี: ไม่สามารถทำได้ เพราะต้องใช้เล่มทะเบียน ทำ พ.ร.บ. (ประกันภัยภาคบังคับ): ไม่สามารถทำได้ ทำประกันภัยภาคสมัครใจ: บริษัทประกันส่วนใหญ่จะไม่รับทำประกันให้กับรถที่ไม่มีเล่มทะเบียนถูกต้อง ดังนั้น การนำรถหลุดจำนำที่ไม่มีเล่มทะเบียนไปขับขี่บนท้องถนน ถือว่าผิดกฎหมาย พ.ร.บ. รถยนต์ และ พ.ร.บ. จราจร คุณอาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจและดำเนินคดีได้ หากตรวจพบว่าป้ายทะเบียนไม่ตรงกับข้อมูลผู้ครอบครอง หรือรถไม่มีการต่อทะเบียน/ต่อภาษี เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี "รับของโจร": รถหลุดจำนำส่วนใหญ่มักเป็นรถที่ยังติดไฟแนนซ์อยู่ ซึ่งหมายความว่ากรรมสิทธิ์ที่แท้จริงยังเป็นของบริษัทไฟแนนซ์ การที่เจ้าของเดิมนำรถไปจำนำโดยพลการ ถือเป็นการ ยักยอกทรัพย์ หากคุณซื้อรถที่รู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาจากการกระทำความผิด (เช่น ราคารถถูกผิดปกติจนน่าสงสัย, ไม่มีเล่มทะเบียนตัวจริง) คุณอาจเข้าข่าย รับของโจร ซึ่งเป็นความผิดอาญา มีโทษทั้งจำคุกและปรับ ไฟแนนซ์หรือเจ้าของรถที่แท้จริงมีสิทธิ์ตามยึดรถคืนได้ตลอดเวลา ไม่ว่ารถจะไปอยู่ที่ใคร และคุณจะเสียเงินที่จ่ายไปฟรีๆ ไม่สามารถเรียกร้องใดๆ ได้ เสี่ยงเป็นรถผิดกฎหมายอื่นๆ: บางครั้งรถหลุดจำนำอาจเป็นรถที่ถูกขโมยมา สวมทะเบียน หรือเป็นรถที่เคยใช้ก่ออาชญากรรม ซึ่งคุณจะกลายเป็นผู้ครอบครองรถที่ผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว 3. ปัญหาอื่นๆ ที่อาจตามมา: โดนยึดรถคืน: ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ไฟแนนซ์หรือเจ้าของเดิมมีสิทธิ์ตามยึดรถคืนได้เสมอ คุณจะเสียเงินเปล่า ไม่มีหลักฐานความเป็นเจ้าของ: ไม่สามารถขายต่อ หรือนำไปทำธุรกรรมใดๆ ได้ อันตรายหากเกิดอุบัติเหตุ: หากเกิดอุบัติเหตุ คุณจะไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. หรือประกันภัย (ถ้ามี) และต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดด้วยตัวเอง รถอาจมี GPS ติดตาม: ผู้ขายหรือเจ้าของเดิมอาจแอบติด GPS ไว้เพื่อติดตามรถและขโมยคืนในภายหลังได้ ไม่สามารถซ่อมที่ศูนย์ได้: อะไหล่บางชิ้นอาจต้องใช้ข้อมูลรถจากเล่มทะเบียน ข้อควรจำ: รถที่ถูกกฎหมายและสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามปกติ ไม่มีใครนำมาขายในราคาที่ถูกจนน่าตกใจ เว้นแต่รถจะมีปัญหาใหญ่ๆ หรือเป็นรถหลุดจำนำที่ไม่ถูกต้อง คำแนะนำ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อรถหลุดจำนำที่ไม่มีเล่มทะเบียน หรือมีเล่มทะเบียนแต่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย การเสียเงินเปล่า และความเสี่ยงต่างๆ ที่จะตามมา หากต้องการรถราคาถูกจริงๆ ควรเลือกรถมือสองที่สามารถตรวจสอบประวัติได้ มีเล่มทะเบียนตัวจริง และสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอนของกรมการขนส่งทางบกครับ Photo Credit : AI Generated

เตือนภัย “ข่าวปลอมออนไลน์” ช่วงสถานการณ์ชายแดน – การเมืองร้อนแรง! เช็กก่อนแชร์
อ่าน

เตือนภัย “ข่าวปลอมออนไลน์” ช่วงสถานการณ์ชายแดน – การเมืองร้อนแรง! เช็กก่อนแชร์

รัฐบาลเตือนภัย “ข่าวปลอมออนไลน์” ช่วงสถานการณ์ชายแดน – การเมืองร้อนแรง! ขอประชาชนเช็กก่อนแชร์ ติดตามเฉพาะข้อมูลจาก “ช่องทางที่เชื่อถือได้”วันนี้ (24 กรกฎาคม 2568) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา มีความตึงเครียด และเกิดกระแสความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์ รัฐบาลพบว่ามีการเผยแพร่ “ข่าวปลอม” และ “ข้อมูลบิดเบือน” หลายกรณี ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง และกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศจากการตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา พบว่ามีข่าวปลอมที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย เช่น ข่าวที่อ้างว่า “เครื่องบินรบ F-16 ของไทยถูกยิงตก” ซึ่งตรวจสอบแล้วว่าไม่เป็นความจริง ภาพที่ใช้เป็นภาพเหตุการณ์ในประเทศเบลเยียมเมื่อปี 2561 ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพอากาศไทยแต่อย่างใด โดยกองทัพอากาศยืนยันว่า เครื่องบินทุกลำกลับฐานอย่างปลอดภัย รัฐบาลขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนเผยแพร่ หรือแชร์ข้อมูลใด ๆ โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์อ่อนไหวด้านความมั่นคงและการเมือง และขอให้ติดตามข้อมูลจาก “ช่องทางที่เชื่อถือได้” เช่น เพจศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดีอี เพจของกองทัพ หรือสายด่วนรัฐบาล 1111 “ขอเชิญชวนประชาชนทุกคน ร่วมตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อ ก่อนแชร์ และติดตามข่าวสารจากช่องทางที่เชื่อถือได้ เพื่อร่วมกันปกป้องความสงบของบ้านเมือง รัฐบาลพร้อมเคียงข้างประชาชนทุกช่วงเวลา และมุ่งมั่นส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้สังคมไทยก้าวผ่านทุกสถานการณ์ไปด้วยความเข้าใจและความมั่นคง” นางสาวศศิกานต์ กล่าว

กระทรวงการต่างประเทศขอให้ระมัดระวังการเสพข่าวออนไลน์เรื่องไทย-กัมพูชา
อ่าน

กระทรวงการต่างประเทศขอให้ระมัดระวังการเสพข่าวออนไลน์เรื่องไทย-กัมพูชา

กระทรวงการต่างประเทศขอคนไทยระมัดระวังการติดตามข่าวสารในช่องทางออนไลน์ ในช่วงเวลาที่มีความละเอียดอ่อนของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าใจผิดและแตกแยกโดยไม่ตั้งใจนายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวในวันนี้ว่า“ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชาที่ยกระดับความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในวันนี้ กระทรวงการต่างประเทศของไทย ขอให้คนไทยเพิ่มความระมัดระวังการติดตามข่าวสารในช่องทางออนไลน์ ในช่วงเวลาที่มีความละเอียดอ่อนของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าใจผิดและแตกแยกโดยไม่ตั้งใจ”ในยุคปัจจุบันการเผยแพร่ข่าวปลอม ในช่วงเวลาที่เกิดข่าวด่วนหรือข่าวใหญ่กำลังเป็นปัญหาในหลายประเทศทั่วโลก ที่สร้างความเข้าใจผิดและทำให้สถานการณ์สับสนมากขึ้น ทุกฝ่ายจึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารกับสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือได้เท่านั้น

รู้จัก 7 ประเทศ BIMSTEC ชาวไทยได้เที่ยวราคาท้องถิ่น ง่ายๆแค่โชว์พาสปอร์ต!
อ่าน

รู้จัก 7 ประเทศ BIMSTEC ชาวไทยได้เที่ยวราคาท้องถิ่น ง่ายๆแค่โชว์พาสปอร์ต!

1 ในเรื่องที่ถือว่าเป็นเรื่องดีๆ ที่นักท่องเที่ยวไทยไม่ค่อยจะรู้ นั่นคือ เที่ยวในประเทศสมาชิก BIMSTEC สามารถจ่ายราคาเดียวกับคนท้องถิ่นได้! แล้ว BIMSTEC คืออะไร มีประเทศไหนบ้าง มาไขข้อข้องใจกันดีกว่า 7 ประเทศ BIMSTEC ชาวไทยได้เที่ยวราคาท้องถิ่นง่ายๆแค่โชว์พาสปอร์ต! BIMSTEC คืออะไร? Bay of Bengal Initiative for Multi‑Sectoral Technical and Economic Cooperation (BIMSTEC) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2540 มีจุดมุ่งหมายหลักคือส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี พลังงาน การขนส่ง วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยมีสมาชิก 7 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ (Bangladesh) ภูฏาน (Bhutan) อินเดีย (India) เมียนมา (Myanmar) เนปาล (Nepal) ศรีลังกา (Sri Lanka) ไทย (Thailand) เป็นสมาชิก BIMSTEC แล้วดียังไง? นักท่องเที่ยวไทยที่ไปเที่ยวประเทศในกลุ่มนี้ สามารถเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวในราคาคนท้องถิ่นได้เลย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ เพียงแค่แสดงพาสปอร์ตประเทศไทยเท่านั้น อย่างที่เรารู้กันดีว่า ปกติจะมีการแบ่งราคาตั๋วระหว่างนักท่องเที่ยวต่างชาติ และคนในประเทศ โดยจะมีป้ายประกาศอย่างชัดเจนว่าหากอยู่ในประเทศสมาชิก BIMSTEC ก็จะจ่ายราคา Local ได้เลย ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และได้โอกาสสัมผัสวัฒนธรรมรวมถึงมรดกโลกได้ในราคาที่คุ้มค่าสุดๆ นอกจากนี้ ชาวไทยอย่างเราๆ ยังได้ประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติมในแต่ละประเทศ ดังนี้ อินเดีย : มี e‑Tourist Visa ฟรีสำหรับคนไทย พำนักได้ 30 วัน สองครั้งต่อปี โดยสมัครออนไลน์ล่วงหน้า ไม่ต้องไปสถานทูต เนปาล : ให้บริการ Visa on Arrival สำหรับนักท่องเที่ยวไทย (พำนักสูงสุด 15/30/90 วัน เลือกได้ตามต้องการ) สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าออนไลน์เพื่อลดเวลารอที่ด่าน เมียนมา : ยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวไทย พำนักได้ 14 วัน เฉพาะทางอากาศผ่านสนามบินหลัก (ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ นัยพีตอว์) บังกลาเทศ : ปัจจุบันต้องขอวีซ่าล่วงหน้าที่สถานทูต แต่ที่ประชุม BIMSTEC ครั้งล่าสุดได้เสนอให้จัด Visa‑on‑Arrival ทั่วภูมิภาคเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ====================

เตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นศูนย์ช่วยเหลือเหยื่อ สุดท้ายโดนหลอกให้โอนเงินซ้ำสอง
อ่าน

เตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นศูนย์ช่วยเหลือเหยื่อ สุดท้ายโดนหลอกให้โอนเงินซ้ำสอง

