TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “中信银行流水账单哪里能做【咨询网:bbzz58.com】” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
หมดปัญหาลืมออม! กอช.ชวนสมัครออมอัตโนมัติทุกวันที่ 5 ของเดือน
#ทันหุ้นกอช.ชวนสมาชิกสมัคร‘Direct Debit’หักบัญชีอัตโนมัติขั้นต่ำ300บาททุกวันที่5ของเดือนหมดปัญหาลืมออม!ไม่พลาดเงินสมทบจากรัฐกองทุนการออมแห่งชาติ(กอช.)เดินหน้ายกระดับการให้บริการสร้าง“วินัยการออม”ให้เป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้ทุกกลุ่มเป้าหมายพร้อมเชิญชวนแรงงานนอกระบบและสมาชิกสมัครใช้บริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติรายเดือน(Direct Debit)ขั้นต่ำ300บาทเพื่อสอดรับกับพฤติกรรมการออมที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยกำหนดวันหักบัญชีใหม่เป็นวันที่5ของทุกเดือนเริ่มดีเดย์สิงหาคม2569พร้อมชูจุดเด่นการสมทบเงินจากรัฐบาลสูงสุด100%กอช.มีเป้าหมายสูงสุดคือการส่งเสริมให้พี่น้องแรงงานนอกระบบไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าเกษตรกรอาชีพอิสระและนักเรียนนักศึกษามีเงินบำนาญไว้ใช้ในยามเกษียณอย่างเพียงพอการ“ออมก่อนใช้”ในช่วงต้นเดือนจะช่วยสร้างวินัยทางการเงินได้ดียิ่งขึ้นกอช.จึงได้ปรับเปลี่ยนวันหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติสำหรับสมาชิกใหม่เพื่อให้การออมกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่ง่ายและมั่นคงกว่าเดิมรายละเอียดการปรับเปลี่ยนวันหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ(Direct Debit)1.สำหรับสมาชิกรายใหม่สมัครหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติตั้งแต่วันที่27 – 31กรกฎาคม2569จะเริ่มหักบัญชีฯวันที่5สิงหาคม2569เป็นต้นไปกรณีสมัครหักบัญชีฯหลังจากวันที่31กรกฎาคม2569จะเริ่มหักบัญชีฯทุกวันที่5ของเดือนถัดไปเพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่ประชาชนเริ่มมีรายรับในช่วงต้นเดือน2.สำหรับสมาชิกรายเดิม (ที่เคยสมัครหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติแล้ว) หากท่านมีความประสงค์จะ คงกำหนดการเดิมไว้ ยังคงสามารถหักบัญชีในวันที่ 20 ของทุกเดือนได้ตามปกติ หากต้องการเปลี่ยนรอบการหักบัญชีฯ สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านธนาคารเจ้าของบัญชีได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและไม่กระทบต่อแผนการจัดการทางการเงินเดิมของสมาชิกกอช.เชื่อมั่นว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการช่วยให้สมาชิกสามารถบริหารจัดการเงินออมได้อย่างเป็นระบบมากขึ้นการออมกับกอช.ไม่เพียงแต่เป็นการฝากเงินแต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่รัฐบาลช่วยเติมให้โดยสมาชิกจะได้รับเงินสมทบเพิ่มตามช่วงอายุสูงสุดถึง100%หรือไม่เกิน1,800บาทต่อปีและเงินออมทั้งจำนวนยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนอีกด้วยสำหรับผู้ที่สนใจสมัครสมาชิกกอช.หรือต้องการเปลี่ยนมาใช้ระบบหักบัญชีอัตโนมัติ(Direct Debit)เพื่อความสะดวกไม่พลาดการออมเพื่อรับเงินสมทบจากรัฐสามารถดำเนินการได้ผ่านธนาคารของรัฐทั้ง4แห่งได้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.),ธนาคารออมสิน,ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)และธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ
ทันหุ้น • 5 วันที่แล้ว
อ่าน
ธนารักษ์เปิดฟีเจอร์ใหม่ D-Value รับรองสำเนาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ฟรีค่าใช้จ่าย
#ทันหุ้น กรมธนารักษ์” เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่การรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินออนไลน์ D-Value เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ชูแนวคิด“สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย” ส่งตรงผ่านอีเมล์ผู้ขอได้ภายใน 10 นาทีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการผลักดันการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางข้อมูล เพิ่มความโปร่งใส และลดต้นทุนการเข้ารับบริการของประชาชน กระทรวงการคลังจึงได้วางแนวทางการขับเคลื่อนประเทศผ่าน Engine 6 เสาหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ การสร้างคน การสร้างธุรกิจใหม่ การเสริมเงินทุน การเสริมเทคโนโลยี การมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการยกระดับภาครัฐให้เป็น Effective Governmentวันนี้ D-Value คือ หนึ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ต่อยอดจากการบริการเดิมและอยู่ใน Effective Government ซึ่งเป็น Engine ตัวสุดท้ายอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด เพื่อให้รัฐเป็น Enabler ทำงานเร็ว โปร่งใส และ ใช้ Data AI เพื่อเปิดทางให้เศรษฐกิจเดินหน้า เป็นตัวอย่างรูปธรรมของการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงานในด้านการประเมินราคาทรัพย์สินให้ทันสมัยและตอบโจทย์ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น“D-Value มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต้องใช้ข้อมูลราคาประเมินทรัพย์สินในการประกอบธุรกรรมทางการเงินและใช้ประกอบการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ การทำให้ข้อมูลเหล่านี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถูกต้อง โปร่งใส และไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงาน ถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะการให้บริการรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัล เลือกแปลงที่ต้องการ และรับเอกสารที่มีสถานะ “สำเนาถูกต้อง” ส่งตรงทางอีเมลได้ทันที โดยไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ถือเป็นการยกระดับบริการของรัฐให้ทันสมัย สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง” นายเอกนิติ กล่าวนายอัครุตม์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมธนารักษ์ได้ปรับโฉมหน้าเว็บไซต์และแอปพลิเคชันใหม่ทั้งหมด ให้ทันสมัยและใช้งานง่าย พร้อมชูฟังก์ชันเด่นคือ “การสืบค้นราคาประเมินที่ดินจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม” ทำให้ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลจากการพิมพ์ชื่อสถานที่ ถนน หรือจุดสังเกตใกล้เคียง และการเลือกตำแหน่งแปลงที่ดินบนแผนที่ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องทราบเลขที่โฉนดหรือเลขที่ น.ส.3ก นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวบริการขอรับรองสำเนาบัญชีราคาประเมินที่ดินและห้องชุดออนไลน์เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย”สำหรับขั้นตอนการใช้งานประชาชนสามารถรับบริการได้ง่าย ๆ เพียง 4 ขั้นตอน1.เข้าใช้งานระบบฯ ด้วยการเข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือ เป๋าตัง2.สืบค้นข้อมูลราคาประเมิน โดยสามารถเลือกตำแหน่งจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม หรือกรอกข้อมูลเลขที่โฉนด/เลขที่ น.ส. 3ก. สำหรับที่ดิน หรือกรอกชื่ออาคารชุดสำหรับห้องชุด3.ตรวจสอบรายการตามคำขอ และระบุอีเมล (e-mail) ที่ใช้ในการรับข้อมูล4.รับข้อมูลสำเนาบัญชีราคาประเมิน ที่มีการรับรองสำเนาถูกต้องอิเล็กทรอนิกส์ส่งตรงถึงอีเมลภายใน 10 นาที ซึ่งเอกสารนี้สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางราชการและประกอบธุรกรรมต่าง ๆ ได้ทันทีสำหรับการพัฒนาฟีเจอร์ของ D-Value ในครั้งนี้ นอกจากจะเพิ่มความสะดวกรวดเร็วแบบไร้รอยต่อแล้ว ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการขอเอกสารแบบเดิม และประหยัดค่าเดินทางให้กับประชาชน ภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมธนารักษ์ในการขับเคลื่อนภารกิจให้ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืนผู้ที่สนใจสามารถเข้าใช้งานระบบได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ https://assessprice.treasury.go.th หรือแอปพลิเคชัน TRD Property Valuation บนอุปกรณ์เคลื่อนที่
ทันหุ้น • 24 มิ.ย. 69
อ่าน
กยศ.ประสานนายจ้างกว่า 5.2 พันแห่ง หักเงินเดือนชำระหนี้ เริ่ม พ.ค.69
#ทันหุ้น #กยศ. ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างเพิ่มเติมกว่า 5,200 แห่ง เริ่มหักเงินเดือนผู้กู้ยืมเงินตั้งแต่เดือนพ.ค.69 นี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างกว่า5,200แห่งที่จะเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินคืนกองทุนผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร(e-PaySLF)ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2569สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ที่เว็บไซต์กยศ.เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ.ขอแจ้งว่าขณะนี้กยศ.ได้จัดส่งหนังสือแจ้งองค์กรนายจ้างที่มีพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมเงินเพิ่มเติมกว่า5,200แห่งให้เริ่มหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินคืนกยศ.ผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร(e-PaySLF)ซึ่งเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม2569เป็นต้นไปโดยขอให้ดำเนินการนำส่งเงินภายในวันที่15มิถุนายน2569และนำส่งเงินครั้งถัดไปภายในวันที่15ของทุกเดือนสำหรับผู้กู้ยืมเงินที่มีภาระหนี้ค้างชำระก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการหักเงินเดือนขอให้ชำระยอดค้างด้วยตนเองให้เสร็จสิ้นโดยเร็วทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ.ขอเชิญองค์กรนายจ้างลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมสัมมนาเพื่อศึกษารายละเอียดขั้นตอนและวิธีการใช้งานระบบe-PaySLFได้ที่เว็บไซต์www.studentloan.or.thและหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางไลน์บัญชีทางการ“กยศ.องค์กรนายจ้าง”กยศ.ขอขอบคุณองค์กรนายจ้างทุกแห่งที่ให้ความร่วมมือในการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่องแล้วยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งต่อทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน
ทันหุ้น • 21 พ.ค. 69
อ่าน
SAM เปิดระบบแก้หนี้ด้วยตนเอง บน LINE OA ช่วยคนเป็นหนี้ต่ำแสน “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #SAM เปิดระบบแก้หนี้ด้วยตนเอง บน LINE OA ช่วยคนเป็นหนี้ต่ำแสน “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” แค่แอดไลน์ก็ปิดหนี้เองได้ครบจบทุกขั้นตอน พร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ทันทีบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ภายใต้บทบาท SAM Social AMC บริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม เปิดตัวระบบ Smart Self Service บน LINE @samsocialamc ยกระดับการให้บริการลูกหนี้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ให้สามารถจัดการหนี้ได้ด้วยตนเองตั้งแต่ต้นจนจบ ครบทุกขั้นตอน เริ่มจากการตรวจสอบสิทธิ์ ลงทะเบียน ยืนยันตัวตน เลือกมาตรการและแผนการชำระหนี้ ไปจนถึงขั้นตอนการทำสัญญาและชำระเงินปิดบัญชีนางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ SAM กล่าวว่า การนำเทคโนโลยี Smart Self Service มาพัฒนาแพลตฟอร์ม LINE@samsocialamc ครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ แต่ยังช่วยเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถเลือกแนวทางจัดการภาระหนี้ด้วยตนเองได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ง่ายดาย ปลอดภัย และกลับมาตั้งต้นชีวิตใหม่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี“เป้าหมายของ SAM คือ การทำให้การแก้ไขหนี้สามารถเข้าถึงได้จริง ไม่ใช่เรื่องยากหรือไกลตัวอีกต่อไป และเป็นสิ่งที่ลูกหนี้ทุกคนสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ด้วยตนเองได้ ทั้งนี้ SAM เชื่อว่าเมื่อคนหนึ่งคนหลุดพ้นจากภาระหนี้สิน นั่นหมายถึงอีกหลายชีวิตในครอบครัวจะกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงและเดินต่อไปได้อย่างแข็งแรง ส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน” นางสาว นารถนารี กล่าวเพิ่มเติมสำหรับขั้นตอนการจัดการหนี้ด้วยตนเองผ่านช่องทางไลน์ มีดังนี้ 1. เพิ่มเพื่อน LINE @samsocialamc เพื่อตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนการใช้งาน โดยกรอกเลขบัตรประชาชน 2. ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนบัตรประชาชนและสแกนใบหน้า 3. ตั้งรหัสเข้าใช้งานและยืนยัน OTP 4. การเลือกแผนชำระหนี้ที่เหมาะสมตามความสามารถของตนเอง โดยมีให้เลือก 2 มาตรการที่ผ่อนปรน คือ มาตรการ “จ่าย ปิด จบ” ลดเงินต้นสูงสุด 50% และปิดบัญชีในทันที และ มาตรการ “ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด” ลดเงินต้น 30% ไม่มีดอกเบี้ย ผ่อนได้นานสูงสุด 3 ปี เงื่อนไขเป็นไปตามที่โครงการกำหนด 5. ตรวจสอบและลงนามสัญญา และ 6. ชำระเงินตามแผนชำระหนี้ที่ได้เลือกไว้โดยการสแกนผ่าน QR Code ทั้งนี้ ลูกค้าที่เลือกมาตรการ “ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด” การเข้าร่วมโครงการช้าอาจส่งผลให้ระยะเวลาผ่อนลดลงตามระยะเวลาที่เหลือของโครงการ เนื่องจากระยะเวลาการผ่อนชำระของลูกหนี้แต่ละรายจะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ลูกหนี้เริ่มเข้าโครงการฯSAM ขอให้ความเชื่อมั่นว่าการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านช่องทาง LINE @samsocialamc มีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย อยู่ภายใต้มาตรฐานและสอดคล้องกับประกาศสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เรื่องแนวทางในการระบุตัวตนและพิสูจน์ทราบตัวตนของลูกค้าคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ต้องเป็นลูกหนี้รายย่อยบุคคลธรรมดา ที่มีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) ประเภทบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และติ่งหนี้ของหนี้ที่เคยมีหลักประกัน เกินกว่า 90 วัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 รวมกันไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือ บุคคลที่ถูกกำหนดอยู่ใน Sanction list ของ ปปง.โดบนับเฉพาะผู้ให้บริการทางการเงินที่รายงานข้อมูลใน บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) และใช้ภาระหนี้ตามการรายงาน NCBอย่างไรก็ตาม ลูกหนี้ยังสามารถตรวจสอบสิทธิ์เข้าร่วมโครงการด้วยตนเองผ่านช่องทางอื่นๆ ได้แก่ เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) www.bot.or.th/cleardebt และเว็บไซต์ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด www.sam.or.th เพียงกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน และหากลูกหนี้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนด ระบบจะลงทะเบียนการเข้าร่วมโครงการให้โดยอัตโนมัติทันที จากนั้นลูกหนี้จะได้รับการติดต่อผ่านทาง SMS จาก ธปท. และ SAM เพื่อยืนยันว่ามีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขและสามารถเข้าร่วมโครงการได้ พร้อมระบุให้ลูกหนี้แอดไลน์ @samsocialamc หรือหากลูกหนี้ไม่สะดวกในการทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SAM Contact Center 1443 กด 6 รวมทั้งติดตามข่าวสารได้ทาง FB บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท“ ปิดหนี้ไว ทำเองได้ ในไลน์ SAM ”เกี่ยวกับ SAM : บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐภายใต้กำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีบทบาทในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพโดยยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อขับเคลื่อนระบบสถาบันการเงินให้เติบโตอย่างมั่งคั่งและยั่งยืนวิสัยทัศน์ : เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์แห่งรัฐ ที่มีบทบาทสนับสนุนให้ประชาชนและภาคธุรกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน
ทันหุ้น • 11 พ.ค. 69
อ่าน
บัญชีกลางมอบ“ปตท.-มกอช.”เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อดีเด่น
#ทันหุ้น กรมบัญชีกลางยกระดับการเปิดเผยข้อมูลในการก่อสร้างภาครัฐสู่มาตรฐานสากล พร้อมมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรให้กับหน่วยงานที่เข้าโครงการCoSTปี68 โดยมกอช.และปตท.เป็นสองหน่วยงานที่มีร้อยละการเปิดเผยข้อมูลในระดับดีเด่นนางแพตริเซียมงคลวนิชอธิบดีกรมบัญชีกลางเปิดเผยว่ากรมบัญชีกลางได้จัดพิธีมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรให้กับหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ(Infrastructure Transparency: CoST)ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2568เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่หน่วยงานที่มีจำนวนโครงการก่อสร้างที่เข้าร่วมโครงการCoSTสูงสุด3ลำดับแรกได้แก่1.องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี2.องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานีและ3.กรุงเทพมหานครนอกจากนี้ ยังมอบประกาศนียบัตรให้กับหน่วยงานที่มีร้อยละการเปิดเผยข้อมูลในระดับดีเด่นประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2568ในส่วนกลางรวมทั้งสิ้น25โครงการประกอบด้วยหน่วยงานภายใต้กรุงเทพมหานครจำนวน22โครงการ(จาก19หน่วยงาน)สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.)จำนวน2โครงการและบริษัทปตท.จำกัด(มหาชน)จำนวน1โครงการทั้งนี้ภายในงานมีปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ“การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการป้องกันการทุจริตโดยโครงการCoST”โดยอธิบดีกรมบัญชีกลางและปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ“พลังแห่งการเปิดเผยข้อมูลงานก่อสร้างภาครัฐ”โดยรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(นายศานนท์หวังสร้างบุญ)นอกจากนี้ยังมีการสัมมนาเพื่อเผยแพร่รายงานผลการตรวจสอบข้อมูลโครงการCoSTประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2568จากคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญหลากหลายวิชาชีพมาทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบวิเคราะห์ตลอดจนประเมินผลโครงการก่อสร้างที่เข้าร่วมโครงการCoSTเพื่อนำข้อมูลมาจัดทำรายงานประจำปีเผยแพร่สู่สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศทุกปีโดยคณะทำงานตรวจสอบข้อมูลได้นำเสนอและเผยแพร่รายงานผลการตรวจสอบข้อมูล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และเปิดโอกาสให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ ได้แสดงความคิดเห็นตลอดจนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผลการตรวจสอบข้อมูลในการดำเนินงานของโครงการ CoST ด้วย อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวเพิ่มเติมว่าประเทศไทยได้นำแนวทางโครงการCoSTมาใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตั้งแต่ปีพ.ศ. 2558โดยโครงการCoSTเป็นโครงการที่ริเริ่มโดยDepartment for International Developmentของประเทศอังกฤษภายใต้การสนับสนุนจาธนาคารโลกปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน21สมาชิกจาก19ประเทศมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความโปร่งใสในโครงการก่อสร้างภาครัฐโดยกำหนดให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างสู่สาธารณะตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการนั้นๆสำหรับโครงการCoSTในประเทศไทยมีคณะอนุกรรมการCoSTในการขับเคลื่อนและกำกับดูแลการดำเนินงานโครงการCoSTในประเทศไทยซึ่งมีผู้แทนจากภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาสังคมโดยกรมบัญชีกลางทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการฯทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2558 - 2568 ประเทศไทยมีงานก่อสร้างที่เข้าร่วมโครงการ CoST ทั้งสิ้น 7,255 โครงการ คิดเป็นวงเงินงบประมาณ 417,000 ล้านบาท อีกทั้งปัจจุบันกรมบัญชีกลางได้พัฒนาเว็บไซต์CoST ใหม่ ให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้างตามมาตรฐาน OC4IDS ของ CoST International เพื่อให้นักพัฒนาระบบสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อยอด และตรวจสอบข้อมูลความสัมพันธ์ของผู้เข้าร่วมเสนอราคาได้ นอกจากนี้มีการแสดงผลสถิติต่าง ๆ ในรูปของกราฟ แผนภูมิ และแผนที่ประเทศไทย ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูโครงการก่อสร้างที่เข้าร่วมโครงการ CoST ที่อยู่ในระยะ10 15 และ 20 กิโลเมตรรอบตัว ตลอดจนสามารถค้นหาโครงการก่อสร้างที่เข้าร่วมโครงการ CoST ได้ตามภูมิภาค จังหวัด ประเภทโครงการ ประเภทหน่วยงาน และชื่อหน่วยงาน รวมทั้งแสดงผลระดับร้อยละการเปิดเผยข้อมูลเฉลี่ยตามจังหวัดในแผนที่ประเทศไทยได้ ผ่านเว็บไซต์https://costthailand.gprocurement.go.th
ทันหุ้น • 9 เม.ย. 69
อ่าน
LH Bank ฉลองเปิดสาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต พร้อมโปรโมชันพิเศษ
#ทันหุ้น - นายพีรพัฒน์ เกษบุญชู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มลูกค้ารายย่อย ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) กล่าวว่า ธนาคารเปิดให้บริการ “สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต” เพื่อขยายจุดให้บริการในทำเลที่มีศักยภาพ เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า กลุ่มนักชอป คนวัยทำงาน ผู้ประกอบการ ในพื้นที่บางใหญ่ นนทบุรี และ พื้นที่ใกล้เคียง ด้วยบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์และครบวงจร ผสานความเชี่ยวชาญของพนักงาน เพื่อช่วยลูกค้าวางแผนทางการเงิน การลงทุน และเข้าถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับแต่ละบุคคลนางนวลอนงค์ มหัทธนกุล หัวหน้ากลุ่มงานเครือข่ายธุรกิจสาขาและธนบดีธนกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า LH Bank จัดโปรโมชันพิเศษสำหรับสาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต เมื่อเปิดบัญชีเงินฝากและมียอดฝากเงินตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม 2569 - 30 เมษายน 2569 ดังนี้ลูกค้าใหม่หรือลูกค้าปัจจุบันที่เปิดบัญชีเงินฝากประจำ ระยะเวลาฝาก 3, 5, 6, 7, 9, 12, 24, 36 เดือน ผ่านแอป LHB You หรือที่ LH Bank สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกตสำเร็จ และมียอดฝากเงินใหม่* สะสมรวมทุกระยะเวลาฝากตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป รับบัตรแรบบิทลายพระพิฆเนศ** รุ่นพิเศษ พร้อมกล่องดีไซน์ ลิมิเต็ดอิดิชัน รวมมูลค่า 590 บาท จำนวน 1 รางวัล และกระเป๋า LH Bank Exclusive Tote มูลค่า 290 บาท จำนวน 1 ใบ (จำกัด 1 สิทธิ์ ต่อ 1 ท่าน)ลูกค้าใหม่เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ดิจิทัล บียู แม็กซ์ ผ่านแอป LHB You ที่ LH Bank สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต สำเร็จ และมียอดฝากเงินครั้งแรกตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์เลือกของสมนาคุณ 1 รายการ ได้แก่ บัตรแรบบิท มูลค่า 150 บาท หรือ บัตรสตาร์บัค มูลค่า 200 บาท หรือ E-Voucher (Grab หรือ Big C) มูลค่า 200 บาท โดยลูกค้าสามารถกดรับสิทธิ์ผ่านเมนู Reward บนแอปพลิเคชัน LHB You และรับของสมนาคุณที่ LH Bank สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต (จำกัด 1 สิทธิ์ ต่อ 1 ท่าน) LH Bank สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต ตั้งอยู่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ชั้น 3 โซนธนาคาร (ฝั่ง Blue Parking) เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 19.00 น. ลูกค้าที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ ww.lhbank.co.th หรือ LH Bank Call Center โทร. 1327 หรือ สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต โทร. 02 029 0960หมายเหตุ:- อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด- เงินฝากนี้ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด* เงินฝากใหม่ คือ เงินที่ลูกค้านำมาฝากที่ไม่ได้โอนมาจากบัญชีที่มีกับธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)** บัตรแรบบิทลายพระพิฆเนศ (องค์เทพแห่งความสำเร็จ) มีมูลค่าเงินในบัตร150 บาท
ทันหุ้น • 1 เม.ย. 69
อ่าน
ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ทราเวล ทิปส์ • 17 มี.ค. 69
อ่าน
เตรียมตัวให้พร้อม ลงทะเบียน “คนละครึ่ง พลัส” ง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่ม 20 ต.ค.นี้
#ทันหุ้น กระทรวงการคลังเปิด3ขั้นตอนแนะนำประชาชนเตรียมความพร้อมก่อนลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสระหว่างวันที่20–26ต.ค.68ผ่านแอปพลิเคชัน“เป๋าตัง”“3ขั้นตอน”เตรียมความพร้อมก่อนลงทะเบียน1.ตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิ-มีบัตรประชาชนสัญชาติไทย-อายุ16ปีบริบูรณ์ขึ้นไปณวันที่ลงทะเบียน-ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐณวันที่1ต.ค. 68-ไม่ถูกระงับสิทธิในโครงการคนละครึ่งเฟส1–52.ดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปฯ“เป๋าตัง”-ดาวน์โหลดได้ฟรีจากApp StoreหรือPlay Store-ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นเวอร์ชันล่าสุด3.สมัครและผูกบัญชีG-Walletเพื่อเตรียมพร้อมเริ่มใช้สิทธิวันที่29ต.ค. - 31ธ.ค. 68-เปิดแอปฯเป๋าตังกดเมนูG-Wallet ดำเนินการผูกบัญชีตามขั้นตอน-เตรียมบัตรประชาชนและยืนยันตัวตนผ่านระบบKrungthai NEXTหรือสแกนใบหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิโครงการจำนวนประมาณ20ล้านสิทธิวันแรกวันที่20ต.ค.68ตั้งแต่เวลา06.00น.เป็นต้นไปผ่านแอปฯเป๋าตังเท่านั้นโดยกดที่รูปโครงการ“คนละครึ่งพลัส”บนหน้าแรกของแอปฯอ่านและยอมรับเงื่อนไขโครงการจากนั้นกดปุ่ม“ลงทะเบียน”ระบบจะแสดงข้อความยืนยันผลการลงทะเบียนพร้อมระบุวันที่เริ่มใช้สิทธิ-ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส5 (ปี65)แจ้งผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯเป๋าตัง“ทันที”-ผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการฯสามารถตรวจสอบผลได้ทางSMSและแอปฯเป๋าตังภายใน3วันทำการตรวจสอบรายละเอียดและข้อมูลโครงการคนละครึ่งพลัสเพิ่มเติมได้ที่www.คนละครึ่งพลัส.com
ทันหุ้น • 17 ต.ค. 68
อ่าน
ก.ล.ต. สั่งตรวจสอบ Bitkub หลังมีข่าวลือถูกโจมตีทางไซเบอร์
#Bitkub #ทันหุ้น - นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก ก.ล.ต. กล่าวว่า “จากกรณีที่มีข้อมูลปรากฏในสื่อออนไลน์ว่า ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งหนึ่งถูกโจมตีทางไซเบอร์ และจากการพิจารณาเบื้องต้นมีลักษณะบ่งชี้และสงสัยว่า กรณีดังกล่าวเป็น บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (BITKUB) หรือไม่ และเป็นเอกสารจริงหรือไม่ นั้นดังนั้น ก.ล.ต. จึงเข้าตรวจสอบ BITKUB โดยให้ความสำคัญลำดับแรกคือทรัพย์สินของลูกค้ามีความปลอดภัย ซึ่งพบว่า สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า ณ วันที่ 8 กันยายน 2568 มีความปลอดภัยและครบถ้วนส่วนกรณีที่มีเอกสารตามที่สื่อออนไลน์อ้างถึงนั้น ก.ล.ต. อยู่ระหว่างเร่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงก.ล.ต. ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจาก ก.ล.ต. และช่องทางการสื่อสารทางการของผู้ประกอบธุรกิจฯ โดยหากพบความผิดปกติกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ฝากไว้ขอให้แจ้งผู้ประกอบธุรกิจฯ ที่ใช้บริการโดยเร็ว รวมทั้ง หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัยโปรดแจ้งที่ “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.ทั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการติดตามข้อมูลที่ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลสื่อสารต่อสาธารณะเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวก.ล.ต. จึงได้รวบรวม link ไว้บนหน้าเว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต.ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ https://www.sec.or.th/TH/Pages/Shortcut/DigitalAssetNews.aspx
ทันหุ้น • 11 ก.ย. 68
อ่าน
BBL แจงระบบ IT ขัดข้องทำยอดเงินในบัญชีลูกค้าบางรายหาย เร่งแก้ไขภายในเวลา 14.00น.
BBL แจงระบบ IT ขัดข้องทำยอดเงินในบัญชีลูกค้าบางรายหาย เร่งแก้ไขภายในเวลา 14.00น.#ทันหุ้น #BBL ธนาคารกรุงเทพ : BBL แจ้งว่า จากกรณีผู้ใช้บัญชีของธนาคารกรุงเทพบางรายเจอปัญหาเงินในบัญชีหายไปตั้งแต่เมื่อคืน วันที่ 1 ก.ย. 68 ทั้งที่ไม่ได้ทำธุรกรรมใด ๆ จนทำให้เช้าวันนี้เกิดกระแสบนโลกโซเชียล ล่าสุด ธนาคารชี้แจงว่าเกิดจากระบบบางส่วนมีปัญหาชั่วคราวเมื่อคืน ทำให้ยอดเงินในบัญชีแสดงผลผิดไปเหมือนเงินหาย แต่จริงๆ แล้วยังอยู่ครบถ้วน ซึ่งขณะนี้ทีม IT กำลังเร่งแก้ไขช่วงคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (1 ก.ย. 68) ระบบเกิดข้อขัดข้อง ส่งผลต่อการแสดงรายการเคลื่อนไหวและยอดเงินในบัญชีเงินฝากบางบัญชี ธนาคารกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้เวลาไม่เกิน 14.00 น.
ทันหุ้น • 2 ก.ย. 68
อ่าน
รายชื่อ 8 โรงพยาบาลเอกชนในกทม. เปิดรับลงทะเบียน-ย้ายสิทธิบัตรทอง
นพ.วีระพันธ์ ลีธนะกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า กรุงเทพมหานครนอกเหนือจากการเป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนในการเข้าถึงบริการ ยังมีหน่วยบริการที่จำกัด โดยเฉพาะในส่วนของหน่วยบริการภาครัฐ เมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรในกทม. ที่มีจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ส่งผลต่อการเข้าถึงบริการของประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง 30 บาท8 โรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ กทม. เปิดรับลงทะเบียน/ย้ายสิทธิบัตรทอง 30 บาท ดังนั้น ที่ผ่านมา สปสช.จึงได้ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มให้กับประชาชนผู้ใช้สิทธิ โดยล่าสุดในส่วนของหน่วยบริการปฐมภูมิ สปสช. ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่เพิ่มเป็น 8 แห่ง ในการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วสปสช. จึงขอเชิญชวนประชาชนที่ต้องการลงทะเบียนหรือย้ายหน่วยบริการปฐมภูมิ สามารถเลือกโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมนี้ได้ ซึ่งขณะนี้มีผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้ลงทะเบียนแล้วเป็นจำนวน 46,339 คนแล้ว โรงพยาบาลเอกชน 8 แห่งที่เข้าร่วมระบบบัตรทองทั้งนี้ โรงพยาบาลเอกชน 8 แห่งที่เข้าร่วมระบบบัตรทอง มีดังนี้1. โรงพยาบาลเพชรเวช (เขตห้วยขวาง) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 14,642 คนโทร. 13902. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช ธนบุรี (เขตราษฎร์บูรณะ)มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 11,300 คนโทร. 02-427-9966 ต่อ 512,515 มือถือ 064-183-32373. โรงพยาบาลไอเอ็มเอช สีลม (เขตบางรัก) มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 7,129 คนโทร. 02-635-7123 /มือถือ 083-945-85914. โรงพยาบาลบางนา 1 (เขตบางนา)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 6,602 คนโทร. 02-746-8630-85. โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา (เขตสวนหลวง) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 4,269 คนโทร. 02-314-07276. โรงพยาบาลเดอะซีพลัส ประเวศ (เขตประเวศ)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 1,178 คนโทร. 02-322-95557. โรงพยาบาลมิตรประชา (เขตภาษีเจริญ) มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 910 คนโทร. 02-455-55998. โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 3 (เขตบางนา)มีผู้ลงทะเบียนแล้ว จำนวน 282 คนโทร. 064-569-9098 ลงทะเบียนเรียบร้อยเข้ารับบริการโดยตรงได้ที่โรงพยาบาลลงทะเบียนนพ.วีระพันธ์ กล่าวต่อว่า สปสช. ขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งผู้ที่มีทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯ หรือผู้ที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนมาในพื้นที่ สามารถลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการปฐมภูมิและหน่วยบริการประจำได้ ติดต่อได้ที่โรงพยาบาลเอกชนทั้ง 8 แห่งข้างต้นนี้ เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วสามารถเข้ารับบริการโดยตรงได้ที่โรงพยาบาลลงทะเบียน หรือดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน สปสช. หรือ ไลน์ OA สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) เลือกเปลี่ยนหน่วยบริการและดำเนินการตามขั้นตอน โดยสามารถเปลี่ยนหน่วยบริการได้ถึง 4 ครั้งต่อปี และจะได้รับสิทธิทันที ไม่ต้องรอนาน 15 วันเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้สำหรับเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ คือบัตรประชาชน สำหรับเด็กเล็กที่ไม่มีบัตรประชาชนใช้สูติบัตรคู่กับบัตรประชาชนของผู้ปกครอง อย่างไรก็ดีหากไม่สะดวกก็สามารถมาย้ายหน่วยบริการด้วยตนเองได้ที่ ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพ สปสช. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารบี ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. หรือ โทร. สายด่วน สปสช. 1330 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการส่วนกรณีผู้ที่มีทะเบียนบ้านไม่ตรงกับที่พักอาศัยในปัจจุบัน ให้แสดงหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ หนังสือรับรองของเจ้าบ้าน ผู้นำชุมชน ผู้ว่าจ้าง นายจ้าง หรือทำหนังสือรับรองตนเอง รวมไปถึงเอกสารหรือหลักฐานที่มีชื่อของผู้ที่ต้องการเปลี่ยนหน่วยบริการ เช่น ใบเสร็จค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเช่าที่พัก สัญญาเช่าที่พัก เป็นต้นอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเจ็บป่วยเล็กน้อย 42 อาการ หาหมอออนไลน์ด้วยสิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่ครบ 6 เดือนรัฐบาลแพทองธาร ประชาชนชื่นชมหลายนโยบาย พอใจ “30 บาท รักษาทุกที่” มากสุดนายกฯ ยืนยัน 30 บาทรักษาทุกที่ ไม่มีทางปล่อยให้โครงการล้มแน่นอน
TNN ช่อง16 • 21 ก.ค. 68
อ่าน
ใช้ข้อมูล "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" ขอสินเชื่อผ่านแอปทางรัฐ เช็กขั้นตอน-วิธีลงทะเบียนที่นี่!
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว “บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ” ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ “Your Data” ซึ่งช่วยให้ประชาชนใช้ข้อมูลของตนเองในการเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น บริการดังกล่าว ช่วยให้ประชาชนที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีค่าน้ำหรือค่าไฟ สามารถเรียกดูและดาวน์โหลดประวัติการชำระย้อนหลัง 6 เดือนของตนเองผ่านแอป “ทางรัฐ” ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นช่องทางใหม่ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ที่ไม่มีรายได้ประจำสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว สามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมวิธีลงทะเบียนผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” จากนั้นเลือกเมนู “การเงิน/ประกัน” และเข้าสู่ “ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน” เลือกหน่วยงานที่ต้องการ ระบุหมายเลขมิเตอร์ ตรวจสอบข้อมูล และยืนยันคำขอ ระบบจะจัดเก็บเอกสารไว้ในโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ เพื่อนำไปยื่นขอสินเชื่อต่อไปทั้งนี้ การขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์มาก เพราะสะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการขอสินเชื่อให้กับผู้มีวินัยในการจ่ายค่าน้ำ - ค่าไฟ เพราะข้อมูลที่แสดงพฤติกรรมการจ่ายที่ดี จะส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อในทางบวก “โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญของรัฐในการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูลของตนเอง” เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มที่เคยขาดหลักฐานทางรายได้ในรูปแบบเดิมรัฐบาลเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเปิดประตูการเงินให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเข้าถึงเงินทุนได้อย่างเสมอภาค พร้อมก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ทั้งนี้ บริการดังกล่าวเริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อที่รองรับเอกสารดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th " นางสาวศศิกานต์ กล่าว
TNN ช่อง16 • 13 ก.ค. 68
อ่าน
เปิดขั้นตอนขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ เพื่อใช้ประกอบการสมัครขอสินเชื่อ
สมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ Your Dataภายหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และ การประปาส่วนภูมิภาค เปิดตัว "บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ - ค่าไฟ" ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อใช้ประกอบการสมัครขอสินเชื่อ ภายใต้โครงการ Your Data ที่สนับสนุนให้ประชาชนใช้สิทธิส่งข้อมูลของตนผ่านช่องทางดิจิทัลเพื่อได้รับบริการที่ตอบโจทย์มากขึ้นบริการดังกล่าวมุ่งพัฒนาบริการให้กับประชาชนที่มีชื่อในทะเบียนผู้ใช้น้ำ-ไฟ (คู่สัญญา) สามารถขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟของตนเองบนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้สะดวก ปลอดภัย และไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับนำไปยื่นประกอบการสมัครขอสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงิน ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำนอกจากนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับข้อมูลประวัติดังกล่าวจากประชาชนสามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine - readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมธปท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์จากข้อมูลประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ และในอนาคตจะสามารถต่อยอดไปใช้กับบริการทางการเงินอื่น ๆ ได้ต่อไปทั้งนี้ ประชาชนสามารถเรียกดู และดาวน์โหลดเอกสารดังกล่าว และนำไปยื่นเพื่อประกอบการสมัครขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ด้านสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) แนะนำขั้นตอนการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อได้ ฟรี!สามารถขอเอกสาร “ประวัติการใช้และชำระค่าน้ำค่าไฟรูปแบบดิจิทัล” ที่จ่ายย้อนหลัง 6 เดือนได้ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อได้ ฟรี! ได้รับเอกสารไว นำไปใช้ได้เลยขั้นตอนการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟสำหรับ ผู้ใช้หรือเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า/ประปา1. เข้าสู่แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และเลือกหมวดหมู่ ‘การเงิน/ประกัน’2. เลือกบริการ ‘ขอเอกสารประกอบการสมัครบริการทางการเงิน’ และกดอนุญาต3. เลือกหน่วยงาน และทะเบียน/มิเตอร์ จากหน่วยงานที่ต้องการขอเอกสาร4. ตรวจสอบข้อมูลและกด “ขอเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ” และยืนยันการขอเอกสาร เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อได้เลยดาวน์โหลดแอปฯ ทางรัฐ ผ่าน Google Play App Store และผู้ใช้มือถือ Huawei https://dg.th/kw6uzvdo57 บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ คืออะไรบริการที่ให้ประชาชนสามารถขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟของตนเองบนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” สำหรับส่งผู้ให้บริการทางการเงินเพื่อใช้ประกอบการสมัครบริการทางการเงิน เช่น การสมัครสินเชื่อ โดยประชาชนสามารถใช้บริการได้แล้วตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ปลดล็อกให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองเพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดีขึ้นบริการดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ Your Data ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 6 หน่วยงาน ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค ที่สนับสนุนให้ประชาชนใช้สิทธิส่งข้อมูลของตนผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งจะช่วยปลดล็อกให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองเพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากขึ้นประโยชน์ต่อประชาชนสะดวก: ขอประวัติค่าน้ำ-ค่าไฟ ย้อนหลัง 6 เดือน ในที่เดียว ด้วยรูปแบบดิจิทัลใช้งานง่าย และไม่มีค่าใช้จ่าย: ขอเอกสารประวัติฯ ได้ง่าย ได้รับไว นำไปใช้ได้เลย รวมถึงไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มโอกาสได้สินเชื่อ: พฤติกรรมการจ่ายที่มีวินัย ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อประโยชน์ต่อผู้ให้บริการสินเชื่อผู้ให้บริการทางการเงินหรือสถาบันการเงินที่ได้รับข้อมูลประวัติดังกล่าวจากประชาชนสามารถนำข้อมูลไปประมวลผลได้โดยอัตโนมัติ (machine-readable) มีการรับรองด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (digital signature) และตรวจสอบได้ว่าข้อมูลไม่ถูกปลอมแปลงแก้ไข ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนโดยรวมใครจะใช้บริการนี้ได้บ้างประชาชนที่มีชื่อในทะเบียนผู้ใช้น้ำ-ไฟ (คู่สัญญา) และลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และยืนยันตัวตนแล้ว
TNN ช่อง16 • 2 ก.ค. 68
อ่าน
ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
เริ่มวันนี้! Krungthai NEXT - เป๋าตัง ใช้ไม่ได้หาก "ชื่อไม่ตรงกับซิม"
ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่า ตามนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่บังคับให้ชื่อบัญชี “โมบายแบงก์กิ้ง” ต้องตรงกับ “ชื่อเจ้าของซิม” ใน ลูกค้ากลุ่ม Phase 1 ที่ได้รับ Notification ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ผู้ที่ไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือยกเว้น จะไม่สามารถใช้งานแอปฯ Krungthai NEXT และ เป๋าตัง ได้ เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้1. ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายของท่าน ขอเปลี่ยนชื่อเจ้าของซิมให้ตรงกับชื่อบัญชี และขอหนังสือรับรองสิทธิในการใช้บริการ2. นำหนังสือรับรองสิทธิในการใช้บริการ ติดต่อธนาคารกรุงไทย สาขาใดก็ได้ เพื่ออัปเดตข้อมูลและปลดระงับการใช้งานทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการขอยกเว้น (กลุ่มบุคคลในครอบครัว / ผู้ไร้ความสามารถ / ผู้เสมือนไร้ความสามารถ / ผู้พิการ / กลุ่มนิติบุคคล) สามารถติดต่อได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาใดก็ได้ เพื่อแสดงเอกสารการยืนยันตัวตน เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ และเอกสารที่ระบุความเป็นเจ้าของหมายเลขรายละเอียดเพิ่มเติม https://krungthai.com/.../krungt.../announcement-detail/3181หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Contact Center 02 111 1111
TNN ช่อง16 • 23 มิ.ย. 68
อ่าน
ธอส. ส่งสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 1.50% ต่อปี กระตุ้นอสังหาริมทรัพย์
นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. พร้อมร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เตรียมจัดงาน “มหกรรมทางการเงินออนไลน์ : Welfare Marketing Beyond 2025” รูปแบบ Live Streaming ผ่านช่องทาง Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ วันพุธที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 12.00-13.00 น. เพื่อสนับสนุนและเพิ่มโอกาสให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากขึ้น โดยภายในงาน ธนาคารจัดโปรโมชันสุดพิเศษ ทั้งผลิตภัณฑ์สินเชื่อ และเงินฝาก สำหรับลูกค้าธนาคาร ข้าราชการ พนักงานหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรของรัฐ รวมถึงพนักงานเอกชนที่หน่วยงานทำข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้ที่อยู่อาศัย ประเภทไม่มีเงินฝากกับ ธอส. ประกอบด้วย(1) สินเชื่องาน Welfare Marketing Beyond 2025 : ครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์การกู้ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ คงที่ 5 เดือนแรกเพียง 1.50% ต่อปี สำหรับลูกค้าที่มีความประสงค์ที่จะทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA / MLTA)โดยผู้ที่สนใจสามารถจองสิทธิ์ภายในงานวันที่ 11 – 14 มิถุนายน 2568 ยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2568 และทำนิติกรรมภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 พิเศษ ! สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินนิติกรรมสูงสุด 7 ลำดับแรก รับฟรี!! พัดลมทาวเวอร์ 1 รางวัลต่อ 1 ท่าน (2) สินเชื่อซ่อม – แต่ง และสินเชื่อซ่อม – แต่ง Plus : สำหรับลูกค้าปัจจุบันของธนาคารที่ต้องการกู้เพิ่ม เพื่อปรับปรุง ต่อเติม หรือซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัยอาทิ รีโนเวทบ้านใหม่ เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ หรือติดตั้ง Solar Roof ให้กู้เพิ่มรวมวงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท ต่อรายโดยวงเงิน 100,000 บาทแรก อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 – 3 เท่ากับ 1.00% ต่อปี และวงเงิน 200,000 บาท ถัดมา อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 – 3 เท่ากับ 1.99% ต่อปี และปีที่ 4 – 5 เท่ากับ 3.50% ต่อปี ยื่นกู้ง่ายๆ โดยไม่ต้องจดทะเบียนการจำนองเพิ่มที่สำนักงานที่ดินลูกค้าที่สนใจสามารถยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พิเศษ! สำหรับผู้จองสิทธิ์ภายในงานวันที่ 11 – 14 มิถุนายน 2568 วงเงินทำนิติกรรม 300,000 บาท และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2568 รับฟรี!! กระเป๋าลดโลกร้อน 1 ท่าน ต่อ 1 ใบ(3) เงินฝากออมทรัพย์ GHB Welfare Savings : อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 1.75% ต่อปี พร้อมรับดอกเบี้ยรายเดือน พิเศษ !! สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์และเปิดบัญชีเงินฝากตั้งแต่วันที่ 11 – 30 มิถุนายน 2568 และฝากเงินตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่ถึง 500,000 บาท ต่อรายการ รับฟรีกระบอกน้ำ ธอส. 1 ท่าน ต่อ 1 ใบ และฝากเงินตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป ต่อรายการ รับฟรี ร่มพับ 3 ตอน 1 ท่าน ต่อ 1 คันนอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม SPECIAL TALK กับ SPECIAL GUEST พบกับคุณพีท กันตพร หาญพาณิชย์ เซเลบชื่อดัง ผู้บริหารบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ในหัวข้อ “สวัสดิการสินเชื่อบ้านดีๆ มีให้พนักงาน”, กิจกรรม HR Talk with G H Bank กับ HR จากบริษัทพันธมิตรในหัวข้อ “เจาะลึกสวัสดิการสินเชื่อบ้าน สร้างสุขให้องค์กร” พิเศษ !! สำหรับลูกค้าที่ร่วมสนุกกับกิจกรรม Lucky Award จะได้สิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลมากมาย อาทิ เครื่องฟอกอากาศ, บัตรน้ำมัน ปตท., บัตร HomePro และบัตร Starbucks“งานในครั้งนี้จัดขึ้นผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบัน เน้นความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการคลังที่ต้องการให้สถาบันการเงินของรัฐมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะภาคที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นายกมลภพ กล่าวส่วนหน่วยงานภาครัฐ หรือภาคเอกชน ที่สนใจสมัครเข้าร่วม “โครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ประเภทไม่มีเงินฝาก” เพื่อให้พนักงานได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ทั้งด้านสินเชื่อ เงินฝาก และการบริการสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Application : GHB ALL GEN และ www.ghbank.co.th
TNN ช่อง16 • 9 มิ.ย. 68
อ่าน
เงินบำนาญไม่เข้า ต้องทำอย่างไร เช็กวิธีแก้ปัญหาได้ที่นี่
เงินเดือน ค่าจ้าง หรือบำเหน็จบำนาญ ไม่เข้าบัญชี ต้องทำอย่างไร?กรมบัญชีกลางแจ้งแนวทางปฏิบัติสำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ หรือผู้รับบำเหน็จบำนาญ หากพบว่าเงินไม่เข้าบัญชีตามกำหนด ควรตรวจสอบและดำเนินการดังนี้: เงินเดือน ค่าจ้าง หรือบำเหน็จบำนาญ ไม่เข้าบัญชี ต้องทำอย่างไร?กรมบัญชีกลางแจ้งแนวทางปฏิบัติสำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ หรือผู้รับบำเหน็จบำนาญ หากพบว่าเงินไม่เข้าบัญชีตามกำหนด ควรตรวจสอบและดำเนินการดังนี้:กรณีเงินบำเหน็จบำนาญไม่เข้าบัญชี1. ตรวจสอบบัญชีธนาคารติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบสาเหตุ เช่น- บัญชีปิด- บัญชีติดอายัด- บัญชีไม่เคลื่อนไหว (ไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 1 ปี)2. บัญชีปิด- เปิดบัญชีใหม่- แจ้งเปลี่ยนเลขที่บัญชีกับส่วนราชการผู้เบิก3. บัญชีถูกต้อง แต่เงินไม่เข้าบัญชี- ติดต่อส่วนราชการผู้เบิก- รอส่วนราชการตั้งเบิกใหม่ในรอบเดือนถัดไปการดำเนินการของส่วนราชการระดับกรม- กรมบัญชีกลางจะส่งคืนเงินให้ส่วนราชการระดับกรม พร้อมแจ้งผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ภายใน 3 วันทำการ- ส่วนราชการต้องตรวจสอบยอดเงินและนำส่งคืนคลัง หากพบว่าเบิกเกิน- แจ้งส่วนราชการผู้เบิกหากรายการโอนเงินถูกปฏิเสธ (REJECT)ส่วนราชการผู้เบิก- ติดต่อผู้มีสิทธิเพื่อแก้ไขเลขที่บัญชี- ตั้งเบิกเงินใหม่ในรอบเดือนถัดไป ผ่านระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension)วิธีตรวจสอบเลขที่เอกสารขอเบิกเงินบำเหน็จบำนาญ1. เข้าระบบ Digital Pension รายงานใบโอนเงิน2. หรือที่เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th เงินเดือนบำนาญ เลขที่เอกสารขอเบิก กรณีเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่เข้าบัญชี1. สาเหตุที่พบบ่อย- บัญชีติดอายัด- บัญชีปิด- บัญชีไม่เคลื่อนไหว2. แนวทางแก้ไข- ติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบ- หากเลขบัญชีผิด ให้แจ้งส่วนราชการผู้เบิกเพื่อแก้ไขเพื่อป้องกันปัญหาควรตรวจสอบบัญชีเงินฝากที่ใช้รับเงินอยู่เสมอว่าเป็นบัญชีที่ถูกต้องและยังคงใช้งานอยู่ขั้นตอนของส่วนราชการ- เมื่อเงินถูกส่งคืน กรมบัญชีกลางจะส่งหนังสือแจ้งไปยังส่วนราชการภายใน 3 วันทำการ- ส่วนราชการตรวจสอบยอดเงินในบัญชีงบประมาณ และดำเนินการจ่ายเงินใหม่ให้ผู้มีสิทธิ
TNN ช่อง16 • 23 พ.ค. 68
อ่าน
สั่ง "นิติบุคคล" ต้องยื่นจดทะเบียน ผ่านออนไลน์เท่านั้น เริ่ม ดีเดย์ 1 ก.ค. 68
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า นับถอยหลังปิดเคาน์เตอร์Walk In ยื่นจดทะเบียนนิติบุคคลแบบกระดาษทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่1กรกฎาคม2568เป็นต้นไป เดินหน้าสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ดันผู้ใช้บริการเข้าจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล เปลี่ยนแปลง แก้ไขรายการทางทะเบียนทางออนไลน์100%ผ่านระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist) ทั้งนี้ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ ได้กำชับให้กรมฯ เตรียมความพร้อมและอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจอย่างเต็มที่ เพื่อให้การดำเนินการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์เป็นไปอย่างราบรื่น และเปิดสอนใช้งานระบบสำหรับผู้ที่ต้องการรายละเอียดการใช้งานระบบผ่านเจ้าหน้าที่ของกรมฯล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจเกี่ยวกับการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ต้องการขอคำปรึกษาหรือสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่โดยตรง แต่ไม่สะดวกเดินทางมาติดต่อยังสำนักงานให้บริการ โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชัน LINE OA ชื่อบัญชี DBD.Registration หรือ ค้นหาจาก LINE ID โดยพิมพ์ @dbd1570 เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการจดทะเบียนนิติบุคคล ไขข้อข้องใจ และเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ แก้ไขเปลี่ยนแปลง ยกเลิกการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความรวดเร็วในการให้คำปรึกษาแก่ภาคธุรกิจ นางอรมน กล่าวว่า กรมฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ หรือแอดมิน คอยตอบข้อซักถามภาคธุรกิจ และประชาชน ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์ โดยเปิดให้บริการระหว่างวันและเวลาราชการ เวลา 08.30 - 16.30 น. ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถใช้งานระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว มากกว่าที่ต้องเดินทางมาขอรับคำปรึกษาด้านการจดทะเบียนธุรกิจ ณ สำนักงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และเพื่อเตรียมความพร้อมแก่ภาคธุรกิจก่อนที่กรมฯ จะปิดเคาน์เตอร์ Walk In ยื่นจดทะเบียนนิติบุคคลแบบกระดาษทั่วประเทศ วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ที่จะถึงนี้ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีเป้าหมายการทำงานที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาสร้างและพัฒนางานบริการต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกภารกิจอย่างต่อเนื่อง โดยกรมฯ มีการปรับกระบวนงานทั้งงานบริการหน้าบ้าน และงานบริการหลังบ้านให้เป็นระบบดิจิทัลแบบ End-to-End Process เพื่อนำไปสู่การให้บริการแบบทุกที่ ทุกเวลา โดยที่ผู้รับบริการไม่ต้องเดินทางมาติดต่อที่กรมฯ รวมถึง คุณภาพการให้บริการที่ถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย หรือลดต้นทุนของภาคธุรกิจ สิ่งสำคัญ คือ ทำอย่างไรให้การบริการของกรมฯ สามารถตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจและประชาชนได้อย่างตรงจุดมากที่สุด โดยเฉพาะการให้บริการผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมสูงในปัจจุบันโดยตั้งแต่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เปิดให้บริการให้คำปรึกษาด้านการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบ Line OA เมื่อเดือนตุลาคม 2565 จนถึงปัจจุบัน (วันที่ 31 มีนาคม 2568) มีผู้ประกอบธุรกิจและประชาชนทั่วไป เข้าใช้บริการแล้วจำนวนกว่า 20,900 ราย ซึ่งผู้ใช้บริการต่างพึงพอใจต่อการให้บริการให้คำปรึกษาผ่านแอปพลิเคชัน LINE OA เป็นอย่างมาก
TNN ช่อง16 • 16 เม.ย. 68
อ่าน
วันหยุดธนาคาร 2568 "สงกรานต์" หยุดยาวกี่วัน วันไหนบ้าง เช็กที่นี่
อัปเดต วันหยุดธนาคาร ประจำเดือน เมษายน 2568 ซึ่งเป็นเดือนแห่งการท่องเที่ยว เพราะมีวันหยุดปีใหม่ไทยนั่นก็คือ วันสงกรานต์ นั่นเอง ซึ่งจะมีวันหยุด วันไหนบ้างนั้น TNN Online รวบรวมมาให้แล้ว ไปดูกันเลยวันหยุดธนาคาร เดือนเมษายน 2568- วันจันทร์ที่ 7 เมษายน 2568 วันชดเชยวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ (วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2568)- วันจันทร์ที่ 14 เมษายน 2568 วันสงกรานต์- วันอังคารที่ 15 เมษายน 2568 วันสงกรานต์ วันหยุดราชการ 2568 เดือนเมษายน-วันอาทิตย์ 6 เมษายน 2568 : วันจักรี (วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช)-วันอาทิตย์ 13 เมษายน 2568 : วันสงกรานต์ (วันผู้สูงอายุ)-วันจันทร์ 14 เมษายน 2568 : วันสงกรานต์ (วันครอบครัว)-วันอังคาร 15 เมษายน 2568 : วันสงกรานต์-วันพุธ 16 เมษายน 2568 : ชดเชยวันสงกรานต์แบงก์สำรองเงินรองรับใช้จ่ายสงกรานต์ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ได้สำรองเงินสดไว้ให้บริการแก่ลูกค้าเพิ่มเติมจากภาวะปกติในช่วงเทศกาลสงกรานต์และวันหยุดชดเชยวันสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 12 -16 เมษายน 2568 นี้ รวมทั้งสิ้น 35,000 ล้านบาท ผ่านสาขาธนาคาร และช่องทางบริการเอทีเอ็มที่มีกว่า 7,700 จุดทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือ เดินทางกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัดเพื่อรดน้ำดำหัว ขอพรจากญาติผู้ใหญ่เนื่องในวันปีใหม่ของไทยโดยธนาคารได้เตรียมเพิ่มความถี่ในการจัดเตรียมเงินสดในตู้เอทีเอ็มที่ตั้งอยู่ในชุมชน และจุดท่องเที่ยวทั่วประเทศเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าของธนาคารสามารถเบิกถอนเงินสดสำหรับใช้จ่ายในช่วงวันหยุดเทศกาลดังกล่าวได้อย่างเพียงพอ ตลอดจนดูแลธุรกรรมให้ดำเนินการได้อย่างทั่วถึงอีกด้วยนอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถใช้บริการธนาคารกรุงเทพผ่านสาขาไมโครภายในห้างสรรพสินค้าและจุดชุมชนกว่า 150 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงบริการตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) ที่รองรับธุรกรรมในการฝาก-ถอนเงินสด ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้าน 7-Eleven, โลตัส, บริการ Bank@Post ของไปรษณีย์ไทย, ตู้บุญเติม (ฝากเงินสด), บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (ฝากเงินสด), SABUY COUNTER, ตู้เติมสบายพลัส(ฝากเงินสด) และ ตู้เติมดี โดยมีจุดให้บริการรวมกว่า 163,000 แห่งทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารที่พร้อมอำนวยความสะดวก ได้อย่างต่อเนื่องธนาคารกสิกรไทย แจ้งว่า เตรียมสำรองเงินสดสำหรับให้บริการในสาขาและเครื่องเอทีเอ็ม เพื่อรองรับการใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ 12-16 เมษายน 2568 รวมทั้งสิ้น 24,350 ล้านบาทในจำนวนนี้ แบ่งเป็นการสำรองเงินสดผ่านช่องทางสาขา จำนวน 8,900 ล้านบาท โดยเป็นเงินสำรองสำหรับสาขาในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 3,900 ล้านบาท และสาขาในเขตภูมิภาคจำนวน 5,000 ล้านบาท ทั้งนี้ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมี 780 สาขา ทั่วประเทศสำหรับการสำรองเงินสดเพื่อเครื่องเอทีเอ็ม (K-ATM) ที่มีอยู่จำนวนกว่า 9,900 เครื่องทั่วประเทศ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 15,450 ล้านบาท แบ่งเป็นการสำรองเพื่อบรรจุเครื่องเอทีเอ็มในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 5,650 ล้านบาท และเอทีเอ็มในเขตภูมิภาคจำนวน 9,800 ล้านบาทธนาคารกรุงไทย เตรียมสำรองเงินสด เพื่อรองรับการใช้จ่ายของลูกค้าและประชาชน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2568 ทั้งการใช้บริการที่สาขาและเครื่อง ATM จำนวน 18,240 ล้านบาท แบ่งเป็นการสำรองในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 3,470 ล้านบาท และเขตภูมิภาค จำนวน 14,770 ล้านบาท โดยสำรองสำหรับสาขาและจุดบริการทั่วประเทศ จำนวน 2,990 ล้านบาท และสำรองสำหรับเครื่อง ATM จำนวน 15,250 ล้านบาทเพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน ลดการใช้เงินสด และลดการเดินทางในช่วงเทศกาล ลูกค้าและประชาชน สามารถทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT และแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ที่มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ สาขาที่เปิดให้บริการในห้างสรรพสินค้า จะปิดทำการในวันที่ 14 เมษายน 2568 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Contact Center 02-111-1111ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)เตรียมสำรองเงินสดจำนวน 8,898 ล้านบาท เพื่อรองรับการเบิกถอนเงินของลูกค้าและประชาชนทั่วไปผ่านเครื่องกรุงศรี เอทีเอ็ม และสาขาของธนาคารทั่วประเทศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ระหว่างวันที่ 9 – 15 เมษายน 2568 ทั้งนี้ แบ่งเป็นเงินสดสำรองสำหรับบริการผ่านเครื่องกรุงศรี เอทีเอ็ม จำนวน 4,577 ล้านบาท และช่องทางสาขาของธนาคารจำนวน 4,321 ล้านบาท โดยปัจจุบันธนาคารมีสาขาจำนวน 528 สาขา และเครื่องกรุงศรี เอทีเอ็ม จำนวน 5,344 เครื่องทั่วประเทศ (ข้อมูลจำนวนเครื่อง/สาขา ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2568) ธนาคารไทยพาณิชย์ เตรียมความพร้อมสำรองธนบัตรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 12 – 16 เมษายน 2568 รวมทั้งสิ้น 29,200 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงที่มีกิจกรรมจับจ่ายใช้สอยและการเดินทางเพิ่มสูงกว่าปกติ ซึ่งแบ่งเป็นในเขตกรุงเทพมหานคร 10,350 ล้านบาท และในเขตต่างจังหวัด 18,850 ล้านบาทโดยเป็นการสำรองเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็ม 21,500 ล้านบาท และสาขา 7,700 ล้านบาท ทั้งนี้ข้อมูล ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 ธนาคารมีสาขาทั้งสิ้น 680 สาขา มีเครื่องเอทีเอ็มรวม 9,779 เครื่องธนาคาร ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เตรียมความพร้อมสำรองธนบัตรให้บริการผ่านตู้เอทีเอ็มและสาขาของธนาคารทั่วประเทศ จำนวน 11,500 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการใช้เงินสดช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 โดยแบ่งสำรองธนบัตรผ่านตู้เอทีเอ็ม จำนวน 7,500 ล้านบาท และช่องทางสาขาธนาคารทั่วประเทศ จำนวน 4,000 ล้านบาทซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวก และเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ให้กับลูกค้าและประชาชนทั่วไป โดยปัจจุบันทีทีบีมีบริการตู้เอทีเอ็ม จำนวน 2,332 เครื่องทั่วประเทศ และมีสาขาธนาคารทั่วประเทศ จำนวน 458 สาขา (ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2568)ข่าวที่เกี่ยวข้อง- วันหยุดเดือนเมษายน 2568 เช็กวันหยุดราชการ วันหยุดธนาคาร "สงกรานต์" หยุดกี่วัน?- ปฏิทินวันพระ - วันสำคัญ 2568 เดือนมกราคม - ธันวาคม มีวันอะไรบ้าง ตรงกับวันไหน?- ปฏิทินท่องเที่ยว เดือนเมษายน 2568 มีเทศกาล-กิจกรรมที่น่าสนใจอะไรบ้าง?
TNN ช่อง16 • 7 เม.ย. 68
อ่าน
เปิดขั้นตอนรับเงินเยียวยาครบวงจรเหตุ "แผ่นดินไหว" ยื่นคำร้องภายใน 30 วัน
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาลระดมทุกสรรพกำลังในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวอย่างเต็มที่ โดยภารกิจค้นหา ให้ความช่วยเหลือยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการเยียวยาและสนับสนุนการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยอย่างเร่งด่วนโดยทาง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้กำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือ พร้อมเปิดเงื่อนไขและขั้นตอนในการขอรับเงินช่วยเหลือครอบคลุมในหลายด้าน อาทิ ค่าซ่อมแซมที่พักอาศัย เงินปลอบขวัญ และเงินทุนสำหรับการประกอบอาชีพ เพื่อฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัยโดยเร็ว การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวเป็นไปตามการประเมินของคณะกรรมการระดับเขตพื้นที่ ซึ่งเป็นหน่วยดำเนินการสำรวจและประเมินความเสียหาย ดังนี้1) ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ จ่ายตามจริงหลังละไม่เกิน 49,500 บาท2) ค่าที่พักอาศัยชั่วคราว หรือ ค่าเช่าบ้าน จ่ายเฉพาะอาคารที่ กทม.ประกาศระงับการใช้ และไม่ได้เข้าไปอยู่ในศูนย์พักพิงที่ กทม. จัดสรร เป็นเงินค่าเช่าบ้านเดือนละ 3,000 บาท ไม่เกิน 2 เดือน เป็นเงินไม่เกิน 6,000 บาท3) ค่าจัดงานศพผู้เสียชีวิตรายละ 29,700 บาท และกรณีผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัว หรือผู้หารายได้หลักของครอบครัว ได้เพิ่มครอบครัวละไม่เกิน 29,700 บาท4) ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ (ตามใบรับรองแพทย์) กรณีบาดเจ็บสาหัส ช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นเงิน 4,000 บาท ส่วนกรณีบาดเจ็บถึงขั้นพิการ ช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นเงิน 13,300 บาท5) เงินปลอบขวัญ (ตามใบรับรองแพทย์) กรณีรับบาดเจ็บจากเหตุสาธารณภัยรายละ 2,300 บาท6) เงินทุนประกอบอาชีพ ครอบครัวละไม่เกิน 11,400 บาทผู้ประสบภัยที่ได้รับความเสียหายสามารถดาวน์โหลดแบบคำร้อง ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ภายใน 30 วันนับแต่วันเกิดเหตุ หรือเว็บไซต์ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) และยื่นเอกสารคำร้องหลักฐาน เอกสารที่ต้องใช้แบบสอบข้อเท็จจริงผู้ประสบภัย สำเนาบัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต (กรณีไม่มีสัญชาติไทย) สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาโฉนดที่ดิน (ต้องระบุชื่อเจ้าบ้าน/เจ้าของบ้าน) หรือ แบบคำรับรอง (แทนโฉนดที่ดิน) สำเนาใบ อช.2 (กรณีคอนโด) สำเนาบันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ หนังสือรับรองผู้ประสบภัยและบัญชีความเสียหาย (แบบ บ.ส.3) บันทึก ป.ค.14 (ใช้กรณีเอกสารไม่ครบถ้วน) เอกสารประกอบการขอรับความช่วยเหลือค่าวัสดุซ่อมแซมที่พักอาศัยฯ และรูปถ่ายความเสียหายที่เกิดขึ้น “รัฐบาลขอแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และเดินหน้าให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง โดยไม่ละทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทุกขั้นตอนจะดำเนินไปด้วยความใส่ใจ โปร่งใส และเท่าเทียม เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง รัฐบาลจะอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกย่างก้าวของการฟื้นฟูและก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” นางสาวศศิกานต์กล่าวข่าวที่เกี่ยวข้อง- แผ่นดินไหวกรุงเทพฯ พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม สุนัข K-9 ค้นหาผู้สูญหายใต้ซากโซน B- แผ่นดินไหวเมียนมา อาฟเตอร์ช็อก 81 ครั้ง เสียชีวิตพุ่ง 3,300 ราย- ก.แรงงาน เปิดยอดเงินจ่ายเยียวยา ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวแล้ว 17 ล้านบาท
TNN ช่อง16 • 6 เม.ย. 68
อ่าน
ยื่นภาษี โค้งสุดท้าย! หมดเขตยื่นแบบออนไลน์ 8 เมษายนนี้
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ใกล้สิ้นสุดกำหนดเวลาการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91 ประจำปี 2567 ซึ่งวันที่ 8 เมษายน 2568 เป็นวันสุดท้ายสำหรับช่องทางการยื่นแบบออนไลน์ ผ่านทาง www.rd.go.th (ระบบ D-MyTax) e-Filing หรือแอปพลิเคชัน RD Smart Tax โดยหลังจากยื่นแบบฯ ยังมีขั้นตอนสำคัญ อาทิ การอัปโหลดเอกสารประกอบ (กรณีที่ต้องยื่นเพิ่มเติม) การตรวจสอบสถานะเงินคืนผ่านพร้อมเพย์ การผ่อนชำระภาษี สำหรับผู้ที่ต้องการแบ่งจ่าย รวมทั้งการตรวจสอบย้อนหลังจากกรมสรรพากรสำหรับวิธีตรวจสอบสถานะคืนภาษี ผู้เสียภาษีสามารถติดตามความคืบหน้าของการพิจารณาคืนภาษีได้ด้วยตนเองผ่านทาง www.rd.go.th (ระบบ D-MyTax) เช็กเงินคืนภาษีทำได้ผ่านเว็บไซต์และมือถือ โดยมีขั้นตอน ดังนี้1) เข้าเว็บไซต์ rd.go.th เลือกระบบ Digital MyTax (D-MyTax) 2) เข้าสู่ระบบด้วย RD ID พร้อมรหัส Laser ID จากด้านหลังบัตรประชาชน3) เลือกเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลที่ลงทะเบียนไว้เพื่อรับ OTP4) กรอก OTP เพื่อยืนยันตัวตน5) เลือก “ติดตามสถานะขอคืน/นำส่งเอกสาร” นายอนุกูล กล่าวต่อว่า ระยะเวลาการดำเนินการคืนภาษีหากไม่ติดเกณฑ์ตรวจสอบ ผู้ยื่นแบบภาษีจะได้รับเงินผ่านพร้อมเพย์ภายใน 3-5 วันทำการ หากติดเกณฑ์ตรวจสอบผู้ยื่นแบบภาษี เจ้าหน้าที่จะติดต่อขอเอกสารเพิ่มเติม โดยสามารถอัปโหลดไฟล์ข้อมูลผ่านระบบ D-MyTax และส่งทางไปรษณีย์ หรือโทรสารตามที่อยู่ในใบนำส่งเอกสารทั้งนี้ การผ่อนชำระภาษี กรมสรรพากร เปิดให้ผ่อนชำระได้ถึง 3 งวด โดยไม่คิดดอกเบี้ยและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ครอบคลุมทั้ง ผู้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ภายใต้เงื่อนไข คือ มีภาษีที่ต้องชำระจำนวนตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป (ทั้งภาษีครึ่งปี และภาษีสิ้นปี) โดยขอผ่อนชำระภาษีได้เป็น 3 งวด เท่าๆ กันสามารถติดต่อขอผ่อนชำระได้ที่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาโดยใช้แบบ บ.ช.35 จำนวน 1 ชุด (กรณียื่นแบบกระดาษ) หรือขอผ่อนชำระผ่านทางเว็บไซต์สรรพากร (กรณียื่นภาษีออนไลน์) “สำหรับปีภาษี 2567 ขณะนี้ เหลือเพียงการยื่นแบบออนไลน์เท่านั้น ซึ่งจะหมดเขตในวันที่ 8 เมษายน 2568 นี้ ขอย้ำเตือนให้ผู้มีเงินได้ทุกคน รีบดำเนินการยื่นภาษีให้เรียบร้อย ภายในกำหนดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและบทลงโทษทางกฎหมาย หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสำนักงานสรรพากรใกล้บ้านหรือสถานประกอบการได้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ RD Intelligence Center 1161” นายอนุกูล กล่าวข่าวที่เกี่ยวข้อง- ยื่นภาษี! รัฐบาลเตือนเจตนาหลบเลี่ยงภาษี ถูกจำคุก - ปรับไม่เกิน 200,000 บาท- เปิดบทลงโทษ "พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ - ยูทูบเบอร์" อย่าลืมยื่นภาษี หมดเขต 31 มีนาคม
TNN ช่อง16 • 3 เม.ย. 68
อ่าน
ออมสินเตือนมุขใหม่มิจฉาชีพส่งจดหมายปลอมหลอกโอนเงิน ย้ำ! ต้องเช็คทุกครั้ง ก่อนหมดตัว
ออมสินเตือนอีก มุขใหม่มิจฉาชีพ ปลอมเอกสารเหมือนธนาคารส่งเป็นจดหมาย ย้ำ! ต้องเช็คธนาคารทุกครั้งว่าจริงหรือมั่ว ก่อนสูญเงินหมดตัว #ทันหุ้น ธนาคารออมสินแจ้งว่า ตามที่มีการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ด้วยการส่งจดหมายปลอม แอบอ้างใช้โลโก้ ชื่อธนาคาร รวมถึงชื่อผู้บริหารของธนาคาร ส่งไปยังลูกค้าประชาชนโดยระบุว่า ไม่สามารถโอนเงินสินเชื่อเข้าบัญชีของลูกค้าได้ เนื่องจากลูกค้ากรอกข้อมูลบัญชีธนาคารไม่ถูกต้อง ทำให้บัญชีถูกอายัด ไม่สามารถทำธุรกรรมใด ๆ ได้จนกว่าจะดำเนินการตามที่มิจฉาชีพแอบอ้าง หากไม่ปฏิบัติตามจะทำให้ไม่ได้รับวงเงินสินเชื่อ รวมถึงมีความผิดตามกฎหมาย ติดแบล็คลิสต์ และถูกยึดทรัพย์ ธนาคารออมสินขอยืนยันว่า จดหมายดังกล่าวเป็นจดหมายปลอม ธนาคารไม่มีนโยบายส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แจ้งให้ลูกค้าแก้ไขข้อมูลเลขบัญชีทุกกรณี รวมถึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่าง ๆ ตามที่ระบุในจดหมายแอบอ้างดังกล่าว โดยขณะนี้ ธนาคารอยู่ในระหว่างการติดตามสถานการณ์ และดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างและกระทำการข้างต้น ธนาคารออมสิน จึงขอเน้นย้ำลูกค้าประชาชนถึงสิ่งที่ต้องปฏิบัติก่อนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพรายต่อไป เบอร์แปลก หลอกคุย ตัดสายทิ้ง ลิงก์ไม่กด และเมื่อได้รับการติดต่อโดยอ้างชื่อธนาคาร หรือมีความไม่แน่ใจ ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดด้วยตนเองก่อนทุกครั้งกับช่องทางของธนาคารออมสิน อาทิ เว็บไซต์ www.gsb.or.th, แอปพลิเคชัน MyMo, เฟซบุ๊ก GSB Society, LINE Official Account : GSB NOW และ GSB Contact Center โทร. 1115
ทันหุ้น • 21 ม.ค. 68
อ่าน
ธ.ก.ส. ชวนลูกค้าทำ e-KYC ป้องกันภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ
ธ.ก.ส. ชวนลูกค้าทำ e-KYC ป้องกันภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพ เพียงนำบัตรประชาชนและสมาร์ทโฟนเข้ารับบริการเพื่อจัดเก็บใบหน้าสำหรับการยืนยันตัวตน #ทันหุ้น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เชิญชวนลูกค้า ผู้ใช้บริการแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ที่ยังไม่ลงทะเบียนยืนยันตัวตน e-KYC หรือ Electronic Know Your Customer ซึ่งเป็นกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและตัวตนของลูกค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะเป็นประโยชน์ในการทำธุรกรรมทางการเงินหรือการลงทุนต่าง ๆ อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ลูกค้าเพียงนำบัตรประจำตัวประชาชน และสมาร์ทโฟน เข้ารับบริการเพื่อจัดเก็บใบหน้าสำหรับยืนยันตัวตนในการเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรม ผ่าน BAAC Mobile ป้องกันการถูกฉ้อโกงเลี่ยงภัยคุกคามจากมิจฉาชีพ อาชญากรรมทางการเงิน ลดความเสี่ยงในการถูกนำบัญชีไปใช้ในธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ลูกค้า ธ.ก.ส. ที่สนใจลงทะเบียน e-KYC สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555
ทันหุ้น • 16 ม.ค. 68
อ่าน
เปิดจองสิทธิบ้านเพื่อคนไทย ตามแนวรถไฟฟ้า เริ่ม 20 ม.ค. เช็กรายละเอียดที่นี่
กระทรวงคมนาคมโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยความคืบหน้าของโครงการ บ้านเพื่อคนไทย ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งช่วยเหลือประชาชนให้สามารถมีบ้านในราคาที่สามารถจับต้องได้ โดยโครงการนี้จะดำเนินการโดย บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยจะใช้พื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าสร้างที่อยู่อาศัย เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางเข้าสู่เมืองได้สะดวกด้วยระบบขนส่งมวลชนโครงการบ้านเพื่อคนไทยจะเริ่มเปิดจองสิทธิ์ใน วันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2568 ผ่านทางเว็บไซต์ www.บ้านเพื่อคนไทย.th โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนและจองสิทธิ์ หลังจากนั้นจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติและดำเนินการตามกระบวนการของ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อให้ประชาชนได้เริ่มต้นกระบวนการขอสินเชื่อและเข้าครอบครองบ้านในโครงการนี้โครงการบ้านเพื่อคนไทยจะเริ่มต้นใน 4 พื้นที่หลัก ซึ่งประกอบด้วย1. บริเวณ กม.11 (ใกล้สถานีกลางบางซื่อ)2. สถานีธนบุรี3. สถานีเชียงรากน้อย4. สถานีเชียงใหม่ใน วันที่ 17 มกราคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาตรวจความพร้อมและเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างในพื้นที่ กม.11 ที่จะถูกพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมขนาด 45 ชั้น เพื่อให้เห็นภาพของโครงการบ้านเพื่อคนไทยในอนาคตทั้งนี้ รัฐบาลคาดหวังว่าโครงการบ้านเพื่อคนไทยจะเป็นการพัฒนาที่อยู่อาศัยในราคาที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และตอบโจทย์การเดินทางของคนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบายและสามารถเข้าถึงการคมนาคมได้ง่ายp.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px '.ThonburiUI'} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก:พรรคเพื่อไทย
TNN ช่อง16 • 9 ม.ค. 68
อ่าน
ธอส.ดีเดย์ เปิดลงทะเบียน “คุณสู้ เราช่วย” 6 ม.ค.นี้ผ่านแอป GHB ALL GEN
ธอส.ดีเดย์ เปิดให้ลงทะเบียน โครงการคุณสู้ เราช่วย วันที่ 6 มกราคม 2568 เป็นวันแรกผ่านApplication : GHB ALL GEN หรือ Application : GHB ALL Bfriend #ทันหุ้น นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.จะเปิดให้ลูกค้าของธนาคารเข้าร่วมโครงการคุณสู้เราช่วย โดยลูกค้าต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 5 ล้านบาท ที่ทำสัญญาก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 และมีสถานะค้างชำระเกิน 30 วัน แต่ไม่เกิน365 วัน หรือมีสถานะค้างชำระไม่เกิน 30 วัน ที่เคยปรับโครงสร้างหนี้และเคยค้างชำระมากกว่า 30 วันระหว่างปี 2565 2567 (สถานะดังกล่าวนับ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567) สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่าน Application :GHB ALL GEN หรือ Application :GHB ALL Bfriend ตั้งแต่ 6 มกราคม 28 กุมภาพันธ์ 2568 ธอส. พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มที่ เพื่อให้สามารถรักษาบ้านของตนเองไว้ได้ต่อไป โดยที่ผ่านมา ธอส. ได้จัดทำมาตรการแก้ไขหนี้ ในการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ให้มีภาระการชำระเงินงวดลดลง ดังนั้นการสนับสนุนให้ลูกค้าเข้าร่วมโครงการคุณสู้ เราช่วย จึงถือเป็นอีก 1 แนวทางที่จะช่วยเหลือลูกค้าได้ นายกมลภพ กล่าว สำหรับโครงการคุณสู้ เราช่วย เป็นโครงการที่ ธปท. จัดทำขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้สินของประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถฟื้นฟูและกลับมายืนหยัดได้ในระยะยาว และสนับสนุนให้เกิดความสามารถในการชำระหนี้โดยการปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละบุคคลและธุรกิจ โดยแบ่งความช่วยเหลือออกเป็น 2 มาตรการ ประกอบด้วยมาตรการจ่ายตรง คงทรัพย์ และ มาตรการจ่าย ปิด จบ โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Application : GHB ALL GEN และ www.ghbank.co.th
ทันหุ้น • 3 ม.ค. 68
อ่าน
ประกันสังคม เปิด 4 ช่องทาง ให้ผู้ประกันตนเปลี่ยนสถานพยาบาล ปี 2568
นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน แจ้งว่า สำนักงานประกันสังคม แจ้งให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 สามารถเปลี่ยนสถานพยาบาลประจำปี 2568 ได้ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 ผ่าน 4 ช่องทาง คือ1. ยื่นแบบการเลือกสถานพยาบาลในการรับบริการทางการแพทย์ (สปส. 9-02) ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ2.ทำรายการผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม (www.sso.go.th)3. ทำรายการผ่าน Application SSO Plus4.ทำรายการผ่าน Line official account (Line OA) โดยเพิ่มเพื่อน Line @ssothaiเพื่อความสะดวก แนะนำยื่นเปลี่ยนสถานพยาบาลผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หรือ ApplicationSSO Plus เพื่อไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปยื่นเอกสารทั้งนี้ เพื่อความสะดวกของผู้ประกันตน สถานพยาบาลที่ประสงค์จะเปลี่ยน ควรเป็นสถานพยาบาลซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดที่ท่านทำงาน หรือพักอาศัยอยู่ โดยผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลประกันสังคม ได้จากนายจ้าง หรือตรวจสอบผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หรือ โทรสายด่วน 1506 และกรณีที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งรายงานผ่านทางสถานประกอบการ ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 แจ้งทางข้อความ (SMS) ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้กับสำนักงานประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่ไม่ประสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลสามารถใช้บริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลเดิมได้ตามปกติ ทั้งนี้ กรณีผู้ประกันตนที่สิ้นสภาพจากการเป็นผู้ประกันตน สามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลต่อไปได้อีก 6 เดือน นับแต่วันที่สิ้นสภาพผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาลของท่าน ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th/Application SSO plus+ / สำนักงานประกันสังคม / สถานพยาบาลในโครงการประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ เครื่อง Smart Kiosk ของกระทรวงมหาดไทยหรือ Line @ssothai หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรสายด่วน 1506 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงภาพจาก AFP / ประกันสังคม
TNN ช่อง16 • 12 ธ.ค. 67
อ่าน
บัญชีกลางยัน! ข้อมูลแก๊ง Call Center ไม่ตรงกับฐานข้อมูลกรมบัญชีกลาง
บัญชีกลางยัน! ข้อมูลแก๊ง Call Center ไม่ตรงกับฐานข้อมูลกรมบัญชีกลาง พร้อมจัดทำโครงการเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือผู้รับบำนาญให้มีความรู้ความเข้าใจทั้งในส่วนของ Cyber Security และสิทธิประโยชน์ของผู้รับบำนาญ #ทันหุ้น นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลางเปิดเผยว่า ตามที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ได้จับกุมแก๊ง Call Center ที่จังหวัดชลบุรี โดยพบว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีลักษณะคล้ายกับข้อมูลผู้รับบำเหน็จบำนาญ จำนวน 23,000 กว่ารายการในเครื่องคอมพิวเตอร์ กรมบัญชีกลางจึงได้แจ้งเหตุละเมิดมูลส่วนบุคคลให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ทราบรวมถึงมีหนังสือโดยไปรษณีย์ EMS ถึงผู้ที่ถูกละเมิดข้อมูลทุกรายพร้อมกับได้ทำการตรวจสอบ รวบรวมข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐานและเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อเท็จจริง เพื่อประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านระบบคอมพิวเตอร์จากภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน กรมบัญชีกลางได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว โดยได้ดำเนินการตรวจสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทที่ปรึกษาด้าน IT Security ชั้นนำ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลของแก๊ง Call Center มีความแตกต่างจากฐานข้อมูลของกรมบัญชีกลาง ไม่ว่าจะเป็นประเภทของสิทธิสวัสดิการตำแหน่ง ที่อยู่ อีเมล์ ส่วนข้อมูลที่ตรงกันคือข้อมูลพื้นฐานที่สามารถหาได้ทั่วไป เช่น ชื่อ นามสกุล หน่วยงาน และเบอร์โทรศัพท์ โดยพบข้อมูลบุคคลที่ตรงกันทุกรายการจำนวน 3 ราย จากข้อมูลทั้งหมด 23,000 กว่าราย ดังนั้น คณะทำงานตรวจสอบจึงมีผลสรุปว่า ไม่ปรากฏหลักฐานที่บ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่าข้อมูลของแก๊งCall Center เป็นข้อมูลจากระบบของกรมบัญชีกลาง โดยกรมบัญชีกลางได้ส่งผลการตรวจสอบดังกล่าวให้ สคส. เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของ สคส. อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวเพิ่มเติมว่า กรมบัญชีกลางตระหนักถึงความสำคัญของระบบความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่กรมบัญชีกลางกำกับดูแล และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของข้อมูลกรมบัญชีกลางได้กำหนดแผนการยกระดับการเฝ้าระวังพฤติกรรม รูปแบบการโจมตีหรือภัยคุกคามต่างๆ ในระบบเครือข่ายและระบบปฏิบัติการ รวมทั้งการวิเคราะห์รูปแบบของภัยคุกคามหรือสัญญาณบ่งชี้การบุกรุก เพื่อให้สามารถป้องกันได้อย่างทันท่วงที นอกจากนั้น จะได้จัดทำโครงการเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือผู้รับบำนาญให้มีความรู้ความเข้าใจทั้งในส่วนของCyber Security และสิทธิประโยชน์ของผู้รับบำนาญ และขอเน้นย้ำว่ากรมบัญชีกลางไม่มีนโยบายติดต่อหาข้าราชการ ผู้รับบำนาญ หรือทายาท ผ่านทางโทรศัพท์หรือไลน์ เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการจ่ายบำเหน็จบำนาญหรือธุรกรรมทางการเงิน ทั้งนี้ แก๊ง Call Center จะไม่สามารถดูดเงินจากบัญชีธนาคารได้หากไม่มีการสแกน QR Code ดาวน์โหลด หรือกดลิงก์ต่าง ๆ ตามที่แก๊ง Call Center บอก ดังนั้น อย่าหลงเชื่อทำตามโดยเด็ดขาด
ทันหุ้น • 16 ต.ค. 67
อ่าน
CHARGESPOT จับมือ CP ALL "เช่าพาวเวอร์แบงก์" ได้แล้วที่ 7-11 แบบชาร์จที่ไหนก็ได้ คืนที่ไหนก็ได้ !
ชาร์จสปอต ประเทศไทย จับมือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ เปิดตัวบริการให้เช่ายืมพาวเวอร์แบงก์เคลื่อนที่รูปแบบ On-the Go ที่มีจุดเด่น ชาร์จที่ไหนก็ได้ คืนที่ไหนก็ได้ และชาร์จได้ทุกรูปแบบ ภายในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าของ CHARGESPOT ในประเทศไทย พร้อมประกาศขยายจุดให้บริการเช่าพาวเวอร์แบงก์มากถึง 1,800 จุด ทั่วประเทศภายในปี 2024 นี้ข้อมูลพาวเวอร์แบงก์ของCHARGESPOTชาร์จสปอต จะใช้พาวเวอร์แบงก์ (Powerbank) ที่มีความกว้าง 70 มิลลิเมตร ยาว 145 มิลลิเมตร และหนา 15 มิลลิเมตร มีน้ำหนัก 160 กรัมขนาดความจุ 5,000 มิลลิแอมป์ (mAh) รองรับการนำขึ้นเครื่องบินได้โดยที่ไม่ต้องโหลดเข้ากระเป๋าสัมภาระใต้ท้องเครื่องบิน มาพร้อมกับพอร์ตชาร์จทั้งสามรูปแบบ ทั้ง Lightning สำหรับอุปกรณ์ iPhone และ iPad, พอร์ต MicroUSB และ USB-C สำหรับสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์ รวมไปถึงกล้องถ่ายรูป หูฟังไร้สาย เครื่องเกมพกพา หรือ ลำโพงบลูทูธ เป็นต้นชาร์จสปอต ให้บริการเช่าพาวเวอร์แบงก์ ผ่านแอปพลิเคชัน CHARGESPOT ที่มีให้บริการทั้งบน App Store หรือ Play Store โดยเมื่อลงทะเบียนและเลือกวิธีชำระเงินแล้ว จะสามารถค้นหาจุดให้บริการที่ใกล้ตัวที่สุด พร้อมสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) ในจุดให้บริการเพื่อทำการเช่ายืม และหลังจากนั้นก็รับพาวเวอร์แบงก์ไปใช้งานได้ทันที และเมื่อส่งคืน สามารถนำมาเสียบคืนที่จุดให้บริการ และระบบจะทำการคำนวณค่าบริการที่เกิดจากการเช่ายืมตามอัตราค่าบริการต่อไปความปลอดภัยของการเช่าพาวเวอร์แบงก์จากCHARGESPOTสำหรับตัวพาวเวอร์แบงก์แบตเตอรี่จะมีฉนวนเซรามิคกั้นระหว่างเซลล์เพื่อความปลอดภัยขณะชาร์จ พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จที่มีประสิทธิภาพด้วยชิปควบคุมจาก US Silergy หนึ่งในผู้นําด้านชิประดับโลก เพื่อควบคุมเสถียรภาพของกระแสไฟฟ้า และ แรงดันขณะชาร์จได้สูงกว่าร้อยละ 90 ลดความร้อนขณะชาร์จ และทําให้ชาร์จได้เร็วมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้นทั้งนี้ ชาร์จสปอตยังเคลมว่าแบตเตอรี่สำรองหรือพาวเวอร์แบงก์ที่ให้บริการมีการป้องกันภายใน 8 รูปแบบ ได้แก่1. การควบคุมแรงดันไฟขาออก2. การควบคุมกระแสไฟขาออก3. การควบคุมอุณหภูมิขณะชาร์จ4. การป้องกันการชาร์จเกินความจุ5. การป้องกันการคลายประจุเกิน6. การป้องกันการลัดวงจร7. การควบคุมความสม่ำเสมอของกําลังไฟขณะชาร์จ8. การใช้เคสกันไฟชนิด VO ตามมาตรฐาน RU RoH และผ่านมาตรฐาน CB/CE/FCC/PSE/IEC/MFI รวมถึงได้ผ่านการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. ตลอดกระบวนการผลิตการตลาดของ CHARGESPOTอัตราค่าบริการเช่าพาวเวอร์แบงก์ CHARGESPOT จะอยู่ที่ชั่วโมงละ 20 บาท และตั้งแต่ 4 ชั่วโมงขึ้นไป คิดราคาเหมาจ่ายวันละ 80 บาท หากเกิน 6 วัน จะอยู่ที่ 950 บาท โดยชำระค่าบริการได้ผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และอีวอลเลต (e-Wallet) ต่าง ๆ เช่น ทรูมันนี่ (TrueMoney) ไลน์เพย์ (LINE Pay) วีแชทเพย์ (WeChat Pay) และจะเพิ่มช่องทางการชำระเงินผ่าน คิวอาร์พร้อมเพย์ (QR PromptPay) ในเร็ว ๆ นี้นอกจากนี้ CHARGESPOT ประกาศว่าจะเพิ่มจุดบริการในห้างสรรพสินค้ารวมถึงสถานที่สำคัญต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าเช่าพาวเวอร์แบงก์ได้สะดวกยิ่งขึ้น ถึง 1,800 จุด ทั่วประเทศภายในปี 2024 รวมถึงการเปิดให้บริการเป็นรายแรกในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven เช่นเดียวกับการให้บริการในญี่ปุ่นและฮ่องกง โดยในแต่ละจุดจะติดตั้งตู้ขนาดเล็กที่จุพาวเวอร์แบงก์ได้ 5-8 อัน ในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ปัจจุบันจึงมีตู้ที่ให้บริการในไทยอยู่ประมาณ 1,000 จุด โดยมีโปรโมชันส่งเสริมการขายร่วมกับ 7-Eleven ระหว่างวันที่ 1 - 31 ตุลาคม ด้วยรสศุภา หงส์ลดารมภ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชาร์จสปอต (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน CHARGESPOT เป็นเจ้าเดียวที่เช่าและคืนแบบข้ามประเทศได้ ทั้ง ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ มีจุดให้บริการมากกว่า 60,000 จุดทั่วโลก ยอดดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชันมากกว่า 8 ล้านคนทั่วโลก และกว่า 4 แสนคนในประเทศไทย โดยเน้นที่เครื่องขนาดเล็กตั้งตามสาขา 7-Eleven ในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และพัทยา ซึ่งคาดว่าจะสามารถขยายเพิ่มเป็นกว่า 2,500 จุด ภายในปี 2025 นี้ข้อมูลและภาพจาก CHARGESPOT
TNN ช่อง16 • 2 ต.ค. 67
อ่าน
ประกันสังคม เพิ่มช่องทาง "ผู้ประกันตน ม.39" จ่ายเงินสมทบฯ เช็กเลยที่นี่
นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน แจ้งว่า สำนักงานประกันสังคมได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด เพิ่มช่องทางการให้บริการชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ผ่าน Mobile Application Krungthai NEXT, Bangkok Bank Mobile Banking, BAAC Mobile และ Application Shopee หรือสแกน QR Code โดยเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2567 เป็นต้นไปทั้งนี้ ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 สามารถชำระเงินสมทบงวดเดือนย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมาย (ถ้ามี) ได้ 1 งวด และงวดเดือนปัจจุบัน 1 งวด ฟรีค่าธรรมเนียม และสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ได้ทันทีหลังจากชำระเงินเรียบร้อยแล้ว จากเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม (https://www.sso.go.th/erc)เลขาธิการ สปส. กล่าวต่อไปว่า สำนักงานประกันสังคมมีความมุ่งมั่นพัฒนาช่องทางการให้บริการชำระเงินสมทบที่ทันสมัยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย ให้กับผู้ประกันตนให้ได้รับประโยชน์สูงสุดเป็นสำคัญ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ
TNN ช่อง16 • 6 ก.ย. 67
อ่าน
เครดิตบูโรเตือนสถาบันการเงินรายงานสถานะลูกหนี้กระทบน้ำท่วมตามจริง
เครดิตบูโรเตือนสมาชิกสถาบันการเงินรายงานสถานะการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมตามความเป็นจริง โดยไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ #ทันหุ้น นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุอุทกภัยหรือภัยธรรมชาติในหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ ทำให้ประชาชนและลูกค้าของสมาชิกสถาบันการเงินจำนวนหนึ่งได้รับความเดือดร้อนจากเหตุดังกล่าว นั้น เครดิตบูโรในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบสถาบันการเงินไทยจึงได้ออกหนังสือถึงธนาคารและสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกกว่า 158 แห่ง หากสมาชิกสถาบันการเงินมีมาตรการ/ โครงการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยดังกล่าว โดยผ่อนปรนหรือขยายเวลาการชำระหนี้ออกไป โดยไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้หากลูกค้าสามารถปฏิบัติได้ครบถ้วนตามข้อตกลงหรือข้อผ่อนปรนของสมาชิกสถาบันการเงินนั้น เครดิตบูโรจึงมีหนังสือแจ้งขอความร่วมมือสมาชิกสถาบันการเงินพึงระมัดระวังในการรายงานและการนำส่งข้อมูลเครดิตของลูกค้าตั้งแต่งวดข้อมูลเดือนสิงหาคม 2567 เป็นต้นไป โดยยึดถือข้อเท็จจริงตามนโยบายของสมาชิกสถาบันการเงินที่ได้มีการผ่อนผันหรือผ่อนปรนเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันประเด็นเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล หรือทำให้ข้อมูลที่นำส่งขัดแย้งกับข้อเท็จจริงหรือข้อตกลงที่สมาชิกสถาบันการเงินได้ผ่อนผันให้กับลูกค้าอันอาจเป็นเหตุให้เกิดข้อร้องเรียนได้ กล่าวคือ ในช่วงเวลาที่สมาชิกสถาบันการเงินได้ผ่อนผันให้กับลูกค้า สมาชิกสถาบันการเงินอาจเลือกรายงานและนำส่งข้อมูลการชำระหนี้ในรหัสสถานะบัญชีปกติหรือพักชำระหนี้ได้ ตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต เรื่อง รหัสสถานะบัญชี ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 ได้ ทั้งนี้ หลังจากเหตุการณ์สู่ภาวะปกติ ลูกค้าสามารถตรวจเครดิตบูโรของตนเองเพื่อดูความถูกต้องของข้อมูลได้ ซึ่งเครดิตบูโรมีช่องทางสำหรับประชาชนทั่วไปสามารถตรวจเครดิตบูโรได้หลายช่องทาง อาทิศูนย์ตรวจเครดิตบูโร ตรวจเครดิตบูโรออนไลน์ผ่านโมบายแอป ธนาคารกรุงเทพ เกียรตินาคินภัทร กรุงไทย ออมสิน ทีทีบี ธพว. หรือ SME D Bank เป๋าตัง Flash Express หรือยื่นคำขอผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย กรุงศรี ธอส. ธ.ก.ส. หรือที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ไทยพาณิชย์ หรือที่ทำการไปรษณีย์และเคาน์เตอร์บริการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ รายละเอียดช่องทางตรวจเครดิตบูโรได้ที่www.ncb.co.th ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์และภาพลักษณ์องค์กร E-mail: ilovebureau@ncb.co.th / website: www.ncb.co.th / facebook: www.facebook.com/ilovebureau
ทันหุ้น • 29 ส.ค. 67
ดูเพิ่มเติม