รีเซต

ผลการค้นหา “中央学院证书办理【咨询网:ban58.com】” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลินิก หาดใหญ่ สูตินรีเวช
สิทธิพิเศษ

คลินิก หาดใหญ่ สูตินรีเวช

-

RBF คว้า 3 ใบประกาศคาร์บอนฟุตพริ้นท์ “ผลิตภัณฑ์และองค์กร”
อ่าน

RBF คว้า 3 ใบประกาศคาร์บอนฟุตพริ้นท์ “ผลิตภัณฑ์และองค์กร”

#RBF #ทันหุ้น-นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF รับมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) สำหรับผลิตภัณฑ์เกล็ดขนมปังชุบทอด ตรา “อังเคิลบาร์นส์” ขนาด 200 กรัม, 500 กรัม และ 1 กิโลกรัม ซึ่งสะท้อนการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรมนอกจากนี้ ยังได้รับประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) สำหรับ บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ เลขที่ 9, สำนักงานสาขา 5 เลขที่ 77 และสำนักงานสาขา 4 จากการดำเนินงานเพื่อลดคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกภายในสำนักงานและโรงงาน โดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO เป็นผู้มอบ ณ Conference Hall สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)นายสุรนาถ เปิดเผยว่า การได้รับประกาศนียบัตรครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจและก้าวสำคัญของ RBF ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในสำนักงานและโรงงาน ผ่านการจัดการด้านพลังงานและวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ที่มุ่งสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนทั้งนี้ RBF ตั้งเป้าเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด เพื่อยกระดับธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต

วิริยะประกันภัย – ขนส่งทางบก จัดอบรมใบขับขี่ ปี 2569 เสริมทักษะผู้ขับขี่มือใหม่ มุ่งสู่ถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืน
อ่าน

วิริยะประกันภัย – ขนส่งทางบก จัดอบรมใบขับขี่ ปี 2569 เสริมทักษะผู้ขับขี่มือใหม่ มุ่งสู่ถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืน

 วิริยะประกันภัย จับมือ กรมการขนส่งทางบก ร่วมเสริมสร้างรากฐานความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับทักษะการขับขี่ พร้อมปลูกฝังพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้น 4 รอบ ได้แก่ รอบกรุงเทพฯ “27 - 28 มิ.ย. และ 22 – 23 ส.ค.” รอบนครนายก “11 - 12 ก.ค.” และระยอง “5 - 6 ส.ค.” เปิดรับเฉพาะผู้ไม่เคยมีใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ยังคงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของบริษัทฯ ที่ดำเนินควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงภัยให้กับประชาชน โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันกิจกรรมด้านความปลอดภัยทางถนนในหลากหลายมิติ อันนำไปสู่การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนในภาพรวม ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างรากฐานความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มาอย่างต่อเนื่องกว่า 35 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 โดยมุ่งหวังให้กลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์มือใหม่ และผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจรที่ถูกต้อง มีทักษะการขับขี่ที่ดี ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานการใช้รถใช้ถนนของสังคมไทยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ปี 2569 นี้ บริษัทฯ มีกำหนดจัดโครงการอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ ทั้งหมด 4 รุ่น แบ่งเป็น “รอบส่วนกลาง” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 381 วันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 และ รุ่นที่ 382 วันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร และ “รอบส่วนภูมิภาค” ทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 165 วันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก และ รุ่นที่ 166 วันที่ 5-6 กันยายน 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดระยอง โดยผู้เข้ารับอบรมฯ จะได้รับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขับรถ จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ ตลอดจนข้อปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งภายหลังอบรมเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้าอบรมฯ จะมีสิทธิ์เข้ารับการทดสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) และทดสอบปฏิบัติขับรถยนต์ ตามมาตรฐานความปลอดภัยและระเบียบเดียวกับการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ในวันเวลาราชการ หากสอบผ่านจะได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ทันที ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์มาก่อน ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่เป็นผู้ที่มีร่างกายพิการ หรือมีโรคประจำตัวที่อาจก่อให้เกิดอันตรายขณะขับขี่ยานพาหนะ และต้องไม่อยู่ระหว่างการถูกยึด หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ พร้อมเตรียมเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบรับรองแพทย์ตามแบบแพทยสภารับรอง (อายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ออกเอกสารจนถึงวันเข้าอบรม) โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) แผนกกิจกรรมเพื่อสังคม โทรศัพท์หมายเลข 02-129-8888 ต่อ 7419, 7422, 7443

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จับมือ BYD เปิดอบรมโค้ช AFC ‘B’ License
อ่าน

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จับมือ BYD เปิดอบรมโค้ช AFC ‘B’ License