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่วันนี้ (18 กรกฎาคม 2568) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านรายการ“เสียงจากใจไทยคู่ฟ้า” ว่าปัจจุบันมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่ โดยที่ผ่านมามักจะใช้ช่องทางผ่านการโทรศัพท์หาเหยื่อโดยอ้างว่าเป็นตำรวจบ้าง เป็น หน่วยงานราชการสำคัญบ้าง อ้างว่ามีไปรษณีย์ตกค้างบ้าง รวมทั้งการส่งเอกสารหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสังคมไทยเริ่มคุ้นชินแล้ว ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบพบการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้นปัจจุบันพบว่ามีการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้น โดยเปิดเพจแอบอ้างเป็น มูลนิธิหรือสำนักงานทนายสาธารณะที่ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือ ศูนย์ช่วยเหลือการถูกหลอกลวง โดยปัจจุบันพบว่าในแพลตฟอร์ม Facebook มีชื่อว่า “สำนักงานช่วยเหลือเหยื่อคดีทางออนไลน์” โดยมีกลุ่มเป้าหมายเพื่อหลอกลวงซ้ำกับคนที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีต่าง ๆ หรือกรณีที่ซื้อสินค้าไม่ได้รับสินค้าหรือสินค้าไม่ตรงปกเป็นจำนวนมาก "กระบวนการเหล่านี้จะเปิด Facebook แฟนเพจและขึ้นหน้าเพจว่าเป็นองค์การไม่แสวงหากำไรเพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่โดนหลอกลวงทางออนไลน์โดยจะให้แอด LINE กับทนายความ โดยระบุว่าจะมีทีมทนายให้การช่วยเหลือเมื่อขบวนการมิจฉาชีพได้รับเรื่องจากผู้ที่เป็นเหยื่อก็จะส่งต่อให้กับกลุ่มมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นตำรวจจากหลายหน่วยงานซึ่งจากการตรวจสอบพบมีการส่งบัตรข้าราชการตำรวจให้เหยื่อได้หลงเชื่อ จากนั้นจะทำงานเป็นทีมเพื่อหลอกลวงให้ผู้ที่โชคร้ายอยู่แล้วต้องโชคร้ายซ้ำสอง โดยคณะทำงานได้ ตรวจสอบบัตรประจำตัวตำรวจดังกล่าวไม่ปรากฏว่าเป็นตำรวจจริง และได้ตรวจสอบพบว่าชื่อ ทนายความดังกล่าวไม่ปรากฏอยู่ในสารบบของทะเบียนทนายความ" เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆนายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้คณะทำงานได้ส่งเรื่องให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบและจับกุมกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้อยู่ ทั้งนี้ขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อในกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการแอบอ้างผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok Instagram และ Facebook ซึ่งเป็นช่องทางที่กลุ่มมิจฉาชีพนิยมใช้เพื่อชักจูงให้หลงเชื่อและโอนเงินทั้งนี้ อย่าโอนเงินให้บุคคลหรือเพจที่ไม่น่าเชื่อถือโดยเด็ดขาด และหากพบเบาะแสหรือพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน 1111 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล หรือทาง อีเมล jirayu9000@gmail.com เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว

ขยายต่ออีกปี! ไต้หวันขยายฟรีวีซ่าคนไทยเริ่ม 1 สิงหาคม 2568 - 31 กรกฎาคม 2569
อ่าน

ขยายต่ออีกปี! ไต้หวันขยายฟรีวีซ่าคนไทยเริ่ม 1 สิงหาคม 2568 - 31 กรกฎาคม 2569

ไต้หวันประกาศข่าวดีครั้งใหญ่ ขยายระยะเวลาฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยออกไปอีก 1 ปีเต็ม โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 (ค.ศ. 2026) เท่ากับว่าเรามีเวลาอีกยาวๆ ที่จะเก็บกระเป๋าไปเที่ยวได้เต็มที่ เป็นสัญญาณที่บอกว่าไต้หวันยังคงต้อนรับนักเดินทางจากประเทศไทยอย่างอบอุ่น พร้อมให้เราออกไปพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นในเมืองสุดชิค ชิมอาหารสตรีทฟู้ดแสนอร่อย หรือดื่มด่ำกับธรรมชาติอันงดงาม ขยายต่ออีกปี! ไต้หวันขยายฟรีวีซ่าคนไทยเริ่ม 1 สิงหาคม 2568 - 31 กรกฎาคม 2569 ข้อควรรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวีซ่าไต้หวัน ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าไต้หวันจำเป็นต้องมีหนังสือเดินทางที่ถูกต้อง และหนังสือเดินทางจะต้องมีอายุการใช้งานเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง ทั้งนี้คนไทยสามารถเข้าประเทศไต้หวันได้ 14 วัน โดยไม่ต้องทำวีซ่า และทางประเทศไต้หวันได้ขยายมาตรการฟรีวีซ่าสำหรับคนไทย 14 วัน จนถึง 31 กรกฎาคม 2569 ซึ่งต้องกรอกใบขาเข้าก่อนผ่านเข้าต.ม. ไต้หวัน หรือสามารถกรอกทางออนไลน์ได้ล่วงหน้า 3 วันก่อนเดินทาง โดยไม่ต้องปริ้นท์ออกมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ก็ได้ที่นี่ ทำไมต้องเที่ยวไต้หวัน? ไต้หวันเป็นจุดหมายปลายทางที่ครบถ้วน ที่ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวสายไหนก็ต้องหลงรัก สายกิน สวรรค์ของนักชิม! ตั้งแต่ตลาดกลางคืนชื่อดังอย่างซื่อหลิน (Shilin Night Market), หนิงเซี่ย (Ningxia Night Market) ที่เต็มไปด้วยเมนูเด็ดที่ต้องลองอย่าง ชานมไข่มุกหอมมัน, เต้าหู้เหม็นรสชาติเป็นเอกลักษณ์, เสี่ยวหลงเปาไส้ฉ่ำ, บะหมี่อาจงเส้นเหนียวนุ่ม และอีกมากมาย รับรองว่าอิ่มอร่อยจนพุงกาง! สายเที่ยวเมือง ตื่นตาตื่นใจกับความทันสมัยของไทเป เมืองหลวงที่ไม่เคยหลับใหล เยือนแลนด์มาร์คอย่างตึกไทเป 101, เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์กู้กง, เดินเล่นย่านซีเหมินติง (Ximending) สุดฮิป หรือนั่งกระเช้าเมาคง (Maokong Gondola) ขึ้นไปชมวิวสวยๆ พร้อมจิบชา สายธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ที่อุทยานแห่งชาติอาลีซาน (Alishan National Scenic Area) ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอก, เดินทางสู่ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake) ที่งดงามราวภาพวาด หรือไปสัมผัสความอลังการของอุทยานแห่งชาติทาโรโกะ (Taroko National Park) สายวัฒนธรรม ซึมซับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนานที่วัดหลงซาน (Longshan Temple), หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น (Jiufen Old Street) ที่มีบรรยากาศย้อนยุคเหมือนหลุดเข้าไปในภาพยนตร์ รายการสิ่งของและสินค้าที่จำกัดการนำเข้าไต้หวัน ห้ามเนื้อหมูสด และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อหมูทุกชนิด ห้ามผักและผลไม้สดทุกชนิด จำกัดการพกเงินสด ทองคำ และเช็ค เข้าไต้หวัน ดอลลาร์ไต้หวันไม่เกิน 100,000 NTD เงินหยวนไม่เกิน 20,000 RMB สกุลต่างประเทศไม่เกิน 10,000 USD (มูลค่าเกินกว่า 10,000 USD สามารถนำเข้าได้หลังจากสำแดงต่อเจ้าหน้าที่) เช็คเงินสด หรือ ของมีค่าที่แปรเป็นเงินสดได้ ห้ามพกติดตัวเกิน 10,000 USD ห้ามนำทองคำแท่งติดตัว หากมีติดตัว จำเป็นจะต้องกรอกใบสำแดง หากเกิน 20,000 USD จำเป็นต้องขออนุญาตต่อกระทรวงเศรษฐกิจและการค้าก่อนการเดินทางและเมื่อมาถึงต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ ยาต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์เดิม มีฉลากที่ระบุชัดเจน หากเป็นยาเฉพาะโรค ควรขอใบรับรองแพทย์ติดตัวมาด้วย และพกมาตามจำนวนที่ต้องทานตามจริง ====================

Border Pass แตกต่างกับ Passport อย่างไร?ใช้งานในกรณีไหนได้บ้าง
อ่าน

Border Pass แตกต่างกับ Passport อย่างไร?ใช้งานในกรณีไหนได้บ้าง

ไขข้อสงสัย Border Pass แตกต่างกับ Passport อย่างไร? เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ณ ที่ประชุมนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนการยกเว้นค่าผ่านแดน รวมถึงมีการพูดคุยถึงประเด็น Border Pass ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในบริบทของการเดินทางข้ามชายแดน ขณะที่ในโลกโซเชียลมีการถกเถียงและเข้าใจผิดเกี่ยวกับลักษณะและการใช้งานของ Border Pass อย่างแพร่หลาย เมื่อพูดถึงการเดินทางข้ามประเทศ เรามักจะคุ้นเคยกับเอกสารสำคัญอย่าง หนังสือเดินทาง (Passport) แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ยังมีเอกสารอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า Border Pass ซึ่งมีบทบาทสำคัญสำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานบริเวณชายแดนและต้องเดินทางข้ามแดนกับประเทศเพื่อนบ้านบ่อยๆวันนี้เราจะมาอธิบายความแตกต่างระหว่าง Border Pass และ Passport เพื่อให้คุณเข้าใจได้ชัดเจนขึ้นว่า เอกสารทั้งสองนี้มีหน้าที่อย่างไร ใช้งานได้ในกรณีใดบ้าง และเหมาะกับใคร1. รูปแบบและลักษณะของเอกสาร- Passport (หนังสือเดินทาง)หนังสือเดินทางเป็นเอกสารทางราชการที่ออกให้กับพลเมืองของแต่ละประเทศเพื่อใช้ในการเดินทางระหว่างประเทศทั่วโลก มีรูปแบบเป็นเล่มเล็ก มีข้อมูลส่วนบุคคล รูปถ่าย และข้อมูลการออกหนังสือเดินทาง รวมถึงที่สำหรับประทับตราวีซ่าหรือประทับตราผ่านแดนจากประเทศต่างๆ- Border Pass (บัตรผ่านแดน)Border Pass เป็นเอกสารที่ออกให้กับบุคคลที่อาศัยหรือมีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ชายแดน เพื่อใช้เดินทางข้ามเขตแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น ลักษณะอาจเป็นเล่มเล็กคล้ายหนังสือเดินทางหรือเป็นบัตรที่มีข้อมูลส่วนตัวและระบุเขตที่สามารถใช้เดินทางได้ โดยมักมีข้อจำกัดด้านระยะทางและระยะเวลาการใช้งาน2. วัตถุประสงค์การใช้งาน- Passportใช้สำหรับการเดินทางข้ามประเทศทั่วไป ไม่จำกัดเขตหรือระยะทาง สามารถใช้ในการเดินทางท่องเที่ยว ทำงาน หรือพำนักอาศัยในต่างประเทศตามกฎหมายและเงื่อนไขของแต่ละประเทศ สามารถเดินทางได้ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ- Border Passออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนที่อาศัยหรือทำงานในพื้นที่ชายแดน สามารถเดินทางข้ามแดนกับประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้นในพื้นที่จำกัด เช่น พื้นที่ชายแดนที่มีระยะห่างไม่เกิน 3-30 กิโลเมตร โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางปกติ หรือขอวีซ่าที่ซับซ้อนเหมือนการเดินทางทั่วไป ใช้สำหรับเข้าออกเขตแดนแบบชั่วคราวหรือถาวรในบริเวณชายแดนเท่านั้น 3. ขอบเขตการเดินทาง- Passportเดินทางได้ทั่วโลก ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดวีซ่าของประเทศปลายทางและเงื่อนไขการเดินทางระหว่างประเทศ- Border Passจำกัดพื้นที่เดินทางเฉพาะชายแดนเท่านั้น เช่น ใช้เดินทางระหว่างจังหวัดชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว กัมพูชา เมียนมา และมาเลเซีย ไม่สามารถใช้เดินทางเข้าพื้นที่ภายในประเทศของอีกฝ่ายหรือเดินทางไปยังเมืองอื่น ๆ ได้4. ประเทศที่ไทยมีข้อตกลงใช้ Border Passประเทศไทยมีข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านในการใช้ Border Pass สำหรับการเดินทางข้ามแดนในบริเวณชายแดน ได้แก่- สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ลาว)- ราชอาณาจักรกัมพูชา (กัมพูชา)- สหภาพเมียนมา (เมียนมา)- มาเลเซียโดย Border Pass เหล่านี้จะออกให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่มีความสัมพันธ์และความจำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตแดนในระยะสั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าขาย การทำงาน หรือเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องในบริเวณพื้นที่ชายแดน5. ระยะเวลาการใช้งานและการต่ออายุ- Passportมีอายุประมาณ 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ สามารถต่ออายุได้ตามกฎหมาย- Border Passมีทั้งแบบถาวรและชั่วคราว เช่น แบบถาวรมีอายุประมาณ 1 ปี ใช้เข้าออกได้หลายครั้ง ส่วนแบบชั่วคราวมีอายุสั้น อาจใช้ได้ 7 วัน หรือใช้เข้าออกได้ครั้งเดียว ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละประเทศ6. กระบวนการขอและการลงทะเบียน- Passportผู้ขอต้องยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ (กรมการกงสุล กระทรวงต่างประเทศ หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง) พร้อมส่งเอกสารและรูปถ่ายตามที่กำหนด- Border Passมักจะมีขั้นตอนการลงทะเบียนที่ง่ายและรวดเร็วกว่า เพื่อให้คนในพื้นที่ชายแดนสามารถใช้เดินทางได้สะดวก โดยต้องยื่นคำขอที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ชายแดน และมักมีข้อกำหนดจำเพาะ เช่น ต้องเป็นผู้มีถิ่นฐานในพื้นที่ชายแดน และใช้ได้เฉพาะด่านผ่านแดนที่ระบุไว้7. ตัวอย่างการใช้งานในประเทศไทย- ชาวไทยที่อาศัยตามชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา เมียนมา และมาเลเซีย สามารถใช้ Border Pass ในการเดินทางเข้า-ออกด่านชายแดนได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางปกติ- ในกรณีเดินทางไกลหรือเดินทางเข้าพื้นที่อื่นๆ นอกเขตชายแดน ต้องใช้ Passport และปฏิบัติตามข้อกำหนดวีซ่าของประเทศปลายทางBorder Pass จึงเป็นเอกสารสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางข้ามแดนระยะสั้นในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ Passport เหมาะกับการเดินทางระยะไกลทั่วโลกถ้าคุณอาศัยในพื้นที่ชายแดนหรือมีความจำเป็นต้องข้ามแดนบ่อยในระยะสั้น Border Pass จะช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้น แต่ถ้าต้องเดินทางทั่วไป ต้องใช้ Passport เท่านั้น

นายกฯ เรียกหน่วยงานความมั่นคง ถกแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ 23 มิ.ย. 2568
อ่าน

นายกฯ เรียกหน่วยงานความมั่นคง ถกแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ 23 มิ.ย. 2568

วันนี้ ( 21 มิถุนายน 2568 ) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการให้เร่งเดินหน้านโยบายแห่งชาติ ด้านปราบปรามคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์-พนันออนไลน์ ในทุกรูปแบบ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ โดยยืนยันว่าการแถลงผลการปราบปรามของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีฯ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมานั้นเป็นผลจากมาตรการปรับการเปิดปิดด่านไทย – กัมพูชาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา โดยพบว่าสถิติในทุกรูปแบบลดลงเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยยะสำคัญ และทำให้ประชาชนคนไทยไม่ถูกหลอกลวงจากบุคคลที่กำลังทำลายความมั่นคงของประเทศไทยได้อนึ่งรายงานข่าวที่กัมพูชาถูกระบุเป็นแหล่งอาชญากรรมทางไซเบอร์นั้น เป็นรายงานพิเศษของ UN agency map reveals Cambodia as global scammer hub ที่ระบุว่า ประเทศกัมพูชามีขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่ง UNODC เคยเชื่อว่าเมียนมาคือศูนย์กลางของภูมิภาคในอาชญากรรมประเภทนี้ แต่ขณะนี้ไม่ใช่อีกต่อไป ซึ่งรายงานทั้งหมดนี้เป็นข้อเท็จจริงจากรายงานขององค์การสหประชาชาติเมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้ นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่าสำหรับการแก้ปัญหาของประเทศไทยในรายงานผลกระทบและการปราบปรามวิกฤติในประเทศไทยซึ่ง ในฝั่งตะวันตกพบว่ามีตัวเลขลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญแต่ในฝั่งตะวันออกกลับมีแนวโน้มว่าจะกลับมาหนักข้อมากขึ้น เนื่องจากมีการปรับรูปแบบของกลุ่มคนเหล่านี้ ซึ่งคนไทยที่เดินทางไปทำงานกับกลุ่มเหล่านี้ถือว่าเป็นการทำร้ายคนไทยด้วยกันเองทั้งนี้ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการแก้ไขให้เป็นวาระแห่งชาติ จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความมั่นคงของชาติ และหลอกลวงคนไทยแบบนี้อีกต่อไป ทั้งนี้ในวันจันทร์นี้ 23 มิ.ย. 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมตามแนวชายแดนทั้งระบบ โดยเฉพาะภัยที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ อาทิ ยาเสพติด การฟอกเงินข้ามชาติ เทคโนโลยี การค้ามนุษย์ รวมทั้งอาชญากรรมตามแนวชายแดน เหนือใต้ออกตก เพื่อสร้างความมั่นคงต่อประเทศ และป้องกันภัยคนไทยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อโจรข้ามชาติ เหล่านี้ “หลังจากที่รัฐบาลทำสำเร็จในการทลายกระบวนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งชายแดนตะวันตก ฝั่งชายแดนไทย เมียนมา ด้วยมาตรการเด็ดขาด ตัดไฟ ตัดน้ำ ตัดเน็ต ตัดไฟฟ้า ซึ่งทำให้อาชญากรรมเหล่านี้ลดลงมากกว่า 80% ส่วนชายแดนฝั่งตะวันออก ล่าสุดฝ่ายความมั่นคงได้รับรายงานมาว่า เริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบหลังจากกำหนดเวลาและการปิดด่าน ทำให้กระบวนการเหล่านี้ มีคนไทยส่วนหนึ่ง ที่เคยเดินทางเข้าออกด้วยบัตรผ่านแดน หลบเลี่ยงไปใช้วิธีทำพาสปอร์ตและเดินทางโดยเครื่องบินไปยังสนามบินเมืองใกล้เคียงเช่นเสียมราฐ พนมเปญ และจะมีขบวนการเหล่านี้ไปรับถึงสนามบินให้กลับมาทำงานตามชายแดนซึ่งประเทศไทยจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องประชาชนคนไทย อาชญากรรมเหล่านี้ต่อไป ซึ่งหลังที่ประชุมในวันจันทร์ 23 มิ.ย. จะมีมาตรการต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาโจรออนไลน์ออกมาอีกครั้ง” นายจิรายุ กล่าวอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเลขาฯ พรรคเพื่อไทย ยืนยันนายกฯ ไม่ลาออก-ไม่ยุบสภา เดินหน้าแก้วิกฤตการณ์ต่าง ๆ“อนุสรณ์” เชื่อรัฐบาลพร้อมเดินหน้าทำงานอย่างเข้มแข็ง มีเสถียรภาพนายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งแบ่งงานให้รองนายกรัฐมนตรี มีผลแล้วนายกฯ ย้ำชีวิตและความปลอดภัยประชาชนชายแดนไทย-กัมพูชาสำคัญที่สุด

“บิ๊กกุ้ง” แม่ทัพภาค 2 เตือนประชาชน ระวังแอบอ้างโซเชียลปลอม
อ่าน

“บิ๊กกุ้ง” แม่ทัพภาค 2 เตือนประชาชน ระวังแอบอ้างโซเชียลปลอม

“บิ๊กกุ้ง” แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำชัด ไม่มีบัญชีโซเชียล เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อบัญชีปลอมเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ออกแถลงยืนยันว่า ตนไม่มีบัญชีผู้ใช้ส่วนตัวในแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใด ๆ ทั้ง Facebook, Line, TikTok, Instagram หรือ X (Twitter) พร้อมเตือนประชาชนให้ระมัดระวังต่อการแอบอ้างที่อาจนำไปสู่การถูกหลอกลวงโดยมิจฉาชีพ แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ขณะนี้ปรากฏบัญชีโซเชียลมีเดียปลอมที่แอบอ้างชื่อ รูปภาพ หรือข้อมูลของตนบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งอาจใช้เพื่อหวังผลในทางมิชอบ เช่น หลอกขอข้อมูลส่วนตัว ชักชวนบริจาค หรือปลุกปั่นความเข้าใจผิดทางสังคม ทั้งนี้ กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้ประสานหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการตรวจสอบและติดตามแหล่งที่มาของบัญชีปลอมดังกล่าว พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนให้หยุดแชร์ หยุดส่งต่อ และหากพบการแอบอ้างในลักษณะนี้ สามารถแจ้งเบาะแสได้ทันทีผ่านช่องทางของกองทัพภาคที่ 2

"ทรัมป์" จ่อแบนเพิ่มอีก! ห้ามพลเมือง 36 ประเทศ เดินทางเข้าสหรัฐฯ
อ่าน

"ทรัมป์" จ่อแบนเพิ่มอีก! ห้ามพลเมือง 36 ประเทศ เดินทางเข้าสหรัฐฯ

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาเพิ่มข้อจำกัดในการเดินทางซึ่งอาจรวมถึงการห้ามมิให้พลเมืองจากประเทศอื่น ๆ อีก 36 ประเทศเดินทางเข้ามาในสหรัฐฯโดยในเอกสารทางการทูตภายในที่ลงนาม โดย "มาร์โก รูบิโอ" รัฐมนตรีต่างประเทศ ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ระบุถึงข้อกังวลต่างๆมากกว่า 10 ข้อ เกี่ยวกับประเทศเหล่านั้น และหวังให้มีการดำเนินการแก้ไข ระบุข้อความว่า "กระทรวงการต่างประเทศระบุชื่อ 36 ชาติที่มีปัญหา ที่อาจออกคำแนะนำใช้มาตรการแบนบางส่วนหรือเต็มรูปแบบ จากการเดินทางเข้าสู่สหรัฐฯ ถ้าพวกเขาไม่ทำตามเกณฑ์มาตรฐานและข้อบังคับที่กำหนดภายใน 60 วัน"ซึ่งหนึ่งในหลายความกังวลที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯหยิบยกขึ้นมาก็คือ การไร้ความสามารถหรือไม่ยอมให้ความร่วมมือจากบางประเทศที่ถูกพาดพิงถึง ในการจัดทำเอกสารระบุตัวตนที่มีความน่าเชื่อถือ และอีกหนึ่งคำถามคือความน่าสงสัยด้านความปลอดภัยของพาสปอร์ตของประเทศนั้นๆเอกสารระบุว่าบางประเทศไม่ยอมให้ความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกในการย้ายพลเมืองของตนเองออกจากสหรัฐฯ หลังได้รับคำสั่งให้เดินทางออกนอกประเทศ ในขณะที่บางชาติยอมให้พลเมืองของตนเองพักอาศัยอยู่ในสหรัฐฯเลยระยะเวลาที่ระบุไว้ในวีซ่า นอกจากนี้ยังมีเหตุผลแห่งความกังลอื่นๆ ในนั้นรวมถึงเป็นพลเมืองของประเทศต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายในสหรัฐฯ ต่อต้านยิวและการแสดงออกที่เป็นปรปักษ์ต่อประเทศสหรัฐอเมริกาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าวว่า เราได้ทำการประเมินนโยบายต่างๆอย่างต่อเนื่องเพื่อรับประกันความปลอดภัยของอเมริกา และพลเมืองต่างชาติที่ปฏิบัติตามกฎหมายของเรา กระทรวงการต่างประเทศมุ่งมั่นปกป้องประเทศของเราและพลเมืองของเรา ด้วยการยึดถือมาตรฐานระดับสูงในด้านความมั่นคงแห่งชาติและความปลอดภัยของประชาชน ผ่านกระบวนการวีซ่าของเราทั้งนี้ ประเทศที่อาจเผชิญกับคำสั่งห้ามทั้งหมดหรือบางส่วนหากไม่จัดการข้อกังวลเหล่านี้ภายใน 60 วันข้างหน้า ได้แก่แองโกลา, แอนทีกาและบาร์บิวดา, เบนิน, ภูฏาน, บูร์กินาฟาโซ, กาบูเวร์ดี, กัมพูชา, แคเมอรูน, โกตดิวัวร์, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, จิบูตี, ดอมินีกา, เอธิโอเปีย, อียิปต์, กาบอง, แกมเบีย, กานา, คีร์กีซสถาน, ไลบีเรีย, มาลาวี, มอริเตเนีย, ไนเจอร์, ไนจีเรีย, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์ลูเชีย, เซาตูเมและปรินซีปี, เซเนกัล, ซูดานใต้, ซีเรีย, แทนซาเนีย, ตองกา, ตูวาลู, ยูกันดา, วานูวาตู, แซมเบีย และซิมบับเว อย่างไรก็ตามย้อนกลับไปกี่วันก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกันนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งได้ลงนามในประกาศห้ามพลเมืองจาก 12 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ โดยระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นในการปกป้องสหรัฐฯ จากผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ ตลอดจนภัยคุกคามความมั่นคงอื่น ๆ ประกอบไปด้วยอัฟกานิสถาน,เมียนมา,ชาด,สาธารณรัฐคองโก,อิเควทอเรียลกินี,เอริเทรีย,เฮติ,อิหร่าน,ลิเบีย,โซมาเลีย,ซูดาน ,เยเมนส่วนอีก 7 ประเทศที่ถูกจำกัดบางส่วน ได้แก่บุรุนดี คิวบา ลาว เซียร์ราลีโอน โตโก เติร์กเมนิสถาน และเวเนซุเอลาอย่างไรก็ตาม คำสั่งนี้ยกเว้นให้กับผู้ที่มีถิ่นพำนักถาวรในสหรัฐฯ ผู้ถือวีซาที่ถูกต้อง และกรณีที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติ เช่น นักการทูตหรือผู้ที่มีความสำคัญต่อสหรัฐฯโดยประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่านโยบายนี้มุ่งป้องกันภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้ายและอาชญากรข้ามชาติ โดยชี้ว่าประเทศที่ถูกแบนมีระบบตรวจสอบวีซาที่ไม่รัดกุม มีอัตราการอยู่นานเกินวีซาสูง หรือขาดการแบ่งปันข้อมูลด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ ตัวอย่างเช่น อัฟกานิสถานและโซมาเลีย เผชิญความขัดแย้งภายในและการก่อการร้าย ขณะที่คิวบาและเวเนซุเอลามีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับสหรัฐฯ การโจมตีในโบลเดอร์กลายเป็นตัวเร่งให้รัฐบาลออกนโยบายนี้ เพื่อแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อภัยคุกคามทั้งในและนอกประเทศ

“ทรัมป์”เตรียมจำกัดการเดินทางเพิ่ม 36 ประเทศ
อ่าน

“ทรัมป์”เตรียมจำกัดการเดินทางเพิ่ม 36 ประเทศ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กำลังพิจารณาขยายข้อจำกัดการเดินทางอย่างมีนัยสำคัญ โดยอาจห้ามไม่ให้พลเมืองจาก 36 ประเทศเพิ่มเติมเดินทางเข้าสหรัฐ ตามเอกสารภายในของกระทรวงการต่างประเทศคำสั่งดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามการเข้าเมืองที่ทรัมป์เริ่มต้นในวาระที่สอง ซึ่งรวมถึงการเนรเทศชาวเวเนซุเอลาหลายร้อยคนไปยังเอลซัลวาดอร์เนื่องจากต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกแก๊ง รวมทั้งความพยายามในการปฏิเสธการลงทะเบียนของนักเรียนต่างชาติบางส่วนในมหาวิทยาลัยสหรัฐและการส่งตัวกลับประเทศ ทั้งนี้เอกสารระบุว่าไม่ใช่ทุกประเทศในรายชื่อจะมีปัญหาทั้งหมดดังกล่าวครบทุกข้อ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า “เรากำลังประเมินนโยบายอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของชาวอเมริกัน และเพื่อให้แน่ใจว่าชาวต่างชาติปฏิบัติตามกฎหมายของเรา” พร้อมเสริมว่า “กระทรวงการต่างประเทศมุ่งมั่นในการปกป้องประเทศและพลเมืองของเราด้วยการดำเนินกระบวนการขอวีซ่าที่มีมาตรฐานด้านความมั่นคงสูงสุด”ทั้งนี้ประเทศที่อาจถูกห้ามเข้าสหรัฐทั้งหมดหรือบางส่วนหากไม่ดำเนินการแก้ไขภายใน 60 วัน ได้แก่ แองโกลา, แอนติกาและบาร์บูดา, เบนิน, ภูฏาน, บูร์กินาฟาโซ, เคปเวิร์ด, กัมพูชา, แคเมอรูน, ไอวอรีโคสต์, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, จิบูตี, โดมินิกา, เอธิโอเปีย, อียิปต์, กาบอง, แกมเบีย, กานา, คีร์กีซสถาน, ไลบีเรีย, มาลาวี, มอริเตเนีย, ไนเจอร์, ไนจีเรีย, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์ลูเซีย, เซาตูเมและปรินซิปี, เซเนกัล, ซูดานใต้, ซีเรีย, แทนซาเนีย, ตองกา, ตูวาลู, ยูกันดา, วานูอาตู, แซมเบีย และซิมบับเว ขณะที่รายชื่อนี้ถือเป็นการขยายวงข้อห้ามจาก 12 ประเทศที่เพิ่งประกาศไปเมื่อต้นเดือน ได้แก่ อัฟกานิสถาน, เมียนมา, ชาด, สาธารณรัฐคองโก, อิเควทอเรียลกินี, เอริเทรีย, เฮติ, อิหร่าน, ลิเบีย, โซมาเลีย, ซูดาน และเยเมนขณะเดียวกันยังมีอีก 7 ประเทศที่ถูกจำกัดการเดินทางบางส่วน ได้แก่ บุรุนดี, คิวบา, ลาว, เซียร์ราลีโอน, โตโก, เติร์กเมนิสถาน และเวเนซุเอลา

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
อ่าน

เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์

เตือน! ข่าวปลอมไทย-กัมพูชา ระบาดหนัก ขอประชาชนอย่าเชื่อ อย่าแชร์ข้อมูลเท็จ
อ่าน

เตือน! ข่าวปลอมไทย-กัมพูชา ระบาดหนัก ขอประชาชนอย่าเชื่อ อย่าแชร์ข้อมูลเท็จ

7 มิถุนายน 2568 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ข้อความและภาพ อ้างอิงถึงประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชานั้น พบว่าขณะนี้มีการบิดเบือนข้อมูลเพื่อให้ประชาชนสนใจ ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด ตื่นตระหนก วิตกกังวล และสร้างความสับสนในสังคมเป็นวงกว้างรัฐบาล โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (Anti-Fake News Center) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบพบว่ามีข่าวที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวมากถึง 33 ข่าว และเป็นข่าวปลอมที่ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐแล้ว 9 ข่าวด้วยกัน โดยพบว่าประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดคือ ข่าวปลอมที่อ้างว่า “รัฐบาลไทยเตรียมประกาศปิดด่านชายแดนไทย–กัมพูชา 6 แห่ง” ซึ่งไม่เป็นความจริงและเป็นการสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในวงกว้าง ทั้งนี้ จากการประสานงานตรวจสอบร่วมกับของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และหน่วยงานชายแดนที่เกี่ยวข้องแล้ว ยืนยันว่า ทุกด่านยังเปิดให้บริการตามปกติ และตรวจสอบพบว่าเป็นการสร้างข้อมูลปลอม โดยได้ทำการปิดกั้นการเผยแพร่แล้ว“เรื่องเขตแดนไทย–กัมพูชาเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของคนทั้ง 2 ประเทศ การแชร์ข่าวปลอมยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นของการทำภาพ AI ที่เผยแพร่เพื่อยั่วยุให้เกิดความรุนแรง หรือประเด็นการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ รวมทั้งกรณีข่าวลือปลดแม่ทัพภาคที่ 2 ด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องประชาชนรับข้อมูลจากช่องทางทางการและสื่อหลักที่น่าเชื่อถือเท่านั้น อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนทุกคน ก่อนเชื่อหรือแชร์ข้อมูลใด ๆ ควรตรวจสอบว่าแหล่งข่าวเป็นหน่วยงานที่น่าเชื่อถือสามารถตรวจสอบข้อมูลกับช่องทางหลักของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย หรือ โทรสายด่วน 1111 ตลอด 24 ชม. หากพบโพสต์ ข้อความต้องสงสัย สามารถส่งลิงก์หรือภาพหลักฐานเพื่อตรวจสอบ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม และการเผยแพร่ข้อมูลเท็จอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยสามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องนายกฯ เผยผลหารือสมช. ไม่อยากให้เกิดกระแสปลุกปั่นรัฐบาล-กองทัพมีปัญหากันกองทัพสนับสนุนนโยบายรัฐบาล แก้ปัญหาตามแนวชายแดนด้วยแนวทางสันติวิธีนายกฯ ยันสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐบาลเดินหน้ารักษาอธิปไตย

อย่าหลงเชื่อ! กองสลาก สั่งล็อกเลข แจกรางวัลกระตุ้นเศรษฐกิจ
อ่าน

อย่าหลงเชื่อ! กองสลาก สั่งล็อกเลข แจกรางวัลกระตุ้นเศรษฐกิจ

ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการโพสต์และอ้างว่าสลากกินแบ่งฯ เปิดให้ประชาชนติดต่อรับข้อมูลแจ้งผลออกสลาก ผ่านท่านผู้ช่วย ผอ.สนง.สลากกินแบ่งนั้น เป็นการแอบอ้างใช้ชื่อและภาพของผู้อำนวยการของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตสำหรับการออกรางวัลของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ดำเนินการเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอน และไม่มีผู้ใดสามารถทราบผลรางวัลล่วงหน้าได้ ซึ่งพฤติกรรมการส่งข้อมูลว่าสามารถให้ผลสลากได้นั้น ไม่เป็นความจริง ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่หลอกลวง หรือแอบอ้างผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่าสามารถให้ตัวเลขที่ถูกรางวัลได้ ท่านอาจถูกหลอกลวงนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางที่มิชอบ รวมทั้งสูญเสียทรัพย์สินเงินทองได้ทั้งนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ https://www.antifakenewscenter.comเดือนกรกฎาคม 2568 จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แผ่นดินไหว-สึนามิ กรมอุตุฯ เตือนเป็นข่าวปลอมเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอม! ภาพพื้นที่มีโอกาสเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวกทม. จะเป็นเมืองร้างน้ำในแม่น้ำลดต่ำมาก สทนช. ชี้แจงประเด็นนี้แล้ว

ดีอี เตือนข่าวปลอมชายแดนไทย-กัมพูชาระบาดหนัก
อ่าน

ดีอี เตือนข่าวปลอมชายแดนไทย-กัมพูชาระบาดหนัก

ดีอีเตือนประชาชนอย่าแชร์ข่าวปลอมชายแดนไทย–กัมพูชา หลังพบข้อมูลเท็จระบาดหนัก ย้ำทุกด่านยังเปิดปกติ ขอรับข้อมูลจากหน่วยงานทางการเท่านั้นดีอีเตือนข่าวปลอมชายแดนไทย-กัมพูชาระบาดหนัก ย้ำอย่าแชร์-เชื่อข้อมูลเท็จนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระแสข่าวปลอมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชาแพร่กระจายอย่างหนักในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะภาพและข้อความที่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงจนก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล และความสับสนในสังคมวงกว้างกระทรวงดีอี โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้แล้วมากถึง 33 ข่าว โดยได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐว่าเป็นข่าวเท็จแล้ว 9 ข่าว ซึ่งหนึ่งในข่าวที่แพร่หลายและสร้างความตื่นตระหนกมากที่สุด คือ ข่าวอ้างว่า “รัฐบาลเตรียมปิดด่านชายแดนไทย–กัมพูชา 6 แห่ง” ซึ่งไม่เป็นความจริง ยืนยันด่านชายแดนเปิดปกติ ตรวจสอบพบเป็นข่าวปลอมกระทรวงดีอีได้ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และหน่วยงานด้านความมั่นคงชายแดน ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีคำสั่งปิดด่านแต่อย่างใด ด่านชายแดนยังคงเปิดให้บริการตามปกติ พร้อมดำเนินการปิดกั้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่เกี่ยวข้องแล้วบางส่วนเตือนอย่าแชร์ข้อมูลปลอม หวั่นกระทบความสัมพันธ์สองประเทศนายประเสริฐเตือนว่า เรื่องเขตแดนไทย–กัมพูชาเป็นเรื่องอ่อนไหว หากมีการแชร์ข่าวปลอม จะยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข่าวปลอมที่ใช้ภาพตัดต่อจาก AI หรือการปล่อยข่าวลือ เช่น ข่าวปลดแม่ทัพภาคที่ 3 ล้วนเป็นข้อมูลที่ไม่มีมูลความจริง และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ข้อมูลเท็จมีโทษหนัก แนะตรวจสอบก่อนแชร์ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย หรือแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง หากพบข้อความ รูปภาพ หรือโพสต์ต้องสงสัย ควรส่งหลักฐานเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพราะการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
อ่าน

Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA

ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================

อย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”
อ่าน

อย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”

ภารกิจรายได้เสริม หรือ กับดักหมดตัว?กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ออกมาแจ้งเตือนประชาชนผ่านเฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. โดยระบุว่า ภารกิจรายได้เสริม หรือ กับดักหมดตัว?ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย อย่าหลงเชื่อ! ขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ลวงให้โอนเงิน โดยมิจฉาชีพวางแผนหลอกเหยื่ออย่างเป็นระบบ ตั้งแต่สร้างแชทปลอม ดึงเข้ากลุ่มที่มีหน้าม้า จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยอ้างว่า “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่” 7 ขั้นตอนขบวนการหลอกให้ทำภารกิจปลอม1.ล่อเหยื่อด้วยโฆษณา มีการยิงแอด โพสต์ปลอม แล้วทักแชตตรง2.สร้างฉากลวงในกลุ่มแชต มีหน้าม้าปั้นสถานการณ์ให้ดูน่าเชื่อถือ3.หลอกให้ทำภารกิจง่ายๆ ดูคลิป กดไลก์ รีวิวสินค้า4.ปั้นรายได้ปลอมให้เห็น มีเงินรอในระบบแต่ยังถอนออกมาไม่ได้5.บีบให้โอนซ้ำเพื่อปลดล็อก อ้างขั้นตอนผิดต้องโอนเพิ่ม6.ใช้จิตวิทยากลุ่มกดดัน หน้าม้าหลอกว่าเคยได้เงิน เพื่อให้เหยื่อตาม7.หลอกซ้ำด้วยความกลัว-สงสาร ข่มขู่ทางกฎหมายหรือขอความเห็นใจให้โอนอีก สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมงอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์เช็กด่วน 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้กู้เงินเช็ก 10 ข่าวปลอมในรอบสัปดาห์ เตือนอย่าหลงเชื่อระวังโดนหลอกดูดเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล