TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “一级日语证专业定制[办证网:bbzz58.com]四平一比一仿加拿大枫叶卡-一比一仿克罗地亚签证(证件网:bbzz58.com)一比一仿新南威尔士州驾驶执照ke” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
สิทธิพิเศษ
ทรูแบล็ค ลด 10% รถเช่าขับเอง ทรูลีสซิ่ง ใช้ 0 ทรูพอยท์
ประหยัด ฿300.00ที่ ทรู ลีสซิ่ง_รถเช่าขับเอง ลูกค้าทรูแบล็คใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 10% จากราคาปกติ รถเช่าขับเอง จากทรู ลีสซิ่งรถเช่าขับเอง จาก ทรู ลีสซิ่ง/ ราคาเป็นราคารวมประกันภัยขั้นพื้นฐาน CDW แบบมีค่าความรับผิดชอบส่วนแรก/ คืนรถ ช้าได้ถึง 4 ชั่วโมงรถเช่าขับเอง จาก ทรู ลีสซิ่งพร้อมให้บริการแล้วที่ สาขากรุงเทพฯ สาขาเชียงราย สาขาเชียงใหม่ สาขาภูเก็ต สาขากระบี่ สาขาพัทยา สาขาอยุธยา และสาขาสมุทรปราการ โดยมีรถยนต์หลากหลายแบรนด์ และรุ่นรถ ไว้รองรับลูกค้าไม่ว่าจะเป็น Toyota Yaris, Toyota Vios, Toyota Altis, Toyota Camry, Toyota Fortuner เป็นต้นช่องทางการสำรองบริการ1. ผ่านทาง True Leasing Call Center 1279 โดยแจ้งรหัสที่ได้รับจากการกดรับสิทธิ์แก่เจ้าหน้าที่2. ที่สาขากรุงเทพฯ สาขาเชียงราย สาขาเชียงใหม่ สาขาภูเก็ต สาขากระบี่ สาขาพัทยา สาขาอยุธยา และสาขาสมุทรปราการ โดยแสดงรหัสที่ได้รับจากการกดรับสิทธิ์แก่เจ้าหน้าที่3. www.trueleasing.co.th โดยกรอกรหัสที่ได้จาการกดรับสิทธิ์ ที่ช่อง Promotion Code เพื่อรับสิทธิพิเศษ เงื่อนไข 1. ลูกค้าสำรองบริการผ่าน True Leasing Call Center 1279 หรือที่เคาเตอร์ โดยแจ้งรหัสที่ได้รับจากการกดรับสิทธิ์แก่เจ้าหน้าที่หรือกรอกรหัส ที่ช่อง Promotion Code เมื่อสำรองผ่าน www.trueleasing.co.th เพื่อรับสิทธิพิเศษ2. 1 รหัสส่วนลด / 1 สิทธิ์ / 1 เดือน3. มีการบล๊อควงเงิน 5000 บาทด้วยบัตรเครดิตในวันรับรถ4. ลูกค้าสามารถใช้สิทธิ์รับส่วนลดได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 25695. ราคาดังกล่าวไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง6. ราคาดังกล่าวเป็นราคารวมประกันภัยพื้นฐาน CDW แบบมีค่าความรับผิดชอบส่วนแรก หากลูกค้าต้องการซื้อประกันเพิ่มสามารถชำระเงินได้ในวันรับรถ หรือติดต่อ Call Center 12797. คนขับรถจะต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป และใบขับขี่มีอายุอย่างน้อย 1 ปี8. ลูกค้าต้องชำระค่าบริการเต็มจำนวนเพื่อยืนยันการจอง ไม่สามารถยกเลิกและขอคืนเงินได้9. หากผู้เช่าต้องการขยายการเช่าที่เกินวันและเวลาสิ้นสุด ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า10. ขอสงวนสิทธิ์ในการให้บริการตามลำดับการจอง11. เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า12. ในกรณีที่เช่ารถเกินจำนวนชั่วโมงตามข้อตกลง หรือเปลี่ยนสถานที่รับส่งรถ หรือเปลี่ยนแปลงสาขาที่ใช้บริการ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามที่บริษัทกำหนด13. ในกรณีที่ผู้ใช้บริการไม่สามารถมาใช้สิทธิ์ได้ด้วยตนเอง ผู้ใช้บริการสามารถให้บุคคลอื่นมารับบริการแทนได้ โดยต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชนพร้อมเขียนมอบสิทธิ และลายเซ็นของเจ้าของบัตรมาแสดง14. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืน TruePoint ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ภายหลังจากที่ได้ดำเนินการแลกรับสิทธิ์สำเร็จเรียบร้อยแล้ว15. ไม่สามารถแลก คืน หรือเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือของอื่นใดได้ รวมตลอดทั้งไม่สามารถโอนให้แก่บุคคล หรือนิติบุคคลอื่นใดได้16. ไม่สามารถออกใบเสร็จในนามของนิติบุคคลได้
รถเช่า/รถรับจ้าง • 1 ม.ค. 69
อ่าน
เที่ยวเกียวโตจ่ายเพิ่ม! ระบบค่ารถบัส 2 ราคา นักท่องเที่ยวจ่ายแพงขึ้น เริ่ม 2027
อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้ว ว่า เกียวโต นั้นมีปัญหาเรื่อง Overtourism ในระดับที่กำลังวิกฤตมากกว่าที่เที่ยวอื่นๆ ในญี่ปุ่น ล่าสุดทางการเกียวโต (Kyoto) ได้ประกาศแผนจัดระเบียบเมืองใหม่ เตรียมนำระบบ "ค่าโดยสาร 2 ราคา" (Dual Fare System) มาใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อแก้ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง เที่ยวเกียวโตจ่ายเพิ่ม! ระบบค่ารถบัส 2 ราคานักท่องเที่ยวจ่ายแพงขึ้น เริ่ม 2027 แผนค่าโดยสาร 2 ราคา ใครจ่ายเท่าไหร่? นายกเทศมนตรีเมืองเกียวโต นายโคจิ มัตสึอิ (Koji Matsui) ได้เปิดเผยแผนการปรับราคาค่าโดยสารรถบัสประจำทางเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ดังนี้ กลุ่มผู้โดยสาร ราคาปัจจุบัน ราคาใหม่ (แผนงาน) คนท้องถิ่น (Residents) 230 เยน ลดลงเหลือประมาณ 200 เยน นักท่องเที่ยว / คนนอกพื้นที่ 230 เยน เพิ่มขึ้นเป็น 350 - 400 เยน เรียกได้ว่าราคานักท่องเที่ยวอาจจะพุ่งขึ้นเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว เพื่อช่วยลดความหนาแน่นและนำรายได้มาบำรุงรักษาระบบขนส่งให้ดียิ่งขึ้น แล้วเขาจะแยกกลุ่มระหว่างนักท่องเที่ยว กับคนเกียวโตยังไง? ทางการเกียวโตใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ดังนี้ เชื่อมต่อ My Number เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการทดสอบเชื่อมข้อมูลบัตร IC Card (เช่น Suica, Pasmo) เข้ากับบัตร My Number (บัตรประชาชนญี่ปุ่น) แตะปุ๊บรู้ปั๊บ สำหรับคนท้องถิ่นที่ลงทะเบียนบัตรไว้ เมื่อแตะบัตรที่เครื่องจ่ายเงิน ระบบจะตัดเงินในราคาพิเศษโดยอัตโนมัติ ส่วนนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้ เครื่องจะตัดเงินในราคาสูงนั่นเองครับ ทางการเกียวโตคาดหมายว่า หลังจากเปลี่ยนมาใช้ระบบ 2 ราคาแล้ว จะช่วยคืนทางเท้า และรถบัสให้คนในพื้นที่สามารถขึ้นรถไปทำงานหรือไปเรียนได้ตามปกติ รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยว ก็จะถูกนำไปสมทบทุนเพื่อเพิ่มจำนวนรถบัสในเส้นทางท่องเที่ยวยอดฮิต รวมทั้งจะส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปใช้ Express Bus (รถบัสสายด่วนสำหรับท่องเที่ยว) หรือรถไฟใต้ดินแทนการใช้รถบัสสายปกติที่คนท้องถิ่นจำเป็นต้องใช้นั่นเอง ทั้งนี้ เป้าหมายของเทศบาลเมืองเกียวโตคือการเริ่มใช้งานจริงภายใน ปีงบประมาณ 2027 ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับกระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่นเพื่อขออนุมัติอย่างเป็นทางการ เพราะถือเป็นเรื่องใหม่และต้องปรับเปลี่ยนข้อกฎหมายเรื่องความเท่าเทียมของค่าโดยสารด้วย หากแผนนี้สำเร็จ เกียวโตจะเป็นเมืองแรกในญี่ปุ่นที่ใช้ระบบแยกราคาค่ารถบัสตามสิทธิที่อยู่อาศัยอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจจะเป็นโมเดลให้เมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ในญี่ปุ่นนำไปใช้ตาม ====================
เที่ยวญี่ปุ่น • 30 มิ.ย. 69
สิทธิพิเศษ
บริการอำนวยความสะดวกด้านไลฟสไตล์
บริการอำนวยความสะดวกด้านไลฟสไตล์ - บริการจองโรงแรมที่พัก โรงแรมชั้นนำทั้งภายในและต่างประเทศ และบริการจองที่นั่งสำหรับร้านอาหารชั้นนำ- บริการจัดจองตั๋วเพื่อความบันเทิงต่าง ๆ บริการจองตั๋วภาพยนตร์, บัตรชมคอนเสิร์ต, งานแสดงต่าง ๆ- บริการสั่งดอกไม้- บริการจองรถกอล์ฟไฟฟ้า รับ-ส่งภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่ประตูทางออกเครื่องจนถึงจุดตรวจคนเข้าเมืองหรือจุดต่อเครื่อง- บริการจองล้างรถฟรี ที่ศูนย์บริการล้างรถโปรคลีน ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ- U Drink I Drive Service : บริการช่วยจัดหาพนักงานขับรถส่งถึงบ้านสามารถติดต่อขอให้บริการผ่าน TrueBlack Call Center 1236 หรือ +6699 998 1236 จากต่างประเทศ 1. บริการพิเศษประสานงานเพื่อช่วยเหลือดูแล อำนวยความสะดวก ให้กับลูกค้าเฉพาะบุคคล (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)2. บริการอํานวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์ ที่ทรูเป็นผู้ประสานงานจัดหาเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น3. ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าบริการและสินค้าเอง
บริการทั่วไป • 2 ต.ค. 66
สิทธิพิเศษ
ชิค คาร์เร้นท์
บริการรถเช่าขับเอง
รถเช่า/รถรับจ้าง • 4 วันที่แล้ว
อ่าน
93 ประเทศ ยกเลิกฟรีวีซ่าเที่ยวไทย 60 วัน เตรียมกลับไปใช้เกณฑ์เดิม ยกระดับการท่องเที่ยว
หลังจากที่เกิดปัญหามากมายรายวัน ในที่สุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มีมติเห็นชอบให้ ยกเลิกมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา หรือ ฟรีวีซ่า 60 วัน (ผ.60) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาจาก 93 ประเทศและดินแดน ซึ่งเคยประกาศใช้เมื่อช่วงกลางปี 2567 ที่ผ่านมา โดยจะให้กลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิมชั่วคราว ระหว่างรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาหลักเกณฑ์คัดกรองใหม่อีกครั้งครับ ยกเลิกเกณฑ์ฟรีวีซ่า 60 วัน รวม 93 ประเทศ 🔄 ทำไมถึงต้องยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน? การยกเลิกครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ที่รัฐบาลต้องการเน้น "การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและมูลค่าสูง" มากกว่าเน้นปริมาณตัวเลขนักท่องเที่ยว โดยการคัดกรองนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้มงวดมากขึ้นจะช่วยป้องกันกลุ่มแอบแฝงที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมาย หรือเข้ามาด้วยวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับความปลอดภัย และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยให้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว 🗺️ เปิดรายชื่อ 93 ประเทศ/ดินแดน ที่ถูกยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน สำหรับประเทศและดินแดนทั้ง 93 แห่งที่ถูกปรับลดระยะเวลาการพำนัก และกลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิม (ตามแต่ละประเภทข้อตกลงและสิทธิ์การเข้าเมืองเดิมก่อนวันที่ 15 กรกฎาคม 2567) มีรายชื่อดังต่อไปนี้ครับ ทวีปเอเชีย (Asia) - 27 ประเทศ 1.บาห์เรน 2.ภูฏาน 3.บรูไน 4.กัมพูชา 5.จีน 6.ฮ่องกง 7.อินเดีย 8.อินโดนีเซีย 9.อิสราเอล 10.ญี่ปุ่น 11.จอร์แดน 12.เกาหลีใต้ 13.คูเวต 14.ลาว 15.มาเก๊า 16.มาเลเซีย 17.มัลดีฟส์ 18.มองโกเลีย 19.โอมาน 20.ฟิลิปปินส์ 21.กาตาร์ 22.ซาอุดีอาระเบีย 23.สิงคโปร์ 24.ศรีลังกา 25.ไต้หวัน 26.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 27.เวียดนาม ทวีปยุโรป (Europe) - 38 ประเทศ 28.แอลเบเนีย 29.อันดอร์รา 30.ออสเตรีย 31.เบลเยียม 32.บัลแกเรีย 33.โครเอเชีย 34.ไซปรัส (ในทางภูมิศาสตร์อยู่เอเชีย แต่ในทางเมือง/วัฒนธรรมนับเป็นยุโรป) 35.เช็กเกีย 36.เดนมาร์ก 37.เอสโตเนีย 38.ฟินแลนด์ 39.ฝรั่งเศส 40.เยอรมนี 41.กรีซ 42.ฮังการี 43.ไอซ์แลนด์ 44.ไอร์แลนด์ 45.อิตาลี 46.คอซอวอ 47.ลัตเวีย 48.ลิกเตนสไตน์ 49.ลิทัวเนีย 50.ลักเซมเบิร์ก 51.มอลตา 52.โมนาโก 53.เนเธอร์แลนด์ 54.นอร์เวย์ 55.โปแลนด์ 56.โปรตุเกส 57.โรมาเนีย 58.ซานมารีโน 59.สโลวาเกีย 60.สโลวีเนีย 61.สเปน 62.สวีเดน 63.สวิตเซอร์แลนด์ 64.ยูเครน 65.สหราชอาณาจักร ทวีปอเมริกาเหนือ (North America) - 9 ประเทศ 66.แคนาดา 67.คิวบา 68.โดมินิกา 69.สาธารณรัฐโดมินิกัน 70.กัวเตมาลา 71.จาเมกา 72.เม็กซิโก 73.ปานามา 74.สหรัฐอเมริกา ทวีปอเมริกาใต้ (South America) - 6 ประเทศ 75.บราซิล 76.โคลอมเบีย 77.เอกวาดอร์ 78.เปรู 79.ตรินิแดดและโตเบโก 80.อุรุกวัย ทวีปโอเชียเนีย (Oceania) - 5 ประเทศ 81.ออสเตรเลีย 82.ฟิจิ 83.นิวซีแลนด์ 84.ปาปัวนิวกินี 85.ตองกา ทวีปแอฟริกา (Africa) - 3 ประเทศ 86.มอริเชียส 87.โมร็อกโก 88.แอฟริกาใต้ กลุ่มประเทศข้ามทวีป (Transcontinental Countries) - 5 ประเทศเป็นประเทศที่มีพื้นที่คาบเกี่ยวอยู่มากกว่า 1 ทวีป (เอเชีย และ ยุโรป) 89.จอร์เจีย (ยูเรเชีย) 90.คาซัคสถาน (เอเชีย / ยุโรปตะวันออก) 91.รัสเซีย (เอเชียเหนือ / ยุโรปตะวันออก) 92.ตุรกี (เอเชียตะวันตก / ยุโรปตะวันออก) 93.อุซเบกิสถาน (เอเชียกลาง / มีพื้นที่ส่วนน้อยในยุโรป) ====================
ทราเวล ทิปส์ • 20 พ.ค. 69
อ่าน
ซื้อดีไหม JR Pass เที่ยวญี่ปุ่น ทริปนี้ คุ้มไหม ต้องดูอะไรบ้าง รู้ก่อนซื้อพาส?
ก่อนไป เที่ยวญี่ปุ่น เรื่องน่าหัวหัวสำหรับการวางแผนทริปก็คือ จะซื้อ JR Pass ดีไหม ซื้อ JR Pass คุ้มไหม ตามเรามาดูกันค่ะว่า ก่อนที่ตัดสินใจซื้อ JR Pass นั้น เราต้องพิจารณาถึงอะไรบ้าง เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อพาส จะได้คุ้มค่าที่สุด YingHui Liu / Shutterstock.com ไปเที่ยวญี่ปุ่น ซื้อ JR Pass คุ้มไหม ต้องดูอะไรบ้าง JR Pass คือ ตั๋วรถไฟของ Japan Railway Company Group ซึ่งสามารถขึ้นรถไฟได้ไม่จำกัด ทั้งขบวนรถไฟชานเมือง รถเร็ว รถด่วน รถไฟชินกันเซ็น ซึ่งเป็นบัตรโดยสารที่ราคาประหยัดกว่าการซื้อตั๋วรถไฟเป็นรายเที่ยว โดย JR Pass ในแต่ละพื้นที่จะมีเงื่อนไขในการใช้ จำนวนวัน และ เวลาใช้พาส แตกต่างกันออกไป 1. ทริปนี้เดินทางด้วยรถไฟเยอะแค่ไหน ก่อนซื้อ JR Pass ให้ลองคิดพิจารณาดูก่อนว่า ในทริปเที่ยวญี่ปุ่นของเรานั้น การเดินทางส่วนใหญ่เป็นแบบไหน เดินทางด้วยรถไฟมากน้อยขนาดไหน หรือบางเมืองที่เดินทางไปนั้น อาจจะสะดวกด้วยการเดินทางแบบอื่นมากกว่า เช่น เกียวโต เหมาะที่จะนั่งรถบัสเที่ยวมากกว่า หรือเน้นเดินเที่ยว ช้อปปิ้ง มากกว่า ไม่ค่อยได้ไปสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องนั่งรถไฟไป เป็นต้น 2. รถไฟส่วนใหญ่ที่ต้องใช้ในการเดินทาง เป็นรถไฟของ JR หรือไม่ ในการเดินทางด้วยรถไฟในแต่ละพื้นที่ของญี่ปุ่นนั้น รถไฟบางขบวนก็เป็นขบวนรถอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการดูแลของ JR หากทริปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ แผนเที่ยวที่วางไว้ต้องเดินทางโดยใช้รถไฟอื่นๆ หรือ ขบวนรถไฟท่องเที่ยวพิเศษอื่นๆ ที่ไม่ได้ครอบคลุมอยู่ใน JR Pass ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องซื้อ JR Pass oatautta / Shutterstock.com 3. ต้องใช้รถไฟชินกันเซ็นเดินทางเยอะไหม หลายๆ คนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นใน 1 ทริป แล้วใช้รถไฟชินกันเซ็นเดินทางข้ามภูมิภาค ข้ามจังหวัด เพื่อประหยัดเวลาในการเดินทาง บอกเลยว่า JR Pass นั้น ตอบโจทย์สุดๆ ค่ะ เช่น วางแผน เที่ยวโตเกียว แล้วไปต่อที่โอซาก้า หรืออื่นๆ แค่นั่งรถไฟชินกันเซ็นสัก 2 เที่ยว ก็คุ้มค่า JR Pass ในการเดินทางแล้ว (รถไฟชินกันเซ็น สามารถใช้ JR Pass ได้ในชั้นธรรมดา สำหรับ Green Car ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) 4. คำนวณค่าตั๋วรายเที่ยวโดยประมาณ สำหรับใครที่ยังไม่มั่นใจ ให้ลองคำนวณค่าตั๋วรถไฟรายเที่ยวโดยประมาณ มาเปรียบเทียบกับราคาของ JR Pass ก่อนดูได้ โดยสามารถประมาณได้คร่าวๆ ได้จาก เว็บคำนวณค่ารถไฟญี่ปุ่น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บคำนวนค่ารถไฟญี่ปุ่น JR Pass Calculator Giovanni G / Shutterstock.com 5. นับระยะเวลาการใช้งาน JR Pass ในการวางแผนทริป เราควรนับระยะเวลาในการใช้งาน JR Pass ให้ตรงกับ วัน เวลา ในการเดินทางด้วยรถไฟ JR ของเรา โดย JR Pass จะมีทั้งแบบ 3 วัน 5 วัน 7 วัน 14 วัน และอื่นๆ ลองคิดว่าในทริปนี้เราเดินทางด้วยรถไฟกี่วัน ใช้แบบไหน ซื้อแบบกี่วันถึงจะคุ้มค่าที่สุด 6. เลือกประเภทของ JR Pass ให้ถูกต้อง ครอบคลุม ที่สำคัญมากๆ ในการเลือกซื้อ JR Pass ในการเดินทางที่ญี่ปุ่นคือ การเช็กว่าสถานที่ที่เราจะเดินทางไปนั้น JR Pass ครอบคลุมหรือไม่ เพราะ JR Pass มีหลายแบบมากๆ โดยแต่ละพื้นที่จะมีกำหนดอยู่ว่าต้องใช้ JR Pass แบบใด เช่น หากเราวางแผนเที่ยวโตเกียว ไม่ได้เดินทางออกไปนอกเมืองไกลๆ ก็ใช้ JR Tokyo Wide Pass ที่ใช้เดินทางได้รอบโตเกียว แทนการซื้อ JR East Pass ได้ เป็นต้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ JR Pass มีกี่แบบ ไปไหนได้บ้าง ครบทุกพื้นที่ทั่วญี่ปุ่น ThroughKookLens / Shutterstock.com ===============
ทราเวล ทิปส์ • 7 ม.ค. 68
ดู
Hometown Praise Variety Show I-YO A restaurant with two identities
ทรูวิชั่นส์ • 28 เม.ย. 69
ดู
Oh, my JAPANESE WINE-New Journey to San’in
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
อ่าน
7 ข้อควรรู้ เช่ารถขับที่โอกินาว่า ข้อควรระวังและกฏจราจร
ถ้ากำลังคิดจะเช่ารถขับเที่ยวโอกินาว่าแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นยังไงดี เราจะพาคุณไปดู 7 ข้อควรรู้ ที่ควรทราบก่อนขับรถเที่ยวในโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นข้อควรระวังเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้การเดินทางปลอดภัยมากขึ้น หรือกฏจราจรที่อาจแตกต่างจากที่บ้านเรา เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกผจญภัยบนท้องถนนของเกาะนี้กัน 7 ข้อควรรู้ เช่ารถขับที่โอกินาว่า ข้อควรระวังและกฏจราจร 1. เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ต้องใช้คาร์ซีท ที่ญี่ปุ่น การให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบนั่งในรถ กำหนดให้ผู้ขับขี้ต้องใช้คาร์ซีทในรถยนต์ ดังนั้นเมื่อจองรถ อย่าลืมจองคาร์ซีทด้วย 2. ระวังเลนรถบัสช่วงเช้าและเย็นในชั่วโมงเร่งด่วน ที่โอกินาว่ามีกฎข้อบังคับของเลนรถบัส เพื่อให้รถบัสวิ่งได้ก่อนในช่วงเวลาเช้า และเย็น กำหนดให้ใช้ในถนนหลวงหมายเลข 58 ของโอกินาว่า และถนนโคคุไซโดริ ช่วงเวลานี้ห้ามรถยนต์ทั่วไปวิ่งผ่านเลนนี้ โปรดใช้ความระมัดระวังเพื่อป้องกันการถูกเรียกตรวจสอบ 3. วิธีการใช้ที่จอดรถระบบไม้กั้นรถยนต์ รับบัตรจอดรถจากเครื่องออกบัตร และเข้าสู่ที่จอดรถ จอดรถบริเวณที่ว่างภายในลานจอด เมื่อต้องการออกจากที่จอดรถ ขับไปที่ประตูทางออก เสียบบัตรจอดรถ และชำระเงิน หากต้องการใบเสร็จรับเงิน กดปุ่มเพื่อออกใบเสร็จรับเงิน เมื่อไม้กั้นรถยนต์เปิด ตรวจสอบว่าไม่มีคนหรือรถยนต์อยู่รอบๆ ก่อนออกจากที่จอดรถ 4. วิธีการใช้ที่จอดรถระบบล็อคล้อ จอดรถบริเวณที่ว่างภายในลานจอด เมื่อต้องการออกจากที่จอดรถ กดหมายเลขช่องจอดรถที่เครื่องชำระเงิน เครื่องจะคำนวนค่าที่จอดให้ หากต้องการใบเสร็จรับเงิน กดปุ่มเพื่อออกใบเสร็จรับเงิน ตรวจสอบว่าแผ่นล็อคเลื่อนลงมาระนาบกับพื้น ค่อยขับรถออกจากที่จอด*ปัจจุบัน มีประเภทที่ให้ชำระเงินก่อน กรุญาตรวจสอบเมื่อทำการจอดรถ* 5. ทางด่วนมี 2 ประเภท ช่องสำหรับ ETC และช่องทางปกติ ทางด่วนของญี่ปุ่น มีช่องสำหรับ ETC และช่องทางปกติ รถที่ติดตั้ง ETC ระบบจะชำระค่าผ่านทางอัตโนมัติ ทำให้ผ่านได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องหยุดรถ สำหรับช่องทางปกติ ต้องหยุดรถ และชำระเงินด้วยเงินสดหรือบัตร การใช้งาน ETC ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า และติดตั้งอุปกรณ์เฉพาะทาง สามารถสอบทางกับทางบริษัทให้เช่ารถได้เมื่อต้องการใช้บริการนี้ 6. ใช้ระบบนำทางที่ติดตั้งมากับรถยนต์ แทนระบบนำทางบนสมาร์ทโฟน สำหรับที่ญี่ปุ่นนั้น เราอยากแนะนำให้ใช้ระบบนำทางเฉพาะของรถยนต์แทนระบบนำทางบนสมาร์ทโฟนในขณะขับขี่ การใช้สมาร์ทโฟนขณะขับรถถือเป็นสิ่งผิดกฏหมาย และเป็นอันตราย ระบบนำทางของรถยนต์ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีประสิทธิภาพ สามารถค้นหาจุดหมายปลายทางจากชื่อสถานที่ ที่อยู่ หรือหมายเลขโทรศัพท์ ถือว่าสะดวก และปลอดภัยมากๆ 7. ลองใช้บริการ Drive-in กัน! ระบบสั่งอาหารแบบ Drive-in เป็นระบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ นิยมใช้ในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในโอกินาว่า เพียงจอดรถในช่องจอด ดูเมนูผ่านหน้าต่าง พอเลือกได้แล้วให้กดปุ่มเพื่อสั่งอาหาร พนักงานจะนำอาหารที่ทำใหม่ๆ มาเสิร์ฟถึงรถ ร้าน AW และ Jef ในญี่ปุ่นได้ใช้ระบบนี้อยู่ ลองแวะไปใช้บริการกันได้ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 15 เม.ย. 69
สิทธิพิเศษ
DHL Express
บริการขนส่ง เอกสาร เเละ พัสดุ ระหว่างประเทศ
บริการจัดส่งสินค้าถึงที่ • 1 ม.ค. 69
อ่าน
ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ทราเวล ทิปส์ • 17 มี.ค. 69
อ่าน
วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 4 ธ.ค. 66
สิทธิพิเศษ
ทรู ลีสซิ่ง_รถเช่าขับเอง
รถเช่าขับเอง จาก ทรู ลีสซิ่ง พร้อมให้บริการแล้วที่ สาขากรุงเทพฯ สาขาสนามบินเชียงราย สาขาเชียงใหม่ และสาขาภูเก็ต โดยมีรถยนต์หลากหลายแบรนด์ และรุ่นรถ ไว้รองรับลูกค้าไม่ว่าจะเป็น Toyota Vios, Toyota Altis, Toyota Camry, Toyota Fortuner, MG 3, MG 5 และ MG ZS เป็นต้น
รถเช่า/รถรับจ้าง • 1 ม.ค. 69
สิทธิพิเศษ
ทรู ลีสซิ่ง_รถโค้ช
รถฮีโน่บัส ระดับพรีเมียม เดินทางอย่างปลอดภัย มาพร้อมความสะดวกสบาย บริการทั่วประเทศ - เหมาะสำหรับทริปขององค์กร และบริษัทท่องเที่ยว - จำนวน 32/40 ที่นั่ง - พนักงานขับรถสุภาพ ผ่านการอบรม ตรวจสอบตามมาตรฐาน - บริการทั่วประเทศ - หน้าต่างบานใหญ่เห็นวิวได้ชัดเจน - ฟรี Car Wi-Fi ภายในรถ - จอทีวี LCD - พอร์ตชาร์จUSB - ประกันภัยชั้น 1 True Leasing Call Center 1279
รถเช่า/รถรับจ้าง • 14 ก.พ. 68
อ่าน
สะดวกกว่าเดิม! ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้ ไม่ต้องไปขนส่ง เริ่ม 4 มีนาคม 2569
ข่าวดีสำหรับคนขับรถที่ไม่อยากเสียเวลาต่อคิว กฎกระทรวงฉบับใหม่เปิดทางให้สามารถ ต่ออายุใบอนุญาตขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์) ได้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 มีนาคม 2569โดยไม่ต้องประเมินสมรรถภาพ หรือสุขภาพเพิ่มเติม ต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้แล้ว เริ่ม 4 มีนาคม 2569 สำหรับกลุ่มหลักที่เข้าเกณฑ์คือผู้ที่ อายุไม่เกิน 55 ปีบริบูรณ์ และ ใบขับขี่เดิมยังไม่หมดอายุ หรือหมดอายุไม่เกิน 1 ปี ผู้ที่เข้าเกณฑ์สามารถยื่นขอต่อผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และไม่ต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกายแบบเดิม (เช่น ทดสอบสายตา/ปฏิกิริยา) ตามที่กฎกระทรวงกำหนด โดยขั้นตอนหลักๆ มีดังนี้ อบรมออนไลน์ (DLT e-Learning) - ลงทะเบียน ดูเนื้อหา และผ่านแบบทดสอบออนไลน์ เพื่อรับหลักฐานผลการอบรม (ควรเก็บภาพหน้าจอ/ไฟล์ผลการอบรมไว้)เว็บไซต์ : www.dlt-elearning.com จองคิวผ่าน DLT Smart Queue - ใช้สำหรับจองคิวล่วงหน้า หรือตรวจสอบสถานะการสมัคร (ในระบบใหม่ปี 69 จะเน้นการทำผ่านแอปเป็นหลัก)เว็บไซต์: gecc.dlt.go.thแอปพลิเคชัน: ค้นหาคำว่า "DLT Smart Queue" ได้ทั้งใน App Store และ Play Store *ยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaID เพื่อความปลอดภัย* เงื่อนไขการต่อใบขับขี่ออนไลน์ ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุ ไม่เกิน 1 ปี อายุไม่เกิน 55 ปี สำหรับผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุ / ขาดต่ออายุเกิน 1 ปี หรือมีอายุมากกว่า 55 ปี จะต้องไปรับการทดสอบสมรรถภาพเพิ่มเติมที่กรมขนส่ง ====================
ทราเวล ทิปส์ • 2 มี.ค. 69
อ่าน
อยากเข้าเกาหลีต้องทำไง? 5 หลักเตรียมตัวฉบับ 2026 ผ่านตม. เกาหลีฉลุย ไม่ต้องลุ้น
อันยองฮาเซโย~ ปี 2026 นี้ ใครมีแพลนจะไปล่าอปป้า กินหมูย่างที่โซล หรือไปถ่ายรูปเช็กอินคาเฟ่สุดปังที่ เกาหลีใต้ บ้างยกมือขึ้น เชื่อว่าหลายคนยังแอบหวั่นใจกับ ตม. เกาหลี ในตำนาน ที่ทุกวันนี้ก็ยังมีข่าวให้เห็นอยู่ทุกวัน วันนี้เราเลยรวบรวมข้อมูลมาแชร์กันแบบเน้นๆ เพราะสิ่งที่ทำให้เราติด ตม. ไม่ใช่แค่เรื่องดวง แต่คือเรื่อง "ความสมเหตุสมผล" ล้วนๆ! ใครอยากเที่ยวเกาหลี มาเช็กลิสต์เตรียมตัวตามนี้เลย Yusia13 / Shutterstock.com อยากเข้าเกาหลีต้องทำไง? 5 วิธีเตรียมตัวฉบับ 2026 การเตรียมตัวดีคือการให้เกียรติกติกาบ้านเขา ถ้าข้อมูลเราเป๊ะ ความมั่นใจเรามา พี่ ตม. เกาหลีก็ขวางเราไม่ได้ 1. ที่พักต้องชัดเจน 🏠 กรณีพักบ้านเพื่อน หรือคนรู้จัก ถ้ากรอกที่อยู่เป็นบ้านคนอื่น เตรียมตัวโดนถาม! เพื่อนชื่ออะไร ทำงานอะไร สนิทกันได้ยังไง ถ้าตอบตะกุกตะกัก หรือเจ้าบ้านไม่รับสายตอน ตม. โทรเช็ค = ส่งกลับทันที จองโรงแรมเพื่อหลอก ใครที่กะจองแล้วยกเลิกขอบอกว่าอย่าหาทำ! ตม. มีระบบเช็คอินออนไลน์ ถ้าตรวจพบว่าบุ๊คกิ้งถูกแคนเซิลไปแล้ว หรือชื่อไม่ตรงคนเดินทาง เขาจะถือว่าเราบิดเบือนข้อมูล ทำเลต้องสงสัย จองเกสต์เฮาส์ราคาถูกเว่อร์ในย่านแรงงานหนาแน่น (เช่น อึมซอง หรือ คยองกี) อันนี้พี่ ตม. เขาเพ่งเล็งเป็นพิเศษว่ามาเที่ยวจริงหรือมาหางานกันแน่ 2. แผนเที่ยวต้องไม่ใช่แค่ Copy-Paste 🗺️ แผนเที่ยวแบบลอยๆ "Day 1: Seoul, Day 2: jeju island" แบบนี้ใครก็พิมพ์ได้! แผนเที่ยวที่ดีต้องมีรายละเอียดว่าเดินทางยังไง อยู่ตรงไหน แผนไม่เมคเซนส์ พักโซลแต่จะไปปูซานทุกวัน? หรือที่พักอยู่ไกลมากแต่แผนเที่ยวมีแค่ในเมือง แบบนี้พี่ ตม. ดูออกว่าไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยวจริง จำแผนตัวเองไม่ได้ ตม. อาจจะถามคำถามเดิมซ้ำๆ ถ้าเราจำไม่ได้ว่าพรุ่งนี้จะไปไหน หรือตอบไม่ตรงกับที่พิมพ์มา อันนี้งานเข้าแน่ 3. โปรไฟล์งานต้องเป๊ะ 💼 ใบรับรองการทำงาน ต้องเป็นภาษาอังกฤษที่มีหัวจดหมายบริษัทชัดเจน เบอร์โทรที่ระบุต้องติดต่อได้จริง (ไม่ใช่เบอร์มือถือ) ชาว Freelance / อาชีพอิสระ ต้องโชว์ Statement สวยๆ มียอดเงินสม่ำเสมอ ยืนยันว่าเรามีรายได้เลี้ยงชีพ และตั้งใจกลับมาทำงานต่อที่ไทย ระวัง Social Media ยุคนี้ ตม. ขอดู TikTok/Facebook ได้ ถ้าเคยโพสต์ถามเรื่องงาน หรือกดติดตามเพจ "หางานเกาหลี" บอกเลยว่า จบเห่ 4. ท่าทาง และการสื่อสาร 🗣️ ประหม่าเกินไปมีพิรุธ การหลบสายตา มือสั่น ตอบเสียงเบา ทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือ พึ่งพา Google Translate มากไป ถ้าภาษาอังกฤษไม่ได้เลยแม้แต่พื้นฐาน ตม. จะสงสัยว่าเราจะเอาตัวรอดได้ยังไงในฐานะนักท่องเที่ยว อย่าเถียงเจ้าหน้าที่ ต่อให้เรามั่นใจแค่ไหน การแสดงอาการฉุนเฉียวจะทำให้ ตม. ตัดสินใจส่งเรากลับได้ง่ายขึ้นทันที 5. กระเป๋าเดินทางบอกความตั้งใจ 🧳 พกยาเยอะเกิน พกยาแก้ปวด ยาคลายเส้นไปเป็นแผงๆ เหมือนจะไปอยู่เป็นปี แบบนี้โดนสงสัยแน่ แฟชั่นต้องตรงฤดูไปหน้าหนาวแต่ใส่เสื้อสายเดี่ยวไม่มีเสื้อคลุม หรือพกชุดที่ดูเหมือนจะไปลงไร่ลงสวน (รองเท้าบูท ปลอกแขน) อันนี้เสี่ยงโดนเรียกเข้าห้องเย็นสุดๆ เงินวอนต้องมี แม้ตอนนี้จะใช้บัตรเครดิต/สแกนจ่ายได้แทบทุกที่ แต่การไม่มีเงินสดวอนติดตัวเลย ตม. จะมองว่าเรางบไม่พอเที่ยวได้นะ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 28 ม.ค. 69
อ่าน
2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง
ทราเวล ทิปส์ • 13 ม.ค. 69
สิทธิพิเศษ
ไดรฟ์ คาร์ เร้นทัล
มีประสบการณ์ในการให้บริการ รถเช่ามามากกว่า 20 ปี
รถเช่า/รถรับจ้าง • 1 มี.ค. 67
อ่าน
วิธีขึ้นรถไฟ ที่ ญี่ปุ่น ฉบับมือใหม่ ซื้อตั๋วรถไฟ ยังไง เดินทางได้ไม่สะดุด
เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ง่ายๆ แค่ขึ้นรถไฟเป็น เป็นคำพูดที่ถูกเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยค่ะ เพราะหัวใจหลักของ การเดินทางในญี่ปุ่น นั้น ก็คือ รถไฟ นั่นเอง เพราะฉะนั้นมือใหม่หัดเที่ยว ตามเรามาดู วิธีขึ้นรถไฟ ที่ ญี่ปุ่น ซื้อตั๋วรถไฟ ยังไง ให้ได้ไปเที่ยวกันแบบไม่สะดุดตามนี้เลยค่ะ วิธีขึ้นรถไฟที่ญี่ปุ่นเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ 1. การซื้อตั๋วโดยสาร สามารถใช้เงินสดซื้อตั๋วโดยสารรถไฟได้ หรือ ใช้ IC การ์ดที่ซื้อไว้ล่วงหน้าที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร (การ์ดเติมเงิน) ในการใช้บริการรถไฟได้เช่นกันค่ะ 2. วิธีซื้อตั๋วโดยสารจากเครื่องอัตโนมัติ ใครที่ใช้เงินสดซื้อตั๋วรถไฟจาก เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติ สามารถทำตามขั้นตอนตามต่อไปนี้ได้เลยค่ะ ตรวจสอบค่าโดยสารจากตารางค่าโดยสารใกล้ๆ เครื่องขายตั๋ว โดยดูสถานีปลายทางที่เราจะเดินทางไป กดปุ่มราคาให้ตรงกับค่าโดยสารของสถานีที่จะลงในเครื่องขายตั๋ว นำเงินใส่เข้าไปในเครื่อง รับตั๋วรถไฟ และเงินทอน Ned Snowman / Shutterstock.com 3. การเดินผ่านช่องตรวจตั๋ว หากใช้ IC การ์ด สามารถนำไปใช้ที่ตำแหน่งของช่องตรวจตั๋วที่มีรูปสัญลักษณ์ IC การ์ด และเดินผ่านได้เลย หากใช้ตั๋วรถไฟปกติขาเข้า : นำตั๋วสอดไปที่ช่องตรวจตั๋วและรับตั๋วคืน เครื่องจะเจาะรูที่ตั๋วไว้ขาออก : นำตั๋วสอดไปที่ช่องตรวจตั๋ว เครื่องจะเก็บตั๋วไปอัตโนมัติ สามารถเดินผ่านออกมาได้เลย palawat744 / Shutterstock.com 4. ตรวจสอบหมายเลขชานชลา และรถไฟ ให้ดี เพราะว่าหากเป็นสถานีรถไฟใหญ่ๆ จะมีรถไฟที่เข้าเทียบชานชลาเดียวกันหลายขบวนตามเวลาค่ะ จึงควรตรวจสอบเพื่อความถูกต้องก่อนทุกครั้ง เพื่อจะได้ไม่ขึ้นรถไฟผิดขบวน 5. ขึ้นรถไฟ 6. ตรวจสอบชื่อสถานีต่อไปในรถขบวนรถไฟ 7. ตรวจสอบทางออกที่ควรใช้ เมื่อถึงสถานีปลายทาง เราควรตรวจสอบทางออกที่ควรใช้จากป้ายข้อมูลทางออก เพื่อจะได้ออกทางที่ใกล้ที่สุดกับสถานที่ที่เราจะไปค่ะ ประเภทของรถไฟที่ญี่ปุ่น รถไฟธรรมดา (Local) รถไฟธรรมดา สาย Local จะสามารถใช้บริการได้ในเมืองนั้นๆ บางเส้นทางจอดในทุกสถานี จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเที่ยวในเมืองนั้นๆ ไม่เหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกล เพราะจะใช้เวลานาน รถไฟแบบเร็ว (Rapid) รถไฟแบบเร็ว จะจอดจำกัดสถานี โดยต้องเช็กให้ดีว่า สถานีปลายทางที่เราต้องการไปนั้น จอดไฟแบบเร็วนี้ จอดสถานีนั้นๆ หรือไม่ รถไฟด่วน (Express) รถไฟด่วน จะจอดจำกัดสถานี มักเป็นรถไฟที่ใช้สำหรับการเดินทางระยะไกล เช่น บริการรับส่งสนามบินหลักๆ อย่างๆ รถไฟ Tokyo Monorail สนามบินนานาชาติฮาเนดะ รถไฟ Narita Express สนามบินนานาชาตินาริตะ และ รถไฟ Haruka Express สนามบินนานาชาติคันไซ ชินคันเซ็น (Shinkansen) รถไฟ ชินคันเซ็น หรือ รถไฟหัวกระสุน เป็นการเดินทางที่เร็วที่สุดในญี่ปุ่น โดยจะมีการจำกัดสถานีจอดที่น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับรถไฟด่วน หรือรถไฟธรรมดา เหมาะในการเดินทางข้ามเมือง ข้ามจังหวัด หรือ ภูมิภาค ใช้เวลาในการเดินทางน้อย แต่จะมีราคาค่อนข้างแพง ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่น่าสนใจอื่นๆ 40 สถานที่สวยใน ญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น คราวนี้อย่าได้พลาด ! เที่ยวโตเกียว อย่างง่าย ตามสายรถไฟ 6 ย่าน 17 ที่เที่ยวโตเกียว ย่านไหน ไปยังไง ไม่ต้องกลัวหลง 15 ข้อไม่ควรทำ เมื่อขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น ไม่งั้นโดนคนญี่ปุ่นมองแรง !
เที่ยวญี่ปุ่น • 22 ธ.ค. 68
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
ญี่ปุ่นเข้มงวด! เตรียมเปิดระบบ JESTA คัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ขึ้นเครื่อง
จากกระแสนักท่องเที่ยวล้นประเทศ ทำให้ญี่ปุ่นเตรียมปรับขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองใหม่ สำหรับผู้เดินทางจาก 71 ประเทศ รวมถึงภูมิภาคที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า ต้องให้ผู้เดินทางกรอกข้อมูลส่วนตัวทางออนไลน์ก่อนเดินทางเข้าประเทศ แน่นอนว่าประเทศไทยเองก็เป็น 1 ในนั้นด้วย ดังนั้นเรามาลองทำความรู้จักกับระบบนี้ก่อนถึงวันจริงไว้ดีกว่า ญี่ปุ่นเตรียมใช้ระบบ JESTAคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ขึ้นเครื่อง ระบบ Jesta คืออะไร? โดยระบบใหม่นี้จะมีลักษณะคล้ายกับระบบ ESTA (Electronic System for Travel Authorisation) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้คัดกรองความเสี่ยงด้านการก่อการร้าย โดยระบบของญี่ปุ่น มีชื่อเรียกชั่วคราวว่า JESTA จะทำหน้าที่ตรวจสอบผู้เดินทางล่วงหน้าเช่นเดียวกันผ่านระบบออนไลน์ เป้าหมายของระบบใหม่นี้คือ ลดจำนวนผู้ที่ลักลอบอยู่ต่อเกินกำหนดจากประเทศ และภูมิภาคที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า ซึ่งปัจจุบันกำหนดระยะพำนักได้ระหว่าง 14-90 วัน ขึ้นอยู่กับหนังสือเดินทาง ภายใต้ระบบปัจจุบัน สายการบินต้องส่งข้อมูลผู้โดยสารให้รัฐบาลหลังจากเครื่องบินออกเดินทางแล้ว ทำให้ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองยังเดินทางถึงญี่ปุ่น และแม้จะถูกสั่งให้ออกจากประเทศ แต่หลายคนก็ไม่ปฏิบัติตาม ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า จำนวนผู้ที่ลักลอบอาศัยอยู่ต่อเกินกำหนด ณ เดือนมกราคม 2024 จากนักท่องเที่ยวระยะสั้นที่อยู่เกินกำหนดรวม 49,801 คน มากกว่า 28,000 คนมาจากประเทศ และภูมิภาคที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า ภายใต้ JESTA ชาวต่างชาติที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าจะต้องกรอกจุดประสงค์การเดินทาง และสถานที่พำนักทางออนไลน์ เพื่อให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบก่อนออกเดินทาง หากระบบประเมินว่ามีความเสี่ยงต่อการอยู่เกินกำหนด จะไม่อนุญาตให้เดินทาง และแนะนำให้ยื่นขอวีซ่าอย่างเป็นทางการผ่านสถานทูตแทน ประเทศและภูมิภาคไหนบ้างที่ต้องใช้ระบบ Jesta? ผู้เดินทางจาก 71 ประเทศ และภูมิภาคต่อไปนี้ จะต้องกรอกข้อมูลผ่าน JESTA เมื่อระบบเริ่มใช้งาน Andorra Argentina Australia Austria Bahamas Barbados Belgium Brazil Brunei Bulgaria Canada Chile Costa Rica Croatia Cyprus Czech Republic Denmark Dominican Republic El Salvador Estonia Finland France Germany Greece Guatemala Honduras Hong Kong Hungary Iceland Indonesia Ireland Israel Italy Latvia Lesotho Liechtenstein Lithuania Luxembourg Macao Malaysia Malta Mauritius Mexico Monaco Netherlands New Zealand North Macedonia Norway Panama Poland Portugal Qatar Republic of Korea Romania San Marino Serbia Singapore Slovakia Slovenia Spain Suriname Sweden Switzerland Taiwan Thailand Tunisia Trkiye United Arab Emirates United Kingdom United States Uruguay ทางญี่ปุ่นตั้งเป้าจัดสรรงบประมาณสำหรับวิจัยระบบ JESTA ในปีงบประมาณหน้า ทั้งนี้ยังไม่มีแพลนชัดเจนว่าจะเริ่มบังคับใช้จริงในวันไหน นอกจากนี้ จะมีการทดสอบระบบใหม่อีกแบบภายในปีงบประมาณนี้ ซึ่งจะให้สายการบินส่งข้อมูลผู้โดยสารหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนเช็กอิน ข้อมูลดังกล่าวจะถูกตรวจสอบกับ บัญชีดำ ของผู้เดินทาง ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังหรือมีประวัติอาชญากรรม และจะแจ้งเตือนให้สายการบินปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เดินทางเข้าญี่ปุ่น แม้ว่า JESTA จะถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของประเทศ และผู้เดินทาง แต่อาจสร้างความยุ่งยากให้ผู้ที่คุ้นชินกับการเดินทางแบบไร้ขั้นตอนภายใต้การยกเว้นวีซ่า อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของระบบ ขั้นตอนการสมัคร และข้อมูลส่วนตัวที่ต้องใช้ จะถูกเปิดเผยเพิ่มเติมเมื่อใกล้ถึงวันเปิดใช้งานจริง ==================== ที่มาข่าว : www.sankei.com
ทราเวล ทิปส์ • 20 พ.ย. 68
อ่าน
9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 29 พ.ย. 68
อ่าน
วิธีเดินทางจาก สนามบินชูบุเซ็นแทรร์ เข้าเมืองนาโกย่า ฉบับเที่ยวเอง
เที่ยวญี่ปุ่น ทริปนี้ ใครกำลังแพลนจะมาเที่ยว นาโกย่า (Nagoya) ตามเรามาดู วิธีเดินทางจาก สนามบินชูบุเซ็นแทรร์ Chubu Centrair International Airport เข้าเมืองนาโกย่ากันค่ะว่ามีวิธีเดินทางยังไงได้บ้าง รถไฟ รถบัส หรือวิธีอื่นๆ ตามเราดูกันได้เลย! วิธีเดินทางจาก สนามบินชูบุเซ็นแทรร์ เข้าเมืองนาโกย่า ✈️ ทำความรู้จักสนามบินชูบุเซ็นแทรร์ สนามบินชูบุเซ็นแทรร์ Chubu Centrair International Airport เป็นสนามบินนานาชาติหลักของ ภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่บนเกาะเทียมกลางอ่าวอิเซะ จังหวัดไอจิ ห่างจากตัวเมืองนาโกย่าเพียงประมาณ 35 กิโลเมตร สนามบินนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยทันสมั ยและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้ง ร้านอาหารญี่ปุ่นขึ้นชื่อ ร้านของฝากท้องถิ่น คาเฟ่ชิคๆ และศูนย์ช้อปปิ้งปลอดภาษี นอกจากนี้ยังมี Observation Deck ที่ให้ชมวิวเครื่องบินขึ้นลงได้แบบใกล้ชิด ทำให้การรอขึ้นเครื่องไม่น่าเบื่อเลยทีเดียว amnat11 / Shutterstock.com 🚅 1. รถไฟ Meitetsu -SKY Limited Express ⏰ เวลาเดินทาง : ประมาณ 28 นาที 💰 ราคา : ประมาณ 1,250 เยน (รวมค่าจองที่นั่ง) ✨ รายละเอียด : รถไฟ Meitetsu -SKY ถือเป็นตัวเลือกที่เร็วและสะดวกที่สุด เชื่อมต่อจากสนามบินไป สถานี Meitetsu Nagoya โดยตรง Central Japan International Airport Station - Meitetsu Nagoya Station ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน แถมมีที่นั่งสบายๆ พร้อมพื้นที่วางกระเป๋าเดินทางกว้างขวาง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเดินทางเข้าเมืองแบบรวดเร็วทันใจ โดยเฉพาะถ้าต้องรีบเช็กอินโรงแรมหรือนัดใครไว้ในเมือง ================= 🚆 2. รถไฟ Meitetsu Limited Express (Non-reserved) ⏰ เวลาเดินทาง : ประมาณ 35 นาที 💰 ราคา : ประมาณ 890 เยน ✨ รายละเอียด : สำหรับคนที่อยากประหยัดค่าเดินทาง รถไฟด่วนธรรมดาก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยอดนิยม ถึงจะใช้เวลานานกว่านิดหน่อยแต่ก็ไม่ต้องจ่ายค่าจองที่นั่งเพิ่ม ที่นั่งแบบเปิดสามารถเลือกนั่งได้ตามสะดวก เหมาะสำหรับคนที่เดินทางช่วงเวลาไม่เร่งด่วนหรือมีงบจำกัด ================= Niradj / Shutterstock.com 🚌 3. รถบัสสนามบิน Airport BusCentrair Limousine ⏰ เวลาเดินทาง : ประมาณ 50-60 นาที 💰 ราคา : ประมาณ 1,200 เยน ✨ รายละเอียด : ถ้าสัมภาระเยอะและไม่อยากลากกระเป๋าขึ้นลงบันได รถบัสเป็นตัวเลือกที่ดีมาก Centrair Limousine มีเส้นทางไปยังหลายจุดในเมือง เช่น Nagoya Station, Sakae, Kanayama และย่านสำคัญอื่นๆ บางสายจอดใกล้โรงแรมใหญ่ ทำให้เดินทางสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องการต่อรถ ================= 🚖 4. รถแท็กซี่ ⏰ เวลาเดินทาง : ประมาณ 45 นาที 💰 ราคา : ประมาณ 14,000-16,000 เยน ✨ รายละเอียด : แท็กซี่เป็นตัวเลือกที่สะดวกและสบายที่สุด โดยเฉพาะสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคนที่เดินทางดึกมากที่ไม่มีรถสาธารณะแล้ว แม้ราคาค่อนข้างสูง แต่การนั่งแท็กซี่ตรงจากสนามบินถึงโรงแรมก็ช่วยลดความเหนื่อยล้าได้เยอะ ================= 🚗 5. รถเช่าขับเอง (Car Rental) รายละเอียด : สำหรับสายเที่ยวที่อยากออกสำรวจเมืองรอบๆ นาโกย่า หรือภูมิภาคชูบุแบบอิสระ การเช่ารถก็เป็นไอเดียที่ดี สนามบินมีบริการรถเช่าจากหลายบริษัทชื่อดังอย่าง Toyota Rent a Car, Nissan Rent a Car และ Times Car Rental สามารถจองล่วงหน้าออนไลน์เพื่อรับรถที่สนามบินได้เลย ================= Niradj / Shutterstock.com 💡 Tips การเดินทาง แนะนำให้ซื้อตั๋วรถไฟล่วงหน้าที่ตู้จำหน่ายอัตโนมัติในสนามบินเพื่อความรวดเร็ว บัตร IC Card เช่น Suica, Pasmo, Manaca ใช้ได้ทั้งในรถไฟและบัส สะดวกสุดๆ หากมาถึงสนามบินเช้าตรู่หรือดึกมาก ควรตรวจสอบตารางรถล่วงหน้า บางเวลาอาจมีขบวนให้บริการน้อย อย่าลืมแลกเหรียญ 100 เยนสำหรับซื้อตั๋วหรือใช้จ่ายตามตู้หยอดเหรียญระหว่างการเดินทาง
ทราเวล ทิปส์ • 27 พ.ย. 68
อ่าน
3 เหตุผล ทำไมคนไทยโดน ตม. และตำรวจญี่ปุ่นเรียกตรวจบ่อยขึ้น? ข้อควรระวังที่สายเที่ยวต้องรู้!
ช่วงนี้ข่าวที่นักท่องเที่ยวไทยถูกตำรวจเรียก ตรวจพาสปอร์ต ระหว่าง เที่ยวญี่ปุ่น เริ่มมีให้เห็นบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นหนึ่งในความกังวลหลักของสายเที่ยวญี่ปุ่นหลายๆ คน การที่ เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับชาวไทย นั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลต่อเนื่องมาจากปัญหาที่ฝังลึก และมาตรการที่เข้มงวดขึ้นของรัฐบาลญี่ปุ่น เราจะพาไปดูสาเหตุที่ทำให้คนไทยตกเป็นเป้าหมายในการตรวจ รวมถึงข้อกฎหมายที่ควรรู้ เพื่อให้ทริปญี่ปุ่นราบรื่น ไม่สะดุด และไม่ถูกเรียกขอตรวจเอกสารโดยไม่จำเป็นครับ ทำไมคนไทยโดน ตม. และตำรวจญี่ปุ่นเรียกตรวจบ่อย? 1. ปัญหาอยู่เกินกำหนด (Overstay) ที่พุ่งสูง หนึ่งในปัญหาที่เรียกได้ว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ภาพลักษณ์ของนักท่องเที่ยวไทยถูกจับตามองเป็นพิเศษ จากข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศไทยชี้ชัดว่า จำนวนคนไทยที่อยู่เกินกำหนด (Overstay) ในญี่ปุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก และต่อเนื่อง จาก 8,688 คนในปี 2564 พุ่งสูงไปถึง 11,472 คนในปี 2566 นับตั้งแต่ญี่ปุ่นกลับมาให้นโยบายยกเว้นวีซ่า (Visa Exemption) 15 วันแก่คนไทยอีกครั้งหลังโควิด-19 รัฐบาลญี่ปุ่นก็กังวลว่ามีคนไทยบางกลุ่มที่ ใช้ช่องโหว่นี้เพื่อเข้าประเทศมาทำงานอย่างผิดกฎหมาย หรือใช้สิทธิเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด การเพิ่มขึ้นของตัวเลข Overstay จึงทำให้ญี่ปุ่นต้องใช้มาตรการเข้มงวดในการคัดกรองตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง 2. ความกังวลเรื่องแรงงานผิดกฎหมาย ตำรวจญี่ปุ่นไม่ได้กังวลแค่เรื่องการอยู่เกินกำหนด แต่กังวลถึงความเชื่อมโยงกับกลุ่มคนที่เข้ามาทำงานโดยไม่ถูกกฎหมายด้วย หากนักท่องเที่ยวที่ถูกตรวจเป็นกลุ่มคนที่อาจมีความเชื่อมโยงกับแรงงานผิดกฎหมาย (เช่น เพื่อนหรือญาติ) อาจเป็นการแจ้งเตือนให้ผู้ที่ทำงานอย่างผิดกฎหมายหลบหนีหรือหลีกเลี่ยงการจับกุม ยิ่งเมื่อไม่นานมานี้มีกรณีที่มีชาวไทยพาลูกสาวอายุเพียง 12 ปี ไปทำงานค้าประเวณีด้วย ยิ่งทำให้ทางตำรวจเพ่งเล็งมากขึ้น 3. อำนาจการสุ่มตรวจ ตามกฎหมายญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจทางกฎหมายในการหยุด และตรวจสอบชาวต่างชาติได้ทุกเมื่อ ยิ่งปัจจุบันมีปัญหาเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่เองก็ยิ่งตรวจเข้มขึ้นกว่าเดิมเหมือนกัน โดยจะพิจารณาการขอตรวจพาสปอร์ตของเราหากมีข้อสงสัยดังต่อไปนี้ พฤติกรรมผิดปกติ (Suspicious Behavior) : หากพบว่าเรามีพฤติกรรมที่ดูแปลกในสายตาเจ้าหน้าที่ เช่น วิ่งเร็วเกินไป เดินวกวน หรือแสดงอาการหวาดระแวงอย่างชัดเจน อาจเป็นเหตุให้ตำรวจเรียกตรวจสอบได้ ไม่ใช่คนในท้องที่ : ในพื้นที่ที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ หากคุณเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่คุ้นเคย ตำรวจอาจเรียกตรวจสอบเพื่อสอบถามว่าเรามาทำอะไรในพื้นที่นั้นๆ การพักในที่พักทางเลือก (Airbnb/ที่อยู่อาศัยทั่วไป) : มีรายงานว่าในบางพื้นที่ หากเราเข้าพักในที่พักแบบ Airbnb หรือบ้านพักที่ไม่ใช่โรงแรมขนาดใหญ่ อาจมีเพื่อนบ้านหรือผู้คนในท้องถิ่นแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบความปลอดภัย และความถูกต้องของที่พัก ข้อกำหนด กฎหมายที่ห้ามลืมเมื่อไปญี่ปุ่น กฎหมายญี่ปุ่นกำหนดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคน ต้องพกพาพาสปอร์ตติดตัวตลอดเวลา การไม่นำพาสปอร์ต ถือเป็นการละเมิดกฎหมายของญี่ปุ่น ดังนั้นตำรวจจึงมีสิทธิโดยชอบธรรมในการหยุดเราเพื่อขอตรวจสอบ มีข้อกังวลและมีการศึกษาที่พบว่า ตำรวจญี่ปุ่นอาจมีการตรวจสอบนักท่องเที่ยวต่างชาติบนพื้นฐานของลักษณะทางกายภาพ (Racial Profiling) ซึ่งอาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสม ในปี 2565 มีการเปิดเผยกรณีที่ข้าราชการตำรวจถูกสั่งให้ "ตั้งเป้าหมายคนต่างชาติเพื่อตรวจสอบ" อย่างเป็นระบบ แม้ว่าตำรวจญี่ปุ่นจะยอมรับกรณีที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายไปแล้วหลายกรณี แต่นักท่องเที่ยวก็ควรรู้ว่าปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้กับเราเช่นกัน สรุปว่า ถ้าไม่อยากมีปัญหา อย่าลืมพกพาสปอร์ตติดตัวเสมอ ห้ามทิ้งไว้ที่โรงแรมเด็ดขาด รวมถึงเอกสารสำคัญอย่างอื่น เช่น ตั๋วเครื่องบิน กุญแจห้องที่พัก ถ้ามีอยู่ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานเสริมให้เราได้ อย่าลืมว่าถ้าถูกเรียกตรวจ และไม่มีพาสปอร์ต เราอาจถูกควบคุมตัวได้ทันที หากถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจจริงๆ ให้หยุด และให้ความร่วมมืออย่างสุภาพทันที ให้คิดเสมอว่าเจ้าหน้าที่เข้าก็ทำตามหน้าที่เฉยๆ ไม่ทำพฤติกรรมน่าสงสัย ไม่แสดงอาการลุกลี้ลุกลน หรือวิ่งหนีในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุผลครับ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 25 พ.ย. 68
อ่าน
ข้อควรรู้ก่อนเช่ารถ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ขับเองง่าย ปรับตัวไม่เยอะ!
การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยรถไฟอาจสะดวก และคลาสสิก แต่ถ้าอยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่ลึกกว่าเดิม ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาขับรถเที่ยวกันดูไหม? 🚗✨ การขับรถเที่ยวญี่ปุ่น (Japan Road Trip) ถือว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับนักเดินทางยุคนี้ ที่อยากออกไปสำรวจมุมเล็กๆ ของที่นี่ในแบบที่รถไฟไปไม่ถึง แถมยังไม่ต้องรีบ ไม่ต้องต่อคิวขึ้นรถไฟ ได้สัมผัสธรรมชาติระหว่างทางอย่างใกล้ชิด เรียกว่าเป็นอีกมิติหนึ่งของการเที่ยวญี่ปุ่นที่อิสระอย่างแท้จริง ส่วนใครที่ยังกังวลว่าจะขับยากกว่าในไทยมั้ย เราได้รวมเอาข้อควรรู้ก่อนเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นมาฝากกันครับ ข้อควรรู้ก่อนเช่ารถ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น 2025ขับเองง่าย ปรับตัวไม่เยอะ! ก่อนเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น ต้องเตรียมอะไรบ้าง การเช่ารถขับในญี่ปุ่นไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดเลย แค่เตรียมเอกสารให้พร้อมก็ขับเที่ยวได้สบาย สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ใบขับขี่สากล (International Driving Permit) ซึ่งสามารถทำได้ที่กรมการขนส่งทางบกในประเทศไทย ใช้เวลาไม่นาน และค่าธรรมเนียมไม่แพง พอถึงวันเดินทางอย่าลืมพกใบขับขี่ตัวจริงของไทยไปด้วย เพื่อแสดงคู่กันกับใบขับขี่สากลเมื่อรับรถเช่า ญี่ปุ่นขับรถพวงมาลัยขวา และชิดซ้าย เหมือนประเทศไทย ทำให้คนไทยขับได้ไม่ยาก ที่สำคัญ ป้ายบอกทางส่วนใหญ่มีภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วย ทำให้ขับเที่ยวต่างเมืองได้อย่างมั่นใจ สิ่งที่ควรรู้เมื่อขับรถในญี่ปุ่น 🚦 ห้ามดื่มแล้วขับเด็ดขาด กฎหมายญี่ปุ่นเข้มงวดมากในเรื่องนี้ หากตรวจพบว่ามีแอลกอฮอล์ในเลือดแม้เพียงเล็กน้อยก็ถือว่าผิดทันที มีโทษทั้งจำและปรับสูงสุดถึงหลักล้านเยน! 🛣 จำกัดความเร็วชัดเจนในเขตเมืองควรขับประมาณ 3040 กม./ชม. นอกเมืองราว 5060 กม./ชม. และบนทางด่วนระหว่าง 80100 กม./ชม. ระบบกล้องจับความเร็วของญี่ปุ่นมีอยู่ทั่วประเทศ จึงควรขับตามกฎอย่างเคร่งครัด 🚘 ให้ทางคนเดินและจักรยานเสมอเมื่อเห็นคนเดินใกล้ทางม้าลายต้องชะลอและหยุดให้ข้ามทันที คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนถนนมาก โดยเฉพาะจักรยานที่มักวิ่งอยู่ริมทางซ้ายสุดของถนน 🚦 ไฟแดงคือหยุดทุกกรณีหากไม่มีป้ายอนุญาตให้เลี้ยวซ้าย ต้องรอไฟเขียวเท่านั้น การฝ่าไฟแดงถือเป็นความผิดร้ายแรง 🚉 ทางรถไฟต้องหยุดสนิทก่อนข้ามทุกครั้ง มองซ้ายขวาให้แน่ใจว่าปลอดภัยแล้วค่อยขับผ่าน หากละเลยอาจถูกปรับหนักและถูกตัดคะแนนใบขับขี่ทันที Tupungato / Shutterstock.com เคล็ดลับขับรถเที่ยวญี่ปุ่นให้สนุก และคุ้มค่าที่สุด 🚗 หลีกเลี่ยงการขับในเมืองใหญ่ เช่น โตเกียว โอซาก้า หรือเกียวโต เพราะรถเยอะและจราจรซับซ้อน แนะนำขับเที่ยวในต่างจังหวัดหรือเมืองชนบทแทน เช่น ฮอกไกโด นางาโนะ หรือคิวชู ที่มีถนนโล่ง วิวสวย และอากาศดีมาก 🅿️ เตรียมเงินไว้จอดรถ ในเมืองใหญ่ค่าจอดมักอยู่ที่ 200600 เยนต่อชั่วโมง แต่เมื่อออกไปต่างจังหวัดราคาจะถูกลงมาก หรือบางแห่งจอดฟรี โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ⛽ การเติมน้ำมันมีทั้งแบบบริการตนเอง (Self-Service) และแบบพนักงานบริการ (Full Service) ถ้าไม่แน่ใจ สามารถเรียกพนักงานให้ช่วยได้ทุกเวลา พนักงานญี่ปุ่นพร้อมช่วยเหลืออย่างสุภาพ 💡 ประเภทของน้ำมันในญี่ปุ่น มี 3 แบบเหมือนกันทั่วประเทศ ได้แก่ เบนซินธรรมดา (Regular สีแดง) เบนซินออกเทนสูง (High Octane สีเหลือง) ดีเซล (Diesel สีเขียว) สีของหัวจ่ายจะเหมือนกันทุกปั๊ม ช่วยลดความสับสนได้มาก 🗺 ใช้ระบบนำทาง (GPS) หรือ Google Maps ช่วยให้ขับง่ายขึ้น ปัจจุบันรถเช่าส่วนใหญ่มีระบบนำทางภาษาอังกฤษ หรือจะใช้โทรศัพท์เชื่อม Wi-Fi Pocket ก็สะดวกสุด ๆ Ned Snowman / Shutterstock.com เส้นทางขับรถยอดนิยมในญี่ปุ่น ฮอกไกโด (Hokkaido) - ถนนโล่งตลอดปี เหมาะกับคนชอบขับรถชมวิวโดยเฉพาะฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาว เส้นทางจากซัปโปโรไปฟุราโนะหรือบิเอะเป็นที่นิยมมาก วิวสวยเหมือนโปสการ์ด! คิวชู (Kyushu) - เส้นทางโรแมนติกที่ผ่านภูเขาไฟอะโสะ เมืองน้ำพุร้อนเบปปุ และหมู่บ้านยูฟูอิน แหล่งท่องเที่ยวที่รวมทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรมไว้ครบ ชิซุโอกะ (Shizuoka) - เส้นทางขับรถชมภูเขาไฟฟูจิจากหลายมุม ถ่ายรูปได้ไม่มีเบื่อ โดยเฉพาะแถวทะเลสาบโมโตสุโกะที่เห็นฟูจิสะท้อนบนผิวน้ำสุดอลังการ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 30 ต.ค. 68
อ่าน
พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก 2025 สิงคโปร์ยืน 1 สหรัฐฯ หลุด Top 10
พาสปอร์ต (Passport) ถือเป็นเอกสารสำคัญสู่การเดินทางข้ามประเทศทั่วโลก ทุกปีเราเลยจะมีการจัดอันดับพาสปอร์ตที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก หรือ The Henley Passport Index โดยวัดจากจำนวนประเทศที่สามารถเดินทางเข้าได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า หรือสามารถขอวีซ่าเมื่อเดินทางถึง (Visa on Arrival) ปี 2025 นี้เป็นยังไงบ้างมาดูกัน พาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลก 2025Henley Passport Index 2025 จากการจัดอันดับของ Henley Passport Index ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีชื่อเสียงในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลพาสปอร์ตทั่วโลก ได้เผยว่าในปี 2025 ประเทศที่ครองตำแหน่งพาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุด ได้แก่ สิงคโปร์ ที่ครองแชมป์เป็นปีที่ 7 ติดต่อกันแล้ว สามารถเดินทางเข้าประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าหรือขอวีซ่าเมื่อเดินทางมาถึง (Visa on Arrival) มากถึง 193 ประเทศ ด้านอันดับที่ 2 นั้นได้แก่ เกาหลีใต้ เดินทางได้ 190 ประเทศ ตามมาด้วยอันดับ 3 ญี่ปุ่น เดินทางได้ 189 ประเทศ และยังพบว่า ปีล่าสุดนี้ประเทศอย่าง สหรัฐอเมริกา หลุดจากรายชื่อประเทศใน 10 อันดับแรกในการจัดอันดับ ร่วงจากอันดับที่ 7 เมื่อปี 2024 มาอยู่อันดับที่ 12 ร่วมกับประเทศมาเลเซีย สามารถใช้เข้าได้ 180 ประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 66 ร่วมกับเบลารุส ซึ่งร่วงลงมาจากอันดับ 63 ในปี 2024 จากที่สามารถเดินทางเข้าประเทศต่างๆ ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า 82 ประเทศ เหลือเพียง 80 ประเทศ การจัดอันดับพาสปอร์ตทรงอิทธิพลนั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความสัมพันธ์ทางการทูต เศรษฐกิจและความมั่นคงภายในประเทศ รวมถึงนโยบายวีซ่าระหว่างประเทศของที่นั้นๆ ด้วย 10 อันดับ พาสปอร์ตที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก 2025 สิงคโปร์ (193 ประเทศ) เกาหลีใต้ (190 ประเทศ) ญี่ปุ่น (189 ประเทศ) เยอรมนี อิตาลี ลักเซมเบิร์ก สเปน สวิตเซอร์แลนด์ (188 ประเทศ) ออสเตรีย เบลเยียม เดนมาร์ค ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ (187 ประเทศ) กรีซ ฮังการี นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส สวีเดน (186 ประเทศ) ออสเตรเลีย เช็คเกีย มอลตา (185 ประเทศ) โครเอเชีย เอสโตเนีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร (184 ประเทศ) แคนาดา (183 ประเทศ) ลัตเวีย ลิกเตนสไตน์ (182 ประเทศ) 10 พาสปอร์ตที่เดินทางได้น้อยที่สุดในโลก 2025 อัฟกานิสถาน (24 ประเทศ) ซีเรีย (26 ประเทศ) อิรัก (29 ประเทศ) เยเมน ปากีสถาน (31 ประเทศ) โซมาเลีย (33 ประเทศ) เนปาล (36 ประเทศ) บังกลาเทศ เกาหลีเหนือ (38 ประเทศ) รัฐปาเลสไตน์ ลิเบีย เอริเทรีย (39 ประเทศ) ซูดาน ศรีลังกา อิหร่าน (41 ประเทศ) ซูดานใต้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (43 ประเทศ) ข้อมูล : The Official Passport Index Ranking | Henley Partners (henleyglobal.com) ====================
29 ต.ค. 68
อ่าน
คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 26 ต.ค. 68
อ่าน
เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก Taiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ?
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย การไปเที่ยว ไต้หวัน นั้นเราคงรู้กันอยู่ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า แต่ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป จะมีเอกสารสำคัญอีกอย่างที่เราต้องเตรียมตัวก่อนเดินทาง นั่นก็คือ Taiwan Arrival Card (TWAC) หรือ บัตรผู้โดยสารขาเข้าไต้หวัน เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นเรื่องง่าย และรวดเร็วขึ้นเยอะครับ เที่ยวไต้หวัน 2025 คนไทยต้องกรอก TWACTaiwan Arrival Card คืออะไร ทำไมต้องทำ? Taiwan Arrival Card คืออะไร? ทำไมต้องกรอก? Taiwan Arrival Card คือเอกสารที่ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกไต้หวันของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คล้ายกับการกรอก ใบขาเข้า-ขาออก (Departure/Arrival Card) แบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่ความพิเศษของมันคือสามารถ กรอกออนไลน์ล่วงหน้า ได้อย่างสะดวกสบาย เริ่มใช้ระบบนี้ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 วัตถุประสงค์หลักของการใช้ Arrival Card คือเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) ของไต้หวันสามารถตรวจสอบและประมวลผลข้อมูลผู้เดินทางได้รวดเร็วขึ้น ทำให้ขั้นตอนการเข้าประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น ลดการต่อคิว และที่สำคัญคือ ช่วยลดการใช้กระดาษ ได้อีกด้วย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติ (NIA) ของไต้หวันระบุว่า TWAC ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาท้องถิ่นรวม 7 ภาษา เช่น ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย พร้อมฟังก์ชันใหม่ที่สามารถดึงข้อมูลจากหนังสือเดินทางอัตโนมัติ และรองรับการกรอกแบบกลุ่มสูงสุดถึง 16 คนในครั้งเดียว นักเดินทางจะได้รับอีเมลยืนยันหลังลงทะเบียนสำเร็จ โดยแนะนำให้กรอกแบบฟอร์มล่วงหน้าภายใน 3 วันก่อนเดินทาง ใครต้องทำ Taiwan Arrival Card บ้าง? ผู้ที่จำเป็นต้องกรอก Taiwan Arrival Card ล่วงหน้า คือ ชาวต่างชาติที่ไม่ถือสัญชาติไต้หวัน : และไม่มีถิ่นที่อยู่ในไต้หวัน (รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทย) ผู้ที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า (Visa-Exempt Entry) : ซึ่งปัจจุบันคนไทยสามารถเดินทางเข้าไต้หวันได้โดยได้รับการยกเว้นวีซ่า และต้องพำนักไม่เกิน 90 วัน ผู้ที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว : หรือติดต่อธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตพำนักระยะยาว ข้อควรรู้ : ถึงแม้ว่าคุณจะสามารถขอใบ Arrival Card ฉบับกระดาษมากรอกที่สนามบินได้ แต่การกรอกออนไลน์ล่วงหน้าถือเป็นทางเลือกที่ สะดวกและรวดเร็วที่สุด ต้องกรอกข้อมูลอะไรบ้าง? เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนกดส่ง การกรอก Taiwan Arrival Card ออนไลน์นั้นใช้เวลาไม่นานครับ เพียงแค่เตรียมข้อมูลพื้นฐานให้ครบถ้วนตามรายการเหล่านี้ 1. ข้อมูลส่วนตัว : ชื่อ-นามสกุล: ตามที่ปรากฏในหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด สัญชาติ: (Thai) เพศ หมายเลขหนังสือเดินทาง (Passport Number) ที่อยู่อีเมล์ที่ถูกต้อง อาชีพ และหมายเลขโทรศัพท์ 2. ข้อมูลการเดินทาง : หมายเลขเที่ยวบิน (Flight/Vessel No.): เช่น TG634 หรือ VZ560 วันที่คาดว่าจะเดินทางมาถึงไต้หวัน (Arrival Date) วัตถุประสงค์ในการเยือน (Purpose of Visit): เช่น Tourism (ท่องเที่ยว) หรือ Business (ธุรกิจ) 3. ข้อมูลที่พักในไต้หวัน : ที่อยู่/ชื่อโรงแรม (Address/Hotel Name): กรุณากรอกชื่อโรงแรมหรือที่พักแห่งแรกให้ชัดเจน เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบ ข้อแนะนำ : เราสามารถเข้าสู่เว็บไซต์ของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน (National Immigration Agency) เพื่อกรอกข้อมูลล่วงหน้าได้เลย ข้อมูลที่บันทึกไว้จะถูกส่งเข้าสู่ระบบทันที ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการกรอกเอกสารที่สนามบินอีกต่อไป ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 ต.ค. 68
อ่าน
วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ
ทราเวล ทิปส์ • 18 ก.ย. 68
อ่าน
เกาะเชจูเอาจริง ออกคู่มือ 3 ภาษา รับมือนักท่องเที่ยวไร้มารยาท เที่ยวเกาหลีต้องรู้!
เกาะเชจู 1 ในที่เที่ยวเกาหลีใต้ที่เริ่มประสบปัญหา Overtourism เหมือนกับประเทศญี่ปุ่น ถึงขั้นต้องออก คู่มือแนวปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นครั้งแรก โดยพิมพ์เป็น 3 ภาษาหลัก ทั้งเกาหลี อังกฤษ และจีน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าใจกฎระเบียบได้อย่างถูกต้อง และลดความเข้าใจผิดที่เกิดจากความแตกต่างทางวัฒนธรรม คนไทยเองก็ต้องรีบทำความเข้าใจ เพราะถ้าไปทำผิดกฎเล็กๆ น้อยๆ ที่เผลอทำไปไม่รู้ตัวก็มีสิทธิ์โดนบทลงโทษได้ เกาะเชจูเอาจริง ออกคู่มือ 3 ภาษา รับมือนักท่องเที่ยวไร้มารยาท ปัจจุบัน เกาะเชจูเผชิญกับปัญหานักท่องเที่ยวไร้มารยาทที่สร้างความไม่พอใจให้กับคนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ อย่างการทิ้งขยะไม่เป็นที่ การขับถ่ายในที่สาธารณะ หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมที่รุนแรงขึ้นอย่างการเมาแล้วอาละวาด เจ้าหน้าที่ตำรวจบนเกาะเชจูจึงได้ออกคู่มือแนวปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งรวบรวมพฤติกรรม ความผิดเล็กน้อย ที่มีโทษตามกฎหมายของเกาหลีใต้เอาไว้ หลายข้อเป็นสิ่งที่เราอาจมองข้ามไปในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับที่นี่ถือว่าผิดกฎหมาย ได้แก่ การทิ้งขยะเรี่ยราด การสูบบุหรี่ในพื้นที่ห้ามสูบ การข้ามถนนในจุดที่ผิดกฎหมาย การเมาสุราในที่สาธารณะ การบุกรุกเข้าไปในบ้านหรือสถานที่ส่วนตัว การใช้บัตรประจำตัวปลอม กฎใหม่นี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะลงโทษนักท่องเที่ยวทันที เพราะครั้งแรกที่ทำผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำเพียงแค่ให้คำแนะนำ และมอบคู่มือนี้ให้เพื่อทำความเข้าใจก่อน แต่ถ้ายังมีการกระทำผิดซ้ำอีกครั้ง คราวนี้มีบทลงโทษจริงจังแน่ อาจถูกปรับเงินสูงสุดถึง 200,000 วอน (ประมาณ 5,000 บาท) เลยทีเดียว มาตรการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่ใหญ่ขึ้นของเกาหลีใต้ ที่ต้องการสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการท่องเที่ยวกับคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายประเทศท่องเที่ยวในเอเชียอย่างญี่ปุ่นก็กำลังเผชิญอยู่เช่นกัน ====================
ทราเวล ทิปส์ • 23 ส.ค. 68
ดูเพิ่มเติม