ชาร์จพลังใหม่ให้ฟุตบอลไทย! สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จับมือ BYD เปิดอบรมโค้ช AFC B License สร้างเครือข่ายโค้ชคุณภาพสู่มาตรฐานสากล สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดพิธีเปิดโครงการ AFC B Coaching Certificate Course by BYD อย่างเป็นทางการ เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 ณ พัฒนา สปอร์ต คลับ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยพลังและความมุ่งมั่นของผู้ฝึกสอนฟุตบอลจากทั่วประเทศ โครงการดังกล่าวเป็นหลักสูตรพัฒนาโค้ชฟุตบอลระดับ B License ตามมาตรฐานสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) เปิดโอกาสให้ผู้ฝึกสอนจำนวน 24 คน จากทั่วประเทศ เข้ารับการอบรมโดย ไม่เสียค่าใช้จ่าย มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพโค้ชในลีกระดับ T2 และ T3 รวมถึงการพัฒนาโค้ชเยาวชนขั้นสูงและนักฟุตบอลระดับสมัครเล่น ให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะการจัดการทีมอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากล ภายในงานได้รับเกียรติจาก มร.แอนโธนี่ ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ และ ตอง กวินท์ ธรรมสัจจานันท์ ตำนานผู้รักษาประตูทีมชาติไทย มาร่วมพูดคุยและถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าอบรมทั้ง 24 ท่าน โดยบรรยากาศการอบรมเป็นไปอย่างเข้มข้น ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในสนามจริง ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้แนวคิดฟุตบอลสมัยใหม่ การวางแท็กติก การพัฒนาผู้เล่นรายบุคคล รวมถึงการบริหารจัดการทีมในระดับแข่งขัน โดยว่าที่โค้ชระดับ AFC B License ต่างร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแท็กติกกันอย่างจริงจัง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดพัฒนาเยาวชน สโมสรต้นสังกัด และฟุตบอลระดับอาชีพของไทยต่อไป ในพิธีเปิด คุณจิรศักดิ์ ชื่นอารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด กล่าวถึงความตั้งใจของ BYD ในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาฟุตบอลไทยว่า BYD ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของทีมชาติไทยและไทยลีก ฤดูกาล 2026 มองเห็นความสำคัญของ โค้ช ในฐานะกำลังหลักที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬา ซึ่งการเป็นโค้ชฟุตบอลไม่ใช่เพียงแค่มีประสบการณ์ในการเล่นหรือการชมเกมเท่านั้น แต่จำเป็นต้องผ่านการอบรมในหลักสูตรที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล และมี License อย่างถูกต้อง โครงการ AFC B Coaching Certificate Course by BYD ถือเป็นก้าวสำคัญของผู้ฝึกสอนที่ต้องการพัฒนาตนเองสู่การเป็นโค้ชหลักในลีกระดับ T2 และ T3 รวมถึงการเป็นโค้ชเยาวชนขั้นสูงและนักฟุตบอลสมัครเล่นได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อของเรเว่ว่า อนาคตของฟุตบอลไทย เริ่มต้นจาก คน ที่ยืนอยู่ข้างสนาม คุณจิรศักดิ์กล่าว BYD เดินหน้าสานต่อพันธกิจ ชาร์จพลังบอลไทย ด้วยความเชื่อว่า พลัง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า แต่หมายถึงพลังของบุคลากรในวงการกีฬา โดยมุ่งสร้างเครือข่ายโค้ชฟุตบอลคุณภาพระดับ B License จำนวน 24 คนจากทั่วประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างฟุตบอลไทยในระยะยาว และต่อ ยอดการพัฒนาสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การคัดเลือกผู้เข้าร่วมอบรมมาจากสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ แบ่งออกเป็น 6 โซน โซนละ 4 คน เพื่อกระจายโอกาสและองค์ความรู้สู่ภูมิภาคต่าง ๆ อย่างทั่วถึง ในตอนท้าย คุณจิรศักดิ์ได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ฝึกสอนทั้ง 24 คนที่ผ่านการคัดเลือก พร้อมเน้นย้ำว่าทุกคนคือบุคลากรสำคัญที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานฟุตบอลไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ พร้อมเชิญชวนให้ใช้โอกาสจากหลักสูตรนี้ในการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ และร่วมกันขับเคลื่อนฟุตบอลไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืนในอนาคต โครงการ AFC B Coaching Certificate Course by BYD นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการวางรากฐานโครงสร้างบุคลากรฟุตบอลไทย โดยผู้ที่ผ่านการอบรมจะเป็นฟันเฟืองหลักในการยกระดับมาตรฐานการฝึกสอน ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและสโมสรต่าง ๆ พร้อมขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และเป็นที่ยอมรับในเวทีนานาชาติอย่างยั่งยืน ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการได้ทางช่องทางการสื่อสารของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ หรือเพจเฟซบุ๊ก FA Coaching Course และ BYD Thailand ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้

ครูหนึ่งสอนพิเศษ
สิทธิพิเศษ

ครูหนึ่งสอนพิเศษ

-

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

ฟรี หมวกลายโลโก้สโมสร  เมื่อสมัครเรียนอะคาเดมี  ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ฟรี หมวกลายโลโก้สโมสร เมื่อสมัครเรียนอะคาเดมี ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนฟรี หมวกลายโลโก้สโมสร เมื่อสมัครเรียนอะคาเดมี (เฉพาะคอร์สเริ่มต้นเท่านั้น)ร่วมรายการทั้ง 2 สาขา1. หลักสูตรไทย สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์2. หลักสูตรอินเตอร์ สาขากรุงเทพกรีฑาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม www.facebook.com/minburicityfc เงื่อนไข 1. หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. รับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข8. สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด หรือจนกว่าสิทธิ์เต็ม9. 1 ท่าน /1 สิทธิ์ /ตลอดแคมเปญ

ลด 500.- ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ลด 500.- ใช้ 0 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿500.00ที่ โรงเรียนกวดวิชามงคลพัฒนา ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับส่วนลด 500.- เมื่อสมัครคอร์สเรียนที่สถาบันสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 080-243-1111 www.brightupcenter.com หรือ www.brightuptutor.com เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ รับสิทธิ์ได้ที่สถาบันฯ ได้ทุกสาขา2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

ทรูแบล็ค ทรูเรด ลด 1,000.- ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ทรูแบล็ค ทรูเรด ลด 1,000.- ใช้ 0 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿1000.00ที่ โรงเรียนกวดวิชามงคลพัฒนา ลูกค้าทรูแบล็ค และทรูเรดการ์ดใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับส่วนลด 1,000.- เมื่อสมัครคอร์สเรียนที่สถาบันสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 080-243-1111 www.brightupcenter.com หรือ www.brightuptutor.com เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ รับสิทธิ์ได้ที่สถาบันฯ ได้ทุกสาขา2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

ลด 5% ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ลด 5% ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับส่วนลด 5% เมื่อสมัครคอร์สเรียนที่สถาบันสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 080-243-1111 หรือ www.brightuptutor.com เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ รับสิทธิ์ได้ที่สถาบันฯ สาขาที่ร่วมรายการสาขาที่ไม่เข้าร่วมแคมเปญ- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาห้างTerminal21, โคราช- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาทุ่งสง, นครศรีธรรมราช- สถาบันกวดวิชาและเสริมทักษะ สาขาสัมมากรเพลส รามคำแหง110, กรุงเทพฯ2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

คาร์บอนไทยขึ้นเวทีโลก สายการบินจ่อซื้อเพียบ
อ่าน

คาร์บอนไทยขึ้นเวทีโลก สายการบินจ่อซื้อเพียบ

#คาร์บอนเครดิต #ทันหุ้น – บิ๊ก อบก. ลั่น ICAO รับรองมาตรฐานคาร์บอนเครดิต Premium T-VER ชดเชยสายการบินดันเชื่อมั่น เดินหน้าดีลสายการบิน ชูดีมานด์สูง 100 ล้านตัน ชูไทยมาตรฐานโลกแต่ต้นทุนถูกกว่า จ่อเชื่อมยักษ์โลก ลั่นภาวะน้ำท่วมดันกม.โลกร้อน สภาจ่อคุยสัปดาห์หน้า มั่นตลาดคาร์บอนเครดิตปี 2569 โต 2-3 เท่า หนุนไทยรับเงินญี่ปุ่น ส่วนมาตรฐานบัญชีคาร์บอนเครดิตชัดแล้ว            นายณกรณ์  ตรรกวิรพัท  ผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้ประกาศการรับรองมาตรฐานคาร์บอนเครดิตของ Premium T-VER หรือ P-TVER ของ อบก. ให้เป็นกลไกที่สามารถนำคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรองจาก Premium T-VER ใน 11 กิจกรรม ไปใช้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้กับสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ ภายใต้กลไก CORSIA (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation) ระยะที่ 1 ปี 2567-2569 จะส่งผลดีให้เห็นถึงมาตรฐานของ Premium T-VER ที่มีความเข้มข้นในการรับรองคาร์บอนเครดิต และมีความน่าเชื่อถือไม่ต่างจากหน่วยงานมาตรฐานของต่างประเทศ            โดย Premium T-VER เป็นหนึ่งใน 8 กลไกทั่วโลกที่ได้รับความเห็นชอบจาก ICAO และเป็น มาตรฐานเดียวที่บริหารจัดการโดยภาครัฐ ส่วนอีก 7 กลไกที่เหลือเป็นองค์กรเอกชน ทำให้ไม่ต้องกังวลว่ามาตรฐานไทยไม่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลอีกต่อไป ทั้งนี้ Premium T-VER นับว่าป็นมาตรฐานที่มีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่ากว่ามาตรฐานของต่างประเทศ และ อบก. กำลังดำเนินการในเรื่อง Dual Certification เพื่อให้ทำผู้ที่ผ่านการรับรองจาก Premium T-VER สามารถ "ติดแท็ก" ไปสู่การรับรองคาร์บอนเครดิตของ กลุ่มเอกชนที่มีชื่อเสี่ยงเช่น Gold Standard ได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้พัฒนาโครงการสามารถลดต้นทุนในการดำเนินการ เมื่อเทียบกับการไปทำมาตรฐานอื่นแต่แรก โดยไม่ต้องยื่นเอกสารทำใหม่ทั้งหมด ดังนั้นเชื่อว่า Premium T-VER จะได้รับความนิยมในการรับรองคาร์บอนเคริดตมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีผู้ผ่านการรับรองโครงการจำนวน 8 โครงการ เป็นกลุ่มป่าไม้ 5 โครงการ และการเกษตร 3 โครงการ เป็นโครงการนาข้าวเปียกสลับแห้งทั้งหมด โดยปัจจุบันมีผู้ยื่นขอการรับรองอยู่ราว 52 โครงการ นายณกรณ์ กล่าวว่า มาตรการ CORSIA นับเป็นกลไกที่ ICAO จัดทำขึ้นเพื่อบริหารจัดการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสายการบินระหว่างประเทศ โดยสายการบินจะต้องเริ่มรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และจะต้องมีการชดเชย (Offset) ให้แล้วเสร็จภายในปี 2571 ซึ่งมองว่าสายการบินสามารถวางแผนและดำเนินการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อเตรียมการไว้ล่วงหน้าได้ เพราะมีภาระผูกพันที่ต้องชดเชยภายใน 2 ปีข้างหน้า คาดการณ์ว่าความต้องการจะอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยจากนี้จะมีการพูดคุยกับสายการบินเพื่อทำสนับสนุนต่อไป@ น้ำท่วมเร่งกฎหมาย            ทั้งนี้ตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยในปัจจุบันเป็นตลาดภาคสมัครใจ แต่แนวโน้มของตลาดอยู่ใน "ขาขึ้น" โดยเฉพาะเมื่อมีการรับรองจาก ICAO แล้ว ส่วนปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนตลาดคือ ความชัดเจนของกฎหมายภาคบังคับ (พ.ร.บ. โลกร้อน) และ ความชัดเจนด้านการลงบัญชี ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้ชัดเจน และมองว่าตลาดจะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างน้อย 2-3 เท่า ในปีงบประมาณ 2569 โดยมองว่า ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทั่วโลกและในประเทศ ยิ่งทำให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตระหนักถึงความสำคัญ และเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ "รอไม่ได้" และจะส่งผลให้รัฐบาลต้องการเดินหน้ามาตรการภาคบังคับอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาในสัปดาห์หน้า ความชัดเจนของ พ.ร.บ. จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดคาร์บอนเครดิตของไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด@ ดันไทยโอนคาร์บอนเครดิตญี่ปุ่น            ด้าน ดร.พฤฒิภา โรจน์กิตติคุณ ผู้อำนวยการสำนักรับรองคาร์บอนเครดิต อบก. เปิดเผยว่า อบก. พร้อมสนับสนุนภาคเอกชนไทยเข้าโครงการการถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตภายใต้กลไกเครดิตร่วม (JCM) ให้ญี่ปุ่น ซึ่งนับตั้งแต่ที่มีโครงการนี้ปี 2558 ไทยมีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนเงินลงทุนในการพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกจากญี่ปุ่น รวม 57 โครงการ รวมเงินสนับสนุนที่ได้รับ 2,853 ล้านบาท ก่อให้เกิดการลงทุนรวม 8,467 ล้านบาท ซึ่งล่าสุด บริษัท ทีเอสบี บางกอก จำกัด ประเทศไทย ร่วมกับบริษัท TSB GreeNex Co., Ltd. ประเทศญี่ปุ่น เป็นการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ ขนาด 5 เมกะวัตต์ บนบ่อน้ำในนิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ถ่ายโอนไปจำนวน 1,009 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ให้แก่รัฐบาลญี่ปุ่น ญี่ปุ่นยังมีงบประมาณสำหรับสนับสนุนการดำเนินงานใน 31 ประเทศรวมกว่า 2,350 ล้านบาท โดยจะมีการเปิดรับสมัครข้อเสนอโครงการครั้งถัดไปช่วงต้นเดือนเมษายน 2568 ทาง อบก. จะมีการจัดสัมมนาให้ข้อมูลในวันที่ 4 และ 17 ธันวาคม 2568@มาตรฐานบัญชีชัด            นางสาวอโณทัย  สังข์ทอง  ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารและทะเบียนคาร์บอนเครดิต อบก. กล่าวว่า อบก.ได้มีการเจรจากับสภาวิชาชีพในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อทำให้การบันทึกบัญชีต่างๆ มีมาตรฐาน โดยมีข้อสรุปว่า คาร์บอนเครดิตถือเป็น สินทรัพย์ที่ไม่มีรูปร่าง ที่สามารถถือกำหนดราคาและซื้อขายได้ ส่วนหลักการจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน คือ 1. ก่อนการรับรอง รายจ่ายที่เกิดขึ้น เช่น ค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียน ค่าจ้างผู้ตรวจประเมินภายนอก หรือค่าใช้จ่ายในการปลูกต้นไม้ในช่วงแรก หากไม่เข้าข่ายนิยามสินทรัพย์ ให้บันทึกเป็น ค่าใช้จ่าย ได้เลย           2. เมื่อได้รับการรับรอง คาร์บอนเครดิตจะถูกรับรู้เป็นสินทรัพย์ ในวันที่ อบก. ให้การรับรอง ส่วนการ ตีมูลค่า หากผู้ประกอบการถือครองคาร์บอนเครดิตไว้เพื่อขายจะบันทึกเป็นสินค้าคงเหลือ จะรับรู้รายการด้วยราคมทุน ส่วยการถือครองเพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคต จะบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน รับรู้ด้วยราคาทุน แต่เมือ่มีตลาดที่มีสภาพคล่องแล้ว สามารถตีราคาใหม่ได้ ความชัดเจนนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะกับบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้สามารถเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนได้อย่างถูกต้อง สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ธปท. งัดมาตรการด่วน! สั่งแบงก์พาณิชย์-นอนแบงก์ อุ้มลูกหนี้น้ำท่วมใต้ พักหนี้-ลดจ่ายขั้นต่ำทันที
อ่าน

ธปท. งัดมาตรการด่วน! สั่งแบงก์พาณิชย์-นอนแบงก์ อุ้มลูกหนี้น้ำท่วมใต้ พักหนี้-ลดจ่ายขั้นต่ำทันที

ธปท. งัดมาตรการด่วน! สั่งแบงก์พาณิชย์-นอนแบงก์ อุ้มลูกหนี้น้ำท่วมใต้ พักหนี้-ลดจ่ายขั้นต่ำทันที#ทันหุ้น #SET #BOT ธปท. ขอให้สถาบันการเงินเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้แบงก์ชาติกำชับให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยที่มิใช่สถาบันการเงิน เร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ภายใต้แนวทางผ่อนปรนหลักเกณฑ์ที่แบงก์ชาติได้เคยกำหนดไว้แล้ว ดังนี้1. สินเชื่อบัตรเครดิต สามารถพิจารณาปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ ให้ต่ำกว่าอัตราที่ ธปท. กำหนดได้ เป็นระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่พื้นที่นั้น ๆ ถูกประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย2. สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับและสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล สามารถพิจารณาเงื่อนไขวงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินให้เกินกว่าอัตราที่ ธปท. กำหนดได้ เพื่อให้ลูกหนี้มีแหล่งเงินทุนฉุกเฉินเพียงพอสำหรับการฟื้นฟูความเสียหายอันเนื่องมาจากปัญหาสาธารณภัย โดยให้อนุมัติวงเงินดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่พื้นที่นั้น ๆ ถูกประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย3. สินเชื่อทุกประเภท สามารถพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจต่อได้ รวมถึงการปรับเงื่อนไข เช่น ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ยค่าธรรมเนียม ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยให้อนุมัติวงเงินดังกล่าวโดยเร็ว ไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่พื้นที่นั้น ๆ ถูกประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ทั้งนี้ ระหว่างให้ความช่วยเหลือ ธปท. จะผ่อนปรนหลักเกณฑ์การจัดชั้นลูกหนี้ ให้คงการจัดชั้นเดิมเช่นเดียวกับก่อนประสบสาธารณภัยได้แบงก์ชาติ ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนทุกท่านที่กำลังเผชิญกับภัยพิบัติในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยจะได้รับความช่วยเหลือ เพื่อให้ผ่านพ้นปัญหาไปได้ โดยลูกหนี้สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน และผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยที่มิใช่สถาบันการเงินที่ท่านใช้บริการได้โดยตรง และหากต้องการสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อแบงก์ชาติ ได้ที่ 1213

สมัครเรียนคอร์สออนไลน์รับสิทธิเรียนเพิ่ม 1 เดือน ฟรี
สิทธิพิเศษ

สมัครเรียนคอร์สออนไลน์รับสิทธิเรียนเพิ่ม 1 เดือน ฟรี

ลูกค้าทรู สมัครเรียนคอร์สออนไลน์รับสิทธิเรียนเพิ่ม 1 เดือน ฟรีสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-731-0147 เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ แสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับสิทธิ์2. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. สิทธิพิเศษเฉพาะคอร์สออนไลน์เท่านั้น

สมัครคอร์ส ONLINE ทุกคอร์ส รับสิทธิ์เรียนเพิ่มเป็น 1 ปี/คอร์ส
สิทธิพิเศษ

สมัครคอร์ส ONLINE ทุกคอร์ส รับสิทธิ์เรียนเพิ่มเป็น 1 ปี/คอร์ส

ลูกค้าทรู สมัครคอร์ส ONLINE ทุกคอร์ส รับสิทธิ์เรียนเพิ่มเป็น 1 ปี/คอร์ส จากปกติระยะเวลาเรียน 6 เดือน/คอร์สสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-731-0147 เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ แสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับสิทธิ์2. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. สิทธิพิเศษเฉพาะคอร์สออนไลน์เท่านั้น

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัด CRA Open House 2569 เปิดฐานการเรียนรู้ทางการแพทย์ ให้นักเรียนสายวิทย์
อ่าน

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัด CRA Open House 2569 เปิดฐานการเรียนรู้ทางการแพทย์ ให้นักเรียนสายวิทย์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และ ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติเปิดประสบการณ์ ฐานการเรียนรู้ทางการแพทย์ ให้นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายสายวิทยาศาสตร์เยี่ยมชมศูนย์การรักษา ในโครงการ CRA Open House แนะแนวศึกษาต่อสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ประจำปีการศึกษา 2569 ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมปลายจากทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมภายใต้โครงการ CRA Open House ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เปิดบ้านแนะแนวศึกษาต่อสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความมุ่งมั่นในการศึกษาต่อสายแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ และสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้ฝึกทักษะแบ่งเป็นฐานการเรียนรู้หลากหลายสาขาทางการแพทย์ และได้เยี่ยมชมศูนย์การรักษาที่มีความเป็นเลิศ สร้างความมั่นใจในศักยภาพของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ อันเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติของนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ซึ่งนักเรียนที่มาร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัสเทคโนโลยีเครื่องมือนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยทัดเทียมมาตรฐานสากล ตลอดจนเป็นการสร้างความสัมพันธ์ภาคีเครือข่ายร่วมกับสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนพันธกิจของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในด้านการผลิตบัณฑิตแพทย์ พยาบาลและการสาธารณสุข ที่มีคุณภาพทางวิชาการและสมรรถนะทางวิชาชีพที่เป็นเลิศ อีกทั้งเป็นทางเลือกในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ณ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เผยว่าโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นหน่วยงานภายใต้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และเป็นสถานพยาบาลในกำกับของรัฐ ซึ่งในปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลในการฝึกปฏิบัติทักษะทางคลินิกของนักศึกษาแพทย์ พยาบาล และวิชาชีพทางการแพทย์ มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคมะเร็ง ให้บริการทางการแพทย์ด้วยศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านต่าง ๆ มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยโรคซับซ้อน ด้วยทีมแพทย์และพยาบาลเฉพาะทาง ให้การสนับสนุนการวิจัยและการศึกษาในหลักสูตรต่าง ๆ ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประเทศและช่วยดูแลส่งเสริมสุขภาพของคนไทย สืบสานพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมุ่งหวังให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จุฬาภรณ์เป็นศูนย์กลางการศึกษาและวิจัย สู่ความเป็นเลิศด้านวิชาการและวิชาชีพเพื่อบริการมวลมนุษยชาติอย่างยั่งยืน ภายใต้ปรัชญา "เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต" สำหรับ โครงการ CRA Open House ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดบ้านแนะแนวศึกษาต่อสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ในวันนี้ มีนักเรียนระดับมัธยมปลายจากทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนทั้งสิ้น 292 คน ซึ่งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้จัดเตรียม ฐานการเรียนรู้ทางการแพทย์ เพื่อเปิดโลกการเรียนรู้ทางการแพทย์ จำนวน 8 ฐาน ประกอบด้วย ฐานที่ 1 Heart Hero หัวใจและหลอดเลือด, ฐานที่ 2 X-ray รังสีวินิจฉัยและร่วมรักษา, ฐานที่ 3 Mission: recovery เวชศาสตร์ฟื้นฟู, ฐานที่ 4 Inside the OR ห้องผ่าตัด, ฐานที่ 5 ENT Sleep Guard หูคอจมูกและดมยา, ฐานที่ 6 Life Saver การแพทย์ฉุกเฉิน, ฐานที่ 7 Scan Hunter ไซโคลตรอนและเพทสแกน, ฐานที่ 8 Kid Doc Smart Nutrition หมอเด็กโภชนาการ ซึ่งนักเรียนที่มาร่วมในแต่ละฐานจะได้รับความรู้จากบุคลาการทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ได้สัมผัสกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ใช้ในการตรวจ วินิจฉัย และรักษาผู้ป่วยจริง ณ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และ ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โดยกิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้นักเรียนได้เห็นภาพรวมของการเรียนในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพอย่างแท้จริง แต่ยังมีเป้าหมายในการสร้างแรงบันดาลใจในการเตรียมความพร้อมสู่วิชาชีพด้านการแพทย์และการสาธารณสุข รวมทั้งเพิ่มความมั่นใจในการศึกษาต่อที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่มีความพร้อมทางวิทยาการและบุคลากรด้านการแพทย์เทียบเท่าระดับสากล

เทศน์ ไมรอน สุดปลื้ม! เรียบจบแล้ว พร้อมคว้าเกียรตินิยมมาครอง
อ่าน

เทศน์ ไมรอน สุดปลื้ม! เรียบจบแล้ว พร้อมคว้าเกียรตินิยมมาครอง

เตรียมขึ้นแท่นบัณฑิตป้ายแดง เทศน์ ไมรอน นักแสดงหนุ่มสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว สุดภุมิใจ คว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ารับปริญญาบัตร 1 ต.ค. ที่จะถึงนี้ แฟนคลับร่วมแสดงความยินดี นักแสดงและนายแบบหนุ่มหล่อ เทศน์ ไมรอน ว่าที่บัณฑิตป้ายแดง หลังสำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมคว้าเกียรตินิยมมาครอง ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ- เทศน์ ไมรอน เปิดใจสาเหตุไม่ต่อสัญญาช่อง ขอผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ ล่าสุดหนุ่ม เทศน์ ไมรอน ได้มาร่วมงาน Feed x Khaosod Awards เจ้าตัวเลยมีโอกาสเผยถึงความภูมิใจในเรื่องนี้ให้ฟังกันว่า ภาพจาก : tatemyron "รู้สึกดีครับ ดีใจที่จบ ผมได้เกียรตินิยมอันดับ 2 ครับ ผมเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรภาษาและวัฒนธรรม (นานาชาติ) ดีใจมากๆ เดี๋ยววันที่ 1 ต.ค. รับปริญญา ตอนนี้ซ้อมเรียบร้อยแล้วครับ" และไม่ลืมที่จะฝากผลงานที่กำลังจะออกมาหลังจากนี้ แต่ยังขออุบรายละเอียดไว้ก่อน ภาพจาก : tatemyron ภาพจาก : tatemyron ภาพจาก : tatemyron อ้างอิงที่มาภาพจาก :อินสตาแกรม tatemyron

ศูนย์การเรียนเครสท์สคูล
สิทธิพิเศษ

ศูนย์การเรียนเครสท์สคูล

Crest School เป็นสถานศึกษารูปแบบใหม่ ณ ใจกลางกรุงเทพฯ ที่มอบการเรียนการสอนแบบองค์รวมซึ่งช่วยเตรียมผู้เรียนให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้และความสำเร็จตลอดชีวิต หลักสูตร Career-based Curriculum ของเราช่วยค้นหาและพัฒนาศักยภาพเฉพาะตัวของผู้เรียนแต่ละคน หลักสูตรของเรานั้นเป็นหลักสูตรระดับมาตรฐานสากลและได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ เราสนับสนุนให้ผู้เรียนได้สำรวจความชื่นชอบและความถนัด พร้อมทั้งประสบความสำเร็จในสาขาที่ตนเลือก โดยทาง Crest School ได้นำทรัพยากรจากบริษัทในเครือของเราที่เอื้อต่อการศึกษามาร่วมกันออกแบบหลักสูตรและกิจกรรม เช่น OnDemand, EduSmith, Appa และ Ignite เพื่อยกระดับความพร้อมทางด้านวิชาการและอาชีพ ความร่วมมือเหล่านี้เอื้อให้ผู้เรียนได้สัมผัสประสบการณ์จริงที่เตรียมความพร้อมสำหรับความสำเร็จในระดับสากล ที่ Crest School เราปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความคิดความอ่านระดับโลก ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมที่โอบรับความหลากหลายและกระตุ้นให้ผู้เรียนเปิดใจรับความต่าง ปรัชญาการศึกษาของเราจึงมุ่งเน้นไปที่ความเชื่อที่ว่าผู้เรียนทุกคนมีศักยภาพในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้แด่โลกใบนี้

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ
อ่าน

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ

ขั้นตอนสมัครสอบคัดเลือกบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นคณาจารย์ประจำ เพื่อสนับสนุนภารกิจทางวิชาการและขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยอ้างอิงมติที่ประชุมกรรมการบริหารงานบุคคลตลอดปี 2567 ถึงกลางปี 2568ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือกระบุไว้ตามข้อ 7 ของประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีหลากหลายระดับและสาขาให้เลือกสมัครตามคุณวุฒิคุณสมบัติผู้สมัครผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย และไม่เป็นผู้เสพสารเสพติด รวมถึงสามารถปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างเหมาะสม เฉพาะสายคณาจารย์ปริญญาตรี วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในรอบ 5 ปีปริญญาโท วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง โดยอย่างน้อย 1 เรื่องเป็นงานวิจัยปริญญาเอก ต้องมีผลงานวิจัยเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในรอบ 5 ปีเอกสารประกอบใบสมัคร1. สำเนาปริญญาบัตรและ Transcript2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน3. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว4. หนังสือรับรองผลภาษาอังกฤษ (MCU-GET, TOEFL, IELTS, TOEIC, TU-GET, CU-TEP)5. ใบรับรองแพทย์ออกภายใน 30 วัน6. ผลตรวจประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ7. หนังสือรับรองประสบการณ์ (ถ้ามี)8. แบบ บค 01 และ บค 02 ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์9. สลิปการโอนเงินค่าสมัครหมายเหตุ แนบไฟล์เฉพาะ .PDF หรือ .JPG ค่าธรรมเนียมการสมัครต่ำกว่าปริญญาตรี 100 บาทปริญญาตรี 200 บาทปริญญาโท 300 บาทปริญญาเอก 400 บาทโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาเสือป่า เลขที่บัญชี 046 2 73791 7รายละเอียดการสอบสอบข้อเขียนเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย 100 คะแนนสอบปฏิบัติด้านดิจิทัล (เฉพาะสายปฏิบัติการ) 100 คะแนนสอบข้อเขียนเฉพาะสาขาวิชา 100 คะแนนสอบสัมภาษณ์ ประเมินความเหมาะสม 200 คะแนนเกณฑ์การตัดสินต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การตัดสินของคณะกรรมการสอบคัดเลือกถือเป็นที่สิ้นสุดติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสมัครเข้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ https://www.mcu.ac.th/news/detail/59013

ครม.เห็นชอบ “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568
อ่าน

ครม.เห็นชอบ “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีคลัง เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้ง นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย” (ธปท.) เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะว่างลง เนื่องจากนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ จะครบวาระการดำรงตำแหน่ง ในวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไปสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐมนตรีคลัง ได้พิจารณาเสนอแต่งตั้ง นายวิทัย เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการเงินธนาคาร และมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมาย ประกอบกับ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ ให้นายกรัฐมนตรี เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติ ดังนั้น จึงเห็นควรเห็นชอบตามที่ รัฐมนตรีคลังเสนอ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และหากไม่มีข้อทักท้วงหรือไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือเป็นมติคณะรัฐมนตรีตามที่เสนอ จากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป ประวัติของนายวิทัย รัตนากรพ.ศ. 2563 – ปัจจุบัน ผู้อำนวยการธนาคารออมสินพ.ศ. 2561 – 2563 เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการพ.ศ. 2560 – 2561 กรรมการ และรักษาการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (เข้าไปฟื้นฟูสถานะทางการเงิน เป็นระยะเวลา 6 เดือน)พ.ศ. 2558 – 2561 รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลงทุนและบริหารการเงิน (Chief Financial Officer) และรองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าธุรกิจและภาครัฐพ.ศ. 2554 – 2557 ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงิน บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน)พ.ศ. 2553 รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัดตำแหน่งงานอื่นในปัจจุบัน– นายกสมาคม สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ– ประธานกรรมการ สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ– อุปนายกสมาคม สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์– รองประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)– กรรมการ และกรรมการบริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)– กรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท มีที่ มีเงิน จำกัด– กรรมการฝ่ายนายจ้าง กรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างประวัติการศึกษา– ปริญญาโท เศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย– ปริญญาโท กฎหมายธุรกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย– ปริญญาโท การเงิน Drexel University, U.S.A.– ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

แต่งตั้ง พระครูรัตนสุตาภรณ์ รักษาการ ผอ.วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช
อ่าน

แต่งตั้ง พระครูรัตนสุตาภรณ์ รักษาการ ผอ.วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช

พระครูรัตนสุตาภรณ์รับหน้าที่รักษาการ ผอ.วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราชมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) มีคำสั่งที่ 1311/2568 เรื่องการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช เพื่อให้การบริหารงานภายในเป็นไปอย่างเรียบร้อย และขับเคลื่อนตามวัตถุประสงค์และนโยบายของมหาวิทยาลัย โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 27 (1)(4) และมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 อธิการบดีมหาวิทยาลัย ได้ลงนามแต่งตั้ง พระครูรัตนสุตาภรณ์ (ธีรเดช ธีรวฑูฒโน), ผศ.ดร. ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงสำหรับประวัติของพระครูรัตนสุตาภรณ์ ปัจจุบันมีอายุ 51 ปี พรรษา 30 ปี ดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำวิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช มีคุณวุฒิทางวิชาการ ได้แก่ค.บ. (การบริหารการศึกษา)รป.ม. (รัฐประศาสนศาสตร์)รป.ด. (รัฐประศาสนศาสตร์) คำสั่งนี้ลงนามโดย พระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ลงวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!
อ่าน

ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว “บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ” ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ “Your Data” ซึ่งช่วยให้ประชาชนใช้ข้อมูลของตนเองในการเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น บริการดังกล่าว ช่วยให้ประชาชนที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีค่าน้ำหรือค่าไฟ สามารถเรียกดูและดาวน์โหลดประวัติการชำระย้อนหลัง 6 เดือนของตนเองผ่านแอป “ทางรัฐ” ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นช่องทางใหม่ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ที่ไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว สามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมวิธีลงทะเบียนผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” จากนั้นเลือกเมนู “การเงิน/ประกัน” และเข้าสู่ “ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน” เลือกหน่วยงานที่ต้องการ ระบุหมายเลขมิเตอร์ ตรวจสอบข้อมูล และยืนยันคำขอ ระบบจะจัดเก็บเอกสารไว้ในโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ เพื่อนำไปยื่นขอสินเชื่อต่อไปทั้งนี้ การขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์มาก เพราะสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อให้กับผู้มีวินัยในการจ่ายค่าน้ำ - ค่าไฟ เพราะข้อมูลที่แสดงพฤติกรรมการจ่ายที่ดี จะส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อในทางบวก “โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญของรัฐในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูลของตนเอง” เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มที่เคยขาดหลักฐานทางรายได้ในรูปแบบเดิมรัฐบาลเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเปิดประตูการเงินให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเข้าถึงเงินทุนได้อย่างเสมอภาค พร้อมก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ทั้งนี้ บริการดังกล่าวเริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อที่รองรับเอกสารดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th " นางสาวศศิกานต์ กล่าว

ปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย รัฐย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว
อ่าน

ปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย รัฐย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว

ครม. เร่งปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย ตามมติครม.น.ส. ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการแก้ปัญหาสัญชาติ ตามมติ ครม. วันที่  29  ตุลาคม  2567 โดยประกาศหลักเกณฑ์ให้คนเกิดในราชอาณาจักรแต่ยัง “ไร้สัญชาติ” ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่  30  มิถุนายน  2568 กลุ่มเป้าหมาย “ชนกลุ่มน้อย/ชาติพันธุ์” เฉพาะที่อยู่ในไทยมานาน- กลุ่มเป้าหมายราว 140,000 คน เป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติไว้ก่อนแล้ว มีข้อมูลภาพถ่าย ลายนิ้วมือ และเลข 13 หลักขึ้นต้น 5, 6 หรือ 8- ครอบคลุมบุตรหลานที่เกิดในไทยของผู้ถือบัตรสีชมพู กลุ่มเลข 6 - 50 ถึง  6 - 72 และผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ขึ้นต้น 5 หรือ 8)- รวมถึงผู้ที่อยู่ในทะเบียนประวัติ “บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน” ตามมติ ครม. 18 ม.ค. 2548 เช่น ชาวมอร์แกน (เลขบัตรขึ้นต้น 0 และหลักที่ 6–7 เป็น 89)ย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว - ผู้ลี้ภัยในค่ายพักพิงรัฐบาลย้ำว่ามาตรการนี้ ไม่ครอบคลุมแรงงานข้ามชาติ ผู้มีสัญชาติอื่น หรือผู้หนีภัยในค่ายพักพิง แต่เป็นการแก้ปัญหาสิทธิสถานะของคนที่เกิดและเติบโตในไทยมาอย่างยาวนาน โดยมีหลักเกณฑ์ “เข้มงวด‑ตรวจสอบได้” เพื่อลดช่องโหว่ในการสวมสิทธิ ยกระดับคุณภาพชีวิตบนหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นโยบายดังกล่าวจะเปิดทางให้กลุ่มชาติพันธุ์เข้าถึงสวัสดิการรัฐ การศึกษา และโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ พร้อมยืนยันเดินหน้ากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การให้สัญชาติไทยเป็นไปอย่างโปร่งใส และเกิดประโยชน์กับผู้มีสิทธิอย่างแท้จริง.

สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร
อ่าน

สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประกาศเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยสามารถสมัครสอบผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 22.00 น.รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2568 การรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้ประสงค์จะสมัครสอบแข่งขัน สามารถสมัครสอบผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เพียงทางเดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 9 -15 กรกฎาคม 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ยกเว้นวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ระบบจะปิดรับสมัคร เวลา 16.30 น. โดยสมัครสอบ ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.comเอกสารที่ใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568- สำเนาปริญญาบัตร หรือ สำเนาใบรับรองคุณวุฒิ- สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript)- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน- สำเนาทะเบียนบ้าน- รูปถ่ายหน้าตรง (ขนาดและจำนวนรอประกาศอย่างเป็นทางการ)- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือ หลักฐานจากคุรุสภา ที่อนุญาตให้ปฏิบัติการสอน- สำเนาหนังสือรับรองคุณวุฒิ (กรณีจบใหม่/รอรับปริญญา)- ใบรับรองแพทย์กรณีเป็นข้าราชการ/พนักงานท้องถิ่น- สำเนาบัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ- หนังสืออนุญาตให้สมัครสอบ- เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล- สำเนาประกาศนียบัตรบัณฑิตขั้นตอนการกรอกใบสมัครสอบครูผู้ช่วย 25681. อ่านประกาศรับสมัครสอบเข้าสู่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com คลิกเลือกเมนู สมัครสอบ อ่านขั้นตอนการสมัครและคลิกที่ปุ่ม [ดำเนินการต่อคลิกที่นี่] (อยู่ด้านล่าง) เพื่อสมัครสอบ2. กรอกข้อมูลใบสมัครกรอกข้อมูลลงใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" ให้ครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อกรอกครบถ้วนแล้วคลิกปุ่ม [ต่อไป] จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลที่ท่านได้กรอกไว้ใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" กรุณาตรวจทานข้อมูลของท่านว่าครบถ้วน และถูกต้อง3. ชำระเงินค่าสมัครสอบผ่าน QR Codeคลิกปุ่ม ตรวจสถานะการสมัครสอบ ระบบจะแสดงหน้าเว็บที่มีข้อมูลของท่านตามที่ท่านระบุ และแบบฟอร์มชำระเงิน- หากท่านต้องการ ตรวจสอบข้อมูล กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบตรวจสอบข้อมูล]- หากท่านไม่ต้องการดำเนินการใดๆ กรุณากดปุ่ม [กลับหน้าหลัก]4. พิมพ์ใบสมัครหากท่านต้องการพิมพ์เอกสาร ใบสมัครสอบ กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบสมัคร] ข้อควรระวัง การสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้สมัครสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียว และสมัครได้เพียงเขตการศึกษาเดียวเท่านั้นชื่อ และนามสกุล ที่ท่านกรอกลงใน "ใบสมัครออนไลน์" จะต้องเป็นชื่อและนามสกุลที่ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนกรุณาตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชนของท่านให้ถูกต้อง เนื่องจากเลขประจำตัวประชาชนของท่านจะใช้เป็นเลขที่อ้างอิงตลอดการสอบการกรอกข้อมูลในใบสมัคร จะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงทุกประการ ดังนั้นกรุณาตรวจทานข้อมูลให้ละเอียดก่อนคลิกปุ่ม[ส่ง ใบสมัคร] เพราะเมื่อท่านส่งใบสมัครไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้อีก และหากข้อมูลผิดพลาดอันเกิดจากการกรอกข้อมูลของท่านเองจะถือว่าใบสมัครนั้น เป็นโมฆะ และหากตรวจพบว่าท่านมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กรอกไว้ หรือขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามประกาศ จะถือว่าท่านขาดคุณสมบัติและท่านจะไม่สามารถเรียกร้องใด ๆ ได้ทั้งสิ้น

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

กองทัพบกไทย - ญี่ปุ่น ย้ำสัมพันธ์แน่นแฟ้น หวังปัญหาชายแดนคลี่คลาย
อ่าน

กองทัพบกไทย - ญี่ปุ่น ย้ำสัมพันธ์แน่นแฟ้น หวังปัญหาชายแดนคลี่คลาย

กองทัพบกไทย-ญี่ปุ่น ย้ำสัมพันธ์แน่นแฟ้น เดินหน้าร่วมมือพัฒนากำลังพล - เสริมความมั่นคงภูมิภาค วันนี้ ( 26 มิ.ย. 68 )พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้การต้อนรับ พลเอก โมริชิตะ ยาสุโนริ ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่น ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันกระชับความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือระหว่างกองทัพบกของทั้งสองประเทศ เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายหลังพิธีตรวจแถวกองเกียรติยศ และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ กองทัพบกได้มอบเครื่องหมายนักโดดร่มกิตติมศักดิ์ พร้อมประกาศนียบัตร เพื่อเป็นเกียรติแก่ ผบ.ทบ.ญี่ปุ่น และร่วมประชุมหารือข้อราชการ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการยกระดับความร่วมมือด้านการฝึกและพัฒนากำลังพล โดยเน้นการฝึกในกรอบมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย (HA/DR) โดยเฉพาะการฝึกร่วม/ผสม Cobra Gold และการยกระดับบทบาทของไทยในฝึก Nankai Rescueด้านการศึกษา ญี่ปุ่นให้การสนับสนุนที่นั่งอบรมหลักสูตรระดับสูงแก่กำลังพลไทยอย่างต่อเนื่อง เช่น วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรและวิทยาลัยการทัพบก โดย ผบ.ทบ.ญี่ปุ่นกล่าวย้ำว่านี่คือความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและพิเศษกว่าประเทศใด ถือเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในภูมิภาค นอกจากนี้ ญี่ปุ่นแสดงความห่วงใยต่อความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า ทั้งสองประเทศเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นของญี่ปุ่น ซึ่งต้องการเห็นความสงบ และ เสถียรภาพในภูมิภาคนี้ ซึ่ง ผบ.ทบ.ไทยได้ยืนยันว่า ไทยพร้อมดำเนินการเจรจาในระดับทวิภาคี ผ่านกลไก RBC, GBC และ JBC และ เชื่อมั่นว่าหากเกิดการเจรจาในระดับดังกล่าว สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววันนอกจากนี้กองทัพบกญี่ปุ่นได้แสดงความคาดหวังและความยินดีที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Staff Talk ระหว่างกองทัพบกทั้งสองประเทศในเดือนสิงหาคม 2568 รวมถึงได้กล่าวเชิญ ผบ.ทบ. ไทย เยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในปี 2569 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะยกระดับความสัมพันธ์ของกองทัพบกทั้งสองประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้นความร่วมมือระหว่างกองทัพบกไทยและญี่ปุ่นครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงมิตรภาพที่แน่นแฟ้น หากยังเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกผ่านการพัฒนาทางทหาร การศึกษา และการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติร่วมกันในอนาคต