รีเซต

ผลการค้นหา “专科没有学位证可以考研究生吗[办证网:bbzz58.com]-专科没有学位证可以考研究生吗lP【咨询网:ban58.com】-曲靖专科没有学位证可以考研究生吗-可以找专科没有学位证可以考研究生吗mW” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
“เซ้นต์ ศุภพงษ์” อวดลุคหล่อชุดครุย เรียนจบปริญญาโทแล้ว 15 มกราคม 2569 มาเจอกัน!
อ่าน

“เซ้นต์ ศุภพงษ์” อวดลุคหล่อชุดครุย เรียนจบปริญญาโทแล้ว 15 มกราคม 2569 มาเจอกัน!

เซ้นต์ ศุภพงษ์ อวดลุคหล่อชุดครุย เรียนจบปริญญาโทแล้ว 15 มกราคม 2569 มาเจอกัน! เป็นนักแสดงหนุ่ม เซ้นต์ ศุภพงษ์ ที่หล่อไม่พอ ความสามารถยังไม่ธรรมดาด้วย เรื่องการเรียนก็ไม่ทิ้ง เพราะล่าสุดเรียนจบปริญญาโทอย่างเป็นทางการวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มศว. (COSCI) สาขาวิชา ออกแบบเพื่อธุรกิจ (Design for Business) เซ้นต์ ศุภพงษ์ ได้อวดลุคหล่อชุดครุย ท่าทางการโพสต์ไม่ธรรมดา เพราะหล่อเท่ราวนายแบบตัวท็อป พร้อมเขียนแคปชั่นว่า..... จบปริญญาโทแล้วค้าบบบบบบ มาเจอกับเซ้นต์ได้ที่ ชั้น 1 ใต้ตึก COSCI มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร วันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา : 16.00 น. เป็นต้นไปครับ ซึ่งก็มีแฟนๆเข้ามาคอมเมนต์ร่วมแสดงความยินดีกับหนุ่มคนนี้กันมากมาย ที่ประสบความสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว.

เปิดวิธีหารายได้เสริม ไม่ต้องลงทุน ที่ผู้ชายทำงานประจำทำได้จริง ไม่ต้องลาออก 2025
อ่าน

เปิดวิธีหารายได้เสริม ไม่ต้องลงทุน ที่ผู้ชายทำงานประจำทำได้จริง ไม่ต้องลาออก 2025

ในยุคที่เงินเดือนขึ้นช้า แต่ค่าครองชีพขึ้นทุกปี ผู้ชายวัยทำงานหลายคนคงเริ่มมองหา ทางเลือก โดยไม่อยากลาออกจากงานหลัก คำถามคือมีวิธีรายได้เสริมไม่ต้องลงทุนแบบไหนบ้างที่ทำได้จริง ไม่กระทบงานประจำ และไม่ต้องเสี่ยง เรามีวิธีหารายได้เสริมที่ผู้ชายทำงานประจำทำได้จริง ไม่ต้องลงทุนสูง และเหมาะกับชีวิตคนทำงานมาฝากหลายวิธีด้วยกัน ถูกใจแบบไหนลองนำไปทำตามกันได้เลย รายได้เสริมที่ดีสำหรับผู้ชายทำงานประจำ ควรมีลักษณะอย่างไร ก่อนเลือกทำอะไร ลองดู 4 ข้อนี้เป็นหลัก ใช้เวลาหลังเลิกงานหรือวันหยุดได้ ไม่ต้องลาออกจากงานประจำ มีโอกาสต่อยอดเป็นรายได้ระยะยาว เลิกทำได้โดยไม่เจ็บตัว ถ้ารายได้เสริมทำให้คุณ เครียดกว่าเดิม หรือ กระทบงานหลัก แปลว่ายังเลือกไม่ถูก ยิ่งถ้ามีคำว่า ค่าสมัคร / ค่าคอร์ส / ค่าระบบ นั่นไม่ใช่รายได้เสริม แต่คือความเสี่ยงที่คุณต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ 1. งานฟรีแลนซ์ออนไลน์ ใช้ทักษะที่คุณมี นี่คือวิธีหารายได้เสริมที่ไม่เน้นลงทุนเพิ่ม แต่ใช้ทุนที่มาจากตัวคุณเอง คือทักษะที่คุณมีติดตัวนั่นเอง เขียนบทความ / เขียนแคปชัน แปลภาษา ตัดต่อวิดีโอ ทำกราฟิก งาน Excel / PowerPoint ข้อดี เริ่มได้ทันที รับงานเป็นชิ้น รายได้ขึ้นกับฝีมือ 2. ขายแรงและเวลาในสิ่งที่คุณถนัด ถ้าคุณยังไม่มีทักษะออนไลน์ แรงกายก็ยังขายได้เช่นกัน ตัวอย่าง ช่วยย้ายของ ล้างแอร์ งานช่างเล็ก ๆ รับส่งของ 3. สอนหรือให้คำปรึกษา จากประสบการณ์จริง ประสบการณ์ของคุณ = เงิน อย่าคิดว่าจะเก่งพอหรือไม่ เพราะสิ่งที่คุณสั่งสมมามีคุณค่ากว่าที่คิด สิ่งที่สอนได้ ภาษา ฟิตเนส งานเฉพาะทาง การใช้โปรแกรม อะไรก็ตามที่มักมีคนชมว่าคุณเก่งด้านนั้น เริ่มจากคนรู้จัก หรือโพสต์ในโซเชียล แล้วค่อยขยายตลาดออกไปแบบปากต่อปาก 4. รับจ้างดูแลเพจ / ตอบแชต ธุรกิจออนไลน์จำนวนมาก ต้องการคนช่วยดูแลลูกค้า แม้จะมีบอท AI เข้ามาช่วย แต่งานขายก็ยังต้องการทักษะละเอียดอ่อนของมนุษย์อยู่เช่นกัน งานนี้ไม่ต้องลงทุน ทำจากบ้านได้ สามารถใช้เวลาเย็นกลางคืนหลังเลิกงานได้ จึงเหมาะกับคนที่พิมพ์เร็ว และสื่อสารเก่ง 5. สร้างคอนเทนต์ โดยใช้คอมหรือมือถือเครื่องเดียว มือถือที่คุณถืออยู่ คือ เครื่องมือทำเงินมหาศาล ช่องทาง TikTok Facebook YouTube Shorts รายได้มาจาก โฆษณา Affiliate สปอนเซอร์ 6. Affiliate แบบไม่ต้องสต็อก ไม่ต้องซื้อของ ไม่ต้องแพ็กของ แค่แชร์ลิงก์ หรือปักตะกร้า ถ้ามีคนซื้อ คุณได้คอมมิชชั่น เหมาะมากๆ กับคนที่ชอบรีวิว หรือเล่นโซเชียลบ่อย ที่สำคัญถึงไม่ชอบออกกล้องก็ยังทำได้เช่นกัน 7. รับงานออนไลน์จิปาถะ งานเล็ก ๆ แต่ได้เงินจริง รายได้อาจไม่สูงแต่ปลอดภัย และไม่ต้องลงทุนมาก ถ้าขยันก็ยิ่งได้จำนวนไม่น้อยเลย เช่น พิมพ์งาน กรอกข้อมูล วิจัยข้อมูล 8. เขียนบทความ / ทำเพจความรู้ ถ้าคุณชอบเขียนหรือเล่าเรื่อง คุณสามารถหาเงินจากงานต่อไปนี้ ทำบล็อก ทำเพจ ทำเพจเฉพาะทาง หากมีคนติดตามมาก รายได้จะเข้ามาจากหลายทาง ไม่ว่ามาจากการจ้างเขียนบทความ การลงโฆษณา หรือจากการรับงานเขียนรีวิว การแทรก Affiliate ต่างๆ เป็นต้น 9. รับงานพิเศษจากงานประจำ หลายคนมองข้าม คิดถึงอาชีพอื่น แต่แท้จริงแล้วคุณก็หาเงินเพิ่มจากงานประจำได้เช่นกัน ได้เงินเพิ่มแบบไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ เช่น รับงานโปรเจกต์เพิ่ม ช่วยงานข้ามแผนก รับงานนอกเวลา ทำโอที ข้อควรระวังของรายได้เสริมไม่ต้องลงทุน รายได้เสริมที่ดี ต้องทำให้ชีวิตมั่นคงขึ้น ไม่ใช่เสี่ยงขึ้น ดังนั้นต้องระวังสิ่งเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ อย่าหลงเชื่อรายได้เร็วเกินจริง อย่าจ่ายเงินก่อนเริ่มงาน อย่าลาออกเร็วเกินไป อย่าหลงเชื่อคนที่บอกว่าต้องจ่ายเงินก่อนถึงจะเบิกค่าจ้างได้ อย่าหลงเชื่องานที่มีรายได้สูงเกินจริง บทความที่เกี่ยวข้อง 10 วิธีประหยัดเงิน ออมเงิน สำหรับมนุษย์เงินเดือน 10 วิธีวางแผนการเงินสำหรับผู้ชาย ที่ผู้ชายอยากรวยต้องรู้ เคล็ดลับผู้ชายสายออมวิธีเก็บเงินแสนแรกของคนเงินเดือนเริ่มต้น 10,000 บาท ใช้เวลาเท่าไหร่

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
อ่าน

เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated

แสดงความยินดี “ปันปัน สุทัตตา” จบโทแล้ว นั่งแท่นมหาบัณฑิตสาขา Anti-aging
อ่าน

แสดงความยินดี “ปันปัน สุทัตตา” จบโทแล้ว นั่งแท่นมหาบัณฑิตสาขา Anti-aging

แสดงความยินดี ปันปัน สุทัตตา จบโทแล้ว นั่งแท่นมหาบัณฑิตสาขา Anti-aging เดินหน้าเรียนต่อปริญญาโทด้าน Anti-aging อย่างขะมักเขม้น สำหรับนักแสดงสาวมากฝีมืออย่าง ปันปัน สุทัตตา ที่จะเห็นได้เลยว่าหลังจากศึกษาหาความรู้จนล้นมือแล้ว เจ้าตัวก็นำมาใช้กับตัวเองและครอบครัว จะเห็นได้เลยว่าทั้งสุขภาพดีและหุ่นดีกว่าเดิมเข้าไปอีก แน่นอนว่าทุ่มเทให้กับการเรียนแล้ว ตอนนี้เจ้าตัวก็ได้เรียนจบเรียบร้อยแล้วจ้า ซึ่ง ปันปัน ก็ได้มาโพสต์ภาพตัวเองในชุดครุย พร้อมแคปชั่นว่า เรียนจบ ปโท ละค้าาาา เป็นมหาบัณฑิตสาขา Anti-aging เฉยย ไม่อยากเชื่อเลยว่าผ่านมาได้ยังไง เรียนทุกเสาร์อาทิตย์ มา 2 ปีรวด + ทำวิทยานิพนธ์อีกปี เย้ๆๆ #finallygraduated งานนี้ก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวมีแพลนจะต่อปริญญาเอกเลยหรือไม่ สงสัยต้องรีบควงแขนมาสัมภาษณ์แล้วนะคะ แต่ยังไงดาราเดลี่ก็ต้องขอแสดงความบินดีกับคุณมหาบัณฑิตคนเก่งด้วย สวย สดใส ลัคกี้อินเกมส์ ลัคกี้อินเลิฟนะค๊า

สมัครคอร์ส ONLINE ทุกคอร์ส รับสิทธิ์เรียนเพิ่มเป็น 1 ปี/คอร์ส
สิทธิพิเศษ

สมัครคอร์ส ONLINE ทุกคอร์ส รับสิทธิ์เรียนเพิ่มเป็น 1 ปี/คอร์ส

ลูกค้าทรู สมัครคอร์ส ONLINE ทุกคอร์ส รับสิทธิ์เรียนเพิ่มเป็น 1 ปี/คอร์ส จากปกติระยะเวลาเรียน 6 เดือน/คอร์สสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-731-0147 เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ แสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับสิทธิ์2. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. สิทธิพิเศษเฉพาะคอร์สออนไลน์เท่านั้น

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
อ่าน

คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย

การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ
อ่าน

สมัครงาน มจร เปิดรับคัดเลือกคณาจารย์ประจำ ปี 2568 ทั่วประเทศ

ขั้นตอนสมัครสอบคัดเลือกบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นคณาจารย์ประจำ เพื่อสนับสนุนภารกิจทางวิชาการและขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย โดยอ้างอิงมติที่ประชุมกรรมการบริหารงานบุคคลตลอดปี 2567 ถึงกลางปี 2568ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครตำแหน่งที่เปิดสอบคัดเลือกระบุไว้ตามข้อ 7 ของประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีหลากหลายระดับและสาขาให้เลือกสมัครตามคุณวุฒิคุณสมบัติผู้สมัครผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย และไม่เป็นผู้เสพสารเสพติด รวมถึงสามารถปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างเหมาะสม เฉพาะสายคณาจารย์ปริญญาตรี วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 1 เรื่องในรอบ 5 ปีปริญญาโท วุฒิขั้นต่ำปริญญาโท มีผลงานไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง โดยอย่างน้อย 1 เรื่องเป็นงานวิจัยปริญญาเอก ต้องมีผลงานวิจัยเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 3 เรื่องในรอบ 5 ปีเอกสารประกอบใบสมัคร1. สำเนาปริญญาบัตรและ Transcript2. สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน3. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว4. หนังสือรับรองผลภาษาอังกฤษ (MCU-GET, TOEFL, IELTS, TOEIC, TU-GET, CU-TEP)5. ใบรับรองแพทย์ออกภายใน 30 วัน6. ผลตรวจประวัติอาชญากรรมจากตำรวจ7. หนังสือรับรองประสบการณ์ (ถ้ามี)8. แบบ บค 01 และ บค 02 ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์9. สลิปการโอนเงินค่าสมัครหมายเหตุ แนบไฟล์เฉพาะ .PDF หรือ .JPG ค่าธรรมเนียมการสมัครต่ำกว่าปริญญาตรี 100 บาทปริญญาตรี 200 บาทปริญญาโท 300 บาทปริญญาเอก 400 บาทโอนเข้าบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาเสือป่า เลขที่บัญชี 046 2 73791 7รายละเอียดการสอบสอบข้อเขียนเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย 100 คะแนนสอบปฏิบัติด้านดิจิทัล (เฉพาะสายปฏิบัติการ) 100 คะแนนสอบข้อเขียนเฉพาะสาขาวิชา 100 คะแนนสอบสัมภาษณ์ ประเมินความเหมาะสม 200 คะแนนเกณฑ์การตัดสินต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การตัดสินของคณะกรรมการสอบคัดเลือกถือเป็นที่สิ้นสุดติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสมัครเข้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ https://www.mcu.ac.th/news/detail/59013

สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร
อ่าน

สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568 สังกัดสพฐ. ประจำปี 2568 เปิดรายละเอียด-ขั้นตอนการสมัคร

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประกาศเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยสามารถสมัครสอบผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 เวลา 22.00 น.รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2568 การรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้ประสงค์จะสมัครสอบแข่งขัน สามารถสมัครสอบผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เพียงทางเดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 9 -15 กรกฎาคม 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ยกเว้นวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ระบบจะปิดรับสมัคร เวลา 16.30 น. โดยสมัครสอบ ได้ที่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.comเอกสารที่ใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย 2568- สำเนาปริญญาบัตร หรือ สำเนาใบรับรองคุณวุฒิ- สำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript)- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน- สำเนาทะเบียนบ้าน- รูปถ่ายหน้าตรง (ขนาดและจำนวนรอประกาศอย่างเป็นทางการ)- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือ หลักฐานจากคุรุสภา ที่อนุญาตให้ปฏิบัติการสอน- สำเนาหนังสือรับรองคุณวุฒิ (กรณีจบใหม่/รอรับปริญญา)- ใบรับรองแพทย์กรณีเป็นข้าราชการ/พนักงานท้องถิ่น- สำเนาบัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ- หนังสืออนุญาตให้สมัครสอบ- เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี)- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล- สำเนาประกาศนียบัตรบัณฑิตขั้นตอนการกรอกใบสมัครสอบครูผู้ช่วย 25681. อ่านประกาศรับสมัครสอบเข้าสู่เว็บไซต์ https://obec68.thaijobjob.com คลิกเลือกเมนู สมัครสอบ อ่านขั้นตอนการสมัครและคลิกที่ปุ่ม [ดำเนินการต่อคลิกที่นี่] (อยู่ด้านล่าง) เพื่อสมัครสอบ2. กรอกข้อมูลใบสมัครกรอกข้อมูลลงใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" ให้ครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อกรอกครบถ้วนแล้วคลิกปุ่ม [ต่อไป] จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลที่ท่านได้กรอกไว้ใน "แบบฟอร์มใบสมัครออนไลน์" กรุณาตรวจทานข้อมูลของท่านว่าครบถ้วน และถูกต้อง3. ชำระเงินค่าสมัครสอบผ่าน QR Codeคลิกปุ่ม ตรวจสถานะการสมัครสอบ ระบบจะแสดงหน้าเว็บที่มีข้อมูลของท่านตามที่ท่านระบุ และแบบฟอร์มชำระเงิน- หากท่านต้องการ ตรวจสอบข้อมูล กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบตรวจสอบข้อมูล]- หากท่านไม่ต้องการดำเนินการใดๆ กรุณากดปุ่ม [กลับหน้าหลัก]4. พิมพ์ใบสมัครหากท่านต้องการพิมพ์เอกสาร ใบสมัครสอบ กรุณาคลิกปุ่ม [พิมพ์ใบสมัคร] ข้อควรระวัง การสมัครสอบครูผู้ช่วย 2568ผู้สมัครสามารถสมัครได้เพียงครั้งเดียว และสมัครได้เพียงเขตการศึกษาเดียวเท่านั้นชื่อ และนามสกุล ที่ท่านกรอกลงใน "ใบสมัครออนไลน์" จะต้องเป็นชื่อและนามสกุลที่ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนกรุณาตรวจสอบเลขประจำตัวประชาชนของท่านให้ถูกต้อง เนื่องจากเลขประจำตัวประชาชนของท่านจะใช้เป็นเลขที่อ้างอิงตลอดการสอบการกรอกข้อมูลในใบสมัคร จะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงทุกประการ ดังนั้นกรุณาตรวจทานข้อมูลให้ละเอียดก่อนคลิกปุ่ม[ส่ง ใบสมัคร] เพราะเมื่อท่านส่งใบสมัครไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้อีก และหากข้อมูลผิดพลาดอันเกิดจากการกรอกข้อมูลของท่านเองจะถือว่าใบสมัครนั้น เป็นโมฆะ และหากตรวจพบว่าท่านมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่กรอกไว้ หรือขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามประกาศ จะถือว่าท่านขาดคุณสมบัติและท่านจะไม่สามารถเรียกร้องใด ๆ ได้ทั้งสิ้น

ครม. มีมติเห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสำรวจประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน
อ่าน

ครม. มีมติเห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสำรวจประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน

โครงการลงทะเบียนเพื่อสำรวจประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนน.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสำรวจประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสำรวจประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนนอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติมอบหมายให้กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หารือเพื่อกำหนดระยะเวลาการดำเนินโครงการที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สืบเนื่องจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้ดำเนินการช่วงเวลาที่ผ่านมา เข้าถึงสิทธิ์สวัสดิการจากรัฐได้อย่างเท่าเทียมซึ่งมีการใช้ข้อมูลที่ได้จากการลงทะเบียนในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนตลอดจนแสดงความประสงค์ในการเข้าร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ หรือว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ ซึ่งใช้การลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นทางรัฐ ผ่านสมาร์ทโฟนทั้งนี้การดำเนินการที่ผ่านมาดังกล่าวยังไม่มีข้อมูลของประชาชนกลุ่มเปราะบางบางกลุ่ม รวมไปถึงประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ทำให้ไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน หรือว่ามีข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกัน ซึ่งก็ส่งผลให้ภาครัฐไม่สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจจึงได้มีมติเห็นชอบหลักการของโครงการลงทะเบียนเพื่อสำรวจประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนในครั้งนี้ขึ้น และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการต่อไปเพื่อให้กลุ่มดังกล่าวสามารถเข้าถึงสิทธิ์สวัสดิการจากรัฐได้อย่างเท่าเทียมกับประชาชนกลุ่มอื่น ๆ สาระสำคัญของโครงการสำรวจประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนสาระสำคัญของโครงการนี้มีดังนี้ วัตถุประสงค์เพื่อสำรวจประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน เพื่อให้ได้ประโยชน์ในการพิจารณาดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลในระยะต่อไป ส่วนช่องทางและวิธีการลงทะเบียนก็จะดำเนินการผ่านธนาคารของรัฐและช่องทางอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขต ที่ทำการไปรษณีย์ โดยจะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้ลงลงทะเบียนผ่านระบบที่ได้พัฒนาขึ้นส่วนวิธีการตรวจสอบความไม่มีสมาร์ทโฟนก็จะให้ ศพร.ส่งเลขประจำตัวประชาชนไปตรวจสอบกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยผู้มีประวัติการใช้งานข้อมูลอินเตอร์เน็ตสะสมไม่เกิน 500 เมกะไบต์ต่อหมายเลขโทรศัพท์ย้อนหลังในช่วงระยะเวลา 90 วัน จะถือว่าเป็นผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนทั้งนี้ ระยะเวลาการตรวจสอบก็จะกินระยะเวลาประมาณสามสัปดาห์ ซึ่งโครงการนี้ก็จะทำให้รัฐบาลมีข้อมูลของประชาชนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งอาจจะเข้าไม่ถึงการดำเนินการนโยบายของรัฐ ที่รัฐต้องการจะช่วยเหลือประชาชนและกำหนดให้ใช้แอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนได้ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถที่จะนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างประโยชน์แล้วก็มีประสิทธิภาพ

เด็กเวียดนามเฮ เรียนฟรีถึงม.ปลายในรร.รัฐ
อ่าน

เด็กเวียดนามเฮ เรียนฟรีถึงม.ปลายในรร.รัฐ

รัฐสภาเวียดนามผ่านนโยบายยกเลิกค่าธรรมเนียมการเรียนการสอนสำหรับการศึกษาของรัฐทั้งหมดตั้งแต่ระดับก่อนวัยเรียนจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโดยมีผลบังคับใช้ทันทีถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เด็กเวียดนามเข้าถึงการศึกษาได้ทุกคนภายใต้นโยบายใหม่นักเรียนทุกคนที่เข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลโรงเรียนประถมศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษาและโครงการศึกษาต่อเนื่องของรัฐจะไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนอีกต่อไปส่วนนักเรียนที่เข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนอิสระจะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลด้วยโดยหน่วยงานท้องถิ่นจะเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินที่นักเรียนจะได้รับตามหลักเกณฑ์อย่างไรก็ตามเงินอุดหนุนดังกล่าวจะต้องไม่เกินค่าเล่าเรียนจริงที่โรงเรียนเรียกเก็บนโยบายดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับพลเมืองเวียดนามและบุคคลที่มีเชื้อสายเวียดนามที่อาศัยอยู่ในเวียดนามแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับสัญชาติเวียดนามโดยสมบูรณ์ก็ตามเป้าหมายของนโยบายนี้คือการลดภาระของผู้ปกครองและเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อคนรุ่นถัดไปของรัฐบาล

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
อ่าน

ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th

เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

สัญญาณเตือนโรคหัวใจขาดเลือด ปล่อยทิ้งไว้ไม่ปลอดภัย
อ่าน

สัญญาณเตือนโรคหัวใจขาดเลือด ปล่อยทิ้งไว้ไม่ปลอดภัย

โรคหัวใจขาดเลือดเกิดขึ้นได้ทั้งขณะทำงาน เล่นกีฬา หรือขณะพักผ่อน เนื่องจากมีภาวะหลอดเลือดแดงแข็งและมีรอยปริของผนังหลอดเลือด ทำให้มีลิ่มเลือดและไขมันมาเกาะที่ผนังและก่อตัวเป็นตะกรัน เกิดการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตเฉียบพลันได้สาเหตุโรคหัวใจขาดเลือดในปัจจุบันพบว่า มักเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่จัด ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป พฤติกรรมการรับประทานอาหารจนทำให้มีไขมันในเส้นเลือดมากผิดปกติ ความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน เป็นต้น มักพบในเพศชายที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป และในเพศหญิงที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะในครอบครัวที่เคยมีประวัติโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รวมไปถึงสาเหตุโรคกล้ามเนื้อหัวใจอย่างโรคทางพันธุกรรมต่างๆ ที่ปัจจุบันทำให้ผู้ป่วยมีอายุน้อยลง 5 อาการและสัญญาณเตือนของโรคหัวใจขาดเลือดอาการเจ็บแน่นหน้าอกเหมือนถูกบีบรัด หรือกดทับอาการเจ็บหน้าอกปวดร้าวไปกราม สะบักหลัง แขนซ้าย หัวไหล่เหงื่อออก จะเป็นลม หน้าซีดอาการใจสั่น หอบเหนื่อย คลื่นไส้จุกบริเวณคอหอย ซึ่งบางรายอาจมีอาการจุกบริเวณใต้ลิ้นปี่โดยในหลายๆ ครั้ง อาการเหล่านี้ แทบจะแยกจากโรคอื่นๆ ซึ่งอาจมีอาการคล้ายกันได้ลำบาก เช่น อาจทำให้สับสนกับโรคกรดไหลย้อน หรือกระดูกอ่อนซี่โครงอักเสบได้ ดังนั้น จึงไม่ควรละเลยหรือนิ่งนอนใจหากมีอาการดังกล่าวผู้สูงอายุหรือผู้มีปัจจัยเสี่ยงถือเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังและคอยสังเกตอาการของตัวเองเป็นพิเศษ เมื่อเกิดภาวะเหล่านี้ผู้ป่วยต้องรีบเดินทางมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยหาแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง ซึ่งจากข้อมูลของไทยพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มาเข้ารับการรักษาล่าช้าทำให้เสียชีวิตหรือมีภาวะหัวใจวายตามมา การตรวจวินิจฉัยและการรักษาเมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด ซึ่งแนวทางการส่งตรวจต่างๆ จะต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่โดยส่วนใหญ่ แพทย์จะทำการส่งตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อดูว่าคลื่นไฟฟ้าหัวใจนั้น แสดงลักษณะของการมีหัวใจขาดเลือดหรือไม่ และบางรายจะส่งตรวจเลือด การตรวจหัวใจด้วยเครื่องเสียงสะท้อนความถี่สูง หรือการใส่สายสวนหลอดเลือดหัวใจเพื่อหาว่ามีการอุดตันของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจหรือไม่ หรือต้องได้รับการสวนหัวใจอย่างเร่งด่วนหรือไม่ด้านการรักษาสามารถทำได้ด้วยวิธีการใช้ยา การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน และ การผ่าตัดบายพาสหัวใจ ซึ่งจะพิจารณาตามความเหมาะสม และความรุนแรงของอาการ รวมทั้งดุลยพินิจของแพทย์ร่วมด้วย

สปสช. ชี้แจงป่วยโควิดหาหมอออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัสทุกราย
อ่าน

สปสช. ชี้แจงป่วยโควิดหาหมอออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัสทุกราย

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โรคโควิดในขณะนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น และมีประชาชนติดต่อรับการดูแลจากผู้ให้บริการ tele-medicine หรือบริการทางการแพทย์ทางไกลในเครือข่ายของ สปสช. เป็นจำนวนมาก โดยเป็นการหาหมอออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันสุขภาพผู้ป่วยโควิดไม่จำเป็นต้องได้รับยาฟาวิพิราเวียร์หรือยาอื่นๆ ทุกรายอย่างไรก็ดี ประชาชนส่วนหนึ่งอาจเกิดความเข้าใจผิดในขั้นตอนการรักษาเพราะไม่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์หรือยาอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติต้านไวรัสแบบเดียวกันในประเด็นนี้ สปสช. ขอชี้แจงว่าผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องได้รับยาฟาวิพิราเวียร์หรือยาอื่นๆ ทุกราย แต่จะเป็นการดูแลตามอาการ ตามข้อบ่งชี้และไกด์ไลน์ที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กำหนด ทพ.อรรถพร ขยายความว่า ในช่วงที่โควิดระบาดนั้น ประชาชนอาจเข้าใจว่าผู้ติดเชื้อโควิดทุกรายต้องได้รับยาดังกล่าว อย่างไรก็ดี เมื่อสถานการณ์ผ่านไปและองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้มีมากขึ้น ทางกรมการแพทย์ได้ปรับปรุงแนวทางการดูแลผู้ป่วยให้สอดคล้องกับองค์ความรู้ใหม่ๆ และมีการประกาศแนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย การดูแลรักษา และการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข ฉบับปรับปรุงวันที่ 18 เม.ย. 2566 ซึ่งใช้มาจนถึงปัจจุบันทพ.อรรถพร กล่าวว่า สาระสำคัญในการรักษาโควิดนั้นกำหนดไว้ว่า1.ในกรณี "ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือสบายดี" ให้รักษาแบบผู้ป่วยนอก และไม่ให้ยาต้านไวรัส เนื่องจากส่วนมากหายได้เอง2. กรณี "ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง ไม่มีปอดอักเสบ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง/โรคร่วมสำคัญ" ให้ดูแลรักษาแบบผู้ป่วยนอก และดูแลตามอาการ ตามดุลยพินิจของแพทย์3.ในกรณี "ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรงหรือมีโรคร่วมสำคัญ หรือ ผู้ป่วยที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงแต่มีปอดอักเสบเล็กน้อยถึงปานกลาง" ยังไม่ต้องให้ oxygen ผู้ป่วยไม่แสดงอาการหรือมีอาการไม่รุนแรง จะไม่มีการจ่ายยาต้านไวรัสกล่าวโดยสรุปก็คือ ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่แสดงอาการหรือมีอาการไม่รุนแรง จะไม่มีการจ่ายยาต้านไวรัส เพราะส่วนมากหายได้เอง และผู้ให้บริการการแพทย์ทางไกลใช้แนวทางนี้ในการดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ช่วงท้ายของการระบาดรอบที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ประชาชนบางส่วนอาจยังไม่เข้าใจและคิดว่าต้องได้ยาทุกคนดังนั้นจึงขอชี้แจงทำความเข้าใจอีกครั้ง และขอให้มั่นใจว่าแม้ไม่ได้ยาต้านไวรัส แต่ทุกอย่างอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และมีความปลอดภัยต่อตัวผู้ป่วยแน่นอน ส่วนผู้ที่อาการรุนแรง หากแพทย์พิจารณาแล้วว่าการดูแลผ่าน tele-medicine ไม่เพียงพอ ก็จะแนะนำให้ไปรับบริการที่โรงพยาบาลหรือนอนรักษาตัวแบบผู้ป่วยใน ซึ่งกรณีนี้ก็จะได้รับยาต้านไวรัสอยู่แล้วอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องรัฐบาลยืนยันสถานการณ์โควิด-19 ในไทยควบคุมได้ ขอความร่วมมือร่วมกันสกัดการแพร่เชื้อแพทย์เตือน! โควิดเยอะกว่าไข้หวัดใหญ่ 3 เท่า ไปเที่ยว-ที่แออัด ป้องกันตัวสม่ำเสมอโควิดระบาด! กทม. เปิดยอดผู้ป่วยพุ่ง ห่วงเด็กเล็กใกล้เปิดเทอม

ออมสิน ออก“สินเชื่อต้อนรับเปิดเทอม”  ผ่อนเกณฑ์อนุมัติให้เข้าถึงง่าย ดอกเบี้ยต่ำ
อ่าน

ออมสิน ออก“สินเชื่อต้อนรับเปิดเทอม” ผ่อนเกณฑ์อนุมัติให้เข้าถึงง่าย ดอกเบี้ยต่ำ

ตามที่รัฐบาลโดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบหมายให้สถาบันการเงินเข้าช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะ กลุ่มผู้ปกครองที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลานในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ ทั้งค่าชุดเครื่องแบบนักเรียน หนังสือ อุปกรณ์การเรียน และอื่น ๆ ด้วยการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ เพื่อเสริมสภาพคล่อง ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยได้เข้าถึงการศึกษาอย่างต่อเนื่อง นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกมาตรการ “สินเชื่อธนาคารประชาชนต้อนรับเปิดเทอม” ที่ผ่อนเกณฑ์อนุมัติให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น และเป็นการเดินหน้าภารกิจเชิงสังคมในการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม สำหรับผู้ปกครองที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนในการเตรียมความพร้อมแก่บุตรหลานในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่เพียง 0.60% ต่อเดือน วงเงินกู้ตามความจำเป็นสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 1 ปี (12 งวด) ผ่อนชำระประมาณ 894 บาทต่อเดือน (รวมเงินต้นและดอกเบี้ย) ทั้งนี้ สำหรับผู้มีอาชีพ รายได้ และที่อยู่อาศัยแน่นอน สามารถยื่นขอสินเชื่อโดยไม่ต้องมีหลักประกัน ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo หรือติดต่อธนาคารออมสินสาขาเพื่อขอคำแนะนำในการสมัครสินเชื่อ ได้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2568

ไฟเขียวร่างกฏกระทรวง “ต่อใบขับขี่ระบบอิเล็กทรอนิกส์” ไม่ต้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
อ่าน

ไฟเขียวร่างกฏกระทรวง “ต่อใบขับขี่ระบบอิเล็กทรอนิกส์” ไม่ต้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ (ฉบับใหม่) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งนี้ กฎกระทรวงปัจจุบัน (พ.ศ. 2563) กำหนดให้ประชาชนต้องเดินทางไปตรวจสมรรถภาพร่างกายด้วยตนเองทุกครั้งที่ขอต่ออายุใบขับขี่ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้มีสาระสำคัญ ได้แก่:1.ยกเว้นการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย สำหรับผู้ขอต่ออายุใบขับขี่ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ และไม่มีเงื่อนไขทางสุขภาพตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด2.ยังคงการทดสอบสมรรถภาพ สำหรับผู้ที่มีอายุ หรือมีเงื่อนไขทางสุขภาพต้องเฝ้าระวัง โดยต้องทดสอบปฏิกิริยาและสายตา รวมถึงผ่านการอบรม3.กฎกระทรวงนี้จะมีผลใช้บังคับหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 90 วัน มาตรการใหม่นี้จะช่วยให้ประชาชนสามารถต่ออายุใบขับขี่ผ่านระบบออนไลน์ได้ ลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง ขณะเดียวกันยังคงมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการตรวจคัดกรองผู้ขับขี่อย่างเข้มงวด

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com
อ่าน

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.mytcas.com

ประกาศผลสอบ A-Level 68 ตรวจสอบผลได้ผ่านเว็บ www.mytcas.comสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศผลสอบ A-Level ประจำปี 2568 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศสามารถเข้าตรวจสอบผลสอบผ่านระบบ MyTCAS ได้ทันที วิธีตรวจสอบผลสอบ A-Level 68ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบผลสอบผ่านเว็บไซต์ของ ทปอ. ได้ที่ https://www.mytcas.com โดยมีขั้นตอนดังนี้:1.เข้าสู่ระบบที่ https://student.mytcas.com ด้วยบัญชีผู้สมัคร2.เลือกเมนู “ประกาศผลสอบ A-Level” เพื่อดูผลสอบรายวิชา3.หากต้องการดาวน์โหลดเอกสาร สามารถเลือก “หนังสือรับรองผลการสอบแยกรายวิชา” ได้ทันที4.หากต้องการยื่นขอทบทวนผลคะแนน ให้เลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วกด “ขอทบทวนผลคะแนนสอบ” ยื่นขอทบทวนผลคะแนนสอบได้ถึง 25 เม.ย. 68สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนสอบ หรือเชื่อว่าคะแนนอาจมีความคลาดเคลื่อน สามารถยื่นคำร้องขอทบทวนผลคะแนนได้ ตั้งแต่วันที่ 18 – 25 เมษายน 2568 ผ่านระบบ MyTCASค่าธรรมเนียมในการทบทวนคะแนนสอบ• ค่าธรรมเนียมรายวิชา: 100 บาท/วิชา• เหมาจ่ายทุกวิชา: 300 บาทโดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องเลือกวิชาที่ต้องการทบทวน อ่านเงื่อนไขให้ครบถ้วน และทำการชำระเงินผ่านระบบตามขั้นตอนที่กำหนดสรุป• ประกาศผลสอบ A-Level 68 แล้วตั้งแต่ 17 เม.ย. 68• ตรวจสอบผลได้ที่ student.mytcas.com• ขอทบทวนผลสอบได้ระหว่าง 18–25 เม.ย. 68• ค่าธรรมเนียม: รายวิชา 100 บาท, เหมาจ่าย 300 บาท

เทคนิครับมือ เมื่อไปพบญาติช่วงสงกรานต์ และการตอบคำถามป้าข้างบ้าน
อ่าน

เทคนิครับมือ เมื่อไปพบญาติช่วงสงกรานต์ และการตอบคำถามป้าข้างบ้าน

กลับบ้านช่วงสงกรานต์ทั้งที รู้สึกว่ามีแต่คนรัก... เอ๊ะ! ที่ญาติ ๆ ชอบทักเพราะเป็นห่วงเราจริงเหรอ?เรียนจบยัง ทำงานไหน เงินเดือนเท่าไหร่ แต่งงานกับใครหรือยัง? คำถามฮิตติดปาก จากญาติ ๆ ที่คอยห่วงใย ถ้าเรารู้สึกไม่สบายใจ จะรับมืออย่างไรดี? วันนี้ ‘ฟิวส์ ธีรวรรณ ดีบ้านคลอง’ นักจิตวิทยาคลินิก Me Center มีคำแนะนำมาฝาก1.สร้างขอบเขตของเราให้ชัดโดยให้ดูว่าเราโอเคกับอะไร ไม่โอเคกับอะไร หากมีคนถามในสิ่งที่เราสะดวกใจตอบ เราสามารถตอบออกไปได้ แต่หากถูกถามในเรื่องที่ไม่สะดวกใจที่จะตอบ อาจตอบไปว่า “ขอโทษด้วยนะคะ/ครับ ยังไม่พร้อมจะตอบเรื่องนี้/ยังไม่พร้อมจะเล่า ขอบคุณมากนะคะ/ครับ ที่เป็นห่วงหรือถามเรื่องนี้ ไว้พร้อมเมื่อไรจะตอบหรือจะเป็นคนแจ้งเรื่องนี้ให้ทราบเอง2.ขอความช่วยเหลือจากบุคคลที่สนิทใจในครอบครัวเช่น ขอความช่วยเหลือจากพี่ น้อง พ่อ แม่ ว่าเราคาดการณ์มาว่าจะต้องถูกญาติถามเรื่องที่เราไม่สะดวกใจที่จะตอบตอนนี้ เวลาที่ญาติจะถาม ช่วยอยู่ใกล้ ๆ เรา แล้วช่วยเราแก้สถานการณ์ ช่วยเราตอบคำถาม หรือพาเราหลีกเลี่ยงไม่อยู่กับญาติคนนี้ เพื่อไม่ให้มีโอกาสได้ถามในวงสนทนา3.เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาโดยให้สอบถามเรื่องอื่น เช่น อากาศวันนี้แจ่มใสดี มี pm2.5 หรือเปล่า วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ/ครับ? คุณ…ได้ทานอะไรหรือยังคะ/ครับ? 4.สอบถามเรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับคนในครอบครัวหรือสอบถามผู้ถามกลับ เมื่อถูกถามแล้วเราไม่แน่ใจว่าจะตอบว่าอย่างไร สามารถถามกลับผู้ที่ถามเรามาได้ว่าเรื่องนี้คิดเห็นอย่างไร หรือเปลี่ยนโดยการถามเรื่องเกี่ยวกับคนในครอบครัวคนอื่น เช่น คุณอาว่าคุณปู่เป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้?5.ตอบคำถามสั้น ๆ โดยหลีกเลี่ยงการให้รายละเอียดเช่น ไม่ใช่ค่ะ/ครับ ไม่แน่ใจ ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย ยังไม่มีอะไรใหม่6.ใช้อารมณ์ขันเข้ามาช่วยด้วยการเล่นมุกตลก หรือตอบแบบตลก ๆ การใช้อารมณ์ขันจะช่วยให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดเบาบางลงไปได้ และอาจจะทำให้ผู้ถามไม่ได้ให้ความสนใจอยู่เฉพาะการรอคำตอบของเราเท่านั้น วิธีดังกล่าวเป็นวิธีการเบื้องต้นในการรับมือกับญาติที่ชอบมาทักเราให้รู้สึกเสียความมั่นใจ หรือกระตุ้นให้เรามีอารมณ์และความรู้สึกติดลบ แต่ทั้งนี้อาจต้องดูบริบท รวมถึงนิสัยของคู่สนทนาของเรา เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการรับมือแต่หากพบว่าเรื่องนี้กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ทำให้รู้สึกแย่ ท้อแท้ มีพฤติกรรมแยกตัวออกจากสังคม และกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน การขอคำปรึกษาโดยการเข้าพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิก ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้หากสนใจปรึกษาจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาคลินิก ติดต่อได้ที่Me Center คริสตัล ดีไซน์ เซนเตอร์ (CDC) ชั้น 2โทร 085-355-2255Me Center ศูนย์สมองและสุขภาพจิต ชั้น 8 โรงพยาบาลอินทรารัตน์โทร 02-481-5555 ต่อ 8300Line Official: @mecenter (https://lin.ee/mCheDsu)

สูบบุหรี่ไฟฟ้า เสี่ยงปอดทะลุ  หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ?
อ่าน

สูบบุหรี่ไฟฟ้า เสี่ยงปอดทะลุ หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ?

กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า เป็นความจริงที่การสูบบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้เกิดโรค “ปอดทะลุ” หรือ “ปอดรั่ว” แบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งเป็นภาวะที่อากาศรั่วออกจากปอดเข้าสู่ช่องเยื่อหุ้มปอด ทำให้ปอดแฟบหายใจลำบาก และอาจส่งผลถึงขั้นหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ผู้ที่มีอาการ “ปอดทะลุ” หรือ “ปอดรั่ว” จะรู้สึกเจ็บหน้าอกเหมือนมีของหนักกดทับ หายใจลำบาก หายใจเข้าแล้วเจ็บ ผู้ป่วยบางรายอาการรุนแรงจนตัวเขียว หมดสติ หากอาการหนัก อาจต้องใส่สายระบายลมออกจากปอด หรือ ถึงขั้นต้องผ่าตัด ซึ่งพบโรคนี้ในกลุ่มเด็กและเยาวชน เพิ่มขึ้น เนื่องจากใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำ บางคนสูบเพียงไม่กี่ครั้งก็เกิดภาวะปอดรั่วกะทันหัน อีกทั้งยังพบว่า นิโคติน ในบุหรี่ไฟฟ้ากระตุ้นสมองเด็ก หลั่งสารโดปามีน เกิดความสุข ผ่อนคลาย ทำให้เด็กติดง่ายกว่าผู้ใหญ่ สำหรับผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า สามารถติดต่อขอคำปรึกษา โทรสายด่วน 1600 เพื่อรับคำปรึกษาฟรีค่ะเรียบเรียงโดย : ธัญญาพร สุวรรณรัตน์ผู้สื่อข่าว คอลัมน์ ข่าวนี้จริงไหม ?

โรงเรียนเลื่อนสอบ ม.1-ม.4 ทั่วประเทศ หลังแผ่นดินไหว
อ่าน

โรงเรียนเลื่อนสอบ ม.1-ม.4 ทั่วประเทศ หลังแผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวส่งผลโรงเรียนเลื่อนสอบ สพฐ. สั่งด่วนเลื่อนสอบเข้า ม.1–ม.4 ทั่วประเทศวันที่ 28 มีนาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในช่วงบ่ายวันนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ แจ้งโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดที่มีกำหนดจัดสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้ เลื่อนการสอบทั้งหมดออกไปก่อน จากเดิมที่มีกำหนดสอบในวันที่ 29-30 มีนาคมนี้โดยขอให้ทุกโรงเรียนตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความมั่นคง ความแข็งแรง และความปลอดภัยของอาคารเรียน โดยเฉพาะอาคารสูง หากได้รับการยืนยันจากคณะกรรมการว่าอาคารมีความปลอดภัยแล้ว จึงจะสามารถดำเนินการจัดสอบได้อีกครั้ง ทั้งนี้ สพฐ. จะกำหนดวันสอบและปฏิทินการรับนักเรียนใหม่ พร้อมแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป สั่งเข้ม ตรวจสอบทุกพื้นที่กระทรวงศึกษาธิการ นำโดย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยฯ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ และ สพฐ. แสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยเน้นย้ำให้ทุกโรงเรียนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดหากมีนักเรียน ครู หรือโรงเรียนในเขตพื้นที่ใดได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในครั้งนี้ สามารถแจ้งมายัง ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพฐ. ได้ที่โทรศัพท์ 02-123-8789 หรือ 02-288-5599 เพื่อประสานการช่วยเหลือต่อไป

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง
อ่าน

ทำใบขับขี่ออนไลน์! เตือนอย่าหลงเชื่อเพจปลอม รอรับที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกทำใบขับขี่ออนไลน์ โดยพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพจะนำรูปตราสัญลักษณ์ ขบ. ไปใส่ในรูปโปรไฟล์ พร้อมทั้งนำรูปภาพของผู้ที่ได้รับใบขับขี่มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือโฆษณาหลอกลวงว่าสามารถออกใบขับขี่หรือต่ออายุใบขับขี่โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง และสามารถรอรับใบขับขี่ที่บ้านได้เลย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีพฤติกรรมโทรติดต่อหรือส่ง SMS เพื่อเชิญชวนให้ Add Line ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสนและถูกหลอกลวงจนก่อให้เกิดความเสียหายได้การทำธุรกรรมกับ ขบ. สามารถดูข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/ จะมีขั้นตอนการทำธุรกรรมต่าง ๆ และการตรวจสอบเอกสารอย่างถูกต้อง รวมถึงข่าวประชาสัมพันธ์และข่าวแจ้งเตือนด้านต่าง ๆ ซึ่งประชาชนจะได้ข้อมูลถูกต้องและปลอดภัย ปัจจุบัน ขบ. ได้ยกระดับความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนสำหรับคนไทยด้วย ThaiD เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.thทั้งนี้ การติดตั้งแอปฯ ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนี้1) ติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ของ ขบ. ที่ถูกต้องผ่าน Official Store เท่านั้น2) ก่อนติดตั้งหรือโหลดแอปฯ ให้สังเกตข้อมูลติดต่อของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องระบุช่องทางการติดต่อของ ขบ. คือ เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th อีเมล mobiledeveloperdlt@gmail.com นโยบายความเป็นส่วนตัว https://www.dlt.go.th/th/privacy-policy/3) ไม่คลิกลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรง หากพบการกระทำความผิดหรือหลอกลวงประชาชน ขบ. จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือมีข้อสงสัยมายัง ขบ. ได้โดยตรงหรือสายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโม

สมัครสอบ ก.พ. 2568 ตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการสมัครได้ที่นี่
อ่าน

สมัครสอบ ก.พ. 2568 ตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการสมัครได้ที่นี่

สมัครสอบ ก.พ. 2568 สำนักงาน ก.พ. จะเปิดรับสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประจำปี 2568 (e-Exam) ในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท 22 ศูนย์สอบ รวมทั้งสิ้น 181,170 ที่นั่งสอบตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2568 เวลา 08.30 น. (จนกว่าที่นั่งสอบจะเต็ม) กรณีไม่เต็มจำนวน จะปิดรับสมัครในวันที่ 28 มกราคม 2568 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)กรุณาอ่านประกาศการรับสมัครสอบอย่างละเอียดได้ที่เว็บไซต์: https://job3.ocsc.go.th(หัวข้อ ประกาศสำนักงาน ก.พ. เรื่อง รับสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประจำปี 2568)เงื่อนไขการสมัครสอบ1. ผู้สมัครสอบ e-Exam เลือกได้ 1 รอบสอบ 1 ศูนย์สอบเท่านั้น2. สมัครสอบ e-Exam แล้วจะไม่ถูกจำกัดสิทธิ์ในการสมัครสอบภาค ก. ในรูปแบบอื่น ๆ ประจำปี 25683. จะเปิดรับสมัครรอบสอบที่ 1 5 ก่อน และเมื่อศูนย์สอบใดมีการจองที่นั่งสอบเต็มทั้ง 5 รอบสอบแล้ว จะเปิดรอบสอบที่ 6 - 10 ของศูนย์สอบนั้นให้เลือกสมัครโดยอัตโนมัติ และเมื่อศูนย์สอบใดมีการจองที่นั่งสอบเต็มทั้ง 5 รอบสอบอีก ก็จะเปิดรอบสอบที่ 11 - 15ภาพจาก TNN ONLINE

สพฐ.เผยผลสอบ "ครูเบญ" - ยันไม่พบทุจริต
อ่าน

สพฐ.เผยผลสอบ "ครูเบญ" - ยันไม่พบทุจริต

กระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยผลการตรวจสอบกรณี น.ส.เบญญาภา เย็นอุดม หรือ ครูเบญ ที่มีชื่อสอบติดอันดับ 1 ตำแหน่งครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ สพม.สระแก้ว แต่ชื่อหายไปหลังผ่านไป 3 วัน พบว่าเกิดจากความประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่ โดยไม่พบการทุจริตนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วย รมว.ศธ. และโฆษกกระทรวง เปิดเผยว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจากภายนอก นำโดยนายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอัยการสูงสุด พร้อมผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อความโปร่งใสผลการตรวจสอบพบว่า หลังประกาศผลสอบมีการตรวจพบข้อสอบผิด จึงต้องมีการตรวจใหม่ทั้งหมด ผลปรากฏว่า น.ส.เบญญาภา ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ร้อยละ 60 ในบางภาค จึงไม่ผ่านการคัดเลือก โดยผู้ที่ได้อันดับ 1 คือ น.ส.ปิยะโสภิชา นาคพงษ์ส่วนกรณีที่มีการประกาศรายชื่อผิดพลาดนั้น เกิดจากเจ้าหน้าที่ถูกเร่งรัดให้ประกาศผล จึงจัดทำประกาศโดยไม่รอผลคะแนนที่แท้จริง และไม่แนบเอกสารประมวลผลคะแนนให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบ ทำให้ไม่มีการตรวจทานความถูกต้องนอกจากนี้ สพฐ.ได้ส่งกระดาษคำตอบของทั้งสองคนให้กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจตรวจสอบแล้ว ไม่พบความผิดปกติ โดย น.ส.เบญญาภา ได้ยืนยันว่าเป็นลายมือของตนและได้ตรวจสอบคะแนนกับเฉลยแล้วว่าไม่ผ่านเกณฑ์จริงไม่พบการทุจริตหรือเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ มีเพียงความบกพร่องในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่ง สพฐ.ได้ตั้งกรรมการสอบวินัยอย่างร้ายแรงกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว นายสิริพงศ์กล่าว

อย่าหลงเชื่อ เพจแอบอ้างรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด
อ่าน

อย่าหลงเชื่อ เพจแอบอ้างรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด

ตามที่มีประเด็นในเรื่องรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด ผ่านเพจ carloslantigua786 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จกรณีการโฆษณาชวนเชื่อโดยโพสต์ระบุรับทำใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกทุกชนิด ผ่านเพจ carloslantigua786 ทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เพจเฟซบุ๊กดังกล่าวที่ใช้ชื่อว่า carloslantigua786 ไม่ได้เป็นเพจทางการที่ถูกสร้างขึ้นโดยกรมการขนส่งทางบกแต่อย่างใด ไม่มีการรับทำหรือต่อใบขับขี่ออนไลน์ เนื่องจากการขอรับใบอนุญาตขับรถทุกชนิดมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ คือ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องดำเนินการด้วยตนเองทุกขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ตั้งแต่การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย การอบรม การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ และการถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับรถดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.dlt.go.th หรือ โทร. 02-271-8888ภาพจาก TNN ONLINE

ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ
อ่าน

ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ

สำหรับ คุณพ่อคุณแม่ หรือ ผู้ปกครอง ที่วางแผน พาลูกเที่ยวต่างประเทศ หรือต้อง เดินทางต่างประเทศ สิ่งที่ต้องเตรียมลำดับแรกๆ ก็คือ พาสปอร์ตสำหรับเด็ก หรือ หนังสือเดินทางสำหรับเด็ก นั่นเอง ดังนั้นมาเตรียมพร้อม เอกสารต่างๆ ที่ ต้องใช้ในการ ทำพาสปอร์ตเด็ก (ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ - อายุต่ำกว่า 20 ปี) ได้ตามนี้ได้เลยค่ะ พาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ที่ต้องใช้เตรียมพร้อมก่อน พาลูกเที่ยวต่างประเทศ 1. กรณี บิดา มารดา อยู่ด้วยกัน อาจจะจดหรือไม่จดทะเบียนสมรส แต่มีอำนาจปกครองบุตรร่วมกัน เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร หมายเหตุ ทั้งบิดาและมารดา ต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) หากทั้งบิดามารดา ไม่สามารถไปแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมจากทั้งบิดาและมารดา (อาจทำในฉบับเดียวกัน) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 2. กรณี บิดา มารดา หย่าร้าง เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา หรือ มารดา ผู้มีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร ทะเบียนหย่า และบันทึกการหย่าร้าง ที่ระบุว่าผู้ใดมีอำนาจปกครองบุตรให้ผู้นั้นพาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง และกรณ๊ที่มีอำนาจปกครองบุตรร่วมกัน ทั้งบิดาและมารดาจะต้องลงนามยินยอม หมายเหตุ ผู้ที่มีอำนาจปกครองบุตรเพียงฝ่ายเดียวต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากผู้ที่มีอำนาจปกครองบุตรเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์อายุ 15 ปีขึ้นไป) หากบิดามารดา ยังมีอำนาจปกครองบุตรร่วมกันหลังการหย่า ทั้งบิดาและมารดาต้องมาแสดงตน ================= 3. กรณี บิดา มารดา จดทะเบียนสมรส แต่แยกกันอยู่ ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) เอกสารแสดงความเกี่ยวพัน และอำนาจปกครองบุตร หากไม่สามารถติดต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ จะต้องมีคำสั่งศาลให้อีกฝ่ายหนึ่งมีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว หมายเหตุ ทั้งบิดาและมารดา ต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) หากทั้งบิดามารดา ไม่สามารถไปแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมจากทั้งบิดาและมารดา (อาจทำในฉบับเดียวกัน) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 4. กรณี บิดา เป็นผู้เลี้ยงดูบุตร ไม่มีจดทะเบียนสมรส และแยกกันอยู่ (ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้) เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) คำสั่งศาลให้บิดามีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว หมายเหตุ บิดาต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากบิดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 5. กรณี มารดา เป็นผู้เลี้ยงดูบุตร ไม่มีจดทะเบียนสมรส และแยกกันอยู่ (ติดต่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้) เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) หนังสือรับรองการใช้อำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว (ปค.14) จากสำนักงานเขต / ที่ทำการอำเภอ โดยกรณีไม่มี ปค.14 สามารถใช้เอกสาร 2 รายการนี้แทน ซึ่งเป็นเอกสารที่ออกโดยสำนักงานเขต / ที่ทำการอำเภอ ได้แก่- หลักฐานยืนยันว่ามารดาไม่เคยจดทะเบียนสมรส- เอกสารทางทะเบียนว่า บิดาไม่เคยจดทะเบียนรับรองบุตร หมายเหตุ มารดาต้องมาแสดงตนเพื่อลงนามยินยอมให้ผู้เยาว์ทำหนังสือเดินทาง หากมารดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) และมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว เช่น ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา พาผู้เยาว์ไปทำหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ================= 6. กรณี บุคคลที่ 3 เป็นผู้ปกครอง ติดต่อบิดา มารดา ไม่ได้ เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ปกครอง คำสั่งศาลให้ผู้ปกครองมีอำนาจปกครองเด็กแทนบิดามารดา หมายเหตุ กรณีที่ผู้เยาว์ไม่มีผู้ปกครองตามกฎหมาย เช่น เด็กกำพร้าซึ่งอยู่ในหน่วยงาน / องค์กร แต่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อแข่งขันกีฬา หรือ แข่งขันด้านวิชาการ หน่วยงานที่ดูแลเด็กต้องทำหนังสือถึงผู้อำนวยการกองหนังสือเดินทาง เพื่อพิจารณาเป็นรายกรณี หากมีผู้ปกครองตามกฎหมาย และไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) ================= 7. กรณี จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เอกสารที่ต้องใช้ สูจิบัตรฉบับจริง บัตรประชาชนฉบับจริง (เฉพาะอายุ 7 ปีขึ้นไป) หนังสือเดินทางเล่มเดิม (หากมี) บัตรประชาชนตัวจริงของบิดาและมารดา (กรณีชาวต่างชาติให้ใช้หนังสือเดินทางตัวจริง) ใบเปลี่ยนชื่อสกลุ (หากมี) ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม (คร.14) ฉบับจริง หมายเหตุ หากบิดา หรือมารดาไม่สามารถมาแสดงตน จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศและทำหนังสือเดินทาง (ทำผ่านเขต หรืออำเภอ) ข้อมูลจาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ อัปเดต 18 สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล 10 เทคนิคเตรียมตัวเที่ยวต่างประเทศ ขึ้นเครื่องบิน สำหรับมือใหม่ มั่นใจไม่ตกเครื่อง

กรณี "ครูเบญ": บทเรียนและฉากทัศน์อนาคตของระบบการสอบครูไทย
อ่าน

กรณี "ครูเบญ": บทเรียนและฉากทัศน์อนาคตของระบบการสอบครูไทย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ครูเบญ หรือนางสาวเบญญาภา เย็นอุดม ในการสอบพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่งครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) สระแก้ว ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการศึกษาไทยอย่างมาก การที่ผู้สอบได้อันดับหนึ่งกลับมีชื่อหายไปจากประกาศผลสอบในภายหลัง ไม่เพียงแต่สร้างความสงสัยต่อความโปร่งใสของกระบวนการสอบเท่านั้น แต่ยังเป็นการตั้งคำถามต่อระบบการคัดเลือกบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบในการพิจารณาเหตุการณ์นี้ เราสามารถมองได้สองฉากทัศน์หลัก ฉากทัศน์แรกคือ หากเปิดกระดาษคำตอบแล้วนำมาตรวจใหม่ พบว่า ครูเบญสอบไม่ผ่านจริงซึ่งจะสะท้อนถึงความบกพร่องในระบบการตรวจข้อสอบและประกาศผล อันอาจนำไปสู่การสูญเสียความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อระบบการสอบครู ในกรณีนี้ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบกระบวนการอย่างละเอียด ปรับปรุงระบบโดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ควรเพิ่มความโปร่งใสโดยเปิดโอกาสให้ผู้สมัครสามารถตรวจสอบกระดาษคำตอบของตนเองได้ฉากทัศน์ที่สอง คือกรณีที่มีการทุจริตในกระบวนการสอบ ซึ่งจะส่งผลกระทบรุนแรงยิ่งกว่า โดยอาจนำไปสู่การตั้งคำถามต่อความซื่อสัตย์และจริยธรรมของผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการคัดเลือกครู หากเป็นกรณีนี้ จำเป็นต้องมีการดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด ปฏิรูประบบการสอบครูทั้งหมด โดยอาจนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อกำกับดูแลกระบวนการสอบ และอาจต้องจัดสอบใหม่ทั้งหมดเพื่อสร้างความเป็นธรรมไม่ว่าผลการตรวจสอบจะออกมาเป็นอย่างไรเหตุการณ์นี้ควรนำไปสู่การปรับปรุงระบบการสอบครูอย่างจริงจัง ควรมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอบให้ครอบคลุมทักษะที่จำเป็นสำหรับครูในยุคปัจจุบันมากขึ้น เช่น การทดสอบทักษะการสอน การใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอน หรือการประเมินจิตวิทยาความเป็นครู นอกจากนี้ ควรสร้างระบบตรวจสอบและถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการสอบ และพัฒนาระบบอุทธรณ์ให้มีความชัดเจนและเป็นธรรมมากขึ้นการให้ความรู้แก่ผู้สมัครเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของตนในกระบวนการสอบ รวมถึงช่องทางในการร้องเรียนหากพบความไม่ชอบมาพากล ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ควรดำเนินการ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและความเข้าใจที่ถูกต้องในกระบวนการสอบท้ายที่สุด กรณีของครูเบญควรเป็นจุดเริ่มต้นของการทบทวนและปรับปรุงระบบการคัดเลือกครูทั้งระบบ การสร้างมาตรฐานที่เข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับ จะช่วยยกระดับคุณภาพของครูและการศึกษาไทยในระยะยาว เหตุการณ์นี้อาจเป็นบทเรียนราคาแพง แต่หากนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก ก็จะเป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษาไทยอย่างมหาศาลในอนาคต การสร้างความเชื่อมั่นในระบบการคัดเลือกครูไม่เพียงแต่จะดึงดูดคนเก่งและคนดีให้เข้ามาสู่วิชาชีพครูเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการพัฒนาการศึกษาของชาติในอนาคตอีกด้วยภาพ Freepik

สรุปสถานการณ์น้ำท่วม 22 สิงหาคม 2567 พบทางหลวงจราจรผ่านไม่ได้ 14 แห่ง
อ่าน

สรุปสถานการณ์น้ำท่วม 22 สิงหาคม 2567 พบทางหลวงจราจรผ่านไม่ได้ 14 แห่ง

กรมทางหลวง สรุปสถานการณ์อุทกภัยและดินสไลด์บนทางหลวง ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2567 พบว่าทางหลวงถูกน้ำท่วมจำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงราย จังหวัดแพร่ (12 สายทาง จำนวน 22 แห่ง) การจราจรผ่านไม่ได้ 14 แห่ง ดังนี้จังหวัดน่าน 3 แห่ง1. ทางหลวงหมายเลข 1081 บ่อเกลือ - เฉลิมพระเกียรติ ช่วง กม.ที่ 122+525 122+625 ในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เกิดเหตุดินสไลด์ปิดทับผิวจราจร ไม่มีเส้นทางเลี่ยงทดแทน2. ทางหลวงหมายเลข 1081 บ่อเกลือ - เฉลิมพระเกียรติ ช่วง กม.ที่ 134+650 134+700 ในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เกิดเหตุดินสไลด์ปิดทับผิวจราจร ไม่มีเส้นทางเลี่ยงทดแทน3. ทางหลวงหมายเลข 1169 บ่อเกลือ - เฉลิมพระเกียรติ ช่วง กม.ที่ 10+225 10+825 ในพื้นที่อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ระดับน้ำสูง 70 80 ซม.จังหวัดพะเยา 6 แห่ง1. ทางหลวงหมายเลข 1093 สบบง ขุนห้วยไคร้ ช่วง กม.ที่ 31+000 40+000 ในพื้นที่อำเภอภูขาง จังหวัดพะเยา เกิดเหตุดินสไลด์ปิดทับผิวจราจร ไม่มีเส้นทางเลี่ยงทดแทน2. ทางหลวงหมายเลข 1091 ป่าแดง ปงสนุก ช่วง กม.ที่ 59+283 59+823 ในพื้นที่อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา เกิดเหตุตอม่อสะพานชำรุด ไม่มีเส้นทางเลี่ยงทดแทน3. ทางหลวงหมายเลข 1091 ป่าแดง ปงสนุก ช่วง กม.ที่ 48+300 48+450 ในพื้นที่อำเภอปง จังหวัดพะเยา ระดับน้ำสูง 70 ซม.4. ทางหลวงหมายเลข 1251 ดอกคำใต้ บ้านถ้ำ ช่วง กม.ที่ 0+100 1+300 ในพื้นที่อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ระดับน้ำสูง 35 - 40 ซม.5. ทางหลวงหมายเลข 1251 ดอกคำใต้ บ้านถ้ำ ช่วง กม.ที่ 4+100 4+300 ในพื้นที่อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ระดับน้ำสูง 40 ซม.6. ทางหลวงหมายเลข 1251 ดอกคำใต้ บ้านถ้ำ ช่วง กม.ที่ 4+900 5+500 ในพื้นที่อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ระดับน้ำสูง 40 ซม.จังหวัดเชียงราย 4 แห่ง1. ทางหลวงหมายเลข 1093 ขุนห้วยไคร้ ผาตั้ง ช่วง กม.ที่ 81+084 ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เกิดเหตุสะพานขาด2. ทางหลวงหมายเลข 1155 ทรายกาด บ้านลุง ช่วง กม.ที่ 5+500 5+530 ในพื้นที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เกิดเหตุสะพานขาด3. ทางหลวงหมายเลข 1155 ทรายกาด บ้านลุง ช่วง กม.ที่ 16+000 16+100 ในพื้นที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เกิดเหตุสะพานขาด4. ทางหลวงหมายเลข 1155 ทรายกาด บ้านลุง ช่วง กม.ที่ 27+400 27+500 ในพื้นที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ดินสไลด์ทำให้คันทางทรุดตัวจังหวัดแพร่ 1 แห่ง1. ทางหลวงหมายเลข 1154 สอง แก่งเสือเต้น ช่วง กม.ที่ 20+275 21+200 ในพื้นที่อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ระดับน้ำสูง 80 ซม. แนะนำใช้ทล.103 แทนทั้งนี้ ขอให้ประชาชนเดินทางด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามป้ายเตือนน้ำท่วม ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอดเวลา หากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)ภาพจาก กรมทางหลวง

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่
อ่าน

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนของทุกปีประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝน มีผลทำให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลายรายต้องประสบกับปัญหาแผ่นป้ายทะเบียนรถหลุดหายระหว่างทาง รวมถึงจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น อุบัติเหตุทำให้ป้ายหลุด หรือตัวยึดป้ายนั้นเกิดสนิมและทำให้ตัวป้ายหลุดออกไปเองกรมการขนส่งทางบกจึงแนะนำว่าให้เจ้าของรถควรตรวจสอบการยึดติดแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งด้านหน้าและท้ายรถให้มีความมั่นคงแน่นหนา เพื่อป้องกันการหลุดหายระหว่างการขับรถ อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ้าของรถที่ทำแผ่นป้ายทะเบียนรถหล่นหาย สามารถขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งความ โดยติดต่อยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบสำหรับกรณีที่เจ้าของรถเป็นบุคคลธรรมดาใช้หลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ หากเจ้าของรถไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน และต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจมาแสดงส่วนกรณีเป็นนิติบุคคล ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี3) หนังสือมอบอำนาจ4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน5) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับกรณีรถที่ติดไฟแนนซ์ ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี (ไฟแนนซ์)3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้เช่าซื้อ5) หนังสือมอบอำนาจ (ไฟแนนซ์) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับการขอแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนมีค่าธรรมเนียมแผ่นป้าย แผ่นละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาท โดยรถที่จดทะเบียนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 5 วันทำการ และรถที่จดทะเบียนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 10 วันทำการ ซึ่งระหว่างนี้สามารถใช้ใบเสร็จรับเงินแทนแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นการชั่วคราวได้ทั้งนี้ ทันทีที่พบว่าป้ายทะเบียนรถหล่นหายเจ้าของรถควรรีบดำเนินการขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนทันที ห้ามทำแผ่นป้ายทะเบียนรถขึ้นเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท จึงขอให้เจ้าของรถระมัดระวังการใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่ง หรือโทรสายด่วน 1584ภาพจาก กรมขนส่งฯ / TNN Online

วิธีเดินทางไปเที่ยวลาว ไปลาวยังไงดี มีรถไฟวิ่งตรงกี่เส้นทาง ?
อ่าน

วิธีเดินทางไปเที่ยวลาว ไปลาวยังไงดี มีรถไฟวิ่งตรงกี่เส้นทาง ?

หลายคนน่าจะเตรียมตัวเที่ยวกันอย่างเต็มรูปแบบ เพราะหลายๆ ประเทศก็เริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปได้แล้ว ใครยังไม่มีจุดหมายในใจ เราขอมากระซิบว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป. ลาว เองก็เข้าไปเที่ยวได้แล้วนะ ตามเรามาดู วิธีเดินทางไปเที่ยวลาว กันได้เลยค่ะ ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเที่ยวต่างประเทศที่ดีเหมือนกัน แถมยังไปได้หลายเส้นทาง และผ่าน พรมแดนไทย-ลาว ได้ไม่ยากอีกด้วย เพราะชาวไทยอย่างเราเพียงแค่มีพาสปอร์ตก็ผ่านได้เลยแบบไม่ต้องขอวีซ่า (อยู่ในลาวได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน) เราลองไปดูกันดีกว่าว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง เดินทางไปลาว ไปเส้นทางไหนดี วิธีเดินทางไปเที่ยวลาว ด้วยรถไฟ PERCULIAR BOY / Shutterstock.com นับเป็นวิธีล่าสุดที่เพิ่งเปิดให้ใช้กันไปไม่นาน สำหรับขบวนรถโดยสารระหว่างประเทศไทย - สปป.ลาว เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ - เวียงจันทน์ (คำสะหวาด) - สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งเปิดให้บริการไป-กลับ ประกอบด้วย รถธรรมดา ชั้น 3 (พัดลม) 152 ที่ รถนั่งปรับอากาศ ชั้น 2 จำนวน 64 ที่นั่ง รถนั่งและนอนปรับอากาศ ชั้น 2 จำนวน 30 ที่นั่ง พ่วงไปกับขบวนรถเร็วที่ 133 นอกจากนี้ ยังมีบริการ เส้นทางอุดรธานี - เวียงจันทน์ (คำสะหวาด) - อุดรธานีไป-กลับ อีก 2 ขบวน รวมเป็น 4 ขบวน/วัน เราสามารถติดต่อซื้อตั๋วโดยสารและสำรองที่นั่งล่วงหน้า (สูงสุด 180 วัน) ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ ซึ่งผู้โดยสารจะต้องมี หนังสือเดินทาง(Passport) หรือหนังสือผ่านแดน(Border Pass) เพื่อใช้ในการทำพิธีการทางศุลกากร และตรวจคนเข้าเมืองที่สถานีหนองคายและเวียงจันทน์ (คำสะหวาด)ก่อนการเดินทางข้ามประเทศ ตรวจสอบข้อมูล ค่าตั๋วรถไฟ และตารางการเดินทางได้ที่ ตารางเวลารถไฟ กรุงเทพ - เวียงจันทน์ ค่าตั๋วรถไฟ ระหว่างประเทศไทย-ลาว คำศัพท์ภาษาลาว ที่ต้องรู้ก้อนไปเที่ยว ด่านพรมแดนไทย-ลาว มีที่ไหนบ้าง ? สำหรับชาวไทยเราสามารถเดินทางเข้า สปป.ลาว ได้ที่ด่านพรมแดน ซึ่งด่านที่นิยมผ่านก็มีต่อไปนี้ 1. จังหวัดเชียงราย สะพานมิตรภาพไทย - ลาว 4 : เชียงของ - ห้วยทราย เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยวนิยมผ่านด่านนี้เพื่อต่อไปยังหลวงพระบางและเวียงจันทน์ทางเรือ แล่นไปตามลำน้ำโขง 2. จังหวัดหนองคาย สะพานมิตรภาพไทย- ลาว : หนองคาย - นครหลวงเวียงจันทน์ ด่านนี้นับเป็นด่านหลักระหว่างไทย-ลาว จากตรงนี้จะห่างจากเมืองเวียงจันทน์เพียง 19 กิโลเมตร การเดินทางนับว่าสะดวกที่สุด เพราะการขนส่งฝั่งลาวไทยมีรถร่วมวิ่งบริการหลายจังหวัด เช่น เวียงจันทน์-หนองคาย, เวียงจันทน์-อุดร, เวียงจันทน์-ขอนแก่น เป็นต้น หรือใครจะต่อรถจากเวียงจันทน์ไปถึงฮานอย ประเทศเวียดนามก็ทำได้เหมือนกัน 3. จังหวัดนครพนม - ท่าแขก ด่านนี้จะอยู่ตรงข้ามกับท่าแขก แขวงคำม่วน ประเทศลาว ด่านนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของนักเดินทางสายธรรมชาติ เพราะมักจะเดินาทางต่อไปยัง The Rock Viewpoint เป็นที่เที่ยวถ่ายรูปชมวิวที่ภูผาม่าน รวมถึงถ้ำน้ำลอดเซบั้งไฟ อันเป็นถ้ำสุดอลังการของสปป. ลาว 4. จังหวัดมุกดาหาร - สะหวันนะเขต สะพานมิตรภาพไทย - ลาว 2 : มุกดาหาร - สะหวันนะเขต สะพานข้ามแม่น้ำโขงที่จุดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเศรษฐกิจตะวันตกตะวันออก ซึ่งเริ่มจากพม่า ผ่าน ไทย ลาว และสิ้นสุดที่เวียดนาม ซึ่งจากแขวงสะหวันนะเขต จะมีเส้นทางหมายเลข 9 เชื่อมต่อไปยังเวียดนามระยะทาง 245 กิโลเมตร 5. จังหวัดเลย ด่านท่าลี่ - น้ำเหือง อีก 1 ด่านข้ามพรมแดนไปเที่ยวแถบลาวเหนือ ได้แก่หลวงพระบาง ตอบโจทย์นักเดินทางสายสโลว์ไลฟ์ สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ได้เป็นอย่างดี 6. จังหวัดอุบลราชธานี ด่านช่องเม็ก - วังเต่า จากด่านช่องเม็กไปอีกเพียง 50 ก.ม. จะถึงเมืองปากซอง ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสายแอดเวนเจอร์จะต้องชื่นชอบ ทั้งโรยตัว ล่องแก่ง เดินป่า ครบทุกรสการผจญภัย 7. จังหวัดน่าน ด่านพรมแดนห้วยโก๋น - น้ำเงิน : น่าน - ไชยบุรี เป็นจุดผ่านแดนระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดน่านประมาณ 140 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปยังเมืองสำคัญทางภาคเหนือของประเทศลาวได้ เช่น เมืองไชยบุรี ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร เมืองหลวงพระบาง ระยะทางประมาณ 230 กิโลเมตร และเมืองไซ ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร อยากขับรถเที่ยวลาว ต้องทำยังไง? Teerawattanaphan / Shutterstock.com แน่นอนว่ามีด่านชายแดนเยอะแยะขนาดนี้ เราจะขับรถไปเที่ยวเองเลยก็ย่อมได้ เพียงแต่สิ่งที่จำให้ขึ้นใจก็คือที่ลาวนั้นรถพวงมาลัยซ้าย ขับชิดขวากันหมดนะ เพื่อความปลอดภัยควรตั้งสติขณะขับทุกเมื่อ โดยเฉพาะเวลาขับแซงจะค่อนข้างยาก เอกสารที่ต้องเตรียม หนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ (เล่มสีม่วง) และเครื่องหมายแสดงประเทศ (T) กรมธรรม์ประกันภัยบุคคลที่สาม (ของ สปป.ลาว) มีจำหน่าย ณ จุดชายแดน ใบอนุญาตขับรถที่ยังไม่หมดอายุ ซึ่งได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ (สำหรับผู้ขับรถ) ขั้นตอนการนำรถยนต์เข้าไปใน สปป.ลาว ขอหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ (เล่มสีม่วง) ต้องเตรียมหลักฐานต่อไปนี้ สำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียน หรือใบคู่มือการจดทะเบียนรถที่ไม่ค้างชำระภาษีประจำปี สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตัวเอง) *** สามารถยื่นขอหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศและขอรับการแปลใบอนุญาตขับรถเป็นภาษาอังกฤษ ได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองคาย ต.หนองกอมเกาะ อ.เมือง จ.หนองคาย โทร. 0-4242-1473 *** หมายเหตุ การนำรถเข้าไปใน สปป.ลาวนั้น จะอยู่ในประเทศลาวไม่เกินกำหนดที่พนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาต การเดินทางข้ามพรมแดนจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการตรวจคนเข้าเมืองและกฎหมายศุลกากร การนำรถเข้าไปยัง สปป.ลาว จะต้องทำกรมธรรม์ประกันภัยบุคคลที่สาม (ของ สปป.ลาว) ====================

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่
อ่าน

ป้ายทะเบียนรถหลุดหาย! ยื่นคำร้องขอรับใหม่ได้ เช็กหลักฐานที่ต้องใช้ที่นี่

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนของทุกปีประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝน มีผลทำให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลายรายต้องประสบกับปัญหาแผ่นป้ายทะเบียนรถหลุดหายระหว่างทาง รวมถึงจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น อุบัติเหตุทำให้ป้ายหลุด หรือตัวยึดป้ายนั้นเกิดสนิมและทำให้ตัวป้ายหลุดออกไปเองกรมการขนส่งทางบกจึงแนะนำว่าให้เจ้าของรถควรตรวจสอบการยึดติดแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งด้านหน้าและท้ายรถให้มีความมั่นคงแน่นหนา เพื่อป้องกันการหลุดหายระหว่างการขับรถ อย่างไรก็ตาม สำหรับเจ้าของรถที่ทำแผ่นป้ายทะเบียนรถหล่นหาย สามารถขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งความ โดยติดต่อยื่นคำขอ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบสำหรับกรณีที่เจ้าของรถเป็นบุคคลธรรมดาใช้หลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ หากเจ้าของรถไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน และต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจมาแสดงส่วนกรณีเป็นนิติบุคคล ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี3) หนังสือมอบอำนาจ4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน5) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับกรณีรถที่ติดไฟแนนซ์ ต้องมีหลักฐาน ประกอบด้วย1) ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลไม่เกิน 1 ปี (ไฟแนนซ์)3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนามทุกคน4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้เช่าซื้อ5) หนังสือมอบอำนาจ (ไฟแนนซ์) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจสำหรับการขอแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนมีค่าธรรมเนียมแผ่นป้าย แผ่นละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาท โดยรถที่จดทะเบียนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 5 วันทำการ และรถที่จดทะเบียนในพื้นที่ต่างจังหวัดจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 10 วันทำการ ซึ่งระหว่างนี้สามารถใช้ใบเสร็จรับเงินแทนแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นการชั่วคราวได้ทั้งนี้ ทันทีที่พบว่าป้ายทะเบียนรถหล่นหายเจ้าของรถควรรีบดำเนินการขอรับแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนทันที ห้ามทำแผ่นป้ายทะเบียนรถขึ้นเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท จึงขอให้เจ้าของรถระมัดระวังการใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่ง หรือโทรสายด่วน 1584ภาพจาก กรมขนส่งฯ / TNN Online

ข่าวดี! เปิดรับคนไทยฝึกงานญี่ปุ่น มีเบี้ยเลี้ยง ยื่นใบสมัครออนไลน์ฟรี เช็กเลยที่นี่
อ่าน

ข่าวดี! เปิดรับคนไทยฝึกงานญี่ปุ่น มีเบี้ยเลี้ยง ยื่นใบสมัครออนไลน์ฟรี เช็กเลยที่นี่

วันนี้ (31 กรกฎาคม 2567) นายคารม พรพลกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ประกาศรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นผ่านองค์กร IM Japan ปี 2567 ครั้งที่ 6 (เพศชาย) ในตำแหน่งผู้ฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิค ประเภทงานอุตสาหกรรมการผลิตและงานก่อสร้าง อาทิ งานหล่อแบบ กลึง / ขึ้นรูป / ชุบ / เชื่อมโลหะ ประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บำรุงรักษาเครื่องจักร บำรุงรักษารถยนต์ แปรรูปอาหาร ก่อสร้างแบบหล่อ ก่อสร้างโครงเหล็ก เดินท่อ เป็นต้นโดยเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 31 สิงหาคม 2567 ไม่เว้นวันหยุดราชการ ฟรีค่าตั๋วเครื่องบินไป - กลับ เมื่อฝึกปฏิบัติงานครบ 3 ปี โดยผู้ผ่านการคัดเลือก เดือนแรกจะได้รับเบี้ยเลี้ยง 80,000 เยน หรือประมาณ 18,420 บาท ฟรี ค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 36 จะได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนด เมื่อสำเร็จการฝึกปฏิบัติครบ 3 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงานทางเทคนิค และเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพจำนวน 600,000 เยน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเมื่อเดินทางกลับประเทศไทยผู้ที่สนใจสามารถสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ลงทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนคนหางาน และดำเนินการสมัครไปทำงาน โดยเลือกหัวข้อ สมัครไปทำงานโดยรัฐจัดส่ง สมัครไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นสำหรับ คุณสมบัติเบื้องต้นเป็นเพศชาย อายุ 18 - 30 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือปริญญาตรีไม่จำกัดสาขาวิชา สูงไม่ต่ำกว่า 160 เซนติเมตร สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ พ้นภาระทางทหาร ไม่มีรอยสักบนร่างกาย ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่เคยทำงานหรือเข้าเมืองหรือพำนักโดยผิดกฎหมายหรือต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น เป็นต้น สำหรับการสอบคัดเลือกจะใช้วิธีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และประเมินภาษาญี่ปุ่น ณ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร โดยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภายในวันที่ 6 กันยายน 2567 ทางเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas และ facebook: IMthailandผู้สนใจสามารถศึกษาวิธีการลงทะเบียน คุณสมบัติผู้สมัครและเอกสารที่เกี่ยวข้องที่เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ toea.doe.go.th รายการ ข่าวประกาศรับสมัคร หัวข้อ ประกาศคณะอนุกรรมการจัดส่งผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น เรื่อง การรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น โดยผ่านองค์กร IM Japan ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ครั้งที่ 6 (เพศชาย) ณ ศูนย์สอบกรุงเทพมหานคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 - 10 หรือกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน โทร. 0 2245 9428 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน น